ข่าว

วิดีโอ



ระบำมาร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ตุณย์

กำกับการแสดงโดย: รอน บรรจงสร้าง

ผลิตโดย: ปริษัท นีโน่บราเดอร์ส จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์, ทัศนียา การสมนุช,อาทิตย์  ตั้งวิบูลย์พาณิชย

ถวิกาเอาเสื้อผ้าที่มีออกมาดัดแปลงให้ดูเซ็กซี่ โจเห็นแล้วทึ่งกับความพยายามของเธอที่จะหลอกให้อัสดมหลงรัก...ในขณะที่ชลิตาพร่ำบอกอัสดมว่า ที่ตนคอยจับผิดเพราะระแวง ชายหนุ่มโอ้โลมย้ำคำสัญญาว่าจะมีเมียน้อยสองคนแล้วจะไม่มีอีก เพราะรู้ว่าเธอยอมเพราะรักเขา

วันต่อมาถวิกาแต่งตัวมิดชิดสวมสูทดูทะมัดทะแมง นำเอกสารเข้ามาให้อัสดมเซ็นในห้องทำงาน แล้วเธอก็ถามถึงเมื่อคืนว่าเขาโดนชลิตาว่าอะไรบ้าง อัสดมตอบ สั้นๆไม่ว่าอะไร หญิงสาวนึกถึงคำพูดของรสลินที่ว่า...

ลำพังโดนเมียหลวงเซ้าซี้โทร.จิกก็เซ็งจะตายแล้ว...ถวิกาจึงเลิกถาม หันมาพูดเรื่องตัวเองว่าจะมีใครเชื่อว่าท่านประธานปลอบใจพนักงานเด็กกะโปโลที่อกหัก ต่อไปตนจะเสียน้ำตาเฉพาะตอนไม่ได้โบนัสสิ้นปี อัสดมหัวเราะเอ็นดูหญิงสาวขึ้นอีก

โสภายกสำรับอาหารกลางวันเข้ามาให้อัสดม แล้วบอกว่าของหวานที่สั่งกำลังมา เขาให้เธอไปทานกลางวันเลยไม่ต้องรอ โสภาจึงออกไปกับถวิกา แล้วเธอก็ทำเป็นลืมโทรศัพท์มือถือขอกลับไปเอาให้โสภาไปรอที่ร้านก่อน

พอกลับมาที่โต๊ะทำงาน ถวิกาถอดเสื้อสูทออกมา เอาแป้งเทใส่ไหล่เสื้อกับด้านหลัง ทำทีว่าเลอะฝุ่น แล้วส่งเสียงบ่นว่าไปพิงอะไรมา แกล้งปัดกล่องเอกสารหล่นพื้นกลัวเขาไม่ได้ยิน ทันใดมีเสียงประตูห้องเปิดออก ถวิกาหันหลังโชว์เพราะเสื้อตัวในของเธอเว้าลึกที่แผ่นหลังหวังยั่วอัสดม สักพักหันมาแล้วเธอต้องตกใจ ที่กลายเป็นรัชดายืนมอง จึงรีบใส่สูท

“คุณเข้าไปทำอะไรในห้องคุณอัสดมคะ”

“ผมไม่ต้องสืบเสาะหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว คุณคิดไม่ดีกับคุณอัสดม” รัชดาเสียงเข้ม

ถวิกาทำเป็นไม่รู้เรื่อง รัชดาว่าเธออ่อยผิดคน หญิงสาวหน้าเจื่อน กลบเกลื่อนว่าตนจะใส่เสื้อแบบไหนมันก็อยู่ในสูท พอดีเสื้อสูทเลอะฝุ่นจึงต้องถอดออกมาปัด รัชดาขอดูเสื้อว่าเป็นฝุ่นจริงหรือไม่ ถวิกาถอยกรูด เผอิญอัสดมเดินมา ส่งเสียงมีอำนาจว่า...อย่ายุ่งกับถวิกา!

ถวิกากลับเป็นฝ่ายแก้ตัวให้รัชดาว่าตนไปว่าสาทินี เขาจึงโมโห รัชดาตอกกลับ รีบชิงแก้ตัว กลัวตนจะบอกหรือว่าเธอทำอะไร หญิงสาวละล่ำละลักบอกว่าเขามองตนผิด เขาส่ายหน้า อัสดมดุเสียงเข้มให้เลิกเถียงกัน แล้วให้รัชดาเข้าไปคุยในห้องทำงาน

อัสดมพูดอย่างผู้ใหญ่ใจเย็น ไม่โวยวาย “นายเคยขึ้นไปบนยอดตึกไหม” รัชดารับว่าเคย “งั้นนายก็ต้องรู้ เวลาอยู่บนยอดตึก มองลงมาจะเห็นทุกอย่างว่าใครกำลังทำอะไร ฉันรู้ นายชอบเตือนพนักงานผู้หญิงให้ระวังฉัน แต่นายดูจะห่วงถวิกามากเป็นพิเศษ นายชอบถวิกา!”

“คุณอัสดมครับ คุณช่วยลงมาจากยอดตึก สัมผัสชีวิตคนเดินดินมั่งนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่า ความห่วงใยระหว่างเพื่อนร่วมงาน มันไม่มีขอบเขตจำกัด”

“แต่นายทำเกินขอบเขต ผู้หญิงเขาถึงได้ไม่พอใจ”

“ครับ ผมก็เห็นว่าเขาไม่พอใจ งั้นผมก็ควรหยุด ผมจะเลิกยุ่งกับคุณถวิกา!” รัชดาวางเอกสารแผนโปรโมตแบรนด์ซีเลให้บนโต๊ะ เพราะลูกน้องไปทานข้าวกันหมดจึงต้องมาให้เอง

รัชดาออกมาจากห้องทำงาน ไม่มองถวิกา อัสดมตามออกมาถามถวิกาว่ารัชดากวนใจอะไรอีกให้บอก และว่าไม่เคยเห็นรัชดาคุกคามผู้หญิงคนไหน หญิงสาวอ้างว่าเขาไม่ถูกชะตาตน พอพูดผิดหูจึงเป็นเรื่อง พอดีโสภากลับมาพร้อมถุงข้าว อัสดมจึงต้องหยุดคุยทำทีเป็นสั่งงาน

ooooooo

เนื่องจากชลิตาไม่ค่อยสบายจึงเข้านอนเร็ว อัสดมขอออกไปเลี้ยงข้าวลูกค้า เธอแปลกใจที่เขาฉีดน้ำหอม ชักสงสัยว่าจะแอบนัดสาว แต่ไม่โวยวาย กำชับให้เขากลับบ้านไม่เกินห้าทุ่ม

บังเอิญถวิกามาหารสลินที่ผับประจำของเธอ เพื่อหลอกให้รสลินเชื่อว่าที่เปรียวขังเธอไว้ในห้องเก็บของวันงาน เพราะเปรียวอิจฉาที่เธอมีเสี่ยเลี้ยง ตนได้ตัดความเป็นเพื่อนไปแล้ว และเลียบเคียงถามรสลินว่า มาเที่ยวแบบนี้เสี่ยไม่ว่าอะไรหรือ หรือว่ามีอะไรดี

“อยากรู้ฉันมีอะไรดี แกก็ถามเอาเองกาก้า”

ถวิกาเห็นรสลินโบกมือจึงเหลียวมอง แทบช็อกเมื่อเห็นอัสดมมา จึงแกล้งทำเป็นก้มหน้าคลื่นไส้จะอาเจียน แล้วรีบลุกออกไป...ถวิกาพยายามหาทางออกจากผับ พอออกมาได้ รสลินกับอัสดมเดินคลอเคลียกันออกมาเห็น

“กาก้า ที่บ้านไม่ได้สอนมารยาทเหรอไงแก จะกลับก็ไม่ไปบอก นี่คุณอัสแฟนฉัน”

ถวิกายกมือไหว้แต่ยังก้มหน้า รสลินรีบบอกว่าอัสดมใจดีไม่ต้องกลัว อัสดมส่งเงินให้หนึ่งพันเป็นค่ารถกลับ ถวิกาจำต้องรับไว้แล้วขอตัวอ้างว่าตนเป็นไข้ไม่อยากแพร่เชื้อ แล้วกำเงินหนึ่งพันเดินจ้ำไป พอพ้นมาได้ก็เข่นเขี้ยว

“ต่อให้เงินร้อยล้านก็ทดแทนไม่ได้ ชีวิตพี่สาวฉันมีค่ามากกว่าเงิน!”

ด้านรสลินคลอเคลียอัสดมบอกคืนนี้จะยอมให้เขาลงโทษ จะทำตัวน่ารักไถ่โทษ เขากลับบอกว่าจะไม่ไปคอนโด ขอแค่โรงแรมแถวนี้เพราะมีเวลาน้อย รสลินไม่รอช้า จัดการให้ในรถเสียเลย จะได้ไม่ต้องขับรถหาโรงแรมให้เสียเวลา...อัสดมกลับถึงบ้านเลยเวลาไปสองวินาที

เช้าวันใหม่ที่บริษัทอัสดม มีครูมาสอนภาษาอังกฤษพนักงาน ระหว่างนั้นพนักงานสองคนซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันเพราะมีสถานะเมียน้อยกับเมียหลวง เปิดฉากทะเลาะตบตีกัน ครูเข้าห้ามโดนผลักล้มแขนหัก ทั้งสองยังไม่หยุด วิ่งไล่กันเข้าไปในฝ่ายการตลาด คว้าของมีคมมาจะแทงกัน ถวิกาปรี่เข้าจับเมียน้อยไว้ รัชดาเห็นก็เข้าช่วยจับเมียหลวงไว้ จึงโดนกรรไกรในมือแทงเข้าที่สะบัก ถวิกาตกใจรีบช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล

ในห้องฉุกเฉิน รัชดาร้องลั่นเพราะกลัวเข็มที่จะฉีดยาชาเพื่อทำการเย็บแผล ถวิกาเห็นแล้วขำ ไม่คิดว่าผู้ชายแบบนี้จะกลัวเข็ม จึงเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิป เขาโวยวายไม่ให้ถ่าย เธอจึงเลิกแกล้งหันมาชวนคุยถึงจีน่า ทำให้หมอมีโอกาสฉีดยาชาและเย็บแผลง่ายขึ้น

พอเสร็จจากการทำแผล ถวิกาแอบขำไม่เลิก รัชดาเคืองย้อนถามว่าเธอกลัวตัวอะไรบ้าง ตนจะเอาไปใส่ขวดโหลไปไว้ที่โต๊ะบ้าง พอดีอัสดมโทร.มาถามอาการ ถวิกาจึงรายงานว่าถูกเย็บสองเข็ม อัสดมให้ถามรัชดาว่าจะเอาเรื่องคนแทงไหม รัชดาส่ายหน้า...อัสดมเรียกสามีต้นเรื่องมาไกล่เกลี่ย และให้จัดการเมียทั้งสองให้เรียบร้อย ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าคุมไม่ได้อย่ามีเมีย

ooooooo

ถวิกาขับรถรัชดาพาเขามาส่งที่บ้าน สาทินีเห็นเธอก็จำได้ว่าวันก่อนมากับชลิตา จึงมึนตึงใส่ ยิ่งเห็นท่าทีน้องชายสนใจผู้หญิงคนนี้มากถึงกับเดินตามไปส่งปากซอย ก็ไม่ค่อยพอใจ

ระหว่างที่ถวิกาเดินมาตามถนน มีรถแล่นมาทำน้ำบนพื้นถนนสาดใส่ เธอโวยวายขับรถไม่ดูคนเดินถนนบ้างเลย รัชดายิ้มนึกถึงวันก่อนที่เห็นเธอโดนแบบนี้ ถวิกาหันมาเห็นสีหน้าเขาก็เข้าใจว่าเขาหัวเราะเยาะ พอแท็กซี่มาก็โบกขึ้นไปนั่งไม่ฟังคำแก้ตัวของเขา

สาทินีซักถามถึงความสัมพันธ์ เพราะรัชดาไม่เคยพาผู้หญิงมาบ้าน เขาบอกว่าตนเพิ่งเย็บแผลมา ขับรถไม่ได้แผลจะฉีก ถวิกาจึงอาสาขับมาส่ง...จีน่าวิ่งมาทำให้สาทินีต้องหยุดซักไซ้

วันต่อมาถวิกาแต่งชุดขาวกระโปรงยาวกรอมเท้า มีผ้าคลุมไหล่ โสภาเห็นแล้วอดแซวไม่ได้ว่าจะไป ปฏิบัติธรรม ถวิกาลงนั่งที่โต๊ะทำงาน กระโปรงแคบๆ แหวกด้านข้างเกือบถึงต้นขา โสภาไม่เห็น เธอได้แต่บอกว่าวันนี้อัสดมไม่เข้าบริษัท ไปสัมมนาผู้ส่งออก ถวิกาผิดหวัง ตั้งใจแต่งตัวมาอ่อย เพราะภายในผ้าคลุมไหล่ เป็นเสื้อสายเดี่ยวสุดเซ็กซี่

บ่ายวันนั้นรัชดามาสอนภาษาอังกฤษแทนครูที่บาดเจ็บ ถวิกาจึงกลั่นแกล้งทันที ด้วยการถามว่า ภาษาอังกฤษของคำว่ากลัวเข็มฉีดยาคืออะไร พนักงานขำกันใหญ่ ทำให้เขารู้ว่าเธอคงเผาเขาเรียบร้อยแล้ว จึงบอกให้เปิดมือถือเอา เพราะมีดิกชันนารีออนไลน์ ถวิกาแกล้งถามอีกว่าเมียน้อยภาษาอังกฤษว่าอย่างไร พนักงานที่เป็นเมียน้อยถลึงตาใส่หาว่าแขวะตน เถียงกันยกใหญ่

รัชดาปรายตามองไม่พูดด้วย ถวิกาแกล้งเปรยว่า เป็นเมียน้อยสมัยนี้ต้องสตรอง เขายังนิ่ง เธอจึงแย็บว่าคนอื่นอย่าทำตัวอย่างเขา รัชดามองอย่างไม่เข้าใจ เธอจึงบอกว่า

“คุณต้องว่าฉันแบบนี้นี่คะ”

“คำเตือนที่อีกฝ่ายไม่รับฟัง มันก็ไม่ต่างอะไรกับคำบ่น ผมไม่ใช่ผู้ชายขี้บ่นครับ” รัชดาแสดงออกว่าไม่อยากยุ่งกับเธออีก ถวิกามองตามหลังเขา อยากอธิบายแต่ทำไม่ได้

เย็นวันนั้นโสภาแวะมาเยี่ยมไข้ชลิตา ซื้อยาอมแก้ไอตราตะขาบห้าตัวมาให้ เธอหยิบมาดูแล้วบ่นว่ายาอะไรไม่มี อย. สั่งห้ามซื้อและไม่ควรกินอีก ถวิกาตามเข้ามาพร้อมช่อดอกคาร์เนชั่นสีแดงในมือเอามาเยี่ยม พอดีอัสดมกลับมาปรายตามองถวิกา เธอกำลังถือแจกันจะเอาไปจัดดอกไม้ เธอแกล้งทำแจกันหลุดมือ อัสดมช่วยรับไว้ทัน ชลิตาบ่นดีที่ไม่แตก ถวิกาขอตัวเอาไปเติมน้ำข้างล่าง...อัสดมหาโอกาสตามถวิกาลงมา แล้วชมว่าดอกไม้สวย เธอยิ้มมีเลศนัย

“ดอกคาร์เนชั่นสีแดง ความหมายดีด้วยค่ะ”

อัสดมเดินเลยไปคุยโทรศัพท์นอกบ้าน พอเดินกลับเข้ามา ถวิกาแกล้งถือน้ำผลไม้เดินมาชนเขา น้ำหกรดผ้าคลุมไหล่ตัวเอง เธอรีบขอโทษแล้วดึงผ้าคลุมไหล่ออกไปขยี้น้ำ อัสดมมองไหล่ขาวเนียนของเธอที่เซ็กซี่น่ามอง ถวิกาเอาผ้าคลุมไหล่ไปตากบนกิ่งไม้ แล้วนั่งเก้าอี้สนาม ยกขาไขว่ห้าง อัสดมเห็นขาเรียวของเธอที่โผล่ออกมาพยายามเก็บอาการชวนคุยปกติ

“ตั้งแต่เลิกกับแฟน หนูเปลี่ยนไปเยอะนะถวิกา”

“เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หรือแย่ลงคะ”

“ก็แล้วแต่คนจะมอง”

“เวลาคนเราเปลี่ยนไป ต้องมีเหตุผลอะไรทำให้หนูเปลี่ยนจ๊ะ”

“ถ้าจะให้ถูกต้อง คุณอัสดมต้องถามว่าใครทำให้หนูเปลี่ยน” ถวิกาส่งสายตาขี้เล่น

ผู้หญิงที่ส่งสายตาแบบนี้มีหรือที่เพลย์บอยอย่างอัสดมจะอ่านไม่ออกว่าเธออ่อย แต่ไม่แบไต๋ออกมาให้เธอรู้

โสภาประคองชลิตาลงมาข้างล่าง ถามสาวใช้ว่าอัสดมอยู่ไหน เธอตอบว่าในสวน ทั้งสองตามออกมา เห็นถวิกากำลังเขี่ยผ้าคลุมไหล่ที่ปลิวไปติดยอดไม้ลำพัง ชลิตาเห็นเสื้อที่เธอใส่เอ็ดที่แต่งตัวไม่เหมาะสมมาทำงาน หญิงสาวแก้ตัวว่าแฟนชอบให้ใส่ ตนจึงสวมผ้าคลุมไหล่ทับแล้ว โสภาช่วยเก็บผ้าคลุมไหล่ให้ ถวิการีบสวมคลุมไหล่ไม่ให้ดูโป๊

ooooooo

เย็นวันนั้น อัสดมมองดอกคาร์เนชั่นของถวิกาครุ่นคิดว่าเธอต้องการอะไรจากตน แถมยังบอกอีกว่าที่เธอเปลี่ยนแปลงไปเพราะมีแฟนใหม่ เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้อ่านยากกว่าคนอื่นๆ

เช้าวันใหม่ถวิกามาทำงานเห็นผู้คนยืนออหน้าตึกด้วยท่าทีตื่นตระหนก มีพนักงานที่เป็นเมียหลวงกำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายก็ตกใจ รีบวิ่งขึ้นตึกมาจะเกลี้ยกล่อม เจอรัชดากำลังเกลี้ยกล่อมอยู่ก่อน เขาบอกให้เธอนึกถึงคนที่รักจะเสียใจ ถวิกาถามโพล่งขึ้นว่า เธอมีลูกกี่คน เธอต้องอยู่เพื่อลูก รัชดาส่งซิกไม่ให้พูดเรื่องลูก พนักงานเมียหลวงร้องไห้โฮบอกว่าตนไม่เหลือใครแล้ว สามีก็ขอหย่าเลือกไปอยู่กับเมียน้อย รัชดานึกบางอย่างได้บอกให้ถวิกาคุยถ่วงเวลาไว้


อัสดมมาถึงบริษัท พอรู้เรื่องก็โทร.แจ้ง 191 ให้รีบมาช่วยเอาเบาะลมมาด่วน...ถวิกาชวนพนักงานเมียหลวงคุยว่าถ้าไม่อยากหย่าก็ไม่ต้องไปหย่า แล้วพูดถึงเรื่องตัวเองว่าพี่สาวตนก็ฆ่าตัวตาย พ่อแม่ก็ไม่รักตน ตนเคยคิดจะตายอย่างพี่สาว แต่หลวงพ่อองค์หนึ่งเตือนสติ

“กว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์มันแสนยาก มนุษย์เกิดมาเพื่อสะสมบุญกุศล จงอย่าทำลายชีวิตตัวเองให้เป็นตราบาป”

พนักงานเมียหลวงเริ่มได้คิด แต่พอมองไปข้างล่าง เห็นเมียน้อยตะโกนท้าให้กระโดดก็สติแตกอีก พนักงานเมียน้อยถูกเพื่อนพนักงานรุมด่า อัสดมเข้ามาสั่งให้เธอโทร.หาสามี แล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดสปีกเกอร์โฟนให้พนักงานเมียหลวงฟัง สามีไม่คิดหย่าอีกขอให้เธออย่าฆ่าตัวตาย ระหว่างนั้นอัสดมจะเข้าชาร์จ ก็พอดีรัชดาพาแม่ของเธอเข้ามา พอเธอเห็นแม่ก็ร้องไห้โฮ

“อัมพร อย่าให้แม่คุณต้องมาทำศพลูกตัวเองเลยนะ สงสารท่าน แม่คุณท่านก็อายุมากแล้ว เกิดเจ็บป่วยขึ้นมาใครจะดูแล คุณลงจากขอบหน้าต่างเถอะนะ” อัสดมเกลี้ยกล่อม

พนักงานเมียหลวงยอมกลับเข้ามา ตรงเข้ากราบเท้าแม่ รัชดากระซิบถวิกาว่าบ้านอัมพรอยู่หลังบริษัท เธอเพิ่งเสียลูกไป แล้วสามียังจะขอหย่า ถวิกาสงสารที่เหลือตัวคนเดียว รัชดาบอกว่าคนเราถ้าไม่รักตัวเองก็ไม่เหลือใคร

ooooooo

ในซุปเปอร์มาร์เกตแห่งหนึ่ง ขณะที่สาทินีกำลังเดินซื้อของ เจอเข้ากับรสลิน เธอปรี่เข้าพูดจาถากถางเสียงดังให้คนอื่นๆได้ยินว่าสาทินีเป็นเมียน้อย สาทินีอับอายพยายามเดินหนี แต่ก็ยังถูกตาม สาทินีโกรธไม่ยอมให้ถากถางฝ่ายเดียว ตอกกลับอย่างเจ็บแสบไปหลายดอก

รสลินไม่รามือตามตื๊อให้บอกเคล็ดลับการเป็นเมียน้อยตัวแม่ สาทินีเดินหนีพลาดล้ม รสลินแดกดันว่าตกกระป๋อง เอ๊ย ตกส้นสูงเสียแล้ว สาทินีโกรธมากโทร.ฟ้องอัสดมว่าเมื่อไหร่จะทำให้รสลินเลิกราวีตนเสียที ไม่ทันไร อัสดมมีสายรสลินโทร.เข้ามาฟ้องเช่นกัน เขาต้องสลับสายพูดทีละคนสลับไปมา แต่ไม่เข้าข้างใครเพราะพอจะรู้นิสัยแต่ละคนดี...เคล็ดลับของอัสดมคือการพูดคำหวานให้บรรดาเมียน้อยหลงและยอมทุกอย่าง แต่กับรสลินมีขู่บ้างเล็กน้อย

เย็นวันนั้นอัสดมกลับไปบ้านเห็นว่าชลิตายังไม่หายไข้ จึงสั่งยกสำรับขึ้นไปกินบนห้อง ถวิกากับโสภายังอยู่ดูแลชลิตา ถวิกาเอาดอกคาร์เนชั่นสีแดงมาจัดแจกันให้อีก ทำให้อัสดมยิ่งไม่เข้าใจในความหมายของเธอ

วันต่อมาพนักงานที่บริษัทได้รับใบปลิว ต่างฮือฮาเมื่อได้อ่านข้อความ ไม่เพียงที่บริษัท บ้านสาทินีก็มีคนไปโปรยไว้หน้าบ้าน ที่บ้านอัสดมก็มี แม่บ้านเก็บไปให้ชลิตาอ่าน ด้านรสลินถูกแปะไว้ที่ชั้นล่างของคอนโด จน รปภ.ต้องไปตามเธอมาเก็บไปอ่าน เธอรู้สึกอับอาย

อัสดมอ่านข้อความ “ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่ ผู้ชายที่มีเมียน้อย เปรียบได้กับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ...ภรรยาหลวงต้องตั้งสติอย่าโทษแต่เมียน้อย สามีตัวเองก็เลวไม่แพ้กัน การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี แต่การให้อภัย

ครั้งแล้วครั้งเล่า คือโง่...ส่วนผู้หญิงที่ยุ่งกับสามีคนอื่น วันนี้อาจได้เสวยสุข แต่เมื่อตายไป ต้องตกนรกหมกไหม้ ปีนต้นงิ้ว โดนหอกแหลมทิ่มแทงทุกข์ทรมาน...” ชลิตาและสาทินีอ่านข้อความเดียวกันแล้วรู้สึกเหมือนโดนด่า

ด้านรสลินอ่านข้อความต่อเนื่องแล้วหน้าชา “เมียน้อยเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ เป็นบุคคลที่คุณธรรมอ่อนแอ โดนความรัก ความโลภ ความหลงบังตา จนกระทำ เรื่องชั่วๆ...หากผู้หญิงยังรักศักดิ์ศรี อยากรักษาความดีไว้กับตน ก็จงอย่าเป็นเหยื่อของผู้ชายเลวๆ”

โสภาสะใจกับข้อความในบัตรสนเท่ห์นี้มาก พนักงานซุบซิบกันสนุกปาก พอเห็นพนักงานที่เป็นเมียน้อยมาถึง ก็เอาบัตรสนเท่ห์ให้อ่าน เธออ่านแล้วหาว่ามีคนแกล้งด่า โกรธเหวี่ยงวีนไปทั่วจนโดนตบ จึงประกาศลาออก

อัสดมเรียกโสภาไปถาม พอจะรู้ไหมว่าเป็นฝีมือใคร เธอบอกว่าผู้ต้องสงสัยเพียบ เพราะมีแต่คนเกลียด เมียน้อย ถวิกาคาดเดาว่าจะเป็นอัมพรเมียหลวง อัสดมไม่เชื่อเพราะเธอลาพักร้อนไปก่อน...ถวิกาคุยกับโสภาว่า บัตรสนเท่ห์นี้มีทั้งด่าและสอน โสภากลับบอกว่าไม่ชอบให้ด่าเมียหลวง เพราะเมียหลวงน่าสงสาร ถวิกาเผลอออกความเห็น

“เมียน้อยบางคนก็น่าสงสารนะคะพี่โสภา โดนผู้ชายหลอก”

โสภาไม่เชื่อเพราะสมัยนี้หาข้อมูลประวัติผู้ชายได้ง่าย ถวิกาอ้างว่าผู้หญิงบางคนซื่อเกินไปจึงตกเป็นเมียน้อย โดยไม่ตั้งใจ โสภานิ่วหน้าถาม กลับลำไปอยู่ข้างเมียน้อยแล้วหรือ ถวิการู้สึกตัวยิ้มแหยๆแก้ตัวว่าลองนึกดูอีกมุมเท่านั้น...พอดีชลิตาโทร.มาให้โสภาไปหาที่บ้าน เพื่อถามเรื่องบัตรสนเท่ห์ โสภาสงสัยรัชดาแต่ชลิตาคิดว่าเขาคงไม่ด่าว่าพี่สาวตัวเอง

ด้านรสลินโทษสาทินีเต็มๆ บุกมาหาเรื่องถึงที่ร้าน หาว่าประจานให้อับอายไปทั่วคอนโดว่าเป็นเมียน้อย สาทินีปฏิเสธแต่ก็ตอกกลับ

“ฉันเพิ่งรู้นะว่าเธออายที่เป็นเมียน้อย เห็นชอบแสดงตัว นึกว่าภูมิใจ”

“ฉันหน้าบางกว่าเธอก็แล้วกัน”

“บางกว่าถนนคอนกรีตกั้นเขื่อนนิดนึง”

“แหม ฉันอยากให้คุณอัสมาได้ยินเธอพูดจัง จะได้เห็นธาตุแท้เธอ เธอไม่ได้อ่อนหวานแสนดีอย่างที่ใครๆเห็น”

“อย่างน้อยฉันก็ไม่ทำตัวต่ำๆ วันๆเอาแต่เที่ยวผับอย่างเธอ”

“รัดสายหน้ากากให้แน่นล่ะสาทินี หน้ากากที่เธอสวมอยู่หลุดขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณอัสก็จะรู้ เธอมันหน้าเนื้อใจเสือ!”

ชลิตากับโสภาเดินเข้ามามองสองเมียน้อยเถียงกันอย่างสะอิดสะเอียน ทั้งสองชะงักหยุดเถียงกัน  ยังมีความเกรงใจเมียหลวงอยู่บ้าง รสลินรีบฟ้องว่าสาทินีเป็นคนโปรยใบปลิว สาทินีเถียงว่าเป็นรสลิน โสภาต้องปรามให้ทั้งสองหยุดเถียงกันแล้วฟังชลิตาพูด

“ทีแรกฉันคิดว่าเป็นรสลิน เพราะรสลินเคยส่งคนไปป่วนงานเลี้ยงฉัน แต่การเขียนด่าลงบนกระดาษเนี่ย มันต้องกลั่นกรองคำพูด ซึ่งรสลินไม่น่าทำได้เพราะสมองน้อย เหลือผู้ต้องสงสัยคนเดียวคือเธอ! เธออยากด่าฉันแต่กลัวโดนจับได้ เลยเขียนด่าตัวเองลงไปด้วย” ชลิตามองสาทินี

สาทินีปฏิเสธ ชลิตาไม่เชื่อจะฟ้องอัสดม เขาเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก ถ้ารู้ว่าโดนเมียน้อยด่าแรงแบบนี้คงรับไม่ได้ ให้เธอเตรียมหาที่อยู่ใหม่ได้เลย รสลินหัวเราะเยาะสะใจ สาทินีหวั่นวิตก

ooooooo

ในวันนี้ถวิกาพยายามชวนอัสดมให้ไปดูพวกพนักงานอบรมภาษาอังกฤษ ทีแรกอัสดมบอกวันปิดอบรมก็ต้องไปมอบประกาศนียบัตรอยู่แล้ว ถวิกาตื๊ออยากให้ดูว่าพวกตนพูดเก่งขึ้น

คอร์สอบรมวันนี้รัชดาให้พนักงานจับคู่สนทนาโต้ตอบกันสั้นๆ ถวิกาผัดยังไม่ออกไปพูดตามคิวที่จับสลากได้ รัชดาไม่พอใจแต่พอเห็นอัสดมเดินเข้ามาก็ชักจะเข้าใจ...ถวิกาเตรียมดอกไม้มาจัดใส่ตะกร้า รัชดาแย้ง

“ผมให้สร้างสถานการณ์ในออฟฟิศนะครับ ไม่ใช่ร้านขายดอกไม้”

“เราก็ต้องมีซื้อดอกไม้ไปให้เจ้านายหรือลูกค้าบ้างนะคะ” ถวิกาโต้ตอบ

“งั้นเปลี่ยนเป็นจัดดอกไม้ตกแต่งที่ทำงาน”

“ฉันค้นคำศัพท์มาแล้ว ต้องเป็นร้านขายดอกไม้ค่ะ”

“ผมเป็นครูนะครับ คุณต้องทำตามการบ้านที่ครูสั่ง”

“นักเรียนสมัยนี้เลิกท่องตามครูเป็นนกแก้วนกขุนทองแล้วค่ะ มันต้องคิดนอกกรอบ”

รัชดาบอกนอกกรอบกับเกเรมันต่างกันนิดเดียว ให้ไปคิดใหม่ เรียกคนถัดไปออกมาแสดงก่อน อัสดมแทรกน้ำเสียงเด็ดขาดว่าให้ถวิกาแสดง!

ถวิกาแอบยิ้มเดินออกมากับเพื่อน ถวิกาแสดงเป็นคนขายดอกไม้ เพื่อนเป็นลูกค้ามาซื้อดอกไม้ให้เจ้านายในวันเกิด ทั้งสองพูดเป็นภาษาอังกฤษ แล้วถวิกา ก็แนะนำลูกค้าว่า ไม่ควรซื้อดอกคาร์เนชันสีแดงให้เจ้านาย เพราะมันมีความหมายว่า แอบชอบคุณ...

อัสดมอึ้งเมื่อรู้ความหมายและจุดประสงค์ของถวิกาที่อยากให้ตนเข้ามาดูวันนี้

จบการอบรม อัสดมเดินกลับห้องทำงานพร้อมดอกคาร์เนชันสีแดงหนึ่งดอกในมือ แต่ท่าทางเขานิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆต่อถวิกาเลย แล้วเขาก็วางดอกไม้ คืนบนโต๊ะของเธอพร้อมบอกว่า ตนไม่ชอบดอกไม้ ถวิกาเป็นฝ่ายอึ้ง ไม่รู้ว่าอัสดมคิดอย่างไรกันแน่...

เย็นวันนั้นชลิตารอเอาใบปลิวให้อัสดมดู พร้อมฟ้องว่าสาทินีเป็นคนทำ เขาจึงบอกว่า

“นีโทร.บอกผมแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ทำ นีเองก็โดนมือดีเอาไปโปรยหน้าบ้านเหมือนกัน ผมว่าต้องเป็นพนักงานที่บริษัท รัชดาชอบเตือนพนักงานผู้หญิงให้ระวังผม จะโดนผมหลอกเป็นเมียน้อย”

ชลิตาไม่เชื่อแย้งว่า “แล้วพนักงานรู้ที่อยู่รสลินได้ยังไงคะ เพราะรสลินก็โดนด้วย”

อัสดมบอกรสลินชอบไลฟ์สดว่าตัวเองทำอะไรอยู่ที่ไหน ฉะนั้นคอนโดเธอจึงหาไม่ยาก ชลิตาไม่พอใจที่อัสดมปล่อยให้พนักงานรู้ว่าเขามีเมียน้อย เธอไม่ชอบถูกมองว่าเป็นเมียหลวง เพราะอาย จะไม่เข้าไปที่บริษัทอีก

ด้านถวิกาครุ่นคิดหนัก เปรยกับรูปถ่ายพี่สาวว่าตนเดินเกมผิดที่แสดงให้อัสดมรู้ว่าชอบเขา...วันรุ่งขึ้นมีคนส่งช่อดอกคาร์เนชันสีแดงมาให้ถวิกา พร้อมแนบการ์ดนัดเจอเที่ยงตรงที่ร้านร้านหนึ่ง โสภาเห็นแล้วแซว

“อิจฉาจริ๊ง มีแฟนแล้วยังมีผู้ชายมาแอบชอบ เขารู้ด้วยเนอะว่าเธอชอบดอกคาร์เนชันสีแดง พี่ว่าต้องเป็นคนใกล้ตัว”

ถวิกายิ้มกริ่มว่าต้องเป็นอัสดมแต่ไม่ปริปากบอกโสภา ทำให้โสภาหมั่นไส้แขวะว่าถ้าแฟนจับได้ว่ามีกิ๊กแล้วอย่ามาระบายปัญหาหัวใจให้ฟัง...แต่พออัสดมออกมาเห็นทำหน้านิ่ว


เที่ยงวันนั้นถวิกาไปนั่งรอที่ร้านตามนัด ยิ้มอย่างพอใจที่แผนการสำเร็จ พลันดอกไฮเดรนเยียถูกวางลงตรงหน้า เธอเงยมองแล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่วางคือรัชดา!

“ดอกไฮเดรนเยีย หมายถึง เธอช่างใจด้านชาซะเหลือเกิน...”

ถวิกาโกรธบอกให้เขาเอากลับไปปักในห้องนอนตัวเอง แล้วลุกจะเดินหนี ชายหนุ่มดักคอว่าโดนจับได้แล้วอย่าหนีเป็นคนขี้ขลาด หญิงสาวฉุนลงนั่งตามเดิม

“เมื่อวานผมนั่งนึก เพราะอะไรคุณถึงดื้อจะแสดงสถานการณ์ในร้านดอกไม้ให้ได้ เพราะอะไรคุณอัสดมถึงมาห้องอบรม ดอกคาร์เนชันสีแดงคือคำตอบ...คุณแอบชอบคุณอัสดม”

“เพิ่งเคยเห็นผู้ชายมโนก็วันนี้แหละค่ะ”

“เมื่อวานคุณแจกดอกไม้ด้วย...คนทำไม่ดีมักพลาดง่ายๆแบบคุณ!”

ถวิกาสวนว่าไม่มีหลักฐานจะมาเอาผิดตนไม่ได้ รัชดาจึงงัดหลักฐานอีกข้อ จากที่เห็นอัสดมแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นว่ามีคนส่งดอกคาร์เนชันสีแดงมาให้เธอ... รัชดาส่งใบปลิวบัตรสนเท่ห์ให้ถวิกา เธอบอกว่าอ่านแล้ว เขาชี้ที่บรรทัดที่ 8

“มีเส้นเล็กๆตรงบรรทัดที่ 8 มันเกิดจากพรินเตอร์มีปัญหา” ถวิกาแทรกให้เข้าประเด็น “พรินเตอร์ทุกตัว พอใช้ไปนานๆหัวพิมพ์กับระบบปล่อยน้ำหมึกจะมีปัญหา แล้วพรินเตอร์แต่ละตัวจะมีปัญหาเฉพาะของตัวเอง เคยมีคดีส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ตำรวจใช้พรินเตอร์เป็นหลักฐานจับคนร้ายเข้าคุก...เอกสารที่คุณพิมพ์ส่งมาให้ผม บรรทัดที่ 8 มีเส้นเล็กๆเหมือนในบัตรสนเท่ห์”

ถวิกาหน้าถอดสีแก้ตัวว่า “คนทำบัตรสนเท่ห์แอบไปปรินต์ที่โต๊ะทำงานฉันค่ะ”

“คุณด่าคุณชลิตา ด่าผู้หญิงที่เป็นเมียน้อย แต่ที่ผมไม่เข้าใจ คุณด่าคุณอัสดมด้วย คุณชอบเขาหรือเกลียดเขากันแน่...คุณต้องการอะไรจากคุณอัสดม!”

ถวิกาปฏิเสธไม่ได้เป็นคนพิมพ์ โวยให้รัชดาเลิกยุ่งกับตน แต่เขายังสงสัยทำไมเธอถึงทำสิ่งที่ย้อนแย้งในตัวเองอย่างมาก...บ่ายวันเดียวกัน ขณะที่สาทินีรับจีน่ากลับจากโรงเรียน กำลังจะปิดประตูบ้าน เห็นใบปลิวตกอยู่หน้าบ้านใบหนึ่งจึงรีบไปเก็บ ทันใดนั้นเอง กระดิ่งห้อยกระเป๋าของจีน่าหลุดกลิ้งออกไปนอกถนน หนูน้อยวิ่งตามไปเก็บ มีรถแล่นมาบีบแตรเสียงดังลั่น สาทินีหันมองใจหายวาบ ทิ้งใบปลิวถลาเข้าไปดูลูก

ooooooo

อัสดมรีบมาหาจีน่าที่บ้าน เขาโผเข้ากอดเด็กน้อยราวกับกลัวจะเสียลูกไป สาทินีน้ำตาคลอตำหนิตัวเองที่ดูแลลูกไม่ดี อัสดมไม่ว่าอะไรแค่ย้ำอย่าให้ลูกคลาดสายตาอีก แล้วเขาก็สำรวจทั่วร่างกายลูกว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง สาทินีเห็นแล้วแอบปลื้มที่เขารักลูกมาก

รัชดานั่งทำงานที่ออฟฟิศจนค่ำ พอเห็นบัตรสนเท่ห์บนโต๊ะก็หยิบมาดูแล้วครุ่นคิด ถวิกาด่าผู้ชายที่มีเมียน้อยแรงมาก แสดงว่าเกลียดแต่ทำไมถึงดูจะชอบอัสดม พลันมีข้อความไลน์ส่งเข้ามา เขาอ่านแล้วยิ่งแปลกใจ

อัสดมกลับบ้านช้า ชลิตาซักไซ้ เขาโกหกว่ากินข้าวคุยงานกับผู้จัดการแบงก์ แล้วบอกอีกว่าคืนนี้มีนัดไปคลับกับเพื่อน พอเธอถามว่าใคร เขาก็บอกว่าเจ้านุ ชลิตารู้จักจึงไม่ว่าอะไร กำชับห้ามมีผู้หญิงมานั่งด้วย อัสดมรับคำ แต่พอเขาก้าวออกจากบ้าน เธอก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นโกรธจัด

อัสดมเปิดห้องวีไอพีนั่งรอถวิกา เธอมาในชุดเซ็กซี่เข้ามานั่งข้างๆ ถามว่าเลิกเย็นชากับตนแล้วหรือ หนุ่มใหญ่ชั้นเชิงสูงยิ้มนิดๆ

“ฉันให้บทเรียนหนูน่ะ ทีหลังอย่าปีนเกลียว เล่นเกมกับผู้ใหญ่”

“หือ...ผู้ใหญ่ใจร้าย...” ถวิกาเล่นบทแง่งอน

อัสดมโอบกอด เผยอารมณ์ชอบเธออย่างจริงจัง ว่าเธอดื้อแถมยังโกหกว่ามีแฟนใหม่ หญิงสาวกระเง้ากระงอดบอกอยากให้เขาหวง

“ฉันหวง พอใจแล้วนะ ห้ามโกหกอีก”

“หนูจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่โกหกผู้ใหญ่ค่ะ”

อัสดมเชยคางถวิกาบีบเบาๆอย่างเอ็นดู รัชดาโผล่พรวดเข้ามา อัสดมยิ้มแย้มชวนให้นั่งดื่มไวน์ด้วยกันและยังถามว่ามาเที่ยวบ่อยไหม หรือเอาแต่ทำงาน

“คุณอัสไลน์ไปบอกให้ผมมาหาที่นี่ มีงานสำคัญต้องคุยด่วน”

อัสดมหันมาวานถวิกาออกไปสั่งไวน์มาอีกขวด เธอจำใจต้องลุกไป รัชดาจึงดักคอว่าเรื่องที่จะพูดคงไม่อยากให้ถวิกาฟัง อัสดมถามตรงประเด็นทันทีว่า เขาเป็นคนส่งดอกไม้ให้ถวิกาใช่ไหม สาเหตุที่ทำให้รู้ เพราะเจอนามบัตรร้านดอกไม้ที่บ้านสาทินี

“นายมันอ่อนหัด ไม่อยากให้ใครรู้ว่าส่งดอกไม้ไปให้ผู้หญิง ก็ควรทิ้งนามบัตรร้านดอกไม้ไปซะ ตั้งใจฟังคำแนะนำของรุ่นพี่นะรัชดา...ยังไม่แน่ใจก็อย่าแบไต๋ให้ใครรู้...”

“ถ้าผมยอมแบไต๋ ยอมรับว่าแอบชอบคุณถวิกา คุณอัสดมจะหักเงินเดือนผมเหรอครับ”

“นายจะอกหัก”

“คนอกหักอาจเป็นคุณ...”

อัสดมหัวเราะ พูดจาข่มให้ยอมรับความจริงว่าผู้หญิงต้องเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเอง แต่รัชดายังเถียงว่า ระหว่างเขากับตน ถวิกาจะเลือกผู้ชายที่มีเมียสาม ต้องมีสถานะเป็นเมียน้อย หรือจะเลือกเป็นเมียแต่งที่ตนยื่นให้ อัสดมหน้าเสียถามเขาจะขอเธอแต่งงานหรือ รัชดายียวนว่าคงต้องขอให้อัสดมเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย พอดีถวิกากลับเข้ามา อัสดมแสดงความเป็นเจ้าของเธอทันทีด้วยการโอบเอว แล้วดึงออกไปเต้นรำกลางฟลอร์ รัชดาเห็นแล้วรู้สึกแย่จนเก็บสีหน้าไม่อยู่

ถวิกามองอย่างสงสาร แต่ต้องเล่นไปตามเกมที่ตัวเองวางไว้ อัสดมแกล้งโอบกอดถวิกาไม่ปล่อย ถามรัชดาอยากให้เรียกผู้หญิงมาให้บ้างไหม หรือจะดื่มไวน์อีกขวด รัชดาข่มใจ

“ไม่ครับ ผมจะกลับแล้ว กลับด้วยกันนะครับคุณถวิกา ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน”

อัสดมสวน “หน้าที่ส่งถวิกาเป็นของฉัน”

“คุณถวิกาครับ ผมรู้ ใจจริงคุณคิดยังไง ส่วนที่คุณฝืนทำอยู่ตอนนี้ ผมจะไม่ถามเหตุผล คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็บอก”

อัสดมหาว่ารัชดาขี้แพ้ชวนตีไม่มีใครฝืนใจ รัชดาบอกถวิกาว่าจะรอหน้าคลับ หญิงสาวตัดสินใจหักหน้าเขาจะกลับกับอัสดม รัชดาหน้าเสียออกมาขึ้นรถขับออกไป สวนกับรถโสภาที่ขับเข้ามา...ชลิตาให้โสภาไปรับที่บ้าน เพราะเช็กแล้วนุเพื่อนอัสดมไปสิงคโปร์กลับอาทิตย์หน้า โสภาเกรงจะจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย จึงอาสาเข้าไปด้อมๆมองๆก่อน ชลิตาค่อยตามเข้าไป

ooooooo

ถวิกากำลังยกยอปอปั้นอัสดมว่าเขาเป็นผู้ชายอบอุ่น อ่อนโยน เป็นหลักให้พึ่งพิงได้ เหมือนเจ้าชายในนิทาน อัสดมทะนงตนมากขึ้น ไม่ทันไรมีโทรศัพท์เข้ามา

โสภาเดินมองหาว่าอัสดมอยู่ห้องไหน ได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ก็จำได้พยายามจะเข้าไปดู แต่ถูกบริกรห้ามไว้ก่อน จึงกลับออกมาบอกชลิตา แล้วพากันกลับเข้าไปใหม่

พอชลิตาเปิดประตูห้องวีไอพีเข้าไป เห็นแต่เครื่องดื่มที่วางทิ้งไว้ ไม่มีใครนั่งอยู่ แล้วอัสดมก็เปิดประตูออกมาจากห้องข้างๆ ทำทีแปลกใจชิงพูดขึ้นก่อนว่าโดนเพื่อนหลอกให้มาเก้อ ทั้งที่ตัวเองอยู่สิงคโปร์ ชลิตามองอย่างจับผิด ทำไมต้องหลอกกันด้วย

“เมื่อสามเดือนก่อน ผมเบี้ยวนัดมัน มันเลยสบโอกาสเบี้ยวนัดผมมั่ง แหม เจ้านุนี่มันแค้นฝังหุ่นจริงๆ... แล้วนี่ตามาทำไมจ๊ะ หรืออยากเจอเจ้านุ” อัสดมดักคอ

ชลิตาลังเลจะเชื่อดีไหม แต่ก็บอกไปว่าอยากลองมาเที่ยวคลับดูบ้าง อยากรู้ว่าอาหารอร่อย เพลงเพราะแค่ไหนเขาถึงชอบมาบ่อยๆ...อัสดมชวนไปรู้จักเพื่อนใหม่ ที่ห้องถัดไปมีชายสูงวัยสองคนนั่งดื่มอยู่ อัสดมพาชลิตาเข้ามาแนะนำ แล้วบอกว่าทั้งสองเห็นตนนั่งหงอยจึงชวนมาแจมกัน ชลิตายิ้มทักทายแล้วขอตัวไปนั่งกับโสภาที่โต๊ะข้างนอก อัสดมสั่งโสภา

“เลือกโต๊ะที่ไกลคนสูบบุหรี่ล่ะ ตาไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ เพิ่งหายหวัดเดี๋ยวจะพานไม่สบายเอา...ผมลาเพื่อนใหม่ก่อน เดี๋ยวตามไปจ้ะ”

พอชลิตาแยกไป อัสดมก็ขอบคุณชายทั้งสองที่ช่วย...ชลิตาสบายใจขึ้นที่อัสดมไม่ได้นอกลู่นอกทาง โสภาสั่งเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้ อัสดมมาบอกถวิกาว่าให้กลับเข้าไปในห้อง สั่งอะไรทานก็ได้ แล้วถึงเวลากลับผู้จัดการร้านจะให้รถไปส่ง แล้วเขาก็โทรศัพท์หานุ ขอบใจที่โทร.มาเตือนทันเวลา ถวิการู้สึกสะอิดสะเอียนความกะล่อนของอัสดมเหลือคณา

อัสดมมาชวนชลิตาออกไปเต้นรำ เธอบ่นว่าไม่อยากให้เขามาเที่ยวที่นี่ อยากให้ย้ายไปเที่ยวที่ดีกว่านี้ เขาทำหน้าเศร้าๆบอกจะไม่มาที่นี่อีกก็ได้ ก็แค่ไม่เจอเพื่อนๆอีกเพราะพวกเพื่อนคงไม่ยอมย้ายร้าน แต่เพื่อเธอเขาทำได้ ชลิตาใจอ่อนยวบ ยอมให้เขามาได้แต่อย่าบ่อย สามีจอมกะล่อนยิ้มสมใจโอบกอดเอาใจ โสภาเห็นแล้วยิ้มปลื้มกับความรักของเจ้านายทั้งสอง

พอทุกคนกลับไปหมด ผู้จัดการร้านก็เข้ามาบอกถวิกา พร้อมกับยื่นซองที่อัสดมฝากไว้ให้ เธอแปลกใจเปิดดูเห็นเป็นลูกกุญแจโล้นๆ ไม่มีห่วงคล้องแต่อย่างใด ก็ยิ่งงุนงง

วันต่อมาถวิกาเอากุญแจที่ได้ให้โจดูว่าน่าจะเป็นกุญแจอะไร โจคาดเดาว่าคงเป็นกุญแจห้องคอนโด เขาคงจะให้เธอเป็นเมียน้อย ถวิกายืนหยัดว่าจะทำให้อัสดมหลงจนยอมทิ้งเมียทุกคนเสียก่อน แล้วตนก็จะทิ้งเขาให้เหมือนที่เขาทิ้งพี่สาวตน โจเตือนสติว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การที่ผู้ชายทำแบบนั้นเพื่อผู้หญิงได้ ต้องเพราะรักไม่ใช่หลง

ในวันนั้นสาทินีได้รับไลน์จากคนชื่อปลาดาวขอเป็นเพื่อนใหม่ แต่ไม่ลงรูปจริง ลงเป็นรูปปลาดาว แล้วพิมพ์ข้อความเข้ามาว่า...บ่ายนี้คุณอัสดมเลื่อนประชุม ว่าง/โทร.หาเขาสิคะ...

สาทินีแปลกใจแต่ก็ลองโทร.หาอัสดม ชวนไปรับจีน่าที่โรงเรียนบ่ายนี้ เขารับคำเพราะเลื่อนประชุมพอดี...สาทินียิ่งงงว่าปลาดาวเป็นใคร

ขณะที่ถวิกายืนชงกาแฟเพลินๆ รัชดาเข้ามาพูดว่า เธอหลอกอัสดมทำไมว่าชอบเขา หญิงสาวถอนใจที่เขาไม่เข็ดเสียที ยังไม่เลิกยุ่งเรื่องของตนอีก ชายหนุ่มยื้อถามว่าเธอทำเพื่ออะไร...

ooooooo


ละครระบำมาร ตอนที่ 3 อ่านระบำมารติดตามละครระบำมาร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์, ทัศนียา การสมนุช,อาทิตย์  ตั้งวิบูลย์พาณิชย 17 ส.ค. 2561 07:27 2018-08-19T02:13:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ