สมาชิก

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร

เจติยาเตรียมจะนอนด้วยสภาพเหนื่อยอ่อน ต้องผจญกับเหตุการณ์หนักหนามาทั้งวัน ลาภิณยืนมองภรรยาสุดที่รักนิ่ง ยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะทิ้งตัวนอนข้างเธออย่างแรง เจติยาสะดุ้ง ดุสามีเสียงเข้มที่แกล้งให้ตกใจ แต่ลาภิณไม่สะทกสะท้าน แถมรวบตัวเธอมากอดแน่นให้สมกับความคิดถึง

“ทะเลาะกันตั้งนาน กว่าผมจะจำทุกอย่างได้ เจจะไม่ชดเชยเวลาที่เสียไปให้ผมบ้างเลยเหรอ”

“คุณต้นจำเจไม่ได้เอง ไม่ใช่ความผิดเจสักหน่อย แล้วยังต้องให้เจมาชดใช้อีกเหรอ เจไม่หนีไปก็ดีแค่ไหนแล้ว”

ลาภิณหัวเราะชอบใจ แหย่ให้เธอจูบเขาเพื่อลงโทษ แต่ไม่ทันได้ทำอะไรมากกว่านั้น สองสามีภรรยาก็ต้องผละจากกัน เมื่อวิญญาณหลินมาขอร้องให้ไปหาบุญช่วยที่โรงพยาบาล

บุญช่วยทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อต้องต้อนรับสองสามีภรรยาแปลกหน้ากลางดึก ที่อ้างว่ามีภารกิจซึ่งไหว้วานโดยภรรยาเก็บ ลาภิณหยิบไดอารี่ของหลิน ซึ่งเพิ่งแวะไปเอามาก่อนหน้านี้ วางตรงหน้าบุญช่วย พร้อมกับกล่องใส่ของเล็กๆมีลวดลายน่ารัก ซึ่งบุญช่วยจำได้ดีว่าเป็นของภรรยาเก็บ เจติยาเห็นท่าทางตกตะลึงของบุญช่วย จึงตัดสินใจพูดตามความต้องการของหลิน ที่อยากจะบอกว่ารักบุญช่วยมากแค่ไหน

“ถึงจะเป็นเมียเก็บ แต่คุณหลินก็รักท่านจริงๆ”

บุญช่วยพูดไม่ออกไปอึดใจ สีหน้าขรึมลงเมื่อนึกถึงหลิน ถอนหายใจยาวก่อนจะพูดเสียงอ่อน

“ผมเจ้าชู้ ก่อนเจอหลิน ผมก็มีผู้หญิงอื่น แถมอายุเราห่างกันจนจะเป็นพ่อลูก แล้วเขาจะรักผมจริงๆหรือ”

“ตอนแรกที่คุณหลินตกลงอยู่กับท่าน เขาก็ไม่ได้รักท่านแบบนี้หรอกค่ะ แต่หลังจากอยู่ด้วยกันนานๆ หลินก็ผูกพันกับท่านมากขึ้น จนกลายเป็นความรักไปเมื่อไหร่ไม่รู้”

บุญช่วยยังไม่ปักใจเชื่อ เจติยาเลยขอร้องให้ลองอ่านไดอารี่ของหลินสักครั้ง จะได้รับรู้ความในใจของเธอ ว่าหวงเขามากเพียงใด บุญช่วยเอื้อมมือไปหยิบมาจะเปิดอ่าน ลาภิณจึงเสริมขึ้นเบาๆ

“ผมเดาว่าท่านก็คงชอบคุณหลินไม่น้อย ไม่งั้นท่านคงไม่เสียใจกับการตายของเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรอก”

วิญญาณหลินปรากฏร่างให้เจติยาเห็นไม่ห่างกันนั้น ลุ้นสุดตัวว่าสามีหนุ่มใหญ่จะยอมหยิบไดอารี่ของเธอมาอ่านหรือไม่ แล้วก็ได้ยิ้มหน้าบาน เมื่อบุญช่วยยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของเธอในที่สุด

ลาภิณกับเจติยาอิ่มใจมากที่ได้ช่วยให้วิญญาณหลินหมดห่วง นึกขอบคุณโชคชะตาที่ดลบันดาลให้ความรักของเขากับเธอมั่นคง ไม่ต้องทำลับๆล่อๆเหมือนกรณีของหลินกับบุญช่วย สองสามีภรรยาคงจะกลับบ้านไปแล้ว ถ้าวิญญาณหลินไม่มาดักหน้าและขอบคุณที่ช่วยส่งสารถึงบุญช่วยให้ แม้จะอดเคืองเล็กๆไม่ได้ที่เจติยาไม่ยอมช่วยจัดการกสิณให้ แต่ไม่อยากสร้างเวรกรรมอีก เพราะได้ทำสิ่งที่อยากทำแล้ว คือบอกให้บุญช่วยรู้ความในใจ

เจติยาปลื้มใจมากที่วิญญาณหลินปล่อยวางสำเร็จ แต่ก็ต้องตาเหลือกเมื่อวิญญาณเจ้าปัญหาแนะนำทิ้งท้ายให้สร้างกล่องรากบุญขึ้นใหม่ นักแต่งศพสาวกับสามีมองหน้ากันงงๆ ไม่อยากเชื่อว่าหลินจะรู้เรื่องนี้ด้วย

“ฉันสร้างมันขึ้นมาอีกไม่ได้หรอก ฉันสู้เพื่อจะทำลายมัน แล้วจะให้สร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ยังไง”

“มีแต่กล่องรากบุญเท่านั้นจะช่วยแม่เธอได้ อำนาจจากเหรียญเพียงแค่ยับยั้งอาการป่วยชั่วคราวเท่านั้น แต่รักษาแม่ของเธอไม่ได้หรอก ถ้าเธอไม่ใช้กล่องรากบุญเธอก็ต้องทำใจ”

วิญญาณหลินแวบหายไปแล้ว เจติยาหน้าเครียด เพราะคำเตือนของหลินนั้นแทงใจดำอย่างแรง

ooooooo

คำพูดของวิญญาณหลินทำให้เจติยานอนไม่หลับเกือบทั้งคืน เมื่อตื่นมาดูแลแม่เช้าวันถัดมา ก็ตัดสินใจพูดตามตรงว่าอยากขอพรจากเหรียญมากแค่ไหน ตอนที่เห็นแม่กำลังจะหมดลมหายใจ

“แม่รู้...แต่เจคิดว่าจะช่วยแม่ได้กี่ครั้งกันล่ะลูก คุณพ่อคุณต้นมีกล่องรากบุญกับตัวแท้ๆ แต่เมื่อหมดอายุขัย เขาก็ต้องตาย ถึงเจจะยื้อต่อ แม่ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี แล้วเราก็ต้องแลกกับชีวิตผู้บริสุทธ์อีกไม่รู้เท่าไหร่ เจอยากให้แม่มีบาปติดตัวไปด้วยหรือไง ถ้าเจรักแม่จริง ปล่อยให้แม่ตายตามเวลาที่ถูกที่ควรเถอะ แค่นี้ชีวิตแม่ก็ถือว่าได้กำไรมากแล้ว”

เจติยาโผกอดแม่ พยักหน้ารับทั้งน้ำตา ก่อนจะตัดใจรับปากหนักแน่นว่าจะไม่ขอพรอีก

ฟากพิมพ์อรต้องชวดงานของบุญช่วยไปอย่างน่าเสียดาย เพียงเพราะคดีความของชาคร ที่เธอขึ้นโรงพักไปให้ปากคำ ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทต้องมัวหมองไปด้วย สิทธิพรเลยฉวยโอกาสนี้นำเสนอตัวเองจนได้งานไป พิมพ์อรหัวเสียมาก ยิ่งได้ยินถ้อยคำเย้ยหยันของสิทธิพร ก็ยิ่งเจ็บใจ จึงตัดสินใจส่งกสิณไปล้างแค้นให้สาสม

แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของสิทธิพร เพราะก่อนที่เขาจะถูกไฟดูดเสียชีวิตด้วยฝีมือกสิณ นวัชกับนิษฐาก็ผ่านมาพบและช่วยไว้ได้ทัน เมื่อพิมพ์อรทราบเรื่องก็โกรธจัด ระเบิดอารมณ์ใส่ปีศาจสาว ที่ทำงานพลาด กสิณอ้างว่าเป็นเพราะต้องต่อสู้กับเจติยาในระยะหลัง ทำให้พลังอ่อนแอลง แต่ถึงกระนั้นก็เสนอให้ทำร้ายลาภิณเพื่อบีบเจติยาให้มอบเหรียญ แต่พิมพ์อรไม่ยอม เป็นตายร้ายดีจะไม่ทำร้ายหนุ่มรุ่นน้องที่ตัวเองหลงรักเด็ดขาด

“ฉันรู้ว่าเธอต้องตอบแบบนี้ แต่ฉันก็หมดทางแล้วเหมือนกัน ยิ่งเจติยาชำระเหรียญมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอ่อนแอลงมากเท่านั้น จนในที่สุด ฉันก็คงช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้อีก ทั้งเรื่องงาน แล้วก็เรื่องพ่อของเธอ”

กสิณมองมาด้วยสายตาท้าทาย พิมพ์อรเครียดหนัก ลังเลจนไม่รู้จะเลือกทางไหนดี

“เธอต้องตัดสินใจแล้วล่ะพิมพ์อร ว่าจะเลือกชีวิตพ่อ หรือว่าความหลงโง่ๆ!”

เวลาเดียวกันที่ห้องแต่งศพในนิราลัย...อยุทธ์กำลังก้มดูเหรียญในมือด้วยสายตาครุ่นคิด โดยมีทวียืนใกล้ๆ หนักใจแทนอยุทธ์ไม่น้อยที่ตัดสินใจขอพรจากเหรียญเพื่อช่วยมยุรีเมื่อวันก่อน

“เหรียญมีสีเข้มขึ้น แสดงถึงกิเลสที่สะสมในเหรียญเพิ่มมากขึ้นด้วย ต่อไปคุณต้องระวังให้มาก อย่าขอพรอีกนะครับ เพราะเราไม่รู้เลยว่าถ้าเหรียญสะสมกิเลสได้มากๆจะเกิดกล่องรากบุญขึ้นใหม่ตอนไหน”

อยุทธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “ผมก็กลัวเหมือนกันครับลุง กิเลสมนุษย์มีพลังมหาศาล แล้วก็ไม่มีวันสิ้นสุด แค่ครั้งแรกที่ผมขอพร ก็เหมือนถูกดึงดูดซะแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่พี่อรถึงถอนตัวไม่ขึ้น”

“นั่นแหละ...ผมกับหนูเจถึงไม่อยากให้คุณยุ่งเกี่ยวกับมันตั้งแต่ต้นไงล่ะ แต่คราวนี้มันสุดวิสัย แล้วคุณก็ทำไปเพื่อช่วยหนูเจกับแม่ด้วย กิเลสในเหรียญคงไม่รุนแรงเท่ากับการขอเพื่อตัวเองหรอกครับ”

ขณะนั้นเอง...โอ้เอ้เข็นเตียงศพเข้ามาในห้องอยุทธ์กับทวีเลยยุติบทสนทนาเกี่ยวกับเหรียญแค่นั้น และหันมาสนใจศพล่าสุดแทน แต่ไม่ทันพินิจอะไรมาก ก็มีสาวใหญ่ชื่อจวงวิ่งเข้ามาเสียก่อน พร้อมอาการร้องไห้ฟูมฟาย สามหนุ่มนักแต่งศพมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะซักถาม เลยได้ความว่าเธอเป็นสาวใช้คนสนิทของศรีจันทร์ เศรษฐินีต่างจังหวัด แม่ของศพเด็กสาวล่าสุดหรือแป้ง

ทวีรับฟังทุกอย่างด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก แต่ที่ทำให้เขาตะลึงสุดคือจวงเคยรู้จักกับเขาเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่เขาก็จำไม่ค่อยได้ จวงเล่าให้ฟังว่าแป้ง ลูกสาวคนเดียวของศรีจันทร์ถูกฆาตกรรมโดยสมาชิกในครอบครัว แต่ตำรวจกลับชันสูตรศพและบอกว่าแป้งจมน้ำตาย เลยอยากจะขอให้ทวีช่วยหาความจริงเรื่องนี้ ทวีมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด ไม่อยากยุ่งเรื่องแบบนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ลงเพราะสงสารและเวทนาศรีจันทร์

ooooooo

สิทธิพรหายตกใจก็แวะไปหาลาภิณที่บ้าน มีเรื่องสำคัญจะขอความช่วยเหลือ เจติยายิ้มแย้มต้อนรับเพื่อนสนิทสามีเป็นอย่างดีและขอตัวไปเตรียมของว่างกับเครื่องดื่ม ลาภิณรอจนภรรยาลับร่างไปแล้ว จึงถามถึงธุระสำคัญของเพื่อนรัก แล้วก็ต้องถอนใจหนักหน่วง เมื่อสิทธิพรเอ่ยปากขอให้เขาใช้นิราลัยค้ำประกันเงินกู้ให้

ในขณะที่ลาภิณคิดหนักเรื่องช่วยสิทธิพร เจติยาก็ต้องรับศึกหนักในครัว เมื่อวิญญาณของแป้งแวะมาหาและขอร้องให้ช่วยตามหาความจริงเรื่องการตายของเธอ!

ฝ่ายลาภิณตัดสินใจจะช่วยสิทธิพรในวันต่อมา แต่ก่อนจะได้เริ่มทำอะไร ก็ต้องหน้าตึงเมื่อพบพิมพ์อรโดยบังเอิญที่ไซต์งานก่อสร้างตึกใหม่ของนิราลัย ชายหนุ่มมีท่าทีหมางเมินอย่างเห็นได้ชัด เรื่องราวเลวร้ายก่อนหน้าที่ทำให้เขาเกือบทำร้ายเจติยา ทำให้ไม่อยากเจอหน้าหรือเสวนากับพิมพ์อรอีก

พิมพ์อรช้ำใจมาก เพราะลาภิณไม่เคยมีท่าทีเย็นชาแบบนี้กับเธอมาก่อน จึงตัดสินใจตามไปเคลียร์

“ผมคงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรแล้วมั้งครับ พี่อรก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรกับผมบ้าง”

“แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่นะคะ พี่ไม่ได้เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น”

“แต่ปีศาจในเหรียญพี่อรเป็นคนทำ ถูกไหมครับ พี่อรสั่งปีศาจให้ยกเลิกสิ่งที่มันทำได้แต่พี่อรก็ไม่ทำ จบแค่นี้เถอะนะครับพี่อร อย่างน้อย...เราก็ยังมองหน้ากันติด ยังพูดคุยกันได้ แต่ถ้ามากกว่านี้ ผมอาจจะเกลียดพี่อรก็ได้”

ลาภิณเลี่ยงออกไปแล้ว ทิ้งพิมพ์อรให้อ้าปากค้างอยู่กับที่ เสียใจเหลือเกินที่ถูกเขาตอกกลับไม่ไว้หน้า อยุทธ์สงสารพี่สาวจับใจ เลยตัดสินใจปรากฏตัวและปลอบประโลมให้ทำใจในฐานะน้องชายที่ดี แต่พิมพ์อรก็ไม่สนใจ

“ถ้าเธอคิดว่าพี่เป็นพี่ เธอคงไม่ทิ้งพี่กับคุณพ่อไปในเวลาที่พี่ต้องการเธอมากที่สุดหรอกอยุทธ์ เพราะฉะนั้น...ไม่ต้องมาอ้างความเป็นพี่น้อง เราต่างคนต่างอยู่ เกี่ยวข้องกันเฉพาะเท่าที่จำเป็นก็พอ”

พิมพ์อรผละไปแล้ว อยุทธ์ได้แต่มองตามด้วยความไม่สบายใจ ไม่เข้าใจเลยว่าการมีชีวิตอยู่และความรักของตนที่มีต่อครอบครัวจะทำให้พิมพ์อรตีความเป็นอย่างอื่นได้ยังไง

สายวันเดียวกัน...จวงพาทวีกับโอ้เอ้ไปสมัครงานในโรงงานเพื่อสืบหาตัวคนฆ่าแป้ง จุมพลกับพัดชา ลูกเลี้ยงและลูกสะใภ้ของศรีจันทร์ไม่ค่อยพอใจนัก ที่จู่ๆสาวใช้คนสนิทของศรีจันทร์ก็พาคนมาทำงานโดยไม่ปรึกษาก่อน โดยเฉพาะพัดชา ที่ออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด จุมพลต้องไกล่เกลี่ยให้เห็นแก่ศรีจันทร์ ทวีกับโอ้เอ้เลยได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งยามและคนสวนของโรงงาน

ศรีจันทร์ยิ้มหยันใส่พัดชา เมื่อได้ยินว่าจุมพลเห็นแก่ตนมากกว่าภรรยา ส่วนจวงจ้องหน้าพัดชาเขม็งที่มองมาด้วยสายตาเอาเรื่องตลอด เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับทวีและโอ้เอ้ จึงรีบกำชับให้ตามหาตัวฆาตกรให้เร็วที่สุด

ฝ่ายเจติยานั่งอ่านรายงานชันสูตรศพของแป้งที่ได้มาจากนวัช แล้วต้องแปลกใจ เพราะไม่มีอะไรรุนแรงอย่างที่คิด เด็กสาวตายเพราะจมน้ำ โดยมีแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่าปกติเท่านั้น นวัชเห็นด้วยและขอตัวไปเดทกับนิษฐาในเย็นวันเดียวกัน อยากทำคะแนนเพราะกลัวสิทธิพร ซึ่งประกาศตัวชัดเจนจะจีบแฟนสาวทำคะแนนมากกว่า เจติยาเห็นเพื่อนรักทั้งสองดีกันก็ปลื้มใจมาก แต่ต้องมีสีหน้าขรึมลง เมื่อได้รับโทรศัพท์จากวนันต์ให้ไปพบ

เจติยาไปพบวนันต์ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยมีชาครดูแลไม่ห่างเหมือนเคย อดีตเพื่อนรักของพ่อลาภิณไม่รอช้า รีบออกตัวขอโทษแทนพิมพ์อรที่คิดร้ายกับเจติยาและลาภิณก่อนหน้านี้ นักแต่งศพสาวไม่ถือสาเพราะไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ทำให้วนันต์ดีใจมากและรีบบอกจะให้ชาครร่วมมือกับเธอเพื่อหยุดยั้งกสิณ

“ผมไม่ได้อยากทรยศคุณอรหรอกนะครับ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของคุณท่าน ผมเลยขัดไม่ได้”

“ฉันคุยกับชาครแล้ว กสิณครอบงำลูกอรมากขึ้นเรื่อยๆ หนทางเดียวจะช่วยลูกอรได้ ก็คือต้องร่วมมือกับหนูกำจัดกสิณซะ หนูอย่าระแวงชาครเลย ถ้าจะมีใครสักคนรักและหวังดีกับลูกอรที่สุด คนคนนั้นก็คือชาคร”

เจติยายังไม่ไว้ใจชาครนัก ประวัติเก่าของเขาทำให้อดเครียดไม่ได้ ชาครรู้ดี แต่ความห่วงใยต่อพิมพ์อรนั้นมีมากกว่า เลยยอมทำตามคำสั่งของวนันต์อย่างไม่มีทางเลือก ในที่สุดเจติยาก็พยักหน้ารับข้อเสนอ ชาครถอนใจโล่งอก ส่วนวนันต์มีสีหน้าหนักใจ ก่อนจะเตือนให้เจติยาดูแลคนรอบตัวดีๆ

“กสิณจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายหนู ถ้าทำตรงๆไม่ได้ มันก็จะหันไปเล่นงานคนที่หนูรัก เพื่อบีบให้หนูยอมแพ้”

เจติยาคิดไม่ต่างกัน และคิดไม่ตก จะปกป้องคนรอบตัวอย่างไร เพราะกสิณดูจะเล่นหนักข้อขึ้นทุกวัน

ขณะที่เจติยากับวนันต์ทำข้อตกลงร่วมกัน...กสิณก็หาหนทางเล่นงานเจติยา ด้วยการดลใจลาภิณให้ช่วยค้ำประกันบริษัทสิทธิพร หวังให้เรื่องเดือดร้อนที่ตามมาหลังจากนั้น บีบให้เจติยาขอพรเหรียญเพื่อช่วยเหลือสามี ลาภิณไม่รู้เรื่อง หนักใจมากเพราะจำนวนเงินไม่น้อยเลย ผู้จัดการธนาคารเข้าใจดีและพยายามช่วยพูดให้สบายใจ

“คุณลาภิณไม่ต้องกลัวนะครับ ฐานะทางการเงินของนิราลัยแข็งแกร่งมาก ค้ำประกันเงินกู้แค่นี้ไม่สะเทือนแน่ แล้วคุณสิทธิพรก็เซ็นสัญญาโครงการไปแล้ว ยังไงก็มีเงินใช้หนี้อยู่แล้ว ไม่ทำให้คุณลาภิณเดือดร้อนหรอก”

สิทธิพรตบบ่าผู้จัดการที่ช่วยพูด ลาภิณถอนใจยาวแล้วจึงตัดสินใจเซ็นชื่อบนเอกสารทันที...

ooooooo

จวงรอเวลาโรงงานเลิก จึงแอบพาทวีกับโอ้เอ้ไปสำรวจข้างใน โดยแยกย้ายกันค้นหา ทั้งห้องทำงานของจุมพลกับพัดชาและห้องการเงิน เพื่อหาหลักฐานการโกงเงิน ทวีตั้งท่าจะเริ่มแล้วชะงัก เพราะคาใจบางอย่าง

“แต่ฉันว่ามันแปลกๆนะแม่จวง ถึงเราได้บัญชีของโรงงานมา ก็แค่มีหลักฐานเอาผิดว่าเขาโกงเท่านั้นเอง บอกไม่ได้ซะหน่อยว่าเขาฆ่าหนูแป้งจริงหรือเปล่า”

“บอกได้สิพี่ทวี ฉันมั่นใจว่าคุณแป้งต้องถูกฆ่าเพราะรู้เรื่องที่ยายพัดชาโกงแน่ๆ เพราะก่อนตายไม่กี่วัน คุณแป้งยังพูดเลยว่าบัญชีมีอะไรแปลกๆ เหมือนจงใจปลอมมันขึ้นมาใหม่”

โอ้เอ้กลัวจะเสียเวลามากกว่านี้ เลยบอกให้หยุดเถียงกันแล้วเริ่มลงมือได้ แต่ทั้งสามค้นหาได้ไม่นาน ก็ถูกจุมพลกับพัดชาจับได้เสียก่อน เลยถูกลากตัวไปขังรวมไว้ในห้องแช่แข็ง จวงเจ็บใจมาก ไม่คิดว่าจุมพลจะร่วมมือด้วย เพราะก่อนหน้านี้สงสัยแค่พัดชาที่เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากับตนและศรีจันทร์มาตลอด พัดชาแขวะเสียงเข้ม ว่าใครใช้ให้แส่ไม่เข้าเรื่องแบบนี้ จวงทำท่าจะโต้ แต่ต้องยั้งปากไว้ เพราะจุมพลโพล่งขึ้นเสียก่อน

“หยุดพูดได้แล้วพัดชา เพราะเธอแท้ๆ เกือบเสียแผนเลยเห็นไหม ฉันจะไม่ทำอะไรป้าหรอกนะ ถ้าป้า

ยอมบอกว่าพินัยกรรมของแม่เล็กซ่อนอยู่ที่ไหน ฉันรู้นะว่าแม่เล็กแอบทำพินัยกรรมยกสมบัติให้แป้งคนเดียว ไม่ยุติธรรมเลย โรงงานนี้พ่อฉันเป็นคนสร้างขึ้นมา ยังไงฉันก็ควรจะมีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่ไปยกให้ลูกตัวเองหมด”

“เพราะอย่างนี้ใช่ไหม คุณถึงได้ฆ่าคุณแป้ง คุณทำได้ยังไง นั่นน้องสาวคุณแท้ๆนะ ถึงจะคนละแม่กันก็เถอะ”

“อย่ามาหาเรื่องกันนะอีแก่จวง ฉันไม่ได้ฆ่าแป้ง มันตายของมันเอง”

ขาดคำก็หันไปสั่งภรรยาให้ปิดประตูขังพวกจวงไว้ในห้องแช่แข็ง ก่อนจะออกไปปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดหน้าโรงงาน โดยเฉพาะพัดชาวิตกมากกลัวเรื่องบานปลายจนเป็นคดีความใหญ่โต แต่จุมพลไม่ยี่หระ เดินหน้ามาขนาดนี้แล้ว ถ้าถอยหลังคงชวดเงินมรดกทั้งหมด พัดชาจำต้องเออออเพราะขัดสามีไม่ได้ สองสามีภรรยาถอนใจหนักหน่วง โดยไม่รู้เลยว่าศรีจันทร์แอบได้ยินทุกอย่างและโกรธแค้นจุมพลมาก...เสียแรงที่ฉันรักแกเหมือนลูก!

เวลาเดียวกันที่บ้านมยุรี...เจติยาหงุดหงิดมากเพราะนทียังไม่กลับ ลาภิณกับมยุรีพยายามปลอบให้ใจเย็น นทีกลับตัวกลับใจนานแล้ว คงไม่เถลไถลเหมือนสมัยก่อน เจติยาพยักหน้ารับรู้ ใจจริงก็เชื่อในตัวน้องชาย แต่ระแวงมากกว่าว่ากสิณจะฉวยโอกาสนี้ทำร้ายนทีเพื่อกดดันเธอ

การคาดการณ์ของเจติยาไม่เกินจริงเลย เพราะแม้นทีจะปฏิเสธเพื่อนไม่ไปเที่ยวต่อ แต่ต้องมาเจอกสิณปรากฏร่างน่ากลัวให้เห็น และหลอกล่อให้ไปด้วยกันสำเร็จ เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีเดียวจะช่วยแม่ให้หายจากโรคร้าย...

ฟากเจติยาเป็นห่วงน้องชายมาก แต่ก็ไม่ได้อยู่รออย่างที่ตั้งใจ เพราะวิญญาณแป้งโผล่มาขอร้องให้ไปที่โรงงานเสียก่อน โดยมีลาภิณกับนวัชตามไปช่วยด้วยเหมือนเคย ทั้งสามไปถึงทันเห็นพวกทวีเกือบถูกจุมพลกับพัดชาทำร้าย เพราะเล่นตุกติกและคิดหนีจากห้องแช่แข็ง นวัชไม่รอช้า สั่งให้ตำรวจที่ตามมาจับกุมจุมพลกับพัดชาทันที

พวกทวีนั่งจิบน้ำอุ่นไม่ไกลจากวงสนทนานัก นวัชสอบปากคำจุมพลว่าจงใจฆ่าแป้งเพื่อชิงมรดกใช่หรือไม่ ทั้งที่แป้งก็คือน้องสาวต่างมารดา จุมพลกับพัดชาช่วยกันปฏิเสธพัลวัน แล้วเล่าเรื่องตอนเกิดเหตุ...ว่าพวกเขาทั้งสองทะเลาะกันบริเวณริมสระว่ายน้ำในบ้านศรีจันทร์ ถึงเรื่องที่ได้ยินมาว่าศรีจันทร์จะยกสมบัติทั้งหมดให้แป้ง จุมพลหงุดหงิดแต่ไม่แสดงออกมาก ต่างจากพัดชาที่เดือดเนื้อร้อนใจแทบคลั่ง

“แต่คุณก็เป็นลูกเหมือนกันนะ ทำไมไม่ยกสมบัติให้คุณบ้างล่ะ เงินเก็บเราไม่มีเลยนะคุณ ถ้าสมบัติตกเป็นของนังแป้งหมด เราเหลือแต่ตัวแน่ แล้วลูกเราล่ะจะทำยังไง”

“มันอาจไม่เป็นของแป้งหมดก็ได้ เราแค่เห็นแม่เล็กเรียกทนายความมาเท่านั้น ข้อความจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”

จังหวะเดียวกันนั้น...แป้งเดินเมาแอ๋มาจากอีกมุม แต่สองสามีภรรยาไม่ทันมอง “นังแป้งเป็นลูกแท้ๆ ยังไงเขาก็ต้องยกให้หมดอยู่แล้ว คุณต้องไปคุยกับแม่เล็กให้รู้เรื่องเลยนะ จะมาทำใจเย็น อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้เกิดแบบนี้ไม่ได้”

“แม่เล็กไม่สบาย ขนาดเดินยังต้องใช้ไม้เท้าเลย ผมพูดไม่ออกหรอก คุณไปพูดเองละกัน”

พัดชาโมโหมากที่สามีไม่ได้ดั่งใจ แต่ไม่ทันแหวมากกว่านี้ ก็ได้ยินเสียงคนตกน้ำดังมาจากอีกทาง เมื่อหันไปมอง จึงเห็นแป้งกระเสือกกระสนในสระอย่างบ้าคลั่ง สองสามีภรรยาไม่รอช้า รู้ดีว่าแป้งว่ายน้ำไม่เป็นแม้จะโกรธและอิจฉามากแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตา

ศรีจันทร์ได้ยินทุกอย่างก็โกรธจัด ไม่เชื่อเด็ดขาดเพราะรู้ว่าลูกสาวไม่ดื่มเหล้า เช่นเดียวกับจวง อาละวาดใส่สองสามีภรรยาว่าปั้นเรื่องอำพรางความผิดตัวเอง นวัชเห็นท่าไม่ดี เลยพูดแทรกว่าจุมพลกับพัดชาไม่ได้โกหก เพราะผลชันสูตรศพแป้งบ่งบอกว่าเธอจมน้ำตายจริง โอ้เอ้เลยถามถึงเรื่องโกงเงินโรงงาน จุมพลหน้าเสีย ยอมรับว่าโกงจริง แต่เป็นเพราะเงินขาดมือ ไม่ใช่เพราะต้องการฮุบสมบัติอะไร

ทุกคนส่ายหน้าเอือมๆ พัดชาโพล่งออกไปอย่างเหลืออดว่าทุกอย่างเป็นเพราะความไม่ยุติธรรมของศรีจันทร์ ที่ไม่ยอมเขียนพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้จุมพลบ้าง จวงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วอธิบายความจริง

“พวกคุณเข้าใจผิด คุณศรีจันทร์ไม่ได้เรียกทนายมาทำพินัยกรรม แต่เรียกมาโอนสมบัติต่างหาก คุณศรีจันทร์ไม่อยากให้พี่น้องทะเลาะกันเรื่องมรดก เลยจัดการทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้เรียบร้อย พวกคุณได้มากกว่าคุณแป้งซะอีก”

จุมพลกับพัดชาพูดไม่ออก ลาภิณที่นิ่งฟังทุกอย่างมานาน ทักขึ้นด้วยความสงสัย คาใจว่าสองสามีภรรยาจะตามหาพินัยกรรมตัวจริงทำไม ในเมื่อแป้งก็ตายไปแล้ว และข้อความในนั้นก็คงเป็นโมฆะตามไปด้วย พวกทวีเห็นด้วย เช่นเดียวกับจวงและศรีจันทร์ที่สงสัยไม่แพ้กัน เจติยาเลยเป็นผู้เฉลยทุกอย่าง

“นั่นล่ะค่ะ คือสาเหตุอีกข้อที่เจมาที่นี่ ขึ้นไปที่ห้องนอนของคุณศรีจันทร์สิคะ แล้วจะเข้าใจทุกอย่างเอง”

ooooooo

ความหนาวเย็นในห้องนอนของศรีจันทร์ทำให้ทุกคนมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ เจติยาคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้ดี ไขข้อข้องใจให้ทุกคนฟังว่าศรีจันทร์หัวใจวายในวันเดียวกับที่แป้งจมน้ำตาย!

ศรีจันทร์อ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะตายแล้ว เมื่อเหลือบมองด้านข้าง จึงเห็นวิญญาณแป้งมาร้องไห้คร่ำครวญ ขอโทษที่อกหักเมาเหล้าจนจมน้ำตาย วิญญาณเศรษฐินีผุดภาพความทรงจำรางๆ จำได้ว่าวันนั้นจุมพลกับพัดชามาแจ้งข่าวร้ายเรื่องแป้ง เธอเสียใจมากจนหัวใจวายตายตามลูก จุมพลกับพัดชาตกใจมาก คิดหาทางกันให้วุ่นว่าจะทำอย่างไรต่อไป จุมพลคิดนิดเดียวแล้ววางแผนบางอย่าง

“สมบัติทุกอย่างเป็นชื่อแม่เล็ก ถ้าแม่เล็กตาย ก็ต้องตกเป็นของทายาท แป้งมันตายไปแล้ว ทุกอย่างก็ต้องตกเป็นของญาติๆแม่เล็ก ไม่มีทางตกถึงเราแม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้น...เราจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด”

พัดชาอึ้งไปอึดใจ ไม่คิดมาก่อนว่าสามีจะหัวหมอขนาดนี้ จุมพลมีสีหน้าเข้มขึ้นเมื่อตัดสินใจได้

“ผมมันแค่ลูกเลี้ยง แม่เล็กไม่เคยจดทะเบียนรับผมเป็นลูก ไม่มีผลทางกฎหมายหรอก เราต้องอาศัยช่วงที่ยังไม่มีใครรู้ว่าแม่เล็กตาย หาพินัยกรรมให้เจอ และแก้พินัยกรรมให้ยกทุกอย่างให้เรา เรื่องเราโกงโรงงานจะได้จบไปด้วย”

หลังจากนั้น จุมพลกับพัดชาก็ช่วยกันจัดการศพของศรีจันทร์ให้เน่าเปื่อยช้าที่สุดด้วยการเปิดแอร์เย็นจัดเพื่อรักษาสภาพศพ นวัชรีบตามเจ้าหน้าที่มารับศพศรีจันทร์และจับกุมสองสามีภรรยาที่สมรู้ร่วมคิดปกปิดความตายของเศรษฐินีใหญ่ วิญญาณศรีจันทร์กับแป้งมองหน้ากันยิ้มๆ หมดห่วงทางนี้ จึงลาเจติยาไปสู่ภพภูมิที่ควร ลาภิณเดินไปโอบบ่าภรรยา เปรยขำๆว่างานครั้งนี้แปลกดี ไม่ต้องตามหาว่าใครฆ่า แต่แค่รื้อฟื้นความทรงจำให้วิญญาณเท่านั้น

แต่อารมณ์ดีๆก็อยู่กับเจติยาไม่นาน เมื่อลาภิณได้รับโทรศัพท์จากมยุรีว่านทียังไม่กลับบ้าน นักแต่งศพสาวร้อนใจ รีบกลับไปดูแลแม่ที่อาการทรุดลงเพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพลูกชายคนเดียว นิษฐาแวะมาช่วยอีกแรง เจติยาจะได้มีเวลาตามหาน้องชายพร้อมกับลาภิณ นักแต่งศพสาวถอนใจหนักหน่วง มั่นใจมากว่าเหตุการณ์วันนี้ต้องเป็นฝีมือกสิณ ที่หวังใช้นทีเป็นข้อต่อรอง กดดันให้เธอขอพรและยอมมอบเหรียญในที่สุด

ฟากพิมพ์อรมองนทีที่หลับไม่ได้สติในห้องนอนแขกด้วยแววตาครุ่นคิด ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าแผนการครั้งนี้ของกสิณจะได้ผล ปีศาจสาวอ้างว่าไม่มีทางเลือกมาก เพราะเวลาของวนันต์นั้นเหลือน้อยลงทุกที

“อำนาจฉันไม่เท่าเดิมแล้ว เพราะการชำระเหรียญของเจติยาทำให้พลังฉันอ่อนลง มันเลยมีผลถึงพ่อเธอด้วย”

พิมพ์อรร้อนใจมาก “ก็ได้...เธอจะทำอะไรก็ทำไปเลย ฉันจะช่วยเหลือเธอทุกอย่าง”

“อย่างแรกที่เธอต้องทำ คือย้ายพ่อเธอกับชาครออกจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด สองคนนั่นไม่ต้องการให้เธอสร้างกล่องรากบุญ เพราะฉะนั้น เราต้องให้พวกเขาออกไปจากที่นี่ จะได้ไม่มาขัดขวางงานของเรา”

พิมพ์อรพยักหน้ารับ และจัดการให้ชาครกับวนันต์ไปพักผ่อนต่างจังหวัดในบ่ายวันเดียวกันแบบไม่มีกำหนดกลับ สองหนุ่มต่างวัยมองหน้ากันเครียดๆ พอเดาได้ว่าพิมพ์อรกับกสิณต้องมีแผนการบางอย่าง และไม่อยากให้พวกเขาเป็นตัวถ่วงทำให้ทุกอย่างพัง ชาครถอนใจ หนักหน่วง...ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องทำเรื่องฝืนใจแล้วจริงๆ

ooooooo

ลาภิณมาพบสิทธิพรที่โรงแรมแห่งหนึ่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ข่าวไฟไหม้โครงการก่อสร้างของเพื่อนรักทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะค่าเสียหายจากการส่งงานช้ากว่ากำหนดอาจกระทบต่อนิราลัยได้ แต่ถึงกระนั้น...เมื่อสิทธิพรต้องการความช่วยเหลือ ลาภิณก็ไม่ลังเลใจจะตอบรับตามประสาเพื่อนที่ดี

ฝ่ายเจติยารับทราบสถานการณ์ของลาภิณกับสิทธิพรด้วยความเข้าใจ รู้ดีว่าคงเจอปัญหาหนัก โดยเฉพาะเรื่องการเงิน แต่คิดว่าสามีน่าจะเจรจาต่อรองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้สักระยะ นิษฐาเสียอีกที่เดือดเนื้อร้อนใจแทนเพื่อนรัก ทั้งเรื่องนิราลัยและเรื่องนที ที่จนป่านนี้ก็ไม่กลับบ้าน มยุรีอาการแย่ลงเรื่อยๆด้วยความเป็นห่วงลูก เจติยาจึงตัดสินใจให้นิษฐาตามอยุทธ์มาที่บ้าน เพราะเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของกสิณกับพิมพ์อร

นิษฐาอยากจะเป็นบ้าตาย เมื่อทราบเรื่องทุกอย่างจากเจติยากับอยุทธ์ แต่ที่ทำให้ทั้งสามตกใจหน้าซีด ก็เมื่อพบว่ามยุรีถูกภาพหลอนของกสิณเล่นงานจนช็อกหมดสติ ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เจติยาใจไม่ดี เมื่อทราบจากหมอว่าแม่อาการหนักกว่าทุกครั้ง นิษฐาให้กำลังใจเพื่อนรักว่ามยุรีต้องผ่านช่วงนี้ไปได้เหมือนที่เคย อยุทธ์ตั้งท่าจะขอพรจากเหรียญเพื่อช่วยมยุรี แต่เจติยาห้ามไว้ เพราะแม่ไม่อยากให้ใครเป็นทาสของเหรียญอีก

แต่เจติยาคงพูดช้าไป อยุทธ์ขอไปแล้วตั้งแต่ออกจากบ้าน เจติยาพูดไม่ออก แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นว่าสีของเหรียญไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่ามยุรีคงหมดอายุขัยแล้วจริงๆ

เจติยาเดินหน้าเศร้าตามทางในโรงพยาบาล พลันก็ยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นนทีปรากฏตัว แต่ต้องนิ่วหน้า เมื่อน้องชายตัวดีบอกให้ตามไปบนดาดฟ้า โดยอ้างว่ามีหนทางจะช่วยแม่ให้พ้นจากอันตราย เจติยาชะงัก ตัดสินใจเพ่งสมาธิทำให้กสิณเผยโฉมออกมา แต่ที่ทำให้เครียดสุด ก็เมื่อเห็นนทีเดินเหม่อลอยออกจากอีกมุม กสิณแสยะยิ้มร้าย เจติยาเลยเดาได้ว่านทีคงถูกสะกดจิตให้เดินตกจากตึก จึงตัดสินใจจะไปช่วย

“ไม่ทันหรอกเจติยา กว่าเธอจะไปถึง ฉันก็สั่งให้นทีกระโดดลงจากตึกนั่นแล้ว”

“ฉันไม่มีวันขอพรจากเหรียญเด็ดขาด แล้วฉันก็ไม่มีวันยกเหรียญให้เธอหรือคุณพิมพ์อรด้วย อย่าใช้วิธีนี้ดีกว่า”

“แล้วถ้าเธอจะใช้เหรียญเพื่อสร้างกล่องรากบุญขึ้นมาใหม่ แล้วเป็นเจ้าของซะเองล่ะ”

“นี่เธอคิดจะทรยศคุณพิมพ์อรงั้นหรือ สมกับเป็นปีศาจจริงๆ”

“ฉันไม่เหมือนปราณ ที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจเจ้าของกล่องรากบุญหรอกนะ เพราะฉะนั้น พิมพ์อรไม่ใช่เจ้านายฉัน จะถือว่าฉันทรยศไม่ได้นะ ว่าอย่างไรล่ะ... สนใจเป็นเจ้าของกล่องรากบุญใบใหม่ไหม”

“ถ้าฉันสนใจ ฉันจะทำลายกล่องรากบุญไปทำไมตั้งแต่แรก”

กสิณไม่ละความพยายาม กล่อมให้เจติยาใช้กล่องรากบุญช่วยแม่ แต่เจติยาปฏิเสธเพราะแม่หมดอายุขัยแล้ว

“อำนาจของเหรียญมันไม่พอช่วยต่างหาก แต่ถ้าเป็นกล่องรากบุญ อาจจะต่ออายุยื้อชีวิตแม่เธอไปอีกก็ได้”

“เลิกกล่อมฉันเถอะ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ของอันตรายอย่างกล่องรากบุญถือกำเนิดบนโลกนี้ได้อีกแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องพิสูจน์ความใจแข็งของเธอซะหน่อยแล้วล่ะ”

กสิณปรายตาไปทางนที สะกดจิตให้เดินไปขอบตึก เจติยาตะโกนเรียกเสียงลั่น แต่นทีไม่มีวี่แววจะได้ยินอะไร นักแต่งศพสาวเลยพุ่งเข้าหาปีศาจร้าย หวังทำลายพลังมืดนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล กสิณหัวเราะชอบใจแล้วชะงัก เมื่อจู่ๆชาครก็โผล่มาจากมุมมืด กระโจนมาจับตัวนทีไว้ได้เสียก่อน!

กสิณหายวับไปแล้ว ทิ้งชาครมองตามเครียดๆ และไปคุยกับเจติยาภายในโรงพยาบาล นักแต่งศพสาวเป็นห่วงกลัวเขาต้องเจอสถานการณ์ลำบากหากพิมพ์อรทราบเรื่อง แต่เขากลับไม่กังวล เพราะทำลงไปก็เพื่อพิมพ์อรทั้งนั้น

ooooooo

แม้ปากจะบอกไม่หวั่น แต่เมื่อเจอพายุอารมณ์ของพิมพ์อรแต่เช้า ชาครก็ถึงกับพูดไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อเธอบอกว่าช้ำใจมาก ที่คนทำลายแผนการคือคนที่เธอถือว่าเป็นเพื่อนและไว้ใจมากที่สุด

“ผมขัดคำสั่งคุณอรจริงครับ แต่ผมไม่เคยหักหลังคุณท่าน เพราะที่ผมทำไป มันเป็นความต้องการของคุณท่าน”

“โกหก...ฉันรวบรวมเหรียญสร้างกล่องรากบุญก็เพื่อช่วยชีวิตคุณพ่อ แล้วคุณพ่อจะขัดขวางฉันทำไม”

ทันใดนั้น...วนันต์ก็นั่งรถเข็นเข้ามาในโถงบ้าน “เพราะพ่อไม่อยากให้ใครต้องมาสังเวยชีวิตเพื่อต่ออายุให้พ่อน่ะสิ หยุดเถอะนะลูกอร อย่าทำร้ายใครเพื่อพ่ออีกเลย”

“ไม่ค่ะ...ไม่มีชีวิตของใครสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อ ต่อให้บาปกรรมมีจริง อรก็จะแบกรับมันเอาไว้เอง แต่อรจะไม่ยอมให้คุณพ่อต้องเป็นอะไรไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยกี่ชีวิต หรือแม้แต่ชีวิตของอรเองก็ตาม”

“ผมรู้นะครับ ว่าคุณอรรักคุณท่านมาก แต่สิ่งที่คุณอรทำ มันไม่ใช่ความรัก มันเป็นความเห็นแก่ตัวมากกว่า”

คำพูดแทงใจดำของชาครทำให้พิมพ์อรโกรธจัด ตั้งท่าจะเอาเรื่องเต็มที่ แต่วนันต์ขัดขึ้นเสียก่อน

“ชาครพูดถูก พ่อไม่ต้องการมีชีวิตอยู่โดยที่มือลูกต้องเปื้อนเลือด ปล่อยพ่อไปเถอะนะอร ปล่อยให้พ่อตายแล้วออกห่างจากเหรียญปีศาจนั่นซะ ถือซะว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้ายของพ่อได้ไหมลูก”

“อรให้คุณพ่อได้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เพราะถ้าไม่มีคุณพ่อ อรก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน”

พิมพ์อรเลี่ยงออกไปแล้ว ชาครกับวนันต์ได้แต่มองหน้ากันเครียดๆ เป็นกังวลและเหนื่อยใจเหลือเกิน ไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมพิมพ์อรยังไงให้หลุดพ้นจากอำนาจของกิเลสตัณหา

ฝ่ายเจติยากับลาภิณก็ต้องรับศึกหนักจากนทีที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงไม่ขอพรจากเหรียญเพื่อช่วยแม่ แต่ที่ทำให้นักแต่งศพสาวเสียใจที่สุด คงจะเป็นข้อกล่าวหาว่าเธอยึดมั่นในอุดมการณ์มากเกินไปจนละเลยความเป็นความตายของแม่ เจติยาหนักใจมาก พยายามอธิบายอย่างใจเย็น ไม่อยากโต้กลับน้องด้วยอารมณ์รุนแรง

“มันไม่ใช่อุดมการณ์อะไรหรอกนะนที แค่พี่กับแม่เห็นตรงกันว่าการเป็นทาสกิเลสมันไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ถ้าเราขอพรจากกล่องรากบุญหรือจากเหรียญ เราก็อาจจะต้องขอต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็จะย้อนกลับมาทำลายเราเอง”

ลาภิณช่วยอีกแรง โดยใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “กล่องรากบุญไม่สามารถทำให้ใครเป็นอมตะได้หรอกนะนที อย่างคุณพ่อพี่ไง เมื่อหมดอายุขัย ท่านก็ต้องตาย ทั้งที่มีกล่องรากบุญอยู่ในมือแท้ๆ”

“แต่มันอาจจะช่วยต่ออายุแม่ได้อีกหน่อยไม่ใช่เหรอครับ วันสองวันก็ยังดี ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่อีกเยอะ พี่เจไม่รักแม่แล้วเหรอ ถึงทนดูแม่ตายต่อหน้าต่อตาได้ลงคอ ทั้งๆที่พี่ก็ช่วยแม่ได้”

“แต่นี่คือความต้องการของแม่ แม่อยากให้พี่ทำสิ่งถูกต้อง นทีอยากเห็นแม่มีชีวิตอยู่อย่างคนหัวใจสลายหรือ”

นทีโวยวายกลับทั้งน้ำตา “ผมไม่เข้าใจที่พี่พูดหรอกนะ ผมรู้แต่ว่าผมรักแม่ ผมต้องการอยู่กับแม่ แล้วถ้าผมมีกล่องรากบุญอยู่ในมือ ผมจะไม่ลังเลใจเลยที่จะช่วยแม่อีกครั้ง”

พูดจบก็เดินออกจากบ้าน เจติยากับลาภิณวิ่งตาม แต่ไม่ทัน นทีหายไปไหนก็ไม่รู้ สองสามีภรรยาร้อนใจมาก ยิ่งเมื่อฉายาผู้ช่วยมัจจุราชปรากฏตัว พร้อมข่าวร้ายว่าเวลาของมยุรีใกล้หมดลง ยิ่งร้อนใจหนัก จนต้องขอให้นวัชกับนิษฐาช่วยไปตามหานทีอีกแรง ไม่อยากให้เขาสูญเสียโอกาสล่ำลาและสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย

ขณะที่ทุกคนตามหากันให้วุ่น...นทีหลบไปเฝ้าแม่ในห้องไอซียู เมื่อเห็นสภาพแม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนผล็อยหลับ ความกังวลเรื่องแม่ในเบื้องลึกก็ทำให้ฝันแต่เขาก็ไม่รู้ตัว และตื่นเต้นมากที่ได้เห็นแม่ลุกมาพูดคุยกับตนอีกครั้ง นทีดีใจที่พี่สาวยอมขอพรจากเหรียญ แต่มยุรีกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อรู้ความคิดลูกชาย

“ถ้าเจสร้างกล่องรากบุญมาช่วยแม่ แม่จะกลั้นใจตาย แม่จะไม่ยอมมีชีวิตอยู่เด็ดขาด”

นทีหน้าเสีย ไม่เข้าใจความตั้งใจของแม่ เพราะคิดแต่จะช่วยและยื้อชีวิตเท่านั้น มยุรีต้องอธิบายเสียงอ่อน

“นที...ถ้าลูกเป็นพ่อคน ลูกจะมีความสุขไหม ถ้าลูกของลูกยอมเป็นทาสยาเสพติดเพื่อหาเงินให้ลูกใช้ นั่นแหละคือความรู้สึกของแม่ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกเดินทางผิดหรอกนะ ถึงจะทำไปเพราะความกตัญญูก็เถอะ แล้วลูกก็อย่าไปโกรธพี่เขาล่ะ พี่เขาทำสิ่งที่ควรแล้ว ไม่มีใครหนีความตายพ้นหรอกนที...ปล่อยให้แม่ไปเถอะนะ”

นทีร้องไห้โฮกอดแม่แน่น แล้วก็พลันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงร้องเครื่องบอกสัญญาณชีพว่าแม่หมดลมหายใจแล้ว นทีมือไม้สั่น รับรู้ในนาทีนั้นว่าแม่ตั้งใจมาเตือนสติในฝันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลาจากเพราะหมดอายุขัย

ส่วนเจติยามัวตามหาน้องชายจนไม่ทันได้อยู่ดูใจแม่ ฉายาซึ่งมารับวิญญาณของมยุรีเห็นใจ เลยให้โอกาสสองแม่ลูกได้ล่ำลากัน เจติยาเสียใจมากแต่พยายามข่มไว้ เพราะรู้ว่าแม่ไปสบายแล้ว มยุรีสั่งเสียให้ดูแลตัวเองและนทีให้ดีๆ ก่อนจะเลือนร่างหายไปพร้อมกับฉายาเมื่อถึงเวลาสมควร

เจติยาโผกอดลาภิณแน่น ร้องไห้โฮอย่างไม่อาย ลาภิณโอบตอบ พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ลูบหลังปลอบให้ทำใจ ช้าหรือเร็วทุกคนก็ต้องเจอสิ่งนี้...ไม่มีใครหนีความตายพ้นหรอก

ooooooo

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด