ข่าว

วิดีโอ



แรงเงา 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: Anonymous

กำกับการแสดงโดย: ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ภูภูมิ พงศ์ภาณุ,เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

นพนภามีความสุขมากเพราะการบำบัดจากศรุต ทุกคนรอบตัวโดยเฉพาะต้องกับต่อ ลูกสาวคนโตกับลูกชายคนกลาง ไม่สบายใจเลยกับพฤติกรรมเหมือนนอกใจพ่อของแม่

วีกิจก็อึดอัดใจไม่น้อย ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของมุนินทร์ ย้ายทัยเด็กสาวผู้โชคร้ายมาอุปการะอยู่ร่วมเรือนหอ แล้วก็เป็นเรื่องจนได้เมื่อเขาดันโผล่มาเห็นเธอในสภาพเกือบเปลือยมีแค่ผ้าขนหนูพันกาย!

ทัยตกใจมาก ถอยหนีเข้าห้องน้ำ แต่กลับทำให้สถานการณ์ยิ่งล่อแหลมเมื่อเธอสะดุดล้มผ้าขนหนูหลุดจากตัว วีกิจใจเต้นไม่เป็นส่ำ ภาพเด็กสาวตรงหน้าทำให้ต้องเบือนหน้าหนี ก่อนจะสติแตกเมื่อเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นและเหมือนมีอาการทางจิตกลัวคนทำร้าย

วีกิจกระอักกระอ่วนใจมากกับเหตุการณ์ล่อแหลมกับทัยแต่ไม่กล้าบอกมุนินทร์กลัวจะไม่สบายใจ ปล่อยให้ภรรยาคนสวยจัดแจงเรื่องสมาชิกคนใหม่ของเรือนหอตามลำพัง

มุนินทร์กระตือรือร้นเรื่องทัยมาก อาสาพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่

“คุณซื้อให้หนูเถอะค่ะ”

“ไปเลือกเองดีกว่าจะได้ถูกใจ เสื้อผ้าสวยๆจะทำให้เธอสดใสขึ้นนะ...ใช่ไหมคะคุณกิจ...เด็กสาวๆต้องใส่แนวสาวแรกรุ่น มีจีบมีระบาย...จริงไหม”

 วีกิจสะอึกเมื่อถูกภรรยาเย้าแต่ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สา “ถามผมทำไมครับ”

“แหม...ก็ตอนนั้นคุณจีบมุตตา ตาก็ใส่ชุดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

“นิน...ตาเขาใส่ของเขาเอง”

“รู้ค่ะ...แต่คุณก็ชอบนี่”

มุนินทร์ฝังใจเรื่องมุตตาน้องสาวฝาแฝดซึ่งมีนิสัยตรงข้ามเธอทุกอย่าง แม้วีกิจผู้เป็นสามีจะยืนยันว่ารักเธอคนเดียวก็ไม่ทำให้เลิกคิด ลึกๆแล้วเธอยังระแวงเสมอว่าเขาอาจยังรักมุตตา

วีกิจเข้าใจปมของภรรยาแต่ไม่มีแก่ใจจะปลอบ มัวกังวลถึงฉากล่อแหลมในห้องน้ำจนต้องโพล่งขอโทษทัยต่อหน้ามุนินทร์ ทัยมีสีหน้าอึกอักก่อนเล่าว่าตนตกใจที่เห็นวีกิจในห้องนอนหลังออกจากห้องน้ำ แต่ไม่ยอมเล่าถึงสภาพเกือบเปลือยของตน มุนินทร์ไม่ได้ติดใจเข้าใจสภาพจิตใจของทัยดี ต่างจากวีกิจที่ข้องใจว่าทำไมทัยถึงเล่าไม่หมด...

ooooooo

พฤติกรรมน่าสงสัยของทัยทำให้วีกิจคิดไม่ตก หน้านิ่วคิ้วขมวดจนมุนินทร์อดถามไถ่ไม่ได้

“กิจคะ...เป็นอะไร...ดูเหม่อๆเครียดๆตั้งแต่กินข้าวแล้ว”

“ผมกำลังคิดเรื่องทัย...เด็กทำท่าตื่นตกใจเหมือนผมจะเข้าไปทำร้าย แสดงว่าเด็กยังหลอนเรื่องในอดีตอยู่”

“ค่ะ...คุณกำลังจะบอกอะไร”

“เด็กควรอยู่ในความดูแลของหน่วยงานที่เหมาะสมนะ...ที่ที่มีหมอ มีพยาบาล”

วีกิจสบโอกาสกล่อมมุนินทร์ให้ส่งทัยไปอยู่ที่อื่นเพราะสังหรณ์ใจว่าอาจมีเรื่องไม่งามในเรือนหอ แต่มุนินทร์ไม่เข้าใจ ยืนยันว่าการดูแลอย่างใกล้ชิดจะเป็นผลดีกับทัยมากกว่า

“ผมเข้าใจ แต่...คุณก็ต้องเข้าใจด้วยนะ ผมเป็นผู้ชาย...แค่อยู่กันลำพังสองต่อสองเขาก็เกิดอาการแล้ว”

“งั้นก็ต้องระวังหน่อย คุณอาจจะต้องเลี่ยงบ้างเวลาอยู่กับเธอลำพัง”

“ต่อไปคงถอดเสื้อใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินโทงเทงในบ้านไม่ได้ หรือไม่...อยากจะกอดจะจูบคุณต้องหลบเข้าห้องนอน เข้าหลังครัวหรือสวนหลังบ้าน”

มุนินทร์หัวเราะขำ “บ้า...สวนหลังบ้าน...คิดได้ไง เอาน่า...พรุ่งนี้คุณแม่ก็มาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เอ...แต่แม่มาอยู่คุณยิ่งประเจิดประเจ้อไม่ได้ใหญ่”

“กำลังจะพูดนี่แหละ...เฮ้อ...บ้านเรือนหอ กลายเป็นกรงขังไปแล้ว”

“เอาน่า...เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นนะค้า...เชื่อน้องนินนะ”

ท่าทางออดอ้อนของมุนินทร์ทำให้วีกิจผ่อนคลาย ปัดเรื่องทัยทิ้งและหยอกล้อกับภรรยาคนสวยตามประสาคู่ข้าวใหม่ปลามัน ทัยได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านก็ออกมาดู สีหน้าตกตะลึงแต่มุนินทร์ไม่ทันเห็น วีกิจเสียอีกที่ถึงกับผงะเมื่อเห็นท่าทางของเธอจากเงามืด!

ooooooo

ค่ำคืนแรกในเรือนหอของวีกิจกับมุนินทร์ผ่านพ้นไปในที่สุด ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยยังมีอาการเหมือนคนจำความไม่ได้ สร้อยคำแวะมาทำข้าวเช้าให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ พยายามจับสังเกตสมาชิกคนใหม่แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ

มุนินทร์เอ็นดูทัยมาก ต่างจากวีกิจตะขิดตะขวงพฤติกรรมของเด็กสาวเหลือเกิน และดูเหมือนเจ้าตัวจะจับทางเขาได้พยายามหาโอกาสคุยกับเขาตามลำพัง

“คุณกิจคะ...หนูจะขอคุณสักเรื่อง”

“ทำไมต้องกระซิบ”

“เรื่องเมื่อวานที่หนูตกใจจน...ผ้าขนหนูมัน... เอ่อ...คุณอย่าเล่าให้คุณมุนินทร์ฟังนะคะ...หนูอาย”

“ไม่เล่าหรอก ตอนกินข้าวเมื่อคืนเธอก็บอกนินเขาแล้วนี่”

“ค่ะ...หนูรีบบอกเพราะกลัวคุณจะเล่าเรื่องทั้งหมด”

“ฉันไม่เล่าหรอก”

“เป็นความลับระหว่างเรานะคะ”

วีกิจหันมามองทัย เห็นแววตาใสซื่อจึงยอมรับปาก “ได้...เป็นความลับระหว่างเรา”

ทัยยิ้มดีใจ วีกิจเอะใจไม่ทันทักสร้อยคำก็โผล่มาตามทัยเข้าบ้าน บรรยากาศแปลกๆทำให้สร้อยคำไม่ค่อยสบายใจและอดเตือนลูกชายคนเดียวไม่ได้

“แม่เตือนอย่างนะ...เด็กก็เป็นสาวแล้ว อย่าอยู่ใกล้ชิดมากเดี๋ยวมันจะดูไม่ดี”

“ครับ...ผมก็คิดอย่างนั้นแหละ”

ไม่ใช่แค่สร้อยคำที่กระอักกระอ่วนใจกับเรื่องนี้ แม้แต่ลูกศรก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของมุนินทร์เพื่อนรัก

“คิดดีแล้วเหรอแก พาเด็กมาอยู่ร่วมบ้านน่ะ”

“แล้วจะทิ้งขว้างเด็กไปงั้นเหรอ”

“เข้าใจว่าเป็นเรื่องมนุษยธรรมแต่ทำไมแกต้องทุ่มทุนขนาดนี้ ไม่เห็นแก่คุณสามีบ้าง”

“ทำไมล่ะ...กิจเขาไม่มีปัญหาอะไรนี่ นอกจาก...”

พูดพลางฉุกใจคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ทัยเจอวีกิจในห้องนอนหลังออกจากห้องน้ำ สีหน้าและท่าทางสั่นๆของทัยทำให้มุนินทร์เชื่อสนิทว่าเป็นเพราะสภาพจิตใจของทัยยังไม่หายดี

“เด็กยังไม่หายจากตกใจที่ถูกทำร้าย บางทีอยู่ลำพังกับคุณกิจก็มีกลัวๆอยู่บ้าง”

ลูกศรฟังแล้วยิ่งกังวล “พูดตรงๆ...ไม่ว่ากันนะ เด็กนั่นก็ไม่ใช่เด็ก ชีเป็นสาวแล้วแถมสวยด้วย แกระวังหน่อย ผัวหนุ่มกับเด็กสาวลำพังในบ้านสองต่อสอง”

“พูดเข้า...ที่ฉันพาทัยเข้าบ้านเพราะมั่นใจย่ะว่าสามีไม่มีทางและไม่มีวันมีชู้เด็ดขาด...มันไม่ใช่นิสัยเขา”

ooooooo

มุนินทร์เชื่อสัญชาตญาณตัวเองรวมถึงเชื่อใจวีกิจว่าไม่มีวันนอกใจ แต่คนรอบตัวโดยเฉพาะลูกศรกับสร้อยคำกลับคลางแคลงใจการมาของทัยว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

สร้อยคำลองจับสังเกตทัยอย่างละเอียด เห็นทำอาหาร ทำงานบ้านและร้อยมาลัยได้อย่างคล่องแคล่วก็มีความหวังว่าอีกฝ่ายจะจำอะไรได้แต่ทัยกลับปฏิเสธ อ้างว่าทำได้ดีเพราะคิดว่าแม่อาจเคยสอน

มุนินทร์ไม่มีเวลาสะระตะเรื่องทัยและคำเตือนของผู้คนรอบข้าง มัวหงุดหงิดเมื่อจู่ๆมีคำสั่งไปดูงานที่อังกฤษ แถมต้องรับมืออารมณ์อิจฉาของมาร์คที่จงใจแดกดันเรื่องทัย

“ไงครับคุณนิน...ช่วงนี้ทำตัวเป็นนักบุญสาว บุญเลยหล่นทับแย่งโอกาสคนอื่นไปเที่ยวเมืองนอกเมืองนาอีกแล้ว”

“ฉันไม่ได้ไปเที่ยว ฉันไปทำงาน”

ลูกศรไม่แปลกใจที่มาร์คพาลใส่มุนินทร์แต่ติดใจคำว่านักบุญสาวมากกว่า มาร์คขยายความแบบเสียไม่ได้

“เขาลือกันแซ่ดตั้งแต่ผ่านฟ้าถึงห้าแยกปากเกร็ดว่ายัยนินรับอุปการะเด็กสาวที่เคยขับรถชนเกือบเสียชีวิตเข้ามาอยู่ร่วมบ้านเรือนหอ ใครๆเขาก็สงสัยในเจตนากันทั้งนั้น”

วาจาค่อนแคะของมาร์คทำให้มุนินทร์นิ่วหน้า “เจตนาอะไร”

“ตอนนี้ลือตั้งแต่แจ้งวัฒไปถึงรัตนาธิเบศร์...ก็เอาไปเลี้ยงไว้เป็นคนรับใช้เพราะหาคนใช้ต่างชาติไม่ได้ และเด็กไม่มีทางไป ความจำก็เสื่อม เข้าทางผัวเมียพอดี แล้ว...ยังมีอีกหนึ่งเจตนานะ”

มาร์คจงใจพูดยั่วประสาท สีหน้าสะใจมากเมื่อเห็นท่าทางเอาเรื่องของมุนินทร์

“ก็เด็กนั่นกำลังแตกเนื้อสาว คุณผัวอาจจะติดใจขอคุณเมียเลี้ยงไว้ฝึกทำหน้าที่ผู้ช่วยภรรยา วันไหนคุณเมียเหนื่อยไม่อยากทำการบ้านก็ให้เด็กที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะคอยปรนนิบัติจนไปถึงโน่น...แยกมไหศวรรย์”

ขาดคำมุนินทร์ก็สาดกาแฟใส่หน้ามาร์คด้วยความโมโห แหวเสียงเขียว

“จำไว้นะไอ้มาร์ค...ถ้าแกรู้จักพูด รู้จักคิดอะไรที่ดีกับฉันสักนิด ฉันอาจให้โอกาสแกไปลอนดอนกับเขาบ้างก็ได้”

มุนินทร์ผลุนผลันจากไปแล้ว ทิ้งมาร์คให้ยืนอึ้ง ก่อนเต้นผางเมื่อเห็นสายตาเย้ยหยันของแทนไท

“ยิ้มหาบรรพบุรุษเหรอวะไอ้แทน ไปบอกนังนิน นังศรนะ...อย่าว่าแต่ลอนดอน คนอย่างข้าน่ะขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ข้าอยากจะไปก็ไปได้โว้ย”

“เชื่อครับ...แต่ตอนนี้เขามีทัวร์ดาวอังคารแล้ว พี่น่าจะไปนะ แต่ไปเที่ยวเดียวไม่มีตั๋วกลับ...ไปตายที่นั่นเลยพี่!”

ooooooo

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยเก็บอาการสุดความสามารถ ไม่ยอมบอกความจริงว่าแท้จริงเธอเป็นใคร รวมถึงสาเหตุแท้จริงที่เธอเข้ามาอยู่ในเรือนหอของวีกิจกับมุนินทร์

ฤทัยช่วยงานบัวสาวใช้ที่สร้อยคำพามาด้วยอย่างคล่องแคล่วจนอีกฝ่ายไว้ใจยอมให้เธอเอาเสื้อผ้าของมุนินทร์กับวีกิจเข้าไปเก็บในห้อง และที่นั่นเองทำให้เธอได้เห็นภาพมุตตาน้องสาวฝาแฝดของมุนินทร์เป็นครั้งแรก

นอกจากรูปถ่ายของมุตตา ฤทัยยังมีโอกาสสัมผัสข้าวของของวีกิจอย่างรักใคร่...หลงใหล เกือบผิดสังเกตอยู่แล้วถ้าบัวจะไม่มาตาม บัวไม่ทันสังเกตท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่ายหลุดปากเล่าเรื่องมุตตา

“คุณมุตตาเธอเสียแล้ว...ผูกคอตาย...แต่อย่าพูดไปนะ...ฆ่าตัวตายทั้งๆที่ลูกอยู่ในท้อง”

“ตายจริง...แล้วฆ่าตัวตายทำไม”

“เรื่องมันยาว แต่อย่ารู้เลย...มันเรื่องส่วนตัวของเขา”

“จ้ะ...แต่บอกหนูหน่อยสิ...ฆ่าตัวตายทำไม”

ฤทัยหลอกถามบัวจนรู้ว่ามุตตาน้องสาวฝาแฝดของมุนินทร์เคยเป็นเมียน้อยของเจนภพ สามีของนพนภา จนมีเรื่องราวฉาวโฉ่ทั่วกระทรวง กระทั่งมุตตาฆ่าตัวตายเพราะเจนภพไม่ยอมรับลูกในท้อง มุนินทร์จึงกลับมาล้างแค้นกลายเป็นเรื่องราวมหากาพย์ที่หลายคนจดจำได้ดี

บัวเล่าเรื่องมุนินทร์กับมุตตาอย่างมันปาก สร้อยคำผ่านมาได้ยินเลยถูกเอ็ดที่พูดเรื่องไม่ควรพูด ฤทัยเจ็บใจมาก อยากซักไซ้เรื่องราวอีกหน่อยแต่ต้องปั้นหน้านิ่ง ก่อนยิ้มบางๆเหมือนสาวเรียบร้อยเมื่อสร้อยคำเอาชุดของมุนินทร์มาให้...โดยไม่รู้เลยว่าชุดพวกนั้นไม่ใช่ของมุนินทร์แต่เป็นของมุตตา!

วีกิจเครียดมากเมื่อรู้จากมุนินทร์เรื่องเธอต้องไปดูงานที่อังกฤษ เป็นกังวลเพราะต้องอยู่ลำพังกับทัย มุนินทร์ไม่คิดมากเพราะมีสร้อยคำอยู่ด้วย และเธอเชื่อใจสามีว่าไม่มีวันนอกใจ กระนั้นเมื่อกลับถึงบ้านเธอกลับต้องผงะเมื่อทัยออกมาต้อนรับในชุดและภาพลักษณ์ที่เหมือนมุตตาไม่มีผิด

“ทัย...เธอใส่ชุดนี้ทำไม แล้ว...ไปเอามาจากไหน”

“ป้าสร้อยค้นเสื้อเก่าๆของคุณในห้องเก็บของน่ะค่ะ ให้หนูใส่ไปก่อน”

“แม่สร้อยให้เธอใส่ชุดนี้เหรอ”

“ที่จริงมีหลายชุดแต่หนูเลือกชุดนี้...มันสวยดี”

มุนินทร์นิ่วหน้า รำพึงกับตัวเอง “ฉันมีชุดของมุตตาเก็บไว้ด้วยเหรอ”

ฤทัยสังเกตอาการของมุนินทร์ ลอบยิ้มร้ายก่อนแกล้งถามถึงมุตตา มุนินทร์แปลกใจที่อีกฝ่ายรู้เรื่องมุตตาแถมมีลักษณะและท่าทางหลายอย่างเหมือนน้องสาวฝาแฝดอย่างบอกไม่ถูกแต่กลับไม่ติดใจสงสัย เชื่อว่าเป็นโชคชะตาด้วยซ้ำที่ได้เจออีกฝ่าย ทำให้เธอมีโอกาสได้ใกล้ชิดและไถ่โทษ...เหมือนที่อยากทำกับมุตตามาตลอด

ooooooo

ไม่ใช่แค่มุนินทร์ที่ตกใจ วีกิจก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นชุดใหม่ของทัย

มุนินทร์แกล้งเย้าสามียิ้มๆ “เหมือนไหมคะกิจ”

“ยังไง...นั่นมันชุดของมุตตา คุณให้ทัยใส่เหรอ”

“เปล่าค่ะ...ทัยใส่เอง บังเอิญจริงๆ แม่สร้อยไปค้นเสื้อเก่าๆแล้วมีชุดของตาติดมา ทัยเลยเอามาใส่...ฉันไม่รู้เลยนะว่ามีชุดของตาติดมาบ้านนี้ด้วย”

“งั้น...เราก็ควรหาชุดใหม่ให้ทัยใส่ได้แล้วนะ ชุดนี้ก็ควรเก็บ...เธอรีบเปลี่ยนเลย”

วีกิจประสาทเสียอยู่แล้วเพราะเหตุการณ์และสถานการณ์ล่อแหลมกับทัย ยิ่งเห็นสภาพอีกฝ่ายเหมือนมุตตายิ่งเครียดจัด เผลอหลุดใส่อารมณ์จนมุนินทร์ต้องตามไปคุยด้วย

“ไปดุเด็กทำไมคะกิจ เด็กไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“คุณแน่ใจนะว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ”

“คุณกิจ...อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าเด็กนั่นตั้งใจใส่ชุดของตา เขาเห็นว่าสวยก็เลยใส่...เท่านั้นเอง”

“หรืออาจจะเห็นในรูปแล้วก็แต่งเลียนแบบ”

“ไม่มีเหตุผลเลยคุณ เด็กจะทำไปทำไม”

“ผมก็ไม่รู้”

“เมื่อไม่รู้ก็ไม่ควรด่วนสรุปแล้วไปดุเด็กแบบนั้น”

“แล้วคุณเห็นดีเห็นงามด้วยเหรอให้เด็กใส่เสื้อผ้าคนตายแล้วเดินไปมาอยู่ในบ้านเหมือนผีหลอก”

เพราะอารมณ์พาไปแท้ๆทำให้วีกิจพลั้งปากเรียกมุตตาเป็นผี มุนินทร์ฉุนกึก ไม่ชอบใจอย่างแรงที่ได้ยินใครพูดถึงน้องสาวฝาแฝดแบบนี้ โพล่งเสียงห้วน

“อย่าพูดถึงตาแบบนี้อีกนะคะกิจ...ฉันไม่ชอบ!”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งให้วีกิจกุมหัวด้วยความรู้สึกผิด ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยรอจังหวะอยู่แล้ว ลอบยิ้มร้ายก่อนก้าวจากห้องน้ำในสภาพใส่เสื้อรัดรูปจงใจปั่นหัวให้วีกิจยิ่งคลั่ง...และหลงใหลตัวเธอในไม่ช้า

ooooooo

วีกิจหงุดหงิดมาก อึดอัดใจไม่อยากอยู่ใกล้ทัยแต่ขัดมุนินทร์ไม่ได้ สร้อยคำเข้าใจความรู้สึกลูกชายดีและรู้สึกผิดไม่น้อยที่ถือวิสาสะหยิบเสื้อผ้าของมุนินทร์ไปให้ทัยโดยไม่รู้ว่าจริงๆเป็นเสื้อผ้าของมุตตา

กระนั้นสร้อยคำก็ไม่ได้คิดมากเพราะเชื่อว่าทัยไม่ได้มีเจตนาร้ายนอกจากชอบชุดแนวหวานๆเหมือนมุตตา เช่นเดียวกับมุนินทร์ที่ไม่ได้สนใจเรื่องชุดของทัยอีก โทร.หานพนภาเพื่อบอกเรื่องไปดูงานที่อังกฤษ

นพนภาตื่นเต้นมากตัดสินใจจะพาต้องกับต่อไปเยี่ยมเจนภพกับต้อมที่อังกฤษด้วย และถือโอกาสชวนมุนินทร์จัดงานเลี้ยงที่บ้าน มุนินทร์ตอบรับด้วยความยินดีและรับปากจะชวนวีกิจไปเที่ยวด้วยกัน

เจนภพดีใจมากเมื่อมุนินทร์โทร.บอกเรื่องนพนภาจะพาต้องกับต่อไปเยี่ยมที่อังกฤษ แถมวีกิจก็จะลางานมาเที่ยวกับมุนินทร์ด้วย ถือเป็นการรวมครอบครัวครั้งแรกในรอบปี

มุนินทร์มีความสุขมาก ทุกอย่างทำท่าจะลงตัวอย่างที่หวังมานาน เจนภพก็คิดไม่ต่างกัน

“ผมยังไม่ได้กล่าวต้อนรับสะใภ้คนใหม่เลยนะ อภิบาลบดินทร์ขอต้อนรับนะครับ หวังว่าคุณจะมีความสุขและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา”

“ขอบคุณค่ะ...และยินดีมากค่ะ”

“ที่จริงผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ คุณทำให้นภาคิดได้และกลับมาปรองดองกับเราอีกครั้ง”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”

“ทำ...และทำมากด้วย ยัยต้องเล่าให้ฟังหมดแล้วที่คุณชกเธอหมดสติไปหนึ่งหมัด...”

เจนภพเล่าขำๆ ไม่ถือสาเพราะรู้จักนิสัยและอารมณ์รุนแรงของนพนภาดี มุนินทร์พลอยหัวเราะเพราะไม่ติดใจเรื่องที่ผ่านมา ไม่รู้เลยว่าต้อมแอบมองจากมุมห่างๆ...สีหน้าเคียดแค้นเพราะคิดว่าพ่อเป็นชู้กับมุนินทร์

มุนินทร์เข้านอนด้วยความสุข ยินดีที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี วีกิจก็เช่นเดียวกัน กระทั่งเสียงฟ้าร้องกลางดึกทำให้เขาตกใจตื่นและเจอกับทัยที่ยืนตัวสั่นอยู่นอกห้อง!

ooooooo

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยตกใจกลัวเสียงฟ้าร้องจริงๆเพราะหลอนตอนเกษมบุกเข้าห้อง และคืนนี้เสียงฟ้าร้องก็ทำให้เธอหวาดผวา กระทั่งวีกิจโผล่มาปลอบด้วยความเป็นห่วงตามประสาสุภาพบุรุษ

“ทัย...ไม่มีอะไรนะ แค่ฟ้าร้องฟ้าแลบเท่านั้นเอง”

“มันจะทำร้ายหนู เงาดำๆมันเข้ามาในห้อง มันจะทำร้ายหนู”

“ไม่มีอะไรหรอก บ้านนี้ปลอดภัย”

ฟ้าแลบอีกครั้ง ฤทัยโผกอดวีกิจแน่น วีกิจทำอะไรไม่ถูก

“ช่วยหนูนะคะ...ช่วยหนู”

“กลับไปที่ห้องเถอะนะ”

“ไม่...หนูกลัว...มันซ่อนอยู่ในนั้น”

วีกิจเห็นท่าไม่ดีอาสาสำรวจในห้องให้ ไม่คิดแม้แต่น้อยว่าทัยจะมีเจตนาแอบแฝงให้เขาออกมาเจอเธอตามลำพังกลางดึกแบบนี้ ทัยมองตามเขานิ่งๆแต่ใจเต้นแรงด้วยความหวั่นไหวเพราะไม่เคยสัมผัสความห่วงใยจากผู้ชายคนไหนนอกจากพ่อแท้ๆกับป้างหนุ่มแว้นเพื่อนสนิท

เสียงฟ้าร้องดังอย่างต่อเนื่อง ทัยหรือฤทัยโถมตัวกอดวีกิจ ทั้งเป็นแผนยั่วยวนและหัวใจเรียกร้อง วีกิจสงสารและเห็นใจแต่สำนึกผิดชอบชั่วดีทำให้ตัดใจผละตัวออก พาเธอไปส่งถึงเตียง ปิดหน้าต่าง ปิดม่านในห้องพร้อมบอกว่าจะไปเรียกบัวสาวใช้มานอนเป็นเพื่อน

แต่ที่วีกิจคิดไม่ถึงคือมุนินทร์ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้อง และออกจากห้องทันเห็นฉากเด็ดตอนเขาพยุงทัยไปนอนที่เตียง กระนั้นความไว้ใจก็ทำให้เธอปัดความสงสัยทิ้งแม้จะทำได้ยากเต็มที...

ภาพวีกิจประคองทัยเข้าห้องนอนหลอกหลอนมุนินทร์จนนอนไม่หลับ คาใจมากเพราะจนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เล่าเรื่องเข้าไปในห้องนอนของทัย แต่เพราะอยากให้เกียรติเขาในฐานะสามีเลยไม่อยากซักไซ้ ได้แต่จับสังเกตอาการสามีกับเด็กสาวในอุปการะไปเรื่อยๆ

กระนั้นความระแวงก็ทำให้มุนินทร์อดใจไม่ไหวแกล้งถามเรื่องเมื่อคืนกลางโต๊ะอาหารเช้าวันต่อมา

“แล้ว...ทัยกลับเข้าไปนอนอีกครั้ง คราวนี้ไม่กลัวเหรอ”

ทัยหรือฤทัยมีสีหน้าอึกอัก วีกิจไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ตัดสินใจตอบแทน

“ทัยบอกว่ามีคนซ่อนอยู่ผมเลยเข้าไปตรวจในห้อง...ไม่มีอะไรหรอก แค่ทัยกลัวความมืดน่ะ ผมเลยเปิดไฟให้ ปิดม่านด้วยจะได้บังแสงฟ้าแลบ พอเรียบร้อยถึงออกมาเรียกทัยเข้าไปนอนใหม่แล้วก็ตามบัวมานอนเป็นเพื่อน”

สร้อยคำนั่งฟังอยู่ด้วยโล่งใจที่ทัยไม่เป็นอะไรมาก ต่างจากมุนินทร์ที่ตัวชาเพราะวีกิจโกหกไม่ยอมเล่าเรื่องเข้าห้องนอนของทัย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากหันไปคุยกับเด็กสาวในอุปการะ

“อาการเหมือนทัยกลัวตอนอยู่ที่โรงพยาบาล”

“ค่ะ...พอคุณกิจเข้าไปตรวจในห้อง ไม่มีใครซ่อนอยู่หนูถึงกล้ากลับไปนอน”

คำตอบของทัยทำให้มุนินทร์ชะงัก ใจเสียกว่าเดิมเพราะไม่ใช่แค่วีกิจที่โกหก...ทัยก็เช่นกัน

ooooooo

มุนินทร์ต้องข่มใจไม่ให้คิดมากหรือระแวงเรื่องวีกิจกับทัย กระทั่งถึงวันนัดหมายที่นพนภาจะมากินข้าวที่บ้าน วีกิจไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ ทัยก็เช่นกัน กระนั้นลูกศรกับปราโมทย์ซึ่งมาร่วมงานด้วยก็สำเหนียก ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ รวมถึงท่าทางของทัยที่เหมือนมุตตาอย่างน่าเหลือเชื่อ

มุนินทร์อดใจไม่ไหวระบายกับลูกศรเรื่องวีกิจโกหก แต่ก็ไม่ซักไซ้หรือฉีกหน้าเขาเพราะไม่อยากทะเลาะให้เสียบรรยากาศ ลูกศรสงสารและเห็นใจเพื่อนรักแต่ไม่ทันปลอบนพนภาก็ปรากฏตัวพร้อมศรุต

ต่อหงุดหงิดอยู่แล้วเพราะก้องแฟนหนุ่มไม่มาด้วย เมื่อเห็นแม่ควงมากับศรุตในมาดใหม่เป็นสาวนักซิ่งมอเตอร์ไซค์ก็พาลหัวเสีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดกับต้องพี่สาวคนโต

บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่มีใครสำเหนียกคลื่นใต้น้ำที่ก่อตัวอย่างช้าๆ นพนภาก็ไม่ได้ติดใจสงสัยท่าทางเหมือนไม่ประสาของทัย ชื่นชมด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายมีความเป็นแม่ศรีเรือน

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยย่ามใจที่ตบตาทุกคนได้ หาจังหวะจะคุยกับวีกิจตามลำพัง

“คุณกิจคะ...วันนี้หนูแต่งตัวแบบนี้คุณกิจว่ายังไงบ้าง”

“ก็...สวยดี นินเขาพาเธอไปซื้อชุดใหม่แล้วนี่”

“ค่ะ...แต่กระโปรงนี่ยังคล้ายของพี่มุตตาอยู่นะคะแต่ไม่ใช่ตัววันนั้น...วันที่คุณ...ดุหนู”

ท่าทางเหมือนรู้สึกผิดจริงๆของทัยทำให้วีกิจใจอ่อน ส่งยิ้มบางๆให้ ทัยลำพองใจแกล้งพูด

“หนูชอบกระโปรงสวยๆแบบนี้ พี่นินก็เลยซื้อให้”

“ถ้านินเขาโอเคฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

“หนูกลัวคุณดุหนูอีก”

“ฉันดุแต่ฉันไม่โกรธอะไรเธอ...ไม่ต้องกลัว”

วีกิจยอมพูดดีด้วยเพราะคิดว่าทัยคงรู้สึกผิดจริงๆ ที่ใส่กระโปรงของมุตตา และทัยหรือตัวจริงคือฤทัยก็จับจุดนี้ได้ หาเรื่องคุยกับเขาต่อตามลำพังเพื่อเรียกร้องความสงสารและเห็นใจ

“คืนวันนั้นที่หนูกลัวฟ้าฝน ทำให้คุณต้องตื่นมาช่วยหนู คงไม่ทำให้คุณรำคาญจนไม่อยากให้หนูอยู่ที่นี่นะคะ หนูกลัวคุณเกลียดแล้วไล่หนูไป หนูอยากอยู่ที่นี่รับใช้คุณกับพี่นิน คุณใจดีกับหนู อย่าส่งหนูไปอยู่ที่อื่นเลยนะคะ”

ฤทัยแสร้งส่งสายตาอ้อนวอนจนวีกิจใจแข็งต่อไม่ไหว ตอบรับเสียงอ่อน

“ไม่ต้องกลัว...ฉันไม่ส่งเธอไปอยู่ที่อื่นหรอก เราจะดูแลเธอจนกว่าเธอจะหายดี”

“แล้วถ้าหนู...ไม่หาย ยังจำอะไรไม่ได้ คุณจะทิ้งหนูไหม”

“ไม่หรอก...ฉันจะดูแลเธอนะ”

“คุณกิจสัญญานะคะ”

วีกิจอึ้ง แววตาทัยแปลกๆแต่ไม่อยากคิดมากจึงยอมรับปาก “สัญญาสิ”

ooooooo

วีกิจคาใจท่าทางแปลกๆของทัยแต่พยายามไม่คิดมาก พร่ำบอกตัวเองว่ายอมสัญญากับเธอเพราะมนุษยธรรมและเพื่อความสบายใจของมุนินทร์ ไม่รู้เลยว่าภาพและบทสนทนาแบบสองต่อสองของเขากับทัยมีใครบางคนแอบเห็น!

ลูกศรนั่นเองที่หลบมาโทรศัพท์และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง อดรนทนไม่ไหวต้องรีบไปบอกมุนินทร์ มุนินทร์ตัวชาเพราะกลัวสามีจะหวั่นไหวกับเด็กสาวเรียบร้อยอย่างทัย แต่ไม่ทันสะระตะก็ต้องเพิ่มความคลางแคลงใจในตัวเด็กสาวที่ตนอุปการะเมื่อเธอกับลูกศรดันแอบได้ยินทัยเรียกตัวเองว่าฤทัย

ความระแวงสงสัยทำให้มุนินทร์ตัดสินใจทดสอบ ประกาศต่อหน้าแขกทุกคนให้ทัยแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยมีศรุตช่วยสนับสนุนเพราะคิดว่าการพูดต่อหน้าคนเยอะๆจะช่วยฟื้นความจำ

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยมีสีหน้าอึกอัก กลัวถูกจับได้ มุนินทร์จับสังเกตตลอด วีกิจก็เช่นกันแต่เหมือนจะช่วยลุ้นมากกว่าเพราะยังไม่คิดว่าทัยจะมีเจตนาแอบแฝง มุนินทร์เห็นอาการนั้นแต่ไม่กระโตกกระตาก แกล้งเปลี่ยนเรื่องดื้อๆว่าวีกิจเตรียมของขวัญมาให้ทัยคือมือถือสภาพยังดีแม้จะเป็นของมือสอง

ของขวัญของวีกิจเรียกรอยยิ้มให้ฤทัยจนเผลอลืมตัวขอถ่ายรูปร่วมกับทุกคน มุนินทร์กับลูกศรมองหน้ากันนิ่งๆ เพราะทัยแสดงพิรุธเด่นชัดคือใช้งานมือถือได้คล่องแคล่วอย่างไม่น่าเชื่อ

ทัยหาเรื่องใกล้ชิดกับวีกิจจนมุนินทร์เริ่มหงุดหงิด แม้สามีจะรักษาระยะห่างได้ดีแต่เธอก็อดหึงไม่ได้ ลูกศรเข้าใจความรู้สึกเพื่อนรักตัดสินใจถามศรุตเรื่องขีดความสามารถของคนความจำเสื่อม

“คุณศรุตคะ...มีอะไรจะถามหน่อย...จริงเหรอคะการได้พูดต่อหน้าคนหมู่มากจะช่วยฟื้นความทรงจำของเราได้”

“ไม่ยืนยันว่าเกิดกับทุกคนนะครับแต่มันเกิดขึ้นกับผมจริงๆ”

“ถ้าอย่างนั้นมันอาจจะเกิดกับทัยก็ได้นะคะ ถ้าความจำเธอหายไปแต่ทำไมได้มือถือมาเธอก็เข้าไปกดถ่ายรูปได้ทันที ความทรงจำส่วนนี้ไม่ได้สูญหายไปด้วยหรอกเหรอคะ”

“เอ..เรื่องนี้ผมอธิบายไม่ได้ครับ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนบอก”

คำตอบของศรุตทำให้มุนินทร์กับลูกศรตัดเรื่องทัยแกล้งความจำเสื่อมทิ้ง แต่กลับต้องตาลุกวาวเมื่อวิทยากรหนุ่มสันนิษฐานว่าชื่อทัยน่าจะมาจากฤทัยแน่นอน...

ooooooo

ระหว่างที่มุนินทร์กับลูกศรรวบรวมข้อมูลจากศรุต ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยหาทางเข้าหาวีกิจตามลำพังอีกครั้ง คราวนี้ใจกล้าขนาดตามเขาไปในห้องนอน

“หนูจะมาขอบคุณที่คุณซื้อมือถือมาให้ แสดงว่าคุณไม่เกลียดไม่รำคาญหนูจริงๆ”

“ทัย...ฉันบอกตรงๆนะ ฉันอาจจะรู้สึกหงุดหงิดบ้างตอนเธอเข้ามาอยู่แรกๆ เข้าใจนะว่านี่บ้านเรือนหอ ฉันกับนินหวังว่าเราจะเข้ามาอยู่ตามลำพังสองต่อสองแต่พอมีเธอเป็นบุคคลที่สามเข้ามาอยู่ด้วย...ฉันก็รู้สึกอึดอัดไปบ้าง”

“เข้าใจค่ะ...แล้วตอนนี้คุณยังรู้สึกอึดอัดอีกรึเปล่า”

“มันก็คลี่คลายไปแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังอึดอัดขึ้นมาอีกแล้ว”

ทัยหน้าเจื่อน วีกิจสงสารเลิกแหย่และบอกเหตุผลจริงๆ

“ก็...เธอเข้ามาในห้องฉันน่ะสิ เธอเป็นสาวแล้วมันไม่สมควร เธอออกไปเถอะ”

“ให้เวลาหนูแป๊บเดียว หนูขออนุญาตอีกเรื่องนะคะ...หนูขอถ่ายรูปกับคุณได้ไหม”

วีกิจอึ้งไปอึดใจก่อนพยักหน้าอนุญาต ฤทัยดีใจมากโน้มตัวหาจนเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเธอ อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวเพราะกลิ่นกายสาวกลับมาก่อกวน ฤทัยสะใจมากแกล้งทำเป็นถ่ายภาพจากกล้องหน้ามือถือไม่ถนัด แล้วก็เข้าทางเธอเมื่อวีกิจรำคาญแย่งมาถ่ายให้เอง

ฤทัยพอใจมากที่มีรูปคู่แต่ยังไม่พอใจชวนคุยต่อ วีกิจอึดอัดใจมากแต่พลันก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นเมื่อเธอบอกว่าความทรงจำเริ่มฟื้น พอจำได้คร่าวๆว่าตัวเองอยู่กับแม่ มีอาชีพร้อยดอกไม้ขาย ฤทัยแสร้งตีหน้าเศร้าไม่อยากกลับบ้านเพราะกลัวคนในบ้านทำร้าย วีกิจหนักใจมาก ไม่กล้าผลักไส ได้แต่กอดปลอบและสัญญาจะดูแลจนหายดี

วีกิจแพ้น้ำตาผู้หญิง ฤทัยจับจุดได้ร้องไห้ใหญ่โตจนเขาใจอ่อนปลอบประโลมไม่ห่าง ลูกศรผ่านมาเห็นทนไม่ไหววิ่งไปตามมุนินทร์มาดู มุนินทร์ตะลึงมากก่อนตั้งสติได้แกล้งทักเสียงดัง

“เกิดอะไรขึ้นทัย...ร้องไห้ทำไม”

น้ำเสียงตึงๆของภรรยาทำให้วีกิจร้อนตัว แก้ตัวแกนๆว่าไม่มีอะไรแต่มุนินทร์ไม่เชื่อ

“ทัย...บอกฉันมาเธอร้องไห้ทำไม”

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยส่ายหน้าปฏิเสธแต่มุนินทร์ไม่ยอม คาดคั้น

“มันต้องมีสิ...คุณกิจกอดเธอไว้อย่างนั้น”

วีกิจเห็นท่าไม่ดีตัดสินใจบอกความจริงบางส่วน

“ความจำของทัยกลับมาบ้างแล้ว เธอจำได้ว่ามีคนทำร้ายเธอ คนที่ข่มขืนเธอน่าจะเป็นคนในครอบครัว เธอกลัวว่าถ้าเธอจำเรื่องราวได้แล้ว จำได้ว่าพ่อแม่คือใคร เราจะส่งเธอกลับบ้านแล้วเธอต้องเจอกับคนที่ทำร้ายเธออีก”

มุนินทร์ชะงัก เรื่องที่สามีเล่ามีเค้าเป็นไปได้เพราะเธอรู้อาการของทัยตั้งแต่ต้น จึงอ่อนท่าทีและสัญญาจะดูแลเด็กสาวอย่างดีไม่ส่งกลับบ้านหากไม่เต็มใจ กระนั้นความคลางแคลงใจก็ไม่จางหายและคงต้องหาทางพิสูจน์...

ooooooo

นพนภาไม่ได้สนใจเรื่องทัยหรือตัวจริงคือฤทัย มัวโม้เรื่องเจนภพขอแต่งงานกับศรุตจนต่อกับต้องได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา...เพราะความจริงมีไม่ถึงครึ่ง!

ปราโมทย์ปล่อยให้นพนภาคุยกับศรุต ส่วนตัวเองแวบมาคุยกับมุนินทร์กับลูกศรถึงความผิดปกติของทัย

“ฉันว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ แกรู้ไหมเมื่อสองคืนก่อนคุณกิจเข้าไปในห้องทัย ประคองเด็กลงนอนบนเตียงด้วย”

ลูกศรเบิกตาโพลง “เป็นเรื่อง...ทำไมทำอย่างนั้น”

“ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก เด็กยังมีอาการประสาทเวลามีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า คุณกิจก็แค่ปลอบให้นอน แต่ที่มันรบกวนฉันก็คือเขาไม่ยอมบอกเรื่องพาเด็กไปส่งถึงเตียง เด็กเองก็โกหกเหมือนกัน ฉันจะทำยังไงดี ทำไมเขาต้องโกหก”

“ใจเย็นๆนะแก ยังไงเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แกต้องยุติธรรมกับเขานะ”

“รู้...ในเมื่อไม่ได้ทำผิดแต่ทำไมไม่บอกความจริง นี่แหละที่มันคาใจ”

“มันต้องมีทางออกน่า...ใจเย็นๆ”

ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยได้ยินทุกอย่างจากห้องข้างๆ ตัดสินใจเปิดเกมรุกแสร้งทำเป็นดีใจที่ความจำเริ่มฟื้น นพนภากับศรุตยินดีมาก แนะให้ทัยคุยกับวีกิจบ่อยๆ เผื่อจะช่วยให้ฟื้นความจำได้เร็วขึ้น

มุนินทร์ทนฟังไม่ไหวโพล่งเสียงเข้ม “ต้องคุยกันลำพังสองต่อสองด้วยใช่ไหมคะถึงจะเรียกความจำได้เร็วขึ้น เมื่อกี้เขาคุยกันลำพังน่ะค่ะ...ในห้องนอน มีดราม่าร้องไห้กันด้วย”

ฤทัยชะงัก ไม่คาดคิดว่ามุนินทร์จะพูดต่อหน้าคนอื่น มุนินทร์จับสังเกตอาการเด็กสาวในอุปการะตลอด เห็นสีหน้าอึกอักเหมือนมีพิรุธก็ไม่รอช้าเค้นถามเรื่องชื่อ

“ตกลงเธอชื่อทัยหรือมีชื่ออื่นด้วย...เมื่อกี้เธอก็ตอบคุณศรุตด้วยการเรียกชื่อตัวเองว่าฤทัยไม่ใช่เหรอ”

คำถามของมุนินทร์ทำให้ทัยหรือตัวจริงคือฤทัยหน้าซีด พึมพำตอบเสียงสั่น “หนูจำไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นช่วยตอบอีกคำถาม...เธอคุยอะไรกับคุณกิจในห้องนอน...เธอคงจำได้นะเพราะเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ”

มุนินทร์รุกเต็มที่เพราะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองว่าทัยหรือฤทัยอาจไม่ใสซื่ออย่างที่คิด วีกิจจับต้นชนปลายไม่ถูกพยายามช่วยไกล่เกลี่ยเหมือนเคยแต่มุนินทร์ไม่สนขอดูมือถือของฤทัย

ภาพคู่ระหว่างสามีกับเด็กสาวในอุปการะทำให้มุนินทร์ของขึ้น แหวลั่น

“เธอถ่ายภาพคู่กับคุณกิจด้วย...ทำไมไม่เล่า ตกลงไม่เล่าเพราะจำไม่ได้หรือเลือกเรื่องที่จะเล่ามากกว่า”

ทัยหรือฤทัยตัวสั่น สวมบทหญิงสาวอ่อนแอร้องไห้เรียกความสงสารจากทุกคนแต่ไม่ใช่จากมุนินทร์ วีกิจโมโหมากที่ภรรยาฉีกหน้าเขาแถมพูดจาจับผิดเหมือนเขามีชู้ ผลุนผลันออกจากห้อง ฤทัยเห็นดังนั้นก็ขอตัวกลับห้องบ้างอ้างว่าไม่อยากขวางหูขวางตาแต่มุนินทร์รู้ทัน โพล่งสั่งเสียงเรียบให้นั่งอยู่ในนี้จนกว่าจะร้องไห้เสร็จ!

นพนภาเห็นบรรยากาศงานเลี้ยงไม่ดีเลยช่วยไกล่เกลี่ยแต่กลับกระตุ้นต่อมความไม่พอใจของต่อที่หัวเสียเป็นทุนเพราะติดต่อก้องแฟนหนุ่มไม่ได้จนพาลโมโหใส่ศรุต ศรุตลำบากใจมาก ได้แต่ขอตัวกลับเงียบๆ ทิ้งนพนภาให้รับมือสถานการณ์ชวนอึดอัดจนต้องขอโทษวีกิจกับมุนินทร์

“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น...หนูนิน ตากิจ...อาขอโทษ ไม่น่าเกิดเรื่องน่าอับอายในงานเลี้ยงของเธอเลย”

วีกิจส่ายหน้า ถอนใจ “ผมก็ต้องขอโทษเหมือนกันเพราะเรื่องในบ้านของผมมันก็น่าอับอายไม่แพ้กันหรอกครับ”

จบคำก็ออกไปสงบสติอารมณ์นอกบ้าน ไม่อยากทะเลาะกับมุนินทร์ด้วยอารมณ์ มุนินทร์ช้ำใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามระงับอารมณ์ตัวเองบ้างไม่ให้คลั่งไปมากกว่านี้...

ต่อไม่จบเรื่องนพนภากับศรุต ส่งคลิปแม่เต้นรำกับวิทยากรหนุ่มให้พ่อจนเจนภพต้องโทร.มาเคลียร์ นพนภาเซ็งมาก พยายามอธิบายเรื่องศรุตว่าเป็นที่ปรึกษาบำบัดอาการโมโหร้ายของเธอแต่เจนภพไม่เชื่อ ฝังใจว่าภรรยาเป็นคนหลอกง่ายและคงหลงคารมกับหน้าตาหล่อเหลาของศรุตมากกว่า

นพนภาเสียความรู้สึก ประกาศกร้าวจะไม่ไปเยี่ยมเขาที่อังกฤษแล้ว ต้อมได้ยินเสียงเอะอะของพ่อแม่รีบออกมาดู โวยวายเหมือนเคยเพราะเข้าใจว่าพ่อกับแม่จะเลิกกันจริงๆ เจนภพตกใจมากแถมมีชนักติดหลังปล่อยปละละเลยลูกสาวคนเล็กให้เห็นคลิปนพนภาเต้นรำกับศรุตจนเข้าใจผิดขนาดนี้

ต้อมเสียใจมาก โอดครวญที่แม่ไม่มาหา นพนภาก็หัวใจสลายแต่ยังทิฐิโทษสามีที่มองเธอในแง่ร้าย

“พ่อเขาเสี้ยมหนูว่าแม่เล่นชู้ แม่ควรไปหาเขาไหม พ่อนั่นแหละที่ไม่อยากให้แม่เจอลูก เขาวางแผนนานแล้ว”

เจนภพเป็นเดือดเป็นร้อน โกรธภรรยาที่พูดจาให้ต้อมประสาทเสีย แต่นพนภาไม่สน โมโหจนขาดสติ

“ใช่...ฉันมันแม่เลว แม่โรคจิต งั้นก็ทำอย่างที่คุณขู่ฉันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...ฉันไม่ไปแล้วลอนดอนแต่จะส่งเอกสารหย่าไปแทน ให้คุณเซ็นหย่าให้เร็วที่สุดเลย”

“มาพูดเรื่องหย่าต่อหน้าลูกทำไม”

“ฉันไม่สน...จบกัน พอกันที ต้อม...หลังจากหย่าแม่จะพาหนูกลับบ้าน ส่วนคุณ...จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

ooooooo


ละครแรงเงา 2 ตอนที่ 7 อ่านแรงเงา 2ติดตามละครแรงเงา 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภูภูมิ พงศ์ภาณุ,เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ 17 พ.ค. 2562 08:11 2019-05-19T00:33:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ