ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

เส็งไปหาอาม่าที่บ้านพักคนชราจะพากลับบ้าน อาม่าไม่ยอมกลับก็จะอุ้มไป จนอาม่าด่าไอ้ลูกเฮงซวยปล่อยตนเดี๋ยวนี้ เส็งขู่ว่าถ้าม้าไม่ยอมกลับดีๆวันหลังจะแอบมาอุ้มไปตอนม้าหลับ เลยถูกด่า “เก๋าเจ้ง” เส็งจึงชวนเดือนกลับ

เดือนขอให้ม้าดูแลตัวเองดีๆ อาม่าบอกว่าคราวหน้าไม่เอาปาท่องโก๋นะเบื่อแล้ว เดือนรับคำขำๆ

พอเส็งกับเดือนไปแล้ว อาม่าก็หยิบพัดขึ้นวีสบายอารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภูผากลับไปที่ไร่แล้วแต่ยังเจ็บแผลเดินไม่ถนัดจนทอรุ้งถามว่าเป็นอะไร เขาปดว่าเสียดท้องนิดหน่อยแล้วเปลี่ยนเรื่องขอโทษทอรุ้งที่ไม่ได้อยู่ดูแลตอนเธอป่วย ทอรุ้งบอกว่าตนป่วยนิดเดียวเองถามว่าอาม่าหายดีแล้วหรือ ตนไม่ได้ฝากเยี่ยมเยียนเลย

“แค่รุ้งคิดถึงอาม่าก็ดีใจแล้ว” ภูผาเจ็บแผลเผลอร้องออกมา พอทอรุ้งมองก็เฉไฉชวนไปนั่งพักกันดีกว่า ทอรุ้งคาดคั้นถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ยอมบอก เธอจะเปิดเสื้อดู ภูผาตกใจกอดเธอไว้แน่น ทอรุ้งตกใจถามทำอะไรน่ะ “เราคิดถึงรุ้ง...คิดถึงมากเลย”

“รุ้งก็คิดถึงภูผา” ทอรุ้งตอบอย่างมีความสุข จนลืมเรื่องภูผาเจ็บแผลไปเลย

ทอรุ้งบอกว่ากลับไปคราวนี้ตนก็เรียนจบแล้ว ตนจะกลับมาช่วยเขาทำงาน ภูผาถามว่าแม่รุ้งจะยอมหรือ ทอรุ้งบอกว่าตนมีวิธี แค่โทร.หาแม่เกือบทุกวัน แม่ไม่อยู่ก็ฝากป้าสายบอกว่าคิดถึงแม่แค่นี้แม่ก็สบายใจแล้ว

ทอรุ้งพูดถึงแม่ทำให้ภูผาคิดถึงป๊ากับแม่ขึ้นมา ทอรุ้งดูออก ขอโทษที่ทำให้เขาไม่สบายใจ

“เราจะพิสูจน์ให้ป๊าเห็นว่าเราก็ลูกป๊าคนนึงเหมือนกัน”

ทอรุ้งกอดภูผาแน่นทั้งสงสารและเป็นห่วง

วันคืนผ่านไป ภูผากับทอรุ้งทำงานด้วยกันในไร่ แม้จะเป็นงานหนักเหนื่อยทั้งวัน แต่ทั้งสองก็ทำอย่างมีความสุขที่ได้อยู่ช่วยกันฟันฝ่าสานฝันให้เป็นจริง

ooooooo

ผอ.ทินราชบอกแพทย์หญิงนลินีว่า ปีนี้โรงพยาบาลพิทักษ์ราษฎร์จะให้ทุนหมอฝึกหัดไปเรียนต่อเฉพาะทาง 1 ทุน หมอเห็นว่าใครพอจะมีแววบ้างไหม

หมอนลินีบอกว่าทั้งหมอสมพิศและหมออุบลต่างก็มีข้อดีต่างกัน หมอเวหาก็เป็นคนเก่งแต่ยังขาดความมั่นใจ ตอนนี้ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ ขอเวลาตนดูกันต่อไปอีกสักพักก่อน

เวหาได้ข่าวนี้ถามทอรักว่ารู้ไหมว่าไปเรียนประเทศไหน ทอรักว่าน่าจะเป็นประเทศในยุโรปเวหาอยากไปบอกว่ารักพอจะรู้ไหมว่าต้องทำยังไง ทอรักบอกว่าไม่รู้เพราะตนไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ เวหาเข้าไปกอดอ้อน

“แต่เธอเป็นลูกสาวสุดที่รักของ ผอ. เชียวนะ เราว่ายังไงพ่อก็ต้องฟังเธอ”

ooooooo

หลังจากสมคิดช่วยต้อยติ่งพ้นจากความกักขฬะของสันต์แล้ว วันนี้สันต์บอกสมคิดว่าตนขอต้อยติ่งได้ไหมเพราะถูกใจจริงๆ สมคิดนิ่งก็ตะคอก

“ไอ้คิด มึงจะเอาน้องมึงมาให้กูไหม” สมคิดไม่ตอบลุกเดินหนี “มันไม่ให้ งั้นกูไปเอาเองก็ได้ ไปเว้ย”

แล้วสันต์ก็พาลูกน้องไปฉุดต้อยติ่งที่ร้านตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ต้อยติ่งร้องขอความช่วยเหลือ ก็ตวาด

“เรื่องของผัวเมีย ใครไม่เกี่ยว อย่ายุ่ง!”

สมคิดที่กำลังเมายาเข้าไปอ้อนวอนสันต์อย่าทำน้องตนเลย เว้นไว้สักคนเถอะ สันต์บอกว่า “กูอยากได้กูก็ต้องได้” แล้วผลักสมคิดออก สมคิดพุ่งเข้ากอดสันต์ไว้แน่น อึดใจเดียวก็มีเสียงปืนดังขึ้นร่างของสันต์ค่อยๆทรุดลงจมกองเลือดตาเหลือกมองสมคิดที่ถือปืนเล็กๆอยู่ในมือ

“ผมขอพี่ดีๆแล้วนะ พี่ไม่ให้เอง”

สมคิดยิงซ้ำจนสันต์ตาย พวกลูกน้องหนีกันกระเจิง สมคิดท่าทางเบลอๆบอกต้อยติ่งที่ยืนช็อกอยู่ว่า

“เป็นไงต้อยติ่ง กูทำหน้าที่พี่ชายที่ดีรึยัง”

ต้อยติ่งกลับไปนั่งร้องไห้อยู่หน้าร้านโชคดีอย่างเคว้งคว้างไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตที่ไม่เหลือใครเลย

ooooooo

หมอนุสรามาที่ไร่ทวีวัฒน์ ทอรุ้งกับภูผาเข้าไปสวัสดี ป้าหมอทักทั้งสองว่าเกาะติดกันตลอดเลยหรือ บอกทอรุ้งว่าเรามาฝึกงานไม่ใช่เหรอ ทอรุ้งบอกว่าตนทำอย่างดีไม่มีตกหล่น ถามลุงวัฒน์ได้

ลุงวัฒน์เดินเข้ามาพอดีบอกทอรุ้งว่า ลุงเพิ่งวางสายจากแม่หนู เขาบอกว่าจะมาเยี่ยมและจะอยู่จนกลับพร้อมกัน บ่ายๆคงมาถึง ทอรุ้งยิ้มเจื่อนถามว่าบอกคุณแม่ไม่ได้เหรอว่าอีกสามวันตนก็กลับแล้ว ป้าหมอบอกว่าแม่เราเขาจะมาป้าถึงต้องรีบมาดักหน้าก่อนนี่ไง ทอรุ้งหนักใจว่าแม่ต้องเจอภูผาแน่เลย

ป้าหมอบอกว่าเราไม่ควรปิดบัง ป้าจะอธิบายให้แม่หนูเข้าใจเอง ลุงวัฒน์ถามภูผาว่าพร้อมหรือเปล่า ภูผาบอกว่าพร้อมทั้งที่กังวล

กานต์เดินเร็วๆเข้ามาบอกภูผาว่ามีคนมาหา ทอรุ้งตกใจถามว่าแม่รู้แล้วหรือ ทำไงดีล่ะ ป้าหมอบอกว่าเราต้องเผชิญความจริง บอกภูผาให้ไปกันเลย ทุกคนจึงเดินตามกันไป

แต่พอไปถึงหน้าบ้านกลายเป็นต้อยติ่งยืนหน้าตาหมองคล้ำอยู่ ภูผาถามว่ามาทำไม มาได้ยังไง

ต้อยติ่งยื่นกระดาษที่ภูผาเขียนที่อยู่ที่ไร่ให้เผื่อต้อยติ่งเดือดร้อนหรือสมคิดเปลี่ยนใจอยากมาทำงานกับตนที่ไร่ให้โทรเลขมาเลยตนจะรีบมารับ ต้อยติ่งร้องไห้จนพูดไม่ออก กอดภูผาไว้อย่างหวังเป็นที่พึ่ง ภูผาแกะต้อยติ่งออกถามว่าเป็นอะไร

ต้อยติ่งบอกให้ช่วยพี่คิดด้วย พี่คิดถูกจับ ตนไม่เหลือใครแล้ว

ภูผาตัดสินใจไปกับต้อยติ่งเดี๋ยวนั้นเลย บอกลุงวัฒน์ว่าพรุ่งนี้จะรีบกลับมา ป้าหมอพูดอย่างโล่งใจว่า

“ก็ดีเหมือนกัน ป้าอยากคุยกับดารกาให้เข้าใจว่าเธอสองคนคบหากันอย่างบริสุทธิ์ใจ”

ภูผามองหน้าทอรุ้งเปรยว่าไม่รู้ว่าแม่รุ้งจะเข้าใจเรื่องของเราไหม ทอรุ้งเชื่อว่ามีป้านุสกับลุงวัฒน์ช่วยอธิบายแม่ต้องยอมเข้าใจแน่ บอกภูผาว่าพรุ่งนี้กลับมาป้านุสคงพูดจนแม่เข้าใจแล้ว ไว้ค่อยเจอแม่พรุ่งนี้ดีกว่า

ต้อยติ่งเห็นภูผาคุยกับทอรุ้งก็ไม่พอใจเร่งให้รีบไปเพราะต้องไปรอรถอีก ว่าแล้วดึงแขนภูผาไปเลย ทอรุ้งขี่จักรยานออกไป อดไม่ได้ที่จะหันดูภูผา เห็นต้อยติ่งจูงภูผาไม่ยอมปล่อยทั้งที่ภูผาพยายามแกะออก

แต่เดินไปไม่ทันพ้นไร่ ก็สวนกับรถของดารกาขับเข้ามา ดารกาจำภูผาได้ ภูผาก็จำรถดารกาได้มองตามไปอย่างกังวลใจ

พอดารกาเข้าไปที่บ้าน ถามทันทีว่าคนที่ตนเห็นเมื่อกี๊ ตนไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม นุสราขอให้ใจเย็นๆเพราะเด็กสองคนไม่ได้ทำเรื่องเสียหายอะไร ดารกาเสียงดังว่าแค่รักกันมันก็เสียหายแล้ว ตนไม่มีวันปล่อยให้ยัยรุ้งคบกับไอ้นักเลงหัวไม้นั่นหรอก หันสั่งทอรุ้งอย่างเกรี้ยวกราดว่า

“กลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้ยัยรุ้ง!”

“ดา...” นุสราขัดขึ้น “ลืมไปแล้วเหรอว่าวัฒน์สามีพี่เขาก็เป็นนักเลงมาก่อนเหมือนกัน แต่เขาก็สู้จนประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าของไร่ใหญ่โตที่นี่ได้ ตอนที่วัฒน์มาจีบพี่แรกๆทุกคนก็รังเกียจเขาเหมือนอย่างที่เธอรังเกียจภูผานี่แหละ แต่สุดท้ายผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเอง...ถึงตาเธอแล้วนะดา เธอต้องให้โอกาสภูผาเขาพิสูจน์ตัวเองบ้าง”

หัวเด็ดตีนขาดดารกาก็ไม่ยอมไม่เชื่อว่าภูผาจะได้ดีเหมือนคุณวัฒน์ สั่งทอรุ้งเตรียมกลับกันพรุ่งนี้เลย และจะส่งไปเรียนเมืองนอกเริ่มต้นใหม่ ไม่ปล่อยให้อยู่บ้านต่อไปแล้ว นุสราเตือนสติว่าอย่าไปลงที่เด็กแบบนั้น ดารกาโต้ว่าลูกตน ตนจะทำยังไงก็ได้ สั่ง “กลับกับฉันเดี๋ยวนี้!” แล้วลากทอรุ้งออกไปเลย

นุสรากับทวีวัฒน์ได้แต่มองอย่างกลุ้มใจ

ooooooo

ภูผาไปเยี่ยมสมคิดที่โรงพัก สมคิดขอร้องให้ช่วยตนออกไปที ภูผาบอกว่าเขาฆ่าคนตายตำรวจไม่ให้ประกันตัว สมคิดเครียดที่ต้องติดคุก หันเดินไปเกาะกำแพงห้องขังนิ่ง ต้อยติ่งร้องไห้หนักถามว่า

“พี่คิดต้องติดคุก แล้วต้อยติ่งจะทำยังไง ต้อยติ่งจะอยู่กับใคร”

ต้อยติ่งบอกภูผาว่าพ่อตายไปแล้ว พี่น้องก็แยกย้ายไปที่อื่นกันหมด ถามภูผาว่า

“ต้อยติ่งขอไปทำงานกับพี่ภูผาด้วยนะ ต้อยติ่งไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ต้อยติ่งกลัว”

ภูผาตัดสินใจพาต้อยติ่งไปที่ไร่ของลุงวัฒน์ขอให้ต้อยติ่งมาพักชั่วคราวได้ไหม ลุงวัฒน์บอกว่าจะให้ช่วยทำงานด้วยก็ได้ แต่ตอนนี้ให้เข้าบ้านไปก่อน ป้าหมอรอคุยกับเขาอยู่ ให้ต้อยติ่งรอข้างนอกก่อน

เมื่อภูผาเข้าไปคุยกับป้าหมอ ป้าหมอเล่าการคุยกับดารกาให้ฟังอย่างละเอียด พอภูผารู้ว่าแม่ทอรุ้งจะส่งเธอไปเรียนเมืองนอกก็ขอไปหาทอรุ้ง จะไปคุยกับแม่เธอเอง พูดแล้ววิ่งออกไปเลยจนป้าหมอเรียกไม่ทัน

พอไปถึงหน้าบ้านพิทักษ์กิจ ภูผายืนเกาะประตูรั้วขอนวลฉวีที่ออกมาดูเข้าไปคุยกับคุณแม่รุ้งหน่อย

นวลฉวีบอกว่าคุณนายสั่งไว้ว่าถ้ามีคนมาไม่ให้เข้า บอกให้กลับไปเสียยังไงก็เข้าไปไม่ได้

“ถ้าผมไม่ได้คุยกับคุณดารกา ผมก็จะไม่กลับ”

“ทำไมดื้ออย่างนี้นะ จะต้องให้แจ้งตำรวจรึไง” นวลฉวีไม่พอใจ เปิดประตูเดินเข้าข้างในไป ภูผาตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ปีนรั้วเข้าไปเลย

นวลฉวีเข้าไปรายงานดารกาว่าป่านนี้หมอนั่นน่าจะไปแล้วเพราะตนขู่จะแจ้งตำรวจ นวลฉวีพูดไม่ทันขาดคำภูผาก็เดินเข้าไปหาดารกา ดารกาตกใจบอกนวลฉวีให้แจ้งตำรวจ!

ภูผาขอให้ฟังตนก่อน ตนกับรุ้งไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสีย ตนไปทำงาน ลุงวัฒน์เป็นพยานได้ ถูกดารกาย้อนเย้ยว่าหน้าอย่างนี้จะทำอะไรได้ นอกจากเรื่องผิดกฎหมาย

“ผมไม่ได้ทำงานผิดกฎหมาย”

“ออกไปได้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ยัยรุ้งไปเกลือกกลั้วกับไอ้นักเลงอย่างแกอีก”

“ภูผา รุ้งอยู่นี่” เสียงทอรุ้งดังเข้ามา ภูผามองหาแล้ววิ่งไปที่สวนพร้อมกับดารกา ดารกาเงยหน้าบอกให้ทอรุ้งกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้ ทอรุ้งบอกว่าแม่ต้องเปิดประตูให้ตนก่อน ภูผาจึงรู้ว่าทอรุ้งถูกขังอยู่ข้างบน ทอรุ้งตะโกนบอกว่า ถ้าแม่ไม่เปิดประตูให้ตนจะปีนลงไปเดี๋ยวนี้

“ว้าย...อย่านะยัยรุ้ง...กลับเข้าไป แม่จะคุยกับมันเอง” ขู่ว่า “ถ้าเธอไม่กลับเข้าไป จะให้ตำรวจมาจับตัวมันไป”

ทอรุ้งจำต้องกลับเข้าไปในห้อง แต่ยังลุกไปชะเง้อมองด้วยความเป็นห่วงภูผา

ดารกาคุยกับภูผาที่สวนอีกด้านหนึ่ง ตาคอยมองไปที่ห้องทอรุ้งอย่างระแวง ดารกาถามว่าเขาคิดยังไงกับลูกสาวตน ภูผาตอบอย่างลูกผู้ชายว่า “ผมรักรุ้งครับ”

ดารกาสวนทันควันว่ารู้ใช่ไหมว่ามันเป็นไปไม่ได้ รุ้งกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนจบแล้วตนจะให้แต่งงานเลยกับคนที่เหมาะสม ภูผาใจหายหน้าสลดทันที ดารกาแนะเขาว่า

“แถวๆไร่คงจะมีผู้หญิงชาวบ้านอยู่บ้าง เลือกมาสักคนแล้วก็แต่งงานซะ เดี๋ยวก็ลืมยัยรุ้งเอง ไปได้แล้วก่อนที่ตำรวจจะมา” เห็นภูผายืนนิ่งก็สำทับ “ถ้าเธอไม่รีบไป จะมีประวัติติดตัวเพิ่ม แล้วจะมาโทษฉันไม่ได้นะ”

ภูผาอึ้ง อึน ก่อนเดินออกไป แต่ฮึดขึ้นมา หยุดหันมาถามดารกาว่าที่คุณป้าบอกว่าหลังจากรุ้งเรียนจบจะให้แต่งงานกับคนที่เหมาะสม ถามว่า “แล้วถ้าถึงวันนั้น ผมกลายเป็นคนที่เหมาะสมสำหรับรุ้งได้ล่ะครับ”

ดารกาเย้ยหยันว่าคนอย่างเขาไม่มีทางทำได้ ภูผาถามว่าแล้วคนที่จะแต่งงานกับรุ้งต้องเป็นคนยังไง

“ข้อแรก การศึกษาอย่างน้อยต้องจบปริญญาตรี ข้อสอง ครอบครัวต้องมีหน้ามีตาทางสังคม ข้อสาม ฐานะทางการเงินต้องมีทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง...เธอมีข้อไหนใกล้เคียงบ้างรึยัง”

“ผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง” ภูผาฮึดขึ้นมา

“ได้...” ดารกาพูดขำๆ “ฉันให้เวลาเธอ 5 ปี ถ้าเธอทำได้ฉันจะให้เธอแต่งงานกับยัยรุ้ง” พูดแล้วหัวเราะ

ต่อมาดารกาเปิดประตูห้องทอรุ้งเข้าไป ทอรุ้งกำลังจะถาม ดารกาก็ชิงบอกว่า

“ฉันไล่มันไปแล้ว เธอก็จะไม่มีวันได้เห็นหน้ามันอีก ตัดใจจากมันแล้วคิดถึงแต่อนาคตของตัวเอง” ทอรุ้งช็อก “เก็บกระเป๋าให้เสร็จวันนี้นะ พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งเธอ”

ทอรุ้งช็อกอีกครั้ง นั่งลงอย่างหมดแรง

ooooooo

อนงค์เป็นพยาบาลที่ดี๊ด๊าช่วงชิงโอกาสทำงานกับเวหาหมอหล่อบาดใจจนทอรักไม่พอใจถามว่า “เธอมาทำงานหรือมาหาผัว...เป็นแค่พยาบาลหัดเจียมตัวไว้ซะบ้าง” อนงค์รับคำอย่างเจียมตัว แต่ใจแค้น

วันนี้อนงค์ก็ได้ช่วยเวหาหลอกล่อเด็กที่ไม่ยอมให้ฉีดยาจนเวหาฉีดยาได้สำเร็จ ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมจนทอรักหมั่นไส้ถามเวหา “คุยอะไรกับมันดูระริกระรี้” เวหาบอกว่าตนตรวจคนไข้กับอนงค์เพิ่งออกมา ทอรักประชดว่าอย่าไปตรวจพยาบาลเข้าล่ะ เวหายิ้มบอกว่าดีใจที่รักหึง

ทอรักถามว่าออกเวรหรือยังจะชวนไปช็อปหน่อย เวหาบอกว่าออกเวรแล้วแต่คงไปช็อปด้วยไม่ได้เพราะจะเข้าไปดูหมอนลินีผ่าตัดเคสใหญ่ อยากศึกษาไว้

“รักควรจะรายงานคุณพ่อว่าให้มอบตำแหน่งหมอดีเด่นให้แพทย์เวหา...ดีไหม”

“แล้วแต่จะกรุณาครับ”

ทอรักยิ้มเชิดๆเดินไป

ค่ำนี้ขณะเวหากำลังจะพักผ่อนอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลเชิญไปห้องฉุกเฉินด่วน

มีคนไข้ถูกเหล็กเสียบช่องอก หมอนลินีกับหมอเจตน์ติดเคสอยู่ เวหาดีดตัวผึงขึ้นทันทีใส่ชุดแพทย์คลุมชุดนอนวิ่งไปที่ห้องผ่าตัด

พอเวหาเข้าไปเห็นสภาพในห้องผ่าตัดแล้วกลัวจนหายใจหอบถี่ พยาบาลต้องเรียกจึงได้สติและเริ่มลงมือผ่าตัด คนไข้อยู่ในขั้นวิกฤติ เวหาผ่าตัดเครียดมาก แต่ในที่สุดก็ช่วยชีวิตคนไข้ไว้ไม่ได้

เวหาถูกญาติคนไข้ด่าว่าทำลูกตนตาย โรงพยาบาลเอาคนอย่างนี้มาเป็นหมอได้ยังไง เราให้ผ่าตัดเพื่อให้หายไม่ใช่ให้ตาย ขู่จะฟ้อง ผอ.ที่ทำให้ลูกตนตาย

หมอผู้ช่วยพยายามอธิบายว่าคนไข้มาก็อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว แต่ญาติก็โทษว่าหมอทำลูกตนตายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ooooooo

หมอทำคนไข้ตาย! เป็นเรื่องใหญ่ที่ทางโรงพยาบาลต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผอ.ทินราชบอกว่ามันมีขั้นตอนของมันอยู่ ผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ถ้าพวกคุณทำดีที่สุดแล้ว ใครก็เอาผิดไม่ได้

เวหาถามว่าญาติคนไข้ว่ายังไงบ้าง ผอ.บอกว่าเรื่องญาติเดี๋ยวตนเคลียร์เอง เขาปฏิบัติหน้าที่ในนามของโรงพยาบาล ถ้ามีอะไรขึ้นมาทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ทอรักพยายามเข้าแทรกปกป้องเวหา โทษหมอเจตน์ว่ารู้ว่ามีคนไข้อาการหนักทำไมไม่วางมือจากเคสอื่นก่อน หมอบอกว่าเคสที่ตนดูอยู่ก็สำคัญเหมือนกัน ทอรักยังตะแบงจะเอาผิดให้ได้ อ้างว่าในเมื่อเป็นเวรของคุณ

คุณก็ต้องดู บอกเวหาว่า “ไม่ต้องกลัว ถ้าจะมีคนผิด หมอที่อยู่เวรนั่นแหละต้องรับผิดชอบ”

เมื่อผลการชันสูตรออกมา ผอ.เรียกประชุมทั้งญาติคนไข้และเวหาที่เป็นหมอผ่าตัดวันนั้น หมอนลินีเอาผลการชันสูตรเข้าไปให้ ผอ. และแจ้งแก่ที่ประชุมว่า

“ผลการชันสูตร...อวัยวะภายในเสียหายหลายจุดจากเหล็กแหลมและพบร่องรอยการพยายามดึงออกก่อนมาถึงมือหมอ ทำให้คนไข้เสียเลือดมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้เสียชีวิต ส่วนการรักษา หมอเวหาได้ทำตามขั้นตอนทางการแพทย์ทุกอย่างแล้วค่ะ”

“พวกเดียวกันทั้งนั้น พวกแกก็เข้าข้างกันสิ” ญาติโวย

หมอนลินีถามว่าคุณได้พยายามเอาเหล็กออกจากตัวคนไข้ก่อนจริงหรือเปล่า ญาติอึกอัก หมอนลินีจึงยื่นเอกสารผลการชันสูตรให้อ่าน บอกว่าถ้าสงสัยอะไรคุยกับตนโดยตรงได้ ญาติรับไป ทำหน้าไม่ถูก

เวหามองหมอนลินีอย่างขอบคุณ

อนงค์เห็นใจเวหามาก ซื้อกาแฟเย็นมาฝากบอกว่าเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น ให้กำลังใจว่าหมอใหม่ก็อย่างนี้ทุกคนแหละ เจอเรื่องแบบนี้ใครก็ต้องเสียความมั่นใจ แต่อีกหน่อยก็ทำใจได้ ตนจะคอยเป็นกำลังใจให้

ต่อมาหมอนลินีเจอเวหาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เวหาบอกว่ายังทำใจไม่ได้ หมอบอกงั้นก็ลาออกเสีย เวหาตกใจ หมออธิบายว่า

“คนเราไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับความตายทั้งนั้น แต่หมอคือคนที่ยอมเสียสละที่จะเผชิญหน้ากับความตายตลอดเวลา ถ้าเธอยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ก็อย่าเป็นหมอเลย” เวหาติงว่าแต่ถ้าตนเก่งกว่านี้ก็จะช่วยเขาได้ “งั้นเธอก็ไปพัฒนาฝีมือสิ วันนี้เธอช่วยเขาไม่ได้แต่วันหน้าเธอยังช่วยคนอื่นได้ แต่ถ้าเธอล้มเลิกซะตั้งแต่วันนี้ ก็เท่ากับตัดโอกาสที่จะได้ช่วยชีวิตคนอื่นอีก”

คำพูดของหมอนลินีทำให้เวหาได้คิด

ทอรักเดินตามหาเวหาไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ถามแป้นกับอนงค์ที่ยืนอยู่ว่า หมอเวหาไปไหนไม่อยู่ที่ห้องทำงาน อนงค์บอกว่าไม่ทราบ พอทอรักเดินผ่านไป แป้นถามว่าทอรักกับหมอเวหาเขาเป็นแฟนกันหรือ

“เป็นแฟนเขาข้างเดียวน่ะสิ เห็นแต่คุณทอรักตามอยู่ฝ่ายเดียว ไม่เห็นหมอเวหาจะเล่นด้วยเลย” อนงค์โวยจนแป้นถามว่าทำไมต้องโวยตน หรือแกยังไม่เลิกหวัง อนงค์ย้อนถามว่าก็แล้วทำไมตนต้องเลิกล่ะ

“หืม...ระวังตัวไว้เถอะ คุณทอรักรู้เข้าจะโดนหนัก” แป้นสยองแทน แต่อนงค์เหยียดปากอย่างไม่แคร์

ooooooo

ภูผากับต้อยติ่งไปเยี่ยมสมคิดที่เรือนจำ แต่ต้อยติ่งรออยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากร้องไห้ให้พี่ชายเห็น

ภูผาถามว่าอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง สมคิดบอกว่าสบายกว่าอยู่ข้างนอกมาก ไม่ต้องโดนซ้อม ไม่ต้องหนีตำรวจ มีข้าวให้กินสามมื้อ ที่สำคัญไม่ต้องคอยหาเงินเลี้ยงใคร ภูผาบอกว่าถ้าคิดอย่างนี้ตั้งแต่วันนั้นเรื่อง

ทุกอย่างก็คงไม่เกิด ตัดบทว่าช่างมันเถอะกลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว อยู่ในนี้ก็ทำตัวดีๆจะได้ออกไปเร็วๆ

“ภูผา ฝากต้อยติ่งด้วยนะ”

“ต้อยติ่งมันก็น้องเราเหมือนกัน” ภูผายืนยัน ทำให้สมคิดสบายใจขึ้น

ภูผามุ่งมั่นฝึกฝนศึกษาหาความรู้ในเรื่องเกษตรอย่างจริงจัง วันนี้ก็ไปศึกษาเกี่ยวกับการทำปุ๋ย ลงมือผสมปุ๋ยอย่างไม่กลัวเปื้อนกลัวเหม็น แต่ต้อยติ่งกลับไปนั่งหลับในห้องเรียนจนภูผาต้องปลุกให้ตั้งใจเรียน

และวันนี้ขณะภูผากำลังทำงานที่ไร่ทวีวัฒน์ กานต์ก็ถือจดหมายเข้ามาให้ บอกว่าดูซิจดหมายใครมา แล้วแกล้งวิ่งหนี ภูผาดีใจวิ่งไล่กวดตามกานต์ไปติดๆ

ooooooo

เพราะเวหาไม่ติดต่อทางบ้านมาเป็นเดือน เส็งกับเดือนเป็นห่วงจึงหอบข้าวของพะรุงพะรังไปหาที่โรงพยาบาล บอกเจ้าหน้าที่ว่ามาหาหมอเวหาตนสองคนเป็นพ่อกับแม่ เจ้าหน้าที่จึงให้รอ

เวหากำลังจะออกไปกินข้าวกับทอรัก บอกว่าอยากกินอะไรมื้อนี้ตนเลี้ยงเอง ทอรักบอกว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่แถวสุรวงศ์ชอบไหม เวหาบอกได้ ตนตามใจเธออยู่แล้ว แล้วเดินเข้าห้องโถงด้วยกัน

เวหาตกใจผงะเมื่อเห็นเส็งกับเดือนยืนเก้ๆกังๆอยู่ บอกทอรักว่าตนลืมกระเป๋าสตางค์ให้เธอไปรอที่รถก่อนเดี๋ยวจะตามไป

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเช็กแล้วไม่มีหมอชื่อเวหา รปภ.จึงมาพาตัวเส็งกับเดือนออกไปหาว่าเป็นมิจฉาชีพมาหลอกเอาเงิน ขณะเจ้าหน้าที่มาลากทั้งสองไปจนข้าวของหล่นนั้น เวหาเข้าไปบอกให้หยุดก่อน

“บอกเขาไปสิว่าอั๊วเป็นพ่อกับแม่ลื้อ” เส็งบอกเวหา แต่เวหากลับบอก รปภ.ว่า

“คนไข้ผม ผมจัดการเอง”

เวหาพาเส็งกับเดือนไปนั่งคุยที่ห้องทำงาน บ่นว่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาหาตนที่นี่ เส็งบอกว่าเห็นหายไปหลายเดือนก็เป็นห่วง มองหน้าถามว่าลื้อผอมไปรึเปล่าจะไปซื้อข้าวมาให้ใหม่ เมื่อกี้ยามมันทำตกหมด

เวหาบอกไม่ต้อง เร่งให้รีบๆกลับแล้วอย่ามาหาตนอีก เดือนโมโหเอ็ดเส็งว่าบอกแล้วว่าอย่ามา แล้วเป็นไงล่ะ เหลือบไปเห็นป้ายชื่อวางที่โต๊ะ “นายแพทย์ จตุรภัทร ชวกรกุล” เดือนหยิบมาดู ถามว่าไหนบอกว่าห้องทำงานลื้อแล้วนี่ชื่อใคร ทั้งสองคาดคั้นให้บอกมาตามตรงว่าเขาเป็นหมอหรือเปล่า ทำงานอะไรแน่

เวหาจึงบอกความจริงว่าตนไปเปลี่ยนชื่อและนามสกุลมา เส็งได้ยินถึงกับสะท้อนไปทั้งตัวทำท่าจะเป็นลม พอดีทอรักเปิดประตูพรวดเข้ามาเรียก

“ภัทร...เสร็จรึยัง” พอเห็นเส็งกับเดือนก็แปลกใจ “คนใช้บ้านภัทรนี่”

“เราเสร็จแล้วไปกันเถอะ” เวหารีบตัดบท หันบอกเส็งกับเดือนเสียงแข็ง “กลับกันไปได้แล้ว แล้ววันหลังก็ไม่ต้องมาอีก”

เวหาออกไปกับทอรัก ปล่อยให้เส็งกับเดือนช็อกอยู่ในห้อง...

ooooooo

เวหาทำตัวเป็นวัวลืมตีน อายที่มีพ่อแม่เป็นพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดฐานะยากจน แต่ตัวเองนับวันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม วันนี้ก็ออกรถใหม่มารับทอรักที่หน้าตึก ทอรักทักอย่างตื่นเต้น

“ภัทร! ว่าแล้วต้องเลือกรุ่นนี้ เท่เป็นบ้าเลย”

“เพื่อคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ”

“พารักนั่งรถเล่นหน่อยสิ”

“ด้วยความยินดี” เวหาเปิดประตูให้ทอรักขึ้นนั่ง แล้วขับออกไปอย่างภูมิใจ

ฝ่ายภูผามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจากเรียนรู้การทำปุ๋ย สร้างตัวจนสร้างโรงงานปุ๋ยของตัวเอง โดยมีต้อยติ่งที่โตเป็นสาวแล้วแต่ยังไม่เป็นโล้เป็นพายคอยเป็นผู้ช่วย เป็นโรงงานปุ๋ยที่ครบวงจร นับแต่การผลิตไปถึงการบรรจุถุงขาย ที่โรงงานมีถุง “ปุ๋ยกล้าแกร่ง” มีโลโก้เป็นรูปภูเขามีสายรุ้งพาดผ่าน วางเรียงรายพร้อมออกสู่ตลาด

ภูผาทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ได้กำลังใจจากจดหมายของทอรุ้งมาไม่ขาด ทอรุ้งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ภูผาอ่านไปเปิดดิกชันนารีไป พอรู้ความหมายก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“...เป็นไงบ้างภูผา รุ้งเขียนถึงภูผาเป็นภาษาอังกฤษก็หลายฉบับแล้ว อ่านคล่องขึ้นบ้างหรือยัง หวังว่าภูผาจะมีความมานะพอที่จะอ่านจดหมายรุ้งให้รู้เรื่องนะ คนเก่งของรุ้ง...”

ต้อยติ่งเห็นภูผาอ่านจดหมายภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขก็สงสัยว่าเป็นจดหมายของใคร วันนี้พอทำงานเสร็จก็มาชวนภูผาไปเที่ยวงานวัดกัน ภูผาบอกว่าตนยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ต้อยติ่งประชดว่า

งานเยอะก็คือนั่งอ่านจดหมายเนี่ยนะ แย่งจดหมายไปบอกว่ากลับมาค่อยอ่านก็ได้

“ทำไมเสียมารยาทอย่างนี้ เอาคืนมา” ภูผาดุ ต้อยติ่งถามว่าเขาเป็นใครเห็นนั่งอ่านเป็นวันๆ “เขาจะเป็นใครมันก็เรื่องส่วนตัวของพี่ ต้อยติ่งไม่เกี่ยว เอาคืนมาได้แล้ว”

ต้อยติ่งกระแทกจดหมายคืนแล้วเดินสะบัดไป

กานต์เห็นก็รีบตามชวนไปเที่ยวงานวัด ต้อยติ่งบอกว่าไม่มีอารมณ์ ซ้ำไล่ให้ไปไกลๆเลย ไม่ต้องมานั่งใกล้ตน กานต์จึงถอยออกไปสองคืบ

“ยัยคุณหนูทอรุ้งก็หายไปตั้งสองปีแล้ว พี่ภูผาก็ต้องมีแต่ต้อยติ่ง แต่เจ้าของจดหมายมันเป็นใคร พี่ภูผาถึงได้ชะเง้อรออยู่ทุกวัน” หันมองกานต์ขวับ ถาม “แกรู้ใช่ไหมกานต์ คนที่เขียนจดหมายฝรั่งมาเป็นใคร”

กานต์ตกใจถอยออกไปอีกสองคืบเอ้ออ้าอึกอักไม่กล้าตอบ

ooooooo

กลับจากไปหาเวหาแล้ว เส็งตรอมใจจนล้มป่วย เดือนเช็ดตัวให้ก็ไล่ไปบอกว่าหนาว ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เพ้อว่าอยากนอนแล้วไม่ตื่นมาอีกเลย เดือนบ่นว่าพูดอะไรแบบนี้ พูดไม่เป็นมงคล

“...ลูกชายคนโตเป็นความหวังของอั๊ว ไม่มีแล้ว อั๊วไม่มีลูกชายไว้สืบสกุลแล้ว ตายไปจะมองหน้าบรรพบุรุษยังไง อั๊วนี่มันแย่จริงๆอาเดือน เลี้ยงลูกชายสองคน ไม่ได้ดีสักคน...”

“เรื่องเวหา เฮียก็ทำใจให้ได้ซะทีเถอะ...มันโตแล้วจะไปบังคับอะไรมันก็ไม่ได้”

“ชื่อที่อั๊วตั้งให้มันไม่เพราะตรงไหนอาเดือน ทำไมลูกไม่ชอบ ทำไมต้องไปเปลี่ยน ที่อั๊วตั้งให้ว่า ‘หมอเวหา’ ก็เพราะอยากให้ชีวิตมันสูงส่งเหมือนท้องฟ้า มันไม่ดีตรงไหนเดือน มันไม่ดีตรงไหน...”

เส็งยังคงพร่ำเพ้ออย่างตรอมใจไม่หยุด...“แล้วนามสกุลเรามันต่ำต้อยนักเหรอเดือน คำว่า ‘กล้าแกร่ง’ เตี่ยอั๊วเป็นคนตั้งขึ้นมาเพื่อให้ลูกหลานเข้มแข็งอดทน แล้วก็ใจสู้ ทำไมลูกไม่ชอบล่ะ”

“นอนเถอะเฮีย เดี๋ยวลูกมันคิดได้มันก็เปลี่ยนกลับมาเองแหละ” เดือนปลอบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรอีก

เส็งยังนอนหมดอาลัยตายอยาก พร่ำเพ้อถึงแต่เวหา...

ooooooo

ภูผาทำธุรกิจด้านการเกษตรอย่างมานะมุ่งมั่น กิจการเจริญก้าวหน้าจนสร้างบ้านหลังใหม่ได้ มีห้องทำงาน โต๊ะทำงาน ตู้เอกสารและอุปกรณ์การทำงานที่จำเป็นครบครัน

ที่โต๊ะทำงาน ลิ้นชักหนึ่งมีกล่องเก็บจดหมายของทอรุ้งไว้เฉพาะ และมีดิกชันนารีวางอยู่กับกล่อง

แต่วันนี้เขาตกใจเมื่อดึงลิ้นชักออกมาเปิดกล่องจดหมายดูไม่มีจดหมายเหลืออยู่เลย เขาปิดลิ้นชักพรวดออกไปทันที เจอกานต์ก็ถามว่าจดหมายตนหายไปไหน กานต์อึกอักว่าไม่รู้แล้วจะเดินหนี ภูผาตรงเข้าจับตัวกานต์ไว้ถามแทบเป็นตะคอกว่า “บอกมา! ใครเอาจดหมายเราไป ต้อยติ่งใช่ไหม”

กานต์ยิ่งตกใจตอบตะกุกตะกักอย่างมีพิรุธ ภูผาผละจากกานต์ไปทันที ไปเจอต้อยติ่งนั่งเหม่อริมคลองมองน้ำอยู่ ก็ตรงเข้าไปดุว่า ไม่คิดเลยว่าเธอจะถือวิสาสะแบบนี้

ต้อยติ่งอ้างว่าตนกำลังช่วยพี่ให้กลับมาสู่โลกความจริงเพราะทอรุ้งไม่เอาพี่แล้ว ภูผาตวาดว่าพี่จะทำอะไรมันก็เรื่องของพี่ เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่ง

“มีสิ พี่ภูผายังมีสิทธิ์ห่วงต้อยติ่ง ต้อยติ่งก็มีสิทธิ์ห่วงพี่เหมือนกัน เลิกหวังซะที คิดเหรอว่าพ่อแม่เขา จะยอมให้ลูกสาวมาคบกับคนที่เคยทำงานบ่อน วิ่งหนีตำรวจอย่างพี่”

ภูผาสะท้านไปทั้งตัวเพราะต้อยติ่งพูดความจริง สั่งให้ต้อยติ่งเอาจดหมายคืนมา ต้อยติ่งดื้อเงียบ ภูผาถามว่าจดหมายอยู่ไหน ต้อยติ่งบอกว่าทิ้งน้ำไปแล้ว ภูผาโกรธกำหมัดแน่นเดินเข้าหา ต้อยติ่งตกใจถามว่า

“พี่ภูผาจะทำอะไร จะตีต้อยติ่งเหรอ” แล้วลุกเดินไปรื้อกองฟางล้วงจดหมายที่ซุกไว้ออกมาปาใส่ภูผาตัดพ้อเสียงสั่น “พี่ภูผารักยัยคุณหนูนั่น พี่ภูผาไม่รักต้อยติ่ง!” แล้ววิ่งเตลิดไป

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้นภูผาเห็นต้อยติ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินผ่านมาถามว่าทำไมไม่ไปทำงาน ต้อยติ่งบอกว่าพี่ภูผาเกลียดตนแล้วจะอยู่ไปทำไม ตนจะกลับบ้าน

ภูผาขอโทษที่เมื่อวานอารมณ์ร้อนไปหน่อย บอกให้เอาของไปเก็บแล้วกลับไปทำงานเสีย ต้อยติ่งกอดขอโทษบอกว่าต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว ภูผาบอกว่าไม่เป็นไรตนยกโทษให้ แต่ปล่อยพี่ได้แล้ว

ภูผาไปธนาคาร ธนาคารต้อนรับด้วยความยินดีเพราะเป็นคนสู้ชีวิต ถามว่าวันนี้มาทำอะไร ภูผาบอกว่ามาซื้อเช็คจะเอาไปให้ที่บ้าน พนักงานธนาคารติงว่าเพิ่งเริ่มกิจการเก็บเงินไว้หมุนก่อนดีกว่าไหมถ้าที่บ้านยังพอมีกินมีใช้ ภูผาบอกว่าเงินหมุนตนพอมีแล้ว พนักงานถามว่าเอาเท่าไหร่ ภูผาบอก “หมื่นนึงครับ”

เส็งตรอมใจยังนอนซมหมดอาลัยตายอยาก ถามเดือนที่นั่งเซ็งอยู่ข้างๆว่าเวหารู้หรือยังว่าตนป่วยมันจะได้มาเยี่ยม เดือนบอกว่าโทร.ไปแล้วพยาบาลบอกว่าไม่ว่าง ถ้าว่างจะโทร.กลับมาเอง

“ถ้ามันรู้ว่าอั๊วป่วยเพราะมัน มันจะยอมเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลกลับมาไหม” เดือนว่าจะไปรู้เหรอ แค่มันโทร.กลับมาก็ดีใจตายแล้ว “เดือน...ชื่อที่อั๊วตั้งให้มันไม่เพราะตรงไหน นามสกุลของเราไม่ดีตรงไหน”

เดือนขี้เกียจตอบ เส็งยังคงเพ้อไปเรื่อย ถามว่าเวหากลับมาหรือยัง มันอยู่ไหน เดือนทนไม่ไหวระเบิดออกมาว่าเฮียเลิกทำตัวอย่างนี้เสียที คร่ำครวญจนตายมันก็ไม่กลับมาหรอก ตนชักจะทนไม่ไหวแล้ว

ทันใดนั้นเสียงกริ่งดังขึ้น “เวหากลับมาแล้วเห็นไหม อั๊วบอกแล้วว่ามันต้องมา” เส็งร้องดีใจ

เดือนกับเส็งลุกเดินไปหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น แต่แล้วเส็งก็เซ็ง ผิดหวัง เมื่อเห็นภูผาและมีรถกระบะจอดอยู่หน้าบ้าน ภูผาดีใจมากร้องทัก

“ป๊า แม่ อั๊วเอง”

ooooooo

หลังจากเวหาทิ้งให้เส็งกับเดือนช็อกอยู่ในห้องแล้วก็พาทอรักไปกินดื่มกันในร้านอาหารญี่ปุ่นจนทอรักเมา กลับถึงห้องแล้วเวหาอ้อนคืนนี้ขอค้างด้วย

ทอรักเห็นอนงค์เดินผ่านมาพอดีบอกว่าไว้วันหลังเดี๋ยวคนจะเอาไปนินทา ดันเวหาออกแล้วเชิดเข้าห้องไป เวหาผิดหวังอารมณ์ค้าง แต่พอหันกลับสบตาอนงค์ที่มองรออยู่ก็ยิ้มสมหวังทันที

รุ่งขึ้นเวหาเดินไปที่เคาน์เตอร์ถามอนงค์ว่าหมอนลินีล่ะ อนงค์บอกว่าเข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว พอเวหาจะไปอนงค์จับแขนไว้บอกเบาๆ “คืนนี้อนงค์ไปหานะคะ” 

ถูกเวหาดุว่าเดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอก ปรามว่าห้ามบอกเรื่องของเรากับใครเด็ดขาด บอกว่าตนอยากแต่งงาน อนงค์ตาเป็นประกายนึกว่าเวหาขอแต่งงานกับตน แต่แล้วก็หน้าเสียเมื่อเวหาบอกว่าคนที่ตนจะแต่งงานด้วยคือทอรัก เรื่องของเราขอให้จบแค่นี้ คิดเสียว่าเราไม่เคยมีอะไรกัน จับไหล่อนงค์บีบเบาๆแล้วผละไปเลย

อนงค์จิกตามองตามพึมพำ “ง่ายๆแบบนี้น่ะเหรอ...ไม่มีทาง!”

ooooooo

เมื่อภูผาเข้าไปนั่งในบ้านเส็งฟังเดือนเล่าเรื่องเวหาแล้ว เขาถามอย่างคิดไม่ถึงว่าเปลี่ยนชื่อไม่พอยังเปลี่ยนนามสกุลด้วยหรือ เดือนบอกว่าเปลี่ยนนามสกุลนานแล้ว เปลี่ยนก่อนชื่อด้วยซ้ำ

“ไอ้เลว! อั๊วไม่คิดว่ามันจะเลวอย่างนี้”

ภูผาแค้น เส็งเอาแต่คร่ำครวญว่าตระกูลกล้าแกร่งจะต้องมาจบลงที่รุ่นตนหรือนี่ เดือนปรามว่าภูผาอยู่นี่ทั้งคนพูดอย่างนี้ได้ยังไง เส็งโพล่งสวนทันทีว่า

“อั๊วไม่ถือว่ามันเป็นลูก อั๊วไม่นับมันเป็นคนในตระกูล อั๊วยอมให้ตระกูลเราหมดชื่อดีกว่าให้ไอ้ตัวซวยนี้มาสืบทอด”


“ป๊า...” ภูผาเดินเข้าหาเส็ง “อั๊วยังไงก็ได้ แต่อั๊วขอบอกป๊าว่าอั๊วภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกป๊า ภูมิใจที่ได้ใช้ นามสกุลกล้าแกร่ง อั๊วขอให้ป๊ามาดูอะไรหน่อย”

ภูผาพาเส็งกับเดือนเดินมาเปิดท้ายรถกระบะที่มีผ้าใบคลุมอยู่ ในรถเต็มไปด้วยปุ๋ยยี่ห้อ “กล้าแกร่ง” ภูผาบอกเส็งกับเดือนที่ยืนอึ้งอยู่ว่า

“อั๊วขอโทษที่อั๊วไม่ได้บอกก่อนว่าจะเอานามสกุลไปตั้งเป็นชื่อโรงงาน แต่ที่อั๊วใช้ชื่อนี้เพราะอั๊วอยากบอกทุกคนว่าอั๊วคือคนในตระกูลกล้าแกร่ง ตอนนี้ทุกคนในราชบุรีรู้จักปุ๋ยกล้าแกร่งกันหมดแล้ว แล้วอั๊วก็กำลังจะขยายตลาดไปเรื่อยๆ ใครมันจะไม่ใช้นามสกุลกล้าแกร่งก็เรื่องของมัน แต่อั๊วจะทำให้นามสกุลกล้าแกร่งของเราเป็นที่รู้จักไปทั้งประเทศให้ได้”

ภูผาพูดจบ เส็งร้องไห้โฮเข่าอ่อนทรุดลง ภูผารีบเข้าประคองแต่ถูกเส็งดันออกไม่ให้จับตัว เดือนมองเส็งพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกผิดหวังกับลูกรักอย่างเวหา ที่ไม่ได้เป็นอย่างภูผาลูกซวยที่ไม่เคยทิ้งพ่อแม่

ooooooo

วันนี้เวหาไปทำงานสาย หมอนลินีถามว่าทำไมถึงมาสาย เวหาขอโทษบอกว่าเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย

หมอนลินีเตือนว่าให้เบาๆลงหน่อยเพราะตอนนี้ ผอ.มีแววว่าจะให้ทุนเขาไปเรียนต่อ ถ้ามีเรื่องเสื่อมเสียอาจหลุดมือไปได้ เวหาตื่นเต้นมากถามว่าจริงหรือ หมอนลินีบอกว่าดูตอนนี้เป็นไปได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ถามว่ารอมา 2 ปีแล้วไม่ใช่หรือ

เวหาขอบคุณหมอนลินีที่ช่วยสนับสนุนตน หมอบอกว่าเขาเป็นคนที่เหมาะสมที่จะได้เพราะในบรรดาหมอทั้งหมดตอนนี้เขาเป็นคนกระตือรือร้นที่...เวหาถามทันทีว่า “แล้วก็หล่อที่สุดด้วยหรือเปล่าครับ”

หมอนลินีขำในความน่ารักของเวหา บอกว่า “ก็อีกสองคนเขาเป็นผู้หญิงนี่” เวหายิ้มดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด

ขณะเวหากำลังดีใจก็มีเหตุทำให้ยิ่งเชื่อว่าตนจะได้รับเลือกไปเรียนต่อเมื่อแป้นมาบอกว่า ผอ.เชิญหมอนลินีกับหมอภัทรที่ห้องประชุม 3 ท่านบอกว่าขอคุยแป๊บเดียว เวหาเชื่อว่าต้องเป็นเรื่องทุนเรียนต่อแน่ แต่แปลกใจที่แป้นบอกว่า ผอ.ให้ตามหมอสุนีย์กับหมอสมพิศด้วย นลินีคาดว่า ผอ.อาจเรียกไปปลอบใจ

ขณะเดินไปด้วยกันกับหมอนลินี เวหาขอเข้าห้องน้ำก่อน พอเปิดประตูเข้าไปเจอภูผาอย่างจัง ต่างจ้องหน้ากัน แล้วเวหาก็พาภูผาไปเดินคุยกันที่มุมลับตา

ภูผาตำหนิเวหาที่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล ถามว่า ‘กล้าแกร่ง’ มันต่ำต้อยตรงไหนหรือ ทำอะไรน่าจะนึกถึงใจป๊าบ้าง เวหาปรามว่าอย่าสะเออะมาสอนตน ทำอย่างกับตัวเองเป็นคนดีนัก ถามว่า

“ฉันเปลี่ยนนามสกุลแล้วไม่ดีรึไง แกจะได้ใช้กล้าแกร่งคนเดียวอย่างที่อยากได้มาตลอดไง”


“ไอ้เวหา!” ภูผากระชากคอเสื้อเวหาต่อยหน้าโครม

แต่สู้กันไม่ทันไร รปภ.ก็เป่านกหวีดวิ่งเข้ามา ภูผาจ้องหน้าเวหา ในขณะที่เวหามองซ้ายมองขวากลัวคนเห็น

เวหาไปทำแผลที่ห้องพยาบาลโดยอนงค์เป็นคนทำแผลให้ ทอรักถามว่าทำไมปล่อยให้มันหนีไป เวหาอ้างว่าตนสงสารลุงกับป้าเพราะถ้ามันถูกจับก็ต้องเสียเวลาเสียค่าปรับอีก

หมอนลินีบ่นว่าไม่น่าลดตัวลงไปต่อยกับเขาเลย ทอรักไม่พอใจถามว่าหมอจะให้เวหาถูกต่อยฝ่ายเดียวหรือ คนแบบนั้นต้องโดนเสียบ้าง หมอนลินีคาดว่าอีกเดี๋ยวเรื่องคงรู้กันทั่วโรงพยาบาลแล้วว่าหมอเวหาไปมีเรื่องกับกุ๊ย ถามว่ามันคุ้มกันไหม เวหากังวลกลัวกระทบเรื่องทุน หมอนลินีบอกว่าเขาต้องไปอธิบายกับ ผอ.เอง

เวหาถามว่าที่ ผอ.เรียกคุยเมื่อกี๊เรื่องทุนใช่ไหม หมอนลินีบอกว่าไม่ใช่ พอดีเพื่อน ผอ.ที่เคมบริดจ์ฝากลูกศิษย์มาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่นี่ อนงค์ทำแผลเสร็จแล้ว แต่ยังอ้อยอิ่งฟังการคุยกัน จนทอรักเสียงเขียวใส่ว่าเสร็จแล้วก็ไปสิ มัวทำอ้อยส้อยอยู่ทำไม อนงค์แอบชักสีหน้าแล้วออกไป

เย็นนี้เวหาเห็นหมอนลินีเดินมาก็รีบเข้าไปถามว่าจะเข้าห้องผ่าตัดหรือ หมอบอกว่าใช่ ผ่าไขสันหลัง เวหาขอเข้าไปด้วยเพราะกำลังว่างพอดี ถูกหมอนลินีปฏิเสธว่าเอาไว้เคสหน้าแล้วกันเพราะตนบอกให้เด็กใหม่เข้าไปแล้ว อยากเห็นฝีมือหน่อย

เวหาหน้าเสีย แต่พอเห็นหมอนลินีเดินไปกับเด็กใหม่ เวหาก็มองตาค้างอุทาน “นั่นมัน?!”

พอดีหมอสุนีย์เข้ามาถามว่าเจอเด็กใหม่หรือยัง เวหาบอกว่ายัง ถามว่าทำไมหรือ หมอสุนีย์บอกว่าตนอยากเทียบความหล่อ หมอกานดาสวนทันทีว่าไม่ต้องเทียบหรอก ตนว่าคนใหม่หล่อกว่าเยอะ หัวเราะแล้วพากันเดินไป ทิ้งให้เวหายืนเครียดนึกเดาว่าเด็กใหม่จะใช่ประเสริฐหรือเปล่า

ooooooo

ภูผากลับไปถึงโรงงานปุ๋ยตอนเย็นก็เจอปัญหาใหญ่เมื่อต้อยติ่งกับกานต์รายงานว่าเครื่องผสมปุ๋ยไม่ทำงานตั้งแต่บ่ายแล้ว ตามช่างแล้วแต่ช่างไม่ว่าง ถามว่าจะเอายังไงดีเพราะพรุ่งนี้ต้องส่งให้ตั้งหลายเจ้า

เพื่อแก้ปัญหาการส่งปุ๋ย ภูผาจึงระดมชาวบ้านมาช่วยกันทำ นับแต่การผสมจนถึงการบรรจุและเย็บถุง ชาวบ้านมาร่วมแรงกันแข็งขัน ภูผาขอบคุณทุกคน บุญคุณวันนี้จะไม่ลืมเลย และจัดอาหารเลี้ยงกันเต็มที่ ชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องคิดเรื่องบุญคุณเพราะพวกตนก็ได้ค่าแรงและเต็มใจช่วย

ต้อยติ่งทำอาหารมาเลี้ยงชาวบ้านเต็มที่ บอกภูผาว่าคนช่วยกันเยอะขนาดนี้รับรองคืนนี้เสร็จตามออเดอร์แน่นอน ภูผาย้ำให้ดูแลชาวบ้านให้ดี พวกเขาอุตส่าห์มาช่วยต้องเลี้ยงดูให้เต็มที่

ต้อยติ่งรับคำแล้วมานั่งเย็บถุงปุ๋ยกับภูผาต่อ เย็บไปมองชาวบ้านไปอย่างปลื้มใจ

ooooooo

คืนนี้เวหามองหาทอรักอยู่นานจนเจอเดินคุยกันมากับชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างออกรสร่าเริง พอเดินเข้าไปทัก ทอรักบอกให้ดูซิว่าเจอใคร เวหาจึงเห็นชัดๆว่าเป็นประเสริฐจริงๆ ถามว่ามาทำอะไรที่นี่

ทอรักชิงตอบอย่างดีอกดีใจว่าประเสริฐมาเป็นหมอฝึกงานคนใหม่จากเคมบริดจ์ไง ประเสริฐดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าตั้งสองคนแล้วยังอยู่แผนกเดียวกับหมอเวหาอีก ทอรักบอกให้เลิกเรียกเวหาได้แล้วเพราะเขาเปลี่ยนชื่อเป็นจตุรภัทรนานแล้ว เวหาขอตัวกลับห้องก่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องขึ้นวอร์ดแต่เช้า

“อย่าเพิ่งภัทร ไม่ได้เจอกันตั้งนานอยู่คุยกันก่อน ประเสริฐไปหาร้านนั่งเล่นกันดีกว่า ไปเร็ว”

ทอรักคล้องแขนเวหากับประเสริฐคนละข้างลากไป เวหาไม่อยากไปแกะแขนตัวเองออกบอกว่าวันหลังดีกว่า วันนี้เพลียๆอยากรีบเข้านอน

ทอรักตอบอย่างไม่แยแสว่าตามใจ แล้วเร่งประเสริฐไปกันสองคน พลางคุยเจื้อยแจ้วอย่างไม่แคร์เวหา

“เล่าเรื่องที่เคมบริดจ์ให้ฟังหน่อยสิ ท่าทางนักศึกษาที่นั่นคงจะเท่น่าดู...”

เวหาเดินไปแล้วอดเหลียวมองทั้งสองไม่ได้ พอถึงหน้าห้องพักกำลังจะไขกุญแจ อนงค์ก็โผล่มาชมว่าหมอประเสริฐหล่อดี มาดก็เท่ เวหาถามว่าเธอมาทำไม อนงค์บอกว่ามาดูคนอกหัก แล้วบอกว่าพูดเล่นเพราะตนเห็นทอรักสนใจหมอประเสริฐเป็นพิเศษแค่นั้นเอง หวังว่าคงไม่มีอะไรเกินเลยเหมือนตนกับหมอนะ

เวหาชักสีหน้าปรามบอกแล้วว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก อนงค์เข้าไปกอด เงยหน้าถามว่าแน่ใจหรือว่าอยากเลิกกับตน เวหามองหน้าอนงค์นิ่ง

“อนงค์รู้ว่าคุณก็ชอบเหมือนกัน...อย่าหนีความจริงดีกว่า” ว่าแล้วผลักเวหาเข้าห้องปิดประตูเลย

ooooooo

คืนนี้ภูผาฝันว่าตัวเองนั่งกินแตงโม กินไปก็คิดถึงทอรุ้งไปว่าถ้ามีเธออยู่ด้วยแตงโมคงหวานกว่านี้

แล้วก็เหมือนที่คิดเมื่อทอรุ้งมาจริงๆ บอกว่ามาเพราะคิดถึง ภูผาบอกว่านึกว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ทอรุ้งยืนยันว่าต้องเจอ ถ้าเรารักกันยังไงก็ต้องได้เจอ

แต่ไม่ทันไรดารกาก็เข้ามาสั่งทอรุ้งให้กลับไปเดี๋ยวนี้ ทอรุ้งไม่ยอมกลับก็ด่าว่าอยู่กับอันธพาลก็มีแต่เสียอนาคต ภูผาบอกว่าตนกลับตัวแล้ว ให้โอกาสตนด้วย ดารกาผลักภูผาล้มกลิ้งไป ภูผากลิ้งหลุนๆไปจนเวียนหัวตกใจตื่นจึงรู้ว่าฝันไป

เวลาเดียวกันดารกาได้รับรายงานจากนวลฉวีว่าแหม่มเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่ทอรุ้งพักโทร.มาบอกว่ามีจดหมายจากผู้ชายมาถึงทอรุ้งทุกเดือน ดารกาถามว่าใคร นวลฉวีบอกว่าก็ไอ้นักเลงหัวไม้นายภูผานั่นแหละ

ดารกาบ่นปวดหัวไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไรดี นวลฉวีบอกว่าตนมีวิธี...

เช้านี้ภูผาสั่งต้อยติ่งให้คนงานขนปุ๋ยใส่รถตนให้เต็มจะเอาเข้ากรุงเทพฯ ภูผาขนปุ๋ย ‘กล้าแกร่ง’ ไปให้เส็งกับเดือนช่วยขาย ปรากฏว่าขายดีมาก ลูกค้าซื้อแล้วสั่งเพิ่มและบอกต่อกันอย่างกว้างขวาง

ปุ๋ยขายดีจนเส็งมีกำลังใจมาก วันไหนขายหมดเร็วก็บ่นว่ากลับบ้านเร็วไม่รู้จะทำอะไร เดือนพูดขำๆว่า ขายดีก็บ่นขายไม่ดีก็บ่น พอดีภูผาขับรถขนปุ๋ยมาถึง เดือนบอกเส็งว่าลูกมาแล้วเอาปุ๋ยมาด้วย ภูผาจะถ่ายปุ๋ยใส่รถป๊าให้เลย เส็งบอกไม่ต้อง ขับรถมาเหนื่อยๆนั่งพักก่อน สั่งเดือนให้เอาน้ำมาให้กิน ถามว่าออกตั้งแต่กี่โมง

ท่าทีเส็งดีขึ้นจนภูผางง ไปไม่เป็นตอบไม่ถูก จนเส็งถามว่า “อ้าว...ถามไม่ตอบ”

“ครับป๊า...ตั้งแต่เช้าแล้วครับ”

เส็งจึงเดินเข้าข้างใน

ooooooo

เช้าวันนี้เวหาเห็นหมอสุนีย์เก็บข้าวของในห้องทำงานใส่กล่องถือออกมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หมอสุนีย์บอกว่าตนลาออก ตนอยากไปทำตามอุดมการณ์ บ้านนอกยังขาดแคลนหมอ เวหาถามว่าจะไปเป็นหมอรัฐหรือ?

“ใช่ ใครอาจจะมองว่าฉันทิ้งโอกาสดีๆของการเป็นหมอที่นี่ แต่คิดไปคิดมาฉันถึงรู้ว่าฉันอยากเป็นหมอเพราะอะไรและลำบากในการเรียนมาเพื่ออะไร”

เวหาติงว่าอุดมการณ์กินไม่ได้นะ หมอสุนีย์บอกว่า “ได้สิเวหา วันนึงเธอจะเข้าใจ แต่สำหรับวันนี้เธอไม่ต้องเครียด เพราะเธอเป็นแฟนกับคุณทอรัก ยังไงก็ก้าวหน้า...โชคดีนะ” หมอสุนีย์ถือกล่องข้าวของออกไป

เวหามองตามหมอสุนีย์ พอหันมาเจอทอรักเดินหัวร่อต่อกระซิกมากับหมอประเสริฐจึงขอคุยด้วย ตัดพ้อต่อว่าทอรักที่สนิทสนมกับหมอประเสริฐมากและเดินกันไปทั่วโรงพยาบาล คนอื่นเห็นเขาจะคิดยังไง เธอไม่รักษาหน้าตนบ้างเลยหรือ ใครๆก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ทอรักหัวเราะเยาะว่าที่แท้ไม่ได้หึงแต่ห่วงหน้าตาตัวเอง

“หึงสิ ก็เมื่อก่อนเธอเคยจีบอยู่กับมัน จะไม่ให้ฉันหึงได้ยังไง” ทอรักถามว่าไม่ไว้ใจตนถึงขนาดนั้นหรือว่าไม่มั่นใจตัวเองว่าจะรักษาตนไว้ได้ เวหาโมโหเสียงดังว่า “เธอเป็นเมียฉันนะ”

“ชายแบบนี้เขาเรียกว่าพวกกระจอก”

ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงจนทอรักเดินมากลางห้องโถง เวหาตามไปคว้ามือเสียงแข็งว่า “ห้ามเดินหนีเรา!” ทอรักหันขวับตบหน้าเพียะ คนหันมองเป็นตาเดียว เวหายืนหน้าชา ทอรักเดินเชิดออกไปอย่างไม่แยแส

เย็นนี้เองอนงค์มาบอกเวหาว่า ผอ.เรียกพบ เวหาถามเรื่องอะไร อนงค์บอกว่าเล่นตบกันกลางโถงแป๊บเดียวคนก็รู้กันทั้งโรงพยาบาล ซ้ำวันก่อนก็ต่อยกับกุ๊ย วันนี้เล่นบทโศกถูกลูกสาว ผอ.ตบ

“ฝากไปบอก  ผอ.ว่าผมมีตรวจ ไว้จะไปพบพรุ่งนี้” เวหาพูดอย่างไม่กลัวใคร สั่งอนงค์ “คืนนี้ไปหาผมด้วย” อนงค์ยิ้มอย่างสมใจ

ooooooo

ภูผาเล่าให้เส็งกับเดือนฟังว่าปุ๋ยกล้าแกร่งขายดีจนมีคนสั่งข้ามจังหวัด เส็งแนะว่าน่าจะหาคนขับรถไปส่ง แล้วตัวเองเอาเวลามาดูแลโรงงาน ดีกว่า ภูผาบอกว่าตนอยากประหยัด แต่ก็จะลองหาคนมาช่วยดู และเมื่อรู้ว่าป๊ากับแม่ขายปุ๋ยได้ดีมาก เห็นป๊ากับแม่อยู่ดีกินดีขึ้น ก็เอ่ยปากขออะไรสักอย่าง ได้ไหม เส็งมองหน้าทันที ส่วนเดือนบอกว่าขอหลายอย่างก็ได้

วันต่อมา ภูผาไปหาอาม่าที่โรงเจ เอาถุงสีแดงที่อาม่าเย็บให้ใส่เงินตอนเดินขายไอติมไปอวดอาม่า

“อั๊วทำได้แล้วนะม่า ในที่สุดอั๊วก็หาเงินใส่จนเต็มถุงจนได้”

อาม่าดีใจไม่ใช่เพราะภูผาหาเงินได้เต็มถุง แต่เพราะเขามีคุณธรรมประจำใจ คืออิทธิบาท 4 มีฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสา ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ภูผาขอให้อาม่ากลับบ้านกันเถอะ ตอนนี้ที่บ้านเราอยู่กินสบายขึ้น กลับไปอยู่ด้วยกัน ตนขอป๊ากับแม่แล้ว อาม่ามองภูผาอย่างตื้นตัน

วันนี้เส็งนั่งไม่ติด บอกเดือนว่าตนไม่กล้าเจอหน้าม้า เดือนปลอบว่าม้าต้องเข้าใจ อย่าคิดมากเลย

พออาม่ามา เส็งยกน้ำชาให้แล้วเอาหัวโขกพื้นสามทีบอกว่าตนเป็นลูกอกตัญญูสมควรตาย เส็งขอให้ม้าตีสั่งสอนไม่อย่างนั้นตนก็ไม่มีทางสบายใจ อาม่าจึงตีสั่งสอนเป็นพิธี สอนให้ต้องรักครอบครัวให้มากโดยเฉพาะภูผา ห้ามด่าว่าอีก พวกเรามีกันอยู่แค่นี้ทุกคนต้องอยู่ด้วยกัน อย่าไล่ใครไปไหนอีก เข้าใจไหม

“เข้าใจม้า อั๊วจะไม่ทำให้ครอบครัวแตกแยกอีกแล้ว”

เดือนชวนทุกคนไปกินข้าวกัน วันนี้ตนทำกับข้าวไว้ต้อนรับอาม่าหลายอย่าง ของที่อาม่าชอบทั้งนั้น

ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนดูแลอาม่าอย่างอบอุ่น ต่างตักอาหารให้จนอาม่าบอกว่ากินเข้าไปหมดนี่จุกตายแน่

“ม้าก็ค่อยๆกินสิ เดี๋ยวก็หมด” เส็งลุ้น

“ลื้อต่างหากต้องกินเยอะๆ ทำงานหนักต้องใช้แรงกายแรงสมอง อาเดือนพรุ่งนี้ไปร้านยากับอั๊วนะอั๊วจะไปซื้อยาจีนมาบำรุงอีหน่อย จะสอนให้ลื้อต้มยาด้วย วันหลังจะได้ต้มเป็น เออ...แล้วนี่อาเวหาอีจะกลับบ้านเมื่อไหร่ จะได้กินยาบำรุงของอั๊วด้วยเลย” เส็ง เดือนและภูผา ต่างมองกันหน้าเจื่อน

ooooooo

เมื่ออนงค์ถูกเวหาสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับตน ที่แล้วมาให้ถือว่าเราไม่มีอะไรกัน ด้วยความเจ็บใจและจะเอาชนะ อนงค์จึงเอากระดาษโน้ตไปทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์ว่า

“หมอภัทรให้ฝากบอกคุณทอรักคืนนี้นัดพบที่ห้องพักมีเรื่องสำคัญจะคุย”

แป้นมาเห็นก็บ่นว่าหมอภัทรทำน่าเกลียด มานัดสาวคุยที่ห้อง เห็นทอรักเดินมาแป้นจึงบอก ทอรักชักสีหน้าถามว่าทำไมต้องไปด้วย มีอะไรจะคุยก็มาหาตนเองสิ แล้วสะบัดไปเลย

อนงค์ไปหาเวหาที่ห้องตามที่เขาบอก แต่เขากลับไล่ให้กลับไปเสียวันนี้ตนไม่มีอารมณ์ ครู่หนึ่งแป้นโทร.เข้ามาบอกว่าคุณทอรักไม่เข้าไปหาแล้ว ดูเธอโกรธๆ แล้วออกไปเลย เวหางงถามป้าพูดอะไร แป้นบอกว่าก็อนงค์ทิ้งโน้ตไว้ว่าหมอสั่งให้คุณรักไปหาที่ห้องพัก ความเลยแตก เวหาโมโหมากพุ่งกดคออนงค์อย่างแรง

ขณะอนงค์กลัวแทบตายนั้น ทอรักก็มาเคาะประตูห้อง เร่งให้เปิดประตู เวหาช็อกตัดสินใจเปิดประตูออกไป เธอถามว่ากล้าดียังไงเรียกตนมาคุยที่ห้อง เวหาแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าช่วงนี้ตนเครียดเลยทำอะไรไม่ได้คิด เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะไปหาที่แผนกก็แล้วกัน อยากคุยเรื่องของเราด้วย ทอรักตัดบทว่าตนไม่มีเรื่องอะไรจะคุย แต่เอะใจย้อนกลับจะเข้าไปคุยในห้อง เวหาบอกว่าตอนนี้ไม่ได้ ทอรักดันเข้าไปจนได้และเห็นเท้าอนงค์ที่แอบอยู่หลังม่าน เธอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและกลับไป

เวหากลับไปตบหน้าอนงค์จนคว่ำ ตะคอกว่าต่อไปถ้ากล้าเล่นกับตนแบบนี้อีกจะเอาให้ถึงตาย!

รุ่งขึ้นเวหาถูก ผอ.ทินราชเรียกไปถามเรื่องตบกันที่ห้องโถง เวหาขอโทษบอกว่าช่วงนี้ตนเครียดเรื่องธุรกิจที่บ้านเลยควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่ถ้าตนได้ทุนไปเรียนต่ออนาคตก็อาจจะแบ่งเบาภาระทางบ้านได้บ้าง ผอ.บอกว่าเรื่องทุนต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ยังไงก็รอหน่อย

พอเวหาออกไปก็เจอประเสริฐกำลังจะเข้าไปหา ผอ. เวหาเลยแอบฟัง ได้ยิน ผอ.ถามประเสริฐอย่างเมตตาว่าคิดออกหรือยังว่าจะไปต่อที่ไหน ประเสริฐบอกว่าจะต่อที่เดิม จะไปต่อยอดงานวิจัยที่เคยทำไว้

เวหาได้ยินถึงกับหน้าเครียด กังวล คิดแผนที่จะแก้ปัญหาของตน ครู่เดียวก็ยิ้มอย่างมีความสุข

รุ่งขึ้นก็มีเสียงประกาศว่า “คุณทอรัก พิทักษ์กิจ มีญาติมารอพบที่ชั้น 1 ค่ะ” พอทอรักมาถึงเห็นพยาบาลตั้งแถวรอรับอยู่ มองไปเห็นเวหาถือช่อดอกไม้เดินมาหยุดตรงหน้าส่งช่อดอกไม้ให้แล้วหยิบกล่องแหวนออกรำพันความรักที่มีกันมายาวนาน ถึงเวลาที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เปิดกล่องแหวน คุกเข่าขอ

“แต่งงานกับเรานะรัก”

ทอรักตกใจ อึ้ง พอตั้งสติได้ก็ยิ้มให้ บอกว่าเราคบกันมานาน แต่ไม่ได้หมายความว่าตนจะรักเขามากขึ้น แต่มันยิ่งทำให้ตนรู้จักเขามากขึ้นต่างหาก และยิ่งรู้จักก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าตนรู้จักเขาจริงหรือเปล่า ตัดบทว่า

“เก็บแหวนไว้เถอะ ฉันยังไม่พร้อม” เวหาบีบคั้นว่าทุกคนกำลังมองเราอยู่นะ “เธอเป็นคนทำเอง เธอก็แก้เองสิ” แล้วเดินไปเลย เวหาลุกเรียกอย่างเว้าวอน ทอรักส่งดอกไม้ให้พยาบาลแล้วเดินไปอย่างไม่แยแส พยาบาลที่มาตั้งแถวรับต่างหน้าเจื่อน และที่มุมหนึ่งอนงค์แอบดูอยู่ ทั้งโกรธ ทั้งสะใจ

ooooooo

เส็งกับเดือนเข็ดที่จะไปถูกเวหาไล่ตะเพิดอีก อาม่าจึงจะไปเองโดยให้ภูผาพาไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเจอเวหาที่หน้าแตกจากทอรักมา อาม่าถามว่าไม่สบายหรือเปล่า เวหาโกหกว่าไม่มีอะไร

อาม่าบอกว่าอย่าโกหก ตนเลี้ยงเขามาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกทำไมจะดูไม่ออก เวหาจึงยอมรับว่าตนขอทอรักแต่งงานแต่เธอไม่รับ อาม่าปลอบว่าเขาทั้งหล่อทั้งเก่งเดี๋ยวก็หาใหม่ได้

“อั๊วจะเอาคนนี้ อั๊วจะเอาโรงพยาบาลนี้” อาม่าตกใจถามว่าอยากได้ทำไมไม่เก็บเงินตั้งเอง “อาม่าคิดว่าตั้งโรงพยาบาลมันง่ายเหมือนตั้งร้านกาแฟของป๊ารึไง รอเก็บเงินอีกกี่ชาติถึงจะได้ ชีวิตคนเรามันต้องมีทางลัด”

อาม่าให้ภูผาช่วย เวหาก็ดูถูกว่าให้คนขายขี้วัวขี้ควายช่วยตนไม่เอาหรอก เงินสกปรก อาม่าว่าอย่าดูถูกเงิน เวหาสวนทันควันว่า

“อั๊วไม่ได้ดูถูกเงินแต่อั๊วดูถูกมัน คนอย่างอั๊วไม่ต้องให้คนอย่างมันช่วย อั๊วขยะแขยง” พูดแล้วบอกให้อาม่ากลับไปเสีย อาม่าพยายามบอกให้เวหากลับไปตนมีอะไรจะคุยด้วยเยอะแยะเลย

เวหาไม่ยอมกลับ บอกว่าตนเดินมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว อาม่าจะกล่อมอีกก็ถูกตัดบทว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว คิดซะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อั๊วเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลแล้ว ลื้อไม่ใช่อาม่าอั๊วแล้ว”

อาม่ากับภูผาช็อก พอเวหาเดินไป อาม่าพูดตามหลังเตือนสติอย่างเจ็บปวดว่า

“ต่อให้ลื้อเปลี่ยนอีกร้อยชื่อร้อยนามสกุล ลื้อก็ยังเป็นเวหาหลานอั๊ว”

เวหาเดินไปไม่แยแส อาม่าจะตามไปอีก ภูผาทนไม่ได้บอกอาม่าให้กลับบ้านเรากันเถอะ

เพราะภูผาวุ่นอยู่กับเรื่องเวหาจนไม่ได้ทำรายงานส่งครู ครูเรียกต้อยติ่งไปบอกว่าให้เวลาภูผาอีกสามวันถ้ายังไม่ส่งรายงานก็ต้องเรียนซ้ำชั้น ต้อยติ่งรีบโทรศัพท์ไปบอกภูผา อาม่าที่กะจะให้ภูผาพาไปหาเวหาอีกก็เปลี่ยนใจเร่งให้ภูผากลับไปทำรายงานส่งให้ทัน ตนไม่ไปหาเวหาแล้ว ภูผาจึงรีบกลับไป

ooooooo

เวหากลับมานั่งเครียดที่ห้อง อนงค์พยายามเข้าแทรกถูกเวหาไล่ ก็พูดแทงใจดำว่า

ตนดูออกว่าเขาทำไปมันมีอย่างอื่นแอบแฝง ถามว่าเขาอยากได้ทุนเรียนต่อและเป้าหมายต่อไปก็คือเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แต่น่าเสียดายที่ทอรักไม่เล่นด้วย บอกให้เขาตัดใจเสีย เอาแหวนนั่นมาสวมให้ตนแทนแล้วเราออกไปเปิดคลินิกเล็กๆด้วยกัน เวหาพูดอย่างดูถูกว่า

“ถ้าฉันคิดได้แค่นั้นฉันมาไม่ถึงทุกวันนี้หรอก เธอคอยดูฉันให้ดีๆก็แล้วกัน”

 แล้วเวหาก็หันไปเกาะหมอนลินีชวนไปดื่มเป็นเพื่อนตนหน่อย อ้อนว่าเมื่ออยู่นอกโรงพยาบาลขอเรียกว่าพี่ได้ไหม หมอนลินีชอบใจบอกว่าฟังแล้วดูเด็กขึ้นเยอะ

ระหว่างกินดื่มกันนั้น เวหาปากหวานว่าตนตั้งเป้าไว้ว่าวันหนึ่งตนต้องเก่งเท่าพี่ แต่เป้าหมายแรกคือต้องไปเรียนต่อเฉพาะทางก่อน ตะล่อมถามว่าพอรู้ไหมว่าคนที่จะได้ทุนยังเป็นตนหรือเปล่า หมอนลินีบอกไม่รู้ ตนก็แค่มีส่วนออกความเห็นช่วย แต่คนตัดสินใจจริงคือ ผอ.และตัวเขาก็ดันมามีเรื่องกับลูกสาวท่านเสียอีก

“พี่นีครับ ผมรู้ว่าพี่ช่วยผมได้ พี่ช่วยสนับสนุนให้ผมได้ทุนเรียนต่อได้ไหมครับ”

เวหาใช้ความหล่อและปากหวานอ้อน หมอนลินีมองเขาอย่างรู้ทัน

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 8 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 5 ก.พ. 2562 09:34 2019-02-08T02:54:26+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ