สมาชิก

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร

เจติยาลืมตาขึ้นด้วยสภาพมึนงง ความเจ็บปวดที่ท้องหายไปแล้ว ลาภิณเฝ้าดูแลไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง อยากให้ภรรยาไปเช็กที่โรงพยาบาล เผื่อเป็นอะไรรุนแรงจะได้รักษาทัน แต่นักแต่งศพสาวปฏิเสธ รู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น แต่ภาพหลอนในอดีตต่างหากที่ทำให้เธอมีอาการเช่นนี้

ลาภิณถอนใจเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของภรรยา อดเย้าไม่ได้ว่าเธออาจจะท้องก็ได้ เจติยาทุบสามีด้วยความเขินอาย แต่ไม่ทันโต้อะไรก็เห็นกระดุมเสื้อหน้าตาแปลกๆบนพื้นห้องเสียก่อน แต่ลาภิณไม่เห็น แถมย้อนถามอีกต่างหากว่าเป็นของใคร เจติยาสงสัยเรื่องเดียวกัน แล้วก็ได้คำตอบเมื่อเห็นวิญญาณของนพชัย

“กระดุมเสื้อตัวที่ผมใส่วันตาย...หามันให้เจอ มันเป็นกล้องลับ”

เจติยาถึงกับอึ้งไป คดีที่คิดว่าจบแล้ว กลับมีหลักฐานใหม่โผล่มาอีก และคราวนี้นักแต่งศพสาวก็ไม่ยอมเสียเวลา รีบโทร.หานวัชให้ตามหากระดุมในที่เกิดเหตุเพื่อหาภาพในวันนั้น แล้วก็ต้องอึ้งเป็นรอบที่สองของวัน เมื่อพบว่าเถกิงเป็นฆาตกรตัวจริง แต่เมื่อผู้กำกับคนใหม่ทราบ กลับตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง หาว่านวัชจับผิดตัว

เจติยายิ้มเยือกเย็นแล้วโต้เสียงเรียบ “เราจับคนผิดไปค่ะ ภาพในกล้องของผู้กำกับนพชัยทำให้เข้าใจผิด แต่ตอนนี้เราได้ภาพจากกล้องอีกตัวแล้ว คราวนี้จับไม่ผิดตัวแน่นอน”

เถกิงไม่เคยเห็นเจติยา นิ่วหน้าสงสัยว่าคือใคร นวัชเลยถือโอกาสแนะนำอย่างเป็นทางการว่านักแต่งศพสาวคือผู้ช่วยมือดีที่ช่วยเขาสะสางคดีมาหลายงานแล้ว แถมโชว์กระดุมเสื้อของนพชัยที่ซ่อนกล้องขนาดจิ๋วไว้ หลักฐานชิ้นสำคัญทำให้รู้ว่าผู้กำกับคนใหม่เป็นคนก่อเหตุทั้งหมด เถกิงไม่สะทกสะท้าน นวัชเลยต้องเฉลยข้อสันนิษฐาน

“คุณคงมาซ่อนตัวในบ้าน รอผู้กำกับนพชัยอยู่ก่อน น่าจะเห็นตอนเขามีเรื่องด้วยซ้ำ เลยเข้าทางคุณเพราะจะได้มีแพะรับบาป แต่คุณก็พลาดที่ถูกผู้กำกับกัดจนมีเศษเนื้อติดซอกฟัน ถ้าเราเปิดแขนเสื้อคุณตอนนี้ ก็น่าจะเห็นรอยแผล”

เถกิงอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าผู้กองหนุ่มจะเล่าเรื่องได้เป็นฉากๆขนาดนี้ นวัชไม่หยุด บอกว่าผู้กำกับคนใหม่คงจงใจลากศพนพชัยไปห้องน้ำ เพื่อทำลายหลักฐานอำพรางคดีว่าถูกโจรฆ่าระหว่างอาบน้ำและลบรอยนิ้วมือตัวเอง เถกิงหน้าซีดเผือด จำยอมให้ลูกน้องของนวัชใส่กุญแจมือให้ แต่ฉับพลันนั้นเอง...ผู้กำกับคนใหม่ก็เปลี่ยนใจ ล็อกแขนลูกน้องของนวัชแล้วจับเป็นตัวประกัน นวัชหัวเสียมาก พยายามกล่อมให้ยอมแพ้แต่เถกิงก็ไม่หวั่นและแหวลั่น

“หุบปากไปเลย แกไม่รู้หรอกว่าคนหนุนหลังฉันเป็นใคร คนอย่างแก...ก็เหมือนกับไอ้นพชัยนั่นแหละ ฉันกล่อมมันไม่รู้กี่รอบ มันก็ยังตามสืบไม่เลิก ถึงต้องมีจุดจบแบบนั้นไงล่ะ”

“แต่จุดจบของแก ก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนักหรอก”

เสียงห้าวของลูกน้องนวัชทำให้เถกิงหน้าเปลี่ยนสี จำได้ดีว่าเป็นเสียงของเพื่อนรักที่ตัวเองเป็นคนปลิดชีวิต วิญญาณนพชัยตัดสินใจสิงร่างลูกน้องนวัช เถกิงสติแตกวิ่งหนีไปนอกบ้าน ปากก็ตะโกนขับไล่ผีเพื่อนรัก

วิญญาณนพชัยในร่างลูกน้องนวัชย่างสามขุมเข้าหา “แกจะหนีฉันไปไหน เราเคยเป็นเพื่อนรักกันมากไม่ใช่หรือ แกรู้ไหมว่าการถูกรัดคอจนตายมันทรมานแค่ไหน แต่มันทรมานยิ่งกว่าที่รู้ว่าเป็นฝีมือเพื่อนรักหักหลัง”

สภาพคอพับเหมือนถูกหักของวิญญาณนพชัยทำให้เถกิงยอมแพ้ ปล่อยให้นวัชพาตัวไปดำเนินคดีแต่โดยดี วิญญาณผู้กำกับใหญ่ขอบคุณเจติยาที่ช่วยให้คดีของเขาคลี่คลาย นักแต่งศพสาวยิ้มรับ ปลื้มใจที่ได้ทำความดีช่วยเหลือคนอื่น แต่ไม่ทันไปไหน ก็ต้องตกใจเสียก่อนเมื่อนิษฐาโทร.มาหาพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือ นวัชก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อได้ยินเจติยาอุทานชื่อแฟนสาวด้วยน้ำเสียงแตกตื่น ทั้งสองเลยเร่งรุดไปหาทันที...

ooooooo

ลาภิณเพิ่งวางสายจากเจติยาที่โทร.บอกว่ากำลังไปหานิษฐา ที่ดูจะมีเรื่องกังวลใจบางอย่างพร้อมกับนวัช แม้จะเป็นห่วงภรรยาสุดที่รัก แต่ก็เบาใจเพราะมีนวัชไปด้วย

เจ้าของนิราลัยหนุ่มกำลังจะออกไปข้างนอก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชื่อพิมพ์อรบนมือถือ แล้วก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางขับรถเมื่อลูกสาวเพื่อนเก่าพ่อโทร.มาขอความช่วยเหลือเรื่องรถเสีย

พิมพ์อรดีใจมากที่ลาภิณรับสาย ใช้มารยาหญิงหลอกล่อให้เขามาช่วยเธอด้วยความเต็มใจ โดยไม่รู้เลยว่าเป็นแผนร้ายของกสิณที่ทำให้รถเสียเพื่อเปิดโอกาสให้พิมพ์อรได้ใกล้ชิดกับลาภิณ

ลาภิณใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดที่รถพิมพ์อรจอด เขาพยายามช่วยซ่อมรถให้ แต่ก็ไม่ได้เรื่องเพราะกสิณใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้รถสตาร์ตไม่ติด สองหนุ่มสาวเลยไปนั่งรอในร้านมินิมาร์ทของปั๊มไม่ไกลกันนั้น รอช่างมาเอารถ พิมพ์อรมีความสุขมาก เอ่ยชมเขายิ้มๆที่มีความสามารถหลายอย่าง ไม่เหมือนเธอที่ทำอะไรไม่เป็นเลย

“ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็งี้แหละครับ ผมถูกส่งไปอยู่เมืองนอกคนเดียว ก็ต้องฝึกทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่าง”

“ผิดกับพี่อร สมัยวัยรุ่น พี่แทบไม่เคยทำอะไรเลย วันๆเอาแต่เรียนหนังสือ ตั้งใจเรียน คุณพ่อจะได้ภูมิใจ”

“ท่าทางพี่อรจะเป็นลูกติดพ่อนะครับ เห็นพูดถึงคุณพ่อตลอด”

“ก็เรามีกันสองคนนี่คะ คุณพ่อเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับพี่ค่ะ”

ลาภิณยิ้มบางๆ พลางก้มดูนาฬิกานิดหน่อย พิมพ์อร ลอบมองตลอดเลยแกล้งบอกให้กลับก่อนก็ได้ เพราะเกรงใจเจติยา แต่เจ้าของนิราลัยหนุ่มกลับบอกว่าไม่เป็นไร เพราะภรรยาสุดที่รักไปหาเพื่อนที่บ้าน คงอีกสักพักกว่าจะเสร็จ พิมพ์อรเลยได้แต่ยิ้มปลื้ม ดีใจมากที่ได้ใกล้ชิด เขา...ชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ประทับใจมากขึ้นทุกที

ฝ่ายเจติยานั่งปลอบนิษฐาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น โดยมีนวัชช่วยด้วยไม่ห่าง ได้ความว่าที่ต้องโทร.ตามเพื่อนรักกับแฟนหนุ่มมา เพราะเพิ่งทราบจากพ่อกับแม่ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่กลับมีทนายติดต่อมาให้ไปดูใจพ่อแท้ๆที่ป่วยหนัก นิษฐาร้อนรนมากเพราะไม่คิดมาก่อน ต่างจากเจติยาที่ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ พลางยิ้มบางๆ ให้กำลังใจ เช่นเดียวกับนวัชที่พยายามบอกให้เลิกคิดมาก เพราะถึงอย่างไร ทุกคนรอบตัวก็รักนิษฐาไม่เปลี่ยนแปลง

นิษฐาพยักหน้ารับทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ เจติยาอยากผ่อนคลายบรรยากาศ เลยแกล้งเย้าเพื่อนรักไม่ให้กังวล เพราะนวัชคงไม่เปลี่ยนใจไปรักคนอื่นแน่ ผู้กองหนุ่มรับลูกเต็มที่ เลยถูกนิษฐาถองให้ขำๆ...เดี๋ยวเถอะผู้กอง!

กลางดึกวันเดียวกันที่บ้านวนันต์...พิมพ์อรยิ้มไม่หุบเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลาภิณตามลำพัง กสิณเฝ้ามองด้วยความสมเพชระคนสะใจ ชอบมากที่เจ้านายสาวสะสมพลังตัณหามากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังปรากฏร่างให้เห็นอีกต่างหาก และอดแซวไม่ได้ว่าเจ้านายสาวคงจะปลื้มลาภิณมากเป็นพิเศษ พิมพ์อรสะดุ้งแหวลั่นที่ถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว

“อย่าเพิ่งโมโหสิ ที่ฉันถาม ก็เพราะฉันช่วยเหลือเธอได้นะ”

“เขาแต่งงานไปแล้ว แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะแย่งของใคร”

“อนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ยิ่งถ้าลาภิณเปลี่ยนใจเอง จะเรียกว่าแย่งได้ไง...จริงไหม”

พิมพ์อรลังเล ใจหนึ่งก็อยากให้เขาสนใจแต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ กสิณแสยะยิ้มร้ายยุต่อ

“คนเราเปลี่ยนใจกันได้เสมอนั่นแหละ ยิ่งถ้ามีตัวเปรียบเทียบอย่างเธอด้วย”

คำพูดของกสิณทำให้พิมพ์อรคลี่ยิ้ม ความมั่นใจในตัวเองที่มีมาแต่เดิมทำให้อดเห็นด้วยไม่ได้ กสิณหัวเราะเบาๆด้วยความชอบใจ “ที่สำคัญ...ถ้าเธอได้กล่องรากบุญมาครอบครอง การจะเปลี่ยนใจเขามันก็ง่ายนิดเดียว อย่างที่ฉันเคยบอก ไม่มีอะไรที่กล่องรากบุญบันดาลให้เธอไม่ได้...แม้แต่ความรัก!”

ooooooo

นทีช่วยขนของเข้าร้านขายข้าวแกงใหม่ของแม่ พร้อมกับช่วยจัดให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเตรียมเปิดในอีกไม่กี่วันต่อมา มยุรีเดินมาพร้อมกับหลัว ผู้ช่วยแม่ครัวคนใหม่ที่จะมาทำงานด้วย นทียกมือไหว้ ส่งยิ้มบางๆให้เป็นการทักทาย แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อพลอยลูกสาวของหลัวแวะมาหาแม่เพื่อขอเงินไปโรงเรียน

ความสวยน่ารักของพลอยทำให้นทีตะลึง แต่เมื่อได้ยินเสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ของฉาย แฟนจิ๊กโก๋ของพลอยที่มารอรับไปวิทยาลัยก็อดขยาดไม่ได้ มยุรีเห็นสายตาลูกชายเลยรีบดักคอ ไม่อยากให้ยุ่งเพราะดูท่าฉายจะไม่ธรรมดา เผลอพลาดไป ไม่แคล้วต้องเจ็บตัวหรือเดือดร้อนจนเสียการเรียนเปล่าๆ

นทีเห็นด้วยกับแม่ แม้พลอยจะเรียนวิทยาลัยเดียวกัน ก็ไม่อยากไปทักให้เกิดปัญหา แต่พลอยไม่คิด เช่นนั้น ท่าทางนิ่งๆของลูกชายเจ้านายคนใหม่ของแม่ ทำให้อดส่งยิ้มให้ไม่ได้ เล่นเอานทีใจไม่ดี เพราะถูกเพื่อนทักว่าไม่ควรยุ่งกับพลอย ถ้าไม่อยากถูกฉายตามซ้อมให้เจ็บตัว

ด้านลาภิณ...อธิบายโครงการขยายกิจการของนิราลัยให้เจติยา ทวีและคณะกรรมการฟัง โดยเฉพาะโครงการเพิ่มห้องสวดศพ ทุกคนไม่ติดอะไร นอกจากความประหลาดใจที่บริษัทก่อสร้างใหญ่ของพิมพ์อรยื่นมือมาช่วยและยอมให้ชำระค่าก่อสร้างเป็นงวดๆ เจติยากับทวีหน้าเสีย และตัดสินใจบอกลาภิณเรื่องเหรียญของกล่องรากบุญ

“แล้วลุงกับเจคิดว่าเหรียญอันนั้นจะมีพลังชั่วร้ายเหมือนกล่องรากบุญหรือเปล่า”

“เราก็ยังไม่รู้ค่ะคุณต้น ตอนนี้เรารู้เกี่ยวกับเหรียญนั่นน้อยมาก เจถึงยังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังไงคะ แต่ถ้าต้องทำงานร่วมกัน เจก็อยากให้คุณต้นรับรู้เอาไว้”

“ลุงว่าเหรียญอันนั้นต้องมีพลังอะไรบางอย่างเผลอๆ ที่คุณวนันต์เป็นอภิมหาเศรษฐีได้ ก็อาจเพราะเหรียญนั่น”

“เป็นไปได้ครับ แต่ถ้าคุณลุงไม่ได้ทำเรื่องไม่ดี จะครอบครองอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร”

“แต่การต้องตกเป็นทาสของมันก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้องนะคะ”

“ถ้าคุณลุงเขาเต็มใจจะเป็นทาสมัน เราจะทำอะไรได้ล่ะเจ แต่ถ้าเขาเอาพลังจากเหรียญไปใช้ในทางที่ผิดสิ เราถึงค่อยขัดขวาง แต่ไม่ใช่บังคับให้เขามาคิดอย่างเดียวกับเรา”

เจติยายอมรับแบบเสียไม่ได้ ลาภิณเลยสรุปจะเดินหน้าเรื่องเพิ่มห้องสวดศพ ทวีไม่ติดใจอะไร ส่วนนักแต่งศพสาวอดประท้วงเล็กๆไม่ได้ ยังไม่หายหลอนจากกล่องรากบุญ จนไม่อยากเชื่อใจใครอีกแล้ว ลาภิณมองมาด้วยความเห็นใจ ยื่นมือไปบีบเบาๆพร้อมกับปลอบว่าเข้าใจเธอดีเสมอ

เวลาเดียวกันที่ห้องนอนกสิณ...พิมพ์อรปล่อยมือจากกสิณเคืองๆ โกรธมากเมื่อได้ยินความคิดของเจติยาที่ตั้งท่าจะทักท้วงโครงการที่เธอให้ความช่วยเหลือลาภิณ กสิณเหยียดยิ้มร้ายแล้วปลอบ

“ใจเย็นๆ เจติยาไม่ได้หมายถึงเธอหรอก เพราะเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นคนครอบครองเหรียญอยู่”

พิมพ์อรยิ่งโมโห “ถ้างั้นก็หมายถึงคุณพ่อฉันน่ะสิ มันจะมากเกินไปแล้ว”

“แต่ถึงยังไงตอนนี้เธอก็ต้องอดทน จนกว่าจะรู้ร่องรอยเหรียญอีกสองอัน”

พิมพ์อรขบกรามแน่น “ได้...แต่ถ้ารู้ร่องรอยเหรียญเมื่อไหร่ เธอก็จัดการแม่นี่ได้เลย”

“ฉันยินดีทำตามคำขอเสมอจ้ะพิมพ์อร”

หน้าตาบูดบึ้งด้วยความเกลียดชังของพิมพ์อรทำให้กสิณพอใจมาก ต่างจากวนันต์ที่แอบฟังจากรอยแง้มประตู หน้าเจื่อนด้วยความรู้สึกผิด เมื่อเดินออกมารับลมข้างนอก ก็อดน้ำตาคลอไม่ได้

“พ่อขอโทษอร...พ่อไม่ควรให้เหรียญกับลูกเลย”

ooooooo

นิษฐาเดินทางมาโรงพยาบาลพร้อมนวัช โดยมีสินีน้องสาวของสิโรจน์ พ่อแท้ๆของนิษฐาคอยนำทาง สภาพของสิโรจน์ต้องนอนนิ่งบนเตียงเพราะอาการอัมพาต ทำให้นิษฐาสะท้อนใจไม่น้อย แม้ไม่ได้เลี้ยงดูอุ้มชูกันมาตั้งแต่เด็ก ก็อดสงสารไม่ได้เพราะอย่างไรเสียก็คือพ่อแท้ๆ

นิษฐามองไปรอบห้องพักด้วยความหวาดหวั่นเห็นจินดาพยาบาลสาวหน้าตาเรียบร้อยดูแลพ่อไม่ห่าง ไม่สนใจเสียงเอะอะของเหล่าภรรยาและลูกๆใหม่ของพ่อ ซึ่งต่างฝ่ายก็ตะคอกใส่กันราวกับคนบ้า ไม่อินังขังขอบเลยว่าสิโรจน์จะช้ำใจแค่ไหนที่ต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ สินีทนไม่ไหวเข้าห้าม ทำให้ทุกคนหันไปสนใจนิษฐากับนวัช สินีจึงแนะนำว่าเป็นลูกสาวอีกคนของสิโรจน์ นิษฐาทำหน้าไม่ถูก แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อได้ยินเต็มสองหูว่าเธอเป็นตัวหารสมบัติเพิ่มอีกคน!

นวัชเห็นใจนิษฐามากที่ต้องเจอเรื่องราวบ้าบอแบบนี้ เมื่อพาไปทานข้าวเย็นกับลาภิณและเจติยาที่ร้านใหม่ของมยุรี ก็อดบ่นให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารฟังไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีครอบครัวเห็นแก่ตัวแบบนี้

“ผมเคยได้ยินมาเยอะนะคุณต้น ไอ้เรื่องทะเลาะกันแย่งมรดกเนี่ย แต่เพิ่งมาเจอกับตัววันนี้ สุดๆเลยคุณต้น เงินทองนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นี่พ่อยังหายใจอยู่แท้ๆนะครับ ยังตีกันขนาดนี้”

“เกิดมาจนก็โชคดีไปอย่าง รับรองเลยว่าผมกับพี่เจไม่มีทางทะเลาะกันเพราะแย่งมรดกเด็ดขาด”

มยุรีตีนทีเบาๆที่ปากเสีย “จะว่าแม่ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้เราเลยใช่ไหมเจ้าที”

สองแม่ลูกหัวเราะให้กัน ดีใจที่ครอบครัวสงบสุข ไม่ต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องเงินๆทองๆเหมือนครอบครัวพ่อแท้ๆของนิษฐา ลาภิณอดยิ้มไปด้วยไม่ได้ แล้วขยับไปบอกภรรยาว่าพิมพ์อรจะมาเสนอแผนงานก่อสร้างในวันรุ่งขึ้น และเขาอยากให้เธออยู่ฟังด้วย เจติยาจำต้องพยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้ ยังระแวงแต่ไม่อยากท้วงให้เขาไม่สบายใจ

พิมพ์อรมาถึงนิราลัยแต่เช้าพร้อมชาคร เจติยาเป็นคนต้อนรับเพราะลาภิณยังติดงานนิดหน่อย พิมพ์อรอยากพูดคุยกับเจติยาตามลำพัง เลยแกล้งบอกให้เลขาหนุ่มไปเอาของที่รถ เมื่อลับตาเขาจึงเปิดประเด็นเรื่องเหรียญกับนักแต่งศพสาว เจติยาเอะใจกับท่าทางแปลกๆของพิมพ์อร แต่ไม่กลัวและตัดสินใจพูดตรงๆ

“ถ้าไม่เป็นการละลาบละล้วงจนเกินไป ฉันอยากจะรู้เรื่องเหรียญที่ติดกับกล่องรากบุญน่ะค่ะ”

“ก็ดีที่คุณพูดตรงๆ เหรียญนั่น...เคยเป็นของคุณพ่อฉัน แต่ตอนนี้มันเป็นของฉันแล้ว และถ้าจะถามต่อว่ามันมีอำนาจมากแค่ไหน ฉันก็บอกได้แค่ว่าอำนาจของมันยังเทียบกับกล่องรากบุญที่คุณทำลายไปไม่ได้หรอก”

เจติยาตกใจมาก ไม่คิดว่าพิมพ์อรจะรู้เรื่องกล่องรากบุญด้วย “นี่คุณรู้ลึกขนาดนั้นเลยหรือ แล้วคุณรู้หรือเปล่า ว่าอำนาจเหนือธรรมชาติพวกนี้ ยิ่งคุณใช้มันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นอันตรายกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น”

“เหรอคะ...แต่ฉันว่าคุณหวาดกลัวอำนาจพวกนี้มากเกินไปมากกว่า คุณถึงตัดสินใจผิดพลาดทำลายกล่องทิ้ง”

เจติยาไม่พอใจมากที่ถูกสบประมาท “ฉันทำลายมันเพราะฉันไม่ต้องการตกเป็นทาสของมัน ไม่ว่าจะเป็นพรวิเศษแค่ไหน ถ้าต้องแลกกับการถูกบงการไปทั้งชีวิต มันก็ไม่คุ้มหรอกค่ะ”

“คุณอย่าคิดว่าคนอื่นจะถูกบงการไปซะหมดสิ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ฉัน เพราะฉันเป็นเจ้านายมัน...ไม่ใช่ทาส!”

เจติยาตั้งท่าจะเถียง แต่ลาภิณก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พิมพ์อรส่งรอยยิ้มเย้ยหยันมาให้ เจติยาเลยต้องปั้นหน้ายิ้มให้สามีแทน ทั้งที่ในใจเครียดมาก...ดูท่าพิมพ์อรจะลุ่มหลงในอำนาจของเหรียญมากจนน่ากลัว

แต่ถึงแม้การเจรจากับลาภิณจะเป็นไปได้ด้วยดี พิมพ์อรก็ไม่วายผูกใจเจ็บเจติยา โดยเฉพาะท่าทางอวดดีเหมือนไม่กลัวเธอก่อนหน้าที่ลาภิณจะเข้ามาคุยด้วย เมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องน้ำ ก็อดบ่นให้กสิณฟังไม่ได้

“เมื่อไหร่จะเจอเหรียญที่เหลือ ฉันจะทนแม่นั่นไม่ไหวแล้วนะ เมื่อกี้ก็สั่งสอนฉัน นึกว่าตัวเป็นใคร”

กสิณเหยียดยิ้มเย็น “เจติยาเป็นคนที่มีกิเลสเบาบางแต่จิตใจมั่นคง เขาถึงทำลายกล่องรากบุญได้ ไม่แปลกหรอก ที่คนอย่างนี้จะเห็นฉันหรือกล่องรากบุญเป็นสิ่งอันตราย”

“คนโง่น่ะสิไม่ว่า มีอำนาจบันดาลได้ทุกอย่างในมือแท้ๆ กลับทำลายทิ้ง แล้วยังมีหน้ามาสั่งสอนฉันอีก”

“อย่าไปสนคำพูดนั้นเลย เธอก็เห็นว่าฉันรับใช้เธอ ทำตามที่เธอต้องการ เธอเป็นนาย ส่วนฉันคือข้ารับใช้”

พิมพ์อรสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งกสิณให้มองตามด้วยแววตาสมเพชในความหลงตัวเองของเจ้านายสาว

ฝ่ายเจติยากลุ้มใจเรื่องพิมพ์อรมาก ทนไม่ไหวเลยไประบายกับทวี โดยเฉพาะเรื่องเหรียญของกล่องรากบุญที่อยู่กับพิมพ์อร ทวีถอนใจหนักหน่วง ฟังจากนักแต่งศพสาวแล้วพอนึกภาพออกว่าพิมพ์อรคงพูดยากไม่น้อย

“ทั้งความคิด ทั้งคำพูดคำจาของเขา เหมือนคุณพิสัย ไม่มีผิด หลงตัวเอง คิดว่าควบคุมเหรียญได้ ช่างไม่รู้อะไรเลย สำหรับพวกปีศาจ มนุษย์ก็เป็นแค่ทาสคอยหาอาหารให้ ถ้าหาไม่ได้วันไหน ก็ไม่แคล้วต้องตกเป็นเหยื่อมันแทน”

คำพูดของเจติยาทำให้ทวีนึกเป็นห่วงวนันต์ แต่คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะเพื่อนเก่าของเขาก็ป่วยหนักเต็มที เจติยาตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ต้องยั้งไว้ก่อนเมื่อลาภิณเข้ามาตามกลับบ้าน

ooooooo

สองสามีภรรยาคงจะกลับบ้านไปแล้ว ถ้านิษฐาจะไม่โทร.มาร้องไห้ขอให้ไปอยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลเสียก่อน เจติยากับลาภิณรีบไปทันที มองเห็นนิษฐายืนกุมมือกับนวัชด้วยความสะเทือนใจที่สิโรจน์ต้องมาจากไปกะทันหัน

เหล่าภรรยากับลูกๆใหม่ของสิโรจน์ล้อมรอบไม่ห่าง แต่ครู่ใหญ่ก็สลายตัวไปถอนเงินจากธนาคารและชิงสมบัติมากมายในเซฟที่บ้าน นิษฐามองตามด้วยความสมเพช เช่นเดียวกับสินีที่ถอนใจเหนื่อยหน่าย พลางบอกให้หลานสาวคนใหม่มากราบพ่อแท้ๆ เจติยาก้าวตามเพื่อนรัก แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงสิโรจน์ “บอกความจริง!”

เจติยาอึ้งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อว่าแม้แต่พ่อแท้ๆของเพื่อนรักก็ต้องมาพัวพันกับคดีฆาตกรรม นิษฐา ตะลึงไม่แพ้กันเมื่อทราบเรื่อง หัวหมุนไปหมดเมื่อเจติยากับนวัชบอกให้ส่งศพสิโรจน์ไปให้นิติเวชชันสูตร ก่อนที่ร่องรอยบนศพจะหายไป นิษฐาหน้าเครียด ไม่คิดว่าการตายของพ่อจะทำให้เธอต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้ นวัชเข้าใจดีและเตือนสติให้ทวงความยุติธรรมให้พ่อ นิษฐาเลยคิดได้และยอมรับความจริง...อย่างน้อยก็ในฐานะลูกเป็นครั้งสุดท้าย

นวัชรับเป็นธุระเรื่องชันสูตรให้นิษฐา ส่วนเจติยากับลาภิณกลับบ้านไปพักผ่อน และจะมาฟังผลในวันรุ่งขึ้น ลาภิณเฝ้ามองภรรยาด้วยความเป็นห่วง เพราะดูท่าจะอ่อนเพลียมากกว่าปกติ เจติยาก็แปลกใจตัวเองเช่นกัน ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าเธอมีอาการไม่ปกติตั้งแต่เจอกับพิมพ์อร แต่ไม่อยากพูดให้สามีไม่สบายใจ เลยเฉไฉว่าพักผ่อนน้อย ลาภิณยิ้มบางๆแล้วกล่อมให้เธอนอนอย่างอ่อนโยน เจติยาจึงหลับตาลงได้ด้วยความอบอุ่นในหัวใจ

แต่เจติยาก็สะดุ้งตื่นกลางดึก ฝันร้ายถึงภาพในอดีตอีก แต่ครั้งนี้เธอเห็นตัวเองเป็นจันจิรา น้องสาวต่างมารดาของอุษา หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนพิมพ์อรไม่มีผิด สองสาวพี่น้องกำลังต้อนรับภพ คู่หมั้นหนุ่มของอุษาซึ่งหน้าเหมือนลาภิณ โดยมีคุณหญิงอุ่นเป็นผู้แนะนำ... เจติยาตกใจจนลาภิณพลอยตื่นไปด้วย แต่เขาก็ไม่ถือสา แถมเอ็นดูสภาพตื่นๆของเธออีกต่างหาก เจติยาโอบกอดสามีแน่น รู้สึกปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ แต่ก็อดแปลกใจกับความฝันไม่ได้อยู่ดี

นวัชกับนิษฐามาเป็นแขกยามเช้าของเจติยาในวันถัดมา ลาภิณนั่งมองภรรยาสุดที่รักอ่านรายงานการชันสูตรด้วยใบหน้ายิ้มๆ ต่างจากเจติยาที่เซ็งจัดเพราะผลชันสูตรไม่พบร่องรอยน่าสงสัยแม้แต่น้อย นวัชไม่แปลกใจเพราะสิโรจน์เป็นอัมพาต ทำให้ง่ายต่อการฆาตกรรม แค่ยกหมอนมาปิดหน้าก็ทำได้แล้ว นิษฐาถอนใจหนักหน่วง พยายามช่วยคิดว่าจะมีแรงจูงใจใดได้อีกที่จะทำให้พ่อถูกฆ่าแบบนี้ แล้วก็ฉุกคิดได้ว่าอาจเป็นเพราะความแค้น

“ฐารู้มาว่านอกจากพ่อจะเจ้าชู้มากแล้ว พ่อยังร่ำรวยมาแบบไม่สุจริตเท่าไหร่ อาจจะมีคนแค้นพ่อก็ได้นะคะ”

นวัชนิ่วหน้าเล็กน้อย ยอมรับว่าข้อสันนิษฐานของแฟนสาวก็มีความเป็นไปได้ เช่นเดียวกับลาภิณ

“ผมเห็นด้วยกับผู้กองนะ และถ้าดูจากระดับความงกของพี่น้องคุณฐาแล้ว ยังไงก็ต้องคุมเชิงกันเข้มแน่ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ระแวง เพราะฉะนั้น ใครจะเข้าไปฆ่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่”

“จริงค่ะคุณต้น...ไม่อย่างนั้นจะมาขลุกกันที่โรงพยาบาลทำไมทั้งวันทั้งคืน พอรู้ว่าพ่อตายก็รีบเผ่นกลับไปแย่งเครื่องเพชรต่อ ทุเรศจริงๆ เห็นอย่างนี้แล้ว ฉันสงสารพ่อจับใจเลย”

เจติยาจะพูดบางอย่าง แล้วต้องระงับไว้เมื่อเห็นวิญญาณสิโรจน์ไปยืนข้างลูกสาว วางมือบนบ่าเบาๆด้วยความซาบซึ้งใจ รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำผิดกับนิษฐาไว้มาก แต่ลูกก็ยังห่วงใยและสงสารตน

เมื่อนวัชกับนิษฐากลับไปแล้ว เจติยาจึงมีโอกาสคุยกับวิญญาณของสิโรจน์ถึงคืนเกิดเหตุ โดยมีลาภิณนั่งอยู่ด้วยแต่ไม่เห็นวิญญาณ นักแต่งศพสาวถอนใจเนือยๆ เพราะพ่อของเพื่อนรักไม่ยอมพูดเรื่องคืนนั้นเลย แต่กลับถามถึงนิษฐามากกว่าว่าเป็นคนแบบไหน และเมื่อเธอซักมากเข้า ก็หายร่างไปเฉยๆ

“อ้าว...คุณลุง หายไปเฉยเลย นี่อยากรู้ตัวฆาตกรจริงหรือเปล่าเนี่ย แปลกจริงๆเลย ปกติวิญญาณแต่ละดวงเร่งรัดอยากเอาฆาตกรมาลงโทษทั้งนั้น แต่นี่กลับไม่พูดอะไรสักอย่าง”

เจติยาบ่นเซ็งๆแล้วเดินแยกไป ทิ้งลาภิณให้มองตามด้วยท่าทางครุ่นคิด ลางสังหรณ์ทำให้เอะใจบางอย่าง...

ooooooo

กิจการร้านขายข้าวแกงแห่งใหม่ของมยุรีเป็น ไปได้สวย นทีอยู่ช่วยแม่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง พลอยชื่นใจไปกับแม่ด้วยที่ลูกค้าติดใจรสมือกันเป็นแถว

มยุรีปลื้มไม่แพ้ลูกชาย แต่ไม่อยากตั้งความหวังมากเพราะร้านเพิ่งเปิดไม่กี่วัน นทีให้กำลังใจว่าร้านต้องไปได้ดีแน่ๆ เล่นเอามยุรียิ้มปลื้ม แล้วก็ต้องหุบแทบไม่ทันเมื่อเห็นพลอยแวะมาหาลูกชาย

นทีแปลกใจที่เห็นเพื่อนสาวร่วมวิทยาลัย เมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของแม่ เลยบอกให้ไปคุยในซอยใกล้ๆ เมื่อเธอเอ่ยปากขอเลกเชอร์เพราะขาดเรียนบ่อย ก็ตอบตกลง แลกกับการยอมให้เขาติวให้ พลอยลังเลเพราะไม่อยากมีปัญหากับฉาย แต่ไม่ทันตอบอะไร คนที่กังวลถึงก็โผล่มาพร้อมกับถลาไปต่อยนทีโครมใหญ่ พลอยร้องห้ามเสียงหลง บอกว่าจะให้นทีช่วยติวหนังสือให้ ฉายไม่ชอบใจนักแต่ไม่อยากขัด ได้แต่ขู่นทีทิ้งท้าย

“นี่แฟนกู...ถ้ามึงมายุ่งกับแฟนกูอีก มึงเจอกูแน่!”

เย็นวันเดียวกัน...เจติยา ลาภิณ นวัชและนิษฐาไปร่วมงานศพของสิโรจน์ สี่หนุ่มสาวช่วยกันคนละไม้คนละมือเพราะบรรดาญาติของนิษฐาไม่ยอมจ้างนิราลัยให้จัดงาน แถมยังหมกมุ่นกับซองทำบุญจากแขกเหรื่อมากกว่า ทันใดนั้น...จินดาพยาบาลที่เคยดูแลสิโรจน์ก็ปรากฏตัวขึ้น นวัชมองตามไม่วางตาเพราะเธอน่าจะเป็นพยานปากสำคัญ

“วันเกิดเหตุมีคนแจ้งว่ามีการโอนเงินปันผลของบริษัทมาให้ พวกนั้นก็เลยแห่กันไปถอน เป็นช่วงเวลาเดียวที่ไม่มีใครอยู่กับพ่อฐาเลย แล้วหลังจากนั้น พยาบาลคนนี้ก็ไปเจอศพ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่ให้ลูกน้องตามสืบประวัติแล้ว”

เจติยานิ่งคิดตาม บ่นเล็กๆที่ผู้กองหนุ่มไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเธอก่อน นวัชบอกว่ามีโอกาสเป็นไปได้น้อย อยากสืบให้ได้เรื่องก่อน ถึงจะตัดสินใจแจ้งให้ทราบ แต่ยิ่งเห็นท่าทางเงียบๆผิดสังเกตของพยาบาลสาวก็อดสงสัยไม่ได้ นักแต่งศพสาวเห็นด้วย ตั้งท่าจะตามผู้กองหนุ่มไปคุยด้วย แต่กลับต้องไปคนเดียวเพราะมีคนมาขอให้ลาภิณกับนวัชช่วยขนของ ส่วนนิษฐาได้รับโทรศัพท์จากสินี บอกว่ามีเรื่องให้ช่วยเลยรีบตามไปทันที

ฟากเจติยาตามไปดักหน้าจินดาจนได้ แต่พยาบาลสาวไม่ให้ความร่วมมือ อ้างว่าให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว และผละจากไปทันที ทิ้งนักแต่งศพสาวให้มองตามเครียดๆ เชื่อว่าจินดาต้องกุมความลับอะไรบางอย่างแน่ๆ

ส่วนนิษฐาถูกสินีหลอกล่อให้ไปเอาของที่รถ วิญญาณของสิโรจน์เห็นท่าไม่ดีเลยตามไปด้วย แล้วก็เป็นตามที่คาด เมื่อเห็นสินีเอาผ้าโปะยาสลบมาปิดปากนิษฐาไว้ วิญญาณสิโรจน์จึงตัดสินใจปรากฏร่างแล้วตะโกน

“ปล่อยลูกพี่เดี๋ยวนี้นะสินี เธอฆ่าพี่แล้วยังไม่พอ ยังคิดทำร้ายหลานอีกหรือ”

แต่ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเสียงสิโรจน์ สินีพยายามลากหลานสาวคนใหม่ขึ้นรถ แต่จินดาดันผ่านมาเห็นเสียก่อนเลยโปะยาสลบพาไปด้วยกัน วิญญาณสิโรจน์มองตามด้วยความแค้นใจ แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้เลยรีบไปขอความช่วยเหลือจากพวกเจติยาที่นั่งกันอยู่ในศาลาสวดศพ

ในขณะที่พวกเจติยานั่งรถไปด้วยใจร้อนรน โดยมีวิญญาณของสิโรจน์นั่งไปด้วยในรถ นิษฐาค่อยๆรู้สึกตัวในป่าเปลี่ยวแห่งหนึ่ง พบว่าตัวเองถูกจับมัดอยู่กับจินดาซึ่งเพิ่งได้สติเช่นกัน สองสาวพยายามร้องขอให้ปล่อยตัว แต่สินีไม่ยอม ความโกรธแค้นในตัวสิโรจน์ทำให้สารภาพหมดเปลือกว่าเป็นคนฆ่าเขาเองกับมือ นิษฐาอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าน้องสาวแท้ๆของพ่อจะกล้าทำขนาดนี้ แถมยังพาลมาลงกับเธออีก สินีตะคอกสวนด้วยความโมโห

“แกไม่รู้อะไรก็หุบปากไปเลย มันทรมานน้อยไปด้วยซ้ำกับความเลวที่มันทำกับฉัน พ่อแกอาศัยว่าเป็นลูกชาย วันๆเอาแต่ประจบพ่อแม่จนได้สมบัติไปคนเดียว ฉันกับผัวต้องไปสร้างเนื้อสร้างตัวกันเอง แล้วพอธุรกิจฉันมีปัญหา ไปขอยืมเงินพ่อแก มันก็ไม่ยอม จนผัวฉันต้องฆ่าตัวตาย คนชั่วอย่างมันสมควรตายอย่างทุกข์ทรมาน”

“เรื่องอดีตของอากับพ่อ ฐาไม่รู้เรื่อง แต่ฐากับอาเจอกันไม่กี่ครั้ง ถึงอาจะแค้นพ่อยังไง อาก็ไม่ควรมาลงที่ฐา”

“ก็เพราะแกโผล่ออกมานั่นแหละ ฉันถึงต้องทำ”

สินีควักปืนมาเล็งขู่ แต่ไม่ทันได้ลั่นไก จินดาก็พุ่งตัวเข้าขวาง เลยถูกด้ามปืนตบสลบเหมือด นิษฐากระเสือกกระสนหนี กำลังจะถูกยิงทิ้งอยู่แล้ว ถ้าจู่ๆจินดาจะไม่โผล่มาขวางด้วยท่าทางถมึงทึง สินีร้องลั่นแต่ไม่สิ้นฤทธิ์ ถลาเข้าหาหวังฆ่าจินดาให้ตายคามือ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงสิโรจน์ออกจากปากพยาบาลสาว

“พี่ทำเลวกับเธอ เธอฆ่าพี่ พี่ไม่โกรธแต่ลูกพี่ไม่เคยทำร้ายอะไรเธอเลย เธอทำกับเขาทำไม”

สินีกรีดร้องด้วยความกลัวสุดขีด จังหวะเดียวกับที่พวกเจติยามาถึงที่เกิดเหตุ เลยช่วยนิษฐาได้ทันเวลา ส่วนจินดาสลบไปแล้วเพราะถูกวิญญาณสิโรจน์เข้าสิงเพื่อสื่อสารกับสินี นวัชกุมตัวสินีที่คลุ้มคลั่งไปโรงพัก ทิ้งนิษฐาให้มองตามด้วยท่าทางหวาดกลัวสุดๆ โผเข้ากอดเจติยาแน่น เรียกพลังใจที่ต้องมาหนีตายในป่าเปลี่ยวแบบนี้

ooooooo

นิษฐาขวัญผวาไม่หาย แล้วก็แทบช็อกเมื่อทราบจากเจติยาถึงสาเหตุที่สินีต้องการเอาชีวิตตน เพราะสิโรจน์เล่นยกทรัพย์สมบัติมหาศาล โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ที่สินีหวังจะครอบครอง นิษฐานึกไม่ถึงเพราะเพิ่งได้เจอกับพ่อไม่นาน เจติยาบอกว่าไม่จริง เพราะสิโรจน์รู้เรื่องนิษฐามานานแล้ว เลยคิดจะมอบสมบัติให้เพื่อไถ่โทษ

นวัชเสริมว่าสินีคงวางแผนมานานแล้ว หวังฆ่านิษฐาและเจรจากับหมู่ญาติเพื่อกรรมสิทธิ์ในโรงงาน แต่ทุกอย่างก็พลาดหมด เมื่อนิษฐารอดตายและมารู้ความจริงวันนี้ สินีโวยวายบ้าคลั่งเมื่อเห็นหน้าหลานสาว

“ทรัพย์สมบัติพวกนั้นเป็นของฉันอยู่แล้ว พ่อแกโกงฉันไปแล้ว ยังหน้าด้านมายกให้แกอีก ฉันเหนื่อยฉันทุ่มเทกับโรงงานมาเท่าไหร่ ฉันไม่ยอมให้แกมาชุบมือเปิบไปง่ายๆหรอกนะ อีขี้โกง เลวทั้งพ่อทั้งลูก เอาโรงงานฉันคืนมา”

เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบนโรงพักเลยต้องลากตัวสินีออกไป นิษฐาซบอกนวัชร้องไห้เพราะเหนื่อยเต็มที เช่นเดียวกับเจติยาที่โอบเอวลาภิณ ลูบเบาๆเพื่อปลอบใจเพราะรู้ดีว่าเขาก็ผ่านช่วงเวลาลำบากมาเช่นกัน แต่คนที่ทำให้นักแต่งศพสาวแปลกใจสุดคือวิญญาณสิโรจน์ ที่ยังทำหน้าเศร้าเหมือนเดิม...อะไรกัน หรือว่าจะมีเรื่องอื่นอีก

และแล้วเจติยาก็ได้คำตอบในคืนเดียวกัน เมื่อวิญญาณสิโรจน์สารภาพหน้าเศร้าว่ายังเป็นห่วงจินดาลูกสาวอีกคน เจติยากับลาภิณเลยตัดสินใจพานิษฐาไปเยี่ยมน้องสาวต่างมารดาถึงโรงพยาบาลในเช้าวันรุ่งขึ้น

“คุณจินดาเป็นน้องสาวคนละแม่กับแกนะฐา ฟังดูอาจจะเหลือเชื่อหน่อยนะ แต่คนที่เล่าให้ฉันฟังคือพ่อแกเอง”

คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำให้นิษฐาตะลึงไปครู่ใหญ่ วิญญาณสิโรจน์ปรากฏร่างรางๆ และส่งผ่านถ้อยคำที่เก็บไว้มานานให้เจติยาส่งต่อให้สองสาว “พ่ออยากมาขอโทษพวกลูก ที่ผ่านมาพ่อเห็นแก่ตัว ไม่รับผิดชอบ แต่พ่อก็รักและเป็นห่วงพวกลูกจริงๆ โดยเฉพาะจินดา... พ่อตามหาลูกมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้ร่องรอยเลย จนพ่อได้เจอกับลูกที่โรงพยาบาล แต่มันก็สายไปแล้ว อภัยให้พ่อด้วยเถอะนะ”

นิษฐากับจินดาน้ำตาคลอ ทั้งสงสารพ่อและเสียใจที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ พยาบาลสาวเป็นฝ่ายพูดกับพ่อก่อน

“หนูไม่เคยโกรธพ่อหรอกค่ะ ตอนหนูได้เจอพ่อ หนูก็คิดตั้งนานว่าจะบอกเรื่องนี้ดีไหม แต่พอหนูเห็นพวกพี่ๆน้องๆแย่งสมบัติกันแล้ว หนูก็ไม่อยากพูด คิดแค่ว่าจะดูแลพ่อให้ดีที่สุด ระหว่างที่พ่ออยู่โรงพยาบาลเท่านั้นเอง”

“ไม่น่าล่ะ ตอนที่อาสินีจะฆ่าฉัน เธอถึงเสี่ยงตายช่วยฉันเอาไว้...ขอบใจน้องมากนะ”

ขาดคำก็โผกอดจินดาแน่น สองพี่น้องกอดกันด้วยความรักและอบอุ่นในหัวใจ...อย่างน้อยก็มีเรื่องดีๆบ้าง

แต่ถึงกระนั้น...ทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลก็ไม่ทำให้นิษฐาปลื้มใจ สุดท้ายเลยตัดสินใจหารให้ญาติพี่น้องทุกคนคนละเท่าๆกัน นวัชประทับใจมากที่แฟนสาวเป็นคนจิตใจดี เช่นเดียวกับวิญญาณสิโรจน์ที่ถึงกับต้องไปพูดกับเจติยา

“แม่ของนิษฐา...เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรัก แต่ฉันก็ทำร้ายจิตใจเขามากที่สุด ฉันถึงคิดยกสมบัติให้นิษฐาเป็นการไถ่โทษ แต่เขากลับเห็นความสามัคคีของครอบครัวสำคัญกว่าสมบัติ เขาเป็นคนดีและเข้มแข็งกว่าที่ฉันคิดมาก”

“ฐาเป็นคนแบบนี้ล่ะค่ะ เขาชอบคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองอยู่แล้ว”

“จินดาได้รับการยอมรับแล้ว ส่วนนิษฐาก็คง

ดูแลทุกอย่างได้ ฉันคงต้องไปแล้วจริงๆ ขอบใจหนูมากนะ”

เจติยาสบายใจมากที่ได้ช่วยเหลือวิญญาณพ่อลูกให้ปรับความเข้าใจกัน แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อวิญญาณสิโรจน์เตือนทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วง “ระวังเจ้าของเหรียญไว้ให้ดี เจ้าของเหรียญไม่ได้มีคนเดียว แต่ทุกคนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเจ้าของกล่องรากบุญคนสุดท้าย มันจะนำมาซึ่งความตาย”

เจติยาอ้าปากค้าง แปลกใจที่เขารู้เรื่องเหรียญของกล่องรากบุญด้วย แต่ไม่ทันถามอะไร วิญญาณสิโรจน์ก็หายวับไปเสียก่อน ทิ้งนักแต่งศพสาวให้นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดคนเดียว...ดูท่าจากนี้จะต้องเผชิญภัยจากเหรียญอีกเยอะแน่ๆ

ooooooo

เจติยากลับบ้านไปนอนด้วยความอ่อนเพลีย แล้วก็ต้องเข้าไปในภวังค์อดีตอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้รู้ว่าภพ คู่หมั้นหนุ่มของอุษาเปลี่ยนใจไปรักจันจิราและยืนยันจะแต่งงานด้วย คุณหญิงอุษาทำหน้าไม่ถูก นึกไม่ถึงว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นแบบนี้ นักแต่งศพสาวเองก็อึ้งไม่แพ้กัน แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเสียก่อน

ลาภิณแปลกใจไม่น้อยที่เห็นภรรยาตื่นเช้า แต่ไม่คิดอะไรมากเพราะต้องรีบไปพบพิมพ์อรที่ไซต์งานก่อสร้าง กสิณรออยู่แล้ว เมื่อสบโอกาสเลยดลบันดาลให้มีวัสดุก่อสร้างหล่นมาทับเจ้านายสาว เปิดโอกาสให้สองหนุ่มสาวใกล้ชิดกันมากขึ้น ลาภิณไม่รู้เรื่องและเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วงตามประสาสุภาพบุรุษ พิมพ์อรปลื้มมาก แต่ก็อดเคืองกสิณไม่ได้ที่เล่นแรงจนเธออาจบาดเจ็บจริงๆ แต่คนที่โมโหสุดคือชาครเพราะหึงลาภิณที่ได้ทำคะแนนจากเจ้านายสาว

พิมพ์อรไม่ยอมเก็บอารมณ์ขุ่นมัวไว้นาน ต่อว่ากสิณทันทีที่ได้อยู่ตามลำพังในห้องทำงาน กสิณเหยียดยิ้ม

“ไม่เอาน่า...เธอก็รู้ว่าฉันอยากช่วยเธอต่างหาก เธอเองก็มีความสุขไม่ใช่หรือที่ได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้น”

“ฉันบอกแล้วไงว่าเขาแต่งงานแล้ว ทีหลังเธอไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้นล่ะ”

“แน่ใจนะว่าที่พูดออกมาปากตรงกับใจ ไม่ได้แอบคิดอยากแย่งเขามาจากเมียหรอกนะ”

พิมพ์อรหน้าเจื่อนที่ถูกรู้ทัน รีบกลบเกลื่อนถามถึงเหรียญอีกสองอันที่มอบหมายให้ตามหา กสิณแสยะยิ้มเย้ยหยันแล้วบอกว่าใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีแล้ว...อีกไม่นาน...เราจะได้รู้ที่อยู่ของสองเหรียญนั่นแน่นอน!

ด้านพลอยกับนที...สนิทกันมากขึ้นเพราะได้ใช้เวลาติวหนังสือด้วยกัน แต่ฉายก็ตามขวางไม่หยุดไม่หย่อนเพราะไม่ชอบให้แฟนสาวใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่น แต่สุดท้ายนักซิ่งหนุ่มก็ได้กลืนน้ำลายตัวเองในคืนวันหนึ่ง เมื่อตัดสินใจเอาพลอยไปเป็นเดิมพันการแข่งรถกับ

จอห์นหัวโจกนักซิ่งอีกแก๊งที่หมั่นไส้มานาน โชคร้ายเป็นของพลอยเมื่อฉายพ่ายแพ้อย่างหมดท่า ถูกลูกน้องของจอห์นลากไปหวังทำมิดีมิร้ายที่บ้านหลังหนึ่ง

พลอยเห็นท่าไม่ดีเลยแอบส่งข้อความหานทีให้มาช่วย ส่วนตัวเองต้องกรีดร้องเสียงหลง เมื่อถูกจอห์นกระชากตัวเข้าหาและพยายามจะข่มขืน แต่ไม่ทันได้แอ้มสาวก็ต้องชะงัก เมื่อทรายแฟนสาวตัวจริงพังประตูเข้ามาเสียก่อน พร้อมคำประกาศกร้าวว่าผู้หญิงของเขาต้องเป็นเธอเท่านั้น แถมยังกระโจนเข้าหาพลอย บีบคอแน่นหวังฆ่าให้ตายคามือ จอห์นพยายามห้าม แต่เหมือนไม่ได้ผลเพราะทรายดูจะโกรธจนคลุ้มคลั่งไปแล้ว

แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับพลอยเกินไปนัก เมื่อนทีโทร.แจ้งตำรวจให้รีบไปช่วย โดยมีนวัชเป็นผู้นำการจับกุมและช่วยพลอยได้ทันเวลา เจติยา

มาถึงโรงพักหลังจากนั้นไม่นานพร้อมกับลาภิณ ต่อว่านทีใหญ่ที่ก่อเรื่องไม่หยุดไม่หย่อน ผู้กองหนุ่มเลยช่วยพูดว่าครั้งนี้นทีเป็นผู้ช่วยงานราชการทลายแก๊งนักซิ่งค้ายา แต่ที่ทำให้เจติยาพูดไม่ออก ก็เมื่อพลอยบอกว่าทรายพาจอห์นหนีไปได้เพราะพลังลึกลับจากเหรียญที่พกติดตัว

“หนูเห็นกับตาเลย เกิดลมหมุนรอบตัวมันสองคน พอลมหยุด มันสองคนก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาหนูเลยค่ะ!”

ooooooo

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด