ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

ภูผากลับไปที่โรงงานปุ๋ย รีบเขียนรายงานอย่างตั้งอกตั้งใจ มีต้อยติ่งคอยดูแลและช่วยเหลือคร่ำเคร่งทำรายงานจนหลับคาโต๊ะ ฝันไปว่าทำเสร็จแล้ว แต่พอรุ่งเช้ามาดูปรากฏว่าบทสุดท้ายที่เป็นข้อเสนอไม่มี

ทบทวนจึงรู้ว่าฝันไป ต้อยติ่งบอกว่า “รีบปั่นเลย” ภูผารีบปั่นโดยมีต้อยติ่งช่วยเปิดหนังสือให้ พอทำเสร็จจะเอารถบึ่งไปส่ง รถก็ไม่เหลือเพราะไปส่งปุ๋ยหมด ภูผาตัดสินใจปั่นจักรยานไป ต้อยติ่งรีบโดดซ้อน ร้อง 

“ไปโลด”

พอเอารายงานไปส่งที่โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ ครูถามว่าใช้เวลาทำกี่วัน ภูผาบอกว่าอาทิตย์หนึ่ง ครูชมว่าเก่ง คนอื่นใช้เวลาทำเป็นเดือน ครูถามว่าจบแล้วจะเรียนต่อไหม ภูผาบอกว่าตนตั้งใจไว้แล้วว่าต้องเรียนให้จบปริญญาตรี ครูถามต้อยติ่ง ต้อยติ่งบอกว่าไม่เรียนเพราะหัวไม่ดี เรียนแค่ทำบัญชีได้ก็พอแล้ว แต่ที่แท้ต้อยติ่งเสียสละเพื่อให้ภูผาได้เรียนเต็มที่

เมื่อเรียนจบ มีโรงงานและกิจการก็ไปได้ดี ภูผาเขียนจดหมายไปหาทอรุ้งด้วยความคิดถึง

“ทอรุ้ง...หายไปหลายเดือนแล้วนะยัยคุณหนู” ภูผาเข้าใจว่าทอรุ้งเรียนหนักจนไม่มีเวลาตอบจดหมายตน บอกว่าตนเรียนจบชั้นมัธยมแล้วและกำลังจะต่อมหา–วิทยาลัย คุยอย่างมีกำลังใจว่า “ถ้าจบแล้วก็กะว่าจะต่อปริญญาโทให้เท่ารุ้ง แล้วถ้ารุ้งหนีเราไปต่อปริญญาเอกเราก็จะต่อปริญญาเอกตามรุ้ง ต่อให้อายุ 60 70 80 เราก็จะถือไม้เท้าไปเรียน”

ภูผามองไปนอกหน้าต่างอย่างคนมีความฝัน แล้วเขียนต่อ...

“เราอยากให้รุ้งเห็นโรงงานปุ๋ยของเราตอนนี้จัง เสียดายเราไม่มีกล้อง เดี๋ยวเราจะให้ร้านถ่ายรูปในตลาดมาถ่ายให้ แล้วจะส่งให้รุ้งดู...”

ทอรุ้งอยู่เมืองนอก นั่งที่เก้าอี้ริมหน้าต่างเหงาๆอย่างคิดไม่ตก หยิบปากกาขึ้นจะเขียนตอบจดหมาย แต่แล้วก็วางปากกาลง เหม่อมองไปนอกหน้าต่างเศร้าๆ

ooooooo

ผอ.ทินราชเรียกหมอนลินีไปปรึกษาเรื่องการให้ทุนว่าใครสมควรที่จะได้ หมอนลินีเปิดแฟ้มดูไล่ไปแล้วชี้ที่รูปหนึ่ง บอกว่าที่จริงความสามารถก็พอกันทุกคน แต่หมอคนนี้ถ้าจบกลับมาน่าจะทำประโยชน์ได้มากกว่า ไม่น่าจะหนีไปอยู่ที่อื่น

ผอ.ทินราชขอบคุณที่ช่วยตนดู

หมอนลินีออกไปเข้าห้องน้ำ ได้ยินพยาบาลสองคนคุยกันว่ามีคนเห็นสองคนอยู่ในดิสโก้ อีกคนอุทานว่าแบบนี้ก็แอบกินเด็กสิ บ่นว่ามาแอบกินหมอภัทรสุดหล่อของตนด้วย เพื่อนบอกว่าคนต่อไปที่จะถูกกินก็คงเป็นหมอประเสริฐ เด็กในสังกัดอีกคน

พยาบาลสองคนหัวเราะกันคิกคัก หมอนลินีที่ฟังอยู่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

เมื่อถึงวันประกาศผู้ได้รับทุน ผอ.ทินราชเกริ่นถึงนโยบายของโรงพยาบาลที่ต้องพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้วบอกว่าปีนี้ตนกับหมอนลินีได้เลือกคนที่เหมาะสมไว้แล้ว ทอรักขอเป็นผู้ประกาศเอง

ทั้งห้องประชุมเงียบรอฟังว่าใครจะได้ทุน พอ ผอ.ทินราชพยักหน้า ทอรักก็ประกาศ

เวหามองหน้าหมอนลินีอย่างตัดพ้อ มึนตึ้บ พูดไม่ออก พอหมอนลินีออกมาก็ตามไปขอให้หมอนลินีไปบอก ผอ.ใหม่ว่าคนที่สมควรได้ทุนคือตน หมอนลินีบอกว่าตนเองเป็นคนเลือกให้ประเสริฐเป็นคนได้ทุน เวหาแทบคลั่งหาว่าหมอนลินีตัดอนาคตตนทั้งชีวิต อ้อนวอนให้ไปขอ ผอ.ใหม่ได้ไหม

“เธอเป็นคนมีความสามารถนะหมอภัทร แต่จิตวิญญาณความเป็นหมอของเธอมันยังน้อย เธอยังคิดถึงแต่ตัวเอง รอให้เธอเข้าใจมันมากกว่านี้แล้วฉันจะเลือกเธอ” พูดแล้วเดินไปเลย

“โธ่เว้ยยยย!!” เวหาสบถขว้างแฟ้มในมือลงพื้นอย่างขาดสติ

แต่ปรากฏว่าประเสริฐไม่รับทุน บอกทอรักว่าเพราะตนมีแผนจะไปเรียนต่ออยู่แล้ว พ่อแม่ก็เตรียมเงินก้อนนั้นไว้ให้แล้วด้วย ตนว่าเอาทุนไปให้คนที่ไม่มีจะดีกว่า เสนอว่า

“เอาทุนให้ภัทรไปเถอะ เราว่าเขาอยากได้มากนะ แล้วเขาก็เก่งด้วย”

“ไม่ได้หรอก ต้องรอดูพฤติกรรมไปก่อน ถ้าจะให้ภัทร ให้หมอกานดายังดีกว่า”

เวหาที่ยืนดักทอรักอยู่ได้ยินทั้งสองเดินคุยกันมาก็พรวดออกไปเอาเรื่อง ด่าประเสริฐว่าเข้าทั้งทอรักเข้าทั้งหมอนลินี ทำอีท่าไหนล่ะเขาถึงยอมให้ทุน ทอรักประชดท่าที่ดีกว่าเขาก็แล้วกัน เพราะเขาพยายามแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ ประเสริฐจ้องเวหาอย่างไม่พอใจ ทอรักเอ่ยแทรกชวนประเสริฐไปหาซื้อเสื้อโค้ตเดี๋ยวตนจะช่วยเลือกให้

เวหาหมดท่าถามทอรักว่าลืมไปแล้วหรือว่าเราเคย...ทอรักตัดบทว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว พอจะเดินไปเวหากระชากแขนไว้ ทอรักมองแขนพูดเสียงเย็นเยียบว่า

“ถ้าทำแบบนี้อีกครั้ง ฉันจะไล่นายออก” แล้วสะบัดแขนไปเลย เวหามองอย่างสิ้นหวัง ตนสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว

ooooooo

“คนที่ได้รับทุนไปเรียนต่อปีนี้ก็คือ...หมอประเสริฐค่ะ”

“อะไรนะ!” เวหาลุกพรวด ถามทอรักเสียงดังว่าประกาศชื่อผิดหรือเปล่า

“ไม่ผิดค่ะ ที่ประชุมลงมติแล้วว่าหมอประเสริฐสมควรเป็นผู้ได้รับทุน”

ผอ.ทินราชก็ยืนยันว่าทอรักประกาศถูกต้องแล้ว บอกให้เวหานั่งลง ปีนี้ไม่ได้ก็รอปีต่อๆไปก็ได้

เมื่อธุรกิจเติบโตจนขยายโรงงานใหม่ขึ้นป้ายใหญ่ “โรงงานปุ๋ยกล้าแกร่ง” ภูผาจ้างช่างจากร้านถ่ายรูปให้มาถ่ายรูปพร้อมคนงานชายแข็งแรงอีก 8 คน ยืนเรียงแถวถ่ายรูปหน้าโรงงาน

ช่างถ่ายไปหลายรูป บอกว่าเรียบร้อยแล้ว ต้อยติ่งบอกว่าไม่เอาเมื่อกี้ตนหลับตาให้ถ่ายใหม่ พอช่างนับ หนึ่ง สอง ต้อยติ่งก็คล้องแขนภูผาหมับพร้อมเสียงกดชัตเตอร์กริ๊ก ต้อยติ่งบอกว่าเอารูปนี้แหละสวยกว่า

ช่างบอกว่าล้างเสร็จจะส่งมาให้

ภูผาสั่งให้อัดมาทุกรูปตนจะเลือกขยายใหญ่และขนาดโปสต์การ์ดครึ่งโหลสำหรับแจกที่บ้านตน บ้านต้อยติ่ง แจกลุงวัฒน์ และส่งไปให้ทอรุ้ง ที่เหลือแจกกันเอง ต้อยติ่งถามว่ายังจะส่งไปให้คุณหนูอีกหรือ เขาไม่ตอบจดหมายมาหลายเดือน ป่านนี้ลืมพี่แล้วมั้ง

“เขาอาจจะยุ่งจนลืมเขียนจดหมายถึงพี่ แต่ถ้าเขาได้รับจดหมายพี่ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าพี่ยังไม่ลืมเขา”

ต้อยติ่งฟังแล้วเศร้าที่ภูผายังเชื่อมั่นและมั่นคงต่อทอรุ้งไม่เปลี่ยนแปลง

พอบ้านเส็งได้รับรูปจากภูผา ทุกคนตื่นเต้นดีใจที่ภูผามีโรงงานใหญ่โตมีคนงานหลายคน เห็นต้อยติ่งเกาะแขนภูผาเดือนถามว่านี่เมียหรือ ภูผาบอกว่าต้อยติ่งเป็นน้องของสมคิดตนเอาไปช่วยงานด้วย อาม่าจำได้บอกว่าเด็กคนนี้จริงใจนะ อาม่าบอกภูผาว่ามีโรงงานใหญ่โตแล้วก็ช่วยเวหาตั้งโรงหมอหน่อยสิ

“อาม่า อั๊วยังไม่รวยขนาดนั้น เครื่องจักรก็ยังผ่อนเขาไม่หมดเลย” อาม่าบอกเอาแค่ร้านเล็กๆก็ได้ เช่าห้องแถวสักห้อง เวหาจะได้กลับมาอยู่บ้าน ภูผารับปากว่า “จะให้อั๊วช่วยก็พอช่วยได้ แต่เขาจะเอารึเปล่า”

เดือนมองอาม่าแล้วถอนใจ

ต้อยติ่งมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆช่วยภูผาทำงาน แต่ก็เศร้าที่ภูผายังมองเธอเป็นแค่น้องคนหนึ่ง ถามว่าแล้วจะรักตนได้ไหม ภูผานิ่ง ต้อยติ่งบอกว่าไม่เป็นไร วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ยังมี ยังไงตนก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ทิ้งพี่ไปไหนเด็ดขาด ยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยวแล้วจู่โจมจุ๊บจนภูผาตกใจ ต้อยติ่งขอโทษทำหน้าทะเล้นบอกว่าเซจะล้ม ภูผาตาเขียวใส่ดุว่าอย่ามาโกหก

ต้อยติ่งหัวเราะร่วนวิ่งหนี ท้าว่าเก่งจริงจับให้ได้สิ ภูผาวิ่งไล่พูดอย่างมันเขี้ยวว่า จับได้จะตีให้ตายเลย

ooooooo

3 ปีผ่านไป ในปี พ.ศ.2527...

นุสราขับรถพาทอรุ้งมุ่งหน้ามาที่ราชบุรี ชี้ให้ดูคัตเอาต์โฆษณาใหญ่ “ปุ๋ยกล้าแกร่ง ปุ๋ยดีราชบุรี” มีโลโก้รูปภูเขามีสายรุ้งพาดผ่าน บอกว่า “นั่นล่ะ ของภูผาเขา”

เมื่อไปถึงไร่ทวีวัฒน์ ลุงวัฒน์ทักว่าโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว เรียนจบแล้วหรือ ทอรุ้งบอกว่าเรียนจบและทำงานได้ปีหนึ่งแล้ว นุสราบอกว่าหายไปตั้ง 5 ปีแน่ะ

ทอรุ้งมองไปรอบๆบอกว่าไร่เรายังดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเลย ลุงวัฒน์จึงชวนไปเดินเล่นกัน ทอรุ้งเห็นแตงโมก็ตื่นเต้นว่าลูกสวยๆทั้งนั้นเลย ลุงวัฒน์บอกว่าไร่ของเราได้ปุ๋ยของภูผา ชมว่าปุ๋ยเขาดีจริงๆ ภูผาเองก็เป็นคนดีกตัญญูรู้คุณ ได้ดีแล้วก็ไม่ลืมกัน ขนปุ๋ยมาให้ทีละหลายสิบกระสอบให้เงินก็ไม่เอา ถามทอรุ้งว่าภูผารู้หรือยังว่ารุ้งกลับมาแล้ว

“ยังค่ะ” ลุงวัฒน์บอกว่าเซอร์ไพรส์เขาหน่อย คงดีใจน่าดู ทอรุ้งว่าไม่ดีกว่า เพราะว่า “รุ้งไม่ได้ติดต่อกับเขานานแล้ว เราไม่ได้สนิทกันแล้วค่ะ”

ลุงวัฒน์ติงว่าแต่ก่อนติดกันอย่างกับตังเม ตอนนี้บอกว่าไม่สนิท บอกทอรุ้งให้ไปเยี่ยมเขาหน่อย สั่งแสงให้เลือกแตงโมสวยๆเอาไปฝากภูผาสักเข่งด้วย

แต่พอทอรุ้งไปถึงโรงงานปุ๋ยถามหาภูผา คนงานบอกว่าเถ้าแก่ไม่อยู่ออกไปธนาคาร ให้นั่งรอก่อน ทอรุ้งบอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่ดีกว่า

แต่พอจะกลับทอรุ้งเห็นรูปขนาดใหญ่ที่ผนัง เป็นรูปต้อยติ่งเกาะแขนภูผาอย่างสนิทสนม ก็ชะงัก

ขณะภูผากับต้อยติ่งจะขึ้นรถกลับจากธนาคาร ต้อยติ่งถือถุงกล้วยแขกชวนภูผากิน แต่ถูกเด็กคนหนึ่งมากระชากถุงกล้วยแขกวิ่งหนีไป ภูผาไล่ตาม ต้อยติ่งนึกว่าเขาจะไปจับเด็ก แต่ภูผาวิ่งตามไปเพื่อสั่งสอน

เด็กขอโทษบอกว่าตนหิว ภูผาบอกว่าหิวก็ทำอย่างนี้ไม่ได้ ตำรวจจับได้ติดคุกแน่ ถามว่าเรียนหนังสือหรือเปล่า เด็กส่ายหน้า เขาให้ที่อยู่โรงปุ๋ยบอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปหาที่นั่นมีข้าวให้กินแต่ต้องทำงานนะ ต้อยติ่งยื่นถุงขนมให้บอกว่าวันหลังอย่าไปขโมย และภูผาก็ให้เงิน 20 บาทไปกินข้าว

ทอรุ้งตามไปที่ธนาคารจอดรถฝั่งตรงข้ามเห็นภูผาเดินออกมากับต้อยติ่งก็ชะงักเบือนหน้าหนี แต่ภูผาเห็นพอดี จ้องมองเพื่อความแน่ใจ ถูกต้อยติ่งตีแขนถามว่ามองสาวเหรอ ทอรุ้งได้ยิน นึกเสียใจว่า...ไม่น่ามาเลย

ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อแวะกินอาหารที่ร้านยังไปเข้าร้านเดียวกันอีก คราวนี้ต้อยติ่งจำทอรุ้งได้แล้ว เมื่อภูผาถามถึงสมคิดก็ทำเป็นร้องไห้ให้ภูผาปลอบ ซ้ำยังเช็ดรอยเปื้อนที่หน้าให้ จนทอรุ้งทนดูไม่ได้วางเงินค่าอาหารแล้วลุกไปเลย

กลับถึงโรงงานปุ๋ย ขณะภูผาเอาของไปเก็บในครัว ต้อยติ่งเห็นแตงโมเป็นเข่งวางอยู่ก็ถามว่าลุงวัฒน์เอามาให้อีกแล้วหรือ คนงานบอกว่าหลานสาวชื่อทอรุ้งเอามาตนลืมบอกเถ้าแก่ไป ต้อยติ่งหน้าตึงบอกว่าไม่ต้องตนจะบอกเอง ส่วนแตงโมก็ยกให้คนงานเอากลับไปกินทั้งเข่งเลย

ooooooo

ทอรุ้งกลับถึงไร่ทวีวัฒน์ก็นั่งเศร้า จนลุงวัฒน์กับป้านุสมาเจอถามว่าทำไมกลับมาเร็ว เจอภูผาไหม ทอรุ้งบอกไม่เจอเขาคงงานยุ่ง ตนฝากคนงานไว้แล้วถ้าเขาว่างเมื่อไหร่ก็คงมาเอง...ถ้าเขาอยากมา

ป้านุสรู้สึกถึงความไม่ปกติ ถามว่าทำไมพูดอย่างนั้นมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ทอรุ้งจึงบอกว่าไม่ได้เจอกันหลายปี แรกๆก็จดหมายคุยกันแต่ผ่านไปไม่กี่เดือนเขาก็หยุด ลุงวัฒน์บอกว่าช่วงนั้นภูผากำลังขยายโรงงาน พูดอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า

“แต่ลุงเข้าใจนะ ห่างกันไปนานจะเจอกันอีกทีมันก็มีเขินๆกันบ้าง แต่คนมันเคยชอบกันแป๊บเดียวก็ต่อกันติด” ทอรุ้งพูดเบาๆว่าก็แค่เพื่อนกัน ลุงวัฒน์แซวว่า “เพื่อนกันเหมือนตอนลุงเป็นเพื่อนกับป้านุสไง”

“แต่ลุงวัฒน์ก็ไม่เคยให้ป้านุสต้องรอนานๆใช่ไหมคะ” ทอรุ้งถามอย่างทำใจไม่ได้

วันต่อมาคนงานเอาแตงโมมาให้ภูผากิน เขาถามว่าลุงวัฒน์เอามาให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซักถามคนงานจนต้อยติ่งกลัวความแตกแทรกเข้าไปบอกว่าคงเป็นหมอนุส คนงานบอกว่าสาวกว่านั้น ภูผาเอะใจว่าเป็นทอรุ้ง ต้อยติ่งบอกว่าไม่ใช่เพราะเขาไปอยู่เมืองนอกไม่กลับมาแล้ว แต่ภูผาสังหรณ์ใจวิ่งออกไปทันที

ไปถึงไร่ทวีวัฒน์ถามลุงวัฒน์ที่กำลังแต่งกิ่งต้นไม้อยู่ว่าทอรุ้งกลับมาแล้วหรือ ลุงวัฒน์ร้องอ้าว รุ้งไปหาที่โรงปุ๋ยไม่เจอกันหรือ ภูผาบอกว่าเมื่อวานตนมีธุระอยู่ข้างนอกทั้งวัน ถามว่าตอนนี้รุ้งอยู่ไหน ลุงวัฒน์บอกว่าเพิ่งกลับไปเมื่อกี๊นี้เอง ภูผาขึ้นรถไปหันมาขอบคุณลุงวัฒน์ที่ฝากแตงโมไปให้แล้วถอยรถพรืดออกไปเลย

“ยัยรุ้งก็แปลก งอนอะไรนักหนา ทางนี้ก็ใจร้อน โอ๊ย...หนุ่มสาว” ลุงวัฒน์พึมพำแล้วดูต้นไม้ต่อ

พอภูผาขับรถออกจากไร่ทวีวัฒน์ก็เจอต้อยติ่งปั่นจักรยานสวนมาโบกไม้โบกมือให้หยุด บอกภูผาว่า อย่าตามเขาเลย ถ้าเขาอยากเจอเขาก็ต้องอยู่รอ แต่นี่เอาของมาให้แล้วรีบกลับไปเลย ภูผาบอกว่าจะไปคุยกับลุงวัฒน์ต้อยติ่งบอกเสร็จแล้วให้รีบกลับ แต่พอภูผาออกรถ

ลุงแสงก็วิ่งมาดักหน้ายื่นกระดาษโน้ตให้บอกว่า คุณหนูรุ้งฝากไว้บอกว่าถ้าเจอเถ้าแก่เอาให้ด้วย ภูผารับไปอ่านอย่างตื่นเต้น

“ถ้ายังไม่ลืมกัน ขอนัดเจอที่ศาลาริมน้ำ เย็นนี้”

ภูผาดีใจมากถามลุงแสงว่าเขานัดเจอเย็นนี้ เขายังอยากเจอตนใช่ไหม ลุงแสงถามว่าแล้วไปได้ไหมล่ะลุงจะได้โทร.บอก ภูผาบอกว่าได้ ตนจะไปเดี๋ยวนี้เลยลุงแสงถามว่าจะไปทั้งมอมแมมอย่างนี้เลยหรือ ภูผาจึงนึกได้รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ภูผาฝากงานกับต้อยติ่งบอกว่าไปสองสามวันแล้วจะกลับ เฝ้าโรงงานให้ดีด้วย แต่พอจะออกไป เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้น ภูผาจึงเดินกลับไปรับ

เมื่อลุงแสงโทร.ไปบอกทอรุ้งว่าเอาจดหมายให้ภูผาแล้วเขาบอกว่าจะไปตามนัดเย็นนี้ ทอรุ้งยิ้มดีใจ พอดีดารกาเดินเข้ามาถามว่ายิ้มอะไรอยู่คนเดียว ทอรุ้งบอกว่าเพื่อนนัดเจอกันเย็นนี้

ดารกาบอกให้เลื่อนไปก่อนเพราะวันนี้แม่นัดคุณสกาวใจกับเมธัสลูกชายเขากินข้าวกัน ทอรุ้งบอกว่าไม่เป็นไรเชิญคุณแม่ตามสบาย

“นี่! ฉันนัดให้มาเจอเธอ เมธัสน่ะ จำพี่เขาได้ไหม เดี๋ยวนี้เขาหล่อขึ้นเยอะเลยนะ”

ทอรุ้งถามว่าแม่จะนัดเขามาดูตัวรุ้งใช่ไหม ติงว่าตนไม่ใช่สินค้า ถ้าจะแต่งงานก็ขอเลือกเองได้ไหม

ดารกาบอกว่าได้ ถ้าไม่ชอบเมธัสก็ยังมีลูกชายรัฐมนตรี แล้วยังมี...ทอรุ้งถามขัดขึ้นว่า ตกลงรุ้งต้องเลือกจากที่คุณแม่เลือกมาแล้วใช่ไหม ดารกาบอกว่าใช่ ทอรุ้งไม่พูดอะไรได้แต่ทำหน้าเซ็ง

ooooooo

ภูผาได้รับโทรศัพท์จากที่บ้านบอกว่าอาม่าหายไป เขารีบไปที่บ้านทันที รู้จากเดือนว่าพักหลังอาม่ามีอาการหลง วันนี้ตนซักผ้าอยู่หลังบ้านเสร็จแล้วจึงรู้ว่าอาม่าหายไป ออกไปถามคนในตลาดก็ไม่มีใครเห็น

ภูผาถามว่าแล้วป๊าล่ะ เดือนบอกว่าออกไปขายปุ๋ยยังไม่รู้เรื่อง ภูผาจึงขับรถออกไปวนหาแถวนี้ก่อน

เส็งกลับมาพอรู้ว่าม้าหายไปก็บ่นเดือนว่า

บอกแล้วว่าให้ดูม้าดีๆ ก็พอดีภูผากลับมาบอกว่าชาวบ้านเห็นอาม่าขึ้นรถเมล์ไป สายอะไรก็จำไม่ได้ ภูผาถามว่าพักนี้อาม่าขึ้นรถเมล์ไปไหนบ่อยไหม เดือนว่าไม่มี เส็งบอกว่าเห็นแกบ่นๆว่าจะไปโรงพยาบาลอยากไปเจอเวหา ภูผาจึงขับรถไปที่โรงพยาบาล

อาม่าไปโรงพยาบาลจริงๆ ไปถามหาเวหาก็ไม่มีใครรู้จัก พยาบาลกระซิบกันว่าดูแกหลงๆนะ จึงพาไปพักที่แผนกก่อน ส่วนหลานอาม่าเดี๋ยวจะตามหาให้ ภูผามาถึงจึงรู้จากพยาบาลว่าตอนนี้พาอาม่าไปพักอยู่ที่แผนก แล้วพาภูผาไป

ปรากฏว่าอาม่าเจอเวหาระหว่างทาง อาม่าดีใจเข้าไปคว้าแขนไว้พร่ำเรียกอาเวหา...พอเวหาหันไปเห็นเป็นอาม่าก็ทำหน้างงบอกว่าตนชื่อจตุรภัทรไม่ใช่เวหา บอกพยาบาลให้รีบพาไปเดี๋ยวคนแตกตื่นกันหมด

“ปล่อยอั๊ว อั๊วไม่เลอะเลือน คนที่เลอะเลือนคือลื้อ อาเวหา!” อาม่าร้องตะโกน ดิ้นสุดแรง พยาบาลจึงปล่อย ก็พอดีภูผามาถึง อาม่ามองเวหาที่เดินหนีไป หันมาเจอภูผา อาม่าบอกให้พากลับบ้าน

“ครับอาม่า” ภูผาเข้าประคองอาม่าพากลับไป

เวหาเดินหนีอาม่าจนเช้านี้ก็ยังไม่หายเครียด

มีเพื่อนหมอมาบอกว่าหมอนลินีถามหาอยู่ เขาจึงไปพบที่ห้องรับแขกของโรงพยาบาลด้วยท่าทีเย็นชา บอกว่ามีอะไรก็พูดมาเลย จะตำหนิอะไรตนอีก

“มองโลกในแง่ดีบ้างสิ เมื่อวานนี้ญาติเธอมาเยี่ยมเหรอ” เห็นเวหาอึกอัก หมอนลินีจึงตัดบท “เอาเถอะ ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว ขอพูดแต่เรื่องงาน ฉันอยากให้เธอปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ คนเป็นหมอต้องคิดถึงคนไข้เป็นอันดับแรก ที่ผ่านมาฉันว่าเธอใส่ใจคนไข้ของเธอน้อยลงนะ ควรจะปฏิบัติกับเขาให้ดี ไม่ใช่ใส่อารมณ์กับคนไข้ เธอมีปัญหาส่วนตัวอะไรหรือเปล่า”

“ก็ไม่มีอะไร” เวหาท่าทีหมางเมินเย็นชามาก

“ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดี และหวังว่าเธอจะคิดได้ ลองกลับไปคิดดูนะเวหา ฉันจะรอวันที่เธอเป็นหมอจากจิตวิญญาณ”

เวหาหันหน้าหนีอย่างไม่อยากฟัง

เช้านี้ ผอ.ทินราช หมอนลินีและหมออีกสองสามคนเข้าไปในห้องประชุม เลขาพาทอรุ้งตามเข้ามา ทอรักยิ้มให้น้อง ผอ.ทินราชแนะนำว่านี่ลูกสาวคนเล็กของผม ทอรุ้งจึงเอ่ยแนะนำตัวเอง

“สวัสดีค่ะ ทอรุ้ง พิทักษ์กิจ ค่ะ วันนี้มาเริ่มงานที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นวันแรก ไม่ต้องเกรงว่ารุ้งเป็นลูกสาวของคุณพ่อนะคะ มีอะไรก็แนะนำตักเตือนรุ้งได้เสมอค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เวหาจ้องทอรุ้งอย่างเป็นเป้าหมายต่อไป แต่ก็ไม่พ้นสายตาของหมอนลินีที่มองอย่างรู้ทัน ได้แต่ถอนใจ

เวหาแนะนำตัวเองในชื่อใหม่ ทอรุ้งพูดแซวๆว่ากว่าจะชินกับชื่อใหม่คงอีกนาน เวหาบอกไม่นานหรอกสมัยก่อนเราสนิทกันจะตายรุ้งจำได้ไหม...แล้วตอนนี้พี่ก็ชอบรุ้ง ผ่านมาหลายปี รุ้งรู้ไหมว่าพี่ก็ยังรู้สึกกับรุ้งเหมือนเดิม ทอรุ้งบอกว่าตนไม่เคยคิดกับเขาเกินกว่าพี่ชาย เวหาตัดพ้อว่าทำไมไม่เปิดใจให้ตนบ้าง

ทอรุ้งไม่ตอบแต่ถามถึงภูผา เวหาฉุนกึกกระชากเสียงว่าถามถึงมันทำไม พอตั้งสติได้ก็เล่าว่า

“ตั้งแต่ภูผาไปได้ดิบได้ดีก็ไม่ได้กลับบ้านเลย นานๆถึงจะส่งเงินมาให้ที พี่ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเขาเท่าไร” ทอรุ้งเปรยว่าท่าทางเขาจะงานยุ่ง “หรืออาจจะลืมคนที่นี่แล้วก็ได้ รุ้งไม่ได้ไปเจอเขาเหรอ”

ทอรุ้งบอกว่าไปแต่ไม่เจอ นัดก็ไม่มา เวหาได้ทีถล่มภูผาว่า

“มันก็เป็นคนอย่างนี้แหละ มีแฟนแล้วก็ลืมบ้าน” ทอรุ้งถามว่าแฟนหรือ? “ต้อยติ่งไง จำได้ไหม ทีแรกก็ให้ไปช่วยงานพักเดียวก็จับเป็นแฟน”

ทอรุ้งทนฟังไม่ได้ขอตัวไปทำงาน เวหาบอกว่าคืนนี้ตนจะพาไปเลี้ยงข้าว นัดเลยว่าเลิกงานแล้วตนจะไปรอที่แผนก พูดแล้วยิ้มอารมณ์สมใจผละไปอย่างเร็วจนทอรุ้งปฏิเสธไม่ทัน

ooooooo

วันนี้ภูผาพาอาม่าไปโรงพยาบาลพิทักษ์ราษฎร์ เห็นเวหาเดินผ่านไปก็ทัก

“ไปเจอป๊ากับอาม่าหน่อยสิ” เวหาตอบทันทีว่าตนไม่มีญาติพี่น้องและไม่รู้จักเขาด้วย “ถ้าแกไม่ไป ฉันจะประจานแกทั้งโรงพยาบาลว่าแกมันวัวลืมตีนเป็นคนเนรคุณ”

ภูผาพูดดังจนพยาบาลที่เดินผ่านไปมาหันมอง เวหาจึงจำต้องยอมอย่างเจ็บใจ

พอไปเจอเส็ง เดือนและอาม่าที่หน้าห้องพักคนไข้ เวหาถามเสียงไม่พอใจว่า

“จะให้อั๊วทำอะไร”

“ไปขอโทษอาม่า บอกว่าสำนึกผิดแล้ว แล้วจะกลับมาอยู่บ้าน” เส็งพูดทันที

เวหาถามว่าจะให้ตนโกหกหรือ ตนทำไม่ได้ เดือนเตือนสติว่าอาม่าแก่มากแล้ว หลงๆลืมๆจนต้องพามาให้หมอตรวจที่นี่ ขอให้ทำให้อาม่าสบายใจเถอะ เวหาบ่นว่าโรงพยาบาลตั้งเยอะแยะทำไมต้องมาที่นี่ ถามว่าถ้าตนกลับไปจะมีประโยชน์อะไร ดีไม่ดีอาม่าลืมตนไปแล้วด้วยซ้ำ เส็งอดกลั้นอารมณ์ หว่านล้อมว่า

“อาม่าอาจจะลืมกินข้าว อาจจะลืมทางกลับบ้าน บางทีก็อาจลืมชื่อตัวเอง แต่ที่อาม่าไม่เคยลืมเลยก็คือไม่ลืมว่ามีหลานสองคน ทุกเช้าอียังใช้ให้อั๊วไปปลุกลื้อให้ไปโรงเรียน ตอนเย็นก็บอกให้แม่ลื้อทำกับข้าวเยอะๆ กลัวว่าหิวกลับมาแล้วจะกินไม่อิ่ม ตั้งแต่พวกลื้อเกิดอีก็ไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย นึกถึงแต่พวกลื้อตลอด นี่ไม่นึกเลย...ไม่นึกเลยว่าลื้อ...” เส็งสะเทือนใจร้องไห้จนพูดไม่ออก เดือนจึงพูดต่อ

 “เวหา พูดตรงๆนะ ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นบั้นปลายชีวิตของอาม่าแล้ว กลับมาอยู่บ้านให้อาม่าได้เห็นหน้าก่อนตายเถอะ ถือว่าตอบแทนบุญคุณอาม่าครั้งสุดท้ายนะ”

“ตอบแทนไปแล้วอั๊วจะได้อะไร”

“เลิกคิดจะเอาแต่ได้ แล้วหัดให้คนอื่นบ้าง นั่นอาม่านายนะ!” ภูผาแทรกขึ้นอย่างสุดทน เวหาหันหน้าหนี เส็งหน้าเครียดบอกภูผาว่าปล่อยไปเถอะ คงกู่ไม่กลับแล้ว เดี๋ยวตนจะไปบอกอาม่าเองว่าเวหาตายไปแล้ว

“ทำอย่างนั้นได้ก็ดี แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นนะ บอกอาม่าไปว่ามีหลานแค่คนเดียวคือไอ้ภูผา ส่วนหลานที่ชื่อเวหาอาม่าเลอะเลือนคิดไปเอง”

“ไปให้พ้น! จะไปตายห่าที่ไหนก็ไป!!” เส็งไล่ตะเพิด เดือนพึมพำเสียงแผ่วว่าบาปกรรมเหลือเกิน แล้วเดินไปปลอบเส็ง ภูผาทนไม่ไหวตามเวหาออกไปทันที เวหาถามว่าป๊าเป็นคนไล่ตนเองแกจะเอาอะไรอีก ภูผาชกหน้าเวหาทันทีแล้วจะตามซ้ำ

“หยุด!” ทอรุ้งตวาด ภูผากำหมัดค้าง “ไม่ได้เจอกันนาน ยังเป็นนักเลงอยู่เหมือนเดิมนะ” ภูผาอุทาน...รุ้ง... “ออกไปจากโรงพยาบาลของฉัน ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ.” ภูผาขอให้ฟังตนก่อน “ฉันไม่จำเป็นต้องฟังอันธพาลอย่างคุณ”

ภูผาเสียใจที่ทอรุ้งเข้าใจผิด ในขณะที่เวหายิ้มสะใจมาก!

ooooooo

เวหาขอบใจทอรุ้งที่เข้ามาห้าม ไม่อย่างนั้นตนคงถูกต่อยยับไปแล้ว

ทอรุ้งถามว่าภูผามาทำอะไร เขาจะเอาอะไร  เวหาเลี่ยงว่าเรื่องมันยาวไว้ตอนเย็นกินข้าวจะเล่าให้ฟังตอนนี้ต้องไปตรวจคนไข้แล้ว บอกทอรุ้งให้ไปรถตน ตนจะไปส่งเอง

ฝ่ายภูผากลับถึงบ้าน อาม่าถามว่าทำไมเวหาไม่กลับมาด้วย เส็งตัดสินใจพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า

“อาม้า...ฟังอั๊วนะ อาเวหาอีตัดขาดกับพวกเราแล้ว อีอยากไปมีชีวิตของอี อีจะไม่กลับมาแล้ว ม้าเลิกพูดถึงมันได้แล้ว”

“ทำไมล่ะอาเส็ง”

“ก็เพราะครอบครัวเรามันต่ำต้อยไงม้า เป็นแค่คนจีนโล้สำเภามา อาชีพก็แค่ขายของเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้เป็นคนร่ำรวยมีชาติตระกูล มันเลยไม่ชอบ ไปเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลตั้งต้นชีวิตมันใหม่ไปแล้ว”

อาม่าถามว่าอีเป็นคนอย่างนั้นจริงหรือ เดือนบอกอาม้าให้ลืมๆ เวหาไปเถอะ เราอยู่กันแค่นี้ก็ดีแล้ว คิดเสียว่ามีภูผาเป็นหลานคนเดียวก็พอแล้ว อาม่าบอกว่าตนมีหลานสองคนจู่ๆ มาบอกให้ตนลืมไปคนนึง...พูดแล้วพยักหน้าบอกว่าจะพยายามก็แล้วกัน แล้วลุกไป เส็งถามว่าม้าจะไปไหน

“ไปนอน เผื่อตื่นมาแล้วมันจะลืมหลานไปได้คนนึง”

พออาม่าไป เดือนบอกภูผาว่าอย่าเพิ่งกลับเลยอยู่เป็นเพื่อนอาม่าสักพักก่อน กลัวหายไปทั้งสองคนแกจะยิ่งทรุด ภูผาเห็นด้วย รุ่งขึ้นจึงโทร.บอกกานต์ว่าจะอยู่ดูแลอาม่าที่กรุงเทพฯต่ออีกสักพัก พอต้อยติ่งรู้ก็ไม่พอใจหาว่าเพราะยัยคุณหนูนั่นทีเดียว ถ้าไม่ติดงานจะตามไปลากพี่ภูผากลับมาเดี๋ยวนี้เลย

กานต์ถามว่าหวงพี่ภูผาขนาดนั้นเลยเหรอ ต้อยติ่งโพล่งว่า “ไม่ได้หวง...หึง!”

ฝ่ายทอรักวันนี้อารมณ์เสียหนัก ดารกาถามว่าเรื่องผู้ชายอีกแล้วใช่ไหม ทอรักบอกว่าใช่ วันนี้ตนติดต่อไปหาประเสริฐถึงได้รู้ว่าเขามีแฟนแล้วเป็นฝรั่งแคนาดา รู้งี้ไม่ยอมให้ไปเรียนตั้งแต่แรกซะจะดีกว่า พาลหาว่าแม่ไม่น่าตั้งชื่อทอรักเลย เหมือนต้องทอไปเรื่อยๆจะไปหยุดที่คนไหนก็ไม่รู้ ทำเอาดารกาทำหน้ากระอักกระอ่วนกับนวลฉวีที่โผล่หน้ามาดู

ฝ่ายทอรุ้งพอตกเย็นก็ขอโทษเวหาที่วันนี้ไปไม่ได้เพราะคุณแม่สั่งให้รีบกลับเอาไว้วันหลังก็แล้วกัน

พอแยกจากทอรุ้ง เวหาก็เข้าไปที่ห้องยาหยิบยาไปกระปุกหนึ่งอย่างหมายมาดว่าทอรุ้งเสร็จตนแน่ พยาบาลมาเห็นถามว่าหมอมาทำอะไร เวหาบอกว่าเปล่าแล้วเดินออกไปหน้าตาเฉย

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้นทอรุ้งไปกินข้าวกับเวหาตามนัด เขาชวนดื่มไวน์ ทอรุ้งปฏิเสธเพราะพรุ่งนี้ต้องทำงานก็อ้อนว่านิดเดียวแล้วเลือกไวน์ให้

ทอรุ้งถามว่าตกลงเมื่อวานภูผามาถึงโรงพยาบาลทำไม เวหาบอกให้ทานข้าวก่อนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง บอกให้ทอรุ้งสั่งเลยตนเลี้ยงถือว่าเลี้ยงต้อนรับที่รุ้งกลับมา

เวหาหลอกล่อให้ทอรุ้งดื่มจนเมา เธอถามเรื่อง ภูผาอีก เวหาตัดพ้อว่าทำไมถึงสนใจมันที่เป็นแค่คนขายปุ๋ยนัก แต่ตนเป็นถึงหมอทำไมไม่สนใจ เอาแต่ถามเรื่องภูผาจะสิบรอบแล้ว

ทอรุ้งเริ่มเมาขอกลับก่อน เวหาอาสาไปส่ง ประคองทอรุ้งที่เริ่มปวกเปียกไปขึ้นรถ พอดีทินราชกำลังจะเข้าร้านอาหารกับเพื่อนเห็นเวหาพาทอรุ้งขึ้นรถแล้วก้มหอม ทินราชตกใจมากตรงไปที่รถเวหา

“จะพาลูกสาวฉันไปไหน แล้วลูกสาวฉันเป็นอะไรหมอภัทร” เวหาแก้ตัวลนลานว่าตนไม่ได้ทำอะไร รุ้งแค่เมาไปหน่อย ตนกำลังจะพาไปส่ง ทินราชเสียงแข็งว่า “เดี๋ยวฉันพาลูกสาวกลับเอง”

เวหาพยายามบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรทอรุ้ง ตนรักทอรุ้งเหมือนน้องสาว ผอ.อย่าเข้าใจผิด

“พรุ่งนี้ไปพบฉันแล้วค่อยอธิบายเรื่องทั้งหมดก็แล้วกัน ฉันจะให้โอกาสเธอ” ทินราชจ้องเวหาอย่างโกรธจัด

เมื่อดารกากับทอรักไปเยี่ยมทอรุ้งที่โรงพยาบาล ทอรักคิดไม่ถึงว่าเวหาจะกล้าวางยาทอรุ้ง ดารกาก็ด่าว่าทำไมถึงเลวได้ขนาดนี้ ทินราชบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะเคลียร์เรื่องนี้เอง นัดหมอภัทรมาอธิบายเรื่องนี้แล้ว

ดารกาถามว่ายังต้องฟังมันอธิบายอะไรอีก ทำไมไม่ลากคอมันเข้าตะรางไปเลย ทอรุ้งบอกว่าคุณพ่อทำถูกแล้ว ดารกาไม่ยอมหาว่าทินราชเข้าข้างหมอของเขา บอกว่าตนจะจัดการเองแล้วสั่งทอรักให้ไปกับตนเลย

ดารกาลุยไปที่บ้านเส็งถามหาเวหา ไม่มีใครรู้ว่าเวหาอยู่ไหนแต่ที่ได้รู้โดยไม่คาดคิดคือ รู้ว่าเส็งกับเดือนเป็นพ่อแม่ของเวหาและภูผาคือน้องชายแท้ๆ ของเวหา!

เมื่อภูผารู้ว่าทอรุ้งถูกเวหาวางยานอนหลับก็ไปที่โรงพยาบาลทันที พอผลักประตูเข้าไปก็โผเข้ากอดทอรุ้งด้วยความเป็นห่วง พร่ำบอกทอรุ้งไม่ขาดปาก

“รุ้ง...เราขอโทษนะ เราขอโทษ...ถ้ารุ้งเป็นอะไรไป เราจะฆ่ามัน!”

“...ภูผาห่วงรุ้งจริงๆ เหรอ” ทอรุ้งถามเมื่อตั้งสติได้

เสียงทินราชกระแอมขึ้น ภูผาตกใจหันมอง รีบไหว้และขอโทษ ทินราชบอกว่าเคยเจอเขาเมื่อหลายปีก่อน เขาอาจจำตนไม่ได้ แต่ตนความจำดีถึงได้เป็นหมอไง ทอรุ้งเรียกติง ทินราชบอกว่าพ่อพูดเล่น แต่ตนไม่รู้จักภูผาจริงๆ จึงต้องขอสัมภาษณ์สักหน่อย ถามว่าว่างไปคุยกับตนที่ห้องไหม ภูผาตอบรับด้วยความยินดี

เมื่อไปคุยกันที่ห้องทำงานของทินราชเขาถามว่า “เธอเป็นอะไรกับรุ้ง” ภูผาตอบทันทีว่าตนรักรุ้ง ทินราชถามว่าแล้วรุ้งรักเขาหรือเปล่า ภูผาไม่ตอบ ทินราชพูดเองว่า

“ถ้าเดาไม่ผิด ยัยรุ้งคงรักเธอ ไม่งั้นคงไม่ปล่อยให้เธอกอดแบบนั้นหรอก” ภูผาเงยมองอย่างมีความหวัง ทินราชถามว่าทำงานอะไร ภูผาบอกว่าขายปุ๋ยสำหรับไร่นาและพืชสวน “ไหนเล่ารายละเอียดงานขายปุ๋ยให้ฟังหน่อย อ้อ...แล้วเล่ามาด้วยว่าเธอรู้จักกับรุ้งได้ยังไง”

ทินราชมองหน้าภูผาเต็มตา ภูผายิ้มรับอย่างพร้อมเล่าเต็มที่

ooooooo

ต้อยติ่งทนไม่ได้ไปตามภูผาถึงบ้าน เดือนบอกว่าภูผาไปตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับ ต้อยติ่งลิ่วไปหา ทอรุ้งทันที แต่อาม่าบอกว่าภูผากลับมานอนอยู่ข้างบนแล้ว ด่าเดือนว่าลูกอยู่ไม่อยู่ก็ไม่รู้ แปะยิ้งกันจริงๆ

ต้อยติ่งไปหาทอรุ้งแต่ไปรอที่สวนข้างโรงพยาบาล ทอรุ้งลงมาพบและไปเดินคุยกันที่สวน

ต้อยติ่งมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของภูผาบอกว่าตนมาตามภูผากลับ ให้เธอเลิกยุ่งกับภูผาเสียเพราะเธอหายไปหลายปีแต่ตนอยู่ข้างเขามาตลอด การที่เธอไม่ตอบจดหมายเขาก็ชัดอยู่แล้วว่าเธอไม่เคยคิดถึงเขาเลย

ทอรุ้งโต้ว่าตนเขียนจดหมายถึงภูผาทุกเดือนเขาต่างหากที่ไม่ตอบ ต้อยติ่งผสมโรงทันทีว่าที่เขาไม่ตอบจดหมายแสดงว่าเขาลืมเธอเหมือนกัน อย่าทำให้เขาลำบากใจเลยเพราะตนกับพี่ภูผา “เรารักกัน”

ต้อยติ่งพยายามจะให้ทอรุ้งรับปากจะไม่ยุ่งกับภูผา แต่ทอรุ้งยืนยันว่าตนจะยอมรับปากกับเธอก็ต่อเมื่อภูผาไม่ได้รักตน

ต้อยติ่งกลับถึงบ้านเส็งเจอภูผา เขาทักว่าแม่บอกว่าต้อยติ่งมาแต่เช้าแล้ว ต้อยติ่งบอกว่าตนไปหาทอรุ้งมาเขาบอกว่าไม่อยากเจอพี่ภูผาแล้ว มีอะไรให้คุยกับพ่อเขาได้เลย

ภูผาฟังแล้วอึ้ง แต่เส็งกับเดือนที่นั่งห่างออกไปได้ยิน พูดปลงๆว่าคนเราไม่เจอกันไม่กี่ปีไม่น่าเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่อาม่าไม่เชื่อถามต้อยติ่งว่า อีพูดอย่างนี้จริงหรือ ภูผาไม่พูดอะไรแต่ทำเป็นอยากกินน้ำหวานให้ต้อยติ่งไปชงให้หน่อย พอต้อยติ่งเข้าไปในบ้านก็ลุกขึ้นบอกเดือนว่า

“เดี๋ยวอั๊วมานะแม่”

เดือนถามว่าจะไปไหนอีกล่ะ ภูผาไม่ตอบรีบออกไปเลย ทั้งเดือน เส็งและอาม่าได้แต่มองหน้ากันงงๆ

ภูผาไปหาทอรุ้งที่จุดประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล แต่เพราะต่างถูกต้อยติ่งปั้นน้ำเป็นตัว เป่าหูยุยงจนตั้งแง่ต่อกัน โดยเฉพาะทอรุ้งที่เชื่อว่าภูผากับต้อยติ่งรักกันตามที่ต้อยติ่งบอก พอถูกต่อว่าภูผาบอกว่าตนคิดกับต้อยติ่งแค่น้องสาว

ทอรุ้งถามว่าแล้วใครล่ะที่ไม่ตอบจดหมายเลย ภูผาย้อนว่าก็เธอน่ะสิ 

ทอรุ้งยืนยันว่าตลอดเวลาหลายปีมานี้ตนส่งจดหมายให้เขาทุกเดือน ภูผาถามว่าแล้วทำไมตนได้รับจดหมายเธอแค่สองปีแล้วก็ไม่มีอีกเลย ทอรุ้งเอะใจถามว่าแล้วเขาเขียนถึงตนทุกเดือนหรือเปล่า

“เขียนทุกเดือนเหมือนกัน”

“รุ้งว่ามันชักแปลกๆแล้วนะ เราเขียนหากันทุกเดือน แต่ทำไมไม่มีใครได้รับจดหมายเลยล่ะ”

ooooooo

ดารกาอยากได้เมธัสเป็นเขยมาก พยายามยัดเยียดให้ลูกสาวคนใดคนหนึ่ง เมธัสหลงรักทอรักแต่ทอรักไม่เพียงไม่มีใจให้ หากยังรังเกียจผู้ชายจืดชืดอย่างเขา บอกแม่ว่าอย่าบังคับตน ให้ยัยรุ้งนั่นแหละ

“จริงๆ คู่กับใครก็ได้ เอาไปสักคนแม่จะได้หมดห่วง”

“แต่รักไม่เอานะคะคุณแม่”

“รุ้งก็ไม่เอาค่ะ” เสียงทอรุ้งแทรกขึ้นเมื่อทั้งสองเดินมาถึงจุดประชาสัมพันธ์ ดารกามองลูกทั้งสองเซ็งๆ

เมื่อสามแม่ลูกเข้าไปคุยกันในห้องพักของทอรุ้งที่โรงพยาบาลโดยไม่รู้ว่าภูผาซ่อนอยู่ใต้โต๊ะที่ผ้าคลุมโต๊ะบังอยู่ ดารกายังพยายามหว่านล้อมให้ทอรักหรือทอรุ้งคนใดคนหนึ่งแต่งงานกับเมธัส เพราะขืนปล่อยให้คนนั้นมาตอมทีคนนี้มาตอมทีมันจะเสียชื่อ

“รุ้งว่าคุณแม่น่าจะทำบางอย่างด้วยใช่ไหม คือสกัดผู้ชายที่คุณแม่ไม่ชอบ ไม่ให้มาสนิทกับรุ้ง”

“เปล๊า...”

“ไม่ต้องปิดบังแล้วค่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว” ทอรักขัดขึ้น แฉกับทอรุ้งว่า “ใช่ยัยรุ้ง คุณแม่เป็นคนสั่งให้ยัยแหม่มเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่เธอพัก ริบจดหมายของผู้ชายทุกฉบับ ส่วนจดหมายของเธอที่ฝากผ่านยัยแหม่มส่งเขาก็ส่งมาให้คุณแม่ตรวจก่อน”

ทั้งภูผาที่แอบฟังอยู่ใต้โต๊ะและทอรุ้งต่างอึ้งเมื่อรู้ความจริง ดารกายังพยายามหว่านล้อมทอรุ้งอีก ทอรุ้งขอร้องแม่อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ได้ไหมตนกำลังเสียขวัญ ถามว่าคุณแม่ไม่กลัวตนเป็นบ้าหรือคะ ดารกาจึงยอมบอกว่าไว้สบายใจค่อยคุยกันก็ได้ ชวนทอรักออกไปให้น้องสบายใจก่อนจะได้ตอบรับแม่

พอดารกากับทอรักออกไป ภูผาก็โผล่ออกมาจากใต้โต๊ะมองทอรุ้งด้วยแววตาปีติ ถามว่าหมดเรื่องเข้าใจผิดกันแล้ว ดีกันได้แล้วนะ ทอรุ้งแย้งว่าดีกันแบบไหน ในเมื่อยังไม่ได้เคลียร์เรื่องต้อยติ่ง

“ยังไม่หมดเรื่องอีกเหรอ...” ภูผาเสียงอ่อยถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

ภูผากลับไปเคลียร์กับต้อยติ่งถามว่าเมื่อเช้าไปพูดอะไรกับทอรุ้ง ต้อยติ่งบอกว่าตนอยากเป็นเมียพี่ ไม่อยากเป็นแค่น้อง

ภูผาพาทั้งทอรุ้งและต้อยติ่งไปที่ร้านอาหาร ชี้แจงกับต้อยติ่งด้วยความรักเมตตาต่อหน้าทอรุ้ง เขาขอบคุณที่ต้อยติ่งดูแลตนอย่างดีมาตลอดแต่ตนรักต้อยติ่งเกินกว่าน้องไม่ได้จริงๆ เพราะตนมีคนรักของตนแล้ว ต้อยติ่งถามว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลยหรือ

“คนบางคนรักกัน ทำดีต่อกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนกันเสมอไปหรอก เรายังเป็นพี่น้องกันได้ ต้อยติ่งเป็นน้องที่ดีของพี่ต่อไปเถอะนะ”

ต้อยติ่งจำต้องยอมรับแต่ยังทำใจไม่ได้ แต่ตนอยากเป็นเด็กดีของพี่ ฉะนั้นตนจะขอเป็นคนไปเอง แล้วเดินออกไปเลย ภูผาตกใจกลัวเธอจะทำร้ายตัวเองรีบร้องเรียก ต้อยติ่งบอกว่าตนแค่ขอไปทำใจสักพักเท่านั้นเอง

ปล่อยให้ต้อยติ่งไปทำใจแล้ว ภูผาหันมองทอรุ้ง ถามว่าชัดเจนแล้วนะว่าคนรักตัวจริงของตนคือเธอ

“คนใจร้าย” ทอรุ้งกลบเกลื่อนความเขินลุกเดินออกไป

“อ้าว...ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ” ภูผาพึมพำงงๆ

เวหาถูกจับได้ว่าขโมยยานอนหลับในห้องยาไปมอมทอรุ้ง เส็งขอโทษทินราชที่ตัวเองเลี้ยงลูกไม่ดี ทินราชพูดอย่างเข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ คนเราเลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆ ฝ่ายทอรุ้งก็ขอพ่ออย่าเอาเรื่องเวหาเลย เพราะไม่อยากให้คนที่บ้านเวหาต้องเสียใจ ภูผาขอบคุณและชมว่าเขาทำกับเธอขนาดนี้เธอยังใจดีอีก

“ก็ไม่ใจดีเท่าไหร่หรอก เพราะถ้าเขาไม่ชิงลาออก เขาก็ต้องโดนไล่ออก แล้วคุณพ่อก็กระจายข่าวไปทุกโรงพยาบาลว่าหมอคนนี้คือตัวอันตรายถ้ารับทำงานให้ระวังให้ดีๆ”

“หวังว่าเขาจะเข็ด ไม่กล้าทำเรื่องเสื่อมเสียที่ไหนอีก” ภูผาภาวนาให้เป็นเช่นนั้น

ภูผากับทอรุ้งขึ้นไปคุยกันบนดาดฟ้า ภูผาจับมือทอรุ้งบอกว่าไม่เจอกันนานขอจับให้หายคิดถึงหน่อย ทอรุ้งถามว่าไม่กลัวแม่ตนหรือ

“ก็กลัวนะ แต่ความรักมันทำให้เรากล้า กล้าทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้มันเป็นไปได้...อาทิตย์หน้าแม่รุ้งมีจัดเลี้ยงใช่ไหม”

“เฮ้ย...รู้ได้ไง” ทอรุ้งถามงงๆ ภูผายิ้มให้อย่างมีเลศนัย

ooooooo

เป็นงานเลี้ยงที่ดารกาจัดต้อนรับการกลับมาของทอรุ้ง แต่ที่แท้ต้องการให้เมธัสมาพบกับทอรักและทอรุ้ง หมายให้จับคู่กันให้ได้

ดารกากับสกาวแม่ของเมธัสพยายามให้เมธัสกับทอรุ้งใกล้ชิดมีใจต่อกัน แต่เพราะเมธัสหลงรักทอรัก การใกล้ชิดกับทอรุ้งจึงเป็นไปแกนๆ เหมือนหุ่นที่ถูกเชิด เซ็งด้วยกันทั้งคู่ แต่พอมีโอกาสได้ใกล้ชิดทอรักเมธัสกลับมีชีวิตชีวา แต่ความมีชีวิตชีวาของเขากลับทำให้ทอรักยิ่งเซ็งกระทั่งรังเกียจในความจืดชืดของเขา

งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงวาระสำคัญคือการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิทอรุ้ง ช่วยเหลือเด็กด้านการศึกษา

ดารกาอ่านรายนามผู้บริจาคแล้ว นวลฉวีเข้ามารายงานว่ามีผู้บริจาคเพิ่ม พอดารกาเปิดดูเช็คก็ตาโตอุทาน

“หนึ่งแสนบาทจากใครคะเนี่ย” นวลฉวีบอกว่าเขาฝากมาไม่ได้บอก “ใครคือผู้ใจบุญช่วยแสดงตัวด้วยค่ะ”

ผู้มาร่วมงานต่างมองหา แต่ที่หน้าประตูทางเข้า ทวีวัฒน์ นุสราและภูผาที่ใส่สูทหล่อ ผิวเข้ม สง่า กำลังเดินเข้ามา ดารกาถามทวีวัฒน์กับนุสราว่าพาตานี่มาทำไม

ที่แท้ทวีวัฒน์พาภูผาซึ่งเป็นผู้บริจาคเงินหนึ่งแสนบาทมาทวงสัญญาที่ดารกาเคยท้าทายภูผาไว้ ว่าถ้าเขาทำได้ตามที่ตนตั้งไว้จะให้แต่งงานกับทอรุ้ง ภูผารายงานความมุมานะของตนใน 5 ปีที่ผ่านมาจนได้เป็นเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง ผลประกอบการปีที่แล้วมูลค่า 20 ล้านบาท ว่า

“ที่ชีวิตผมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะรุ้ง นกจะบินสูงไม่ได้ถ้าไม่มีลมใต้ปีกที่คอยช่วยพยุง รุ้งช่วยผมทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เช่นการขอกู้เงินธนาคารเพื่อตั้งโรงงาน และที่สำคัญที่สุดคือเป็น “เพื่อน” ที่คอยให้กำลังใจผมเสมอมา ผมก็จะมาขอตอบแทนรุ้งด้วยการดูแลเธอไปตลอดชีวิตครับ”

ดารกาอึ้งแล้วอึ้งอีก แต่แล้วก็ตะแบงว่าเงินกับปริญญาใครๆ ก็หาได้แต่เรื่องครอบครัวที่ต้องมีหน้ามีตาทางสังคม เขาคงแก้ไขอะไรไม่ได้ ตนเสียใจที่เขามีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน

ดารกาหัวเราะอย่างผู้ชนะ แต่แล้วก็หน้าเสียเมื่อทวีวัฒน์กับนุสรารับภูผาเป็นบุตรบุญธรรม บอกว่าต่อไปนี้ภูผาคงได้ออกงานสังคมมากขึ้น ซ้ำทวีวัฒน์ยังบอกว่าทอรุ้งกับภูผาเหมาะสมกันที่สุด ดารกาทำท่าจะแย้ง ถูกนุสราดักคอทันทีว่า “พี่รู้ว่าเธอเป็นคนรักษาสัญญา”ดารกาเลยเงียบ ใบ้กินสนิท

ในขณะที่ดารกากำลังมึนอยู่นั้น เมธัสก็ประกาศออกไมค์กลางงานว่า เมื่อกี้ภูผาขอทอรุ้งแต่งงานตนน้ำตาแทบไหล ซาบซึ้งในความรักอันยาวนานเป็น 10 ปีของทั้งสอง แล้ววกมาเรื่องของตัวเองว่า

“ส่วนเรื่องความรักของผมเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันนี้เอง...คุณทอรักครับ แม้เราจะเพิ่งเจอกันแต่ผมก็มั่นใจว่าความรักที่มีต่อคุณ มันเป็นความรักที่จริงแท้แน่นอน ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองนะครับ แต่งงานกับผมนะครับ”

ดารกาดีใจมากบอกให้ทุกคนช่วยกันปรบมือ แต่ทอรักแทบจะบ้า แผดเสียงร้องแล้ววิ่งเข้าอาคารไปเลย

นุสราเตือนดารกาว่าลูกโตแล้ว ไปจุ้นจ้านมากเขาจะรำคาญแล้วจะพานหนีหน้าเราเอานะ ดารกาบอกว่าตนเป็นห่วงเพราะภูผาเคยเป็นนักเลงเป็นโจรมาก่อน แต่รู้ว่ายังไงทอรุ้งก็ต้องเลือกภูผาจึงบอกคุณสมบัติที่ไม่คิดว่าเขาจะทำได้ แต่เมื่อวันนี้เขาทำได้แล้ว ตนก็ต้องรักษาสัจจะ

“ผมชอบคุณก็ตรงนี้แหละ” ทินราชชื่นชม

ooooooo

แม้ต้อยติ่งจะทำใจแล้วแต่ก็ยังรับไม่ได้ กรีดร้องเมื่อรู้ว่าภูผาขอทอรุ้งแต่งงาน กานต์ที่รู้เหตุการณ์ดีเห็นอาการของต้อยติ่งจึงชวนไปเที่ยวงานวัดกันให้ผ่อนคลาย ต้อยติ่งกำลังสับสนเร่งให้ไปเดี๋ยวนี้เลย

ส่วนอนงค์เมื่อเวหาหายไปก็ไปถามที่บ้านไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน เดือนถามว่าหนูรักเขาจริงๆหรือ อนงค์ยอมรับว่าเวหาทำให้ตนเสียใจตลอดแต่ตนก็ตัดเขาไม่ขาด รับว่า “หนูรักหมอเวหาจริงๆค่ะ”

“ป้าเชื่อหนูจ้ะ เพราะถ้าหนูไม่รักเขาจริง หนูคงไม่อยู่ในวันที่เขาตกต่ำถึงขีดสุดหรอก ขอบใจมากๆนะ ที่รักลูกป้า ถ้าเขากลับมา ป้าจะติดต่อกลับไปนะ” เดือนมองอนงค์ที่เศร้าอยู่ด้วยความเอ็นดู

เวหาไปหาหมอนลินีให้ช่วยตนด้วยเพราะตอนนี้ตนลำบากมาก หมอนลินีบอกว่าไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนเขาก็ยังเป็นหมอ ตราบใดที่ยังไม่ถูกถอนใบประกอบวิชาชีพก็ยังมีโอกาสแก้ตัว...หมอนลินีให้กำลังใจว่าอย่ากลัวความลำบากและความอดอยากเพราะมันไม่เคยทำให้ใครตาย อย่าทิ้งวิชาชีพที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมา ให้กำลังใจว่า

“พี่เชื่อว่าเธอทำได้ พี่เชื่อว่าเธอจะเป็นหมอที่ดีได้ พี่เป็นกำลังใจให้เธอ”

เวหาได้กำลังใจเขาไปเป็นหมอที่จังหวัดตากตั้งใจทำงานอย่างที่หมอนลินีให้สติและกำลังใจจนเป็นที่รักของประชาชน เขายังเขียนจดหมายมาขอโทษทางบ้าน ฝากขอโทษภูผาด้วย สัญญาว่าต่อไปนี้ตนจะเป็นคนดี

สมคิดหายไปนาน วันนี้เขามาที่โรงงานปุ๋ยเพื่อช่วยภูผาทำงานและดูแลต้อยติ่ง ส่วนต้อยติ่งทำใจได้แล้วก็แนะนำทอรุ้งให้ดูแลภูผาอย่างละเอียดในสิ่งที่ภูผาชอบและไม่ชอบ ทอรุ้งขอบใจสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่

ทอรุ้งไปช่วยที่ไร่ทวีวัฒน์กลายเป็นคนทำสวนมืออาชีพโดยใช้ปุ๋ยของภูผาจนต้นไม้ผลไม้งามมาก

“เราช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีเหลือเกิน สามีทำปุ๋ย ภรรยาทำสวน” ภูผาเอ่ยปลื้ม ทอรุ้งถามว่าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน ภูผาจึงอุ้มทอรุ้งขึ้นขอแต่งวันนี้เลย

ภูผาขอแต่งงานในเช้าที่สดใส ขอให้อากาศที่สดชื่น สายน้ำที่ชุ่มฉ่ำและผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ช่วยเป็นพยานรักให้ข้ากับคนรัก ภูผาและทอรุ้ง ขอให้ความรักของเรางดงามเหมือนธรรมชาติรอบๆตัวเราตอนนี้ แล้วบอกทอรุ้งให้พูดอะไรหน่อย

“ขอให้สายรุ้งพาดผ่านภูเขาทุกครั้งหลังฝนตก เพื่อให้สายรุ้งเป็นความหวังของภูเขา เมื่อใดที่เมฆฝนบดบังภูเขาจนมืดมิดมองไม่เห็น ภูเขาจะรู้ว่าหลังจากเมฆฝนผ่านไป จะได้เจอสายรุ้งทอประกาย ขอให้เป็นอย่างนี้ เรื่อยไปตราบนานเท่านาน...เหมือนความรักของเรา”

ภูผากับทอรุ้งมองหน้ากันอย่างแสนรัก ภูผาจุมพิตหน้าผากทอรุ้งภายใต้แสงย้อนตะวันที่งดงาม...

ooooooo

จบซีรีส์ลูกผู้ชาย...ภูผา


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 9(ตอนจบ) อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ติดตามซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 8 ก.พ. 2562 09:59 2019-02-11T01:06:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ