สมาชิก

รักนี้เจ้จัดให้

ตอนที่ 7

จนวันนี้อาร์ตยังใจว่อกแว่กคิดถึงเหตุการณ์วันจุดพลุเซอร์ไพรส์ผิดคน ในความนึกคิดยังเห็นภาพจุ้มจิ้มสวยงาม เป็นผู้หญิง พอรู้สึกตัวก็สลัดความคิดคำนึง หันไปเปิดคอมฯ “ไฟล์ถ่ายแบบพีท”

แต่พอเปิดไปกลายเป็นรูปจุ้มจิ้มอีก อาร์ตสะดุ้ง โทร.ไปถามก๊อง ได้รับคำตอบที่ส่อพิรุธว่า

“อ้าว...สงสัยพี่สลับไฟล์ผิด อันนั้นมันรวมรูปจุ้ม พวกพี่ต๋อยเขาให้แอบถ่ายเก็บไว้ เขาจะเอาไปทำเซอร์ไพรส์ตอนวันเกิดจุ้ม เดี๋ยวพี่ส่งไฟล์ไปให้ใหม่แล้วกัน”

อาร์ตวางหู เหลือบมองรูปจุ้มจิ้มในคอมฯนึกในใจ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้....

ส่วนจุ้มจิ้ม พอกลับบ้านก็ไปทำอาหารให้แม่ที่กำลังป่วยอยู่ พอทำเสร็จหันไปดูเห็นแม่กดท้องตัวเองทรุดลงไปนอนกับพื้น จุ้มจิ้มรีบพาส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าแม่เป็นถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน ค่าผ่าตัดราวๆหนึ่งแสนบาท เป็นปัญหาที่ทำให้จุ้มจิ้มคิดหนัก ตัดสินใจจะหางานทำนอกเวลาเพื่อหาเงินมาผ่าตัดแม่

จุ้มจิ้มจดร้านที่ประกาศรับสมัครงาน 15 แห่ง รับแต่งานนั่งโต๊ะจนถึง รปภ. เดินไปสมัคร 14 แห่ง แต่ถูกปฏิเสธหมด จนมาถึงร้าน Heaven bar แม้จะกังวลแต่จุ้มจิ้มก็ตัดสินใจเดินเข้าไป ในร้านสกปรกเลอะเทอะ เบิ้มเจ้าของร้านใส่เสื้อกล้ามนุ่งผ้าขาวม้ากำลังกวาดร้านอยู่

แม้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่เมื่อสอบถามจากเบิ้มเรื่องรายได้ ปรากฏว่าเงินเดือนนักร้องได้ไม่เท่าไหร่แต่ได้ค่าทิปบางคืนเป็นหมื่น รวมๆแล้วเดือนละเป็นแสน จุ้มจิ้มดีใจที่จะได้เงินไปรักษาแม่

ooooooo

พอลยังติดใจสงสัยคนที่ทำร้ายและหลอกเอาเงินของพีทไป เห็นพิรุธของแฟรงกี้ก็ยิ่งสงสัย เต้ยบอกฟิตเนสที่แฟรงกี้ไปเล่นประจำ แล้วตามไปเล่นบ้าง

แฟรงกี้เห็นพอลก็ยิ่งมีพิรุธ ทักกันไม่กี่คำก็อ้างว่านัดเทรนเนอร์ไว้แล้วรีบขอตัว เมื่อไปเล่นเครื่องฟิตเนสโดยมีเทรนเนอร์ยืนดูอยู่ข้างๆ ไม่นานรู้สึกตัวว่ามีคนแอบดู อยู่ก็บอกเทรนเนอร์ว่าวันนี้ปวดหัวขอเลิกแค่นี้ แล้วรีบออกไป พอลมองตามอย่างสะใจที่เห็นอาการร้อนตัวของแฟรงกี้ แอบตามไปอีก
พอแฟรงกี้เดินออกมาคาดว่าไกลจากพอลแล้วก็โทรศัพท์ถึงใครบางคน

“ฮัลโหล...พี่พีทมาที่ฟิตเนส...ไม่ได้พูดอะไร...แต่ผมว่าเขาต้องมีแผนแก้แค้นเราแน่ๆ...ที่ไหนครับ...ได้ครับ เจอกัน”

พอลได้ยิน เขานึกเอะใจคำว่า “พวกเรา” ที่แฟรงกี้พูดเมื่อครู่เป็นใคร ตัดสินใจขับรถตามแฟรงกี้ไป แฟรงกี้รู้ตัวว่าถูกตามยิ่งตกใจเร่งเครื่องหนี จนไปชนยายคนหนึ่งที่กำลังข้ามถนน แทนที่แฟรงกี้จะลงมาดู เขากลับขับรถหนี พอลที่ตามมาจึงลงไปช่วยพายายไปโรงพยาบาล นอกจากออกค่าหมอค่ายาให้แล้ว พอลยังเอาเงินที่เหลือในกระเป๋าไม่ต่ำกว่าหมื่นบาทให้ยายไว้ใช้เวลามาตัดเฝือกด้วย

แม้วันนี้พอลจะตามจับพิรุธแฟรงกี้ไม่ได้ แต่เขาก็ภูมิใจ สุขใจ ที่ได้ช่วยยาย...

ooooooo

วันนี้จุ้มจิ้มไม่ได้มาทำงาน ลูกจันถามแซนดี้ ต๋อย และอุ่นเรือนว่าจุ้มจิ้มไปไหน ต๋อยบอกว่าเห็นว่าไม่ค่อยสบาย ลูกจันโทร.ถามจุ้มจิ้มที่เฝ้าแม่อยู่หน้าห้องไอซียูไม่อยากให้ลูกจันเป็นห่วง ปดไปว่าตนแค่ปวดหัวนิดหน่อย

อาร์ตที่เริ่มสนใจจุ้มจิ้มไม่รู้ตัว แอบได้ยินลูกจันคุยโทรศัพท์กับจุ้มจิ้มว่าถ้ากินยาแล้วไม่หายก็ให้ไปหาหมอ ก็นึกเป็นห่วงจุ้มจิ้มขึ้นมา พอลูกจันวางสายก็ถามทันทีว่า จุ้มจิ้มเป็นอย่างไรบ้าง พอลูกจันบอกว่าพรุ่งนี้ก็มาทำงานได้แล้ว อาร์ตเผลอยิ้มกว้างดีใจจนถูกลูกจันจับได้ถามว่าดีใจที่จุ้มจิ้มไม่เป็นอะไรหรือ อาร์ตหุบยิ้มทำเสียงสูงปฏิเสธว่า “เปล๊า...ไม่ได้ดีใจ”

“ไม่ดีใจแล้วยิ้มทำไม” ลูกจันจ้องหน้าถาม อาร์ตหาว่าลูกจันตาฝาด ถามว่าตนจะยิ้มทำไม ไม่ได้มีเรื่องอะไรดีใจสักหน่อยแล้วรีบขอตัวไปทำงาน ลูกจันมองตามอย่างรู้ทันพึมพำหมั่นไส้ “ปากจะฉีกถึงหูขนาดนั้นเนี่ยนะ...ไม่ได้ยิ้ม”

ooooooo

ตกค่ำอาร์ตไปซุ่มดูจุ้มจิ้มแถวหน้าบ้าน เห็นแต่งตัวหล่อขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกไป

“หน็อย...บอกว่าป่วย แต่แต่งหล่อไปเที่ยว เดี๋ยวสวยแน่!”

พอไปถึง Heaven Bar จุ้มจิ้มเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้วออกมารวมกลุ่มกับพวกนักร้อง ถามนักร้องรุ่นอาวุโสสองคนว่าทำไมต้องแต่งตัวถึงขนาดนี้ด้วย

“อ้าว...เรามีหน้าที่ให้ความสุขกับแขกที่มาเที่ยว นอกจากเป็นอาหารหูแล้วก็ต้องเป็นอาหารตาด้วย ชุดนี้แหละรับรองติ๊บตรึม ไม่อยากได้ติ๊บเยอะๆเหรอ”

“เออ...แต่แค่โชว์เสียงกับโชว์หุ่นใช่ไหม ไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้แล้วแน่นะฮะ” จุ้มจิ้มถามกังวลแต่เพราะอยากได้เงินจึงนิ่งดูท่าที นักร้องอาวุโสสองคนไม่ตอบแต่ยิ้มให้อย่างมีเลศนัย

อาร์ตตามเข้าไปข้างในเห็นความทรุดโทรมของสถานที่แล้วไม่สบายใจ ยิ่งเมื่อได้ยินเบิ้มเจ้าของสถานที่ขึ้นประกาศกับแขกว่า นักร้องที่นี่ทำได้ทุกอย่าง คุยอวดแขกว่าวันนี้มีนักร้องใหม่ด้วยรับรองไม่ผิดหวัง

เสี่ยที่มาเที่ยวยิ้มหื่น จ้องนักร้องตาเป็นมัน อาร์ตเห็นสภาพแล้วพึมพำอย่างกังวล

“แกกำลังจะทำอะไรเนี่ย ไอ้ทอม!?”

นักร้องหญิงวัยอาวุโสสองคนที่ยังพยายามแต่งเซ็กซี่ออกมาร้องเพลงส่งสายตาอ่อยเสี่ย เมื่อถึงคิวของจุ้มจิ้มเธอออกไปร้องเพลง “ไม่ใช่ผู้ชาย” ทั้งร้องทั้งส่าย พอร้องเพลงจบก็ได้พวงมาลัยติดแบงก์ 20 แบงก์ 100 มาคล้องคอ เสี่ยคนหนึ่งเรียกจุ้มจิ้มไปนั่งที่โต๊ะบอกว่าจะทิปเป็นหมื่น พอจุ้มจิ้มไปนั่งก็ถูกแต๊ะอั๋งลวนลาม จับมือจุ้มจิ้มดึงเข้าไปพยายามจะหอมแก้ม

“อย่านะโว้ย” จุ้มจิ้มออกลายทอม เสี่ยคนนั้นจำต้องปล่อยมือ ถูกจุ้มจิ้มชกเข้าเบ้าตาเต็มแรง เสี่ยโมโหสั่งลูกน้องให้เอาไปขึ้นห้อง จุ้มจิ้มเลยตกอยู่ในวงล้อมลูกน้องเสี่ย

ขณะกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตินั่นเอง มือหนึ่งก็มาดึงจุ้มจิ้มออก พอเธอหันมองเห็นเป็นอาร์ตก็ดีใจสุดๆ พากันวิ่งหนีออกไป

ลูกน้องเสี่ยไล่ตาม ถูกอาร์ตทั้งต่อยทั้งถีบกระเด็นแล้วพาจุ้มจิ้มขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไปได้

ระหว่างซ้อนมอเตอร์ไซค์อาร์ตไปนั้น จุ้มจิ้มร้องไห้ทั้งตกใจและอัดอั้นเรื่องเงินที่จะรักษาแม่ อาร์ตถามว่าเครียดเรื่องอะไร เรื่องเงินหรือเปล่า จุ้มจิ้มเงียบเป็นการยอมรับ อาร์ตถามว่าทำไมไม่บอกลูกจันล่ะ

“ฉันไม่อยากรบกวนพี่ลูกจันอีก คราวก่อนตอนเอสดีการ์ดหาย พี่ลูกจันก็เกือบต้องจ่ายเงินฟรีเพราะฉันทีนึงแล้ว” พูดแล้วตัดบท “แกไม่ต้องถามอะไรแล้วมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันแก้ปัญหาเองได้ แต่แกอย่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็แล้วกัน ไม่งั้นฉันจะเกลียดแกไปตลอดชีวิต”

อาร์ตพาจุ้มจิ้มไปกินอาหารแล้วจะไปส่งที่บ้าน จุ้มจิ้มบอกว่าจะขึ้นแท็กซี่ไปเอง พอนึกได้ว่าไม่มีสตางค์เพราะไม่ทันได้เอากระเป๋าสตางค์มา อาร์ตเอาเงินให้แต่ก็แอบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปจึงรู้ว่าจุ้มจิ้มไปหาแม่ที่โรงพยาบาล อาร์ตแอบสอบถามพยาบาลจนรู้อาการป่วยของแม่จุ้มจิ้ม เขายิ่งเป็นห่วงและเห็นใจจุ้มจิ้มที่แม้จะลำบากมากแต่ก็ไม่เอ่ยปากรบกวนใคร

ooooooo

ที่เซเลบวันนี้เสียงโทร.เข้ามาขอซื้อหนังสือดังไม่ขาดสาย พนักงานรวมทั้งต๋อยและแซนดี้วิ่งรับสายกันมือเป็นระวิง

มินตรากับปีโป้เห็นความวุ่นวายของเซเลบก็สงสัยกันว่าเขาวุ่นวายเรื่องอะไรกัน ปีโป้สงสัยว่าลูกจันจะถูกไล่ออก ปีโป้อยากรู้มาก เข้าไปถามพนักงานว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมดูยุ่งกันจัง

“ไม่ยุ่งได้ยังไงล่ะพี่ หนังสือเพิ่งวางไปเมื่อเช้าตอนนี้เกลี้ยงแผงแล้ว เนี่ย...ลูกค้าโทร.มาสั่งเพิ่มเต็มเลย ไม่รู้จะพิมพ์เพิ่มทันไหม เดี๋ยวต้องรีบไปเช็กดูก่อน”

ได้รับคำตอบจากพนักงาน ทั้งมินตราและปีโป้ก็ใบ้กินเดินหน้าจ๋อยออกไป

วิมาดาที่ได้ติดตามการทำงานของลูกจัน วันนี้เจอกันก็ชมว่าเห็นข่าวแล้วเธอทำดีมาก ฉลาดสมกับเป็น บก.เซเลบ บอกว่า “ฉันจะรอดูยอดขายเล่มนี้ ถ้าเป็นอย่างที่เธอมั่นใจ ฉันมีรางวัลไว้”

แล้ววันนี้ลูกจันก็ได้รับเช็ค 1 แสนบาทเป็นรางวัล เธอดีใจมากจุ๊บเช็คทีหนึ่ง พลันก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อคิดอะไรได้

ขณะที่ทางเซเลบกำลังคึกคักกันเต็มที่นั้น ทางไลม์ ณัฐกำลังปวดหัวอารมณ์เสียเพราะถูกสาโรจน์โทร.มาด่า ขณะนั้นเอง เมมาเคาะประตูบอกว่ามีคนฝากของขวัญมาให้ พอณัฐรับไปเปิดดู เป็นเซเลบฉบับใหม่ มีการ์ดเขียนแนบมาว่า
“ส่งมาให้...เพราะคิดว่าคุณคงไปแย่งซื้อไม่ทัน ขอบคุณมากที่ช่วยทำให้ยอดขายเล่มนี้พุ่งปรี๊ด!!!...จันทร์-เคียงดาว มันตรากุล”

“โธ่โว้ยยยย!!” ณัฐสบถขว้างหนังสือทิ้งอย่างหัวเสีย

วันนี้ลูกจันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โทร.บอกพอลว่าคืนนี้ไม่กลับบ้านจะอยู่เคลียร์งานที่ออฟฟิศไม่ต้องห่วง และขอบใจที่เขาทำให้ยอดเซเลบเล่มนี้พุ่งกระฉูดรูดม่าน พูดอย่างร่าเริงมากว่า

“ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก...นี่ฉันเพิ่งรับเช็ครางวัลจากบอสมาแสนนึงด้วยล่ะ พรุ่งนี้วันหยุดพอดี เราไปเยี่ยมลูกกันดีกว่านะ” พอลที่ตอบแค่อือ...อือ...คำเดียวมาตลอด ตกใจอุทาน “ห๊า...ลูก???”

ด้วยความสงสัย พอลโทร.หาพีทเพื่อถามเรื่องลูกของลูกจัน ปรากฏว่าไม่มีคนรับสาย พอลบ่นหงุดหงิด

“หายไปไหนกันหมดเนี่ย...” บ่นกับรูปพีทที่ยิ้มหวาน “ไหนบอกว่าชอบผู้ชาย แล้วไปแอบมีลูกกันตอนไหนวะ”

ที่แท้ พีทไปนั่งสมาธิอยู่ที่สถานปฏิบัติธรรม ส่วนป้าภาก็เดินจงกรมอย่างสงบอยู่ใกล้ๆ

ooooooo

จุ้มจิ้มที่กำลังกลุ้มใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาเป็นค่าผ่าตัดแม่อยู่นั้น จู่ๆก็มีโทรศัพท์เข้ามาจ้างเธอไปถ่ายรูปเพื่อโปรโมตรีสอร์ตที่ต่างจังหวัดด้วยค่าจ้างหนึ่งแสนบาท จุ้มจิ้มรับงานทันที

นันทาผู้เป็นแม่ถามว่าไปไกลไหม เธอบอกว่าไม่ไกล ไปเช้าเย็นกลับได้ พรุ่งนี้เขาจะเอาตั๋วเครื่องบินและเช็คมาให้ นันทาสงสัยว่าทำไมเขาจ่ายเงินเร็วนัก

“เขาคงกลัวจุ้มเบี้ยวมังจ๊ะเลยรีบจ่ายเงินผูกมัดไว้ก่อน ดีใจจัง เดี๋ยวจุ้มจะรีบเอาเงินไปให้โรงพยาบาล แม่จะได้ผ่าตัดมะรืนนี้” นันทาขอบใจน้ำตาคลอ “ขอบใจทำไมจ๊ะ มันเป็นหน้าที่ของจุ้มอยู่แล้ว ส่วนหน้าที่ของแม่ก็คืออย่าดื้อกับหมอ จะได้หายเร็วๆ เราจะได้กลับบ้านกันสักทีนะ” สองแม่ลูกกอดกันด้วยความรักอย่างอบอุ่น...

จุ้มจิ้มไปถึงรีสอร์ตก็ถ่ายภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยหารู้ไม่ว่า ที่แท้อาร์ตอยากช่วยเธอเรื่องเงินรักษาแม่ จึงทำทีจ้างไปถ่ายรูปเพื่อโปรโมตรีสอร์ต เพราะเชื่อว่าถ้าช่วยเปล่าๆ ต้องถูกเธอปฏิเสธแน่

ระหว่างที่จุ้มจิ้มถ่ายรูป อาร์ตแอบดูอย่างพอใจ มีความสุขกับการได้ช่วยจุ้มจิ้มครั้งนี้...

ooooooo

“ลูก” ที่ลูกจันพาพอลไปหาคือเด็กๆที่บ้านสงเคราะห์เด็กอ่อนนั่นเอง พอลแอบถอนใจโล่งอก

“หายไปนานเลยนะคะ เด็กๆบ่นคิดถึงกันใหญ่เลยค่ะ” เจ้าหน้าที่มาต้อนรับอย่างยินดี

“ยุ่งค่ะ เลยไม่มีเวลาแวะมา แต่คิดถึงลูกๆทุกคนตลอดเลย...คิดถึงแม่ไหมคะ” ลูกจันก้มถามเด็กๆ

เด็กๆส่งเสียงใสพร้อมกันว่าคิดถึง บางคนมองหน้าพอลบอกว่า “คิดถึงพ่อด้วยค่ะ”

พอลก้มมองมือเล็กๆที่จับมือและมองตนด้วย

แววตาไร้เดียงสา เขายิ้มอย่างอ่อนโยน ย่อตัวลงโอบกอดและหอมหนูน้อยอย่างเอ็นดู ลูกจันเห็นความอ่อนโยนของพอลต่อเด็กก็ยิ้มชื่นชม

“วันนี้แม่กับพ่อจะอยู่เล่นกับลูกยาวๆเลยจ้ะ เอาให้หายคิดถึงกันไปเลย ดีไหม”

เด็กๆเฮกันเข้ามาห้อมล้อมลูกจันกับพอล ทั้งสองกอดคนโน้นหอมคนนี้อย่างมีความสุข

พอลกับลูกจัน ทั้งแจกของใช้ ป้อนอาหาร ตักไอติมและเล่นเกมกับเด็กๆอย่างเพลิดเพลิน จากนั้นก็เล่านิทานให้ฟัง ถ่ายรูปด้วยกัน ลูกจันยังร้องเพลงให้เด็กๆฟัง ทั้งที่ร้องเสียงเพี้ยนไปมา พอรู้ตัวก็ขอให้พอล

ร้องแทน พอลร้องเพลงกล่อมเด็ก จนพวกเด็กๆหลับกันอย่างมีความสุขบนที่นอนเล็กๆ และหมอนจิ๋ว ไม่เพียงแต่เด็กแม้แต่ลูกจันก็หลับไปกับเด็กด้วย พอลมองลูกจันขณะหลับด้วยสายตาอ่อนโยน ใบหน้าเธอในยามหลับ เป็นธรรมชาติ สวยใสบริสุทธ์ ดูไม่มีพิษสงอะไรเลย...

ปรากฏว่าลูกจันนอนตื่นทีหลังเด็ก เลยต่อว่าพอลที่ไม่ปลุกทำให้เสียลุกส์หมด พอลบอกว่าลูกๆคงเข้าใจว่าแม่เขาเหนื่อย

พอลุกขึ้นดูนาฬิกา ลูกจันก็รีบพาพอลกลับบ่นว่าไม่รู้จะทันหรือเปล่าเพราะนัดหมอไว้

ooooooo

หมอที่ลูกจันนัดไว้คือหมอที่คลินิกเสริมสวยนั่นเอง พอลถูกสั่งให้นอนบนเตียง แล้วลูกจันก็ยืนบอกหมออยู่ข้างเตียง

“เล่นเจ็ตสกีเสียจนหน้าดำเลยค่ะหมอ คงต้องบำรุงชุดใหญ่แล้ว”

“โห...” หมออุทานเมื่อดูผิวหน้าพอล “กร้านไปเยอะเลยค่ะ อย่างกับคนไม่เคยบำรุงหน้ามาก่อน แสดงว่าตากแดดหนักจริงๆ งั้นเดี๋ยวคงต้องทั้งทรีตเมนต์ทั้งเลเซอร์เลยดีกว่าค่ะ”

“จัดไปเลยค่ะหมอ” พูดแล้วบอกพอล “แกนอนทำหน้าเด้งไปก่อนนะ วันนี้ฉันก็นัดหมอจัดชุดใหญ่เหมือนกัน” บอกแล้วลูกจันเดินออกไปจากห้อง

พอลนอนตัวเกร็งให้หมอทำหน้าเด้ง เห็นหมอเปิดเครื่องเลเซอร์ เห็นไฟแปล๊บๆ น่าหวาดเสียว พอลกรอกตาด้วยความเสียว บางครั้งเจ็บจนจะลุกขึ้น ถูกหมอจับกดให้นอนลงไปอีก พอทนไม่ไหวก็ร้อง “โอ๊ยยยยยย...” แต่เสียงร้องไม่ได้ทำให้หมอรามือเลย

กว่าหมอจะทำเสร็จครบถ้วนก็ทำเอาพอลแทบกลั้นใจตาย พอเสร็จก็ลุกพรวดราวกับหนีความตาย ถามพนักงานว่า

“ลูกจันอยู่ห้องไหนครับ” พอพนักงานชี้ให้ดู พอลก็กระชากม่านก้มมองเห็นลูกจันหน้านองเลือด ตัวเอง ก็เกือบถูกเข็มที่หมอดึงไหมขึ้นทิ่มตาเอา พอลตกใจจนเป็นลมไปเลย

พอทำเสร็จ ระหว่างนั่งรถกลับ ลูกจันถามพอลว่าเป็นอะไร ทำเอาป่วนกันทั้งคลินิก พอลเหลือบมองลูกจันที่นั่งขับรถหน้าเขียวเป็นหย่อมๆ เพราะเพิ่งร้อยไหมมา ก็ยิ่งสยอง ต้องเอายาดมออกมาสูดอย่างแรง

ลูกจันแปลกใจบ่นว่า มาที่นี่ทีไรเห็นเขาจัดหนักกว่าตน แต่คราวนี้เป็นอะไร? พอลรู้ตัวว่ามีพิรุธ แก้ตัวว่าตนไม่ค่อยสบายแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าเธอทำอะไร ลูกจันบอกว่าร้อยไหม ก็ถามอย่างสยองว่าไม่เจ็บหรือ? “นิดหน่อยแต่ทนได้”

พอรถติดไฟแดง ลูกจันส่องหน้าตัวเองแล้วบอกพอลให้หยิบกรรไกรให้หน่อย พอลหยิบกรรไกรให้ ลูกจันบอกเขาว่า

“หมอตัดไหมไม่หมด แกเล็มออกให้หน่อยสิ” พลางเอียงหน้าให้ พอลหน้าซีดเหมือนจะเป็นลมอีกรอบ นึกในใจ

“ผู้หญิงทำไมซาดิสต์แบบนี้วะ??!!”

ooooooo

จุ้มจิ้มได้เงินค่าถ่ายรูปมาให้แม่ผ่าตัด เธอนั่งเฝ้าแม่ที่นอนหลับอยู่ข้างเตียง นึกภาวนาในใจ

“อย่าเป็นอะไรนะแม่...เรามีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้นนะแม่...”

ในยามนี้ จุ้มจิ้มอดคิดถึงชีวิตในอดีตไม่ได้...

เวลานั้นเธอเพิ่งอายุได้ 5 ขวบ พ่อก็จากไป แม่ร้องไห้บอกว่า “เราเหลือกันอยู่แค่สองคนแล้วนะลูก...”

ต่อมาเมื่อเธออายุได้ 7 ขวบ แม่ขายข้าวแกงเลี้ยงเธอมา เวลาที่แม่ขายข้าวแกง จุ้มจิ้มก็จะนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆ แต่เพราะเป็นเด็กหน้าตาน่าเอ็นดู ใครไปใครมาก็ทักทาย มีแต่ยายเมี้ยนที่พูดมากว่า

“หน้าตาดีแบบนี้ระวังนะจะมีปัญหาเรื่องผู้ชาย ฉันเห็นมาหลายคนแล้วนะ มีลูกสาวหน้าตาดีแบบนี้ เผลอแป๊บเดียวมันก็ใจแตก หนังสือหนังหาไม่เรียนหรอก เอาแต่ติดผู้ชาย สุดท้ายก็เสียคน พ่อแม่ก็ช้ำใจไป เนี่ย ดูอย่างลูกนังชุ่มสิ...มันน่ะ...” ยายเมี้ยนพูดไม่ทันจบ แม่ก็รีบยื่นถุงอาหารให้จะได้หยุดพูดเสียที

เพราะปากยายเมี้ยนนี่เอง ทำให้จุ้มจิ้มทำตัวห้าวเป็นทอมเพื่อลบล้างคำสบประมาทของยายเมี้ยน แล้วยังเล่นกีฬาแบบเด็กผู้ชายซ้ำยังฝีมือดีด้วย จุ้มจิ้มเป็นนักเรียนหญิงคนเดียวในโรงเรียนที่นุ่งกระโปรงทับกางเกงขาสั้นอยู่ข้างใน

เมื่อจุ้มจิ้มอายุได้ 17 ปี แม่เคยขอให้ปล่อยผมจะได้ดูเป็นผู้หญิงหน่อย จุ้มจิ้มบอกว่าตนเป็นแบบนี้ดีแล้วจะได้ไม่ต้องมีใครมากวนใจ พอแม่รบเร้ามากเข้า จุ้มจิ้มก็สัญญากับแม่ว่า

“เอาไว้ก่อนนะแม่จ๋า ไว้ให้จุ้มเรียนจบเลี้ยงแม่ให้ได้ก่อน แล้วค่อยสวยก็ได้เนอะ”

แต่พอเรียนจบ จุ้มจิ้มก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง พอแม่ทวงก็อ้างว่า

“โธ่...แม่จ๋า จุ้มไปทำงานแบบนี้มันต้องคล่องตัว ขืนมาแต่งเป็นผู้หญิงก็ทำงานไม่ทันเขาพอดีสิ”

“อ้างไปเรื่อยแหละเราน่ะ” แม่บ่นอย่างเอ็นดู

จนวันนี้ แม่จะผ่าตัดครั้งสำคัญ แต่จุ้มจิ้มก็ยังเหมือนเดิม เธอเฝ้าแม่อยู่ด้วยความกังวล หมอเดินมาบอกว่า

“ทุกการผ่าตัดมันก็มีความเสี่ยงเป็นธรรมดา แต่หมอจะทำให้ดีที่สุด อย่าห่วงเลยหนู ในห้องผ่าตัดน่ะหมอจะดูแลแม่หนูให้ดีที่สุด แต่หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของหนูที่จะต้องดูแลแม่ต่อแล้วล่ะ ลองกลับไปคิดดูว่ายังมีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำให้แม่บ้าง รีบทำซะ...วันเวลาไม่เคยคอยใครนะหนู เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่”

จุ้มจิ้มน้ำตาคลอมองแม่ทั้งรักและห่วงใย...จากนั้น จุ้มจิ้มเอาพวงมาลัยไปไหว้พระที่มุมบูชาพระภาวนา...

“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องแม่ให้ปลอดภัยจากการผ่าตัดพรุ่งนี้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ...จุ้มสัญญาว่าต่อไปนี้ จุ้มจะทำทุกอย่างที่แม่ต้องการ เพื่อให้แม่มีความสุขที่สุด”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะพอลกำลังค้นหาของกินอยู่ที่ตู้เย็น ลูกจันก็มาเอามือพาดบ่าเขา พอเขาหันมาเห็นหน้าลูกจันก็ผวาเฮือก ถามว่าหน้าเป็นอะไร

ลูกจันบอกว่าไปร้อยไหมมาเมื่อวานไง ช้ำนิดหน่อยเท่านั้น ลูกจันถามว่าเขาทำอะไร เขาบอกว่าหิว เธอติงว่าหมู่นี้ทำไมหิวบ่อย กินก็จุอย่างกับผู้ชาย พอลก็อ้างเหตุผลไปเรื่อยเปื่อย

ลูกจันขึ้นไปแต่งตัวจะไปทำงาน พอลงมาพอลมองทึ่งถามว่าทำไมหน้าหายช้ำเร็วจัง ลูกจันพูดอย่างเหนื่อยใจว่า เขาชักจะห่างหมอมากไปแล้ว บอกว่าเมกอัพน่ะช่วยได้ เรื่องอะไรตนจะปล่อยหน้าช้ำให้ใครๆรู้ว่าไปร้อยไหมมา ยังไงก็ต้องทำให้ทุกคนคิดว่าสวยธรรมชาติไว้ก่อน แล้วรีบไปกลัวรถติด

พอลมองตามพึมพำสยอง “โห...ผู้หญิงนี่โคตรน่ากลัวเลย!!”

ooooooo

อาร์ตแอบห่วงจุ้มจิ้ม ตามไปถึงหน้าห้องผ่าตัดที่จุ้มจิ้มนั่งรอฟังข่าวแม่อยู่หน้าห้อง พอจุ้มจิ้มถามว่ามาทำอะไรก็ปดว่ามารอเพื่อน อาร์ตถามบ้างว่าเธอมาทำอะไร เห็นจุ้มจิ้มอึกอักเลยหาทางออกให้ว่า

“อ๋อ...มาสัมภาษณ์คนไปลงคอลัมน์ใช่ไหม”

จุ้มจิ้มพยักหน้าผสมโรงทันที อาร์ตยังเฝ้าสังเกตอยู่หน้าห้อง เห็นจุ้มจิ้มหลับตาเหมือนทำสมาธิภาวนาก็ไปซื้อช็อกโกแลตร้อนมาฝากปดว่าเขามีโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งเลยเอามาแบ่งกันคนละแก้ว

อาร์ตอยู่เป็นเพื่อนจุ้มจิ้มจนผ่าตัดเสร็จ แม่ปลอดภัยดี เขายังแอบมองจนจุ้มจิ้มกุมมือแม่พาเข้าห้องพักแล้วจึงกลับไปอย่างสุขใจที่เห็นจุ้มจิ้มสบายใจ

ส่วนพอลหลังจากถ่ายปกชุดนักมวยแล้วก็ติดใจ วันนี้โทร.บอกพีทให้สบายใจได้แล้ว ให้รีบรักษาตัวให้หายเร็วๆ ไม่ต้องห่วง เพราะตนมีวิธีคลายเครียดแล้วนั่นคือ เข้าค่ายมวยซ้อมเตะต่อยกระสอบทรายระบายอารมณ์

สาโรจน์คิดจะออกหนังสือเล่มใหม่ เป็นหนังสือหัวใหม่ที่ส่งออกขายทั่วโลก แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อหนังสือ คอนเทนต์จะเป็นแบบเดียวกับที่วางในไทยแต่แปลเป็นหลายภาษา คนที่จะมาดูแลต้องเป็นคนที่มีเทสต์สากลไม่ใช่จะจับตลาดไทยอย่างเดียว ณัฐฟังแล้วความทะเยอทะยานฉายวาบขึ้นในดวงตาทันที

“งานนี้เป็นความฝันสูงสุดในชีวิตของผม ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาช่วยผมทำหนังสือเล่มนี้ก็จะได้ผลตอบแทนพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนพิเศษ” ณัฐตาวาวยิ่งขึ้น สาโรจน์กวาดตามองบอก บก.ทุกคนว่า “ผมจะให้โอกาสพวกคุณพิสูจน์ตัวเอง ใคร
มีความสามารถพอก็จะได้ดูแลหนังสือเล่มนี้ แต่ถ้าฝีมือพวกคุณไม่ถึง ผมก็คงต้องมองหาคนนอกที่มีความสามารถมากกว่า เอาล่ะ วันนี้แค่นี้ก่อน แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองให้เต็มที่ แล้วผมจะรอดูว่าผลงานใครจะเข้าตาผมมากที่สุด”

พูดแล้วสาโรจน์ก้มหน้าเซ็นเอกสารบนโต๊ะต่อ ณัฐเดินตาเยิ้มเข้าไปบอกว่า

“ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องโปรเจกต์ของพี่เท่าไหร่ ขอตามไปคุยรายละเอียดเพิ่มเติมที่บ้านได้ไหมครับ”

สาโรจน์กับณัฐสบตาและยิ้มหวานอย่างรู้กัน

ooooooo

คืนนี้พอลกับอาร์ตไปพบกันที่ตลาดไฟฉายเพราะต่างก็ไปหาซื้อของเก่าที่มีความรู้สึกเหมือนกันว่าของเก่าแม้ไม่มีราคานักแต่มีประวัติ มีที่มา มีเสน่ห์และมีคุณค่าในตัว

บังเอิญทั้งสองหยิบสร้อยเก่าเส้นหนึ่งพร้อมกัน พอลเสียสละให้ อาร์ตจึงพาไปเลี้ยงตอบแทน

แต่พอพอลหิ้วของเก่าที่ซื้อจากตลาดไฟฉายกลับบ้านก็เกือบถูกลูกจันเอาไปทิ้งเพราะคิดว่าเป็นขยะ พอลบอกว่าตนเพิ่งซื้อมา ลูกจันถามว่าไปซื้อขยะพวกนี้มาทำไม พอลไม่ตอบ ตัดบทว่าช่างเถอะ แล้วถามว่าทำไมเธอยังไม่นอน คำตอบของลูกจันทำเอาพอลแอบปลื้มว่า

“ก็แกยังไม่กลับบ้านเสียที โทร.ไปมือถือก็ปิดฉันนอนไม่หลับหรอก เป็นห่วงแก”

พอลตอบเสียงอ่อยว่าแบตหมด แล้วบอกให้เธอไปนอนเสียเพราะดึกแล้ว ลูกจันเตือนว่าเขาก็อย่านอนดึกเดี๋ยวหน้าเหี่ยว แล้วเข้ากอดเอ่ย “กู๊ดไนต์นะแก” พอลกอดตอบอ่อนโยน ยืนมองลูกจันยิ้มๆไปจนลับสายตาอย่างเอ็นดู๊...เอ็นดู

ooooooo

เช้าวันต่อมาจุ้มจิ้มเอาเงินค่าแท็กซี่ที่ยืมจากอาร์ตมาคืนเขา 500 บาท เลยถูกอาร์ตทวงว่าเธอยังติดเลี้ยงข้าวเขามื้อหนึ่ง แต่พอจุ้มจิ้มให้เขาบอกมาจะกินร้านไหน อาร์ตก็ทำเป็นนึกไม่ออก บอกว่าติดไว้ก่อนคิดออกเมื่อไรจะบอก

อาร์ตที่เริ่มรู้สึกมีใจให้จุ้มจิ้มแต่ไม่กล้าแสดงออก เลยทำท่ากวนเหมือนเดิม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง

“ดีใจด้วยนะที่แม่ปลอดภัย” คิดแล้วปลื้ม กอดอกเอนพิงพนักเก้าอี้สุดตัวหัวเราะร่า ปรากฏว่าเสียดุลหงายผลึ่งลงไปกองเสียท่าหมดเท่เลย

หลังจากพอลไปหาซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องที่ตลาดไฟฉายมาแล้ว เขาก็เช็ดทำความสะอาดอย่างทะนุถนอมอยู่บนเตียง ระหว่างนั้นเขาก็ใช้สมอลทอล์กคุยโทรศัพท์อย่างมีความสุข...เขาบอกปลายสายว่า

“ได้รับเช็คแล้ว ขอบคุณมากครับ...ตอนนี้ผมอยู่ในกรุงเทพฯ...อะไรนะ...อยากได้ภาพ ‘ชีวิตในเมืองกรุง’ มุมใหม่ๆเหรอ? อืมมม...เป็นโจทย์ที่น่าสนใจ ผมจะลองดูแล้วกัน...บาย”

คุยเสร็จ พอลนิ่งคิดนิดหนึ่งแล้วหยิบกล้องจัดใส่กระเป๋าด้วยสีหน้ากระตือรือร้นมีความสุขมาก

พอลตระเวนถ่ายรูปไปในที่ต่างๆ ทั้งไปโดยรถมอเตอร์ไซค์ ตุ๊กๆ รถแท็กซี่ รถเมล์ ถ่ายตั้งแต่เช้าแดดสวยจนมืดกลายเป็นแสงไฟในยามราตรี พอลยิ้มอย่างมีความสุขกับผลงานของตนในวันนี้...

ส่วนพีทยังอยู่ในอารมณ์เศร้า นั่งจ้องมือถือที่หน้าจอโชว์ “Darling” แต่ยังจดๆจ้องๆ ไม่กดโทร.ออก นั่งคิด...เครียด แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจกดทิ้ง ทั้งที่เจ็บปวดจนน้ำตาคลอ...

วันเดียวกันนี้ เมื่อลูกจันเข้ามาในเซเลบ อาร์ตยิ้มกว้างขยับจะเข้าไปหา พลันก็ชะงักเมื่อถูกจุ้มจิ้มตัดหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรกับลูกจันท่าทางเขินๆ อึดใจเดียวก็พากันออกไป อาร์ตมองเหวอกับท่าทีแปลกๆของทั้งสอง

อาร์ตรออยู่ที่เซเลบอย่างกระวนกระวายจนเกือบ 3 ทุ่มก็ยังไม่กลับ อุ่นเรือนถามว่ารอใคร อาร์ตอึกอักอ้างว่ารอลูกจันเห็นออกไปตั้งแต่กลางวันยังไม่กลับมาเลย อุ่นเรือนบอกว่าลูกจันโทร.มาบอกว่าวันนี้ไม่เข้ามาแล้ว ฉุกคิดได้บอกว่า

“เอ๊ะ...รึว่าจะพาจุ้มไปเลือกของขวัญ เพราะพรุ่งนี้วันเกิดจุ้ม” แต่พอดูนาฬิกาแล้วตกใจบอกว่าต้องรีบกลับแล้ว

อาร์ตทำเป็นไม่สนใจที่อุ่นเรือนบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดจุ้มจิ้ม แต่ใจเต้นตึ้กตั้กคิดว่าจะหาของขวัญอะไรให้ดี?

พอกลับถึงบ้าน อาร์ตเอาสร้อยเส้นที่ซื้อจากตลาดไฟฉายในวันที่เจอพอลออกมาดูแล้วดูอีก ตัดใจเอาใส่กล่องจะมอบให้เป็นของขวัญจุ้มจิ้ม แล้วก็หยิบออกมาด้วยความเสียดาย แต่ในที่สุดก็ทำใจได้เอาใส่กล่องมอบเป็นของขวัญให้จุ้มจิ้ม

ooooooo

จุ้มจิ้มหายไปกับลูกจันทั้งวัน จนรุ่งเช้าแม่ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นหญิงสาวสวยนั่งอยู่ตรงหน้า แม่กะพริบตามองสิ่งมหัศจรรย์ตรงหน้า จุ้มจิ้มในลุคใหม่ยิ้มให้แม่อย่างอ่อนหวานดีใจที่วันนี้ได้ทำตามคำขอร้องของแม่แล้ว...

จุ้มจิ้มใส่รองเท้าส้นสูง แต่งตัวทันสมัยเดินเข้าเซเลบราวกับนางแบบ ทุกคนในเซเลบมองกันตาค้างก๊องถึงกับเพ้อว่า

“โห...ไม่คิดเลยว่าไอ้...เอ๊ย...น้องจุ้มจะน่ารักได้ขนาดนี้ รู้งี้จีบไปนานแล้ว” พอเห็นสายตาของอาร์ตก็ถามเหนียมๆว่า “อาร์ต...ไม่ได้โกรธอะไรพี่ใช่ไหม” อาร์ตทำไขสือถามว่าตนจะโกรธเรื่องอะไร ทั้งที่ใจร้อนผ่าวๆ พอจุ้มจิ้มเดินผ่านก็บ่น

“ทำไมต้องสวยให้คนอื่นเห็นด้วยวะ!!”

ข้างฝ่ายมินตรากับปีโป้ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเซเลบ เห็นจุ้มจิ้มลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ซุบซิบกัน

“เฮอะ...นังทอมแผนสูง” มินตราเหยียดยิ้ม นินทาว่าจุ้มจิ้มเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นหญิงจะได้ตีสนิทใกล้ชิดกับลูกจันได้ง่ายเพื่อจะได้เบียดอาร์ตให้พ้นทาง อาร์ตได้ยินถึงกับกำแก้วกาแฟแน่น แต่คราวนี้ไม่ได้หึงลูกจัน แต่หวงจุ้มจิ้มแทน

วันนี้จุ้มจิ้มใส่สร้อยเก๋จนแซนดี้ขอดู อุ่นเรือน

ก็ชมว่าเหมาะกับจุ้มจิ้มมากเลย ต๋อยแซวว่าหนุ่มที่ไหนส่งมาให้นะ??

“ไม่รู้เหมือนกันฮะ เอ๊ย...ค่ะ เห็น รปภ.บอกว่ามีมอเตอร์ไซค์เอามาฝากไว้ตั้งแต่ตอนดึกเมื่อคืน...เอ่อ...บอกว่ามีผู้ชายจ้างให้เอามาส่ง...รึว่าเขาจะส่งผิด” จุ้มจิ้ม

บอกเขินๆ ต๋อยเชื่อว่าเขาคงอยากให้เป็นของขวัญวันเกิดจุ้มจิ้มมากกว่า

“เห็นไหม พอสวยปุ๊บ มีหนุ่มส่งของขวัญมาปั๊บเลย มัวแต่ทำตัวแมนอยู่ตั้งนาน” แซนดี้แซว แต่ลูกจันติงว่า

“พี่ว่าไม่ใช่นะ จุ้มเพิ่งเปิดตัวว่าเป็นหญิงเมื่อเช้า แต่ของขวัญมารออยู่ตั้งแต่เมื่อคืน แสดงว่าคนที่ส่งมาให้ เขาต้องรู้สึกดีกับจุ้มมาก่อนแล้ว นี่ขนาดจุ้มทำห้าวแบบนั้นเขาก็ยังอุตส่าห์เห็นความน่ารักที่ซ่อนอยู่ได้ เอ๊...ใครนะ...ตาถึงจริงๆ”

ลูกจันโอบจุ้มจิ้มอย่างสนิทสนม จุ้มจิ้มถูกแซวเขินจนหน้าแดง อาร์ตที่ฟังอยู่มองลูกจันอย่างระแวง...

ooooooo

บ่ายนี้ ทีวีถ่ายทอดสดรายการ “รวมใจคนบันเทิงเพื่อสร้างบุญบารมี”

เป็นการวาดรูปประมูลเอาเงินเข้าองค์กรการกุศล งานนี้กองถ่ายละครเรื่อง “เกมร้ายเกมรัก” ทั้งพระเอกคือพีท นางเอกคือน้องกวาง และพี่แมนผู้กำกับ มาร่วมวาดรูปด้วย

พอวาดเสร็จปรากฏว่าของน้องกวางสวยกว่าเพื่อน ของพี่แมนวาดรูปหน้าเหมือนตัวเอง ส่วนของพีทซึ่งไม่ถนัดเรื่องวาดรูป ปรากฏว่าไม่มีใครประมูลเลยเขาเอารูปที่วาดไปโยนใส่ท้ายรถพูดปลอบใจตัวเองว่า

“แน่จริงให้ถ่ายรูปแข่งกันสิวะ” พอดีได้รับโทรศัพท์ฟังแล้วบอก “เสร็จแล้ว...เออ...ได้...ร้านเดิมใช่ไหม โอเค”

เป็นสายจากลูกจันโทร.ตามพอลให้ไปงานวันเกิดของจุ้มจิ้ม พอลขับรถไปที่คาราโอเกะร้านเดิมทันที

ที่คาราโอเกะนี่เอง พอลเห็นจุ้มจิ้มใส่สร้อยเส้นที่อาร์ตซื้อจากตลาดไฟฉายในวันที่ไปเจอกัน พอลชมว่าสวยดีขอดูใกล้ๆหน่อยได้ไหม จุ้มจิ้มถอดให้ดู

พอลจำได้ว่าเป็นสร้อยเส้นนั้น เขาดูอยู่นานจนลูกจันเตือนว่า

“รีบดูแล้วรีบคืนจุ้มไปนะ นี่มันของพิเศษของจุ้มเขา” พอลถามว่าใครให้หรือ จุ้มจิ้มเขินหน้าแดง ตอบอ้อมแอ้มว่า

“ก็...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เขาฝากไว้ที่ รปภ.”

พอดีอาร์ตไปห้องน้ำกลับมาเห็นพีทดูสร้อยเส้นนั้นอยู่ อาร์ตตกใจร้องเรียกพีทเสียงดัง พอลเลยแกล้งพูดเสียงดังกว่าอย่างจงใจให้อาร์ตได้ยินว่า

“อ๋อ...สร้อยจากหนุ่มนิรนาม” พูดแล้วเหล่แซวอาร์ตทำนองว่าจับได้แล้วว่าแอบชอบทอม อาร์ตทำหน้าปุเลี่ยนๆ ส่งสายตาวิงวอนพอลอย่าแซวอะไรมากกว่านี้เลย

ลูกจันให้จุ้มจิ้มอธิษฐานก่อนเป่าเค้ก แซนดี้เสนอให้อธิษฐานว่า เป็นสาวแล้วก็ขอให้เจอเนื้อคู่เถอะ จุ้มจิ้มอมยิ้มแอบอธิษฐานขอให้เจอเนื้อคู่ตามคำแนะนำ พอเงยหน้าก็เห็นอาร์ตมองตาแป๋วอยู่พอดี๊...พอดี!

หลังงานฉลอง พอลจัดแจงจัดการให้อาร์ตไปส่งจุ้มจิ้มเพราะบ้านไปทางเดียวกัน อาร์ตทำฟอร์มยืนนิ่งๆ แต่ในใจลุ้นให้ลูกจันโอเค ลูกจันจึงตัดสินให้อาร์ตไปส่ง เธอเดินไปกอดจุ้มจิ้มอวยพรให้มีความสุขมากๆ

พอลยืนมองจุ้มจิ้มขึ้นซ้อนฮาร์เลย์จิ๋วของอาร์ตยิ้มอย่างสมใจที่ลูกลุ้นของตนสำเร็จ

“ขอบคุณมากเลยพี่” อาร์ตเอ่ยอย่างรู้กัน

“ไม่มีปัญหาน้อง” พอลยักคิ้วแผล็บ ยิ้มดีใจที่ได้มีส่วนช่วยอาร์ต ลูกจันหันมาเห็นถามเสียงเขียวว่ายิ้มอะไร อย่าบอกนะว่าชอบอาร์ต แต่เชื่อว่าอาร์ตไม่ใช่สเปกของเขา คาดคั้นถามว่าแล้วยิ้มอะไร พอลเฉไฉว่าก็คืนนี้มันสนุกดี มีความสุขก็ยิ้ม

“เออ...ฉันก็ว่าคืนนี้หนุกดี วันหลังหาเรื่องมากันอีกบ่อยๆเนอะ เออ...ว่าแต่แกรู้ได้ไงว่าอาร์ตกับจุ้มบ้านอยู่ทางเดียวกัน” พอลบอกว่าเดาเอา แล้วรีบเดินนำไปขึ้นรถนึกบ่นในใจว่าจะสงสัยอะไรกันนักหนา ส่วนลูกจันก็พึมพำงงๆ...

“เดาแม่นเกิ๊น...”

รักนี้เจ้จัดให้

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด