ตอนที่ 1
บนเขาค้อที่เขียวชอุ่มร่มครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดในธรรมชาติที่เงียบสงัดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นแม้จะเป็นเสียงปกติที่อยู่ในเมืองแต่สำหรับในป่าที่เงียบสงัดเสียงมันแหวกวี้ดไปทั้งป่า
พอลหนุ่มเซอร์ผมยาวหนวดเคราเฟิ้มดูซกมกช่างภาพอิสระที่นั่งอยู่หลังกล้องถ่ายรูปเลนส์ใหญ่แบบมืออาชีพก้มล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้สลับกับเงยมองช้างในเฟรมกล้องเห็นช้างอยู่ไกลๆเขากดชัตเตอร์แชะ...
เสียงโทรศัพท์ยังดังอย่างเร่งเร้าพอลก้มหาโทรศัพท์ต่อแต่ยังไม่เจอพอเงยหน้ามองเฟรมกล้องเห็นช้างใกล้เข้ามาอีกเขากดชัตเตอร์อีกสองแชะ...กระนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ยังไม่หยุดแต่พอก้มหาอย่างรำคาญใจเสียงก็เงียบไปเขาถอนใจอย่างโล่งอกที่หยุดได้เสียที
แต่พอเงยหน้าดูช้างในเฟรมอีกทีพอลก็ผงะเมื่อเห็นช้างเอางวงมาจ่อหน้าแล้ว! พอลนิ่งงันแทบไม่กล้าหายใจได้แต่สบตากับช้างไปมาเหงื่อกาฬผุดเต็มหน้าบรรยากาศเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเหงื่อที่หน้าพอลหยดลงบนยอดหญ้าติ๋ง...ติ๋ง... แต่มันสร้างความรำคาญหูให้ช้างจนคำรามแปร๋นนนนนนน!!
ฝูงนกในป่าแตกฮือพอลวิ่งหนีสุดชีวิตนาทีวิกฤตินี้เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก! พอลวิ่งเจอขอนไม้ใหญ่เขาเหวี่ยงตัวข้ามไปเสียงโทรศัพท์ก็ยังดังไม่หยุด
“ความวุ่นวายในชีวิตผม...มันเริ่มต้นขึ้นจากโทรศัพท์สายนี้แท้ๆ”
พอลบ่นเหมือนบอกใครๆที่หน้าจอมือถือในกระเป๋าเป้มีสัญญาณเรียกเข้าจาก “พีท”
ooooooo
“พีท” เป็นฝาแฝดของพอลแต่พีทโลดแล่นอยู่ในแวดวงหรูเป็นพระเอกชื่อดังเป็นนายแบบหล่อมาดเท่ที่สาวๆพากันหลงใหลขณะเขาเดินเข้าไปในงานเปิดตัวหนังสือพลางโทร.ออกมีเสียงจากมือถือเขาว่า...
“กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินเสียงสัญญาณ”
พอลทำหน้าเซ็งวางสายเร่งฝีเท้าไปที่เวทีงานเปิดตัวหนังสือชื่อแสบว่า “มีหมาเป็นผัวดีกว่ามีผัวเป็นหมาหมา” เป็นพ็อกเกตบุ๊กเล่มที่ 2 ของจันทร์เคียงดาวมันตรากุล
นอกจากความชุลมุนวุ่นวายจากเสียงสั่งซื้อหนังสือคนละ 2 เล่มบ้าง 5 เล่มบ้างแล้วที่ชุลมุนไม่แพ้กันคือบรรดาสาวๆพากันมาขอถ่ายรูปกับพีทขวัญใจของพวกเธอพีทถ่ายรูปกับแฟนๆอย่างเท่แล้วขอตัวเมื่อเสียงเพลงบนเวทีดังขึ้น
ที่ห้องแต่งตัวหลังเวทีในห้างลูกจันแต่งหน้าจัดจ้านสวยสง่าในชุดแบรนด์สุดหรูราวกับเดินออกมาจากแมกกาซีนแฟชั่นรับน้ำหอมจากอุ่นเรือนฉีดที่ซอกคอข้อมือแล้วเดินไปอย่างมั่นใจ
ทันทีที่ไปยืนหน้าเวทีบรรดาช่างภาพก็กระหน่ำยิงใส่หน้าเธอจนลูกจันหน้ามืดหงายเงิบไป
จุ้มจิ้มถือกล้องมีเลนส์ซูมใหญ่มากตกใจเมื่อเห็นลูกจันหงายผลึ่งพีทที่ยืนเชียร์อยู่กับแขกที่มาร่วมงานสะดุ้งเฮือก
“ลูกจัน!!!” พีทตกใจร้องเรียกเพื่อนรักสุดเสียง
ooooooo
เมื่อลูกจันออกมานั่งที่โซฟาบนเวทีมีพิธีกรสัมภาษณ์ถามว่าผู้ชายแบบไหนที่ลูกจันเขียนแฉไว้ในหนังสือเล่มนี้
“เจ้าชู้บ้าอำนาจเห็นผู้หญิงเป็นทาสในชีวิตคู่และที่ต้องหนีให้ไกลสุดกู่คือพวกเห็นผู้หญิงเป็นตู้เอทีเอ็ม” ลูกจันตอบฉะฉานชัดเจนและดุดันจนพิธีกรกรี๊ดถูกใจกดไลค์รัวที่แขนลูกจันแฟนคลับปรบมือกราวชอบอกชอบใจ
แต่อุ่นเรือนถอนใจดังๆแต่บ่นเบาๆว่าผู้ชายดีๆก็มีพี่ลูกจันไม่เคยเจอเองมากกว่าอาร์ตหนุ่มติสต์ที่ตามจีบลูกจันอยู่พูดกับอุ่นเรือนยิ้มๆว่า
“พี่ลูกจันอาจจะเจอแล้วก็ได้แต่ยังไม่รู้ใจตัวเอง...” พูดแล้วยักคิ้วกวนๆบอก “ผมไงพี่” เลยถูกจุ้มจิ้มสาวห้าวที่ปลื้มและถือลูกจันเป็นไอดอลแหวะใส่อาร์ตตีหน้ายักษ์ถามว่า “หาเรื่องเหรอไอ้ทอม”
“หยุดค่ะอย่าทะเลาะกันไม่เห็นแก่พี่ก็เห็นแก่พี่ลูกจันนะคะ” อุ่นเรือนเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม
หลังจากพิธีกรสาวกรี๊ดถูกใจและเอานิ้วกดไลค์รัวที่แขนลูกจันแล้วถามว่า
“เคยมีสักนี้ดดด...ไหมคะแบบแอบแว่บเข้ามาในหัวว่าผู้ชายดีๆที่น่าจะเอามาทำสามีก็มีอยู่ในโลก”
“ไม่ว่อบไม่แว่บเลยค่ะแล้วก็มั่นใจมากด้วยว่าในนิยายน้ำเน่าเท่านั้นล่ะค่ะที่จะมีผู้ชายแสนดี” ลูกจันฟันธงโชะ!
ลูกจันเล่นกับแฟนคลับเหมือนขึ้นคอนเสิร์ตยื่นไมค์ออกไปถามว่าผู้หญิงยุคใหม่ต้องเป็นอย่างไรแฟนคลับประสานเสียงกันเซ็งแซ่ว่า “ไม่แคร์ผู้ชายยยยย!”
“เยี่ยมค่ะขอให้ท่องทุกวัน 4 เวลาก่อนอาหารชีวิตมีความสุขแน่นอนขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานไว้เจอกันใหม่นะคะ” ลูกจันไหว้สวยงามเสียงปรบมือลั่นแฟนคลับกรี๊ดกันสนั่นพีทถือช่อดอกไม้มาให้อวยพรให้ยอดขายถล่มทลายลูกจันกระซิบตอบ “ขอบใจนะยะ”
นักข่าวถามทันทีว่าพีทกับลูกจันเป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปีมีโอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไหม?? ลูกจันตอบทันทีว่าคงไม่คนนี้เป็นเพื่อนกันจริงๆพีทรีบขอตัวไปถ่ายละครต่อหันโบกมือลากับลูกจันอย่างเก๋นักข่าวรุมถ่ายรูปช็อตเด็ด
หลังจากนั้นลูกจันต้องไปแจกลายเซ็นแฟนคลับและผู้ซื้อหนังสือที่มาต่อคิวกันยาวเหยียด
หนึ่งในผู้ต่อคิวซื้อหนังสือขอลายเซ็นคืออาร์ตลูกจันถามว่าซื้อเอาใจหรืออยากอ่านจริงๆอาร์ตตอบผ่าเผยว่า
“อยากอ่านจริงๆครับจะได้รู้ว่าพี่ไม่ชอบผู้ชายแบบไหนผมจะได้ไม่เป็นแบบนั้นไง”
ลูกจันยิ้มให้อาร์ตอย่างเอ็นดูเหมือนน้องชายอาร์ตยิ้มหวานให้เธอเลยค้อนอย่างหมั่นไส้ดื่มน้ำแล้วเซ็นชื่อต่อ
ooooooo
ลูกจันเซ็นหนังสือจนถึงแฟนคลับคนสุดท้ายเป็นเวลาหลายชั่วโมงจึงลุกไปเข้าห้องน้ำออกจากห้องน้ำเธอฉีดน้ำหอมที่ข้อมือและซอกคอพอเก็บขวดน้ำหอมก็ถูกณัฐที่มาดักอยู่ทัก...
“ไม่ต้องฉีดน้ำหอมก็เนื้อหอมแล้วค่ะแจ่มจันทร์”
ลูกจันมองขวับอย่างโกรธจัด!
ในอดีตณัฐคือนักบาสสมาร์ทหล่อเท่ของมหาวิทยาลัยวันนั้นลูกจันเดินผ่านสนามบาสถูกลูกบาสพุ่งชนไหล่อย่างจังจนหนังสือเรียนร่วงณัฐวิ่งมาขอโทษอย่างอ่อนโยนถามว่าเจ็บมากไหมจะพาไปหาหมอ
วันนั้น...ความหล่อเท่อ่อนโยนสุภาพของณัฐทำเอาลูกจันประหม่าจนพูดติดอ่างยิ่งเมื่อณัฐช่วยเก็บหนังสือแล้วมือถูกกันโดยบังเอิญก็ทำเอาลูกจันประหม่าจนตัวสั่นพอจะลุกไปณัฐเรียกไว้ยิ้มเจ้าชู้บอกว่า
“พี่ชื่อณัฐเศรษฐศาสตร์ปี 4 ถ้าน้องต้องไปหาหมอมาเก็บค่ารักษาที่พี่นะคะพี่รับผิดชอบเต็มที่”
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ลูกจันเสียงประหม่าณัฐดูออกว่าเธอตื่นเต้นที่ได้คุยกับตนเขามองลูกจันอย่างมีแผน
จากนั้นณัฐหาโอกาสมอบกุหลาบดอกเล็กๆให้ยังความตื่นเต้นปลาบปลื้มแก่ลูกจันมากความสัมพันธ์นับวันแนบแน่นลูกจันทุ่มเทให้ณัฐทุกอย่างเขาเรียนหนังสือไม่เก่งก็ติวให้ช่วยทำการบ้านให้เวลาไปกินอาหารด้วยกันที่โรงอาหารณัฐก็จะนั่งรอให้ลูกจันไปซื้อทั้งอาหารและน้ำลำเลียงมาให้รอบแล้วรอบเล่า
ลูกจันทำทุกอย่างให้ณัฐด้วยความเต็มใจทั้งบริการดูแลและเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสิ่งที่ณัฐต้องการณัฐเป็นผู้รับที่ไม่ได้เห็นถึงคุณค่าน้ำใจน้ำแรงและเงินที่ลูกจันต้องจ่ายเลยเขารับทุกสิ่งอย่างราวกับเป็นสิ่งพึงได้ต้องได้ของตนแม้แต่เงินเมื่อลูกจันไปกดเอทีเอ็มพอได้เงินมาจะแบ่งให้ณัฐก็คว้าไปทั้งหมด!
และแล้ววันแตกหักก็มาถึงเมื่อลูกจันเดินผ่านร้านอาหารอิตาเลียนเห็นณัฐนั่งอยู่กับเบบี๋ลูกจันดีใจรีบเดินเข้าไปหาแต่ยังไม่ทันถึงโต๊ะก็ได้ยินเสียงเบบี๋ถามณัฐว่าพาตนมาทานอาหารอย่างนี้ลูกจันไม่ว่าอะไรหรือ?
“จะว่าได้ยังไงณัฐกับลูกจันไม่ได้เป็นอะไรกันนี่คะ” เบบี๋ถามว่าเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันมาเกือบปียังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกหรือ “ณัฐสนิทกับลูกจันเพราะสงสารที่เขาไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงเชยๆเอ่อ...ผู้หญิงเรียบๆอย่างนั้นไม่ใช่สเปกณัฐหรอกสเปกณัฐน่ะ...เบบี๋ค่ะ” ณัฐจับมือเบบี๋มองตาหวาน
ลูกจันน้ำตาร่วงแต่พอจะเดินไปเห็นพนักงานมาเก็บเงินลูกจันหยุดหันมองเห็นเบบี๋ทำท่าหยิบกระเป๋าสตางค์ณัฐจับมือเธอไว้บอกว่า “ณัฐเลี้ยงเองค่ะ” เท่านั้นเองลูกจันก็สุดทนเดินอ้าวออกไปน้ำตาไหลพราก...
เจ็บครั้งนั้นทำให้ลูกจันเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างขนานใหญ่จากสาวที่เฉิ่มเชยกลายเป็นสาวเปรี้ยวฉลาดปราดเปรียววันนี้เมื่อณัฐมาทักเธอเชิดใส่บอกเขาว่า
“แจ่มจันทร์ที่เฉิ่มเชยและเคยโง่เป็นควายตายไปนานแล้วเหลือแต่ฉัน...จันทร์เคียงดาว”
“ไม่ว่าลูกจันจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรลูกจันก็ยังเป็นลูกจันที่พี่อยากเป็นเพื่อนด้วยเสมอ” ณัฐยังคงปากหวาน
“ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณสำหรับฉันคุณเป็นศัตรูเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่ฉันต้องเอาชนะให้ได้” พูดแล้วเดินไปเลยณัฐถามว่าเมื่อไหร่ลูกจันจะลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสียทีลูกจันหันตอบเสียงเข้มว่า “ไม่-มี-วัน!”
“ไม่รับพี่เป็นเพื่อนก็รับเป็นแฟนหนังสือคนนึงแล้วกัน” พลางณัฐยื่นหนังสือให้เซ็นลูกจันรับหนังสือพูดใส่หน้าว่า
“อย่าว่าแต่ให้รับเป็นแฟนคลับเลยลายเซ็นของฉันคนอย่างคุณก็ไม่คู่ควร” พูดแล้วขว้างหนังสือใส่หน้าณัฐอย่างแรงถูกจมูกอย่างจังจนณัฐร้องโอ๊ยลูกจันมองอย่างสะใจแล้วเดินเชิดไปณัฐจิกตามองตามอย่างแค้นใจ
ณัฐชายคนแรกที่ลูกจันรักเขาทำให้ลูกจันเห็นถึงสันดานดิบของผู้ชายอย่างณัฐเธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองจนเข้มแข็งกลายเป็นหญิงเปรี้ยวหญิงเก่งหญิงแกร่งที่ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือประกาศว่า “มีหมาเป็นผัวดีกว่ามีผัวหมาหมา”
ooooooo
พอลยังหลงใหลอยู่กับป่าเขาแล้ววันนี้เขาก็ได้เจอกับฤาษีตนหนึ่งทีแรกพอลเห็นแต่ชุดลายเสือที่ฤาษีห่มก็ตกใจนึกว่าเสือจริงๆจนฤาษีบอกว่าไม่ใช่ตนคือฤาษีพอลก็มองงัน!
พอลหงุดหงิดที่โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเดินหาสัญญาณไปจนเจอเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้พอลวิ่งเข้าไปถาม
“ตรงไหนมีสัญญาณโทรศัพท์บ้างครับ”
“เมื่อวานตรงโน้น...เมื่อเช้าตรงนี้...แต่ตอนนี้ไม่รู้ตรงไหนแถวนี้มีแต่เขาสัญญาณทะลุทะลวงมาลำบากบางวันก็ไม่มีเลยครับ”
“หมายความว่าต้องลงจากเขาเท่านั้นถึงจะมีสัญญาณชัวร์” พอลถามเซ็งๆอย่างไม่ต้องการคำตอบแต่พอเดินผ่านเจ้าหน้าที่ได้ยินเจ้าหน้าที่คนนั้นถามว่าที่บ้านพักน้ำไหลดีไหมพอลตอบงงๆว่าไหลดี
“เอ่อ...งั้นว่างๆลองอาบดูมั่งสิครับน้ำที่นี่เย็นสดชื่นดีนะครับ” เจ้าหน้าที่คนนั้นแนะนำยิ้มๆแล้วเดินไปพอลไม่เก็ตมองตามถามตัวเองงงๆว่าจู่ๆมาชวนอาบน้ำทำไม??
คืนนี้ขณะพอลผูกเปลนอนพักผ่อนเขาเหม่อมองดูดาวบนท้องฟ้าอดคิดถึงเรื่องราวเมื่อกลางวันไม่ได้...
ตอนที่เจอฤาษีท่านถามว่า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเจ้ามักจะได้รับความเดือดร้อนจากผู้หญิงใช่ไหม” ทำให้พอลคิดถึงเรื่องราวในอดีตของตนคิดแล้วปัญหาล้วนเกิดกับผู้หญิงทั้งสิ้น...
ตอนเป็นทารกอายุเพียง 9 เดือนก็ถูกเด็กผู้หญิงที่นอนติดกันแย่งขวดนมที่พอลกำลังกินอย่างมีความสุขไปกินตัวเองก็ได้แต่มองแล้วร้องไห้จ้า
พอเรียนป.3 ก็ถูกเพื่อนนักเรียนหญิงจับได้ว่าพอลลอกข้อสอบฟ้องครูจนพอลถูกทำโทษ
เข้ามหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศเรียนอยู่ปี 2 ขณะกำลังคุยกะหนุงกะหนิงกับเพื่อนนักศึกษาสาวฝรั่งก็ถูกหมัดนิรนามตะบันหน้าจนเลือดกบปากฝรั่งหนุ่มเจ้าของหมัดพูดใส่หน้าว่า “This girl is mine”
และสองวันก่อนนี้เองขณะพอลเดินซื้อของเตรียมขึ้นเขาก็ถูกหญิงเจ้าของร้านที่ตนเดินผ่านสาดน้ำใส่เต็มหน้า!
คิดแล้วพอลอุทาน “เฮ้ยยยยตรงเป๊ะ!!” บอกฤาษีว่าใช่อย่างที่ท่านพูดแต่คงเป็นความบังเอิญมากกว่า
“หึๆไม่ใช่ความบังเอิญมันคือโชคชะตา...destiny!!!” พอลมองหน้าฤาษีมึนงงที่พูดภาษาอังกฤษได้แต่ฤาษีไม่สนใจบอกพอลว่า “และระวังให้ดีนับจากนี้ไปชีวิตเจ้าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง...จำคำตาไว้ ‘ระวังผู้หญิง’!!!”
คิดแล้วพอลก็ส่ายหน้าหัวเราะขำๆบอกตัวเองว่า “ไม่เชื่อ”
ooooooo
วันนี้พีทมาถ่ายละครที่สวนสาธารณะเขาเข้าบทคู่กับกวางทั้งสองเล่นอย่างมืออาชีพเทกเดียวผ่านจนพี่แมนผู้กำกับชมว่าเป๊ะมาก
เมื่อจะเดินไปพักพีทถือร่มให้กวางอย่างสุภาพบุรุษพี่แมนมองแล้วพึมพำโดยไม่รู้ว่าแนนอยู่แถวนั้น...
“เฮ้อ...แอ๊บเนียนจริงๆพ่อคุณเอ๊ย” พอแนนถามว่าแอ๊บอะไรพี่แมนรีบแก้ว่าไม่ใช่ตนบอกว่าแอ็กติ้งเนียนจริงๆต่างหากแนนไม่เชื่อมองพีทกับกวางอย่างสงสัยแต่ก็เห็นพีทแม้นแมน...ไม่มีอะไรผิดปกติ
ขณะนั่งกันอยู่ที่พักนักแสดงพีทเอากระปุกครีมกันแดดให้เต้ยดูบอกว่าเจ้าของแบรนด์เขาให้มาลองใช้ตนใช้มาสักพักแล้วรู้สึกเลยว่ากันแดดดีมากเลยเอามาให้เต้ยลองใช้ดูเต้ยบอกว่าตนไม่เอาไม่อยากให้ใครมองว่าตนเป็นเก้งเป็นกวาง
“ผู้ชายสมัยนี้ออกจากท้องแม่ปุ๊บก็ถูกเม้าท์แล้วว่าเป็นอย่าสนใจคำพูดคนอื่นเลยอาชีพเราขายหน้าตาดูแลตัวเองให้ใสปิ๊งไว้เอาใจแฟนคลับดีกว่า”
“จริงของพี่” เต้ยไหว้ขอบคุณรับกระปุกครีมยิ้มทำตาหวานให้พีทยิ้มตอบไม่มีทีท่าสนใจอาการอ่อยของเต้ยหยิบมือถือขึ้นโทร. เสียงสัญญาณโทร.ติดแต่ไม่มีคนรับสายพีทวางมือถือถอนใจเศร้าๆ
ooooooo
ลูกจันทำงานอย่างเอาการเอางานเข้มงวดละเอียดทุกขั้นตอนและต้องได้อย่างใจทุกอย่างแม้แต่การวางตัวการแต่งตัวกระทั่งการพูดคุยกันในหมู่พนักงานก็ต้องมีแบบแผนจนพนักงานแอบบ่นกันว่า “บ้าอำนาจ!”
แต่ผลงานของเธอถูกใจบอสวิมาดาถึงกับซื้อกระเป๋า Hermes Birkin เป็นของขวัญให้ลูกจันดีใจมากบอกว่า
“จันอยากได้สีนี้ตั้งนานแล้วแต่หาไม่ได้สักทีขอบคุณบอสมากนะคะที่ซื้อให้ขอบคุณมากค่ะ”
แต่มินตรากับปีโป้มาเห็นเข้าก็อิจฉาตาร้อน
มินตราซุบซิบอย่างไม่พอใจว่า
“ทีกับฉันให้แค่กระเป๋าใบละหมื่นแต่กับนังลูกจันให้ใบละแสน...บอสลำเอียง” ปีโป้เป่าหูว่าแสดงว่าบอสรักลูกจันมากกว่าเธอมินตราจิกตาหมายมาดว่า “สักวันฉันต้องเขี่ยนังลูกจันให้พ้นทางแล้วขึ้นนั่งแท่นบก.เซเลบแทนมันให้ได้”
ooooooo
จุ้มจิ้มกับอาร์ตเป็นไม้เบื่อไม้เมาแข่งกันจีบลูกจันวันนี้ก็แย่งกันมานั่งเฝ้าที่หน้าห้องเพื่อจะไปส่งลูกจันแต่พอลูกจันออกมาก็บอกทั้งสองว่าไม่ต้องส่งตนกลับเองได้
ทันใดนั้นลูกจันได้รับโทรศัพท์จากพีทคุยแล้วบอกจุ้มจิ้มกับอาร์ตว่า “พีทมันเหงาเลยโทร.ชวนพี่กับคนในกองเราไปคาราโอเกะไปไหม”
ทั้งสองยิ้มแฉ่งแทนคำตอบแล้วแย่งกันเดินตามติดลูกจันกันเอาเป็นเอาตาย
ที่คาราโอเกะพีทร้องเพลงรักอย่างมีอารมณ์จนแซนดี้หมั่นไส้แอบนินทาว่าใส่อารมณ์เกินแล้วกระซิบถามอุ่นเรือนที่ลูกจันบังคับให้เปลี่ยนเป็นแอนนี่ให้ทันสมัยว่า
“พี่แอนนี่ว่าพี่พีทเป็นเอ่อ...แบบว่าไม่แมนแบบที่หนังสือดาราเม้าท์กันไหม”
อุ่นเรือนบอกว่าไม่รู้เหมือนกันตนดูไม่ออกแต่เสียงลูกจันแหวขึ้นว่านินทาอะไรเพื่อนตนถ้าอยากรู้เรื่องพีทให้ถามตนห้ามถามคนอื่นแซนดี้ถามกลัวๆกล้าๆว่า “คือ...พี่พีทเป็นแมนแท้ๆรึเปล่าคะ”
“ก็ใช่สิ... แต่พีทเป็นผู้ชายอ่อนโยนเลยดูเหมือนไม่ค่อยแมนแต่จริงๆแมนมาก!!!” ลูกจันยืนยันหนักแน่นจนแซนดี้กับอุ่นเรือนเชื่อสนิทแต่หารู้ไม่ว่ามือลูกจันที่ไพล่หลังนั้นนิ้วไขว้กันอยู่!
พอพีทร้องเพลงจบทุกคนก็ชมว่าร้องได้เพราะมากอาร์ตกับจุ้มจิ้มแย่งกันร้องเพลงจีบลูกจันจนเกือบทะเลาะกัน
พีทบอกลูกจันว่าตนจะไปเข้าห้องน้ำอาร์ตเลยตามไปบอกพีทว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วยไปฉี่ที่โถฉี่ข้างๆ ถามว่า
“คือ...ผมเห็นว่าพี่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่ลูกจันเลยอยากมาบอกพี่ตรงๆในฐานะลูกผู้ชายเหมือนกันว่าผมรักพี่ลูกจันจริงๆและผมก็จะจีบพี่ลูกจันจริงๆ”
“โอเค...พี่เอาใจช่วยขอให้โชคดีน้อง” พีทพูดแบบแมนๆนึกทึ่งที่อาร์ตกล้ามาพูดกับตนตรงๆ
สนุกกันจนเต็มคราบแล้วก็จะพากันกลับอุ่นเรือนย่อตัวไหว้พีทขอบคุณที่เป็นเจ้ามือพีทชวนคราวหน้ามาใหม่ทุกคนยิ้มแย้มยินดีของฟรีไม่เกี่ยงแต่พอจุ้มจิ้มอาสาจะไปส่งลูกจันพีทก็กันท่าว่าไม่ต้องเดี๋ยวตนดูแลเองจุ้มจิ้มเลยยิ้มจ๋อยๆถูกอาร์ตหัวเราะเยาะเลยหันค้อนเคืองๆ
ooooooo
ที่แท้พีทกับลูกจันอยู่บ้านเดียวกันโดยมีป้าภาคอยดูแลพอกลับถึงบ้านพีทพูดกลั้วหัวเราะคิกคักกับลูกจันว่า
“จ๋อยเลยสงสารยัยจุ้มจิ้มนะแต่ขืนให้มาส่งแกความลับที่เราอยู่บ้านเดียวกันได้แตกพังโพละ”
ป้าภาเดินลงมาจากข้างบนพีทโผเข้ากอดถามอ้อนว่าดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอนอีกป้าภาบอกว่าเพิ่งสวดมนต์นั่งสมาธิเสร็จเลยจะมาดูอีกทีว่าปิดประตูลงกลอนดีรึยัง
“อย่าไปเผลอทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างนี้นอกบ้านนะยะเดี๋ยวเขาจะรู้กันทั่วว่าพระเอกดาวรุ่งพุ่งแรงเป็นเก้งกวางบ่างชะนี” ลูกจันเตือน
“แหม...ฉันน่ะคนนะยะไม่ใช่ควายรู้น่าว่าอยู่ที่ไหนต้องทำตัวยังไง” พีทออกอาการอย่างสมอยากที่ต้องอัดอั้นมาทั้งวัน
ป้าภาตัดบทว่าดึกแล้วไปอาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอนเสียนอนดึกเดี๋ยวป้าหน้าเหี่ยวหมดลูกจันแซวว่าไม่ต้องกลัวตนจะพาป้าไปพบแพทย์ดึงทึ้งให้ตึงเอง
“สวยด้วยแพทย์ป้าไม่เอาหรอกป้ากลัวใช้วิธีสวดมนต์นั่งสมาธิหน้าก็ตึงได้เหมือนกันป้าไปดูประตูหน้าต่างก่อนนะ” ป้าภาแยกตัวไปลูกจันทิ้งตัวนั่งที่โซฟาบ่นว่าเหนื่อยพีทฉุดให้ลุกขึ้น
“นอนสภาพนี้เดี๋ยวสิวได้เห่อเต็มหน้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยหน้าเนี่ยเดี๋ยวเจ้จัดให้”
ลูกจันยิ้มแป้นที่เข้าแผนตนพอดี๊พอดี...
ooooooo
พีทนั่งขัดสมาธิบนเตียงตัวเองมีเครื่องสำอางวางอยู่เต็มลงมือเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าลูกจัน
อย่างเบามือจนเสร็จ
“ขอบใจมากนะพีทที่ดูแลฉันทุกอย่างสมแล้วที่ฉันยกให้แกเป็นเจ้ใหญ่ประจำบ้าน”
“ย่ะ...แต่จะมารอให้เจ้ดูแลให้อย่างเดียวไม่ได้หรอกนะยะแกต้องดูแลตัวเองด้วยร่างกายเราไม่มีใครดูแลได้ดีเท่าเราหรอก” ลูกจันบอกว่าตนก็ดูแลอยู่แต่พีทเช็ดให้ก็สบายกว่าเช็ดเองพีทเลยจับได้ว่าลูกจันหลอกใช้ตนตีแขนบ่นอย่างเอ็นดู “ร้ายนักนะ” ลูกจันหัวเราะแล้วบิดขี้เกียจบ่น
“โอ๊ย...ร่างจะแหลก”
“งานราษฎร์งานหลวงตั้งแต่เช้ายันดึกไม่เหนื่อยก็ถึกเกินไปแล้วล่ะอย่าว่าแต่แกเลยวันนี้ฉันก็ต่อยกะผู้ชายจนร่างจะแหลกเหมือนกัน” ลูกจันเลยกางแขนให้มา
กอดเพิ่มพลังกันหน่อยพีทโผเข้ากอดลูกจันอย่างรักใคร่ลูกจันบอกว่ากอดพีทเหมือนได้กอดแม่เลยพีทค้อนงอนๆต่อว่า “ว่าฉันแก่เหรอ”
“หน้าแกเด้งกว่าหน้าฉันอีกใครจะกล้าฉันไปนอนก่อนล่ะพรุ่งนี้ต้องไปขึ้นเขาแต่เช้า”
พีทพยักหน้ามองตามอย่างเอ็นดู
ooooooo
เช้าวันต่อมา พอลเข้าไปในร้านอาหารบนอุทยานสั่งข้าวหมูทอดแม่ค้าถามหยอกว่ามาอยู่เป็นอาทิตย์เห็นกินแต่ข้าวหมูทอดไม่เบื่อบ้างรึไง
พอลบอกว่าไม่เบื่อตนชอบกินของทอดแต่พอแม่ค้าเดินผ่านพอลก็ทำจมูกฟุดฟิดกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากตัวเขาพอลยกแขนดมเต่าบอกว่าไม่ได้อาบน้ำมา 3 วันแล้วต้องถ่ายรูปสัตว์กลัวว่าอาบน้ำแล้วกลิ่นจะไม่กลืนกับธรรมชาติสัตว์จะหนีหมด
“อย่านึกถึงแต่สัตว์สิพ่อคุณนึกถึงคนที่เดินผ่านบ้าง” แม่ค้าเดินไปที่ทำอาหารพอลมองแม่ค้ายิ้มเขินๆ
ทีมงานของลูกจันมาถึงแล้วโดยรถตู้หรูไฮโซ
ลูกจันในชุดคลุมลายเสือเต็มยศพอลงจากรถก็เอาน้ำหอมฉีดข้อมือแตะซอกคอแล้วเก็บใส่กระเป๋าบอกแซนดี้กับจุ้มจิ้มว่า
“เดี๋ยวพี่จะไปดูโลเกชั่นจะได้เลือกไว้เลยว่าพรุ่งนี้จะตั้งเซ็ตตรงไหนแซนดี้พาทุกคนไปเข้าห้องพักก่อนได้เลย” จุ้มจิ้มขอไปเป็นเพื่อนลูกจันพยักหน้าแล้วเดินออกไป
ปีโป้ที่มองคนอย่างสายตาคิดร้ายพูดอย่างหมั่นไส้ว่าสงสัยว่าไปดูโลเกชั่นหรือไปตั้งวงดนตรีไทยกันเลยถูกทุกคนมองอย่างเบื่อหน่าย
ลูกจันเดินไปชี้ให้จุ้มจิ้มดูว่าที่ตรงนี้ก็สวยดีจุ้มจิ้มเห็นด้วยชมว่า “พี่ลูกจันเลือกมุมเก่งจัง”
“ไม่เก่งไม่แกร่งอยู่วงการนี้ไม่ได้หรอกถ้าจุ้มอยากรอดในวงการนี้ห้ามอ่อนแอรู้ไหม”
พอลอยู่บนต้นไม้ได้ยินเสียงคุยกันมองลงมาเห็นลายเสือก็ดีใจนึกว่าหลวงตามาแต่พอเห็นชัดๆถึงรู้ว่าไม่ใช่
ลมพัดมาเบาๆลูกจันได้กลิ่นเหม็นจุ้มจิ้มแหงนมองชี้ให้ลูกจันดูพอลที่ใส่แว่นดำกำลังถ่ายรูปรังนกอยู่บนต้นไม้
“อี๋...อยู่บนต้นไม้กลิ่นตัวยังโชยมาถึงข้างล่างสกปรกที่สุด” ลูกจันรีบควักขวดน้ำหอมออกมาฉีดไปรอบตัวกลบกลิ่นของพอลเขาก้มมองพูดอย่างไม่พอใจว่า
“ผมยอมสกปรกเพราะต้องการใกล้ชิดธรรมชาติดีกว่าคนสะอาดที่มาป่าแต่ใส่น้ำหอมกลิ่นหึ่งจนทำลายระบบนิเวศของป่า”
เป็นเรื่องทันที! ถูกหญิงแกร่งโต้ว่าแค่ฉีดน้ำหอมก็หาว่าทำลายระบบนิเวศกล่าวหากันเกินไปแล้วถูกพอลสวนว่า
“สัตว์ป่าพอผิดกลิ่นก็กลัวไม่ออกหากินตามปกติพอไม่ออกหากินระบบความเป็นอยู่ในป่าก็ผิดเพี้ยนแถมยังทำให้สัตว์หงุดหงิดจนทำร้ายกันเองหรือทำร้ายคนได้อยากมาเที่ยวป่าก็หัดศึกษาธรรมชาติเสียบ้างสิคุณ”
ลูกจันโต้ว่าตนศึกษามาแล้วถึงได้แต่งชุดลายเสือเพื่อให้กลมกลืนกับป่ากลับถูกพอลชี้ว่าชุดที่เธอใส่มันมาจากสัตว์ที่ถูกถลกหนังอย่างไม่มีทางสู้ผ้าลายอื่นก็มีให้เลือกทำไมต้องทำลายชีวิตสัตว์ไม่มีให้ใส่แล้วรึไง
“มี! แต่ฉันอยากใส่ตัวนี้มีปัญหาอะไรไหมยะ!”
หญิงแกร่งกับชายกร้าวต่อปากต่อคำกันอย่างไม่มีใครยอมใครลูกจันโมโหคว้ากิ่งใกล้มือปาใส่พอลเขาฉุนเลยดึงเถาวัลย์โยนไปพาดบ่าลูกจันพอดีซ้ำยังตะโกนลั่น “งู!!”
ลูกจันเห็นอะไรดุกดิกที่ไหล่แผดเสียงกรี๊ดวิ่งเตลิดไปจุ้มจิ้มวิ่งตามพอลนั่งดูอยู่บนต้นไม้หัวเราะสะใจ
ลูกจันวิ่งเตลิดไปถึงสำนักงานเจ้าหน้าที่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นเธอเต้นเร่าๆบอกว่า “งู...ช่วยด้วย...”
จุ้มจิ้มวิ่งตามมาทันพอดีบอกว่าไม่ใช่งูมันเป็นแค่เถาวัลย์ก็ถูกลูกจันตวาดว่าทำไมไม่บอกกัน
“ก็พยายามจะบอกตั้งแต่ในป่าแต่พี่วิ่งหน้าตั้งไม่ฟังจุ้มเลยนี่ฮะ”
เจ้าหน้าที่หัวเราะขำลูกจันมองจุ้มจิ้มแล้วตวัดมองไปทางป่าอย่างแค้นใจตะโกนด่าไปในป่า...
“ไอ้ตัวเหม็น...”
ooooooo
อาร์ตไปช่วยมินตราจัดเวทีให้งาน “ทีนคลับเมาไม่ขับ” พีทมาช่วยเดินแบบขณะรอแต่งหน้านั้นแฟรงกี้เดินเข้ามาทักว่าไม่เจอกันนานเลย
“ช่วงนี้ละครเพิ่งเปิดกล้องยุ่งมากเลยไม่ค่อยได้เดินแบบงานนี้ถ้าไม่ใช่หนังสือในเครือเซเลบพี่ก็ไม่รับหรอก” พีทมองสำรวจเรือนร่างแฟรงกี้ชมว่า “หุ่นดีขึ้นนะ” แต่พอแฟรงกี้ชวนไปเข้าฟิตเนสพลางโชว์ซิกซ์แพ็กให้ดูพีทก็ปฏิเสธบอกว่าตนไม่ชอบเข้าฟิตเนสแต่ชอบออก
เอาต์ดอร์วิ่งในหมู่บ้านในสวนสาธารณะมากกว่า
พอดีช่างแต่งหน้าบอกพีทให้เข้าไปแต่งหน้าได้แล้วพีทเดินไปนั่งให้ช่างแต่งหน้าแต่ตาแอบมองซิกซ์แพ็กของแฟรงกี้จนใจสั่นหวิว
ณัฐกำลังคบหากันอย่างสนิทสนมกับอิงอรที่หลงใหลเขาจนหน้ามืดตามัววันนี้ก็ไปซื้อกางเกงกระเป๋ารองเท้าให้ณัฐจ่ายไปเป็นแสนอย่างมีความสุขณัฐทำทีเกรงใจอิงอรขอให้เขาตอบแทนด้วยการให้ตนไปนอนที่บ้านณัฐอ้างว่าคืนนี้ไม่สะดวกเพราะคุณพ่อคุณแม่กลับจากต่างประเทศอิงอรให้มานอนที่คอนโดตนแทนณัฐก็อ้างว่านานๆคุณพ่อคุณแม่จะกลับมาทีอยากอยู่กับท่านบ้างพออิงอรทำหน้างอนอย่างขัดใจณัฐเลยอ้อน...
“อย่างอนเลยค่ะคนดีพรุ่งนี้พี่บอกคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วว่าจะชวนอรไปทานข้าวด้วยพี่จะบอกพวกท่านว่าเราจะแต่งงานกัน” อิงอรหายงอนเป็นปลิดทิ้งถามอย่างตื่นเต้นว่าจริงหรือ “จริงสิจ๊ะพี่อยากอยู่กับอรทุกวันทุกคืนจะแย่อยู่แล้วไม่รู้รึไง” แล้วชวนเอาของไปเก็บในรถก่อนค่อยลงไปที่งาน “ทีนคลับเมาไม่ขับ” จะได้ไม่เกะกะทั้งคู่ยิ้มหวานให้กันปานจะกลืน
ที่งาน “ทีนคลับเมาไม่ขับ” วิมาดาชมกับมินตราว่าฉากสวยมินตราบอกว่าเป็นฝีมือของอาร์ตวิมาดาชมว่าลูกจันตาถึงที่รับอาร์ตไว้ทำงานมินตรานึกเซ็งที่วิมาดาชมลูกจันพอดีณัฐกับอิงอรเข้ามาวิมาดาขอบคุณทั้งสองที่มาร่วมงาน
“ผมเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมอาชีพเสมอครับโครงการนี้คงทำให้ทีนคลับยอดขายพุ่งขึ้นอีกเยอะเลยยินดีด้วยครับ”
“ต้องชมบก.ทีนคลับค่ะมินตราคิดโครงการนี้ขึ้นมา” วิมาดาชมมินตราทำเอาเจ้าตัวยิ้มแฉ่งเชิญณัฐ
กับอิงอรไปนั่งวิมาดามองณัฐกับอิงอรที่เดินไปกับมินตรายิ้มเยาะคู่แข่งอันดับหนึ่งของตน
ในช่วงเดินแบบพีทเดินแบบในมาดหนุ่มหล่อเท่สมาร์ทได้รับเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับลั่นจนมินตราเสนอวิมาดาว่าเซเลบฉบับหน้าเอาพีทขึ้นปกดีไหมวิมาดา
บอกว่าไว้ให้ลูกจันมาตัดสินใจแล้วกันเพราะเขาเป็นบก.เซเลบมินตราเลยหน้าม้านที่ถูกตำหนิกลายๆว่าก้าวก่ายหน้าที่ของลูกจัน
ณัฐกับอิงอรนั่งดูพีทอยู่ด้วยกันอิงอรพูดเบาๆว่าหล่อเท่แบบนี้ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่แมนณัฐบอกว่าจะชวนขึ้นปกไลม์สักครั้งอิงอรติงว่าเห็นณัฐชวนหลายครั้งแล้วไม่เห็นยอมสักที
“เขาไม่ยอมเพราะเกรงใจลูกจันเพื่อนสนิทเขาแต่พี่เชื่อว่าสักวันจะกล่อมให้เขายอมได้แน่ๆ” ณัฐยิ้มอย่างมีแผน
ฝ่ายมินตราเมื่อได้รับคำชมจากวิมาดาว่าอาร์ตแต่งฉากได้สวยก็ไปชวนอาร์ตมาทำงานกับตนอ่อยว่าจะเสนอให้เพิ่มเงินเดือนให้ด้วยถูกอาร์ตปฏิเสธว่าตนยังอยากทำงานที่เซเลบกับลูกจันมินตราอ่อยทิ้งไว้ว่าเปลี่ยนใจเมื่อไรบอกได้ทันทีนะ
“ไม่เปลี่ยนหรอกครับผมรักเดียวใจเดียว” อาร์ตยืนยันมินตรายิ้มให้แต่ใจหมั่นไส้อาร์ตและอิจฉาลูกจัน
ooooooo
พีทเพียรโทร.หาใครบางคนพอปลายสายไม่รับก็เสียใจเครียดจนวันนี้พีทมาที่คอนโดพร้อมเค้กอวยพรวันเกิดก่อนขึ้นไปก็หยิบกล้องวีดิโอเตรียมไปถ่ายเซอร์ไพรส์คนที่ตัวเองรัก
พอไปถึงหน้าห้องเห็นประตูไม่ได้ปิดล็อกพีทยิ้มดีใจกะเซอร์ไพรส์เต็มที่แต่พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไปพีทก็ผงะแทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นผู้ชายสองคนกำลังนัวเนีย
กันอยู่บนเตียงพีทร้องกรี๊ดจนผู้ชายทั้งสองผละจากกันคนหนึ่งเดินลงจากเตียงพีทตรงไปต่อว่าคนรักของตนทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง
แฟรงกี้คือผู้ชายที่เดินลงจากเตียงเขาแต่งตัวกลับไปทันทีทิ้งให้พีทกับคนรักด่าทอต่อว่าตบตีต่อยเตะกัน
ข้าวของล้มโครมครามอยู่ในห้อง
ครู่ใหญ่ประตูห้องเปิดออกพีทในสภาพปากแตกหน้าเยินเดินร้องไห้ฮือๆโซซัดโซเซออกมาพีทพยายามโทร.หาลูกจันแต่ไม่มีสัญญาณจากปลายสายพีทเก็บโทรศัพท์เดินไปกดลิฟต์ยังคงร้องไห้ฮือๆอย่างไม่อายใคร
ooooooo
ค่ำนี้ทีมงานของลูกจันจัดกินบาร์บีคิวและร้องเพลงกันที่ลานหน้าบ้านพักอย่างสนุกสนาน แต่เสียงดังเข้าไปถึงชายป่ารบกวนพอลที่กำลังนอนถ่ายดาวอย่างมีความสุขท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไร
กินบาร์บีคิวและร้องเพลงกันไม่ทันไรเจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่ามีคนร้องเรียนว่ากลุ่มนี้ส่งเสียงดังจนเขาทำงานไม่ได้ลูกจันถามว่าใคร!
“ตากล้องที่พักชายป่าโน่นน่ะครับเขาบอกเสียงพวกคุณทำให้สัตว์เตลิดจนเขาถ่ายรูปไม่ได้” ลูกจันไม่ยอมอ้างว่าอยู่กันตั้งไกลเสียงไม่ดังไปถึงป่าหรอกตากล้องหาเรื่องพวกเราแน่ๆจุ้มจิ้มติงว่าป่าเงียบสงัดทำให้เสียงสะท้อนไปในป่าได้เจ้าหน้าที่รีบสนับสนุนว่าจริงเพื่อความสงบในการอยู่ร่วมกับคนอื่นและธรรมชาติขอความกรุณาอย่าส่งเสียงดังอีกเลย
จุ้มจิ้มเห็นด้วยปีโป้บ่นว่าวงแตกเลยแซนดี้เห็นด้วยให้เลิกและกลับไปพักผ่อนพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้ามาทำงานกันลูกจันยังไม่แล้วใจพุ่งเป้าไปที่ตากล้องเจ้าปัญหาคาดว่าต้องเป็นคนเดียวกับไอ้ตัวเหม็นที่เราเจอตอนบ่ายแน่ๆลุกพรวดบอกว่า “พี่จะไปด่ามัน”
“เขาถ่ายรูปอยู่ในป่าเราหาเขาไม่เจอหรอกฮะไว้ค่อยด่าพรุ่งนี้สะดวกกว่า” จุ้มจิ้มดึงลูกจันไว้ลูกจันถอนใจอย่างหงุดหงิดพอเข้าห้องพักลูกจันก็นั่งดูไอแพดดูไอโฟนบ่นอย่างหงุดหงิดว่าไม่มีสัญญาณสักขีดจุ้มจิ้มเลยชวนอ่านหนังสือดีกว่าแต่พอลูกจันรับหนังสือมาจะอ่านไฟก็ดับพรึ่บ
ปรากฏว่าถึงเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่ปิดไฟพอดีลูกจันเลยยิ่งหงุดหงิดวางหนังสือนอนเลย
ooooooo
พอลนอนปัดมือไล่ยุงอย่างหงุดหงิดพลันก็ตกใจเมื่อเห็นตาแดงๆของสัตว์ในความมืดพอลชักมีดออกมาสัตว์ตัวนั้นก็กระโดดแผล็วไปมันคือกระต่ายป่าแต่แทนที่จะหนีเข้าป่ามันกลับกระโดดเข้าไปทางบ้านพักเจ้าหน้าที่!
พอลกลัวมันถูกจับไปขายเลยไล่จับกระต่ายกระโดดหนีให้ไล่จนแทบหมดแรงสุดท้ายตะปบไว้ได้ล้มลงเสียงโครมครามที่แย่กว่านั้นคือไปเสียงดังที่หน้าบ้านพักของลูกจัน!
ลูกจันถามจุ้มจิ้มว่าเสียงอะไรเหมือนคนมาทำอะไรหรือเปล่าให้จุ้มจิ้มไปดูจุ้มจิ้มเปิดประตูก็ได้กลิ่นเหม็นบ่นอย่างรู้ทันทีว่ากลิ่นอะไรของใครส่องไฟฉายเห็นพอลกอดกระต่ายนอนร้องครวญครางอยู่ลูกจันตามออกมาเห็นก็เอาเรื่องทันที
“ไอ้ตัวเหม็นมาส่งเสียงเอะอะโครมครามอะไรตรงนี้หา!!”
พอลชี้แจงฉุนๆว่าไม่ต้องเรียกตนว่าไอ้ตัวเหม็นให้มันทุเรศหูอย่างนั้นก็ได้บ่นเสียดายถ้ารู้ว่าเธออยู่บ้านหลังนี้จะทำให้เสียงดังกว่านี้อีก
“หน็อย...ลองทำให้ฉันไม่ได้นอนดูสิรับรองนายซวยแน่”
“หึ...ผมซวยตั้งแต่เจอคุณแล้วล่ะ” พอลอุ้มกระต่ายเดินออกไปลูกจันวิ่งตามตะโกนท้า...
“แน่จริงอย่าหนีสิมามีเรื่องกันก่อน”
“มืดก็มืดทางก็รกอย่าเสี่ยงตามไปเลยฮะ” จุ้มจิ้มรั้งลูกจันไว้เธอก็ยังฮึดฮัดๆทำท่าจะตามไปให้ได้
ooooooo
พีทในสภาพบอบช้ำทั้งกายและใจตัดสินใจฆ่าตัวตายแต่เกิดอุบัติเหตุตกบันไดลงมาหมดสติเสียก่อนป้าภาออกมาเจอรีบพาส่งโรงพยาบาล
สัญชาตญาณของฝาแฝดทำให้คืนนี้พอลฝันว่าพีทกำลังอยู่ในอันตรายเขาสะดุ้งตื่นก็รีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯระหว่างทางได้รับข้อความจากเสียงป้าภาว่า
“พอลรีบโทร.กลับมาหาป้าด้วยนะรีบโทร.กลับมา” พอพอลโทร.กลับรู้เรื่องพีทแล้วเขาบึ่งรถเข้ากรุงเทพฯ อย่างร้อนใจ
มินตราได้รับโทรศัพท์จากวิมาดาแจ้งเรื่องพีทว่านักข่าวบอกว่าพีทเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืนแต่ยังไม่มีใครเห็นตัวพีทเลยให้มินตราลองโทร.ติดต่อคนในกองเซเลบดูเผื่อจะได้เรื่องแต่พอมินตราโทร.หาปีโป้ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณ
ฝ่ายณัฐก็ได้รับแจ้งจากสาวใช้ว่า “คุณสาโรจน์โทร.มาบอกมีเรื่องด่วนแต่โทร.เข้ามือถือไม่ติดเลยโทร.เข้าเบอร์บ้าน” ณัฐเอะใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรแน่ๆ
มินตราไปขอเยี่ยมพีทที่โรงพยาบาลทางโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่มีคนไข้ชื่อนี้พวกนักข่าวที่ไปรอทำข่าวบอกว่าได้ยินว่าพีทพักอยู่ห้อง 204 แต่ยังไม่เห็นตัวและไม่เห็นมีใครเข้าออกห้องนั้นเลยไม่รู้ว่าพีทอยู่ห้องนั้นจริงหรือเปล่า
ขณะที่บรรดาผู้มาเยี่ยมและทำข่าวกำลังคุยหาข่าวพีทกันอย่างงุนงงนั่นเองพอลใส่แว่นกันแดดเดินออกจากลิฟต์ทุกคนหันมองแต่เห็นแค่ข้างหลังเขาไม่มีใครสนใจนอกจากนักข่าวคนหนึ่งทำจมูกย่นบ่น
“คนอะไรตัวเหม็นเป็นบ้า”
พอลเข้าไปในห้องพีทป้าภาโผเข้าหาอย่างคิดถึงแต่อึดใจเดียวก็ผละออกมาเพราะทนกลิ่นเขาไม่ไหว
ป้าภาบอกพอลว่าพีทปลอดภัยแล้วพอลถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพีทคิดสั้นแล้วทำไมสภาพพีทถึงได้เป็นแบบนี้
“ถูกแฟนทำร้าย” ป้าภาบอกพอลถามว่ามันเป็นใคร “ป้าพยายามซักหลายรอบแล้วแต่พีทไม่ยอมบอกว่าเป็นใครบอกแต่ว่าเป็นผู้ชายหลอกลวงหลอกให้รักแล้วนอกใจแถมยังหลอกเอาเงินพีทไปตั้ง 30 ล้าน” พอลตกใจพลันพีทที่หลับอยู่ก็พึมพำถาม
“ป้าคุยกับใครครับ” พีทหันมองพอเห็นก็เรียกเบาๆอย่างดีใจมาก “พอล...”
ooooooo










