ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ระเริงไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

หัวใจของชาคริตพองโตได้รับความห่วงใยจากญาดา ต่างจากทัศนะใจเต้นไม่เป็นส่ำต้องเข้าไปนอนกับเขมิกาในห้อง แม้ตั้งใจจะไม่ล่วงเกินเธอตามประสาสุภาพบุรุษที่ดี แต่อดกลัวใจตัวเองไม่ได้

เขมิกาเสียอีกมีท่าทีสบายๆ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจต้องแชร์เตียงร่วมกับทัศนะ คุณหนูคนสวยไว้ใจเขามากจนไม่ได้ระมัดระวังตัวอย่างที่รับปากก่อนหน้า ทัศนะเลยต้องให้บทเรียนเมื่อเธอขยับมาใกล้เขาเกินไป

ท่าทางที่เปลี่ยนไปของทัศนะ เอนตัวมาใกล้ ทำให้เขมิกาเริ่มใจสั่นแต่ยังทำเป็นไม่กลัว

“เขมไว้ใจคุณ คุณนะเป็นคนดี”

“ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ ผมมีด้านดีด้านมืดเหมือนมนุษย์ทั่วไป”

จบคำก็โน้มตัวจูบเธอแผ่วเบา เขมิกาถึงกับเคลิ้มก่อนจะสะดุ้งเมื่อเขาผละตัวออก สั่งเสียงเข้ม

“นอนตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนอีก ผมไม่รับรองว่าผมจะหยุดได้อีก!”

ทัศนะต้องข่มใจมากนอนหันหลังให้เธอ เขมิกาได้แต่มองตามงงๆ ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษแค่ไหนที่ไม่ฉวยโอกาสกับเธอ...คืนนี้หัวใจสองดวงจึงได้เข้าใกล้กันอีกนิด...

ขณะที่ญาดากับเขมิกามีค่ำคืนดีๆ ไตรทศน้องชายคนสุดท้องต้องช้ำใจแทบกระอักเมื่อพบว่าธุรกิจของพ่ออาจเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย เขาพยายามทักท้วงแต่ดิลกไม่ฟัง แถมสั่งสอนลูกชายเสียงเข้ม

“แกมันเถรตรง ซื่อจนเซ่ออย่างนี้ ฉันถึงไม่อยากให้แกมายุ่งไง ธุรกิจมันต้องใช้สมองและเทคนิค”

“เทคนิคหรือเล่ห์เหลี่ยมกันแน่”

ดิลกโกรธที่ถูกย้อน แต่ไตรทศไม่สนใจ ตอกหน้าพ่ออย่างเหลืออด

“เงินมาก่อนทุกอย่างใช่ไหมครับ”

“เออสิวะ...ที่แกขี่มอเตอร์ไซค์ราคาเป็นล้านได้ไม่ใช่เพราะเงินฉันเหรอ แกไม่ต้องยุ่ง ถ้าว่างมากก็ไปเรียนต่อ”

“ผมไม่ไปไหน...ผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อทำเรื่องผิดๆอีก”

ไตรทศยืนกรานจะไม่ไปไหนจนกว่าจะรู้ความจริงเรื่องธุรกิจใหม่ เลยถูกดิลกตบสั่งสอน กมลพรรณกับปาริฉัตรที่แอบสังเกตท่าทีของดิลกจากอีกมุม ได้แต่มองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะเยาะที่สองพ่อลูกต้องแตกคอ

ความผิดหวังเรื่องพ่อทำให้ไตรทศย้อนไปบ้านทัศนะอีกครั้ง ชญานีถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อเห็นท่าทางเศร้าๆก็อดสงสารไม่ได้ ยอมให้เขาค้างเป็นเพื่อนเพ็ญขวัญด้วย

ชญานีทั้งปลอบทั้งขู่ให้พัก แต่ไตรทศดื้อจนเธอต้องแกล้งเอาผ้าห่มมาพันตัว ไตรทศเริ่มผ่อนคลายเล่นไปด้วย แต่กระนั้นก็น้อยใจที่เธอทำเหมือนไม่ไว้ใจให้เขานอนด้วย

“พี่คริตบอกว่าเป็นผู้หญิง...ห้ามวางใจผู้ชาย...ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม”

“คุณยังให้ผมนอนค้างด้วยตั้งหลายครั้ง”

“นั่นมันเหตุสุดวิสัย...และอีกอย่าง...ฉันกลัวใจอ่อน”

คำสารภาพเร็วๆของเธอทำให้ไตรทศอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มกว้างและแอบหอมหน้าผากเธอเบาๆ ชญานีไม่ว่าอะไร นอนหลับตาและเอาหลังพิงเขาไว้เหมือนเป็นกำลังใจให้กันและกัน...

ooooooo

ญาดาไม่ละความพยายามจะขอให้สามีหยุดธุรกิจมืดของพ่อบุญธรรม ชาคริตโยกโย้ไม่รับปากจนเธออ่อนใจ

“คุณนี่สุดยอดของการเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเลย”

“คุณเป็นห่วงผม ผมขอเวลาปลื้มใจสักชั่วโมงนึง”

“ฉันถามว่าคุณอยากหยุดไหม”

“ผมก็หยุดอยู่ที่คุณแล้ว ผมไม่มีวันไปมองผู้หญิงอื่นแน่”

“ฉันพยายามช่วยคุณอยู่นะ แต่คุณต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะวางมือจากวงการเมื่อไหร่”

ชาคริตตอบเลี่ยงๆว่าคงมีสักวัน แต่ญาดาไม่ยอมคาดคั้นให้เขาบอกวันที่แน่นอน

“ก็เมื่อผมเสร็จภารกิจที่นี่...แต่คุณจะต้องอยู่กับผมในวันนั้นด้วย”

“ฉันจะอยู่กับคุณ...ไม่ทิ้งคุณไปไหนแน่ ถ้าคุณสัญญาจะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหมด แต่เดี๋ยวนะ...คุณมีภารกิจอะไร คุณป๋าคุณต้องการอะไรอีก...ยังไม่เลิกคิดล้มบริษัทคุณอีกเหรอ”

“เรื่องบีสตาร์จบแล้ว...ไม่ต้องห่วง”

ชาคริตไม่บอกความจริงทั้งหมดว่ายังมีเรื่องดิลกต้องชำระแค้นและสะสาง เฉไฉเปลี่ยนเรื่องให้เธอเล่าเรื่องตัวเองที่สวิตฯ ญาดาได้แต่ลอบถอนใจ ก่อนจะพูดถึงวันเวลาเหงาๆที่ซูริกว่าเต็มไปด้วยตารางงานซ้ำซาก

“แล้วทำไมคุณต้องไปทำงานที่โน่นนานขนาดนั้น”

“ถ้าฉันไม่ไป...นายไตรจะไม่มีวันโต ทุกคนจะคอยฟังฉันคนเดียว คุณพ่อฝากความหวังที่ฉัน...หวังว่าจะบริหารงานให้ แต่สุดท้ายคุณพ่อก็ตั้งใจยกบริษัทให้นายไตรที่เป็นลูกชายอยู่ดี ฉันยินดีคอยเป็นแรงผลักดันให้น้องทุกคนนะคะ...แม้น้องๆจะไม่ต้องการฉันแล้วก็ตาม”

สายตาเห็นอกเห็นใจของชาคริตทำให้ญาดาประหม่า เสถามยิ้มๆ

“ยังไม่ง่วงอีก เรื่องฉันน่าเบื่อจะตาย”

“เรื่องของคุณไม่เคยน่าเบื่อสำหรับผม”

ชาคริตพูดจากใจจริง ญาดาเขินจนต้องหลบตาและเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“ที่นี่เงียบจังนะคะ...เงียบจนทำให้ฉันนึกถึงที่สวิตฯ ...ถึงจะเป็นประเทศปลอดภัยที่สุด แต่ผู้คนก็ต่างคนต่างอยู่ พอตกค่ำ...มองออกไปจะมืดและเงียบ...เงียบจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง”

ความเงียบทำให้ชาคริตผล็อยหลับ แต่เพียงครู่เดียวเสียงปืนจากอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืนก็ทำให้สะดุ้งตื่น ญาดาเห็นเขานอนไม่หลับเลยลุกไปหาหนังสือในห้องเพื่ออ่านให้ฟัง ชาคริตปลื้มใจมาก...ลืมสนิทว่าเธอจะไปค้นหาหนังสือจากตู้ในห้องนอนที่เขาเก็บบางสิ่งบางอย่างไว้!

ooooooo

ชาคริตตามไปห้ามแต่ไม่ทันแล้ว ญาดาเปิดตู้เจอเป้ใบเก่า...เป้ที่บรรจุความทรงจำเมื่อยี่สิบปีก่อนไว้

เรื่องราวในอดีตถูกเล่าจากปากชาคริตว่าเขาต้องแบกเป้ใบนี้ออกจากบ้านของพ่อที่ถูกจับและถูกฟ้องล้มละลาย เขากลายเป็นเด็กไม่มีบ้าน ในกระเป๋ามีแค่ชุดไม่กี่ชุด ขนมไม่กี่ห่อ เหรียญสองบาทค่ารถจากเพ็ญขวัญและหนังสือการ์ตูน...ของขวัญจากพ่อ ญาดาเห็นท่าเขาก็สงสาร ปลอบเสียงอ่อน

“คุณคริต...อดีตที่ไม่น่าจดจำก็ทิ้งมันไปเถอะ เพราะสุดท้ายคุณก็ได้มีชีวิตดีแล้ว...ถึงแม้...”

“ถึงแม้จะต้องนอนหลับตาไม่ลงทุกคืน คุณรู้ไหม ...หนังสือที่พ่อให้ฉบับแปลเป็นไทยชื่อว่าอะไร”

พูดพลางยกมือแตะหน้าปกหนังสือ “เธออยากมีพ่ออย่างฉันไหม...ไม่เลย...ผมไม่อยากมีพ่อขี้ขลาด ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ ผมไม่อยากมีพ่อที่ทิ้งผมให้สู้อยู่คนเดียว พ่อที่ทำให้ชีวิตผมหายไปยี่สิบปี!”

ชาคริตเขวี้ยงเป้ทิ้งด้วยแรงอารมณ์ ทำให้จดหมายปึกใหญ่ที่เขาเคยส่งถึงพ่อร่วงลงมา ญาดาหยิบมาดูแล้วถึงกับตาโต ชาคริตต้องยอมบอกความจริงบางส่วนว่าคนที่เธอเจอในคุกเมื่อวันก่อนคือพ่อของเขา

“คุณบอกว่าพ่อคุณชดใช้กรรมไปแล้ว ฉันก็นึกว่าท่าน...”

“ติดคุกยี่สิบปี...ไม่ถือว่าชดใช้กรรมเหรอ”

“แล้ววันที่คุณพาฉันไปเยี่ยมท่าน...ทำไมคุณไม่บอก”

“ผมยังไม่พร้อม...ผมรอ...รอจนกว่าพ่อจะรับผมเป็นลูกอีกครั้ง ตั้งแต่ผมอยู่กับคุณป๋า พ่อไม่ยอมติดต่อกับผม ไม่ว่าจดหมายหรือพัสดุถูกตีกลับหมด”

“ท่านห่วงคุณ”

“ท่านเกลียดผมต่างหาก ท่านหวังว่าผมจะยอมก้มหัวชดใช้กรรมเหมือนท่าน...แต่นั่นไม่ใช่ผม...ผมเกลียดพ่อ”

“คุณรักท่านมากต่างหาก คุณถึงได้เจ็บปวดแบบนี้ สักวันที่คุณเปลี่ยนเป็นคนใหม่...พ่อคุณจะยอมรับคุณเอง”

“ท่านไม่มีวันเชื่อ ท่านเห็นผมเป็นตัวอะไรสักตัว

ที่มีแต่ความเลวทรามต่ำช้า”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:07 น.