สมาชิก

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร

คำให้การของพลอยทำให้เจติยากับลาภิณมองหน้ากันเครียดๆ ยิ่งได้ฟังเหตุการณ์อิทธิฤทธิ์เหรียญของทรายยิ่งทำให้กังวลมากขึ้น โดยเฉพาะนักแต่งศพสาวที่ระแวงมาก เพราะเพิ่งผ่านเรื่องราวเลวร้ายจากกล่องรากบุญมาไม่นาน ลาภิณต้องคอยปลอบให้ทำใจ หากอะไรจะเกิดก็ให้ถือเป็นโชคชะตาที่เธอต้องก้าวผ่านไป

ลาภิณประคองภรรยาไปที่เตียง เจติยาไม่ขัดขืน ซึ้งใจไม่น้อยที่เขาไม่มีท่าทีรำคาญอาการจิตตกของเธอเลย

“เจขอโทษนะคะคุณต้น แค่เจคอยช่วยเหลือวิญญาณก็วุ่นวายพอแล้ว เจยังหาเรื่องจุกจิกรบกวนคุณอีก อย่างวันนี้ คุณก็ต้องออกไปโรงพักกับเจดึกๆดื่นๆ แทนที่จะได้พักผ่อน”

“ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายเลยนะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่คุณเลือกแล้ว และผมก็เต็มใจเลือกคุณมาเป็นคู่ชีวิตเอง ผมเข้าใจและยอมรับทุกอย่างได้อยู่แล้ว”

เจติยาโผกอดเขาแน่น ปลื้มใจมากที่สามีเป็นห่วงเป็นใยแบบเสมอต้นเสมอปลาย ลาภิณก็กระชับอ้อมกอดแน่น ชอบใจที่ภรรยาทำตัวอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงบ้าง เจติยาหลับสนิทกับอกอุ่น แล้วต้องสะดุ้งตื่นเช้ามืดวันถัด
มาเพราะฝันร้ายถึงภาพในอดีตอันคุ้นเคย แต่สร้างความ อึดอัดใจให้ไม่น้อย เมื่อได้รู้ว่าจันจิราถูกคุณหญิงอุ่นดุด่าที่แย่งคู่หมั้นของอุษาพี่สาวต่างมารดา...นักแต่งศพสาวค่อยๆขยับตัวจากเตียง...นึกสงสัยว่าความฝันต้องการบอกอะไรเธอกันแน่

เช้าวันเดียวกันที่ปากซอยบ้านพลอย...สาวน้อยอดีตแฟนนักซิ่งกำลังเดินทางไปสอบซ่อม แต่กลับต้องชะงัก เมื่อเจอสองสาวแปลกหน้าตรงกลางซอย พิมพ์อรพยายามซักไซ้เรื่องที่ทรายใช้อำนาจของเหรียญเพื่อหนีการจับกุม พลอยเห็นท่าไม่ดีเลยตั้งท่าจะผละไป แต่ก็ถูกกสิณสะกดจิตเพื่อล้วงความลับออกมาจนได้

กสิณยิ้มเพราะพอจะพบร่องรอยตามหาเจ้าของเหรียญอีกคนได้แล้ว เลยพาพิมพ์อรลับร่างหายไป ทิ้งพลอยให้ยืนมึนงงคนเดียวที่กลางซอย โชคดีที่นทีกับเจติยาซึ่งตั้งใจมาหาพลอยเพื่อสอบถามเรื่องทรายผ่านมาเห็นเสียก่อน พลอยเลยฟื้นคืนสติเร็วขึ้น พร้อมกับความประหลาดใจมากมายที่มีแต่คนสนใจเรื่องเหรียญสีดำของทราย เจติยาหน้าเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเรื่องราวของสองสาวแปลกหน้าจากพลอย...และมั่นใจด้วยว่าหนึ่งในสองต้องเป็นพิมพ์อรแน่!

ฟากทรายนอนเล่นเกมบนไอแพดอย่างสบายอารมณ์ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ต่างจากจอห์นที่หวาดระแวงกลัวถูกตำรวจจับ ทรายต้องดุให้สงบจิตสงบใจบ้าง เพราะคงไม่มีใครกล้ามาตอแยกับเขาและเธอแน่ จอห์นเบ้หน้า รู้ดีว่าแฟนสาวจอมโหดมีเหรียญสีดำสนิทพกติดตัวตลอด ซึ่งช่วยให้พวกเขาแคล้วคลาดมาได้ทุกครั้ง ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น แล้วสองหนุ่มสาวก็หน้าเสีย เมื่อเห็นสาวแปลกหน้าสองคน

พิมพ์อรกับกสิณเหยียดยิ้มเย็น มองสองหนุ่มสาวด้วยสายตาดูถูก โดยเฉพาะพิมพ์อรที่จงใจพูดเหน็บทราย

“นี่น่ะเหรอ เจ้าของเหรียญอันที่สอง...ไม่เห็นจะคู่ควรเลย”

“อย่าเพิ่งดูถูกสิพิมพ์อร เห็นเหรียญที่ข้อมือนั่นไหม มันสีดำสนิท แสดงว่าความปรารถนาเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา”

“ความปรารถนาแบบไร้สาระน่ะสิ รีบจัดการเลยเถอะ ฉันอยากไปจากที่นี่แล้ว”

“เหรียญเกิดจากกล่องรากบุญ ดังนั้นมันจึงมีเงื่อนไขเดียวกัน ถ้าเจ้าของคนเก่าไม่ตาย ก็ต้องสละความเป็นเจ้าของเท่านั้น ห้ามฆ่าเพื่อช่วงชิงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...เธอจะไม่ได้เป็นเจ้าของตลอดไป”

คำอธิบายของกสิณทำให้หงุดหงิดมาก พิมพ์อรไม่รอช้าเปิดฉากขอซื้อเหรียญด้วยราคาทุ่มไม่อั้น ทรายมีสีหน้าเคร่งขึ้น บอกว่าอยากรู้เรื่องลายปริศนาบนเหรียญเหมือนกัน และไม่คิดขายให้ใครทั้งนั้น

“มีเงินคนเดียวหรือไง ขายให้ฉันดีกว่ามั้ง ฉันก็อยากรู้ว่าลูกศรโยงเหรียญสามอันไปที่กล่องหมายความว่ายังไง”

จอห์นหันซ้ายทีขวาทีด้วยความมึนงง ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกอำนาจบางอย่างบีบคอจนตัวลอย กสิณนั่นเองที่ใช้พลังทำร้ายจอห์นเพื่อข่มขู่ แต่ทรายไม่กลัวแถมใช้อำนาจเหรียญโต้กลับ เล่นงานสองสาวแปลกหน้าอย่างหนักแล้วรีบพาแฟนหนุ่มหายวับในพริบตา ทิ้งพิมพ์อรกับกสิณให้มองตามด้วยความแค้นใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ooooooo

ความกังวลเรื่องเหรียญอันใหม่ทำให้เจติยาร้อนใจมาก ตัดสินใจไปถามรายละเอียดเพิ่มจากวนันต์ โดยมีทวีไปเป็นเพื่อนด้วยความเป็นห่วง วนันต์ถอนใจหนักหน่วง ส่ายหน้าไม่รู้เรื่องเหรียญอันอื่นนอกจากอันที่พิมพ์อรมี
ท่าทางเคร่งเครียดของเจติยาทำให้วนันต์เป็นกังวลไปด้วย เป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หมกมุ่นกับอำนาจและกิเลสตัณหาจนไม่ยอมปล่อยวาง ต่างจากเจติยาที่มีโอกาสครอบครองกล่องรากบุญแต่กลับเลือกทำลายทิ้ง
“กล่องรากบุญบังคับให้ทำความดีสามครั้งเพื่อแลกกับพรหนึ่งข้อ หนูเห็นว่ามันเป็นการค้าบุญ ไม่ใช่การทำบุญด้วยใจจริง ถ้ากล่องไปตกในมือคนโลภใจบาป ก็จะยิ่งเป็นอันตรายกับคนอื่น หนูเลยตัดสินใจทำลายมันทิ้ง”
“หนูทำถูกแล้วล่ะ ถ้าฉันคิดได้อย่างหนู คงไม่ถลำลึกมาถึงขนาดนี้หรอก”

น้ำเสียงรู้สึกผิดทำให้เจติยาเอะใจ วนันต์เลยตัดสินใจขอร้องทั้งน้ำตาให้ช่วยพิมพ์อรจากอำนาจมืดของเหรียญ นักแต่งศพสาวจะพูดบางอย่างแต่ต้องยั้งไว้ก่อน เมื่อพิมพ์อรกับชาครกลับเข้ามาพอดี ท่าทางอ่อนแรงของวนันต์ทำให้พิมพ์อรโกรธมาก แต่พยายามข่มอารมณ์และพาพ่อขึ้นรถเข็นกลับขึ้นห้อง

เจติยากับทวีเลยต้องออกจากบ้านวนันต์ด้วยท่าทางเซ็งๆ โดยเฉพาะนักแต่งศพสาว ขอโทษขอโพยอีกฝ่ายใหญ่ที่ต้องเสียเวลามาโดยไม่ได้เรื่องอะไร ทวีโบกมือว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าวนันต์กังวลใจไม่น้อยเรื่องอำนาจของเหรียญที่มีต่อลูกสาวคนเดียว เจติยาพยักหน้าเห็นด้วย

“วิญญาณคุณสิโรจน์บอกให้ระวังเจ้าของเหรียญให้ดี ตอนนี้มีแล้วสองคน ก็ต้องรอเจ้าของคนที่สามปรากฏตัว”

“เหรียญทั้งสามจะมารวมกันที่เจ้าของกล่องรากบุญคนสุดท้าย ลุงว่ามันต้องเป็นเงื่อนไขอะไรสักอย่างแน่ พอเหรียญทั้งสามมารวมกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้นะ ลุงหวั่นใจยังไงไม่รู้สิหนูเจ”

ในขณะที่เจติยาสังหรณ์ใจว่ามีบางอย่างร้ายแรงอาจจะเกิดขึ้น...วนันต์พยายามแก้ต่างให้นักแต่งศพสาวกับเพื่อนเก่าว่าแวะมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ตั้งใจมาทำร้าย พิมพ์อรยิ้มหยัน เยาะว่าเจติยาโง่มากกว่าที่เลือกทำลายกล่องรากบุญ วนันต์ทนไม่ไหวแหวลั่นว่ารู้เรื่องที่เธอกับกสิณกำลังรวบรวมเหรียญเพื่อสร้างกล่องขึ้นใหม่

“หยุดเถอะลูก สิ่งที่หนูเจทำคือสิ่งถูกต้อง ถ้าพ่อมีความกล้าสักครึ่งของเขา คงไม่ปล่อยให้ลูกรับเคราะห์อย่างนี้”

“อรไม่ใช่ผู้รับเคราะห์ค่ะพ่อ และกล่องรากบุญก็เป็นความหวังเดียวจะช่วยคุณพ่อได้ อรต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้ได้ คุณพ่อไม่สบาย พักผ่อนดีกว่านะคะ อย่าคิดเรื่องเครียดๆอีกเลยค่ะ”

พิมพ์อรห่มผ้าให้พ่อแล้วผลุนผลันออกไป ทิ้งวนันต์ให้มองตามด้วยสีหน้าเป็นกังวล เป็นห่วงลูกสาวที่หมกมุ่นกับอำนาจของเหรียญจนยากจะถอนตัว...พ่อผิดเองที่ยกเหรียญนั้นให้ลูก เลยทำให้ลูกเป็นแบบนี้

ฝ่ายชาครรอพิมพ์อรที่หน้าห้องนอนวนันต์ พร้อมจดหมายปึกใหญ่ แต่ที่ทำให้เจ้านายสาวหัวเสียคือจดหมายของอยุทธ์ น้องชายเพียงคนเดียวที่เลือกเดินออกจากชีวิตเธอกับพ่อหลายปีก่อนหน้านี้ เมื่อได้อยู่ลำพังกับกสิณ พิมพ์อรก็ระเบิดอารมณ์ถึงน้องชายว่ายังมีหน้าติดต่อกลับมา แล้วเลยพาลพาโลถึงเรื่องทรายที่ให้กสิณตามสืบ

“เขาใช้อำนาจเหรียญปกปิดตัวเอง ฉันเลยไม่เห็น แต่เหรียญต้องเข้าใกล้เจ้าของกล่องรากบุญคนสุดท้ายอยู่ดี”

“เจติยาอีกแล้วเหรอ ฉันเกลียดนังผู้หญิงคนนี้จริงๆ คุณพ่อก็เหลือเกิน ยังจะไปชื่นชมมันอีก”

“พ่อเธอกำลังป่วย ก็หลงผิดแบบนี้แหละ ถึงได้มองข้ามลูกกตัญญูอย่างเธอไปได้”

“ถ้าฉันได้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญ ฉันจะกำจัดคนกวนใจฉันให้หมด ทั้งเจติยาแล้วก็น้องชายงี่เง่าของฉัน!”

ท่าทางกราดเกรี้ยวของเจ้านายสาวทำให้กสิณลอบยิ้มเยาะ สะใจมากที่ความอิจฉาริษยาในใจแผดเผาพิมพ์อรให้ร้อนรนแบบนี้...ไม่ช้าไม่นาน พลังของฉันจะเพิ่มมากขึ้น เธอช่างเป็นแหล่งสร้างตัณหาที่ดีจริงๆพิมพ์อร!

ooooooo

หลังผ่านเหตุการณ์เลวร้ายจนเกือบถูกข่มขืน พลอยเลยกลับเนื้อกลับตัวมาตั้งใจเรียน โดยมีนทีเป็นเพื่อนสนิทและคอยเป็นกำลังใจให้ สองหนุ่มสาวมักมาช่วยงานที่ร้านก่อนไปเรียน โดยมีสายตาของมยุรีเฝ้ามองด้วยความไม่ชอบใจ กลัวลูกชายพลาดท่าเสียทีแล้วจะเสียอนาคตอันสดใส

ต่างจากเจติยาที่ไม่กังวลเรื่องน้องชายเท่าไหร่นัก เข้าใจกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เลยปลอบให้แม่ทำใจเพราะเด็กสมัยนี้คงเลี้ยงได้แต่ตัว แต่มยุรีก็ไม่วางใจเพราะรักและหวังกับลูกชายคนเดียวไว้มาก เจติยาเห็นเด็กสาวเข้ามาในร้านพอดีเลยขอตัวไปรับออเดอร์ ไม่อยากต่อความยาวให้แม่คิดมากกว่านี้ แต่นักแต่งศพสาวก็ต้องอึ้ง เมื่อพบว่าเด็กสาวท่าทางเซื่องซึมไม่ได้เข้ามาเป็นลูกค้าอาหารของแม่ แต่เข้ามาขอให้เธอช่วยไขปริศนาการตายต่างหาก!

เจติยาไม่รอช้า รีบไปหานวัชที่โรงพักเพื่อหาข้อมูลของวิญญาณล่าสุดที่มาขอความช่วยเหลือ เลยได้รู้ว่าเด็กสาวคนนี้ชื่อปลา เคยถูกจับในข้อหาขโมยของในห้าง เลยถูกส่งตัวไปมูลนิธิเพื่อนแท้ที่นิษฐาทำงาน เป็นเด็กดีและเรียบร้อย จนไม่น่าเชื่อว่าจะผูกคอตายอย่างกะทันหัน เมื่อไปถามเพิ่มเติมจากนิษฐาก็ได้ความว่า

“บ้านนี้เขามีลูกหลายคน เรียนดีทำงานดีๆทั้งนั้น มีน้องปลาด้อยสุด เลยกดดันมาก คราวก่อนก็ขโมยของ ที่ทำไปเพราะอยากเรียกร้องความสนใจมากกว่า จริงๆฉันว่ามันเป็นการส่งสัญญาณเตือนแล้วนะ แต่ไม่มีใครใส่ใจ”

เมื่อไปสอบถามที่บ้าน เจติยากับนิษฐาก็ถึงกับอึ้ง เมื่อพบว่าพ่อแม่ของปลามีท่าทางหงุดหงิดและหัวเสีย เพราะตำรวจและมูลนิธิของนิษฐาไม่จบเรื่องหาหลักฐานตรวจสอบสาเหตุการตายของปลาเสียที สองเพื่อนซี้เลยไปหาข้อมูลที่มหาวิทยาลัยของปลา แต่ไม่พบอะไรมากนอกจากท่าทางแปลกๆของแก๊งเพื่อนร่วมห้องของปลา ได้แก่มิ้น คุกกี้และเด ที่ร้อนตัวอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่เจติยากับนิษฐายังไม่ได้พูดเลยด้วยซ้ำว่าสาเหตุการตายของปลาเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

เจติยามัวยุ่งกับเรื่องปลาจนลืมนัดสำคัญไปงานประมูลกับสามี ลาภิณไม่ถือสาและบอกให้พักผ่อนอยู่บ้านแทน แต่ถึงกระนั้นนักแต่งศพสาวก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่หมกมุ่นกับงานตัวเองจนลืมนัดกับสามี เมื่อปลามาปรากฏร่างให้เห็นไม่นานหลังจากนั้น เลยพาลหงุดหงิดใส่เพราะเธอต้องเสียเวลาทั้งวันเพื่อหาข้อมูลจนลืมเรื่องอื่นหมด

“ปลามาก็ดีแล้ว ปลาบอกให้พี่บอกความจริงเกี่ยวกับการตายของปลาไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงไม่ช่วยพี่เลยล่ะ แถมยังไม่อยากให้พี่ไปมหาวิทยาลัยอีก ตกลงน้องต้องการให้พี่บอกความจริงเรื่องอะไรกันแน่จ๊ะ”

วิญญาณปลามีท่าทีหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมบอกข้อมูลใดๆแต่กลับยืนจ้องภาพแต่งงานของ

เจติยากับลาภิณ พร้อมเปรยเบาๆว่าทั้งคู่สวยหล่อและดูเหมาะสมกันมาก เจติยายิ้มบางๆ ถ่อมตัวว่าไม่ถึงขนาดนั้น วิญญาณเด็กสาวได้ฟังก็ของขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตวาดลั่นว่าถ้านักแต่งศพสาวไม่สวย เธอก็คงอุบาทว์มาก

“หน้าตาก็ไม่ดี เรียนก็ไม่เก่ง กีฬาก็ห่วย ความสามารถพิเศษอะไรก็ไม่มี ตายไปก็สมควรแล้ว”

“ทุกคนมีดีในตัวเองกันทั้งนั้นแหละปลา แต่ที่ปลามองไม่เห็นเพราะมัวดูถูกตัวเองอยู่แบบนี้ไง”

“อย่างพี่จะมาเข้าใจอะไร ทำเป็นพูดดี ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง”

เจติยาตกใจมากกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วของปลา “แล้วทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย พี่พูดอะไรผิดหรือ”

“ไม่ผิดหรอก...คนสวยอย่างพี่จะผิดอะไร คนที่ผิดก็มีแต่คนหน้าตาอัปลักษณ์อย่างฉันเท่านั้นแหละ!”

ขาดคำ วิญญาณของปลาก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นบิดเบี้ยวน่าเกลียด เจติยาตกใจมากแต่พยายามตั้งสติ ปล่อยให้วิญญาณเด็กสาวอาละวาดจนพอใจแล้วหายวับไป จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่...ท่าทางงานนี้จะยุ่งกว่าที่คิด

เวลาเดียวกันที่งานประมูล...ลาภิณพูดคุยกับพิมพ์อรอย่างเป็นกันเอง โล่งใจมากที่มีลูกสาวเพื่อนเก่าของพ่อมาร่วมงานด้วย ไม่ต้องเตร่ในงานคนเดียวเพราะเจติยาลืมนัด พิมพ์อรก็ปลื้มใจเช่นกันที่มีโอกาสอยู่กับลาภิณตามลำพัง แต่ก็ต้องหัวเสียสุดๆ เมื่อเจอกับสิทธิพร เพื่อน
ร่วมวงการธุรกิจก่อสร้างที่ปากพล่อยพูดถึงอดีตที่เธออยากลืม

“ไม่ได้เจอกันเป็นปีเหมือนกันนะครับ ครั้งสุดท้าย... รู้สึกว่าจะเป็นในงานศพสามีคุณพิมพ์อรใช่ไหมครับ”

แต่ที่ทำให้เธอช็อกสุด ก็เมื่อค้นพบว่าลาภิณกับสิทธิพรเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก เพิ่งมาแยกจากกันตอนที่ลาภิณไปเรียนต่อต่างประเทศ ท่าทางกระฟัด กระเฟียดของพิมพ์อร ทำให้สิทธิพรพอเดาออกว่าแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ต้องการอะไรจากลาภิณ เมื่อเธอเลี่ยงออกไปแล้วจึงเตือนเพื่อนรักเบาๆ

“แกก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน ผู้หญิงคนนี้...จิตใจไม่ได้สวยเหมือนหน้าตาที่แกเห็นหรอกนะ”

ลาภิณนิ่งคิดตาม ถึงจะไม่เชื่อ แต่สิทธิพรก็เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก เลยปัดความคิดนั้นทิ้งไม่ได้ แต่ก็ลำบากใจไม่น้อย เพราะพิมพ์อรไม่เคยมีท่าทางร้ายให้เห็น แถมยังเป็นหุ้นส่วนธุรกิจและลูกสาวเพื่อนเก่าของพ่ออีกต่างหาก

ooooooo

ความกังวลใจเรื่องความใกล้ชิดของลาภิณกับพิมพ์อรกลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไปพักใหญ่เพราะเจติยามัววุ่นวายกับคดีของปลา เมื่อเช้าวันถัดมา ลาภิณลืมนัดกับเธอจะไปทำบุญครบรอบวันตายให้พ่อ

แถมมีนัดสำคัญดูแบบตึกใหม่กับพิมพ์อรอีกต่างหาก แม้เขาจะแสดงความรักอบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนเคย แต่เธอก็อดหวั่นไม่ได้

เจติยาเลยไปทำบุญที่วัดพร้อมกับมยุรี นที นิษฐา นวัชและพลอย แต่กลายเป็นว่าต้องไปฟังแม่บ่นเรื่อง

น้องชายที่สนิทสนมกับพลอยมากเกินไป นักแต่งศพสาวไม่อยากให้แม่คิดมาก เพราะเรื่องความรักความชอบควบคุมลำบาก ได้แต่บอกให้ทำใจและคอยแนะนำห่างๆ เท่านั้น มยุรีไม่ชอบใจและเปลี่ยนมางอนลูกสาวคนโตแทน โทษฐานเข้าข้างน้องชายจนไม่สนว่าเธอจะเดือดเนื้อ
ร้อนใจแค่ไหน นิษฐาเห็นท่าไม่ดีเลยจัดแจงลากเพื่อนรักไปอีกทาง

นวัชยิ้มน้อยๆแล้วเดินตามไปด้วย ทันได้เห็นกลุ่มเพื่อนๆของปลามาทำบุญกรวดน้ำพร้อมกับสองสาว นิษฐากับเจติยามองหน้ากันเครียดๆแล้วตัดสินใจปรากฏตัว อยากจับสังเกตและจับพิรุธไปในตัว ยิ่งเมื่อรู้มาว่ากลุ่มเด็กสาวเพิ่งซื้อโลงศพ โดยใส่ชื่อปลาในใบทำบุญก็ยิ่งสงสัย แต่กลุ่มเด็กสาวก็ไม่ให้ความร่วมมือ แถมระเบิดอารมณ์ใส่อีกต่างหาก

ท่าทางเกรี้ยวกราดร้อนตัวของกลุ่มเด็กสาวทำให้เจติยา นิษฐาและนวัชตัดสินใจกลับไปบ้านปลาเพื่อหาข้อมูลอีกครั้ง เชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ปลาจงใจปกปิดแน่ๆ กลุ่มเพื่อนถึงได้ไปทำบุญให้ และเจติยาก็พุ่งไปที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัว วิญญาณปลาปรากฏร่างเพื่อยับยั้งไม่ให้เปิด แต่นักแต่งศพสาวไม่ยอมและพยายามเกลี้ยกล่อม

“ปลากลัวอะไร...ปลาต้องการให้พี่บอกความจริงเกี่ยวกับการตายของปลาไม่ใช่หรือ”

วิญญาณปลามีท่าทีอ่อนลง ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเจติยาอึ้งไป ดูท่าว่าเด็กสาวคงมีความลับมากมายซ่อนไว้ และกลัวเธอรู้ความจริงที่ทำให้อับอาย วิญญาณเด็กสาวทำหน้าเศร้าแล้วขอโทษเสียงอ่อย

“ไม่ต้องขอโทษ...ปลาไม่ได้ทำอะไรผิด ใครๆก็ลังเลได้ทั้งนั้น แต่ความจริงเรื่องนี้ จะทำให้ปลาหลุดพ้นจากที่นี่ เชื่อพี่นะ...อย่าลังเลจะเปิดเผยความจริงเพื่อตัวของปลาเองนะ”

วิญญาณปลาก้มหน้านิ่งแล้วค่อยๆเลือนร่างไป เจติยาไม่รอช้า รีบเปิดคอมพิวเตอร์ของปลาและลงมือค้นหาความจริงทันที แล้วก็ต้องหน้าซีด เมื่อค้นพบความลับของเด็กสาวที่แอบหลงรักนักศึกษาหนุ่มชื่อบอล แต่ต้องอกหักเมื่อเขาค้นพบว่าเธอใช้ภาพปลอมลวงเขามาตลอด บอลโมโห โวยวายใหญ่ที่เธอคิดว่าเขาเป็นไอ้โง่หลอกง่าย

“เราขอโทษ...เราไม่ได้อยากหลอกบอลนะ แต่เรากลัวว่าถ้าใช้รูปจริง บอลจะไม่รับเราเป็นเพื่อน”

ท่าทางสลดของปลาไม่ได้ทำให้บอลหายโมโห จนต้องโพล่งออกไปเสียงเข้ม “ถ้าจะเป็นเพื่อนกัน หน้าตาจะเป็นยังไง มันไม่เกี่ยวหรอก แต่ถ้าหลอกกันอย่างนี้ เรารับไม่ได้ หน้าตาก็ดูไม่ได้แล้วนิสัยยิ่งแย่อีก”

บอลตัดสัมพันธ์และไม่ยอมพูดด้วยอีก ปลาช้ำใจมากเพราะตั้งความหวังไว้มาก และเรื่องก็เลวร้ายมากขึ้นเมื่อบอลเอาเรื่องเธอมาประจานบนโลกโซเชียล โดยมีมิ้น คุ้กกี้และเดร่วมแฉ

“ที่เอามาโพสต์ ไม่ได้อยากประจานนะครับ แต่มันทนไม่ไหว คงต้องจบแล้วกับคนคนนี้ ไม่มีความจริงใจเลย”

ข้อความแสดงความคิดเห็นแบบเสียๆหายๆตามมาเป็นพรวน แต่พวกบอลก็ไม่หยุด โดยเฉพาะกลุ่มมิ้นที่พยายามบอกทุกคนว่าหญิงสาวปริศนามีตัวตนจริงและเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเธอ

“แกไม่รู้จักหรือ ฉันเคยเห็นหนังหน้ามาแล้ว สมควรแล้วล่ะที่ต้องใช้รูปคนอื่น”

“ศัลยกรรมคงช่วยไม่ไหว ต้องตายแล้วเกิดใหม่เท่านั้น!”

ประโยคสุดท้ายของเดทำให้วิญญาณปลาสะอื้นฮัก อับอายถึงขีดสุดที่ความลับถูกเผยในสภาพนี้ เจติยาสงสารมาก และตัดสินใจเอาเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้

พ่อแม่ของเด็กสาวฟัง แต่แทนที่ทั้งสองจะเห็นใจ กลับต่อว่าลูกสาวที่ทำเรื่องงามหน้าเช่นนั้น นิษฐาทนไม่ไหว โพล่งออกไปว่าปลาต้องทำแบบนั้นเพราะถูกเปรียบเทียบจากพี่น้องตลอด เลยต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ทั้งสองขายหน้า

“ลูกทุกคนอยากเป็นคนโปรด อยากให้พ่อแม่ชื่นชมกันทั้งนั้นล่ะค่ะ” เจติยาสรุปเสียงอ่อน

“ใช่ค่ะ...เมื่อปลาทำดีแล้วสู้พี่ๆไม่ได้ เขาก็เรียกร้องความสนใจด้วยการทำเรื่องอื่นที่พี่ๆไม่ทำ ถึงจะต้อง

แลกกับการโดนดุโดนด่าก็คุ้ม อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็หันมาสนใจตัวบ้าง เหมือนตอนที่เคยไปขโมยของในห้างไงคะ”

ถ้อยคำของนิษฐาทำให้พ่อแม่ของปลาต้องคิดตาม เจติยาเห็นท่าทีอ่อนลงเลยช่วยกล่อมอีกแรง

“ถ้าทางบ้านเข้าใจปลากว่านี้ หนูเชื่อว่าปลาจะไม่คิดสั้น ถ้าลูกปรึกษาพ่อแม่ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะพึ่งใครแล้วค่ะ”

พ่อแม่ของปลาน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ กว่าจะรู้ความจริงเกี่ยวกับลูกสาวก็สายไป ไม่มีโอกาสทำดี

ต่อกันอีก วิญญาณของปลาเห็นดังนั้น เลยอาศัยเจติยาให้สารภาพความในใจและเอ่ยคำขอโทษ ขอให้ท่านทั้งสองอโหสิกรรมให้ด้วย พ่อแม่ของปลากอดกันแน่นด้วยความสะเทือนใจ รับรู้ได้ว่าลูกสาวมาหาและกล่าวคำลาเป็นครั้งสุดท้าย

ooooooo

กลุ่มคนต่อมาที่เจติยา นิษฐาและนวัชต้องไปเคลียร์คือกลุ่มเพื่อนปลาที่มหาวิทยาลัย ทั้งกลุ่มไม่พอใจมากที่ต้องเจอพวกเจติยาอีก แต่ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อนักแต่งศพสาวบอกว่าทราบความจริงทั้งหมดเรื่องความลับของปลา

“เราก็แค่ด่า แต่ปลาดันฆ่าตัวตายเอง ไม่ใช่ความผิดพวกเราซะหน่อย” คุกกี้แถ

นวัชถอนหายใจเหนื่อยหน่ายแล้วพยายามอธิบาย “ใช่ครับ...ปลาฆ่าตัวตายเอง แต่สาเหตุก็มาจากที่พวกคุณ ทั้งด่า ทั้งประจาน มันมีผลกดดันให้เขาฆ่าตัวตาย ถ้าเป็นบางประเทศ พวกคุณโดนข้อหาฆ่าคนตายไปแล้ว”

“ปลาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ถ้าเขาไม่โกหก เรื่องทั้งหมดก็ไม่เกิดขึ้นหรอก” บอลโต้

“ปลาผิดที่โกหก แต่การเอาเขามาประณามให้อับอาย จนเขาทนใช้ชีวิตต่อไม่ได้ ไม่ผิดและโหดร้ายกว่าหรือ”

คำพูดของนิษฐาทำให้ทุกคนอึ้ง พวกเด็กๆร้องไห้กันใหญ่ รู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจปลาจนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เจติยาจึงถือโอกาสเตือนสติไม่ให้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีก

“โลกในโซเชียลเน็ตเวิร์กมันกว้างไม่มีขีดจำกัด ถึงบางทีเราจะไม่รู้จัก ไม่เห็นหน้ากันก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบคำพูดและผลที่ตามมา ก่อนจะว่าร้ายใครต้องคิดให้เยอะ คนเราทนรับความกดดันได้ไม่เท่ากัน ให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน อย่าให้เกิดซ้ำขึ้นอีก”

กลุ่มเพื่อนของปลาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด พวกเจติยาหันมามองหน้ากันยิ้มๆ หวังสุดใจว่าเด็กเหล่านี้จะสำนึกและไม่ทำผิดซ้ำ ส่วนวิญญาณของปลาก็ปรากฏร่างให้เห็นอีกครั้งในเย็นวันเดียวกัน เพื่อขอบคุณและขอลาไปสู่ภพภูมิของตน นักแต่งศพสาวมีความสุขมากที่ได้ช่วยเหลือวิญญาณให้หมดห่วง แต่สุขได้ไม่นานก็ต้องตกใจ เมื่อมีมอเตอร์ไซค์ท่าทางแปลกๆผ่านมาแล้วชักปืนยิงกันสนั่น!

ปรากฏว่ามือปืนพวกนั้นไม่ได้จะยิงเจติยา แต่ต้องการฆ่าล้างแค้นฉายแฟนเก่าของพลอย โทษฐานทำให้ตำรวจบุกไปทลายรังค้ายาของทรายกับจอห์นเมื่อคราวก่อน อดีตนักซิ่งอาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนเจติยาร้อนรนด้วยความเป็นห่วงน้องชายคนเดียว กลัวโดนหางเลขไปด้วย เลยรีบไปเตือนถึงบ้าน แต่นทีกลับไม่ยี่หระ เพราะเชื่อว่าพวกค้ายาคงไม่รู้ว่าเขาเป็นคนโทร.แจ้งตำรวจให้ไปช่วยพลอย

เจติยาโกรธมากที่น้องชายประมาทและพูดเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย นทีถูกดุมากก็เริ่มอารมณ์เสีย หงุดหงิดพี่สาวที่บ่นไม่หยุดจนน่ารำคาญ นักแต่งศพสาวเห็นน้องหัวเสียเลยตัดสินใจเตือนสติ

“พวกนั้นจะรู้หรือไม่ เราก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ยังไงช่วงนี้แกก็อยู่ห่างๆพลอยไว้หน่อยละกัน เกิดมันมาทำร้ายพลอยอีกคน แกจะได้ไม่โดนลูกหลงไปด้วย”

“มันจะมาทำร้ายพลอยแบบนี้ ผมยิ่งต้องอยู่ใกล้ๆ ถ้าทิ้งพลอยเพราะรักตัวกลัวตาย ก็เอากระโปรงมานุ่งเหอะ”

“นี่มันไม่ใช่เวลาโชว์ความเป็นลูกผู้ชายนะนที ถึงขั้นยิงกันกลางเมือง ขืนเราเข้าไปยุ่งแล้วโดนยิง แม่จะทำยังไง”

มยุรีทนฟังอยู่นานอดไม่ได้ โพล่งออกไปด้วยท่าทางจริงจัง แต่สองแม่ลูกก็ต้องมองหน้ากันเครียดๆ เมื่อนทีปฏิเสธเสียงเข้ม ไม่ยอมอยู่ห่างจากพลอยเด็ดขาด...เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยทัน พี่เจกับแม่อย่าห้ามผมเลย

ooooooo

ระหว่างที่เจติยากำลังกลุ้มเรื่องน้องชาย ลาภิณยังไม่รู้เรื่องเพราะมัวติดพันธุระกับพิมพ์อร ตบท้ายที่ทั้งสองไปดื่มกันนิดหน่อย ก่อนที่ลาภิณจะพาเธอไปส่งบ้าน กสิณรอจังหวะอยู่แล้ว แกล้งใช้อำนาจทำให้สองหนุ่มสาวใกล้ชิดกัน วนันต์รู้ทันและตัดสินใจไปแยกลูกสาวออกมาก่อนจะทำเรื่องเลวร้ายไปกว่านี้

ลาภิณกลับไปแล้วด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย ที่ปล่อยให้สัมผัสชั่ววูบกับพิมพ์อรครอบงำความผิดชอบชั่วดีไปชั่วขณะ ส่วนวนันต์ตรงไปหากสิณถึงห้องและต่อว่าที่จงใจก่อเรื่องแบบนั้นให้พิมพ์อรถลำลึกกับบ่วงตัณหา

“ฉันควรจะถามคุณมากกว่าคุณวนันต์ ทำไมคุณถึงมาขัดขวางฉัน ทั้งที่ฉันกำลังช่วยลูกสาวคุณอยู่”

“ช่วยให้ลูกอรทำบาปมากขึ้นน่ะสิ ลูกสาวฉันเคยเป็นคนรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่เป็นเพราะแกคอยยุแยงเขา จนทุกวันนี้ลูกอรกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว รู้จักแต่จะเอาชนะ โดยไม่สนใจความผิดถูกแล้ว”

“ก็แล้วใครล่ะ ที่เป็นคนมอบฉันให้พิมพ์อร...คุณเองไม่ใช่หรือคะ”

วนันต์ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน แค้นใจมากที่ถูกตอกกลับ “ใช่...คนเลวที่สุดคือฉันเอง ฉันมันโง่แล้วก็อ่อนแอ ถึงต้องขอความช่วยเหลือจากแก ปล่อยให้แกครอบงำ แล้วยังส่งต่อแกไปทำร้ายลูกสาวฉันเองอีก”

“ฉันไม่เคยทำร้ายคุณหรือพิมพ์อรเลย สิ่งที่ทำร้ายพวกคุณ มันคือกิเลสในจิตใจพวกคุณเองต่างหาก ฉันก็แค่...ทำทุกอย่างให้คุณสบายใจจะใช้งานฉัน จำแลงร่างกาย ทำให้คุณเชื่อมั่น และเมื่อฉันถูกส่งต่อให้พิมพ์อร...”

กสิณแปลงร่างจากสาวสวยเป็นหนุ่มหล่อ ท่าทางเข้มแข็งและเฉลียวฉลาด คนเดียวกับที่เคยรับใช้วนันต์เมื่อหลายสิบปีก่อน แสยะยิ้มร้ายพร้อมกับแปลงร่างกลับไปเป็นหญิงสาวสวยงามอีกครั้ง

“ฉันจำแลงกายให้เป็นแบบที่พิมพ์อรจะวางใจและสบายใจจะอยู่ใกล้ชิด เห็นไหมว่าฉันทำตามความ ต้องการพวกคุณก็เท่านั้น...ฉันจะไม่มีทางเติบโตหรือมีพลังเพิ่มขึ้นเลยถ้าไม่มีกิเลสของพวกคุณ มนุษย์มักจะโทษว่าปีศาจชักนำไปในทางที่ผิด แต่แท้จริง...สิ่งที่พามนุษย์ไปสู่จุดจบคือตัวมนุษย์เอง ปีศาจแค่อำนวยความสะดวกเท่านั้น”

“แล้วฉันต้องทำยังไง แกถึงจะยอมปล่อยลูกสาวฉัน”

“คุณก็รู้ว่ามีสองทาง ถ้าพิมพ์อรไม่ตาย ก็ต้องยกเหรียญให้คนอื่น แต่ฉันว่าเธอคงไม่เลือกทั้งสองทางนั่นแน่”

วนันต์ช้ำใจจนน้ำตาคลอ ด้วยสภาพร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ ทำให้ปกป้องหรือทำให้ลูกเชื่อฟังไม่ได้เลย

ด้านลาภิณ...กลับถึงบ้านเมื่อเวลาล่วงเข้าวันใหม่ไปหลายชั่วโมง เจติยาตื่นมายิ้มรับแล้วดูแลให้เขาทำธุระส่วนตัวจึงเข้านอน ไม่เอะใจเลยแม้จะเห็นเส้นผมผู้หญิงติดเสื้อทำงานเขามาด้วย เช่นเดียวกับลาภิณที่ปัดเรื่องพิมพ์อรทิ้งไปแล้ว จนเมื่อได้เจอกับสิทธิพรเพื่อนสมัยเด็ก ซึ่งแวะมาหาถึงนิราลัยในเช้าวันถัดมา

เจติยาออกมาต้อนรับและทำความรู้จักกับเพื่อนสมัยเด็กของสามีด้วย แต่ที่ทำให้ต้องคิดมาก ก็เมื่อดันแอบได้ยินบทสนทนาของสองหนุ่มลับหลังเธอ โดยเฉพาะคำพูดของสิทธิพรที่กระแทกใจอย่างแรง

“เมียแกนี่ก็แปลกนะ เห็นสวยๆ เอวบางร่างน้อยแต่ชอบทำงานกับศพ”

“ถือว่าเป็นโชคดีของฉัน ไม่มีใครช่วยธุรกิจฉันได้ดีเท่ากับเจอีกแล้ว”

“ก็จริง...เห็นอย่างนี้แล้ว ฉันก็ค่อยสบายใจหน่อย กลัวแกจะไปหลงเสน่ห์ยายแม่ม่ายอรนั่น”

ลาภิณไม่สบายใจที่เพื่อนพูดถึงพิมพ์อรแบบนั้น แต่เพราะไม่รู้เรื่องอะไรมากเลยได้แต่พยักหน้ารับแกนๆ ผิดกับเจติยาที่ไม่เห็นท่าทางสามี แต่ถ้อยคำของสองหนุ่มก็ทำให้อดกังวลลึกๆไม่ได้...หวังว่าคุณต้นคงจะไม่ดีแตก

ooooooo

หลังปล่อยให้พิมพ์อรกับชาครควานหาตัวอยู่นาน ในที่สุดอยุทธ์ลูกชายคนเล็กของวนันต์ก็ปรากฏตัว แต่ในสถานะผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมแฟนสาว นวัชเป็นคนดูแลคดีนี้ และพยายามกันตัวอยุทธ์ไว้สอบปากคำเพิ่มเติม แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะมีสื่อมวลชนให้ความสนใจคดีนี้เป็นจำนวนมาก

เมื่อวนันต์ทราบเรื่องก็ร้อนรนมาก เร่งให้พิมพ์อรกับชาครช่วยเหลืออยุทธ์เป็นการใหญ่ สร้างความไม่พอใจให้แก่พิมพ์อรเป็นอย่างมาก ที่พ่อรักและเป็นห่วงน้องชายจนออกนอกหน้า ส่วนชาครรีบไปโรงพักเพื่อทำตามคำสั่งของวนันต์ เลยได้ทราบจากนวัชว่ากำลังรอภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันความบริสุทธ์ของอยุทธ์ จึงเสนอตัวเป็นคนดำเนินการทุกอย่างเกี่ยวกับคดีนี้ให้ตำรวจเอง แต่กลับปฏิเสธเมื่ออยุทธ์ขอเจอหน้าวนันต์สักครั้ง

อยุทธ์ไม่เข้าใจนัก เมื่อพยายามซักว่าเหตุใดพิมพ์อรถึงไม่อยากให้เขาไปเยี่ยมพ่อ ก็ถูกชาครตัดบทตลอด อ้างว่าสุขภาพของวนันต์ไม่ค่อยดีเลยต้องขอเวลาให้พักผ่อน ชายหนุ่มผู้ต้องสงสัยได้แต่ปลงตก นั่งก้มหน้านิ่งที่โรงพัก เศร้าใจมากที่ไม่มีโอกาสเจอพ่อ โดยมีวิญญาณเรนี่หรือวริษา แฟนสาวของเขานั่งเป็นเพื่อนไม่ห่าง

เวลาเดียวกันที่ห้องแต่งศพของนิราลัย...เจติยาซึ่งเป็นกังวลจากคำพูดของลาภิณกับสิทธิพร จนสติไม่อยู่กับเนื้อตัว ทำงานสะเพร่าจนทวีต้องทัก แต่หญิงสาวก็แถเอาตัวรอดไปได้โดยอ้างว่านอนน้อย สมองเลยเบลอๆ เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งท่าจะพูดกับสามีตรงๆ ก็ไม่มีโอกาสเพราะลาภิณต้องออกไปทำธุระกับพิมพ์อร แต่ที่ทำให้ตกใจกว่าคือข่าวของอยุทธ์ที่เขาทราบจากพิมพ์อรว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าแฟนตัวเองตาย

แต่ถึงกระนั้น เรื่องของอยุทธ์ก็ไม่ทำให้เจติยาติดใจมากไปกว่าความสนิทสนมของสามีกับพิมพ์อรที่นับวันจะแนบแน่นมากขึ้น นักแต่งศพสาวพกพาความไม่สบายใจไปหาแม่ที่ร้าน แต่ต้องเครียดกว่าเดิม เมื่อแม่ทะเลาะกับน้องชายเพราะดันไปมีเรื่องชกต่อยเพื่อปกป้องพลอย นทีพยายามแก้ต่างให้เพื่อนสาวคนสนิทว่ากลายเป็นเหยื่อ ไม่มีใครให้โอกาสกลับตัว แต่มยุรีไม่เข้าใจและยื่นคำขาดให้เลิกยุ่งกับพลอย

เจติยาตกที่นั่งลำบากกลายเป็นคนกลางระหว่างแม่กับน้อง เลยตัดสินใจไปคุยกับน้องชายที่บ้าน นทีทำหน้าเมื่อยเมื่อเห็นหน้าพี่สาว รู้ดีว่าต้องโดนเทศนายกใหญ่ เลยตัดสินใจดักคอด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ทุกคนเอาแต่โทษพลอย แค่เขาเคยเกเร แล้วต้องเลวไปตลอดชีวิตเลยหรือไง ทำไมไม่มีใครให้โอกาสกันบ้าง”

เจติยาถอนใจหนักหน่วง อ่อนใจอารมณ์ร้อนของน้องชาย “แล้วสิ่งที่แกพูดกับแม่ คือการขอโอกาสอย่างนั้นหรือนที แกปกป้องผู้หญิงคนหนึ่งด้วยการทำเรื่องแย่ๆกับผู้หญิงที่รักแกมากที่สุด รู้จักแกมาทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่ไม่กี่เดือน”

นทีอึ้ง จนด้วยเหตุผลจนเถียงไม่ออก “เอาไว้แม่กลับมา แล้วผมจะขอโทษแม่เองละกัน”

เจติยาพยักหน้ารับรู้ แล้วตัดสินใจถามตรงๆเรื่องระดับความสัมพันธ์ของน้องชายกับเพื่อนสาวว่าถึงขั้นไหน นทีโมโหมาก หาว่าพี่สาวดูถูกพลอยว่าใจง่ายและปล่อยตัวปล่อยใจกับทุกคนที่ใกล้ชิด เจติยาต้องอธิบายเสียงอ่อน

“ฉันไม่ได้ดูถูก แต่ฉันต้องถามไว้ก่อน นที...พี่ไม่ได้หัวโบราณถึงขนาดยอมรับเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ แต่พี่ก็ไม่เคยคิดว่าการชิงสุกก่อนหาม จะเป็นสิ่งถูกต้องหรือว่าควรทำอยู่ดี แกรู้ไหม...ว่าคนเราต่างจากสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นตรงไหน...ก็ตรงที่รู้จักรัก แล้วก็รู้จักยับยั้งชั่งใจน่ะสิ”

นทีนิ่งคิดตาม แม้จะเห็นด้วยแต่ยังทิฐิไม่ยอมรับ เจติยาไม่ยอมแพ้ พยายามพูดเตือนสติอย่างใจเย็นที่สุด

“สิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกนี้ มันมีสัญชาตญาณในการดำรงเผ่าพันธุ์ทั้งนั้นแหละ แต่มนุษย์มีมากกว่านั้น เพราะเราเลือกจะมีมันกับคนที่รัก และรู้จักยับยั้งชั่งใจได้ถ้ารู้ว่ามันจะทำให้ตัวเองหรือคนรอบข้างต้องเดือดร้อน”

นทีอึ้งไปอึดใจ แต่ยังฟอร์มจัดแกล้งฮึดฮัดบ่นว่ารำคาญ เจติยาเริ่มหงุดหงิดที่น้องชายดื้อด้านเลยออกปากไล่ไปให้พ้นหน้า และให้เก็บคำพูดเธอไปคิดดีๆ...สอนเท่าไหร่ก็อย่าเข้าหูซ้ายออกหูขวา นี่ฉันพูดเพราะหวังดีกับแกนะ!

ooooooo

อาการแข็งขืนของน้องชายทำให้เจติยาปวดประสาท เมื่อโทร.ปรึกษากับนิษฐาเลยได้รับคำปลอบใจว่าทำถูกแล้ว เจติยาถอนใจหนักหน่วงแล้วตกปากรับคำไปทานข้าวกับเพื่อนรักที่บ้านนวัช เลยมีโอกาสได้พบอยุทธ์ ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมแฟนสาวซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนตอนนี้

นวัชสงสารและเห็นใจอยุทธ์มากที่ไม่มีที่ไป เลยตัดสินใจให้มาพักที่บ้านด้วย ระหว่างรอผลภาพจากกล้องวงจรปิด เจติยายิ้มให้อยุทธ์ตามประสาคนอัธยาศัยดี และทักทายหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่ตามมาด้วย ซึ่งได้ความว่าชื่อวริษาหรือเรนี่ แต่ไม่ทันถามไถ่ว่าเป็นใครมาจากไหน ก็ต้องตะลึงเสียก่อนเมื่อได้ยินคำพูดของนิษฐา

“พูดแล้วก็เซ็งแทนคุณอยุทธ์นะแก เป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ยังไม่รู้ว่าผิดจริงหรือเปล่าเลย แต่พ่อกับพี่สาวดันไม่ให้เข้าบ้านซะงั้น อะไรจะขนาดนั้น...แกดูท่าทางคุณอยุทธ์สิ เหมือนฆาตกรโหดตรงไหน ฉันว่าอุบัติเหตุมากกว่า”

เจติยาเริ่มสังหรณ์ใจตงิดๆ “แล้วแฟนเขาเสียเพราะอะไร”

“ตกจากที่จอดรถคอนโด ตำรวจสงสัยว่าถูกผลักลงมา แต่ฉันว่าไม่จริง ท่าทางคุณอยุทธ์รักคุณเรนี่จะตายไป”

เจติยาอึ้งไปสองสามวินาทีแล้วหันไปมองวิญญาณเรนี่ที่นั่งหน้าเศร้าไม่ห่างกันนั้น ดูท่าเรื่องราวของสองหนุ่มสาวจะไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาอย่างที่ทุกคนคิด และก็จริงดังคาด เมื่อวิญญาณของเรนี่ตามมาคุยกับเจติยาถึงบ้าน พร้อมกับระบายความกังวลใจ กลัวแฟนหนุ่มจะต้องรับเคราะห์ในคดีที่ไม่ได้ก่อ

“ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนฆ่าคุณ ก็ไม่ต้องกลัวค่ะ เดี๋ยวพอตำรวจได้ดูภาพกล้องวงจรปิด เขาก็จะพ้นข้อกล่าวหาเอง”

วิญญาณเรนี่พยักหน้ารับ สีหน้าเศร้าใจมากที่แฟนหนุ่มต้องเจอเรื่องแบบนี้ “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีค่ะ อยุทธ์กับฉันมีชีวิตคล้ายๆกัน ไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัวเหมือนกัน ฉันไม่อยากเห็นเขาโชคร้ายไปกว่านี้”

เจติยานิ่วหน้า สังเกตได้ว่าวิญญาณเรนี่เป็นห่วงอยุทธ์ด้วยความจริงจังและจริงใจ แต่เมื่อพยายามซักไซ้รายละเอียดอื่นๆ เธอกลับปิดปากเงียบ เหมือนกำลังกุมความลับอะไรบางอย่าง

ฟากพิมพ์อรบอกพ่อว่าอยุทธ์ปฏิเสธไม่มาเจอและจะจัดการเรื่องคดีเอง วนันต์กลุ้มใจมากที่ลูกชายมีทิฐิโกรธเคืองเขาเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ลาภิณซึ่งตามมาเยี่ยมเพื่อนเก่าของพ่อต้องปลอบให้ใจเย็น ว่าเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาและความละเอียดอ่อน เขาก็เคยทะเลาะกับแม่เพราะความเข้าใจผิดจนไม่อยากกลับเมืองไทยด้วยซ้ำ

“มันก็ใช้เวลานานเหมือนกันครับคุณลุง ต้องค่อยๆ ปรับกันไป ในฐานะลูกดื้อๆคนหนึ่ง ผมยืนยันให้คุณลุงสบายใจได้เลย ว่าถึงผมจะโกรธพ่อแม่ยังไง ผมก็ไม่เคยเกลียด แค่น้อยใจกับทิฐิ ไม่ใช่ไม่รักแล้วก็ตัดขาดกันง่ายๆ”

“ขอบใจมากนะต้น ลุงก็หวังว่าเจ้ายุทธ์จะคิดไม่ต่างจากต้น ก่อนตายขอลุงได้เจอหน้าลูกชายอีกครั้งก็ยังดี”

ลาภิณบีบมือให้กำลังใจ วนันต์ยิ้มบางๆน้ำตาคลอ ซึ้งใจมากที่ลูกชายเพื่อนเก่าเข้าใจและเห็นใจคนแก่สำนึกผิดอย่างเขา พิมพ์อรประทับใจมาก นับวันก็ยิ่งอยากได้ชายหนุ่มรุ่นน้องมาครอบครองมากขึ้นทุกที กสิณชอบใจมากและคอยยุยงตลอดว่าพร้อมทำตามที่เธอปรารถนาเสมอ แต่พิมพ์อรยังทำใจไม่ได้ ไม่อยากแย่งสามีใครและผละจากไปดื้อๆ กสิณมองตามพร้อมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

“เธอใจแข็งได้อีกไม่นานหรอกพิมพ์อร แล้วสักวัน... ความปรารถนาของเธอจะเป็นอาหารอันโอชะของฉัน!”

ooooooo

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด