ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

สมคิดถูกพวกเชิดไล่ตีเลือดอาบหน้าวิ่งหนีมา พวกเชิดวิ่งตามรอยเลือดมาแต่ไม่เจอตัวแล้ว พวกมันบอกกันว่าถ้าลงน้ำก็ไม่น่ารอดโดนตีหัวแตกเสียขนาดนั้น เชิดเดินไปดูเรือภูผาเชื่อว่าต้องมีคนช่วยสมคิดไว้แน่ๆ

ภูผากับทอรุ้งหิ้วปีกสมคิดเข้าไปในคลินิก นุสราตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทอรุ้งบอกว่าโดนนักเลง

ตีหัวมา คุณป้าช่วยทำแผลให้ที นุสราบอกให้เอาเข้าไปในห้องเลย

จากการซักถาม สมคิดรับว่าตนเข้าบ่อนและถูกจับได้ว่าโกง ภูผาถามว่าไปโกงมาอีกแล้วหรือ บอกแล้วว่าอย่าเข้าไปเล่น สมคิดเสียงอ่อยว่า “ถ้าไม่ไปเล่นแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืนนายล่ะ”

“ก็บอกแล้วไงว่ายกให้ ไม่ต้องคืนแล้ว ฉันต้องไปแล้วนะ”

พอภูผาจะไป นุสรากับทอรุ้งมองหน้ากันรู้สึกว่าภูผาเป็นคนดี นุสราเอ่ยกับสมคิดว่า

“เธอมีเพื่อนที่ดีนะ เธอน่าจะฟังเพื่อนเธอบ้าง” เมื่อภูผาเอ่ยลา นุสราถามว่า “ไม่ล้างเสื้อก่อนเหรอ ใครเห็น เข้าจะตกใจ”

“ผมต้องรีบไปครับ เป็นห่วงเรือ”

ทอรุ้งหายไปครู่หนึ่งก็หิ้วหม้อใบเล็กจ้ำตามภูผาไปร้องบอกให้รอด้วย ภูผาถามว่าตามมาทำไม

“ซื้อขนมหน่อย อยากให้ป้ากับพี่สาวฉันลองชิม” ทอรุ้งหิ้วหม้อตามภูผาไป

พอไปถึงท่าเรือ ภูผาตะลึงตาค้างเมื่อเห็นเชิด สันต์ กับดำ กำลังจ้วงตักขนมปลากริมในหม้อกินกันอย่างตะกละ ภูผาคำราม

“ไอ้พวกชั่ว!”

“ใจเย็น เดี๋ยวก็ได้เลือดอาบเหมือนเพื่อนนายหรอก” ภูผาหักใจทรุดนั่ง ทอรุ้งนั่งตามบอกว่า “กลับบ้านเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาเรือ”

ภูผาบอกว่าไม่ได้ตนโดนป๊าฟาดแน่ ทอรุ้งให้บอกไปสิว่าเกิดอะไรขึ้น ภูผาบอกว่าเธอไม่เข้าใจหรอก ทอรุ้งบอกงั้นก็นั่งรอตรงนี้จนกว่าพวกมันจะไป ทั้งสองจึงนั่งด้วยกันอยู่ตรงนั้น พลันก็ตกใจเมื่อเต็กหลีโผล่มาถามว่า มานั่งทำอะไรกันตรงนี้ ภูผาร้อง ซวยแล้ว! แล้วจับมือทอรุ้งวิ่งออกไป

เชิด สันต์ กับดำทิ้งหม้อดินลงพื้นแตกกระจายแล้ววิ่งตามไป เต็กหลีมองงงๆ พึมพำ

“เรื่องนี้อั๊วไม่เกี่ยวใช่ไหม” แล้ววิ่งอ้าวไป

ooooooo

ทอรักคอยทอรุ้งที่คลินิก นุสราถามว่าทอรุ้งไปซื้อปลากริมยังไม่มาหรือ หลงทางหรือเปล่าแล้วจะออกไปดูแต่พอดีติ๋วมาบอกว่ามีคนไข้ ทอรักจึงออกไปตามเอง

ภูผาเดินไปกับทอรุ้งเจอพวกเชิดออกมาขวาง ภูผาบอกให้ทอรุ้งรีบหนีไป บอกพวกเชิดว่าปล่อยเธอไปเธอไม่รู้เรื่อง สันต์ยื่นหน้าเข้าไปถามว่าจริงเหรอจ๊ะน้องสาว ถูกทอรุ้งตบเพียะแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต สันต์กุมหน้าด่า “อีเวร!” แล้วจะตาม

“ไม่ต้องตาม บอกกี่ครั้งแล้วว่านักเลงไม่รังแกผู้หญิง” เชิดปรามแล้วสั่งดำ “เอาตัวมันไป”

ดำล็อกภูผาลากไป ภูผายังหันมองทอรุ้งอย่างเป็นห่วง

ฝ่ายเวหาถูกอาม่าบอกให้ไปตามภูผาที่ออกไปแต่เช้าแล้วป่านนี้ยังไม่กลับ เส็งบอกว่าตนสั่งไว้ว่าถ้าขายไม่หมดไม่ต้องกลับ อาม่าด่าว่าใจร้ายกับลูกอย่างกับยักษ์กับมาร เดือนบอกเวหาให้ไปตามน้อง เวหาจำต้องออกไปเซ็งๆ แต่เดินเลียบคลองไปไม่นานก็เจอทอรักที่มาตามหาทอรุ้งถามเวหาว่าบ้านอยู่แถวนี้หรือ

“เอ่อ...แถวๆนี้แหละ เราออกมาเดินเล่น รักล่ะ”

“เรามาเยี่ยมป้า นี่เราออกมาตามหาน้องสาว เดินเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ”

ภูผาถูกดำลากตัวไปที่ลานโล่งริมคลองโยนลงที่พื้น เชิดเข้าไปตะคอกให้บอกมาว่าสมคิดอยู่ไหน ภูผาบอกว่าตนไม่รู้ ตนพาไปหาหมอ ป่านนี้คงหนีไปแล้ว เชิดให้พาไปที่บ้าน ภูผาบอกว่าตนไม่รู้จัก

“ไอ้สมคิดมันโกงในบ่อนนายกู กูต้องตัดนิ้วมันไปให้นายกู มึงจะยอมเสียสละแทนมันใช่ไหม” สันต์ตะคอก บอกว่าจะนับ 1 ถึง 3 แล้วเริ่มนับหนึ่งทันที

ภูผาคิดหนักว่าจะทำยังไงดี พลันก็ได้ยินเสียงสมคิดตะโกน

“กูอยู่นี่ ปล่อยเพื่อนกู!”

สมคิดก้าวออกมาอย่างห้าวหาญทั้งที่หัวมีผ้าพันแผล ทันทีที่เชิดพยักหน้า ดำก็พุ่งเข้าจับตัวสมคิดทันที

“ไอ้คิด” ภูผาอุทาน

“กลับบ้านไปซะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย” สมคิดตะโกนบอกภูผา

ดำคุมตัวสมคิดไป ภูผามองตามอย่างร้อนใจว่าจะช่วยเพื่อนยังไงดี ก็พอดีได้ยินเสียงทอรุ้งแว่วมา

“ปล่อยนะ! ปล่อย!!”

ทอรุ้งถูกสร้อยกับพวกจับตัวลากไปกลางสะพานพยายามจะผลักลงน้ำ ภูผาโผล่มาพอดีทอรุ้งถูกผลักตกน้ำตูม! ภูผาวิ่งไปโดดตามทันที

ooooooo

เวหากับทอรักพากันเดินกลับ ทอรักบอกว่าตนคงมาหาป้าบ่อยๆ เดินจากโรงเรียนแป๊บเดียวก็ถึง เวหาชวนงั้นเราเดินกลับบ้านด้วยกันนะ ทันใดนั้นทอรักเห็นผ้าเช็ดหน้าทอรุ้งตกอยู่ หยิบขึ้นมาเดินถามคนแถวนั้นว่าใครเห็นทอรุ้งบ้าง

ทอรักเดินไปเจอสร้อยถามว่าเห็นน้องสาวตนไหม สร้อยย้อนถามว่าจะเห็นได้ยังไงน้องเธอไม่ใช่น้องฉัน

ทอรักบอกเวหาว่าตนชักกลัวแล้ว เวหาได้แต่บอกว่าคงหลงทางอยู่แถวนี้แหละ ช่วยกันหาเดี๋ยวก็เจอ

อาม่าชวนเส็งออกไปช่วยกันตามภูผากับเวหาดีไหม หายไปทั้งสองคนเลย เส็งจึงให้เดือนออกไปตามหากับตน อาม่าไม่ยอม บอกให้เดือนอยู่บ้านตนจะไปกับเส็งแล้วเดินอ้าวนำไปเลย

ภูผาโดดไปอุ้มทอรุ้งขึ้นจากน้ำแล้วรีบอุ้มเข้าไปคลินิกนุสราบอกว่าทอรุ้งตกน้ำฝากให้ดูด้วย ตนจะไปช่วยสมคิด นุสราถามว่าคนเดียวจะไปสู้เขาได้ยังไง

“เราทิ้งเพื่อนไม่ได้”

ภูผาจับมือทอรุ้งแล้วจะออกไป ทอรุ้งมองอย่างเป็นห่วง บอกป้าว่าเขาเพิ่งช่วยชีวิตตน นุสราโอบทอรุ้งบอกว่าป้าเข้าใจ แล้วต่างก็คิดว่าจะช่วยภูผายังไง

ภูผาวิ่งตะบึงจะไปช่วยสมคิดเกือบชนเข้ากับเวหาที่เลี้ยวออกมาจากซอย

“เฮ้ย! เดี๋ยว นายจะไปไหน” เวหาตะโกนถาม

ภูผาหันมองแว่บเดียวแล้ววิ่งต่อ ทอรักมองตามถามว่ารู้จักเขาหรือ เวหานึกละอายใจปดทอรักว่า

“ไม่รู้จักหรอก แค่เขาจะชนแล้วไม่ขอโทษ”

ทอรักจึงชวนรีบไปกัน เวหามองตามภูผา สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเดินตามทอรักไป

ฝ่ายอาม่ากับเส็งเดินตามหาภูผากับเวหาไปถึงท่าน้ำก็แทบช็อกเมื่อเห็นหม้อปลากริมแตกกระจายที่พื้น มีรอยเลือดแห้งกรัง ซ้ำเรือก็จมอยู่ในคลองโผล่มาแต่หัวเรือ อาม่าตกใจมองหาภูผา บอกเส็งให้ลงไปงมถ้าเส็งไม่ลงตนจะลงเอง เส็งบอกม้าให้ขึ้นมาตนลงไปเอง อาม่าขึ้นมาพนมมือภาวนา

“อาภูผาลื้ออย่าเป็นอะไรนะ อาเง็ก...ช่วยคุ้มครองอาภูผาด้วย...”

ooooooo

ภูผาวิ่งไปเจอพวกเชิดกำลังรุมอัดสมคิดก็ร้องบอกพอแล้ว สันต์เยาะเย้ยว่าจะมาเปลี่ยนเวรแทนเพื่อนหรือ

สมคิดสะบักสะบอมที่พื้นร้องบอกภูผาให้หนีไป ภูผาถามเชิดว่าทำยังไงจึงจะปล่อยเพื่อนตน เชิดบอกว่าถ้าเอาชนะไอ้ดำได้จึงจะปล่อย

สมคิดพยายามห้าม แต่ภูผากำหมัดพร้อมสู้แล้ว แม้จะตัวเล็กกว่าแต่ใจสู้จึงต่อยดำจนเซ แต่ก็ถูกสันต์ฟันที่แขนจนล้ม สันต์โดดจะแทงพอดีตำรวจมาพวกมันจึงวิ่งหนีกันกระเจิง

ภูผาจะพาสมคิดหนี สมคิดบอกว่าไปสองคนคงไม่รอดให้ตนโดนจับคนเดียวดีกว่า ภูผาเห็นเข่งเปล่าจึงให้สมคิดซ่อนในนั้นแล้วหาอะไรมาปิดปากเข่งไว้บอกสมคิดว่า

“นายหลบอยู่ในนี้ เราจะล่อตำรวจไปทางอื่น” ภูผาเอาตัวเป็นเหยื่อล่อตำรวจเพื่อให้สมคิดปลอดภัย

ooooooo

ลุงใจพาดารกาไปรับทอรักกับทอรุ้งที่คลินิกนุสรา ถามทอรุ้งว่าไปซนท่าไหนถึงได้ตกน้ำ บ่นทอรักว่าทำไมไม่ดูน้องให้ดี ดีที่มีคนมาช่วยไว้ แล้วเขาเป็นใคร

ทอรุ้งไม่กล้าบอกเรื่องถูกสร้อยจับโยนน้ำ บอกแต่ว่าเพื่อนตนชื่อภูผาช่วยไว้ ทอรักถามว่าที่พบเมื่อกลางวันใช่ไหม ดารกาถามว่าเพื่อนที่โรงเรียนหรือ พอทอรุ้งบอกว่าเพื่อนข้างนอก ก็ถามว่าเป็นผู้ชายใช่ไหม พอทอรุ้งบอกว่าใช่ เขานิสัยดี ถึงจะปากร้ายไปหน่อย ก็ถูกดารกาซักทันทีว่า

“แล้วรู้จักกันได้ยังไง มีหัวนอนปลายเท้ารึเปล่า เป็นลูกเต้าเหล่าใคร แม่บอกไว้เลยนะรุ้ง รักด้วย เราจะมาเที่ยวคบเพื่อนมั่วๆไม่ได้เชียวนะ”

ทอรุ้งถอนใจหันหน้าออกนอกรถ เห็นสมคิดในสภาพสะบักสะบอม บอกแม่กับลุงใจจอดรถให้หน่อยแล้วเปิดประตูรถลงไปหาสมคิดถามว่าโดนพวกนักเลงซ้อมมาอีกหรือ สมคิดพยักหน้า ทอรุ้งร้อนใจถามว่าแล้วภูผาล่ะ สมคิดบอกว่าถูกตำรวจจับ คงอยู่ที่โรงพัก

ดารกาตามมาเรียกทอรุ้งให้ขึ้นรถ ทอรุ้งขอร้องแม่ให้ช่วยเพื่อนตนด้วย เพื่อนตนเดือดร้อนเพราะตนเป็นต้นเหตุ ดารกาสั่งทอรักพาน้องไปที่รถ ควักเงินให้สมคิด แล้วรีบมาจูงมือทอรุ้งไปขึ้นรถ

กลับถึงบ้านดารกาสั่งแม่บ้านพาทอรุ้งไปนอนพัก ทอรุ้งจับแขนแม่อ้อนวอน...

“คุณแม่ กลับไปช่วยเพื่อนรุ้งก่อนเถอะค่ะ เขาเดือดร้อนเพราะรุ้งนะคะ”

“เด็กดีๆที่ไหนตำรวจเขาจะจับ เลิกพูดซะที ขึ้นไปนอนพักได้แล้ว”

ทอรุ้งถูกทอรักพาตัวขึ้นห้องนอน ทอรุ้งทำใจไม่ได้ ย่องออกจากห้องไปเอาจักรยานหลังบ้านขี่ออกจากบ้านไป

ภูผาถูกตำรวจจับไปโรงพักถามว่าบ้านอยู่ไหนจะไปตามพ่อแม่ให้มาประกันตัว ภูผาบอกว่าไม่มี ตำรวจขู่ว่างั้นก็นอนตะรางยาวไปเลยเอาไหม

ทอรุ้งไปถึงโรงพักบอกตำรวจว่าเพื่อนตนไม่ผิดแต่ตำรวจไม่สนใจบอกว่าวัยรุ่นตีกันมันไม่มีใครถูกหรอกอาวุธก็หล่นในที่เกิดเหตุ ทอรุ้งจึงขอเข้าไปเยี่ยมภูผา

ภูผาดีใจที่เห็นทอรุ้งไม่เป็นอะไร ทอรุ้งบอกว่าตนผิดเองที่บอกให้ป้านุสโทร.แจ้งตำรวจ กะว่าจะให้ตำรวจจับนักเลงแต่กลับเป็นจับเขา ภูผาบอกว่าไม่เป็นไรเพราะถ้าตำรวจไม่มาตนอาจโดนแทงตายไปแล้วก็ได้

“ถือว่าเธอช่วยชีวิตฉัน เราหายกันแล้วนะ” ทอรุ้งมองไม่เข้าใจ “ก็เราช่วยเธอตอนตกน้ำ เธอช่วยเราไม่ให้นักเลงแทงตาย”

ทอรุ้งถามว่าอยู่ในนี้กลัวไหม ภูผาตื้นตันในความห่วงใยของทอรุ้ง ยิ้มและส่ายหน้า ทอรุ้งบอกว่าจะไปบอกป้านุสให้มาช่วยประกันตัวให้ ภูผาบอกว่าไม่ต้อง ตนไม่ชอบทำให้ใครเดือดร้อน ทอรุ้งจึงจะไปบอกคนที่บ้านให้

“ไม่ต้อง! ห้ามให้คนที่บ้านเรารู้เด็ดขาด” ภูผาเครียดทันทีแต่พอนึกถึงอาม่าก็เสียงอ่อนลง ทอรุ้งถามว่าอยู่ที่ไหนตนจะไปตามให้ “รุ้ง พอเธอไปที่บ้านเราแล้ว เธอไปหาอาม่าเรา บอกให้อาม่ามาช่วยเรา แต่ห้ามให้พ่อแม่เรารู้นะ”

“ทำไมต้องไม่ให้รู้”

“เถอะน่า ให้อาม่าเรารู้ได้แค่คนเดียว ห้ามพ่อแม่เรารู้เด็ดขาดนะ!” ภูผาย้ำเครียด ทอรุ้งจึงพยักหน้า

ooooooo

อาม่ากับเส็งกลับถึงบ้านริมน้ำ อาม่าถามเส็งอย่างไม่หายเป็นห่วงว่าเมื่อกี้งมหาทั่วแล้วใช่ไหม เส็งบอกว่างมจนตัวจะเปื่อยแล้วไม่เจอ

ทอรุ้งมาด้อมๆมองๆที่หน้าร้านตามคำบอกของภูผาที่ว่า

“บ้านเราเป็นร้านขายกาแฟชื่อ ‘ร้านโชคดี’ มีอาม่า พ่อ แม่ และพี่ชาย เธอไปบอกอาม่าเรา แต่ห้ามให้พ่อแม่รู้เด็ดขาด!”

ทอรุ้งเข้าไปสั่งโกโก้แก้วนึง เวหาอยู่ในบ้านพอเห็นทอรุ้งก็ตกใจรีบหลบไปหลังร้าน ทอรุ้งสังเกตหาอาม่า พอรู้ก็หาทางส่งข่าว โอกาสหายากเพราะเส็งขายกาแฟอยู่ตรงนั้น จึงเอากระดาษสำหรับเขียนสั่งของมาเขียนและหาโอกาสส่งให้อาม่าแล้วรีบออกจากร้านไป พออาม่าอ่านก็ตกใจรีบไปโรงพักทันที

ภูผาเห็นอาม่าก็ดีใจจนน้ำตาไหล เขาขอโทษที่ทำให้อาม่าเดือดร้อน อาม่าบอกว่าไม่เป็นไร ลื้อปลอดภัยก็ดีแล้ว ทีแรกนึกว่าลื้อจมน้ำตายไปแล้วเสียอีก ภูผาถามว่าป๊ารู้เรื่องรึเปล่า อาม่าบอกว่าไม่รู้ ขืนให้รู้ลื้อโดนตีตายแน่ ถามว่าแล้วไปทำอะไรมาเล่าให้อาม่าฟัง

ฝ่ายทอรุ้งพอส่งข่าวอาม่าแล้วก็รีบกลับบ้าน ถูกแม่จับได้ว่าหนีไปช่วยภูผามาก็โมโหถามว่าทำไมต้องไปช่วยคนพรรค์นั้น

“ไอ้คนพรรค์นั้นที่คุณแม่ว่าเขาคือคนที่ช่วยชีวิตรุ้งนะคะ ไม่งั้นป่านนี้ศพรุ้งลอยออกอ่าวไทยไปแล้ว”

ดารกาหาว่ากล้าขึ้นเสียงกับแม่หรือ ทอรุ้งโต้ว่าก็คุณแม่ไม่มีเหตุผลเลย

“เหตุผลของฉันก็คือ ฉันไม่ต้องการให้เธอไปยุ่งกับอันธพาล...ยัยรักคอยดูให้แม่ด้วย ถ้ายัยรุ้งไปยุ่งกับไอ้เด็กนั่นอีกเมื่อไหร่ให้มาบอกแม่” พูดแล้วออกไปเลย ทอรักบอกทอรุ้งหน้าเครียดว่า

“พอแล้วนะรุ้ง อย่าทำให้พี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย แล้วพี่ก็ไม่สนับสนุนให้ไปรู้จักกับพวกจิ๊กโก๋หรอกนะ”

อาม่าพาภูผากลับบ้าน เส็งกับเดือนไม่อยู่หน้าร้านจึงให้ภูผารอนอกบ้าน อาม่าจะไปเอาใบทับทิมมา

ไล่ซวยให้ก่อน แต่พออาม่าเข้าไปเดือนก็ออกมาเห็นภูผาร้องบอกเส็งว่าภูผากลับมาแล้ว พอเส็งออกมาเห็นภูผาก็สั่งเดือนให้เอาไม้เรียวมาทันที เดือนไม่เอาให้ก็เข้าไปหยิบมาเองแล้วหวดภูผาสุดแรง อาม่าออกมาเห็นพุ่งเข้าไปบอกว่าอีไม่ได้ทำอะไรอีไม่รู้เรื่อง เส็งหาว่าอาม่าปกป้องเด็กเลว อาม่าบอกว่า

“ลื้อต้องฟังลูกบ้าง อาภูผาอีไม่ผิด” เส็งโกรธ ปาไม้ทิ้งหันไปจับตัวอาม่า ภูผาเห็นเช่นนั้นก็โผเข้าหาอาม่า ถูกเส็งถีบกระเด็น แล้วผลักอาม่าเข้าห้องปิดประตูขังไว้เลย ขณะอาม่าโวยวายอยู่ในห้อง เส็งก็ด่าภูผา

“ตั้งแต่มึงเกิดมา พวกกูไม่เคยอยู่เป็นสุข มึงไปให้พ้นเลย บ้านนี้ไม่ต้องการไอ้ตัวซวยอย่างมึง! ไป!!”

ภูผาปาดน้ำตาวิ่งเตลิดออกจากบ้านไปเลย แต่ไม่รู้จะไปไหน จนไปถึงทางรถไฟก็หมดแรงเพราะเสียงป๊าด่าและไล่ยังก้องอยู่ในหัว ภูผาเหนื่อยล้าจนเดินสะดุดทางรถไฟล้มลง เขานอนบนรางรถไฟอย่างหมดอาลัย ตายอยาก ครู่หนึ่งได้ยินเสียงหวูดรถไฟและรางสั่นสะเทือน

ภูผาทะลึ่งพรวดขึ้นจะออกจากรางรถไฟแต่คะมำไปอีกเพราะเชือกรองเท้าไปติดนอตใต้รางทั้งสองหู พยายามดึงก็ยิ่งรัดแน่น เสียงหวูดและรางสั่นใกล้มาทุกทีภูผาหลับตาตัดสินใจหมอบลง จนรถไฟวิ่งผ่านไป ภูผาจึงรู้ว่าตัวเองหมอบอยู่อีกราง!

พอลุกขึ้นก็เจอสมคิดเข้ามาถามว่าอยากตายรึไง ทำไมทำอะไรอยู่ตรงนั้น ภูผายังไม่หายตกใจ นั่งลงอย่างหมดแรงตามเดิม

เมื่อรู้ว่าภูผาถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน สมคิดจึงพาไปอยู่ที่บ้านปดพ่อว่าตนไปมีเรื่องกับจับกังและภูผาช่วยตนไว้ ขอพ่อว่าให้เพื่อนพักที่นี่สักระยะเพราะเพื่อนช่วยตนเลยถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน พ่อจึงสั่งต้อยติ่งให้หาหมอนหาผ้าห่มมาให้

ทีแรกต้อยติ่งก็บ่นกระปอดกระแปด แต่พอเห็นภูผาหล่อถูกใจก็กระดี๊กระด๊าริกรี้ จนจันบอกว่าอีนี่มันบ้าๆบอๆ อย่าไปถือสามันเลย

ooooooo

รุ่งขึ้นเมื่อเวหาจะไปโรงเรียนเส็งให้เงินมากจนเวหาถามว่าป๊าให้เกินไปหรือเปล่า เส็งบอกว่าก็เห็นบ่นกับแม่ว่าไม่ค่อยพอไม่ใช่หรือ เวหาไหว้รับเงินไปขอบคุณป๊า

เส็งยกข้าวต้มไปให้แม่ อาม่าบอกว่าถ้าไม่ไปตามภูผากลับมาก็จะไม่กินข้าวปล่อยให้ตายไปเลย เวหาได้ยินป๊ากับอาม่าโต้เถียงกันจึงอาสาจะไปตามภูผากลับมา เส็งบอกไม่ต้องอยากรู้นักว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ เดือนก็บอกให้ไปโรงเรียนเสียเดี๋ยวจะสายแล้วบอกเส็งให้ไปตามภูผาหน่อย ป่านนี้จะไปอยู่ไหนก็ไม่รู้

“เดือน! ลื้อก็เป็นไปกับเขาอีกคนเหรอ ขอสั่งไว้เลยนะ ห้ามพูดถึงมันอีก!”

เมื่อเวหาไปถึงโรงเรียนเจอทอรักที่กำลังโต้เถียงกับสร้อย ถามสร้อยว่าคิดว่ามาทำร้ายน้องตนแล้วตนจะยอมหรือ สร้อยลอยหน้าท้าว่า “ไม่ยอมก็อย่ายอม แค่อยากให้รู้ไว้ว่า ฉันเกลียดแก!”

“บังเอิญจัง ฉันก็เกลียดแกอยู่เหมือนกัน...ไปเถอะเวหา” ทอรักสวนแล้วเดินนำไปเลย เวหาเดินตามบอกว่าถ้าสร้อยทำอะไรอีกให้บอกตน ตนจะจัดการให้ “ขอบใจนะเวหา...ฉันเข้าเรียนก่อนนะ”

พอถึงกลางวันจะพักเที่ยง อาม่าก็กระเดียดกระจาดขนมไปชะเง้อแถวหน้าโรงเรียนวัดที่ภูผาเรียนอยู่ พอดีเจอต้อยติ่งหิ้วปิ่นโตมาให้สมคิดเพราะเขาลืมเอามา อาม่าถามต้อยติ่งว่าเรียนที่นี่หรือ พอรู้ว่าหิ้วปิ่นโตมาส่งพี่ที่เรียนที่นี่ อาม่าขอเข้าไปหาหลานด้วย พอต้อยติ่งรู้ว่าหลานอาม่าชื่อภูผาก็บอกว่าตนรู้จัก เดี๋ยวพาไป

พออาม่าเจอภูผา ภูผาถามว่าอาม่ามาทำไม อาม่าบอกว่ามาตามกลับบ้าน บอกว่าไม่ต้องกลัวป๊าเดี๋ยวอาม่าจัดการให้เอง ภูผาบอกว่าตนยังไม่อยากกลับอยู่บ้านเพื่อนก็สบายดี อาม่าไม่อยากให้รบกวนเพื่อนและเป็นห่วงว่าจะเอาเงินที่ไหนใช้

ภูผาบอกว่าเย็นนี้จะไปทำงานกับพ่อสมคิดก็คงพอมีใช้ พอรู้ว่าพ่อของสมคิดเป็นกรรมกรก่อสร้าง อาม่าก็กลัวว่าภูผาจะทำไม่ไหว แต่เมื่อภูผายืนยันว่าอย่าให้ตนกลับไปตอนนี้เลย อาม่าบอกว่าตามใจ สบายใจเมื่อไหร่ ค่อยกลับก็ได้ อาม่ารออยู่ แล้วเอาขนมในกระจาดทั้งหมดให้ภูผาแจกเพื่อนๆกินกัน

ooooooo

เพราะเป็นห่วงภูผา เย็นวันนี้ทอรุ้งแวะไปสั่งเต้าส่วนที่ร้านโชคดี ตกใจอุทานเมื่อรู้ว่าภูผาถูกไล่ออกจากบ้าน เส็งได้ยินถามว่าหนูนี่เองที่มาบอกว่าภูผาติดคุกใช่ไหม ทอรุ้งบอกว่าตนเป็นเพื่อนภูผา

เส็งถามว่าภูผาไปหลอกอะไรหรือเปล่า บอกว่าตนไล่มันออกไปแล้วถ้ามันไปทำอะไรไม่ดีตนไม่รับผิดชอบ ทอรุ้งบอกว่าภูผาไม่ได้ทำอะไร ถามว่าพอรู้ไหมว่าตอนนี้ภูผาอยู่ไหน

“จะไปรู้มันเรอะ ช่างหัวมันปะไร” เส็งตัดบทเสียงกระด้างแล้วไม่สนใจอีกเลย

เย็นนี้ภูผาตามพ่อของสมคิดไปทำงานก่อสร้าง แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจตัวเอง

สมคิดมานั่งปาดเหงื่อถามว่า “อยากได้เงินเขาก็ต้องเอาเหงื่อแลกมาใช่ไหมวะ” ภูผาบอกว่าก็คิดได้นี่แล้วไปเข้าบ่อนทำไม “ก็เพิ่งคิดได้หลังโดนกระทืบนี่แหละ”

สมคิดตอบขำๆ ภูผาหัวเราะทั้งขำทั้งดีใจที่เพื่อนคิดได้

ทำงานเสร็จขณะเดินกลับบ้าน สมคิดบอกว่าพรุ่งนี้พ่อจะพาไปตัดหญ้าเพราะรับงานไว้

รุ่งขึ้นพ่อพาไปตัดหญ้าที่บ้าน “พิทักษ์กิจ”

ไม่มีใครรู้ว่าเป็นบ้านใคร จนกระทั่งสมคิดไปตัดหญ้าเจอเวหากำลังนั่งติวกับทอรักที่โต๊ะสนาม

ดารกามาเจอเวหาติวให้ทอรักอยู่ก็ชมว่าน่ารักมากถ้ามีเวลาก็ช่วยติวให้ทอรุ้งด้วย ดึงๆมาหน่อย ตนเป็นห่วงเรื่องคบเพื่อน

สมคิดไปตัดหญ้าใกล้ๆโต๊ะที่ทอรักกับเวหา

นั่งติวกันอยู่ ทอรักไล่อย่างรังเกียจให้ไปตัดไกลๆ สมคิดบอกว่าตรงนี้หญ้ามันยาว ทอรักโพล่งไปว่า “แต่ฉันรังเกียจ” สมคิดบ่นว่า “หน้าตาก็ดี...แต่นิสัย...”

“พูดจาให้มันดีๆนะ เป็นแค่คนตัดหญ้าอย่ามาลามปาม อยากโดนไล่กลับรึไง” เวหาปราม

ภูผาได้ยินเสียงโต้เถียงกันจึงเดินเข้ามาถามสมคิดว่ามีอะไร เวหาเห็นภูผาถึงกับอึ้งทำหน้าไม่ถูก ทอรักมองสมคิดกับภูผาจำได้ว่าคือคนที่ทอรุ้งพาไปที่คลินิกป้าหมอ ชื่อนายภูผา ตวาดถาม


“กล้ามาตามตื๊อน้องสาวฉันถึงบ้านเลยเหรอ!”

“นี่บ้านรุ้งเหรอ” ภูผางงๆ เวหาตัดบทบอกให้พาเพื่อนไปตัดหญ้าไกลๆ ตรงนี้เขาจะอ่านหนังสือกัน แอบบุ้ยใบ้ให้ภูผารีบไป ภูผาจึงลากสมคิดไป ทอรักลุกตามไปบอกเวหาว่า “เดี๋ยวรักมานะ”

เวหาจึงลุกตามไปเรียกภูผาแยกมาคุย กำชับเครียดว่า

“อย่าให้ใครรู้นะว่านายเป็นน้องฉัน” ภูผาถามว่าทำไม “ก็ดูสารรูปนายสิ รีบกลับไปได้แล้ว” มองเลิ่กลั่ก กลัวใครเห็น ปรามภูผาว่า “ฉันไม่รู้ว่านายรู้จักกับทอรุ้งได้ยังไง แต่นายควรจะเจียมตัวเอาไว้ เด็กเหลือขออย่างนายไม่ควรมายุ่งกับรุ้ง”

“ต้องเด็กดีอย่างนายใช่ไหมถึงจะยุ่งได้”

“ฉันไม่อยากมีเรื่องกับแกที่นี่ กลับไปซะ” ภูผาถามว่าทำไม อายที่มีน้องอย่างตนรึไง “ไอ้ภูผา!” เวหาคำรามเบาๆ กลัวใครได้ยิน พลันก็ได้ยินเสียงร้องทักอย่างดีใจ

“ภูผา”

ทั้งสองหันไปเห็นทอรุ้งยืนยิ้มดีใจอยู่!

ooooooo

ทอรักให้แม่บ้านไปดูทอรุ้งที่ห้อง แม่บ้านรายงานว่าคุณหนูไม่อยู่ห้อง ทอรักบอกให้ไปหาให้เจอ ตัวเองก็นั่งหนักใจว่าจะเอาไงดีเพราะแม่สั่งไว้ให้ดูแลน้อง

ที่สนาม...ทอรุ้งยืนมองภูผาถามอย่างตื่นเต้นว่ามาได้ยังไง เวหาอึดอัดทำหน้าไม่ถูกกลัวทอรุ้งรู้ว่าภูผาเป็นน้อง จึงเร่งทอรุ้งให้เข้าบ้านดีกว่าเดี๋ยวคุณแม่จะว่าเอา พวกนี้ตัดหญ้าเสร็จแล้วกำลังจะกลับ แอบใช้สายตาบีบคั้นภูผาพูดเบาๆ

“จำที่ฉันสั่งให้ดีนะ” ทอรุ้งได้ยินแว่วๆถามว่าสั่งอะไร “สั่งว่าเวลามาทำงานให้มารยาทดีๆหน่อย”

ภูผาหน่ายพี่ชายเลยตัดปัญหาเดินออกไป ทอรุ้งตามไปคว้าแขนแต่ไม่ทัน เวหาใจคอไม่ดีกลัวความแตก

ทอรุ้งตามไปทันภูผาที่พยายามเดินหนี บอกว่าตนรู้เรื่องที่เขาถูกไล่ออกจากบ้านแล้ว ถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนและยังไปเรียนหนังสือหรือเปล่า เผื่อมีอะไรตนจะช่วยได้บ้าง

ภูผาบอกว่าอยู่บ้านสมคิดและยังไปโรงเรียน

ทอรุ้งยิ้มออกสบายใจที่เขามีที่อยู่และดีใจที่เขายังไปเรียนหนังสือ ภูผาเห็นทอรุ้งยิ้มก็พลอยยิ้มไปด้วย ทอรุ้งถามว่ายิ้มอะไร ภูผาบอกว่ายิ้มดีใจที่มีคนเป็นห่วง

ขณะทั้งสองกำลังมีความรู้สึกดีๆต่อกันนั้น ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงตวาดเรียกของดารกา

“ยัยรุ้ง!!”


ทั้งสองถูกเรียกไปที่ห้องโถงบ้าน ดารกาไปนั่งที่โซฟาเรียกทอรุ้งให้ไปนั่งข้างๆ ส่วนภูผายืนห่างๆก็ถูกตวาดถามว่าจะยืนค้ำหัวฉันอยู่อีกนานไหม ภูผารู้ว่ากำลังถูกดูถูกเลยนั่งกับพื้น ทอรุ้งเรียกแม่จะท้วงติงก็ถูกสั่งให้เงียบ ทอรุ้งจึงลุกไปนั่งกับพื้นข้างภูผา

“ทำอะไรยัยรุ้ง!!”

“ก็เพื่อนรุ้งนั่งพื้น รุ้งก็นั่งเป็นเพื่อนไงคะ”

“ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” ดารกาลุกไปดึงทอรุ้งมานั่งข้างตน แล้วถามภูผา “เธอควรรู้นะ ว่าเธออยู่ในสถานะไหน คิดยังไงกล้ามาเป็นเพื่อนกับลูกสาวฉัน”

ทอรุ้งพยายามบอกแม่ว่าภูผาเป็นคนดี เขาช่วยตน ดารกาย้อนถามว่าถ้าเป็นคนดีแล้วต้องคบหา ถ้าเจอขอทานดีๆไม่ต้องคบเป็นเพื่อนเหรอ ภูผาสวนทันควันว่า “ผมไม่ใช่ขอทาน”

ดารกายิ้ม ควักเงินออกมาวางให้บอกว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยยัยรุ้ง ภูผามองหน้าทอรุ้ง ย้ำว่า

“ผมบอกแล้วว่าผมไม่ใช่ขอทาน” พลางดันเงินคืนให้ “เก็บเงินของคุณไว้เถอะ มันไม่มีค่ากับผม”

“จนแล้วไม่รู้จักเจียม อย่ามาหยิ่งจองหองใส่ฉัน” ดารกาลุกยืนพูดเฉียบขาด “เอาเงินนี่ไปแล้วอย่ามายุ่งกับลูกสาวฉันอีก” ภูผามองหน้าก็พาลด่า “กล้าจ้องหน้าฉันเหรอ เนี่ยเหรอเพื่อนแกที่บอกว่านิสัยดี ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”

ทอรุ้งตกใจกับท่าทีแข็งกระด้างของแม่ ภูผาพยายามข่มความรู้สึก แต่ข้างนอกทอรักกับเวหาแอบดูอยู่

ooooooo

เย็นวันต่อมาขณะสมคิดกับภูผาเดินผ่านตลาดจะกลับบ้าน สมคิดบอกว่าเราทำงานก่อสร้างสบายใจกว่าเยอะ ตัดหญ้าบ้านยัยคุณนายนั่นถูกจ้องอย่างกับเราจะไปขโมยของ

ทันใดนั้นทั้งสองก็หยุดกึกเมื่อถูกพวกเชิดมา

ขวางหน้า สมคิดถามว่าพวกแกจะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน ซ้อมตนจนน่วมยังไม่พอใจ จะเอากันให้ตายเลยรึไง

เชิดมองภูผาถามว่าชื่อภูผาใช่ไหม อยากทำงานด้วยกันไหม เพราะตอนนี้ที่บ่อนขาดคน ตนเห็นภูผาใจสู้และหน่วยก้านดีน่าจะฝึกได้ไม่ยาก ภูผาตอบทันทีว่า

“ผมไม่สนใจ” เชิดบอกให้ไปคิดดูก่อน เอาเงิน

มาล่อว่าให้วันละ 20 บาท “เท่าไหร่ผมก็ไม่เอา”

สันต์หมั่นไส้ด่าว่าจองหอง เชิดบอกว่า “อย่างนี้แหละกูชอบ”

พอแยกมา สมคิดบอกภูผาว่าลองคิดดูเงินดีนะ งานก็ไม่หนัก ไม่ต้องทนให้ใครมาดูถูก ภูผาบอกว่าตนไม่อยากให้อาม่าเสียใจ สมคิดลุ้นว่าก็อย่าบอกให้แกรู้สิ ภูผาไม่ฟังเดินหนีไปเลย สมคิดวิ่งตามไปอยากลุ้นอีก


แต่พอไปถึงบ้านเห็นคนมุงกันหลายคน สมคิดนึกว่าเปิดบ่อนในบ้าน ที่แท้พ่อเป็นลมตกจากนั่งร้านยังไม่ได้สติ สมคิดถามว่าทำไมไม่พาไปโรงพยาบาล บุญถามว่าจะเอาเงินที่ไหนเพราะหัวหน้าคนงานเชิดเงินไปหมดแล้ว ศรีพี่สาวของสมคิดบ่นว่า

“ถ้าเมื่อเช้าพ่อไม่ต้องแบ่งข้าวให้เพื่อนแกกิน พ่อก็คงไม่เป็นลมหรอก”

ภูผารู้สึกผิด...เสียใจมาก เย็นนี้จึงไปขอให้อาม่าทำขนมให้ ตนจะเอาไปขายเพราะต้องการใช้เงินเอาไปช่วยเพื่อน พ่อเพื่อนไม่สบาย อาม่ารับปากทันที ภูผาบอกว่าเอาเยอะๆนะอาม่า

เย็นวันต่อมาภูผาเอากระจาดขนมเทินหัวไปเดินขายที่ตลาด ทอรุ้งเข้ามาขอซื้อเพื่อจะคุยด้วย ภูผาบอกให้หลีกไปไม่ขาย ทอรุ้งจึงเอาเงินให้เด็กๆไปซื้อจนขนมหมดกระจาด ทอรุ้งแอบดูเห็นภูผานับเงินเก็บใส่ถุงผ้าแดงอย่างมีความสุข ทอรุ้งพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย

อาการของพ่อสมคิดไม่ดีขึ้น ศรีบอกว่าหมอบอกต้องผ่าตัดต้องใช้เงินมากอยู่อาจเป็นพัน สมคิดหนักใจว่าเราจะทำยังไงดี ศรีเปรยว่าใครๆเขาลือกันว่าเพื่อนแกเป็นตัวซวย แต่พ่อไม่เชื่อ แล้วเป็นไง

“พี่พูดอย่างนี้ได้ไง ภูผามันก็หาเงินมาช่วยทุกวัน”

“แล้วมันพอไหมล่ะ แกต้องให้พ่อตายก่อนใช่ไหมถึงจะสำนึก นอนพะงาบๆอย่างนี้คงอีกไม่กี่วันหรอก”

ภูผาฟังแล้วไม่สบายใจ สมคิดหันมาเห็นบอกภูผาว่า “อย่าคิดมากนะ ไม่เกี่ยวกับแกหรอก”

แต่ภูผาคิดหนัก ในที่สุดเขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

รุ่งขึ้นจึงไปหาเชิด รับที่จะทำงานแต่มีข้อแม้คือ

“ข้อแรก ผมมาทำแค่ชั่วคราว ถ้าเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งผมก็จะเลิก ข้อสอง ต้องรับเพื่อนผมด้วย”

เชิดบอกว่าไม่มีปัญหา ภูผาจึงตกลงทำงาน เชิดพาไปหานายทันที

นายของเชิดคือเจ๊จู พอเจ๊จูเห็นภูผาก็ร้อง “เฮีย!” บอกว่าภูผาหน้าเหมือนผัวที่ตายไป เชื่อว่าภูผาคือ

เฮียกลับชาติมาเกิดแน่ๆ เพราะตอนหนุ่มๆเฮียหน้าตาอย่างนี้เลย เจ๊จูตกลงรับภูผาทันที บอกว่า

“ได้อยู่ใกล้ลื้อก็เหมือนได้อยู่ใกล้เฮีย ไอ้เชิด

เดี๋ยวพาภูผาไปกินข้าว เสร็จแล้วพามาหาเจ๊”

เจ๊จูลูบไล้ใบหน้าภูผาอย่างหลงใหลจนสมคิด

เห็นแล้วสยองแทน...

ooooooo

ฝ่ายสร้อยที่หมั่นไส้ทอรักและหึงหวงเวหา วันนี้ขณะที่ชั้น มศ.5 ห้อง ข.กำลังอ่านขุนช้างขุนแผนพร้อมกัน สร้อยก็วิ่งเข้าไปจิกหัวทอรัก ทอรักจิกสู้ พอดีครูเข้ามาสั่งนักเรียนให้ไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน


เมื่อเรียกคู่กรณีไปที่ห้องพักครู สร้อยบอกว่าทำร้ายทอรักเพราะทอรักแย่งเวหาจากตน ครูจึงเรียกเวหาไปถามต่อหน้าดารกาที่เป็นผู้ปกครองทอรัก เวหาบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรกับสร้อย ดารกาถามว่าแล้วเป็นอะไรกับทอรัก เวหาอึกอักมองหน้าทอรักแล้วบอกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน

“เป็นแค่เพื่อนก็ดีแล้ว อย่าเพิ่งคิดเรื่องความรักเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ”

เวหารับคำ ถามว่าแล้วสร้อยล่ะ ดารกาบอกว่า “ฉันให้ ผอ.ไล่ออกแล้ว” เวหาฟังแล้วหนาว...

ooooooo

เมื่อภูผากับสมคิดไปกินข้าวที่หลังบ่อนท่ามกลางพวกนักเลงคุมบ่อน สันต์เอาข้าวที่เหลือในจานกับเศษก้าง กระดูกไปเทใส่กะละมังบอกว่าลืมไปว่าวันนี้มีหมามาเพิ่มสองตัว แล้วทำเสียงเรียกหมามากิน

ภูผากับสมคิดพยายามอดกลั้น ภูผาชวนสมคิดออกไปกินข้างนอกกัน สันต์บอกว่าไม่ได้ อยู่ที่นี่ต้องกินที่นี่ แล้วสั่งพรรคพวกให้ไปลากทั้งสองมาให้กินเศษอาหารในกะละมังที่ใครต่อใครเอาไปเทใส่

ภูผาโต้ว่าตนมาทำงานไม่ได้มาเป็นหมาให้ใครรังแก ก็ถูกสันต์สั่งพรรคพวกให้สั่งสอนรุมตีภูผา สมคิดเห็นภูผาถูกยำก็ถอยกรูด แต่ทนเห็นภูผาถูกยำไม่ได้ ร้องบอกให้พอ แล้วตัวเองก็ไปกินเศษอาหารในกะละมัง สันต์จะให้ภูผากินด้วย แต่พอดีลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกภูผาว่าเจ๊ให้มาตามไปกินข้าวกับเจ๊ที่ห้อง

พวกนักเลงมองหน้ากันอึ้งอย่างไม่เชื่อหู ภูผาเดินไปจับสมคิดบอกให้ไปด้วยกัน สมคิดบอกให้ภูผาไปเถอะ ตนกินตรงนี้ได้ เชิดบอกภูผาว่า “รีบไปเถอะ

ไอ้ภูผา อย่าให้เจ๊รอนาน กูอยู่นี่ เพื่อนมึงไม่เป็นไรหรอก” แล้วบอกลูกน้องว่า “พอแล้วพวกมึง รับน้องซะแรงเชียว หาข้าวให้มันกินหน่อย”

ขณะเจ๊จูกินข้าวกับภูผาอย่างมีความสุขบอกว่าอยู่กับเจ๊ไปนานๆทำให้เจ๊หายคิดถึงเฮียไปได้เยอะนั้น สันต์ก็เข้ามารายงานว่ามีคนโกงอีกแล้ว เจ๊จูจึงให้ภูผาไปเรียนรู้งานจากพวกพี่ๆ

คนโกงที่ถูกจับได้คือลุงแดงเพื่อนบ้านที่เห็นภูผามาตั้งแต่เด็กนั่นเอง! ลุงแดงอ้อนวอนภูผาอย่าทำอะไรลุงเลย ช่วยลุงสักครั้งเถิด ลุงต้องการมาหาเงินไปรักษาป้าที่กำลังไม่สบาย ภูผารับปากว่าได้ แต่ลุงต้องสัญญาว่าจะไม่มาเข้าบ่อนอีก ลุงแดงสัญญา ภูผาจึงปล่อยลุงแดงไป


เชิดให้ภูผาไปตามจับลุงแดง ภูผาขอร้องให้ปล่อยลุงแดงไปสักครั้งเถิด เชิดบอกว่าปล่อยแน่แต่มันต้องหลาบจำ แล้วให้ลูกน้องไปตามจับลุงแดงมาลงโทษตามกฎคือกระทืบ ลุงแดงขอร้องภูผาอย่าทำลุงเลยเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เชิดเลยสั่งให้ภูผากระทืบ ภูผาไม่อยากทำ สมคิดบอกเชิดว่าผมเอง แต่เชิดสั่งภูผาว่า

“ไหนมึงบอกว่ามึงมาทำงานไง หรืออยากให้กูทำให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน”

เชิดกระชากคอเสื้อสมคิดมาต่อย ถามภูผาว่าอย่างนี้ทำได้ไหม ต่อยสมคิดซ้ำๆจนภูผาบอกให้พอแล้วเดินเข้าหาลุงแดง ลุงแดงไหว้ปลกๆกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกภูผาต่อยเปรี้ยงหน้าหงายแล้วหยุด สันต์ถามว่าหยุดทำไม หรือจะให้ตนกระทืบแทน ภูผาจำต้องรัวหมัดใส่ลุงแดงจนทั้งเชิดและสันต์พอใจ

ตกเย็นเจ๊ฟังรายงานจากเชิดกับสันต์แล้วชมว่าวันนี้พวกเธอทำงานดีมาก เรียกภูผาเข้าใกล้บอกว่า

ทำงานที่นี่จะใจดีไม่ได้ ต้องเด็ดขาด ดุดัน พวกมันถึงจะกลัว ย้ำว่า

“จำไว้นะภูผาใครทำผิดกฎก็ต้องมีการลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่รู้จัก จะเป็นคนนอกหรือคนในและยิ่งถ้าคนไหนผิดซ้ำซาก จำเป็นต้องเก็บ...ก็ต้องเก็บ”

เจ๊เอาเงินให้ไปแบ่งกับสมคิด บอกว่าพรุ่งนี้ให้มาแต่เช้าจะให้คนสอนหมัดมวยและการใช้ปืนให้

สมคิดได้รับแบ่งเงินก็นับแล้วนับอีกบอกภูผาว่าได้จับเงินเยอะๆขอนับให้ชื่นใจหน่อย

“เงินที่ได้จากการทำร้ายคนมันน่าชื่นใจนักเหรอวะ”

สมคิดตะแบงว่ามันเป็นงานอย่าคิดมาก เราทำตามหน้าที่ แต่รู้ตัวเองดีว่าเราไม่ใช่คนใจร้าย

ตกเย็นภูผาไปเจอลุงแดงที่หน้าตาปูดบวมนั่งหลบคนที่ตลาด เขาตรงเข้าไปขอโทษลุงแดง ลุงแดงต่อว่าที่ต่อยตนขนาดนี้ ย้ำว่า “นี่ลุงนะเว้ย” สมคิดตามมาบอกลุงแดงว่า

“ถ้าให้ไอ้สันต์มันกระทืบ ลุงตายคาตีนไปแล้ว ถือว่าภูผามันช่วยลุงแล้วนะ”

ภูผาเอาเงินที่ได้จากเจ๊จูให้ลุงแดงไปซื้อยาแล้ววันหลังไม่ต้องมาเข้าบ่อนอีก ตนไม่อยากเห็นลุงเจ็บตัว ขอร้องลุงอย่าบอกที่บ้านว่าตนไปทำงานบ่อน ลุงแดงมองอย่างชั่งใจว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดี?

การหายเงียบไปของภูผาทำให้อาม่าเป็นห่วงมากเที่ยวถามคนที่ตลาดว่าเห็นภูผาบ้างไหม ทุกคนบอกว่าไม่เห็นเลย คืนนี้อาม่านั่งเศร้าที่หน้าร้านจนเดือน


ถามว่าทำไมมานั่งตากยุงอยู่ อาม่าถามว่าเดือนเป็นแม่ไม่คิดห่วงภูผาบ้างหรือ เดือนบอกว่าภูผาไม่รักดีเอง

อาม่าว่า “ถ้าลื้อคิดอย่างนี้อั๊วก็ไม่มีอะไรจะคุยกับลื้อแล้ว”

“อั๊วจะทำอะไรล่ะม้า คิดว่าอั๊วสบายใจนักเหรอที่ลูกอั๊วไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ แต่บางทีการที่มันไปอาจจะเจ็บตัวและเสียใจน้อยกว่าที่มันอยู่ที่นี่ก็ได้ อั๊วคิดอย่างนี้คงไม่ผิดใช่ไหมม้า”

อาม่าฟังแล้วอึ้ง มองตามเดือนที่ลุกเดินไปก่อนน้ำตาจะร่วงอย่างเข้าใจและสงสาร...

ooooooo

เมื่อจันแม่ของสมคิดรู้ว่าลูกไปทำงานที่บ่อนก็เป็นห่วงถามว่ามันจะดีหรือ สมคิดถามว่ามันทำให้เรามีข้าวกินเยอะกว่าแต่ก่อนแม่ว่าดีไหมล่ะ ศรีปรามว่าอย่าให้เดือดร้อนมาถึงบ้านก็แล้วกัน ยิ่งตอนนี้มี

พี่บุญทำงานคนเดียวด้วย

“ไม่ต้องกลัวหรอกพี่ศรี ถ้าเราถูกจับเราก็มีตังค์ประกันตัวเอง อ้อ แล้วข้าวที่พี่กินอยู่ก็เงินภูผามันส่วนนึงนะ เลิกแขวะมันได้แล้ว”

สายวันนี้ลุงแดงไปที่ร้านโชคดีสั่งเส็งว่าเหมือนเดิม เส็งทักว่าวันนี้ทำไมมาสาย พอเห็นหน้าเต็มตาก็ถามว่าไปโดนอะไรมา ความเลยแตกว่าโดนนักเลงที่บ่อนชก เส็งถามว่ายังไม่เลิกเล่นถั่วเล่นโปอีกเหรอเดี๋ยวก็หมดตัวหรอก ลุงแดงย้อนว่าอย่าทำมาสอนคนอื่นเลย นังเดือนก็เล่นหวยเหมือนกันแหละ

เดือนบอกว่าตนเล่นแค่นิดหน่อย เส็งอวดว่า

สามวันก่อนก็ถูกหวย ตั้งแต่ไอ้ตัวซวยไม่อยู่ตนโชคดีขึ้นเยอะ ลุงแดงเลยเล่าว่าวันก่อนตนเล่นเสียแถมโดนจับได้ต้องเป็นเพราะไอ้ภูผาตัวซวยแน่ๆเลย ความเลยแตกว่าภูผาไปทำงานที่บ่อน และที่หน้าตาลุงแดงเจ่อช้ำแบบนี้ก็เพราะโดนภูผาชกนั่นแหละ

เดือนตกใจกลุ้มใจมากเมื่อรู้จากลุงแดงว่าภูผาไปทำงานที่บ่อน ส่วนเส็งโกรธจนหน้าแดงก่ำ

รุ่งขึ้นภูผากับสมคิดไปฝึกมวยและยิงปืนตามคำสั่งเจ๊จู เจ๊จูไปดูชมภูผาว่าหัวดีใช้ได้ แต่สมคิดให้ไปเป็นเด็กวิ่งซื้อกาแฟเพราะไม่เอาไหน ภูผาบอกว่าตนแค่มาคุมบ่อนไม่อยากจะยิงใคร เจ๊บอกว่าแค่ซ้อมไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้อย่างน้อยก็ป้องกันตัว เชิดในฐานะครูสอนตอกย้ำว่า

“จำไว้ไอ้ภูผา มีปืนไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าชักปืนขึ้นมาแล้วต้องยิง มึงต้องยิง เพราะถ้าไม่ยิงมึงก็ถูกเขายิงตาย มันเป็นกฎของนักเลง แล้วเวลาปืนอยู่ในมือ มึงต้องจับให้แน่นอย่าให้หลุด อะ...เอาไป”

 พอเชิดเอาปืนใส่มือภูผา สันต์ก็มารายงานว่าผู้กองอาละวาดอีกแล้ว เจ๊บ่นปวดหัว บอกภูผาไปกับเจ๊

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 2 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 22 ม.ค. 2562 09:35 2019-01-24T02:46:56+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ