นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รากนครา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สถานการณ์เมืองมัณฑ์วิกฤติขึ้นทุกที กองทัพยิ่งใหญ่ที่เคยเกรียงไกรไม่เป็นรองใครในภูมิภาคนี้กลับแตกกระเจิงหนีตายไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญกับอาวุธร้ายแรงจากชาติตะวันตก

    เจ้านางปัทมสุดาแผดเสียงลั่นอย่างขัดใจเมื่อแม่ทัพใหญ่รายงานผลการต่อสู้ที่แพ้ย่อยยับ

    “ทหารของเราบาดเจ็บล้มตายกันมาก ที่เสียขวัญก็พากันโยนอาวุธทิ้งต่อหน้าศัตรู”

    “เสียขวัญได้ยังไง ในเมื่อบำเหน็จรางวัลพวกมันจะได้กันอย่างเต็มที่ หากตัดหัวไอ้พวกทหารกุลาขาวมาได้”

    “พระนาง...อาวุธในมือทหารของเราเทียบชั้นไม่ได้กับอาวุธของทหารอังกฤษ ขบวนเรือรบของพวกเรา ทั้งกองทัพ ถ้าเทียบแล้วก็แค่ปลายก้อยของขบวนเรือรบอังกฤษ”

    เจ้านางปัทมสุดาไม่เชื่อ ไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นไพร่พลฝ่ายตะวันตก

    “ไม่จริง! แผ่นดินเมืองมัณฑ์ต้องไม่มีวันล่มสลาย... นี่เราทำอะไรผิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดวงวิญญาณบรรพกษัตริย์ถึงไม่คุ้มครอง เราปล่อยให้ศัตรูเข้ามาย่ำยีหยามเกียรติเราได้ถึงเพียงนี้”

    กษัตริย์เมืองมัณฑ์ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ทำใจเสียแล้วว่าบ้านเมืองต้องมาถึงจุดนี้

    “ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจังซูซู...ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน”

    “เราทำบุญถือศีลปฏิบัติธรรมกันมาตลอด แล้วทำไมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ปกป้องเรา...อย่างนี้ไม่ยุติธรรม”

    เสียงโวยวายของชายาทำให้กษัตริย์ปวดใจ แต่กระนั้นก็ต้องตัดใจ สั่งเสียงเรียบ “ขิ่นแหม่...เจ้าช่วยมิพญาของเจ้าแต่งตัวเสีย อีกภายในหนึ่งชั่วโมงเราต้องออกไปต้อนรับแม่ทัพอังกฤษที่มาในฐานะตัวแทนจักรพรรดินีอังกฤษ”

    “ทำไมเราต้องออกไปต้อนรับมันด้วย”

    “ยังมีหลายอย่างที่เราต้องทำ...เขาสั่งอะไรมาก็จงทำตามนั้นเถิดซูซู”

    เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน ชาวเมืองพากันหนีตายไปนอกเมืองเพราะไม่อยากถูกจับเป็นเชลย กษัตริย์เมืองมัณฑ์ทำอะไรไม่ได้นอกจากทรุดตัวกราบลาบรรพกษัตริย์

    “คันเศวตฉัตรที่เคยยิ่งใหญ่แข็งแกร่งต้องพังพินาศด้วยน้ำมือลูกเอง...บรรพกษัตริย์โปรดยกโทษให้ลูกด้วยที่ลูกไม่สามารถประคับประคองรักษาแผ่นดินของบรรพบุรุษเอาไว้ได้”

    เจ้านางปัทมสุดาหัวใจสลาย ทรุดตัวประคองสวามีและปลอบไม่ให้ยอมแพ้

    “หม่องหม่อง...อีกไม่นานหรอกเพคะ เราจะกลับมากอบกู้บ้านเมืองราชบัลลังก์คืนจากพวกมัน หม่องหม่อง เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ทรงพระบุญญาบารมีเหนือกว่าใครๆ เรามีกองทัพแข็งแกร่งกว่ากองทัพไหนๆ เพราะทหารของพระองค์ทุกคนกล้าหาญและพร้อมพลีชีพเพื่อแผ่นดิน ราษฎรทั้งหมดก็จงรักภักดีต่อเรา พวกเขาจะรวมกำลังกันต่อต้านขับไล่ไอ้พวกโจรถ่อยกุลาขาวให้ออกไปจากแผ่นดินของเราจนหมดสิ้น!”

    ooooooo

    กษัตริย์เมืองมัณฑ์กับเจ้านางปัทมสุดาถูกเนรเทศไปอยู่อินเดียหลังจากนั้น โดยไม่มีผู้ติดตามและทหารตามอารักขาเหมือนเคย เจ้าศุขวงศ์รับฟังข่าวจากเมืองมัณฑ์ด้วยความห่อเหี่ยวใจ เช่นเดียวกับเจ้าจักรคำกับเจ้าหลวงศรีวงศ์

    “เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ เมืองมัณฑ์ที่เคยยิ่งใหญ่น่าเกรงขามต้องถึงคราวล่มสลายในวันนี้”

    “ความทะนงตนว่ายิ่งใหญ่เป็นภัยทำร้ายตัวเองแท้ๆเจ้าอา เมืองมัณฑ์ลืมไปว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าเสมอ”

    “เหยื่อรายต่อไปสำหรับพวกฝาหรั่งก็คือพวกเราแล้วสินะ”

    “เดชะพระบารมีพระเจ้าแผ่นดินสยามจะต้องคุ้มครองพวกเราไว้ได้ หลานแน่ใจอย่างนั้น...เจ้าอา”

    ข่าวความพ่ายแพ้ของเมืองมัณฑ์กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ รู้ถึงหูเจ้ามิ่งหล้าเวลาต่อมา ฟองจันทร์สะใจมาก ยิ่งได้รู้ชะตากรรมของเจ้านางปัทมสุดา ยิ่งสาแก่ใจ เจ้าแม้นเมืองไม่อยากให้น้องสาวผูกใจเจ็บ พยายามกล่อมให้อโหสิกรรมให้เขา แต่เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่ยอมพูดด้วย...

    รู้สึกผิดเหลือเกินที่พี่สาวทำดีกับตนขนาดนี้

    เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองไม่ยี่หระการล่มสลายของเมืองมัณฑ์ เชื่อสุดใจว่าเป้าหมายถัดไปของชาติตะวันตกคือสยามเพราะมีอาณาเขตภายใต้การปกครองมากกว่าดินแดนอื่น ฉะนั้น...เชียงเงินจึงต้องเดินหน้าตามแผนเดิมคือประกาศตัวเป็นอิสระจากสยามเพื่อความเป็นเอกราชของบ้านเมือง

    ดินแดนในล้านนาส่วนใหญ่เลือกพึ่งบารมีสยามเพื่อไม่ให้ถูกรุกรานจากชาติตะวันตก มีเพียงเชียงเงินที่เชื่อว่าการแยกตัวเป็นอิสระจะทำให้รอด เจ้าศุขวงศ์รู้ใจ เจ้าหน่อเมืองดีว่าเวลานี้เป็นโอกาสเหมาะจะประกาศตัว เป็นอิสระจากสยามทันทีที่ไปถึงเชียงใหม่เพื่อชี้แจงเรื่องเขตแดนของตน

    เจ้าหลวงศรีวงศ์ได้แต่ภาวนาไม่อยากให้เจ้าหน่อเมือง คิดเช่นนั้น เพราะอย่างน้อยเขาก็เข้าพิธีถือน้ำฯแล้ว

    “หน่อเมืองจะไม่เกรงกลัวคำสาบานที่ให้ไว้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัจจาเชียวรึ”

    “คนอย่างหน่อเมืองพลิกลิ้นเพื่อให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ต้องการได้เสมอเจ้าอา”

    “แล้วถ้าเกิดสิ่งนั้นขึ้นจริงๆจะทำยังไงกัน”

    เจ้าศุขวงศ์ถอนใจยาว คิดไว้แล้วว่าเรื่องราวอาจมาถึงจุดนี้ “แม้นเมืองเป็นหลักฐานยืนยันสายสัมพันธ์ระหว่างเชียงเงินกับเชียงพระคำ...นั่นหมายความว่าเชียงเงินก็ต้องขึ้นอยู่กับสยามด้วยเหมือนกัน”

    การประชุมเรื่องกำหนดเขตแดนถูกจัดที่เชียงใหม่ในอีกไม่กี่วัน เจ้าศุขวงศ์ต้องไปร่วมด้วยพร้อมเจ้าจักรคำ ในฐานะตัวแทนจากเชียงพระคำ รวมทั้งช่วยงานเสด็จ ในกรมฯตัวแทนจากสยามที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด

    เจ้าย่าเรือนคำรู้ถึงสถานการณ์น่าเป็นห่วงของเชียงเงินดี เป็นห่วงหลานชายทั้งสอง ไม่อยากให้ไปแต่ก็ขัดไม่ได้

    “แสนอินทะยังไม่ล้มเลิกความคิดจะเป็นอิสระอีกรึ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าทางรอดทางเดียวคือต้องอยู่กับสยาม”

    “ความคิดนี้ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ยากจะลบเลือนออกไปได้เจ้าย่า พวกอังกฤษก็คงจะแอบหนุนหลังเชียงเงินให้เป็นอิสระจากสยามด้วย”

    “พวกมันอยากได้ดินแดนแถบนี้ แล้วทำไมมันจะหนุนหลังเชียงเงินเล่า”

    “ปลุกปั่นให้แตกแยกเสียก่อนแล้วค่อยเข้ายึดครองไงเจ้าย่า เมืองเล็กๆ แคว้นเล็กๆ พริบตาเดียวก็กลืนกิน ง่ายกว่าไปต่อรองตัดเฉือนเอาจากสยามตั้งมากมาย”

    “แล้วแสนอินทะจะรู้ตัวไหมว่ากำลังจะพาบ้านเมืองไปล่มจม”

    “คงไม่รู้ตัวหรอกเจ้าย่า การไม่เปิดใจรับรู้โลกภายนอก เชียงเงินก็ไม่ต่างอะไรกับเรือเล็กกลางทะเลที่มีพายุใหญ่”

    ooooooo

    นอกจากเรื่องยับยั้งเจ้าหน่อเมืองไม่ให้คิดการใหญ่ ด้วยการทำลายคลังอาวุธของเชียงเงิน เจ้าศุขวงศ์ยังสารภาพกับเจ้าย่าเรือนคำเรื่องเจ้ามิ่งหล้าที่เขาแอบเอาตัวมาจากเมืองมัณฑ์ตั้งแต่ก่อนเมืองแตก

    “หลานจำเป็นต้องทำอย่างนั้นเจ้าย่า หลานยอมให้พวกเขาแยกตัวออกไปไม่ได้ เพราะนั่นหมายความว่าเราเปิดโอกาสให้พวกฝรั่งเข้าครอบครอง แผ่นดินของพวกเราจะต้องถูกแบ่งแยกตัดเฉือนออกไป”

    “แล้วเรื่องมิ่งหล้าล่ะ เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้ากันแน่”

    “เจ้าย่า...ในเมื่อไม่มีตัวมิ่งหล้าอยู่ในเมืองมัณฑ์ ไม่มีเจ้าหญิงแห่งเชียงเงินอยู่ในราชสำนักเมืองมัณฑ์ พวกอังกฤษจะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างเชียงเงินกับเมืองมัณฑ์”

    “เจ้าไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่กับมิ่งหล้าแน่รึ”

    “เจ้าย่า...มิ่งหล้าอาจจะพึงพอใจหลานอย่างเห็นเป็นของแปลกของใหม่ที่ไม่เคยได้พบ แต่สำหรับหลาน... หลานรักและเอ็นดูมิ่งหล้าอย่างน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น อีกอย่างที่คาใจหลานคือหลานเคยให้สัญญากับมิ่งหล้าไว้ว่าจะช่วยในฐานะพี่ การต้องผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับน้องเป็นความไม่สบายใจที่ยังค้างคาในใจหลานมาแสนนาน”

    เจ้าย่าเรือนคำหมดข้อสงสัยเรื่องเจ้ามิ่งหล้า ยอมรับความคิดและการตัดสินใจของหลานชายคนโปรด แต่อดห่วงเรื่องเจ้าแม้นเมืองไม่ได้ เพราะเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองพยายามหลบเลี่ยงกันตลอดในระยะหลัง

    “เป็นผัวเมียกัน เรื่องกระทบกระแทกระแวงแคลงใจมันเกิดขึ้นได้เสมอ...ยิ่งไม่พูดคุยกัน หันหน้าเข้าหากัน เปิดใจกันตรงๆ ย่าว่ามันจะยิ่งบานปลายกันไปใหญ่ ในเมื่อเจ้าไม่ได้คิดจะทิ้งร้างแม้นเมืองกับลูก เจ้าก็ควรบอกแม้นเมืองให้กลับไปอยู่ร่วมห้องร่วมหอกันเสีย...ไม่ใช่แยกกันอยู่อย่างนี้”

    เจ้าแม้นเมืองผ่านมาได้ยิน รีบซ่อนตัวในมุมมืด แอบลุ้นคำตอบของสวามี

    “ให้แม้นเมืองอยู่อย่างนี้ดีแล้วเจ้าย่า”

    คำตอบของเขาเหมือนมีดกรีดกลางใจ เจ้าแม้นเมืองถอยห่างจากตรงนั้น เลยไม่ทันฟังประโยคถัดมา

    “เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ เวลาที่เรื่องราวระหว่างเรากับเชียงเงินยังสับสน หลานฝากแม้นเมืองให้อยู่กับเจ้าย่าไปก่อนจะดีกว่า หลานกำลังยุ่งมาก...เอาไว้กลับจากเชียงใหม่ เรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลานจะมารับแม้นเมืองกับลูก จะทำอย่างที่เจ้าย่าแนะนำทุกอย่าง”

    เจ้าย่าเรือนคำไปเยี่ยมเจ้ามิ่งหล้าหลังจากนั้น สภาพทรุดโทรมและท่าทางเหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิตทำให้เจ้าย่าเวทนา ยอมช่วยหลานชายคนโปรดเก็บเป็นความลับและช่วยหาหมอมาดูแลอย่างดี

    เจ้าแม้นเมืองสะเทือนใจมากกับคำตอบของเจ้าศุขวงศ์...ช่างไร้เยื่อใยและเย็นชาเหลือเกิน แต่กระนั้น...

    ความรักและความห่วงใยก็ทำให้เธออยากดูแลเขาเหมือนเคย ...หยิบชุดเดินป่ามาปะชุนให้

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่เจ้าแม้นเมืองที่ช้ำใจ เจ้าศุขวงศ์เจ็บปวดใจไม่แพ้กันที่ต้องทำเป็นหมางเมินชายาคนสวย เพราะความอยู่รอดปลอดภัยของชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน เรื่องความรักระหว่างผัวเมียเลยต้องมาทีหลัง

    จนแล้วจนรอด ทั้งเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองก็ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง...เมื่อเสด็จ ในกรมฯตัวแทนจากราชสำนักสยามเดินทางมาถึงเชียงพระคำเพราะเรื่องสำคัญ

    “อีกไม่กี่วันการประชุมเรื่องเขตแดนจะเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ แสนอินทะคงไม่ไปร่วมประชุมด้วยตัวเอง แต่คงส่งหน่อเมืองไปแทน และเราเชื่อว่าป่านนี้หน่อเมืองคงเดินทางออกจากเชียงเงินแล้ว เราต้องการฉวยโอกาสนี้ยึดอำนาจเชียงเงินจากแสนอินทะและหน่อเมือง!”

    เจ้าศุขวงศ์ เจ้าหลวงศรีวงศ์และเจ้าจักรคำตะลึงกับภารกิจลับของเสด็จในกรมฯมาก แต่รู้ดีว่าเป็นทางเลือกดีที่สุดเพราะเชื่อแน่ว่าเจ้าหน่อเมืองต้องลงไปทำทุกอย่างตามที่เสด็จในกรมฯคาดการณ์ไว้

    และเพื่อให้สำเร็จโดยเร็ว เจ้าศุขวงศ์จึงส่งอินทรและกองกำลังจำนวนหนึ่งอารักขาเจ้าผาคำและบุญสูง ตัวแทนจากสยามเพื่อยึดอำนาจจากเชียงเงิน สวนทางกับขบวนของเจ้าหน่อเมืองอย่างหวุดหวิด!

    ระหว่างที่เจ้าศุขวงศ์เตรียมตัวไปเชียงใหม่พร้อมเจ้าจักรคำ เจ้าหน่อเมืองก็ลักลอบเข้าเชียงพระคำมาหาน้องสาว เจ้าแม้นเมืองเห็นร่างคุ้นตาในเงาไม้ เลยตัดสินใจแอบลงไปคุยด้วย

    เจ้าศุขวงศ์ผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆของชายาคนสวย คล้ายว่าเธอกำลังคุยกับใครบางคนในมุมมืด เลยพยายามแอบฟัง แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อพบว่าเธอคุยกับเจ้าหน่อเมือง!

    เจ้าหน่อเมืองย่ามใจมากว่าทุกอย่างจะเป็นตามแผน เขายังไม่รู้เรื่องเจ้ามิ่งหล้าถูกพาตัวออกจากเมืองมัณฑ์เลยเข้าใจว่าสถานะของเชียงเงินจะเป็นอิสระจากทุกฝ่ายได้ไม่ยาก

    “พี่จะประกาศความเป็นอิสระของเชียงเงินที่เชียงใหม่ ขากลับพี่จะแวะมารับตัวเจ้ากลับเชียงเงินด้วยกัน... เตรียมตัวให้พร้อมกับการเดินทางเฉพาะตัวน้องคนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องเอาไอ้เด็กคนนั้นไปด้วย มันไม่ใช่สายเลือดเชียงเงิน”

    เจ้าแม้นเมืองชะงัก หัวใจเหมือนถูกกระชากที่ต้องพรากจากสวามีและลูกน้อย แต่เจ้าหน่อเมืองไม่ทันสังเกต หมกมุ่นกับความคิดของตัวเองจะประกาศอิสรภาพในเร็ววัน

    “นี่คือการตอนแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดของเจ้า... แม้นเมือง...ความรักของเจ้ามันเป็นเรื่องโง่เง่าและเหลวไหล รับปากพี่เดี๋ยวนี้ว่าเจ้าจะกลับเชียงเงินกับพี่”

    “เจ้า...เพื่อบ้านเมืองน้องจะกลับเชียงเงินกับเจ้าพี่”

    คำตอบของเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้าศุขวงศ์ปวดใจมาก สุดท้ายแล้วความรักของเขากับลูกก็ไม่มีความหมายใดๆ ชาติบ้านเมืองสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าแม้นเมืองเสมอ... ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือวันนี้

    ooooooo

    แม้จะช้ำใจเรื่องเจ้าแม้นเมืองแค่ไหน เจ้าศุขวงศ์ก็ไม่แพร่งพรายบอกใครเรื่องเจ้าหน่อเมืองบุกถึงเชียงพระคำ ได้แต่ย้ำกับอินทรให้ดูแลเจ้าผาคำกับบุญสูงให้ดี

    “เจ้าน้อยไม่ต้องห่วง งานนี้ต้องสำเร็จแน่ เพราะได้ข่าวว่าเจ้าอุปราชหน่อเมืองออกจากเชียงเงินมาแล้ว ป่านนี้อาจใกล้ถึงเชียงใหม่แล้วด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เรื่องเผชิญหน้ากันกลางทางแล้วต้องปะทะก็ตัดทิ้งได้เลย”

    “ยังไงก็ประมาทไม่ได้หรอกอินทร ยังมีตัวแปรอีกหลายอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง ลูกหลานเชียงเงินถูกปลูกฝังมาให้หยิ่งทะนงและกระหายอิสรภาพจนทำได้ทุกอย่าง...แม้กระทั่งการโกหกหลอกลวง!”

    เจ้าแม้นเมืองไม่รู้ว่าสวามีแอบได้ยินแผนการของพี่ชาย มุ่งหน้ากลับเรือนและใช้ให้คำแก้วนำชุดเดินป่าไปส่ง คำแก้วรับไปทำให้ แต่ไม่วายถามเรื่องย้ายกลับเรือนของเจ้าศุขวงศ์

    “มันเป็นความต้องการของเจ้าศุขวงศ์เปิ้น จะให้เราทำยังไงคำแก้ว...มีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบเสมอ”

    คำแก้วไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเจ้าแม้นเมืองนัก และยิ่งงงเมื่อไปถามจากเจ้าศุขวงศ์เวลาต่อมา

    “เจ้าแม้นเมืองของเจ้าเลือกจะไปด้วยตัวเขาเองคำแก้ว สำหรับเจ้านายของเจ้า...หน้าที่สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรหยุดยั้งเขาได้แม้แต่...”

    เจ้าศุขวงศ์ไม่อยากพูดว่าแม้แต่ความรักของเขากับลูกชายก็ทำให้เจ้าแม้นเมืองเปลี่ยนใจไม่ได้ ได้แต่เมินหน้าหนีและจัดกระเป๋าต่อเงียบๆ โดยไม่ยอมหยิบชุดเดินป่าที่ชายาคนสวยปะชุนให้กับมือไปด้วย

    บรรยากาศระหว่างเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองอึมครึมกว่าเดิมหลังจากนั้น ยิ่งใกล้เวลาที่เขาต้องเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อประชุมเรื่องเขตแดน ยิ่งหมางเมินกันมากขึ้น เจ้าย่าเรือนคำได้แต่มองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความอึดอัดใจ และตัดสินใจขอร้องเจ้าศุขวงศ์ให้ปรับความเข้าใจกับเจ้าแม้นเมืองก่อนออกเดินทาง

    “จะไม่ได้เห็นหน้ากันอีกตั้งหลายวัน เจ้าควรไปพูดคุยกับเมียเจ้าเสีย มีอะไรค้างคาใจก็เปิดอกคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นจะยิ่งทรมานใจกันทั้งสองฝ่าย...ถือว่าเป็นคำขอร้องจากย่านะเจ้าน้อย”

    คำขอร้องของเจ้าย่าเรือนคำทำให้เจ้าศุขวงศ์ยอมเข้าไปหาเจ้าแม้นเมืองกับลูกชายในห้อง แต่ภาพตอนเธอรับปากเจ้าหน่อเมืองจะกลับเชียงเงินหลังประกาศอิสรภาพก็ทำให้พูดไม่ออก หมุนตัวออกจากห้องทันที โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าแม้นเมืองต้องเสียใจแค่ไหน...เธอรู้ตัวตลอดว่าเขาเข้ามา แต่ไม่เอ่ยลาเพราะคงไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่แล้ว

    ooooooo

    เจ้าหน่อเมืองมองอาณาเขตเชียงพระคำจากเนินสูงด้วยแววตาแข็งกร้าว คำสัตย์สัญญาที่ให้กับเจ้าสิงห์คำผู้เป็นลุง...จะกอบกู้ศักดิ์ศรีและรักษาไว้ซึ่งอิสรภาพของเชียงเงินดังก้องในหัว หากมีอุปสรรคเป็นใครหรือสิ่งใดมาขัดขวาง เขาพร้อมจะฟันฝ่าและฆ่าทิ้ง และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะตัดญาติกับเชียงพระคำ!

    “ฟ้าดินเป็นพยาน ข้า...เจ้าอุปราชหน่อเมืองแห่งเชียงเงิน ขอตั้งสัจจาอธิษฐาน...มันผู้ใดขัดขวางความเป็นอิสระของเชียงเงิน มันผู้นั้นคือศัตรูของข้าที่ต้องหักล้างกันด้วยชีวิต ข้าขอให้สายสัมพันธ์ระหว่างเชียงเงินกับเชียงพระคำจงสิ้นสุดลงเพียงนี้!”

    ไม่ใช่แค่เจ้าหน่อเมืองที่มีหน้าที่และคำสัตย์ต้องรักษา เจ้าศุขวงศ์ก็มีเช่นกัน คำสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าศุษิระผู้เป็นบิดายังฝังแน่นในหัวไม่มีวันลืมว่าจะทำทุกทางให้บ้านเมืองเชียงพระคำร่มเย็นเป็นสุข ไม่ให้พวกต่างชาติรุกรานหรือยึดครอง และรวมชาติบ้านเมืองในละแวกล้านนาให้เป็นหนึ่งเดียว...ไม่ให้ถูกเฉือนออกไปได้

    คณะของเจ้าศุขวงศ์เดินทางไปเชียงใหม่แล้ว เช่นเดียวกับคณะของเจ้าผาคำกับบุญสูง โดยการอารักขาและนำทางของอินทร เพื่อยึดอำนาจเชียงเงินจากเจ้าหลวงแสนอินทะ แน่นอนว่าเจ้าหลวงแสนอินทะไม่ได้ยินยอมโดยง่าย แต่เมื่อถูกกล่อมให้คิดถึงผลได้ผลเสียจากการก่อกบฏก็เปลี่ยนใจยอมมอบตราประทับให้อินทรแต่โดยดี

    อินทรเร่งเดินทางเพื่อนำตราประทับจากเจ้าหลวงแสนอินทะไปมอบให้เจ้าศุขวงศ์ที่เชียงใหม่ แต่หนทางไกลทำให้คณะจากสยาม นำโดยเสด็จในกรมฯ เจ้าศุขวงศ์และเจ้าจักรคำเริ่มเป็นกังวล กลัวใจเจ้าหน่อเมืองที่มาถึงเชียงใหม่แล้วเช่นกัน และมีท่าทางโอหังเหมือนไม่ยำเกรงราชอำนาจแห่งพระเจ้าแผ่นดินสยามเลย

    “เขาคงกระหายอิสรภาพเต็มที่ เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวของเขาจริงๆ”

    “อย่าทรงกังวลไปเลยขอรับ เกล้ากระหม่อมเชื่อว่าป่านนี้อินทรต้องพาเจ้าผาคำกับบุญสูงเข้าเชียงเงินสำเร็จแล้ว เจ้าอุปราชหน่อเมืองไม่อยู่เสียคน เจ้าหลวงแสนอินทะคงไม่ดื้อแพ่งขอรับ”

    เสด็จในกรมฯพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่วายถอนใจยาว “เราก็คิดอย่างนั้นเจ้าน้อย แต่สิ่งที่น่ากังวลคือพรุ่งนี้การประชุมจะเริ่มขึ้นแล้ว อินทรจะมาถึงเชียงใหม่ทันเวลารึไม่มากกว่า”

    เจ้าหน่อเมืองไม่รู้เรื่องพ่อถูกยึดอำนาจ มัวฝันหวานและหลงระเริงกับแผนประกาศอิสรภาพโดยมีชาติตะวันตกหนุนหลังด้วยการสนับสนุนเรื่องอาวุธและนโยบายการค้าแบบเสรี เจ้าศุขวงศ์ เจ้าจักรคำและเสด็จในกรมฯได้แต่มองหน้ากันเครียดๆ ภาวนาในใจให้อินทรมาถึงทันเวลา

    นอกจากประเด็นเรื่องเขตแดนของเชียงเงิน การหายตัวไปอย่างลึกลับของเจ้ามิ่งหล้าก็เป็นชนักปักหลังอีกเรื่องของเจ้าศุขวงศ์ แม้แต่เสด็จในกรมฯก็รู้ดีว่าหากพิสูจน์ได้ว่าเจ้ามิ่งหล้ามีตัวตน เชียงพระคำจะต้องเดือดร้อน

    แต่ก็เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เพราะนอกจากเจ้าหน่อเมืองที่ตั้งท่าจะหักหลังสยามและเชียงพระคำทุกเมื่อแล้ว เจ้าศุขวงศ์ยังต้องหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อพบว่าแบร็กกิ้นเข้าประชุมครั้งนี้ด้วย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพื้นที่แถบนี้

    การปรากฏตัวของแบร็กกิ้นทำให้สถานการณ์เริ่มน่าอึดอัด โดยเฉพาะเจ้าศุขวงศ์ แต่ก็เก็บอาการทักทายตามปกติ รอดูสถานการณ์ว่าแบร็กกิ้นจะแฉความลับของเขาหรือไม่...

    ooooooo

    ในที่สุดช่วงเวลาการประชุมเรื่องเขตแดนก็มาถึง เจ้าหน่อเมืองพยายามเต็มที่จะประกาศให้ต่างชาติรู้ว่าเชียงเงินเป็นรัฐอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับสยามเพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งเชียงพระคำและเมืองมัณฑ์

    เจ้าศุขวงศ์มองหน้าเสด็จในกรมฯเครียดๆ ก่อนที่ฝ่ายหลังจะเริ่มชี้แจงกับต่างชาติถึงเขตแดนของสยาม

    “ดูแผนที่ของท่านสิ...มีตรงไหนที่ระบุว่าเชียงเงินเป็นรัฐอิสระ และกำหนดขอบเขตของเชียงเงินไว้ทั้งหมดอยู่ในความครอบครองของสยาม ท่านถามเจ้าของแผ่นดินเขาดูเถิด”

    “เชียงเงินเป็นรัฐอิสระ เราขอยืนยันความเป็นอิสระของเชียงเงิน”

    “เจ้ากำลังจะบอกกล่าวว่าเจ้าคิดเป็นกบฏนะ ...เจ้าอุปราชหน่อเมือง”

    เสด็จในกรมฯปรามเจ้าหน่อเมืองเสียงเข้ม

    เจ้าศุขวงศ์เห็นเป็นจังหวะจะช่วยเสริม

    “ถ้าเชียงเงินเป็นอิสระแล้วท่านจะให้คำอธิบายอย่างไรกับการเดินทางมารับตำแหน่งและตราตั้งเจ้าอุปราชจากบางกอกที่เชียงใหม่ และท่านจะให้
    คำอธิบายอย่างไรกับการที่น้องสาวของท่าน...ราชธิดาแห่งเชียงเงินอยู่ร่วมคุ้มกับเรา”

    “น้องสาวของเราต้องมาอยู่กับท่านเพราะความจำเป็น เพราะประเพณีบังคับ แม้นเมืองไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกับที่เราและเจ้าพ่อก็ไม่มีทางเลือกจนต้องปล่อยให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมเช่นกัน”

    “เราเป็นญาติทั้งดองทั้งเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ดินแดนแถบนี้ต้องเป็นผืนเดียวกัน”

    “ถ้าเช่นนั้น...บ้านเมืองเจ้า เชียงใหม่และทุกที่ทุกแห่งแถบนี้ก็ต้องเป็นรัฐอิสระแบบเดียวผืนเดียวกับเชียงเงิน!”

    ท่าทางแข็งกร้าวของเจ้าหน่อเมืองทำให้ทุกคนหนักใจ เจ้าศุขวงศ์พยายามถ่วงเวลารออินทรอย่างสุดความสามารถ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด อินทรมาถึงพร้อมกับตราประทับของเจ้าหลวงแสนอินทะในที่สุด

    ตราประทับของเจ้าหลวงแสนอินทะที่เสด็จในกรมฯนำมาแสดงต่อหน้าที่ประชุมทำให้เจ้าหน่อเมืองถึงกับผงะ

    “ไม่จริง! ตราประทับนี้เป็นของปลอม อุปโลกน์ตบตา”

    “จะเป็นของปลอมไปได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าหลวงแสนอินทะลงนามกำกับการประทับตรามาด้วยตัวเอง ท่านดูให้ดีเถิดเจ้าหน่อเมือง ตอนนี้ท่านไม่ได้เป็น
    เจ้าอุปราชเชียงเงินอีกต่อไปแล้ว”

    เจ้าหน่อเมืองโกรธมาก พยายามตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราด

    “เชียงเงินเป็นกลาง เป็นรัฐอิสระ เราคบหาเมืองมัณฑ์เหมือนอย่างที่คบหาสยาม”

    “เจ้าพยายามดิ้นรนไปเพื่ออะไรหน่อเมือง ในเมื่อหลักฐานก็ชัดเจนถึงเพียงนี้”

    เสด็จในกรมฯทักท้วงอย่างอ่อนใจ แต่เจ้าหน่อเมืองไม่ยอมแพ้ หันไปกระชากเสียงถามแบร็กกิ้น ผู้เชี่ยวชาญพื้นที่แถบล้านนาจากฝั่งอังกฤษถึงการส่งเจ้ามิ่งหล้าไปเป็นบรรณาการแก่กษัตริย์เมืองมัณฑ์

    “ท่านเคยไปเชียงเงินและเพิ่งมาจากเมืองมัณฑ์ ท่านต้องเคยพบนางแล้ว มิ่งหล้าน้องเราอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่...”

    ooooooo

    เวลาเดียวกันที่เชียงพระคำ เจ้ามิ่งหล้าที่ใครๆ พูดถึงในงานประชุมเรื่องเขตแดนของสยามกำลังนอนหมดอาลัยตายอยาก ไม่ยอมกินข้าวปลาเพราะไม่อยากมีชีวิตอยู่ให้ทุกคนเดือดร้อน

    เจ้าแม้นเมืองหมั่นมาดูแลน้องสาวเสมอ และวันนี้ก็พาเจ้าภูแก้วลูกชายคนเดียวมาเยี่ยมด้วย ซึ่งได้ผลดีกว่าที่คิด เจ้ามิ่งหล้ามีปฏิกิริยาตอบโต้กับหลานชายจนน่าชื่นใจ

    แต่กระนั้น...ความรู้สึกผิดที่ฝังใจมานานก็ทำให้เจ้ามิ่งหล้าไม่มีความสุขนัก

    “เจ้าพี่ศุขวงศ์ไม่ควรพาน้องมาที่นี่เลย”

    “น้องพูดอะไรอย่างนั้น”

    “เรื่องยุ่งยากจะตามมาอีก ความจริงน้องควรจะตาย ไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวตั้งแต่อยู่ในเมืองมัณฑ์”

    “คิดถึงคนที่น้องรักและรักน้องให้มากๆ การมีชีวิตอยู่เพื่อความรักเป็นสิ่งประเสริฐสุด”

    เจ้ามิ่งหล้าสะเทือนใจมาก รู้ดีว่าเจ้าแม้นเมืองหมายถึงเจ้าศุขวงศ์ จึงพยายามจะอธิบาย

    “แม้นเมือง...พี่คงไม่รู้...สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของน้องตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองมัณฑ์คือความต้องการเอาชนะทุกคนรวมทั้งพี่ น้องต้องการให้พี่ก้มหัวให้น้องในฐานะราชินีเมืองมัณฑ์ แต่ตอนนี้...น้องพบแล้วว่าไม่มีทางเอาชนะพี่ได้ น้องเหลือแต่เพียงซากที่มีลมหายใจเท่านั้น...น้องตายไปแล้ว...ตายด้วยความทะเยอ ทะยานของน้องเอง”

    แต่เจ้าแม้นเมืองไม่ยอมรับรู้ ตัดบทเสียงเรียบ “เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก”

    “แต่มันจะยังอยู่ในใจน้องไปอีกนาน”

    “ทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นและจุดจบของมันเสมอมิ่งหล้า...”

    คำถามของเจ้าหน่อเมืองทำให้เจ้าศุขวงศ์เสียวสันหลังวาบ กลัวใจแบร็กกิ้นจะรักษาผลประโยชน์ให้ชาติบ้านเกิดตัวเอง แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอกเมื่อนายหน้าค้าไม้เพื่อนเก่าของเขาช่วยพูดปฏิเสธไม่รู้เรื่องเจ้ามิ่งหล้า

    “ข้าไม่เข้าใจคำถามของท่านเจ้าหน่อเมือง ข้าไม่เคยรู้เลยว่าเจ้ามีน้องสาวสองคน เพราะเมื่อครั้งที่ข้าไปเชียงเงิน ข้าไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตกำแพงล้อม ข้าได้แต่เตร็ดเตร่อยู่รอบนอกแถบชานเมือง”

    เจ้าหน่อเมืองเบิกตาโพลง กำหมัดแน่นที่ถูกหักหน้า แต่แบร็กกิ้นก็เลือกจะช่วยเจ้าศุขวงศ์เพื่อนเก่า

    “ส่วนที่เมืองมัณฑ์...ข้าไปอยู่ที่โน่นหลายเดือน ได้เข้านอกออกในพบปะผู้คนมากมาย แต่ไม่เคยพบไม่เคยได้ยินเรื่องราวเจ้าหญิงราชธิดาเชียงเงินเลย เรื่องที่ท่านกล่าวอ้างว่าน้องสาวท่านถวายตัวเป็นบาทบริจาริกากษัตริย์เมืองมัณฑ์ท่านอุปโลกน์เอาเองมากกว่าละมังเจ้าหน่อเมือง”

    ขาดคำเจ้าหน่อเมืองก็ถลาหาแบร็กกิ้นด้วยความแค้นใจ เจ้าศุขวงศ์จะไปช่วยเลยถูกแหวใส่

    “ไอ้กุลาขาวนี่เป็นสหายของเจ้า เจ้าจะเสี้ยมสอนให้มันพูดอะไรก็ได้ แค่อยากได้หน้า อยากได้ความดี ความชอบจากกษัตริย์สยาม เจ้าก็ยอมโดดมาขวางทางเชียงเงินเชียวรึ ครั้งนี้สมคบกับไอ้กุลาขาวยืนยันว่ามิ่งหล้าไม่มีตัวตนทั้งๆที่เจ้าเคยพยายามจะลักตัวนางจากขบวนไปเมืองมัณฑ์ โธ่...ไอ้...”

    เจ้าหน่อเมืองตั้งท่าจะอาละวาดอีกครั้ง เสด็จในกรมฯเลยต้องออกโรงสั่งการให้พาตัวไปกุมขังเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่กระนั้นทุกคนในห้องประชุมก็ยังได้ยินเสียงอาฆาตแค้นของเจ้าหน่อเมือง

    “ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน เจ้ากับข้าจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ไอ้ศุขวงศ์!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์