สมาชิก

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร

งานศพของมยุรีมีแขกเหรื่อมาร่วมงานไม่มากนักแต่ก็ถูกจัดอย่างดี เจติยาทำใจได้ดีขึ้นเพราะผ่านมาหลายวันแล้ว ต่างจากนที ยังทำใจไม่ได้และมักเก็บตัวเงียบคนเดียวจนน่าเป็นห่วง เจติยาสงสารมากแต่ไม่คิดจะช่วยอะไรได้มากไปกว่านี้ ได้แต่ปล่อยให้น้องชายเผชิญหน้ากับความจริง จะได้ยอมรับและเข้มแข็งขึ้นด้วยตัวเอง

“เรื่องทรัพย์สิน แม่สั่งเสียพี่ไว้หมดแล้ว เรื่องบ้านเป็นของนทีนะ แต่พี่อยากให้เราย้ายมาอยู่กับพี่ที่บ้านคุณต้นมากกว่า ส่วนบ้านแม่ พี่ผู้กองจะหาคนเช่าให้ เราจะได้มีรายได้ไว้ใช้จ่าย”

นทีพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ยอมพูดอะไรจนเจติยาเริ่มกังวล นึกว่าน้องชายยังเคืองที่เธอไม่ขอพรจากเหรียญ

“เปล่าครับ ผมคิดได้แล้วว่าสิ่งที่พี่เจทำเป็นเรื่องถูกต้อง แล้วก็เป็นความต้องการของแม่ ผมไม่โกรธพี่หรอก”

เจติยายิ้ม ดีใจที่น้องเข้าใจ นทีนั่งเงียบแล้วพูดเสียงสั่นว่าคิดถึงแม่ เจติยาน้ำตาคลอ ไม่ตอบอะไรแต่ดึงน้องมากอดแน่น ถ่ายทอดความรักและอบอุ่นให้ หวังสุดใจจะผ่านช่วงเวลาเศร้าโศกนี้ไปด้วยกันให้ได้

เวลาเดียวกันที่บ้านวนันต์...พิมพ์อรหัวเสียอย่างหนัก เมื่อรับรู้ผ่านพลังพิเศษของกสิณ ถึงความเศร้าโศกเสียใจของเจติยากับนที ไม่เข้าใจเลยว่านักแต่งศพสาวทนได้อย่างไร ที่ต้องเห็นแม่ตายต่อหน้าต่อตา กสิณแสยะยิ้มร้าย ยุใหญ่ว่าเพราะจิตใจเข้มแข็งและบริสุทธิ์ของเจติยาทำให้ยากจะกำจัด พิมพ์อรเซ็งจัด ไม่อยากได้ยินคำเยินยอ แต่อยากรู้วิธีเอาเหรียญของเจติยามากกว่า กสิณเลยเสนอให้ใช้ไม้ตาย

“ฉันเคยพูดไปแล้วนี่ ว่าต้องใช้ลาภิณเป็นเครื่องต่อรอง”

“ฉันไม่ต้องการให้เขามาเกี่ยวข้องด้วย แค่เรื่องคราวก่อน เขาก็เกลียดฉันจนแทบไม่มองหน้าอยู่แล้ว”

“แต่ตอนนี้เธอต้องเลือกแล้วล่ะ ระหว่างลาภิณกับพ่อของเธอ”

พิมพ์อรเครียดจัด ไม่อยากเลือกสักทาง แต่แล้ววนันต์ก็อาการทรุดลงกะทันหัน เธอจึงตัดสินใจได้ ยอมให้กสิณเล่นงานลาภิณอีกครั้ง เพื่อบีบเจติยาให้ขอพรและมอบเหรียญให้ในที่สุด

ฝ่ายลาภิณช่วยสิทธิพรต่อรองกับบริษัทจ้างงานจนได้รับการขยายเวลา ปัญหาที่เหลือก็แค่หาบริษัทรับเหมามาสานต่อให้งานเสร็จทันกำหนดเท่านั้น สิทธิพรโล่งใจมาก แม้ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ไซต์ก่อสร้าง ก็ดีกว่าต้องชวดงานหรือเสียเงินชดเชยทั้งหมด ลาภิณดีใจกับเพื่อนด้วย แต่ก็อดห่วงไม่ได้ รู้ดีว่าเพื่อนต้องดึงคนงานจากโครงการของบุญช่วยมาใช้ในโครงการนี้ก่อน เลยกลัวจะเป็นผลกระทบกับกำหนดการ

“ไม่ต้องห่วงหรอก โครงการของท่านบุญช่วยยังเหลือเวลาอีกเยอะแยะ ยังไงก็เสร็จทัน ถึงฉันจะเขี้ยวลากดินกับคนอื่นยังไง แต่กับแก ฉันจะดูแลผลประโยชน์ของแกอย่างดีที่สุด ไม่ทำให้แกต้องเดือดร้อนไปด้วยแน่นอน”

ลาภิณยิ้มรับ แล้วก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อสิทธิพรเอ่ยปากขอยืมเงินมาจ่ายค่าแรงคนงานล่วงหน้า ด้วยความรักเพื่อนทำให้ลาภิณปฏิเสธไม่ลง ถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจตอบรับ โดยจะเบิกเงินสดไปให้ที่คอนโดภายหลัง

ooooooo

เจติยาตรวจเช็กอุปกรณ์ต่างๆในห้องแต่งศพ พลันก็หน้ามืดและคลื่นเหียนอย่างกะทันหันเมื่อได้กลิ่นฟอร์มาลิน อยุทธ์ที่เฝ้าสังเกตเธอตลอดตกใจมาก และตัดสินใจช่วยประคองไปพักผ่อนอีกห้อง

อยุทธ์ดูแลจนเธออาการดีขึ้น จึงขอตัวไปเอาน้ำ เจติยาพยักหน้ารับ สูดยาดมและหายใจเข้าลึกๆ ทันใด นั้นเอง...ก็รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ลำพัง เมื่อลืมตาก็ต้องถอนใจโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นสิทธิพร แต่ที่ทำให้เธอแปลกใจคือท่าทางอึกๆอักๆของเขามากกว่า แล้วเจติยาก็หน้าซีดเผือด เมื่อทราบว่าที่แท้สิทธิพรนั้นตายไปแล้ว ที่มาหาเธอก็เพื่อให้ไปช่วยลาภิณซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตราย ถูกใส่ร้ายผ่านสถานการณ์ที่จัดฉากให้เป็นฆาตกร!

ฝ่ายลาภิณนั่งมึนงงบนคอนโดของสิทธิพร โดยมีนวัชซึ่งมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ คอยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ลาภิณมองหน้าผู้กองหนุ่มเครียดๆ ยังไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าเพื่อนรักตาย นวัชเสริมขึ้นเบาๆ

“แล้วในที่เกิดเหตุก็มีคุณต้นคนเดียว แถมในมือคุณยังถือมีดที่ใช้ฆ่าผู้ตายด้วย”

ลาภิณส่ายหน้าปฏิเสธ “เป็นไปไม่ได้ ผมจะไปฆ่าสิทธิพรทำไม เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะครับ ผู้กองก็รู้จักผมดี คนอย่างผมจะฆ่าใครได้ ที่ผมมาที่นี่ก็ตั้งใจจะเอาเงินมาให้มันยืมด้วยซ้ำ”

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณต้น ผมจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ครับ ตามผมไปที่โรงพักด้วยครับ”

ลาภิณพูดไม่ออก ยอมให้นวัชคุมตัวไปโรงพักเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน เจติยามาถึงหลังจากนั้น ตรงไปหาสามีทันทีด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลาภิณรีบบอกว่าไม่ได้ฆ่าสิทธิพร เจติยาน้ำตาคลอด้วยความสงสารสามี

“เจเชื่อค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะคุณต้น เจมั่นใจว่ามีคนจงใจสร้างสถานการณ์ใส่ร้าย เจจะหาทางช่วยคุณให้ได้”

“ผมจำอะไรไม่ค่อยปะติดปะต่อเลยเจ ความจำมันขาดๆหายๆเป็นช่วงๆยังไงก็ไม่รู้ ผมจำได้แค่จะเอา เงินไปให้สิทธิพรที่คอนโด แต่พอเข้าไป ก็เห็นสิทธิพรมันตายแล้ว หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีก”

ลาภิณบอกว่าเงินและของมีค่าทุกอย่างยังอยู่กับตัว เจติยาเก็บข้อมูลเต็มที่ มั่นใจว่าสามีคงถูกใส่ร้าย ลาภิณถอนใจยาว หนักใจไม่น้อยเพราะหลักฐานในที่เกิดเหตุล้วนบ่งชี้ว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าเพื่อน เจติยาต้องปลอบ

“เจไม่มีวันยอมแพ้มันหรอกค่ะ เจต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณต้นให้ได้”

นวัชเห็นใจสองสามีภรรยามาก แต่ก็จนใจเพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้มีส่วนสืบคดี เนื่องจากสนิทสนมกับลาภิณเป็นพิเศษ กลัวจะช่วยหาหลักฐานเพื่อช่วยมากกว่าตามหาฆาตกรตัวจริง เจติยาเข้าใจดี เลยขอให้ช่วยนำผลการตรวจลายมือมาเท่านั้น นวัชหน้าเครียด แม้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่เป็นผลดีกับรูปคดีเลย เพราะในที่เกิดเหตุมีแต่ลายมือของลาภิณกับสิทธิพร ที่สำคัญ...มีดหรืออาวุธที่ใช้ฆ่าสิทธิพรก็มีแต่ลายนิ้วมือของลาภิณคนเดียว!

เจติยากลุ้มใจมาก หลักฐานชิ้นสำคัญไม่เข้าข้างลาภิณเลย แถมเมื่อกลับถึงบ้านก็ต้องผจญกับอาการหน้ามืด คลื่นเหียนอีกครั้ง นทีสงสัยอาการพี่สาวที่อาเจียนหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เลยถามลอยๆว่าท้องหรือไม่ เจติยาอึ้งไปอึดใจ แล้วรีบไล่น้องชายไปซื้ออุปกรณ์ทดสอบการตั้งครรภ์ที่ร้านขายยาทันที

ระหว่างที่เจติยากับนทีดีใจสุดขีด กำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นในครอบครัว ลาภิณก็รับศึกหนักจากกสิณที่ปรากฏร่างให้เห็น ลาภิณไม่มีท่าทีแปลกใจเลยแม้แต่น้อย แถมไม่มีท่าทางกลัวปีศาจร้ายอีกต่างหาก

“ฉลาด...สมเป็นคู่ครองเจติยา แล้วก็สมกับเป็นผู้ชายที่พิมพ์อรหลงรักด้วย”

“ถ้าเขาหลงรักฉันจริง เขาคงไม่ยอมให้แกทำกับฉันแบบนี้หรอก”

“มันจำเป็น เพราะตอนนี้ชีวิตของวนันต์กำลังตกอยู่ในอันตราย พิมพ์อรเป็นลูกกตัญญู เขาทนไม่ได้หรอกที่จะเห็นชีวิตพ่อตัวเองต้องมีอันเป็นไป ไม่ได้ใจร้ายใจดำเหมือนเมียนาย ที่ทนเห็นแม่ตัวเองตายต่อหน้าต่อตา”

“กตัญญูต่อพ่อ ด้วยการทำลายชีวิตคนอื่นเนี่ยนะ มันไม่ใช่ความรักหรือกตัญญู แต่มันเป็นความเห็นแก่ตัว”

กสิณถลึงตาใส่ พร้อมตวาดให้เลิกพูดเรื่องไร้สาระ แล้วมาตกลงกันเรื่องคดีความดีกว่า

“ไม่เห็นมีอะไรต้องคุย อย่างมากก็ติดคุก ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกสร้างกล่องรากบุญขึ้นใหม่เด็ดขาด”

กสิณหัวเราะเสียงหยัน “ติดคุก...คิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นั้นหรือ ลืมไปแล้วหรือไงว่านายค้ำประกันสิทธิพรเอาไว้ แต่ตอนนี้เขาตายแล้ว นายจะต้องชดใช้เงินทั้งหมดแทนสิทธิพร นั่นหมายถึงนิราลัย...แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่นายมี”

กสิณแสยะยิ้มร้าย ส่วนลาภิณหน้าเสีย มัวแต่คิดเรื่องสิทธิพรจนลืมเรื่องค้ำประกันไปเลย

“ติดคุกแถมยังสิ้นเนื้อประดาตัวอีกนะ นายไม่เห็นต้องคิดตามเมียนายทุกเรื่องเลย จะมีหรือไม่มีกล่องรากบุญ ก็ไม่เกี่ยวกับนายอยู่แล้ว นายควรจะรีบคุยกับเจติยาให้ยกเหรียญให้พิมพ์อรซะ ทุกอย่างจะได้จบ”

ลาภิณทำเป็นคิดตามแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ขนาดตอนนี้ยังไม่มีกล่องรากบุญ ยังต้องมีคนเดือดร้อนเพราะแกมากขนาดนี้ ฉันไม่อยากคิดเลยถ้าพวกแกมีกล่องในมือ มันจะเลวร้ายขนาดไหน”

“แกมันโง่...ถึงแกไม่ช่วย แกก็หยุดฉันไม่ได้หรอก ฉันต้องหาวิธีอื่นจนได้”

“ถ้าแกมีวิธีอื่นจริงคงทำไปนานแล้ว ไม่เสียเวลามาหว่านล้อมฉันอยู่อย่างนี้หรอก”

คำพูดรู้ทันของลาภิณทำให้กสิณโกรธจัด แต่ไม่ทันได้เล่นงานก็ต้องผละไปเสียก่อน เมื่อสัมผัสได้ว่าพิมพ์อรกำลังมีเรื่องเดือดร้อนจนอาจถึงแก่ชีวิต

ooooooo

พิมพ์อรทะเลาะกับชาครเรื่องการตายอย่างกะทันหันของสิทธิพร แถมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญก็คือลาภิณ หนุ่มรุ่นน้องที่เจ้านายสาวแอบหลงรักมาตลอด พิมพ์อรไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีเดียวจะบีบเอาเหรียญจากเจติยามาสร้างกล่องรากบุญให้ช่วยพ่อจากโรคร้าย ชาครไม่รู้จะพูดอะไรอีก เหนื่อยใจเต็มทีกับความดื้อรั้นของเธอ

พิมพ์อรเห็นท่าทางมึนตึงและเย็นชาของเลขาหนุ่มก็นึกหงุดหงิด แต่ด้วยทิฐิเลยไม่ยอมง้อ ขณะนั้นเอง...

มือถือของเธอก็ดังขึ้น พิมพ์อรเลยเอื้อมมือไปหยิบ แล้วต้องร้องกรี๊ด เมื่อมีมือผู้ชายโผล่จากกระเป๋ามาจับมือเธอไว้ ชาครซึ่งกำลังขับรถตกใจจนต้องหักรถจอดข้างทาง แต่พิมพ์อรก็ไม่หยุดผวา เมื่อมือปริศนาหายไป แต่สร้อยคอของเธอกลับเปลี่ยนร่างเป็นงูกำลังเลื้อยรอบคอแทน!

พิมพ์อรพยายามดึงสร้อยงูจากคอแล้วเหวี่ยงทิ้งได้สำเร็จ ก่อนจะลงจากรถด้วยสภาพตื่นกลัว ชาครจะตาม แล้วต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่ามีรถพุ่งมาชนเจ้านายสาว พิมพ์อรมัวแต่ช็อก เลขาหนุ่มเลยตัดสินใจพุ่งตัวมาดึงเธอหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่ตัวเองกลับโดนกระแทกไปนอนสลบอีกทาง

สภาพของชาครทำให้พิมพ์อรได้สติ รีบโทร.ตามรถพยาบาลมารับเลขาหนุ่มไปรักษาเป็นการด่วน โดยมีชมพูนุชเจ้าของรถที่วิ่งมาชนกระตือรือร้นจะช่วยทุกอย่างอย่างเต็มที่

ฝ่ายเจติยาพูดคุยกับวิญญาณสิทธิพรอย่างเคร่งเครียด ไม่เห็นด้วยเลยที่เขาแผลงฤทธิ์หลอกหลอนพิมพ์อรจนเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ยิ่งเมื่อทราบว่าชาครต้องมารับเคราะห์ ยิ่งไม่สบายใจ แต่วิญญาณสิทธิพรก็ไม่ยี่หระ

“ผมรู้...แต่ถึงยังไงผมก็ต้องทำ เพราะตอนนั้นเป็นเวลาเดียวที่นังพิมพ์อรไม่มีไอ้ผีนรกนั่นคุ้มครอง เสียดายที่ผมทำได้แค่หลอกให้ตกใจเท่านั้น ถ้าผมหักคอนังนั่นได้ ผมทำไปแล้ว”

“เจเข้าใจนะคะว่าคุณแค้นเพราะต้องตายด้วยน้ำมือกสิณ แล้วเราก็คงหาหลักฐานอะไรมาเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ แต่การที่คุณล้างแค้นโดยไม่สนใจคนรอบข้างแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับที่กสิณและคุณพิมพ์อรทำหรอกค่ะ”

สิทธิพรหัวเสียหนัก ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง เจติยาเห็นใจความเจ็บปวดของเขา เลยสัญญาจะทำทุกอย่างเพื่อชำระเหรียญ และขัดขวางการสร้างกล่องรากบุญอย่างถึงที่สุด เท่านี้ความหวังของพิมพ์อรก็จะไม่มีวันเป็นจริง

“ไม่...จนกว่าผมจะเห็นไอ้ปีศาจนั่นกับนังพิมพ์อรพินาศกับตา ผมไม่มีวันเลิกจองเวรพวกมันเด็ดขาด!”

ขาดคำก็หายวับไป เจติยาได้แต่ถอนใจหนักหน่วง เหนื่อยหน่ายความเจ้าคิดเจ้าแค้นของวิญญาณสิทธิพรเหลือเกิน แม้จะเป็นเพื่อนรักของสามี แต่นิสัยไปคนละเรื่องกันเลย

ด้านพิมพ์อร...รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้ชาครบาดเจ็บปางตาย เลยไถ่โทษด้วยการดูแลและปรนนิบัติอย่างดี ชาครปลื้มมาก ความรักในส่วนลึกของจิตใจค่อยๆเผยตัว จนพิมพ์อรประหม่าและเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น สองหนุ่มสาวคงจะอยู่ในบรรยากาศอึดอัดอีกนาน ถ้าชมพูนุชจะไม่มาเยี่ยมพร้อมกระเช้าใบใหญ่เสียก่อน แต่ไม่ทันที่ทั้งสามจะได้พูดคุยอะไรกันมาก นวัชก็โผล่มา พร้อมกับขออนุญาตพาตัวชมพูนุชไปโรงพัก ในฐานะผู้ต้องสงสัยฆ่าลูกชายตัวเองตาย!

ฟากเจติยามาเยี่ยมลาภิณที่โรงพัก และหยิบเหรียญให้ดูว่ามีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ใช่สีดำสนิทเหมือนเมื่อก่อน

“เจชำระมันหลายครั้งจนมันดีขึ้นมากแล้ว เจว่าน่าจะไม่เกินสามครั้ง มันคงจะกลายเป็นสีขาว เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้รวมครบสามเหรียญก็จะใช้สร้างกล่องรากบุญอีกไม่ได้”

ลาภิณพยักหน้ารับรู้แล้วถามถึงเหรียญของอยุทธ์ เจติยาบอกว่าอาจจะขอมาชำระภายหลัง ส่วนเหรียญของพิมพ์อรคงต้องขอผ่าน เพราะกสิณคงไม่ยินยอมง่ายๆ แต่แค่นี้ก็คงพอจะช่วยลาภิณได้

“คดีของคุณเกิดจากอำนาจของกสิณ ถ้าเราชำระเหรียญจนพลังอ่อนลงได้ หลักฐานความจริงทุกอย่างต้องปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน เหมือนตอนที่คุณโดนสะกดไว้ไงคะ”

ลาภิณนิ่งคิดตาม ตั้งท่าจะพูดเรื่องคดีของสิทธิพร แต่ต้องยั้งปากไว้ เมื่อนวัชเดินนำชมพูนุชขึ้นมาบนโรงพัก ซึ่งร้องไห้อ้อนวอนให้ปล่อยตัว เพราะเธอไม่ได้ฆ่าลูกชายตัวเอง เจติยามองมาด้วยความสนใจ แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นเด็กคนหนึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นขอให้ปล่อยแม่ เจติยาเดินไปกอดปลอบ เลยได้รู้ว่าวิญญาณเด็กน้อยคนนั้นก็คือกอล์ฟ และที่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นวันนี้ก็เพื่อให้ตามหาความจริง เพราะชมพูนุชไม่ใช่ฆาตกร แต่เป็นพลอยชมพูต่างหาก!

เจติยาพยายามซักว่าพลอยชมพูคือใคร แต่กอล์ฟกลับให้รายละเอียดอะไรไม่ได้ นอกจากตัวสั่นงันงก

“ผมกลัวแล้ว ป้าอย่าตีผม ผมเป็นเด็กดี ผมจะเชื่อฟังป้าทุกอย่าง อย่าทำผม ผมกลัวแล้วป้า อย่าทำผม!”

ขาดคำก็เลือนร่างหายไป ทิ้งเจติยาให้มองหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...ท่าทางเรื่องนี้จะยากกว่าที่คิด

ooooooo

เจติยาอยากช่วยวิญญาณกอล์ฟให้หมดห่วง เลยตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากนิษฐา เพราะทราบมาว่าเพื่อนรักเคยช่วยเหลือเด็กน้อยคนนั้นมาก่อน ตอนที่ถูกนำส่งมามูลนิธิเพราะถูกแม่ทำร้ายอย่างรุนแรง

“แม่เด็กเป็นคนอารมณ์รุนแรง ถ้าเด็กดื้อหรือทำอะไรไม่ได้อย่างใจขึ้นมาก็จะทุบตีไม่ยั้ง ตอนที่ฉันตรวจร่างกายเด็ก มีแต่รอยแผลเต็มไปหมดเลย เห็นแล้วแทบร้องไห้นะแก แต่พอเวลาอารมณ์ดีขึ้นมาก็รักลูกมาก ซื้อของเล่นให้ลูก เล่นกับลูกเหมือนเพื่อนวัยเดียวกันเลยนะแก อารมณ์เธอขึ้นลง แปรปรวนเดายากมาก”

เจติยานิ่งคิดตามคำพูดเพื่อน แล้วนิ่วหน้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดมูลนิธิถึงปล่อยให้กอล์ฟอยู่กับแม่อีก

“ฉันว่าน้องกอล์ฟอาจจะรักแม่มากหรือกลัวโดนตีซ้ำ เลยพูดไปแบบนั้น ในเมื่อเด็กยืนยัน เราเลยทำอะไรไม่ได้”

“แล้วพ่อเด็กล่ะ เขาไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยหรือ”

“ฉันเองก็ไม่เคยเจอพ่อน้องกอล์ฟหรอกนะ รู้แต่ว่าหย่ากันนานแล้ว เขาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย รายได้ต่างกับแม่เด็กอย่างกับฟ้ากับเหว ก็เลยต้องจำใจให้ลูกอยู่กับแม่”

เจติยาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปถามนวัชซึ่งตามมาคุยด้วยเรื่องหลักฐานบ่งชี้ว่าชมพูนุชเป็นฆาตกร

“ลายนิ้วมือ...บนศพเด็กไม่มีลายนิ้วมือคนอื่นอีกเลยนอกจากของแม่เด็ก แล้วแผลที่ทำให้ตายก็เกิดจากการตีด้วยของแข็ง แล้วเราก็พบวัตถุที่ใช้ในการฆาตกรรมแล้วด้วย โชคดีที่ยังมีเลือดติดอยู่ พอส่งพิสูจน์ดีเอ็นเอก็ตรงกับน้องกอล์ฟเป๊ะ ลายนิ้วมือบนวัตถุพยานก็ลายนิ้วมือแม่ ฆาตกรไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้หรอก นอกจากแม่เด็ก”

เจติยาเครียดจัด หลักฐานทุกอย่างเทไปทางชมพูนุชจริงๆ แต่ถึงกระนั้น เธอก็ไม่หายสงสัยในตัวพลอยชมพู เลยขอให้นวัชช่วยหาข้อมูล นิษฐาหน้าแหย รู้ว่าเพื่อนรักได้ข้อมูลมากจากไหน นวัชเสนอให้ถามความจริงจากวิญญาณกอล์ฟ เจติยาได้แต่ส่ายหน้าเซ็งๆ เพราะวิญญาณเด็กน้อยอ่อนแรงเต็มที จนยากจะติดต่อ

“เจว่าบางที...พลอยชมพูอาจจะเป็นผู้ร้ายตัวจริงของคดีนี้ก็ได้”

ระหว่างที่เจติยาเดินหน้าตามหาความจริงให้วิญญาณกอล์ฟเต็มที่ ลาภิณก็ได้รับการประกันตัวจากโรงพัก และเดินหน้าประชุมกับพนักงานในบริษัทเรื่องหาผู้รับเหมารายใหม่ แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีบริษัทไหนยอมรับงานใหญ่แต่มีเวลาจำกัดแบบนี้ ลาภิณถอนใจเคร่งเครียด แล้วก็ต้องหัวเสียกว่าเดิมเมื่อพิมพ์อรมาขอพบ

“ด้วยศักยภาพบริษัทพี่ ไม่ใช่แค่โครงการของท่านบุญช่วย แต่ทุกโครงการของสิทธิพร พี่ก็สานต่อให้ได้หมด ไม่ให้กระเทือนมาถึงน้องต้นเลย พี่ต้องการแค่เหรียญมาช่วยชีวิตคุณพ่อ พี่ไม่ได้เอาไปใช้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรสักหน่อย”

“แล้วต่อจากนั้นล่ะครับ ขนาดเหรียญมีอำนาจไม่เท่ากล่องรากบุญ พี่อรยังสร้างปัญหาให้คนอื่นถึงขนาดนี้ แล้วกล่องรากบุญที่บันดาลได้ทุกอย่าง จะช่วยให้พี่ทำเรื่องเลวร้ายได้มากขนาดไหน”

พิมพ์อรโกรธจัด “นี่น้องต้นกล้าว่าพี่ขนาดนี้เลยหรือคะ”

“เราคงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างภาพกันอีกแล้วมั้งครับ ถ้าพี่อรต้องการแค่ช่วยคุณลุงจริง หลังจากขอพรช่วยคุณลุงสำเร็จแล้ว พี่อรกล้าทำลายกล่องรากบุญทิ้งไหมล่ะครับ”

คำถามแทงใจดำของลาภิณทำให้พิมพ์อรชะงัก ถึงเรื่องพ่อจะสำคัญที่สุด แต่อำนาจกล่องรากบุญก็เป็นสิ่งที่ตนต้องการเช่นกัน ลาภิณเห็นท่าทีของพิมพ์อรแล้วก็ได้แต่ถอนใจหนักหน่วง

“เจพูดถูกทั้งหมด กิเลสของคนไม่มีวันหมดสิ้น มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆถ้าไม่รู้จักควบคุมมัน พี่อรกลับไปเถอะครับ ผมไม่ยอมให้เจยกเหรียญนั่นให้พี่หรอกครับ แต่ถึงเจยอม ผมนี่แหละจะเป็นคนขัดขวางเอง”

พิมพ์อรหน้าถมึงทึง หัวเสียมากที่หนุ่มรุ่นน้องพูดยากกว่าที่คิด แต่ลาภิณก็ไม่ยี่หระ ยืนกรานไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาด แถมออกปากไล่เธอด้วยซ้ำ...เห็นแก่ความรู้สึกดีๆที่เราเคยมีให้กันนะครับพี่อร กลับไปซะเถอะ!

ooooooo

หลังแยกจากพิมพ์อร ลาภิณก็โทร.ไปบอกภรรยาจะเคลียร์งานที่นิราลัยจนดึก ไม่ต้องรอทานอาหาร นทีเป็นคนรับสายแทน เพราะพี่สาวแพ้ท้องอย่างหนัก อาเจียนในห้องน้ำจนไม่มีแรงคุยกับใคร นทีเกือบบอกพี่เขยเรื่องพี่สาวท้องอยู่แล้ว แต่ก็ยั้งไว้ เพราะคิดว่าเรื่องดีๆแบบนี้ควรจะให้สามีภรรยาพูดกันเอง

เจติยาลูบท้องเบาๆ ยิ้มอย่างสุขใจที่ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่ไม่ทันไรก็ต้องหน้าตื่น เมื่อวิญญาณกอล์ฟปรากฏร่างมาตามเธอไปช่วยกิ๊บน้องสาวคนเดียว นักแต่งศพสาวไม่รอช้า ขับรถไปรับนิษฐากับนวัชให้ไปด้วยกัน

ธีรัชสามีเก่าของชมพูนุชเป็นฝ่ายมาต้อนรับคณะของเจติยา แม้จะงุนงงไม่น้อยที่ต้องรับแขกแปลกหน้ากลางดึก แต่ก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อเจติยาขอให้พาไปห้องนอนกิ๊บ แล้วทั้งหมดก็ได้ตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นว่าหน้าต่างในห้องกิ๊บถูกเปิดทิ้งไว้ นวัชรีบกระโดดตามหาคนร้ายทันที แต่ก็ไม่ทัน...คนร้ายที่เห็นแค่หลังไวๆนั้นหายตัวไปแล้ว

เจติยาตัดสินใจเล่าเรื่องวิญญาณของกอล์ฟและที่มาทั้งหมด ธีรัชอึ้งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องบ้าบอแบบนี้ นิษฐากับนวัชช่วยยืนยันว่าเจติยานั้นเชื่อถือได้ เพราะเคยผ่านคดีและเรื่องเหลือเชื่อมามากมาย ธีรัชนิ่งคิดตามแล้วพยักหน้ายอมรับ อย่างน้อยการปรากฏตัวของเจติยาก็ทำให้กิ๊บรอดพ้นจากอันตราย

เจติยาถอนใจโล่งอก กวาดตามองหาวิญญาณกอล์ฟให้ช่วยอธิบายความจริงแต่ก็ไม่พบ เลยตัดสินใจเล่าเอง

“น้องกอล์ฟบอกว่าผู้หญิงชื่อพลอยชมพูเป็นคนฆ่าน้องเขา แล้วก็กำลังจะทำร้ายน้องกิ๊บ ฉันเลยต้องมาช่วย”

ธีรัชไม่เข้าใจ เพราะตำรวจก็จับตัวชมพูนุชไปนานแล้ว เจติยาเลยย้อน เขาคงคิดว่าชมพูนุชเป็นฆาตกร ธีรัชเครียดมาก ไม่อยากคิดแบบนั้นแต่ก็จนด้วยหลักฐานแวดล้อม “ผมไม่เข้าใจเขาเท่าไหร่ ปกตินุชเป็นคนดีมากนะครับ อ่อนโยนน่ารัก แต่บางครั้งเขาก็เปลี่ยนไป...เปลี่ยนไปจนผมกลัว ผมถึงต้องขอหย่ากับเขาไงครับ”

พวกเจติยามองหน้ากันงงๆ ธีรัชรู้สึกผิดมาก นึกเสียใจที่หย่า ทำให้กอล์ฟต้องตายโดยไม่มีใครเหลียวแล ท่าทางสำนึกผิดของธีรัช ทำให้นิษฐาอดแปลกใจไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเขาคงรู้มาตลอดว่ากอล์ฟถูกอดีตภรรยาทำร้าย

ธีรัชน้ำตารื้นด้วยความสะเทือนใจ “ผมก็รู้จากปากคนอื่น ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองหรอกครับ แต่ตามตัวน้องกอล์ฟก็มีร่องรอยถูกทำร้ายจริงๆ แต่พอผมถามว่าใช่ฝีมือแม่ไหม เขาก็ปฏิเสธตลอด ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง จะเอาเขามาเลี้ยง ผมก็กลัวเลี้ยงไม่ได้ดี เพราะลำพังตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว”

เจติยานิ่งเก็บข้อมูล รู้สึกว่าคดีนี้มีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ยังไม่รู้เท่านั้นว่ามันคืออะไรกันแน่

ฝ่ายลาภิณกลับถึงบ้านตอนดึกของวันเดียวกัน ส่ายหน้าอ่อนใจเมื่อเห็นภรรยานั่งหลับบนโซฟาในห้องรับแขก เขาปลุกและบอกให้เธอไปนอนบนเตียงให้สบาย เจติยางัวเงียตื่นมาและถามไถ่ถึงเรื่องงานด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ได้อ้าปากค้าง เมื่อสามีสารภาพว่ามีปัญหาเงินค้ำประกันของสิทธิพรจนอาจล้มละลาย เขาจึงคิดว่าควรจะหย่ากับเธอ!

ความจริงจากปากลาภิณทำให้เจติยาเครียดหนัก แม้สามีจะปลอบว่ายังอยู่ด้วยกันและทำเพื่อประโยชน์ของเธอ แต่ก็อดใจหายไม่ได้ แล้วนักแต่งศพสาวก็ต้องปัดเรื่องสามีทิ้งไปก่อน เมื่ออยุทธ์เข็นเตียงศพมาให้แต่งหน้า พร้อมอธิบายสาเหตุการตายว่าไม่ยอมกินยา อาการทางจิตเลยกำเริบ วิญญาณกอล์ฟซึ่งป้วนเปี้ยนไม่ห่างกันเลยโพล่งออกมาบ้าง ว่าเหมือนพลอยชมพูเลยที่ชอบเอายาของชมพูนุชไปทิ้ง เจติยาตาโต ดีใจที่ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้น

เจติยารีบโทร.หานวัชให้หาข้อมูลและประวัติการรักษาของชมพูนุช ผู้กองหนุ่มอยากช่วยแต่คิดว่าคงยาก เพราะด้วยจรรยาบรรณแพทย์คงอยากเก็บข้อมูลคนไข้เป็นความลับมากกว่า เจติยาเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ธีรัช เข้าใจว่าสามีภรรยา ถึงจะเป็นอดีต คงเคยบอกเล่าถึงอาการเจ็บป่วยบ้าง แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อธีรัชบอกว่าไม่เคยรู้เรื่อง

“นุชเขาไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟังหรอก จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เต็มใจจะแต่งงานกับผมด้วยซ้ำ เขาดีกว่าผมทุกด้าน จะมาสนใจคนอย่างผมทำไม พอดีช่วงนั้นเขาอกหัก แล้ววันนั้นเราก็เมา...”

“แต่คุณก็อยู่ด้วยกันจนมีลูกน่ารักๆตั้งสองคน ก็น่าจะมีความผูกพันกันบ้างนะคะ”

“นุชเขาชอบโทษว่าผมกับลูกทำให้ชีวิตเขาไปไม่ไกล เราก็เลยไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัวอะไรมากนัก ขี้เกียจทะเลาะ”

“ขอโทษนะคะ นี่คือสาเหตุที่ทำให้คุณกับคุณชมพูนุชหย่ากันหรือคะ”

“เปล่า...ผมทนอารมณ์เขาไม่ได้มากกว่า นุชเขาเป็นคนอารมณ์แปรปรวนง่าย ยิ่งเวลาเครียดเรื่องงาน หรือต้องอยู่ในที่แคบๆมืดๆ เขาจะอารมณ์เสียมาก บางครั้งมันน่ากลัวจนเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย”

เจติยานิ่งเก็บข้อมูล แล้วตัดสินใจเดินทางไปสอบถามเพิ่มเติมจากชมพูนุช แต่เหมือนจะไม่ได้เรื่องนัก เพราะชมพูนุชมีท่าทางหงุดหงิดมาก และปฏิเสธจะให้ความร่วมมือ โดยบอกจะให้การในชั้นศาลเอง เจติยาจนปัญญาเลยถามถึงพลอยชมพูแทน ชมพูนุชมีสีหน้าตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด เจติยาเอะใจเลยตามไปคาดคั้นใหญ่ว่าพลอยชมพูคือใครกันแน่ ชมพูนุชมีท่าทางอึกอัก ได้แต่บอกว่าไม่รู้และไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้

เจติยาไม่ยอมจบง่ายๆ “คุณจะไม่รู้ได้ยังไงคะ พอฉันพูดชื่อนี้ คุณก็หน้าเปลี่ยนสีทันทีเลย คุณรู้ไหมคะว่าเขาฆ่าลูกชายคุณ แล้วก็อาจจะเป็นคนเดียวกับที่พยายามจะฆ่าลูกสาวคุณด้วย”

ชมพูนุชหน้าซีดเผือด ปฏิเสธเสียงสั่นไม่รู้ไม่เห็น เจติยาไม่ละความพยายาม อ้างถึงลูกทั้งสอง ที่ต้องตายโดยหาสาเหตุไม่ได้ ชมพูนุชเริ่มมีท่าทางกระสับกระส่าย ในที่สุดเมื่อทนแรงกดดันไม่ไหว ก็เบิกตากว้างแบบคนขาดสติควบคุมตัวเองไม่ได้และบีบคอเจติยาทันที “อยากตายนักใช่ไหม!”

เจติยาตกใจมาก พยายามดึงมือออก แต่สู้แรงไม่ไหว แต่ทันใดนั้น...ชมพูนุชก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อมีคนมามุงมากเข้า ท่าทีจึงอ่อนลง ปล่อยมือจากคอเจติยาและผลุนผลันจากไปทันที

ooooooo

ระหว่างที่เจติยาตามหาความจริงเกี่ยวกับพลอยชมพู ลาภิณเครียดหนัก เพราะไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่มีผู้รับเหมาคนไหนยอมรับงานของสิทธิพรเลย นทีเห็นท่าทางซึมๆของพี่เขย เลยปลอบให้ใจเย็น เชื่อว่าทุกอย่างต้องมีทางออกและแก้ไขได้เหมือนทุกครั้ง ลาภิณยิ้มแห้งๆ บอกว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น งานนี้มีหวังได้หมดตัวแน่

“พี่ต้น...ผมถามได้ไหม ถ้าพี่ล้มละลายขึ้นมาจริงๆ พี่เจจะเดือดร้อนไหม”

ลาภิณชะงัก สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกขอหย่ากับเจติยาไปแล้ว “ต้องเร็วที่สุดเลยล่ะ พี่ไม่อยากให้เจต้อง เดือดร้อนเพราะปัญหาทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับเจเขาเลย มันก็แค่กระดาษใบเดียว มันไม่ได้ทำให้พี่รักเจน้อยลงซะหน่อย”

นทีปลื้มใจมากที่พี่เขยรักพี่สาวขนาดนี้ เช่นเดียวกับเจติยาที่มาแอบฟังอยู่นานแล้ว ถึงกับน้ำตาคลอในความมั่นคงของสามี แต่ก็ต้องพูดไม่ออก เมื่อเขาเปรยกับนทีเรื่องลูก...ว่าดีที่ไม่มีตอนนี้ ไม่งั้นคงลำบากน่าดู

เจติยาตัดสินใจได้ในนาทีนั้นเลย จะยังไม่บอกสามีเรื่องท้อง เพราะไม่อยากให้เขากังวลมากไปกว่านี้ และทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้คดีของกอล์ฟ โดยวางแผนร่วมกับนิษฐา นวัชและธีรัช หลอกล่อชมพูนุชมาที่บ้าน วิญญาณกอล์ฟรับหน้าที่ปรากฏร่างให้แม่เห็น เพื่อสังเกตท่าที แล้วทุกคนก็ได้อึ้ง เมื่อชมพูนุชกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ!

ความตกใจกลัวทำให้ชมพูนุชอาละวาดหนัก แต่ที่ทำให้ธีรัชหัวใจแทบหลุดจากร่าง ก็เมื่ออดีตภรรยาจับลูกสาวเป็นตัวประกัน กิ๊บร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ธีรัชพยายามเตือนสติว่ากิ๊บคือลูก แต่ไม่ได้ผล

เจติยาถอนใจหนักหน่วงแล้วอธิบายเสียงเคร่ง “ตอนนี้เขาไม่ใช่คุณชมพูนุช แม่ของน้องกิ๊บหรอกค่ะ แต่เขาคือป้าพลอยชมพู...ผู้หญิงคนนี้มีอาการทางจิตขั้นรุนแรง มีสองบุคลิกในคนคนเดียว คนหนึ่งเรียบร้อยใจดี ก็คือคุณชมพูนุช แต่อีกคนโหดร้ายเจ้าอารมณ์ก็คือพลอย–ชมพู และคุณพลอยชมพูนี่ล่ะค่ะที่เป็นคนฆ่าน้องกอล์ฟ”

พลอยชมพูในร่างชมพูนุชหัวเราะลั่น “เก่งจริงนะที่รู้ได้ถึงขนาดนี้ แต่ความจริงฉันก็ไม่ได้ตั้งใจฆ่าเด็กบ้านั่นหรอกนะ ก็แค่ตีมันแรงไปหน่อยเท่านั้นเอง”

ธีรัชอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอดีตภรรยาจะใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้ “นุช...นี่คุณฆ่าลูกจริงๆหรือ”

พลอยชมพูถลึงตา ตวาดลั่น “มันไม่ใช่ลูกฉัน ก็แค่เด็กที่อาศัยท้องชมพูนุชเกิดเท่านั้นแหละ แล้วรู้ไหมว่ามันทำให้ชีวิตของชมพูนุชต้องลำบากแค่ไหน ฉันถึงต้องปกป้องเขายังไงล่ะ”

ธีรัชจะโต้ เจติยารีบห้ามแล้วบอกว่าชมพูนุชไม่ใช่คนเดิมเวลานี้ แต่เป็นพลอยชมพูที่ควบคุมทุกอย่าง นวัชจะจับตัวพาไปรักษา พลอยชมพูเลยขู่จะฆ่ากิ๊บทิ้ง ผู้กองหนุ่มเลยต้องถอย นิษฐาต้องช่วยกล่อมอีกแรง

“ถึงคุณจะไม่คิดว่าน้องกิ๊บเป็นลูก แต่เขาก็เป็นเด็กดีนะคะ น้องเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

“ถึงไม่รู้เรื่อง มันก็เกิดมาแล้ว ถ้ามันไม่เกิด ชีวิตชมพูนุชก็ต้องไปไกลกว่านี้ เพราะฉะนั้น...ฉันต้องฆ่ามัน!”

ขาดคำพลอยชมพูก็จะบีบคอกิ๊บ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน แต่ทันใดนั้น...ชมพูนุชตัวจริงก็ขัดขืนขึ้น ไม่ยอมให้บุคลิกด้านร้ายกาจทำร้ายลูกสาวคนเดียว แต่พลอยชมพูก็สู้เต็มกำลัง

“ฉันทำเพื่อปกป้องเธอนะ เธอควรจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าเธอไม่โง่แต่งงานกับไอ้คนไร้อนาคตอย่างมัน แล้วก็มีไอ้เด็กเปรตพวกนี้คอยเกะกะขวางทาง”

“ไม่จริง...ทั้งหมดเป็นความผิดฉันเอง ถึงธีจะด้อยกว่าฉัน แต่เขาก็เป็นสามีที่ดี ฉันรักเขา แล้วก็รักลูกทุกคน”

“ไม่จริง...พวกมันทำลายชีวิตเธอ แต่เธอมันอ่อนแอ ไม่กล้ายอมรับความจริง ฉันถึงต้องช่วยเธออยู่นี่ไงล่ะ”

ท่าทางขึงขังของพลอยชมพูทำให้ชมพูนุชจนปัญญา ตัดสินใจตะโกนบอกอดีตสามีให้ดูแลลูก ก่อนจะพุ่งตัวใส่ตู้กระจกจนแตกกระจาย ขาดใจตายคาที่เพราะถูกเศษกระจกบาดคออย่างจัง

ooooooo

ธีรัชไปให้ปากคำที่โรงพัก ส่วนเจติยาพยายามปลอบใจกิ๊บให้ทำใจ เพราะชมพูนุชไปสบายแล้วและได้ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกสาวคนเดียว นวัชรู้สึกผิดไม่น้อย คิดว่าถ้าจับกุมชมพูนุชได้ คงไม่ต้องมาตายแบบนี้

ธีรัชส่ายหน้าเบาๆ “แต่ผมว่านุชเขาเลือกทางนี้มากกว่าครับ ในเมื่อพลอยชมพูเป็นส่วนหนึ่งของเขาแล้วเขาก็ไม่มีทางกำจัดเธอไปได้ ก็มีแต่ต้องตายไปพร้อมกันเท่านั้นล่ะครับ”

เจติยาหดหู่ไม่ต่างจากผู้กองหนุ่มนัก ไม่อยากให้ทุกอย่างจบลงแบบนี้เลย แต่ก็สุดปัญญาจะช่วยได้ วิญญาณของชมพูนุชและกอล์ฟเลยเข้ามาปลอบใจไม่ให้คิดมาก “ฉันรู้ตัวดีค่ะ เพราะพลอยชมพูคือด้านมืดของฉัน มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่กำจัดเขาไปได้ แล้วฉันก็อยากไถ่โทษเรื่องกอล์ฟด้วย”

วิญญาณกอล์ฟยิ้มน้อยๆ ดีใจมากที่ได้แม่คนเดิมกลับคืน แต่ไม่วายหันไปบอกลาเจติยา พร้อมกับเตือนด้วยความเป็นห่วง ว่าชำระเหรียญอีกเพียงสองครั้งก็จะสำเร็จแล้ว แต่พิมพ์อรกับกสิณคงไม่ยอมง่ายๆ นักแต่งศพสาวถึงกับอึ้งไปอึดใจ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเพราะคำเตือนของกอล์ฟไม่ได้เกินจริงเลย

เวลาเดียวกันที่บ้านวนันต์...พิมพ์อรมองสภาพเหี่ยวย่นของกสิณด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับปีศาจร้ายกันแน่ กสิณพยายามประคองร่างอ่อนแรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนคนแก่

“นี่คือผลจากการชำระเหรียญของเจติยา อีกสองครั้งเท่านั้น เหรียญของเจติยาก็จะหมดสิ้นพลัง ใช้สร้างกล่องรากบุญอีกไม่ได้ ถึงฉันจะยังอยู่กับเธอ แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะรับใช้เธอได้อีกแล้ว”

พิมพ์อรร้อนใจมาก ทั้งที่เธอขอพรจากเหรียญไปแล้ว เหตุใดกสิณถึงมีสภาพเช่นนี้ ปีศาจร้ายอธิบายว่าพลังกิเลสของเหรียญมีไม่เพียงพอ เจ้านายสาวต้องขอให้อยุทธ์ช่วยอีกแรง พิมพ์อรนิ่งไปนิดเดียวแล้วรับปาก

“ฉันจะต้องช่วยเธอให้ได้ เธอไม่ต้องกลัวนะกสิณ”

เช้าวันต่อมา...พิมพ์อรเลยรีบไปลากตัวน้องชายมาหาพ่อที่ห้อง อยุทธ์ไม่เข้าใจว่าพี่สาวจะพามาทำไมในเมื่อพ่อยังไม่ตื่น “เพราะพี่อยากให้เธอเห็นสภาพพ่อน่ะสิ อยุทธ์...คุณพ่อจะอยู่กับเราได้อีกไม่นานแล้วนะ”

อยุทธ์ตกใจมาก มองพ่อด้วยความเป็นห่วง พิมพ์อรจ้องหน้าน้องชายนิ่ง สารภาพทุกอย่างว่าจงเกลียดจงชังเขาเพราะพ่อรักและห่วงเขามากกว่าเธอที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตพ่อ อยุทธ์รู้สึกผิดมาก

“ผมยอมรับผิดทั้งหมดครับ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ วันนั้น...ผมจะไม่เดินออกจากบ้านเด็ดขาด”

พิมพ์อรพอใจมากที่น้องชายหลงเชื่อ ทำท่าจะคุกเข่าและแกล้งอ้อนวอนทั้งน้ำตา “พี่จะกราบขอร้องเธอ พี่ยอมทำทุกอย่าง ขอแค่เธอยอมช่วยชีวิตคุณพ่อเท่านั้น อยุทธ์...มีแต่กล่องรากบุญเท่านั้นที่จะช่วยคุณพ่อได้ แล้วก็มีแต่เธอเท่านั้น ที่จะช่วยพี่รวบรวมเหรียญได้ แล้วก็อย่าพูดเหมือนเจติยาอีกคนนะ ดูคุณพ่อให้ชัดๆสิ แล้วถามใจตัวเองว่าเธอทนเห็นคุณพ่อต้องตายต่อหน้าต่อตาทั้งๆที่สามารถช่วยได้จริงหรือเปล่า”

อยุทธ์มองไปทางพ่อด้วยท่าทางใคร่ครวญอย่างหนัก ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ส่วนพิมพ์อรจับตามองน้องชายด้วยสีหน้าลุ้นๆ แอบมีความหวังว่าจะโน้มน้าวจิตใจน้องชายได้

คำขอร้องอ้อนวอนของพี่สาวทำให้อยุทธ์เครียดจัด ชาครมาคุยด้วย จะหาคนไปส่งบ้านนวัช แต่อยุทธ์อยากรอพ่อตื่นก่อน เลขาหนุ่มตั้งท่าจะแยกออกไป อยุทธ์เลยถามไล่หลังว่าย้ายไปอยู่ข้างเจติยาแล้วหรือ

“ผมไม่มีทางอยู่ข้างใครทั้งนั้น นอกจากข้างคุณท่านกับคุณอร แต่ที่ผมทำไปเพราะเป็นความต้องการของคุณท่าน คุณท่านต้องการจากไปอย่างสงบ โดยไม่ต้องการให้คุณอรตกเป็นทาสเหรียญอีก”

“แปลก...ฉันเห็นนายทำตามคำสั่งพี่อรทุกอย่างเหมือนหุ่นยนต์ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่นายกล้าขัดคำสั่งเขา”

ชาครถอนใจหนักหน่วง “ผมทำเพื่อคุณอร ถ้าเราหวังดีกับใครสักคนจริงๆ เราต้องอยากเห็นเขาทำสิ่งที่ถูกที่ควร ไม่ใช่ตามใจทุกเรื่อง คุณมีอะไรจะคุยกับผมอีกไหม”

ชาครเลี่ยงไปแล้ว อยุทธ์มองตามเซ็งๆ ดึงเหรียญออกมาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี

อยุทธ์อยู่เป็นเพื่อนพ่อจนถึงเย็น และพาวนันต์นั่งรถเข็นชมสวน โดยมีชาครเดินตามประกบ อยุทธ์มีท่าทางอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด สภาพอ่อนแรงของพ่อทำให้ลังเลใจจะใช้เหรียญเพื่อสร้างกล่องรากบุญ

“ผมลำบากใจมากนะครับพ่อ ที่ต้องทนเห็นพ่อตายไปต่อหน้าทั้งที่ผมช่วยได้”

“แล้วคนเป็นพ่อไม่ลำบากใจเหรอครับ ที่ต้องทนเห็นลูกเดินทางผิด ทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ”

“ชาครพูดถูกแล้ว เขาก็เคยเป็นเหมือนลูกนะอยุทธ์ แต่วันหนึ่งเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร”

“ไม่เหมือนกันหรอกครับ ถึงชาครจะรักเคารพคุณพ่อมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ใช่ลูก”

“แต่ผมก็ไม่เคยสร้างความลำบากใจ หรือว่าทิ้งคุณท่านไปแม้แต่นาทีเดียวนะครับ”

คำพูดแทงใจดำของชาครทำให้อยุทธ์หงุดหงิดมาก วนันต์ไม่อยากให้มีเรื่องเลยตัดบทขอเข้าข้างใน อยุทธ์พาไปแบบเสียไม่ได้ ทิ้งชาครให้มองตามด้วยความกังวลใจ... กลัวเหลือเกินว่าอยุทธ์จะเลือกเดินทางผิดเหมือนพิมพ์อร

ooooooo

หลังพยายามอยู่หลายวัน ในที่สุดลาภิณก็ได้ผู้รับเหมาที่สนใจจะสานงานของสิทธิพร เจติยาดีใจกับสามี และกระตือรือร้นจะเตรียมอาหารเย็นด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญ โดยมีนทีเป็นลูกมือด้วยความเต็มใจ

เย็นวันเดียวกันที่บ้านวนันต์...พิมพ์อรต้องผจญกับการจองล้างจองผลาญของวิญญาณสิทธิพรจนแทบคลั่ง เกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าอยุทธ์ซึ่งเข็นรถวนันต์ผ่านมาเห็นจะไม่ขอพรจากเหรียญช่วยเอาไว้ แต่พลังของพรนั้นได้ผลเกินคาด เพราะไม่แค่ยับยั้งไม่ให้วิญญาณสิทธิ–พรทำร้ายพี่สาว แต่ยังช่วยฟื้นฟูพลังให้กสิณด้วย

กสิณมองร่างกายค่อยๆคืนสภาพเป็นหญิงสาวอีกครั้งด้วยความกระหยิ่มใจ เพราะพรของอยุทธ์แท้ๆ ทำให้เธอมีพลังอีกครั้ง ปีศาจร้ายปรี่ไปเอาเรื่องวิญญาณสิทธิพรทันทีจนต้องถอยล่า วนันต์เฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความเสียใจ ผิดหวังในตัวลูกชายกับลูกสาวมากที่ตกเป็นทาสอำนาจของเหรียญไม่ต่างกันเลย

อยุทธ์มีท่าทางสลดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นวนันต์โกรธ พิมพ์อรใจไม่ดี แม้จะบอบช้ำที่ถูกวิญญาณสิทธิพรโจมตีโดยไม่รู้ตัว แต่ยังพยุงร่างอ่อนแรงไปพูดกดดันน้องชายให้เห็นว่าเขาต้องขอพรจากเหรียญด้วยความจำเป็น

อยุทธ์ถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ “ผมก็พยายามจะคิดแบบนั้นนะพี่ แต่พี่เห็นสายตาที่คุณพ่อมองพวกเราไหม คุณพ่อผิดหวังกับสิ่งที่ผมทำมาก ท่านคงกลัวว่าสักวันเราสองคนจะเดินซ้ำรอยท่าน”

พิมพ์อรเก็บอาการหงุดหงิด แล้วส่งสายตาให้กำลังใจน้องชาย “โอเค...พี่ยอมรับว่าพี่อาจจะใช้เหรียญไปในทางที่คุณพ่อไม่ชอบ แต่เธอไม่ใช่ เธอใช้เหรียญเพื่อช่วยคนอื่น ไม่ได้ใช้เพื่อตัวเองเลย แล้วจะผิดได้ยังไง”

“แต่คุณพ่อไม่ต้องการให้เรายุ่งเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะใช้ถูกหรือใช้ผิด ใช้ดีใช้เลว”

“ถ้าอย่างนั้น...พี่ขอแค่สร้างกล่องรากบุญเพื่อช่วยคุณพ่อ หลังจากนั้นพี่จะทำลายมัน เธอจะยอมช่วยพี่ไหม”

อยุทธ์มีสีหน้าลังเลขึ้นมา พิมพ์อรไม่รอช้า เกลี้ยกล่อมให้น้องชายช่วยตนยื้อชีวิตพ่อไว้ อยุทธ์ยังกังวลอยู่มาก แม้จะรู้ดีว่าการขอพรจากเหรียญมีแต่จะทำให้ถลำลึก แต่ก็อดคล้อยตามพี่สาวไม่ได้เพราะไม่อยากให้พ่อตาย

ด้านลาภิณกับเจติยา...ต้อนรับขับสู้ภาณุผู้รับเหมาที่สนใจจะสานงานของสิทธิพรอย่างดี โดยมีนทีช่วยรับรองภาณุวัฒน์ลูกชายของภาณุอย่างเป็นกันเอง...หลังมื้อค่ำแสนอร่อย ภาณุจึงแยกไปคุยธุระกับลาภิณตามลำพังเลยได้ทราบสถานการณ์ว่าเหตุใดลาภิณถึงหาผู้รับเหมาใหม่ได้ยากเต็มที แต่ด้วยสถานะเพิ่งเริ่มสร้างชื่อให้แก่บริษัทอย่างเขา เลยตัดสินใจจะตอบรับสานต่อโครงการให้จบ

ลาภิณดีใจมาก แต่ทันใดนั้น...ความหวังก็ดับวูบ เมื่อจู่ๆภาณุที่ถูกพลังกสิณครอบงำก็เกิดเปลี่ยนใจ ไม่รับงานต่อ...สถานการณ์ของลาภิณเลยย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากบรรยากาศระหว่างนทีกับภาณุวัฒน์ที่พูดคุยกันอย่างถูกคอ ทั้งเรื่องความสนใจและกิจกรรมยามว่าง จนถึงขั้นแลกเบอร์และนัดแนะกันไปดูบอลด้วยกันเลย

หลังส่งภาณุกับภาณุวัฒน์กลับ ลาภิณก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง ผิดหวังที่ถูกภาณุปฏิเสธโดยไร้สาเหตุ เจติยาสงสารและเห็นใจสามีมาก รู้ดีว่าเขาพยายามอย่างหนักเพื่อพยุงสถานะทางการเงินของนิราลัยและครอบครัว แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเต็มที เธอโอบกอดเขาให้คลายความกังวลและให้กำลัง

“สถานการณ์แย่ที่สุด ก็คือคุณล้มละลาย แล้วนิราลัยก็ถูกยึดใช้หนี้ แต่เจไม่เคยกลัวเลยนะคะ เรายังมีสมอง เรายังมีแรง ยังไงเราก็ไม่อดตาย ที่สำคัญสุด...เรายังมีกันอยู่ เจไม่กลัวอะไรทั้งนั้นล่ะค่ะ”

ลาภิณซาบซึ้งใจมาก โอบตอบเธอแน่นเหมือนจะซึมซับพลังใจให้มีกำลังลุกสู้อีกครั้ง

ooooooo

ความเครียดของลาภิณทำให้เจติยาอดเป็นห่วงไม่ได้ ถึงแม้จะอยากบอกเรื่องท้องใจแทบขาด แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเขาเป็นกังวลมากไปกว่านี้ ต่างจากนิษฐาที่ปลื้มมากจะได้เป็นน้า แต่ไม่เห็นด้วยกับเพื่อนรักที่ปิดบังสามี ด้วยเชื่อว่าลาภิณจะต้องดีใจและมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมากกว่า

“ฉันจะลองหาจังหวะดีๆบอกเขาละกัน เออ...แล้วพี่ผู้กองล่ะ วันนี้ไม่ต้องเข้าเวรไม่ใช่หรือ”

“มีงานด่วน...ต้องไปล้อมจับพวกค้ายาน่ะสิ มีงานแบบนี้ทีไร ฉันอดห่วงไม่ได้สักที”

ความวิตกของนิษฐาไม่ได้เกินจริงเลย เพราะนวัชบ้าระห่ำมากระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และต่อสู้กับพวกแก๊งค้ายาอย่างดุเดือดจนเป็นที่ประทับใจของลูกน้อง ไม่เว้นแม้แต่อยุทธ์ที่รับฟังวีรกรรมของผู้กองหนุ่มด้วยความทึ่งระคนชื่นชม แต่แล้วสองหนุ่มก็ได้เบิกตาโพลง เมื่อหนึ่งในแก๊งค้ายาที่หนีรอดไปได้ บุกเข้ามายิงนวัชกลางอกในระยะเผาขน!

ชาวบ้านละแวกนั้นแตกตื่น รวมทั้งอยุทธ์ที่ทำตัวไม่ถูก อาการของนวัชแย่ลงทุกที แม้จะอยู่ในรถพยาบาลแล้ว ก็เหมือนจะหมดลมหายใจได้ทุกขณะ สุดท้ายเลยตัดสินใจขอพรจากเหรียญช่วยผู้กองหนุ่มให้หายเป็นปกติ

ฝ่ายนิษฐากับเจติยา...รุดไปดักรอที่โรงพยาบาลในเวลาไม่กี่อึดใจ แต่ต้องตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นว่านวัชเดินลงจากรถพยาบาลด้วยสภาพปกติทุกอย่าง ท่ามกลางความตกใจของเหล่าหมอและพยาบาลที่มารอรับ เจติยานึกรู้ว่าต้องเป็นฝีมืออยุทธ์ที่ขอพรจากเหรียญให้นวัชหายดี แม้เขาจะทำด้วยความจำเป็น แต่ก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี

“ทุกครั้งที่ผมขอพร ผมขอเพื่อช่วยคนอื่นตลอดนะครับ ไม่เคยขอเพื่อตัวเองเลยสักครั้งเดียว”

“เจเชื่อคุณค่ะ แต่ครั้งแรกที่เจขอพรจากกล่องรากบุญ เจก็ขอเพื่อช่วยแม่เหมือนกัน แต่หลังจากนั้น ก็มีเหตุให้เจต้องขอพรมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงไม่อยากขอก็ต้องขอ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราตกอยู่ในอำนาจของมันแล้วไงคะ”

“ผมรู้ว่าคุณเจไม่เห็นด้วย แต่ถ้าผมไม่ขอพร ผู้กองอาจจะไม่รอดนะครับ”

“นั่นล่ะค่ะ อำนาจของมัน เริ่มต้นด้วยความจำเป็น ทำให้เราไม่รู้สึกผิด แล้วก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุด...ถ้าเราไม่ตายก็ต้องตกเป็นทาสมัน ถ้าไม่อยากให้สิ่งพวกนี้เกิดขึ้น ก็ต้องไม่ขอพรตั้งแต่แรก หรือทำลายมันทิ้งซะ”

อยุทธ์เถียงไม่ออก ทั้งเครียดและสับสนไปหมด แต่ไม่ทันโต้อะไร นิษฐาก็เดินมาหาเจติยาเสียก่อนพร้อมสีหน้าเป็นคำถามว่าสถานการณ์ของนวัชคงไม่ใช่เรื่องปกติแน่ นักแต่งศพสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เห็นว่าไม่มีประโยชน์จะปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้น เลยตัดใจเล่าให้เพื่อนรักฟังตั้งแต่ต้น

เมื่อเจติยากลับถึงบ้านเย็นวันเดียวกันก็หมดอารมณ์จะทำอะไร รีบโทร.ตามนทีให้กลับมาทานข้าวเป็นเพื่อน แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อน้องชายตัวดีอ้อนขอไปดูบอลกับภาณุวัฒน์ที่ร้านค้าข้างมหาวิทยาลัย เจติยาใจอ่อน เห็นว่าน้องชายทำตัวดีมาตลอด เลยตัดสินใจยอมให้เขาไปมีช่วงเวลาสนุกสนานกับเพื่อนฝูงอย่างที่ต้องการ

เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง...ลาภิณกำลังเจรจากับบุญช่วยอย่างเคร่งเครียด อยากให้ช่วยยืดเวลาโครงการออกไป เพราะดูท่าจะหาผู้รับเหมาได้ยากเต็มที บุญช่วยหนักใจไม่น้อย เห็นใจลาภิณมากที่ต้องรับเคราะห์แทนสิทธิพร แถมเจติยายังช่วยเขาไว้มากเรื่องหลิน เลยยอมรับปากช่วยผ่อนผันให้เวลาเพิ่มอีกหนึ่งเดือน แต่คงทำได้เท่านี้ เพราะหากโครงการไม่เสร็จตามกำหนด จะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เสียหาย

ลาภิณกลับบ้านในสภาพห่อเหี่ยว แม้การเจรจากับบุญช่วยจะทำให้มีเวลาหายใจเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีกว่าเดิมนัก เขากวาดตามองหาเจติยาด้วยความเคยชิน แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเธออาเจียนอย่างหนักในห้องน้ำ เจติยาเห็นท่าทางห่วงใยของสามีก็ทำท่าจะบอกความจริงเรื่องท้อง แต่ไม่ทันเอ่ยปาก นทีก็โทร.มาแจ้งข่าวร้ายเสียก่อนว่าถูกจับไปโรงพักพร้อมกับภาณุวัฒน์ ด้วยข้อหาทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร!

เจติยาหายแพ้ท้องเป็นปลิดทิ้งและรีบไปโรงพักพร้อมกับลาภิณ หัวเสียมากเมื่อคิดว่าน้องชายคงเป็นฝ่ายก่อเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย นทีร้อนใจ แก้ตัวใหญ่ว่าถูกคู่กรณียียวนก่อน กลุ่มวัยรุ่นทำท่าจะมีปากเสียงกันอีก ลาภิณเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามจะไกล่เกลี่ยและประกันตัวนทีออกไปก่อน ทันใดนั้น...ภาณุก็ก้าวขึ้นมาบนโรงพัก แล้วตรงไปตบหน้าภาณุวัฒน์ฉาดใหญ่ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน

สภาพยืนช็อกตาค้างของภาณุวัฒน์ยังติดในหัวนทีจนถึงบ้าน เจติยาทำหน้าดุใส่ บอกว่าเธอก็อยากตีเขาให้ตายคามือเหมือนกันที่ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน นทีโต้ว่าไม่ได้เป็นคนโต้ตอบ แต่เป็นภาณุวัฒน์ต่างหาก นักแต่งศพสาวไม่อยากเชื่อ เพราะเท่าที่เคยสัมผัสวันก่อน ภาณุวัฒน์ก็มีท่าทางเรียบร้อยดี ลาภิณส่ายหน้าเบาๆเมื่อเห็นพี่น้องเถียงกัน เลยไล่ให้ไปนอน เจติยาเลยทำหน้างอ งอนสามีที่เข้าข้างน้องชายตลอด นทีไม่พอใจหลุดปาก

“ผมรู้ว่าพวกพี่กำลังมีปัญหา พี่ต้นก็เครียดเรื่องงาน พี่เจก็ท้อง แล้วผมจะไปก่อเรื่องเพิ่มอีกได้ไง”

พูดออกไปแล้วถึงได้สติ ลาภิณมองมาทางภรรยาอึ้งๆ แล้วก็ทำตาดุใส่ที่เธอปิดบังเรื่องนี้มาตลอด เจติยาแก้ตัวแกนๆว่าเห็นเขาเครียดกับงานของสิทธิพรเลยไม่อยากเพิ่มเรื่อง

“ไม่ใช่ไม่บอกค่ะ แต่เจกำลังหาเวลาที่เหมาะสม ถ้าเจบอกไปแล้วคุณต้นไม่ดีใจ เจคง...”

“ผมจะไม่ดีใจได้ไง เขาเป็นลูกของเรานะเจ เขาจะเป็นกำลังใจสำคัญช่วยให้เรามีแรงสู้ ผ่านเวลาแย่ๆไปได้”

ท่าทีงอนๆของสามีทำให้เจติยาใจไม่ดี โผกอดเขาแน่นเพื่อไถ่โทษ ลาภิณยิ้มบางๆมองภรรยาด้วยความรักล้นใจ ก้มลงมองท้องแบนราบของเธอแล้วตัดสินใจเอาหน้าไปแนบ...ไหนขอจับลูกดิ้นหน่อยสิ

ooooooo

ระหว่างที่ลาภิณกับเจติยากอดกันอย่างมีความสุข พิมพ์อรที่เห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านพลังพิเศษของกสิณ เจ็บแค้นมาก หมั่นไส้เจติยาเหลือเกินที่จะได้เป็นแม่คน ปีศาจร้ายสะใจมาก ยุส่งให้ตัดใจจากลาภิณและจัดการสองสามีภรรยานั่นขั้นเด็ดขาดเสียที แต่ชาครก็โผล่มาแขวะเสียก่อน

“แล้วจะต้องแลกเปลี่ยนกับอะไรบ้างล่ะ ที่สำคัญ คุณท่านจะอยู่ได้อีกกี่ปี เพราะถึงยังไงทุกคนก็ต้องตาย”

“สงสัยฉันจะลืมตัวไปหน่อย เธอถึงได้เห็นและได้ยินเสียงฉันนะชาคร” กสิณโต้กลับยิ้มๆ

“ไม่ใช่ลืมตัวหรอก แต่เพราะเจติยาชำระเหรียญจนพลังเธอเหลือน้อยต่างหาก ถึงควบคุมไม่ได้เหมือนก่อน”

กสิณมองมาด้วยสายตาเกลียดชัง ไม่พอใจมากที่ชาครรู้ทันแบบนี้ พิมพ์อรโกรธมาก แหวให้เขากลับบ้านได้แล้ว แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อเขาบอกว่าวนันต์สั่งให้พักที่นี่ จะได้ช่วยเหลือกันทันถ้าเกิดเรื่องไม่ดี พิมพ์อรหัวเสียมาก

“คนอื่นขัดขวาง ฉันพอเข้าใจ แต่ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมคุณพ่อต้องขวางฉันด้วย ทั้งที่ฉันก็ทำเพื่อช่วยท่านแท้ๆ ถึงสิ่งที่ฉันทำจะไม่ถูกใจคุณพ่อ แต่ฉันก็ทำเพราะรักคุณพ่อ ต้องการให้คุณพ่ออยู่กับฉัน มันผิดมากนักหรือไง”

“แต่ผมว่าไม่ใช่ความรักหรอกครับ คนเรา ถ้ารักใครจริง ก็ต้องเห็นแก่ความสุขของคนนั้นสำคัญที่สุด แต่ที่คุณอรทำคือความเห็นแก่ตัว รักตัวเอง ไม่อยากเห็นตัวเองเสียใจมากกว่า”

ขาดคำ พิมพ์อรก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ โมโหมากที่เขากล้าพูดว่าเธอไม่รักพ่อ ทั้งที่เธอเสียสละทุกอย่างขนาดนี้ ชาครมองมาทั้งน้ำตาคลอ แล้วหมุนตัวจากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว พิมพ์อรชะงัก แล้วตัดสินใจตามไปคุยด้วย ชาครเลยบอกว่าไม่เคยโกรธเธอได้สักครั้ง แต่ไม่เห็นประโยชน์จะพูดเตือนเธอมากกว่า

“เธอก็น่าจะรู้ สำหรับฉันแล้ว ไม่มีใครสำคัญเท่าคุณพ่อ ไม่มีใครรักฉันเหมือนที่คุณพ่อรัก ไม่ใช่สิ...ไม่มีใครรักฉันเลยต่างหากนอกจากคุณพ่อ แล้วเธอจะให้ฉันทนดูพ่อตายต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรเลยหรือ”

“ไม่จริงหรอกครับ...ยังมีคนรักคุณอร รักมากด้วย แต่คุณอรไม่ยอมมองมากกว่า”

สายตาตัดพ้อและเปิดเผยความในใจของชาครทำให้พิมพ์อรต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากใจอ่อนและหวั่นไหวไปมากกว่านี้ เพราะเธอคงยอมรับความรู้สึกของเขาไม่ได้ เลยตัดใจบอกว่าเขาเป็นแค่เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอเท่านั้น ชาครมีสีหน้าสลดอย่างเห็นได้ชัด ก้มหน้ารับชะตากรรมและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปเหมือนอย่างที่เคยมาตลอด

ด้านภาณุวัฒน์...หายหน้าไปหลายวัน นทีอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะหลังจากแยกกันที่โรงพัก ก็ไม่เห็นหน้าเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกเลย แต่แล้วก็ต้องตะลึง เมื่อภาณุวัฒน์ปรากฏตัวหน้าบ้านในสภาพใบหน้าเขียวช้ำ นทีเข้าใจว่าเพื่อนถูกพ่อทำโทษที่ไปมีเรื่องวันก่อน ภาณุวัฒน์ส่ายหน้าปฏิเสธ บอกว่าเป็นเพราะเขาได้เกรดบี หนึ่งวิชาต่างหาก!

“เราทนไม่ไหวแล้วนะ เราทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ แต่มันไม่เคยดีพอ ไม่รู้เราจะเกิดมาทำไม ตายไปได้ซะก็ดี”

ท่าทางเครียดจัดและพร้อมเตลิดของภาณุวัฒน์ทำให้นทีตัดสินใจพาไปบ้านเก่าของเขากับเจติยา แต่ภาณุวัฒน์ยังไม่คลายความวิตก ย้ำกับนทีใหญ่ว่าไม่อยากเจอหน้าพ่อหรือใครทั้งนั้น อยากอยู่คนเดียวมากกว่า นทีไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เห็นว่าค่อยกล่อมทีหลังได้ เลยยอมทิ้งเพื่อนไว้ที่บ้านและออกไปมหาวิทยาลัยตามลำพัง

สายวันเดียวกัน...ลาภิณกับเจติยาก็ได้ต้อนรับพายุอารมณ์ลูกใหญ่ของภาณุที่มาตามหาภาณุวัฒน์ สองสามีภรรยาแปลกใจมาก ไม่คิดว่านทีกับภาณุวัฒน์จะสนิทกันขนาดนั้น ภาณุขับรถจากไปด้วยท่าทีหัวเสีย หลังจาก

เจติยาสัญญาจะโทร.หาถ้าภาณุวัฒน์ติดต่อมา ลาภิณมองตามเครียดๆ ถอนใจโล่งอกเมื่อภรรยาบอกจะไม่โทร.หานที เพราะกลัวว่าถ้าภาณุได้เจอลูกชายจริงๆจะเป็นเรื่องมากกว่า!

ooooooo

ศึกหนักของลาภิณไม่จบแค่การมาเยือนของภาณุ แต่เป็นการปรากฏตัวของพิมพ์อรที่นิราลัย เพื่อส่งมอบงานก่อสร้างและเร่งให้โอนเงินงวดสุดท้าย ลาภิณรู้ว่าพิมพ์อรต้องการกดดัน แต่ก็ไม่แสดงท่าทีหงุดหงิดให้เห็น

“ถึงฐานะการเงินผมตอนนี้จะเสี่ยง แต่ผมกันเงินก่อสร้างตึกไว้แล้ว ภายในเจ็ดวัน คุณได้เงินตามสัญญาแน่”

“ดีค่ะน้องต้น ตรงไปตรงมาอย่างนี้ เราจะได้ทำธุรกิจด้วยกันอีก...ถ้าน้องต้นยังมีโอกาสนะคะ”

น้ำเสียงเย้ยหยันไม่ได้ทำให้ลาภิณสะทกสะท้านแต่อย่างใด พิมพ์อรสะใจมากเดินผละไปแล้ว ชาครก้าวตาม แต่อดไม่ได้ หยุดตรงหน้าลาภิณแล้วกระซิบเสียงเบา

“คุณอรต้องการบีบคุณทุกทาง แล้วก็คงหนักขึ้นเรื่อยๆ ผมคงทำได้แค่เตือนคุณเท่านั้น...เสียใจด้วยนะ”

ทวีกับโอ้เอ้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เห็นใจลาภิณมาก ต้องมาเจอสภาวะหนักหน่วงทางการเงินแบบนี้ แต่ถึงกระนั้น...นักแต่งศพหนุ่มใหญ่และผู้ช่วยก็อดใจชื้นไม่ได้ เมื่อได้ยินลาภิณยืนกรานจะไม่ท้อถอย และจะพยายามให้ถึงที่สุด ไม่ให้พวกเขาตกงานหรือต้องลำบาก ถ้าถึงที่สุดจริงๆ...นิราลัยก็คงแค่เปลี่ยนตัวผู้บริหารเท่านั้น

ฝ่ายนทีกลับจากมหาวิทยาลัยก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นสภาพทรุดโทรมของภาณุวัฒน์ พร้อมกับซากขวดและกระป๋องเบียร์เกลื่อนเต็มพื้น ภาณุวัฒน์มองหน้าเพื่อนแล้วโอดไม่อยากกลับบ้านไปเจอพ่อ นทีพยายามปลอบให้ใจเย็นและให้กำลังใจว่าเรื่องคงไม่ร้ายแรงขนาดนั้น ภาณุวัฒน์หัวเราะให้กับคำปลอบของนทีแล้วเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อสองสามวันก่อนให้ฟังแบบหมดเปลือก

หลังจากประกันตัวออกมาจากโรงพัก ภาณุวัฒน์ก็ถูกพ่อทำโทษอย่างหนัก แต่ที่ทำให้เขาโดนซ้อมปางตายก็เมื่อพ่อไปค้นพบความลับสุดยอดว่าเขาเป็นเกย์ ภาณุวัฒน์โต้ทั้งน้ำตาว่าพ่อเคยบอกกับทุกคนว่ารับได้

“ฉันก็พูดให้ทุกคนสบายใจไปอย่างนั้นแหละ ไม่มีพ่อคนไหนภูมิใจหรอกที่ลูกชายเป็นพวกผิดเพศ”

“ผมก็ไม่ได้อยากทำให้พ่อผิดหวัง ผมก็พยายามทำทุกอย่างแล้ว มีเรื่องเดียวที่ผมฝืนตัวเองไม่ได้จริงๆ”

ภาณุโมโหสุดขีด กระชากคอเสื้อลูกชายแล้วต่อยไม่ยั้ง “ฝืนไม่ได้ใช่ไหม กูจะเตะให้มึงหายเองไอ้วัฒน์!”

ภาณุวัฒน์ดึงตัวเองจากอดีต ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดอาย นทีต้องโอบปลอบ อยากให้เพื่อนเข้มแข็งกว่านี้ เพราะคิดว่าทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ภาณุวัฒน์ซาบซึ้งใจมากที่นทีเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและไม่นึกรังเกียจคนอย่างเขา เลยตัดสินใจแสดงออกให้รู้ว่าชอบ แต่นทีไม่เล่นด้วยและผลุนผลันจากไปด้วยความโกรธจัด

นทีพยายามข่มอารมณ์โกรธสุดความสามารถ แล้วต้องถอนใจเบาๆ เมื่อเจติยาโทร.มาและเดาถูกว่าภาณุวัฒน์คงอยู่กับเขา นทีเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่สาวฟัง สงสารและเห็นใจภาณุวัฒน์ไม่น้อยที่ต้องเจอพ่อใจแคบแบบนี้ เจติยาเลยบอกให้รอที่บ้านและเธอจะพาลาภิณไปหาโดยเร็วที่สุด

แต่เหมือนทุกอย่างจะสายเกินไป กว่าเจติยากับลาภิณจะมาถึง ภาณุวัฒน์ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายก่อน นทีตกใจมาก เพราะมัวเคืองกับปฏิกิริยาล่าสุดของเพื่อน เลยเก็บตัวแต่ในห้อง ไม่เห็นว่าภาณุวัฒน์ออกจากบ้านไปตอนไหน ส่วนภาณุ...เมื่อทราบข่าวร้ายเกี่ยวกับลูกชายก็เดินทางไปโรงพักด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เดาแทบไม่ออกว่ารู้สึกเช่นไร แถมขบกรามแน่นเป็นสันนูนด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินวีรกรรมสุดท้ายของลูกชายที่ทำกับนที

ภาณุอับอายมากที่ลูกชายเผยตัวตนให้นทีเห็น เลยผละจากไปอย่างหัวเสีย ไม่ยี่หระด้วยซ้ำว่าลูกชายจะตายด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม นทีอดเคืองแทนเพื่อนไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของพ่อลูก ส่วนเจติยาพยายามจะไกล่เกลี่ย แต่ต้องชะงัก เมื่อวิญญาณของภาณุวัฒน์โผล่มาพร้อมกับขอให้ช่วยบอกความจริง!

วิญญาณภาณุวัฒน์ขอให้เจติยาช่วยพูดกับพ่อถึงความจริงบางอย่างที่เขาไม่มีโอกาสบอก นักแต่งศพสาวรับปากและบุกไปหาภาณุถึงบ้านแต่เช้าพร้อมกับลาภิณ แต่กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ภาณุออกมาด้วยได้ก็เต็มไปด้วยความลำบากเต็มที แต่ด้วยความร่วมมือของลาภิณ ภาณุก็ตกลงตามสองสามีภรรยาไปที่มหาวิทยาลัยในที่สุด

คำบอกเล่าของอาจารย์จากคณะของภาณุวัฒน์ ทำให้ภาณุอดตะลึงไม่ได้ เมื่อรู้ว่าลูกชายสอบได้ทุนเดียวกับที่เขาเคยอยากได้เมื่อสมัยเรียน เจติยาเห็นใจภาณุมากแต่คิดว่าเขาควรจะได้รู้ความจริงทั้งหมด

“แล้วรู้ไหมคะ ว่าทำไมคุณวัฒน์ถึงพยายามสอบชิงทุนนี้ เพราะเขาอยากทำความฝันของคุณให้เป็นจริงไงคะ”

ภาณุอึ้งไปอึดใจ พูดอะไรไม่ออกเพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ลาภิณเลยถือโอกาสพูดบางอย่าง

“ผมเข้าใจความรู้สึกของลูกชายคุณนะครับ แม่ผมก็มองผมว่าเป็นเด็กเสมอ แล้วก็ไม่เคยไว้ใจให้ผมทำอะไรสำคัญๆเลย แต่นั่นยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ผมอยากพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น วัฒน์เองก็คงคิดแบบเดียวกัน”

ภาณุมีสีหน้าขรึมลง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดภาณุวัฒน์จึงไม่บอกความจริงเรื่องทุนกับเขา ยิ่งนึกถึงภาพการทะเลาะเบาะแว้งครั้งสุดท้ายที่เจอกันยิ่งอดรู้สึกผิดไม่ได้ วิญญาณภาณุวัฒน์ยืนอยู่ไม่ห่างกันนั้น ร่ำไห้ด้วยความเสียใจที่ทำให้พ่อผิดหวัง แต่ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อภาณุเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่นว่า “วัฒน์คือความภาคภูมิใจของผม”

ooooooo

รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด