ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ระเริงไฟ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

ข่าวการเปลี่ยนเจ้าของบีสตาร์จากดิลกเป็นชาคริตทำให้ปาริฉัตรต้องแล่นไปบอกแม่ถึงโรงพยาบาล กมลพรรณตกใจมาก รีบเปิดมือถือเช็กสถานการณ์หุ้น ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากผลประโยชน์ของตัวเอง

ปาริฉัตรแอบถ่ายสำเนาสัญญาฉบับใหม่ที่ชาคริตถือไปโชว์ในห้องประชุมบอร์ดเมื่อเช้ามาด้วย แต่ดันเผอเรอวางบนหัวเตียงของดิลก เมื่อญาดามาเห็นเลยเป็นเรื่อง กมลพรรณเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ลูกสาวกราบขอโทษญาดากับดิลก สร้างความโกรธแค้นให้แก่ปาริฉัตรเป็นอย่างมาก

“แกมันโง่ แค่เสี้ยมให้พ่อลูกทะเลาะกันก็พอ นี่ดันเอาสัญญาใหม่มาแฉหมดเปลือก ถ้าท่านหัวใจวายตายไป เราจะไม่ได้เงินสักแดง จำใส่หัวไว้ด้วย!”

“ยังไงคุณอาก็คงแบ่งเงินให้เราบ้างล่ะ”

กมลพรรณอยากจะเป็นบ้ากับความโง่ของลูกสาว “ท่านยังตายตอนนี้ไม่ได้ เราต้องยักยอกถ่ายเทของในบ้านให้หนำใจก่อน พวกเครื่องลายครามกังไสที่สุมๆอยู่ขายได้เป็นแสนเป็นล้าน”

“หาผัวรวยคนเดียว...ก็จบ!”

ไม่ทันขาดคำ ผู้ชายคนเดียวที่ปาริฉัตรหมายตามาทำผัวรวยก็โผล่มา ชาคริตนั่นเองที่แกล้งเพิ่งเห็น

สองแม่ลูก ทั้งที่ได้ยินทั้งสองโต้เถียงกันทุกอย่าง ปาริฉัตรสวมบทโศกทันที โดยมีกมลพรรณเป็นลูกคู่ ชาคริตรู้ทันแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้และหลอกถามข้อมูลจากสองแม่ลูกจนรู้ว่าญาดาคือลูกรัก ลูกสาวคนสำคัญ...หัวใจของดิลก

ญาดาไม่ได้ยี่หระว่าชาคริตจะมาไม้ไหน เป็นห่วงพ่อมากที่แทบคลั่งเมื่อรู้เรื่องบีสตาร์ถูกฮุบ ไตรทศเพิ่งมาถึง ตกใจมากเมื่อเห็นสำเนาสัญญาฉบับใหม่ในมือพ่อ สองพี่น้องพยายามกล่อมให้พ่อใจเย็นๆ ทั้งเรื่องเขมกับเรื่องบริษัท แต่ดิลกไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น หันไปกดดันลูกสาวคนโต

“สัญญากับพ่อ สัญญานะดาว่าอย่าให้ไอ้ชาคริตมาฮุบบริษัทของเรา!”

“ถ้าเขาอยากได้บีสตาร์นัก เราก็ยกให้เขาไป ดาจะสร้างบริษัทใหม่ให้คุณพ่อเอง ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

“ไม่...ไม่...เอาบริษัทพ่อกลับมา พ่อไม่ต้องการบริษัทใหม่ พ่อต้องการบริษัทนี้...บริษัทที่พ่อสร้างกับมือเอง พ่อสูญเสียไปมากมาย พ่อไม่ยอมเสียบริษัทไป... ไม่...ไม่เด็ดขาด!”

ญาดากับไตรทศอึ้งกับน้ำเสียงจริงจังของพ่อ โดยเฉพาะญาดา แคลงใจที่พ่อไม่สนใจถามถึงเขมิกาแต่รักและห่วงบีสตาร์มากกว่า ถึงกระนั้นในฐานะลูกสาวคนโต เธอก็รับปากจะทำทุกทางเพื่อแย่งบีสตาร์คืน

ไตรทศโพล่งแบบอดไม่ได้ “เราจะทำอะไรได้ครับพี่ดา สัญญาของไอ้ชาคริตถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ผมไม่เข้าใจจริงๆ คุณวินิจเป็นเพื่อนคุณพ่อแท้ๆกลับมาหักหลังเราได้ยังไง”

“คนเห็นแก่เงินก็อย่างนี้ ขายได้ทุกอย่างกระทั่งความซื่อสัตย์ เพื่อนทรยศเพื่อน พี่ว่าเลวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!”

ดิลกน้ำตาไหล เจ็บลึกแทบกระอักแต่บอกใครไม่ได้ว่าต้องแลกกับอะไรบ้างเพื่อบีสตาร์...แม้แต่มิตรภาพเพื่อนแสนดีในอดีต...เก่งกาจพ่อของชาคริต

ooooooo

เขมิกายืนยันจะรอเจอชาคริตที่เดอะคลับจนเกือบถูกไฮโซอันธพาลสองคนฉุดไปทำมิดีมิร้ายในห้องเชือด โชคดีที่ทัศนะตามไปช่วยทันเวลา คุณหนูคนสวยเลยรอดมาได้

ทัศนะโกรธมากที่เธอขัดคำสั่งไปที่เดอะคลับอีก อารมณ์หึงปนห่วงทำให้โพล่งแบบไม่ทันคิด “คุณไม่เข็ดเรื่องไอ้คริตอีกเหรอ ธุระอะไรจะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าวันนี้คุณเป็นอะไรไป ผมจะทำยังไง”

เขมิกาสับสนและอึดอัดใจมาก เธออยากเคลียร์กับชาคริตเรื่องบัญชีลับของบีสตาร์ที่เธอหลุดปากเล่าสมัยยังเป็นคู่หมั้น แต่เพราะมันคือความลับของบริษัทที่ทำให้พ่อติดคุกเลยอธิบายกับใครไม่ได้

เพ็ญขวัญเห็นพี่ชายกับคุณหนูคนสวยยืนคุยหน้าบ้านจึงออกมาตามทั้งที่ตัวเองมีอาการหอบหืดกำเริบ ทัศนะกับเขมิกาเถียงกันไม่ได้สนใจเพ็ญขวัญ

“ถึงเขมเมาก็ตัวเขม เขมดูแลตัวเองได้ เขมอยู่ได้”

“ทั้งที่วันนี้เกือบเอาตัวไม่รอดเนี่ยนะ”

“ขอโทษที่เขมเป็นตัวภาระให้คุณ เขมสร้างแต่ปัญหา เขมไปจากบ้านหลังนี้ก็ได้”

พูดจบก็หมุนตัว ทัศนะจะรั้งแต่ต้องชะงักเมื่อเพ็ญขวัญล้มตึงต่อหน้าต่อตา!

ทัศนะกับเขมิกาพักยกเรื่องทะเลาะ ช่วยกันปฐมพยาบาลเพ็ญขวัญจนอาการดีขึ้น สองพี่น้องหยอกล้อกันน่ารักจนเขมิกาอดใจอ่อนยวบไม่ได้ ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าแหวนบนนิ้วก้อยหายไป

เขมิการีบวิ่งไปหาที่รถ ทัศนะไปช่วยส่องไฟจากมือถือ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คุณหนูคนสวยสติแตกมาก เพราะแหวนวงนี้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญจากญาดาตอนเธอเรียนจบ

ญาดาสวมแหวนวงนี้ติดตัวเสมอและมอบให้เขมิกาเป็นของขวัญเรียนจบเมื่อหลายปีก่อน คุณหนูคนสวยปลื้มมากเพราะรู้ดีว่าแหวนวงนี้เป็นสมบัติของแม่ มันจึงเหมือนเป็นของแทนใจและเป็นตัวแทนจากแม่ผู้ล่วงลับ

คิดได้ดังนั้น เขมิกาก็ร้อนรนมาก ขอยืมรถไปหาที่เดอะคลับ แต่ทัศนะไม่อนุญาต

“ไปไม่ได้ นี่มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมโทร.สั่งผู้จัดการให้”

“เขมจะไปหาเอง แค่แหวนวงเดียวเขมยังรักษาไว้ไม่ได้ แล้วเขมจะทำอะไรได้”

“นี่มันอาจจะเป็นสัญญาณบอกให้คุณเริ่มต้นใหม่ ทิ้งชีวิตเก่าไปซะ ทิ้งทุกอย่าง...ไม่ว่าแหวนวงนี้จะสำคัญยังไง คุณก็ต้องทำใจกับความสูญเสีย คุณอยากอยู่ได้ด้วยตัวเองใช่ไหม เริ่มซะวันนี้เลย...อย่าดีแต่พูด!”

ระหว่างที่เขมิกาคิดหนัก ญาดากับไตรทศกลุ้มใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะท่าทางของดิลกหลังรู้เรื่องสัญญา

“คุณพ่อดูห่วงแต่บริษัท ไม่เห็นห่วงพี่เขมเลย”

ญาดาคิดเหมือนกันแต่ไม่อยากพูดให้น้องชายมองพ่อไม่ดี “ไม่มีพ่อคนไหนห่วงลูกน้อยกว่าทรัพย์สมบัติหรอก เรื่องเขม...ไตรช่วยพี่อีกแรงนะ คอยจับตาการเคลื่อนไหวทางโน้นไว้ พี่ไม่เชื่อว่านายชาคริตต้องการแค่ฮุบบริษัทเรา”

“ผมก็ว่างั้น มันต้องการทำลายบริษัทเรามากกว่า ตั้งใจทำลายครอบครัวเรา มันทำเพื่ออะไร ผมไม่เข้าใจ”

“คนที่ทำร้ายคนอื่นมักจะต้องถูกทำร้ายมาก่อน...”

ooooooo

การคาดเดาของญาดาไม่เกินจริงเลย ชาคริตมีอดีตเลวร้ายไม่น่าจดจำนัก โดยเฉพาะเรื่องของเก่งกาจ พ่อแท้ๆของเขาที่ต้องติดคุกหลายปีเพราะคดีฉ้อโกงและฆ่าคนตาย

ชาคริตแวะมาเยี่ยมพ่อที่ทัณฑสถานชาย พลางคิดถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อนตอนเขามาลาพ่อไปทำงานที่ฮ่องกง เก่งกาจไม่อยากให้ลูกชายไปเสี่ยง แต่ขอร้องเท่าไหร่ชาคริตก็ไม่เปลี่ยนใจ

“อนาคตของผมคือทำอะไรก็ได้เพื่อกลับมาทวงความยุติธรรมให้กับพ่อ”

“กฎหมายกำลังทำหน้าที่ทวงความยุติธรรมให้พ่อ ...ไม่ใช่แก!”

ชาคริตกวาดตามองรอบๆทัณฑสถาน ก่อนส่งสายตาเป็นคำถามให้พ่อว่านี่หรือคือความยุติธรรม เก่งกาจถอนใจหน่ายๆ หนักใจเหลือเกินกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของลูกชายคนเดียว

“อย่าเอาชีวิตไปทิ้งเพราะความแค้น เพียงแค่ตัดสินใจเริ่มต้น ลูกก็จะสูญสิ้นความสุขไปจนตาย”

คำขอร้องจากพ่อทำให้ชาคริตอึ้งไปอึดใจ แต่ยืนยันไม่เปลี่ยนใจ เขาเดินทางไปฮ่องกงหลังจากนั้นและเลือกเส้นทางมาเฟียจนได้เป็นลูกบุญธรรมของมาเฟียท้องถิ่น ก่อร่างสร้างตัวจนมีฐานะและอำนาจอย่างทุกวันนี้

เก่งกาจรับรู้เรื่องราวของลูกชายตลอดและไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วย พยายามเตือนให้ถอยจากวงการดำมืดเหล่านั้นเสมอ แต่ชาคริตก็จมกับความแค้นในอดีตพาตัวเองดำดิ่งมาถึงวันนี้

ชาคริตดึงตัวเองจากอดีต กวาดตามองรอบๆ ทัณฑสถานในวันนี้ระหว่างรอพ่อมาพบ เก่งกาจเป็นนักโทษชั้นดี ไม่ก่อปัญหา จนได้รับการลดโทษเหลือไม่กี่ปี แต่ชาคริตยังไม่พอใจ แกล้งทักทันทีที่เจอหน้า

“งานหนักเกินไปไหมครับ จะให้ผมย้ายพ่อไปแผนกไหนก็บอกได้เลย”

“ไม่ต้องทำอะไรเพื่อพ่อแล้ว ไอ้ที่ทำอยู่ก็หยุดซะ”

“พ่อพูดเรื่องนี้กับผมมาหลายครั้งแล้ว”

“แล้วแกหยุดไหม...พ่อรับโทษตามกฎหมาย มันเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ถึงพ่อไม่ได้ตั้งใจฉ้อโกง แต่เพราะความโง่ของพ่อ ทำให้หลายร้อยครอบครัวต้องล้มละลาย บางคนฆ่าตัวตายไปก็มี”

“แล้วไอ้ดิลกได้รับโทษอะไร พ่อต้องโทษติดคุกเป็นร้อยปี แล้วคดีฆ่าคนตายที่พ่อไม่ได้ทำอีก...พ่อลืมแล้วเหรอ”

เก่งกาจไม่เคยลืม เรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนผุดในหัวอีกครั้ง เวลานั้นเขาร่วมทุนกับดิลกและสมชัย เพื่อนรักทั้งสองเปิดบริษัทขายสินค้าขายตรง โดยมีอุดมการณ์อยากให้ผู้ด้อยโอกาสมีกิจการของตัวเอง แต่เพราะความไว้ใจและความซื่อ กว่าเก่งกาจจะรู้ตัว ดิลกกับสมชัยก็โยกเงินหนีไปที่อื่น ทิ้งเขาให้รับเละทุกข้อกล่าวหา

ดิลกกับสมชัยไม่ยี่หระเสียงโวยวายและการประท้วงของเหล่าสมาชิกที่มาทวงเงิน และเมื่อเก่งกาจไม่เล่นตามเกม จะคืนเงินให้สมาชิกทุกบาททุกสตางค์ ทั้งสองจึงจัดแจงเรียกตำรวจมาจับ

“แกทำกับฉันได้ไง ฉันทุ่มเงินให้แกหมดตัว ไว้ใจแกทุกอย่าง แกฆ่าฉันทั้งเป็น...ไอ้ดิลก!”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:22 น.