ตอนที่ 1
หลังผ่านเรื่องราวเลวร้ายกันมามาก ในที่สุด...
เจติยานักแต่งศพสาวประจำบริษัททำศพนิราลัย ก็ได้พบรักและแต่งงานกับลาภิณหรือต้น เจ้าของนิราลัยคนปัจจุบัน ชีวิตแต่งงานของคู่รักข้าวใหม่ปลามันน่าจะดำเนินไปได้ด้วยดี ถ้าในหลังวันแต่งงานจะไม่มีร่างไร้วิญญาณของพิสัย น้าชายของลาภิณถูกส่งเข้ามาทำศพ!
หลายวันต่อมา...เจติยายืนมองภาพถ่ายหน้าโลงศพของพิสัย...ด้วยแววตาเพ่งพินิจ การตายของเขาถูกพิสูจน์ว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เธอไม่แน่ใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยเวลาจนถึงวันเผา
ทวีกับโอ้เอ้ ทีมงานร่วมแต่งศพของเจติยามาเตือนว่าถึงเวลาเคลื่อนศพพิสัยไปเผา เจติยารับคำเนือยๆ ตั้งท่าจะเดินตามเพื่อนร่วมงานทั้งสอง แต่จู่ๆวิญญาณของพิสัยก็ปรากฏตัวพร้อมคำถามเสียงห้วน
“เมื่อไหร่เธอจะหาตัวไอ้ฆาตกรที่ฆ่าฉันได้สักที”
“ตำรวจเขาพิสูจน์แล้วว่าคุณตายเพราะอุบัติเหตุจริงๆ ไม่มีใครฆ่าคุณทั้งนั้นแหละ ไปผุดไปเกิดเสียทีเถอะค่ะ”
วิญญาณพิสัยโกรธมาก ตะคอกใส่เจติยา “ไม่จริง ...ฉันถูกฆ่าตาย ถึงฉันจะไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่มันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน ถ้าเธอไม่ยอมหาฆาตกรให้ฉัน ฉันก็จะตามรังควานไม่ให้ชีวิตเธอได้อยู่เป็นสุขเลย!”
ขาดคำก็หายวับไป เจติยาถอนใจเหนื่อยหน่าย พร้อมกับการมาถึงของลาภิณที่มาตามเจติยาไปร่วมงาน แต่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นๆของภรรยา ก็นึกรู้ว่าคงเป็นวิญญาณพิสัยมาก่อกวนให้หาตัวฆาตกร เหมือนที่เคยทำหลายครั้งก่อนหน้านี้ เจติยาพยักหน้ารับเซ็งๆ ลาภิณมองไปรอบห้อง นึกเคืองแทนภรรยาจนต้องโพล่งออกไป
“ผมรู้ว่าน้าได้ยินที่ผมพูด เลิกตามรบกวนพวกเราเสียทีเถอะ ผมไม่ได้ทวงบุญคุณอะไรหรอกนะครับ แต่พวกเราจัดงานศพ ทำบุญและจะจัดเผาศพให้น้าวันนี้ เราตั้งใจทำทุกอย่างให้ครบถ้วนดีที่สุดแล้ว แล้วน้าจะเอายังไงอีก ที่จริง...ผมไม่ควรจะทำให้เลย ควรปล่อยให้น้าตายอย่างศพอนาถาไร้ญาติด้วยซ้ำ”
วิญญาณพิสัยโมโหมาก แผลงฤทธิ์ทำลายข้าวของแตกกระจาย ลาภิณยิ่งโกรธแหวกลับอย่างไม่กลัว
“ผมไม่กลัวหรอกนะ อาละวาดไปเลย วันนี้ผมจะได้ไม่ต้องเผาศพให้”
ข้าวของถูกพังไม่เลิก เหมือนอารมณ์เดือดพล่านของวิญญาณพิสัย ลาภิณจะพูดต่อ แต่ถูกเจติยาปิดปากไว้ “หยุดได้แล้วคุณพิสัย ฟังฉันนะ...ฉันจะลองสืบเรื่องการตายของคุณอีกครั้ง...พอใจหรือยังคะ”
ทุกอย่างจึงสงบลง แต่ทันใดนั้น...โลงของพิสัยก็พลิกตกจากแท่น พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของเขากลิ้งออกมานอนหงายหน้าซีดเผือด โชว์รอยเย็บแผลอันน่าสยดสยองที่คอ เจติยาโผกอดลาภิณแน่น...ดูท่างานนี้คงไม่จบง่ายๆ
งานเผาศพของพิสัยถูกเลื่อนไปก่อนเพื่อสืบหาตัวฆาตกรอีกครั้ง ลาภิณไม่ชอบใจนัก เป็นห่วงเจติยาที่ต้องทำเรื่องเสี่ยงๆอีก โดยเฉพาะตอนที่เขากำลังจะไม่อยู่ ต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่เมืองจีนหลายวัน เจติยาจัดกระเป๋าให้สามีพลางอธิบายเหตุผลของตัวเองอย่างใจเย็น
“เจตั้งใจแล้ว จะช่วยวิญญาณทุกดวงที่มาขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ถ้าคุณพิสัยเขามั่นใจว่าตัวเองถูกฆ่าแล้วมาขอความช่วยเหลือ เจก็มีหน้าที่ต้องหาตัวฆาตกรออกมาให้ได้ เพื่อให้วิญญาณเขาหลุดพ้น”
“แล้วถ้าเจทำไม่ได้ล่ะ น้าพิสัยเขาจะทำร้ายเจหรือเปล่า”
เจติยาปิดกระเป๋าเดินทางแล้วยิ้มบางๆให้สามี “ไม่หรอกค่ะ ไม่มีกล่องรากบุญแล้ว ไม่มีวิญญาณที่ไหนมีอำนาจขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณพิสัยก็ทำได้แค่หลอกให้เราตกใจเท่านั้นล่ะค่ะ”
ลาภิณไม่วางใจนัก แต่ไม่อยากพูดมากให้ภรรยาสุดที่รักอารมณ์เสีย เลยเปลี่ยนมาโอบรอบเอวบาง ส่งสายตากรุ้มกริ่ม “อย่าพูดเรื่องเสียอารมณ์กันเลย เรามาเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า เราจะไม่ได้นอนเตียงเดียวกันตั้งหลายคืนนะ”
เจติยายิ้มเขิน แม้จะใช้เวลาด้วยกันมาระยะหนึ่ง แต่คำหยอกล้อของสามีก็ทำให้หน้าแดงได้ทุกครั้ง หญิงสาวเฉไฉเลี่ยงไปขึ้นเตียงแล้วชวนให้นอนแต่วันเพราะเธอต้องทำงานแต่เช้า ส่วนเขาต้องไปสนามบินตั้งแต่เช้ามืด ลาภิณรู้ทัน ก้าวตามไปขึ้นเตียงแล้วโอบกอดภรรยาอย่างหวงแหน...กอดเฉยๆก็ได้ อย่าหันมาปล้ำเขาเองแล้วกัน!
ooooooo
ลาภิณลากกระเป๋าเดินทางไปเช็กอินพร้อมคุยมือถือกับเจติยาที่กำลังพักทานอาหารเช้า หลังจัดการแต่งศพไปแล้วจำนวนหนึ่ง เขาทำหน้านิ่วเมื่อได้ยินว่านวัช ผู้กองหนุ่มรูปหล่อ อดีตคนแอบรักเจติยาแต่ปัจจุบันเป็นแฟนของนิษฐาเพื่อนสนิทของเธอ แวะมาหาเพื่อคุยเรื่องคดีของพิสัย อดหึงไม่ได้ตามประสาคนหลงภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น
“อย่าคุยกันตามลำพังนานนักล่ะ...หวง”
“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ คุณนั่นแหละ ฉายเดี่ยวไปเมืองจีนแบบนี้ คงได้เหล่สาวหมวยเพลินจนลืมบ้าน”
“ไม่มีทางหรอก ผมหลงเสน่ห์สาวหน้ากลมตาคมจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว”
เจติยายิ้มเขิน แม้จะไม่เห็นหน้า แต่ก็พอเดาแววตากรุ้มกริ่มของเขาได้ดี ลาภิณคงจะต่อปากต่อคำกับเธออีก ถ้าไม่เหลือบเห็นสาวสวยจัดเดินผ่านมา เขาขยับตัวมองตามจนเหลียวหลัง ตามประสาผู้ชายชอบดูผู้หญิงสวย แต่ไม่คิดอะไรเกินเลยกว่านั้น ความเงียบจากปลายสายทำให้เจติยานึกสงสัย สัญชาตญาณบางอย่างผลักให้ถามออกไปตามใจคิด ลาภิณสารภาพเสียงอ่อยว่าเผลอมองตามสาวสวยแถวนี้ เจติยาเลยอดหมั่นไส้ไม่ได้
“แค่นี้นะ...แล้วยายนั่นน่ะ ไปเซี่ยงไฮ้กับคุณด้วยหรือเปล่า”
น้ำเสียงที่ถูกปั้นให้เข้มไม่ได้ทำให้ลาภิณกลัว ขำมากกว่าเพราะรู้ว่าเจติยาคงแหย่ไปแบบนั้นเอง แล้วก็จริงเมื่อเธอหลุดหัวเราะ สองหนุ่มสาววางสายหลังจากนั้นไม่นาน ลาภิณอมยิ้มอารมณ์ดี กำลังจะลากกระเป๋าที่ไม่ได้เช็กอินเข้าด้านใน แต่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของสาวสวยคนเดิมกับสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ได้ความว่าสาวสวยปฏิเสธจะถ่ายภาพให้ ลาภิณเลยเสนอตัวถ่ายแทน ก่อนจะลากสัมภาระจากไป โดยไม่ได้หันกลับมามองสาวสวยเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มรูปงามลากกระเป๋าผ่านไปแล้ว พิมพ์อรสาวสวยทายาทเจ้าของบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์ มองตามจนเหลียวหลัง อดประทับใจในความหล่อและความมีน้ำใจของเขาไม่ได้ แต่ธุระของวนันต์พ่อของเธอที่เพิ่งวางสายไปทำให้ต้องรีบ เลยละความสนใจไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวไปขึ้นรถเพื่อออกจากสนามบิน
หลังทำธุระสำคัญของบริษัท พิมพ์อรจึงกลับเข้าบ้านไปหาพ่อ โดยมีชาครเลขาหนุ่มคนสนิทตามประกบไม่ห่าง วนันต์หอบร่างทรุดโทรมเพราะป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมารอรับลูกสาวคนโต หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญของเขาเวลานี้ พลางบ่นกับเธอเซ็งๆว่าอดเป็นห่วงบริษัทแม่ที่สิงคโปร์ไม่ได้ พิมพ์อรส่ายหน้ายิ้มๆแล้วปลอบ
“ทางนั้นอยู่ตัวแล้วล่ะค่ะคุณพ่อ ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกค่ะ แล้วเดี๋ยวนี้ข้อมูลข่าวสารเร็วจะตาย มีปัญหาอะไรเราก็แก้ไขได้ทัน อรจะบินกลับไปเมื่อไหร่ก็ได้ สาขาที่เมืองไทยนี่ต่างหากที่เรายังต้องสู้อีกเยอะ”
“ยังไงก็ไม่เกินความสามารถคุณพิมพ์อรหรอกครับ สาขาที่นี่ต้องยิ่งใหญ่ไม่แพ้บริษัทแม่ที่สิงคโปร์แน่ๆ”
คำพูดเอาใจของชาครทำให้พิมพ์อรปลื้ม ส่วนวนันต์เปลี่ยนเรื่องถามถึงธุระตามหาคน ชาครรีบรายงานว่าตามหาทวีพบแล้ว และจะนัดมาให้เจอในวันพรุ่งนี้ วนันต์พยักหน้าพอใจ ก่อนจะรำพึงออกมา
“ยี่สิบกว่าปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน โชคยังดีที่ทวียังไม่ตายตามสารัชไปอีกคน ถือว่ายังไม่สิ้นหวังซะทีเดียว”
ท่าทางโล่งอกของพ่อไม่ทำให้พิมพ์อรสบายใจ ตรงข้าม...กลับกังวลอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็ปัดมันทิ้งเพราะมีอย่างอื่นสำคัญกว่าต้องจัดการ และเรื่องแรกก็คือไปสำรวจห้องพักแขกในบ้าน ชาครตามมาดูแลและบอกว่าให้เด็กมาทำความสะอาดเตรียมไว้แล้ว อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายสาวจะให้ใครอยู่ เพราะสองพ่อลูกต่างก็มีห้องประจำ พิมพ์อรตวัดสายตาดุ เปรยว่าเธอต้องรายงานเลขาอย่างเขาทุกเรื่องเลยหรือ ชาครถึงได้สงบปากและขอตัวออกไป
พิมพ์อรรอจนเลขาหนุ่มลับร่างไปแล้ว จึงหยิบเหรียญสีดำสนิท ด้านหนึ่งมีลวดลายปีศาจพ่นไฟ ส่วนอีกด้านเป็นรูปเหรียญสามเหรียญมีเส้นโยงไปที่กล่องหน้าตาประหลาด ออกมาจากกระเป๋าพร้อมพูดด้วยเบาๆ
“ห้องนี้เป็นของเธอ...ออกมากสิณ”
ขาดคำก็มีควันดำพวยพุ่งจากเหรียญในมือเธอ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นร่างสาวสวยนามว่ากสิณ ปีศาจที่เกิดจากกิเลสของเจ้าของเหรียญ ปีศาจสาวมองรอบห้องด้วยสายตาพึงพอใจ พิมพ์อรไม่รอช้าปรับทุกข์เรื่องพ่อ
“ฉันไม่สบายใจเลยกสิณ อาการคุณพ่อทรุดหนักลงทุกที การมาเมืองไทยคราวนี้ จะช่วยชีวิตคุณพ่อได้แน่หรือ”
กสิณแสยะยิ้มร้าย รับรู้ถึงแรงปรารถนาของเจ้านายสาว “แน่สิจ๊ะ...ถ้าเธอได้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญและขอพรจากมัน อย่าว่าแต่โรคภัยไข้เจ็บแค่นี้เลย ในโลกนี้... ไม่มีอะไรที่กล่องรากบุญทำไม่ได้!”
ooooooo
เจติยา นวัชและนิษฐานั่งคุยกันเรื่องผลชันสูตรศพพิสัยที่ห้องทำงานในพิราลัย นักแต่งศพสาวอ่านรายงานอย่างตั้งใจ พลางคิดภาพตามถึงช่วงเวลาสุดท้ายของพิสัย ว่าต้องตายอย่างทุกข์ทรมานมากเพียงใด นิษฐาสยดสยองมากเมื่อนึกภาพตามคำบอกเล่าของเพื่อนรักและแฟนหนุ่ม
“พูดแล้วขนลุก โดนลวดตวัดมาตัดคอขาดกระเด็น ถ้าเป็นการฆาตกรรมจริงก็ถือว่าโหดสุดๆ”
เจติยาพยักหน้ารับแต่ยังคาใจบางเรื่อง “แต่มันแปลกนะ ที่จู่ๆลวดจะขาดตอนนั้นพอดี แล้วก็ตวัดไปตัดคอคุณพิสัยพอดีด้วย ที่สำคัญ...แรงตวัดแค่นั้นมันพอจะตัดคอคนได้เลยเหรอคะ”
นวัชสงสัยข้อเดียวกัน แต่ในเมื่อผลชันสูตรออกมาแบบนั้น จึงได้แต่ปลงว่าเป็นอุบัติเหตุที่แนบเนียนมาก นิษฐาสนับสนุนคนรักเต็มที่ เพราะพิสัยก่อกรรมไว้มากเลยโดนกรรมสนอง วิญญาณของพิสัยได้ยินก็โมโห ปรากฏตัวให้เห็นแล้วทุบโต๊ะเสียงดัง แต่มีเพียงเจติยาคนเดียวที่เห็นและได้ยิน วิญญาณร้ายยืนกรานว่าตัวเองถูกฆาตกรรมและขู่ให้นักแต่งศพสาวตามล่าตัวฆาตกรมาให้ได้ เจติยาขนลุก เพราะร่างโปร่งแสงของพิสัยมาแต่ตัวไม่มีหัว!
ฝ่ายพิมพ์อรถือกระเช้าของฝากอย่างดีไปเยี่ยมพ่อปริม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญฆ่าพิสัย ชายชรายิ้มรับ อารมณ์ดีที่มีสาวสวยแวะมาหา แม้จะแวะมาตามมารยาทเพราะเขามีส่วนสนับสนุนให้โครงการใหญ่ของบริษัทเธอก็ตาม
“คุณพิมพ์อรเป็นคนเก่ง แล้วบริษัทของคุณก็มีศักยภาพพอจะทำงานใหญ่ได้ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่สนับสนุนหรอก แล้วคุณเองก็เข้ามาถูกจังหวะพอดี...ไอ้สารเลวนั่นมันตายไปซะได้ ถึงจะเป็นอุบัติเหตุก็เถอะ”
พิมพ์อรยิ้มบางๆ ในหัวย้อนภาพไปเมื่อหลายวันก่อน ตอนเธอพยายามจะแนะนำตัวกับพ่อปริมเป็นครั้งแรก เวลานั้นชายชราหัวเสียอย่างหนักจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด เพราะคดีความของลูกสาวคนเดียวยังไม่คลี่คลาย พิมพ์อรมองตามหลังชายชราที่ต้องการพึ่งบารมีด้วยแววตาหมายมาด เปรยเสียงเบากับกสิณที่วนเวียนไม่ไกลจากเธอนัก ให้ช่วยไปจัดการเคลียร์ทางให้ที เสียงกสิณลอยเข้ามาในหัว ว่าได้ยินแล้ว...ฉันจะทำให้เขาอารมณ์ดี จนอยากคุยกับเธอเอง
พิสัยถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมไม่กี่วันต่อมา ในสภาพหัวขาดเพราะถูกสายลวดที่ใช้ขึงป้ายโฆษณาเชือด เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนแม้แต่พิสัยก็จำแทบไม่ได้ว่าตัวเองตายเพราะอะไร ร้อนถึงเจติยาต้องมาช่วยสืบเบาะแส เพราะวิญญาณของพิสัยปักใจจริงจังว่าตัวเองไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุธรรมดา แต่ตายเพราะถูกฆาตกรรม!
พิมพ์อรดึงตัวเองจากอดีต ยกมือไหว้ลาพ่อปริมอย่างชดช้อย แล้วออกมานอกบ้าน ชาครรออยู่แล้วพร้อมคนขับรถ เพื่อพาเจ้านายสาวไปที่อื่นต่อ เวลาเดียวกับที่เจติยากับนวัชมาจอดรถหน้าบ้าน เพื่อสอบปากคำพ่อปริมอีกครั้งเรื่องการตายของพิสัย นวัชมองตามรถของพิมพ์อรผ่านๆและตั้งท่าจะไปหาเจ้าของบ้าน ต่างจากเจติยาที่เบิกตาโพลง เพราะเห็นวิญญาณของพิสัยพุ่งตามรถคันนั้นไปด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
แท้จริงแล้ว...วิญญาณพิสัยเห็นร่างกสิณนั่งอยู่ข้างพิมพ์อร ความจำบางอย่างในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิตผุดขึ้นในหัว แล้ววิญญาณร้ายก็ถึงบางอ้อ เมื่อจำได้ว่ากสิณคือหญิงสาวที่เขาเห็นก่อนตาย ความอาฆาตทะลุถึงขีดสุด ตะคอกถามเสียงกร้าวว่าเธอเป็นคนฆ่าเขาใช่หรือไม่ กสิณหันมาเผชิญหน้ากับวิญญาณพิสัยแล้วโต้อย่างไม่ยี่หระ ว่าเธอแค่ทำตามคำสั่ง เพราะการมีชีวิตของเขาทำให้งานของเจ้านายเธอไม่ราบรื่น
ร่างโปร่งแสงของพิสัยเดือดพล่าน ความแค้นที่ฝังใจทำให้ถลันหาหมายจะบีบคอ แต่กสิณมีฤทธิ์มากกว่า เลยเบี่ยงหลบง่ายๆ แล้วบันดาลให้ร่างของพิสัยเกิดไฟลุกท่วม หัวเราะสะใจที่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมาน
“แกก็แค่ผีหนีนรกมา ช่างไม่เจียมตัวซะบ้างเลย ในเมื่อรู้แล้วว่าฉันเป็นคนฆ่า ก็ได้เวลากลับสู่นรกเสียที”
ขาดคำวิญญาณพิสัยก็ถูกไฟลุกลามไปทั้งร่างและหายวับไปกับตา เจติยาตามมาทันได้ยินเสียงสุดท้ายของพิสัยที่ร้องขอให้ช่วยเขาจากไฟนรก แต่ก็ช่วยไม่ทัน...ร่างโปร่งแสงของพิสัยสลายไปหมดแล้ว!
ooooooo
การสูญสลายของวิญญาณพิสัยก่อความสงสัยให้แก่เจติยาจนนอนไม่หลับ เมื่อได้พูดโทรศัพท์กับสามีคืนนั้นเลยอดเปรยด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะไม่ใช่วิญญาณร้าย แต่การหายวับไปโดยไม่ลาก็ดูแปลกไปสักหน่อย ลาภิณปลอบไม่ให้คิดมาก วิญญาณพิสัยอาจจะไปใช้กรรมแล้ว เจติยาไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ไม่มีเหตุผลมาพิสูจน์
ลาภิณฟังน้ำเสียงเคร่งเครียดของภรรยาแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ เลยแกล้งหยอกเย้าตามประสา เจติยาเขินและหัวเราะได้ในที่สุด ขอวางสายไปเข้านอนด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าเต็มที...หวังว่าเรื่องของพิสัยคงไม่มีอะไรร้ายแรง
ลาภิณตื่นแต่เช้ามาเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม บังเอิญเจอกับสาวสวยคนเดิมที่สนามบินกรุงเทพฯ เลยอดทักทายไม่ได้ตามประสาคนอัธยาศัยดี พิมพ์อรดีใจได้เจอหนุ่มหล่อน้ำใจงามอีกครั้ง และไม่รอช้าจะยื่นนามบัตรและแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ลาภิณมองชื่อบนนามบัตรแล้วจำได้ ว่าเป็นบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์ เลยแลกเปลี่ยนนามบัตรตัวเองบ้าง พร้อมกับแนะนำตัวว่าชื่อลาภิณ บูรณิณ เป็นเจ้าของบริษัททำศพนิราลัย
พิมพ์อรรู้สึกคุ้นชื่อเขาและบริษัทนิราลัยอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้ถาม มือถือของลาภิณก็ดังขึ้นก่อน เขาเลยถือโอกาสขอตัวเลี่ยงไปพูดโทรศัพท์ ส่วนเธอตามชาครออกไปข้างนอก เพราะมีธุระสำคัญรออีกมาก สุดท้ายหญิงสาวเจ้าของกิจการก่อสร้าง ก็ได้แต่มองตามลาภิณด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม...เราต้องได้เจอกันอีกแน่คุณลาภิณ
ฟากเจติยาต้องตะลึงเมื่อมีศพนายตำรวจใหญ่เข้ามาใช้บริการในวันเดียวกัน ทวีก็ตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าศพตรงหน้าคือนพชัย ผู้กำกับและผู้บังคับบัญชาของนวัช เจติยาถอนใจปลงๆ ตั้งท่าจะเริ่มงานอยู่แล้ว แต่ศพของผู้กำกับใหญ่ดันเบิกตาจ้องมาที่เธอเขม็ง แล้วบอกเสียงเข้มให้ช่วยบอกความจริงและสืบตัวฆาตกรมาให้ได้
เวลาเดียวกันที่โรงพัก...นวัชเข้าไปคุยกับเถกิง ผู้กำกับยศเท่ากับนพชัย ผู้บังคับบัญชาคนใหม่แทน
นพชัยที่เสียชีวิตในบ้านตัวเอง ผู้กองหนุ่มไม่รอช้า เสนอตัวสืบคดีของผู้กำกับคนเก่า มั่นใจมากว่าไม่ใช่แค่อุบัติเหตุในบ้านแน่ๆ
“ได้สิ...ผมรู้ว่าคุณกับเขาสนิทกันมาก แล้วคุณก็เป็นมือดีของเรา ไม่ให้คุณทำแล้วจะให้ใครทำ ยังไงก็ฝากด้วยนะผู้กองนวัช นพชัยกับผมเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนนายร้อย ผมไม่อยากให้เขาจบชีวิตโดยที่จับฆาตกรไม่ได้”
“ครับท่าน...ผมจะต้องลากคอไอ้คนที่ฆ่าผู้กำกับออกมารับโทษให้ได้”
ลาภิณกลับมาถึงเมืองไทยเย็นวันเดียวกัน และไปเยี่ยมมยุรีแม่ยายถึงบ้านพร้อมกับภรรยา เจติยาทำหน้ามุ่ย เมื่อถูกแม่เย้าว่าคงไม่ได้ทำอาหารดีๆให้สามีทาน ลาภิณหัวเราะเป็นเชิงซ้ำเติมมากกว่าจะช่วยพูดให้ดูดี มยุรีส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย บอกลูกเขยให้โทร.มาบอกเลยถ้าอยากทานอะไรเป็นพิเศษ จะได้ให้นทีน้องชายของเจติยาเอาไปส่งถึงบ้าน เจติยาเลยได้แต่ส่งค้อนให้แม่กับสามี ที่รุมเธอจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
นทีมาถึงบ้านไม่นานหลังจากนั้น พร้อมข่าวดีเรื่องทำเลที่ลาภิณอยากได้ไปเปิดร้านอาหารให้แม่ยาย มยุรีเกรงใจไม่อยากรับเพราะต้องใช้เงินมาก ไม่อยากเป็นภาระของเขา ลาภิณเข้าใจดีแต่ไม่เปลี่ยนใจ อยากให้แม่ยายได้อวดฝีมือปลายจวักขั้นเทพ แต่ที่สำคัญสุดจะได้มีเวลาเลี้ยงหลาน ถ้าหากเขากับเจติยามีลูกด้วยกันเร็วๆนี้ คนที่ถูกเร่งให้ท้องได้แต่มองหน้าสามีเขินๆ มยุรีมองตามยิ้มๆ...ถ้าเป็นเหตุผลนั้น แม่ก็ตามใจคุณต้นค่ะ
ooooooo
ทวีมาพบวนันต์ที่บ้านตามนัด ชาครทำหน้าที่แนะนำให้รู้จักกับพิมพ์อร ซึ่งต้อนรับขับสู้เพื่อนเก่าของพ่ออย่างเย็นชาและไว้ตัว ต่างจากทวีที่มองหน้าลูกสาวคนโตของวนันต์ด้วยความเอ็นดู นึกถึงตอนเธอยังเด็กแล้วใจหาย ไม่คิดเลยว่าเวลาจะผ่านไปรวดเร็วเช่นนี้ ลูกๆหลานๆของตัวเองและเพื่อนฝูงโตเป็นหนุ่มหล่อสาวสวยกันหมดแล้ว
พิมพ์อรเลี่ยงขอตัวไปพักผ่อน กสิณปรากฏร่างให้เห็นพร้อมกับบอกว่าทวีคืออดีตเจ้าของกล่องรากบุญคนหนึ่ง พิมพ์อรเบ้หน้า ท่าทางเหมือนชายแก่แสนธรรมดา แถมไม่มีสง่าราศี ทำให้ไม่อยากเชื่อ
“กล่องรากบุญ...ไม่ได้เลือกเจ้าของจากชาติตระกูลเหมือนมนุษย์ แต่เลือกจากแรงปรารถนาต่างหาก และตอนนั้น ทวีก็มีแรงปรารถนามากพอจะให้กล่องยอมรับ แต่เสียดายที่เขาขี้ขลาดเกินไป ขอพรได้ข้อเดียวก็ยกกล่องให้คนอื่น”
พิมพ์อรอยากรู้ทันทีว่าเจ้าของคนถัดมาที่ครอบครอง กล่องรากบุญคือใคร แต่กสิณก็ไม่มีอำนาจหยั่งรู้
“งั้นที่คุณพ่ออยากพบนายทวี คงไม่ใช่แค่เป็นเพื่อนเก่าเท่านั้น แต่คงเพราะอยากรู้ว่ากล่องรากบุญอยู่ที่ไหน”
“ใช่...จริงๆพ่อเธอเขาไม่อยากให้เธอยุ่งเกี่ยวกับฉันหรือกล่องรากบุญเลย นี่ถ้าเขาไม่ได้ป่วยหนักใกล้ตาย จนต้องพึ่งอำนาจของกล่อง เขาคงไม่กลับมาเหยียบเมืองไทยหรอก”
“แต่ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้กล่องอยู่กับใคร”
กสิณยิ้มบางๆแล้วยื่นมือไปข้างหน้า “จับมือฉันสิพิมพ์อร แล้วเธอจะได้ยินได้เห็น เหมือนอยู่ข้างๆพ่อเธอเลย”
ภาพการพูดคุยของวนันต์กับทวีปรากฏตรงหน้าตามที่กสิณสัญญา วนันต์มีท่าทางอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดที่ได้เจอเพื่อนเก่า ทวีก็พูดคุยอย่างเป็นกันเองตามประสาคนอัธยาศัยดี
“ตอนคนของคุณติดต่อมา ผมยังตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก นึกถึงสมัยก่อน คุณไปเยี่ยมคุณสารัชประจำ”
วนันต์เหยียดยิ้มเมื่อนึกถึงความหลัง “ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าฉันไปยืมเงินสารัชมากกว่า ฉันมันคนไม่เอาถ่าน ทำอะไรก็เจ๊ง ต้องรบกวนสารัชตลอดทั้งที่ฉันมีเพื่อนดีขนาดนี้ ฉันยังหักหลังเขาได้ลงคอ”
ภาพเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนผุดในหัวของวนันต์ เขาจำได้ดีว่าเคยขอร้องสารัชพ่อของลาภิณให้ช่วยเรื่องเงินเพราะกิจการของตัวเองย่ำแย่เต็มที โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่ทำให้ต้องบากหน้ามาขอยืมเงิน สารัชลำบากใจไม่น้อย เพราะกิจการนิราลัยก็กำลังล้มลุกคลุกคลาน เลยทำให้ไม่มีเงินหมุนในระบบมากนัก วนันต์พยายามขอให้เอาบริษัทไปค้ำประกัน สารัชจำต้องปฏิเสธเพราะยังมีผู้ถือหุ้นอีกหลายคน จึงไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้
วนันต์ผิดหวังแต่ไม่ยอมแพ้ แอบลอบเข้าไปในห้องทำงานของสารัชกลางดึกคืนหนึ่ง เพื่อขโมยตราประทับของนิราลัยเพื่อยื่นเอกสารค้ำประกัน แต่กลับได้พบกล่องหน้าตาประหลาด ซ่อนตัวอยู่ระหว่างชั้นหนังสือแทนเขาพยายามงัดแงะอยู่นานแต่ก็เปิดไม่ได้ ทันใดนั้น...สายตาก็พลันเหลือบเห็นเหรียญอันหนึ่งใต้กล่อง มีลวดลายปีศาจพ่นไฟและรูปเหรียญสามอันโยงเข้าหากล่องใบหนึ่ง และด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง เขาเลยตัดสินใจเก็บเอาไว้
วนันต์รื้อหาตราประทับไม่เลิก แต่ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อสารัชไขประตูมาเห็นไม่นานหลังจากนั้น ผู้บุกรุกเลยตัดสินใจวิ่งพรวดออกไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อถึงรถก็ต้องตกใจเป็นรอบสอง เมื่อเหรียญปีศาจที่แอบขโมยมาลอยออกจากกระเป๋าเสื้อ เปล่งแสงกลางอากาศแยกออกเป็นสามเหรียญ ก่อนจะหายวับไปเหลือเพียงเหรียญเดียว วนันต์ตกใจกลัวหนีขึ้นรถ แต่เหรียญปีศาจก็พุ่งตามมาและลอยกลับเข้ากระเป๋าของเขาตามเดิม
ความจริงจากปากวนันต์ทำให้ทวีถอนใจหนักหน่วง ส่วนวนันต์รู้สึกผิดมากที่ทำเรื่องเลวร้ายในอดีต
“หลังจากนั้น...ฉันก็หอบลูกหนีไปสิงคโปร์ ก่อนจะไปเริ่มต้นใหม่จนประสบความสำเร็จร่ำรวยมหาศาล แต่ฉันก็ยังอดละอายใจต่อสารัชไม่ได้ แม้แต่ตอนรู้ข่าวว่าเขาเสียชีวิต ฉันก็ยังไม่กล้าบากหน้ามาขออโหสิกับเขาเลย”
ทวีปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะสารัชไม่ได้ถือโทษโกรธเลย แถมโล่งใจด้วยซ้ำที่วนันต์ไม่ได้ขโมยกล่องรากบุญไปด้วย วนันต์นิ่วหน้าน้อยๆ ดูท่าทวีจะไม่แปลกใจที่ได้ยินเรื่องราวในอดีต...หรือว่าทวีจะรู้อยู่แล้ว
“ครับ...ผมจำเหรียญนั้นได้ แต่ผมกับคุณสารัชดึงมันไม่ออก แปลกที่คุณดึงได้ง่ายๆเหมือนมันจงใจเลือกคุณ”
“ตอนสารัชป่วยเป็นมะเร็ง นายเป็นคนให้กล่องรากบุญกับเขา ทำให้เขาหายจากโรคมะเร็งใช่ไหม”
“คุณรู้ได้ยังไง คุณสารัชไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังแน่ๆ เพราะเขากลัวจะมีคนเอากล่องรากบุญไปใช้ในทางที่ผิด แม้แต่ภรรยากับลูกของคุณสารัชก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ หรือว่าเหรียญอันนั้น...มันมีอะไรบางอย่างใช่ไหมครับ”
“ช่วยฉันด้วยนะทวี ฉันกำลังป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการมันหนักขึ้นทุกที ตอนนี้มีแต่กล่องรากบุญเท่านั้นจะช่วยรักษาโรคของฉันได้ นายบอกฉันทีว่ากล่องรากบุญอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้...ไม่มีกล่องอีกแล้วครับ เจ้าของกล่องคนสุดท้ายทำลายมันไปแล้ว”
วนันต์ตกใจมาก ผิดหวังสุดๆเมื่อพบความจริงเรื่องกล่องรากบุญ เช่นเดียวกับพิมพ์อรที่ร้อนรนมากกลัวพ่อจะต้องตายเพราะไม่มีกล่องรากบุญ กสิณนิ่งไปอึดใจแล้วบอกว่ายังพอมีวิธี
“เมื่อกล่องเก่าถูกทำลายไป เราก็สร้างกล่องรากบุญใบใหม่ขึ้นมาแทนสิ”
ooooooo
การเจอกับวนันต์อีกครั้งทำให้ทวีอดกังวลลึกๆไม่ได้ เพื่อนเก่าของเขามีความหวังแรงกล้าจะหายจากโรคร้ายเพราะอำนาจของกล่องรากบุญ สีหน้าผิดหวังของวนันต์ยังติดตาเขาจนถึงเช้าวันต่อมา เมื่อเจอกับเจติยาซึ่งเป็นเจ้าของกล่องคนสุดท้ายก่อนมันจะถูกทำลาย เลยอดปรับทุกข์ด้วยไม่ได้
เจติยารับฟังเรื่องเหรียญด้วยความสนใจ แต่คิดว่าคงไม่มีผลอะไร เพราะกล่องรากบุญก็ถูกทำลายแล้วที่สำคัญ หากเหรียญมีอำนาจมากจริง วนันต์คงไม่ต้องเจ็บป่วยปางตายเช่นนี้ คงขอพรให้หายไปแล้ว ทวีพยักหน้าเห็นด้วย ไม่คิดด้วยซ้ำว่าวนันต์จะเอาเหรียญมาใช้ในทางที่ผิด เจติยาถอนใจโล่งอก หวังว่าคงไม่มีเรื่องราวร้ายแรงอะไรอีก...ได้แต่หวังว่าคนที่ได้ครอบครองเหรียญ จะเป็นอย่างวนันต์...ไม่ใช่แบบพิสัย!
ฝ่ายวนันต์ปลงเสียแล้วเรื่องกล่องรากบุญ ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนหรือลำบากใจตามหามันอีก ต่างจากพิมพ์อรที่ไม่ยอมแพ้ ประกาศกร้าวจะทำทุกวิถีทางให้เขาหายจากโรคร้าย วนันต์ส่ายหน้าเบาๆแล้วเปรยว่าความปรารถนาเดียวก่อนตายของเขาคือการที่อยุทธ์ ลูกชายคนเล็กและน้องชายของพิมพ์อรจะกลับมาหา
“คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ อรจะให้ชาครจ้างนักสืบตามหาอยุทธ์ให้เจอ อรจะต้องตามตัวน้องกลับมาให้ได้”
“ขอบใจมากลูก ที่ไม่ถือโทษโกรธน้องแล้ว ก่อนตาย ...เราสามคนพ่อลูกจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน”
วนันต์หลับตาพักผ่อนไปแล้ว พิมพ์อรได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ อิจฉาน้องชายคนเดียวที่แย่งความรักความสนใจจากพ่อไปตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้อง จึงอดระบายกับกสิณไม่ได้
“แล้วไม่ใช่ลูกสาวอย่างฉันหรือ ที่ทำทุกอย่างไม่ว่าจะบริหารงานบริษัท ดูแลพ่อ แม้กระทั่ง...ช่างเถอะ ถึงไงฉันก็ไม่มีวันให้อยุทธ์ได้เจอคุณพ่ออีกเด็ดขาดเมื่อเขาทิ้งคุณพ่อไปแล้ว เขาก็ไม่มีสิทธิ์กลับมาหาคุณพ่ออีก”
กสิณชำเลืองมองพิมพ์อรด้วยความพึงพอใจ หญิงสาวที่เต็มไปด้วยตัณหาอย่างนี้ คือพลังอย่างดีให้เธอมีอำนาจแก่กล้า เพื่อรอวันที่เหรียญอีกสองอันมาสมทบเพื่อสร้างกล่องรากบุญอันใหม่ พิมพ์อรปัดเรื่องอิจฉาน้องชายออกจากหัว แล้วล้วงกระเป๋าหยิบเหรียญสีดำสนิทที่พกติดตัวเสมอออกมา กสิณแสยะยิ้มร้ายแล้วเล่าที่มาของเหรียญและกำเนิดของกล่องรากบุญ
“เมื่อกล่องรากบุญสะสมพลังกิเลสมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ต้องการเป็นอิสระจากผู้สร้างและเจ้าของกล่อง มันจึงสร้างเหรียญขึ้นมา ก่อนที่เหรียญจะแยกออกเป็นสามอัน เพื่อให้สะสมพลังกิเลสได้เร็วขึ้น และเมื่อใดที่เหรียญกลับมารวมกันอีก ก็จะถือกำเนิดเป็นกล่องรากบุญใบใหม่ ที่ผู้สร้างหรือเจ้าของกล่องเดิมไม่สามารถมีอำนาจเหนือมันได้อีก”
พิมพ์อรพยักหน้ารับรู้ นึกถึงลวดลายประหลาดบนเหรียญแล้วถึงบางอ้อ ที่แท้ก็คือที่มาของกล่องรากบุญ
“ใช่...เพราะฉะนั้น ยังไงเหรียญทั้งสามอันก็ต้องมารวมตัวกัน แต่จะมาเมื่อไหร่ และตอนนี้อยู่ที่ไหน ฉันไม่รู้จริงๆ เว้นแต่มันจะกลายเป็นกล่องรากบุญแล้วเท่านั้นฉันถึงจะมีอำนาจเพิ่มขึ้นจนบันดาลทุกอย่างที่เธอต้องการได้”
พิมพ์อรคาใจเรื่องเหรียญอีกสองอันที่เหลือ คิดว่าคงลำบากไม่น้อย ต้องไปตามล่าจากเจ้าของที่คงไม่ยกให้ง่ายๆ กสิณเห็นด้วยเพราะใครๆก็อยากมีอำนาจครอบครองกล่องรากบุญทั้งนั้น พิมพ์อรยิ้มเหี้ยม
“ถ้ากล่องนั่นช่วยคุณพ่อได้จริง ฉันยอมทำทุกอย่าง อย่าว่าแต่ใช้กำลังเลย จะต้องฆ่าอีกกี่คน ฉันก็ทำได้!”
ooooooo
นวัชควานหาหลักฐานคลายปมคดีของนพชัยอยู่หลายวัน แต่ไม่ได้เรื่องอะไร ร้อนถึงเจติยาต้องยื่นมือเข้าช่วย เห็นแก่ที่เคยช่วยเหลือกันก่อนหน้านี้หลายคดี แต่ต้องหนักใจไม่แพ้ผู้กองหนุ่ม เมื่อมีข้อมูลจากนิติเวชแค่เศษชิ้นเนื้อตามซอกฟันของนพชัยเท่านั้น ไม่มีรอยนิ้วมือหรือร่องรอยอื่นใดให้ตามหาฆาตกรได้เลย
เจติยานิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อนวัชโทร.มาสรุปสำนวนคดีว่าเป็นเพราะถูกโจรฆ่าตายเพื่อปล้นทรัพย์ในบ้าน แถมติดใจเรื่องเดียวกับผู้กองหนุ่มว่านพชัยเป็นนายตำรวจใหญ่ฝีมือดี คงยากถ้าโจรกระจอกจะลอบฆ่า และที่น่าสงสัยกว่านั้น คือภรรยาของผู้กำกับใหญ่ที่ติดต่อไม่ได้จนถึงบัดนี้
เจติยาตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ทันใดนั้น...ก็มีเลือดหยดลงในถ้วยน้ำของเธอ นักแต่งศพสาวรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าต้องเป็นฝีมือวิญญาณนพชัย แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเขาปรากฏร่างโปร่งแสงตรงหน้า พร้อมคำขอร้องให้ช่วยตามหาคนร้าย เจติยาตกใจแทบตาย เมื่อรวบรวมสติได้จึงขอข้อมูลจากเขา นพชัยมีสีหน้าหมองลง เพราะทุกอย่างรวดเร็วจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่บอกให้ตามสืบจากกล้องขนาดเล็กที่เขาซ่อนไว้ในบ้าน
นวัชเป็นคนตามหากล้องตัวเล็กและจัดการส่งต่อให้ลูกน้องดึงภาพในนั้น ส่วนเจติยาต้องรับมือกับภรรยานพชัยที่ควงมากับสามีใหม่ เพื่อติดต่อให้ทางนิราลัยจัดงานศพให้นพชัย เจติยาไม่รอช้า สอบถามและซักไซ้การตายของนพชัย แต่ภรรยาเขากลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือ สามีใหม่มองมาด้วยความรำคาญ อยากให้จบเรื่องเร็วๆ นักแต่งศพสาวเลยต้องเร่งทำเรื่อง แต่วิญญาณนพชัยก็แผลงฤทธิ์เสียก่อน เมื่อไปกระซิบข้างหูเจติยาว่าเขายังไม่ได้หย่ากับภรรยา!
ภรรยาของนพชัยกับสามีใหม่สะดุ้งเฮือก มองนักแต่งศพสาวด้วยสายตาหวาดระแวงทันที เจติยาพยายามยื้อยุดเพื่อขอข้อมูลเรื่องนพชัย แต่ดันพลาดไปแตะถูกแผลที่ข้อมือของสามีใหม่ เขาร้องโอยเสียงลั่น นักแต่งศพสาวตาโต เพราะนึกถึงคำพูดของนวัชเรื่องเศษชิ้นเนื้อบนซอกฟันของนพชัย...หรือว่าจะเป็นเนื้อของสามีใหม่
ความสงสัยของเจติยาทำให้ภรรยานพชัยกับสามีใหม่ถูกเชิญไปโรงพักเย็นวันเดียวกัน ทั้งสองให้การปฏิเสธทุกข้อหา โดยเฉพาะเรื่องคบชู้ เพราะเธอแยกกันอยู่กับนพชัยมาเป็นปี กว่าจะเจอสามีใหม่ แต่เรื่องยังคาราคาซังเพราะผู้กำกับใหญ่ไม่ยอมหย่า นวัชเห็นแรงจูงใจสันนิษฐานว่าเธอกับสามีใหม่อาจฆ่านพชัยเพื่อให้หลุดจากพันธะ แต่ภรรยาไม่ยอมรับ แย้งว่านพชัยอาจตายจากเรื่องงานเพราะ เคยรู้ว่าเขากำลังตามสืบคดีทุจริตที่มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่พัวพันอยู่ด้วย
นวัชนิ่งไปอึดใจ แต่หลักฐานทางนิติเวชทำให้โอนเอียงเชื่อไปทางเหตุผลชู้สาวมากกว่าเรื่องงาน ภรรยานพชัยหงุดหงิดมาก แต่ผู้กองหนุ่มไม่สน ประกาศกร้าวให้รอผลการตรวจดีเอ็นเอชิ้นเนื้อและภาพจากกล้องที่ซ่อนในบ้าน จึงจะตัดสินว่านพชัยต้องตายเพราะเรื่องอะไรกันแน่...
แต่นวัชก็ต้องประหลาดใจเสียก่อน เมื่อรับรายงานจากลูกน้องว่าภาพจากกล้องในบ้านนพชัยถูกเถกิงรับไปจัดการ ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ผู้กองหนุ่มขับรถไปดักหน้าบ้านเถกิง ผู้กำกับคนใหม่มองมาด้วยแววตานิ่งๆ แล้วยื่นไฟล์จากกล้องให้ดู ภาพบนไอแพดทำให้นวัชตะลึง เมื่อเห็นสามีใหม่กับนพชัยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในห้องโถงของบ้าน แถมลงไม้ลงมือกันจนตุ๊กตาที่ซ่อนกล้องแตกกระจาย รวมทั้งภาพหลังจากนั้นที่มีแต่เงามืด!
ภาพจากไฟล์ในกล้องทำให้สามีใหม่ถูกควบคุมตัวในคืนเดียวกัน ภรรยานพชัยหน้าเสีย ต่อว่าเขาเสียงเครียดที่ปิดบังเรื่องมีปากเสียงกับนพชัย สามีใหม่แก้ตัวว่าแค่ไปขอร้องให้หย่ากับเธอเท่านั้น แต่กลับถูกนพชัย เล่นงานจนเป็นแผลฉกรรจ์ที่ข้อมือ นวัชตัดปัญหา สั่งให้เจ้าหน้าที่เชิญสามีใหม่เข้าห้องขัง เพื่อรอผลตรวจแน่นอน จะได้ดำเนินคดีอย่างถูกต้อง ภรรยานพชัยมองไปทาง สามีใหม่เครียดๆ...ผิดหวังเหลือเกินที่สองสามีต้องฆ่ากันด้วยเรื่องของเธอ
ooooooo
ลาภิณรับฟังเรื่องการสืบคดีของนพชัยที่เจติยามีส่วนช่วยอย่างผ่านๆ โล่งใจไม่น้อยที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี ภรรยาสุดที่รักของเขาจะได้ไม่ต้องทำเรื่องเสี่ยงๆอีก แต่เช้าวันต่อมาก็กลับต้องกังวลกับเรื่องใหม่ เมื่อครอบครัววนันต์มาเยี่ยมถึงนิราลัย วนันต์มองลูกชายสารัชด้วยความชื่นชม แล้วยื่นเช็คเงินสดในมือให้
“สมัยก่อน พ่อของต้นช่วยเหลือลุงไว้มาก ลุงไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเลย ตอนนี้เวลาของลุงเหลือไม่มากแล้ว ลุงเลยอยากจะใช้หนี้ให้หมด จะได้ไม่เป็นเวรกรรมผูกพันกันไป”
ลาภิณพยายามปฏิเสธ แต่วนันต์กับพิมพ์อร ยืนกรานให้รับ เขาเลยเสนอนำเงินทั้งหมดเข้ามูลนิธิศพไร้ญาติของนิราลัย วนันต์ไม่อยากขัดใจเลยเอ่ยปากอนุญาต ส่วนพิมพ์อรชื่นชมลาภิณที่มีจิตใจดี ต่างจากชาครที่เฝ้ามองทุกอย่างด้วยความหมั่นไส้ โดยเฉพาะกับลาภิณที่ดูจะเรียกคะแนนความสนใจจากเจ้านายสาวได้มากโข
ลาภิณไม่สบายใจนักเมื่อเห็นหน้าเพื่อนเก่าของพ่อ ไหนจะลูกสาวคนโตของวนันต์ที่ดูจะสนใจเขาเป็นพิเศษ แต่เพื่อมารยาทเขาจึงอาสาพาชมนิราลัยตามที่ถูกขอ และสถานที่แรกที่วนันต์อยากไปคือห้องทำงานของทวี!
ด้านทวี...ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เมื่อได้ยินจากโอ้เอ้ลูกน้องคนสนิทว่าครอบครัววนันต์มาเยี่ยมถึงนิราลัย ลางสังหรณ์บางอย่างกระตุ้นให้ตื่นตัว และอดระบายกับเจติยาไม่ได้ กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเหรียญของกล่องรากบุญ เมื่อลาภิณพาคณะของวนันต์มาหา จึงได้แต่ปั้นหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่ในใจหวาดระแวง เจติยายกมือไหว้ตามประสาคนมารยาทดี ลาภิณเลยเดินไปโอบบ่าพร้อมกับแนะนำเธอต่อหน้าทุกคนด้วยความภาคภูมิใจ
“ส่วนนี่...เจติยา เป็นเจ้าหน้าที่แต่งศพ ผู้ถือหุ้น แล้วก็...ภรรยาของผมเองครับ”
พิมพ์อรหน้าเสีย ไม่คาดมาก่อนว่าลาภิณจะแต่งงานแล้ว ชาครมองมาด้วยความพอใจ รีบพูดด้วยน้ำเสียงยินดีจนออกนอกหน้า ไม่คิดว่าเจ้าของกิจการแต่งศพนิราลัยที่ยังหนุ่มแน่นจะแต่งงานแล้ว ลาภิณยิ้มรับแล้วบอกว่าจัดงานเล็กๆและเชิญแขกเป็นพยานไม่กี่คน พิมพ์อรรีบปรับสีหน้าแล้วทักทายเจติยาด้วยท่าทางเป็นกันเอง ต่างจากในใจที่เดือดพล่านด้วยความริษยา เจติยาไม่รู้เรื่องเลยพูดคุยด้วยเป็นอย่างดี
แต่ฉับพลันนั้นเอง...ภาพในอดีตก็ผุดในหัวของเจติยา เมื่อเธอถูกผู้หญิงหน้าตาเหมือนพิมพ์อรแทงที่ท้องอย่างแรง จนทรุดฮวบลงกับพื้น นักแต่งศพสาวดึงตัวเองจากภวังค์เหมือนฝันนั้น แต่กลับต้องงอตัวด้วยความเจ็บปวดที่ท้องอย่างรุนแรง ลาภิณตกใจมาก ตวัดร่างภรรยาสุดที่รักแนบอก ก่อนจะขอตัวและพาเธอไปพักที่ห้องทำงาน ทวีวิ่งตามติด โดยมีสายตาเจ็บแค้นของพิมพ์อรมองตามจนลับตา...สำออยนักนะ แค่นี้ทำเป็นลม!
กสิณเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความพอใจ ท่าทางหัวเสียของพิมพ์อรทำให้ต้องปรากฏร่างเพื่อปลอบใจและบอกข่าวดีจากการมานิราลัยวันนี้ ที่ทำให้รู้ว่าเจ้าของกล่องรากบุญคนสุดท้ายคือเจติยา พิมพ์อรไม่อยากจะเชื่อ กสิณยืนยันว่าเป็นความจริง เมื่อเธอรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างตอนพิมพ์อรจับมือกับเจติยา
“เหรียญจะรวมพลังกิเลสเพื่อสร้างกล่องรากบุญใบใหม่ เมื่อใบเก่าถูกทำลายไป เหรียญทั้งสามจะถูกดึงดูดเข้าใกล้เจ้าของคนสุดท้ายโดยปริยาย เราแค่จับตาดูเจติยาไว้ ก็จะเจอเหรียญที่เหลือ ไม่ต้องเสียเวลาควานหาให้เหนื่อย”
พิมพ์อรยิ้มร้าย “งั้นก็ถือว่ามันยังโชคดีอยู่ตอนแรก ฉันกะจะสั่งสอนแม่นี่ซะหน่อย!”
ooooooo










