ข่าว

วิดีโอ



รากบุญ (รอยรัก แรงมาร)

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แฟนตาซี-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เอกลิขิต

กำกับการแสดงโดย: ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล,ราศรี บาเล็นซิเอก้า

อัลบั้ม: เรื่อง รากบุญ ตอน รอยรัก แรงมาร

เจติยากับลาภิณถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินภาณุบอกว่ารักลูกชายคนเดียวมากกว่าสิ่งอื่นใด เพียงแต่ไม่อยากแสดงความรักและห่วงใยให้เห็น เพราะไม่อยากให้เหลิง วิญญาณภาณุวัฒน์ยืนร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ ดีใจมากที่พ่อรักและไม่โกรธเรื่องเป็นเกย์ เจติยาพลอยปลื้มใจและจัดการให้สองพ่อลูกล่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย

แต่ภารกิจของเจติยาก็ไม่จบแค่นั้น เมื่อวิญญาณภาณุวัฒน์จะไม่ไปไหน ถ้าไม่ได้ปรับความเข้าใจกับนทีที่รู้สึกผิดคิดว่าเป็นต้นเหตุให้เขาฆ่าตัวตายเสียก่อน นทีถอนใจโล่งอก แก้ตัวแกนๆว่าตกใจมากเลยชกเขาเต็มแรง วิญญาณภาณุวัฒน์ไม่ถือสา เข้าใจด้วยซ้ำที่เพื่อนจะมีอาการแบบนั้น นทียิ้มบางๆ สบายใจขึ้นมาก

“สิ่งที่แกเป็นมันไม่ผิดอะไร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มันแค่รสนิยมส่วนตัว เรายังเป็นเพื่อนกันนะวัฒน์ โชคดีนะเพื่อน ชาติหน้าไม่ว่าแกจะได้เกิดเป็นชายจริงหญิงแท้หรือกึ่งๆอีก ก็ขอให้แกเจอคนที่รักและยอมรับแกนะ”

วิญญาณภาณุวัฒน์ยิ้มน้อยๆแล้วลับร่างหายไป เจติยามองตามด้วยความสุขใจที่ได้ช่วยเหลือวิญญาณเด็กหนุ่มให้จากไปอย่างหมดห่วง เมื่อกลับถึงบ้านก็จัดการชำระเหรียญจนเหลือเพียงสีน้ำตาลจางๆใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง เพราะเหลืออีกเพียงครั้งเดียว เหรียญก็จะขาวสะอาดบริสุทธิ์และไม่มีอำนาจพอจะสร้างกล่องรากบุญอีกต่อไป

เวลาเดียวกันที่บ้านวนันต์...กสิณกับพิมพ์อรร้อนใจมากเมื่อรู้ว่าเจติยาชำระเหรียญใกล้สำเร็จ โดยเฉพาะปีศาจสาวยุส่งให้พิมพ์อรลงมือฆ่าเจติยาเพื่อตัดปัญหา แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญ แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้โอกาสผ่านเลยโดยทำอะไรไม่ได้อีก พิมพ์อรคิดหนัก สายวันต่อมาจึงตัดสินใจได้ โทร.ไปหาอยุทธ์เพื่ออำลาและขอให้ดูแลวนันต์ให้ดี อยุทธ์ตั้งท่าจะซักแต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะพี่สาววางสายไปก่อน

ขณะที่อยุทธ์เป็นกังวลมาก เจติยารอลาภิณมารับที่นิราลัย พร้อมกับพูดโทรศัพท์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขินหน้าแดงเมื่อเขาเย้าเรื่องลูกในท้อง มีความสุขเหลือเกินที่ได้รู้ว่าเขาเห่อลูกไม่แพ้เธอเลย แต่ความสุขก็อยู่กับเธอไม่นาน หลังจากวางสายกับสามี ก็ถูกพิมพ์อรใช้ปืนจี้พาออกไปข้างนอก โดยไม่รู้เลยว่าทำให้ลาภิณเป็นห่วงแค่ไหน

อยุทธ์มาถึงนิราลัยไม่นานหลังจากนั้น ลาภิณซึ่งโทร.หาเจติยาไม่หยุด มีสีหน้ากลุ้มใจมาก กลัวภรรยาสุดที่รักจะเป็นอันตราย ทวีกับโอ้เอ้พลอยเครียดไปด้วย เมื่อลาภิณขอให้ไปเอากล้องวงจรปิดมาให้ ก็รีบทำตามด้วยความเต็มใจ

ฝ่ายเจติยานั่งตัวเกร็งบนรถ โดยมีพิมพ์อรเป็นคนขับ นักแต่งศพสาวเหล่มองมือถือที่เบาะหลัง เห็นไฟกะพริบตลอดก็นึกรู้ว่าสามีคงจะโทร.ตาม พิมพ์อรปรายตามอง หมั่นไส้มากที่อีกฝ่ายมีสามีคอยห่วง เจติยาถอนใจหนักหน่วงแล้วโพล่งออกไปอย่างเหลืออด ไม่เข้าใจว่าพิมพ์อรจะลักพาตัวเธอมาให้เสียเวลาทำไม

“ฉันรู้ว่าเธอคงไม่มีวันยกเหรียญให้ฉัน แต่ที่ฉันจับเธอมา ก็เพื่อจะไม่ให้เธอมีโอกาสได้ชำระเหรียญต่างหาก”

“คุณก็รู้เงื่อนไขดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ ถ้าคุณฆ่าฉัน คุณจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของเหรียญ และก็จะไม่สามารถเป็นเจ้าของกล่องรากบุญได้ด้วย ก็เท่ากับคุณช่วยคุณพ่อคุณไม่ได้อยู่ดี”

“เรื่องนั้น...อยุทธ์จะเป็นคนสานต่อเอง ถ้าฉันกับเธอตาย อยุทธ์จะไม่เหลือใครนอกจากคุณพ่อ เขาต้องช่วยแน่”

เจติยาตกใจมาก ไม่คิดว่าพิมพ์อรจะยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อสร้างกล่องรากบุญ พิมพ์อรหัวเราะเสียงขื่น บอกว่ายินดีทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อหายจากโรคร้าย นักแต่งศพสาวส่ายหน้าอ่อนใจ พยายามเตือนสติว่าวนันต์คงไม่มีวันสบายใจที่รู้ว่าลูกทั้งสองกำลังเดินทางผิด แต่พิมพ์อรก็ไม่ยี่หระเพราะเชื่อว่าตัวเองทำถูกที่สุดแล้ว

ooooooo

ภาพพิมพ์อรจากกล้องวงจรปิดทำให้ลาภิณ อยุทธ์ ทวีและโอ้เอ้ตะลึง ไม่คิดมาก่อนเลยว่าหญิงสาวสวยและเก่งเรื่องธุรกิจอย่างพิมพ์อรจะกล้าทำอุกอาจเช่นนี้ ลาภิณเครียดหนัก พยายามคิดหัวแทบแตกจะตามหาตัวภรรยาจากไหน อยุทธ์ขอพรจากเหรียญ ลาภิณจะห้ามเพราะเชื่อว่าเจติยาคงไม่พอใจแน่แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

ฟากเจติยามองวิวข้างทางด้วยสีหน้าครุ่นคิด มั่นใจมากว่าพิมพ์อรจงใจขับรถวนไปมา เพราะไม่อยากให้ใครตามรอยได้ เจติยามีท่าทีนิ่งสงบจนพิมพ์อรเริ่มร้อนใจ แต่ก็อดชมไม่ได้ว่านักแต่งศพสาวฉลาดมากกว่าที่คิด นักแต่งศพสาวไม่โต้ตอบใดๆทำให้พิมพ์อรเริ่มหงุดหงิด แหย่ว่าไม่คิดหนีหรือ เจติยาเลยตอบตามตรงว่าคิดตลอดแต่ยังไม่มีโอกาส

“ห่วงลูกในท้องใช่ไหมล่ะ อย่างว่า...เป็นแม่คนแล้วนี่ จะเสี่ยงมากไปก็ไม่ได้ จะทำอะไรก็ต้องคิดมากหน่อย”

เจติยาตกใจมาก ไม่คิดว่าพิมพ์อรจะรู้เรื่องตนท้อง เพราะไม่เคยบอกใครนอกจากคนในครอบครัวและเพื่อนสนิท พิมพ์อรเฉลยยิ้มๆว่าเป็นเพราะอำนาจพิเศษของกสิณทำให้เธอรู้ทุกอย่าง เจติยาหน้าบึ้ง ไม่ชอบใจที่ถูกละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว แต่พิมพ์อรไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย แถมจ้องกลับด้วยสายตาเกลียดชัง

“ฉันไม่อยากเห็นเธอมีความสุขกับน้องต้น ฉันยอมรับว่าอิจฉา เธอมีน้องต้นอยู่ข้างๆ ส่วนฉันไม่มีใครเลย”

ด้านลาภิณ...ขับรถตามหาภรรยา โดยมีอยุทธ์คอยบอกทาง นวัชโทร.มาหาลาภิณและปลอบให้ใจเย็น เพราะเขากำลังนำลูกน้องตามไปช่วย อยุทธ์มองมาด้วยความเห็นใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงภรรยามากแค่ไหน ลาภิณถอนใจหนักหน่วง แม้จะเครียดที่เจติยาอาจมีอันตราย แต่ก็แอบหวังลึกๆว่าเธอจะปลอดภัย

“เจเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว เจก็เอาตัวรอดได้ทุกที แต่ผมแปลกใจ ทำไมพี่อรต้องทำแบบนี้ด้วย”

“แปลกตรงไหนเหรอครับคุณต้น พี่อรจะทำร้ายคุณเจ ก็เพราะกลัวคุณเจจะชำระเหรียญสำเร็จน่ะสิครับ”

ลาภิณรับฟังด้วยสีหน้าครุ่นคิด เหมือนติดใจอะไรบางอย่าง นวัชมาสมทบตรงจุดนัดหมายไม่นานหลังจากนั้น สามหนุ่มต้องนั่งคอยอยู่นาน ก็ไม่เห็นวี่แววของพิมพ์อรกับเจติยา กสิณแอบมองจากมุมลับตา ดีใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...อีกไม่นานความฝันของฉันก็จะเป็นจริง!

อีกด้านไม่ไกลจากจุดที่สามหนุ่มสุ่มรอ...พิมพ์อรใช้ปืนจี้เจติยาให้เดินไปตามทาง เจติยามองมาอย่างรู้ทัน แกล้งแหย่ว่าพิมพ์อรคงมีแผนบางอย่าง เพราะถ้าจะฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่จำเป็นต้องพามาไกลขนาดนี้ พิมพ์อรหน้าเสีย ไม่คิดเลยว่าเจติยาจะอ่านเกมออกทั้งหมด

“คุณต้องการขู่เพื่อให้ฉันขอพรจากเหรียญเพื่อช่วยเหลือตัวเองให้รอด ฉันจะได้ไม่มีอำนาจในการชำระเหรียญอีก หรือถ้าฉันกลัวจนยกเหรียญให้คุณได้ก็ยิ่งดี”

“เธอคิดว่าฉันแค่ขู่หรือ ถ้าจำเป็น ฉันฆ่าเธอตรงนี้ก็ยังได้”

“ฉันเชื่อแต่คุณไม่ทำหรอก เพราะสิ่งสำคัญสุดสำหรับคุณ คือการเป็นเจ้าของกล่องรากบุญมากกว่า”

พิมพ์อรโต้กลับด้วยความโมโห “ไม่จริง...คุณพ่อต่างหากที่สำคัญสุดสำหรับฉัน”

“คนที่ตกเป็นทาสกิเลสแล้ว มันแยกไม่ออกหรอกค่ะว่าอะไรสำคัญสุด รู้แต่ว่าเมื่อได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็จะอยากได้สิ่งอื่นต่อไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด และกล่องรากบุญก็เป็นสิ่งเดียวที่สนองความต้องการนั้น”

พิมพ์อรสวนเสียงเคร่ง “ฉันต้องการกล่องรากบุญ ก็เพื่อช่วยเหลือคุณพ่อเท่านั้น”

ความดื้อรั้นของพิมพ์อรทำให้เจติยาเหลืออด “งั้นหลังจากช่วยคุณวนันต์แล้ว คุณยอมให้ฉันทำลายกล่องไหมล่ะคะ ถ้าคุณยอม ฉันอาจจะยอมช่วยคุณสร้างกล่องรากบุญขึ้นมาใหม่ก็ได้นะคะ”

พิมพ์อรอึกๆอักๆไม่กล้าตอบรับ เจติยาไม่ผิดคาดมากนัก เลยแขวะกลับว่าทุกอย่างที่อีกฝ่ายทำก็แค่ข้ออ้างจะครอบครองกล่องรากบุญเท่านั้น พิมพ์อรถูกไล่ต้อนจนมุมก็โกรธมาก เลยยิงปืนเฉี่ยวพื้นตรงที่

เจติยายืนอยู่เพื่อขู่ เสียงปืนนั้นทำให้พวกลาภิณตามมาทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด พิมพ์อรโมโหเลือดขึ้นหน้า ผลักเจติยาเต็มแรงไปกระแทกกับพื้น ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

เจติยายกมือกุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด ภาพในอดีตตอนถูกอุษาแทงท้องผุดขึ้นใหม่ รวมทั้งความรู้สึกเจ็บแปลบแบบเดียวกันนั้นด้วย ส่วนพิมพ์อรเข้าตาจน ทำท่าจะยิงเจติยาเพื่อจบปัญหา แต่ช้ากว่านวัชที่ยิงสวนมาเสียก่อน ลาภิณถลาไปประคองภรรยาและรีบส่งโรงพยาบาลทันที ทิ้งอยุทธ์วิ่งไปดูอาการพี่สาวตามลำพัง พิมพ์อรจับมือน้องชายแน่น สั่งเสียให้ดูแลพ่อและขาดใจตายในที่สุด

เจติยานอนฝันถึงเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักมายืนร้องไห้ข้างๆเตียง เมื่อตื่นขึ้นมาเลยได้รู้ข่าวร้ายจากลาภิณ ว่าตัวเองแท้ง สองสามีภรรยากอดกันแน่นด้วยความสะเทือนใจ ไม่คิดเลยว่าต้องสูญเสียลูกทั้งที่ยังไม่ได้เจอหน้ากัน

ฟากชาครเสียใจไม่แพ้กัน เมื่อเห็นศพของพิมพ์อร ที่ห้องเก็บศพ เช่นเดียวกับอยุทธ์ที่เดินหมดแรงมาตาม ทางในโรงพยาบาล รู้สึกผิดมากที่ตามมารั้งพี่สาวไม่ทัน กสิณฉวยโอกาสนี้ปรากฏตัวพร้อมกับเหรียญของพิมพ์อร และอาสาขอเป็นทาสรับใช้เขา อยุทธ์มีสีหน้าลังเลใจ แต่เพียงครู่เดียวก็ตัดสินใจได้ว่าจะสานงานต่อจากพิมพ์อร ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการสร้างกล่องรากบุญ!

ooooooo

เจติยาได้กลับบ้านสองสามวันหลังจากนั้น ลาภิณประคองด้วยความเป็นห่วง โดยมีนิษฐาประกบไม่ห่าง เผื่อลาภิณต้องการความช่วยเหลือ แล้วก็ได้ช่วยจริงๆ เมื่อนทีบอกว่าทนายที่ดูแลคดีของสิทธิพรมาหาเพื่อเตรียมตัวลาภิณไปขึ้นศาลวันมะรืน ลาภิณละล้าละลัง เจติยาเลยตัดบทให้ทำเรื่องต้องทำก่อน ส่วนเธอจะดูแลนิราลัยเอง

และแล้ววันสำคัญก็มาถึง ข่าวการขึ้นศาลของลาภิณกลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะสิทธิพรเป็นนักธุรกิจมีชื่อเสียง เจติยา นิษฐาและนทีเฝ้ามองดูข่าวในทีวีด้วยท่าทีเป็นกังวล กลัวเหลือเกินว่าลาภิณจะถูกข้อหาหนักฐานฆ่าคนตายทั้งที่ไม่ได้ทำ วิญญาณสิทธิพรกลุ้มไม่แพ้กัน และตัดสินใจปรากฏตัวให้เจติยาเห็นเพื่อปรับทุกข์

แต่ที่ทำให้วิญญาณสิทธิพรตะลึงสุด ไม่ใช่ข่าวของลาภิณ แต่เป็นข่าวการตายของพิมพ์อร เจติยาแปลกใจไม่น้อย แต่ก็ยอมเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟัง วิญญาณสิทธิพรเหยียดยิ้มเย็นแล้วพูดเสียงเข้ม

“ถ้ายายนี่ตาย ต้นก็มีทางรอดแล้วล่ะ...เพราะแผนการเลวๆทั้งหมดนี่มาจากพิมพ์อร แต่พ่อและคนรอบข้างของยายนี่เป็นคนดี ถ้าเราพูดให้เขาเข้าใจ เขาอาจ จะยอมช่วยต้นก็ได้ ผมจะได้สบายใจซะที ที่ไม่ได้ทำให้ต้นเดือดร้อน”

เจติยานิ่งคิดตาม เริ่มมีกำลังใจเพราะดูท่าลาภิณจะมีทางรอดจริงๆอย่างที่วิญญาณสิทธิพรแนะนำ นักแต่งศพไม่รอช้า รีบไปพบชาครที่บ้านวนันต์ในบ่าย

วันเดียวกัน เพื่อเจรจาขอให้บริษัทก่อสร้างของพิมพ์อรสานงานของสิทธิพรต่อ เลขาหนุ่มรับปากเพราะอยากไถ่บาปให้พิมพ์อร แต่อยุทธ์ซึ่งแอบได้ยินทุกอย่างก็โผล่มาขวางเสียก่อน

เจติยามองมาด้วยแววตาผิดหวังมาก “ในที่สุด... คุณก็ตกเป็นทาสกิเลสจนได้”

“ผมทำเพื่อคุณพ่อ ไม่มีพี่อรแล้ว ชีวิตผมก็ไม่เหลือใครอีก ผมยอมให้คุณพ่อตายไม่ได้”

“แล้วที่คุณอรตายไป ยังเป็นตัวอย่างให้คุณไม่ได้อีกเหรอ ทำไมคุณถึงได้โง่แบบนี้”

“นายอยากจะด่าอะไรก็ด่าเถอะชาคร แต่ถ้าฉันไม่ได้เหรียญ จะไม่มีการช่วยเหลืออะไรนิราลัยทั้งนั้น!”

ชาครโมโห ปรี่เข้าหาจะเอาเรื่อง อยุทธ์เลยจับเหรียญที่คอขอพรให้จัดการชาคร เจติยาเห็นสภาพจุกลุกไม่ขึ้นของเลขาหนุ่มเลยจะเข้าไปช่วย แต่ช้ากว่าวนันต์ซึ่งนั่งรถเข็นเข้ามาเสียก่อน

“ทำไมทำแบบนี้ ขอพรครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่เพื่อทำร้ายชาครก็ทำ รู้ไหมว่าตอนนี้ลูกก็ไม่ต่างจากลูกอรแล้ว”

อยุทธ์อึกๆอักๆ เห็นพ่อโกรธมากก็ทำตัวไม่ถูก วนันต์ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน ก่อนรวบรวมแรงลุกยืน ท่ามกลางความตกใจของทุกคน แล้วค่อยๆเดินไปหาลูกชาย น้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่สุด “ชีวิตพ่อไม่เหลืออะไรอีกแล้ว มีลูกสองคนก็ตกเป็นทาสกิเลสทั้งสองคน ถ้าต้องเห็นลูกตัวเองเป็นแบบนี้ พ่อตายเสียดีกว่า”
อยุทธ์รู้สึกผิดมาก ตั้งท่าจะอธิบายแต่วนันต์ซึ่งเครียดจัดจากพฤติกรรมของลูกทั้งสอง เกิดอาการกำเริบ ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ชาครต่อว่าอยุทธ์อย่างหนักที่ทำตัวแย่จนวนันต์ต้องประสาทเสีย เช่นเดียวกับเจติยาที่ไม่เข้าใจเลยว่าอยุทธ์กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้อย่างไร

เจติยาเก็บความกังวลกลับไปบ้านด้วย ลาภิณต้องปลอบไม่ให้คิดมากเพราะคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ ถ้ามีกิเลสมาเป็นตัวยั่วยุ และเธอก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ถึงกระนั้น...ลาภิณก็อดเซ็งไม่ได้ที่โอกาสจะไม่ต้องเสียค่าปรับจนล้มละลายต้องสลายไปอีกครั้ง และเขากับภรรยาคงต้องไปหย่ากัน ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้

ooooooo

ลาภิณกับเจติยาไปจัดการเรื่องหย่าในเช้าวันถัดมา ท่ามกลางบรรยากาศห่อเหี่ยวที่อำเภอใกล้บ้าน แม้จะตกลงใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี ส่วนอยุทธ์ตัดสินใจย้ายออกจากบ้านนวัชกลับไปบ้านวนันต์ อยากดำเนินการภารกิจสุดท้ายที่พี่สาวฝากฝังไว้ให้เสร็จสิ้น นวัชถอนใจ หนักหน่วง ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย

“ผมก็เสียใจเหมือนกัน ก่อนตายพี่อรฝากคุณพ่อ กับผม ถ้าผมไม่ทำหน้าที่ลูกให้เต็มที่ คงต้องเสียใจไปทั้งชีวิต”

นวัชเข้าใจดี แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ “ผมไม่รู้หรอกนะว่าสิ่งที่คุณทำถูกหรือผิด แต่ยังไงผมก็อยู่ข้างเจ

อยู่ดี วันข้างหน้าเราอาจจะต้องเป็นศัตรูกัน แต่ตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ ดูแลตัวเองด้วย”

อยุทธ์ยิ้มบางๆ อวยพรกลับให้นวัชดูแลตัวเองและเริ่มทำสิ่งที่คิดมานานได้แล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอนาคตชีวิตคู่ของเขากับนิษฐา นวัชมีสีหน้าขรึมลง

เห็นด้วยกับอยุทธ์ไม่น้อยว่าต้องจัดการเรื่องนิษฐาเสียที ก่อนที่เขาจะบินไปเรียนต่อด้านอาชญวิทยาด้วยทุนของสำนักงานตำรวจ

นวัชตัดสินใจนัดแฟนสาวมาพบวันเดียวกันนั้นเอง แจ้งข่าวเรื่องทุนให้ทราบและขอเธอแต่งงาน จะได้ไปอยู่ด้วยกัน นิษฐามีท่าทางอึกอักอย่างเห็นได้ชัด ยกวิทยานิพนธ์มาอ้างว่ายังไม่เรียบร้อยดี ผู้กองหนุ่มไม่ยอมแพ้ อ้อนว่าไม่อยากห่างเธอนานขนาดนั้น เลยขอให้นำวิทยานิพนธ์ไปทำที่โน่นด้วย นิษฐาหน้าเครียด สูดลมหายใจยาวแล้วสารภาพเสียงอ่อนว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้ คงต้องรักษาตัวที่นี่ เพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้เขาเสียอนาคต

ข่าวร้ายของนิษฐาทำให้เจติยาตกใจไม่แพ้นวัช เมื่อเพื่อนสาวมาหาที่บ้านก็ซักใหญ่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร นิษฐามีสีหน้าเศร้าๆ บอกว่าเพิ่งตัดสินใจไปตรวจเพราะปวดท้องมากระยะหลัง เจติยาส่ายหน้าเบาๆ ไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเพื่อนรักถึงไม่ปริปาก นิษฐาโต้เสียงเบาว่าไม่อยากทำให้เป็นห่วง เจติยามีเรื่องมากพอแล้ว

เจติยาน้ำตาคลอ สงสารเพื่อนรักจับใจ “แกทำได้ยังไงฐา แกร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส ให้กำลังใจคนมีปัญหา ทั้งที่แกมีโรคร้ายขนาดนี้ นับถือใจแกจริงๆ แกไม่ได้สู้คนเดียวนะฐา ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ฉันจะสู้กับแกด้วย”

นิษฐาน้ำตาร่วงด้วยความซาบซึ้งใจ เจติยาให้กำลังใจเพื่อนให้เข้มแข็ง เพื่อทุกคนในครอบครัวและนวัช นิษฐาโผกอดเพื่อนรักแน่น แม้จะทำท่าเหมือนไม่เป็นอะไร แต่จริงๆก็แอบกังวลอยู่มากเช่นกันเวลาเดียวกันที่สวนบ้านลาภิณ...นวัชกำลังปรับทุกข์กับเจ้าของบ้านหนุ่มเรื่องนิษฐา โดยเฉพาะอาการเจ็บป่วยและระยะเวลาที่เธอต้องใช้รักษาตัว ลาภิณปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะนิษฐายังมีเขาและเจติยาคอยดูแลตลอด นทีซึ่งนั่งฟังมานาน อดเสนอให้พาตัวนิษฐาไปด้วยไม่ได้จะได้จบปัญหา นวัชบอกว่าพยายามแล้ว แต่นิษฐาไม่ไป อยากอยู่ที่นี่เพราะอบอุ่นใจมากกว่า มีคนในครอบครัวและเพื่อนรักรอบข้าง ลาภิณพยักหน้าเข้าใจดี

“ผมก็เห็นด้วยกับฐานะผู้กอง แล้วเวลามันก็ไม่ได้นานมาก แค่สองปีเท่านั้นเอง ทำโน่นทำนี่ ไม่เท่าไหร่ก็ผ่านไปปีหนึ่งแล้ว ที่สำคัญ...ตอนนี้โลกแคบลง ถึงอยู่ที่โน่น ผู้กองก็เป็นกำลังใจให้คุณฐาได้ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่ครับ”

นวัชถอนใจคิดหนัก เป็นห่วงนิษฐามาก แต่ลังเลเพราะเรื่องเรียนคืออนาคตและความก้าวหน้าของตัวเอง

ด้านอยุทธ์...ไปเฝ้าวนันต์ที่โรงพยาบาลทั้งวัน ชาครเห็นแล้วก็อ่อนใจ แต่ไม่อยากพูดอะไรมาก อยุทธ์มองเลขาหนุ่มด้วยแววตาเย็นชา ไม่พอใจนักที่ถูกจับตามองตลอดราวกับเขาทำผิดร้ายแรง ทั้งที่วนันต์คือพ่อแท้ๆ

ชาครส่ายหน้าเซ็งแล้วตอกกลับ “ถึงผมจะเป็นคนนอก แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายจิตใจคุณท่านเหมือนกับที่คุณทำ เมื่อก่อนคุณก็ทิ้งคุณท่านไป แล้วมาตอนนี้ คุณก็มาทำในสิ่งที่คุณท่านชิงชังไม่อยากให้ทำอีก ทบทวนตัวเองหน่อยดีไหมคุณอยุทธ์ ว่าตั้งแต่เกิดมา คุณทำอะไรให้คุณท่านได้ภูมิใจบ้าง”

อยุทธ์โกรธมากที่ถูกสั่งสอนเหมือนเด็กๆ ชาครยิ้มขื่นแล้วตัดสินใจเล่าเรื่องอดีตของตัวเองที่เป็นฆาตกรฆ่าคนโกงที่ดินของพ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก แม้เขาจะยอมถูกจับ แต่พ่อแม่เขาก็ตรอมใจฆ่าตัวตายเสียก่อน วนันต์เป็นคนมาพบเขาที่โรงพัก ยื่นมือให้ความช่วยเหลือประกันตัวและเตือนสติให้เขาคิดได้

“ไม่มีพ่อแม่คนไหน ดีใจที่เห็นลูกกำลังเดินทางผิดหรอกนะ”

ชาครจำได้ดี วนันต์บอกว่าประหลาดใจกับวีรกรรมของเขา แต่ก็เข้าใจความรู้สึกดีเพราะเคยทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่มาก่อน เลยอยากไถ่โทษด้วยการรับเขาไว้ในอุปการะ หลายปีต่อมา...วนันต์ก็ตัดสินใจส่งเขาไป

เรียนต่อพร้อมกับพิมพ์อรที่สิงคโปร์ โดยให้รับหน้าที่ดูแลและเป็นบอดี้การ์ดให้ลูกสาวคนเดียวไปด้วยในตัว และนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เขารู้สึกดีๆกับเจ้านายสาวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

“ผมผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคุณท่าน ไม่สามารถปกป้องคุณอรได้ แล้วคุณล่ะ...จะเดินซ้ำรอยผมอีกหรือ”

อยุทธ์เครียดหนัก คำพูดเตือนสติของชาครกระแทกใจอย่างแรง แต่ยังไม่ยอมรับความจริงเพราะคิดว่าตัวเองทำเพื่อรักษาชีวิตพ่อ สองหนุ่มจมกับความคิดหนักหน่วง ไม่รู้ตัวเลยว่ามีพยาบาลสาวหน้าใหม่ซึ่งรับหน้าที่ดูแลวนันต์ แอบมองจากด้านนอกห้อง...สงสัยเหลือเกินว่าสองหนุ่มคุยอะไรกันถึงต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น

ooooooo

กสิณรับรู้ความพยายามจะเปลี่ยนใจอยุทธ์ของชาครด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด และจงใจจะกำจัดเลขาหนุ่มเพื่อตัดปัญหา โชคดีที่พยาบาลหน้าใหม่ซึ่งแอบดูเขาจากหน้าห้องเสมอเป็นคนช่วยไว้ ชาครเลยรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

ฟากนิษฐามีอาการแพ้อย่างแรงตั้งแต่เริ่มต้นรักษาด้วยคีโม เจติยาซึ่งคอยดูแลเพื่อนรักตลอดสงสารจับใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น นวัชเห็นสภาพแฟนสาวแล้วตัดสินใจได้ และดำเนินการเรื่องปฏิเสธทุนในหลายวันต่อมา

เมื่อนิษฐาทราบเรื่องก็ตกใจมาก ถกเถียงกับแฟนหนุ่มอย่างเคร่งเครียดที่ทำให้เธอเหมือนเป็นตัวถ่วง

“ถ่วงความเจริญที่ไหนกัน พี่ก็เป็นตำรวจต่อไปเหมือนเดิม ไม่ได้ลาออกจากราชการเสียหน่อย”

“แต่ถ้าพี่ได้ทุนไปเรียนต่อ กลับมาพี่จะไปได้ไกลกว่านี้อีกมากนะคะ”

“ไปได้ไกล แล้วต้องเสียใจเพราะไม่ได้ดูแลฐา ในเวลาที่ฐาต้องการพี่ที่สุดน่ะหรือ พี่คงไม่มีความสุขตลอดชีวิต”

“ฐารู้สึกเหมือนเป็นตัวถ่วงอนาคตพี่ยังไงก็ไม่รู้”

“อนาคตของพี่ต้องมีฐาอยู่ด้วย ห้ามคิดแบบนี้อีกเข้าใจไหมฐา”

ในขณะที่คู่นวัชกับนิษฐาตัดสินใจร่วมสู้กับมะเร็งด้วยกัน ลาภิณก็ไม่ท้อถอยเรื่องคดีความ และดำเนินการ ขยายงานของนิราลัยเพิ่มขึ้นเพราะกิจการทำกำไรได้ดี คณะกรรมการทุกคนเห็นด้วย ลาภิณจึงชี้แจงรายละเอียด

“เรื่องขยายงาน ผมเตรียมตึกใหม่ไว้รองรับแล้ว พนักงานด้านอื่นก็คงไม่ใช่ปัญหา เหลือแต่ด้านแต่งศพเท่านั้นเองที่หาคนยากหน่อย แต่เรายังพอมีเวลาน่าจะฝึกคนขึ้นมาได้ไม่ยาก ไม่ทราบว่าใครมีอะไรเสริมตรงไหนอีกไหม”

คณะกรรมการมองหน้ากันเคร่งเครียด หนึ่งในนั้นตัดสินใจพูด “บอกตรงๆนะครับ นิราลัยเป็นธุรกิจที่ดีมาก และคุณลาภิณก็บริหารงานได้ดีมาตลอด พวกเราไม่อยากให้นิราลัยต้องเปลี่ยนมือผู้บริหารเลยครับ”

“ทุกอย่างเป็นความผิดผมเอง ทำให้ทุกคนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

ทุกคนในที่ประชุมหน้าสลดเพราะทราบสถานการณ์ของลาภิณดี ทันใดนั้น...อยุทธ์ก็เปิดประตูเข้ามาและเสนอทางออก ให้บริษัทของวนันต์ช่วยสานต่องานของสิทธิพร แต่ลาภิณปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าอยุทธ์ต้องการอะไร

“คุณบีบผมกับเจไม่ได้ ก็เลยใช้กรรมการบริษัทมาบีบผมทางอ้อม”

“คุณอยากด่า อยากชกหน้าผมก็เชิญ ถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ต้องเลว ใช้วิธีสกปรก ผมก็จะทำเพื่อให้ได้เหรียญ”

ลาภิณโมโหมาก ทวีเลยให้โอ้เอ้พาไปสงบสติอารมณ์ที่ห้อง ส่วนตัวเองหันไปเตือนสติอยุทธ์

“ถ้าคุณมุ่งมั่นจะรวบรวมเหรียญให้ได้ คุณก็ควรต้องรับรู้ไว้ด้วยว่า เมื่อคุณเป็นเจ้าของกล่องรากบุญแล้ว มันไม่มีวันเลิกได้ มันจะไม่จบแค่ช่วยพ่อคุณเท่านั้น เพราะถ้าคุณไม่ขอพร คุณจะต้องตาย...จำคำพูดของผมเอาไว้นะคุณอยุทธ์ คุณจะต้องขอพรจากกล่องรากบุญไปไม่จบไม่สิ้น แม้คุณจะไม่ต้องการได้อะไรเลยก็ตาม!”

ทวีผลุนผลันจากไปแล้ว ทิ้งอยุทธ์ให้หน้าเครียดคนเดียว แต่เพื่อวนันต์ เขาก็ถอยหลังไม่ได้แล้ว

ฝ่ายเจติยาติดใจเรื่องชาครถูกประทุษร้ายเมื่อหลายวันก่อน คิดว่าไม่สมเหตุสมผลเลยที่อยุทธ์จะส่งกสิณมาทำร้ายเขา วิญญาณสิทธิพรทนฟังอยู่นาน ปรากฏร่างให้เห็นและโพล่งออกไปว่ากสิณไม่น่าจะอยู่ใต้อำนาจของอยุทธ์

“วิญญาณผมจะไม่มีวันไปผุดไปเกิด จนกว่าพิมพ์อรกับไอ้ผีนรกนั่นจะรับกรรม เพราะฉะนั้น ผมจะสัมผัสได้ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคู่นี้ แต่นี่กลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย คุณเจว่าผิดปกติไหมล่ะครับ”

เจติยานิ่งฟังเก็บข้อมูล เมื่อเจอสามีเย็นวันเดียวกันก็อดยกเรื่องนี้มาปรึกษาไม่ได้ ลาภิณซึ่งเจอฤทธิ์ของอยุทธ์มาหมาดๆ ส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายแล้วบอกว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ อยุทธ์ไม่เคยมีอำนาจ พอมีเลยเผยธาตุแท้ให้เห็น

กลางดึกคืนเดียวกันที่โรงพยาบาล...ข้อสันนิษฐานของวิญญาณสิทธิพรก็ได้รับการพิสูจน์ เมื่อชาครรู้สึกตัวจากการผล็อยหลับ พร้อมกับภาพหลอนรางๆของพิมพ์อรมาเยี่ยมวนันต์ที่ห้องไอซียู วนันต์มีอาการตัวเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเลขาหนุ่มตัดสินใจสะกดรอยตามหญิงสาวออกไปนอกห้อง แต่ก็คลาดกันในที่สุด พบแค่พยาบาลสาวหน้าใหม่ที่เป็นคนช่วยเขาจากเหตุการณ์ประทุษร้ายเมื่อหลายวันก่อน

“นี่คุณเป็นใครกันแน่ ผมเช็กประวัติคุณกับทางโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่เจอพยาบาลรูปร่างหน้าตาแบบคุณเลย”

“คุณไม่ต้องสนเรื่องฉันหรอก จำไว้ว่าอย่าออกห่างจากคุณวนันต์เด็ดขาด”

ชาครนิ่วหน้าสงสัย ตั้งท่าจะถามให้รู้เรื่อง แต่พยาบาลสาวคนนั้นก็หายไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย!

ooooooo

ลาภิณมาขึ้นศาลสืบพยานคดีสิทธิพรในวันต่อมา โดยมีอยุทธ์นั่งฟังการสอบสวนด้วย ผลโดยรวมยังไม่เป็นผลดีต่อลาภิณเหมือนเดิม เพราะพยานให้การว่าพบลายนิ้วมือเฉพาะของเขาบนอาวุธที่ใช้ฆ่าสิทธิพร ลาภิณมีสีหน้าหนักใจไม่น้อย แต่ทนายของลาภิณก็ได้ทิ้งข้อสงสัยไว้ให้ทุกคนคิด

“แล้วพยานคิดว่าแปลกหรือไม่ ที่มีดของผู้ตายจะมีลายนิ้วมือของจำเลยติดอยู่เท่านั้น โดยไม่มีลายนิ้วมือของผู้ตายหรือบุคคลอื่นติดอยู่เลย ทั้งที่สถานที่เกิดเหตุเป็นห้องพักของผู้ตายเอง”

ข้อสันนิษฐานจากทนายของลาภิณเป็นที่ฮือฮา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรมาก เพราะต้องใช้เวลาสืบพยานและหลักฐานมากกว่านี้ ลาภิณไปเจออยุทธ์ในห้องน้ำ ยืนกรานตามความตั้งใจเดิม ยอมติดคุกหรือล้มละลาย แต่จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายสร้างกล่องรากบุญ อยุทธ์ถอนใจหนักหน่วง ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ลาภิณเชื่อว่าเขาแค่ต้องการช่วยพ่อเท่านั้น

“คุณทำยังไงผมก็ไม่เชื่อหรอก เพราะเมื่อก่อน คุณก็เคยบอกจะไม่ขอพรจากเหรียญ แต่ตอนนี้คุณขอโดยไม่ยั้งคิดด้วยซ้ำ ผมยอมติดคุก หรือว่าล้มละลายดีกว่ายอมให้คุณเอากล่องรากบุญไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น”

ลาภิณออกจากห้องน้ำไปแล้ว ทิ้งอยุทธ์ให้หน้าม้านคนเดียว เถียงไม่ได้เพราะตัวเองก็ทำอย่างนั้นจริงๆ

ฝ่ายเจติยามาดูแลนิษฐาเหมือนที่ชอบทำในระยะหลัง แต่นวัชก็มารับหน้าที่ต่อด้วยความเต็มใจ เพราะอยากให้เธอรู้ว่ามีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน วิญญาณสิทธิพรมาเฝ้าดูไม่ห่าง แล้วถึงกับต้องตัดใจ ไม่คิดว่าตนจะดูแลนิษฐาได้ดีเท่ากับนวัช แม้จะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม

ฝั่งกสิณรับรู้สภาพของนิษฐา เลยตามไปเล่นงานที่โรงพยาบาล หวังบีบให้เจติยาขอพรเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนรัก แต่วิญญาณสิทธิพรมาขวางไว้เสียก่อน ปีศาจสาวโมโหมาก แผลงฤทธิ์ทำร้ายวิญญาณสิทธิพรจนต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจติยา กสิณเห็นนักแต่งศพสาวคู่ปรับถลามาห้ามไม่ให้ทำร้ายนิษฐา ก็แกล้งเหยียดยิ้มเย็น รับปากเป็นอย่างดีเพราะคงสู้พลังพิเศษของเจติยาไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายทิ้งท้าย

“แค่ครั้งนี้เท่านั้นล่ะ เพราะยังไงเธอก็มีคนเดียว ไม่สามารถแยกร่างไปปกป้องคนที่เธอรักทุกคนได้ตลอดเวลาหรอกเจติยา แล้วก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมตายตามพรหมลิขิตเหมือนแม่เธอด้วย”

กสิณหายวับไปแล้ว เจติยาเลยรีบพานิษฐาไปตรวจอย่างละเอียด และโทร.ตามนทีมาเฝ้าแทน ส่วนตัวเองไปพบอยุทธ์ที่บ้านวนันต์ ตัดสินใจจะถามให้รู้เรื่อง เพราะคิดว่าเขาอาจมีส่วนรู้เห็นส่งกสิณไปทำร้ายนิษฐา

“คุณฐากับผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน ผู้กองก็มีบุญคุณกับผม แล้วผมจะทำร้ายคุณฐาได้ยังไง”

“ก็เพื่อบีบให้ฉันยกเหรียญให้คุณไง คุณบีบฉันกับคุณต้นไม่สำเร็จก็เลยเปลี่ยนไปเล่นงานฐาเพื่อบีบฉันอีกทาง”

อยุทธ์น้อยใจมากที่เธอมองเขาในแง่ร้าย “นี่คุณเจเห็นผมเลวขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เจไม่ทราบค่ะ คุณเปลี่ยนไปมาก จนเจไม่อยากเชื่อเลยว่าเราเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน”

อยุทธ์ถึงกับอึ้งไปอึดใจ “ถึงผมจะเลวยังไง ผมก็ไม่มีวันทำร้ายคุณฐาลงหรอกครับ”

เจติยาเบ้หน้าไม่อยากเชื่อ แล้วถามเสียงหยัน “แม้ว่ามันจะทำให้คุณได้กล่องรากบุญมาอย่างนั้นเหรอคะ”

อยุทธ์ขบกรามแน่น “ทุกวันนี้...ผมต้องเสียเพื่อนดีๆอย่างพวกคุณไป คุณคิดว่าผมไม่เสียใจหรือไง แต่ชีวิตผมไม่เหลืออะไรนอกจากคุณพ่อ ผมจำเป็นต้องทำ แต่ผมก็ไม่เลวพอขนาดจะทำร้ายคนไม่เกี่ยวข้องหรอกนะครับ”

“เจจะจำคำพูดของคุณไว้ แล้วก็หวังว่าการที่เจมาหาคุณวันนี้จะไม่เสียเปล่า”

เจติยาหมุนตัวจากไปแล้ว ทิ้งอยุทธ์ให้มองตามด้วยสายตาเศร้าหมอง แล้วเปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยวเมื่อเรียกกสิณมาพบไม่กี่อึดใจต่อมา ปีศาจร้ายไม่สะทกสะท้านเลยกับวีรกรรมล่าสุดของตน แถมอ้างอีกว่าต้องรีบทำทุกทางเพื่อช่วยชีวิตวนันต์ อยุทธ์ไม่หายเคืองเพราะไม่ชอบที่กสิณไปทำร้ายคนไม่เกี่ยวข้องอย่างนิษฐา

“เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมีเมตตาธรรมนะอยุทธ์ ถ้าเธออยากช่วยพ่อเธอ เธอก็ต้องเห็นแก่ตัว”

“ฉันเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพี่อรถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ แล้วทำไมคุณพ่อถึงได้หวาดกลัวเธอนัก เธอมันปีศาจชั่ว!”

กสิณหัวเราะแล้วโต้กลับเสียงหยัน “ฉันเกิดจากกิเลสของมนุษย์ ถ้าฉันชั่วร้าย กิเลสของมนุษย์อย่างเธอ ก็คือรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายทั้งหมด โดยเฉพาะกิเลสของพ่อกับพี่สาวของเธอนั่นแหละ”

“ฉันขอสั่ง...ในฐานะเจ้าของเหรียญ ห้ามเธอทำร้ายคุณเจ หรือเพื่อนคุณเจอีกเด็ดขาด”

อยุทธ์ผละจากไปแล้ว กสิณแสยะยิ้มมองตามด้วยสายตาดูถูก แล้วไประบายความเจ็บแค้นกับพรรคพวกของเจติยา โดยเฉพาะทวีกับโอ้เอ้ที่เกือบตายเพราะอุบัติเหตุในห้องทำงาน เมื่อลาภิณกับเจติยาทราบก็โกรธมาก โดยเฉพาะนักแต่งศพสาวที่มุ่งมั่นจะตามหาคนบงการให้ได้...ถ้ารู้ว่าเป็นคุณอยุทธ์ เจจะไม่มีวันให้อภัยเขาเลย!

ooooooo

ไม่ใช่พวกทวีเท่านั้นที่ถูกกสิณเล่นงาน แม้แต่พ่อแม่ของนิษฐาก็ติดร่างแหไปด้วย ดีที่นวัชไปช่วยทันเวลา แม้ร้านทองของทั้งสองจะไม่เสียหายมาก แต่ขวัญกำลังใจก็กระเจิงจนต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กอย่างละเอียด เมื่อนิษฐาทราบเรื่องก็อยากไปดูแลพ่อแม่ แต่อาการของตัวเองก็ทรุดจนแทบขยับไปไหนไม่ได้

ฟากเจติยาต้องคอยดูแลเพื่อนรักและจัดการทุกอย่างในนิราลัยแทนสามีที่วิ่งวุ่นเรื่องคดีความ จึงกลับบ้านด้วยสภาพหมดแรง ลาภิณเดินมาหาและบีบนวดขมับเอาใจ แต่ที่ทำให้เธอรู้สึกเอะใจก็เมื่อเขาพูดจาแปลกๆ

“มันไม่ใช่ทุกคนจะคิดถึงความถูกต้องก่อนเหมือนกับเรา เจว่าเราพอจะทำอะไรเพื่อช่วยพวกเขาได้บ้างล่ะ”

เจติยามีสีหน้าขรึมลง รู้ตัวแล้วว่าเผชิญหน้ากับอะไร “ช่วยกำจัดเธอไงล่ะกสิณ จะได้ไม่มีใครต้องเดือดร้อนอีก”

กสิณในร่างลาภิณหัวเราะชอบใจ แล้วสลายร่างปลอมกลับเป็นปีศาจเหมือนเดิม ชื่นชมนักแต่งศพสาวไม่ขาดปากที่ฉลาดสมกับเป็นคนทำลายกล่องรากบุญอันก่อน เจติยาถอนใจยาวเหนื่อยหน่าย

“ฉันรู้นิสัยคุณต้นดี ไม่ว่าจะเผชิญปัญหาหนักแค่ไหน เขาจะไม่พูดอะไรที่ทำให้ฉันเสียกำลังใจเด็ดขาด”

“สรุปว่าฉันพ่ายแพ้ความรักของพวกเธออีกแล้วสินะ แต่ที่ฉันพูดเมื่อกี้ ฉันพูดจริงนะ ลองกลับไปคิดดูก็แล้วกัน ว่าเธอจะทนเห็นคนอื่นเดือดร้อนเพราะเธอไปได้อีกนานแค่ไหน ทั้งที่เธอสามารถจบปัญหาทุกอย่างได้”

“จบปัญหาตอนนี้ เพื่อรองรับปัญหาใหม่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิมน่ะหรือ”

“หรือว่าเธอจะรอให้ทุกคนตายหมดเพราะทิฐิของเธอก็ตามใจนะ เธอเหลือเวลาคิดอีกไม่มากแล้วล่ะเจติยา”

กสิณหายวับไปแล้ว ทิ้งเจติยาให้หน้าเครียด กลัวเหลือเกินจะมีเหตุร้ายแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา...

ด้านอยุทธ์ไปเยี่ยมวนันต์ที่โรงพยาบาลเหมือนเคย แต่ถูกชาครขวางไว้ พร้อมแขวะว่าถ้าเป็นตนจะไม่มีหน้ามาให้วนันต์เห็น หลังก่อเรื่องไม่ดีเอาไว้กับพวกเจติยา รวมทั้งเรื่องที่เขาส่งกสิณมาทำร้ายด้วย สองหนุ่มคงมีปากเสียงลั่นห้องไอซียูไปแล้ว ถ้าวนันต์จะไม่รู้สึกตัวเสียก่อน อยุทธ์ดีใจมาก ปราดไปกุมมือพ่อข้างเตียง แต่ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อวนันต์พยายามขืนตัวออกห่างและขอร้องให้ปล่อยเขาตาย ไม่อยากมีชีวิตเห็นลูกเดินทางผิด!

ฝ่ายเจติยา...หลังสะระตะพักใหญ่ เลยเกิดข้อสันนิษฐานว่าการปรากฏตัวของกสิณแต่ละครั้ง น่าจะมีเงื่อนงำมากกว่าที่คิด แล้วก็จริงดังคาด เมื่อเธอตัดสินใจบุกถึงห้องไอซียูของวนันต์พร้อมกับลาภิณ โดยเรียกชาครกับอยุทธ์มาด้วย เพื่อสอบถามเรื่องสำคัญจากพยาบาลหน้าใหม่ที่ช่วยชาครจากเหตุร้ายเมื่อหลายวันก่อน

พยาบาลสาวมีท่าทีหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด เจติยาไม่รอช้า ปรี่ไปจับมือและใช้พลังพิเศษของมัจจุราชเพื่อพิสูจน์บางอย่าง แล้วทุกคนในห้องก็ต้องตะลึง เมื่อเห็นว่าพยาบาลสาวนั้นก็คือพิมพ์อรนั่นเอง!

ชาครดีใจมากที่เจ้านายสาวยังไม่ตาย ต่างจากอยุทธ์ที่หัวเสียจัดเพราะถูกหลอกใช้มาตลอด พิมพ์อรไม่สะทกสะท้านกับสายตาตำหนิใดๆ ยกเรื่องวนันต์มาอ้างว่ารอเวลาไม่ได้แล้ว ลาภิณอดไม่ได้เหน็บเสียงเรียบ

“ไม่ใช่แค่นั้นมั้งครับพี่อร พี่หลอกคุณอยุทธ์ให้มาเป็นพวก เท่ากับว่าพี่ได้เหรียญมาตุนในมือแล้วถึงสองเหรียญ”

เจติยาเสริมสามีเสียงเคร่ง “แล้วคุณยังยืมมือคุณอยุทธ์สู้กับฉันอีก ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรถึงขั้นฉันต้องเสียชีวิต คนที่ฆ่าฉันก็คือคุณอยุทธ์ เจ้าของกล่องรากบุญคนใหม่ก็ยังเป็นคุณอยู่ดี”

พิมพ์อรถูกแฉเถียงไม่ออก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจติยาจับพิรุธได้ยังไง นักแต่งศพสาวเลยอธิบาย

“มันมีพิรุธสองข้อค่ะ ข้อแรก...พี่ผู้กองเป็นคนยิงปืนแม่นมาก ระยะแค่นั้น เขาไม่น่าพลาด แล้วเขาก็ยืนยันว่าวันนั้นไม่ได้เล็งปืนไปที่คุณแน่ๆ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจ ว่ากระสุนปืนมันไปโดนคุณได้ยังไง”

พิมพ์อรโมโหมากที่วิญญาณสิทธิพรจองล้างจองผลาญทำให้เสียแผน เจติยารีบบอกว่าแผนนั้นแนบเนียนดี ถ้าพิมพ์อรจะไม่โผล่มาช่วยชาครคราวนั้น จนทำให้เธอสะกิดใจขึ้นมา อยุทธ์ไม่เข้าใจว่าพี่สาวต้องทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อถ้ากสิณอยู่ใต้อำนาจก็น่าจะสั่งไม่ให้ทำร้ายชาครได้ พิมพ์อรถอนใจเหนื่อยหน่ายแล้วเฉลยแผนการตั้งแต่ต้น โดยตกลงกับกสิณจะแกล้งตายเพื่อบีบอยุทธ์ให้ช่วย และปลอมตัวเป็นพยาบาลเพื่อดูแลวนันต์

ถึงกระนั้น...ชาครไม่เข้าใจอยู่ดีว่ากสิณจะฆ่าเขาทำไม พิมพ์อรเลยบอกว่าเพราะคำพูดของเขาที่เกลี้ยกล่อม อยุทธ์ ทำให้ปีศาจร้ายไม่พอใจอยากตัดปัญหาลาภิณ โพล่งถามว่าเป็นเจ้าของเหรียญ ทำไมไม่ห้ามไว้

เจติยาถอนใจเบาๆแล้วอธิบายแทน “กสิณไม่ได้อยู่ใต้อำนาจของคุณพิมพ์อรตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจใครด้วย ไม่มีมนุษย์ที่ไหนเป็นนายกิเลส มีแต่กิเลสเท่านั้นที่เป็นนายของมนุษย์...ฉันพูดถูกไหมคะคุณพิมพ์อร”

พิมพ์อรหน้าเจื่อน คิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน ตอนต่อว่ากสิณที่เล่นงานชาครเกือบตาย กสิณไม่มีท่าทางเชื่อฟังเหมือนเคย แถมแผลงฤทธิ์ทำร้ายเธอกลับอีกต่างหาก พร้อมกับแหวว่าตนไม่ใช่ทาสของพิมพ์อร

กสิณหัวเราะเสียงหยัน เคลื่อนตัวไปใกล้แล้วยื่นมือไปลูบไล้หน้าเจ้านายสาว “ไร้เดียงสาเสียจริงนะจ๊ะ คิดว่าผู้ที่มีพลังอำนาจอย่างฉันจะลดตัวไปเป็นทาสเธอจริงๆน่ะหรือพิมพ์อร เธอต่างหากที่เป็นข้ารับใช้ของฉัน...หมดเวลาให้ขนมหวานแล้ว จำไว้นะจ๊ะพิมพ์อร เธอจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ แต่ชีวิตและวิญญาณของเธอต้องเป็นของฉัน!”

พิมพ์อรดึงตัวเองจากอดีต ท่าทางตัวสั่นของเธอทำให้ชาครอดสงสารไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่วนันต์ซึ่งรู้ฤทธิ์เดชและความชั่วร้ายของกสิณดีจะพยายามปรามลูกทั้งสองมาตลอด อยุทธ์คิดเช่นเดียวกันและอยากให้พี่สาวกลับตัว แต่เธอกลับยืนกรานจะขายวิญญาณให้แก่ปีศาจร้ายเพราะอยากรักษาชีวิตพ่อไว้

“ตอนที่พี่ตาย แล้วเหลือคุณพ่อเป็นญาติคนเดียวเธอรู้สึกยังไงบ้างอยุทธ์ ถ้าเธอรู้สึกทรมานใจ ก็ขอให้รู้เอาไว้ว่าพี่ทรมานมาก่อนเธอหลายปี นับแต่วันที่เธอทิ้งพี่กับคุณพ่อไป เพราะฉะนั้น...ไม่ว่ายังไง พี่จะต้องช่วยคุณพ่อให้ได้”

อยุทธ์มีท่าทางอึ้งไป ลาภิณส่ายหน้าอ่อนใจแล้วเปรยกับภรรยาว่าพิมพ์อรคงถลำลึกจนเกินเยียวยา พิมพ์อรไม่พอใจมากที่ถูกพูดถึงแบบนั้น เจติยาพยายามขอร้องอีกครั้ง บอกว่าเหลืออีกแค่ครั้งเดียว ก็จะชำระเหรียญสำเร็จและคงไม่มีทางเห็นกล่องรากบุญอีกต่อไป พิมพ์อรสะบัดหน้าหนี หันไปพูดกับน้องชายเป็นครั้งสุดท้ายให้คิดดีๆ เพราะถ้าอยู่ข้างเจติยา เขากับเธอคงต้องเสียพ่อไปตลอดกาล

ooooooo

กสิณโมโหพิมพ์อรมากที่พลาดท่าถูกเจติยาจับได้ แถมอยุทธ์ยังทำท่าขัดขืน ไม่ยอมร่วมมือด้วยอีกต่างหาก พิมพ์อรเบื่อจะฟังคำต่อว่า เลยตัดบทบอกจะไปเกลี้ยกล่อมน้องชายเอง ส่วนปีศาจสาวก็ให้ไปจัดการเจติยา

ฝ่ายลาภิณกับเจติยา...เป็นกังวลไม่น้อย เพราะดูท่าพิมพ์อรจะไม่รามือง่ายๆ เช่นเดียวกับอยุทธ์ที่มีท่าทีลังเลจนทั้งสองอ่านไม่ออกว่าจะร่วมมือกับพี่สาวหรือจะกลับตัวกันแน่

ในขณะที่สองสามีภรรยาเป็นกังวล...พิมพ์อรตัดสินใจกล่อมน้องชายอีกครั้ง กดดันให้หนักกว่าเดิมว่าเป็นโอกาสสุดท้ายจะช่วยพ่อให้มีชีวิตรอด อยุทธ์ไม่รับปาก ภาพล่าสุดที่วนันต์ฟื้นขึ้น พร้อมถ้อยคำตัดพ้อด้วยความผิดหวังในพฤติกรรมของเขากับพี่สาวยังหลอนในหัว แต่ให้ทำใจปล่อยพ่อจากไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี

ระหว่างที่ต้องรอการตัดสินใจของอยุทธ์...กสิณก็ลงมือจัดการตามแผนตัวเอง ด้วยการบุกไปสิงร่างของนิษฐา โดยฉวยโอกาสตอนเธออยู่ลำพังในลิฟต์ของโรงพยาบาล ยึดร่างและหลอกล่อนวัชให้ไปเจอบนดาดฟ้า ผู้กองหนุ่มกลัวแฟนสาวจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายเลยวิ่งไปช่วย แต่ต้องเจ็บแทบกระอัก เมื่อถูกกสิณในร่างนิษฐาทำร้าย โทษฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง วิญญาณนิษฐาที่ถูกผลักออกจากร่างกะทันหันเห็นท่าไม่ดีเลยรีบไปขอให้เจติยาช่วย

ฟากอยุทธ์ทราบเรื่องทุกอย่างแล้วหัวเสียมาก โกรธพี่สาวกับกสิณที่ดึงคนไม่เกี่ยวข้องมาเสี่ยงด้วย พิมพ์อรไม่สะทกสะท้าน แถมโบ้ยเจติยาอีกต่างหากว่าดันหัวแข็ง เลยต้องรับสภาพแบบนี้ กสิณในร่างนิษฐาแสยะยิ้มร้าย กล่อมให้อยุทธ์โอนอ่อน เพราะตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว วนันต์อาการเพียบหนักขึ้นทุกขณะ อยุทธ์ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ ไม่ชอบใจวิธีการของพี่สาวกับปีศาจสาวเลย แต่ก็ห้ามไม่ออกเพราะมีชีวิตพ่อเป็นเดิมพัน

แต่ถึงวางแผนมาอย่างดี พิมพ์อรก็ไม่อยากประมาท ประสบการณ์ครั้งก่อนบอกว่าเจติยานั้นไม่ธรรมดา

“ถึงเราจะได้เพื่อนรักเจติยาเป็นตัวประกัน ฉันก็ไม่มั่นใจว่าเจติยาจะยอมง่ายๆ ยังไงเธอก็ระวังให้มากนะกสิณ”

กสิณในร่างนิษฐาเหยียดยิ้มเย็น “ประเมินเจติยาถูกแล้วเหรอจ๊ะพิมพ์อร ที่แล้วมาเธอดูถูกเจติยามาตลอด ถึงได้แพ้ซ้ำซากไม่รู้กี่ครั้ง คราวนี้คงรู้แล้วสินะ ว่าคนที่ทำลายกล่องรากบุญได้ เป็นคนพิเศษมากแค่ไหน”

พิมพ์อรสะบัดหน้าออกไปแล้ว ไม่ชอบใจเลยที่ถูกกสิณแดกดันตลอด แต่จะโต้กลับก็ไม่กล้า รู้ดีถึงพิษสงและฤทธิ์เดชปีศาจสาวดี ส่วนกสิณในร่างนิษฐาแสยะยิ้มร้าย มั่นใจมากว่าความฝันของตนจะเป็นจริงในเร็ววัน

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานลาภิณในนิราลัย...นวัชบุกไปหาเจติยาเพื่อแจ้งข่าวร้ายของนิษฐา นักแต่งศพสาวปลอบให้ใจเย็น และบอกว่าวิญญาณนิษฐาอยู่กับเธอที่นี่ ลาภิณนิ่งฟังเรื่องทุกอย่าง พอจะปะติดปะต่อได้ว่ากสิณกับพิมพ์อรคงต้องการเหรียญเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับร่างของนิษฐา เจติยาคิดนิดเดียวแล้วเขียนแผนลงกระดาษป้องกันการสอดแนมของกสิณ บอกสามีกับผู้กองหนุ่มว่าจะช่วยคืนร่างให้นิษฐาและชำระเหรียญเป็นครั้งสุดท้าย!

นวัชอาสาไปด้วย แต่เจติยาไม่เห็นด้วย อยากให้เขาเป็นกองหนุนมากกว่า และหากเธอช่วยนิษฐาสำเร็จ ก็อยากให้เขาพาเพื่อนรักเธอหนี ส่วนลาภิณยืนกรานจะอยู่เคียงข้างเธอไม่ไปไหน แม้เธอจะหว่านล้อมเท่าไหร่ เขาก็ไม่เปลี่ยนใจจะขอไปช่วยนิษฐาด้วย เจติยาถอนใจหนักหน่วง เป็นห่วงกลัวเขาเป็นอันตราย แต่ก็ยอมรับว่าอุ่นใจมากที่มีเขาไปด้วย ถึงต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแค่ไหน แต่ตนคงไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ้านวนันต์...พิมพ์อรปล่อยมือกสิณในร่างนิษฐาด้วยความหัวเสีย เจ็บใจนักที่ไม่รู้ว่าเจติยามีแผนการตอบโต้อย่างไรกันแน่ ปีศาจร้ายในร่างนิษฐาเหยียดยิ้มเย็นแล้วเอ่ยเสียงหยัน

“ถ้าเจติยาไม่ฉลาด คงสู้กับพวกเรามาไม่ถึงวันนี้หรอก ถึงเราจะไม่รู้ว่าเจติยาจะมาไม้ไหน แต่มันก็เอาชนะเราไม่ได้อยู่ดี เพราะเรามีร่างนิษฐาเป็นตัวประกัน เจติยาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ไม่งั้นเพื่อนรักของมันก็ต้องตายจริงๆ”

และแล้วเวลานัดหมายระหว่างพวกพิมพ์อรกับพวกเจติยาก็มาถึง นวัชเป็นคนแจ้งเวลาและสถานที่นัดหมายก่อนหน้านั้นไม่นาน อยุทธ์ตามพี่สาวมาแบบเสียไม่ได้ ส่วนลาภิณกับเจติยาถอนใจใหญ่ ไม่อยากเชื่อว่าในที่สุดอยุทธ์ก็ไม่กลับตัวกลับใจจริงๆ อยุทธ์รู้สึกผิดไม่น้อย แต่ยังปากแข็งอ้างว่าทำเพื่อวนันต์ ลาภิณโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“แล้วหลังจากช่วยพ่อคุณแล้วล่ะครับ จะต้องมีคนรับเคราะห์อีกมากมายแค่ไหน คุณก็ไม่สนใช่ไหม”

พิมพ์อรโมโหมาก แหวลั่นไม่ให้น้องชายฟังความจากใคร แถมเสี้ยมด้วยว่าเขากำลังทำเรื่องถูกต้องเพื่อวนันต์แล้ว เจติยาถอนใจเหนื่อยหน่าย เร่งให้คืนร่างนิษฐาได้แล้ว กสิณแสยะยิ้มร้ายแล้วค่อยๆออกจากร่างนิษฐา แต่ก่อนที่วิญญาณนิษฐาจะได้กลับเข้าร่าง กสิณก็แผลงฤทธิ์ผลักร่างโปร่งแสงกระเด็นไปไกลเสียก่อน พร้อมประกาศกร้าวไม่ไว้ใจเจติยาที่อาจเล่นตุกติก เจติยาฉุนมาก ถามเสียงห้วนว่าปีศาจร้ายต้องการอะไรกันแน่

“ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอวางแผนอะไร แต่ก็ไม่เกินการคาดการณ์ของฉันหรอก ถ้าฉันคืนร่างเพื่อนให้เธอ เธอก็จะฉวยโอกาสชำระเหรียญครั้งสุดท้ายใช่ไหมล่ะ ถึงขั้นนี้แล้ว ฉันไม่มีวันให้เธอทำลายความฝันของฉันเด็ดขาด!”

ขาดคำพิมพ์อรกับอยุทธ์ก็โยนเหรียญของตนออกไปลอยคว้างกลางอากาศ กสิณหันมาเร่งเจติยาให้โยนบ้าง จะได้จบเรื่อง แต่นักแต่งศพสาวก็ลังเล แผนที่เตรียมมาล่มไม่เป็นท่า จนไม่รู้จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

“ว่าอย่างไรเจติยา เธอจะไม่ตกลงก็ได้ แต่ร่างของนิษฐาต้องเป็นของฉัน ส่วนวิญญาณเพื่อนเธอก็เป็นผีเร่ร่อน”

วิญญาณนิษฐารีบบอกเพื่อนรักอย่าหลงกล เธอยอมเป็นผีเร่ร่อน แลกกับการไม่มีกล่องรากบุญ แต่เจติยาไม่ยอม เชื่อว่าหากเพื่อนเจอสถานการณ์เดียวกัน ก็ต้องทำเหมือนเธอ ลาภิณตั้งท่าจะค้าน แต่ช้ากว่าเจติยาที่โยนเหรียญไปสมทบกับอีกสองเหรียญ กสิณแสยะยิ้มพอใจมาก เจติยาไม่รอช้า สั่งให้วิญญาณนิษฐากลับเข้าร่างและให้นวัชพาหนีให้ไกลที่สุด พิมพ์อรใจร้อน อยากให้เริ่มสร้างกล่องรากบุญ แต่ต้องชะงักเพราะเจติยามีคำถาม

“เหรียญสามเหรียญ เจ้าของสามคน แต่มีกล่องรากบุญอันเดียว ถ้าสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วกล่องจะเป็นของใคร”

“เข้าใจถามดีนี่ ระหว่างสามคน ใครมีเหรียญในครอบครองมากกว่ากัน จะได้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญ”

“งั้นในเมื่อมีเหรียญคนละเหรียญ ก็เท่ากับเป็นเจ้าของกล่องทั้งสามคนเลยสิ”

คำพูดยุแยงของลาภิณไม่ทำให้กสิณสะทกสะท้าน “เจ้าของกล่องมีได้คนเดียว ในเมื่อทุกคนมีคนละเหรียญ ก็เป็นอำนาจของฉันจะเลือกเจ้าของ และฉันก็เลือกพิมพ์อร”

พิมพ์อรยิ้มดีใจที่ความฝันจะเป็นจริง แต่เจติยาก็ดับความฝันนั้นด้วยการมอบเหรียญของตัวเองให้อยุทธ์

“นังบ้า...แกทำอย่างนี้ได้ยังไง แกทำลายความฝันของฉันได้ยังไง อย่าไปยอมมันนะกสิณ”

“เรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของฉันนะพิมพ์อร กฎก็ต้องเป็นกฎ อยุทธ์คือเจ้าของกล่องรากบุญคนใหม่”

ท่าทางเกรี้ยวกราดของพิมพ์อร ทำให้อยุทธ์อ้าปากค้าง โพล่งออกไปเสียงเข้ม นึกว่าพ่อคือสิ่งสำคัญที่สุดของพี่สาวเสียอีก พิมพ์อรไม่สนคำพูดค่อนแคะของน้องชาย แต่เร่งให้เขาสร้างกล่องรากบุญแทน เจติยาเครียดมาก พยายามกล่อมให้อยุทธ์คิดให้รอบคอบอีกครั้ง ย้ำให้คิดถึงวนันต์ให้มาก เขาจะเสียใจแค่ไหนที่ลูกๆเดินทางผิด

อยุทธ์ประสาทเสีย ทำท่าจะตัดสินใจไม่ได้ แต่สุดท้ายก็เลือกสร้างกล่องรากบุญขึ้นมาใหม่ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน พิมพ์อรกับกสิณดีใจมากได้เห็นกล่องเป็นขวัญตา ต่างจากพวกเจติยาที่ไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นกล่องเจ้าปัญหาอีก ส่วนอยุทธ์ตะลึงตาค้าง แต่แค่นาทีเดียวก็ทำให้ทุกคนตกใจเป็นรอบที่สอง

“และฉันขอพร...ให้ทำลายกล่องรากบุญลงเดี๋ยวนี้!”

ขาดคำกล่องรากบุญใบใหม่ก็สลายไป พิมพ์อรกับกสิณกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งที่ความฝันหายวับไปกับตา

กสิณโกรธมาก รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ดึงร่างเจติยาไปอีกมิติ หวังฆ่าให้ตายคามือ แต่ก็พลาด เมื่อวิญญาณน้อยใหญ่มากมายที่เจติยาเคยช่วยเหลือ รวมตัวกันช่วยให้รอดไปได้อย่างหวุดหวิด เจติยามองบรรยา– กาศแปลกๆรอบตัวด้วยความตื่นกลัว แล้วก็ตาเบิกโพลงด้วยความดีใจที่ได้เห็นมยุรี แต่ที่ทำให้ปลื้มสุดคือมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาจับมือเธอไว้ พร้อมกับขอมาเป็นลูกสาวอีกครั้ง

ooooooo

กว่าเจติยาจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็ทำเอาลาภิณกังวลมาก กลัวภรรยาสุดที่รักจะเป็นอะไรไป ส่วนพิมพ์อรฟูมฟายไม่หยุด อาละวาดใส่น้องชายไม่ยั้งที่ทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า นวัชกับนิษฐาไม่ยอมไปไหน ปักหลักรอทุกคนด้านหน้า ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุเท่าไหร่นัก แล้วก็ได้ยิ้มหน้าบานเมื่อเห็นเจติยากับลาภิณประคองกันออกมา

ฝ่ายพิมพ์อรโกรธอยุทธ์มาก แม้เขาจะพยายามทำดีด้วยและปลอบโยนเท่าไหร่ก็ไม่หาย แต่สองพี่น้องก็ต้องหันหน้าเข้าหากันอีกครั้ง เมื่อมีข้อความแจ้งจากโรงพยาบาลว่าวนันต์อาการโคม่า!

ชาครเฝ้ารอการมาถึงของสองพี่น้องด้วยใจกระวน– กระวาย เมื่อพิมพ์อรมาถึงก็โวยลั่นที่มีคนถอดเครื่องช่วยหายใจของวนันต์ ชาครไม่หวั่นท่าทางเกรี้ยวกราดของเจ้านายสาวเลย พร้อมชี้แจงอย่างใจเย็น

“มันเป็นความต้องการของคุณท่านครับ คุณท่านต้องการคุยกับคุณสองคนเป็นครั้งสุดท้าย”

พิมพ์อรทำท่าจะค้าน แต่ต้องชะงัก เมื่อวนันต์ค่อยๆลืมตาแล้วเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว

“พ่อเห็นหมดแล้ว...วาระสุดท้ายของกสิณ และการทำลายกล่องรากบุญ เก่งมาก...ลูกทำดีแล้ว”

อยุทธ์งงมากว่าพ่อรู้ได้ยังไง ส่วนพิมพ์อรไม่สนใครทั้งนั้น ร่ำไห้อย่างไม่อายด้วยความหวาดหวั่นจะเสียพ่อไป วนันต์ต้องปลอบให้ปล่อยวาง เพราะถึงแก่วัยและเวลาอันสมควรแล้ว ที่เขาจะได้จากไปอย่างสงบและหมดห่วง

“ต่อไปลูกสองคนต้องรักกันมากๆนะ ไม่มีพ่อแล้ว ลูกก็เหลือกันแค่สองคนพี่น้องจริงๆ...รับปากพ่อได้ไหม”

“ครับคุณพ่อ...ผมจะดูแลพี่อรเอง ผมไม่มีวันทอดทิ้งพี่อรไปไหนอีกแล้ว คุณพ่อสบายใจได้”

วนันต์พยักหน้ารับทั้งน้ำตา ส่วนพิมพ์อรมองน้องชายทึ่งๆ ไม่อยากเชื่อว่าหลังเหตุการณ์มากมาย อยุทธ์ยังมีแก่ใจเป็นห่วงและอยากดูแลเธอ วนันต์ยิ้ม สุขใจมากและจากไปแบบหมดห่วง ทิ้งสองพี่น้องให้ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจอย่างที่สุด เช่นเดียวกับชาครที่คุกเข่ากราบวนันต์ทั้งน้ำตา สะเทือนใจเหลือเกินกับการจากไปของผู้มีพระคุณ

หลังจากร้องไห้อยู่พักใหญ่ อยุทธ์กับชาครก็ตัดสินใจดึงตัวพิมพ์อรออกมาจากห้องไอซียู เลขาหนุ่มรับหน้าที่ดูแลเจ้านายสาวเอง โดยให้อยุทธ์แยกไปจัดการเรื่องรับศพวนันต์ไปทำพิธี ทันใดนั้น...วิญญาณสิทธิพรโผล่มาจากไหนไม่รู้ ปรี่ไปดึงร่างพิมพ์อรไปขังในห้องผ่าตัดไม่ไกลกันนั้น พร้อมล็อกห้องไม่ให้ชาครตามเข้ามา

พิมพ์อรหน้าซีดเผือด ความกลัวจับจิต ไม่เคยอยู่ตามลำพังกับวิญญาณร้ายแบบไม่มีกสิณคอยช่วยมาก่อน

“กลัวมากนักเหรอ แล้วตอนแกส่งไอ้ผีนรกนั่นไปไล่ฆ่าคนอื่น แกเคยคิดบ้างไหมว่าสักวันแกจะโดนแบบนี้บ้าง”

วิญญาณสิทธิพรอาฆาตแรง แผลงฤทธิ์ทำให้มีดผ่าตัดเตรียมพุ่งเข้าหาพิมพ์อร แต่ชาครพังประตูเข้ามาช่วยและรับเคราะห์แทน พิมพ์อรกรีดร้องเสียงหลง ถลาหาเลขาหนุ่มด้วยความตกใจและกลัวสุดขีด วิญญาณสิทธิพรไม่รอช้า ตั้งท่าจะจัดการอีกรอบ แต่ต้องยั้งมือไว้ เมื่อพวกเจติยาบุกมาขวางทันเวลา

นอกจากพวกเจติยา ยังมีอยุทธ์ที่ปราดไปหาพี่สาวทันที กางปีกปกป้องและขอรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างแทน เช่นเดียวกับลาภิณที่พยายามเกลี้ยกล่อมวิญญาณเพื่อนสนิทให้หยุดความแค้นไว้แค่นี้

“แม้แต่แกก็กางปีกปกป้องมันหรือ มันวางแผนใส่ร้ายแกนะต้น จนแกเกือบล้มละลาย แกจะปกป้องมันทำไม”

ลาภิณถอนใจยาว อธิบายอย่างใจเย็น “ฉันปกป้องแกต่างหาก ฉันไม่อยากเห็นแกวนเวียนกับความแค้นและการแก้แค้น หยุดแค่นี้เถอะว่ะ จะได้ไม่เป็นบาปติดตัวแกต่อไปมากกว่านี้”

วิญญาณสิทธิพรขบกรามแน่น เจติยาเลยช่วยพูดอีกแรง “ความแค้นของคุณอยู่ที่กสิณกับคุณพิมพ์อร กสิณสลายไปแล้ว ส่วนคุณพิมพ์อรก็เสียคนที่รักมากที่สุดอย่างคุณพ่อ ถือว่าได้บทเรียนแล้ว อย่าผูกพยาบาทอีกเลยนะคะ”

วิญญาณสิทธิพรมีท่าทางอ่อนลงมาก และยอมรามือในที่สุด แต่ยังมีห่วงกลัวลาภิณต้องล้มละลายเพราะค้ำประกันบริษัทตน พิมพ์อรเลยจะให้บริษัทมารับทำโครงการต่อ เท่านี้ลาภิณก็จะรอดพ้นจากค่าปรับจำนวนมหาศาล วิญญาณสิทธิพรเลยยอมถอย แต่ไม่วายขู่พิมพ์อรจำคำสัญญานี้ไว้ให้ดี

ooooooo

หลังการจากไปของวนันต์หลายเดือนต่อมา...

ลาภิณพ้นจากข้อกล่าวหาฆ่าสิทธิพร จากข้อมูลของหลักฐานชิ้นใหม่ที่ไม่ถูกบิดเบือนด้วยน้ำมือกสิณ รวมทั้งเรื่องสานงานของสิทธิพร ก็ได้บริษัทของพิมพ์อรมาช่วยไว้ตามที่สัญญาก่อนหน้านี้ นิษฐามาแสดงความดีใจกับเจติยาที่ลาภิณพ้นเคราะห์ และแจ้งข่าวเรื่องพิมพ์อรกับอยุทธ์จะขายกิจการ

เจติยาแปลกใจนิดหน่อย เมื่อเจออยุทธ์ในวันที่เขาจะทำงานเป็นวันสุดท้ายจึงตัดสินใจถามตรงๆ

“ผมคงไปๆมาๆระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์น่ะครับ คงไม่ย้ายไปถาวร ถ้าพี่อรขายบริษัทรับเหมาก่อสร้างไปแล้วคงว่างมาก ผมอยากใช้เวลาอยู่กับเขามากกว่านี้ครับ”

เจติยายินดีและปลื้มใจแทนพิมพ์อรมาก แต่ไม่วายเสียดายนักแต่งศพมือดีอย่างอยุทธ์

“ผมก็เสียดายงานนี้เหมือนกันครับ บอกตรงๆว่าผมชอบรองลงมาจากการวาดรูปเลยนะ”

เจติยายิ้มรับ สองหนุ่มสาวสบตากันด้วยความเข้าใจที่มากกว่าเดิม แม้อยุทธ์จะคิดกับเธอเกินเพื่อน แต่เจติยาก็รักษาระยะห่างได้อย่างดี อยุทธ์รู้ตัวและพยา– ยามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องถามถึงวันที่เธอยอมเสี่ยงยกเหรียญให้เขา สงสัยไม่หายว่าเธอไม่ระแวงเขาเลยหรือว่าจะหักหลัง

เจติยาถอนใจเบาๆแล้วอธิบายเสียงอ่อน “เวลานั้น...เจจำเป็นต้องเดิมพันกับความเชื่อของเจค่ะ เจมั่นใจว่าคุณอยุทธ์ไม่ใช่คนทำทุกอย่าง เพื่อสนองความโลภของตัวเอง แล้วความเชื่อของเจก็ถูกต้อง”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะทำลายกล่องรากบุญด้วยเหรอ”

“ถ้าคุณเข้าใจในสิ่งที่พ่อคุณพูด และรู้ว่าการมีกล่องรากบุญเป็นภัยขนาดไหน เจก็มั่นใจว่าคุณจะทำลายมันค่ะ”

คำพูดเชื่อมั่นของเจติยา ทำให้อยุทธ์ยิ่งรู้สึกผิดกับการกระทำเก่าๆ รวมทั้งเสียดายหญิงสาวเหลือเกินที่เป็นคนรักของคนอื่น แต่ถึงกระนั้น...เรื่องราวมากมายก่อนหน้าก็ทำให้เขาคิดได้ ว่าควรพอใจแล้วที่ได้เป็นเพื่อนเธอ

เจติยาสบายใจขึ้นมากหลังผ่านเหตุการณ์ทุกอย่างมาได้ด้วยดี มยุรีมาเข้าฝันเธอกับลาภิณอีกครั้งและบอกเป็นนัยๆให้นทีไปหาคู่ในโรงหนัง รวมทั้งยุให้สองสามีภรรยาทำการบ้านจะได้มีลูกเร็วๆสมใจ ลาภิณชอบใจในความหวังดีของแม่ยายผู้ล่วงลับมาก ตั้งใจทำตามอย่างดีและพาเจติยาไปจดทะเบียนใหม่ในที่สุด

ฟากพิมพ์อรทำใจได้มากขึ้นกับการจากไปของวนันต์ เธอมาแจ้งข่าวขายหุ้นกิจการทั้งหมดแก่ลาภิณในวันหนึ่งและถือโอกาสขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แต่ที่ทำให้ลาภิณอึ้งไปอึดใจก็เมื่อถูกถามว่าเคยนึกชอบเธอบ้างไหม

“ชีวิตผมเคยรักผู้หญิงแค่สองคน คนหนึ่งตายไปแล้ว อีกคนคือเจติยา”

คำพูดตรงไปตรงมาของลาภิณทำให้พิมพ์อรหมดเรื่องคาใจและยอมตัดใจในที่สุด แต่ก็กลับไปนั่งหน้าเศร้าที่บ้าน อยุทธ์เข้าใจหัวอกคนอกหักดี ปลอบว่าเธอ

ไม่ควรเจอลาภิณกับเจติยาอีก เพราะสร้างเรื่องไว้มาก พิมพ์อรยังทำใจไม่ได้ อยุทธ์เลยเสนอให้เธอเปิดร้านเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าอย่างที่เคยฝัน โดยเขาจะเป็นผู้ช่วยให้เธอเอง พิมพ์อรร้องไห้โฮ โผกอดน้องชายแน่นด้วยความซาบซึ้งใจ อย่างน้อยก็ยังมีกันและกันในวันที่ไม่เหลือใครแล้ว

พิมพ์อรตัดสินใจลืมอดีตที่ผ่านมาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มจากดูแลและเปิดใจให้ชาคร ส่วนนทีก็พบรักครั้งใหม่กับเฟิร์นหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่โรงหนังเหมือนอย่างที่มยุรีบอกไว้ ส่วนเจติยามุ่งมั่นกับการฝึกนักแต่งศพหน้าใหม่ แต่ไม่วายมีเวลาว่างรวมหัวกับสามีช่วยนวัชขอนิษฐาซึ่งอาการดีขึ้นมากแต่งงาน โดยมีทวีกับโอ้เอ้ร่วมมือด้วยเหมือนเคย

นิษฐากับนวัชเข้าพิธีแต่งงานไม่นานหลังจากนั้น พร้อมกับข่าวคราวของพิมพ์อรที่ได้เปิดร้านเสื้อสมใจ ลาภิณกับเจติยาชวนคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันไปฉลองฮันนีมูนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ฉายาปรากฏตัวให้นักแต่งศพสาวเห็นและกล่าวชื่นชมวีรกรรมของเธอที่ช่วยเปลี่ยนใจอยุทธ์จนสำเร็จ พร้อมกับนำเสนอภารกิจต่อไปที่อยากให้เธอช่วย

เจติยาจับมือฉายาไว้ ทำให้เห็นภาพที่น่าตกใจจนหน้าซีด ลาภิณไม่เห็นฉายา แต่เห็นภรรยามีท่าทางแปลกๆเลยซักถามด้วยความเป็นห่วง เจติยาไม่ตอบแต่สวมกอดเขาแน่น หนักใจเหลือเกินกับภารกิจใหม่ที่ได้รับ...

ooooooo

–อวสาน–


ละครรากบุญ (รอยรัก แรงมาร) ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านรากบุญ (รอยรัก แรงมาร) ติดตามรากบุญ (รอยรัก แรงมาร) ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล,ราศรี บาเล็นซิเอก้า 4 ส.ค. 2557 09:05 2014-08-11T09:00:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ