ตอนที่ 8
เพราะอยากเป็น บก.หนังสือเล่มใหม่ ณัฐหวังใช้ทางลัดด้วยการใช้ความสัมพันธ์พิเศษกับสาโรจน์บนเตียง
แต่ณัฐก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเห็นสาโรจน์แต่งตัวเตรียมออกไปทำงานแล้ว ณัฐถามอ้อนๆว่ายังเช้า อยู่เลยทำไมต้องรีบตื่น
“หึ...สายขนาดนี้แล้วยังบอกว่าเช้า มิน่าไลม์ถึงได้ยอดขายตามหลังเซเลบทุกเล่ม”
ณัฐลงจากเตียงมากอดจากข้างหลังอ้อนว่าตนกำลังพยายามอยู่ ให้โอกาสตนอีกหน่อย แล้วถามถึง บก.หนังสือเล่มใหม่ ถูกสาโรจน์ตัดบทว่า
“ณัฐ...บางครั้งณัฐก็ต้องใช้ ‘ฝีมือ’ ทำงานบ้างนะ” เห็นณัฐหน้าจ๋อย สาโรจน์เสียงอ่อนลงว่า “พี่เซ็นเช็คไว้ให้แล้วนะอยู่บนโต๊ะทำงาน...ไปหยิบเอาเอง”
ณัฐขอบคุณอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ แต่พอสาโรจน์ออกไป ณัฐก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ขอเงินอีก เขาตกใจถามว่าเพิ่งให้ไปล้านหนึ่งอาทิตย์เดียวหมดแล้วหรือ แต่พอได้ยินแม่ร้องไห้มาทางโทรศัพท์ ณัฐก็ใจอ่อนบอกแม่ว่าไม่ต้องร้องไห้ยังไงตนก็ต้องให้พ่อกับแม่อยู่แล้ว ไม่ทันพูดต่อปลายสายก็วางหูไปแล้ว ณัฐวางโทรศัพท์รำพึงเศร้าๆ...
“พ่อกับแม่รู้ไหมว่าผมต้องแลกมาด้วยอะไร”
ooooooo
เป็นความบังเอิญที่วันนี้มินตราไปซื้อของที่ห้างเจอพอลเข้าพอดี เธอหิ้วของพะรุงพะรัง อ้อนพอลว่าวันนี้ไม่ได้เอารถมา พอลทำใจแข็งแต่พอเห็นเธอทำหน้าเศร้าก็ใจอ่อนบอกว่าเดี๋ยวไปด้วยกัน
ที่แท้มินตรามารยา เธอแอบเอารีโมตกดล็อกรถแล้วเดินระโหยโรยแรงตามพอล จนพอลต้องหันมาช่วยหิ้วของไปที่รถของตน
พอไปถึงเซเลบ ลูกจันนั่งทำงานอยู่ พอลช่วย
มินตราหิ้วของเข้าไป มินตราจงใจแกล้งลูกจันทำเป็นเกรงใจจะหิ้วของเองเลยยื้อยุดกับพอลตรงนั้น ลูกจันเห็นเข้าหน้าบูดทันที ซ้ำขณะเดินผ่านลูกจัน มินตรายังทักทายเสียงหวานด้วย
พอลเห็นลูกจันก็จะทัก แต่พูดไม่ทันจบคำ ลูกจันก็สะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น พอลงง ไม่รู้โดนงอนเรื่องอะไรอีกแล้ว?
เป็นหน้าที่ของพอลที่ต้องเข้าไปง้อ เขาถามว่าเป็นอะไร เธอก็ยังทำหน้าบูด โดนถามหนักเข้าก็ทำเสียงดุ “เปล๊า...” พอลไม่เชื่อกุมมือบีบเบาๆ ถามว่ามีอะไรถ้าไม่พูดแล้วจะเข้าใจกันไหม?
“แกสิเป็นอะไร ทำไมต้องไประริกระรี้กับศัตรูของฉันด้วย” พอลเลยรู้ว่าเธองอนอะไร ชี้แจงว่าก็แค่บังเอิญไปเจอกันที่ห้างเลยช่วยพามาส่งเท่านั้นเอง พูดหวานว่าจะได้มาหาเธอด้วยไง และที่ช่วยมินตราหอบของพะรุงพะรังมันเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษ ถูกลูกจันเสียงแปร๊ดทันควัน “แกไม่ใช่สุภาพบุรุษ แกเป็นเกย์”
พอลชี้แจงว่า ไม่ว่าเพศไหนก็ควรมีน้ำใจกับคนอื่นทั้งนั้น ลูกจันพาลหาว่าเดี๋ยวนี้เขาเข้าข้างคนอื่นแล้วใช่ไหม? ไม่รักตนแล้วใช่ไหม! ทีแรกก็ทำเสียงดุเสียงแข็งแต่แป๊บเดียวก็น้ำตาคลอ จนพอลอึ้งคิดไม่ถึงว่าเธอจะคิดมากขนาดนี้
เห็นลูกจันเสียใจถึงขนาดนั้น พอลก็เครียด...เครียดจนมองไปทางไหนก็เกิดภาพหลอนเห็นแต่หน้าลูกจันน้ำตาคลอ
จนกระทั่งกลับถึงบ้าน พอลเอาใจรีบเอาน้ำส้มคั้นมาให้ ลูกจันสะบัดพรืดเดินเลยไป แต่ครู่เดียวก็มีเสียงครางอย่างเจ็บปวดจากลูกจัน พอลรีบเข้าไปดูเห็นเธอนั่งกดท้องหน้านิ่วอยู่
ดูอาการแล้ว พอลรีบไปเอากระเป๋าน้ำร้อนมาให้ จับลูกจันให้นั่งพิงตนแล้วสอดมือไปช่วยนวดให้ผ่อนคลาย อย่างงละมุนละไม จนลูกจันค่อยคลายความเจ็บปวดลง
ด้วยความรู้สึกดีที่พอลช่วยดูแลตน ลูกจันบอกว่าเรื่องวันนี้ตนยกโทษให้ แต่ต้องสัญญาว่า...
“แกจะไม่เห็นผู้หญิงคนไหนดีกว่าฉัน...แล้วแกต้องรักฉันที่สุดด้วย...” พอลตอบอือ...อือ...พลันเธอก็เสียงแปร๋นขึ้น “ทำไมแกเพิ่งจะมานวดให้ฉันตอนนี้ เดือนก่อนๆ ทำไมไม่นวด ปล่อยให้ฉันปวดแทบตายมาทุกเดือน”
พอลตั้งหลักไม่ทัน บอกว่าตนเพิ่งเรียนมา ถูกถามอีกว่าเรียนที่ไหน พอพอลบอกว่าชาวเขา ก็ถูกซักหนักขึ้นไปอีกว่า
“ชาวเขาเนี่ยนะ แกเจอชาวเขาเมื่อไหร่ ตอนถ่ายละครหรือ” พอลทำหน้าหน่ายกับความช่างซักถามของเธอทำเสียงอืม...ในลำคอแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่า ทำไมไม่ไปหาหมอรักษาล่ะ ก็ถูกแว้ดกลับ “เอาอีกละ แกก็พูดเหมือนเดิมทุกเดือน ก็บอกแล้วไงว่า ช็อกโกแลตซีสต์มันต้องผ่าตัด ฉันไม่อยากผ่า”
พอลถามว่าทำไม เธอบอกกลัวเจ็บ แต่พอพอลย้อนถามว่าร้อยไหมไม่เจ็บกว่าหรือ เธอตอบหน้าตาเฉยว่า เจ็บแต่ความจำเป็นมันผิดกันเพราะผ่าช็อกโกแลตซีสต์นั่น ไม่ผ่าก็ไม่ตายยังพอทนได้ แต่หน้าถ้าไม่เอาไหมมาร้อยมันจะห้อย อันนี้ทนไม่ได้!! ลดเสียงลงบอกว่า
“อีกอย่างหมอเขาบอกว่าผ่าไปมันก็ไม่หายขาด ถ้าอยากหายขาดต้องมีลูก แล้วแกจะให้ฉันมีลูกกับผู้ชายเลวๆเนี่ยนะ เอ๊ะ...รึว่าฉันจะมีลูกกับแกดี?” พอลตกใจถามว่ากะทันหันไปรึเปล่า? จะดีหรือ? แล้วจะทำตอนไหนล่ะ? “ดีสิ...เด็กหลอดแก้วน่ะเขาว่าคัดเชื้อเอาแต่เชื้อตัวดีๆ มาผสมได้เลย เด็กจะเพอร์เฟกต์มากนะแก”
“อ้าว...ผสมหลอดแก้วเหรอ” พอลครางออกมาอย่างผิดหวังมาก ลูกจันถามว่าหรือเขาอยากมีอะไรกับตนจริงๆ พอลทำเสียงสยองว่า “ม่ายอาว...ไม่อยากมี ไม่เคยคิดเลยจริงๆ”
พอหายงอนลูกจันก็กลับมาเป็นคนเดิมพูดคุยสนุกสนาน จนพอลบอกว่ากลับไปนอนได้แล้ว ลูกจันล้มตัวลงนอนเลย บอกว่าคืนนี้จะนอนที่นี่ ทำเอาพอลเครียด เสนอว่าตนไปนอนข้างนอกดีกว่าลูกจันจะได้นอนสบายๆ
“ไม่!! นอนด้วยกันบนนี้แหละ เผื่อฉันเป็นอะไรแกจะได้ช่วยทัน” ว่าแล้วหลับตานอนเลย พอลเครียดกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ ขยับจะนอนหันหลังให้ ลูกจันคว้าหมับสั่ง “ห้ามแกหันไปทางอื่น ฉันป่วย...ฉันต้องการความใส่ใจนะยะ แกต้องนอนดูฉันทั้งคืนด้วย!!”
พอลกลืนน้ำลายเอื๊อก...นึกในใจ จะไหวไหมวะเรา...
ในที่สุดพอลก็ไหว เพราะลูกจันนอนกอดหมอนข้าง กรนสนั่น จนพอลต้องคอยจับให้นอนหงายจะได้ไม่กรน เป็นอยู่อย่างนี้ทั้งคืน...จนพอลไม่มีเวลาที่จะ “ทนไม่ไหว” เลย
ooooooo
รุ่งขึ้นลูกจันบ่นว่าเมื่อคืนหลับไม่ค่อยสนิทเพราะเครียดว่าปกหน้าจะเอาคอนเซปต์อะไรดี เล่มนี้ยอดขายสูงเล่มหน้าต้องให้สูงกว่านี้อีก
“เล่มก่อนๆยอดขายสูง เลยต้องทำให้เล่มนี้ยอดสูงขึ้นกว่าเล่มก่อน แต่พอเล่มนี้ยอดสูง ก็ต้องมานั่งเครียดคิดทำให้เล่มหน้าสูงกว่าเล่มนี้อีก ตกลงยอดขายสูงเนี่ย มันทำให้มีความสุขจริงหรือ”
ลูกจันฟังแล้วทำท่าจะคล้อยตามแต่พริบตาเดียวก็เสียงเข้มขึ้นว่า
“มีความสุขสิ เพราะฉันได้เป็นที่ 1 โดยเฉพาะได้ชนะไลม์!!” พูดแล้วคว้ากาแฟของพอลไปดื่มบอกให้เขาไปชงใหม่ พอพอลจะหันไปชงกาแฟก็ถูกเรียก “เดี๋ยวพีท...” พอพอลหยุดเธอเดินไปกอดแน่นบอก “ขอบใจนะที่ดูแลฉันเมื่อคืน...ฉันรักแกนะพีท” พูดแล้วหอมฟอดหนึ่งยิ้มให้แล้วเดินไป พอลยืนอึ้งเอามือลูบรอยหอมที่แก้มพึมพำเศร้าๆ...
“ผมไม่ใช่พีท...”
ooooooo
พอไปถึงเซเลบ สุธีผู้จัดการฝ่ายการตลาดรายงานลูกจันว่าลูกค้ารีเควสต์ให้พีทขึ้นปกอีกรอบ ครั้งนี้ขอไท–อิน สินค้าด้วย ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่ม
ลูกจันถามว่าสินค้าอะไร สุธีบอกว่าน้ำหอมผู้ชาย สินค้าเน้นความดึงดูดใจทางเพศ เลยรีเควสต์ให้มีนางแบบถ่ายคู่พีทด้วย ลูกจันสั่งปีโป้ขอรายชื่อนางแบบที่กำลังมาแรงทันที แซนดี้ถามว่าจะใช้คอนเซปต์อะไรจะได้เตรียมหาชุดเลย
ปีโป้เย้ยลอยๆว่าสงสัยจะตันแล้ว โชคดีที่อาร์ตขี่ฮาเลย์จิ๋วเข้ามาจอดพรืดขอโทษที่มาสายเพราะรถสตาร์ตไม่ติดลูกจันดีดนิ้วเป๊าะ ไอเดียกระฉูดโพล่งออกมาอย่างมั่นใจ “มอเตอร์ไซค์!”
พอลถูกตามตัวด่วนให้มาถ่ายแบบ พอลเกี่ยงว่าตอนนี้ยังไม่อยากถ่ายแบบ เลยถูกเจ้าแม่ลูกจันอบรมยาวเหยียด...
“แกเป็นนายแบบ แต่ไม่อยากถ่ายแบบเนี่ยนะ พอเลยพีทไม่ต้องเรื่องมากเลย เชื่อฉันสิว่าการถ่ายแบบกับผู้หญิงและมอเตอร์ไซค์จะทำให้ภาพลักษณ์แกดู
แมนขึ้นอีกเยอะ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าภาพลักษณ์ของแกก็คือ ฉัน...ที่เป็นเพื่อนรักของแก ฉันต้องการความช่วยเหลือ และแกก็ต้องช่วย เคป่ะ?! จบนะแล้วเจอกัน...บาย”
พอลเลยต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างซิ่งหัวฟูมา ระหว่างนั้นอุ่นเรือนถามลูกจันว่าพีทยอมถ่ายไหม ลูกจันยิ้มอย่างผู้ชนะบอกอุ่นเรือน “ดูหน้าพี่สิจ๊ะ หน้าแบบนี้ ดูเหมือนคนทำอะไรแล้วไม่สำเร็จเหรอจ๊ะ”
“เย้...งั้นเดี๋ยวอุ่นจะรีบไปแจ้งให้ทีมงานเตรียมตัวเลยนะคะ” พออุ่นเรือนจะไป ถูกเรียกไว้
“แอนนี่!! เธอคงเป็นความไม่สำเร็จอย่างเดียวในชีวิตฉัน...มันยากมากใช่ไหมที่จะสร้างความเชื่อถือว่าตัวเองคือแอนนี่น่ะ!!”
อุ่นเรือนหน้าเจื่อน จากยิ้มร่าดีใจกลายเป็นจ๋อยสนิท งึมงำเบาๆ กลัวลูกจันได้ยิน “ยากค่ะ!!”
ooooooo
ความริษยาลูกจัน ทำให้มินตรากับปีโป้หาทางแคะคุ้ยอดีตของลูกจันเพื่อบั่นทอนภาพลักษณ์ของ บก.สวย เก่งของเธอ เพราะความจริงเธออาจเป็นแค่เด็กยากจนในชนบทห่างไกลก็ได้
พอดีมือถือมินตราดังขึ้น เธอลุกไปรับสาย ปรากฏว่าเป็นสายจากแม่ที่เป็นชาวนาโทร.มาโอดครวญว่า
คราวก่อนนาข้าวถูกตั๊กแตนลง คราวนี้น้ำท่วม ขาดทุนย่อยยับ แล้วเธอก็ปรี๊ดแตกเมื่อรู้ว่า “ไอ้มั่น” น้องชายจะมาเที่ยวกรุงเทพฯ เท่านั้นไม่พอยังต้องเสียอารมณ์เมื่อแม่เรียกชื่อเดิมว่า “มิ่ง” ตัดบทจะรีบโอนเงินให้ก่อนที่กำพืดของตัวเองจะถูกเปิดเผยมากกว่านี้
ที่แท้มินตราก็เป็นคนประเภท “วัวลืมตีน”
ดูถูกกำพืดของตัวเองแต่จะขุดคุ้ยกำพืดของลูกจันมาทำลายกัน
เมื่อได้รับออเดอร์ใหม่ที่ลูกค้ารีเควสต์คอนเซปต์มาให้ ลูกจันเรียกประชุมวางแผนทำงานกันทันที ปรากฏว่าทุกฝ่ายเตรียมงานมาอย่างดี ทุกส่วนพร้อมลุย
รุ่งขึ้นนางแบบหุ่นเอ็กซ์ก็ทำป่วน ความอึ๋มเอ็กซ์ของเธอ ทำเอาบรรดาผู้ชายในกองถ่ายพากันเลือดกำเดาไหลกันทั้งกอง! แม้จะรู้กันว่าเพราะอะไรแต่ต่างก็อ้างว่าเป็นเพราะแดดร้อน จนลูกจันถามอุ่นเรือนงงๆว่า
“นี่ผู้ชายเขาเซนซิทีฟกับอากาศร้อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย???”
น้องข้าวกล้องนางแบบอึ๋ม เวลาขึ้นซ้อนจักรยานยนต์ก็เบียดสีจนพอลเกร็ง อิ๋วจึงสั่งให้หยุดก่อน บอกลูกจันว่า
“คุณลูกจันคะ ลูกค้าเขาถามว่าวันนี้คุณพีทเป็นอะไรคะ ทำไมดูเกร็งขนาดนี้ คือสินค้าเนี่ยต้องการชูจุดขายว่าใช้แล้วผู้ชายจะดูหล่อ เท่ มีเสน่ห์ เจ้าชู้นิดๆ เอ่อ...แต่ท่าถ่ายแบบของคุณพีทวันนี้ดู...เอ่อ...” อิ๋วไม่กล้าพูดต่อ
ลูกจันเลยสั่งต๋อยให้หยุดพักทานข้าวเที่ยงก่อน ส่วนตัวเองขอยาแก้ไมเกรน กินแล้วพุ่งไปหาพอลทันที
ooooooo
ความอึ๋มของข้าวกล้องทำเอาผู้ชายในกองถ่ายกำเดาไหลกันหมด ลูกจันเห็นพอลท่าทางเกร็งๆก็นึกว่าพอลแพ้กลิ่นบางอย่างของข้าวกล้อง จึงเสนอตัวเป็นคู่ซ้อมให้คล่องก่อนแล้วค่อยถ่ายจริงกับข้าวกล้อง
เพราะความเป็นมืออาชีพและสนิทสนมกัน ทำให้ทั้งสองโพสท่าได้อย่างลื่นไหลสวยเก๋จนลูกค้าพอใจ
เสนอวิมาดาให้เอาลูกจันเป็นนางแบบแทนข้าวกล้อง ทีแรกลูกจันก็ปฏิเสธ จนวิมาดาต้องกล่อมว่า
“ที่จริงฉันก็ไม่อยากพูดหรอก เพราะมันเป็นเรื่องภายในของหนังสืออีกเล่ม แต่คงต้องบอกให้เธอรู้ เธอจะได้เข้าใจว่า ทำไมฉันต้องขอร้องให้เธอถ่ายแบบปกนี้ ทีนคลับน่ะยอดขายแย่มาหลายเล่มแล้ว สปอนเซอร์
ก็มีแต่ออกไม่มีเข้ามาเลย แต่ลูกค้ารายนี้เขาตกลงจะ
ซื้อสปอนเซอร์กับทีนคลับแถมให้ถ้าเซเลบเล่มนี้ได้เธอถ่ายปกคู่พีท”
ฟังแล้วลูกจันพูดไม่ออก ไปนั่งหน้าบูดที่มุมแต่งหน้าให้ช่างมะรุมมะตุ้มกันแต่งหน้าแต่งผม แต่งตัว แต่พอเสร็จ ทุกคนก็มองตะลึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยเฉี่ยวเป็นนางแบ๊บ...นางแบบ...สวยม้าก...สวยมาก...
ลูกจันโพสท่าอย่างมืออาชีพ พอลคล้อยตามอย่างลื่นไหล ทั้งนายแบบและนางแบบสวยหล่อเหมาะสมกันมาก พอลโพสจนเคลิ้ม มองนางแบบตาเป็นประกายวิบๆ ดูเป็นชายที่มีเสน่ห์และเจ้าชู้นิดๆ ตรงตามคอนเซปต์น้ำหอมเป๊ะ!
เพียงเช้าวันต่อมา ก็ปรากฏบิลบอร์ดใหญ่ยักษ์บนทางด่วนเป็นรูปคู่พอลกับลูกจันในภาพสุดท้ายที่เก๋ไก๋มาก สวยสะดุดตาจนรถบนทางด่วนติดยาว...
ณัฐดูบิลบอร์ดด้วยสีหน้าเครียดจัด ส่วนมินตราเห็นแล้วจิกตาอารมณ์เสีย พาลโมโหปีโป้ที่มาบอกเรื่องบิลบอร์ดที่ทางด่วนด้วย พูดประชดว่าตื่นเต้นนักก็ไปขอลายเซ็นเลยดีไหม ปีโป้หน้าคว่ำบ่นใส่ว่า
“เออดี...อิจฉาเขา แล้วมาเหวี่ยงใส่คนกันเอง ฮึ!!”
ooooooo
ตกบ่ายเท่านั้น อุ่นเรือนก็รายงานลูกจันอย่างตื่นเต้นว่ามีรายการทีวี 8 รายการ และสัมภาษณ์ 6 อีก 2 เป็นเกมโชว์เพิ่งติดต่อมาหยกๆให้ลูกจันไปออกรายการ
ลูกจันปฏิเสธเพราะมัวแต่ออกทีวี เซเลบเล่มใหม่ไม่ต้องออกพอดี ให้อุ่นเรือนตอบไปเลยว่าตนไม่สะดวก อุ่นเรือนบ่นเสียดาย ถ้าลูกจันไม่ได้เป็น บก.ป่านนี้คงได้เป็นดาราอย่างพีทไปแล้ว
“ไม่เอาหรอก เป็นดาราลำบากจะตาย เป็นตัวเองมากก็ไม่ได้ เวลาส่วนตัวก็ไม่มี เป็น บก.ลูกจันแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว” ลูกจันพูดอย่างอารมณ์ดี
ความสวย เก่ง เฉียบคมของลูกจันเข้าตาสาโรจน์ เขาบอกณัฐว่าลูกจันนี่แหละเหมาะที่สุดที่จะมาเป็นบก.หนังสือที่จะโกอินเตอร์ของตน ณัฐทำหน้าผิดหวัง สาโรจน์บอกให้เขาไปทำไลม์ให้ยอดขายนำเซเลบให้ได้เสียก่อนแล้วค่อยคิดมาเป็น บก.หนังสือใหม่ของตน
แต่พอเห็นณัฐอึ้ง สาโรจน์ก็เดินไปลูบไล้บ่าเขาพูดปลอบใจอย่างมีความหมาย
“แต่ในฐานะที่ณัฐเป็นคนพิเศษของพี่ พี่จะให้โอกาสณัฐอีกสักที ถ้าณัฐกล่อมลูกจันยอมมารับตำแหน่งบก.หนังสือพี่ได้ พี่ก็จะให้ณัฐเป็นรอง บก.คู่กับลูกจัน” เห็นณัฐทำท่าจะเถียง เขาตัดบทอย่างรู้ใจ “ใจเย็นๆสิ
ณัฐ...รอง บก.อาจจะดูไม่เท่เท่า บก. แต่รับรองว่าเปอร์เซ็นต์จากยอดขายพี่จะแบ่งให้ไม่แพ้กัน” ทำให้ณัฐตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
ooooooo
ฉลองยอดขายเซเลบสูงสุดอีกครั้ง และรายได้พิเศษจากการถ่ายแบบครั้งแรกของตน กอปรกับเป็นวันหยุดยาว ลูกจันจัดฉลองกับพอลเต็มที่
ลูกจันดื่มจนเมา พอลจะพาขึ้นไปนอนก็ไม่ยอม จะไปนอนนับดาวบนท้องฟ้า หลับตาบ้างลืมตาบ้างแต่ก็บรรยายดวงดาวกลุ่มต่างๆบนท้องฟ้าไม่หยุดปาก
เห็นแม้กระทั่งนายพรานในกลุ่มดาวนายพรานว่าวันนี้แต่งตัวเท้...เท่...
รุ่งขึ้นลูกจันเดินโซเซมาที่ห้องนั่งเล่นในสภาพแฮงก์มาก พอลชงกาแฟแก่ๆมาให้ดื่มแล้วถามว่าดีขึ้นไหม เธอพยักหน้าถามว่าเมื่อคืนตนขึ้นนอนตอนไหน
พอลตอบขำๆว่า “ก็ตอนนับดาวครบทุกกลุ่มแล้วไง” เลยถูกหาว่ามาชวนตนกินจนเมา ดื่มกาแฟอีกอึกใหญ่แล้วลุกขึ้นจะไปอาบน้ำถามพอลว่า วันนี้จะไปทำกิจกรรมอะไรดี บัลเล่ต์ไหม?
“ไม่!! ไม่บัลเล่ต์ ไม่โยคะ ไม่ทำหน้า!!” ลูกจันชวนไปทำเล็บก็ไม่เอา เลยถูกบ่นว่าไม่เอาอะไรสักอย่าง ดังแล้วเยอะ!
ไม่ทันตกลงอะไรกันได้ ก็มีสายจากแม่เข้ามือถือ ลูกจันรับแล้วอุทานตกใจ “ยายป่วยหนัก!!”
เลยเป็นหน้าที่ของพอลต้องขับรถพาไปดูยาย ต้องคอยปลอบใจเธอไปตลอดทางให้ใจเย็นๆ ยายคงไม่เป็นอะไรมากหรอก ลูกจันถามว่าเขาจำทางไปบ้านตนได้ไหม พอลไม่แน่ใจ เธอบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวบอกทางให้ แล้วทำท่าพะอืดพะอมจะอ้วก พอลถามว่าไหวไหม จอดรถให้อ้วกก่อนไหม
“ไม่เป็นไร ฉันกลืนไปแล้ว” พอลพยักหน้านอยด์ๆ แล้วขับรถมุ่งไปตามเส้นทางไปนครปฐม
พอรถจอดหน้าบ้านปุ๊บ ลูกจันก็โดดลงไปอาเจียนปั๊บ คุณยายแจ่มที่มารอรับ จิกตาไปทางพอลที่ก้าวลงจากรถด้วยสายตาพิฆาตทันทีเพราะคิดว่าลูกจันแพ้ท้องมา!
ขึ้นบ้านหลังใหญ่โตอลังการแล้ว ยายกับแม่รุมกันซักถามลูกจันเครียด ลูกจันหัวเราะลั่นถามยายกับแม่ว่า
“หนูเนี่ยนะท้อง ฮ่าๆๆ นึกว่าท้องกับนังพีทหรือ ฮ่าๆ ยายคิดได้ไงอ่ะ ตลกเนอะแกเนอะ”
ลูกจันชี้แจงกับแม่และยายว่าตนอ้วกเพราะเมื่อคืนหนักไปหน่อยเลยแฮงก์ นึกได้ถามว่ายายเป็นอย่างไรบ้าง หาหมอหรือยัง หมอว่ายังไงบ้าง ถามแล้วมองหน้ายายกับแม่ ลูกจันดูออกทันทีว่าถูกยายกับแม่หลอกให้กลับบ้านเท่านั้นเอง...
พอลมาถึงเจอสายตาพิฆาตของยายก็สยองพอแล้ว ยิ่งเมื่อรู้จากลูกจันว่าที่บ้านตนมีสัตว์เลี้ยงมากมาย แต่ล้วนเป็นตัวเมีย ครั้งหนึ่งยายช่วยหมาถูกรถชน แต่พอรู้ว่าเป็นหมาตัวผู้ยายก็เอาไปตอนเสียเหลือแต่ตอ
“ตัวเมียทั้งหมดเลยเหรอ เออะ...ท่าทางยายคงเกลียดผู้ชายมากเลยเนอะ” พอลถามหน้าจ๋อยๆ
“ที่สุดอ่ะ ยายเขาประกาศชัดเลยว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับผู้ชายและสัตว์ที่เป็นตัวผู้”
ฟังแล้วนั่งหนีบขาตัวเองแน่น
แม้ลูกจันจะบอกให้ยายกับแม่รู้ว่าพอลเป็นเกย์ แต่ยายกับแม่ก็ไม่วางใจ คอยสังเกตความสัมพันธ์ของทั้งสองอย่างระแวง
ฐานะทางบ้านของลูกจันนับว่าดีทีเดียว แต่ทั้งลูกจัน แม่และยายก็มีใจเผื่อแผ่แบ่งปัน กลับบ้านลูกจันก็คิดถึงยายวาดหญิงชราวัย 80 กว่ามีฐานะยากจนอยู่กับหลานสองคน ความชราทำให้ยายวาดเหี่ยวย้อยย้วยไปทั้งตัว ลูกจันเอาอาหารไปแบ่งปันให้ แล้วซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พอลกลับ
“แม่คุณเอ๊ย...ช่างงามทั้งกายทั้งใจจริงๆ” ยายวาดรำพึงอย่างซึ้งใจ
ระหว่างกลับ ลูกจันบอกพอลว่าตอนสาวๆ ยายวาดสวยระดับนางงามทีเดียว แล้วพูดปลงๆว่า “วันเวลาช่างทำร้ายผู้หญิงเหลือเกิน” พอลบอกว่าผู้ชายก็เหมือนกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ พอลคิดว่าลูกจันคงปลงแล้ว แต่ที่ไหนได้ อึดใจเดียวเธอก็โทร.ถึงหมอทั้งที่ยังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ว่า
“ฮัลโหล...ลูกจันเองค่ะหมอ อาทิตย์หน้าจะเข้าไปหาหมออีกรอบนะคะ ขอร้อยไหมเพิ่มค่ะ คราวก่อนใช้ไหมน้อยไปหน่อยกลัวเอาไม่อยู่ คราวหน้าจัดให้แน่นเลยนะคะหมอ จะได้ตึงนานๆ แล้วเจอกันค่ะหมอ สวัสดีค่ะ”
พอลฟังแล้วเซ็ง แต่ลูกจันเซ็งยิ่งกว่าบ่นว่า “รึแกคิดว่าแกจะเย็บหน้าตัวเองได้...ไม่รู้อะไรเลย...”
ooooooo
กลับถึงบ้าน ลูกจันกับพอลเห็นมะลิกับใบเตยพาหญิงแปลกหน้ามาสมัครงานกับแม่และยาย หญิงนั้นมีท่าทีพิรุธนั่งซุกตัวที่มุมและก้มหน้าตลอดเวลา
เพราะเห็นว่ามะลิเป็นคนคุ้นเคยพามา มะลิบอกยายว่าเวทนาเพราะเห็นเวียนมาขอข้าวกินหลายวันแล้ว ยายจึงรับไว้ แต่คืนนี้จัดที่นอนไม่ทันให้ไปนอนกับมะลิและใบเตยก่อนก็แล้วกัน
ปรากฏว่ามันเป็นโจรที่ปลอมตัวเป็นหญิงมาสืบเพราะรู้ดีว่าบ้านนี้ห้ามผู้ชายเข้า ตกดึกมันจะข่มขืนใบเตย โชคดีที่พอลออกไปเดินรับลมได้ยินเสียงมะลิร้องขอความช่วยเหลือ จึงเข้าไปต่อสู้กับโจร มันสู้ไม่ได้ชักปืนออกมา พลันเสียงปืนก็ลั่นเปรี้ยง! พอลหน้าซีดเผือดนึกว่าตัวเองตายแน่แล้ว
แต่แล้วพอลต้องมองตาค้าง เมื่อเห็นยายถือปืนเดินอาดๆ มาดเท่เข้ามา พูดกับโจรที่นอนดิ้นพล่านว่า
“คราวนี้เบาะๆ แค่เด็ดนิ้วชี้จะได้ยิงใครไม่ได้อีก” พอลมองที่พื้นเห็นนิ้วชี้ของโจรร่วงที่พื้น ยายพูดต่อว่า “แต่ถ้ามีครั้งต่อไปละก็...คงต้องเจอ ‘เด็ดอย่างอื่น’ นะไอ้หนุ่ม!”
พอลเผลอเอามือกุมเป้าหมับ!
บ้านลูกจันรังเกียจต่อต้านเพศผู้จนถึงขนาดแม้แต่ตำรวจชายก็ห้ามเข้าบ้าน ทางตำรวจจึงต้องส่งตำรวจหญิงมาจับคนร้ายและดูสถานที่เกิดเหตุ
คุณยายเห็นพอลเกร็งๆ จึงบอกว่า “ไม่ต้องกลัวนะพีท ยายตอนเฉพาะไอ้พวกชายแท้ แต่อย่างหนู ไม่มีปัญหาลูก”
พอลรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นของแท้ จึงอดเสียวไม่ได้ แต่ก็พยายามที่จะทำตัวเป็นหญิงให้เนียน เลยดูน่าขำมากกว่า
เพื่อให้พอลได้เพลิดเพลินและเรียนรู้เกี่ยวกับการผสมพันธุ์กล้วยไม้อันเป็นธุรกิจหลักของบ้าน ลูกจันจึงพาพอลไปหัดผสมพันธุ์กล้วยไม้ พอลพยายามฝึกจนลูกจันให้กำลังใจว่าถ้าฝึกเยอะๆ พอลก็จะเอาดีทางนี้ได้เลย
ooooooo
หาเงินผ่าตัดจนแม่แข็งแรงขึ้นแล้ว จุ้มจิ้มอยากพาแม่ไปเที่ยว จึงหารายได้พิเศษด้วยการร้อยสร้อยเก๋ๆขายที่ตลาดนัด
อาร์ตแอบตามจุ้มจิ้มมาจนรู้ว่าเธอมาขายสร้อยที่ตลาดนัด พอดีเห็นพวกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ขี้หลีทำทีมาซื้อสร้อยแต่ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งจุ้มจิ้ม อาร์ตทนไม่ได้เข้าไปอาละวาดจนพวกขี้หลีหนีไปหมด อาร์ต
ยังช่วยจัดโต๊ะขายของให้จุ้มจิ้มจนสวยงาม จุ้มจิ้มถามว่าแล้วจะขายให้ใครในเมื่อเขาไล่แขกไปหมดแล้ว
แต่ไม่กี่อึดใจ ก็มีบรรดาสาวๆมามุงซื้อสร้อยกันอย่างสนุกสนาน จุ้มจิ้มกับอาร์ตช่วยกันขายของอย่างมีความสุข มีความเข้าใจและสนิทสนมกันมากขึ้นทุกที
นอกจากช่วยขายของแล้ว อาร์ตยังไปส่งจุ้มจิ้มที่บ้านด้วย นันทนาแม่ของจุ้มจิ้มจึงรู้จักอาร์ต เมื่อได้พูดคุยกัน รู้ว่าเขาปั้นเซรามิกเป็นงานอดิเรกด้วย เลยยุให้จุ้มจิ้มหัดปั้นบ้าง อาร์ตลุ้นเต็มที่บอกว่าตนไม่คิดค่าสอน อุปกรณ์ก็มีพร้อมไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเลย
“เรียนเถอะจุ้ม มีวิชาติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย แล้วอาร์ตเขาบอกว่า งานศิลปะเนี่ยมันช่วยคลายเครียดได้ แม่อยากให้จุ้มได้มีเวลาคลายเครียดบ้างนะลูก”
พอจุ้มจิ้มรับปากแม่ อาร์ตก็แสดงความเป็นสุภาพ– บุรุษบอกแม่ว่าตนจะดูแลรับผิดชอบจุ้มจิ้มอย่างดีเลย
“ขอบใจจ้ะ” นันทนายิ้มปลื้ม
ก่อนกลับ อาร์ตนัดจุ้มจิ้มว่าพรุ่งนี้จะมารับตอน 9 โมง จุ้มจิ้มขอบใจเขินๆบอกว่า
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ต้องหาอาหารเช้านะ จะทำไปเผื่อ” พออาร์ตเตรียมสตาร์ตรถ ก็ถูกเรียกอีกแล้วบอกเขินๆ “ขับรถระวังนะ”
อาร์ตสตาร์ตรถแล้วอดหันมาหยอกจุ้มจิ้มไม่ได้ว่า
“ไม่เรียกอีกทีเหรอ จะได้ไม่ต้องกลับ” จุ้มจิ้มบอกว่าไม่เรียกแล้วกลับไปเถอะ “เข้าบ้านไปก่อนไป๊ เดี๋ยวจะรอส่ง” จุ้มจิ้มจึงบ๊ายบายแล้วหันเดินเข้าบ้าน
“จุ้ม...” อาร์ตเรียก พอเธอหันมาเขาทำเสียงหล่อ “ฝันดีนะ” แล้วจึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างเบิกบานใจ
ooooooo
พอลมาอยู่ที่บ้านลูกจันไม่นานก็เห็นถึงธุรกิจที่มั่นคงและรายได้ดี อีกทั้งบ้านเธอเองก็มีฐานะดีอยู่แล้ว เขาเสนอว่าแบบนี้เธอทำหนังสือของตัวเองได้สบายเลย แล้วจะมัวมาเป็น บก.รับจ้างอยู่ทำไม
“ถ้าฉันจะทำหนังสือเอง ฉันก็ต้องใช้เงินยายกับแม่มาลงทุนให้น่ะสิ ไม่...ไม่เอาหรอก ฉันอยากภูมิใจว่างานของฉันมาจากความสามารถของฉันจริงๆ ไม่ต้อง
อิงเงินยายกับแม่ เอาไว้วันไหนฉันเก็บเงินได้มากพอ ฉันค่อยเปิดหนังสือตัวเองจากเงินลงทุนของฉันเองดีกว่า”
ลูกจันพูดอย่างมุ่งมั่น หยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองจนพอลเงียบไป แต่แอบมองเธออย่างชื่นชม
คืนนี้ ทั้งสองไปไหว้พระกัน ชวนยายกับแม่ไปด้วย แม่กับยายบอกว่าเพิ่งไปทำบุญมา ลูกจันกับพอลจึงไปกันลำพังสองคนโดยพอลเป็นคนขับรถให้
พระปฐมเจดีย์ในยามค่ำคืนสวยงามด้วยไฟประดับ พอลกับลูกจันไปซื้อธูปเทียนดอกไม้ไหว้พระ หยอดเงินใส่กล่องบริจาคทุกกล่อง แล้วจึงไปปิดทองพระ
พอลปิดทองพระเสร็จ กำลังเอามือออก ก็ถูกมือหนึ่ง เอื้อมมาปิดทับแผ่นทองของเขา ลูกจันนั่นเอง เธอยิ้มแฉ่งบอกว่า
“แกกับฉันจะได้เกิดมารักกันทุกชาติไปเนอะ...”
“อือ...” พอลพยักหน้าเขินๆ
จากนั้นลูกจันชวนไปเสี่ยงเซียมซีกัน พอลไม่
อยากไป ลูกจันถามว่าทำไมล่ะ ปกติเห็นชอบ ทำเอาพอลอึกอักแก้ตัวว่า
“ก็...ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว เราจะอยากรู้เรื่องของอนาคตไปทำไม แค่ทำวันนี้ให้ดีก็พอ”
“วันนี้ฉันก็ทำดีอยู่แล้วย่ะ แต่ฉันก็ยังอยากรู้เรื่องของอนาคตอยู่ดี จะได้เตรียมตัวทัน ไม่ต้องพูดมาก ไป...ไปเขย่ากับฉันเลย เพราะฉันอยากรู้เรื่องอนาคตของแกด้วย”
พอลเข้าไปนั่งคุกเข่าคู่กับลูกจันเขย่าเซียมซีเบื่อๆ ในขณะที่ลูกจันตั้งหน้าตั้งตาเขย่าเอ๊า...เขย่าเอา...
พอเซียมซีเด้งออกมา ต่างหยิบดูปรากฏว่าเป็นใบที่สามเหมือนกัน! ใบเซียมซีทำนายว่า...
“ใบที่ 3 ตามตำราว่าเอาไว้ จะคิดการสิ่งใดได้ดังหวัง แต่จะมีเรื่องร้ายให้ระวัง ศัตรูที่ชิงชังยังราวี คงจำต้องพลัดพรากจากเคหา เจอกับภัยนานากว่าคราไหน โชคดีที่รอดพ้นได้สบายใจ จากผลบุญมากมายเคยได้ทำ ใครที่ยังไร้คู่มาสู่สม จะได้ชิดเชยชมดังใจฝัน เป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทกัน เพราะสวรรค์จัดให้ได้สมปอง”
อ่านจบลูกจันทำหน้าเซ็งบอกว่าไม่แม่น! ขยำใบเซียมซีแล้ววางไว้ใต้ฐานพระ พอลถามว่ารู้ได้ไงว่าไม่แม่น
“หึ...ก็ที่บอกว่าฉันจะเจอคู่เป็นคนใกล้ชิดไง คนใกล้ชิดที่สุดของฉันก็คือ...แก...ซึ่งเป็นเกย์!!”
พูดแล้วลุกไปเซ็งๆ พอลมองตามแล้วหันไปหยิบใบเซียมซีที่ลูกจันขยำเอามารีด...รีด...แล้วประกบกับใบของตัวเองพับใส่กระเป๋า
พอออกมา พอลถูกแฟนคลับมารุมขอถ่ายรูป พอลยินดีถ่ายรูปกับทุกคน แต่มีวัยรุ่นคนหนึ่งแต่งตัวบ้านๆมองพอลกลัวๆ ลูกจันจึงพาไปถ่ายรูปกับพอล โดยลูกจันช่วยถ่ายให้หญิงอีกคนที่มาขอถ่ายรูปพอลกับลูกจัน พอถ่ายเสร็จ หญิงคนนั้นเอ่ยอย่างชื่นชมว่า
“พี่สองคนสวยหล่อสมกันมากเลยค่ะ”
ooooooo
เช้านี้ แม่นันทาสังเกตเห็นอาการกระวนกระวายของจุ้มจิ้มที่ชะเง้อมองไปทางประตูบ่อยๆ เลยถาม
“รออาร์ตเหรอลูก” จุ้มจิ้มสะดุ้งปฏิเสธไม่เต็มเสียงว่าเปล่า แม่มองอย่างรู้ทัน พูดอย่างเอ็นดูว่า “จุ้ม หนูโตแล้ว การจะรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องผิดหรอกลูก ขอแต่ให้คนคนนั้นเป็นคนดี”
“แล้วถ้าเขาไม่ได้รวยล่ะจ๊ะแม่” จุ้มจิ้มถามเขินๆ
“ความสุขของชีวิตคู่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองนะจุ้ม ดูพ่อกับแม่สิ เราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็มีความสุขดีจริงไหม ขอแค่ให้เขาเป็นคนดีและรักหนูก็พอ เพราะการรักเขาข้างเดียว ถึงมันจะไม่ผิดแต่มันก็เจ็บนะลูก”
พอดีเสียงมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน แม่บอกว่าอาร์ตคงมาแล้ว เร่งให้รีบไปไม่ต้องให้อาร์ตเข้ามาสวัสดีแม่หรอกเดี๋ยวจะสาย จุ้มจิ้มกอด บอกรักแม่ แม่กอดตอบ บอก “แม่ก็รักจุ้มจ้ะ” แล้วมองจุ้มจิ้มที่วิ่งออกไปอย่างเอ็นดู
สายวันต่อมา จุ้มจิ้มก็ไปหัดปั้นเซรามิกกับอาร์ต เขาปั้นอย่างคล่องแคล่วจนจุ้มจิ้มชมทึ่ง “โห...เก่งจัง...”
ความใกล้ชิดช่วยเหลือกัน ทำให้ทั้งสองเข้าใจ เห็นใจและสนิทกันมากขึ้น...มากขึ้น เมื่อจุ้มจิ้มบ่นตัวเองว่ากลัวปั้นไม่ได้สัดส่วน อาร์ตให้กำลังใจว่า
“การปั้นเซรามิกเป็นงานศิลปะ ศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด แค่ทำไปตามความรู้สึกก็พอ” แล้วชวน “เรามาเริ่มจากขั้นตอนแรกก่อนนะ ฝึกนวดดินก่อน...”
แม้จะตั้งใจเรียนปั้นเซรามิก แต่ความรู้สึกลึกๆ ที่ก่อตัวในหัวใจของกันและกัน ก็สำแดงอานุภาพจนเก็บความเขินกันไว้ไม่อยู่ บรรยากาศการเรียนปั้นเซรามิก จึงน่ารักน่าเอ็นดู
ooooooo
พอลยังถูกแม่กับยายจับตาสังเกตอย่างระแวงว่าเป็นเกย์จริงหรือชายแท้กันแน่?
เช้านี้ ลูกจันตามหาพอลไปเจอกำลังเก็บผักบุ้งเอามาทำอาหารประสาคนขยันที่ไม่นิ่งดูดาย พอตามเจอก็โวยวายว่าทำไมหน้ามอมขนาดนี้ เดี๋ยวสิวขึ้นหรอก พอลลากกอผักบุ้งเลยถูกโคลนกระเด็นเข้าตา ลูกจันรีบเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้แม่ของลูกจันจับตาดูความสัมพันธ์อยู่อย่างสังเกต
เมื่อยายผัดผักบุ้งยกมากินกัน พอลตักกินอย่างเอร็ดอร่อยมีพริกติดมาด้วยก็ไม่สนใจ แม่ลูกจันเห็นแล้วเผ็ดแทน เห็นพอลเคี้ยวกร้วมๆ แล้วตักใหม่มีพริกติดไปอีก ลูกจันเห็นเข้ารีบห้ามพอลและบ่นยายว่า
“ยายอ่ะ...ทำไมใส่พริกเยอะล่ะจ๊ะ ลืมแล้วเหรอว่าพีทกินเผ็ดไม่ได้”
“ขอโทษทีลูก ยายเผลอไป”
พอลรู้ตัวก็ยิ้มแหยๆ “ไม่เป็นไรครับ เขี่ยออกได้”
พอลเขี่ยพริกออกจากผักบุ้งอย่างนึกเสียดายก่อนป้อนเข้าปากเนียนๆ
แม่ของลูกจันขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที...
ooooooo










