ข่าว

วิดีโอ



ระบำมาร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ตุณย์

กำกับการแสดงโดย: รอน บรรจงสร้าง

ผลิตโดย: ปริษัท นีโน่บราเดอร์ส จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์, ทัศนียา การสมนุช,อาทิตย์  ตั้งวิบูลย์พาณิชย

ชลิตามาถึงโรงเรียนจีน่า เห็นป้ายติดหน้าประตูว่ารับเด็กได้เวลาบ่ายสาม แต่ตอนนี้เพิ่งบ่ายสองครึ่ง จึงยืนหงุดหงิดอยู่ พลันเห็นรัชดามาก็รีบหลบ ครุ่นคิดจะจับตัวจีน่ามาได้อย่างไร

ในขณะเดียวกันถวิกาขับรถกลับราชบุรี สีหน้าสะใจที่ยุชลิตาสำเร็จ พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา เธอจึงล้วงหยิบมือถือในกระเป๋า เจอของสิ่งหนึ่งติดมือออกมา ทำให้เธอถึงกับต้องจอดรถดู เป็นพวงกุญแจหน้ายิ้ม

ที่จีน่าให้วันที่เธอเศร้าเสียใจเรื่องพี่สาว จีน่าบอกว่าพ่อซื้อให้ตอนร้องไห้อยากเจอแม่ เป็นของรักของหวงมาก แต่เธอเต็มใจให้ถวิกา อยากให้เธอยิ้มแบบนี้

ถวิกาเริ่มสำนึกผิดที่ยุให้ชลิตาไปทำร้ายเด็กแสนดีอย่างจีน่า แล้วนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับจีน่าว่าจะปกป้องไม่ให้ใครตีหนูน้อยได้อีก เธอถึงกับอึ้งว่าตัวเองได้ทำอะไรลงไป

เสียงออดโรงเรียนเลิก รัชดาจูงจีน่าออกมาที่รถหน้าโรงเรียน ชลิตาแอบมองคิดหาวิธีชิงตัว พอรัชดาอุ้มจีน่าขึ้นนั่งคาร์ซีตที่เบาะหลัง แล้วปิดประตูเดินมาเปิดประตูด้านคนขับ ทันใดนั้นเอง ชลิตาย่องมาผลักเขาล้มลง แล้วเธอขึ้นรถเขาขับออกไป รัชดาตกใจรีบโทร.แจ้ง 191

สาทินีกลับมาบ้านในชุดเจ้าสาว รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า พอดีรัชดาโทร.เข้ามา เธอแผดเสียงฟ้องเขาว่าถวิกาจะฆ่าเธอ รัชดาไม่สนใจกรอกเสียงสวนมาว่าชลิตา

จับจีน่าไป สาทินีตกใจมาก ระหว่างนั้นถวิกาขับรถมาที่โรงเรียนจีน่า รัชดาเห็นจึงตัดสายพี่สาวไปดื้อๆ เธอแทบคลั่งยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องลูก...ถวิกาถามหาจีน่าว่าชลิตาทำร้ายเธอหรือเปล่า รัชดาแปลกใจทำไมถึงรู้แต่ไม่มีเวลาจะถาม ได้แต่บอกให้เธอขยับไปให้เขาขับรถ

ถวิกาช่วยรัชดามองหารถของเขา ทั้งสองพยายามคิดว่าชลิตาจะเอาตัวจีน่าไปที่ไหน รัชดานึกได้ว่าโทรศัพท์เขาอยู่ในรถ จึงให้ถวิกาเปิดโหมดค้นหาไอโฟนด่วน

ชลิตาขับรถมาถึงถนนเปลี่ยว จีน่าเอาแต่ร้องไห้จะหาพ่อ เธอหงุดหงิดจอดรถลงมาเอ็ด

“พ่อแกมันสามีฉัน! ถ้าฉันรู้แม่แกท้อง แกไม่ได้เกิดมาหรอก แกมันมารหัวขน ฉันจะฆ่าแก!” ชลิตาเปิดท้ายรถหาอุปกรณ์ที่จะใช้ทำร้ายเด็ก จีน่าลงจากคาร์ซีตจะหนีแต่ไม่ทัน ชลิตาถือประแจขันนอตล้อเข้ามาเงื้อขึ้นหมายจะฟาด ตวาด “แม่แกมันชั่ว ฉันต้องกำจัดเลือดชั่ว”

หนูน้อยร้องวี้ด นั่งหดตัวมองตาใสแจ๋ว ชลิตาเห็นดวงตาเด็กน้อยไร้เดียงสาก็ชะงัก ฆ่าเด็กไม่ลง จีน่ายังร้องไห้หวาดกลัว แววตาชลิตาอ่อนลง ลดมือที่ถือประแจลงถอยออกห่าง ทรุดลงก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอัดอั้น...จีน่าถือโอกาสออกจากรถวิ่งหนี ชลิตาเงยหน้ามาเห็นก็ห่วง


“จีน่า! กลับมาเดี๋ยวรถชน...จีน่า ป้าไม่ทำอะไรหนูแล้ว ไม่ต้องหนี” ชลิตาวิ่งตาม แต่ใส่ส้นสูงทำให้วิ่งไม่ถนัด

รัชดาตามจีพีเอสมาถึงเห็นรถตัวเองจอดอยู่แต่ไม่มีจีน่าก็ใจหาย พอดีได้ยินเสียงชลิตาร้องเรียกจีน่า จึงรีบวิ่งตามไป...โชคร้ายที่จีน่าวิ่งมาหกล้มตรงพื้นที่มีเหล็กแหลมโผล่อยู่ เหล็กทิ่มเข้าไปในหูขวาของหนูน้อย ชลิตาตามมาถึงเข้าไปอุ้ม เห็นเลือดไหลออกจากหูก็ตกใจ จีน่าร้องไห้จ้า รัชดากับถวิกาตามมาทัน ชลิตาส่งจีน่าให้ ละล่ำละลักว่า

“ฉันไม่ได้ทำอะไรนะ จีน่าล้มเอง” พูดจบก็กลัวความผิดวิ่งหนีไปที่รถที่จอดอยู่

ถวิกาเห็นคราบเลือดที่เหล็กก็บอกรัชดาให้รีบพาจีน่าส่งโรงพยาบาล...รัชดาตามเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ถวิกายืนหน้าซีดรู้สึกผิดอยู่หน้าห้อง สาทินีมาถึง พอเห็นถวิกาก็ชะงัก กลัวว่าเธอจะเอามีดมาไล่แทงอีก ถวิกาเสียงอ่อนโยนบอกเธอว่าจีน่าอยู่ข้างใน สาทินีรีบตามเข้าไป

พอเห็นลูกมีหมอและพยาบาลรุมล้อมเพื่อทำแผล แต่หนูน้อยดิ้นไม่ยอมให้ทำ สาทินีปรี่เข้าไปกอดลูกไว้ รัชดามองพี่สาวกับหลานอย่างปวดใจมาก...หมอทำแผลเสร็จบอกรัชดาว่าได้ฉีดยากันบาดทะยักแล้ว ส่วนอาการบาดเจ็บในหูต้องให้หมอหูมาตรวจในวันพรุ่งนี้ สาทินีโวยวายขึ้นว่าจะให้ตำรวจจับชลิตา รัชดายิ่งสงสัย ทำไมจู่ๆชลิตาถึงมาทำร้ายจีน่า เขารีบออกไปหาถวิกาที่หน้าห้องฉุกเฉินเพื่อคาดคั้นความจริง

“คุณรู้ได้ยังไง! ชลิตาจะมาจับจีน่า คุณรู้ล่วงหน้า! ทำไมถึงรู้” รัชดาก้าวเท้าเข้าหาถวิกาหน้าซีดพูดไม่ออก ถอยหนีจนชนเก้าอี้ล้มลง สารภาพทั้งน้ำตา “ฉันยุชลิตา...ให้ฆ่าจีน่า...ฉันเสียใจ...”

รัชดาขบกรามแน่น ในชีวิตไม่เคยโกรธมากขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนรักจะเลวอย่างนี้ ถวิกาพร่ำบอกว่าเสียใจ เขาก็หาว่าเธอเสียใจที่จีน่าไม่ตาย ที่มานี่เพื่อหาโอกาสฆ่าอีก หญิงสาวปฏิเสธว่าไม่จริง ถ้าอยากให้จีน่าตายคงไม่กลับมาช่วย รัชดาไม่เชื่อว่าเธอจะเป็นโจรกลับใจ พอดีเจ้าหน้าที่เข็นเตียงจีน่าออกมา ที่หูขวามีปลาสเตอร์ปิดแผล สาทินีเดินเกาะขอบเตียงคอยดูแล

ถวิกาเข้าไปถามอาการ รัชดากระชากเธอกลับมา สั่งห้ามเข้าใกล้จีน่าอีก ไม่อย่างนั้นคนที่ตายจะเป็นเธอ ถวิการ้าวรานใจที่คนรักรังเกียจตัวเองขนาดนี้ เธอร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

อัสดมขับรถเข้ามาในบ้านเห็นชลิตาถือพาสปอร์ตท่าทางร้อนรนจะขึ้นรถรัชดาก็แปลกใจ ชลิตาเห็นหน้าอัสดมก็จ้องหน้าเขาด้วยความโกรธที่หลอกเรื่องลูกมานานแรมปี

“ตาขับหนีมา! นี่ตามาเอาพาสปอร์ต ตาจะไปเมกาคืนนี้เลย แล้วตาจะไม่กลับมาหาอัส”

“โกรธอะไรผมน่ะตา!” อัสดมไม่เข้าใจชลิตาพูดเรื่องจีน่าเป็นลูกเขา อัสดมตกใจหาว่ามีคนมาโกหก ชลิตายิ่งโกรธตวาดกลับว่าดีเอ็นเอไม่โกหก อัสดมจำนนต่อหลักฐาน...ตำรวจมาแจ้งข้อหาชลิตาขโมยรถและลักพาตัวเด็ก ตอนนี้เด็กบาดเจ็บอยู่โรงพยาบาลกับพ่อเด็ก อัสดมอึ้งไม่คิดว่าภรรยาที่รักจะทำกับเด็กได้

“ทางเขาเข้าใจผิดค่ะ ดิฉันไม่ได้ลักพาตัว ดิฉัน... เอ่อ...” ชลิตาคิดหาคำแก้ตัวไม่ออกจึงถูกตำรวจเชิญตัวไปโรงพัก เธอร้องให้อัสดมช่วย เขายืนอึ้งสักครู่จึงขับรถตามรถตำรวจไป...

ถวิกาสำนึกผิดเข้ามาดูจีน่าซึ่งยังหลับอยู่ในห้อง สาทินีแค้นต่อว่าถวิกาที่เป็นคนบอกให้ชลิตามาฆ่าจีน่า ถวิกาแก้ตัวไม่ออก รัชดาไล่ให้เธอกลับไปแต่เธอยื้อขออยู่เฝ้าจีน่าสักคืน เขาจึงกระชากเธอออกไปที่ระเบียงห้อง สีหน้าถวิกาตื่นตระหนกว่าเขาจะทำอะไร เขาอุ้มเธอจะโยนลงไป หญิงสาวร้องลั่นยึดขอบระเบียงแน่น รัชดาเข่นเขี้ยว

“ผมบอกคุณแล้ว เข้าใกล้ลูกผมอีก คนที่ตายคือคุณ!”

“คุณไม่ฆ่าฉันหรอก คุณไม่ใช่ฆาตกร” ถวิกามั่นใจในตัวรัชดาแม้จะโกรธแค้นแค่ไหน แต่รัชดาก็ไม่เลวขนาดจะฆ่าคนได้ เขาจึงลากถวิกากลับเข้ามาในห้องแล้วเหวี่ยงออกไปนอกห้องแทน เธอล้มกระแทกพื้นสีหน้าเจ็บปวด ศุภวาทมาถึงพอดี ถวิการีบขอให้เขาช่วยพูดกับรัชดาขอให้เธอได้อยู่เฝ้าจีน่า แต่เขามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป


“คุณรัชดาโทร.บอกผมว่าวาวทำอะไรกับจีน่า...กับคนแก่ก็รังแก กับเด็กก็จะฆ่า จิตใจวาวนี่มันทำด้วยอะไรฮึ!” แทนที่จะช่วย ศุภวาทกลับด่าซ้ำทำให้ถวิกาเสียใจมากขึ้น

“วาวสำนึกผิดแล้วค่ะ...”

“มันสายไปแล้ว! คุณว่าคนอื่นเลว แต่รู้ตัวไหม คุณน่ะเลวที่สุด!” รัชดาเสียงกร้าว

โจเข้ามาได้ยิน ปรี่เข้าปกป้องเพื่อน แต่พอรัชดาบอกว่าถวิกายุให้ชลิตาฆ่าจีน่า เขาก็ตกใจ ถวิกาละอายใจอย่างมาก โจผละออกต่อว่าเพื่อนรุ่นน้องอย่างรุนแรง ถวิกาน้ำตาร่วงอ้อนวอนอย่าซ้ำเติมอีกเลย และยังยืนกรานขออยู่เฝ้าจีน่าจนกว่าอาการหนูน้อยจะดีขึ้น รัชดาตวาดไล่

“ทุกคนที่นี่ไม่ต้องการคุณ ทุกคนเกลียดคุณ!”

ถวิกาไม่อาจรับฟังคำด่าทอได้อีก เธอค่อยๆลุกขึ้นเดินจากไปอย่างห่อเหี่ยวทั้งกายและใจ ในเวลานั้น

อัสดมแอบโทร.หาสาทินีถามไถ่อาการจีน่า แล้วบอกเรื่องชลิตารู้แล้วว่าจีน่าเป็นลูกเรา สาทินีตกใจรู้ได้อย่างไร อัสดมเล่าว่าถวิกาแอบตรวจดีเอ็นเอแล้วเอาผลไปบอกชลิตา แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากฆ่าจีน่า สาทินีใจหาย รู้แก่ใจว่าตนเองที่ปลุกอารมณ์แค้นให้ถวิกา เป็นต้นเหตุทำให้ลูกเจ็บ...รัชดา ศุภวาทและโจเดินเข้ามา สาทินีรีบปรับสีหน้า วางสายอัสดมไปดื้อๆ

ศุภวาทกับโจมองจีน่าอย่างสงสาร ทั้งสองอยากรู้ว่าอะไรดลใจให้ถวิกาทำเรื่องเลวร้ายนี้ สาทินีก้มหน้าละอายใจ โจสังเกตเห็นว่าสาทินีไม่กราดเกรี้ยวเวลาพูดถึงถวิกาอีก...ตำรวจโทร.มาแจ้งรัชดาว่าได้คุมตัวชลิตาไว้ที่โรงพักแล้ว รัชดาจะรีบไป  เขาขอให้ศุภวาทหาทนายให้ สองหนุ่มออกไปด้วยกัน โจยังสงสัยจึงลองหยั่งเชิงสาทินี

“คิดไปคิดมา มันไม่ค่อยเมกเซ้นส์อ่ะ วาวจะฆ่าจีน่าทำไม วาวไม่ได้แค้นครอบครัวคุณ” สาทินีหลบตาไม่ออกความเห็น โจยิ่งสงสัยซักถามว่าก่อนเกิดเรื่องเธอเจอกับถวิกาหรือเปล่า

สาทินีปฏิเสธแล้วตัดบทว่าอยากนอนพัก โจจำต้องกลับออกไปทั้งที่ความสงสัยยังคาใจ สาทินีนั่งมองลูกด้วยความสำนึกผิด เพราะสิ่งที่เธอทำมันกลับมาทำร้ายลูกของตัวเอง

รัชดา ศุภวาทและทนายมาถึงโรงพัก ทนายอัสดมเหน็บว่าเจ้าทุกข์มาช้าเหมือนไม่อยากแจ้งความ ชลิตารู้สึกผิดถามถึงอาการจีน่า ทนายกระซิบไม่ให้พูดอะไรจะเสียรูปคดี แล้วทนายอัสดมก็กล่าวว่า ลูกความตนไม่ได้ลักพาตัวเด็ก เธอหวังดีจะพาเด็กไปเที่ยว

รัชดาหาว่าโกหก ศุภวาทปรามให้ปล่อยทนายจัดการ ทนายศุภวาทแจ้งข้อหาชลิตาลักพาตัวและทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ทนายอัสดมแย้งว่าลูกความตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา...

รัชดาแยกออกมารับสายสาทินีที่โทร.ถามความคืบหน้า พอคุยเสร็จกลับเข้ามา ศุภวาทบอกว่าชลิตาได้ประกันตัว เขาโวยทันที

“ผู้หญิงคนนี้ลักพาตัวลูกผม! ทำลูกผมเจ็บหนัก แล้วให้ประกันตัวเนี่ยนะ”

“ลูกความผมไม่มีท่าทีหลบหนี ตำรวจให้ประกันตัวถูกต้องแล้วครับ” ทนายอัสดมโต้

รัชดาเข่นเขี้ยว “วันนี้คุณรอดคุก แต่วันขึ้นศาล คุณต้องติดคุก!”

อัสดมสวนกลับว่าไม่มีวัน แล้วพาเมียรักกลับพร้อมทนาย ศุภวาทปลอบใจรัชดาว่า วันขึ้นศาลเรา จะทวงความยุติธรรมคืน รัชดาคลายความโกรธลงบ้าง

ooooooo

ชลิตากับอัสดมกลับมาถึงบ้าน ปรีชารออยู่ด้วยความร้อนใจ ชลิตาชวนพ่อกลับไปคุยกันที่โรงแรม อัสดมขอให้นอนบ้าน เขาจะดูแลเธอเอง ปรีชาแย้งว่าไม่ต้องเพราะหย่ากันแล้ว

“เราหย่าให้คุณพ่อสบายใจ ตาจะกลับมาหาผม!” อัสดมโพล่งออกมา

ปรีชาตกใจที่ลูกสาวหลอก ชลิตาตัดสินใจบอกพ่อให้ไปรอข้างนอก จะขอคุยกับอัสดมและสัญญาว่าจะไม่หลอกพ่ออีก ปรีชาลังเลก่อนจะยอมออกไป...ชลิตาบอกอัสดมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าถึงเวลาที่ต้องปล่อยวาง

อัสดมไม่เข้าใจ

“การหย่าของเราคือการจบชีวิตคู่...ตลอดไป”

“ไม่นะตา! ผมไม่ยอมจบ ผมรู้ผมทำผิดกฎ แต่ผมตัดเด็กคนนั้นแล้ว ผมเลือกตา”

“พ่อลูกตัดยังไงก็ไม่ขาด ตาน่าจะรู้เร็วกว่านี้จะได้ตัดขาดอัส”

“ตาไม่ตัดขาดผมหรอก ตาจะฆ่าจีน่า เพราะตายังรักผม”

“ทั้งรักทั้งแค้น!” อารมณ์ชลิตาพุ่งขึ้นมาเป็นแค้น “อัสหลอกตามาห้าปี บอกว่าจีน่าเป็นหลาน คนฉลาดหยิ่งในศักดิ์ศรีถูกยัดเยียดให้เป็นคนโง่โดยไม่รู้ตัวมันคือการหยามกันถึงที่สุด”

อัสดมหน้าเจื่อนพร่ำขอโทษจะไม่ทำอีก แต่ชลิตาตัดใจได้แล้ว ต่อให้เขาไปมีผู้หญิงที่ไหนอีกก็จะไม่สนใจ เธอจะมีชีวิตของตัวเองเสียที เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวมอง...อัสดมเสียใจนั่งดื่มจนเมา โวยวายไล่คนขับรถและสาวใช้ออกจากบ้าน

ทางถวิกาขับรถกลับบ้านราชบุรีด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำ เธอภาวนาขออย่าให้พ่อเกลียดเธออีกคน...

เมื่อเข้ามาในบ้านแปลกใจที่บ้านมืด จึงร้องเรียกพ่อพอเปิดไฟ ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน ภาพพ่อนอนแน่นิ่งจมกองเลือด ในมือมีปืน เธอถลาเข้าไปกอดร่างพ่อ

“ใครยิงพ่อ! พ่อ...ฟื้นสิพ่อ...พ่อ!” ถวิการ้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา

ร้องไห้อยู่พักใหญ่ ถวิกาพยายามอุ้มศพพ่อขึ้นมานอนบนโซฟาอย่างทุลักทุเล หาผ้ามาเช็ดเลือดที่ร่างพ่อ หาผ้าห่มมาห่มให้ ทำราวกับคนนอนหลับซบหน้าร้องไห้รำพันกับศพพ่อ

“วาวไม่เหลือใครแล้ว พ่ออยู่กับวาวก่อนนะวาวยังไม่พร้อมให้พ่อไป”

รุ่งเช้าถวิกาตื่นขึ้นมาไม่เห็นศพพ่อบนโซฟา เธอดีใจที่พ่อยังไม่ตาย เสียงเอนกเรียกให้มาอยู่ด้วยกัน...

ถวิกาสะดุ้งตื่น พบว่าเป็นเพียงความฝัน ว่าพ่อชวนให้ไปอยู่ด้วยกันทั้งแม่และพี่สาว เธอเกิดความคิดว่านั่นหมายถึง...ความตาย จึงมองไปที่ปืนของพ่อที่ตกอยู่...

ในขณะที่ศุภวาทนั่งเครียดเรื่องถวิกา โจพรวดพราดมาหาที่บ้านแต่เช้าเพราะนอนคิดมาทั้งคืนว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับถวิกา และตนคิดว่าสาทินีต้องเกี่ยวข้องด้วย โจเล่าเรื่องที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเออัสดม สาทินีและจีน่าไปตรวจ ผลออกมาว่าทั้งสามเป็นพ่อแม่ลูกกัน

ศุภวาทนึกถึงวันที่เห็นกระดาษทิชชูเปื้อนเลือดในซองน้ำตาล โจเล่าต่อว่าพอถวิกาไปรับผลตรวจเอาไปให้ชลิตาดู จีน่าก็โดนจับตัว แต่ที่ตนยังคิดไม่ออกว่าถวิกาแค้นอะไรนักหนาถึงยุให้ชลิตาไปฆ่าจีน่า ศุภวาทเดาว่าเพราะแค้นพ่อเด็ก โจส่ายหน้า

“วาวต้องการให้เขาหย่า ไม่ใช่ฆ่าลูกเขาค่ะ”

ศุภวาทเป็นห่วงถวิกา โทร.หาเธอก็ไม่รับสาย เขาจึงคิดว่าควรหาคำตอบจากสาทินีแทน

ในวันนั้นโสภามาที่บ้านอัสดม พบเขานอนหมดสภาพอยู่ตรงเทอเรสก็แปลกใจที่ไม่มีใครในบ้านอีกเลย พอปลุกให้อัสดมตื่น เขาก็ถามหาชลิตา โสภาจึงบอกว่ามาเก็บของให้ชลิตา อัสดมทรุดลงเสียใจ โสภารู้สึกเห็นใจเจ้านายจึงปลอบว่ารอให้ชลิตาอ่อนลงค่อยไปง้อ

“ตาไม่เคยเด็ดขาดขนาดนี้ ตาตัดขาดผมแล้ว”

“อย่างน้อยคุณก็ยังมีลูกนะคะ คุณชลิตาสั่งให้ถามเรื่องจีน่า ลูกคุณบาดเจ็บมากไหมคะ”

อัสดมเพิ่งนึกถึงลูก สร่างเมาทันที

ooooooo

สาทินีรับความจริงไม่ได้เมื่อหมอหูบอกว่ากระดูกหูชั้นในของจีน่าถูกทำลาย โอกาสกลับมาได้ยินแทบไม่มี เธอร้องไห้จนพูดไม่ออก อัสดมเดินเข้ามาในสภาพมึนเมา รัชดาเห็นแล้วแดกดัน ช่างเป็นพ่อตัวอย่าง ลูกเจ็บ...พ่อเมา...อัสดมเลี่ยงที่จะเถียง ถามอาการลูกกับสาทินี

“นีคุยกับหมออยู่ค่ะ...ไม่มีทางรักษาเลยเหรอคะ” สาทินีหันมาถามหมอ

“หูซ้ายเด็กไม่เสียหาย แต่การที่หูขวาดับ ส่งผลให้การได้ยินลดลงเหลือประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์” รัชดารีบถามว่าจีน่าจะใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปอยู่ไหม หมออธิบาย “ต้องให้เวลาเด็กปรับตัวครับ เด็กจะได้ยินเสียงอื้อๆในหู ทำให้หงุดหงิดก้าวร้าว”

อัสดมได้รับรู้อาการของลูกสะเทือนใจไม่น้อยไปกว่าสาทินี...ในห้องพักเสียงจีน่าอาละวาดปาชามข้าวไม่ยอมกิน หงุดหงิดเพราะได้ยินเสียงอื้อในหู สาทินีรีบวิ่งเข้ามากอดลูก จีน่าร้องไห้บอกเธอว่ามีเสียงอะไรไม่รู้อยู่ในหู สาทินีสงสารลูกมาก หนูน้อยงอแงดึงทึ้งผมเธอ เธอปล่อยให้ลูกกระทำไม่ดุว่า อัสดมทนไม่ไหว

“จีน่า หนูทำร้ายแม่ไม่ได้นะลูก” จีน่าร้องหาพ่อ “พ่ออยู่นี่ลูก จีน่า...ลุงอัสไม่ใช่ลุงของหนู ลุงเป็นพ่อของหนู ป้านีก็ไม่ใช่ป้าของหนู ป้านีเป็น...แม่ของหนู”

จีน่าเอามือปิดหูส่ายหน้าเพราะมีอาการปวดหู ทำให้ก้าวร้าวตีอัสดมยกใหญ่ ผู้เป็นพ่อปล่อยให้ลูกตี สาทินีต้องเข้ามาจับมือลูกไม่ให้ตีพ่อ จีน่าร้องไห้จ้าจะหาพ่อรัชดา อัสดมยิ่งปวดใจที่ลูกไม่ยอมรับตนกลับร้องหาคนอื่น

อัสดมกับสาทินีออกมานั่งเศร้าที่ลูกไม่ยอมรับเป็นพ่อแม่ ทั้งที่ตอนนี้เราพร้อมที่จะบอก ลูกก็ไม่พร้อมจะฟัง สาทินีโทษตัวเองที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้ อัสดมฟังแล้วแปลกใจทำไมถึงโทษตัวเองทั้งที่ชลิตาเป็นคนทำร้ายจีน่า...รัชดาเดินออกมาเมื่อจัดการให้จีน่าหลับลงได้ ก็พอดีศุภวาทกับโจมาถึง ศุภวาทลักไก่ถามสาทินีทันที

“คุณสาทินีครับ ผมรู้แล้วทำไมวาวถึงอยากทำร้ายจีน่าลูกสาวคุณกับคุณอัสดม”

ทั้งอัสดม สาทินีและรัชดาตกใจที่ศุภวาทรู้ความลับเรื่องจีน่า อัสดมฉุกคิดที่สาทินีพูดไว้ว่าลูกเป็นอย่างนี้เพราะเธอ รัชดานึกได้ว่าสาทินีพูดว่าถวิกาจะฆ่าพี่ โจรีบลักไก่สำทับ

“วาวเล่าให้ฟังแล้ว คุณทำอะไรวาว จะสารภาพเองหรือให้ผมแฉ!”

ทุกสายตาจ้องสาทินี กดดันให้เธอบอกความจริง สาทินีสารภาพด้วยความสำนึกผิด “พี่จับพี่สาววาว...ไปทำแท้ง! พี่ฆ่าหลานวาว วาวเลยจะฆ่าลูกพี่”

 “สมควรแล้วที่วาวแค้น เธอมันเลวมาก!”

โจด่าสาทินี ขณะที่คนอื่นๆโกรธสาทินีเช่นกัน

รัชดาถึงกับออกปากว่าน่าจะเป็นพี่ที่โดนเหล็กเสียบ สาทินีตำหนิอัสดมว่าชลิตาเป็นคนบังคับให้สุวิกาทำแท้ง ทำไมไม่โกรธบ้าง อัสดมเสียงกร้าว

“มันไม่เหมือนกัน! ตาให้เงินสุวิกาทำแท้ง ไม่ได้จับตัวเขาไปทำ!”

สาทินีหน้าเจื่อนอ้อนวอนขอให้เขายกโทษให้ ศุภวาทแทรกให้เธอไปขอโทษถวิกา เพราะกรรมที่เธอทำกับสุวิกามันไปตกที่ลูกเธอ สาทินีน้ำตาร่วงเผาะ รำพันอยากเจ็บแทนลูก

“ผมสงสารลูก มีแม่ชั่วๆ! จีน่าต้องหูดับเพราะนี!” อัสดมซ้ำเติมจนสาทินีทนไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกไป โจเปรยว่าท่าจะเสียใจอาจไปโดดตึกตาย รัชดากังวลขึ้นมาทันที

สาทินีวิ่งร้องไห้ออกมาหน้าโรงพยาบาล ไม่ทันมองว่ามีรถวิ่งมา รถบีบแตรสนั่น เธอตกใจเสียงแตรวิ่งหลบ เกิดเสียหลักล้มหงายหลังทิ้งน้ำหนักทั้งตัว ต้นคอกระแทกลงขอบปูนกั้นรถอย่างแรง...รัชดาวิ่งมาเห็น

พี่สาวล้ม ถลาเข้าไปหา อัสดมตามมาถึงรีบเข้าช่วย สาทินีบอกน้องชายว่าเธอขยับไม่ได้ อัสดมกับรัชดาสบตากันอย่างวิตกกังวล

ศุภวาทพยายามโทรศัพท์หาถวิกาแต่เธอ

ไม่รับสาย โจเปิดเข้าไปในเฟซบุ๊กถวิกา เห็นเธอโพสต์ว่า “เราจะได้เจอกันแล้วนะพี่แวว” โจอ่านแล้วตกใจมาก

ด้านถวิกาสีหน้าหม่นหมอง อารมณ์เธอดำดิ่งสู่ความทุกข์จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เธอวางรูปถ่ายพ่อแม่

พี่สาวและรูปสุดท้ายเป็นรูปตัวเอง เอื้อมหยิบปืนของพ่อขึ้นมา...เสียงปืนดังขึ้น!

ศุภวาทกับโจมาถึงบ้านราชบุรี เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยแบกศพในห่อผ้าขาวออกมาจากบ้าน โจร้องไห้โฮเข้าใจว่าเป็นศพถวิกา ศุภวาทพลอยเสียใจไปด้วย ไม่ทันไร

ถวิกาเดินร้องไห้ออกมาจากบ้าน ทั้งสองชะงักรีบถามว่านั่นศพใคร ถวิกาสะอื้นตอบว่าศพพ่อตน พ่อโดนยิงตาย

ตำรวจเดินเข้ามาแจ้งถวิกา “จับคนร้ายได้แล้วนะครับ เป็นพวกแก๊งเงินกู้ ภรรยาพ่อคุณติดหนี้ไม่ยอมใช้ ทางนั้นเลยเอาปืนมาขู่ พ่อคุณสู้เลยโดนยิงตาย”

“น้าจวงหลอกเงินพ่อหนีไปกับชู้ แล้วยังเป็น

ต้นเหตุให้พ่อตาย!” ถวิการ้องไห้โฮตามไปขึ้นรถกู้ภัยโดยมีโจไปเป็นเพื่อน

ศุภวาทบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาเป็นพี่ชายถวิกา ซักถามว่าเธอไม่ได้คิดฆ่าตัวตายใช่ไหม

“เมื่อวานเพื่อนบ้านได้ยินเสียงคล้ายปืน วันนี้เลยมาดู เห็นน้องสาวคุณจะยิงตัวตายเลยเข้าแย่งปืน กระสุนเฉียดศีรษะไปนิดเดียว” เจ้าหน้าที่คิดว่าคงเป็นอารมณ์ชั่ววูบ สภาพจิตใจถวิกาแย่มาก เมื่อคืนนอนกอดศพพ่อทั้งคืน ถ้าเธอพูดเรื่องฆ่าตัวตายอีกให้พาไปหาจิตแพทย์

ศุภวาทกลับมาสงสารถวิกาอีกครั้ง โทร.ส่งข่าวรัชดาให้มาเยี่ยมเธอ แต่เขายังโกรธและเห็นว่าเธอ

ไม่เป็นอะไร ศุภวาทพยายามพูดให้คิดว่าคนที่ถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แสดงว่าต้องรู้สึกผิดมาก ขอให้ให้อภัยเธอ แต่รัชดากลับย้อนถามว่าถ้ามีคนจะฆ่าคนในครอบครัวเขา เขาจะให้อภัยหรือไม่ พูดจบก็วางสายไป ในใจนึกเป็นห่วงถวิกาอยู่บ้าง โล่งใจที่มีคนมาช่วยเธอทัน

สาทินีนอนติดเตียง มีอุปกรณ์บล็อกตั้งแต่ส่วนคอ เธอขยับร่างกายตั้งแต่คอลงไปไม่ได้ มีทั้งสายสวนระโยงระยาง อัสดมกับรัชดารอฟังผลตรวจจากหมอ...พอหมอเข้ามาพร้อมแฟ้มผลตรวจ หมอขอคุยกับญาติด้านนอก แต่สาทินีให้คุยในห้อง เธออยากรู้อาการของตัวเอง

“กระดูกสันหลังส่วนคอคุณหักเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนขาเป็นอัมพาตครับ” สาทินี

ปล่อยโฮทันทีที่ต้องกลายเป็นคนพิการ รัชดาเข้ากอดพี่สาว

อัสดมสะเทือนใจมากกับชะตากรรมของเมียน้อย เขากลับมาหาลูกที่ห้องพัก บอกลูกว่าแม่ของหนูเดินไม่ได้แล้ว จีน่ายังคงเอามือปิดหูร้องโยเยไม่รับฟังใดๆ ใครเข้าใกล้ก็ถูกทุบตี อัสดมน้ำตาร่วงกับสภาพลูกและเมีย...รัชดาเดินเข้ามาเล่นงานอัสดมด้วยความโกรธ

“พี่นีเป็นอัมพาต จีน่าหูขวาดับไม่ได้ยิน เพราะคุณ! ความมักมากของคุณทำลายผู้หญิงรอบตัวคุณทุกคนไม่เว้นแม้แต่จีน่า ลูกสาวของคุณเอง!”

“ฉันจะดูแลนีและจีน่า”

“คุณเป็นต้นเหตุเรื่องเลวร้ายทั้งหมด! ไปซะ! อย่าอยู่ทำร้ายใครอีก!”

อัสดมไม่ยอมจะอยู่ชดใช้ รัชดาสวนเสียงกร้าวขึ้นว่า ความผิดของเขา ต่อให้เขาตายก็ชดใช้ไม่ได้ แววตาอัสดมเจ็บปวด ยอมรับผิดโดยจำนน รัชดากำหมัดอยากจะต่อยหน้า แต่ยับยั้งไว้ เดินฉุนเฉียวออกไป...ความเจ็บปวดเสียใจทับถมอัสดมจนเขาแทบรับไม่ไหว น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน ไม่ต่างจากสาทินีที่นอนร้องไห้ทำใจไม่ได้กับสภาพตัวเอง รำพันแต่อยากตายๆ

ooooooo

รุ่งเช้าที่บ้านราชบุรี โจอยู่ในชุดดำนั่งเฝ้าถวิกาที่นอนหลับด้วยฤทธิ์ยา พอเธอตื่นเขาก็รีบบอกศุภวาท หญิงสาวสีหน้าอมทุกข์มองทั้งสองอย่างขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อน ศุภวาทชวนไปรับศพพ่อที่โรงพยาบาล เธอร้องไห้ออกมาอีก รำพันว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว โจเอ็ดทันที

“วาวยังมีพี่...ห้ามคิดสั้นอีกเด็ดขาด”

“นี่คุณโจห่วงวาวมาก นั่งเฝ้าทั้งคืน กลัวตื่นมาฆ่าตัวตาย”

ถวิกายอมรับว่าอารมณ์ตอนนั้นมันทุกข์มาก

จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ หนุ่มใหญ่ให้แง่คิด

“ความทุกข์ความสุขเกิดได้กับทุกคน อยู่ที่ใครจะมีสติรู้เท่าทัน”

ถวิกาสัญญาจะใช้สติให้มากขึ้น ไม่ว่าจะทุกข์แค่ไหนก็จะไม่ฆ่าตัวตายอีก ทั้งโจและศุภวาทสบายใจขึ้น...

ทางด้านสาทินียังซึมเศร้ารับสภาพตัวเองไม่ได้ที่จะต้องอยู่เป็นภาระลูกและน้อง แม้รัชดาจะยินดีดูแล ขอเพียงให้พี่สู้ไปด้วยกัน

อัสดมเองก็เสียใจมาก ครุ่นคิดถึงคำพูดของรัชดาที่ว่าตนเป็นต้นเหตุเรื่องเลวร้ายทั้งหมด ต่อให้ตายก็ชดใช้ไม่หมด ทำให้อัดอั้นตันใจ จะอยู่ก็เจ็บ ตายก็เจ็บ ไม่รู้จะทำอย่างไร

ศุภวาทโทร.ส่งข่าวให้รัชดารับรู้เรื่องถวิกา แล้วเขาก็แสดงความเสียใจกับเรื่องสาทินี รัชดายังมีความหวังจะพาพี่ไปรักษาให้กลับมาเดินได้...ถวิกากับโจเดินมา ศุภวาทวางสายพอดี เธอขอบคุณที่เขาเป็นธุระงานศพพ่อให้ แล้วถามถึงอาการของจีน่า ศุภวาทตอบว่ายังเหมือนเดิม แต่ไม่อยากเล่าถึงสาทินี กลัวถวิกาจะรับไม่ไหว โทษเป็นความผิดตัวเองอีก

ถวิกาคิดว่าจะไปขอโทษสาทินี โจแย้งว่าสาทินีต่างหากที่ควรขอโทษเธอ แต่ถวิกาคิดว่า

“ผิดก็คือผิด ไม่มีผิดมากผิดน้อย จะแก้ไขให้ถูกต้องก็ต้องสำนึกผิด...เสียใจก็แต่วาวมาสำนึกได้เมื่อสาย”

ศุภวาทให้ถือเสียว่าเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ แล้วถามเธอจะกลับกรุงเทพฯไหม ถวิกาคิดว่าหลังงานศพจะทำบุญให้พ่อด้วยการปฏิบัติธรรม ทั้งสองทึ่งในความคิดที่ดีของเธอ...

แล้วการปฏิบัติธรรมของถวิกาก็ทำให้เธอดูสงบ สภาพจิตใจดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

ถึงวันขึ้นศาล ชลิตามากับปรีชาและโสภา...

อัสดมยืนรออยู่กับทนาย ชลิตามีท่าทีเย็นชาต่ออัสดม เข้าไปหาที่นั่งซักซ้อมคำให้การกับทนาย กลุ่มศุภวาท ถวิกาและทนายเดินมา ถวิกาตรงเข้ามาหาชลิตากล่าวขอโทษที่ทำให้เธอตกเป็นจำเลย ชลิตาพูดอย่างเย็นชา

“คนเลวสำนึกผิด เชื่อได้ไหม”

รัชดาจูงจีน่าเดินมา ชลิตาเห็นเด็กมีผ้าก๊อชปิดหูก็ละอายใจเข้าไปถามอาการ หนูน้อยกลัวเกาะแขนรัชดาแน่น ปรีชาจึงพาชลิตาเดินเลี่ยงไปก่อน ถวิกาเข้ามาส่งตุ๊กตาผ้าที่เย็บมาใหม่ให้ รัชดาปัดว่าจีน่ามีหลายตัวแล้ว แต่หนูน้อยอยากได้ เขาจึงต้องยอม ถวิกายังไม่รู้เรื่องสาทินีก็เอ่ยถามไม่มาด้วยหรือ ชายหนุ่มหน้าตึงทันที

“ผมจะคิดซะว่าคุณไม่รู้ถึงได้ถาม เพราะถ้าคุณรู้ คุณคงซ้ำเติมพี่สาวผม!”

ถวิกาไม่เข้าใจว่าตัวเองถามอะไรผิด ศุภวาทจึงเล่าเรื่องให้ฟังและว่าที่ไม่ได้บอกเพราะเห็นว่าเธอยุ่งเรื่องงานศพพ่อ อัสดมสรุปให้ว่าสาทินีเป็นอัมพาต ถวิกายิ่งรู้สึกผิดและเสียใจ อยากรู้ว่าเธอจะกลับมาเดินได้ไหม ศุภวาทบอกว่ารัชดายังมีความหวัง แต่หมอว่า

ไม่มีโอกาส อัสดมสลดใจรู้สึกผิดไม่แพ้ถวิกาที่พร่ำว่า ถ้าตนไม่ทำร้ายจีน่า ก็ไม่เกิดเรื่องกับสาทินี อัสดมแย้ง เธอคือปลายเหตุ ต้นเหตุคือตน ทั้งสองสบตากันด้วยแววตา ของคนสำนึกผิด

ในห้องพิจารณาคดี คณะผู้พิพากษาสามท่าน ประกอบด้วยคนนั่งกลางเป็นประธาน เรียกท่านเจ้าของสำนวน คนนั่งขวาเป็นที่ปรึกษา เรียกท่านองค์คณะ คนนั่งซ้าย อาวุโสน้อยสุด มาศึกษางานพิจารณาคดี เรียกผู้ช่วยพิพากษา

อัยการขึ้นกล่าวว่าผู้เสียหายขอยื่นคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์โดยผู้เสียหายได้ส่งทนายมานำสืบพยานร่วมกับอัยการ ศาลอนุญาตและถามฝ่ายจำเลยจะสารภาพไหม ทนายจำเลยลุกขึ้นตอบว่า จำเลยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ชลิตาลุกขึ้นกล่าวย้ำว่าตนขอปฏิเสธ

อีกห้องในศาล มีกล้องส่งภาพมายังห้องพิจารณาคดี จีน่าอยู่กับเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ เขาค่อยๆพูดข้างหูซ้ายของจีน่า ถามถึงเหตุที่ทำให้หนูน้อยได้รับบาดเจ็บ จีน่าเล่าว่าวิ่งหนีแล้วหกล้ม เจ้าหน้าที่ให้มองจอ เพื่อชี้ว่าวิ่งหนีใคร จีน่าชี้ที่ชลิตาด้วยท่าทีตื่นกลัว...ชลิตาหน้าเสียเมื่อเห็นในจอเช่นกัน รัชดาขึ้นให้การเล่าไปตามความจริง แต่พอชลิตาขึ้นให้การ เธอกล่าวไม่ตรงกัน เธอว่าวันนั้นไม่ได้จับตัวจีน่า แต่หวังดีจะพาไปเที่ยว เด็กไม่คุ้นหน้าจึงวิ่งหนี

หลังทั้งสองฝ่ายนำสืบพยานเสร็จ ทนายจำเลยก็ขอยื่นคำร้องปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว อัยการคัดค้าน เพราะชลิตามีคดีทำร้ายร่างกายศุภวาทที่ยังอยู่ในศาลอุทธรณ์ จำเลยได้ประกันตัว จึงมีโอกาสทำร้ายเด็ก โจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นบุคคลอันตรายต่อผู้อื่น ทนายโจทก์กล่าวสำทับ

“อีกทั้งจำเลยมีบ้านที่ต่างประเทศ หากปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยต้องหนีออกนอกประเทศ”

“จำเลยมีบริษัทที่เมืองไทย ถือเป็นภาระผูกพัน ไม่หนีออกนอกประเทศแน่นอนครับท่านเจ้าของสำนวน” ทนายจำเลยค้าน

ทนายโจทก์จึงขอเบิกตัวพยานคือศุภวาทขึ้นให้การว่า บิดาจำเลยได้ขายบริษัทให้แก่ตน และจำเลยยังกล่าวกับตนอีกว่าจะย้ายไปอยู่อเมริกาไม่กลับเมืองไทย เธอถือสัญชาติอเมริกัน...ชลิตาหน้าเสีย ศุภวาทมองปรีชาอย่างเกรงใจที่ให้การออกไป

ผู้พิพากษาออกคำตัดสิน “ตามที่โจทก์นำสืบพยานมา พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์จะหลบหนีไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบกับจำเลยมีคดีอยู่ระหว่างพิจารณาถึงสองคดี หากปล่อยตัวชั่วคราว เชื่อว่าจำเลยต้องหลบหนี จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยกคำร้อง”

ชลิตาตื่นตระหนก อัสดมตกใจที่เธอต้องติดคุก ผู้พิพากษานัดฟังคำพิพากษาครั้งต่อไป...ตำรวจศาลเข้าคุมตัวชลิตาทันที ปรีชา อัสดมและโสภาต่างทำอะไรไม่ถูก รับสถานการณ์นี้ไม่ทัน ถวิการู้สึกผิดและเสียใจ ศุภวาทเห็นใจ มีเพียงรัชดาที่พึงพอใจ

ทุกคนยืนรอ เห็นผู้คุมพาพวกนักโทษหญิงที่ถูกใส่กุญแจมือเดินออกมา ชลิตาเดินรั้งท้าย ทุกคนเวทนาชะตากรรมของเธอ แม้แต่รัชดาที่อยากเห็นชลิตาติดคุก อัสดมร้องเรียกเมียรัก เจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้าใกล้ ชลิตานิ่งไม่หันมอง แต่พอได้ยินเสียงพ่อกับโสภา เธอหันมองน้ำตานองหน้า อัสดมรีบบอกว่าจะช่วยเธอออกมาให้ได้ ชลิตาไม่ฟังเดินขึ้นรถผู้ต้องหาทันที อัสดมเสียใจทรุดลงพร่ำขอโทษแม้เมียรักจะไม่แล

ooooooo

ถวิกากับศุภวาทยืนรอรัชดาที่จูงจีน่ากลับ ถวิกาหน้าตาสำนึกผิดขอไปเยี่ยมสาทินี รัชดากลับสวนว่า พี่เขาทำร้ายพี่เธอ ตอนนี้ก็ชดใช้แล้ว เธอควรจะพอใจเสียที ถวิกาน้ำตาคลอ

“ฉันลืมความแค้นแล้วค่ะ ตอนนี้...ฉันอยากแก้ไขสิ่งที่ฉันทำ”

“สิ่งที่คุณทำมันแก้ไขไม่ได้!”

“คนป่วยสภาพจิตใจสำคัญมาก ผมว่าพี่สาวคุณมีเรื่องค้างคาใจอยากคุยกับวาว” ศุภวาทเอ่ยปาก ทำให้รัชดาเกรงใจไม่โต้แย้ง แต่มองถวิกาอย่างไม่พอใจ

ที่ลานจอดรถ อัสดมบอกปรีชาว่าจะช่วยกันเอาชลิตาออกจากคุก ปรีชาเหน็บ

“อัสทำมาพอแล้วล่ะ ทำร้ายตามาพอแล้ว! พ่อขอให้อัสออกจากชีวิตลูกสาวพ่อ!”

“ผมรักตามาก...”

“ความรักของอัสมันทำลายตา รักตาจริง อัสต้องไป!”

อัสดมไม่ยอมทิ้งชลิตา ปรีชาแดกดันว่าเขาทำให้ชลิตาร้องไห้มากี่ครั้ง เท่านั้นอัสดมอึ้ง นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เขาทำให้เมียรักร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วน ยอมจำนน

“ไม่มีผม ตาอาจมีความสุขกว่านี้”

“ในเมื่ออัสนำมาแต่ความทุกข์ อัสก็ต้องแบกความทุกข์ ออกไปจากชีวิตตา”

อัสดมตัดสินใจยอมรับและกล่าว “บ้าน สมบัติทุกอย่างที่ผมมี ผมยกให้ตา”

“ตาไม่ต้องการหรอก”

“ผมอยากให้ ก่อนที่ผมจะไปจากชีวิตตา...”

บ่ายวันนั้นอัสดมขับรถออกไปอย่างเหม่อลอย ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีใครให้หา เขาขับรถมาถึงถนนเปลี่ยว จอดรถฟุบหน้าร้องไห้กับพวงมาลัย มีโจรมาจี้เอาทั้งเงินและรถ อัสดมต่อสู้ โดนแทงเข้าที่ท้องล้มไปกลางถนน โจรได้รถยังขับทับขาเขาหักสะบั้น

ถวิกามาเยี่ยมสาทินีแล้วสะเทือนใจอย่างมากที่เธอต้องเป็นแบบนี้เพราะตน สาทินีบอกว่าตนกำลังรับกรรมที่ทำกับพี่สาวเธอ แล้วกล่าวขออโหสิกรรมจากสุวิกา

“พี่แววเป็นคนจิตใจดี ต้องให้อภัยพี่นีค่ะ”

“ถ้าเลือกได้ ฉันขอตายอย่างเธอ สุวิกา” สาทินีนอนเหม่อมองเพดานจิตใจย่ำแย่

ถวิกากลับบ้านศุภวาท สีหน้าเศร้าซึม โจมองอย่างเห็นใจ ยุว่าโทร.หารัชดาแล้วเขาไม่รับก็ให้บุกไปบ้านเลย แต่ถวิกาคิดว่าจะรอให้รัชดาใจเย็นลงก่อน ศุภวาทไม่เห็นด้วย เพราะรัชดาได้ยื่นใบลาออกจากบริษัทแล้ว อยากให้ทั้งสองรีบปรับความเข้าใจกันเสีย

ถวิการีบมาที่บ้านรัชดา พบเขากำลังเก็บของ

ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เขาไม่อยากมองหน้าเธอ บอกจะไปอยู่อเมริกา ถวิกาหน้าเจื่อน

“ไปเมกา! นี่โกรธฉันถึงขนาดจะไปอยู่อีกซีกโลก”

“สำคัญตัวผิดแล้วคุณ ผมจะพาพี่นีกับจีน่าไปรักษา หลานผมอาจกลับมาได้ยิน พี่นีอาจเดินได้”

ถวิกาใจชื้นขึ้น คิดว่าคงไปไม่นาน รัชดาส่งถุงผ้าปักใส่ตะเกียบสองคู่คืนให้ ถวิกาไม่รับคืน เขาจึงดึงตะเกียบออกข้างหนึ่ง แล้วยัดเยียดถุงให้เธอ ถวิกาเสียใจ

“ฉันต้องทำยังไง เราถึงจะเหมือนเดิม”

“ไม่ว่าคุณทำอะไร เราก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม” รัชดาตัดขาดด้วยคำพูดที่ชัดเจน 

ถวิกาน้ำตาพรั่งพรู ไม่อาจทำให้รัชดาใจอ่อนได้


สองปีต่อมา ชลิตาได้ออกจากเรือนจำ ปรีชากับโสภามารอรับ เธอก้มกราบเท้าพ่อเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อมาเยี่ยมไม่เคยขาด แม้ไม่สบายก็ฝืนมา ต่อจากนี้เธอตั้งใจจะดูแลพ่อบ้าง

มีชาวบ้านเดินผ่านมาเห็น รู้สึกคุ้นหน้าว่าใช่ไฮโซชลิตาหรือไม่ ชลิตาหันไปยิ้มแล้วรับว่าใช่ ชาวบ้านนินทาว่าเส้นใหญ่ติดแค่แป๊บเดียว โสภาไม่พอใจตอกกลับแทนนาย

“นี่เธอ! คุณชลิตาเป็นนักโทษชั้นดี เลยได้ลดโทษจากสิบปีเหลือแค่สองปีย่ะ”

ชลิตาดึงโสภาให้กลับ พร้อมกับบอกว่า เราบังคับคนอื่นไม่ได้ แต่เราบังคับตัวเองได้ เรื่องไม่ดีก็อย่าใส่ใจ ปรีชารู้สึกทึ่งและดีใจที่ลูกคิดดี จะได้กลับมาอยู่ในสังคมได้ ชลิตาบอกว่า

“ปีแรกในคุกตาทรมานมาก ใจมันร้อนรุ่ม อยากตายให้มันจบๆ จนอ่านหนังสือธรรมะ ใจสงบขึ้น ยอมรับความเป็นไปรอบตัว ชีวิตในคุกก็ไม่ได้เลวร้ายนัก”

“ทุกอย่างอยู่ที่ใจ” ปรีชาแทรก ชลิตาเห็นด้วย

“ค่ะ ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ใจร้อนกายก็ร้อน ใจเย็นกายก็เย็น”

ปรีชาพาชลิตากลับมาบ้านที่เธอเคยอยู่กับอัสดม ไม่มีใครได้ข่าวอัสดมเลย ชลิตาเสียใจที่เขาทำอย่างที่พูดจริงๆว่าจะไปจากชีวิตเธอ แต่เชื่อว่าเขาต้องมีเหตุผลถึงไม่เคยไปเยี่ยมเธอเลย...

บนถนนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีชายขาเป๋ใช้ไม้ค้ำยัน เดินเร่ขายผ้าเช็ดรถ...รสลินกลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่เดินเชิดลงจากรถหรู เผอิญเตะแก้วน้ำที่พื้นหกเลอะรองเท้าแอร์เมสราคาแพง เธอขยะแขยงมองหาตัวช่วย แล้วเห็นคนขายผ้าเช็ดรถ จึงเรียกให้มาเช็ดรองเท้าให้ ชายขาเป๋หันมา ต่างคนต่างตะลึงชั่วครู่ เขาคืออัสดมที่ผมเผ้ารุงรัง หนวดเคราเฟิ้มดูสกปรก อัสดมรีบเดินหนี

วันต่อมารสลินรีบมาเล่าให้ชลิตาฟัง ชลิตาเอารูปอัสดมไปเดินถามคนแถวนั้น เด็กขายพวงมาลัยบอกว่าเหมือนลุงเป๋ เธอจึงจ้างให้พาไปที่พักของเขา เด็กขายพวงมาลัยพามาใต้สะพานลอยซึ่งเป็นที่นอนประจำของลุงเป๋ แต่อัสดมเห็นชลิตาเสียก่อนจึงคว้าไม้ค้ำกะเผลกหาที่ซ่อนตัว

ชลิตากลับบ้านเล่าเรื่องอัสดมให้ปรีชาฟัง ในขณะเดียวกันอัสดมแอบตามดู เห็นชลิตากลับมาอยู่บ้านก็ดีใจ...

สามีใหม่รสลินหาเงินได้มาก เธอเห็นเงินเขาวางเป็นกองๆก็แอบเม้มไว้บ้าง ทันใดนั้นเองตำรวจปราบปรามยาเสพติดพังประตูห้องเข้ามา จับสามีใหม่เธอข้อหาค้ายาเสพติด รสลินตกใจปฏิเสธไม่รู้เรื่อง แต่สามีโวยบอกตำรวจว่าเธอก็ขาย ทำให้รสลินโดนจับติดคุกไปด้วย...

รัชดาพาสาทินีและจีน่ากลับจากการไปรักษาตัวต่างประเทศ ศุภวาทไปรับที่สนามบินและพามาบ้าน รัชดาซาบซึ้งใจที่ศุภวาทซื้อบ้านเขาแล้วยังเก็บไว้ให้เขาได้กลับมาอยู่อีก

สาทินีดูสดใสขึ้นบ้างแม้จะยังเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ศุภวาทหาพยาบาลมาคอยดูแล ส่วนจีน่ามีเครื่องช่วยฟังใส่ที่หูขวา รัชดากลับมาทำธุระแค่สองอาทิตย์แล้วจะกลับไป จีน่าดูผิดจากเด็กน้อยที่สดใสซุกซน กลายเป็นเด็กเงียบไม่เล่นซน มีความรับผิดชอบมากขึ้น

“ลูกสาวรู้จักรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก น่าภูมิใจนะครับ” ศุภวาทชื่นชม รัชดากระซิบกลับ

“พี่นีสงสารลูกน่ะครับ จีน่าต้องคอยดูแลแม่ ไม่ได้เล่นเหมือนเด็กคนอื่น”

ถวิกาเดินลงมาจากชั้นบน เธอยิ้มให้กับทุกคน แต่รัชดากับสาทินียังนิ่งใส่...รัชดาขึ้นไปเก็บของบนห้อง ถวิกาตามขึ้นมาคุยด้วยว่าพอรู้จากศุภวาทว่าเขาจะกลับมา ก็รีบทำความสะอาดบ้าน ซื้อผ้าปูที่นอนมาให้ใหม่ รัชดานิ่งเฉยไม่ขอบคุณ เธอจึงคุยต่อ

“สองปีมานี่ฉันอยู่ราชบุรี ทำไร่อ้อยแทนพ่อ อยากไปเที่ยวไร่อ้อยไหมคะ”

รัชดาไม่ตอบ หยิบเนกไทและนาฬิกาส่งให้ “ของขวัญวันเกิดที่คุณส่งไปให้ผมที่เมกา”

ถวิกาไม่ท้อถามว่าของขวัญปีหน้าเขาอยากได้อะไร เขาปฏิเสธ เธอพยายามหาเรื่องคุยว่าชลิตาออกจากคุกแล้ว เขาไม่สนใจแล้วขอตัวอาบน้ำเป็นการไล่

ทางอ้อม ถวิกาเดินซึมออกจากห้อง ในใจตั้งมั่นจะต้องทำให้เขาใจอ่อนให้ได้ ด้วยการมาช่วยดูแลสาทินีและจีน่า...

วันต่อมาชลิตารู้ข่าวสาทินีจากศุภวาทจึงมาเยี่ยม สาทินีพูดอย่างปลดปลง

“ฉันก็เป็นอย่างที่เห็น เป็นซากที่มีลมหายใจ”

“เธอมองแง่ดีสิ เธอยังมีชีวิตอยู่ดูลูกโต” ชลิตาให้กำลังใจ

“ที่เมกา ผู้ป่วยมีสิทธิ์ร้องขอความตาย ถ้าไม่ห่วงจีน่าฉันจะให้หมอฉีดยาให้ฉันตาย”

รัชดาขอให้ทั้งสองหยุดคุยเรื่องตาย เกรงจีน่าจะได้ยิน ชลิตาขอโทษที่ทำร้ายจีน่า สาทินีบอกที่ยอมให้เข้ามาพบเพราะเห็นว่าเธอรับโทษตามกฏหมายไปแล้ว และตนก็ยกโทษให้ ชลิตารู้สึกสบายใจขึ้น พอเห็น

จีน่าเดินเข้ามามีเครื่องช่วยฟังที่หู ก็ร้องไห้ออกมาอย่างสำนึกผิด จีน่ากลับเป็นคนปลอบและยอมให้ชลิตากอด สาทินีจึงบอกจีน่าว่าชลิตารู้จักพ่ออัสดม ชลิตาชวนจีน่าไปเที่ยวบ้านพ่อ จีน่าอยากไปแต่รัชดาไปไม่ได้ จึงอด

พอดีถวิกามาถึง ทักทายกับชลิตา รัชดาแปลกใจ ชลิตาอธิบาย “ตอนฉันติดคุก ถวิกาไปเยี่ยมทุกเดือน แรกๆฉันก็ไม่ยอมเจอ สุดท้ายแพ้ความพยายามของเธอ”

“วันที่คุณยอมคุยด้วย เหมือนฉันพ้นโทษเลยค่ะ” ถวิกาบอกอย่างจริงใจ

“ความโกรธความเกลียดมันเผาใจเรา ให้อภัยใจก็เป็นสุข” ชลิตายิ้มให้

ถวิกาเห็นหน้าจีน่ามุ่ย พอรู้ว่าอยากไปบ้านพ่อแต่รัชดาต้องดูแลแม่ จึงอาสาไปเป็นเพื่อน อัสดมยังคอยด้อมๆมองๆหน้าบ้าน พอเห็นรถชลิตากลับมาก็รีบหลบ แล้วเขาก็ปลื้มปริ่มเมื่อเห็นถวิกาและจีน่ามากับชลิตา... โสภาขนอัลบั้มรูปอัสดมมาให้จีน่าดู หนูน้อยอยากเจอพ่อ ชลิตาจึงบอกว่าตอนนี้เขาไม่อยู่ แล้วเล่าเรื่องอัสดมให้ถวิกาฟัง ถวิการู้สึกเป็นห่วงอัสดมอย่างจริงใจ

ooooooo

หลายวันที่ผ่านมาถวิกาสอนจีน่าถีบจักรยาน หนูน้อยหัวเราะร่าเริง สาทินีและรัชดาแอบยิ้ม ในขณะที่ชลิตายังตามหาอัสดม ส่วนอัสดมก็มาแอบดูชลิตาที่ริมรั้วบ่อยๆ และเขาก็แอบเอาตุ๊กตามาแขวนที่ประตูรั้วบ้านรัชดา บางครั้งก็เป็นที่ติดผมน่ารักๆ เฝ้าดูลูกสาวหัดขี่จักรยาน

วันหนึ่งถวิกาลงจากแท็กซี่เห็นอัสดมกำลังแขวนถุง เธอจึงรีบตามไปประจันหน้า เขาไม่สู้หน้าเธอ ถวิกาบอกเขาว่าชลิตาตามหาเขา อัสดมขอไม่ให้บอกใครเพราะกำลังลงโทษตัวเองที่ทำชีวิตชลิตาพัง ถวิกาบอกว่าสองปีที่ผ่านมาน่าจะสมควรกับการลงโทษแล้ว อัสดมสวน

“เอาเวลาของตาในคุกคืนมาได้ จีน่ากลับมาได้ยิน นีกลับมาเดินได้...แล้วฉันจะกลับบ้าน”

“คิดแบบนี้คุณก็เร่ร่อนจนตาย”

อัสดมยินดีที่จะชดใช้ความผิด ถวิกาว่าตนก็ผิดและขอชดใช้เขาเป็นคนแรกด้วยการพาเขากลับบ้าน อัสดมไม่ยอมที่จะกลับไปเป็นภาระ ตอนยังครบ 32 ก็เป็นภาระทางใจ ตอนนี้มาเป็นภาระทางกายอีก ถวิกาบอกให้เขาใส่ขาเทียมก็พึ่งตัวเองได้ แต่เขาย้อนว่าเขาเป็นที่พึ่งให้ใครไม่ได้ เขาเป็นลูกผู้ชาย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่พึ่งผู้หญิง และโกหกว่าเขามีครอบครัวใหม่แล้ว

ถวิกาไม่เชื่อ เขาจึงขอร้องให้ไปบอกชลิตาว่า เธอจะเป็นทุกข์กับการตามหาเขา เพราะหาอย่างไรก็ไม่มีวันเจอ...ถวิกาหนักใจเดินครุ่นคิดเข้าบ้าน เจอสาทินีหน้าตาตื่นบอกว่าจีน่าหาย! จึงรีบออกตามหา จีน่าปั่นจักรยานในซอยเร็ว ไม่ทันระวังว่ามีรถแล่นมา อัสดมเห็นวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปผลักจักรยานออก ตัวเขาจึงโดนชนอย่างจัง ถวิกาเห็นเหตุการณ์ตกใจ

อัสดมต้องเข้าห้องผ่าตัด ชลิตาตามมาด้วยความเป็นห่วง...ตกดึกถวิกากลับมาที่บ้านรัชดา เล่าว่าอัสดม

ออกจากห้องผ่าตัดแล้วแต่ยังไม่ฟื้น ตอนนี้ชลิตาเฝ้าอยู่ รัชดาทึ่งกับสัญชาตญาณความเป็นพ่อของอัสดม ที่ยอมตายแทนลูก รัชดาเห็นถวิกาซึมก็บอกเธออย่าโทษตัวเอง เธอเศร้าทั้งเรื่องอัสดมและเรื่องรัชดาจะกลับอเมริกา เขาจึงบอกว่า

“ผมโทร.หาบอสเมื่อกี้คุยเรื่องขอกลับมาทำงาน พรุ่งนี้ผมนัดบอส คุณมาอยู่เป็นเพื่อนจีน่านะ คุณต้องทำตามที่พูด จะช่วยผมดูแลครอบครัวผม”

ถวิกาดีใจรับปากทันที พอแยกกลับ เธอก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของอัสดมที่ไม่ยอมยกโทษให้ตัวเอง ทำให้กระแทกใจว่าแล้วตนเองยกโทษให้ตัวเองได้หรือไม่

รัชดาเข้าบ้านมาบอกสาทินีว่าอัสดมแค่ตกบันไดขาเจ็บ และบอกเรื่องที่ไม่กลับอเมริกา สาทินีพอใจแต่แววตาเศร้า บอกน้องชายว่ามีคนทำหน้าที่แม่จีน่าแทนตนก็หมดห่วง รัชดาค้านว่าหน้าที่แม่ไม่มีใครแทนได้ สาทินีเปรยว่า ความเป็นแม่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็คอยคุ้มครองลูก รัชดาไม่ได้เอะใจกับคำพูดของพี่สาว...สาทินียิ้มที่จะได้ปลดปล่อยตัวเองจากอาการเจ็บป่วยเสียที

ooooooo

วันต่อมาสาทินีตัดสินใจเด็ดเดี่ยวขอเลือกความตายเป็นทางออก เธอกดปุ่มบังคับวีลแชร์ด้วยแรงอันน้อยนิด ปล่อยรถไหลลงสระน้ำด้วยสีหน้ายิ้ม รอรับความตาย


รัชดาโผล่มาช่วยได้ทัน สาทินีร้องไห้คร่ำครวญให้ปล่อยเธอตายเพราะเธอเหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว...ถวิการู้เรื่องรีบมาปลอบใจสาทินีว่าเธอต้องอยู่เพื่อจีน่า ไม่มีใครสังเกตว่าจีน่าเสียใจที่แม่จะทิ้งไป จึงออกมาเดินซึมอยู่ริมถนน ถวิกากับรัชดาตามมาเจอ หนูน้อยร่ำไห้แม่ไม่อยากอยู่กับตน ถวิกากอดปลอบว่าแม่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น...พอถวิกาพาจีน่ากลับมาหาสาทินี สองแม่ลูกร้องไห้ซบกัน รัชดามองพี่กับหลานด้วยหัวใจรันทด

ถวิกาจูงมือรัชดาออกมาห้องโถง ให้เขานอนหนุนตัก กล่อมราวเขาเป็นเด็กจนหลับ เธอรู้สึกว่าเขาทุกข์ใจมาก จะต้องหาทางดึงเขาให้กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม

เช้าวันใหม่รัชดาตื่นขึ้นมาไม่พบสาทินีบนเตียงก็ตกใจ เห็นกระดาษโน้ตที่เขียนทิ้งไว้ว่า “พี่นีกับจีน่าไปเที่ยว ส่วนคุณ...การผจญภัยเริ่มต้นขึ้นแล้ว มาที่สนามหญ้านะคะ”

รัชดาเดินออกมาที่สนาม เห็นถวิกากำลังพยายามกางเต็นท์ เธอบอกเขาว่าศุภวาทพาจีน่ากับสาทินีไปเที่ยวเขาใหญ่เพื่อให้เขาได้พักบ้าง ถวิกาวิดีโอคอลไปหาศุภวาทให้ทุกคนได้คุยกับรัชดา เสียงจีน่าสดใส สาทินีก็ดูสดชื่นขึ้น ศุภวาทย้ำกับรัชดาว่าไม่ต้องห่วงเขาพาพยาบาลมาด้วย หลังได้เห็นพี่และหลานสดชื่นขึ้น รัชดาก็มีใจร่วมสนุกกับถวิกาเพราะเธอบอกว่า จีน่าเป็นคนบอกว่าเขาชอบกางเต็นท์ตอนอยู่อเมริกา

ตกค่ำรัชดาจะเข้าบ้านไปเอายากันยุงเกิดสะดุดล้มลงบนตักถวิกา เธอขำเพราะเคยเห็นในละคร นางเอกเป็นคนล้มบนตักพระเอก รัชดากระเซ้า “เอ...เท่าที่ผมรู้ ในละครน่ะ ผู้ร้ายได้จูบนางเอกก่อน” ว่าแล้วก็ทำท่าจะจูบเธอ ถวิกานิ่งไม่หลบ แต่พอเห็นยุงกัดที่แก้มเขาก็เผลอตบ รัชดาสะดุ้งหมดอารมณ์ ทั้งสองได้แต่หัวเราะ

ในคืนนั้นรัชดาสอนให้ถวิกาดูดาว แล้วเขาก็หยอดมุกจีบเธอเป็นระยะๆ สุดท้ายทั้งสองผล็อยหลับซบกันอยู่ในเต็นท์จนเช้า...จีน่าวิ่งมาดูแล้วหัวเราะคิกคัก รัชดากับถวิกาสะดุ้งตื่น เห็นศุภวาท สาทินีและจีน่าจ้องมอง พอรู้สึกว่าตัวเองนอนซบกันอยู่ก็เขินผละออกจากกัน

จีน่าดูสดใสขึ้น พูดคุยเสียงแจ๋ว ศุภวาทเล่าให้รัชดาฟังว่า จีน่าวิ่งเล่นทั้งวันเมื่อได้เปลี่ยนบรรยากาศ รัชดาขอบคุณที่ศุภวาทไม่ใช่แค่บอส แต่เป็นยิ่งกว่าพี่ชาย

“งั้นฟังพี่ชายคนนี้นะ ดูแลตัวเอง หาความสุขให้ตัวเองบ้าง ผมเห็นเวลาคุณอยู่กับถวิกาคุณดูมีความสุข”

“ครับ บอสครับ ผมจะขอถวิกาเป็นแฟน ขอยังไงดีให้โรแมนติก”

“น้องเอ๊ย เรื่องนี้น้องต้องคิดเอง พี่ช่วยไม่ได้” ศุภวาทตบบ่ารัชดาเบาๆ

ในคืนนั้นรัชดาใช้มุกเขียนคำไว้ที่ลูกโป่งสี่ลูกว่า...เป็น แฟน ผม นะครับ...ถวิกาเขินแต่รับคำ เขาขอให้เธอย้ายกลับจากราชบุรี เธอรับปากว่าหมดหน้าตัดอ้อยจะขายไร่...


หลังผ่าตัดสมองหลายครั้ง อัสดมก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้น เขากลายเป็นความจำเสื่อม อาละวาดเวลาปวดหัว ชลิตาพากลับมาดูแล ด้วยความผูกพันฉันเพื่อนร่วมชีวิต ทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่า เมื่อคนหนึ่งล้มอีกคนจะไม่ปล่อยมือ...

เธอจึงคิดว่าจะไม่ปล่อยมือจากเขาเด็ดขาด

ถวิการู้ข่าวอัสดมจากชลิตาก็เสียใจ โทษว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ จึงลงโทษตัวเองกลับมาอยู่บ้านราชบุรี...รัชดาตามมาทวงสัญญา สีหน้าเธอทุกข์ระทมบอกว่าตัวเองต้องชดใช้ความผิด รัชดาเห็นเธอไม่สวมสร้อยดาวทะเล เธออ้างว่าหล่นหาย เขาจะซื้อให้ใหม่ เธอปฏิเสธ

“ฉันเลิกยึดติดแล้ว นิสัยชอบยึดติดของฉัน ทำให้ฉันแก้แค้นไม่เลิก เลยเกิดความสูญเสียมากมาย”

“ไม่ยึดติดความแค้นก็อย่ายึดติดความรู้สึกผิด เพราะมันคือความทุกข์...ผมรักคุณมากนะ”

“คุณให้อภัยผู้หญิงที่ทำร้ายครอบครัวคุณได้เหรอคะ”

“คุณจะเป็นครอบครัวของผม...” รัชดาหยิบแหวนออกมาขอแต่งงาน

ถวิกาซาบซึ้งน้ำตาเอ่อ เขาขอให้เธอปล่อยวางความทุกข์ เพื่อความสุขจะได้เข้ามา เพราะเธอคือสิ่ง

ที่ดีที่สุดในชีวิตเขา หญิงสาวใจละลาย ยอมรับว่าเขาก็คือความสุขในชีวิตเธอเช่นกัน...แล้วเธอก็เข้าใจสัจธรรม “ชีวิตที่รู้จักปล่อยวาง เพื่อได้พบความสุขที่แท้จริง”

ooooooo

–อวสาน–


ละครระบำมาร ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านระบำมาร ติดตามระบำมาร ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์, ทัศนียา การสมนุช,อาทิตย์  ตั้งวิบูลย์พาณิชย 26 ก.ย. 2561 07:01 2018-09-30T01:43:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ