ข่าว

วิดีโอ



เล็บครุฑ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็กชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภูเขา

กำกับการแสดงโดย: โอริเวอร์ บีเวอร์

ผลิตโดย: บริษัท ไนน์บีเวอร์ฟิล์ม จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศิวัตน์ โชติชัยรินทร์,จีรนันท์ มะโนแจ่ม

อดิศักดิ์กลับจากซื้อแหวน เห็นความผิดปกติของคนในโรงพยาบาลก็แปลกใจ ชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่ได้ตกอยู่ในอำนาจการสะกดจิตเล่าว่า เมื่อครู่จางซูเหลียงประกาศออกทีวีว่าจะมีสึนามิแล้วก็มีพายุ ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่ อดิศักดิ์รู้สึกเป็นกังวลรีบขึ้นไปที่ห้องกริช

ภายในห้องคนไข้ไม่พบกริช มีเพียงทีวีที่เปิดภาพสัญญาณการสะกดจิตทิ้งไว้ พอดีแคทโผล่เข้ามาต่อว่าที่ไม่รับสาย อดิศักดิ์เพิ่งรู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ที่โซฟา ทั้งสองเอะใจที่สารวัตรหายตัวไป ลองโทร.หาก็เห็นว่าเขาทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่เตียง คาดเดาว่าเดี๋ยวคงกลับมา

อดิศักดิ์มองแหวนที่ซื้อมาแล้วตัดสินใจเข้าคุกเข่าตรงหน้าแคท แต่เธอไม่เข้าใจเพราะมัวเป็นห่วงกริช ถามเขาว่าลงไปนั่งทำไม เจ็บขาหรืออย่างไร ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ พูดเออออ พอดีกำพลโทร.เข้ามา อดิศักดิ์จึงต้องลุกขึ้นและฟังเสียงกำพลร่วมกับแคทที่เปิดสปีคเกอร์โฟน

“ตอนนี้ที่นี่กำลังมีความเคลื่อนไหวครับ เน็ตล่มวิดีโอคอลไม่ได้ แต่จะเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ ลองฟังเสียงกันนะ”

ภายในสำนักงาน SSA027 อุกฤษณ์เดินมากับหนึ่งผู้ช่วยและทีมเอที่มีเล็บเป็นสีดำทุกคน กำพลกับเอื้อมยืนแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ได้ยินเขาสั่งลูกทีมให้ฟัง หนึ่งเปิดดนตรีเวอร์ชันสลีปปี้ออกลำโพง ทุกคนที่ห้อยป้ายมีสัญลักษณ์รูปนกจะเริ่มเคลิ้มตามคำสั่งของอุกฤษณ์

แคทกับอดิศักดิ์ได้ยินผ่านโทรศัพท์ของกำพลก็จำได้ว่าเป็นเพลงเดียวกับในคลิปคลาสสั่งจิตที่รจิตเอามาเปิดให้ฟัง บอกกำพลว่ามีคำสั่งสะกดจิตแฝงอยู่ในเพลง

กำพลเห็นเจ้าหน้าที่คนอื่นๆที่เล็บไม่ดำเริ่มเคลิ้มหาวแล้วลงนอนกับพื้น จึงกระซิบเข้าไปในโทรศัพท์ว่า ให้ทั้งสองเข้ามาที่สำนักงาน แล้วบอกเอื้อมว่าเราต้องตามน้ำแกล้งง่วงหลับเหมือนคนอื่นๆ

อุกฤษณ์ประกาศกร้าวว่าทุกคนต้องฟังคำสั่งตนคนเดียว หนึ่งเห็นกำพลกำโทรศัพท์ในมือก็เข้ามาดึงไปดู เห็นว่ามีการโทร.ออกจึงโวยวายว่า...มีคนทรยศ

กำพลกับเอื้อมจำต้องลุกพรวดขึ้นต่อสู้เอาตัวรอด แต่พอคำสั่งอุกฤษณ์ให้ทุกคนลุกขึ้นจัดการคนทรยศ คนทุกทิศทุกทางก็ลุกขึ้นพร้อมจะรุมกำพลกับเอื้อมในทันที...

ที่สำนักข่าว รจิตยังร้องไห้เสียใจ ยืนปะปนกับกลุ่มที่ถูกกักตัวเอาไว้ โดยมีก้าน ตุ๊กตา และพวกเล็บเป็นสีดำควบคุม แซนดี้พากริชเข้ามาและถามเขาว่าจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้ หรือควรฆ่าทิ้ง กริชเห็นว่าพวกนี้ยังพอมีประโยชน์ ฆ่าทิ้งก็เสียเปล่า แซนดี้จึงกล่าวกับทุกคน

“หวังว่าพวกเธอทุกคนคงรู้ตัวกันแล้วนะว่าควรทำยังไง ตอนนี้ประเทศนี้ทั้งประเทศตกอยู่ในมือของพวกเราแล้ว ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดก็จงปรับตัวกันใหม่ เพราะไม่งั้นแกอาจจะไม่ได้กลับไปพบหน้าคนในครอบครัวแน่ จำไว้”

ฮักเหลี่ยมกับยิปซีเดินเข้ามาหากริช บอกว่าเขาทั้งสองต้องกลับไปดูแลนายท่าน ถ้าต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อไป แซนดี้เชื่อมือว่าสารวัตรกริชเอาอยู่ รจิตได้ฟังยิ่งเสียใจ

ooooooo

ทางทำเนียบรัฐบาล ผู้พันพิชิต คมน์ และรัฐมนตรีกลาโหมประชุมกันเคร่งเครียด สรุปออกมาว่าคมน์กับหน่วยรบพิเศษของทหารจะปฏิบัติการครั้งนี้ เพราะทีม SSA027 โดนสะกดจิตกลายเป็นพวกสิ่งเอ็งหมดแล้ว รัฐมนตรีกลาโหมตกใจ ถามว่าจะแก้เกมนี้อย่างไร คมน์ตอบว่า

“ผมมีผู้ช่วยอีกคนครับ เก่งและมีฝีมือไม่ต่างจากผม พร้อมจะช่วยงานกับทางราชการ”

 รัฐมนตรีถามว่าใคร คมน์สบตาผู้พันพิชิต ผู้พันจึงตอบแทนว่ายังเปิดเผยตัวจริงไม่ได้จนกว่าจะเสร็จงาน ท่านรัฐมนตรีเชื่อใจยินยอมมอบอำนาจสั่งการให้เต็มที่

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามารายงานว่าสึนามิเกิดขึ้นแล้ว และเปิดทีวีให้ดูข่าวความโกลาหลของชาวบ้านที่เจอภัยสึนามิ ผู้พันพิชิตบอกว่าพวกมันเริ่มแล้ว เราจะอยู่ช้าไม่ได้ คมน์ทำความเคารพแล้วรีบเดินออกจากห้อง

ที่ตึกร้างกลางกรุง นิทัศน์จัดเตรียมให้จางซูเหลียงกับมรกตดูภาพถ่ายทอดสดความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบสึนามิ มรกตตะลึง จางซูเหลียงบอกแค่นี้ยังน้อย ถึงเวลาเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปอีก พวกระเบิดฆ่าตัวตายได้เวลาทำงาน สั่งนิทัศน์เปิดเพลงส่งสัญญาณไปที่แม่ข่าย

ภาพในจอทีวีเริ่มเปลี่ยนเป็นภาพเครื่องเล่นเพลงและมีเสียงเพลงคิดถึงเวอร์ชันสลีปปี้...

ส่วนที่สำนักข่าว คนที่ไม่ได้เป็นพวกสิ่งเอ็งกำลังเสียใจที่เห็นภาพสึนามิทำลายบ้านเรือนครอบครัวพวกเขา รจิตได้ยินเสียงเพลงก็ตกใจรู้ว่าเป็นเพลงสะกดจิต

ผู้คนที่เดินบนท้องถนนเห็นจอโฆษณาเปลี่ยนภาพเป็นเครื่องเล่นเพลงและมีเสียงเพลงคิดถึง ท้องฟ้ามีเมฆดำก่อตัว บรรยากาศราวจะมีพายุ ก็ตื่นตกใจรีบกลับบ้าน แต่ต้องชะงักตกอยู่ภายใต้การสะกดจิต

คนที่ผ่านคลาสสั่งจิต เล็บจะกลายเป็นสีดำบางคนถูกกำหนดให้เป็นเหยื่อระเบิดพลีชีพ สะพายเป้เดินดุ่มๆไป

แคทกับอดิศักดิ์มาถึงหน่วย SSA027 เห็นมีคนเดินตรวจตราแน่นหนา ก็พยายามหาทางเข้าไปช่วยเพื่อน โดยจัดการคนที่ขวางทาง

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้นกำพลกับเอื้อมยังต่อสู้อย่างอ่อนระโหย แต่ก็ไม่ยอมแพ้ อุกฤษณ์เดินแหวกคนเข้ามายืนเผชิญหน้า บอกที่ยังไม่ฆ่าพวกเขาเพราะเห็นแก่มิตรภาพเก่าๆ ยังให้โอกาสกลับใจมาเป็นพวกตน

กำพลกับเอื้อมยืนกรานว่าไม่มีวัน ทั้งสองหันหลังชนกันพร้อมสู้กับพวกอุกฤษณ์ ระหว่างปะทะกันอยู่นั้นเจ้าหน้าที่เข้ามากระซิบหนึ่ง...ครู่เดียวหนึ่งรีบเดินออกจากวงเชียร์ทันที

หนึ่งกับลูกน้องสองคนเข้ามาขวางหน้าอดิศักดิ์กับแคทที่กำลังลัดเลาะเข้ามาภายใน

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน คุณแคท คุณอดิศักดิ์ ยกมือขึ้น”

แคทกับอดิศักดิ์ยอมจำนนและจะเดินตามหนึ่งไป ทันใดมีเจ้าหน้าที่ใส่ไอ้โม่งคลุมหน้าในชุดปฏิบัติการของหน่วยถือปืนเก็บเสียงเข้ามา ไม่ทันที่หนึ่งกับลูกน้องจะตั้งตัวก็โดนยิงล้มลงเสียก่อน...

ฝ่ายกำพลกับเอื้อมยังต่อสู้กับอุกฤษณ์ โดยมีเสียงเชียร์จากทีมเอและเจ้าหน้าที่อื่นๆ

ทันใดเสียงปืนดังขึ้น พวกเล็บดำล้มลง อุกฤษณ์ตกใจหันไปเห็นแคท อดิศักดิ์ และเจ้าหน้าที่ที่ใส่ไอ้โม่งคลุมหน้ากราดยิง จึงพากันวิ่งหลบ แคทกับอดิศักดิ์เข้าไปช่วยกำพลกับเอื้อมและเก็บปืนของคนที่ตายมาเป็นอาวุธยิงสู้กับกลุ่มของอุกฤษณ์ และหาทางหนีออกไปทางหน้าต่าง โดยคนที่มาช่วยหลอกล่อพวกอุกฤษณ์เอาไว้ให้

อุกฤษณ์เจ็บใจ พลันต้องสะดุ้งเมื่อไอ้โม่งยื่นหน้ามาทางด้านหลังทำเสียงจุ๊ปากใกล้ๆ แอบล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว เขากราดเกรี้ยวถามว่า

แกเป็นใคร ไม่ทันไรก็โดนฟาดด้วยด้ามปืนล้มลง ลูกน้อง อุกฤษณ์เห็นจึงกราดยิงใส่ ไอ้โม่งกระโจนหนีได้ทัน

ขณะที่พวกแคทกำลังไต่หนีลงมาทางหน้าต่าง ไอ้โม่งตามมาส่งโทรศัพท์มือถือของอุกฤษณ์ให้และกำชับว่า

“รีบส่งเพลงไปให้ที่สถานีโทรทัศน์ หาทางเปิดเพลงแบบรีเวิร์ส คนที่โดนสะกดก็จะหลุดออกจากอำนาจจิตของจางซูเหลียง...ไปเร็ว”

พวกแคทรีบวิ่งมาขึ้นรถขับหนี โดยที่ไอ้โม่งยังช่วยยิงสกัดพวกอุกฤษณ์ไว้ให้ ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มมีลมแรง อุกฤษณ์วิ่งตามมาเห็นไอ้โม่งขี่มอเตอร์ไซค์กำลังหนี เขาถอดแว่นออกเผยให้เห็นว่าคือสิงห์ อุกฤษณ์ยิ่งเจ็บใจระคนประหลาดใจที่สิงห์ยังไม่ตาย

ครั้งนั้นที่สิงห์โดนคมน์ยิงหลังต้นไม้ใหญ่เป็นการหลอก อุกฤษณ์รีบโทร.รายงานจางซูเหลียง

“นายท่านครับ ไอ้สิงห์มันยังไม่ตาย ตอนนี้มันกลายเป็นศัตรูของเราไปแล้ว...ครับๆ ผมกับพวกจะรีบไปที่นั่นทันที”

ooooooo

อดิศักดิ์ขับรถพาแคท กำพล และเอื้อมตรงไปยังสถานีโทรทัศน์ ระหว่างรถติดจอดนิ่งอยู่ กำพลแย้งว่าไม่ควรเชื่อผู้ชายคนนั้น แม้เขาจะช่วยพวกเราไว้

แคทเห็นคนที่เดินอยู่ริมถนนมีเล็บเป็นสีดำ เชื่อว่าคงเป็นเหยื่อรายหนึ่ง จึงลงจากรถไปทำให้เขารู้สึกตัว เหยื่อรายนั้นสะดุ้งไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ตรงนี้ แคทให้ส่งกระเป๋ามาและไล่ให้เขากลับบ้านไป พอเปิดดูเป็นระเบิดสังหารจริงๆ จึงบอกกำพลว่าเราไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง แล้วชี้ไปที่เหยื่อรายอื่นๆ

“เฮ้ย! มากันเยอะแบบนี้มันจะถล่มเมืองกันเลยหรือไงเนี่ย”

 “เรื่องเปิดเพลงรีเวิร์ส มันมีเหตุผลที่เป็นไปได้นะ” อดิศักดิ์ย้ำกับกำพล

“ใช่ แทนที่จะวิ่งไล่จับพวกระเบิดฆ่าตัวตายทีละคน เราเปิดเพลงที่สถานีโทรทัศน์ไปทีเดียวน่าจะเวิร์กกว่านะครับพี่” เอื้อมเห็นด้วยกับอดิศักดิ์และแคท

“โอเค แต่ผมว่ากว่าเราจะไปถึงสถานีมันจะช้าเกินไปนะ ทำไมไม่ส่งไฟล์ไปให้คุณรจิตช่วยเปิดล่ะ”

แคทนึกได้ว่ารจิตทำงานที่สถานีฯ อดิศักดิ์ให้ทุกคนกลับไปขึ้นรถตามเดิม

ooooooo

รจิตเห็นโทรศัพท์มือถือตัวเองสั่น มองไปที่ก้านและพวกเล็บดำกำลังสนใจเพลงในจอทีวีจึงแอบหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย พอรู้ว่าเป็นแคทโทร.มาก็บอกว่าพวกตนถูกควบคุมตัวอยู่

“ยังอยู่ในสถานีใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ”

“แคทส่งไฟล์เพลงที่พวกมันใช้สะกดจิตไปให้ ถ้าเป็นไปได้คุณรจิตช่วยเอาไปเปิดแบบถอยหลังแล้วออกอากาศไปให้ทั่วประเทศ มันจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นค่ะ ตอนนี้แคทรถติดอยู่กลางถนน ถ้าจะไปเองกลัวว่าจะไม่ทันการณ์”

“ได้ค่ะ ฉันจะลองหาทางดู” รจิตรับคำแล้วพยายามหลบออกไปที่ห้องส่งหน้าห้องส่งมีพวกเล็บดำเดินลาดตระเวนสองคน รจิตต้องหลบซ่อนตัวอย่างหวาดเสียวจะถูกจับได้ พลันเกิดความคิดเอาไวท์บอร์ดมาทาที่เล็บให้เป็นสีดำ แล้วเดินนิ่งๆเข้าไปบอกว่ามาทำงานให้นายท่าน พวกเล็บดำเห็นเล็บและสร้อยรูปนกที่คอเธอ ก็ปล่อยตัวให้เข้าไป

รจิตเห็นนิกรนั่งคุมเครื่องส่งและมีพวกเล็บดำเฝ้าอยู่สองคน เธอทำทีชูมือให้เห็นเล็บแล้วบอกว่ามีคำสั่งพิเศษจากนายท่าน พวกเล็บดำจึงไม่สนใจ

รจิตเข้ามานั่งข้างนิกรและกระซิบ “เปิดไฟล์เพลงแบบรีเวิร์ส...หนูไม่มีเวลาอธิบาย แต่พี่เชื่อหนู ไฟล์อยู่ในนี้”

เธอส่งโทรศัพท์มือถือให้ นิกรขอเวลาสักครู่

ทันใดแซนดี้เดินเข้ามาตวาดถามว่ามาทำอะไรในนี้ รจิตตั้งสติทำใจดีสู้เสือ ชูเล็บดำให้ดูและจับสร้อยที่คอ แซนดี้นึกได้ว่ารจิตได้เข้าคลาสสั่งจิต จึงถามว่าได้รับคำสั่งให้ทำอะไร รจิตตอบตะกุกตะกักว่า

“ฉันได้รับคำสั่งให้มาดูแลการออกอากาศ”

แซนดี้ไม่เชื่อ ตรงเข้ากระชากสร้อยที่คอมาดูแล้วโวยวาย “ของปลอม! นี่เธอคิดจะทำอะไร...จับมัน”

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยๆ”

“เอาตัวมันออกไป”

รจิตโดนลากตัวออกไป ไม่วายที่เธอแอบสบตานิกรอย่างฝากความหวังไว้ พอพวกเล็บดำทั้งสองคนลากตัวรจิตออกไปพร้อมแซนดี้ นิกรฉวยโอกาสโหลดไฟล์เพลงจากโทรศัพท์ของรจิตแล้วเริ่มทำการรีเวิร์สเพลง

รจิตถูกพาตัวมาอยู่ตรงหน้ากริช แซนดี้รายงานว่าเธอเป็นฝ่ายสอดแนมของฝ่ายตรงข้าม แอบเข้าไปในห้องคอนโทรล กริชเดินเข้ามาจ้องหน้าและตะคอกถาม

“เธอกำลังพยายามทำอะไร บอกมาว่าเธอจะทำอะไร”

รจิตน้ำตาคลอพยายามเตือนสติ “กริช...นี่ไม่ใช่ตัวคุณนะคะ คุณไม่ใช่คนแบบนี้”

กริชโกรธบีบปากรจิตพร้อมตวาดเสียงดุดัน “หุบปาก เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน”

“ฉันเจ็บ...อย่าค่ะ”

“จัดการมันเลยดีกว่าค่ะกริช อย่าเสียเวลา” แซนดี้หยิบปืนส่งให้

“ใช่ เราจะไม่เสียเวลากับพวกศัตรู...มีอะไรจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายไหมคนสวย”

รจิตน้ำตาคลอมองหน้าคนรัก รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป และนี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้พูด

“ค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ ไม่ว่าคุณจะรักฉันหรือไม่ ฉันก็พร้อมจะตายด้วยน้ำมือของคนที่ฉันรักค่ะกริช”

ดวงตากริชเริ่มมีความรู้สึกหวั่นไหว แซนดี้เร่งให้กริชยิง ทันใดเสียงเพลงแบบรีเวิร์สดังขึ้น ภาพหน้าจอทีวีเปลี่ยนเป็นวิวธรรมชาติสวยงามทุกหนแห่ง บนท้องถนนและอาคารบ้านเรือนมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ผู้คนเริ่มได้สติ รวมทั้งกริชที่รู้สึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้

แซนดี้ไม่พอใจดึงปืนจากมือเขา “มัวรออะไร มาค่ะ ถ้าคุณไม่กล้า ฉันจัดการเองก็ได้”

กริชยื้อปืนไว้และผลักแซนดี้ล้มลง

“นี่มันอะไรกันกริช คุณกำลังจะทรยศนายท่านใช่ไหม”

“ผมจะไม่มีวันฆ่าผู้หญิงที่ผมรักเด็ดขาด”

กริชโอบกอดรจิต แล้วเล็งปืนไปที่แซนดี้

“งั้นคุณกับมันก็ต้องตาย” แซนดี้ชักปืนพกที่เก็บไว้กับตัวออกมาจะยิงใส่ เสียงปืนดังปัง! แซนดี้กลับเป็นคนล้มลงขาดใจตายโดยแคทเป็นคนยิง

“สารวัตรกับคุณรจิตอยู่ในนี้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งออกไป ตอนนี้ข้างนอกกำลังมั่วมาก เดี๋ยวโดนลูกหลง”

พลันมีพวกเล็บดำโผล่มาจะยิงแคท แต่กริชเห็นยิงใส่ก่อน แคทยิ้มขอบคุณแล้วรีบออกไปสมทบกับพรรคพวก ยิงพวกสิ่งเอ็งล้มตาย แต่ก้านหนีไปได้

กริชหันมามองหน้ารจิตและพูดอย่างรู้สึกผิด

“ผมอยากจะขอโทษที่เมื่อกี้ทำไม่ดีกับคุณ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจดีว่าคุณถูกอำนาจของมันควบคุมอยู่”

“เป็นเพราะความรักของคุณที่ทำให้ผมกลับมาได้อีกครั้ง ขอบคุณมาก”

“ฉันรักคุณค่ะกริช”

“ผมก็รักคุณ”

กริชโผกอดรจิตด้วยความรัก...

อดิศักดิ์ แคท กำพล และเอื้อมโผล่เข้ามารายงานว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และตัดเครือข่ายการถ่ายทอดสัญญาณได้สำเร็จ กริชกับรจิตมีท่าทีเขินอาย กริชหันมาสั่งการ

“เอื้อม เดี๋ยวคุณรีบติดต่อขอกำลังเสริมจากฝ่ายทหาร มาช่วยดูแลสถานีโทรทัศน์ด้วย”

เอื้อมรับคำ แต่ไม่ทันจะออกไป คมน์เดินเข้ามาพร้อมนายทหารสองนาย

“ขอปุ๊บได้ปั๊บ...มีกำลังทหารมาเสริมแล้วครับสารวัตร”

นายทหารทั้งสองทำความเคารพกริชและรายงานตัว คมน์รายงานตัวด้วยอีกคน

“ผมร้อยตรีคมน์ สรคุปน์ ฝ่ายงานจารกรรมจากสำนักข่าวกรองกระทรวงกลาโหม ต้องขอประทานโทษสารวัตรกริช กำจร ด้วยครับ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เปิดเผยตัวจริงให้ทราบ”

“ฉันนึกอยู่แล้วว่านายต้องไม่ใช่โจรธรรมดา”

“งานของผมยังมีแนวร่วมอีกหนึ่งคน ที่เคยเป็นพวกของจางซูเหลียง”

แคทโพล่งขึ้นทันที “ฉันนึกออกแล้ว นายสิงห์ใช่ไหมคะ เมื่อสักครู่เขามาช่วยพวกเราไว้”

“ใช่ครับ ตอนนี้สิงห์กำลังรอเราอยู่ คุณรจิตกับพวกพนักงานอยู่ที่นี่ไปก่อนจนกว่าเหตุการณ์จะสงบนะครับ ข้างนอกยังไม่ปลอดภัย”

รจิตรับคำ คมน์ให้กริชกับทีมไปกับตนเพื่อบุกรังของจางซูเหลียง

ooooooo

หน้าตึกร้างกลางกรุง คมน์ กริช อดิศักดิ์ กำพล แคท เอื้อม และทหารจำนวนหนึ่งยืนมองตึกร้าง สิงห์ปรากฏตัวด้วยใบหน้าไร้รอยบาก แคทถามว่ารอยแผลหายไปไหน เขาตอบยิ้มๆ

“มันหายไปพร้อมกับความเป็นโจร จากนี้จะไม่มีสุภาพบุรุษเลอพงศ์ หรือแม้แต่ลูกน้องจางซูเหลียงที่ชื่อสิงห์อีกต่อไป เพราะผมจะเป็นนายสิงห์ที่มีหัวใจรักชาติเหมือนคนไทยทุกคน”

ท้องฟ้ามีลมหมุนก่อเค้าเตรียมถล่มเมือง คมน์บอกทุกคนว่าเครื่องการูด้าอยู่บนยอดตึก กว่าเราจะขึ้นไปถึงต้องผ่านด่านจางซูเหลียงให้ได้ มีเวลาเหลือแค่ชั่วโมงเดียว ต้องขึ้นไปหาจางซูเหลียงให้เจอ ทุกคนจึงพร้อมลุย...

ขณะที่พวกกริชกับคมน์เข้ามาในตึก ต้องปะทะกับทีมเอของอุกฤษณ์ รจิตอยู่ที่สำนักข่าวถูกก้านวกกลับมาจับตัวไป

คมน์กับสิงห์แยกตัวจะขึ้นไปหาจางซูเหลียง แต่ต้องเจอกับนิทัศน์และฮักเหลี่ยม ทั้งสี่จับคู่ฟาดฟันกัน ฮักเหลี่ยมพอใจมากที่ได้เจอกับคมน์อีกครั้ง

“วันนี้จะได้รู้กันซะทีว่าเอ็งกับข้า ใครจะเก่งกว่ากัน” 

“มีปมในใจอะไรไอ้ฮักเหลี่ยม มึงถึงอยากเหนือกว่าคนอื่น...ตอนเด็กๆพ่อไม่รักเหรอ”

ฮักเหลี่ยมโกรธมากด่าว่าสามหาว แล้วพุ่งเข้ายำกันนัว

นิทัศน์เจอกับสิงห์...สิงห์พยายามเกลี้ยกล่อมให้นิทัศน์กลับตัวเลิกเป็นทาสจางซูเหลียง แต่เขากลับด่าทออย่างหัวเสีย

“ถ้ากูจะตาย ก็ขอตายกับนายกู คนอย่างมึงมันอกตัญญู”

“กูยอมอกตัญญู แต่กูไม่ยอมทรยศชาติบ้านเมือง”

สิงห์เข้าซัดกับนิทัศน์ดุเดือด...

ด้านกริชกับทีมยิงต่อสู้จนบุกเข้ามาเจอกับอุกฤษณ์ สั่งให้วางอาวุธ แต่เขาหยามเหยียด

“ยังไงกันสารวัตร อย่าลืมกำพืดตัวเองสิครับ นี่พวกแกคงยังไม่รู้สินะว่าสารวัตรก็เป็นคนของสิ่งเอ็ง”

“ใช่ จางซูเหลียงเลี้ยงฉันมา แต่ที่โตขึ้นมาได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะฉันสร้างมันขึ้นมาเอง คนอย่างฉันจะไม่กลับ ไปจมปลักอยู่กับโคลนตมอย่างพวกแกแน่นอน...อุกฤษณ์”

“พูดอะไรเกรงใจคุณมรกตน้องสาวสารวัตรบ้างสิครับ ตอนนี้คุณมรกตมีฐานะเป็นนางบำเรอของนายท่านอยู่ อย่าลืมสิ ฮ่ะๆๆ”

 “ไอ้เลว!!” กริชโกรธมากพุ่งเข้าชกหน้าอุกฤษณ์

อดิศักดิ์ กำพล และเอื้อมต่อสู้กับทีมเอ แคทปะทะกับยิปซี...

ฝ่ายกริชล้มอุกฤษณ์ลงได้ พวกอดิศักดิ์ก็ยิงพวกทีมเอได้หมด แต่ไม่ทันไรอุกฤษณ์ลุกขึ้นมาจะยิงใส่กริช กำพลตาไวเห็นเสียก่อนจึงยิงอุกฤษณ์ตายคาที่ แต่กระสุนของอุกฤษณ์ก็พุ่งเฉี่ยวไหล่กริชเลือดกระฉูด

“แผลแค่นี้ผมยังไม่ตาย รีบไปหาเครื่องการูด้ากันเร็ว” กริชเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หวั่น

สิงห์ล้มนิทัศน์ได้ไม่ยาก นิทัศน์โวยให้ฆ่าตน แต่สิงห์เห็นว่าเราโตมาด้วยกัน ไม่ว่าเพื่อนจะเลวขนาดไหนก็ฆ่าไม่ลง อดิศักดิ์เข้ามาช่วยใส่กุญแจมือนิทัศน์ส่งตัวให้ทหารคุมตัวไป

ด้านคมน์ทำให้ฮักเหลี่ยมทรุดลงได้ กริชเร่งคมน์ว่าเป้าหมายเราคือจางซูเหลียง ฮักเหลี่ยมลุกขึ้นมาท้าสู้กับคมน์อีก กำพลกับเอื้อมเข้ามาขวางแล้วเหยียดว่า อย่างเรามันถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน

ในที่สุดกำพลกับเอื้อมก็ช่วยกันรุมฮักเหลี่ยมอยู่พักใหญ่กว่าจะโค่นมันลงได้จริงๆ

ooooooo

แคทโดนยิปซีทำร้ายจนน่วม อดิศักดิ์ตามมาช่วยเอาร่างกำบังแคทไว้ แคทบอกเขาว่าเราสู้ยิปซีไม่ได้ อดิศักดิ์ไม่สนใจหันไปต่อสู้ให้แคทหนีไปก่อน แต่ร่างกายเธอบอบช้ำจนลุกไม่ขึ้น

ยิปซีรู้จุดอ่อนของอดิศักดิ์จึงพุ่งเป้าไปที่แคทหลายครั้ง แต่อดิศักดิ์ก็เอาร่างตัวเองรับแทนจนกระอักเลือด ยิปซียิ้มเยาะแล้วเดินจากไป แคทกระเสือกกระสนเข้าหาคนรักด้วยความเป็นห่วง เขากลับถามเธอว่าเจ็บไหม

“ห่วงตัวเองบ้างสิ เธอเจ็บกว่าเราอีก”

“เรายังไม่ได้ถ่ายพรีเวดดิ้งกันเลย” อดิศักดิ์ยังฝืนยิ้มแย้ม

“ไม่เป็นไร ไม่ถ่ายก็ได้”

อดิศักดิ์หยิบแหวนออกมา “ขอโทษนะที่ต้องเซอร์ไพรส์ตอนนี้ แต่งงานกับเรานะ”

“ได้ สวมแหวนให้เราสิ” แคทน้ำตาคลอ

ชายหนุ่มค่อยๆจับมือเธอขึ้นมาเพื่อสวมแหวน แต่ไม่ทันได้สวมก็สิ้นใจเสียก่อน แคทน้ำตาไหลพรากรู้ว่าคนรักจากไปแล้ว แต่ก็ทำเป็นบ่นอย่างที่เคยบ่นเรื่อยมา

“สวมแหวนสิ ทำไมคิดเองไม่เป็น ต้องให้เราบอกตลอด สวมแหวนสิตาบ้า”

 แคทดันแหวนลงไปที่นิ้วตัวเอง “มันคับไปหน่อย ตอนซื้อทำไมไม่ถามฉัน ทีหลังจะซื้อแหวนต้องเรียกฉันไปด้วยนะ...อย่าทิ้งฉันไปสิ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว”

แคทร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจ แต่แล้วรวบรวมพละกำลังพยุงกายตามมาล้างแค้นยิปซีที่ต่อสู้กับทหารใกล้เชิงบันได ยิปซีล้มทหารลงได้และหันมาเห็นแคทก็เยาะหยันที่ยังไม่ตาย แคทเสียงกร้าวว่า

“ฉันจะตายก็ต่อเมื่อได้แก้แค้นเธอ”

แคทรวบรวมกำลังพุ่งเข้าใส่ยิปซี แต่โดนเธอทุ่มออกมาหลายครั้ง ถึงกระนั้นแคทก็ไม่ยอมแพ้ ล่อหลอกให้ยิปซีพุ่งเข้าหาแล้วเอี้ยวตัวหลบ ยิปซีประมาททำให้ร่างลอยละลิ่วตกลงมาชั้นล่างคอหักตาย แคททรุดฮวบลงอย่างเหนื่อยอ่อน

ooooooo

คมน์ กริช และสิงห์ขึ้นมาชั้นบนเพื่อแยกย้ายกันหาตัวจางซูเหลียง...

จางซูเหลียงอยู่ในห้องลับเห็นทุกอย่างผ่านกล้องวงจรปิด เห็นว่าลูกน้องกำลังพ่ายแพ้ มรกตถามเขาว่า

“คุณจางคะ มีคนบุกเข้ามาแบบนี้เราจะทำยังไงกันดี”

“ฉันล็อกห้องเอาไว้แล้ว พวกมันเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้แน่”

“แล้วบนดาดฟ้าล่ะคะ พวกมันจะทำลายเครื่องของเราหรือเปล่า”

“พวกมันไม่กล้าหรอกที่รัก เธอคอยดูนะ คนอย่างฉันมีแผนสำรองเสมอ”

จางซูเหลียงเดินไปกดสวิตช์ที่มุมหนึ่ง ในจอมีควันพุ่งออกมาจากหลายที่ พวกทหารของคมน์สูดดมแล้วล้มลง

กองกำลังทหารที่จับตัวฮักเหลี่ยมไว้ได้สูดดมควันพิษล้มลงเป็นแถว กำพลกับเอื้อมแน่ใจว่ามีควันพิษจึงรีบไปตามหาแคทกับอดิศักดิ์

เวลานั้นแคทกำลังคลานหนีอย่างอ่อนแรง กำพลกับเอื้อมวิ่งมาเห็นเข้าอุ้มเธอออกไปนอกตึก ทหารหลายนายที่หนีออกมาทันก็รู้สึกวิงเวียนกันบ้าง

ส่วนสิงห์เห็นควันพิษก็ดึงกริชหลบเข้าห้องหนึ่งที่ควันพิษเข้ามาไม่ถึง ส่วนคมน์อยู่อีกทาง เขารีบเปิดหน้าต่างแล้วปีนออกมายืนด้านนอก

จางซูเหลียงเห็นในจอว่าทุกคนนอนสลบก็เข้าใจว่าคงตายหมด มรกตใจหายเป็นห่วงกริช คมน์ และคนอื่นๆ

“พวกมันตายกันหมดแล้ว”

“ไม่เหลือเลยเหรอคะ”

“จ้ะ ไม่เหลือแม้แต่ชีวิตเดียว”

“แล้วแผนการของคุณล่ะคะ”

“ยังดำเนินต่อไป พายุและคนของฉันที่วางตัวเอาไว้จะทำลายทุกอย่างให้ย่อยยับ โดยที่ฉันไม่ต้องทำอะไรเลย”

จางซูเหลียงพูดอย่างสะใจ พลางลูบไล้ใบหน้ามรกตด้วยความรัก

ooooooo

ภายในห้องทำงานท่านนายกฯ เลขารายงานว่าเรายึดสถานีโทรทัศน์ไว้ได้แล้ว ขอให้ท่านแถลงข่าว ท่านนายกฯจึงให้เตรียมสคริปต์ปลอบขวัญประชาชนไม่ให้แตกตื่น

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เลขาเข้าใจว่าเป็นทีมถ่ายทอดสด แต่พอเปิดประตูเข้ามากลับเป็นเฟ ฟาง แก้ว

ทั้งสามเป็นเหยื่อสะกดจิตของสิ่งเอ็ง ชักปืนยิงบอดี้การ์ดของท่านนายกฯตายแล้วจับตัวท่านนายกฯ บังคับให้แถลงข่าวบอกคนทั้งประเทศยอมสยบอยู่ใต้อำนาจของจางซูเหลียง ทั้งสามพาท่านนายกฯมาที่ห้องทีวี ทีมงานตกใจเมื่อเห็นนายกฯถูกคุมตัว

เฟเอาปืนจ่อขู่ไม่ให้ใครขัดขืน นายกฯถามว่า ถ้าตนยอมอ่านแล้วจะหยุดพายุ หยุดทำลายบ้านเมืองหรือไม่

“ไม่มีข้อต่อรอง ทำเดี๋ยวนี้!”

ผู้พันพิชิตปรากฏตัวขึ้นยิงใส่เฟ ฟาง แก้วอย่างแม่นยำ แล้วเข้ามาโค้งคำนับ

“ท่านนายกฯปลอดภัยแล้วครับ ผมขอโทษที่ตัดสินใจแบบนี้”

นายกฯพยักหน้าโล่งอก...ในเวลานั้นที่ตึกร้างกลางกรุง จางซูเหลียงพามรกตออกมาจากห้องลับ บอกเธอว่าได้เวลาจะไปดูความพินาศแล้ว ทันใดคมน์ปรากฏตัวขึ้น จางซูเหลียงตกใจที่เขายังไม่ตาย ดันมรกตให้ถอยห่าง ออกไป

“คนที่จะตายก่อนคือแกต่างหาก ไอ้เฒ่าปิศาจ”

“แล้วคิดว่าแกเพียงคนเดียวจะจัดการฉันได้งั้นเหรอ”

กริชกับสิงห์เดินออกมาจากมุมหนึ่ง สิงห์ประกาศกร้าว

“ใครบอกว่าคนเดียวล่ะครับนายท่าน ยังมีอีกสอง”

“ไอ้สิงห์ ไอ้กวง!”

“เรียกผมว่ากริชเท่กว่าครับ เพราะว่าเราขาดกันนานแล้ว”

จางซูเหลียงแค้นใจตวาดด่า “ไอ้คนอกตัญญู”

คมน์ให้เขาหยุดเครื่องการูด้าเดี๋ยวนี้ แต่จางซูเหลียงบอกว่าอะไรที่สั่งไปแล้วยกเลิกไม่ได้

“แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับชัยชนะบนซากปรัก หักพัง”

กริชเตือนออกไปแต่จางซูเหลียงตอบโต้ทันใดว่า

“ความสะใจไงล่ะ ถ้าข้าไม่มีความสุข คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขอีกต่อไป”

“เนี่ยเหรอผู้ทรงอำนาจ เป็นถึงหัวหน้าสมาคมสิ่งเอ็ง แต่กลับต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆเหมือนคนพเนจร แก่จนป่านนี้แล้วลูกหลานซักคนก็ไม่มี ชีวิตที่เหลือก็เหมือนนักโทษที่ถูกขังไว้ด้วยความเหงา น่าสมเพชจริงๆ”

คมน์จี้ใจดำจางซูเหลียง สิงห์ช่วยตอกย้ำอีกคนว่า

“นี่จะบอกให้นะนายท่าน ไม่มีลูกน้องคนไหนที่เขารักนายท่านหรอก ที่เขาเชื่อฟังก็เพราะเขาหวาดกลัว ถ้าวันใดที่นายท่านแก่ตัว วันนั้นนายท่านโดนจัดหนักแน่... ขอบอก”

ไม่แค่นั้น กริชยังเสริมให้เจ็บแค้นลงไปอีก “อุตส่าห์เก็บเด็กมาเลี้ยงเป็นร้อยๆคน แต่ไม่มีใครรักท่านสักคน บางที...เรื่องแบบนี้ก็ต้องพิจารณาตัวเองกันบ้างนะครับท่าน”

“ไอ้พวกสารเลว!!”

จางซูเหลียงโกรธจัดสะบัดฝ่ามือโดยใช้พลังไทชิ ทำให้ทั้งกริช คมน์ และสิงห์เซล้มกันไป

กริชชักปืนออกมายิงใส่ แต่จางซูเหลียงหลบกระสุนได้ ใช้พลังผลักกริชกระเด็นปืนหลุดมือ

ooooooo

นาฬิกาเดินมาถึงเวลา 15.40 น. ท้องฟ้ามีลมพายุหมุนรุนแรงเกิดขึ้นที่บริเวณทุ่งนารอบนอกกรุงเทพฯ ชาวบ้านพากันวิ่งหนีพายุ คนและสิ่งของลอยกระเด็น...

ผ่านไปสิบนาทีเกิดพายุลูกที่สองบริเวณใกล้เคียงกับที่แรก ชาวบ้านวิ่งหนีตายอลหม่าน

ขณะนั้นกริช คมน์ และสิงห์ยังพยายามเข้ารุมจางซูเหลียง แต่ก็โดนพลังไทชิกระเด็นกันไปไม่เป็นท่าหลายครั้ง จนกระทั่งต่างกระอักเลือด กริชนึกถึงคำพูดของตวนกูคัสตาฟา ก็พึมพำออกมา

“กายและจิตไหลลื่นอ่อนโยน...ประสานไปในทางเดียวกัน”

สิงห์งงว่าสารวัตรพูดอะไร กริชบอกว่า

“จุดอ่อนของจางซูเหลียงคือจิตใจ เราต้องตีให้ตรงจุด”

คมน์รีบถามว่าจะตีอย่างไร กริชสวนว่าไม่รู้...แล้วทั้งสามก็เข้าโจมตีจางซูเหลียงอีกครั้ง แต่ก็กระเด็นกันออกมาคนละทิศละทาง กริชกระเด็นมาตรงที่ปืนตกอยู่ คมน์มาล้มลงแทบเท้ามรกต เธอมองเขาแล้วยื่นมือให้เพื่อจะช่วยดึงให้ลุก

คมน์จับมือมรกตและสบตาจริงจังก่อนถามว่า “ยังจำฉันได้เหรอที่รัก”

จางซูเหลียงเห็นแล้วรู้สึกหึง จังหวะนั้นเองที่กริชคว้าปืนขึ้นมายิงใส่ทำให้กระสุนถูกจางซูเหลียงถึงกับเซ กริชจับจุดได้ทันที

“ใช่แล้ว ไอ้ชีพ...มันหึงแกกับมรกต”

คมน์ได้ยินเช่นนั้นก็สบตามรกตอย่างเข้าใจ ดึงตัวเธอเข้ามากอด จางซูเหลียงแทบคลั่ง ลุกขึ้นมองตาเขียว กริชฉวยโอกาสยิงซ้ำอีกนัด แต่พอจะตามไปยิงอีก ก้านเอาปืนจี้ตัวรจิตเดินเข้ามา

“เฮ้ย...หยุด!”

ทุกคนชะงักเมื่อเห็นว่ารจิตตกอยู่ในอันตราย แต่เธอกลับร้องบอกอย่างไม่กลัวตาย

“กริช...ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน จัดการจางซูเหลียงก่อน”

“เอาสิ ถ้าใครทำนายท่าน นังรจิตตายแน่” ก้านขยับปืนขู่

กริชเห็นก้านเอาแขนล็อกคอคนรักก็ฮึดฮัด สิงห์ต้องดึงไว้บอกให้ใจเย็น จางซูเหลียงลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง ชูรีโมตในมือพร้อมเข่นเขี้ยว

“เห็นใช่ไหมว่านี่อะไร”

จางซูเหลียงกดปุ่มลงโทษกริช เท่านั้นสารวัตรหนุ่มก็ลงไปนอนดิ้นพราด

“รสชาติของการลงโทษสมาชิกสิ่งเอ็ง ที่แกไม่มีวันลืมแน่นอน”

จางซูเหลียงหัวเราะร่าแล้วหันมาทางสิงห์ “คราวนี้ก็ตาเอ็ง...ไอ้สิงห์”

“ฮ่ะๆ ข้าไม่ใช่ทาสของเจ้าอีกต่อไปแล้ว จางซูเหลียง”

สิงห์หัวเราะเยาะเพราะเขาได้รับการผ่าตัดเอาชิปที่ฝังอยู่ด้านหลังคอออกแล้ว

“โชคดีที่มีเพื่อนดี ข้าผ่าตัดเอาชิปออกแล้วโว้ย... นายท่าน”

จางซูเหลียงโกรธมาก รวบรวมพลังไทชิซัดทุกคนกระเด็นล้มลงทั้งหมดรวมทั้งมรกตด้วย แล้วสั่งก้านให้ฆ่าทุกคน ก้านรับคำและจะยิงใส่กริชเป็นคนแรก แต่รจิตกระโจนเข้ากัดแขนทำให้กระสุนพลาดเป้า กริชพุ่งเข้ารวบตัวรจิตล้มกลิ้งลง ก้านทำท่าจะยิงใส่แต่สิงห์พยายามลุกขึ้นหยิบมีดที่ซ่อนไว้ปาไปปักหัวก้านล้มทั้งยืนตายคาที่

จางซูเหลียงซัดพลังใส่อีกครั้ง สามหนุ่มกับรจิตกระเด็นล้มลงจุกตามๆกัน มรกตทำทีหวาดกลัววิ่งเข้าหาจางซูเหลียง แต่เขาตัดพ้อว่าเธอรักคมน์  หญิงสาวยืนยันว่า

“ฉันรักคุณคนเดียวค่ะ”

“แล้วทำไมยอมให้มันกอดจูบเธอ”

“คือว่าฉัน...”

“นังแพศยา!!” จางซูเหลียงตบมรกตล้มลงเลือดกบปาก

“ฆ่าฉันเลยสิคะ ฆ่าฉันเหมือนที่คุณฆ่าคุณน้า”

มรกตร้องไห้ จางซูเหลียงเห็นน้ำตาของมรกตก็เริ่มรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ

“ไม่...ฉันจะไม่ฆ่าเธอ แต่ฉันจะฆ่าพวกมัน”

หัวหน้าสิ่งเอ็งโกรธแค้นหันไประบายอารมณ์ด้วยการซัดสิงห์กระเด็นอย่างรุนแรง กริชเข้าช่วยแต่ก็ถูกเหวี่ยงกระแทกผนังจนลุกไม่ขึ้น รจิตร้องลั่นด้วยความเป็นห่วง จางซูเหลียงยิ่งกราดเกรี้ยว จับรจิตเหวี่ยงไปหากริช ตวาดว่ารักกันมากก็ตายไปพร้อมกัน

คมน์ลุกเดินโซเซจะเข้าช่วย กลับโดนจางซูเหลียงซัดล้มแล้วกระทืบด้วยความเกลียดชัง ชักปืนออกมาจะจ่อยิง “เพราะแกคนเดียว เป็นเพราะแกคนเดียว ตายซะเถอะ”

“ไม่ค่ะ คุณยิงเขาไม่ได้!” มรกตถลาเข้าขวางเอาไว้ จางซูเหลียงถามว่าทำไม หญิงสาวสะอื้นเอามือลูบท้อง “ฉันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆที่ต้องการผู้ชายธรรมดาๆ พลังไทชิทำให้คุณจางทำสิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ฉันขอโทษค่ะ”

“เธอกำลังจะบอกอะไรกับฉัน”

มรกตจับมือนายท่านไปวางที่ท้องตน “คุณจางคะ ฉันท้อง...”

จางซูเหลียงตกใจตาโพลง จิตเปิด นึกถึงอดีตที่ตัวเองแทงจิงซูโดยไม่รู้ว่าเธอตั้งท้อง...มรกตแอบหยิบมีดจากศพจิงซูออกมาด้วย เธอใช้มีดเล่มนั้นแทงจางซูเหลียง เขาสะดุ้งเฮือกอย่างไม่คาดคิด มองมรกตด้วยสายตาผิดหวัง แล้วล้มลงสภาพเดียวกับจิงซูตอนโดนแทงตาย

มรกตกระชากมีดออกจากร่างจางซูเหลียง ในมือเต็มไปด้วยเลือด จากนั้นก็ทิ้งมีดลงพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่นาฬิกาบอกเวลา 16.00 น.

ooooooo

ที่เครื่องการูด้าบนดาดฟ้า นกอินทรีกำลังหมุนวนไปมา พร้อมกับเสียงเพลงเวอร์ชันปีศาจ แต่มีเสียงร้องน้ำเสียงแหบแห้งฟังแล้วรู้สึกเหงา ปวดร้าวระคนเจ็บปวด สภาพอากาศแปรปรวนหนักขึ้น ท้องฟ้ามืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆฝน ลมพายุหมุน

กรุงเทพฯถูกถล่มด้วยพายุ ต้นไม้หักโค่น ผู้คนวิ่งหนีส่งเสียงร้องระงม...คมน์ กริชและสิงห์ขึ้นมาพยายามหาวิธีปิดเครื่อง มรกตกับรจิตมองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน สิงห์ตัดสินใจวิ่งกลับลงไปเพื่อจะตัดมือจางซูเหลียงมาสแกนปิดเครื่อง เวลาเหลืออีกแค่สองนาที

กริชถามทำอย่างไรจะหยุดไอ้เครื่องนี้ได้ คมน์บอกคนที่จะหยุดมีแต่จางซูเหลียงเท่านั้น ไม่ทันไรสิงห์วิ่งชูมือจางซูเหลียงขึ้นมาสภาพเลือดยังโชกน่าสยดสยอง รจิตเห็นแล้วโผซุกหน้ากับอกกริชด้วยความกลัว คมน์รับมือนั้นมา จับนิ้วทาบลงไปบนเครื่อง นาฬิกายังนับถอยหลัง กริชเห็นว่าที่นิ้วเปื้อนเลือดก็เข้าไปเอาผ้าเช็ด แล้วทาบกดลงไปใหม่ นาฬิกาหยุดเดินทันที ปรากฏตัวหนังสือ Finger print correct จากนั้นก็มีไฟแดงให้เลือกว่าจะ STOP หรือ ENTER

คมน์รีบกดปุ่ม STOP ทุกคนพากันถอยห่าง เพราะปรากฏคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่ว จากนั้นก็ค่อยๆจางหาย ท้องฟ้ากลับมาสว่างสดใสเหมือนไม่เคยเกิดเหตุร้ายมาก่อน ผู้คนที่วิ่งหนีพายุต่างประหลาดใจ มรกตดีใจกระโดดกอดคมน์ รจิตโผกอดกริชดีใจที่ทำสำเร็จ

ooooooo

เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ท่านนายกฯ จัดงานชื่นชมวีรบุรุษในสวนร่มรื่น บนเวทีมีคมน์ กริช สิงห์ มรกต แคทที่ถือรูปอดิศักดิ์ไว้ กำพล เอื้อมและทหารอีกหลายนาย ทุกคนได้ติดเหรียญกล้าหาญ ผู้พันพิชิต ไสว สุธรรม จิตรี รจิตและแขกเหรื่อต่างปรบมือแสดงความยินดี

“วิกฤตการณ์ที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์ในความกล้าหาญ และเสียสละของเหล่าวีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ ถ้าไม่ได้พวกเขา ก็อาจไม่มีรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะเหมือนเช่นทุกวันนี้ ผมขอโทษที่ไม่อาจเปิดเผยวีรกรรมของพวกท่านต่อสาธารณชนได้ด้วยเหตุผลบางประการ แต่อย่างไรก็ดี ผมในนามของประชาชนคนไทยทุกคน จะขอรำลึกนึกถึงสิ่งที่ท่านทำให้กับพวกเราโดยไม่มีวันลืม ขอขอบคุณและขอเสียงปรบมือให้กับวีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระของเราทุกคนครับ”

เสียงปรบมือดังขึ้น...ในคืนวันนั้น งานเลี้ยงยังดำเนินไป แคทรู้สึกวิงเวียน วางรูปอดิศักดิ์แล้วนั่งมองน้ำตาคลอ มรกต รจิต กำพลและเอื้อมเข้ามานั่งข้างๆ รจิตถามอาการอย่างห่วงใย

“ถ้าอดิศักดิ์อยู่ด้วย วันนี้ก็คงจะภูมิใจมากเลยนะคะ” มรกตพูดอย่างสะเทือนใจ

“ค่ะ ถ้าเขาอยู่ เขาก็คงจะดีใจมากที่วันนี้พวกเราได้รับการเชิดชูเกียรติ แล้วก็...”

“แล้วก็อะไรคะ...”

“อย่าบอกนะว่าที่เวียนหัวเมื่อกี้ เป็นเพราะ...” มรกตคาดคะเน แคทยิ้มอายๆแล้วรับว่า

“ค่ะ แคทท้องแล้วค่ะ”

กำพลกับเอื้อมลุกพรวดด้วยความตื่นเต้นที่พวกเขาจะมีหลาน เอื้อมพลั้งปาก

“อะไรกันเนี่ยพี่แคท ยังไม่ได้ถ่ายพรีเวดดิ้ง ยังไม่ได้แต่ง แล้วมีหลานได้ไง”

“นี่มันยุค 4.0 แล้วนะเอื้อม ทุกอย่างแคทจัดของแคทเองทั้งนั้น ถ้ามัวแต่รออีตาบ้านี่ ก็ไม่ได้ลูกกันพอดี”

ทุกคนหัวเราะกับความกล้า ตรงไปตรงมาของแคท หญิงสาวหัวเราะอายนิดๆ

ooooooo

ในงาน คมน์เข้าสวมกอดสุธรรมกับจิตรี ผู้พันพิชิต กริชและไสวยืนยินดีอยู่ใกล้ๆ จิตรีบอกกับคมน์ว่า รู้ไหมว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงมีชีวิตรอดมาได้ คมน์รู้ว่าเพราะสิงห์

“ใช่ลูก ถ้าไม่ได้สิงห์ พ่อกับแม่ก็คงตายไปแล้ว”

“ต้องขอโทษคุณทั้งสองด้วย ผมเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ทำให้พวกคุณกับลูกชายต้องมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้” ผู้พันพิชิตก้มหัวรับผิด

“เพื่อชาติ พวกเราเสียสละได้ครับท่าน ไม่มีปัญหา” สุธรรมยิ้มแย้ม

“แค่ได้ลูกกลับคืนมา แม่ก็มีความสุขที่สุดแล้ว”

“ฉันเองก็ต้องขอโทษนายด้วยที่เคยชกหน้า แล้วก็เข้าใจผิด คิดว่านายเป็นผู้ร้าย”

“ผมจะยกโทษให้ก็ต่อเมื่อคุณยกน้องสาวให้ผม ...โอเคไหมครับพ่อ แม่” คมน์ยิ้มทะเล้น

สุธรรมบอกลูกรักใครพ่อกับแม่ก็รักด้วย กริชหันไปถามไสว เขาบอกไม่มีปัญหา กล้าขอก็กล้าให้ ทุกคนหัวเราะครืน กริชแทรกขึ้นว่า

“แต่ผมว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับฝีมือหมวดคมน์มากกว่านะครับ ว่าจะจีบน้องสาวผมติดหรือเปล่า”

ทุกคนเห็นด้วย...ทางด้านสิงห์ยืนแจกลายเซ็นให้พวกสาวๆในงาน มรกตเข้ามาคุยกับไสว เธอขอโทษที่ทำไม่ดีกับพ่อ ไสวเข้าใจดีว่าลูกถูกสะกดจิต กริชเข้ากอดขอบคุณที่พ่อเลี้ยงตนกับน้องมาอย่างดี ทั้งที่พวกตนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข มรกตเห็นด้วยและยืนยันว่าตนรักพ่อมากที่สุดในโลก ไสวยิ้มรับอย่างตื้นตันใจ

คมน์เข้ามาส่งซิกให้กริชเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนจะมาโค้งให้มรกตเพื่อพาออกไปเต้นรำ รจิตถือเครื่องดื่มมาให้กริชพอดี กริชหันมาขอบคุณ

“ดีใจจังที่แฟนผมน่ารัก ช่างเอาอกเอาใจ”

“อันนี้โปรโมชันก่อนแต่งนะคะ”

“มีแบบหลังแต่งด้วยเหรอ”

“อันนี้ก็ต้องดูเอาเองสิคะ ว่าจะต่างกันแค่ไหน” รจิตทำหน้าทะเล้น กริชยิ้มมีความสุข มรกตเต้นรำกับคมน์ เธอถามเขาไม่โกรธหรือที่ถูกตนยิงปางตาย ชายหนุ่มทำหน้าเศร้านิดๆบอก ไม่โกรธแต่เสียใจ อกหักมากตอนนั้น หญิงสาวขอโทษ

“มองในแง่ดี มันทำให้ผมแน่ใจในตัวเองว่า ผมรักคุณมากแค่ไหน”

“อันนี้เขาเรียกว่าคิดบวกใช่ไหมคะ”

“ใช่ แต่มีเรื่องนึงนะครับที่คิดบวกไม่ได้ ขอเคลียร์กันหน่อย ซีเรียสมาก” มรกตทำหน้าฉงน “ก็เรื่องที่คุณบอกจางซูเหลียงว่าท้องกับผม”

“นี่...เรายังไม่มีอะไรกันนะ จะท้องได้ไง”

คมน์อ้างคำพูดที่เธอบอกจางซูเหลียง มรกตอธิบายว่าตนเล่นละคร เพื่อทำให้จางซูเหลียงเผลอตัวจะได้หาโอกาสจัดการกับเขา คมน์โล่งอก

“คุณก็เหมือนกัน อย่าเผลอ...ถ้าแต่งงานกันแล้ว ความประพฤติเปลี่ยนไปก็โดนแน่”

“หา! อะไรนะ แต่งงาน!!”

“จะแต่งไหม บอกมาตรงนี้เลย ถ้าไม่แต่งฉันจะได้มองหาคนใหม่ ไม่อยากเสียเวลา”

“แต่งสิแต่ง อยากแต่งวันนี้พรุ่งนี้เลย จัดมาๆ โอ๊ะๆ เดี๋ยวๆ ขอซ้อมๆ”

“บ้า! มาซ้อมอะไรตอนนี้ คนเยอะแยะ”

คมน์ดึงมือมรกตให้ไปหาพลอดรักกันเงียบๆ กริชมองมา อยากทำแบบนั้นกับรจิตบ้าง ดึงเธอมาจูบโดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวเขินอายจนหน้าแดง...

สิงห์แจกลายเซ็นเสร็จเดินเลี่ยงออกมานอกงาน กริชจูงมือรจิตเข้าขวางหน้าถามจะไปไหน คมน์กับมรกตตามมาสมทบ สิงห์ทำหน้ายียวนถามกริชว่าจะจับตนหรือ

“สำหรับความผิดเก่าๆ ถ้าไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ฉันก็เอาผิดไม่ได้”

คมน์อยากรู้ว่าเขาจะไปไหน สิงห์บอกที่อยู่สำหรับคนอย่างตนคือในป่า กริชย้ำว่าอย่าก่อคดีอีก

“ปัดโธ่สารวัตร เป็นวีรบุรุษไปแล้วคงไม่กลับไปเป็นโจรอีกหรอกน่า”

“ขอบใจนะ ที่เสียสละเพื่อชาติ” คมน์ยิ้มให้อย่างจริงใจ

“เรื่องเสียสละเพื่อชาติ มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีอาชีพอะไร ถ้ามีโอกาสได้ช่วยชาติ ใครก็ทำกันทั้งนั้น เชื่อสิ”

กริชอวยพรให้โชคดี สิงห์หันมาลาสาวๆ แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างสุดเท่ สองหนุ่มหันมาชวนคนรักของตัวเองไปซ้อมแต่งงานต่อ สองสาวผลักไสด้วยท่าทีเขินอาย พอดีมีเสียงพลุจุดขึ้นบนท้องฟ้าอย่างสวยงาม ทั้งสี่คนยิ้มแย้มมีความสุข มองภาพความสวยงามนั้นด้วยความประทับใจ

ooooooo


–อวสาน–


ละครเล็บครุฑ ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านเล็บครุฑ ติดตามเล็บครุฑ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศิวัตน์ โชติชัยรินทร์,จีรนันท์ มะโนแจ่ม 15 มิ.ย. 2561 07:30 2018-06-18T23:57:36+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ