ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

ภูผากลับมาถึงห้องพักแล้วนั่งซึมคิดถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลที่อาม่าเป็นห่วงรับไม่ได้ที่ตนไปทำงานในบ่อน ภูผาบอกอาม่าว่าไม่ต้องห่วงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรที่น่ากลัว อาม่าว่าวันนี้ไม่เกิดวันหลังก็ต้องเกิดเพราะบ่อนการพนันเป็นพลังชั่วร้าย

“ถ้ามันรู้หรือสำนึกมันคงไม่เข้าไปอยู่บ่อนตั้งแต่แรก สักวันมึงต้องไม่ตายดี มึงจำคำกูไว้” เส็งด่า

“พี่อย่าแช่งลูกแบบนั้นสิ” เดือนติง ภูผาหันเดินออกจากห้องไปทันที เวหารีบเดินตามไป

ภูผาคิดถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลแล้วได้แต่ถอนใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า

ฝ่ายทอรุ้งกลับถึงบ้านแล้วก็อดคิดถึงเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลไม่ได้เช่นกัน ขณะที่ครอบครัวของภูผาอยู่ในห้องกับอาม่านั้น ทอรุ้งเดินไปเดินมารออยู่หน้าห้อง เห็นภูผาออกมาและเวหาตามมาติดๆจึงหยุดดู ได้ยินเวหาด่าภูผาว่า

“ไปแล้วก็ไปให้รอด จะกลับมาทำไม นายมันหาเรื่องตลอด รู้ไหมว่าฉันเบื่อมากที่มีน้องอย่างนาย”

“นายเคยนับฉันเป็นน้องด้วยเหรอ”

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน นายมันกลายเป็นนักเลงเป็นพวกไม่มีอนาคตไปแล้ว ก็ควรจะออกจากชีวิตครอบครัวเราไปได้แล้ว”

“ฉันจะมาเยี่ยมอาม่า แล้วใครก็ห้ามฉันไม่ได้ แม้แต่นาย” ภูผาจ้องหน้ากับเวหาก่อนเดินออกไป

ทอรุ้งคิดถึงเหตุการณ์ที่ตนรู้ว่าภูผากับเวหาเป็นพี่น้องกันแล้วก็กังวลใจเป็นห่วงภูผา นวลฉวีเลขาของดารกามาเห็นถามว่าคิดอะไรอยู่หรือ ทอรุ้งทำทีปรึกษาเรื่องเพื่อนไม่เปิดเผยบางเรื่องหมายความว่ายังไง นวลฉวีบอกว่าก็หมายความว่าเขาไม่อยากให้เรารู้เรื่องนั้นไงล่ะ ทอรุ้งฟังแล้วคิดไม่ตก

ooooooo

คืนนี้อาม่าจะได้กลับบ้านแล้ว เวหาจึงไปถามเรื่องค่าใช้จ่ายที่ห้องการเงิน เจ้าหน้าที่เช็กแล้วบอกว่าไม่มี ในนี้ลงว่าเป็นคนไข้ของคุณทอรุ้งลูกสาวท่าน ผอ. ท่าน ผอ.เป็นคนจัดการเอง

เวหาแอบดีใจ กลับไปบอกเส็งกับเดือน เดือนถามว่าทำไมเขาใจดีขนาดนั้น เวหาโกหกคำโตว่าเพราะลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลเป็นเพื่อนที่ตนไปติวหนังสือให้ บ้านเขารวยมากเลย

เส็งปลื้ม บอกว่าโชคดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่กัดฟันส่งเรียนโรงเรียนดีๆ ได้เจอแต่คนดีๆ ถามเดือนว่าเห็นไหมผลมันส่งมาหาเราจนได้ บอกเวหาว่าต้องสอบเข้าหมอให้ได้ พอจบแล้วก็มาเป็นหมอที่นี่เลย

“ผมก็ตั้งใจอย่างนั้นแหละครับ”

เวหากับเส็งคุยกันอย่างมีความสุข เส็งหวังความร่ำรวยสุขสบายในขณะที่เวหาคิดถึงแต่ทอรัก...

ooooooo

โกหกคำโตขโมยความดีเป็นของตนเรื่องค่ารักษาอาม่าแล้ว รุ่งขึ้นเวหาเดินหมากต่อถามเส็งก่อนไปเรียนว่า ไหนๆป๊าก็ไม่ต้องจ่ายค่าโรงพยาบาลให้อาม่าแล้ว ป๊าออกมอเตอร์ไซค์ให้อั๊วสักคันนะ

เห็นป๊าอึ้งก็อ้อนหว่านล้อมว่า ตนต้องติวหนังสือให้เพื่อนบ่อยๆ รอรถเมล์นาน ไปถึงก็หมดแรงติว เส็งจึงให้เงินที่ภูผาฝากมาวันก่อนและเวหาโกหกป๊าว่าเป็นของตนไปซื้อมอเตอร์ไซค์ เวหาทำหน้าผิดหวังบอกว่าเงินแค่นี้แค่ล้อกับยางก็หมดแล้ว

เส็งให้ซื้อรถมือสองไปใช้ก่อน เวหาอ้างว่าสังคมตนมีแต่คนรวยๆ ให้ขับรถเก่าๆอายเขาตาย

“นะป๊านะ แล้วอั๊วสัญญาว่าอั๊วจะสอบเข้าหมอให้ได้ นะป๊า...อั๊วจะได้มีกำลังใจ ป๊าไม่อยากเห็นอั๊วเป็นหมอเหรอ”

เส็งมองหน้าเวหาคิดหนัก ในที่สุดตัดสินใจไปกู้เงินจากเจ๊จูที่บ่อน เจ๊จูจัดการเสร็จแล้วให้คนไปตามภูผากับสมคิดมา ภูผามาเจอเส็งออกจากห้องเจ๊จูพอดี ต่างมองกันตะลึง ภูผาถาม

“ป๊ามาทำอะไรที่นี่”

“เรื่องของกู แล้วไม่ต้องมาเรียกกูว่าป๊า กูไม่ใช่พ่อมึง” เส็งพูดใส่หน้าแล้วเดินออกไปทันที

ภูผาเห็นความเกรี้ยวกราดของป๊าก็มองตามไปอย่างสงสัย

ooooooo

เมื่อภูผากับสมคิดเข้าไปหาเจ๊ เจ๊บอกว่าสองคนไปให้บรรดาลูกหนี้รู้จักหน้าค่าตาแล้ว วันนี้จะให้ไปเก็บดอกกันเอง สมคิดกระตือรือร้นบอกว่าจะเก็บมาให้ครบทุกบาททุกสตางค์ไม่ให้ตกหล่นเลย

ภูผาถามเจ๊ว่าผู้ชายที่เพิ่งกลับไปเขามาทำไมหรือ เจ๊บอกว่าลูกหนี้รายใหม่ชื่ออยู่ในสมุดแล้ว อาทิตย์หน้าก็ตามเก็บดอกได้เลย สมคิดเปิดสมุดดูเห็นชื่อ “เส็ง ร้านโชคดี” สมคิดมองหน้าภูผาทันที

ภูผาถามเจ๊ว่ารู้ไหมว่าเขาจะเอาเงินไปทำอะไร

“เห็นบอกว่าลูกชายอยากได้มอเตอร์ไซค์ก็เลยจะซื้อให้คันนึง เอาอย่างแพงซะด้วย...ยังเสียวๆอยู่เลยว่าจะได้ต้นคืนไหม ถ้าไม่ได้ก็ต้องขู่จนกว่าจะได้”

ภูผาเครียดทันที เมื่อออกมาก็บ่นว่ากู้เยอะขนาดนั้นจะเอาที่ไหนมาใช้ สมคิดบอกว่าจริง กู้แล้วต้องจ่ายและเราก็ต้องทำตามหน้าที่ ภูผานึกถึงเวหาแล้วแยกออกไปทันที ที่มุมหนึ่งสันต์ที่รู้เรื่องทั้งหมดโผล่มายิ้มสะใจ

ภูผาไปดักเวหาที่หน้าโรงเรียน เห็นทอรักปีนลงจากมอเตอร์ไซค์ของประเสริฐสั่งหวานว่า เจอกันที่บ้านป้าหมอนะ เวหามองตามเคืองๆ ทอรุ้งเข้าไปชวนให้เดินไปกันเถอะจะได้ออกกำลังกายด้วย

“อีกไม่กี่วันพ่อพี่ก็จะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้แล้วล่ะ พี่จะให้รุ้งซ้อนนะ” เวหาพูดอย่างคับแค้นใจ

ทอรุ้งเห็นภูผาเดินมาหน้าตาเอาเรื่อง วิ่งไปหา ไม่ทันถามอะไร ภูผาก็ชกเวหาจนล้มแล้วจับคอเสื้อกระชากขึ้นปราม

“เลิกทำให้ป๊ากับแม่ลำบากได้แล้ว ถ้ายังไม่เลิก ฉันกลับมาอัดนายแน่!” พูดแล้วผลักเวหาออกไป

ทอรุ้งวิ่งตามมาถามภูผาว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ภูผาเดินออกไปไม่พูดอะไร ทอรุ้งจะวิ่งตามไป เวหาลูบปากตัวเองที่ถูกต่อย ร้องขอให้ทอรุ้งช่วยด้วย ทอรุ้งวิ่งกลับมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ภูผาพูดอะไรกับพี่ เวหาใส่ไฟทันทีว่าพวกอันธพาลมันหาเรื่องตนอยู่เรื่อย

“ภูผาไม่ใช่คนแบบนั้น บุกมาต่อยแบบนี้ต้องมีสาเหตุสิ”

“ก็คงเรื่องที่พี่ไปว่าเขาวันที่ไปตัดหญ้าบ้านรุ้งมั้ง อย่าไปสนใจเลย”

เวหาโกหกหน้าตายทั้งที่ใจแค้นภูผามาก แต่ทอรุ้งยังไม่หายสงสัย

ooooooo

เส็งโกรธมากเมื่อเวหากลับไปบอกว่าถูกภูผาชกเพราะหาว่าตนทำให้ป๊ากับแม่เดือดร้อน ถามว่าป๊าไปพูดอะไรกับมัน บอกว่าถ้าป๊าเจอมันให้บอกด้วยว่าอย่ามายุ่งกับตน ไม่งั้นตนจะแจ้งตำรวจจับมัน

แม้เส็งจะโกรธภูผาที่ชกพี่ชายตัวเอง แต่พอได้ยินเวหาบอกว่าถ้าภูผามายุ่งกับตนอีกก็จะแจ้งตำรวจจับก็อึ้งไป

สันต์ไปเสนอเชิดว่าจะไปเก็บดอกที่ร้านโชคดีแทนภูผา อ้างว่าภูผาคงลำบากใจไม่กล้าไปเก็บ เชิดจึงถามภูผาว่ามีปัญหาไหม สมคิดกระซิบภูผาว่า “ถ้าไอ้สันต์ไปเก็บพ่อนายเดือดร้อนแน่” ภูผาจึงบอกเชิดว่าร้านพ่อตน ตนจัดการเอง สันต์ได้ยินถามเย้ยว่า

“อ้าว นี่พ่อมึงลำบากจนต้องมากู้เงินเจ๊เลยเหรอ คิดไม่ออกเลยนะว่าถ้าพ่อมึงเบี้ยวหนี้ใครจะเป็นคนลงตีนกระทืบ”

“บอกมาตรงๆก็ดีจะได้ไม่มีปัญหา งั้นข้าจะปล่อยให้เอ็งเก็บ แต่ถ้าพ่อเอ็งตุกติกข้าก็ต้องให้ไอ้สันต์ไปเก็บแทน” เชิดย้ำ สันต์ยิ้มสมใจ สะใจ แต่ทำเอาภูผาเครียด

เช้าวันนี้ เต็กหลีมาทวงหนี้ค่าของที่เอามาขายที่ร้าน เส็งขอผลัดไปก่อนเพราะไม่มีจริงๆ เต็กหลีบอกว่าได้ แต่ตนต้องขนของกลับไปก่อน เส็งหน้าเสียบอกว่าตนไม่มีของขายก็ยิ่งไม่มีเงินใช้หนี้แปะ

เต็กหลีบอกว่าไม่อยากทำการค้ากับคนบริหารเงินไม่เป็นแบบนี้ทำมาหากินกี่ชาติก็ไม่รวยหรอก ขณะนั้นเองอาม่าออกมาเอาเงินใส่มือเต็กหลีบอกให้นับดูครบไหม ถ้าครบแล้วก็ไป พอเต็กหลีไปเดือนถามว่าอาม่าเอาเงินมาจากไหน

“ก็เงินเก็บของอั๊วน่ะสิ นี่อาเดือนอาเส็ง เงินน่ะเก็บไว้หมุนในร้านบ้างไม่ใช่เอาไปประเคนให้เวหามันหมด เครดิตคนมันสำคัญนะ” เส็งอ้างว่าลูกมันจำเป็น จะไม่ให้มันได้ยังไง “ให้มันไปแล้วก็ต้องค้างค่าของเนี่ยนะ ใช้ได้ที่ไหน!”

ภูผากับสมคิดแอบฟังอยู่ สมคิดรู้ว่าภูผาลำบากใจจึงให้รอข้างนอกตนจะเข้าไปเก็บดอกเอง

“ได้ยินขนาดนี้แล้วยังจะเข้าไปเก็บอีกเหรอ ป๊าจะเอาที่ไหนมาจ่าย” แล้วภูผาก็ควักถุงแดงออกมา “ดอกวันนี้เราจ่ายเอง หนี้ของป๊าก็เหมือนหนี้ของเรา”

ooooooo

ฝ่ายเวหาพอเส็งซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ก็ขี่ไปหน้าโรงหนังหมายล่อทอรักให้มาซ้อนมอเตอร์ไซค์ใหม่ของตนแทนประเสริฐ

เวหาตัวพองวันนี้จะมาแข่งรวยกับประเสริฐ เห็นทอรักก็ตรงไปชวนขึ้นรถตนบอกว่าพ่อซื้อให้ใหม่ ทอรักปฏิเสธทันทีว่าไม่ เดี๋ยวผมยุ่งหมด แล้วขึ้นรถโฟล์กไปกับประเสริฐเลย เวหาได้แต่ยืนมองเหวอ

ooooooo

วันนี้ขณะภูผากับสมคิดเดินเก็บดอกจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด สมคิดเห็นทอรุ้งสะกิดบอกภูผา พอภูผาเห็นทอรุ้งก็ไปขอบคุณเรื่องอาม่า

ทอรุ้งบอกว่าเขาน่าจะไปหาอาม่าบ้าง ภูผาบอกว่าไปแล้วแต่ไม่กล้าเข้าไปหา กลัวอาม่าจะไม่เข้าใจที่ตนไปทำงานในบ่อน ทอรุ้งจึงจะชวนอาม่าให้ออกมาพบเขาวันนี้ 5 โมงเย็น

นับวันสันต์ก็ยิ่งหมั่นไส้ภูผาที่ทั้งเจ๊และเชิดต่างเอ็นดูมาก ขณะนั้นเองลูกน้องเข้ามาบอกว่าผู้กองมา สันต์กระหยิ่มทันทีบอกว่า “กูมีตัวช่วยเล่นงานไอ้ผู้กองแล้ว”

พอกลับเข้าบ่อน สันต์บอกภูผาว่าวันนี้มีคนเข้าบ่อนน้อยไปเล่นให้ครบขาที อ้างว่าภูผาหน้าอ่อนๆไม่มีใครระแวง ภูผาจึงฝากบัญชีให้สมคิดเอาไปให้เจ๊

ทอรุ้งนัดอาม่าแล้วกลับไปที่คลินิกนุสรา เล่าเรื่องภูผาต่อยปากเวหาให้ฟัง นุสราบอกว่าคนอย่างภูผาไม่น่าทำ ป้าว่ามันต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ๆ ทอรักฟังอยู่ด้วยแก้ต่างให้เวหาว่าคนอย่างเขาจะไปมีเรื่องอะไรกับใครได้ เลิกเห็นภูผาเป็นเด็กดีเสียทีเถิด นักเลงก็คือนักเลงวันยังค่ำ ทอรุ้งถามว่าพี่รักรู้เรื่องได้ยังไง

ทอรักบอกว่าเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟัง

ทอรุ้งจะบอกว่าสองคนนั้นเป็นอะไรกันแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ บอกแต่ว่าวันนี้ตนนัดอาม่ามาเจอกับภูผาตอน 5 โมงเย็น ทอรักฟ้องป้านุสว่ายัยรุ้งยังไปคบกับเขาอีก ป้านุส

บอกว่านัดแล้วยังไงก็ต้องไป แต่ป้าเห็นเขาเป็นเด็กดีนะถ้าไม่ติดว่าไปเป็นนักเลง แล้วพูดกับทอรุ้งว่า

“ป้ารู้ว่ารุ้งบริสุทธิ์ใจในการคบหากับภูผา และรู้ว่าภูผาเป็นคนดี แต่ป้าก็ไม่ได้สนับสนุนรุ้ง ตราบใดที่เขายังเป็นนักเลง รู้ไหม” ทอรุ้งรับคำอย่างเด็กหัวอ่อน

ทอรุ้งไปรอที่ศาลาริมน้ำก่อนเวลานัดมากเพราะมีเรื่องอยากถามภูผา อาม่าก็มาก่อนเช่นกัน อาม่าเอาขนมมาฝากทอรุ้งกับภูผาด้วย จึงให้ทอรุ้งกินรอไปก่อน อาม่าดีใจที่เห็นทอรุ้งกินขนมอย่างอร่อยมาก

ฝ่ายภูผาจำต้องไปเล่นกับผู้กองให้ครบขา แต่ผู้กองเล่นเสียตาแล้วตาเล่า ภูผาเห็นเลยเวลานัดกับทอรุ้งแล้วจึงขอเลิก ผู้กองไม่ยอมให้เลิก ระหว่างนั้นสันต์ก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องทำตามแผน พอภูผาลุกมันก็โยนไพ่ 3-4 ใบไปที่พื้น ผู้กองเห็นก็โวยวายว่าภูผาซ่อนไพ่ พอภูผาบอกว่าไม่ใช่ของตนก็ถูกผู้กองใช้ด้ามปืนตบหน้า ภูผาสวนหมัดไปจนผู้กองคว่ำไม่เป็นท่า

ผู้กองยิงปืนขึ้นฟ้าประกาศใครไม่เกี่ยวออกไปแล้วยิงขึ้นฟ้าอีกนัดผู้คนหนีกันกระเจิง ภูผากับสมคิดได้จังหวะจะออกไป สันต์แกล้งขัดขาภูผาล้มลง ผู้กองถือปืนเดินเข้าหาคำราม

“มึงตายแน่ไอ้ภูผา” ทั้งผู้กองและภูผาต่างจ้องปืนใส่กัน ทันใดเจ๊จูก็เข้ามาตะโกน

“หยุดนะผู้กอง ผู้กองจะใหญ่มาจากไหนฉันไม่สน แต่ในบ่อนนี่ฉันใหญ่ที่สุด ออกไปได้แล้ว!”

“กล้าลองดีกับกูเหรออีนี่” ผู้กองชี้ปืนไปที่เจ๊ ภูผาโดดเตะมือผู้กองแต่ปืนไม่หลุดเสียงปืนลั่นเปรี้ยง ผู้กองหันปืนจะยิงภูผา สมคิดปาของใส่เพื่อให้ภูผาวิ่งหนี ผู้กองถือปืนวิ่งตามถูกภูผาเตะล้ม ภูผาชี้ปืนใส่ผู้กอง ทันใดนั้นเสียงปืนลั่นเปรี้ยง ลูกปืนทะลุอกผู้กองล้มจมกองเลือดในขณะที่ภูผายังถือปืนจ้องใส่ผู้กองอยู่

สมทรงที่มากับผู้กองวิ่งเข้ามาดู ร้องกรี๊ดว่าผู้กองตายแล้ว ผู้กองถูกยิงตาย! สมคิดวิ่งมาคว้ามือภูผาบอกให้หนีเร็ว เจ๊ตกใจที่ตำรวจถูกยิงตาย สั่งเชิดให้พวกเราแยกย้ายกันไปก่อน เรียกภูผากับสมคิดให้ตามเจ๊มา

เชิดสั่งลูกน้องให้สลายตัวแล้วไปเจอที่บ้านตน พวกนักเลงวิ่งหนีกัน ทิ้งศพผู้กองเป็นปริศนาคาบ่อน

เจ๊จูพาภูผากับสมคิดไปขึ้นรถหนีลงทางใต้บอกให้กบดานที่นั่นจนกว่าเรื่องจะเงียบ ภูผาขอไปลาอาม่าก่อนได้ไหม สมคิดบอกว่า “ไม่ทันแล้วไอ้ภูผา พ่อมึงมาแล้ว ขึ้นรถ” แล้วดันภูผาขึ้นรถไป

ทอรุ้งเห็นเลยเวลานัดนานจึงไปตามหาภูผา เห็นเขากำลังขึ้นรถพอดี พยายามร้องเรียกแต่รถก็ตะบึงออกไปแล้ว ทอรุ้งได้แต่ยืนตะลึง!

ooooooo

อาม่านั่งรออยู่ที่ศาลาริมน้ำนานมาก นึกเป็นห่วงชะเง้อมองแล้วมองเล่าก็ไม่เห็นทอรุ้งกับภูผากลับมา

ทอรุ้งเห็นภูผาขึ้นรถออกไปแล้วก็เดินย้อนกลับมา ผ่านตลาดได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าผู้กองถูกยิงตายในบ่อนตอนนี้ตำรวจมาเต็มหน้าบ่อนแต่ยังหาคนยิงไม่เจอ

“ภูผา!” ทอรุ้งฉุกคิดขึ้นมาทันที

เจ๊จูพาภูผากับสมคิดนั่งรถมุ่งไปทางใต้บอกว่าที่นั่นเส้นสายเจ๊ทั้งนั้น เรื่องคดีที่กรุงเทพฯเดี๋ยวเจ๊จัดการเอง

ภูผาบอกสมคิดว่าตนไม่ได้ยิงผู้กอง สมคิดบอกว่าตนเป็นคนยิงเอง บอกว่าถ้าเราไม่ยิงมัน มันก็ยิงนาย

ภูผาอึ้งพูดไม่ออก ต่างคนต่างนิ่ง

ที่ร้านโชคดีกำลังตื่นเต้นยินดีที่เวหาสอบเข้าเตรียมแพทย์ได้ เส็งดีใจมากจนเมื่อแดงมาซื้อแปรงสีฟันก็ให้ฟรีฉลองที่เวหาสอบได้

ทอรุ้งเฝ้าครุ่นคิดว่าภูผาหายไปไหน ทอรักเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับอเมริกาแล้ว ทอรุ้งถามว่าทำไมกลับเร็ว ไหนบอกว่าจะมาอยู่ช่วงซัมเมอร์ นี่แค่เดือนเดียวก็จะกลับแล้ว เกิดอะไรขึ้น ทอรักมองไปรอบบ้านถอนใจ บอกว่า

“บ้านเราสวยนะรุ้ง สวยมาก แต่มันเยือกเย็นเหมือนสวรรค์ที่มันหนาวเหน็บ พี่กลับบ้านเดือนนึงได้เจอหน้าแม่ 4 ครั้ง ส่วนพ่อแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ไปหาก็คงไม่เจอ รุ้งเก่งนะที่ยังร่าเริงอยู่ได้ แต่พี่เป็นอย่างรุ้งไม่ได้หรอก”

ทอรุ้งมองหน้าพี่สาวเต็มตา จนทอรักต้องเบือนหน้าหนี

ooooooo

5 ปีผ่านไป...ภูผากับสมคิดทำงานอยู่ในแปลงผัก ทั้งสองโตเป็นหนุ่มเต็มตัว หน้าตากร้านแดดแข็งแรง หล่อเข้ม ภูผามองแปลงผักอย่างสนใจ หยิบถุงผ้าแดงที่อาม่าเย็บให้ขึ้นมา พลิกดูด้านหลังที่อาม่าปักตัวหนังสือสีเหลืองไว้ว่า “คุณธรรม”

สมคิดเดินมาถามภูผาว่าคิดอะไรอยู่ คิดถึงสาวหรือ ภูผาบอกว่าตนอยากเลิกเป็นนักเลง อยากจะไปทำมาค้าขายสินค้าเกษตรก็ได้ สมคิดถามว่าเอาจริงหรือ เห็นบ่นแบบนี้มาหลายทีแล้ว ภูผายืนยันว่า “เอาจริงสิวะ”

“เอาจริงก็เอาจริง เบื่ออยู่ที่นี่แล้วเหมือนกัน แล้วนายวางแผนยังไง จะไปเริ่มต้นที่ไหน” ภูผาบอกว่าอยากกลับกรุงเทพฯ “สุดยอด! คิดเหมือนกันเลย...คิดถึงบ้านแล้วว่ะ...ตกลงเราจะกลับกรุงเทพฯกันเลยใช่ไหม”

ภูผายิ้มพยักหน้า เพราะคิดถึงคนที่กรุงเทพฯเหมือนกัน

ฝ่ายเวหาเป็นนักเรียนแพทย์ปี 3 แล้ว เวหาตั้งอกตั้งใจเรียนจริงจัง

วันนี้หลังเลิกเรียนเพื่อนมาชวนเวหาว่าวันนี้ไม่ไปเลี้ยงเหล้าหรือ เวหาบอกว่าวันนี้ไม่ได้เพราะนัดสาวไว้เพื่อนถามแซวๆว่าอีกแล้วหรือ เวหายิ้มกริ่มบอกว่าต้องเร่งทำคะแนนหน่อย ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน

ทอรุ้งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว เธอโตเป็นสาวสวยร่าเริง เลิกเรียนแล้วเดินออกมากับเพื่อนสองสามคนเห็นเวหายืนยิ้มอยู่ ทักว่าพี่เวหามารอรับรุ้งถึงนี่เลย เรานัดกันวันนี้หรือ เวหาปากหวานว่าอยากรีบมาติวให้ รุ้งขอไว้ไม่ใช่หรือ ทอรุ้งชวนไปที่บ้านกันดีกว่า

“ก็ดีเหมือนกันนะ พี่มัวแต่เรียนหนักไม่ได้ไปสวัสดีคุณแม่รุ้งตั้งนานแล้ว”

หนุ่มสาวยิ้มให้กันแล้วเดินออกไป

ภูผากับสมคิดกลับมาถึงตลาดที่คุ้นเคยแล้ว บอกกันว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากเลย มีตำรวจสองคนผ่านมามองทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจเพราะเห็นท่าทางแปลกๆ จึงสะกดรอยตาม

สมคิดเห็นหมอนุสราคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่ภูผาจำได้ว่าหมอเคยทำแผลให้เราไง สมคิดพูดติดตลกว่าในกระเป๋าเขาต้องมีเงินเป็นฟ่อนแน่ๆ

พอจะเข้าไปทักก็ถูกตำรวจตะครุบไว้ทันที ซ้ำพอดิ้นยังถูกกระบองเคาะหัวอย่างแรง

หมอนุสราตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจบอกว่าสองคนนี้กำลังจะปล้นคุณ หมอนุสรามองเต็มตาก็จำได้บอกตำรวจว่าตนรู้จักสองคนนี้

เมื่อพากันเข้าไปนั่งคุยกันในคลินิก นุสราถามว่าไม่เจอกันตั้ง 5 ปี ไปทำอะไรที่ไหนมา

“พวกเราลงใต้ครับ ทีแรกว่าจะไปกรีดยาง แต่เขาว่าแถวสวนยางเสือมันชุม เรากลัวถูกเสือคาบไปกินเลยไปคุมบ่อนดีกว่า...งานถนัด” สมคิดเล่าติดตลก

นุสราถามว่าอย่าบอกนะว่าจะมาเป็นนักเลงต่อ ภูผาบอกว่าเราเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งเลยคิดจะลงทุนค้าขาย นุสราบอกว่าคิดค้าขายก็ดีเพราะสองคนไม่ได้เรียนสูง คงไปทำราชการไม่ได้

ภูผาถามว่าแล้วหลานสาวคุณหมอตอนนี้เป็นยังไงบ้าง นุสราถามว่าทอรักกับทอรุ้งน่ะเหรอ สองคนนั้น...

นุสรากำลังจะเล่า พอดีผู้ช่วยมาบอกว่ามีคนไข้ จึงขอตัวก่อนเดี๋ยวจะมาคุยด้วย

สมคิดบอกว่าไม่เป็นไร ตนกับภูผาไปก่อนดีกว่าอยากกลับบ้านมากแล้ว วันหลังค่อยมาคุยใหม่

สมคิดจะเข้าบ้านก่อน ชวนภูผาพักที่บ้านตนก่อนไหม ภูผาอยากแวะไปที่บ้านแต่ก็ลังเลไม่แน่ใจว่าที่บ้านจะต้อนรับตนหรือไม่ ทั้งสองจึงแยกกัน

สันต์วนเวียนอยู่แถวนั้นเห็นภูผาเดินผ่านมาบอกดำให้ช่วยดูว่าใช่ภูผาหรือเปล่า ดำจำได้ว่าใช่

ภูผาบ่ายหน้าไปที่ร้านโชคดีทันที เห็นประตูบ้านปิดก็หาร่องรูส่องดูข้างใน ลุงแดงมาเห็นถามว่าจะเช่าบ้านหรือ ภูผาหันมองดีใจบอกว่า “ลุงแดง ผมเอง” แต่ลุงแดงจำไม่ได้ ภูผาจึงถอดแว่นออก ลุงแดงจำได้ทันที ถามไถ่กันจึงรู้ว่าเส็งกับเดือนย้ายไปได้ 3 ปีกว่าแล้ว วาดแผนที่บ้านเส็งให้พลางเล่าว่า

“ป๊ากับแม่เอ็งเขาย้ายไปอยู่บ้านใหม่ได้ 3 ปีแล้ว ตั้งกะเอ็งไม่อยู่ บ้านเอ็งก็ค้าขายดีขึ้นทุกวันเพราะมีโรงงานมาเปิด จนป๊าเอ็งมีเงินซื้อบ้านใหม่ แต่นี่ลุงไม่ได้ว่าเอ็งนะเว้ย อ่ะแผนที่ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่หรอก”

ภูผาถามว่าแล้วบ้านหลังนี้ทิ้งร้างไว้อย่างนี้หรือ ลุงแดงบอกว่าที่จริงเส็งอยากขายทิ้ง แต่อาม่าไม่ยอมให้ขายเลยประกาศให้เช่าฝากให้ตนเป็นธุระให้ แต่บ้านเก่ามากใครจะมาเช่า

“ลุงแดง ผมเช่าเอง ผมจะกลับมาอยู่ที่นี่...แต่ลุงอย่าบอกใครนะว่าผมเป็นคนเช่า”

“อ๋อ...เอ็งไม่กล้าเจอหน้าป๊ากับแม่ใช่ไหม” 

ลุงแดงลดเสียงลงถามว่า “แล้วไอ้ที่เขาว่าเอ็งยิงคนตายจริงรึเปล่าวะ”

ภูผานิ่ง เพราะเล่าความจริงไม่ได้

ooooooo

ภูผาไปตามแผนที่ เจอทาวน์เฮาส์มีรถกระบะจอดหน้าบ้าน เขาซุ่มดูเพื่อความแน่ใจว่าไม่ผิดบ้าน

เส็งกับเดือนช่วยกันยกของขึ้นรถที่หน้าบ้านเพื่อเอาไปขาย เดือนยกไม่ค่อยไหวเส็งจึงเข้ามาช่วย ภูผาเห็นป๊ากับแม่ทำงานหนักก็สงสาร รอจนทั้งสองออกไปแล้วจึงเข้าไปร้องเรียกอาม่า ป้าข้างบ้านบอกว่าไม่มีใครอยู่หรอก เขาไปขายของกันแล้ว

ภูผาเลียบเคียงถามหาอาม่า ป้าบอกว่าบ้านนี้อยู่กันแค่สองคน นานๆ ลูกชายจะกลับมาที ถามว่ามาหาใคร ภูผาบอกว่ามาหาอาม่า ป้าบอกว่าไม่มีอาม่านะ

ภูผาใจหาย แต่แล้วป้าก็จำได้ว่าเคยเห็นตอนย้ายมาอยู่ใหม่ๆ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

ป้าบอกว่าอาม่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ภูผาจึงตามไปที่นั่น เห็นอาม่ากำลังสอนพวกคนชราที่นั่นทำข้าวต้มมัดอยู่ ภูผาดีใจมากชมว่าอาม่าขยันเหมือนเดิม อาม่าจำเสียงได้หันมอง พอภูผาบอกว่า

“อาม่า นี่อั๊วเอง”

อาม่ามองหน้าเต็มตาถึงกับช็อก คราง “อาภูผา...” ภูผาก้มกราบแทบเท้าอาม่า แล้วกอดขาไว้ อาม่าประคองภูผาขึ้นจับหน้าจับตาเหมือนไม่เชื่อตาตัวเอง แล้วดึงภูผาเข้าไปกอดแน่น...

อาม่าพาภูผาไปนั่งคุยกันในสวนบ้านพักคนชรา ถามว่าหายไปไหนมา รู้ไหมอาม่าคิดถึงมาก

“อาม่า...อั๊วขอโทษ ต่อไปนี้อั๊วจะไม่ไปไหนอีกแล้ว อั๊วจะอยู่กับอาม่า”

อาม่านิ่งเพราะยังฝังใจที่ภูผาไปเป็นนักเลง ภูผาถามว่าแล้วทำไมอาม่าถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ป๊ากับแม่ส่งอาม่ามาอยู่ที่นี่หรือ

“ไม่มีใครส่งอาม่ามา ม่าอยากมาเอง ขี้เกียจทะเลาะกับเตี่ยลื้อ ม่าเหม็นหน้ามัน” ภูผาชวนอาม่ากลับไปอยู่ด้วยกัน บ้านหลังเดิมของเรา ตนจะกลับมาอยู่ที่นั่น

อาม่ายังแคลงใจบอกให้ภูผาบอกมาก่อนว่าหายไปไหนมาหลายปี ทำมาหากินอะไร ยังเป็นนักเลงคุมบ่อนอยู่หรือเปล่า ภูผาหลบตาทำให้อาม่าผิดหวังมาก บอกให้ภูผากลับไปเถอะ ภูผายืนยันว่าตนกลับเนื้อกลับตัวแล้ว ตนจะกลับมาค้าขาย จะขยัน จะเป็นคนดีอย่างที่อาม่าสอน

“จำคำสอนของอาม่าได้ด้วยเหรอ”

“อั๊วไม่เคยลืมคำสอนของอาม่า”

“ไม่เคยลืม แต่ไม่ลงมือทำมันก็ดีขึ้นมาไม่ได้ ม่าจะรอแล้วกัน รอวันที่ลื้อพิสูจน์ตัวเองให้ม่าเห็นว่าลื้อจะเลือกทางเดินใหม่ เป็นคนใหม่ แล้วอาม่าจะกลับไปอยู่กะลื้อ”

ภูผากลับไปที่ร้านโชคดีที่เงียบเหงา วังเวง คิดถึงตอนตัวเองอายุ 8 ขวบ ภูผานั่งคอตกเสียใจที่ถูกป๊าด่าว่าเป็นตัวซวยจนกินอะไรไม่ลง อาม่าหลอกล่อให้กินบอกว่าม่าทำอร่อยนะ ลูบหัวภูผาบอกว่า

“อาภูผา อดทนไว้นะ ลื้อต้องเอาความดีและความขยันพิสูจน์ตัวเองให้ป๊าลื้อเห็น แล้ววันนึงป๊าลื้อจะเข้าใจว่าลื้อไม่ใช่ตัวซวย”

ภูผาเครียดเมื่อคิดถึงอดีตที่ถูกกดดันตีตราบาปให้ตลอดมา

ooooooo

คืนนี้ทอรุ้งไปเคาะประตูห้องของทอรัก ไม่ได้ยินเสียงข้างในจึงเปิดประตูเข้าไป ถูกทอรักที่ใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ไม่พอใจ บอกว่าจะเข้าห้องทำไมไม่เคาะประตู ทอรุ้งบอกว่าเคาะจนมะเหงกจะแตกอยู่แล้ว ก็พี่รักใส่หูฟังอย่างนี้จะไปได้ยินอะไร

“มีอะไร”

“จะเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานพี่เวหามาที่บ้าน แต่พี่รักไม่อยู่”

ทอรักถามว่ามาทำไม ทอรุ้งว่ามาติวหนังสือให้ตน ตั้งแต่พี่กลับจากอเมริกายังไม่เจอพี่เวหาเลย ทอรักบอกว่าไม่ได้อยากเจอ ก็เลยไม่เจอ ถามว่า

“เธอเป็นแฟนเขาไม่ใช่หรือ จะมาคะยั้นคะยอให้ฉันไปเจอทำไม”

“ไม่ต้องมาโยนให้รุ้งเลย”

“ไม่ต้องมาโยนให้พี่เหมือนกัน เฉิ่มก็เท่านั้น เชยก็เท่านั้น แล้วยิ่งท่าทางแหยๆเดินตามพี่ต้อยๆ พี่ไม่ชอบผู้ชายแบบนี้แล้วล่ะ”

ทอรุ้งถามว่ารู้ไหมว่าตอนนี้พี่เขาทั้งหล่อทั้งเท่ แถมยังเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 3 ควงไปไหนก็มีแต่คนมอง บุคลิกเขาดีขึ้นเป็นกองเลย เดินผ่านสาวๆนี่เหลียวกันคอแทบเคล็ด ทอรักตัดบทว่าไม่ต้องมาโฆษณาเลยตนไม่เชื่อ ทอรุ้งย้ำว่า “นี่รุ้งพูดจริงๆนะ”

แต่เวหาในวันนี้เขาไม่ได้คิดถึงทอรักแล้ว หากแต่คิดถึงทอรุ้งจนเขียนชื่อ “ทอรุ้ง” ไว้ในสมุดเหมือนเมื่อครั้งที่หลงใหลทอรัก...

วันนี้ทอรุ้งไปเยี่ยมอาม่าเห็นอาม่าร่าเริงแจ่มใสมากถามว่าอาม่าถูกหวยหรือ อาม่าบอกว่าไม่เคยเล่นหวยแต่อาม่าดีใจที่ภูผาปลอดภัยและกลับมาแล้ว ทอรุ้งตื่นเต้นมากถามว่าแล้วเขาเป็นยังไงบ้าง

“อีมาเยี่ยมอาม่าเมื่อวาน ชวนอาม่าไปอยู่บ้านเก่า แต่อาม่ายังไม่อยากไป ถ้าหนูรุ้งอยากเจอ หนูก็ไปที่ร้านโชคดีนะ จำได้ไหม”

“จำได้ค่ะ” ทอรุ้งดีใจมาก

พอทอรุ้งไปที่ร้านโชคดี แต่ประตูปิดใส่กุญแจ ทอรุ้งผิดหวัง ถามป้าที่เดินผ่านมาว่าได้ข่าวภูผากลับมาแล้วป้ารู้ไหมว่าเขาไปไหน ป้ากลับถามว่ากลับมาแล้วเหรอ ป้าไม่รู้หรอก

ทอรุ้งกลับไปอย่างผิดหวังคลาดกับภูผาที่กำลังเดินกลับมาเส้นยาแดงเดียว

ขณะภูผากำลังไขกุญแจก็ถูกวัยรุ่นแกล้งมากระแทกแล้วล้วงกระเป๋าวิ่งหนีไป ภูผาไล่ตามไปทันที ตามไปจนถึงซอยหนึ่งนักล้วงหายไปแล้ว แต่มีเสียงคุ้นเคยทักว่า “ยังวิ่งเร็วเหมือนเดิมนะภูผา”

“พี่เชิด! ล่อผมมามีอะไร”

สมคิดที่อยู่กับเชิดก่อนแล้วบอกว่าพี่เขาชวนมาทำงาน เงินดีด้วย ภูผาปฏิเสธทันที แต่ถูกสันต์หว่านล้อมแกมขู่ว่างานนักเลงมันกระจอกสำหรับเอ็งไปแล้ว แต่มีงานอื่นให้ทำสนรึเปล่า ภูผาถามว่างานอะไร

“ถ้าสนใจพรุ่งนี้ตามมาฝึกงานพร้อมไอ้คิด เดี๋ยวก็ได้รู้เองว่างานอะไร” ภูผาบอกว่างานอะไรก็ไม่ทำ สันต์ถามว่าวงการนักเลงเข้ามาแล้วคิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆหรือ เชิดพูดสบายๆว่า

“กูเสียลูกน้องมือดีไปหลายคน บ่อนก็โดนทางการปิด เจ๊จูก็หนีหายไปแล้ว พวกเราเลยต้องออกมาทำงานอื่น มาช่วยกันหน่อยไม่ได้รึไง” เชิดเสียงแข็งขึ้น พอภูผาถามว่าแล้วถ้าผมไม่...เชิดมองขวับทันที!

ooooooo

ต่อมา สมคิดบอกภูผาว่าตนรับปากที่จะทำงานกับเชิดแล้ว ภูผาด่าว่าบ้ารึเปล่ารับปากทำงานทั้งที่ไม่รู้ว่างานอะไร สมคิดอ้างว่าเราเคยเป็นนักเลงมาแล้ว ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้แล้ว

ภูผาติงว่าแต่เราตัดใจไม่เดินทางนี้แล้ว ตนจะเลิกเขาก็ควรเลิกด้วย สมคิดกล่อมว่างานสุดท้าย แค่ไปเป็นเพื่อนตนก็ได้ ถ้าไม่อยากทำก็ค่อยบอกพี่เขา ภูผาถามตรงๆว่า “นายไม่คิดจะเลิกใช่ไหม”

สมคิดทบทวนว่า...5 ปีที่ใต้ เราส่งเงินมาให้ที่บ้านตลอด หวังว่ากลับมาเราจะหมดหนี้ แต่เปล่าเลย ปัญหาที่บ้านมีตลอดแล้วเราจะเลิกได้ยังไง “เอางี้...นายไปเป็นเพื่อนเรา งานนี้งานสุดท้าย” ภูผานิ่ง สมคิดหักคอว่า “ไม่เป็นไร แต่เรารู้ว่าคนอย่างนาย ยังไงก็ไม่มีวันทิ้งเพื่อน”

เช้าวันต่อมาเชิดก็พาลูกน้องรวมทั้งสมคิดและภูผาไปทำงานทันที ทั้งสองถูกวางตัวให้ดูต้นทาง ถ้าเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเห็นพ่อมึงมาก็ให้รีบส่งสัญญาณหลอกล่อมันไปทางอื่น

ภูผาบ่นว่าอย่าบอกนะว่าจะปล้น สมคิดบอกว่ารอดูไปก่อน ภูผาเฝ้าดูจึงเห็นว่าเชิดกับสันต์งัดรถ!

ขณะนั้นเองภูผาเห็นเวหาแต่งตัวเนี้ยบขับรถมาจอดแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่งจึงเห็นทอรุ้งลงมาจากรถ ภูผาทะลึ่งพรวดขึ้นทันทีจนสมคิดต้องดึงไว้ ภูผาบอกสมคิดให้เฝ้าไว้ก่อนเดี๋ยวมา

พอเข้านั่งในร้านอาหาร ทอรุ้งมองหน้าเวหาทักว่าเห็นแล้วคิดถึงเพื่อนคนนึงเพราะหน้าคล้ายกันมาก

“พี่บอกรุ้งมาตลอดว่าพี่เป็นลูกคนเดียว การเป็นลูกคนเดียวนี่เหงาไหมคะ พี่ไม่อยากมีน้องชายกับเขาบ้างหรือ” เวหาบอกว่าเป็นลูกคนเดียวก็ดี ตนไม่เห็นอยากมีพี่น้องเลย “แล้วพี่เวหามีลูกพี่ลูกน้องบ้างไหม เล่าให้รุ้งฟังบ้างสิว่าเขามีชีวิตเป็นยังไง”

เวหาปากหวานว่ามีก็แต่น้องสาวคนนี้แหละ และพี่ก็มีอะไรอยากจะบอก ทอรุ้งแกล้งดักคอว่า จะบอกว่าวันนี้ไม่ว่างติวให้รุ้งแน่ๆเลย ถูกทอรุ้งดักคอ เวหาเลยพูดไม่ออก หัวเราะแก้เก้อกลบเกลื่อน

ทอรุ้งหันไปสบตาภูผาอย่างจังโดยไม่ตั้งใจ เธอลุกขึ้นบอกเวหาว่าเดี๋ยวมา ภูผารีบหลบไป แต่ทอรุ้งตามไปจนทัน ร้องเรียกแล้วเดินไปดักหน้าถาม “ภูผาใช่ไหม”

ภูผาพยายามหลบบอกว่า “ไม่ใช่ คุณจำผิดคนแล้ว” ทอรุ้งจ้องหน้าจนภูผาต้องยอมรับ เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า “ภูผารู้ไหม ตลอดเวลาที่ภูผาหายไปโดยที่รุ้งไม่รู้ว่าภูผาอยู่ที่ไหน...ไปทำอะไร...ภูผารู้ไหมว่ารุ้งรู้สึกยังไง” ภูผายังหลบหน้าหลบตา ทอรุ้งขอร้อง “หันมาคุยกับรุ้งหน่อยได้ไหม”

ภูผาจึงหันมามองหน้ากันเต็มตา เขาจับแขนทอรุ้งและทอรุ้งก็มองหน้าเขานิ่ง...นาน...

“รุ้ง!!” เสียงเวหาตามมาเรียกอยู่ไกลๆ

ภูผารีบหลบไป เวหาถามทอรุ้งว่าใคร พอทอรุ้งบอกว่าภูผา เวหาตกใจและไม่พอใจมาก

ภูผากลับไปถูกสันต์ตะคอกถามว่าทำไมไม่ดูต้นทาง ภูผากระแทกเสียงว่าก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากทำ สันต์ง้างหมัดจะชก เชิดห้ามไว้ บอกภูผาว่า

“ภูผา...มึงลองกลับไปคิดดู ชีวิตมึงมาทางนี้แล้วก็ต้องอยู่บนทางเส้นนี้ตลอดไป ถ้ามึงไม่ทำแล้วมึงจะไปทำอะไรกิน” ภูผาบอกว่าผมมีทางของผม “ภูผา มึงเป็นลูกน้องกูแล้ว กูคงไม่ยอมให้มึงเลิกง่ายๆหรอก”

ภูผาพยายามหว่านล้อมสมคิดอย่าไปยุ่งกับเชิดอีก บอกว่าสิ่งที่เชิดทำนั้นมันโจรชัดๆ บอกสมคิดให้ออกมาแล้วตนจะไปคุยกับเชิดเอง สมคิดไม่ยอมออกบอกว่างานดีๆเงินดีๆไม่มีให้คนที่เคยเป็นนักเลงหรอก บอกภูผาว่า “นายปล่อยเราไปตามทางของเราเหอะ” แล้วผละไปเลย ภูผารู้สึกในนาทีนั้นว่าตนเสียเพื่อนไปแล้ว

ภูผาไปหาอาม่าที่บ้านพักคนชราบ่นว่าการจะเป็นคนดีมันไม่ง่ายเลยอุปสรรคเยอะจริงๆ อาม่าบอกว่าถ้าเราไม่ย่อท้อเรื่องทุกอย่างมันก็จะผ่านไปได้ สุดท้ายถ้าไม่ตายเสียก่อนมันก็ต้องมีทางออก

ฟังอาม่าแล้วภูผามีกำลังใจ ไปถามเชิดว่าถ้าตนจะลาออกจากวงการจริงๆต้องทำยังไง เชิดยื่นไม้ตายว่า ถ้ายืนยันจะออกจริงๆก็ต้องล้มตนให้ได้ก่อน แต่ถ้าแพ้ก็ต้องเป็นลูกน้องตนไปอีก 5 ปี

ภูผาไปหาหมอนุสราเอาถุงเงินที่อาม่าทำให้และฝากหมอว่าบอกอาม่าว่าอย่าเสียใจ หมอนุสรารับปากและอวยพรให้ภูผาปลอดภัย

พอดีทอรุ้งปั่นจักรยานมาถึงหน้าคลินิกก็รู้สึกว่ารถมีปัญหา ลงมาดูพบว่าโซ่หลุดจึงพยายามใส่โซ่ มีชายคนหนึ่งเข้ามาจะซ่อมให้ ทอรุ้งปฏิเสธอย่างไรก็ไม่ยอมไป จนเธอไม่พอใจลุกยืนเสียงแข็ง “บอกว่าไม่ต้อง”

ชายคนนั้นจึงลุกขึ้นแล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อภูผายืนมองหน้านิ่งอยู่ มันหน้าแหยผละไปทันที

“ยังซื่อบื้อให้ห่วงหมือนเดิมเลยนะ” ภูผาทักแซวๆแล้วเดินไปคุยกันที่ริมน้ำ ทอรุ้งขอให้เล่าว่าวันนั้นที่บ่อนเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นคนยิงหรือเปล่า ภูผาว่าตนไม่ได้ทำ ทอรุ้งบอกว่าตนก็เชื่อว่าเขาไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่

ทอรุ้งบอกว่าอีกเรื่องที่ตนไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดคือตนกับเวหาไม่ได้เป็นแฟนกัน ตนเห็นเวหาเป็นพี่ชายเท่านั้น ที่ผ่านมาตนอยู่ใกล้เวหาเพราะคิดว่าวันหนึ่งจะทำให้ตนได้เจอเขา หรือได้ยินเรื่องของเขาบ้าง เพราะตนรู้มานานแล้วว่าเขาเป็นน้องชายพี่เวหา ภูผามองทอรุ้งนิ่งด้วยความรู้สึกดีๆ

“แต่ 5 ปีผ่านมาไม่มีใครพูดถึงภูผาเลย ไม่มีใครพูดอะไรให้รุ้งฟัง รุ้งก็ได้แต่รอ...รอว่าวันนึงรุ้งจะได้รับรู้และสบายใจว่าภูผาปลอดภัย ภูผาสบายดี...” ทอรุ้งก้มหน้ากลืนความรู้สึก

ภูผาเดินเข้ากอดทอรุ้งด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ ทอรุ้งค่อยๆกอดตอบด้วยความคิดถึง...

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 4 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 27 ม.ค. 2562 08:25 2019-01-29T02:03:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ