ตอนที่ 7
อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร
ข่าวการตายของกัมปนาททำให้กระจอกข่าววิ่งกันให้วุ่น นวัชถูกตามตัวมาสืบคดีทั้งที่เป็นวันหยุด หนักใจไม่น้อยเพราะคนมีอิทธิพลมากอย่างกัมปนาทมักมีผู้หวังร้ายมากมาย แต่ที่ทำให้ผู้กองหนุ่มพูดไม่ออก ก็เมื่อได้รับข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานว่ากัมปนาทมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับลาภิณก่อนตาย
ไม่เพียงลาภิณเท่านั้นที่เข้าข่ายผู้ต้องสงสัย แม้แต่พิมพ์อรซึ่งเกือบจะได้เป็นคู่ค้ากับกัมปนาทก็ติดร่างแหไปด้วย การกระทำรุ่มร่ามของกัมปนาทครั้งล่าสุดที่เจอกัน ทำให้พิมพ์อรอดโมโหไม่ได้ ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายเสียหายแท้ๆ แต่กลับต้องมาถูกซักอย่างหนักจากเจ้าพนักงาน
เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานเจติยาในนิราลัย...
เจติยาก้มหน้าก้มตาอ่านประวัติของกัมปนาท โดยมีนิษฐานั่งเป็นเพื่อนไม่ห่าง นักแต่งศพสาวถอนใจหนักหน่วง ที่ผ่านมาเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับญาติสามีคนนี้เลย สัมผัสได้แค่ลาภิณไม่ค่อยชอบหน้านัก ทันใดนั้น...ภาพถ่ายของกัมปนาทบนประวัติก็หันมาจ้องหน้าเจติยาแล้วบอกให้ช่วยตามหาความจริง!
เจติยาผงะไปด้วยความตกใจ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เลี่ยงไปคุยกับวิญญาณกัมปนาทในมุมลับตา
“ฉันช่วยคุณได้แค่หาตัวฆาตกรเท่านั้นนะคะ ถ้าคุณจะล้างแค้น ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้”
“เออ...รู้แล้วน่ะ งั้นเธอก็หาตัวมันออกมาสิ ฉันจะได้ ไปตามทางของฉันสักที”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ คนอยากฆ่าคุณมีเยอะ ทั้งคนที่เกลียดคุณ แล้วก็คนที่ขัดผลประโยชน์กับคุณ”
“ฉันรู้ว่าฉันมีศัตรูเยอะ แต่คนวางระเบิดฆ่าฉันได้มันมีไม่กี่คนหรอก”
วิญญาณกัมปนาทเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่ม นอกจากเล่าว่ารถถูกวางระเบิดจนเขาต้องตาย เมื่อถูกเจติยาซักเรื่องอื่นๆเลยพาลโมโหใส่ ด่ากราดว่าเป็นหน้าที่เธอต้องช่วยตามหาความจริงเกี่ยวกับการตายของเขา เจติยาเหลืออดโพล่งออกไปเสียงเครียด
“ฉันทำเพื่อช่วยวิญญาณที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ค่ะ เข้าใจให้ถูกต้องด้วย”
“บางทีอาจจะเป็นพิมพ์อรก็ได้ ฉันไม่รู้ว่ามันเลี้ยงผีเอาไว้เลยกะจะปล้ำมัน นังนั่นมันคงแค้นก็เลยมาเอาคืน”
“คุณพิมพ์อรเป็นคนฉลาด ไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยง่ายๆแบบนี้หรอก”
“พูดถึงนังพิมพ์อรแล้วเสียดายไม่หาย นี่ถ้ารู้ว่าต้องตาย ฉันไม่ปล่อยมันกลับไปกับไอ้ต้นง่ายๆหรอก”
ชื่อของลาภิณทำให้เจติยาอึ้ง ไม่เข้าใจว่าสามีมาเกี่ยวอะไรด้วย วิญญาณกัมปนาทแสยะยิ้มหยัน แต่เจติยาก็ไม่หวั่นไหว แถมตอกกลับต่างหากว่าอีกฝ่ายเป็นวิญญาณน่ารังเกียจ กัมปนาทเดือดจัด พยายามจะแผลงฤทธิ์ทำร้ายนักแต่งศพสาว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเจติยามีพลังของมัจจุราชคุ้มครอง
ฝ่ายลาภิณถูกกักตัวเพื่อให้ปากคำจนดึกดื่น พิมพ์อร ขอตัวกลับก่อนเพราะไม่อยากเป็นข่าว กลัวเสียไปถึงชื่อเสียงบริษัทเหมือนที่ผ่านมา เจติยามานั่งเฝ้าหน้าโรงพักจนผล็อยหลับ ลาภิณออกมาเห็นก็อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ความรู้สึกอ่อนหวานและลึกซึ้งบางอย่างในใจ ทำให้อยากทำความรู้จักและใกล้ชิดกับเจติยามากขึ้น
เมื่อกลับถึงบ้านเลยตัดสินใจเข้าหา และพูดหว่านล้อมให้เจติยาขนข้าวของไปนอนในห้องเขาเหมือนเดิม
“ก็ไหนเธอบอกว่าเราแต่งงานกันแล้วไง ทำไมเธอถึงไม่นอนห้องเดียวกับฉันล่ะ”
“ก็คุณต้นจำเจไม่ได้นี่คะ แล้วเรา...เอ่อ เราจะไปใช้ชีวิตอย่างสามีภรรยาเหมือนเดิมได้ยังไงล่ะ”
ลาภิณสบช่องรีบพูด “นั่นไงล่ะ ฉันนึกแล้ว ว่าที่เธอพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ทำเป็นอ้างโน่นอ้างนี่ จริงๆแล้วเธอกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน มันเป็นแผนการของเธอใช่ไหม”
“นี่เจกำลังจะยอมแพ้แล้วนะคะ เจหมดปัญญาจะทำให้คุณเชื่อแล้วว่าเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ”
“ไม่เห็นจะยากเลย ก็กลับไปนอนห้องเดียวกับฉันสิ”
ooooooo
เจติยาอยากทึ้งหัวตัวเองที่ดันใจอ่อนยอมตกปากรับคำมานอนในห้องกับสามี เพียงเพราะคำท้าทายบ้าๆของเขาแท้ๆ ลาภิณชอบใจมากและส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมาให้จนเจติยานอนไม่เป็นสุข แต่ถึงกระนั้นลาภิณก็ไม่สน รวบตัวเธอมากอดแน่น และหัวเสียมากเมื่อเจติยาพยายามปัดป้องเต็มกำลัง
“ตกใจทำไมกัน ฉันแค่กอดเธอเท่านั้นเองนะ ก็เธอบอกเองว่าเราเป็นสามีภรรยากัน แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วทำไมแค่กอดเธอฉันจะทำไม่ได้ มากกว่านี้ฉันก็ทำได้”
ขาดคำก็ทำท่าจะหอม เจติยาเบี่ยงหน้าหลบและลุกจากเตียงทันที ลาภิณยิ้มบางๆพร้อมกับแขวะเรื่องเธออ้างว่าเป็นภรรยาของเขา แต่ก็พูดไม่ออกเมื่อเจติยาตอกกลับว่าที่ไม่ยอมเพราะตอนนี้เขาไม่ได้รักเธอ!
เจติยาถอนใจหนักหน่วงแล้วจะไปนอนห้องอื่น แต่ลาภิณห้ามไว้และตัดสินใจออกไปเอง พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ถาโถมมาไม่หยุด ละอายแก่ใจอย่างบอกไม่ถูกที่ทำตัวหยาบคายกับเจติยาแบบนั้น
ลาภิณออกจากห้องไปแล้ว เจติยาต้องตั้งสติครู่ใหญ่ จึงลุกไปล็อกประตู เมื่อหันกลับมาก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าวิญญาณกัมปนาทมาดักรอเพื่อบอกเรื่องลูกชายคนเดียวที่เขาทำพินัยกรรมมอบมรดกให้ นักแต่งศพสาวไม่อยากจะเชื่อว่าคนร้ายกาจอย่างกัมปนาทจะมีลูกกับเขาด้วย แต่แล้วเธอก็ได้พิสูจน์กับตาตัวเองสายวันรุ่งขึ้น เมื่อวิญญาณกัมปนาทพาไปพบกับก้องที่ทาวน์เฮาส์นอกเมืองแห่งหนึ่ง
ก้องลูกชายคนเดียวของกัมปนาทเป็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบ ไม่ชอบใจเลยที่มีหญิงสาวแปลกหน้ามาพูดเรื่องพ่อ รวมทั้งเรื่องมรดกบ้าบอที่เขาไม่อยากได้สักบาท เจติยาพยายามกล่อมอยู่นานก็ไม่สำเร็จ ก้องยืนกรานคำเดิมและขอตัวไปมหาวิทยาลัยดื้อๆ แต่ก็ต้องวิ่งหลบแทบไม่ทันเมื่อมีแก๊งนักเลงบุกมาดักทำร้าย
เจติยาตามไปช่วยก้องได้ทันเวลาและพามาพักที่บ้าน เลยได้รู้ว่าก้องไม่รู้เรื่องพ่อหรือมรดกเลยด้วยซ้ำ เลยคิดว่าที่เขาถูกทำร้ายหนนี้ก็คงเพราะมรดกเลือดนั่น และเท่าที่รู้เขาก็ไม่มีพี่น้องที่ไหน
“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ แต่ก็ไม่ใช่ลูกคนโปรด ผมไม่ใช่ลูกที่เกิดจากความตั้งใจ พูดตรงๆ...มันพลาด ทั้งพ่อทั้งแม่ผม ก็ไม่ได้มีความรับผิดชอบอะไรนักหนา พ่อก็อย่างที่เห็น ส่วนแม่ก็แต่งงานใหม่ ผมโตมาได้เพราะตากับยาย”
“ถ้าไม่มีพี่น้อง แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าสมบัติพวกนี้เป็นต้นเหตุให้คุณถูกทำร้ายล่ะคะ”
“มีคนโทร.มาขู่ผมครับ ผมก็บอกแล้วว่าไม่สนใจ ผมกับพ่อต่างคนต่างอยู่ แต่เขาก็โทร.มาเรื่อยๆ แต่ละครั้งก็เปลี่ยนเบอร์โทร.ตลอด แต่เขาพูดดัดเสียงฟังดูแปลกๆ ผมก็เลยจำได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน”
เจติยานำเบาะแสที่ได้จากก้องและวิญญาณกัมปนาทไปบอกนวัช ไม่กี่วันต่อมาก็จับผู้ต้องหาได้ แต่ที่ทำให้นักแต่งศพสาวอึ้ง คือตอนผู้กองหนุ่มบอกว่าพินัยกรรมถูกเขียนขึ้นก่อนกัมปนาทตายไม่กี่วัน เมื่อไป สอบถาม วิญญาณเจ้าปัญหาก็โวยวายกลบเกลื่อน เจติยา ถอนใจเซ็งๆแล้วบอกให้เขาตามติดบุคคลต้องสงสัยทั้งหลาย วิญญาณกัมปนาทมีท่าทีอิดออดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ขัดขืนอะไรเพราะไม่มีทางเลือกอื่นดีกว่านี้
ฟากลาภิณโทรศัพท์คุยออดอ้อนพิมพ์อรเหมือนที่ชอบทำหลายวันที่ผ่านมา อยุทธ์อดเคืองแทนเจติยาไม่ได้เลยแกล้งบอกจะจีบ ทำให้ลาภิณหัวเสียมากเพราะหึงเจติยาจากส่วนลึกของจิตใจ เมื่อทวีทราบเรื่องก็หัวเราะชอบใจใหญ่ เพราะสงสารเจติยาไม่น้อยที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าบอเช่นนี้
“แต่แผนนี้ จะว่าไปก็เข้าท่าเหมือนกันนะ เกิดคุณต้นหึงคุณยุทธ์หนักเข้า อาจจะจำเจได้ขึ้นมาก็ได้”
“เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิครับ ถึงปากจะบอกว่าทนได้ แต่ช่วงนี้ผมเห็นสายตาคุณเจไม่ค่อยมีความสุขเลย”
เจติยามีอาการเซื่องซึมจริงอย่างที่อยุทธ์บอก แถมเมื่อถูกลาภิณเหวี่ยงโดยไร้สาเหตุบ่อยครั้ง เลยตัดสินใจออกไปเยี่ยมแม่กับน้องชายที่บ้าน แต่กลับต้องผิดหวังเพราะนทีไปทำบุญให้พลอยที่วัด ยังทำใจได้ไม่ดีนักเรื่องการจากไปของแฟนสาว มยุรีเป็นห่วงลูกชายคนเดียวเลยส่งเจติยาไปคุยด้วย...เผื่อว่านทีจะยอมพูดกับเจติยาบ้าง
ขณะที่เจติยามุ่งหน้าไปคุยกับน้องชายที่วัด...นทีต้องตกใจหน้าซีดเมื่อพบกสิณมาดักหน้า แต่ยังทำใจดีสู้เสือถามว่าปีศาจร้ายรู้จักกับพี่สาวได้ยังไง ท่าทางกลัวลนลานของนทีทำให้กสิณย่ามใจ
“กลัวขนาดนี้ ยังอุตส่าห์มีหน้ามาถามอีก เธอกับพี่สาวนี่ช่างเหมือนกันจริงๆ เอาเป็นว่า ที่ฉันมาหาเธอก็เพราะฉันอยากให้บทเรียนคนหัวดื้อรั้นอย่างพี่สาวเธอ...ฉันจะทำให้เขารู้ว่า แค่ความดันทุรัง มันเอาชนะฉันไม่ได้หรอก”
ท่าทางเอาจริงของกสิณทำให้นทีใจหายวาบ จนต้องแหวลั่นว่าปีศาจจะทำอะไรพี่สาว
“เจติยาอาจจะยอมเสี่ยงถ้าต้องเสียสามีตัวเองตลอดกาล แต่ถ้าต้องเสียน้องชายแท้ๆที่คลานตามกันมาล่ะ”
ขาดคำ...นทีก็ค่อยๆเดินไปที่คลองหน้าวัดอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เจติยาเพิ่งมาถึงและได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของน้องเลยรีบพุ่งตามไป แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะกสิณบันดาลให้วิญญาณน้อยใหญ่มาขัดขวาง แต่ถึงกระนั้น เจติยาก็ไม่ยอมแพ้ พยายามช่วยชีวิตน้องเต็มกำลัง กสิณเห็นท่าไม่ดีเลยยุให้ขอพรจากเหรียญ แต่เจติยากลับไม่ยอมและเลือกจะต่อสู้ด้วยความดีให้ถึงที่สุด
การดิ้นรนของเจติยาทำให้กสิณโมโหมาก “ยังคิดจะสู้อีกหรือ ไม่มีประโยชน์หรอก อีกไม่นาน เธอกับน้องต้องขาดอากาศหายใจตายแน่ มีแต่เหรียญเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้”
เจติยาขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ยิ่งเห็นท่าทางอ่อนแรงของน้องก็รู้ว่าเหลือเวลาไม่มาก แต่ทันใดนั้น...ก็ฉุกคิดถึงพลังพิเศษของมัจจุราช เลยหลับตาตั้งจิตอธิษฐาน เปล่งรัศมีสีขาวผ่องออกจากตัว กสิณโกรธมากจะเข้ามาทำร้ายแต่ก็สู้พลังบริสุทธ์ไม่ได้ กรีดร้องเสียงโหยหวน ก่อนจะหายวับไปเพราะไม่มีพลังพอจะก่อตัวเป็นร่าง
ooooooo
หลังกำจัดกสิณให้สิ้นฤทธิ์ เจติยาก็ลากนทีขึ้นฝั่ง กำลังหมดหวังอยู่แล้ว เมื่อน้องชายไม่ฟื้น โชคดีที่ก้องซึ่งตั้งใจตามมาเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเรื่องพ่อช่วยผายปอดนทีได้ทันเวลา สองพี่น้องเลยได้ยิ้มให้กันอีกครั้ง
เจติยารีบพาน้องชายไปพักที่บ้าน ก้องตามมาด้วยเพื่อบอกเรื่องพ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และที่ทำพินัยกรรมก็เพราะรู้ตัวดีว่าคงไม่รอด เจติยานิ่วหน้า ไม่รู้มาก่อนว่ากัมปนาทเป็นมะเร็ง เลยยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น เพราะทุกอย่างดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่ก้องกลับเคลือบแคลงระแวงในตัวเจติยามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องที่เธอรู้จักกับพ่อ
เจติยาต้องสัญญาจะเล่าทั้งหมดภายหลัง เพราะยังมีเรื่องอีกมากต้องสะสาง ก้องถึงยอมกลับ วิญญาณกัมปนาท ปรากฏตัวหลังจากนั้นไม่นาน เจติยาเลยถือโอกาสคาดคั้นให้บอกความจริง โดยเฉพาะเรื่องเขาเป็นมะเร็ง
“ฉันตายเพราะระเบิด ไม่ได้ตายเพราะมะเร็ง หน้าที่เธอคือหาตัวฆาตกรให้พบ เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่งหรอก”
เจติยามองมาด้วยสายตาไม่เชื่อใจ “ฉันว่าที่คุณปิดบังฉัน เพราะหวังผลอะไรสักอย่างมากกว่า”
“ตกลงจะจับผิด หรือจะทำงาน อย่าลืมนะว่าเธอหาตัวฆาตกรได้เร็วเท่าไหร่ ฉันก็ไปจากเธอเร็วขึ้นเท่านั้น”
“ฉันยังมืดแปดด้านอยู่เลย ตำรวจก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ แล้วฉันจะไปช่วยคุณได้ยังไงล่ะคะ”
“ฉันสงสัยคนอยู่สามสี่คน ถ้าฉันตาย พวกมันจะได้ประโยชน์”
วิญญาณกัมปนาทต้องการให้นำรายชื่อผู้ต้องสงสัยไปบอกตำรวจ เจติยาจัดการตามที่ขอ โดยมีนวัชให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ไม่ทันที่ผู้กองหนุ่มจะได้เบาะแสอะไรมาก ก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยมาหาที่โรงพักเสียก่อน...
เวลาเดียวกันที่นิราลัย...ลาภิณกับพิมพ์อรคุยงานด้วยท่าทางสนิทสนมราวกับคนรัก อยุทธ์เห็นเข้าเลยแกล้งทำอี๋อ๋อกับเจติยาเรียกร้องความสนใจ ซึ่งก็ได้ผล...ลาภิณหึงจนพูดไม่ออกและเลี่ยงจากไปด้วยความโมโห ทิ้งพิมพ์อรให้มองตามด้วยความเจ็บใจ และตามไปเอาเรื่องกับน้องชายทันทีที่แส่ไม่เข้าเรื่อง
“พี่กลัวคุณต้นหึงคุณเจมากแล้วจะจำได้หรือไง แล้วพี่ใช้อำนาจเหรียญบิดเบือนความทรงจำคุณต้นทำไมล่ะ”
“ฉันไม่ได้ทำ ปีศาจที่อยู่ในเหรียญเป็นคนทำของมันเอง”
อยุทธ์ผิดหวังในตัวพี่สาวมากจนต้องโพล่งออกไป “พี่เป็นเจ้าของเหรียญ ถ้าพี่ไม่เห็นด้วย พี่ก็แก้ไขให้เหมือนเดิมได้ แต่นี่พี่ไม่ทำ ก็เพราะพี่ต้องการให้เป็นแบบนี้ ผมไม่นึกเลยว่าพี่อรจะทำเรื่องทุเรศแบบนี้ได้”
พิมพ์อรโกรธจัดตบหน้าน้องชายเต็มแรง แต่อยุทธ์ไม่หวั่น แม้เธอจะเอาความเป็นพี่มาขู่ก็ไม่สะทกสะท้าน
“เป็นน้องก็ไม่ได้หมายความว่าต้องยอมให้พี่ทำเลวนี่ครับ ผมยอมมามากแล้ว ไม่เคยสงสัยในตัวพี่เลย ถึงได้ถูกหลอกเรื่องคุณพ่อมาตลอด ทั้งที่คุณพ่อให้อภัยผมนานแล้ว ผมไม่ยอมให้พี่ทำลายครอบครัวคุณต้นกับคุณเจเด็ดขาด”
“อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลย ฉันเห็นสายตาเธอมองแม่นั่น ฉันก็รู้ว่าเธอคิดยังไง เธอก็ไม่ต่างจากฉันหรอก”
“ต่างสิครับ...เพราะผมรู้จักยับยั้งชั่งใจ แล้วก็ยังมีจิตสำนึกแยกแยะดีเลวออกอยู่”
อยุทธ์สะบัดหน้าออกไปแล้ว พิมพ์อรหัวเสียมากและตัดสินใจเรียกกสิณมาจัดการน้องชาย แต่ไม่เห็นวี่แววว่าปีศาจร้ายจะปรากฏตัว เพราะกำลังอ่อนแรงจากการปะทะกับเจติยาที่คลองหน้าวัด ยิ่งทำให้พิมพ์อรแค้นใจแทบกระอักที่ไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง...ทั้งน้องชายในไส้ ทั้งผีบริวารข้ารับใช้คนสำคัญ!
ooooooo
แม้จะข่มอารมณ์อย่างหนัก แต่ลาภิณก็ทำใจไม่ได้ ความหึงหวงที่ซ่อนในส่วนลึกของจิตใจทำให้หงุดหงิดงุ่นง่านจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด แต่คนโดนเหวี่ยงมากสุดคงหนีไม่พ้นเจติยา ภรรยาที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแต่งงานกับเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เจติยานิ่วหน้าเมื่อเห็นสามีมารับกลับบ้านแต่หัววัน แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อเขาเอ่ยเสียงเข้ม
“ฉันมีเรื่องจะตกลงกับเธอ...เธออาจจะเป็นพนักงานคนโปรดของคุณแม่ เลยได้สิทธิพิเศษพักที่บ้านฉัน ฉันพอรับได้ พี่อรก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่นี่เธอเที่ยวป่าวประกาศว่าเป็นเมียฉันแล้ว เธอจะทำอะไรก็ควรจะนึกถึงหน้าฉันบ้าง”
เจติยาหัวเสียมากที่ต้องถูกสามีตัวเองหาเรื่องไม่หยุดหย่อน “ฟังนะคะ...ข้อแรก...ฉันไม่ได้เที่ยวป่าวประกาศ แต่ฉันกับคุณแต่งงานกันแล้วจริงๆ ทุกคนในบริษัทก็รู้ ข้อสอง...ฉันไปทำอะไรให้คุณเสียหน้าไม่ทราบ”
“งั้นฟังนะ ข้อแรก...ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันได้ว่าเธอกับฉันแต่งงานกัน ที่พนักงานเข้าใจแบบนั้นเกิดจากอุปาทานหมู่ที่เธอสร้างขึ้นมา ข้อสอง...เธอทำประเจิด ประเจ้อกับพนักงานผู้ชายในบริษัท แค่นี้...ฉันเสียหน้าพอหรือยัง”
“อ้าว...ก็คุณไม่เชื่อว่าเราแต่งงานกัน แล้วคุณจะแคร์ทำไมว่าฉันจะไปทำประเจิดประเจ้อกับใคร”
“ก็คนอื่นเขาเชื่อว่าเธอเป็นเมียฉัน ฉันโดนสวมเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ฉันอายเขา”
เจติยาเหลืออด แหวกลับว่าถ้าไม่เชื่อเรื่องแต่งงานแล้วจะหึงเธอทำไม ลาภิณถึงกับหน้าหงาย แต่ไม่ยอมแพ้ ตามเอาเรื่องภรรยาจะให้เคลียร์ให้รู้เรื่อง เจติยาช้ำใจมากแต่ก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“คุณกล่าวหาว่าฉันสวมเขาให้คุณ ฉันไปทำอะไร กับใคร เมื่อไหร่ คุณพูดมาเดี๋ยวนี้เลย”
“ยังมีหน้ามาถามฉันอีก รู้อยู่แก่ใจ หรือว่าจะต้องให้ฉันถ่ายคลิปมาให้ดู ตกลงตอนนี้เธอคั่วผู้ชายกี่คนกันแน่”
“ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนหยาบคายแบบนี้ไปได้ ความเป็นสุภาพบุรุษมันหายไปกับความทรงจำหรือไง”
ลาภิณโมโห กระชากแขนเธอเข้ามาใกล้ เลยได้เห็นว่าข้อมือภรรยามีรอยช้ำ เจติยาข่มความเจ็บปวด บอกว่าได้มาจากการช่วยชีวิตนทีเมื่อเช้า ลาภิณลืมความโกรธ ซักใหญ่ว่าทายาหรือไปหาหมอหรือยัง เจติยาจ้องหน้าเขาแบบไม่อยากจะเชื่อกับท่าทีที่เปลี่ยนไป พลันลาภิณก็สัมผัสได้ถึงภาพความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ตอนที่เจติยาถูกยิงจนเกือบเสียชีวิต!
ภาพในอดีตทำให้ลาภิณทรมานอย่างหนัก ปวดหัวแทบระเบิดเพราะต้องต่อสู้กับความรู้สึกแท้จริงของตัวเองกับอำนาจมืดของกสิณ เจติยาพยุงสามีด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าเขาต้องทรมานแค่ไหนแต่ก็อยากให้เขาจำเธอได้สักที...เวลาเดียวกันที่บ้านพิมพ์อร กสิณ รับรู้ได้ถึงความพยายามของลาภิณ เลยใช้พลังที่เหลือกดความทรงจำเขาไว้อย่างสุดความสามารถ จนถึงกับสลายร่างไปเพราะไม่มีพลังพอจะรักษาร่างแล้ว
ลาภิณมองเห็นภาพในวันแต่งงานระหว่างเขากับเจติยา สัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อเธอ จนเกือบจะจำทุกอย่างได้อยู่แล้ว แต่จู่ๆภาพเหล่านั้นก็เลือนหายไปพร้อมกับสติของเขา!
ในขณะที่เจติยาพาร่างหมดสติของลาภิณไปพัก... กสิณก็อ่อนแรงลงทุกที ร้อนถึงพิมพ์อรต้องช่วยขอพร จากเหรียญเพิ่มพลังกิเลสให้ ปีศาจร้ายจึงได้พลังกลับคืนมา พร้อมคำอธิบายต่อเจ้านายสาวว่าต้องใช้พลังมากมายต่อสู้กับเจติยาที่มีอำนาจชำระเหรียญ หาไม่...กล่องรากบุญ ก็จะไม่มีวันได้สร้างใหม่
“ทางเดียวที่จะลบล้างอำนาจได้ คือให้เจติยาขอพร จากเหรียญ ถึงจะเป็นการขอพรเพื่อช่วยเหลือคนอื่นก็เถอะ เมื่อเหรียญรับพลังกิเลสของเจติยาแล้ว มันก็จะไม่มีความบริสุทธ์พอจะชำระเหรียญอีก”
“งั้นที่เธอบิดเบือนความทรงจำน้องต้น ก็เพื่อจะให้เจติยาขอพรเหรียญใช่ไหม นี่เธอหลอกใช้ฉันนี่กสิณ”
ท่าทางเดือดดาลของพิมพ์อรไม่ทำให้กสิณสะทกสะท้าน “อย่าพูดว่าหลอกใช้ เราได้ประโยชน์ร่วมกัน ถ้าไม่ทำเราก็สร้างกล่องรากบุญไม่ได้ แล้วเธอจะใช้อะไรช่วยชีวิตพ่อเธอล่ะ”
พิมพ์อรเถียงไม่ออก ถึงอย่างไร ชีวิตพ่อก็สำคัญที่สุด แต่ถึงกระนั้นก็อดเคืองไม่ได้ที่ถูกหลอกใช้มาตลอด กสิณแสยะยิ้มร้าย ปรายตามองเจ้านายสาวอย่างดูถูก...แท้จริงแล้วพิมพ์อรก็ไม่ต่างอะไรกับทาสที่คอยเพิ่มพลังกิเลสให้!
ooooooo
ท่าทางห่วงใยของเจติยาทำให้ลาภิณแอบประทับใจไม่น้อย ภรรยาสาวที่เขาจำไม่ได้ดูแลอย่างดีทุกอย่าง และมีท่าทางเดือดเนื้อร้อนใจจริงๆตอนเขาหมดสติ แต่ที่ทำให้เขากลับมาหงุดหงิด ก็เมื่อเธอจะทิ้งเขาไปบ้านนวัชเพื่อฟังข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องคดีกัมปนาท เขาพยายามกล่อมให้เธออยู่เป็นเพื่อนแต่เธอไม่ยอม ยืนกรานจะไปบ้านนวัชท่าเดียว
สุดท้าย...ลาภิณก็ต้องหอบร่างเหนื่อยอ่อนขับรถไปส่งเจติยาที่บ้านนวัช อยุทธ์มองมาด้วยแววตายิ้มๆที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของลาภิณ เช่นเดียวกับนวัชที่สังเกตเห็นเช่นกัน แต่ต้องยั้งปากจะแซวไว้ก่อนเพราะมีเรื่องคดีที่สำคัญกว่า ส่วนเจติยาไม่สนใจใคร กำลังครุ่นคิดเรื่องที่มาของระเบิดซึ่งมาจากภายในรถของกัมปนาท ไม่ใช่มาจากการติดตั้งภายนอกรถอย่างที่เข้าใจแต่แรก... และแล้วเธอก็ได้คำตอบ แต่คิดว่าจะต้องไปเคลียร์กับก้องก่อน
ลาภิณไม่พอใจมาก เมื่อภรรยาจะขอแวะหาก้องก่อนกลับบ้าน อยุทธ์แกล้งเสนอตัวไปแทน ลาภิณรีบปฏิเสธเสียงห้วนแล้วบอกจะพาไปเอง นวัชมองตามสองสามีภรรยายิ้มๆ เอ่ยชมอยุทธ์ไม่ขาดปากว่าแผนยุให้หึงทำท่าจะได้ผลเกินคาด อย่างน้อยไม่ทำให้จำกันได้ ทำให้รักกันใหม่ก็ยังดี อยุทธ์ได้ฟังก็ยิ้มแห้งๆ...ใจจริงก็แอบเสียใจไม่น้อย
ฟากก้องอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินจากเจติยาว่าพ่อจงใจฆ่าตัวตายหลังทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เพราะทนไม่ได้จะให้ใครเห็นอาการน่าสมเพชเวทนาของตน เลยจัดการทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ลูกชายและวางระเบิดฆ่าตัวตายในรถ และที่จงใจทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นการฆาตกรรม เพราะต้องการดึงตำรวจเข้ามาเกี่ยว เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ลูกชายคนเดียวที่อาจโดนลอบทำร้ายจากบรรดาศัตรูของเขา
วิญญาณของกัมปนาทปรากฏร่างให้เห็น แม้จะไม่ชอบใจนักที่ถูกเปิดโปงแผนการ แต่ก็อดชื่นชมเจติยา ไม่ได้ที่หลักแหลมมากกว่าที่คิด “เธอพูดถูก ฉันจำเป็นต้องยืมมือตำรวจมาคุ้มครองความปลอดภัยให้ก้อง เพราะฉันไม่ไว้ใจใครเลย แม้แต่ลูกน้องคนสนิท พวกมันรู้ตื้นลึกหนาบางธุรกิจทุกอย่างของฉัน มันต้องตามฆ่าก้องเพื่อฮุบธุรกิจใต้ดินของฉันทั้งหมด ก้องจะไม่มีวันได้มีชีวิตอย่างสงบสุขอย่างคนอื่นแน่ ฉันอยากทำหน้าที่พ่อที่ดีเพื่อลูกสักครั้ง”
คำพูดของกัมปนาทถูกถ่ายทอดให้ก้องฟังทั้งหมดโดยเจติยา รวมทั้งถ้อยคำสั่งเสีย ก่อนที่พ่อลูกจะได้จากกันตลอดกาล เจติยาถอนใจโล่งอกเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ที่ทำให้ต้องส่ายหัวขำๆ ก็เมื่อเห็นสามีทำหน้าหงิกรอเธอหน้าบ้านก้องด้วยความอดทน ลาภิณดีใจได้เห็นหน้าภรรยา แต่ฟอร์มเยอะปั้นหน้าขรึม เฉไฉว่ามารอไม่ได้หมายความว่าเป็นห่วง แค่ทำตามหน้าที่ เจติยาไม่ถือสาแม้แต่น้อย อารมณ์ดีจากการทำความดีทำให้แกล้งแหย่ขำๆ
“คุณนี่เป็นเจ้านายที่ดูแลลูกน้องได้ดีที่สุดเลยสิ้นปีนี้ไม่ได้ตำแหน่งผู้บริหารดีเด่นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”
ลาภิณเจ็บใจมากที่ถูกยอกย้อน ต่างจากเจติยาที่ยิ้มหน้าบาน ดีใจที่เขาเริ่มมีท่าทีห่วงใยให้เห็นบ้างแล้ว ทำให้ความหวังที่เคยริบหรี่สว่างวาบขึ้นมาใหม่ ว่าจะทำให้เขาจำเธอได้โดยไม่ต้องขอพรใดๆจากเหรียญแต่อารมณ์ดีก็อยู่ไม่นาน เมื่อลาภิณจงใจเอาคืน
เจติยาด้วยการทำตัวรุ่มร่าม พยายามเข้าถึงเนื้อถึงตัวตลอดราวกับไม่เคยมีเรื่องขุ่นเคืองกันมา ส่วนลาภิณชอบใจที่ทำให้ภรรยาประหม่า แอบดีใจลึกๆที่ได้ใกล้ชิด เธอมากกว่าเคย
สองสามีภรรยาผล็อยหลับด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อตื่นเช้ามาก็ต้องรับศึกหนัก เมื่อนิษฐาบุกมาหาถึงบ้าน พร้อมน้ำตานองหน้า และข่าวร้ายว่าเลิกรากับนวัชแล้วเพราะเขามีคนอื่น!
ooooooo
เวลาเดียวกันที่บ้านนวัช...อยุทธ์ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าผู้กองหนุ่มเลิกรากับแฟนสาวแล้ว นวัชบอกว่าไม่ได้อยากเลิก แต่นิษฐาไม่ยอมฟังคำอธิบาย จึงจำต้องปล่อยเลยตามเลย อยุทธ์ส่ายหน้าอ่อนใจแล้วถามถึงสาเหตุ นวัชจำต้องเปิดปากเล่าว่าเป็นเพราะฟาง เด็กผู้หญิงจากมูลนิธิเพื่อนแท้ที่นิษฐาเคยให้ความช่วยเหลือ
นวัชยังจำทุกอย่างได้ดี เขาเจอกับฟางครั้งแรกตอนไปรับนิษฐาที่มูลนิธิ หลายวันต่อมาเธอไปปรากฏตัว แถวโรงพักและชวนเขาทานข้าว ผู้กองหนุ่มไม่ติดใจสงสัยเพราะเป็นเด็กที่แฟนสาวดูแล แต่กลับต้องตกใจหน้าซีด เมื่อพบตัวเองในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงภายในห้องของฟางหลายชั่วโมงต่อมา
อยุทธ์พยักหน้ารับรู้ พอจะเข้าใจเรื่องทุกอย่าง แต่ยังคาใจว่าผู้กองหนุ่มมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฟางหรือไม่ นวัชแอบเคืองโต้กลับว่าไม่ใช่คนมักง่ายแบบนั้น แล้วเขาก็จำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำหลังจากทานข้าวกับฟาง จะไปมีแรงหรืออารมณ์ทำอะไรใครได้ อยุทธ์จึงถึงบางอ้อว่าผู้กองหนุ่มคงจะถูกฟางวางยา
“แล้วเด็กคนนั้นไม่ได้แบล็กเมล์หรือเรียกร้องอะไรจากผู้กองเลยหรือครับ”
นวัชถอนหายใจหนักหน่วง “ไม่เลย...เขาแค่ขู่ว่าถ้าผมไม่ไปพบตามที่เขานัด เขาจะฆ่าตัวตาย เมื่อคืนตอนเกิดเรื่อง เขาก็ให้ไปหาที่ห้อง แล้วจู่ๆฐาก็มา ผมว่าต้องเป็นฝีมือฟางจัดฉากแน่ๆ”
“แล้วทำไมผู้กองไม่เล่าเรื่องนี้ให้คุณฐาฟังก่อนล่ะครับ”
“ผมไม่อยากให้ฐาไม่สบายใจ เรื่องแบบนี้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้ ผมคิดว่าเคลียร์กับฟางได้ แต่ต้องค่อย เป็นค่อยไป เกิดเขาฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง ฐาควร จะเข้าใจผมบ้าง ไม่ใช่ประชดหนีไปกับไอ้สิทธิพรนั่น”
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาใหม่ นวัชหึงจนขึ้นหน้า เมื่อเห็นแฟนสาวบอกเลิกตนพร้อมกับขึ้นรถ สิทธิพร อยุทธ์ยกมือตบบ่าเบาๆ เข้าใจความเจ็บช้ำดีแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง...ขนาดตัวเองยังไม่รอด
ไม่ใช่แค่นวัชเท่านั้นที่ไม่พอใจ...เจติยาเองก็หงุดหงิดไม่น้อย เมื่อเพื่อนรักทำตัวเหมือนเด็ก งอนแฟนแล้วประชดไปกับผู้ชายอื่น นิษฐาร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกว่าต้องการไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนั้นโดยเร็วที่สุด และสิทธิพรก็ผ่านมาพอดี แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทขี้เหงาอยู่คนเดียวไม่ได้
แต่ถึงกระนั้น...เจติยาก็ไม่วางใจเพราะไม่รู้จักสิทธิพรดี เมื่อไปถามลาภิณก็ไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ เพราะสิทธิพรไม่เคยพูดเรื่องนิษฐาให้ฟังเลย เจติยาไม่สบายใจ เป็นห่วงเพื่อนกลัวจะเจอคนไม่ดี
“สงสัยเจต้องไปเจอเด็กฟางนี่ด้วยตัวเองแล้วล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าน้องเขาทำไปเพื่ออะไร”
“จะดีเหรอ เรื่องส่วนตัวของเขา ปล่อยเขาเคลียร์กันเองไม่ดีกว่าหรือ”
เจติยาปรายตามองสามีนิดเดียวแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เจก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอกค่ะ ถ้าพี่ผู้กองกับฐาไม่ใช่เพื่อนสนิทเจ ถ้าพวกเขาจะเลิกกัน ก็ควรเพราะหมดรักกัน ไม่ใช่เพราะเข้าใจผิด...หรือจำกันไม่ได้”
ลาภิณได้แต่ถอนใจยาว เบือนหน้ามองทางอื่นเพราะสับสนในใจไม่น้อย เจติยาเลยบอกจะไปพบฟางอย่างที่ตั้งใจ โดยมีอยุทธ์ขอไปด้วย ลาภิณไม่ชอบใจนักแต่ก็ขัดภรรยาไม่ได้ เลยต้องปล่อยให้ไปกับอยุทธ์ตามลำพัง
ด้านสิทธิพร...รุกหน้าจีบนิษฐาเต็มกำลัง โดยไม่สนจะถูกใครต่อว่าหรือมองยังไง นิษฐาแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่พร้อมจะเปิดใจหรือพิจารณาใครทั้งนั้น เพราะยังลืมนวัชไม่ได้ สิทธิพรยืนกรานความตั้งใจและให้เวลากับเธอเต็มที่ แต่แล้วก็ต้องปัดเรื่องนิษฐาทิ้งไปก่อน เมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าถูกพิมพ์อรตัดหน้าแย่งงานไปต่อหน้าต่อตา!
เวลาเดียวกันที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง...พิมพ์อรเดินยิ้มร่าเมื่อใช้อำนาจของกสิณสะกดจิตคณะกรรมการพิจารณาการประมูลเซ็นเอกสารอนุมัติสำเร็จ ตัดหน้าสิทธิพร คู่ปรับคนสำคัญที่ทำให้เธอชวดงานใหญ่ๆเสมอ กสิณเฝ้ามองทุกอย่างด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง ชอบใจมากที่พลังกิเลสของเจ้านายสาวเพิ่มอำนาจให้แก่ตัวเอง พิมพ์อรไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอยากสร้างกล่องรากบุญใหม่เต็มที ก่อนที่วนันต์จะอาการแย่ไปกว่านี้
กสิณแสยะยิ้มร้าย “เหรียญปรากฏครบสามอันแล้ว ด้านอยุทธ์ไม่ใช่ปัญหา ยังไงเขาต้องเห็นแก่พ่อตัวเอง มีแต่เจติยาเท่านั้นแหละ เธอกับฉันถึงต้องช่วยกัน ไล่ต้อนเจติยาให้จนมุมให้ได้”
“เธอมั่นใจได้เลย ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อบีบเจติยาให้ยอมยกเหรียญให้ฉันให้ได้!”
ชาครรับรู้ทุกอย่างและไม่สบายใจเลยที่พิมพ์อรใช้อำนาจเหรียญเอาชนะทางธุรกิจ มันเป็นเรื่องผิดและดูเหมือนว่าเจ้านายสาวจะถลำลงในอำนาจมืดมากขึ้นเรื่อยๆ วนันต์ก็ทราบดีแต่ทำอะไรไม่ได้มาก
“ลูกอรไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนมันหลอกใช้ ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้ตายเร็วๆ ลูกอรจะได้ไม่ต้องทำบาปเพื่อฉันอีก”
“อย่าคิดแบบนั้นสิครับ ถ้าคุณอรสร้างกล่องรากบุญรักษาคุณท่านได้เมื่อไหร่ เราค่อยหาทางหยุดมันก็ได้นี่ครับ”
“มันก็แค่ถ่วงเวลา ไม่มีใครหนีความตายพ้น ถ้าจะให้ฉันอยู่เพื่อดูลูกตัวเองตกเป็นทาสกสิณ...สู้ตายเสียดีกว่า”
ชาครนิ่งคิดตามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด วันนี้พิมพ์อรใช้อำนาจของเหรียญทำให้ได้งานหลายงานมากกว่าที่คิด ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะอย่างไรเสียบริษัทเหล่านั้นก็ตั้งใจจะเลือกใช้บริการของเธออยู่แล้ว วนันต์นิ่วหน้าแล้วเปรยเสียงเบาว่ากสิณคงจะมีพลังลดถอยลง หาไม่คงไม่ต้องให้พิมพ์อรขอพรจากเหรียญมากมายขนาดนั้น
“ถ้ากสิณอ่อนแรงลง มันจะเร่งให้ลูกอรขอพรมากขึ้น เพื่อใช้พลังกิเลสจากเจ้าของเหรียญฟื้นฟูตัวเอง แปลก...อะไรทำให้ปีศาจอย่างมันอ่อนแรงลงได้ ถ้าเรารู้ก็คงจะดี”
คำพูดของวนันต์ทำให้ชาครฉุกใจคิด บางทีถ้าหาทางได้ พิมพ์อรก็จะหลุดพ้นจากเรื่องบ้าๆนี้สักที!
ooooooo
ลาภิณทำใจยอมให้เจติยามาหาฟางกับอยุทธ์สองคนไม่ได้ เลยตัดสินใจตามมาด้วย แต่ต้องมาหัวเสียหนักเพราะเหมือนภรรยาจะไม่เห็นค่า แถมเอ่ยชม
อยุทธ์ไม่ขาดปากอีกต่างหากที่หาข้อมูลเรื่องฟางมาเป็นอย่างดี อยุทธ์ยิ้มบางๆบอกว่าได้มาจากนวัช ผู้กองหนุ่มไม่อยากเลิกกับนิษฐาอยู่แล้วเลยให้ความร่วมมือดี
ฟางต้อนรับเจติยาแบบงงๆ อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมนิษฐาถึงไม่มาเอง ต้องส่งเพื่อนรักมาแทน นักแต่งศพสาวไม่อ้อมค้อม เปิดประเด็นว่าไม่อยากให้นิษฐาเลิกกับนวัชเพราะฟางเป็นต้นเหตุ
ฟางไม่สะทกสะท้าน พูดหน้าตาย “หนูกับผู้กองรักกัน แล้วเขาก็เลือกหนู”
เจติยาพยายามเก็บอารมณ์อย่างหนัก ฝืนปั้นหน้ายิ้มแล้วเปรยเสียงหยัน “แต่พี่ผู้กองไม่ได้บอกแบบนั้นนะ เขายืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยกับน้อง แถมน้องเองเป็นฝ่ายขู่จะฆ่าตัวตายด้วย ถ้าเขาไม่ยอมมาหา”
“ผู้ชายก็อย่างนี้ล่ะค่ะ เวลาแก้ตัวก็อ้างสารพัด แต่เวลาอยู่กับหนูคนละเรื่อง พี่อย่าฟังความข้างเดียวสิคะ”
เจติยาหนักใจไม่น้อยเพราะดูท่าฟางจะรับมือยากกว่าที่คิด แต่แล้วก็ต้องตกใจหน้าซีด เมื่อแม่บ้านอพาร์ตเมนต์เข้ามาถามว่าคุยกับใคร ในห้องฟางไม่น่าจะมีใครเข้ามาได้ เพราะเจ้าของห้องถูกฆ่าตายเมื่อคืนก่อน!
ขาดคำวิญญาณของฟางก็ปรากฏร่างพร้อมกับคำขอให้ตามหาความจริง เจติยาจึงต้องพึ่งนวัช และก็ได้เบาะแสจากพยานละแวกนั้นว่านิษฐาเป็นคนสุดท้ายที่ฟางมีปากเสียงอย่างรุนแรงด้วย นักแต่งศพสาวและผู้กองหนุ่มไม่เชื่อว่านิษฐาจะทำเรื่องแบบนั้น แต่ก็ติดต่อเจ้าตัวไม่ได้เพราะเธอออกไปทำงานกับมูลนิธิที่ต่างจังหวัด
นวัชร้อนใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะผู้กำกับทราบว่าเขาเป็นแฟนนิษฐา ภาระทั้งหมดเลยเป็นของเจติยาที่เต็มใจช่วยเพื่อนรักให้พ้นข้อกล่าวหาอยู่แล้ว แต่คนหงุดหงิดกว่ากลับเป็นลาภิณที่ต้องขับรถไปส่งภรรยาที่ต่างจังหวัด อยุทธ์แกล้งเสนอตัวไปด้วย ลาภิณเลยตัดสินใจได้...เป็นตายร้ายดีจะไม่ยอมให้อยุทธ์อยู่ตามลำพังกับเจติยาเด็ดขาด!
ระหว่างที่เจติยา ลาภิณและอยุทธ์ มุ่งหน้าไปหานิษฐาที่ต่างจังหวัด...ชาครก็ตัดสินใจขโมยเหรียญของเจ้านายสาวไปทำลายทิ้ง แต่ไม่ทันทำสำเร็จก็ถูกจับได้เสียก่อน พิมพ์อรแหวลั่นให้คืนเหรียญ แต่เลขาหนุ่มไม่ยอม
“บ้าไปแล้วหรือชาคร ฉันใช้เหรียญสร้างกล่องรากบุญเพื่อรักษาคุณพ่อ เธอทำลายมันก็เท่ากับทำลายคุณพ่อ”
“ผมทราบครับ แล้วคุณอรล่ะครับ ทราบไหมว่าคุณท่านต้องทุกข์ใจแค่ไหน ที่เห็นคุณอรเป็นทาสไอ้เหรียญปีศาจนี่ คุณท่านพูดว่าอยากจะตาย เพราะไม่อยากเห็น
คุณอรใช้มันอีก ผมไม่อยากเห็นคุณอรตกเป็นทาสของมัน”
“หุบปากเลยนะชาคร ฉันไม่เคยเป็นทาสมัน เหรียญทำตามความต้องการของฉัน เอาเหรียญของฉันคืนมา”
ชาครส่ายหน้าก่อนจะควักปืนมายิงเหรียญแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อชิ้นส่วนทุกชิ้นลอยมารวมกันอย่างง่ายดาย ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น ชาครจะยิงซ้ำแต่ถูกมือลึกลับของกสิณคว้าไว้ พร้อมกับทรมานเขาด้วยภาพหลอน จนเลขาหนุ่มหมดสติเพราะความหวาดกลัวสุดขีด
กว่าชาครจะฟื้นอีกครั้งก็หลายชั่วโมงถัดมา วนันต์เฝ้ามองอยู่แล้ว พร้อมกับอธิบายว่ากสิณแค่ทำภาพหลอนให้กลัวเท่านั้น โดยมีพิมพ์อรเป็นคนยับยั้งทุกอย่างก่อนเขาจะช็อกตาย ชาครไม่ถือโทษโกรธเจ้านายสาวเลย และอยากจะขอปรับความเข้าใจสักครั้ง วนันต์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้ลูกสาวอารมณ์เย็นกว่านี้ ชาครยอมรับสภาพและตอบคำถามของวนันต์เรื่องความคิดที่อยากทำลายเหรียญ
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์ห่วงลูกอร แต่ทีหลังอย่าทำเรื่องเสี่ยงอันตรายอย่างนี้อีก ไม่มีอะไรหยุดมันได้หรอก ตอนนี้ฉันก็ได้แต่หวังว่าความตายของฉันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เรียกสติลูกอรกลับมาได้”
ด้านพวกเจติยา...เดินทางไปหานิษฐาด้วยสภาวะอึดอัด โดยเฉพาะลาภิณที่หงุดหงิดมาก เมื่อเห็นภรรยาพูดจากับอยุทธ์แบบเข้าขากันเป็นอย่างดี แต่ที่ทำให้เขาหัวเสียกว่าเดิม คือน้ำมันรถดันหมด ทำให้การเดินทางชะงักกลางคัน อยุทธ์เสนอตัวเดินไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม ลาภิณหมั่นไส้มากเลยพาลไปลงกับเจติยา
“เลิกตีหน้าซื่อเสียทีเถอะ เธอมันก็พวกจับปลาสองมือ นึกว่าฉันอ่านเกมเธอไม่ออกหรือ ถ้าฉันหลงกลเชื่อว่าเธอเป็นเมียฉัน เธอก็เลือกฉัน แต่ถ้าฉันไม่เชื่อ เธอก็จะคว้ามันแทนใช่ไหม”
เจติยาหมดความอดทน ความเครียดทั้งเรื่องเพื่อนและสามีทำให้ลงมือผลักอกสามีอย่างแรง ลาภิณหึงจนขาดสติกระชากเธอมากอดจูบ เจติยาขัดขืนเต็มกำลัง เอะอะโวยวายจนอยุทธ์ต้องวิ่งกลับมาดู สุดท้ายลาภิณเลยต้องเดินไปเอาน้ำมันเอง เพราะอยุทธ์จะอยู่ปลอบ
เจติยา ไม่อยากให้เธอประสาทเสียไปมากกว่านี้
ลาภิณผลุนผลันแยกไปแล้ว เจติยามองตามด้วยความช้ำใจ ผิดหวังเหลือเกินที่สามีทำตัวแย่แบบนี้ อยุทธ์ทนดูต่อไปไม่ไหวโพล่งออกไปด้วยความสงสาร “ที่จริง...คุณเจไม่ต้องทนขนาดนี้ก็ได้นะครับ คุณเจไม่ต้องการขอพรจากเหรียญ แต่ผมขอแทนได้ ผมจะใช้เหรียญของผมช่วยคุณเจกับคุณต้นเอง”
เจติยารีบห้าม ไม่อยากให้เขาตกเป็นทาสของเหรียญเหมือนพิมพ์อร อยุทธ์ดึงเธอมากอดปลอบ เจติยารู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของเขาไม่ใช่แค่ปลอบธรรมดาเลยขืนตัวออก และทันใดนั้นเองก็มีลมเบาๆพัดมาโดนหน้า พร้อมกับเสียงของฟางลอยมาตามลมให้ไปช่วยนิษฐา “รีบไปช่วยเพื่อนพี่ก่อนที่จะเป็นแบบฉัน!”
ooooooo










