ตอนที่ 8
อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร
นิษฐาไม่รู้เรื่องว่าตัวเองจะมีอันตราย จึงตื่นแต่เช้าไปทักทายผู้คนในหมู่บ้านด้วยรอยยิ้มแจ่มใส แต่แล้วก็ต้องตกใจหน้าซีดเผือด เมื่อแอบได้ยินประสิทธิเพื่อนร่วมมูลนิธิคุยกับแก๊งค้ายาในป่าละเมาะข้างหมู่บ้าน
ความจริงที่ค้นพบทำให้นิษฐาพูดไม่ออก ค่อยๆ ปลีกตัวกลับหมู่บ้าน หวังไปแจ้งความให้มาจัดการแก๊งค้ายา แต่ไปไม่ได้ไกล ก็เจอเอ๋เพื่อนร่วมมูลนิธิอีกคนมาดักหน้า นิษฐาเล่าอย่างร้อนใจว่าประสิทธิเป็นพวกค้ายา และตั้งท่าจะชวนหนี แต่ไม่ทันขยับ ก็ถูกเอ๋ล็อกคอไว้เสียก่อน เจติยาโผล่เข้ามาพอดี เอ๋ตกใจมาก เข้าใจว่าเป็นตำรวจ
“ไม่ใช่...แต่ฉันรู้เรื่องที่เธอค้ายา แล้วก็เรื่องที่เธอเป็นคนฆ่าฟางด้วย”
เอ๋ตะลึง ไม่คิดว่าจะมีคนรู้ความลับ ทันใดนั้น... ประสิทธิก็โผล่มา ประกาศกร้าวจะฆ่าปิดปากเจติยาที่แส่ไม่เข้าเรื่อง แต่เอ๋ห้ามไว้ แปลกใจว่าเจติยารู้ความลับของพวกเธอได้ยังไง นักแต่งศพสาวเลยเล่าทุกอย่างที่ได้ยินจากฟาง ว่าเอ๋กับประสิทธิเป็นคนบุกไปฆ่าฟางถึงอพาร์ตเมนต์ โทษฐานคิดหนีไม่ยอมช่วยขายยาเหมือนเคย
ในคืนนั้นฟางพยายามขอความช่วยเหลือจากนิษฐา แต่ความโมโหหึงทำให้นิษฐาเพิกเฉยและผละจากไปดื้อๆ ฟางเลยต้องจบชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน โดยไม่มีใครโผล่มาช่วยเลยแม้แต่คนเดียว
ประสิทธิกับเอ๋ตั้งใจจะฆ่าปิดปากเจติยากับนิษฐา แต่ไม่ทันลงมือ ลาภิณกับอยุทธ์ก็โผล่มา ประสิทธิรีบคว้าปืนมาเล็ง เจติยาพุ่งมาบังสามีไว้ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน โดยเฉพาะลาภิณที่เห็นภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ตอนที่เจติยารับกระสุนของพิสัยแทนเขาเมื่อหลายเดือนก่อน
ลาภิณดึงตัวเองออกจากภวังค์ ช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ประสิทธิจะเหนี่ยวไกอยู่แล้ว แต่ก็ถูกตำรวจซึ่งลาภิณกับอยุทธ์โทร.แจ้งก่อนหน้ายิงร่วง เจติยาอึ้งไปอึดใจ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบวิ่งไปหาสามีด้วยความเป็นห่วง ลาภิณโผกอดภรรยาแน่น ความกลัวจับจิตว่าจะต้องเสียเธอไปโดยไม่มีวันกลับคืน
“ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่ นึกว่าคุณจะโดนยิงเหมือนตอนที่น้าพิสัยยิงคุณแล้ว”
เจติยาดีใจมาก ผละจากอ้อมกอด จ้องสามีน้ำตาคลอ “คุณต้น...คุณต้นจำเจได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ทำไมผมจะจำเจไม่ได้ เจเป็นภรรยาของผม คุณคือผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด”
เจติยาร้องไห้โฮ สวมกอดสามีแน่นด้วยความรักล้นใจ นิษฐามองมายิ้มๆ ดีใจกับเพื่อนด้วยที่ได้สามีคนเดิมกลับคืน ต่างจากอยุทธ์ที่ดูจ๋อยๆ แม้เป็นเรื่องควรยินดีแต่ก็อดเสียใจไม่ได้
เวลาเดียวกันที่บ้านพิมพ์อร...กสิณกรีดร้องบ้าคลั่งที่พลังบิดเบือนความทรงจำของลาภิณจางหาย ใบหน้าน่าสะพรึงกลัวของปีศาจร้ายแลดูน่ารังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ...เป็นตายร้ายดีจะไม่มีวันยอมแพ้เจติยาเด็ดขาด!
ooooooo
หลังเหตุการณ์อันเลวร้าย ลาภิณกับเจติยาแทบไม่ยอมห่างกันเพราะกลัวเจออำนาจมืดทำให้แยกจากกันอีก โดยเฉพาะนักแต่งศพสาวโผกอดสามีแน่น กลัวเขาจำเธอไม่ได้ ลาภิณอึ้งไปครู่ ก่อนจะกอดตอบด้วยความรักเต็มเปี่ยม อยุทธ์เฝ้ามองทุกอย่างตลอด และผละจากไปเงียบๆเพราะไม่อยากเห็นภาพบาดใจ
ลาภิณมองเจติยาด้วยความเอ็นดู ความทรงจำเรื่องก่อนหน้าเลือนหาย ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรไว้กันแน่ ภรรยาถึงอาการหนักขนาดนี้ เจติยายิ้มหวาน ตั้งท่าจะเล่าให้ฟัง แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก ลาภิณก็ผลักเธอออกเสียก่อน
“เป็นบ้าอะไรของเธอ มากอดฉันทำไม เสร็จงานแล้วไม่ใช่เหรอ งั้นก็รีบๆกลับไปได้แล้ว แล้วทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เดี๋ยวมีคนเอาไปพูดเข้าหูพี่อร ฉันขี้เกียจมีปัญหา”
เจติยาหน้าเจื่อน เสียใจมากที่ลาภิณจำเธอได้แค่ครู่เดียวก็กลับมาสภาพเดิมอีก เมื่ออยุทธ์ทราบก็พยายามปลอบให้ใจเย็น และพูดในแง่ดีว่าลาภิณอาจจะค่อยๆหลุดจากอำนาจของกสิณทีละน้อยก็ได้
“ถ้าอย่างนั้น รีบชำระเหรียญดีกว่าครับคุณเจ ไม่แน่นะครับ ชำระเหรียญคราวนี้เสร็จ คุณต้นอาจจะหายก็ได้”
ความดีใจเรื่องสามีทำให้ลืมเลือนเรื่องฟางไปชั่วขณะ เจติยาพยายามดึงสติให้กลับสู่ปัจจุบันและลงมือชำระเหรียญ แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าชำระไม่ได้...หรือว่ายังมีภารกิจที่ไม่สำเร็จ
ภารกิจที่ว่าก็คือเรื่องความสัมพันธ์ของนิษฐากับนวัชที่ไม่ยอมคืนดีกัน ต่างคนต่างทิฐิและไม่ยอมหันหน้าเข้าหากันจนเจติยาอ่อนใจ “พอเลยทั้งคู่ ถ้าขืนยังทะเลาะกันอยู่ งานฉันก็ไม่เสร็จพอดี”
นิษฐากับนวัชมองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกันด้วย เจติยาเลยบอกว่าวิญญาณของฟางอยู่ที่นี่ และต้องการพูดบางอย่าง “ผู้กองกับฟางไม่เคยมีอะไรกัน ทุกอย่างเป็นความตั้งใจของฟางจะให้พี่ฐากับผู้กองเข้าใจผิด”
วิญญาณของฟางปรากฏร่างรางๆให้เห็น บอกว่าอิจฉานิษฐามาตลอดที่มีแต่คนรัก ต่างจากเธอที่ไม่มีคนเหลียวแล แต่ทนไม่ได้มากสุด คงเป็นเรื่องที่นิษฐามีแฟนหล่อและแสนดีแบบนวัช อารมณ์อิจฉาริษยาผุดขึ้นมาใหม่ เจติยาเห็นท่าไม่ดี รีบบอกให้วิญญาณฟางตั้งสติและขอโทษนิษฐากับนวัชอย่างที่ตั้งใจ
นวัชกับนิษฐากวาดตามองรอบตัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความโกรธที่เคยมีเลือนหาย เหลือแต่ความสงสารและเห็นใจวิญญาณหญิงสาวที่ต้องโชคร้าย หลงผิดไปกับความริษยาจนทำเรื่องไม่ดี โดยเฉพาะผู้กองหนุ่มที่มีสีหน้าขรึมลง
“พี่ได้คุยกับลุงของฟางแล้ว เลยรู้ว่าเขามีปมเรื่องขาดความรักตั้งแต่เด็ก น้องเขามีพฤติกรรมชอบแย่งแฟนคนอื่นมาตลอด ส่วนเรื่องที่เขาทำให้ฐากับพี่เข้าใจผิดกัน...พี่อโหสิให้”
นิษฐาเห็นฟางดีใจมากที่แฟนหนุ่มให้อภัย เลยตัดสินใจได้ “ฉันก็เหมือนกัน ถึงฟางจะแกล้งฉัน แต่เขาก็ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไรเขาแล้ว ขอให้ไปสู่สุคติแล้วกัน”
“ขอบคุณพี่สองคนมาก หนูคงต้องไปแล้ว ขอให้พี่สองคนโชคดี รักกันแบบนี้ตลอดไปนะคะ”
วิญญาณของฟางลับร่างไปแล้ว เจติยายิ้มบางๆ สุขใจมากที่ได้ทำความดีเพื่อคนอื่นเช่นนี้ ส่วนนิษฐากับนวัชก็มองหน้ากันซึ้ง กอดกันกลมด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ...จากนี้เราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว
ooooooo
ผลการทำความดีของเจติยา ทำให้กสิณทรุดตัวกับพื้นอย่างอ่อนแรง วนันต์เห็นเหตุการณ์ตลอด พอจะเดาได้ว่าปีศาจร้ายต้องสิ้นฤทธิ์เพราะสิ่งที่เจติยาทำ
“เจติยากำลังชำระเหรียญมากขึ้นเรื่อยๆ แกไม่มีทางชนะแล้วกสิณ ปล่อยลูกอรไปซะ”
“แกมันโง่เง่า ถ้าชำระเหรียญไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะสร้างกล่องรากบุญไม่ได้ แล้วคนตายคนแรกก็คือแก”
“ฉันควรตายตั้งนานแล้ว แต่เพราะฉันโง่แล้วก็ขี้ขลาด แกถึงทำร้ายลูกฉันได้”
“คิดง่ายไปแล้ววนันต์ แค่การชำระเหรียญของเจติยา กำจัดฉันไม่ได้หรอก ในเมื่อการชำระเหรียญทำให้กิเลสในเหรียญเบาบางลง ฉันก็แค่เติมกิเลสใหม่เข้าไปก็เท่านั้นเอง ฉันไม่มีวันปล่อยพิมพ์อร เพราะเธอคือแหล่งสร้างพลังกิเลสดีที่สุดของฉัน พิมพ์อรจะต้องเป็นเจ้าของเหรียญไปจนวันตาย!”
กสิณหายตัวไปแล้ว ทิ้งวนันต์ให้กำมือแน่น โกรธปีศาจร้ายเหลือเกินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้...
ฝ่ายพิมพ์อรต้องรับศึกหนัก เมื่อบุญช่วยคู่ค้าคนสำคัญของเธอ พยายามจีบแบบออกนอกหน้าด้วยการกำนัลรถสปอร์ตราคานับสิบล้าน ชาครเป็นห่วงมาก เพราะบุญช่วยขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง พิมพ์อรอาจเป็นเหยื่อและตกเป็นอันตรายได้ ถ้าไม่ระวังตัวให้ดี แต่ถึงกระนั้น... พิมพ์อรก็ไม่กลัว และตัดสินใจไปทานข้าวกับบุญช่วยตามคำเชิญ
บุญช่วยมีท่าทางกระลิ้มกระเหลี่ยอย่างเห็นได้ชัด ชาครซึ่งตามดูแลเจ้านายสาวมองมาด้วยความขัดเคือง แต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะถูกคนของบุญช่วยกันให้อยู่อีกโต๊ะ พิมพ์อรอึดอัดมาก โดยเฉพาะเมื่อเขาพูดถึงรถสปอร์ตคันหรูว่าตั้งใจนำมาให้เป็นสินน้ำใจ ไม่ได้คิดดูถูกหรือทำให้เข้าใจผิดเลย
คำยืนกรานของบุญช่วยจะให้เธอรับรถไว้ ทำให้พิมพ์อรหมดปัญญาจะคัดค้าน บุญช่วยเองก็พยายามเก็บอาการมากขึ้น ท่าทางหยิ่งน้อยๆของพิมพ์อรทำให้ไม่อยากผลีผลาม กลัวจะชวดมากกว่าได้สานสัมพันธ์อย่างที่ต้องการ สองหนุ่มสาวคู่ค้าคงจะพูดคุยกันอีกนาน ถ้าหลินเมียเก็บของบุญช่วยจะไม่โผล่มาขวางเสียก่อน พร้อมกับจัดการหยิบอาหารตรงหน้าสาดใส่พิมพ์อรทันทีด้วยความหึงหวง
บุญช่วยโมโหมาก สั่งให้ลูกน้องลากหลินออกไป ไม่อยากมีเรื่องให้เข้าหน้าพิมพ์อรไม่ติด แต่พิมพ์อรก็อาฆาตไม่เลิก กระซิบเรียกกสิณเสียงเข้มให้ตามไปจัดการหลินให้สาสม ชาครเห็นสายตาของพิมพ์อรก็พอเดาได้ว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดี เลยรีบตามหลินไป เพราะไม่อยากให้เจ้านายสาวถลำลึกกว่านี้
ฟากหลินเหยียบคันเร่งเต็มแรง ตามอารมณ์พลุ่ง–พล่านเพราะความหึงหวง ฉับพลันนั้น...รถก็เบรกกะทันหัน หลินจึงลงมาโทรศัพท์ตามช่าง ชาครซึ่งขับรถตามมาติดๆ ทำท่าจะลงมาดู แต่ก็ช้าเกินไปเมื่อรถของเขาพุ่งเข้าชนร่างของหลินจนสิ้นใจตายคาที่!
ooooooo
เวลาเดียวกันที่นิราลัย...ลาภิณกับเจติยาจะกลับบ้าน แต่ต้องเปลี่ยนใจไปโรงพยาบาลเสียก่อน เมื่อนทีโทร.มาบอกว่ามยุรีอาการกำเริบต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ลาภิณจำต้องมาด้วย เพราะลึกๆแอบเป็นห่วงมยุรีกับนทีอย่างบอกไม่ถูก มยุรีมองหน้าลูกเขยด้วยความเกรงใจที่ต้องลำบากพาเจติยามาโรงพยาบาล
“จะเกรงใจทำไมครับ แค่นี้ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลย กินยายังไงก็สู้ให้หมอตรวจไม่ได้หรอกครับคุณน้า”
สรรพนามที่เขาเรียก ทำให้มยุรีกับนทีมองหน้ากันด้วยความงุนงง เจติยาก็อึ้งไม่น้อย แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบขอตัวไปเคลียร์เรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่ โดยไม่ลืมลากสามีตัวปัญหาไปด้วย ลาภิณเดินตามแบบเสียไม่ได้ แล้วต้องอ้าปากค้าง เมื่อภรรยาบอกว่าให้เรียกมยุรีว่าแม่เหมือนเดิม
“คุณเรียกแม่เจอย่างนี้ตั้งแต่เราเริ่มสนิทกัน อยู่ๆ กลับไปเรียกคุณน้าแบบตอนเจอกันแรกๆ คุณแม่ก็เลยงง คุณอาจจะอึดอัดหน่อยนะคะ แต่ถือว่าเจขอร้องก็แล้วกัน เจไม่อยากให้แม่คิดมากเรื่องของเราน่ะค่ะ”
ลาภิณถอนใจยาว ยอมรับคำแบบเซ็งๆ ความหงุดหงิดและความสับสนในใจทำให้อดโพล่งออกไปไม่ได้
“ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมฉันต้องเชื่อเธอต้องใจอ่อนตามใจเธอ ยอมให้เธอมาบงการชีวิตฉันแบบนี้ด้วย”
เจติยายิ้มปลื้ม เชื่อว่าสามีมีท่าทีอ่อนลงแล้วคงจะทำให้เขาหายจากอาการความจำเสื่อมชั่วคราวได้สักที เมื่อได้เจอกสิณซึ่งปรากฏตัวให้เห็นไม่นานหลังจากนั้นก็ประกาศกร้าวแบบไม่กลัว
“ฉันไม่มีวันยอมแพ้เธอหรอก ฉันกับคุณต้นจะต้องร่วมมือกันฝ่าฟันเวทมนตร์ของเธอไปให้ได้”
กสิณยิ้มเยาะ ไม่หวั่นเลยเพราะเชื่อว่าลาภิณคงไม่หลุดจากอำนาจของเธอง่ายๆ แถมยังยกเรื่องมยุรีมาขู่ว่าต้องตายอย่างน่าเวทนา เพราะลูกสาวคนเดียวไม่ยอมช่วย ทั้งที่ทำได้
“แม่ต้องการให้ฉันทำสิ่งที่ถูกต้อง ฉันจะไม่มีวันขอพรจากเหรียญหรือสร้างกล่องรากบุญใหม่เด็ดขาด”
“อกตัญญู ถ้าแม่เธอเป็นอะไรไป ก็เพราะเธอ เธอกำลังจะฆ่าแม่ด้วยมือของเธอเอง”
“ไม่ต้องมากดดันด้วยการสร้างบาปให้ฉันเลย ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังทำอะไร ไม่มีทางหลงกลปีศาจอย่างเธอหรอก”
“แกจะต้องเสียใจที่ตัดสินใจโง่ๆแบบนี้!”
ขาดคำกสิณก็สลายร่างกลายเป็นน้ำสีช้ำเลือดช้ำหนอง สาดกระจายใส่หน้าเจติยา ก่อนจะหายวับไป เจติยายกมือปัดป้องตามสัญชาตญาณ แม้จะไม่มีอะไรเปื้อนเลอะเธอเลยแม้แต่น้อย
เจติยาพาแม่กลับบ้านหลังจากนั้นไม่นาน โดยมีลาภิณขับรถมาส่งเหมือนที่ผ่านมา นทีรอโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับพี่เขย จึงถามเรื่องความสัมพันธ์กับเจติยาที่ดูท่าจะไม่หวานเหมือนก่อน ลาภิณนิ่วหน้า ท่าทางจริงจังของน้องชายภรรยาทำให้อดแปลกใจไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจ
“ผมรักพี่เหมือนพี่ชายแท้ๆ ผมไม่อยากเห็นพี่กับพี่เจมีปัญหากัน อยากให้รักกันไปจนแก่ตายกันไปข้างหนึ่งเลย”
ลาภิณยิ้มบางๆ เอื้อมมือไปบีบบ่าอีกฝ่ายเพื่อขอบใจ แต่จู่ๆความรู้สึกขัดแย้งก็ผุดในหัว จนต้องถอนมือออกแล้วผละไปดื้อๆ ทิ้งนทีให้มองตามด้วยความงุนงง... ไม่รู้ว่าพี่เขยอารมณ์ไหนกันแน่
คำพูดของนทีทำให้ลาภิณต้องกลับไปพิจารณาเจติยาใหม่ เมื่อขับรถกลับบ้านเวลาต่อมา ก็เผลอมองหน้าตาตอนหลับของเธอด้วยความหลงใหล พร้อมกับความคิดบางอย่างแวบเข้ามา
“ฉันอยากจำเธอให้ได้จริงๆเจติยา ฉันจะได้รู้ว่าเธอเป็นสิบแปดมงกุฎหรือผู้หญิงที่ฉันรักกันแน่”
เจติยาหลับสนิท ลาภิณค่อยๆโน้มหน้าลงจูบภรรยาตามความต้องการส่วนลึกของจิตใจ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อพิมพ์อรโทร.มาตามให้ไปหา เพราะถูกเรียกตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก
ooooooo
ลาภิณกับเจติยาไปถึงโรงพักไม่นานหลังจากนั้น โดยมีนวัชช่วยอธิบายทุกอย่างว่าพิมพ์อรถูกเรียกมาโรงพักเพื่อให้ปากคำคดีที่ชาครขับรถชนคนตาย!
“ผลชันสูตรออกมาแล้ว บนร่างกายของผู้ตายมีรอยนิ้วของนายชาคร เลขาของคุณพิมพ์อรด้วย ตอนนี้กำลังรอผลตรวจรถยนต์ของนายนั่นอยู่ ถ้าร่องรอยบนรถเชื่อมโยงถึงผู้ตาย ก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว”
เจติยานิ่วหน้าแปลกใจ “แล้วรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นรอยนิ้วมือของคุณชาคร”
“นายชาครเคยต้องคดีฆ่าคนตายมาก่อน แต่ตอนนั้นเป็นผู้เยาว์ เลยโดนโทษแค่สถานพินิจ ไม่ติดคุก แต่ประวัติอาชญากรรม แล้วก็บันทึกลายนิ้วมือยังเก็บเอาไว้”
ลาภิณกับเจติยาอึ้ง ไม่คิดมาก่อนว่าเลขาหนุ่มท่าทางเรียบร้อยของพิมพ์อรจะมีประวัติดำมืดแบบนั้น นวัชก็ไม่อยากเชื่อ แต่เพราะหน้าที่เลยต้องทำตามขั้นตอน พิมพ์อรไม่เต็มใจให้ความร่วมมือนัก เบื่อหน่ายเหลือเกินที่ต้องขึ้นโรงพักทุกครั้งที่มีคนตาย ลาภิณเฝ้าดูแลและประคบ ประหงมด้วยความเป็นห่วง จนนวัชอดเคืองแทนไม่ได้
“เมื่อไหร่คุณต้นจะจำอะไรได้ซะทีล่ะ พี่ว่าเขาห่วงผู้หญิงคนนี้มากเกินไปแล้วนะ”
“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นล่ะค่ะ เจก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน”
ระหว่างที่เจติยากับนวัชพูดคุยกัน ก็มีคนติดยารายหนึ่งขึ้นมาบนโรงพัก และพุ่งไปบีบคอพิมพ์อรจนทุกคนแตกตื่น ลาภิณได้สติก่อนเพื่อน ปราดไปดึงตัวคนติดยา แต่ก็ถูกสะบัดไปนอนกองไม่ไกลกันนั้น นวัชเข้าช่วยอีกแรงแต่ก็ได้ผลไม่ต่างจากลาภิณ เจติยาพอมองออกว่าคนติดยาคงถูกผีเข้า เลยรีบไปคว้าแขน พร้อมกับหลับตานิ่งเพื่อเรียกพลังของมัจจุราช ได้ผล...คนติดยากรีดร้องโหยหวน ก่อนจะปล่อยมือจากพิมพ์อรและสลบเหมือดไป
พิมพ์อรไอโขลก สูดหายใจยาวอย่างโล่งอกที่รอดตายหวุดหวิด เจติยามองตามแล้วจึงได้เห็นเงามืดหลุดจากร่างคนติดยาที่ยังสลบบนพื้น ลาภิณไม่สนใจใครทั้งนั้น ตวัดร่างอ่อนแรงของพิมพ์อรไปส่งบ้าน โดยไม่สนใจภรรยาเลยว่าจะต้องช้ำใจแค่ไหนที่ต้องเห็นสามีตัวเองอุ้มผู้หญิงอื่นลงจากโรงพักไปต่อหน้าต่อตา!
เจติยากลับถึงบ้านไม่ถึงชั่วโมงหลังจากนั้น ด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยากเพราะภาพบาดตาที่โรงพัก แต่แล้วก็ต้องรับศึกหนักกว่าเดิม เมื่อวิญญาณร้ายจากโรงพักเข้าสิงร่างสาวใช้ประจำบ้านมาบีบคอเธอ เจติยายื่นมือไปรับตามสัญชาตญาณ แสงสว่างจากมือเธอทำให้วิญญาณร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลับร่างหายไปดื้อๆ
เจติยายังไม่ไว้ใจ กวาดตามองตามมุมต่างๆในห้อง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกรรโชกของวิญญาณร้าย
“แกเป็นพวกเดียวกับนังนั่น แกเป็นพวกเดียวกับมันใช่ไหม”
เจติยาถอนใจหนักหน่วง มั่นใจว่าวิญญาณตนนี้ต้องเป็นหลิน ภรรยาเก็บของบุญช่วย คู่กรณีของพิมพ์อรแน่
“ฉันไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่ฉันก็ไม่ต้องการเห็นใครฆ่ากัน...คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าคุณพิมพ์อรเป็นคนฆ่าคุณ”
“มันเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ ฉันรู้สึกได้ มันแย่งผัวฉัน แค่นี้ก็เลวพอแล้ว”
“คุณไม่มีเหตุผล รู้สึกเอาเอง คุณก็จะฆ่าเขาเลยเหรอ เอาอย่างนี้ ฉันจะสืบว่าใครฆ่าคุณ คุณจะได้ไปสู่สุคติ”
“แกไม่ต้องมายุ่ง จำเอาไว้อย่างเดียวพอ ว่าอย่ามาขวางทางฉันอีก ไม่อย่างนั้น ฉันจะฆ่าแกอีกคน!”
ขาดคำวิญญาณหลินก็สลายร่างไป เจติยาได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่ที่ต้องเจอวิญญาณอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจ
ฟากลาภิณพยุงร่างอ่อนแรงของพิมพ์อรไปนอนพักบนโซฟาภายในบ้านของเธอ พิมพ์อรพอใจมากที่ชายหนุ่มรุ่นน้องที่หมายปองดูแลไม่ห่าง ถือโอกาสใช้เสน่ห์หลอกล่อให้เขาอยู่เป็นเพื่อน หวังใช้ความใกล้ชิดทำให้เขายอมเปิดใจกับเธอจริงๆจังๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะลาภิณดันรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมา ภาพเจติยานอนหลับบนรถเมื่อเย็นทำให้อดรู้สึกผิดไม่ได้ จนต้องขอตัวกลับดื้อๆ ทิ้งให้พิมพ์อรมองตามด้วยความงง...ทำไมมนต์ดำถึงบังคับลาภิณไม่ได้
ooooooo
ในขณะที่พิมพ์อรกับกสิณเครียดหนัก เพราะพลังอำนาจลึกลับทำให้ลาภิณทำตามที่ต้องการไม่ได้ เจติยาก็ต้องแปลกใจกับท่าทางอึกๆอักๆของสามี ที่เหมือนคนทำความผิดแล้วกลัวถูกจับได้ ลาภิณกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เฉไฉว่าไม่มีอะไร และไล่ให้ภรรยาไปนอน ไม่อยากถูกจับได้ว่ารู้สึกผิดที่เกือบจะนอกใจเธอ
ฝ่ายพิมพ์อรต้องมาปวดประสาทแต่เช้า เมื่อต้องเถียงกับชาครเรื่องการตายของหลิน เลขาหนุ่มไม่สบายใจเลยที่เจ้านายสาวต้องมาวุ่นวายกับเรื่องนี้ ต่างจากพิมพ์อรที่โทษว่าเป็นความผิดเขาที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง
“ผมไม่อยากให้คุณอรฆ่าใคร เมื่อวานพอเห็นคุณมองผู้หญิงคนนั้นแล้ว ก็อดหวั่นใจไม่ได้เลยสะกดรอยตามไป”
“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ ถ้าเธอปล่อยให้กสิณจัดการทุกอย่าง มันก็จะเป็นแค่อุบัติเหตุที่ฉันไม่ต้องรับรู้อะไรด้วย แต่เพราะความวุ่นวายของเธอ ทำให้ฉันต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย”
ชาครอยากจะเป็นบ้า แต่ก็พยายามข่มอารมณ์หงุดหงิด เตือนสติเจ้านายสาวว่าเธอไม่มีสิทธิ์สั่งให้ใครตายง่ายๆแบบนี้ พิมพ์อรไม่สะทกสะท้าน แถมตอกกลับถึงเรื่องในอดีตว่าเขาก็เคยทำเหมือนกับเธอ
“ทุกคนก็อยากฆ่าคนที่ตัวเองเกลียดทั้งนั้นแต่ไม่กล้า ถ้าทำแล้วไม่ต้องรับผิด ใครๆมันก็อยากทำ”
“คุณอรเปลี่ยนไปมากรู้ตัวไหมครับ ไม่ใช่คุณอรที่ผมรู้จัก คุณไม่ใช่คนโหดร้าย สั่งฆ่าคนอย่างเลือดเย็นแบบนี้”
“เธอรู้จักฉันดีแค่ไหนเชียว ที่ฉันไม่อยากให้รู้เรื่องกสิณก็เพราะอย่างนี้ ตั้งแต่เธอรู้เรื่อง เธอก็ขวางฉันตลอด”
“ครับ...ถ้ามีโอกาส ผมก็จะทำอีก เพราะผมไม่อยากให้คุณอรต้องเป็นทาสไอ้ผีนรกนั่น”
“แล้วเธอรู้ไหม ว่าที่เธอไม่ต้องติดคุก ก็เพราะผีนรกที่เธอไม่อยากให้ฉันยุ่งนี่แหละ เพราะฉันไม่อยากเห็นเธอติดคุก ฉันถึงต้องช่วย แต่ถ้าคิดว่าฉันมันเลวนักก็บอกมา ฉันจะได้ให้กสิณทำทุกอย่างให้กลับไปเหมือนเดิม”
ชาครขบกรามแน่นจนขึ้นสัน นอกจากจะช่วยพิมพ์อรไม่ได้ ยังทำให้เธอถลำลึกกว่าเดิมอีกต่างหาก
คำขอของพิมพ์อรทำให้หลายคนแทบคลั่งตาย โดยเฉพาะนวัชที่หัวเสียมาก เพราะผลชันสูตรศพหลินต่างไปจากเดิมจนเอาผิดกับชาครไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น คนเดือดเนื้อร้อนใจที่สุด คงหนีไม่พ้นวนันต์ ช้ำใจมากที่ลูกสาวทำตัวเลวร้ายลงเรื่อยๆ เพียงเพราะกิเลสตัณหามากมาย กลายเป็นเครื่องมือของกสิณโดยไม่รู้ตัว
วนันต์ทนกับสภาพน่าสมเพชนี้ต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจหยิบปืนจะยิงตัวตาย แต่ก็ถูกกสิณขวางไว้ได้เสียก่อน พร้อมกับถ้อยคำเย้ยหยันว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เขาตายง่ายๆแบบนี้ วนันต์แค้นจนแทบกระอัก
“เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือแก แกดลบันดาลให้ผู้หญิงคนนั้นหาเรื่องลูกอร ทำให้ลูกอรส่งแกไปฆ่าเขา แล้วแกก็ป้ายความผิดทั้งหมดให้ชาคร เพื่อที่ลูกอรจะได้ขอพรแกเพื่อช่วยชาครอีกต่อ ไอ้ผีนรก...แกมันผีนรกชัดๆ”
“สมเป็นเจ้าของเหรียญคนแรกของฉัน อ่านทางฉันออกหมดเลยนะ ถูกต้อง...และก็เพราะคำขอของพิมพ์อร ทำให้ฉันกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม กิเลสของพิมพ์อรเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่สุดของฉัน แล้วคุณก็ต้องอยู่ต่อไป เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พิมพ์อรสร้างกล่องรากบุญ เพราะนั่นจะทำให้ฉันมีพลังไม่จำกัด เหนือกว่ามนุษย์หน้าโง่อย่างแก!”
วนันต์เดือดจัด กราดกระสุนยิงไปทั่วห้องจนหมดแรง แต่ก็ทำอะไรกสิณไม่ได้ ปีศาจร้ายหัวเราะชอบใจและหายตัวไปแล้ว ทิ้งวนันต์ให้หอบหายใจถี่ เจ็บใจเหลือเกินที่ช่วยลูกสาวให้พ้นจากเรื่องบ้าๆนี่ไม่ได้สักที
หลังผละจากวนันต์ กสิณก็รุดหน้าไปนิราลัย เพื่อเร่งปฏิกิริยาของลาภิณให้แตกหักกับเจติยาเร็วขึ้น ด้วยการสร้างภาพหลอนให้เขาเห็นเจติยากอดคอหยอกล้อกับอยุทธ์ ความหึงหวงทำให้ลาภิณโกรธจัด ตามไปเอาเรื่องกับภรรยาถึงห้องทำงานของเธอ นักแต่งศพสาวไม่รู้เรื่อง ตั้งท่าจะเล่าเรื่องลายมือที่เปลี่ยนไปในรายงานชันสูตรศพหลิน แต่ลาภิณกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากความจริงจากปากเธอว่าต้องการอะไรจากเขากันแน่!
“คิดว่าฉันโง่ใช่ไหม ฉันรู้ทันเธอหมดแล้ว ที่เธอพยายามบอกว่าสมองฉันได้รับความกระทบกระเทือนจนสูญเสียความทรงจำไงล่ะ เลิกอ้างว่าเป็นเมียฉันได้แล้ว ฉันรู้ว่าเธอสมรู้ร่วมคิดกับไอ้อยุทธ์ เธอกับมันรักกัน”
เจติยาอ้าปากค้าง ไม่เข้าใจว่าเขาไปเอาเรื่องบ้าบอนี้มาจากไหน ลาภิณยังไม่หยุด ตะคอกเสียงเข้มให้เธอยอมสารภาพเรื่องแผนการสวมเขาให้เขา นักแต่งศพสาวช้ำใจจนทนไม่ไหว ผลักอกเขาและแหวลั่น
“แล้วคุณต้นคิดว่าเจไม่เหนื่อย ไม่ท้อ ไม่ล้าเลยหรือไง เจกำลังจะหมดแรงยื้อคุณไว้กับเจแล้วนะคะ”
“ก็ไม่ต้องยื้อสิ ฉันก็ไม่ได้อยากได้เธอมาเป็นเมียฉันซะหน่อย ทั้งหมดเป็นความต้องการของเธอคนเดียว ฉันไม่เชื่อคำโกหกของเธออีกแล้ว อย่ากลับไปที่บ้านฉัน ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีก”
ลาภิณผลุนผลันจากไปแล้ว เจติยามองตามด้วยความช้ำใจ แม้รู้ดีว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะมนต์ดำของกสิณ แต่ความอดทนของเธอก็มีจำกัด ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน ถ้าเขายังทำร้ายใจเธอไม่หยุดหย่อนแบบนี้
ooooooo
อารมณ์เกรี้ยวกราดและคำประกาศกร้าวของลาภิณไม่ให้เธอกลับไปบ้านเขาอีก ทำให้เจติยาตัดสินใจไปบ้านมยุรี นทีกับมยุรีมองหน้ากันด้วยความกังวล มั่นใจมากว่าเจติยาต้องมีเรื่องไม่สบายใจบางอย่างแน่ๆ
แต่ถึงกระนั้น...หัวอกคนเป็นแม่ก็อดเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวไม่ได้ มยุรีจึงไปเคาะห้องเจติยาในเวลาต่อมา นักแต่งศพสาวโผกอดแม่แน่น พร้อมน้ำตานองหน้าแต่ก็ไม่ยอมบอกเรื่องลาภิณ มยุรีส่ายหน้าน้อยๆ ตั้งใจจะปลอบลูกสาวให้คลายกังวล แต่ต้องมาเห็นภาพเจติยาร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดเสียก่อน!
ภาพหลอนน่ากลัวนั้นทำให้หัวใจมยุรีเต้นแรงจนอาการป่วยกำเริบ เจ็บแปลบที่อกต้องทรุดตัวกับพื้น นทีกับเจติยามาพบร่างหมดสติของแม่ก็ตกใจมาก รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที โดยมีอยุทธ์ที่แวะมาหาช่วยเป็นธุระจัดการติดต่อทุกอย่างให้ด้วยความเต็มใจ
นทีกลุ้มเรื่องแม่มากจนต้องโทร.หาลาภิณให้มาหาที่โรงพยาบาล เพราะแม้อยุทธ์จะคอยช่วยเหลือทุกอย่าง แต่ก็ไม่อุ่นใจเท่าพี่เขยมาอยู่ข้างๆ ลาภิณวางสายด้วยความหนักใจ ไม่อยากไปเจอเจติยาให้หงุดหงิดกว่านี้ แต่ลึกๆ ก็อดเป็นห่วงมยุรีกับนทีไม่ได้ กลัวจะเป็นอะไรไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเลย
เวลาเดียวกันในห้องพักมยุรี...เจติยาก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อเห็นพยาบาลท่าทางแปลกๆเข้ามาฉีดยาแม่ เมื่อเพ่งมองดีๆจึงได้เห็นว่าคือกสิณแปลงร่างมา ปีศาจร้ายแสยะยิ้มร้าย แต่นักแต่งศพสาวก็ไม่หวั่น แถมประกาศกร้าว
“ถึงเธอจะทำให้คุณต้นจำฉันไม่ได้ แล้วยังทำให้ฉันต้องแตกกับเขา ฉันก็ไม่มีวันขอพรจากเหรียญเด็ดขาด”
ขาดคำ เหรียญของเจติยาก็ลอยออกมาจากกระเป๋า เหมือนจะยั่วยวนให้ขอพร กสิณมองมาด้วยแววตากวนประสาท ยกเรื่องอาการเพียบหนักของมยุรีมาขู่ หวังให้เจติยากังวลใจจนต้องขอพรจากเหรียญ เจติยาใช้พลังมัจจุราชทำให้ปีศาจร้ายอ่อนแรงลง แต่ถึงกระนั้น...กสิณก็ไม่ยอมแพ้ แหวลั่นจะไม่ยอมแพ้แม้ต้องตาย
“ฉันยั้งมือเอาไว้ ไม่งั้นแม่เธอไม่มีลมหายใจมาถึงตอนนี้หรอก”
“เธอยั้งมือ...เพราะต้องการใช้ชีวิตแม่ฉันเป็นเครื่องต่อรองต่างหาก”
“เธอเข้าตาจนแล้วเจติยา เสียสามี เสียความรัก เหลือแต่แม่เธอเท่านั้น แล้วเธอจะทนเห็นแม่ต้องตายได้หรือ”
เจติยาขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ เพราะถูกกสิณไล่ต้อนจนมุม ต้องสูญเสียแม่ไปโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้เลย แต่ในวินาทีสุดท้าย เจติยาก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจคว้าเหรียญจะขอพร แต่ทันใดนั้น...วิญญาณของมยุรีก็ลอยออกจากร่างมาห้ามลูกสาวไว้ ไม่อยากให้ลูกเดินทางผิดเพราะเธอ
“กว่าจะถึงวันนี้ ลูกสู้มามากนะเจ อย่าให้สิ่งที่ลูกทำมาทั้งหมดเสียเปล่าเพราะแม่ อย่าลังเลนะเจ ยังไงแม่ก็ต้องตาย แม่ควรจะตายซะตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเจใช้กล่องรากบุญช่วยแม่เอาไว้”
กสิณส่งสายตาเย้ยหยันมาให้ พยายามกล่อมเจติยาต่อไปให้ช่วยชีวิตแม่ มยุรีรีบแย้งเสียงอ่อน
“คนเราไม่มีใครหนีความตายพ้น จำที่แม่สอนไว้นะเจ จงทำสิ่งที่ถูกต้อง และอยู่ด้วยความภูมิใจในตัวเอง”
“ความภูมิใจ ความถูกต้อง มันก็แค่การพูดหลอกตัวเองเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นเท่านั้นแหละ”
คำพูดของกสิณทำให้เจติยาคิดหนัก สุดท้ายก็ทานความต้องการตัวเองไม่ไหว ตั้งท่าจะขอพรให้แม่ฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ทันเอ่ยปาก เสียงสัญญาณชีวิตของมยุรีบนมอนิเตอร์ก็ดังขึ้น อยุทธ์นั่นเองที่ขอพรแทน ไม่อยากให้นักแต่งศพสาวเลือกทางเดินผิดเหมือนพี่สาว
เวลาเดียวกันที่หน้าห้องพักของมยุรี...ลาภิณสับสนในใจอย่างหนัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าจะขับรถมาหาเจติยาทำไม ทั้งที่เพิ่งระเบิดอารมณ์ใส่เธอไปแท้ๆ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกสุดตัว เมื่อกสิณพุ่งเข้าสิงร่างให้ไปบีบคอเจติยา จนเธอเกือบจะตายเพราะทานพลังไม่ไหว วิญญาณลาภิณมองเห็นกสิณใช้ร่างตัวเองทำร้ายเจติยา ก็เกิดสำนึกได้และจัดการยื้อยุดกับปีศาจร้ายในร่างตนอย่างหนักหน่วง
เจติยาซึ่งถูกบีบคอจนไม่มีแรงเหลือ พยายามทรงตัวลุกขึ้นเพื่อช่วยสามีแต่ก็ทำไม่ได้ วิญญาณลาภิณเกือบจะพลาดท่าอยู่แล้ว แต่เพราะความรักที่มีต่อภรรยาเลยฮึดสู้ จนกสิณต้องออกจากร่างเขาไปในที่สุด!
ooooooo
เหตุการณ์เลวร้ายในห้องพักของมยุรี ทำให้ความจำลาภิณคืนมา พลังมืดของกสิณบังคับจิตใจเขาไม่ได้อีกเพราะแพ้ต่อความรักบริสุทธิ์ของสามีภรรยา มยุรีเองก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น
แต่ถึงกระนั้น...ลาภิณก็อดรู้สึกผิดต่อภรรยาไม่ได้ ที่ทำไม่ดีกับเธอหลายครั้งหลายหน ในช่วงที่ความทรงจำหายไป เมื่อสบโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับเธอ เลยอยากเคลียร์ทุกอย่างเสียก่อน
“ผมอยากขอโทษเจสำหรับทุกเรื่อง แค่ลืมเจไปก็แย่แล้ว แต่ผมยังทำร้ายเจอีก ไม่ควรให้อภัยเลยจริงๆ”
เจติยายิ้มบางๆพลางปลอบ “คุณต้นไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าคิดมากเลยค่ะ”
“ไม่คิดไม่ได้หรอก ไม่ว่าผมจะโดนอำนาจอะไรสะกดอยู่ก็ตาม แต่การทำร้ายเจมันเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้”
“เจยอมรับคำขอโทษของคุณแล้วค่ะ เจต้องขอบคุณคุณด้วย ในเวลาวิกฤติที่สุด ก็เป็นคุณที่ปกป้องเจ”
สองสามีภรรยากอดกันด้วยความรัก เชื่อมั่นว่าคงไม่มีอุปสรรคหรือเรื่องร้ายใดๆมาทำให้ต้องแตกแยกกันอีกแล้ว
เจติยากลับไปพักผ่อนที่บ้านลาภิณด้วยความสบายใจมากที่สุด หลังจากต้องรับศึกหนักเพราะเรื่องมากมายรุมเร้า นักแต่งศพสาวผล็อยหลับด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ก็หนีไม่พ้น ต้องฝันร้ายถึงเรื่องในอดีต ตอนที่ภพค้นพบว่าจันจิราต้องมาตายด้วยน้ำมืออุษา เพราะแค้นใจที่จันจิราได้แต่งงานกับภพ แทนที่จะเป็นอดีตคู่หมั้นอย่างเธอ
“นี่เธอคิดว่าจันจิราใช้มารยาทำให้ฉันกับเธอเลิกกันอย่างนั้นหรือ เธอผิดแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา จัน–จิราเป็นฝ่ายต้องการเลิกกับฉันเพราะเขารักเธอ แต่ฉันต่างหากที่ไม่ยอม เพราะฉันไม่ได้รักเธอ ต่อให้แต่งงานกันไป ฉันก็ไม่มีวันรักเธอ ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักคือจันจิราเท่านั้น”
ภาพอุษาขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจเลือนหายไป กลายเป็นภาพในห้องนอนของภพในอีกหลายเดือนต่อมา พร้อมคำบอกเล่าของหมอประจำครอบครัวที่บอกว่าเขาไม่มีแก่ใจจะมีชีวิต เพราะตรอมใจจากการตายของจันจิรา อุษาเสียใจมาก เดินไปหาภพเพื่อคุกเข่าลงจะกราบขอโทษและขออโหสิกรรม แต่เขากลับมองเธอด้วยความเกลียดชัง
“ถึงทุกคนจะปกป้องเธอ จนเธอไม่ได้รับโทษ แต่ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอ ฉันกำลังจะไปอยู่กับคนที่ฉันรักแล้ว แต่เธอต้องอยู่โดยไม่มีคนที่เธอรัก และไม่มีใครรักเธอเลยอุษา!”
ภาพสีหน้าหวาดกลัวของอุษาหายไป พร้อมการสะดุ้งตื่นของเจติยา เธอเหลือบตามองสามีซึ่งหลับสนิทข้างๆแล้วถอนใจโล่งอก อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าอดีตชาติของตนไม่ได้แย่งลาภิณจากพิมพ์อรเหมือนที่เคยคิดมาตลอด
ด้านพิมพ์อร...ระเบิดอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่กสิณ ที่พลาดท่าทำให้มนต์ดำสลาย และลาภิณกลายเป็นสามีที่รักเจติยาสุดหัวใจเหมือนเดิม ปีศาจร้ายเจ็บใจมาก ยอมรับว่าประมาทความรักของสองสามีภรรยาเกินไป
“ลาภิณจำทุกอย่างได้แล้ว และฉันคงบิดเบือนความทรงจำเขาไม่ได้อีก เราทำได้แค่รอโอกาสใหม่เท่านั้น”
พิมพ์อรโกรธมาก ความกังวลเรื่องพ่อทำให้อาละวาดหนัก ชาครเห็นเหตุการณ์ตลอด รู้ดีว่าเจ้านายสาวกำลังพูดกับกสิณ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะไม่อยากให้เธอโมโหมากไปกว่านี้
พิมพ์อรระงับความโกรธแล้วไปคุยงานกับชาคร เลขาหนุ่มรายงานความคืบหน้า โดยเฉพาะเรื่องโครงการของบุญช่วยที่เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว แต่ไม่ทันได้ขยายความอะไรมาก พิมพ์อรก็ถูกวิญญาณหลินพุ่งมาทำร้ายเสียก่อน ชาครรีบเอาตัวมาขวาง พร้อมกับกสิณที่เข้ามาปกป้องเจ้านายสาว พิมพ์อรเลยรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
ชาครรีบอุ้มเจ้านายสาวไปพักอีกห้อง ตั้งท่าจะทำแผลให้เต็มที่ แต่พิมพ์อรปฏิเสธไว้ ไม่อยากอยู่ใกล้เลขาหนุ่มให้อารมณ์กระเจิงกันไปมากกว่านี้ ชาครพยายามจะเตือนเธอเรื่องกสิณ แต่ถูกตัดบทเสียก่อน
“ฉันไม่อยากพูดอะไรซ้ำนะชาคร อย่ายุ่งเรื่องฉันกับกสิณอีก เธอเป็นทั้งเพื่อน แล้วก็คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด ฉันไม่อยากทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องนี้”
พิมพ์อรเบือนหน้าหนีไม่อยากพูดด้วย ชาครได้แต่มองตามเซ็งๆ รู้ดีว่าเขากับเธอคงเป็นไปได้แค่นี้
ฟากเจติยามาจัดการค่ารักษาพยาบาลให้แม่ในวันรุ่งขึ้น และขอตัวกลับมาก่อน เพราะต้องกลับไปหาลาภิณที่บ้าน นวัชกับนิษฐาจะรับหน้าที่ดูแลแม่ให้ ก่อนที่นทีจะมารับมยุรีกลับบ้านตอนบ่าย แต่ไม่ทันได้กลับ วิญญาณของหลินก็โผล่มาดักหน้า ขอให้ช่วยกำจัดกสิณ แต่เจติยาปฏิเสธ ไม่อยากใช้อำนาจทำร้ายใครโดยไม่จำเป็น
วิญญาณหลินหัวเสียมาก สาปแช่งเจติยาใหญ่ที่ไม่ยอมช่วยล้างแค้น แต่ไม่ทันได้แผลงฤทธิ์มากไปกว่านี้ พยาบาลกลุ่มใหญ่ก็เข็นเตียงบุญช่วยผ่านมาเสียก่อน วิญญาณหลินตกใจมาก รีบผละจากเจติยาตามไปดูอาการสามีทันที โดยมีนักแต่งศพสาวมองตามด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากไปกว่านี้
ooooooo










