ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สลาลิ

กำกับการแสดงโดย: ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส

ผลิตโดย: บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย

ในอดีต...เส็งหรือศักดิ์สิทธิ์กับเดือนมีลูกชายคนแรกชื่อเวหาอายุได้สองขวบ ครอบครัวมีอาม่าสุ่ย อยู่ด้วยช่วยดูแล และวันนี้เดือนก็คลอดลูกชายอีกคน ทั้งสองตั้งชื่อให้ว่าภูผา

แต่ในวันที่เดือนคลอดภูผาเกิดไฟไหม้บ้านจนต้องหนีไฟกันแทบเอาชีวิตไม่รอด เส็งอุ้มภูผาออกมาส่งให้เวหาเฝ้าน้องแล้ววิ่งกลับไปอุ้มเดือนที่เพิ่งคลอดลูกวิ่งทะลุไฟออกมาในสภาพหมดสติ

5 ปีผ่านไป...เส็งไปอยู่บ้านใหม่เปิดเป็นร้านขายกาแฟและขนมหวาน ตั้งชื่อเอาเคล็ดว่าร้าน “โชคดี”

วันนี้ขณะเส็งเก็บของปิดร้าน ลุงแดงมาซื้อของเห็นภูผานั่งเล่นอยู่ก็ทัก

“ไอ้ภูผา เอ็งรีบโตมาช่วยพ่อกับแม่เอ็งทำงานเลยนะ คนเขาจะได้เลิกลือว่าเอ็งน่ะเป็นตัวซวย เกิดมา บ้านก็ไฟไหม้ ไม่เบาแต่เกิดเลยนะเอ็งเนี่ย”

เส็งหยิบของมาขายได้ยินก็มองหน้าลุงแดง ลุงแดงจ่ายเงินรับของแล้วรีบออกไป เดือนเห็นสีหน้าเส็งก็เรียกอย่างไม่สบายใจ “พี่เส็ง...”

“ไม่เกี่ยวกับมันหรอก” เส็งบอก เดือนเปรยว่าตั้งแต่มีมัน ตนก็ไม่เคยถูกหวยอีกเลยนะ “นี่ลูกเอ็งนะอีเดือน” เส็งปรามจนเดือนหน้าจ๋อยเงียบไป อาม่าทำงานอยู่ข้างหลังเดือนลุกขึ้นตบปากเดือนเบาๆ ปรามสำทับ

คืนนี้...เดือนกับเส็งเข้านอนแล้ว อาม่ากำลังอาบน้ำ เวหานั่งอ่านหนังสืออยู่ และภูผานั่งเล่นบนลังไม้อยู่ข้างๆ ด้วยความซนประสาเด็กภูผาลุกขึ้นปีนป่ายชนตะเกียงล้มน้ำมันหกไฟลุก เวหาเห็นไฟไหม้ก็ร้องตะโกนบอกพ่อกับแม่

เส็ง เดือน และอาม่าวิ่งมาช่วยกันดับไฟ แม้จะตกใจเหน็ดเหนื่อยกันแทบขาดใจ แต่ก็สามารถดับไฟได้

“ใคร ใครเป็นคนทำไฟไหม้บ้าน อาม่าเหรอ!” เส็งถามหน้าถมึงทึง อาม่าสายหน้าดิก เส็งมองหน้าเวหา เวหาตกใจกลัวชี้ไปที่ภูผา ภูผาทำหน้าบ้องแบ๊ว เส็งมองภูผาขวับ อาม่ารีบปัดมือเวหาที่ชี้ภูผา

“ไอ้ภูผา!!!”

จากนั้นเสียงร้องห้ามจับทึ้งกันก็โวยวายขึ้นแข่งกับเสียงตะโกนของเส็งที่กำลังโกรธจัด

“ปล่อยกู กูจะตีมันให้ตาย”

เสียงเด็กร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

วันนี้เป็นวันอาทิตย์...เวหาโตเป็นหนุ่มหล่อและเรียนเก่งจนเป็นที่กล่าวขวัญของคนละแวกบ้าน เป็นที่ภูมิใจของพ่อแม่ เวหากำลังเรียนชั้น ม.8 สอบได้ที่ 1 ทุกเทอม วันนี้กำลังจะไปเรียนพิเศษ

แม่จะจัดปิ่นโตให้ เวหาไม่เอาอายเพื่อนที่หิ้วปิ่นโตไป พ่อจึงให้เงินไปแทน เวหาอวยพรให้พ่อขายดี แล้วออกไป

“แล้วนี่ภูผามันออกไปขายไอติมรึยังล่ะพี่เส็ง”

“พูดถึงมันทำไม!! เดี๋ยวก็ได้ซวยกันทั้งวัน!” เส็งปราม

เส็งพูดไม่ทันขาดคำ ความซวยก็มาทันที เมื่อเชิดหัวหน้านักเลงคุมบ่อนกับสันต์และดำลูกน้องสองคนมาตะโกนอยู่หน้าร้าน

“ไอ้ชัย!! มึงกล้ามากที่มายุ่งกับเด็กของเฮียหมง”

ชัยที่กินกาแฟอยู่ในร้านกับเพื่อนมองหน้ากัน พลันชัยก็ถูกลูกน้องเชิดเข้าไปกระชากโยนออกไปนอกร้าน เส็งเห็นความหายนะก็ขอร้อง อ้อนวอน อย่ามีเรื่องกันในร้านเลย เชิดตวาดว่ามึงไม่เกี่ยวแล้วไล่เพื่อนชัยให้ออกไปนอกร้าน สั่งลูกน้อง “เอาตัวมันไปให้เฮีย”

ชัยเอาขวดในมือฟาดหัวดำจนขวดแตกกระจาย แต่ดำไม่สะดุ้งสะเทือน เพื่อนชัยก็ถีบสันต์กระเด็นสองฝ่ายเลยตะลุมบอนกัน ลูกค้าในร้านหนีกระเจิง ข้าวของแตกกระจาย เส็งกับเดือนได้แต่ตะโกนห้าม ชัยกับเพื่อนสู้ไม่ได้วิ่งหนีไป เชิด สันต์ และดำกวดตามทันที

ชัยกับเพื่อนวิ่งไปในซอยแคบๆ พ่อค้าแม่ขายบ้างวางของขายแบกะดิน บ้างวางหน้าร้าน ข้าวของถูกลุยจนเละ เสียงเอะอะโวยวายทำให้ภูผาที่เดินขายไอติมอยู่หันมอง

เชิด สันต์และดำไล่ทันพวกชัยเลยถูกรุมยำ กระทืบไปท้าไป

“เก่งนักใช่ไหม! ลุกขึ้นมาเก่งอีกสิวะ!”

“พอแล้ว มึงจำไว้นะ อย่ามาซ่าในถิ่นกู” เชิดสำทับ สันต์ตะคอกว่าให้มันรู้ซะมั่งว่าพวกกูเป็นใคร ถ้ามีคราวหน้า ...มันทำท่ายิงปืนใส่ก่อนตามลูกพี่ไป ทิ้งให้ชัยกับเพื่อนนอนร้องโอดโอยกันที่ข้างถนน

ภูผาตามมาเห็นการตะลุมบอนและพวกเชิดเดินกร่างกันไป ก็สะพายกระติกไอติมวิ่งไปดัก เจอพวกชัยเดินมา ภูผาออกไปยืนสั่นกระดิ่งขายไอติม

“ไอติมไหมครับ...ไอติม แก้กระหายน้ำดีนะครับพี่”

เชิดกับพวกกำลังเหนื่อยและหิวน้ำสั่งเอามาสามแท่ง ภูผาถามเอารสอะไรดี นม โกโก้ ถั่วดำ เชิดสั่งถั่วดำ สันต์บอกเอาถั่วดำสามแท่ง พอภูผาจะหยิบให้ สันต์ถามว่า

“เดี๋ยว ถ้าได้ไม้แดงจะได้กินฟรีอีกแท่งใช่ไหม” ภูผาบอกใช่ครับ “งั้นมึงต้องหยิบให้ได้ไม้แดงนะ”

ภูผาบอกไม่ได้ครับ สันต์กระชากคอเสื้อถาม “ทำไมไม่ได้ กูจะเอาก็ต้องได้” ภูผาบอกว่าตนไม่รู้ว่าแท่งไหนไม้แดง เชิดตัดบทให้รีบหยิบมาเถอะ

พอภูผาหยิบให้คนละแท่ง ทุกคนกัดดูปลายไม้ว่าได้สีแดงหรือเปล่า พอเห็นไม้ไม่มีสี สันต์ก็ล้วงกระติกหยิบไอติมขึ้นมากัดปลายหาไม้แดง หยิบกัดสี่แท่งก็ยังไม่เจอไม้แดง มันตะคอกถามว่า ในนี้มีไม้แดงไหมเนี่ย พอภูผาบอกว่ามี มันส่งไอติมในมือให้ดำถือแล้วหยิบไอติมในกระติกกัดดู เป็นไม้ธรรมดาอีก!

“โว้ยยยย!!” สันต์สบถ เชิดบอกให้พอเถอะ “ไม่ได้ลูกพี่ ถ้าไม่ได้ไม้แดงฉันไม่ยอม” แล้วมันก็หยิบไอติมขึ้นมากัดที่หัวแท่งแล้วแท่งเล่า ไม่เจอไม้แดงมันก็ส่งให้ดำกิน ดำรับไปจนกระเดือกไม่ทัน พอหยิบอีกอันมันดีใจที่ได้ไม้แดง ยื่นไปอวดลูกพี่ แล้วสั่งภูผา 

“เอามาเลยฟรีหนึ่งแท่ง”

“ผมก็อยากให้พี่นะครับ...แต่ว่ามันหมดพอดีครับ วันหลังผมแถมให้แล้วกัน”

สันต์ไม่ยอม เชิดปรามว่ากะแค่ไอติมแท่งเดียวทำโวยวายไม่อายเขาหรือ ถามภูผาว่าเท่าไหร่ ภูผาบอกว่าแท่งละสลึง 10 แท่งก็ 2 บาท 50 เชิดสั่งไอ้สันต์จ่ายไป สันต์รับคำเสียงอ่อย ควักเงินจ่ายโดยดี

ภูผามานั่งพัก หยิบถุงผ้าหูรูดสีแดงมอๆขนาดเท่าฝ่ามือมีปักลายปลาคู่ออกจากกระเป๋ากางเกง เอาเหรียญรวมใส่ถุง เหรียญหนึ่งหลุดกลิ้งหลุนๆไป ภูผายัดถุงแดงใส่กระเป๋ากางเกงแต่ลืมรูดปิดปากถุง ไล่ตะครุบเหรียญที่กลิ้งไปเอาเป็นเอาตาย

“เกือบซวยแล้วไหมล่ะ”

ภูผาโล่งอกเมื่อตะครุบเหรียญไว้ได้ที่ปากท่อระบายน้ำพอดี รีบดึงถุงผ้าออกจากกระเป๋ากางเกง แต่ถุงไม่ได้รูดปิดปากถุง เหรียญจึงร่วงกราวลงท่อระบายน้ำเกลี้ยง!

“โว้ยยย...ซวยจนได้!!” ภูผาสบถหัวเสีย แล้วก้มส่องดูในท่อ...

ภูผาเห็นน้ำครำดำปี๋ในท่อ...แต่ในซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผากำลังก้าวสู่อีกมิติคือ...

“ฝากรักที่ปลายรุ้ง”

ooooooo

สายวันนี้ที่ตลาดสด อาม่าสุ่ยเดินหาซื้อผัก หยิบตะกร้าผักที่เหลือเลือกขึ้นมาถามแช่มว่านี่เท่าไหร่ แช่มมองแว่บเดียวบอก “สองหลึงแล้วกัน”

อาม่าต่อเหลือสลึงเดียวเพราะเป็นของเหลือเลือกแล้ว อาม่ายื่นตังค์ให้สลึงเดียว แช่มหยวนๆ แต่บ่นตามประสาว่า คิดราคาเอาเอง ทีหลังก็ไม่ต้องถามว่าเท่าไหร่ จะให้เท่าไหร่ก็แล้วแต่เลย

อาม่าพอใจที่ได้ราคาที่ต่อรอง เดินไม่ต่อปากต่อคำ ไปที่แผงขายผลไม้ของลำไยถามว่า องุ่นนี่ขายยังไง

ลำไยบอกว่าขีดละหกสลึง อาม่าถามว่าแล้วที่มีตำหนิล่ะ ลำไยบอกว่าไม่มี มีแต่ที่สวยๆสดๆ ขายราคาเต็ม

อาม่าทำหน้ารังเกียจว่าผลไม้ฝรั่งอั๊วไม่ชอบ แล้วจะเดินไป พอดีภูผาเดินยิ้มร่าเข้ามาบอก

“ป้าลำไย เอาองุ่นพวงนึง”

อาม่ารีบบอกว่าอย่าเอา ขีดละตั้งหกหลึง ภูผาบอกว่าวันนี้อั๊วรวยมาขอกินซักพวงน่าม่า อาม่าบอกว่ารวยก็เก็บไว้ทำอย่างอื่น แล้วลากให้กลับบ้าน อาม่ามองสภาพมอมแมมของภูผาถามว่าไปทำอะไรมา

“ไปงมเหรียญในท่อมา แต่วันนี้อั๊วโชคดี ขายไอติมได้ตั้งสามกระติกแน่ะ”

“ดีแล้ว ขยันทำมาหากินต่อไปเอ็งเรียนจบแล้วค้าขายเก่งๆ ชีวิตเอ็งจะได้ไม่ลำบาก อย่านอนตื่นสาย”

“อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” ภูผาพูดต่ออย่างจำแม่นเพราะอาม่าสอนทุกวัน

กลับร้านโชคดี ภูผากับอาม่าตกใจเมื่อเห็นเส็งกับเดือนกำลังเก็บร้านที่ถูกแก๊งอันธพาลทำลายป่นปี้

อาม่าถามว่าเกิดอะไรขึ้น เส็งพูดอย่างฝังใจว่า

“แค่เดือนมันเอ่ยชื่อไอ้ภูผา ความซวยก็เข้ามาเลย”

“ลื้อซี้ซั้วต่านาอาเส็ง” อาม่าไม่ชอบใจ ภูผาได้แต่ถอนใจเพราะเคยชินกับข้อกล่าวหานี้ เอาเงินยื่นให้ป๊าบอกว่าน่าจะพอค่าซ่อมเก้าอี้

เส็งจ้องหน้าภูผาแล้วมองเงินในมือ แต่ไม่ทัน จะทำอะไร มือของเต็กหลีก็ยื่นเข้ามาคว้าเงินไปบอกว่า

“ยังขาดอีก 10 บาท ลื้อค้างค่าน้ำตาลอั๊วมานาน แล้วนะอาเส็ง จ่ายมาซะดีๆ”

เส็งพยายามต่อรองขอเอาเงินไปซ่อมร้านก่อน

“พรุ่งนี้ลื้อต้องมาจ่ายให้อั๊ว ไม่งั้นอั๊วจะไม่ขายน้ำตาลให้ลื้อ ลื้อจะได้ขายกาแฟจืดๆ เมียลื้อก็จะได้ขายขนมจืดๆแน่”

พอเต็กหลีไป เส็งก็ด่าภูผา “ไอ้ตัวซวย มึงโง่ไม่เห็นไอ้เต็กหลีมันเดินเข้ามาเรอะถึงควักเงินออกมา แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมเก้าอี้ ฮะ!”

อาม่าพยายามปกป้องภูผา แต่เส็งก็ยังโทษว่าไม่ใช่เพราะมันหรือเราถึงต้องลำบากกันแบบนี้ มีแต่เอาความฉิบหายมาให้ อาม่าเลยเรียกภูผาให้ไปช่วยทำกับข้าวไปให้พ้นหน้าเส็งเสีย แต่เส็งก็ยังระบายอารมณ์ว่า

“กูน่าจะปล่อยให้มันตายในกองไฟตั้งแต่วันนั้นแล้ว”

เลยถูกอาม่าหันกลับปราดเข้าตบปากเส็ง เพียะ!!

ooooooo

เช้านี้...เวหาไปถึงโรงเรียนก็นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้คนเดียว พอเงยขึ้นก็สะดุดตานักเรียนสาวสวยที่กำลังนั่งแกะห่อของขวัญเล็กๆ เพียงแว่บเดียวที่เห็น เวหาก็หลงรักทันที

สาวสวยนั้นคือทอรัก เธอเป็นลูกสาวของคุณหญิงดารกากับคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาล เพื่อนหญิงพาเพื่อนชายที่ท่าทางเขินๆ เอาของขวัญวันเกิดมามอบให้ทอรัก ทอรักยิ้มหวานน่ารัก ทำให้ดูยิ่งน่าหลงใหล

“เวหา ติวหนังสือให้หน่อยได้ไหม” สร้อยกับเพื่อนเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ เห็นสายตาเวหามองอะไรอยู่ สร้อยมองตามไปเห็นทอรักหันมาสบตาเวหาพอดี เธอยิ้มเขินๆให้ สร้อยชักสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก

ที่บ้านพิทักษ์กิจ ดารกาแม่ของทอรักกำลังเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดที่ใส่ แต่งให้นวลฉวีเลขาของตนดู นวลฉวีชมว่าเข้ากันที่สุดเลย ดารกาสั่งให้นวลฉวีไปหยิบรองเท้าสีที่เข้ากับชุดมาให้ พลันก็ชะงักเมื่อเห็นทินราชเดินเข้ามา นวลฉวีรีบหลบไปอย่างรู้หน้าที่ ดารกาชักสีหน้าถามทันทีว่า

“ฉันว่าคุณเก็บของใช้ส่วนตัวคุณไปหมดแล้วนะ แล้วนี่กลับมาทำไม ลืมอะไรอีกเหรอ”

ทินราชเงียบอย่างไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ดารกาเหน็บตามหลังว่า

“อย่าบอกนะว่าไม่ทันไรนังเมียน้อยมันทิ้งคุณไปแล้ว แล้วจะกลับมาขอคืนดีกับฉัน”

ทินราชบอกว่าตนมาหาลูกสาว ดารกาเสียงสูงเหน็บว่า เพิ่งรู้ว่าคุณคิดถึงลูกเป็น 

“วันนี้เป็นวันเกิดยัยรัก” ทินราชบอก เห็นดารกาชะงักก็เหน็บคืนว่า มัวแต่ออกงานสังคมจนลืมวันเกิดลูกล่ะสิ เป็นแม่ประสาอะไร อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ แต่ไม่เคยใส่ใจลูกเลย

“หยุดนะ! คนที่ทิ้งลูกทิ้งเมียไปมีชู้ ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้...ก็คุณไม่เคยอยู่บ้านเลยจะรู้ได้ยังไงว่าฉันดูแลลูกยังไงบ้าง ออกไปได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ลูกต้องมาเจอพ่อเลวๆอย่างคุณอีก”

พอดีนวลฉวีเอารองเท้าเข้ามาสวนกันจนเกือบชนกับทินราชที่หุนหันเดินออกไป ดารกาสั่งนวลฉวีให้สั่งเค้กมาให้ยัยรักด้วย แล้วเฉิดฉายออกไปงานเลย

ทอรักแต่งตัวสวยในวันเกิด รอรุ้งมาจ๊ะเอ๋อวยพรวันเกิด ทอรักถามว่าพ่อโทร.มาหรือเปล่า ทอรุ้งบอกว่าเดี๋ยวคงมาละมั้ง พ่อสัญญาว่าจะมาก็ต้องมาสิ ทอรักถามว่าคุณแม่อยู่ข้างล่างใช่ไหม ทอรุ้งบอกว่าเมื่อกี๊ถามป้าสาย ป้าบอกว่าคุณแม่ออกไปงานแล้ว

“ลืมวันเกิดพี่อีกแล้วสิ” ทอรักบ่นน้อยใจ ทอรุ้งปลอบว่าอย่าคิดมาก เดี๋ยวจะไม่สวย

ฝ่ายดารกาให้นวลฉวีสั่งเค้กวันเกิดแล้วก็ไปเบิกบานในงานสังคม รับรางวัลที่ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาตลอดมาท่ามกลางเสียงยกยอปอปั้น

จนกระทั่งเย็นทอรุ้งยืนมองอาหารบนโต๊ะเซ็งๆ ที่แม่ก็ไม่อยู่พ่อก็ไม่มา ทอรักบอกว่าคุณพ่ออาจจะมีเคสผ่าตัดด่วนก็ได้ เวลาไม่แน่นอน ทอรักถามว่า “ไม่แน่นอน แม้แต่วันเกิดพี่เหรอ”

ครู่หนึ่งเสียงออดดังขึ้น ทอรุ้งดีใจบอกว่าคุณพ่อมาแล้ว ทอรักวิ่งนำออกไปทันที แต่พอถึงหน้าบ้านก็จ๋อยสนิท เมื่อเจอป้าสายแม่บ้านถือกล่องเค้กกลับมา พร้อมคำอวยพร...

“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณหนูรัก คุณผู้หญิงสั่งเค้กมาให้ค่ะ”

ทอรุ้งรับเค้กยิ้มแย้มดีใจจะเปิดให้พี่สาวดู แต่ทอรักวิ่งเข้าบ้านไปแล้ว...

ooooooo

เช้านี้ภูผาสะพายกระติกใส่ไอติมไปขายที่ข้างสนามฟุตบอลโรงเรียน เพื่อนๆซื้อกันหลายคน ธนากร อยู่ในสนามตะโกนถามว่าเสร็จหรือยัง ลงมาเตะบอล เถอะ ภูผาวางกระติกไอติมวิ่งลงสนามไปเล่นกับเพื่อนๆ

ภูผากับเพื่อนไล่เตะฟุตบอลกันอย่างเมามัน รุนแรง ภูผาเล่นจริงจังพอเตะเข้าก็ร้องดีใจกับเพื่อนๆ สมคิดเพื่อนของภูผาที่มีฐานะและชีวิตใกล้เคียงกันไม่พอใจจึงแกล้งเข้าเสียบข้อเท้าธนากรจนล้มคะมำ ภูผาไม่พอใจถามว่าเล่นแบบนี้ได้ยังไง นักกีฬาเขาไม่ทำร้ายเพื่อนกันหรอก

สมคิดบอกว่า กูไม่ได้ตั้งใจ และพ่อกูสอนว่าในสนามไม่มีเพื่อน มีแต่ศัตรู ภูผาทำเสียงหัวเราะในคอพูดใส่หน้าสมคิดว่า “เพราะพ่อสอนมาแบบนี้นี่เอง” สมคิดคว้าคอเสื้อภูผาต่อยเปรี้ยง

ธนากรเข้าห้ามถามว่าต่อยภูผาทำไม สมคิดอ้างว่ามันด่าพ่อกู แม้ภูผาจะเจ็บแต่สะกดกลั้นอารมณ์เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนกัน บอกเพื่อนๆว่าแยกย้ายกันไปเถอะ ทุกคนจึงแยกย้ายออกมา สมคิดยังตะโกนด่า...

“ไอ้พวกกระจอกเอ้ย”

ธนากรหยุดกึก ภูผากระตุกมือไม่อยากให้มีเรื่อง แต่สมคิดพุ่งเข้าถีบธนากรล้ม ภูผาเลยหันไปซัดสมคิดต่างซัดกันนัวเสียจนถุงเงินขายไอติมของภูผาหล่นไม่รู้ตัว ต่อยกันอุตลุดอยู่ครู่หนึ่งครูพละวิ่งมาเป่านกหวีดปรี๊ด! กองเชียร์จึงหยุด แต่ภูผากับสมคิดยังซัดกันไม่เลิก

ooooooo

เพราะเรียนเก่งสอบได้ที่ 1 มาตลอด ครูอนงค์จึงให้เวหาช่วยตรวจการบ้านนักเรียนให้ ตรวจห้อง ก.เสร็จก็ให้ตรวจห้อง ข. และห้อง ค. ต่อด้วย...แล้วครูอนงค์ก็แว่บไป บอกว่าเดี๋ยวครูมา

เวหาตรวจไปถึง ม.8 ห้อง ข. ก็เจอสมุดของทอรัก พิทักษ์กิจ วิชาคณิตศาสตร์ เวหาใจเต้นแรง คิดถึงเจ้าของสมุด ตรวจไปยิ้มไป เพียงข้อแรกก็ผิดแล้ว เวหาไม่กากบาทแต่กลับเขียน “ยังไม่ถูกครับ” แทน แล้วเขียนวิธีทำที่ถูกต้องลงไปในสมุด เสร็จแล้วปิดสมุด นั่งยิ้มอยู่คนเดียวพลันก็ได้ยินเสียง

“พี่ทอรัก...”

เวหาหันมองอย่างเร็ว เห็นทอรักหยุดหันไปหาน้องแล้วพากันเดินผ่านไป เวหาตื่นเต้นมาก คว้าสมุดของทอรักวิ่งออกจากห้องตามไปดักหน้า ยื่นสมุดไปตรงหน้ายิ้มหวานบอก

“ทอรัก...เราเอาสมุดการบ้านมาคืน”

ทอรักรับสมุดด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก แต่พอเห็นความหล่อของเวหาสีหน้าก็คลายลง แต่ก็ยังรู้สึกถึง บุคลิกที่เฉิ่มเชยของเขา

พอดีมีเด็กสองคนวิ่งไล่กันมาชนทอรุ้งอย่างแรงจนทอรุ้งตัวหมุน เวหารีบเอามือรับไว้ก่อนที่ทอรุ้งจะล้ม

“เป็นอะไรไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ” ทอรุ้งรีบถอยออก

ทอรักมองเวหาอย่างน่าสนใจและยิ้มให้ แล้วชวนทอรุ้ง “ไปกันเถอะยัยรุ้ง”

เวหามองสองสาวที่เดินไปอย่างหลงใหล ขาอ่อน ดีใจสุดๆที่ทอรักยิ้มให้

ตกเย็นเวหานั่งติวหนังสือให้เพื่อนชายสองคนอยู่ที่ลานอ่านหนังสือ ทอรักเดินผ่านมาหยุดมองจะหาที่นั่งอ่านหนังสือ เวหาดีใจรีบถาม

“ทอรัก...อยากให้เราติวหนังสือให้ไหม”

ทอรักดูหนังสือในมือแล้วเดินเข้าไป เพื่อนชายสองคนรีบขยับที่ให้นั่ง เวหายิ้มกว้างดีใจ

ooooooo

คืนนี้เมื่อเข้าห้องนอนที่เวหากับภูผานอนห้องเดียวกันแต่แบ่งอยู่คนละซีกห้อง

ฟากของเวหามีทั้งโต๊ะเขียนหนังสือ โคมไฟและเตียงดูเรียบร้อย ที่ชั้นวางหนังสือมีหนังสือค่อนข้างเยอะ แต่ฟากของภูผาไม่มีข้าวของมากนักและค่อนข้างรก แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เวหานั่งยิ้ม...ยังเคลิ้มกับการได้เจอทอรักเมื่อเย็นนี้ ที่สมุดมีแต่คำว่า “ทอรัก” เต็มไปหมด เวหาสะดุดเมื่อเสียงเคาะประตูดังแล้วภูผาเปิดประตูเข้ามา ทันทีที่เห็นภูผาที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนและฟกช้ำ ก็ถามดักคอว่า

“หน้าไปโดนอะไรมา...ไปมีเรื่องมาอีกล่ะสิ” ภูผาไม่ตอบ เวหาถามรุก “พ่อรู้รึยัง”

ภูผาไม่ตอบ เดินไปจะถอดกางเกง นึกถึงถุงเงินรีบคลำ ไม่มี! ตกใจปลิ้นกระเป๋ากางเกงออกดูไม่มีจริงๆ

ภูผานึกถึงตอนที่ชกกับสมคิด เชื่อว่าถุงเงินคงร่วงไปตอนนั้น เขาหลับตาเซ็ง...ซวยได้ทุกวัน

เวหามองน้องชายอย่างเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาลุกไปเปิดประตูตะโกน

“พ่อ!!!”

ภูผาตกใจมองขวับ

ooooooo     

ภูผาถูกพ่อใช้ไม้เรียวหวดไม่ยั้ง ตีไปด่าไปว่าริเป็นนักเลงแต่เด็ก ไม่รักดี ทำตัวนอกคอกให้ตนอับอาย  เดือนพยายามห้ามก็ไม่ฟัง จนอาม่าอาบน้ำเสร็จออกมาบอกเส็งให้หยุด ปรี่เข้าปกป้องภูผา

อาม่าเอ็ดเส็งว่าทำไมไม่ถามไถ่กันดีๆ เอะอะก็ตีมัน เส็งบอกว่าตนเป็นพ่อทำไมจะตีสั่งสอนไม่ได้

ถ้าสอนมันไม่ได้ก็จะตีให้ตายคาไม้เรียวนี่แหละ

“ได้ อั๊วก็เป็นแม่ลื้อ งั้นอั๊วก็จะตีลื้อให้ตายเหมือนกัน” อาม่ากระชากไม้จากเส็งหวดจนเส็งร้องลั่นว่าเจ็บ “แล้วที่ลื้อตีลูกลื้อมันไม่เจ็บรึไง ลื้อจะได้รู้ซะบ้าง”

“ไอ้ตัวซวย เรียนก็โง่ แล้วยังอยากเป็นนักเลง แบบนี้จะทำมาหากินอะไรวะ หรือเอ็งอยากเป็นนักเลงคุมบ่อน คุมซ่อง หา! ข้าจะได้ไปลาออกจากโรงเรียนให้”

เส็งโมโหเดินออกไป ภูผาเจ็บทั้งกายและใจแต่พยายามกลั้นความรู้สึกไว้ ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว

เช้าวันนี้...ภูผาไปนั่งเศร้าในตลาด ธนากรมาเจอเห็นรอยที่ถูกพ่อเฆี่ยนเมื่อวาน ถามว่าไปได้แผลจากไหนมาอีก ภูผาไม่ตอบแต่ธนากรเดาได้นั่งลงปลอบว่า “ถึงจะโดนตี นายก็ยังดีที่มีพ่อแม่นะภูผา”

ภูผาเอาไอติมให้แท่งหนึ่ง ธนากรบอกว่าตนไม่มีเงินซื้อหรอก ภูผาบอกว่าให้ ได้ฟรีมาไม้นึง ธนากรรับไปกัดกินด้วยความซึ้งน้ำใจเพื่อน

สมคิดที่ชีวิตคลุกคลีอยู่กับอบายมุข วันนี้ถือถุงเงินของภูผาที่เก็บไป เดินเดาะสบายใจเข้าบ่อน แต่ถูกสันต์จับได้ว่าโกงไพ่ เชิดตรงเข้าหักมือและสันต์ถีบยอดอกสมคิดหงายไปกองกับพื้น เชิดสั่งให้เอามีดมาตนจะตัดมือมัน สมคิดยกมือไหว้อ้อนวอนอย่าทำเลยตนจะไม่ทำอีกแล้ว แล้วโกยเงินคืนให้

“คิดว่าคืนเงินแล้วจะหมดเรื่องเหรอวะ” สันต์ตะคอก สมคิดตกใจกอบเงินปาหน้าสันต์แล้วโกยแน่บ เชิดกับสันต์ตามไป ดำเห็นจึงวิ่งตามไปอีกคน

สมคิดวิ่งไปเจอภูผาเดินขายไอติมอยู่ก็ร้องให้ช่วยด้วย ภูผาเห็นพวกเชิดวิ่งกวดสมคิดผ่านหน้าไป

ก็คิดว่าจะช่วยดีไหม?


พวกเชิดวิ่งหาสมคิดไม่เจอ เห็นภูผาก็ร้อง “ไอ้เด็กขายไอติม” สันต์ชักมีดออกมา ภูผารีบปิดกระติกหยิบไอติมมาแท่งหนึ่งบอก “ผมเอาไอติมที่ติดไว้มาให้ครับ”

“มึงเป็นเพื่อนกับมันเหรอ” เชิดตะคอก ภูผารีบบอกว่าผมไม่รู้จักมัน เชิดถามว่า “มึงรู้เหรอกูพูดถึงใคร” ภูผาหน้าซีดเผือด สันต์บอกให้จับมันไว้ ภูผาเหวี่ยงกระติกไอติมแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต สันต์กับดำพยักหน้ากันแล้ววิ่งตามไป เชิดมองหาสมคิดแต่หาไม่เจอ

ภูผาวิ่งมาชนทอรุ้งที่เพิ่งแยกกับทอรักที่บอกให้ทอรุ้งกลับบ้านไปก่อนตนจะชวนเวหาเป็นเพื่อนไปกิน น้ำแข็งไสกัน ทอรุ้งถูกภูผาชนอย่างจังจนล้มตึง ภูผาขอโทษแล้วจะวิ่งต่อ ถูกทอรุ้งต่อว่าที่ทำตนเจ็บแล้วไม่คิดจะช่วย คว้าขาภูผาไว้จนล้มไปอีกคน ภูผาพยายามลุกขึ้นถูกทอรุ้งกระชากเสื้อไว้

“นายหน้าลิง นายยังไปไม่ได้”

ภูผาหันไปเห็นพวกสันต์วิ่งตามมาก็คว้ามือทอรุ้งลากปลิวติดมือเข้าซอยไป ทอรุ้งถามว่าจะพาตนไปไหน ภูผาบอกว่าหนีพวกนักเลง ทอรุ้งโวยวายว่าทำไมตนต้องมาเดือดร้อนกับเขาด้วย

ภูผาลากทอรุ้งตัดไปสองซอยแล้วพวกเชิดยังไล่ตามมาอีก ภูผาจึงลากทอรุ้งไปเบียดกันในซอกตึก พวก สันต์ตามมามองหาไม่เห็นจึงพากันวิ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง

ทอรุ้งยังไม่หายตกใจ ภูผาแกล้งบอกว่านักเลงไปแล้วก็ถอยไปสิแม่คุณ มายืนติดใจอะไรตรงนี้ ทอรุ้งได้สติอายจนหน้าแดง ถูกภูผาแซวว่าพูดแค่นี้ก็หน้าแดงเลยหรือ ทอรุ้งกำหมัดซัดอกภูผาเต็มแรง ด่าแก้เขิน

“หน้าลิงแล้วยังปากหมาอีก”

ทอรุ้งจะด่าอีกแต่นึกคำด่าไม่ออกเลยขู่ว่าฉันจะฟ้องพ่อ ถูกภูผายั่วอีกว่า “เด็กน้อยเอ๊ย...” ทอรุ้งตวาดว่าตนไม่เด็กแล้ว ภูผาเร่งให้รีบตามมาเดี๋ยวจะไปส่งที่เดิม

พอไปส่งที่เดิมเจอลุงใจยืนกระวนกระวายอยู่

พอเห็นทอรุ้งก็ถามว่าหายไปไหนมาตนมารอรับ  แล้ว

คุณรักล่ะ ทอรุ้งบอกว่าเดี๋ยวพี่รักกลับเอง ทำท่าจะฟ้องลุงใจเรื่องภูผาแต่แล้วก็เปลี่ยนใจปรามภูผาว่า ครั้งนี้จะปล่อยไปก่อน ถูกภูผาปรามาสสมเพชก่อนเดินไปว่า

“ยัยคุณหนูกระจอก”

“ไอ้หน้าลิงงงง เก่งจริงก็กลับมาเลยนะ ทำคนอื่นเดือดร้อนแล้วยังกล้ามาด่าเขาอีก”

ภูผาขำคำด่าของทอรุ้ง แต่พอเดินมาแล้วนึกได้ว่าไหล่โล่งๆ ตกใจร้อง “กระติกไอติม” แล้ววิ่งอ้าวกลับไป ที่เจอพวกเชิด กระติกไอติมหายไปแล้ว ภูผากลับมาบอกเต็กหลีว่ากระติกไอติมหาย ถูกเต็กหลีด่า


“ลื้อนี่มันเฮงซวย อุตส่าห์เห็นว่าเป็นเด็กขยัน ถึงยอม ให้เอาไปขาย พอแล้ว ขืนให้ขายต่ออั๊วคงซวยตาม ลื้อไปแน่” ภูผาอ้อนวอนว่าตนอยากขายจริงๆ “อาภูผา ลื้อมันไม่มีดวง มันก็แพ้ตั้งแต่แรกแล้ว การค้ามันไม่ได้มีแค่ความขยันนะ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องเฮงด้วย”

ภูผาอ้อนวอนว่าตนขยันมันก็ต้องสำเร็จสักวัน เต็กหลีบอกว่าไม่ใช่วันนี้ แล้วไล่ให้กลับไปบอกเส็งให้เอาค่าน้ำตาลมาจ่ายด้วย

ทอรุ้งกลับถึงบ้านโล่งใจที่แม่ยังไม่กลับจากงานสันนิบาต เพราะถ้าแม่รู้ว่าพี่รักยังไม่กลับเป็นเรื่องแน่

ฝ่ายทอรักชวนเวหาไปกินน้ำแข็งไส เวหาตื่นเต้นเขินไม่รู้จะคุยอะไร เลยบอกว่าถ้าเธอสงสัยเรื่องแคลคูลัสอีกถามเราได้ตลอดเลยนะ ทอรักพูดขำๆว่าในหัวนายคงมีแต่เรื่องเรียนเพราะชวนคุยทีไรก็เรื่องวิชาการทุกที ลองชวนคุย เรื่องอื่นดูบ้างสิ

“เอ่อ...น้ำแข็งไสอร่อยไหม” เวหาถามได้แค่นั้น ทอรักถอนใจดังๆกับความไม่เอาไหนของเขา

ที่โต๊ะข้างๆ สร้อยกับเพื่อนมองอยู่ เพื่อนพูดอย่างหมั่นไส้ทอรักว่า  ทำหยิ่งแต่ระริกระรี้ใส่ผู้ชาย อีกคนว่ามันชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว สร้อยที่แอบชอบเวหาอยู่จ้องทอรักเขม็ง จิกใส่...

“มันจะไปหว่านกับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่เวหา”

ooooooo

เพราะเวหาเคยบอกเส็งว่าตนอยากเรียนหมอ ทั้งเส็งและเดือนตื่นเต้น เส็งปลื้มว่าเวหาไม่เคยทำให้ตนผิดหวัง ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ส่งเรียนโรงเรียนดีๆ

อาม่าถามว่าเรียนหมอต้องใช้เงินเยอะ พวกลื้อมีปัญญาส่งหรือ วันนั้นทุกคนเงียบไป จนวันนี้เส็งอ้อนวอนขอโฉนดที่เตี่ยทิ้งไว้ให้ม้าจะเอาไปจำนองเอาเงินมาให้เวหาเรียนหมอ อาม่าน้ำตาคลอบอกว่า

“มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เตี่ยลื้อทิ้งไว้ให้ ถ้าอั๊วรักษาไว้ไม่ได้ อั๊วจะไปตอบเตี่ยลื้อว่ายังไง”

“โธ่ม้า...อั๊วสัญญาว่าอั๊วจะรักษามันให้ได้ แล้วแถมเงินให้ม้าอีก 10 ใบเลยเอ้า”

อาม่าไม่เอา เอาแต่ปาดน้ำตาป้อยๆ เวหาตัดสินใจบอกเส็งว่า

“ถ้าอาม่าไม่ยอมอั๊วไม่เรียนหมอก็ได้...อั๊วก็ต้องยอมรับกรรมที่อั๊วมันเกิดมาจน”

ในที่สุดอาม่าก็ใจอ่อนยอมให้โฉนดไปจำนองแต่ขอให้เวหาสัญญาว่าจะเป็นคนดีแล้วก็ไม่ทิ้งน้อง เวหารับคำทันทีว่าแน่นอน  ตนจะทิ้งน้องได้ยังไง ขณะนั้นเองภูผาเดินเข้าบ้านมาเงียบๆหยุดฟังทุกคนคุยกัน

พออาม่าให้โฉนดไปแล้ว เส็งก็บอกอาม่าว่า

“มีอีกเรื่องม้า...อั๊วปรึกษากับเดือนแล้วว่าอั๊วส่งลูกสองคนไม่ไหว เลยว่าจะให้ภูผามันออกจากโรงเรียนมาช่วยค้าขาย”


อาม่าตกใจ เมื่อเส็งยืนยันก็หันถามเดือนว่า

ลื้อก็เห็นด้วยหรือ อาม่าโมโหมากบอกว่าทุกวันนี้ภูผาก็ส่งตัวเองเรียนอยู่แล้ว ถามว่ามันเคยขอเงินพวกลื้อหรือ เส็งตะแบงว่า

“แต่มันก็ควรออกมาช่วยทำงานเพื่อส่งพี่ชายมันเรียน” อาม่าด่าว่าลื้อมันรักลูกลำเอียง “จะไม่ให้ลำเอียงได้ยังไง ก็ไอ้ภูผามันเกเรม้าก็เห็น เรียนก็ไม่ดีเหมือนพี่มัน แล้วมันจะเรียนไปทำไม”

“ก็มันเป็นเพราะลื้อนั่นแหละ ถ้าลูกลื้อเลวมันก็เป็นเพราะลื้อ”

“มันเลวอั๊วก็จะไม่เลี้ยงมัน”

“ก็เอาสิ ถ้าอาภูผาไม่ได้เรียน อาเวหาก็ไม่ต้องเรียน เอาโฉนดอั๊วคืนมา!!!”

“ม้าให้อั๊วมาแล้วนะ” เส็งรีบเก็บโฉนดใส่ในอกเสื้อ ทันที

ภูผาเสียใจมากที่พ่อไม่ให้ตนเรียนหนังสืออีก เวหาบอกว่าจะช่วยพูดกับพ่อให้แต่เขาต้องไม่ไปก่อเรื่องอีก

“ถ้านายทำตัวดีๆเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ เพราะนายมันชอบหาเรื่อง พ่อถึงได้เกลียดนาย”

ภูผากำมือแน่น มองพี่ชายอย่างเจ็บปวดที่ย้ำว่าพ่อเกลียดตน เวหามองหน้าถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือ

ภูผาไม่ตอบแต่ชกกำแพงผ่านหน้าเวหาไปอย่างเจ็บปวดใจจนมือแตก แล้วหุนหันเดินออกจากห้องไป

ภูผาวิ่งไปที่ลานโล่ง ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นหญ้าน้ำตาไหล คิดถึงคำสอนของอาม่าตอนตัวเองเพิ่งสิบขวบ

“...อาภูผา อดทนไว้นะ ลื้อต้องเอาความดีและความขยัน พิสูจน์ตัวเองให้ป๊าลื้อเห็น แล้ววันนึงป๊าลื้อ จะเข้าใจ ว่าลื้อไม่ใช่ตัวซวย”

ภูผาหลับตาลง แต่น้ำตายังไหลไม่หยุด...

เช้าวันรุ่งขึ้น ภูผาไปก้มๆเงยๆหาถุงเงินที่สนามฟุตบอล ธนากรมาเจอถามว่ามีเงินเยอะหรือ ภูผาบอกว่าไม่เยอะ แต่เป็นถุงที่อาม่าเย็บให้

ต่อมาเจอสมคิดที่แถวก๊อกน้ำโรงเรียน สมคิดขอบใจเรื่องเมื่อวาน แล้วเอาถุงเงินเปล่าคืนให้ภูผา

บอกว่าเงินเอาไว้วันหลังจะคืนให้ ภูผาโมโหว่าสมคิดเอาเงินตนไปใช้ สมคิดวิ่งหนีท้าว่าอยากได้ก็จับตนให้ได้ ภูผาไล่กวดสมคิดด้วยความโมโห เพื่อนนักเรียนที่ห้องต่างโผล่หน้าต่างดูกันสลอน

สุดท้ายทั้งสองถูกครูลงโทษไปยืนขาเดียวกางแขนคาบไม้บรรทัดที่หน้าห้อง...

ooooooo

เวหาเดินมากับทอรัก ผ่านห้องน้ำทอรักบอกให้รอเดี๋ยวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป สร้อยกับเพื่อนที่จ้องหาเรื่องทอรักบอกเวหาว่าทอรักให้มาบอกว่าไม่ต้องรอแล้วเพราะเธอปวดท้องมากคงเข้านาน

ตนจะรอทอรักเอง


สร้อยเข้าห้องน้ำไปขู่ทอรักว่าให้เลิกยุ่งกับเวหาเสีย ด่าว่าทอรักให้ท่าเขา ทอรักด่าคืนว่าเธอก็เหมือนกันแต่ทำไมเวหาถึงไม่สนล่ะ สร้อยโกรธพุ่งเข้าผลักทอรักจนติดข้างฝา ตะคอก

“นังทอรัก ฉันรู้ว่าแกไม่ได้ชอบเวหาแต่แกแค่จะเอาชนะฉัน!”

ทันใดก็ได้ยินเสียงเวหาตะโกนถามว่า “ทอรักยังอยู่ข้างในรึเปล่า...ทอรัก” ทอรักตะโกนตอบไปทันทีว่ายังอยู่ และร้องขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัว ดึง

ที่รัดผมออกสลัดผมให้ยุ่งเหยิง เวหาได้ยินทอรักร้องขอความช่วยเหลือก็ผลักประตูเข้าไป เห็นทอรักกับสร้อยกำลังมีเรื่องกันก็ด่าสร้อยว่าไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ แล้วพาทอรักออกไป สร้อยรีบตาม เพื่อนๆเลยตามกันไปเป็นพรวน

สร้อยตามไปบอกเวหาว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเลย เวหาตวาดกลับมาว่าไม่ต้องพูดแล้ว ขอร้องอย่ามายุ่งกับทอรักอีกไม่งั้นตนจะฟ้องครู เดินไปสองก้าวก็หันมาสำทับว่า “แล้วก็อย่ามายุ่งกับเราด้วย”

สร้อยถูกเวหาตัดสัมพันธ์ก็น้อยใจ มองตามเวหาที่ไปกับทอรักก็กลายเป็นความเจ็บแค้น

ooooooo

วันนี้หลังเลิกเรียน ภูผาไปที่บ้านสมคิดที่เป็นบ้านเก่าๆคับแคบ แอบมองเข้าไปในบ้านที่ไม่มีข้าวของอะไรมากนัก มีเสื่อม้วนๆพิงข้างฝาและครอบครัวกำลังล้อมวงกินข้าวที่มีแต่ผักน้ำพริกและไข่ต้มสองฟองผ่าเป็นหลายซีก

มวลพ่อสมคิดเหลือบเห็นภูผาร้องทักและเรียกมากินข้าวด้วยกัน ต้อยติ่งน้องสาวสมคิดที่เรียนโรงเรียน เดียวกับภูผากุลีกุจอลุกไปตักข้าวให้ แต่ข้าวหมด มวลจึงยกจานของตนให้บอกว่ากินของพ่อก็ได้ ภูผาสะเทือนใจบอกว่าเดี๋ยวตนกลับไปกินบ้านก็ได้

สมคิดออกมาส่งภูผาขอร้องอย่าพูดเรื่องเงินให้พ่อรู้ ภูผาถามว่าแล้วทำไมถึงไปมีเรื่องกับพวกนักเลง สมคิดยอมรับว่าตนไปโกงในบ่อนถูกจับได้ ตนเข้าบ่อนเพราะอยากหาเงินมาช่วยทางบ้าน

“ทีหลังก็อย่าเข้าบ่อนอีก การพนันมันไม่ดีหรอก แล้วยังไปโกงเขา เขาถึงตามมากระทืบนาย”

สมคิดรับปากภูผาว่าจะหาเงินมาคืนให้ พอภูผารู้ว่าเงินของตนก็หายไปในบ่อน โมโหจะถีบสมคิด

“เฮ้ย...ก็ขอโทษแล้ว” สมคิดร้องพลางวิ่งให้พ้นรัศมีเท้าของภูผา

เพื่อนย่อมเป็นเพื่อนเสมอ สมคิดกับภูผาพากันไปที่ท่าน้ำ สมคิดเล่าว่าเดิมครอบครัวตนอยู่อยุธยา

เป็นหนี้จนที่นาถูกยึดเลยอพยพเข้าพระนครหวังหาเงินไปไถ่ที่นาคืนเพื่อจะกลับไปอยู่อยุธยาอีก ทุกคนช่วยกันหาเงินแต่ก็ได้ไม่ทันใจ ตนไม่รู้จะไปทางไหนเลยเข้าบ่อน

“ฉันว่าอันดับแรกนายเลิกเข้าบ่อนก่อนเลย แล้วเดี๋ยวช่วยกันหาว่าทำอะไรกันดีที่จะได้เงินเยอะๆ”

“อืม...” สมคิดทำเสียงในคอ

อาม่ามีฝีมือทางทำขนม จึงทำปลากริมให้ภูผาพายเรือไปขาย อาม่าคุยสนุกว่าปลากริมของอาม่าอร่อยมาก เพราะได้ภูผาช่วยนวดแป้งให้ พอยกหม้อดินใส่ปลากริมพร้อมอุปกรณ์การขายลงเรือ อาม่าเร่งให้รีบไปขายเถอะ เดือนเตือนว่า

“แล้วอย่าไปทำหก ทำเรือล่มล่ะ ไม่งั้นป๊าตีตายแน่”

ภูผาถอนใจแล้วผลักเรือออกจากท่า อาม่าเอ็ดเดือนเบาๆว่า “แล้วพูดเป็นลางทำไมอาเดือน” เดือนตบปากตัวเองเคาะๆแล้วโยนไปแก้เคล็ด ถูกอาม่าโวยว่า “เฮ้ย...อย่าโยนมาทางนี้สิวะ”

ภูผาพายเรือขายปลากริมไปจนถึงท่าน้ำคลินิกหมอนุสราซึ่งเป็นป้าของทอรักกับทอรุ้ง ซึ่งทั้งสองมาเยี่ยมพอดี แต่หมอมีงานจึงออกไปเล่นที่ท่าน้ำ ทอรุ้งชวนพี่สาว เล่นน้ำกัน ทอรักไม่เอาเพราะกลัวแดด

ขณะทอรุ้งแกว่งเท้าเล่นน้ำอยู่นั่นเองก็เห็นหญิงสาวสามคนมีถุงกระดาษคลุมหัวเจาะตรงตาไว้มอง ตรงเข้าจะจับทอรุ้ง พอดีเสียงร้องขายปลากริมของภูผาแว่วมา ทอรุ้งวิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือ เห็นเรือภูผาก็กระโดดลงไปเร่งให้รีบพายออกไป

ที่แท้หญิงสามคนนั้นคือสร้อยกับเพื่อนจะมาดักทำร้ายทอรักแต่เจอทอรุ้งและยังหนีไปได้

“เกือบอยู่แล้วเชียว!” สร้อยกับเพื่อนถอดถุงคลุมหัวบ่นเสียดาย

ooooooo

ภูผาถามทอรุ้งว่าหนีอะไรมา ทอรุ้งบอกว่าพวกนั้นมีเรื่องกับพี่สาวตนต่างหาก  แต่มาหาเรื่องลงที่ตนแทน ภูผาบอกว่าวันก่อนตนทำให้เธอเดือดร้อนวันนี้ตนช่วยเธอถือว่าเจ๊ากันไปนะ

ทอรุ้งพยักหน้าถามว่าแล้ววันก่อนเขาหนีอะไรมาเป็นนักเลงหรือเป็นโจร ภูผาบอกว่าเปล่า ตนก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ ทอรุ้งถามว่าคนขายปลากริมหรือ ภูผาเลยชวนชิมสักถ้วยไหม  ลงเรือตนแล้วก็อุดหนุน

สักหน่อย ตักปลากริมให้พลางคุยอวดว่า แป้งเราก็นวดเอง กะทิเราก็คั้นเองนะ

ทอรุ้งกินแล้วอร่อยแต่ไม่อยากชมบอกว่าพอกินได้ ภูผาทวงค่าขนม ทอรุ้งต่อรองว่าเขาต้องพายเรือไปส่งตนที่เดิม คลินิกนุสราเป็นคลินิกป้าตน ภูผาจำได้ว่าเป็นคลินิกเปิดใหม่รับปากจะพายเรือไปส่ง มองหน้าแล้วบอกให้อยู่นิ่งๆเพราะขนมเลอะปาก แล้วหยิบผ้าเช็ดปากให้ ทอรุ้งเห็นผ้าสีมอๆ ถามว่าผ้าอะไร

“ผ้าขี้ริ้ว” ภูผาพูดหน้าตาย ทอรุ้งด่าไอ้บ้า แล้วฟาดภูผาจนเรือโคลง เขาร้องขู่ “เฮ้ยๆๆเดี๋ยวเรือล่ม” ทอรุ้งจึงหยุด

มาถึงท่าน้ำคลินิกนุสรา ทอรุ้งก้าวขึ้นท่าน้ำบอกว่าตนชื่อทอรุ้ง เธอชื่ออะไร พอภูผาบอกว่าชื่อภูผา เธอ

ขำพรืด

“ชื่อภูผา...แต่หน้าเหมือนลิง” ภูผาเอาคืนสวนทันทีว่าก็ดีกว่าชื่อทอรุ้ง แต่หน้าเหมือน...“หยุด พอแล้วไม่ต้องพูดต่อ คอยตรงนี้นะ จะไปเอาเงินมาจ่ายค่าขนม แต่พอทอรุ้งหันไปก็ร้องกรี๊ด ภูผามองตามเห็นสมคิดเลือดอาบหน้าวิ่งมา

“เฮ้ย ไอ้คิด!”

ooooooo


ละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ตอนที่ 1 อ่านซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา"ติดตามละครซีรีส์ลูกผู้ชาย เรื่อง "ภูผา" ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย สาริน รณเกียรติ,รินรดา แก้วบัวสาย 21 ม.ค. 2562 09:25 2019-01-22T02:35:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ