ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

รุ่งเช้าที่ห้องนอนทอรัก เธอตื่นขึ้นมาเห็นเวหานอนอยู่ข้างตัว ถามเขินๆว่ากี่โมงแล้ว เวหาบอกว่าเพิ่งจะ 6 โมง ทอรักเร่งให้รีบลุกขึ้นแต่งตัวกลับเสียเดี๋ยวแม่ตื่นมาเห็น เวหาพลิกตัวอ้อนขอกอดอีกแป๊บบบ...นึง

วันนี้ดารกาตื่นเช้ากว่าปกติลงมาถามนวลฉวีว่าวันนี้ตนต้องไปไหน นวลฉวีบอกว่าไปสมาคมตอนกลางวัน ดารกาขอกาแฟจากสายแล้วไปนั่งที่โซฟา เหลือบเห็นอะไรบางอย่างลุกไปดู...รองเท้าผู้ชาย!

ดารกาไม่พอใจ ถามนวลฉวีว่าคุณทินราชมาเหรอ นวลฉวีบอกว่าไม่ได้มา ดารกาหน้าเครียดทันทีถามว่าแล้วนั่นรองเท้าใคร! ดารกาฉุกคิดได้ถึงกับช็อก อุทาน ยัยรัก!!!

ดารกาขึ้นชั้นบนไปทุบประตูห้องทอรักปังๆๆ โดยมีนวลฉวีถือรองเท้าปริศนาเดินตามติด ทอรักตกใจมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี เวหาจะไปแอบในห้องน้ำ ทอรักส่ายหน้ารัว

เสียงดารกาเร่งให้เปิดประตูไม่ทันใจก็สั่งนวลฉวีให้ไปเอากุญแจสำรองมา ทอรักตัดสินใจเปิดประตู แต่ยืนขวางประตูไว้ ถาม “คุณแม่ อะไรคะ”

ดารกาถามว่าเอาใครมานอนที่บ้าน ทอรักหน้าซีดแต่ปากแข็งบอกว่าไม่มี ดารกาถามว่าแล้วนี่รองเท้าใคร ทอรักโกหกว่ารองเท้าตนเอง ดารกาหยิกบิดไม่เชื่อ เมื่อคาดคั้นถาม ทอรักยังปากแข็ง จึงสั่งนวลฉวีช่วยกันค้นห้อง

ดารกาเดินไปดูในห้องน้ำไม่เจอจึงเดินไปที่ระเบียง นวลฉวีเปิดตู้เสื้อผ้าเจอเวหาอย่างจัง ทอรักกลัวมากมองนวลฉวีส่ายหน้าอ้อนวอน พอดารกาถามว่าเจอใครไหม นวลฉวีปิดตู้บอกว่า “ไม่เจอค่ะ”

ดารกาลากทอรักไปคุยกันข้างล่าง จึงเป็นโอกาสให้เวหาหนี โดยนวลฉวีเป็นคนบอกทาง เวหาในสภาพเท้าเปล่าหนีออกไปได้ ในขณะที่ดารกากำลังตั้งหน้าตั้งตาคาดคั้นทอรักเอาเป็นเอาตายอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนั่นเอง

จับทอรักได้ไม่มั่นคั้นไม่ตาย ดารกาจึงพาทอรักให้ไปทำงานที่โรงพยาบาลของทินราชบอกว่าขืนปล่อยให้ลอยไปลอยมาไม่ทำอะไรอยู่อย่างนี้วันนึงคงท้องไม่มีพ่อแน่ๆ ทินราชบอกว่าถ้ารักอยากทำงานกับตน ตนก็พร้อมเสมอ ถามทอรักว่า “ลูกจะมาไหมล่ะ” ทอรักไม่ตอบ แต่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ

ooooooo

พอทอรุ้งเดินทางกลับ ภูผาก็เริ่มปลูกแตงมารดน้ำพรวนดินดูแลอย่างดีรอวันที่จะออกผลรอรับทอรุ้งกลับมาชิม

พอทอรุ้ง ไปมหาวิทยาลัยเพื่อนๆทักอย่างตื่นเต้นที่หายเงียบไปในช่วงปิดเทอม ทักว่าคล้ำไปด้วย

ฝ่ายภูผา พอเริ่มปลูกแตงโม ก็ประคบประหงมจนลุงแสงบอกให้ไปดูแปลงอื่นบ้างมันจะน้อยใจเอา ภูผาบอกว่าขอหน่อยเถอะมีคนรอกินแตงโมตนอยู่

ลุงแสงถามว่าใคร ภูผาอมยิ้มไม่ตอบ ลุงแสงบอกว่ารู้แล้วก็คนที่ส่งจดหมายมานี่ไง พลางยื่นจดหมายให้ ภูผารับมาดูแล้วยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง “ทอรุ้ง พิทักษ์กิจ”

ภูผารีบปลีกตัวไปอ่านทันที อ่านไปยิ้มไปอย่างมีความสุขที่ทอรุ้งเป็นห่วงกระทั่งอาบน้ำก็บอกว่าอย่าอาบกลางแจ้งเดี๋ยวเป็นหวัด นอกจากนั้นก็เล่าถึงการเรียนที่ค่อนข้างหนัก พอเหนื่อยนึกถึงงานที่นี่แล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยเพราะงานที่ไร่หนักกว่าการเรียนของตนเป็นร้อยเท่า

“สุดท้ายนี้ รุ้งเขียนเนื้อเพลงที่ชอบเพลงหนึ่งมาเป็นกำลังใจให้ภูผาด้วย แต่เป็นภาษาอังกฤษไปแปลเอาเอง... คิดถึงและห่วงใย ทอรุ้ง”

ภูผาดูเนื้อเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งอ่านไม่ออกเลย บ่นอย่างมันเขี้ยว “แกล้งเราเหรอเนี่ย ยัยรุ้ง”

วันต่อมาภูผาขี่จักรยานมีกานต์ซ้อนท้ายไปที่ตลาด เอาจดหมายไปหยอดตู้ทีละฉบับถึงสามฉบับจนกานต์แซวว่าแฟนเยอะจัง ภูผาทำเสียงดุว่า “ส่งหาที่บ้านเว้ย” จากนั้นก็ไปที่ร้านขายหนังสือมือสอง เลือกซื้อดิกชันนารีได้เล่มหนึ่งแล้วรีบกลับ

ooooooo

วันนี้แดงไปที่บ้านพักคนชรา เจออาม่ากำลังนั่งดูจดหมายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็เข้าไปทัก อาม่าถามว่ามาทำอะไร แดงบอกว่ามาตามเมีย เมียโกรธตนที่เล่นการพนันเลยหนีมาอยู่ที่นี่ ถามอาม่าว่าทำอะไรอยู่

“อาภูผาอีเขียนจดหมายมาหาอั๊ว ส่งธนาณัติมาให้อั๊วด้วยนะ ดูสิ” แดงถามว่าเขียนมาว่ายังไงมั่ง อาม่าบอกว่าไม่รู้ ตาไม่ดีอ่านไม่ออก แดงร้องอ้าว...อ่านไม่ออกทำไมนั่งยิ้ม

“ได้เห็นตัวหนังสือก็มีความสุขแล้ว” อาม่าตอบไปยิ้มไป

“โอ๊ย...เอามานี่ ฉันอ่านให้ฟัง....สวัสดีครับอาม่า ตั้งแต่มาอยู่ไร่ อั๊วคิดถึงอาม่าทุกวันเลย อั๊วเลยต้องทำงานหนักๆให้มันเหนื่อย เดี๋ยวมันก็เลิกคิดถึงไปเอง แล้วอาม่าล่ะ คิดถึงอั๊วบ้างรึเปล่า...”

“คิดซี่...อาม่าก็คิดถึง” อาม่าตอบราวกับภูผานั่งอยู่ตรงนั้น แดงมองอาม่า แล้วอ่านต่อ...

“เมื่อวานมีรถขนปุ๋ยมาเสียอยู่หน้าไร่ อั๊วไปช่วยเขาเข็นถึงได้รู้ว่าตอนนี้ปุ๋ยขาดตลาดอีกแล้ว ชาวสวนแถวนี้ก็ต้องไปซื้อมาจากจังหวัดอื่น อั๊วเลยคิดว่า ถ้าอั๊วจะเอาปุ๋ยมาขายน่าจะขายดี แต่ต้องปรึกษาลุงวัฒน์ก่อน

ส่วนที่เขียนถึงเดือน ภูผาตบท้ายว่า “...เล่ามาซะยาวเลย แม่คงเบื่อฟังแล้ว ถ้าว่างๆอั๊วจะเขียนมาใหม่ รักและคิดถึง...ภูผา” เดือนอ่านไปเช็ดน้ำตาไปจนเส็งถามว่าใครตายหรือ

เดือนด่าเส็งว่าลูกเขียนจดหมายมายังปากเสียอีก เส็งถามว่ามันไปเป็นโจรอยู่ที่ไหนล่ะ เดือนบอกว่าภูผาไปเป็นชาวไร่ชาวสวนอยู่ราชบุรี ก็ปรามาสว่าเป็นชาวสวนมันจะเจริญอะไร

เดือนคร้านจะโต้เถียง บอกว่าเจริญหรือไม่มันก็ส่งเงินมาให้ก็แล้วกันแล้วลุกเดินไปอย่างไม่สนใจ

ภูผาตอบจดหมายทอรุ้ง บอกว่าตนสบายดีจะไม่สบายก็เพราะเพลงภาษาอังกฤษที่รุ้งส่งมาแกล้งนี่แหละ แต่ก็อวดว่าตอนนี้แปลชื่อเพลงออกแล้ว มันแปลว่า “เธอยังมีเพื่อน” ใช่ไหม เจอกันครั้งหน้าคอยดูแล้วกันเราจะแปลจนจบเพลงให้ดู

ขณะทอรุ้งเข้าห้องนอนปิดประตูอ่านจดหมาย แม่เกิดเป็นห่วงมาเรียกไปกินข้าว ทำเอาทอรุ้งซ่อนจดหมายแทบไม่ทัน

ภูผาปรึกษากับลุงวัฒน์ว่าอยากรับปุ๋ยมาขาย ลุงวัฒน์ติงว่าวงการปุ๋ยมันไม่ธรรมดานะ ปุ๋ยปลอมมีเยอะถ้าเอาของไม่ดีไปขายก็จะเป็นการทำบาปกับชาวไร่ชาวนา ภูผาบอกว่าตนศึกษาเรื่องปุ๋ยจากหนังสือที่ลุงวัฒน์ให้อ่านและมีคนบอกแหล่งขายส่งปุ๋ยมาสองจังหวัด ลุงวัฒน์ท้วงติงเรื่องเวลาและหน้าร้าน

แต่เห็นความตั้งใจมุ่งมั่นของภูผาลุงวัฒน์บอกว่าอยากลองก็ตามใจมีอะไรก็มาปรึกษาลุงได้ ภูผาดีใจมากไหว้ขอบคุณลุงวัฒน์แล้วขอตัวไปทำงาน

ไวเท่าความคิด ไม่นานภูผาก็รับปุ๋ยมาขาย วันนี้ได้ไปซ่อมรถให้ลุงชาวสวนเลยให้ปุ๋ยไปทดลองใช้ ลุงขอบใจบอกว่าดี วันหลังลุงจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อเองประเดิมสั่งซื้อ 20 ถุง ภูผาบอกว่าพรุ่งนี้จะมาส่งให้

แต่พอเร่ขายไปอีกสวนหนึ่ง ลุงชาวสวนบอกว่ากลัวของปลอม ภูผาเลยให้เอาไปทดลองใช้ดูก่อน ลุงขี้หงุดหงิดบอกว่าไม่เอา ถ้าไม่ไปจะปล่อยหมามากัด ภูผาจึงให้ปุ๋ยไว้ทดลองใช้หนึ่งถุงแล้วรีบออกมาเลย

แม้จะมีอุปสรรคในการเริ่มขายปุ๋ย แต่ภูผาก็หาวิธีที่จะสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้าอย่างไม่ย่อท้อ

ooooooo

ต้อยติ่งไปเป็นพนักงานในร้านขายไอติม สันต์พาลูกน้องกับดำเข้ามาจะกินไอติมพอเห็นต้อยติ่งก็ผิวปากวี๊ดให้ ต้อยติ่งมองอย่างไม่พอใจแต่ก็ไปต้อนรับตามหน้าที่ ส่งเมนูให้ถามว่า “รับอะไรดี”

สมคิดเพิ่งตามเข้ามาบอกสันต์ไปกินร้านอื่นดีกว่า สันต์ที่กำลังหลีต้อยติ่งถามว่าทำไมต้องไปร้านอื่น ต้อยติ่งพูดสวนทันทีว่า “เพราะร้านนี้ไม่ชอบต้อนรับนักเลง”

สมคิดรู้นิสัยน้องและความร้ายกาจของสันต์ปรามต้อยติ่งให้เงียบไปเลย พอสันต์รู้ว่าเป็นน้องของสมคิดก็พูดคะนองว่า “ชักไม่อยากกินไอติมแล้วว่ะ กินน้องมึงแทนได้ไหม ฮ่าๆๆ”

ต้อยติ่งถามว่าจะกินอะไร นี่...หรือนี่ เงื้อมือจะตบและชี้ที่เท้าตัวเอง สันต์กระชากต้อยติ่งเข้าไปแล้วตบ สะโพก ต้อยติ่งตบหน้ามันทันที ผู้จัดการรีบมาห้าม

และเชิญสันต์ออกจากร้านไปก่อน สันต์จ้องหน้าต้อยติ่งพูดอาฆาตก่อนออกไปว่า “เราต้องได้เจอกันแน่”

คืนต่อมา สันต์เจอต้อยติ่งเดินกลับบ้านคนเดียว เข้าไปแทะโลมถูกต้อยติ่งด่าก็เข้าไปจับแขนจะดึงเข้าไปจูบ ถูกต้อยติ่งกัดมือ สันต์โมโหสั่งลูกน้อง “เอามันไปขึ้นรถ!”

พอเอาต้อยติ่งไปที่แหล่งซ่องสุมของมัน สันต์ผลักต้อยติ่งเข้าห้องไล่พวกลูกน้องไปให้หมด แต่มันยังไม่ทันทำอะไรสมคิดก็ผลักประตูผัวะเข้ามาขอร้องอย่าทำอะไรน้องตนเลย ต้อยติ่งอาศัยจังหวะที่สันต์เผลอหันไปพูดกับสมคิด กระโดดเตะผ่าหมากมัน สมคิดตะโกนให้ต้อยติ่งหนีไปเลย

พอต้อยติ่งหนีออกไป พวกลูกน้องสันต์จะตาม สมคิดประกาศลั่น

“ใครห้ามยุ่งกับน้องกู ไม่งั้นกูเอาตาย”

พูดไม่ทันขาดคำ สันต์ก็ตามมาถีบสมคิดล้มแล้วจะกระทืบซ้ำ สมคิดปกป้องแต่ไม่สู้

รุ่งขึ้นสมคิดไปบอกต้อยติ่งที่ร้านให้ลาออกเสีย ตนคอยปกป้องไม่ได้ ต้อยติ่งโมโหบอกว่าเพราะพี่นั่นแหละไปคบพวกมันทำให้ตนเดือดร้อนไปด้วย ดูแต่พี่ภูผาซิเขายังออกเลย ทำไมพี่ไม่คิดจะออกมั่ง สมคิดลำเลิกว่าที่ต้อยติ่งรอดมาได้เพราะพี่นะ

“แต่เดือดร้อนก็เพราะพี่เหมือนกัน มีพี่อย่างนี้... อย่ามีเสียดีกว่า”

ต้อยติ่งพูดใส่หน้าจนสมคิดนิ่งไปอย่างเจ็บปวด

ฝ่ายเวหาทำเซอร์ไพรส์ทอรัก ซื้อเข็มกลัดติดเสื้อให้เป็นกำลังใจในวันแรกที่ไปทำงาน ทอรักยุให้เวหามาฝึกงานที่โรงพยาบาลของพ่อเราจะได้เจอกันบ่อยๆ เวหาฝันว่าถ้าฝึกงานเสร็จได้ทำงานที่นี่ต่อเลยก็ยิ่งดี

“เรื่องรับเข้าทำงานรักไม่แน่ใจ แต่ถ้าฝึกงานรักว่าพอได้” เวหาจึงขอให้ทอรักช่วยพูดกับพ่อให้

ooooooo

หลังจากภูผาขายปุ๋ยจนได้รับความเชื่อถือมีลูกค้ามากทำให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ลุงแสง กับกานต์เห็นแสงนับเงินก็ตาโต ภูผาบอกว่าถ้าลุงกับกานต์อยากได้เงินก็เอาวันหยุดมาช่วยตนขายปุ๋ยสิ

“เอา...” ทั้งสองดีใจพยักหน้าคอแทบหัก

ลุงวัฒน์เห็นปุ๋ยของภูผาขายดีก็เชื่อว่าเป็นของดี บอกลุงแสงว่าปุ๋ยไร่เราก็ใกล้จะหมดแล้ว ลองสั่งของภูผามาใช้ดู ลุงแสงดีใจได้ประเดิมลูกค้ารายใหญ่  รีบบอก ภูผาว่านี่ลุงเป็นคนขายนะ กานต์ขอเอี่ยวด้วย

ภูผาเฝ้าดูแลแตงโมคอยวันมาของทอรุ้ง มีเวลาก็เปิดดิกแปลเพลงที่ทอรุ้งส่งมาให้แปลได้เกือบหมดเพลงแล้ว ภูผามีความสุขมาก แตงโมก็โตวันโตคืน เพลงฝรั่งก็แปลได้เกือบหมดแล้ว รอแต่วันที่ทอรุ้งจะมาเท่านั้น

ภูผาให้ลุงแสงช่วยเลือกแตงโมลูกที่หวานที่สุด ลุงแสงเลือกลูกที่บอกว่า “หวานถึงใจ” ให้ ภูผาอุ้มแตงโมไปเก็บไว้ในตู้ห้องครัวอย่างดีแล้วเฝ้ารอวันที่ทอรุ้งจะมา รอแล้วรอเล่า จากรออย่างตื่นเต้นจนกลายเป็นเศร้า แตงโมก็เฉา ทอรุ้งก็ไม่มาสักที

วันนี้ภูผาไปเดินหาซื้อของในตลาดเห็นทอรุ้งมากับชายหนุ่มหล่อมาดดีก็ถึงกับอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และยิ่งเมื่อเห็นก่อนจะจากกันชายหนุ่มยังกอดและหอมทอรุ้งอีกด้วย!

ภูผากลับไร่ทวีวัฒน์อย่างคนใจสลาย ลุงแสงออกมาบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ภูผา...ใครมาแล้ว คอยอยู่บนบ้านใหญ่แน่ะ”

ภูผาเย็นชามาก เอาสมุดบัญชีไปวางแล้วกะจะไปถามทอรุ้งเรื่องผู้ชายคนนั้น

แต่เมื่อลุงแสงเจอทอรุ้ง เธอถามว่าภูผายังไม่กลับหรือ ลุงแสงถามว่ายังไม่เจอกันอีกหรือ เห็นภูผารีบเดินมาทางนี้ บ่นๆ “แล้วมันไปไหนของมันวะ”

ทอรุ้งเดินหาภูผาเจอเขานั่งเหม่ออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็เข้าไปจ๊ะเอ๋อย่างร่าเริง แล้วขอนั่งด้วยคน เห็นภูผาเย็นชา เฉยเมยถามว่าเป็นอะไร ไม่ดีใจที่ตนกลับมาเหรอ

ภูผาถามว่าทำไมตนต้องดีใจ ทอรุ้งหน้าเสียถามว่าทำไมพูดแบบนี้ล่ะ

“มีความสุขมากเหรอที่ปั่นประสาทคนอื่นได้น่ะ” ทอรุ้งถามว่าตนทำอะไร ตนเพิ่งมาถึงนะ “ถ้ามาแบบนี้อย่ามาซะยังจะดีกว่า

“ภูผา...” ทอรุ้งรับไม่ได้กับท่าทีเย็นชาและคำพูดรุนแรงของภูผาซ้ำพูดแล้วลุกเดินหนีไปอีก ทอรุ้งอึ้ง มึน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จนมาเจอลุงแสงที่ถือแตงโมลูกแห้งเหี่ยวมาบอกว่าภูผารอเธอมากินจนมันแห้งเหี่ยวแล้ว บอกว่าลุงจะไปตัดมาให้ใหม่ ทอรุ้งถามว่าภูผาโกรธตนที่มาช้าหรือ ลุงแสงว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ทอรุ้งคิดๆแล้วนึกได้สงสัยว่าภูผาจะเห็นพี่วินที่มาส่งตนแน่เลย

ทอรุ้งไปง้อขอให้มาคุยกันดีๆได้ไหม ฟังตนอธิบายหน่อยได้ไหม ภูผาก็เอาแต่เดินหนี แต่ทอรุ้งก็ไม่ละความพยายามตามไปบอกว่าตนไม่อยากจากกันโดยไม่ได้อธิบาย แล้วเล่าให้ฟังว่า พี่วินเป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเขาเพิ่งเรียนจบกลับมา ยังติดธรรมเนียมฝรั่งกอดหอมแก้มกัน อธิบายแล้วมองหน้าบอกว่า

“ภูผาจะเชื่อหรือไม่เชื่อรุ้งก็ได้ แต่รุ้งพูดความจริง รุ้งไม่อยากให้ภูผาเข้าใจผิด แต่ถ้ารุ้งอธิบายแล้วภูผายังไม่ฟัง...รุ้งก็...”

ทอรุ้งพูดไม่ทันจบภูผาก็โผกอดเธอแน่น ทอรุ้งได้แต่อึ้ง กอดกันอยู่จนใจนิ่งแล้ว ภูผากำชับว่า

“ทีหลังอย่าให้ใครมาทำแบบนั้นกับรุ้งอีก...บอกเขาด้วยว่าถ้าเราเจอเขา แล้วเห็นเขาทำแบบนั้น เราจะเข้าไปชกเขา...” ทอรุ้งดันตัวออกมาจะพูด ภูผาดึงเข้าไปกอดแน่น “ห้ามพูด แค่พยักหน้าก็พอ”

แต่ทอรุ้งก็ไม่ยอมพยักหน้า ทั้งสองจึงยืนกอดกันนิ่งอยู่อย่างนั้น...

เมื่อเคลียร์แล้ว ความรักความเข้าใจกันก็ยิ่งแน่นแฟ้น วันนี้ภูผาจึงผ่าแตงโมที่ลุงแสงไปเก็บมาให้ใหม่ให้ทอรุ้งชิม เธอชมว่าหวานชื่นใจจริงๆ ถามว่านี่ภูผาปลูกเองจริงๆหรือ ภูผาบอกว่าลุงแสงเป็นพยานได้

“จริงครับคุณรุ้ง แต่ลุงแอบเห็นนะว่าภูผาใส่เคล็ดลับอย่างอื่นไปด้วย เป็นเคล็ดลับที่ใครก็ทำไม่ได้”

ทอรุ้งพาซื่อถามว่าเคล็ดลับอะไร ภูผาบอกว่าก็ปลูกไปตามที่ลุงแสงสอน หรือว่าปุ๋ยของตนดี

“ปุ๋ยมันก็ดีของมันปกติ แต่เธอใส่หัวใจลงไปไง ลุงเฝ้าดูเธอตลอด ปลูกแปลงอื่นก็ไม่เห็นจะใส่ใจแบบนี้เลย ไม่รู้ไอ้แปลงนี้มันมีอะไรพิเศษ”

ถูกลุงแสงแซว ภูผามองทอรุ้งยิ้มสดชื่น ทอรุ้งเพิ่งรู้ตัวได้แต่ยิ้มเขิน

วันต่อมา ภูผาให้ทอรุ้งซ้อนท้ายจักรยานผูกตาและใส่หน้ากากกาโม่ไม่เจาะลูกตา ทอรุ้งถามว่าจะพาไปไหน ถ้าไม่บอกตนจะโดดลงเดี๋ยวนี้

ภูผาพาทอรุ้งไปที่เพิงขายปุ๋ย มีปุ๋ยกองอยู่ 3-4 ตั้งบอกว่าถึงแล้ว บอกให้เตรียมตัวดีๆ แล้วแกะผ้าผูกตาออก ทอรุ้งเห็นเพิงขายปุ๋ย อุทาน “นี่ภูผาทำเองเลยเหรอ”

“ใช่ ทำเสร็จหลายวันแล้ว แต่เรารอให้รุ้งมาเปิดร้านวันแรก”

“น่าสนุกจัง งั้นวันนี้รุ้งนั่งขายเป็นเพื่อนนะ”

ภูผาหันไปเรียกกานต์ให้มาช่วยกันยกป้ายร้าน “ปุ๋ยทวีวัฒน์” ขึ้นติดหน้าแผง พูดอย่างร่าเริงว่าป้ายใหญ่ขนาดนี้ไม่มีใครเห็นก็ให้มันรู้ไป

“ทำไมไม่ใช้ชื่อปุ๋ยภูผาล่ะ ภูผาเป็นคนทำเองทุกขั้นตอนไม่ใช่เหรอ”

“ลุงวัฒน์เป็นคนให้ทุนมา เราเป็นแค่เด็กในไร่ไม่มีคนเชื่อถือหรอก ใช้ชื่อลุงวัฒน์คนรู้จักทั้งอำเภอแถมทำไร่มานานเป็นเครื่องการันตีว่าปุ๋ยดีแน่นอน” ทอรุ้งชมว่าหัวคิดดีเหมือนกันนี่ ไปเรียนมาจากไหนล่ะ “ไม่เห็นต้องเรียนเลย เราขายของมาตั้งแต่เด็กๆ ก็สังเกตเอา”

ทอรุ้งเอากล้องถ่ายรูปที่แขวนคอมา ถ่ายรูปเพิงขายปุ๋ยไว้เป็นที่ระลึก เรียกภูผาให้ไปยืนเป็นหุ่นให้หน่อย ภูผาไม่ยอมไปยืน บอกว่าไม่เอา...ไม่ถ่าย...

ooooooo

วันนี้เส็งบอกเดือนให้เป็นเพื่อนไปเยี่ยมเวหาหน่อย เดือนถามว่าไปเยี่ยมทำไม ถ้ามันอยากจะเจอเรา มันก็กลับมาเอง แต่นี่หายหน้าไปเลย โผล่มาทีก็มีแต่มาเอาเงิน ขอทีละ 2–3 เดือนเพราะขี้เกียจมาทุกเดือน

“ก็ลูกมันเรียนหนัก ลื้อก็ต้องเข้าใจมันบ้าง น่านะ ไปเป็นเพื่อนอั๊วหน่อยนะเดือน”

ทั้งสองไปถึงหอพักนักศึกษาแพทย์ก็ไม่รู้ว่าเวหาอยู่หอไหน พอดีมีนักศึกษาเดินมา เส็งเข้าไปถามเขาบอกว่า ต้องไปบอกเจ้าหน้าที่ให้เรียกให้ เส็งกับเดือนเดินเข้าไปในโถงหอ ถามหาลูกชื่อเวหาให้เรียกให้หน่อย แต่อยู่หอไหนก็ไม่รู้ เจ้าหน้าที่กำลังจะเปิดหารายชื่อ ก็พอดีเวหาเดินลงมา เขาเห็นเส็งกับเดือนก่อน เวหาพยายามจะหลบแต่มีคนเดินลงมาชนกันพอดี เส็งเลยเห็นร้องทักดีใจ

“อาเวหา!”

เวหาพาเส็งกับเดือนไปเดินคุยกันที่สวนหลังหอพัก ถามว่าป๊ากับแม่มาทำไมตนจะอ่านหนังสือ เส็ง บอกว่าเห็นไม่กลับบ้านก็มาเยี่ยมเผื่อป่วยไข้เป็นอะไรไป เวหาบอกว่าป่วยตนก็ดูแลตัวเองได้ เห็นว่าตนสบายดีก็กลับไปได้แล้ว เส็งจึงชวนเดือนกลับลูกจะได้อ่านหนังสือ

“ไล่กลับก็ดี ว่าจะเอาเงินมาให้ซะหน่อย”

พอรู้ว่าป๊ากับแม่เอาเงินมาให้ก็บ่นว่าเอาเงินมาให้ก็ไม่บอก เร่งให้เอามาเลย พอได้เงินแล้วก็บอกว่าทีหลังไม่ต้องมา เงินน่ะตนไปเอาเองที่บ้านก็ได้ พูดแล้วเดินออกไปเลย ทิ้งให้เส็งกับเดือนมองหน้ากันจ๋อยๆ

ooooooo

ทอรุ้งช่วยภูผาขายปุ๋ยที่แผง ภูผาบอกว่าถ้าเบื่อก็กลับไปก่อนตนขายคนเดียวก็ได้ ทอรุ้งยืนยันว่าตนบอกแล้วไงว่าจะมาขายเป็นเพื่อน ภูผามองหน้าทอรุ้ง นึกได้เอ่ยขึ้น...

“You have got a friend...” ทอรุ้งถามว่าพูดอะไรนะ “เธอยังมีเพื่อน ชื่อเพลงที่รุ้งเขียนมาไง...เราแปลได้หมดทั้งเพลงแล้วนะ”

“จริงเหรอ ไหนขอฉันดูหน่อยสิ”

“...เมื่อเธอเศร้าและมีปัญหา เมื่อเธอปรารถนาความรักและห่วงใย เมื่อไม่มีสิ่งใดถูกเลยสักอย่าง” ทอรุ้งมองหน้าภูผา เขาหลับตาท่องต่อ “เพียงหลับตาแล้วนึกถึงฉัน โดยพลัน...ฉันจะไปอยู่ตรงนั้น ส่องแสงให้คืนอันมืดมิดสว่างไสว”

“นี่ภูผาจำได้หมดเลยเหรอ” ทอรุ้งตื่นเต้นมาก

ภูผาบอกว่าตนแปลอยู่ตั้งหลายเดือนแก้ไปแก้มาอยู่หลายรอบ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ แล้วเป็นไง มีผิดตรงไหนบ้างรึเปล่า ทอรุ้งบอกว่าเพอร์เฟกต์ ภูผาบอกให้สะกดซิ พลางหยิบดิกชันนารีที่ซุกอยู่ออกมาเปิดหา

ทอรุ้งยิ้มดีใจที่ภูผาเอาจริงเอาจัง

ที่โรงพยาบาลพิทักษ์ราษฎร์ สายวันนี้ทอรักเดินหน้าเชิดเข้าไป พนักงานต่างไหว้สวัสดีทักทาย เธอเพียงแต่พยักหน้ารับนิดๆแล้วเดินผ่านไป พนักงานซุบซิบว่า “หยิ่งเป็นบ้าเลย มาก็สาย ถือว่าเป็นลูก ผอ.” อีกคนรีบจุ๊ปากให้เงียบ

ทินราชเดินผ่านโต๊ะทำงานของทอรักเห็นเธอนั่งส่องกระจกเติมหน้าอยู่อย่างไม่รู้จะทำอะไร จึงเอาแฟ้มเอกสารกองโตมาให้เลือกว่า สนใจฝ่ายไหนให้บอก ทอรักให้พ่อเลือกมาให้เลยดีกว่า ตนทำแผนกไหนก็ได้อยู่แล้ว พ่อบอกว่าการทำงานต้องทำในสิ่งที่เราชอบเราถนัดถึงจะทำได้ดี ทอรักบอกว่าก็ตนไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร

“เฮ้อ...แม่เขาเลี้ยงลูกมาแบบไหนกัน”

“ไหนว่าไม่เคยโทษแม่ไงคะ” ทอรักสวนทันควันแล้วเบือนหน้าหนี ทินราชได้แต่มองลูกอย่างผิดหวัง

ooooooo

ภูผาเปิดร้านขายปุ๋ยมาได้ 5 วันแล้วแต่ยังขายไม่ได้เลยสักถุง ภูผากับทอรุ้งจึงไปหาลุงวัฒน์ ลุงวัฒน์ให้กำลังใจว่าแรกๆก็แบบนี้แหละ ขอให้อดทนไปก่อนจนกว่าจะเป็นที่รู้จักกัน

ภูผาถามว่าหรือตนจะตระเวนส่งตามสวนอย่างเดียวดี ลุงวัฒน์บอกอย่าเพิ่งท้อ ส่งได้แค่ 4-5 รายมันจะโตอะไร ทอรุ้งเห็นภูผาหน้าจ๋อยก็สงสารมาก

วันต่อมามีคนมาถามซื้อปุ๋ยแต่เช้า พอจ่ายเงินแล้วก็ขับรถออกไป ภูผานับเงินเห็นว่าให้เกินมาก็รีบปั่นจักรยานตามไปคืน จึงรู้ว่าชายคนนั้นซื้อปุ๋ยเอาไปกองไว้ที่ศาลาเห็นทอรุ้งอยู่ที่นั่นยื่นเงินให้ชายคนนั้น ภูผารู้ทันทีว่าทอรุ้งจ้างคนไปซื้อปุ๋ยให้เห็นว่าขายดี ภูผาจะได้มีกำลังใจ

ภูผาไม่พอใจมากบอกทอรุ้งว่าอย่าช่วยตนด้วยวิธีนี้ ตนไม่อยากดูน่าสมเพชในสายตาใคร ถ้ามันจะเจ๊งก็ให้มันเจ๊งอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ขายได้เพราะรุ้งมาช่วยซื้อ ตนรู้ว่ารุ้งรวยแต่ไม่ต้องมาทำแบบนี้ ตนไม่ต้องการ

“ภูผา...” ทอรุ้งเสียงเว้าวอน แต่ภูผาหันหนีไม่ยอมมองหน้า “ภูผารู้ไหม 3 เดือนที่ผ่านมา รุ้งโทร.หาลุงวัฒน์ทุกวันเพื่อถามความเป็นไป พอสอบเสร็จรุ้งก็รีบมา รุ้งอยากมาอยู่เป็นกำลังใจให้...แต่ถ้าภูผาจะตีความตั้งใจของรุ้งผิด รุ้งก็ขอโทษ รุ้งคงยุ่งกับภูผามากไปจริงๆ รุ้งทำผิดไปหมดทุกอย่างในสายตาของภูผา”

ทอรุ้งร้องไห้ขึ้นรถขับออกไปเลย พอภูผาเห็นน้ำตาทอรุ้งก็ตกใจ รู้ตัวว่าพูดแรงไป

ลุงแสงเห็นทอรุ้งร้องไห้กลับมาก็เดาว่าคงทะเลาะกับภูผามา ถามจนภูผายอมเล่าให้ฟัง ลุงแสงจึงไปเล่าให้ลุงวัฒน์ฟัง ลุงวัฒน์พูดอย่างผู้ใหญ่ที่มีความเข้าใจดีว่า

“ฉันเข้าใจภูผานะ เด็กมานะอดทน อยากภาคภูมิใจด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองเจอยัยรุ้งทำแบบนี้ก็คงทนไม่ได้” ลุงแสงบอกว่าสงสารคุณหนูรุ้งที่หวังดีแท้ๆ “แต่แสงก็รู้ว่ามันไม่ถูกวิธี คนเราต้องยอมรับความจริงและความล้มเหลว มันมีข้อดีในตัวของมันเพราะมันเป็นบททดสอบจิตใจว่าเราเข้มแข็งพอจะต่อสู้รึเปล่า”

“อ้าว...แล้วแบบนี้จะให้ใครไปขอโทษใครล่ะครับ”

“เรื่องของพวกเขา ก็ให้พวกเขาเรียนรู้และแก้ไขกันเองสิ แสงไม่ต้องไปยุ่งหรอก”

“แฮะๆ...โดนอีกแล้ว...”

ooooooo

ภูผารู้สึกผิดที่พูดแรงกับทอรุ้งเกินไปพยายามง้อหลายครั้งทอรุ้งก็ไม่หายงอน ได้ลุงแสงภูที่ใกล้ชิดสนิทสนมทั้งสองคนคอยลุ้นหาโอกาสผลักดันให้ภูผาง้อ จนในที่สุดทอรุ้งใจอ่อน

ภูผาขอโทษทอรุ้ง เธอบอกไม่ต้องขอโทษหรอกเขาไม่ผิด ภูผาบอกว่าตนพูดกับเธอแรงเกินไป ทอรุ้งบอกว่าตนก็ผิดที่วุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป

ทั้งสองต่างเห็นว่าตัวเองผิดและสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีก ความสัมพันธ์จึงหันหน้าเข้าหากันยิ้มสู้กับปัญหาต่อไป ช่วยกันขายปุ๋ยที่นับวันชาวสวนชาวไร่ให้ความเชื่อถือและหันมาซื้อปุ๋ยตรา “ทวีวัฒน์” มากขึ้น

เมื่อสรุปงาน ปรากฏว่าไม่กี่เดือนขายปุ๋ยได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ปุ๋ยก็ขายหมดเกลี้ยง ภูผาเอาเงินต้นและกำไรไปให้ลุงวัฒน์ ลุงวัฒน์เอาแต่ส่วนที่ยืมไป ส่วนกำไรคืนภูผา บอกว่าเอาไว้ลงทุนต่อไปหากได้ลงทุนมากกว่านี้ตนจะร่วมหุ้นด้วย

ภูผากลับมาที่ไร่เดินมาหาทอรุ้งที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่เรียกอย่างไรก็ไม่ตอบ พอเดินเข้าใกล้ทอรุ้งก็พลัดตกจากเก้าอี้ ภูผาตกใจรีบช้อนตัวอุ้มพาไปหาหมอ

หาหมอกลับมานอนพักที่บ้าน ภูผาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดจนเธอตื่นขึ้นมา ภูผาขอโทษ บอกว่าต่อไปนี้จะไม่พาเธอไปตะลอนๆช่วยขายปุ๋ยอีกแล้ว แต่ทอรุ้งบอกว่าหายเมื่อไหร่ก็จะไปช่วยขายปุ๋ยอีก

ตกเย็นทอรุ้งหนาวสั่นอีก ภูผากอดให้หายหนาว พอดีลุงวัฒน์เข้ามาถามว่า “ภูผา เธอทำอะไรน่ะ” ภูผาบอกว่าทอรุ้งหนาว ลุงวัฒน์ให้วางลงและหายาให้กินเสีย ถามว่าแล้วทำไมนกไม่มาเฝ้า ภูผาบอกว่าตนอยากเฝ้าเอง

“เดี๋ยวฉันจะตามนกมาเฝ้าแทนเธอ ภูผาเธอต้องเลือกแล้วล่ะ มีโทรเลขมาหาเธอ คนงานเพิ่งเอามาให้ อาม่าเธอไม่สบาย”

ลุงวัฒน์ยื่นโทรเลขให้อ่าน“ย่าป่วยกลับด่วน” ภูผาฝากลุงแสงให้ช่วยดูแลทอรุ้งแล้วออกเดินทางเลย

ooooooo

พอถึงบ้านพักคนชราเจ้าหน้าที่บอกว่าอาม่าป่วยได้สองวันแล้วเพ้อถึงแต่ชื่อภูผา เลยต้องโทรเลขไปตาม หมอบอกว่าเป็นไข้ธรรมดาเพราะอากาศเปลี่ยน คนแก่เป็นกันเยอะ

เมื่อภูผาเข้าไปหาอาม่า อาม่าถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ ทำไมไม่ไปทำงาน ภูผาบอกว่าก็อาม่าป่วยตนมาดูแล อาม่าบอกว่าตนไม่เป็นอะไรให้กลับไปทำงานเสีย เดี๋ยวเถ้าแก่จะว่าเอา ภูผาบอกว่าตนลาแล้วและจะอยู่จนกว่าอาม่าหายค่อยกลับ

“เด็กโง่เอ๊ย...ไหนสัญญากับม่าแล้วไงว่าถ้าเงินยังไม่เต็มถุงจะไม่กลับมา”

“แล้วอั๊วจะมีเงินไปทำไมถ้าไม่มีม่า”

“ลื้อนี่คิดไม่ได้หรือไง อีกไม่เท่าไหร่ม่าก็ไม่อยู่แล้ว แต่ลื้อสิต้องอยู่อีกนาน ถ้าไม่ทำงานเก็บเงินแล้วจะอยู่ยังไง ไปๆๆ กลับไปซะ”

ภูผาบอกว่าช่วงนี้เป็นวันหยุดลุงวัฒน์เลยให้ตนลากลับบ้านได้หลายวัน กระนั้นอาม่าก็ยังเร่งให้กลับ หยุดนานไปเดี๋ยวขี้เกียจ ไม่ต้องห่วง ม่าอยู่ได้ พูดแล้วไอค่อกแค่ก

ภูผากอดอาม่าไว้ด้วยความเป็นห่วง อาม่ากอดและเอามือลูบหัวอย่างที่เคยทำ...

พอแดงรู้ว่าภูผากลับมาและจะมาพักที่ร้านโชคดีก็พามาที่ร้าน บอกว่าดีแล้วช่วยทำความสะอาดด้วย ตนให้อยู่ฟรีและไม่บอกเส็งด้วย

“ขอบคุณครับลุง”

“ไม่ต้องขอบคุณ จะว่าไปนี่มันก็บ้านเอ็ง” ยื่นกุญแจให้บอกว่า “จะกลับเมื่อไหร่ก็เอามาคืน”

พอภูผาเข้าบ้านก็แปลกใจที่บ้านสะอาดเรียบร้อยมาก ที่แท้ต้อยติ่งแอบมาทำไว้ก่อนแล้ว ภูผาถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนจะมาพักที่นี่

ต้อยติ่งบอกว่าได้ยินคนที่ตลาดพูดกันตนเลยรีบมา ต้อยติ่งดูเศร้าและเงียบไปมาก ภูผาถามว่าแล้วสมคิดเป็นยังไงบ้าง ต้อยติ่งนิ่งไปนานจนต้องถามซ้ำจึงบอกว่า

“เดี๋ยวนี้พี่สมคิดเขาเปลี่ยนไปมาก...พักหลังพี่คิดเขามีแผลฟกช้ำดำเขียวกลับบ้านแทบทุกวันเลยถามก็ไม่ตอบว่าไปโดนอะไรมา แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น เวลาเขาเมากลับมาทีไรก็มาอาละวาดใส่คนที่บ้านตลอด หลายครั้งเข้าพี่เขยทนไม่ไหวก็มีเรื่องชกต่อยกัน เป็นอย่างนี้อยู่ประจำ จนต้อยติ่งทนไม่ไหวแล้ว บ้านมันไม่ใช่บ้านเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

ต้อยติ่งเล่าอย่างอัดอั้น ภูผาฟังแล้วบอกให้พาตนไปหาไอ้คิด ต้อยติ่งว่าอย่าไปเลย ทะเลาะกันเปล่าๆ ภูผาลากต้อยติ่งไปบอกว่าจะไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง

พอไปถึงบ้าน เจอสมคิดนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้านคนเดียว โยนถั่วเข้าปากแต่ไม่เข้าสักเม็ด

“ไอ้คิด มาคุยกันหน่อยซิ”

“อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ภูผาเพื่อนรักนี่เอง ไม่ได้เจอกันซะนาน มา...มาซักกรึ๊บสองกรึ๊บ”

สมคิดดึงภูผาให้มานั่ง ภูผาถามว่ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ สมคิดตอบกวนๆว่า

“กินเหล้าอยู่สิถามได้”

“เลิกกินเหล้า แล้วเอาเวลาไปทำหน้าที่ของลูกผู้ชายได้แล้ว พ่อ แม่ พี่สาว น้องสาวแกเคยดูแลเขาบ้างไหม หรือเอาแต่สร้างความเดือดร้อน” สมคิดว่าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของตน จะเข้าไปแย่งเหล้าคืน

“จะกินให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ!!!” ภูผาปาขวดเหล้าแตก ทุกอย่างเงียบงันทันที

“กินเพื่อให้ลืมเพื่อนเลวๆอย่างมึงไง มึงรู้ไหมว่าตั้งแต่มึงออกจากแก๊ง กูโดนพวกมันทำอะไรบ้าง มึงมันเอาตัวรอดอยู่คนเดียว มึงทิ้งกู!”

“กูชวนมึงออกมาด้วยกันแล้ว ทำไมมึงไม่ออก”

 “ถ้ากูออกแล้วที่บ้านกูจะเอาอะไรแดก! ที่กูต้องเป็นโจรเพราะกูกำลังทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างที่มึงบอกไง” ภูผาบอกให้ออกมาเสียแล้วไปทำไร่กับตน “กูไม่ไป! กูจะเป็นโจร!!”

สมคิดเดินโซซัดโซเซออกไป ต้อยติ่งตามถามว่า พี่คิดจะไปไหน... ภูผาตามไปถึงหน้าบ้านหว่านล้อมอย่างอดทนว่า

“มึงฟังกูไอ้คิด ที่ไร่มีงานเยอะแยะให้มึงทำถึงเหนื่อยหน่อยแต่ก็ไม่มีใครมาซ้อมมึง”

“กูไม่ทำ มึงไปได้ดีของมึงคนเดียวเถอะไป!”

สมคิดผลักภูผาออกไปแล้วเดินหนี ต้อยติ่งตามไปดึงไว้ พยายามเตือนสติพี่ชายว่า

“พี่คิด ถ้าพี่ยังอยู่แก๊งมันต่อไป หนูไม่เห็นอนาคตพี่เลยนะ ไปทำงานกับพี่ภูผาเถอะ”

“มึงอยากไปก็ไปเองสิวะ มึงอยากเป็นเมียไอ้ภูผามันไม่ใช่เหรอ ไอ้ภูผามึงเอาอีต้อยติ่งไปเลย กูยกให้”

ภูผากรากเข้ากระชากคอเสื้อสมคิดมาต่อยเปรี้ยงจนล้ม ชี้หน้าด่า

“มึงมันไม่รักดี หมัดนี้ถือว่าความเป็นเพื่อนเราขาดกัน” ภูผาเดินไปเลย ต้อยติ่งก้มดูสมคิด

“เออ มึงไม่ใช่เพื่อนกูตั้งนานแล้ว เพื่อนเขาไม่ทิ้งเพื่อนกันหรอกโว้ย” แล้วหันผลักต้อยติ่ง “มึงอีกตัว ไปไกลตีนกูเลยไป!”

ต้อยติ่งตัดสินใจวิ่งตามภูผาไป

ooooooo

วันนี้ ผอ.ทินราชพูดขณะเดินนำแพทย์ฝึกหัด มีอุบล สมพิศและเวหาไปแผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาล

“ขอให้พวกคุณพึงระลึกว่าตอนนี้คุณไม่ใช่นักศึกษาแพทย์อีกต่อไปแล้ว แต่พวกคุณคือแพทย์เต็มตัวคุณต้องลงมือทำการรักษาเอง จะไม่มีอาจารย์หมอคอยประกบเหมือนเมื่อก่อน” พอถึงหน้าแผนกศัลยกรรมก็หยุด “แผนกศัลยกรรมคือแผนกที่พวกคุณเลือกใช่ไหม ขอให้สนุกนะ”

ทอรักเดินออกมา ทินราชแนะนำว่า “คุณทอรักจะคอยอำนวยความสะดวกให้ระหว่างที่พวกคุณอยู่ที่นี่” เวหากับทอรักสบตายิ้มให้กัน ทินราชฝากทอรักดูแลต่อด้วยแล้วออกไป ทอรักเชิญทุกคนตามตนไปห้องพักหมอ

“เชิญคุณหมอเข้าห้องพักก่อนนะคะ รักเตรียมเสื้อกาวน์ปักชื่อไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หมออุบล หมอสมพิศห้องนี้ค่ะ ส่วนหมอเวหาห้องนี้ค่ะ” ทอรักผายมือให้หมอเข้าห้องตามที่บอก

เวหาถามทอรักว่าอาจารย์หมอมาหรือยัง ทอรักบอกว่าชื่อแพทย์หญิงนลินียังมาไม่ถึง ถ้ามาถึงแล้วจะพาไปรายงานตัว เวหาถามว่าข่าวที่ว่าอาจารย์หมอคนนี้โหดมากจริงหรือเปล่า ทอรักไม่รู้เพราะไม่เคยเจอกัน

สมพิศบอกว่าโหดจริง รุ่นพี่เราที่เคยมาฝึกที่นี่โดนกันมาหมดแล้ว ถูกทอรักขัดขึ้นว่า

“รักว่าเราอย่าเพิ่งจินตนาการไปไกลเลย เอาไว้รอเจอตัวจริงดีกว่า”

อุบลกับสมพิศเข้าห้องพักหมอไปด้วยกัน พอสองคนนั้นปิดประตู ทอรักก็คว้ามือเวหาเข้าห้องไปเลย

พอเข้าห้อง ทอรักไปหยิบเสื้อกาวน์ที่พับวางอยู่มาสวมให้ชมว่าเท่ระเบิดเลยอยากให้เขาใส่เสื้อกาวน์เต็มๆมานานแล้ว เวหากุมมือทอรักพามานั่งที่เตียงเอ่ยอย่างซึ้งใจว่าตนมีวันนี้เพราะรัก พ่อของรักยังใช้ทุนให้แล้วก็ที่ให้มาเป็นหมอฝึกหัดที่นี่...ตนไม่รู้จะตอบแทนรักยังไง ทอรักถามว่าอยากตอบแทนจริงๆหรือ เวหามองตาแล้วค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปอย่างเสน่หา ทอรักหลับตาพริ้มรอ...

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังกระชากทั้งสองหลุดจากภวังค์ เวหารีบไปรับสาย

“ฮัลโหลครับ...ครับ...ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!” เวหาวางสายบอกอย่างตื่นเต้นว่า “อาจารย์หมอมาแล้ว!”

แป้นเดินนำอุบล สมพิศและเวหาไปห้องผ่าตัด ทอรักบ่นว่าบอกแล้วว่าถ้าหมอมาให้อยู่เจอตนก่อน

“ป้าก็บอกแล้วค่ะ แต่หมอเขาตอบกลับมาว่าเป็นหมอต้องเตรียมพร้อมอยู่ที่แผนก หมอเขาเลยไม่รอ เข้าห้องไปเลยค่ะ”

เดินไปถึงหน้าห้องผ่าตัดแป้นบอกว่าหมอนลินีต้องการผู้ช่วยแค่คนเดียว ใครจะเป็นคนเข้าไปก่อน เวหาถามว่าเคสนี้ผ่าอะไร แป้นบอกว่ามะเร็งต่อมลูกหมาก เวหาจึงขอเข้าก่อน

เมื่อเปลี่ยนชุดเข้าห้องผ่าตัดเสร็จ เวหาเข้าไปสวัสดีอาจารย์ แนะนำตัวเองว่าชื่อเวหาเพิ่งมาวันแรก

“ไม่ต้องเรียกฉันอาจารย์ เธอไม่ใช่นักศึกษาแล้ว” เวหารับคำ “ทีหลังถ้ารู้ตัวว่ามาสายไม่ต้องเข้ามานะ ฉันทำคนเดียวได้” เวหารับคำ ถามว่าให้ตนช่วยอะไรไหม “ช่วยถอยออกไปสองก้าวฉันทำงานไม่ถนัด”

เวหาถอยไป 2 ก้าวยืนหน้าเจี๋ยมเจี้ยมดูหมอนลินีทำงาน

เสร็จเคสหนึ่งก็มาอีกเคสต่อเนื่อง คราวนี้หมอนลินีผ่าตัดเสร็จ ถามเวหาว่าเคยเย็บแผลไหม เขาบอกว่าเคย หมอจึงให้ไปเย็บปิดให้ เวหาหายใจลึกๆเรียกความมั่นใจแล้วลงมือเย็บแผล...

เมื่อเจอทอรัก เวหาบ่นว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเจอสองเคสติดกันเกือบเป็นลม ทอรักจึงชวนไปกินข้าวกัน

ooooooo

คืนนี้ภูผาซื้อโจ๊กจะไปให้อาม่า ถูกสันต์กับลูกน้องมาดักตี ภูผาเย้ยว่าหมาหมู่ไม่สมกับเป็นนักเลงเลย

สันต์เลือดขึ้นหน้าว่าดูถูกกันแบบนี้ตัวตัวกันก็ได้ ทั้งสองจึงเข้าพันตูกันแต่สันต์ถูกภูผาจระเข้ฟาดหางใส่ล้มหมดท่า ภูผาปรามว่าเลิกมายุ่งกับเราซะที แต่พอภูผาเดินไปอีกซอยก็ถูกสันต์ลอบกัด ดักแทงเลือดทะลักล้มหายใจรวยริน

ขณะกำลังจะหมดสติ ก็เห็นเงาใครคนหนึ่งเดินมา ภูผาเพ่งมองเห็นว่าคือเชิด เชิดเข้ามาถามว่า

“ไอ้ภูผา เอ็งเลิกเป็นนักเลงแล้ว จะมาตายอย่างหมาข้างถนนรึไงวะ ลุกขึ้นมา...ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็งสิวะ แผลแค่นี้ไม่ทำเอ็งตายหรอก ใจเสาะไปได้ ลุกขึ้นมา!!” พอภูผาพยายามลุกขึ้นก็พอใจ “อย่างนี้สิวะ มันถึงจะแน่จริง” แล้วเข้าไปกอดคอภูผา “ไปเว้ย อดทนอีกหน่อย กดแผลไว้แน่นๆ”

ภูผากดแผลไว้แน่น เชิดกอดคอพาเดินไปด้วยกัน...

ภูผารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาลในตอนเช้า มีเสียงดีใจว่า “ภูผาฟื้นแล้ว” ภูผาพึมพำ...รุ้ง

“ต้อยติ่งเองค่ะพี่ภูผา” ต้อยติ่งหน้าคว่ำทำเสียงน้อยใจ สมคิดที่นั่งอยู่ข้างๆถามว่าฝีมือพี่สันต์ใช่ไหมภูผาไม่ตอบแต่ถามหาพี่เชิด บอกว่าพี่เชิดเป็นคนมาช่วยและพาตนส่งโรงพยาบาล สมคิดบอกว่าพี่เชิดถูกนักเลงคู่อริยิงตายไปแล้ว ภูผายืนยันว่าตนเจอพี่เชิดจริงๆ

“เขาถึงว่าคนใกล้ตายมักจะเห็นอะไรไปเรื่อยดีนะพี่เชิดไม่เอาเอ็งไปอยู่ด้วยน่ะ”

ภูผาฟังแล้วอึ้ง!

ooooooo

ทอรักกับเวหาเดินไปห้องอาหารโรงพยาบาล เวหาบ่นความโหดของหมอนลินีว่าแค่หายใจแรงยังโดนด่าเลย นินทากันจนทอรักบอกว่าชักอยากเห็นหน้าเสียแล้ว

เวหาเอาอาหารตรงหน้ามาวางทำเป็นหน้าหมอ

นลินีบรรยายว่าหน้าเหมือนไข่เจียว ตาโปน หน้ามัน จมูกบาน ผมหยิกๆ เวหาก้มหน้าก้มตาสร้างและบรรยายหน้าตาหมอนลินีอย่างอัปลักษณ์

ทอรักเห็นสาวสองคนนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ เห็นที่หน้าอกคนหนึ่งปักชื่อ “พญ.นลินี โสภณสุวรรณ” ก็ใจหายวาบพยายามบอกเวหา แต่เขามัวแต่ตั้งอกตั้งใจสร้างหน้าหมอตามจินตนาการ จนหมอกับเพื่อนลุกไป เวหาถามทอรักว่ามีอะไรหรือ เธอเร่ง “รีบกินเถอะเวหา มื้อนี้อาจเป็นมื้อสุดท้ายของนายก็ได้”

พอรู้ว่าหมอได้ยินคำนินทาของตนแล้ว เวหาร้อง ตายแน่ๆ ไม่น่าปากเสียเลย เธอต้องช่วยเรานะทอรักพอดีแป้นถือเอกสารเดินผ่านมาบอกว่าหมอกำลังเรียกคุยอยู่ที่ห้อง ให้รีบไปเลยกำลังคุยเรื่องซีเรียสอยู่เสียด้วย

พอเวหาเข้าไปในห้องก็บอกหมอให้ตำหนิตนเลย หมอถามว่าจะให้ตำหนิเรื่องอะไร เธอมีสิทธิ์ที่จะพูดถึงใครยังไงก็ได้ ตนต่างหากที่ไปได้ยินเอง หมอ

บอกว่าเขาพูดในสิ่งที่เขาคิดว่าหน้าตาตนอัปลักษณ์แล้วพูดออกมา ถามว่า “แล้วไงพอได้เจอตัวจริงแล้ว...”

“ผมคิดผิดครับ เพราะหมอสวยมากครับ”

“ทีหลังถ้ายังไม่รู้อะไรก็อย่าเพิ่งพูดออกไปแล้วกัน...”

“ครับ” เวหารับคำเสียงอ่อย มองตามหมอนลินีที่ลุกเดินออกไป คิดสงสัยว่าหมอเป็นคนยังไงกันแน่

ooooooo

ที่บ้านพักคนชรา อาม่าบอกภูผาว่าอาม่าหายดีแล้วกลับไปเสีย แล้วเขียนจดหมายมาหาอาม่าบ่อยๆก็แล้วกัน อาม่าเห็นภูผาเดินเจ็บแผลถามว่าเป็นอะไร ภูผาปดว่าไม่ได้เป็นอะไร อาม่าจึงเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะถูกไล่ออก

พอภูผากลับถึงไร่ทวีวัฒน์ เจอลุงแสงทักกันคำสองคำแล้วรีบไป บอกว่าจะรีบไปหาทอรุ้ง ลุงแสงจะบอกว่าทอรุ้งไปตลาดก็ไม่ทันเพราะภูผาเอามือกุมแผลวิ่งอ้าวไปแล้ว

ภูผาวิ่งไปเจอนกก็ถามหาทอรุ้ง นกบอกว่าไม่อยู่ ถามว่าอยู่ไหนก็ไม่รู้ วิ่งไปหาที่ห้องของเธอก็ว่างเปล่า ภูผาหน้าซีดว้าวุ่นใจมาก วิ่งไปเจอกานต์ถามว่ารุ้งไปแล้วเหรอ กานต์พยักหน้า ภูผาแทบหมดแรงปั่นจักรยานไปถึงต้นไม้ใหญ่รู้สึกเจ็บแผลมากจึงแวะนั่งพิงต้นไม้เศร้า

ทอรุ้งกลับจากตลาด ซื้อขนมมาแจกคนงานทุกคน ลุงแสงมาเจอภูผานั่งเศร้าอยู่ถามว่าคิดถึงทอรุ้งทำไมไม่ไปหาล่ะ ภูผาตื่นเต้นมองหาถามว่ารุ้งอยู่ไหน เสียงคนงานที่รับแจกขนมอยู่ร้องพร้อมกันว่า “อยู่นี่”

ทอรุ้งเห็นอาการของภูผาแล้วหัวเราะกิ๊ก พอภูผาหันไปเห็นทอรุ้งก็อายจนเอาหน้าซุกต้นไม้ ทอรุ้งถามแซวว่า “ไม่อยากคุยกับรุ้งแล้วเหรอภูผา”

“พอแล้วรุ้ง!” ภูผาพูดทั้งที่หน้าซุกต้นไม้ อายที่ตนหลุดออกไปมากมาย...

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 7 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 3 ก.พ. 2562 08:17 2019-02-05T02:33:56+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ