ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

หลังจากภูผามาช่วยขายรองเท้า ความขยันยิ้มแย้มแจ่มใสและมีน้ำใจของเขาทำให้มีลูกค้ามาก รองเท้าขายดี

วันนี้จึงมาทำต้นทุนสินค้าที่บ้านแต่เช้า เพื่อเวลาขายจะได้รู้ว่าต้นทุนเท่าไร ควรขายเท่าไร เวลาลูกค้าต่อจะได้ไม่ลดจนขาดทุนและจะได้รู้ว่าแต่ละเดือนได้กำไรเท่าไร บอกแม่ว่าเห็นร้านอื่นเขาทำกันเลยทำบ้าง ต่อไปตนจะช่วยทำบัญชีให้

จากความขยันอดทนและปรับปรุงจนร้านดูดีขายดีขึ้นทันตาเห็น ทำให้เส็งที่ฝังใจว่าภูผาเป็นตัวซวยค่อยรู้สึกดีขึ้น จนวันนี้เมื่อแม่ชวนภูผากินข้าวด้วยกันภูผาบอกว่าตนไปกินที่ตลาดก็ได้ เดือนบอกให้กินพร้อมกันนี่แหละแล้วเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหาร ภูผามองหน้าเส็งชั่งใจ เส็งพูดแทรกขึ้นว่า

“พูดมากกันอยู่ได้ อั๊วหิวแล้ว”

เส็งเดินตามเดือนเข้าไปในครัว เดือนยิ้มและพยักหน้าให้ภูผาอย่างรู้กันกับท่าทีของเส็ง...

ระหว่างกินข้าวเส็งยังพูดลอยๆว่ากินเร็วๆ แล้วพรุ่งนี้ตลาดอยู่ไกลก็มาให้มันเช้าหน่อย

แม้เส็งจะยังมึนตึงและไม่พูดด้วยตรงๆ แต่ท่าทีที่อ่อนลงของเส็งก็ทำให้เช้านี้ทั้งภูผาและเดือนรู้สึกเหมือนฟ้าเปิดแล้ว แม้ภายนอกจะยังเงียบๆขรึมๆแต่หัวใจของทั้งสองเบิกบาน มีความสุขมาก

ในขณะที่ภูผาช่วยป๊ากับแม่ขายของแบกของจัดร้านเก็บร้านเหน็ดเหนื่อยทุกวันนั้น เวหาที่กำลังเรียนแพทย์ปี 3 และแยกไปอยู่ต่างหาก กลับใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมคบหากับทอรัก ทำตัวเป็นลูกคนมีเงิน วันนี้ขณะปิกนิกกันในสวนสาธารณะ ทอรักเอาโบรชัวร์รถขึ้นมาดูบอกว่าอยากได้รถเบนซ์รุ่นนี้แต่แม่คงไม่ให้ อ้างว่ารอให้ทำงานก่อน

ทอรักถามว่าเวหากำลังจะออกรถใหม่ใช่ไหม ยุให้เอารุ่นนี้ตนอยากลองนั่ง ข้างในต้องกว้างแน่ๆเลย เวหาทำท่าสนใจก็ตีขลุมว่าจะซื้อเมื่อไหร่บอกด้วยตนจะไปเลือกสี พอเวหาบอกว่าได้ ทอรักก็หงายตัวลงนอนทับหลังเวหาอย่างอารมณ์ดี...

เย็นนี้เองเวหาก็บอกเส็งกับเดือนว่าจะเอารถเก๋ง เดือนตกใจว่ามอเตอร์ไซค์คันก่อนยังผ่อนไม่ทันหมดก็เอาไปชนยังไม่เข็ดหรือ เวหาอ้างว่าตอนนั้นตนยังเด็ก แต่ตอนนี้ตนเรียนหมอแล้วอีกไม่กี่ปีก็จะเป็นหมอ คนเป็นหมอก็ต้องมีรถกันทั้งนั้น

เส็งถามว่าเป็นหมอก่อนแล้วค่อยเก็บเงินซื้อไม่ได้หรือ เวหาหาว่าป๊างก งั้นถือว่าตนยืมก็ได้มีเงินเดือนเมื่อไหร่จะใช้คืน เส็งบอกว่าไม่ได้งกแต่ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อรถตอนนี้ เพราะยังมีภาระต้องผ่อนบ้านอยู่ เวหาบอกว่า “ก็บ้านเก่าของเราไง ขายๆไปก็ได้แล้ว”

เส็งคิดหนัก แต่ก็บอกภูผาว่าจะขายบ้าน ภูผาติงว่าป๊ากับแม่อย่าตามใจเวหามาก เงินก็ต้องเก็บไว้หมุนไว้ลงทุน และที่สำคัญได้ข่าวว่าจะมีถนนตัดผ่านบ้านหลังเก่าถ้าขายตอนนี้ก็น่าเสียดายมาก เส็งพยักหน้ารับรู้

อาม่าดีใจเมื่อภูผาบอกว่าป๊ายอมคุยกับตนแล้ว เห็นภูผาถือถุงเงินสีแดงก็ทักว่าถุงเงินที่อาม่าเย็บให้ยังอยู่หรือ ภูผาบอกว่าตนใช้ถุงเงินนี้มาตลอด อาม่าให้กำลังใจภูผาว่า หนทางในชีวิตถึงจะยาวไกลแต่มันก็ไม่เกินสองมือของมนุษย์เรา หาทางของตัวเองเอานะภูผา ภูผารับคำนอนหนุนตักอาม่าถือถุงเงินที่อาม่าเย็บให้อย่างหวงแหนแสนรัก อาม่าลูบหัวภูผาอย่างเอ็นดู

ดารกาไม่พอใจที่ทอรุ้งยังคบกับภูผา บอกเวหาให้ช่วยจัดการให้ที เวหาทำทีหนักใจเพราะนายคนนั้นเกเรเหลือเกิน ขนาดพ่อแม่ยังเอาไม่อยู่เลย แต่รับปากจะจัดการให้เพราะภูผาเป็นคนของตนและตนก็ไม่อาจทนเห็นน้องรุ้งต้องหมดอนาคตเพราะมัน ถ้าเป็นอย่างนั้นตนก็คงรู้สึกผิดมาก

ดารกาให้เวหาไปจัดการภูผา เวลาเดียวกันก็ให้นวลฉวีไปยึดกุญแจรถของทอรุ้งบอกว่าเรียนจบมีงานทำเมื่อไหร่จะคืนให้ ตอนนี้ให้ทอรักรับส่งไปเรียนแทน

เย็นนี้เองเวหาไปที่บ้านเก่าเจออาม่าก็พูดเยาะว่าไม่นึกว่าอาม่าจะอยู่กับมันที่นี่ อาม่าไม่พอใจไล่ก็ไม่ไป ภูผาได้ยินเสียงเอะอะออกมาเจอเวหาก็ออกปากไล่ว่าถ้าจะมาหาเรื่องก็กลับไปเสีย เวหาบอกให้ขึ้นข้างบนตนมีเรื่องจะคุยด้วย อาม่าไม่สบายใจจึงตามไปแอบฟังอยู่หน้าห้อง

เวหาบอกภูผาให้เลิกยุ่งกับทอรุ้งเพราะเธอเป็นแฟนตน และที่บ้านทอรุ้งก็ไม่พอใจที่เธอมาคบหากับคนอย่างเขา ปรามว่าเขากำลังทำให้ทอรุ้งเดือดร้อน

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนเวหากระชากคอเสื้อภูผาดันไปติดกำแพงจนมีเสียงตึงตังกันขึ้น อาม่าตกใจทุบประตูตะโกนว่าอย่าตีกัน หยุดเดี๋ยวนี้!! แต่ข้างในยังตึงตังโครมครามกันอยู่ อาม่าใช้กุญแจสำรองถือไม้แขวนเสื้อเข้าไปสั่งให้หยุด ไม่งั้นจะตีทั้งคู่

เช้าวันรุ่งขึ้นเวหาก็หน้าตาปูดบวมไปที่บ้านดารกา บอกว่าตนไปขอร้องภูผาดีๆให้เลิกยุ่งกับทอรุ้งเกรงน้องจะเสียการเรียน แต่มันกลับบอกว่ามันอยากได้รุ้ง พอบอกว่าคุณแม่ให้ตนมาดูแลน้องรุ้งมันก็พุ่งเข้าชกทันที ตนเลยต้องสู้กับมัน

ทอรุ้งไม่เชื่อเพราะภูผาไม่ใช่คนแบบนั้น บอกว่าตนต้องฟังความทั้งสองฝ่ายก่อน

ooooooo

วันนี้ภูผาเจอสมคิดโดยบังเอิญ ถามไถ่ประสาคนเคยร่วมชะตากรรมเดียวกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง สมคิดที่หน้าตาฟกช้ำบอกว่าอยู่กินสบาย พี่เชิดให้คุมรถสองแถว

ภูผามองรอยฟกช้ำบนหน้าอย่างไม่เชื่อ สมคิดบอกว่านักเลงก็ต้องแบบนี้แหละมันต้องมีเจ็บตัวกันบ้าง

ภูผาชวนออกมาเสียแล้วตนจะหางานให้ทำ ไปขายของแบบตนก็ได้ สมคิดบอกว่าเบื่องานนี้เมื่อไหร่แล้วจะไปหา บอกภูผาให้ดูแลตัวเองให้ดีแล้วผละไป

สันต์ไม่พอใจที่สมคิดคุยกับภูผา แค้นเก่าคุขึ้นมา วันนี้จึงสั่งลูกน้องไปกับตน สมคิดขอร้องว่าอย่าไปยุ่งกับภูผาเลย พี่เชิดปล่อยมันไปแล้วพี่ก็ควรจะปล่อยด้วย สันต์ตวาดว่าพี่เชิดก็ส่วนพี่เชิด ตอนนี้ตนไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่เชิด แล้วโดดถีบสมคิดเต็มแรงพูดอย่างสะใจว่า

“นี่คือตัวอย่าง...มึงไปกับกูด้วย กูจะให้มึงช่วยลงมือ”

สมคิดเจ็บใจสันต์ และกลุ้มใจไม่รู้จะช่วยภูผายังไง

ooooooo

วันนี้ทอรุ้งนัดพบภูผาที่สวนสาธารณะ ปรากฏว่าภูผามาช้ากว่านัดครึ่งชั่วโมงบอกว่าลูกค้าเยอะปลีกตัวมาไม่ได้

ภูผาเอาขนมที่ซื้อมาส่งให้ทอรุ้งบอกว่าลองกินดู อร่อยนะ ถามว่าช่วงนี้เรียนหนักหรือ ทอรุ้งบอกว่ากิจกรรมเยอะแล้วก็ใกล้สอบแล้วด้วย ภูผาบอกว่า “เราเป็นกำลังใจให้นะ”

ทอรุ้งส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ ภูผาเปิดพยายามแกะอ่านเพราะเป็นภาษาอังกฤษ ถามว่าเขียนอะไร อ่านไม่ออก

“รุ้งชอบความหมายมันมาก รุ้งตัดมาเฉพาะส่วนที่รุ้งชอบที่สุด แต่ไม่แปลให้นะคะ จะรอให้นักเรียนโข่งแปลให้รุ้งฟัง ในคำพวกนี้มีความลับอยู่” ภูผาถามว่าทำไมต้องทำอะไรยากๆด้วย “ถ้าไม่อยากพยายามก็เอาคืนมาค่ะ”

ทอรุ้งจะเอากระดาษคืน ภูผาเบี่ยงหลบบอกว่าถ้าแปลได้ขอรางวัลด้วยนะ ทอรุ้งบอกว่ายินดี ภูผาย้ำว่ารับปากแล้วนะ เธอถามว่าจะเอารางวัลอะไร ภูผาอำไว้ยังไม่ยอมบอก

จนเมื่อคุยกันเสร็จเดินมาด้วยกันภูผาถามว่าจะไปช่วยตนขายรองเท้าจริงหรือ ทอรุ้งบอกว่าตนไม่ใช่ คุณหนู เขาทำได้ตนก็ทำได้ ภูผาหัวเราะบอกว่าเดี๋ยวจะคอยดู

แต่พอไปถึงหน้าร้าน ภูผาหยุดกึกหน้าเสียเมื่อเห็นร้านยับเยินรองเท้ากระจุยกระจายเกลื่อน เดือนนั่งซึมอย่างหมดแรง เส็งมีเลือดที่มุมปาก ร่างกายบอบช้ำ กำลังเก็บรองเท้าอย่างโกรธจัด

 “แม่! ป๊า! เกิดอะไรขึ้น ใครมันทำแบบนี้!!!”

 เส็งตะคอกใส่ว่าก็นักเลงพวกของลื้อน่ะสิ ภูผาบอกว่าตนลาออกนานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับมันแล้ว

 “เออ...งั้นก็ลาออกจากร้านอั๊วไปด้วยเลย อั๊วก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับลื้อแล้วเหมือนกัน ไป!!”

 เดือนบอกว่ามันบอกถ้าลูกยังอยู่มันก็จะมาพังร้านเราทุกวัน ภูผาถามว่าแล้วมันบอกหรือเปล่าว่าตนไปทำอะไรให้มัน เส็งสวนทันควันว่า

 “อยากรู้ก็ไปถามมันเองสิวะ ไปให้พ้นเลย ไป!!” เส็งคว้ารองเท้าปาใส่ภูผาจนเขามึน งงที่ป๊ากลับมาแค้นเขาอย่างมาก ส่วนทอรุ้งเห็นสภาพและบรรยากาศแล้วตกใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก เห็นภูผาเดินตะบึงไปก็ตามไปบอกให้ใจเย็นๆ ถามว่าจะไปไหน ไปทำอะไร

“เราจะไปถามมัน” ภูผาเดินไปไม่หยุด ทอรุ้งบอกอย่าวู่วามจะทำอะไรคิดให้ดีก่อน “รุ้งกลับไปก่อนนะ”

ภูผาดึงทอรุ้งออกแล้วเดินต่อไปหน้าถมึงทึง ทอรุ้งละล้าละลังไม่รู้จะทำยังไง

ภูผาไปหาสมคิดที่บ้านเจอต้อยติ่ง ถามว่าสมคิดอยู่ไหม ต้อยติ่งเจ๊าะแจ๊ะว่าเพิ่งกลับมาอยู่ข้างใน

“มันไปไหนมา”

“เห็นว่าไปตลาดนัดมากับเพื่อนจ้ะ...มีเรื่องอะไรรึเปล่าจ๊ะ”

ภูผาปัดต้อยติ่งออกแล้วพุ่งเข้าไปในบ้าน ต้อยติ่งงง รีบวิ่งตามไป ภูผาถามสมคิดว่าทำแบบนี้ทำไมสมคิดบอกว่าตนไม่ได้ทำ แต่ตนห้ามสันต์ไม่ได้ ภูผาถามว่าแล้วมันทำทำไม สมคิดบอกว่าก็แค่หมั่นไส้ล่ะมั้ง ภูผาหันเดินออกไปทันที

ทอรุ้งยืนรออยู่หน้าบ้านถามจะไปไหนอีก ภูผาบอกว่าจะไปฆ่าไอ้สันต์! ทอรุ้งเตือนสติว่าฆ่าคนติดคุกนะ ภูผาบอกว่า แต่ถ้ามันยังอยู่มันก็จะตามรังควานชีวิตตนไปเรื่อย ทอรุ้งถามว่าไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ

“มีแค่วิธีเดียว ไม่เราก็มันต้องตายกันไปข้างนึง”

“คิดถึงคนข้างหลังบ้างสิ ป๊ากับแม่แล้วอาม่านายอีก ถ้านายเป็นอะไรไปเขาจะอยู่กันยังไง”

“เรากำลังจะตายเพื่อพวกเขา”

ภูผาเดินไปอย่างไม่มีอะไรจะหยุดเขาได้ ทอรุ้งตัดสินใจพุ่งเข้ากอดเขาจากข้างหลัง ภูผาชะงัก ทอรุ้งยิ่งกอดเขาแน่น ไม่มีคำพูดใดๆจากใครแต่ความรู้สึกถึงกันได้อย่างลึกซึ้ง

“อย่าไปเลยนะ กลับบ้านไปกับรุ้งเถอะ”

ภูผาแกะมือทอรุ้งออก แต่เธอยิ่งกอดเขาแน่น จนภูผาต้องข่มอารมณ์ ค่อยๆใจเย็นลง...

ooooooo

กลับถึงบ้านภูผายังสงบใจไม่ได้ อาม่ากับทอรุ้งช่วยกันปลอบ อาม่าบอกว่าดีแล้วที่ภูผาไม่ไปจองเวรกับคนพวกนั้น หมาบ้าเรายังต้องเลี่ยงหนี แล้วนี่คนบ้า จะเอาชีวิตไปแลกทำไม

ภูผาไม่ตอบ อาม่ามองหน้าทอรุ้งแล้วพูดต่อ

“ลื้อเอาความโกรธ ความอาฆาตในตัวลื้อไปตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่ออนาคตของลื้อดีกว่า เชื่ออาม่านะภูผา”

“อั๊วต้องทนให้มันรังแกเราไปแบบนี้เหรออาม่า”

“มันไม่ใช่ทนนะภูผา เราแค่หลีกเลี่ยงการมีเรื่อง เดี๋ยวพวกมันก็หยุดไปเอง” ทอรุ้งตอบแทน

แต่ภูผาก็ยังนิ่ง เงียบ จนอาม่ากับทอรุ้งมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร

เช้าวันต่อมาเวหาไปที่บ้านเส็งในชุดนักศึกษาแพทย์ ซ้ำเติมภูผาว่าตนบอกแล้วว่าภูผาเป็นตัวนำความซวยความเดือดร้อนมาให้ป๊า ผิดจากที่ตนพูดไหม เดือนบอกว่าภูผาไม่ได้เกี่ยวอะไร เส็งยอมรับว่าตนคิดผิดจริงๆที่เอาภูผามาอยู่ใกล้ตัว

พอเส็งคล้อยตาม เวหาก็ถามว่าแล้วเมื่อไหร่ป๊าจะออกรถให้ตน เดือนโมโหถามว่าจะมารบเร้าอะไรตอนนี้ร้องแต่จะเอา ก็เห็นอยู่ว่าป๊ากับแม่เดือดร้อน ช่วยกันหาเงินมั่งอย่าทำให้แม่ปวดหัวไปกว่านี้เลย แล้วเดือนก็เดินเข้าครัวไปเลย

เวหาอ้างว่าสังคมของตนมันจำเป็นเรื่องหน้าตา เส็งเสียงอ่อนว่าป๊าเข้าใจแต่รออีกหน่อยได้ไหม เวหายืนยันให้ขายบ้านเก่าไปเสีย เส็งบอกว่าตอนนี้มีคนเช่าอยู่ เวหาถามว่าแล้วป๊ารู้ไหมว่าใครเช่า

เส็งลิ่วไปที่บ้านเก่าทันที เจออาม่าบอกว่าตนนี่แหละเป็นคนเช่าบ้านนี้ เส็งบอกว่าตนจะขาย อาม่าหัวเราะเยาะ บอกว่าฝันไปเถอะ ตราบใดที่ตนยังไม่ตายก็จะกอดโฉนดไว้ไม่ยอมให้ใครขายเด็ดขาด

เวหาดักคอว่าอาม่าตายก็ต้องยกให้ภูผาคนเดียว ภูผาโมโหหาว่าเวหาแช่งอาม่าจะพุ่งเข้าใส่ เส็งกันไว้ด่าว่าอย่ามาทำนักเลงต่อหน้าตน บอกอาม่าว่าภูผาเป็นคนไม่มีอนาคต ให้ไปก็เอาไปผลาญหมด สู้ยกให้เวหาดีกว่า อาม่ายืนยันว่านี่เป็นบ้านตน จะยกให้ใครเป็นเรื่องของตนไม่ต้องมาบอก เส็งอ้างว่าตนเป็นลูกย่อมมีสิทธิ์

“ลูกที่ปล่อยให้อั๊วไปอยู่บ้านพักคนชราแล้วไม่เคยไปดูแลเลยน่ะเหรอ มีแต่อาภูผาคนเดียวที่ไปรับอั๊วกลับลื้อคิดว่าอั๊วควรจะยกสมบัติให้ใครหาอาเส็ง”

เวหาบอกว่าภูผาทำดีกับอาม่าเพราะเงินที่ได้จากบ่อนใกล้จะหมดแล้วจึงจ้องเกาะสมบัติอาม่า ถ้าอาม่าหวังพึ่งมันก็เตรียมอดตายได้เลย ภูผาโต้ว่าตนนี่หรือหวังเกาะคนอื่น ตั้งแต่เด็กตนทำงานมาตั้งเท่าไหร่แล้ว ถามตัวเองดูซิว่าเคยทำอะไรบ้าง

เวหาถูกโต้หน้าหงายเลยยุเส็งให้รีบไล่ภูผาออกไป ภูผาบอกว่าไล่ไม่ได้เพราะตนมีสัญญาเช่ากับลุงแดง ตราบใดที่ตนยังมีเงินจ่ายก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ เส็งจนปัญญาทำได้แค่ขู่ว่าถ้าจ่ายช้าแม้แต่วันเดียวก็เตรียมตัวเก็บข้าวของออกไปเลย ว่าแล้วก็ผลุนผลันออกไปเลย เวหารีบตาม อาม่ากับภูผามองตามอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เวหาต่อว่าเส็งว่าไปยอมมันได้ยังไง ป๊ายังไม่เข็ดใช่ไหม เดือนจึงรู้ว่าสองคนไปหาเรื่องภูผามา เวหาถามหาเรื่องที่ไหน มันทำเดือดร้อนขนาดนี้แม่ยังเข้าข้างมันอีกหรือ

เดือนเตือนว่าภูผาเป็นน้องนะจะเกลียดชังอะไรกันนักหนา เวหาย้อนถามว่าแล้วมันเคยคิดว่าตนเป็นพี่ไหม แม่รักมันแต่เคยเห็นตนเป็นลูกหรือเปล่า เส็งปรามว่าทำไมพูดกับแม่อย่างนั้น

“ไม่มีใครอยู่ข้างอั๊วเลยใช่ไหม มันทำเรื่องเดือดร้อนขนาดนี้ป๊ายังอยู่ข้างมัน งั้นก็ไปเอามันกลับมา มาอยู่แทนอั๊ว อั๊วจะไปเอง”

เวหาหุนหันคว้ากุญแจรถเส็งขับพรืดออกไป เดือนบ่นว่าดูนิสัยมัน ถามเส็งว่าแล้วมันจะเอารถมาคืนหรือเปล่า ไม่ต้องขายของกันพอดี แล้วบ่นเส็ง “เฮียตามใจเวหา จนลูกมันจะเสียคนเพราะเฮียนี่แหละ”

เส็งประชดว่าต้องลูกนักเลงนั่นถึงจะดีใช่ไหม โทษว่าเพราะมันเป่าหูไม่ให้ขายบ้านคงหวังยึดบ้านหลังนั้น ไว้เอง เดือนโมโหถามว่ามองลูกในแง่ดีหน่อยได้ไหม มันช่วยเราทำงานขนาดนี้แล้วยังมองไม่เห็นความดีของมันอีก เส็งประชดว่า “ความดีที่ทำให้นักเลงมาพังร้านเนี่ยนะ!”

ทั้งสองทำท่าจะเถียงกันยาว แต่เสียงออดดังรัวขึ้น จักรมาตะโกนบอกว่าเวหาเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำอยู่หน้าปากซอย ตนไปเจอพอดีเลยรีบมาส่งข่าว

ลุงแดงได้ข่าวเวหารีบไปบอกอาม่ากับภูผา ทั้งสองตกใจถามว่าเวหาเป็นยังไงบ้าง ลุงแดงบอกว่าได้ข่าวอาการสาหัส ภูผาฝากลุงแดงให้ดูอาม่าก่อนตนจะรีบไปดูเวหาแล้วจะส่งข่าวมา แล้วโดดขึ้นจักรยานไปโรงพยาบาล ตรงไปเขตไอซียูผลักประตูเข้าไปเลยเจอแม่ ถามว่าหมอว่าเวหาเป็นยังไงบ้าง

“มึงอยากรู้ทำไม ลูกกูยังไม่ตายง่ายๆหรอก...” เส็งระเบิดอารมณ์ใส่ทันที ชี้หน้าด่า “เพราะกูเชื่อมึงจนทำให้เวหากลายเป็นแบบนี้ มึงออกไปจากชีวิตกูเลย แล้วมึงไม่ต้องกลับมาอีก”

เดือนพยายามเตือนสติเส็ง แต่เส็งขาดสติเสียแล้ว ทั้งด่าและไล่ตะเพิด กระทั่งบอกว่าชาติก่อนคงเป็นศัตรูกันชาตินี้จึงจองล้างจองผลาญทำให้ตนไม่มีความสุขเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้น กระชากคอเสื้อภูผาตะคอก

“ทำไมมึงไม่เอาชีวิตกูไปเลย ทำไมต้องเป็นเวหา ถ้าลูกกูเป็นอะไรไป กูก็จะสาปแช่งให้มึงตายตกไปตามกัน ไอ้ภูผา!!”

เดือนเห็นเส็งบ้าไปแล้ว ตะโกนให้ปล่อยภูผา เข้าไปแกะภูผาออกมาจนได้ ภูผาช็อก ถามแม่ว่า

“ป๊าเกลียดอั๊วได้ขนาดนี้เลยเหรอ...ต้องทำยังไง อั๊วถึงจะเป็นลูกป๊า...”

เส็งจ้องภูผาเขม็งอย่างเกลียดชัง ภูผาค่อยๆถอยไป ทั้งช็อกทั้งเสียใจจนหายใจไม่ออก ร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรง จนทรุดตัวลงข้างกำแพงโรงพยาบาล...

 ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน อาม่าถามว่าเวหาเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยใช่ไหม ภูผาพยักหน้าเบาๆ นั่งตาลอยจนอาม่าถามว่าเป็นอะไร ภูผาตอบไม่ออกทิ้งตัวนอนตักอาม่า ห่อตัวอย่างหนาวเหน็บ อาม่าได้แต่ลูบหัวอย่างงุนงง

ภูผาน้ำตาไหลพรากทั้งที่พยายามกลั้นแล้ว มีแต่ความรู้สึกอัดอั้นบีบคั้น เหมือนลมหายใจจะขาด...

วันต่อมาหมอนุสราไปเจอภูผานั่งบนแคร่ที่ตลาดเอาหัวพิงกำแพงแววตาเหม่อลอย หมอนุสราเข้าไปถามว่าเป็นอะไร ไม่ไปขายของหรือ มีเรื่องอะไรเล่าให้ป้าฟังได้นะ

ความอบอุ่นห่วงใยของหมอนุสราเหมือนละอองทิพย์ในยามจะสิ้นลม...ภูผาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ป้าหมอฟังแล้วพูดอย่างเจ็บปวด

“ผมพยายามจะเป็นคนดีแล้ว แต่ทำดีเท่าไหร่โชคก็ไม่เข้าข้างผมเลย”

ป้าหมอให้กำลังใจให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ ยกตัวอย่างคนที่เคยเป็นแบบภูผา เขาเคยเป็นนักเลง แต่เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ต่อสู้และไม่ยอมแพ้ จนวันหนึ่งเขาประสบความสำเร็จจนได้ ป้าเชื่อว่าภูผาก็ทำแบบเขาได้ ภูผามีกำลังใจถามว่าเขาเป็นใคร ป้าหมอบอกอย่างภูมิใจว่าเขาคือลุงวัฒน์ สามีของป้าเอง

หมอนุสราให้ภูผาไปเริ่มใหม่ที่ไร่ของลุงวัฒน์ ลองเปลี่ยนชีวิตใหม่ดู เผื่อว่าโลกของเขาจะดีขึ้น

ภูผามีความหวังขึ้นมา ถามป้าหมอว่าตนจะพาอาม่าไปอยู่ด้วยได้ไหม แต่พอภูผาไปชวน อาม่าไม่ไป บอกว่าไม่อยากไปเป็นภาระให้ภูผากังวล เขาจะได้ทำงานเต็มที่ อาม่าจะกลับไปอยู่บ้านพักคนชราตามเดิม

ภูผาพาอาม่าไปส่งที่บ้านพักคนชรา อาม่าดีใจที่ได้อยู่ห้องเก่าเตียงเดิมกับเพื่อนๆที่คุ้นเคย แต่พอภูผาไปอาม่าก็เอาของออกจากกระเป๋าน้ำตาไหลพราก...

ooooooo

ภูผาบ่ายหน้าไป “ไร่ทวีวัฒน์” ด้วยความหวังที่จะพลิกชีวิตของตนให้ได้ นั่งรถสองแถวบ่ายหน้าไปจนถึงแล้วคนขับรถตะโกนบอกจึงลงจากรถ ถามว่าไหนไร่ทวีวัฒน์ไม่เห็นเลย

คนขับชี้ไปบอกว่าต้องเดินไปอีกนิดเดียว ภูผาเดินไปจนเหนื่อยก็ไม่เจอไร่ เจอชาวบ้านถามว่าไร่ทวีวัฒน์อยู่ไหน ชาวบ้านบอกว่าเดินไปอีกนิดเดียว

ภูผาเดินไปอีกจนเหงื่อท่วม ก็เข้าสวนแตงโมที่คนงานกำลังเก็บแตงโมโยนและรับกันอย่างแม่นยำ พอเดินเข้าไปถามว่าไร่ทวีวัฒน์อยู่ไหน ลุงแสงบอกว่าก็นี่แหละไร่ทวีวัฒน์

ลุงแสงถามว่าชื่อภูผาใช่ไหม ภูผางงว่าทำไมลุงรู้ชื่อตน ลุงแสงบอกว่านายสั่งไว้แล้ว เรียกภูผาให้ตามมา ภูผาถามว่าอีกไกลไหม ลุงบอกว่านิดเดียว ภูผาทำท่าจะหมดแรง ลุงแสงจึงเรียกกานต์ให้ไปเอารถมา

ooooooo

มาถึงทางเข้าไร่ ลุงแสงบอกว่ากานต์ที่ขับรถอยู่เกเรจนถูกทางบ้านตัดหางปล่อยวัด ตนสงสารเลยเอามาอยู่ด้วย กว่าจะปรับตัวได้ก็นาน ถามภูผาว่าจะทนไหวหรือ งานที่นี่มันหนักนะ

ภูผาตอบทันทีว่า “ไหวครับ” ลุงแสงบอกว่าที่นี่ ต้องตื่นตี 4 แบกกระสอบปุ๋ย ตัดหญ้า ถามว่าไหวไหม ภูผาตอบคำเดียวว่าไหวครับ แล้วทำท่าจะอ้วกเพราะเหนื่อย

ลุงแสงพาเข้าห้องพักบอกให้พักก่อนเพราะเดินทางมาเหนื่อย ภูผาบอกว่าตนไหว แต่ขอให้พาไปไหว้ลุงวัฒน์ก่อน ลุงแสงบอกว่าลุงวัฒน์ไปต่างจังหวัดอีกหลายวันถึงจะกลับ ลุงแสงบอกให้นอนก่อนแล้วจะมาเรียก แล้วออกไปกับกานต์

ภูผาเปิดกระเป๋าเอาของออกมาจัด หยิบถุงแดงที่อาม่าเย็บให้ออกมาวาง พอล้มตัวลงนอนก็คิดถึงเรื่องที่ทะเลาะกับป๊า ถูกป๊าด่า ไล่ และสาปแช่ง กระทั่งจิกคอเสื้อจะทำร้าย

ภูผานอนน้ำตาไหล หลับตาพยายามกลั้นความเจ็บปวด เสียใจ...

รุ่งเช้า ลุงแสงเริ่มสอนการทำไร่ เริ่มตั้งแต่การจับจอบ ถางหญ้า และโรยปูนขาวเพื่อกำหนดขอบเขตการปลูก ลุงแสงสอนอย่างละเอียดและภูผาก็ฟังและทำอย่างตั้งใจ มุ่งมั่น แม้แต่กลางวันที่แดดเปรี้ยงก็ไม่หยุดจนลุงแสงบ่นว่า “มันบ้าหรือดีวะเนี่ย”

รุ่งขึ้นลุงแสงไปปลุกภูผาตอนตี 5 ปรากฏว่าภูผาหายไปแล้ว พอลุงแสงไปถึงไร่ เห็นภูผายืนพรวนดินง่วนอยู่มีผ้าพันฝ่ามือที่จับจอบจนพุพอง

ภูผาทำงานจนลุงแสงต้องบอกให้พัก เขาบอกว่าตนยังไหว เหนื่อยก็ดีจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน ลุงแสงเดาประสาคนมีประสบการณ์ว่าอาการแบบนี้อกหักใช่ไหม ภูผาเหมือนถูกสะกิดแผล เล่าเรื่องราวในชีวิตให้ลุงแสงฟัง ลุงแสงฟังแล้วถึงกับเอ่ยปากว่า

“ทำไมพ่อเอ็งถึงใจร้ายอย่างนี้วะ หาว่าเอ็งเป็นตัวซวย ที่ซวยก็เพราะปากของพ่อเอ็งนั่นแหละ”

ภูผาบอกว่าอย่าว่าพ่อตนเลย ตนจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าตนก็ประสบความสำเร็จกับเขาได้เหมือนกัน ลุงแสงบอกว่างั้นลุงจะช่วย บอกว่าเรื่องทำไร่ทำสวนมันต้องขยัน ถ้าเขาขยันยังไงก็ไม่อดตาย อย่างน้อยก็มีข้าวกินสามมื้อ เรื่องอะไรที่รกใจก็กวาดทิ้งไปเสีย ต่อไปนี้มองไปแต่อนาคตนะ

“ครับลุง”

ภูผามุ่งมั่นถางหญ้าพรวนดินเหมือนมุ่งปลูกอนาคตใหม่ให้สวยงามตามคำสอนของลุงแสง

ooooooo

ขณะเวหารักษาตัวที่โรงพยาบาล เพื่อนๆมาเยี่ยมยังมีแก่ใจเอาสมุดที่ติวกันมาให้เวหาอ่านด้วย เดือนบอกว่าอีกสองวันหมอก็ให้กลับบ้านได้แล้ว

เพื่อนคนที่ชอบจับผิดและดูถูกเวหาถามว่า ลุงกับป้าดูแลยังไงปล่อยให้เวหาเอารถกระป๋องไปเกิดอุบัติเหตุ พ่อแม่เวหากลับมาโดนดีแน่

ความเลยแตกเดือนบอกว่าเส็งกับตนเป็นพ่อแม่ของเวหาเอง เส็งไม่พอใจเรียกปรามเดือน เดือนโต้ว่า

“เลิกส่งเสริมลูกให้เป็นคนโกหกได้แล้วเฮีย ถ้ามันไม่ยอมรับว่าพ่อแม่มันเป็นคนขายรองเท้าตามตลาดนัดก็ไม่ต้องมาเป็นพ่อแม่ลูกกัน”

เวหาตกใจ เพื่อนๆตะลึง คนหนึ่งถามว่า “ลุงกับป้าเป็นพ่อแม่เวหาจริงเหรอ”

“ใช่ แล้วพวกเราจน พวกเราไม่ได้เป็นนักธุรกิจ การศึกษาก็แค่ประถม รับได้ไหมล่ะ” เดือนย้อนถาม

เพื่อนๆมองหน้ากันอึ้ง เพื่อนที่ชอบจับผิดมองเวหาด้วยสายตาเหยียดเย้ย ชวนเพื่อนๆกลับทันที เส็งตกใจที่เพื่อนทิ้งเวหา เดือนโมโหและเสียใจ ส่วนเวหาได้แต่ลืมตามองเพื่อนๆเครียด

ต่อมาอีกสองวัน หมออนุญาตให้เวหากลับบ้านได้แล้ว เส็งไปที่แผนกการเงิน พอเห็นบิลที่พยาบาลยื่นให้ก็ชะงักอึ้ง หันกวักเรียกเดือนถามว่าเรามีเงินเก็บเหลือเท่าไหร่ เดือนบอกว่าไม่ได้ขายของเป็นเดือนจะเอาที่ไหนมาเก็บ เส็งถามพยาบาลว่าขอผ่อนส่งได้ไหม พวกตนกำลังเดือดร้อน รับรองไม่เบี้ยวแน่

เดือนเอาเงินปึกหนึ่งวางที่หน้าเคาน์เตอร์ทันที เส็งถามว่าเอาเงินซ่อนไว้หรือ เดือนบอกว่านี่เป็นเงินของภูผา เส็งหน้าตึงทันทีบอกว่าไม่เอา ให้พยาบาลคืนเงินไปเสีย เดือนโมโหถามเสียงดังว่า

“จะบ้าไปแล้วเหรอ ถ้าไม่เอาเงินภูผาจ่ายแล้วจะทำยังไง ให้เวหานอนตายอยู่โรงพยาบาลนี้เลยไหม”

เวหาที่นั่งรออยู่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันหน้าเคาน์เตอร์ก็กัดปากตัวเองเครียด

 ooooooo

ภูผาไปอยู่ไร่ไม่นานผักที่ปลูกก็งอกอย่างสวยงาม ภูผาปรับตัวจากคนเมืองมาเป็นชาวไร่อย่างไม่ย่อท้อ ทั้งทำงานหนักและยังเจอกับตัวต่อตัวแตนที่ไม่รู้จักไล่ต่อยเพราะไปแหย่รังมันเข้า วิ่งหนีแทบไม่ทัน

วันนี้ภูผาฉีดน้ำรดดอกไม้ที่ปลูกแซมในแปลงผักเกิดเป็นสายรุ้งสวยงาม เห็นสายรุ้งก็คิดถึงทอรุ้ง และพอหันมองก็เห็นทอรุ้งยืนยิ้มอยู่จริงๆ ภูผาสะบัดหัวเรียกสติบ่นตัวเองว่า “ท่าจะบ้า!”

ภูผาเดินหนีอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง จนทอรุ้งตามไปถามว่าเดินหนีตนทำไม ภูผาจึงรู้ว่านี่คือความจริง ไม่คาดฝันว่าจะเจอเธอที่นี่ ถามว่ามาได้ยังไง

ทอรุ้งเล่าว่าตนรู้จากป้านุสว่าเขามาอยู่กับลุงวัฒน์ที่ไร่ แต่พอดีแม่สั่งให้เตรียมไปเชียงใหม่ช่วยเป็นเลขาเจ้าเอื้องแก้วในช่วงปิดเทอม ไปฝึกงานไว้ เรียนจบแล้วจะได้มาช่วยแม่ทำงานได้ ทอรุ้งอ้อนขอมาที่ไร่ลุงวัฒน์แทนเพราะป้านุสบอกว่าคนทำบัญชีทางนั้นลาคลอดอยากให้ตนไปช่วย แม่จึงยอม

ระหว่างนั้นฝนโปรยลงมา ทั้งสองจึงวิ่งหลบฝนกันร่าเริงตามประสาหนุ่มสาว

ลุงวัฒน์กลับมาแล้ว พอรู้จากนุสราว่าภูผากับทอรุ้งอยู่ที่ไร่ก็ติงว่าหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันจะดีเหรอ นุสราบอกว่าทอรุ้งเป็นเด็กดีไม่เคยนอกลู่นอกทาง ส่วนภูผาก็เป็นเด็กดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นตนคงไม่ส่งมาอยู่กับเขาที่นี่ ถามว่าตั้งแต่มาอยู่เป็นยังไงบ้าง

“แสงบอกว่าขยันขันแข็งดี เป็นงานเร็ว สั่งสอนอะไรก็เชื่อฟังดี แต่นุสเคยบอกว่าเขาเป็นเด็กเกมาก่อนไม่ใช่เหรอ”

“เป็นเด็กเกที่รักดีไงคะ ก็เหมือนคุณตอนหนุ่มๆ นั่นแหละ เรื่องต่อยตีล่ะใช่ย่อยที่ไหน”

นุสราเหน็บขำๆ แล้วหัวเราะไปด้วยกัน

เมื่อหมอนุสราจะกลับ ลุงวัฒน์ไปส่ง ป้าหมอบอกภูผาว่าอยู่ที่นี่ถือว่าเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่าทำตัวเหลวไหล บอกทอรุ้งว่าตั้งใจทำงานให้ดี อย่าพาภูผาเล่นจนเสียงานล่ะ

ภูผารับคำอย่างมุ่งมั่นจะไม่ทำให้ป้าหมอผิดหวัง แต่ทอรุ้งทำหน้างอนๆไม่ยอมเป็นเด็ก บ่นว่าตนโตแล้วป้าพูดอย่างกับตนเป็นเด็กๆอยู่

ภูผามุ่งมั่นที่จะทำสวนทำไร่และยิ่งมีกำลังใจเมื่อทอรุ้งมาทำงานอยู่เคียงข้าง

แล้วก็มีเหตุคาดไม่ถึงเกิดขึ้นเมื่อแสงให้ภูผาไปซื้อปุ๋ยแต่ยี่ห้อที่เคยใช้หมดภูผาจึงไปซื้อยี่ห้ออื่นแทน แต่ใส่แล้วต้นไม้ไม่โต ลุงวัฒน์บ่นว่าแล้วจะเอาที่ไหนไปส่งเขา ถ้าเสียเครดิตเขาไม่มารับของจากเราจะทำยังไง ลุงวัฒน์ดูแล้วบอกว่าเป็นปุ๋ยปลอม

ภูผาเจ็บใจไปขอเงินค่าปุ๋ยคืนจนมีปากเสียงกับทางร้าน พอมีคนมาซื้อปุ๋ยภูผาก็บอกว่าที่นี่ขายปุ๋ยปลอม เลยทะเลาะกับเจ้าของร้านจนเกือบจะมีเรื่องกัน ภูผายับยั้งชั่งใจไม่ใช้ความรุนแรงแต่ขู่ก่อนกลับว่า

“ถ้ายังขายปุ๋ยปลอมอีก นายติดคุกแน่”

เมื่อปุ๋ยขาดตลาด ลุงวัฒน์จึงให้ทำปุ๋ยเอง ให้ภูผาไปขอซื้อขี้หมูที่ฟาร์ม มีเท่าไหร่เอามาให้หมด

พอได้ขี้หมูมา ลุงวัฒน์ก็สอนให้ภูผาทำปุ๋ย บอกว่าปุ๋ยที่ทำนี้อาจจะใช้ได้สักอาทิตย์หนึ่ง บอกภูผาว่า

“ฉันจะให้เธอแก้ตัวที่เธอทำผิดพลาดไป โดยการรับผิดชอบกองปุ๋ยพวกนี้”

ทอรุ้งช่วยภูผาทำปุ๋ยแม้จะสกปรกและเหม็นแต่เธอก็ทำอย่างเต็มไม้เต็มมือ บอกว่าทำไร่ทำสวนมันก็ต้องเลอะอยู่แล้ว ภูผามองยิ้มๆ ทั้งชื่นชมและเป็นห่วง

ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความเห็นอกเห็นใจนับวันแน่นแฟ้นและเข้าใจกันมากขึ้น กลายเป็นความรักอบอุ่นมั่นคงที่ให้แก่กัน

ooooooo

เมื่อตัดขาดและไล่ภูผาไปแล้ว เส็งก็ยิ่งเอาอกเอาใจเวหา ด่าภูผาว่าป่านนี้ไปเป็นโจรห้าร้อยอยู่ที่ไหนแล้ว เดือนสวนว่าถ้ามันจะเป็นโจรก็เพราะเฮียนั่นแหละที่เฮียพูดจาตัดขาดกับมันวันนั้น

“ถึงป๊าไม่ตะเพิด สันดานโจรมันก็ต้องออกอยู่ดี” เวหาถล่มซ้ำ

เดือนปรามเวหาว่าภูผาเป็นน้องแล้วที่เขาหายจนปากเก่งอย่างนี้ได้ก็เพราะเงินค่ารักษาของภูผา เวหาย้อนว่าใครให้มันเอาเงินมาจ่ายล่ะ ถ้ารู้งี้ตนยอมตายดีกว่า

เดือนโมโห โทษว่าที่เวหาเป็นอย่างนี้เพราะเฮียคนเดียว เพราะเฮียทำให้ลูกมันเกลียดกันแบบนี้!

เมื่อเวหาไปเรียน เพื่อนๆต่างมองกันด้วยสายตาแปลกๆ เพื่อนที่สนิทก็เข้ามาถามเย้ยว่าลูกนักธุรกิจใหญ่หายดีแล้วหรือ เวหาบอกว่าพอเดินได้แล้วแต่ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย เพื่อนคนที่คอยจับผิดถามเย้ยว่า

“ลูกเศรษฐีอย่างนายทำไมไม่เอาคนใช้มาคอยให้ขี่หลังวะ ไปไหนมาไหนจะได้สะดวกไง ฮ่าๆๆ”

“คนใช้ก็อยู่บ้านสิ จะเอามาทำไมให้เกะกะ”

เวหาตอบอย่างเจ็บใจ เพื่อนอีกคนเลยถามว่าเขายังไม่เลิกโกหกอีกเหรอ เพื่อนๆรู้ความจริงกันหมดแล้ว เวหาถามว่าความจริงอะไร ไม่มีหรอก ตัดบทเร่งให้เรียนกันกลบเกลื่อน แต่เพื่อนอีกคนไม่ยอมยังแคะคุ้ยว่า ความจริงที่พ่อแม่เขาเป็นคนขายรองเท้าไง

เวหาโมโหด่าเพื่อนคนนั้นว่าขี้โอ่ ชอบข่มคนอื่น

“เวหานายจะหลอกใครก็หลอกได้นะ แต่นายหลอกตัวเองไม่ได้ ที่บ้านนายจนพวกเราไม่เคยรังเกียจนะเว้ย แต่ที่นายเที่ยวหลอกคนอื่นแบบนี้พวกเรารังเกียจว่ะ”

เพื่อนอีกคนรับตัดบทว่า “ช่างหัวมัน ถ้ามันยังรับตัวมันเองไม่ได้ก็ไม่มีใครรับมันได้หรอก”

เพื่อนทั้งสามคนมองหน้าเวหาอย่างรังเกียจแล้วพากันผละไป เวหาทั้งเจ็บและอายจนบอกไม่ถูก

เมื่อเจอทอรัก เวหาตัดพ้อว่าทำไมไม่ไปเยี่ยมตนบ้างเลย ทอรักบอกว่าตนไม่ชอบเห็นคนเจ็บ มองสำรวจบอกว่าดีที่ไม่พิการ เวหาถามว่าแล้วถ้าพิการล่ะ ทอรักย้ำว่าไม่ได้พิการตรงไหนใช่ไหม

เวหาตระหนักว่าทอรักไม่ได้รักตนจริงเลยคิดจะเอาชนะ ชวนกินข้าวเสร็จไปเที่ยวด้วยกันนะ

“ก็ได้” ทอรักตอบอย่างไม่สนใจจนเวหารู้สึก

กินข้าวเสร็จพากันไปเข้าผับ เวหาชวนเต้นรำกันไหม บอกว่าตนหายดีแล้วและไม่มีส่วนไหนพิการด้วย

ทอรักด่าบ้าอย่างรู้ทัน บอกว่าตนเมาแล้วกลับกันดีกว่า

“อย่าเพิ่งกลับเลยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะว่างมาเจอกันอีก เรียนหมอมันหนักมาก รักก็น่าจะรู้”

“ไม่เป็นไร ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาเจอกัน” ทอรักไปหยิบกระเป๋าที่เคาน์เตอร์

เวหาเดินไปโอบ ดันกระเป๋าออกแล้วจู่โจมจูบอย่างดูดดื่ม...ครู่เดียวทอรักเคลิ้มตามเวหาไปด้วยกัน...

 ooooooo

ที่ลานหมักปุ๋ยไร่ทวีวัฒน์ ภูผาใช้จอบพลิกปุ๋ยกองหนึ่งอยู่ ทอรุ้งเข้ามาถามว่ายังไม่เสร็จหรือ ภูผาตอบแทบไม่เงยหน้ามองว่ายัง ยังเหลืออีกหลายกอง ถามว่ามีอะไรไหม ทอรุ้งบอกว่ามาตามไปกินข้าว

ภูผาบอกให้กินไปก่อนเลยตนยังไม่หิว

“มื้อนี้รุ้งอยากกินกับภูผา งั้นรุ้งไปเอาข้าวมากินตรงนี้นะ”

ภูผาถามว่ากินข้าวข้างกองปุ๋ยเนี่ยนะ กินลงหรือ ให้เธอกินไปก่อนเดี๋ยวตนหากินเอง ทอรุ้งไม่ไป ภูผาถามว่าทำไมวันนี้ดื้อ ทอรุ้งบอกเศร้าๆว่า

“พรุ่งนี้เช้าป้านุสจะมารับรุ้งกลับแล้ว”

เย็นนี้ภูผาจึงไปปูเสื่อนั่งกินข้าวกับทอรุ้งที่เนินสวย เขาถามว่า ไปแล้วจะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ ทอรุ้งคาดว่าคงปิดเทอมหน้า อีกประมาณ 3 เดือน ภูผาถามว่าแล้วเสาร์อาทิตย์มาไม่ได้หรือ

“เสาร์ อาทิตย์ส่วนมากก็มีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย อีกอย่างคุณแม่คงไม่ให้มาด้วย”

“รุ้งต้องรับผิดชอบ โทษฐานทำให้เราคิดถึง” ภูผาอุ๊บอิ๊บเห็นทอรุ้งอึ้ง ก็เสียงอ่อนว่า “เราจะปลูกแตงโมรอนะ”

“ทำไมต้องแตงโมด้วย”

“ก็แตงโมต้องปลูก 3 เดือนถึงจะโตเต็มที่ ถ้าวันไหนแตงโมเก็บขายได้ ก็แปลว่ารุ้งกำลังจะมา”

“งั้นครั้งหน้ารุ้งมา ภูผาผ่าแตงโมให้รุ้งกินด้วยนะ”

ทั้งสองมองหน้ากันนิ่ง...เศร้า แล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน...

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 6 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 1 ม.ค. 2513 07:00 2019-02-03T01:16:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ