นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเตลิดออกจากห้องน้ำในสภาพผมที่เพิ่งสระยังชุ่มน้ำยุ่งเหยิง เธอวิ่งพลางหันมองข้างหลังอย่างงง หวาดกลัว จนชนสมชายเข้าอย่างจัง

    “มีอะไรในห้องน้ำหรือครับ ท่าทางคุณตกใจ” สมชายจับไหล่เธอถามอย่างเป็นห่วงพราว

    “มะ...มะ...มีเสียงร้องกรี๊ดขอความช่วยเหลือน่ะค่ะ คนหรือผีก็ไม่รู้”

    สมชายวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที เจอประเสริฐที่ล็อกพราวไว้กำลังลากเธอที่ถูกปิดปากร้องอู้อี้ๆตลอดเวลา

    “เฮ้ย!จะทำอะไรคุณพราว ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” สมชายชี้หน้าตวาด ประเสริฐตกใจมากมือยิ่งเกร็งจับพราวไว้แน่น สมชายพุ่งเข้าไปกระชากมือที่ปิดปากพราวใช้

    ฝ่ามือฟาดปากครึ่งจมูกครึ่งของประเสริฐจนมึนแล้วดึง

    ตัวพราวออกมา เตะตัดขาทั้งสองข้างจนประเสริฐทรุดลงในท่ามอบตัว ถูกสมชายอัดเข้าข้างฝา ประเสริฐรีบยกมือไหว้

    “พอแล้วครับ อย่าทำผม ผมไม่ได้ทำอะไรคุณพราว ผมจะมาช่วย” ถูกสมชายอัดซ้ำเข้าไปอีกจนโงนเงนใกล้สลบ

    แต่ที่มุมมืด มีสายตาที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลา พอดีมีเทรนเนอร์สองสามคนวิ่งเข้ามาตะโกนให้หยุด ถามว่าทำมันทำไม สมชายบอกว่าหมอนี่จะทำมิดีมิร้ายคุณพราว เทรนเนอร์พวกนั้นมาบอกว่าประเสริฐเป็นเทรนเนอร์อยู่ที่นี่ เขาเข้าใจผิดหรือเปล่า แล้ววิ่งเข้ามาดูประเสริฐที่เริ่มรู้สึกตัวถามว่ามันเรื่องอะไรกัน

    “ฉัน...ไม่ได้ทำอะไร...ฉัน...จะมาช่วย...เออ...

    คุณพราว...” พูดได้แค่นั้นประเสริฐก็คอพับสลบไปอีก

    สมชายหันถามพราวว่ามันทำอะไรเธอบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า พราวก็เอาแต่ยกมือปิดหน้าจนเขาต้องเอามือเธอลง

    “ลืมตา...มองหน้าผมซี ผมอยู่นี่แล้ว...ไม่ต้องกลัว” พอพราวลืมตาเห็นเป็นสมชายก็กอดเขาไว้แน่น สมชายถามว่าเรื่องเป็นยังไง พราวเล่ากระท่อนกระแท่นอย่างไม่หายตกใจว่า

    “ฉัน...ฉัน...อยู่ในห้องน้ำ กำลังจะอาบน้ำ อยู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตู ไฟดับๆติดๆ แล้วมันก็พังประตูเข้าไป มันใส่มาส์กปิดปากปิดจมูก ฮึ้ยยย” พราวทำเสียงสยองจนตัวสั่น

    สมชายวิ่งไปที่ล็อกเกอร์รูมหญิง ห้องน้ำไฟปิดมืด เขาถีบประตูเข้าไปไม่พบอะไร แต่ในมุมมืดนอกห้องน้ำมีชายใส่มาส์กหลบอยู่และออกไปอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งก็มีหญิงผมบ๊อบหย่อนมาส์กลงถังขยะแล้วรีบลงบันไดไปอย่างเร็ว สมชายเห็นแว้บๆ แต่พอวิ่งไปดูก็ไม่เห็นอะไร ไร้ร่องร่อยและพิรุธ

    หญิงผมบ๊อบคนนั้นรีบไปที่ตึกจอดรถ พรวดเข้าไปนั่งที่คนขับรถคันหนึ่งอย่างเร็ว กระชากวิกผมบ๊อบทิ้งที่เบาะข้างๆเอื้อมปรับกระจกมองหลัง บอกติณห์ที่นั่งซุ่มอยู่ว่า

    “เรียบร้อยครับคุณติณห์”

    มันคือมาโนช คนขับรถของติณห์นั่นเอง! อึดใจเดียวรถคันนั้นก็ขับออกไปอย่างเร็ว

    ooooooo

    เมื่อเหตุการณ์สงบ สมชายโทรศัพท์รายงานสหวุฒิ

    “ตำรวจท้องที่มาถึงที่เกิดเหตุแล้วครับ ผมขอให้ถอดเทปกล้องวงจรปิดในฟิตเนสทุกจุดมาตรวจสอบดู โดยเฉพาะที่ห้องล็อกเกอร์หญิง แต่ผู้บริหารที่นี่บอกไม่ได้ติดกล้องภายในห้องล็อกเกอร์ ก็หวังว่าเราจะเห็นตัวคนร้ายที่ด้านหน้า ตอนเข้าและหนีออกไปจากห้องล็อกเกอร์... ได้ครับ...ยังไงผู้กำกับตามเรื่องเทปให้ด้วยนะครับ เอ่อ...

    คุณพราวน่ะเหรอครับ...” สมชายเหลือบมองพราวที่กำลังให้ปากคำตำรวจอยู่ด้วยสีหน้าเครียดและโวยวาย

    “ฉันจะไปรู้ไงว่ามันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันไม่เห็นหน้ามัน ไฟติดๆดับๆแล้วมันก็ใส่มาส์กปิดปากปิดจมูก จะมาคาดคั้นถามอะไรฉันนักหนา ทำไมไม่ถามนายคนนั้นดู...เขามาจับล็อก ปิดปากฉันไว้” พราวชี้ไปที่ประเสริฐที่เพิ่งฟื้น ประเสริฐส่ายหน้าดิกพูดแต่ว่าตนจะช่วยพราว ทำให้พราวยิ่งกรี๊ดอย่างเสียขวัญ จนสมชายต้องมาจับไหล่สองข้างปลอบ

    “คุณพราวครับ ทำใจให้สบายครับ ไม่มีอะไรแล้ว...พอแค่นี้ก่อน ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” พราวบอกให้พากลับบ้าน สมชายรีบรับคำ บอกตำรวจที่สอบปากคำอยู่ว่า “เดี๋ยวผู้กำกับสหวุฒิจะติดต่อประสานเรื่องคดีมาที่ท้องที่นะครับ ยังไงก็...ช่วยทำคดีกันอย่างเงียบๆ ปิดข่าวหน่อยเพื่อความปลอดภัยและชื่อเสียงของผู้เสียหาย ส่วนเทรนเนอร์คนนี้...ช่วยส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลและเช็กร่างกายให้ละเอียดด้วยนะครับ” สมชายพูดกับตำรวจอย่างรู้กันว่าหมายถึงเช็กประวัติของประเสริฐด้วย

    ooooooo

    สมชายพาพราวที่อำพรางใบหน้าด้วยแว่นและหมวกฮู้ดเสื้อวอร์มแต่บรรดาสมาชิกของฟิตเนสก็ยังจำได้พากันจะมาขอถ่ายรูป จนสมชายต้องขอร้องและกันพราวออกไป

    พามาถึงรถให้พราวขึ้นนั่งแล้วถามเธอว่าโอเคไหม เธอตอบทันทีว่า “ไม่โอเค” แล้วยกแขนเสื้อขึ้นป้ายน้ำตาเหมือนเด็กๆ สมชายจึงจับเธอหันมาเช็ดน้ำตาให้ พราวถามอย่างวิตกกังวลว่า

    “ครั้งต่อไปคิดว่าฉันจะรอดไหม บอดี้การ์ดสมชาย”

    “รอดสิ ถ้าบอดี้การ์ดของคุณยังชื่อว่าสมชายอยู่ ผมจะพาคุณไปส่งบ้านนะ ไว้คุณสบายใจขึ้นแล้วเราค่อยคุยกัน”

    “ฉันอยากพักเงียบๆ ไม่อยากกลับบ้านพี่แฟรงค์ไปเจอใครในตอนนี้”

    “แล้วคุณอยากให้ผมไปส่งที่ไหน?” สมชายมองหน้าเธออย่างเข้าใจ...เห็นใจ...

    ooooooo

    ติณห์กลับเข้าบ้าน เดินขึ้นบันไดด้วยสีหน้าที่เครียด ร้ายลึก ทุกก้าวที่ขึ้นบันได เขาเต็มไปด้วยความสะใจที่ได้ทำให้ชีวิตของพราวอยู่อย่างเป็นทุกข์

    ติณห์เดินตรงไปที่ห้องของตรี เขาตะลึงงันเมื่อเห็นตรีนั่งอยู่บนเตียง ได้ยินน้องถามว่า

    “ทำไมกลับบ้านช้าครับพี่ติณห์ ผมรอพี่อยู่”

    “ตรี!” ติณห์ดีใจแทบบ้า ถลาไปหาตรีกางมือกอดน้องไว้เต็มอก! แต่...พอรัดแขนเข้ามากลับพบแต่ความว่างเปล่า มองไปที่เตียง เห็นน้องยังนอนไม่ไหวติงมีสายระโยงระยางเหมือนเดิม! ติณห์น้ำตาไหลไม่รู้ตัว...

    “ปาฏิหาริย์...เมื่อไหร่จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับน้องของพี่...พี่จะต้องรออีกนานแค่ไหน...” ติณห์ประคองมือขาวซีดของตรีขึ้นอย่างโศกเศร้า พริบตานั้นสีหน้าแววตาเขาเปลี่ยนเป็นแค้นทันที “หรือจนกว่า...นังคนนั้นจะชดใช้กรรมเสียก่อน”

    เหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุกระแทกเข้ามาในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ...

    วันนั้น ตรีออกจากบ้านอย่างเต็มไปด้วยความหวังแต่ผ่านเวลาไม่นานเขาก็โทร.กลับมาบอกว่า “เขาบอกเลิกผม เขาบอกไม่เคยรักผมเลย ที่ผ่านมาทั้งหมดผมคิดไปเองคนเดียว” แล้วคืนนั้นเอง ตรีก็ขับรถประสบอุบัติเหตุกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาจนวันนี้...

    เวลานั้นติณห์เหมือนหัวใจสลายที่ต้องสูญเสียน้องชายคนเดียวไป มาโนชเป็นที่ใกล้ชิดเห็นใจเขาอย่างที่สุด

    “มาโนช...ถ้าตรีต้องตายหรือพิการเพราะผู้หญิงคนนั้น ฉันจะไม่ให้อภัยเขาเลย ฉันอยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

    มาโนชเอากระเป๋าข้าวของของตรีที่ทางมูลนิธิเก็บมาจากรถให้ ติณห์จึงฉุกคิดได้ว่ามือถือของตรีอาจมีรูปของผู้หญิงคนนั้น หยิบมาเปิดดู พบรูปภาพมากมาย มีรูปคู่ที่ตรีถ่ายกับหญิงสาวคนหนึ่ง แสดงถึงความรักของคนทั้งสอง รูปแล้วรูปเล่า “พราววววว...” ติณห์พึมพำจิกมองรูปในมือถือตาไม่กะพริบ

    คิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้ว ติณห์กุมมือตรีบอกน้อง...

    “หนึ่งปีที่ตรีต้องนอนทุกข์ทรมานอยู่บนเตียง

    นังดาราคนนั้นกำลังชดใช้ พี่จะทำให้มันต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ทุกข์ทรมานเป็นสิบเท่า แต่ดันมีไอ้สมชายเข้ามาเกะกะขวางทาง หึๆ ไม่มีทาง...ต่อให้กี่สมชายมันก็ขวางทางพี่ไม่ได้หรอก!”

    ooooooo

    สมชายพาพราวไปที่คอนโดริมแม่น้ำของเธอ พอส่งถึงห้องเธอบอกเขาว่าถ้าอยากกลับก็ไปเถอะแค่ล็อกประตูไว้ก็พอ

    “คุณนี่ปฏิบัติกับบอดี้การ์ดของตัวเองดีเนอะ ใช้ให้มาส่งถึงที่แล้วไล่กลับ หึ...ผมไม่อยู่นานหรอก ไม่ต้องห่วง ผมไม่นอนค้างหรอก”

    พราวบอกว่าวันนี้ตนอ่อนเพลียเกินกว่าจะต่อปาก ต่อคำกับเขา สมชายโอเค ไม่ต่อปากต่อคำ ไปหยิบรีโมตเปิดแอร์ให้ แล้วไปเปิดม่านหน้าต่างมองออกไป เขามองทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาที่สวยงามเบื้องล่าง พูดเปรยๆ

    “มีคอนโดหรู วิวสวยซะเปล่า มีเวลาได้นั่งชมวิวให้มันคุ้มค่าบ้างรึเปล่าคุณ?” เห็นเงียบผิดปกติ หันมองปรากฏว่าพราวหายไปแล้ว เขาเดินหาเห็นเธอนอนพาดขวางอยู่บนเตียงในชุดที่ใส่มา เขาส่ายหน้าบ่น “ซกมกจริงๆแม่ดารา นอนเข้าไปได้ยังไงทั้งชุดนี้ น้ำท่าก็ยังไม่ได้อาบ”

    สมชายเข้าไปถอดถุงเท้าให้ เห็นเธอนอนคว่ำ ก็อุ้มให้นอนหนุนหมอนสบายๆ พราวเหวี่ยงแขนกอดเหมือนกอดหมอนข้าง สมชายตกใจร้องเฮ้ย! แต่พอรู้ว่าเธอหลับ มองไปเห็นยาคลายเครียดกับขวดน้ำวางอยู่ จึงรู้ว่าเธอเพลียจริงๆ

    “เฮ้อ...มิน่า หลับป๊อกไปเลย ไม่เคยมีใครสอนรึไง แม่ซุปเปอร์สตาร์ ว่าเวลาอยู่กับผู้ชายสองต่อสองห้ามหลับ!” เขาสอดแขนโอบหัวพราวขึ้นมากอดจูบที่เรือนผมด้วยความรักและห่วงใย

    ooooooo

    แฟรงค์กับเอมี่ไปที่บ้านแสนรัก เด็กเห็นวิ่งไปบอกมีนว่าเจ๊แฟรงค์มา มีนตกใจสวัสดีทั้งที่มือยังถือ ดอกไม้ที่ทำค้างอยู่

    มาถึง แฟรงค์ก็สั่งอย่างไม่พอใจให้มีนไปกับตนเดี๋ยวนี้ ถามว่ารับปากว่าจะเอาปานแดงออกแล้วทำไมเปลี่ยนใจ มีนขอโทษที่ตนรับปากพล่อยๆไป แฟรงค์เข้าไปจับมีนจะลากไป แมนเห็นดังนั้นบอกน้องๆให้ไปขวางอย่าให้เขาเอาพี่มีนไป เด็กๆกรูกันเข้าไปทั้งจิกทึ้งดึงกัดจนแฟรงค์ร้องลั่น แม่แก้วมาเห็นสั่งเด็กๆให้หยุดเดี๋ยวนี้

    แม่แก้วขอโทษแฟรงค์แทนเด็กๆ แล้วพาเด็กๆ ออกไป ให้แฟรงค์คุยกับมีนกันเอง แม่แก้วบอกมีนให้คุยกับพี่เขาดีๆ

    มีนคุกเข่าขอโทษที่ตนเปลี่ยนใจ บอกว่าแฟรงค์จะดุด่าอย่างไรก็ได้ ตนรับผิดทุกอย่าง แต่ไม่กลับไปเอาปานแดงออก บอกแฟรงค์ว่าตนอยากทำงานอยากช่วยทุกคนแต่จะให้เอาปานแดงที่ติดตัวมาแต่เกิดนั้นออก ตนทำไม่ได้ เพราะปานแดงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตน

    “โอเคพี่เข้าใจจ้ะ บีบน้ำตาเก่งเหลือเกินนะ ฉันละเพลีย”

    “ขอบคุณค่ะพี่แฟรงค์” มีนยกมือไหว้ เอมี่แอบกำหมัดดีใจที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดี

    แฟรงค์จะกลับเดินออกมาเจอแมนยืนเศร้าอยู่ แมนบอกแฟรงค์ว่าไม่อยากให้มีนทำงานหนัก ยั้งปากไว้ไม่บอกอาการป่วยของมีนแต่ตนอยากทำงานหาเงินช่วยมีนและแม่แก้ว แม่แก้วมาได้ยินบอกแฟรงค์กลับไปเถิดอย่าไปใส่ใจเลยแมนก็พูดไปตามประสา แต่พอแฟรงค์กลับไปแล้ว แม่แก้วย้ำที่เคยคุยกับแมนว่า

    “เรื่องงานเราคุยกันแล้วนะลูก แมนช่วยงานแม่ที่บ้านแสนรักแล้วก็ไปเรียนอีกปีเดียวก็จบแล้ว”

    แมนรับคำแต่บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า “ผมจะหางานที่ทำแล้วได้เงินเยอะๆ มาช่วยรักษาพี่ให้หายเอง... พี่มีน”

    เวลาเดียวกัน มีนปวดหัวมาก เข้าห้องไปเอายากินแล้วก็ยังไม่บรรเทาเหมือนทุกครั้ง...

    “ทำไมวันนี้ถึงปวดหัวมากกว่าทุกครั้ง?”
    ooooooo

    พราวได้นอนหลับลึกจนตื่นขึ้นมาก็ค่ำมืดแล้ว เธอมองตัวเองเห็นถุงเท้าก็ถอดแล้ว และนอนอย่างดีห่มผ้าเรียบร้อยเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ก็เดาได้ว่าสมชายทำให้ นึกชม...

    “ไม่เสียแรงที่เลือกมาเป็นบอดี้การ์ด เป็นบอดี้การ์ดด้วย เป็นพ่อบ้านได้ด้วย ฮิๆ” เดินยิ้มออกมามองหาสมชาย ไปจนถึงโต๊ะอาหาร มีอาหารวางครอบอยู่อย่างสวยงาม ตบแต่งด้วยเทียนสวยที่ลอยอยู่ในถ้วยแก้ว เปิดดูเห็นเป็นข้าวผัดอเมริกันที่แต่งด้วยซอสมะเขือเทศเป็นตาสองข้างและปากยิ้มแฉ่ง พราวเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

    “Yummy! น่ากินมากๆ เลยพ่อเชฟสมชาย” อุตส่าห์ชมแล้วไม่มีเสียงตอบรับ เลยมองหาไปทั่วห้องร้องเรียก “พ่อครัวสมชาย พ่อบ้านสมชาย บอดี้การ์ดสมชาย!” ก็ยังเงียบเลยเดินบ่น “บอกให้กลับ ก็กลับไปจริง เฮ่ย! เป็นบอดี้การ์ดประสาอะไร ทิ้งคนที่ต้องดูแลคุ้มครองชีวิตไว้ให้นอนหลับอยู่ในห้องคนเดียว”

    พราวจับหน้าจับตาตัวเอง คิดว่าควรจะล้างหน้าล้างมือก่อน เลยเดินไปห้องน้ำ เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปเห็นฟองสบู่ฟูฟ่องเต็มอ่าง สงสัยว่าใครมาเปิดน้ำผสมสบู่ไว้ ดึงกางเกงจะลงอ่างพลันก็ระแวงดึงกางเกงขึ้น ล้วงมือควานในอ่างว่ามีอะไรหรือเปล่า พลันก็สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกคว้ามือไว้จากใต้ฟองสบู่

    สมชายนั่นเอง!

    พราวร้องกรี๊ดๆ จนสมชายปล่อยมือ บอกว่าเดี๋ยวคนได้แตกตื่นกันทั้งคอนโดหรอก พราวด่าและระดมตีเขาไม่หยุดจนสมชายต้องจับมือทั้งสองข้างไว้ ขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะลุกขึ้นโชว์

    พอได้สติพราวถามอย่างไม่พอใจว่าถือวิสาสะอะไรมานอนแช่ในอ่างของตน สมชายอ้างว่าตนทำอาหารเย็นให้เธอแล้วซอสมะเขือเทศกระเด็นใส่หัว ตนเป็นคนรักสะอาดชอบตัวหอมๆเลยต้องอาบน้ำ

    ต่างต่อว่าแกมเย้าแหย่ยั่วโมโหกัน พราวนึกสนุกหยิบเสื้อผ้าเขาไป สมชายแก้เผ็ดด้วยการเอาผ้าเช็ดตัวหวานแหววของเธอมานุ่งแล้วลุกไล่ตามไปแย่งเสื้อผ้าคืน

    ขณะที่สมชายเปลือยท่อนบนกำลังวิ่งไล่แย่งเสื้อผ้า ของตนจากพราวกันอย่างใกล้ชิดนั่นเอง แฟรงค์กับเอมี่ก็โผล่พรวดเข้ามา ทั้งสองมองอึ้ง พราวกับสมชายรีบผละ จากกัน

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่แฟรงค์ เราแค่แหย่กันเล่นๆ” พราวชี้แจง แฟรงค์ถามว่าเล่นๆกันแต่ถ้าพวกตนไม่ได้เข้ามา ผ้าเช็ดตัวเกิดหลุดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น “พี่แฟรงค์... พี่คิดอะไรเนี่ย” พราวตัดพ้อเขินๆ

    เอมี่ตัดบทว่าเรื่องผ้าหลุดมันยังไม่น่ากลัวเท่าที่มีคนแอบเข้าไปทำร้ายพราวถึงในฟิตเนสนะ พราวมองขวับถามว่ารู้ตัวแล้วหรือ เอมี่พยักหน้าบอกว่าผู้กำกับสหวุฒิโทร.มาบอกตะกี๊ พวกตนเลยรีบบึ่งมาเลย

    สมชายเครียดขึ้นทันที บอกว่าพวกมันกำลังเดินหน้าเต็มที่ ทั้งคุกคาม ข่มขู่ ทำให้พราวเสียขวัญ อาจจะไม่อยากให้พราวอยู่อย่างสงบก็ได้ ตนยังไม่อยากฟันธงว่ามันต้องการอะไร แต่ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าพราวจะไปไหน ทำอะไร ก็ต้องระวังตัวถ้าเป็นไปได้ก็ต้องเก็บตัว

    พราวบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องไปกองถ่ายละคร สมชายไม่อยากให้ไป แฟรงค์พูดแทนว่า พราวเป็นมืออาชีพยังไงก็ต้องไป นัดพรุ่งนี้หกโมงเช้าให้มารอที่ล็อบบี้จะได้ตามไปคุ้มกันพราวที่กองถ่าย

    สมชายไม่อยากก้าวก่ายจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่พอสมชายไปแล้ว แฟรงค์บอกพราวว่า

    “เป็นไงบ้างพราวของพี่ พรุ่งนี้ไม่ต้องห่วง หนูพักไปนะ พี่จะให้มีนไปแทน”

    กระนั้นพราวก็ยังเครียด

    ooooooo

    จันทร์จรีเปิดฉากรุกติณห์หมายจับให้อยู่หมัด เมื่อติณห์นัดมาพบที่บ้านคืนนี้ เธอแต่งเซ็กซี่นอกจากนุ่งสั้นแล้วยังปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนล่อตาล่อใจด้วย

    มาโนชเปิดประตูพาจันทร์จรีเข้าไปที่ห้องดินเนอร์ บอกให้รอสักครู่ตนจะไปเรียนให้คุณติณห์ทราบ จันทร์จรี วางมาดไฮโซพยักหน้านิดๆอย่างถือตัว

    มาโนชไปที่ห้องตรี บอกติณห์ที่กำลังนวดให้ตรีอยู่ว่าจันทร์จรีมาแล้ว ติณห์จึงให้มาโนชดูแลตรีแทน

    มาโนชนวดไม่ทันไรก็ตื่นเต้นที่เครื่องวัดระดับการเต้นของหัวใจเต้นเร็วขึ้น นึกว่าตรีรู้สึกตัวแล้ว แต่พอเรียกก็ไม่รับรู้และหัวใจก็กลับเต้นเป็นปกติเหมือนเดิม เขาจึงนวดต่อ

    พอมาโนชบีบนวดเสร็จห่มผ้าให้ตรีแล้วจะออกไป อยู่ๆกล้ามเนื้อที่แก้มตรีก็กระตุก เหมือนจะรับรู้ว่าจันทร์จรีกำลังอยู่ในบ้าน แต่มาโนชเดินออกไปแล้ว

    ติณห์ลงมาพบจันทร์จรีที่ห้องดินเนอร์ เขาขอโทษที่โทร.ตามมาตอนดึก จันทร์จรียิ้มเชิญชวนบอกว่าแค่สี่ทุ่มไม่ถือว่าดึก ตนเพิ่งทานข้าวกับเพื่อนเสร็จกำลังเหงาพอดี จันทร์จรีอ่อยเต็มที่คาดหวังว่าคืนนี้ต้องมีได้มีเสียอะไรกันบ้างล่ะ

    ที่แท้ติณห์ต้องการบอกเธอว่าวันนี้เขาเจอพราวที่ฟิตเนสเลยคุยกับพราวแล้ว พราวไม่ติดใจเรื่องเธอ เห็นว่าพรุ่งนี้มีคิวถ่ายละครด้วยกัน ก็เลยอยากให้เธอสบายใจไว้ก่อน พรุ่งนี้จะได้ทำงานร่วมกันอย่างไม่มีปัญหา

    “ที่บอกเนี่ยตกลงว่าคุณติณห์เป็นห่วงพราวใช่ไหมคะ คุณติณห์อ่ะ ใจดำ ไม่เป็นห่วงจรีบ้างเลย” จันทร์จรีตัดพ้อ เห็นเขามองกระดุมเสื้อก็คิดว่าเขาติดกับตน แน่แล้ว แต่ต้องผิดหวัง เมื่อติณห์บอกว่ากระดุมเสื้อเธอหลุดและช่วยติดให้

    จันทร์จรีพยายามยื่นหน้าเข้าไปอย่างใกล้ชิดทำราวกับจะจูบเขา แต่พอริมฝีปากจะสัมผัสกัน ติณห์กลับเบือนหน้าหนีบอกว่า “ผมติดกระดุมให้เสร็จแล้วครับ”

    “ไม่ว่าคุณจะติดหรือจะแก้มัน จรีก็ยอมค่ะคุณติณห์” เธอทำเสียงเซ็กซี่เชิญชวน ติณห์ทักว่าดื่มไปนิดเดียวก็เมาแล้วหรือ “จรีไม่ได้เมา ที่จรีพูดออกมาทั้งหมดอย่างไม่อาย เพราะจรีรักคุณ จรีไม่อยากจะเก็บมันไว้ในใจคนเดียวอีกต่อไปแล้ว”

    “ผมรู้ดีครับว่าคุณจรีมีใจให้ผม แต่ว่าตอนนี้ผมมีคุณพราวอยู่แล้ว”

    จันทร์จรีไม่ยอมถอยถามว่าถ้าไม่มีพราวเขาก็รับตนได้ใช่ไหม เห็นติณห์เงียบเธอบอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ ถึงเขาจะมีพราวตนก็ไม่สน เพราะตนรักเขา อยู่ใกล้เขาแล้วมีความสุข ใครจะชี้หน้าด่าว่าตนเป็นมือที่สามก็ยอม

    ติณห์แอบยิ้มสมใจที่จันทร์จรีติดกับตนง่ายดาย พูดอย่างห่วงใยว่าเธอเมาแล้วกลับไปเถิด เดี๋ยวจะขับรถกลับไม่ไหว เธออ้อนว่ากลับไม่ไหวก็ค้างที่นี่กับเขาเสียเลย แล้วโอบเอวเขากอดอย่างยั่วยวน แม้ติณห์จะบอกว่าตนมีพราวแล้ว จันทร์จรีก็อ้อนอย่าไล่ตนกลับเลย ตนรักเขาอยากอยู่กับเขา

    “กลับไปเถอะครับคุณจรี ผมขอร้อง!” ติณห์ทำเสียงดุ จันทร์จรีงอนคว้ากระเป๋าสะบัดออกไป ติณห์พึมพำพอใจ

    “พรุ่งนี้ถ่ายละครกันสนุกแน่ๆ หึๆ”

    “นังพราว...ฉันจะเปิดศึกชิงคุณติณห์กับแกอย่างเต็มรูปแบบ” จันทร์จรีวิ่งออกมายืนปาดน้ำตาอย่างแค้นใจ

    แผนขยี้พราวเริ่มอีกครั้ง จันทร์จรีกดไลน์บอกส้มจี๊ดที่กำลังหัวเสียที่นัดสุดเขตต์ที่นัดให้มารับที่สำนักพิมพ์ แต่เช้าตรู่จนสายโด่งยังไม่มา พออ่านไลน์จากจันทร์จรีก็ถึงกับเหวอ

    “หา! ยัยพราวจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัว? ไรยะ...ฉันตกข่าวได้ไงเนี่ย” ส้มจี๊ดอ่านไลน์ให้แน่ใจอีกที “หึ... ตาฝาดไปรึเปล่าเนี่ย บอดี้การ์ดยัยพราวชื่อสมชาย ชิ!” อ่านแล้วอยากไปดูให้เห็นกับตา ดูนาฬิกาแล้วสุดเขตต์ยังไม่มา ฮึดขึ้นมาเลยไปเอง

    ooooooo

    เพราะแฟรงค์นัดให้สมชายมารับพราวที่ล็อบบี้คอนโดตอน 6 โมงเช้า เขามาตรงเวลาแต่ยังไม่พบใครเลย

    “นัดให้มา 6 โมง...หึ! ตรงเวลาดีมาก!” สมชายยืนเท้าเอวบ่นหน้าบึ้ง

    พราวเองก็ร้อนใจ บอกแฟรงค์ว่าป่านนี้บอดี้การ์ดสมชายมารอแล้ว เพราะเขาเป็นคนตรงต่อเวลา แฟรงค์บอกว่าเราต้องเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยเพอร์เฟกต์ มีน จะได้ทำหน้าที่แทนพราวได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีนรับปากว่า ตนจะทำด้วยใจเต็มร้อย มองพราวแล้วพูดอย่างเป็นห่วงว่า

    “ดูท่าทางคุณพราวเหนื่อยมาก คุณพักเถอะนะคะ ไม่ต้องห่วง มีนจะแสดงละครแทนคุณให้ดีที่สุด”

    พราวไม่ได้เป็นห่วงเรื่องการแสดงของมีนแต่ห่วงกลัวสมชายจะจับได้ว่ามีนกำลังแสดงแทนตนต่างหาก เพราะสมชายรู้จักตัวตนของตนดี ทำเอามีนชักหวั่น แฟรงค์รีบตัดบทเพื่อให้มีนมั่นใจว่า ตนอยู่ทั้งคนไม่มีปัญหา ตนเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว พูดแล้วส่งบท แว่นตา และหูฟังให้ บอกมีนว่า “สามสิ่งนี้จะช่วยให้เธอแคล้วคลาดจากนายสมชายได้”

    มีนรับสามสิ่งที่แฟรงค์เอาใส่มือให้งงๆ ไม่รู้ว่าแฟรงค์จะให้ตนทำอะไร อย่างไร

    สมชายรอจนเกือบจะโทร.ตามอยู่แล้ว ก็พอดีพวกคุณเธอทั้งหลายนวยนาดกันมา โดยมีนสวมแว่นกันแดด ใส่หูฟังที่เสียบต่อกับมือถือเหมือนกำลังฟังเพลงอยู่ อีกมือถือบทละคร แฟรงค์ประจ๋อประแจ๋สมชายทันที

    “มาแล้วฮ้า...รอนานไหมฮ้า...บอดี้การ์ดสมชาย”

    “สงสัยนาฬิกาของผมจะเสีย เพราะมันเลย 6 โมงเช้ามาครึ่งชั่วโมงแล้ว” สมชายประชด ทำเอาแฟรงค์แหลไม่ออก ทำเป็นตกอกตกใจเร่งให้รีบไปกันเถอะเดี๋ยวกองถ่ายจะเฉ่งเอา สมชายมองมีนอย่างหมั่นไส้ พูดเหน็บลอยๆ “มาช้าแทนที่จะเถียงสักคำ กลับทำเป็นเฉย จะกวนกันใช่ไหม แม่ดารา” แล้วรีบเดินตามไปที่รถ

    แฟรงค์ เอมี่ และมีนนั่งเบาะหลัง แฟรงค์กับเอมี่หลับกันคอพับคออ่อน มีนถอดแว่นมองไปนอกหน้าต่างอย่างชื่นชมธรรมชาติ พอเหลือบมองสมชายที่ขับรถอยู่ ประสานสายตากันจังๆ มีนรีบใส่แว่นทำเป็นหยิบบทขึ้นอ่าน แต่ไม่พ้นสายตาคมเฉียบของสมชาย เขามองอย่างแปลกใจกับแววตาท่าทีที่สงบนิ่งของมีน บอกตัวเองว่าไม่ใช่พราวแน่

    ooooooo

    ที่กองถ่าย สุดเขตต์กำลังเก็บภาพของพระเอกที่กำลังซ้อมฟันดาบอย่างขะมักเขม้น และคิวบู๊ของนักแสดงทั้งห้าที่เป็นนักรบเองของแม่หญิงแก้วเจ้าจอม ระหว่างนั้นก็ชะเง้อคอยมองหามีน

    ส้มจี๊ดมากระชากเสื้อเขาจากข้างหลังจนตกใจ แล้วถามอย่างเอาเรื่องว่านัดมากองถ่ายด้วยกันทำไมไม่รอ

    “ชิ้ววว...เบาๆสิไอ้ส้ม เอะอะโวยวายทำอย่างกับฉันเป็นแฟนแกแล้วทิ้งแกมางั้นแหละ” ส้มจี๊ดฟังแล้วอึ้ง สุดเขตต์รีบบอก “อ้าว...ค้างเลย...ฉันพูดเล่น ฉันจะทิ้งแกได้ไงวะ เพราะฉันไม่มีวันเป็นแฟนกับแก ฮ่ะๆๆ”

    ส้มจี๊ดฉุนขาดตวาดว่าตนไม่ใช่พราวเขาถึงไม่อยากเป็นแฟนด้วย ดักคอว่า รู้นะว่ารีบมากองถ่ายเพราะอยากเจอพราว

    “เอ้า...มาหรือยังนางเอกน่ะ เดี๋ยวถ่ายบู๊สองซีนนี่เสร็จถึงคิวเขาแล้วนะ” เสียงเชนผู้กำกับตะโกนถาม ธุรกิจ ตะโกนตอบว่าแฟรงค์โทร.มาบอกว่ากำลังมาถึงแล้ว

    สุดเขตต์ได้ยินก็เดินอ้าวไปรอ ส้มจี๊ดยิ่งหึงจิกตากัดฟันคำราม “ไอ้สุดเขตต์!”

    มีนลงจากรถเจอสุดเขตต์ ต่างสบตากันอย่างเป็นมิตร ทำให้สุดเขตต์ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือมีน เพราะถ้าเป็นพราวไม่มีวันจะมาญาติดีกับตนแน่ๆ บรรดานักข่าวคนอื่นๆระดมถามล้วนเกี่ยวกับติณห์และจันทร์จรี แฟรงค์กับเอมี่พยายามกันมีนไว้เบนความสนใจนักข่าวด้วยการแนะนำบอดี้การ์ดของพราวเผื่อไปเจอที่ไหนจะได้ไม่มโนเอาว่าเป็นอย่างอื่น แฟรงค์ย้ำว่า

    “เขาคือสมชาย บอดี้การ์ดส่วนตัวของพราวนะฮ้า...”

    ส้มจี๊ดรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน พอดีธุรกิจเร่งมีนให้ไปแต่งตัว สมชายได้ทีรีบพามีนออกไป

    ooooooo

    ไม่นานส้มจี๊ดก็บอกสุดเขตต์ว่าตนนึกออกแล้ว บอดี้การ์ดสมชายคือคนที่พาพราวออกไปจากห้างในวันที่ชุลมุนกัน สุดเขตต์กังวลกลัวสมจี๊ดจะรู้มากกว่านั้นว่าสมชายคือหนุ่มที่พายเรือให้พราวนั่งที่อัมพวา แต่ก็โล่งใจเมื่อส้มจี๊ดรู้ไม่ถึง

    สุดเขตต์กลบเกลื่อนว่าสมชายเป็นตำรวจคงถูกขอร้องให้มาคุ้มกันพราว ส้มจี๊ดตาโตเมื่อรู้ว่าสมชายเป็นตำรวจ ถามว่าแล้วเขารู้ได้อย่างไร ทำเอาสุดเขตต์อึ้งนึกโมโหตัวเองที่หลุดปากไป เขาถูกส้มจี๊ดคาดคั้นจนต้องบอกว่ารู้ตั้งแต่วันที่ตำรวจจับยาบ้าที่ห้างวันนั้นแล้ว ส้มจี๊ดรู้ความจริงก็ยิ่งหมั่นไส้จิกตาหมายมาดว่า

    “หึ...คิดเหรอว่ามีบอดี้การ์ดแล้วจะลับลวงพรางนักข่าวอย่างส้มจี๊ดได้”

    จันทร์จรีที่จ้องหาเรื่องพราวอยู่แล้ว เห็นมีนแต่งหน้าจัดมาก็โวยวายว่าวันนี้ถ่ายซีนบู๊คิวเดินป่าเดี๋ยวผู้กำกับวีนแตกแน่แล้วตรงเข้าไปจะลบแก้มด้านที่มีปานแดงของมีนออก ดีที่มีนเบือนหน้าหลบทันถามเสียงแข็งว่าจะทำอะไร! มีนถูกจันทร์จรีจะลบหน้าออกให้ได้ เอาขวดน้ำมาจะราดหน้ามีน

    “เธอมายุ่งอะไรด้วย หยุดนะจรี!” มีนจับมือจันทร์จรีไว้ ยื้อยุดกันไปมา สมชายจะเข้าห้ามแต่ช้าไปแล้ว มีนแย่งขวดน้ำได้ก็สาดใส่หน้าจันทร์จรีน้ำเข้าตาจนร้องกรี๊ด แฟรงค์กับเอมี่วิ่งมาถามสมชายว่าเกิดอะไรขึ้น พอมีนเล่าให้ฟังจันทร์จรีที่กำลังเลือดขึ้นหน้าท้าทั้งสามคนเข้ามาเลย

    คนดูแลขอร้องจันทร์จรีอย่ามีเรื่องเลย ออกไปล้างหน้าล้างตาดีกว่า แล้วพาเธอออกไป

    แฟรงค์ถามมีนว่าถูกตบหรือเปล่า มีนส่ายหน้าบอกว่าตนตั้งการ์ดรับทัน

    “ฮิๆ ยัยนั่นไม่ถูกตบคืนก็บุญแล้วเจ๊ ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ยอดหญิงสิงห์พละรู้จักรึเปล่า”

    แฟรงค์ตีแขนเอมี่ปรามว่าพูดมากให้รีบพามีนไปแต่งตัวเดี๋ยวไม่ทัน

    สมชายที่ยืนฟังอยู่ยิ่งสงสัยมีนว่า วันนี้พราวมีสติรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างใจเย็นไม่โวยวายเหมือนก่อน ก็พอดีมือถือดังขึ้น เป็นสายจากผู้กำกับสหวุฒิ สมชายเดินห่างออกไปรับสาย เขาถามอย่างตื่นเต้นว่า

    “เจอหลักฐานเพิ่มเติมที่ฟิตเนสเหรอครับ? มาส์กปิดหน้า? เจอที่ไหนครับ...ในถังขยะหน้าห้องล็อกเกอร์รูมเหรอครับ งั้นก็แปลว่าคนร้ายมันถอดหน้ากากปิดปากไว้ก่อนที่จะหนีออกจากฟิตเนส...แต่เมื่อคืนถอดเทปกล้องวงจรปิดดูแล้วไม่เห็นผู้ชายตามลักษณะที่คุณพราวบอกเดินออกมาจากห้องนั้นเลยนะครับ แล้วมันจะหนีไปตอนไหน?”

    คุยกับผู้กำกับพักใหญ่ สมชายเสนอว่า “ผมว่าต้องเช็กเทปกล้องวงจรปิดดูให้ละเอียดอีกทีนะครับผู้กำกับ แล้วเทรนเนอร์ฟิตเนสที่ชื่อประเสริฐคนนั้นล่ะครับ ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ? ไม่พบพิรุธหรือประวัติทำความผิดอะไรเลยเหรอครับ”

    สมชายรู้สึกผิดหวังที่ไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ รายงานผู้กำกับว่าตนมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดซุปตาร์พราวอยู่กองถ่าย บอกผู้กำกับว่า “ถ้าได้เบาะแสอะไร หรือรู้ตัวคนร้ายรีบโทร.ตามผมเลยนะครับ ผมจะไปลากคอมันเอง...ครับผม...รับทราบครับ...”

    วางสายจากผู้กำกับแล้วสมชายจะกลับไปที่ซุ้มแต่งตัว ถูกส้มจี๊ดมาดักขอคุยด้วย บอกว่าตนรู้ว่าเขาเป็นตำรวจยศไม่ธรรมดาแต่ทำไมจึงมาเป็นบอดี้การ์ดของพราว ไฮโซติณห์ส่งมาใช่ไหม สมชายไม่กินเส้นกับส้มจี๊ดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขายียวนกลับไปว่าอยากรู้ก็ไปถามติณห์เอาเองหรือไม่ก็ถามตากล้องสุดหล่อคนนั้นก็ได้ แล้วเดินไปเลย

    “ไอ้หมอนี่ กวนโอ๊ยเป็นบ้า จำไว้เลย ไม่ญาติดีกับฉัน ฉันจะตามซอกแซกให้ถึงที่สุด อย่าพลาดมาก็แล้วกัน ฮึ่ม!”

    ooooooo

    ต่อหน้าใครๆในกองถ่าย มีนทำตัวเป็นพราวหยิ่งถือตัว ไม่ชอบใจอะไรก็โวยวาย เมื่อถูกสุดเขตต์ถ่ายรูปก็สั่งให้หยุด ถามว่าใครอนุญาตให้ถ่ายรูปตน

    “คุณดุไม่เนียนเลยนะครับคุณมีน” สุดเขตต์พูดยิ้มๆเมื่อมีนยิ่งทำเป็นเกรี้ยวกราดแบบพราว สุดเขตต์บอกว่าถึงเธอจะทำเป็นพราวได้เหมือนมากแต่ซ่อนสายตาตนไม่ได้หรอก มีนถามว่าเขาแยกได้อย่างไร

    “ผมตอบคุณไม่ได้หรอกครับ เพราะผมไม่ได้ใช้แค่สายตา แต่ผมใช้ความรู้สึกของผมสัมผัสได้ว่าคุณเป็นมีนไม่ใช่พราว” เมื่อปิดบังตบตาสุดเขตต์ไม่ได้ มีนยอมรับและขอร้องเขา แต่มีนไม่ทันพูด สุดเขตต์ก็พูดแทนได้อย่างตรงใจว่า

    “ผมรู้ว่าคุณจะขอร้องอะไร ไม่ต้องกังวลไปครับคุณมีน ผมจะช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ คุณทำงานเป็นสแตนด์อินให้คุณพราวให้สบายใจเถอะ ไม่ต้องห่วงว่าผมจะปากโป้งไปบอกใครหรอกครับ”

    มีนมองเขาอย่างขอบคุณ ต่างมีความรู้สึกดีๆต่อกัน มีนยกฝ่ามือชวนสาบาน สุดเขตต์ยกฝ่ามือประกบ มองกันนิ่งอย่างรับรู้ความรู้สึกของกันและกัน พลันทั้งสองก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงส้มจี๊ดแผดขึ้น

    “สุดเขตต์!!!”

    ไม่เพียงเท่านั้น สมชายก็พุ่งพรวดเข้าไปคว้าแขนมีนดึงออกมา สุดเขตต์ไม่ยอมปล่อยเลยกลายเป็นสองหนุ่มดึงแขนมีนกันคนละข้าง สุดเขตต์รู้ว่าสมชายเข้าใจผิดบอกให้เขาใจเย็นๆเราแค่คุยกันเท่านั้น แต่เขาก็ถูกสมชายผลักออกไปปรามว่า “ถ้าผมเห็นคุณเข้าใกล้พราวอย่างเมื่อกี๊อีก เราได้เจอกันแน่คุณสุดเขตต์!” พูดแล้วก็ดึงแขนมีนไปเลย

    มีนเดินตามสมชายไปเงียบๆ เธอนิ่งจนสมชายถามว่าไม่คิดจะพูดอะไรสักคำหรือ พอเธอส่ายหน้าก็หาว่ากวนประสาท ตวาดถาม “คุณไปยืนคุยอะไรลับๆล่อๆ กับนักข่าวคนนั้นตอบผมมา!”

    “แล้วทำไมคุณต้องโกรธขนาดนั้นด้วย” มีนถามนิ่งๆ ก็ถูกตวาดมาว่าเพราะตนเป็นบอดี้การ์ดของเธอ “ใช่เหตุผลนี้เหรอคะ ไม่ใช่เพราะคุณหึงเหรอ?”

    เป็นคำถามที่ทำให้สมชายได้สติ เขากลบเกลื่อนว่านิยายรักเรื่องสั้นของเรามันจบไปตั้งแต่ที่อัมพวาแล้ว ไม่มีแสงหิ่งห้อยให้เธอได้เห็นในคืนเหงาอีก

    “แต่แปลกนะคะ ฉันกลับเห็นแสงหิ่งห้อยในตาของคุณ” มีนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา “ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่มาเป็นบอดี้การ์ดให้พราวหรอก” เห็นสมชายอึ้ง มีนจึงขอตัวไปถ่ายละครต่อ คำพูดของมีนทำให้อารมณ์หึงหวงของสมชายลดลง เขามีสติขึ้น แต่ก็สงสัยขึ้นมาอีกว่า

    “ถ้าไม่อากาศร้อนจนเพี้ยน วันนี้ยัยซุปเปอร์สตาร์ต้องกินคอลลาเจนมาผิดขวดแน่ๆ”

    ฝ่ายส้มจี๊ดยืนกัดปากแน่นน้ำตาไหลอย่างไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่หึงหวงสุดเขตต์ไว้ได้ เมื่อสุดเขตต์ถามว่าร้องไห้ทำไม ส้มจี๊ดก็ย้อนถามว่าแล้วเขามาจับมือ ถือแขนพราวทำไม ทำอย่างกับเป็นแฟนกัน สุดเขตต์โต้ว่าตนแค่เอามือแตะกันเท่านั้น ก็ถูกถามอีกว่าแล้วทำไมต้องเอามือแตะกัน ถามแล้วทั้งทุบทั้งร้องไห้อย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ สุดเขตต์ถามว่าร้องไห้ทำไม ร้องอย่างกับคนบ้า

    “ฉันจะบ้าก็เพราะแกไปยุ่งกับยัยพราวนั่นแหละ” สุดเขตต์พูดอย่างไร้อารมณ์ว่าตนจะยุ่งกับใครก็เรื่องของตน ส้มจี๊ดโพล่งไปอย่างทนไม่ได้ว่า “ก็ฉันหวงแกนี่หว่า!”

    “แกอย่ามาพูดอย่างนี้นะ หวงมะเหงกอะไร เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย” พูดแล้วปล่อยมือจากส้มจี๊ดเดินผละไป

    “ก็ฉันชอบ...” ส้มจี๊ดยั้งปากไว้ทัน เลยได้แต่กำหมัดสะบัดแขน ยืนร้องไห้อย่างเจ็บใจตัวเองที่ปล่อยให้สุดเขตต์เดินหนีไป

    ooooooo

    ที่กองถ่ายละครอโยธยา มีนที่เล่นเป็นแม่หญิงแก้วเจ้าจอม เดินทางรอนแรมมากลางป่ากับนักรบคู่ใจทั้งห้า มาพักที่ริมแม่น้ำ

    ขณะทุกคนวางดาบและวักน้ำล้างมือล้างหน้านั้น จู่ๆจันทร์จรีที่แสดงเป็นชบาและถูกทหารพม่าจับไปก็มายืนข้างหลังแม่หญิงขโมยดาบแม่หญิงซ่อนไว้ข้างหลัง แม่หญิงดีใจที่ชบาหนีกลับมาได้ แต่พอเข้าใกล้ก็ถูกชบาเงื้อดาบจะฟัน แม่หญิงจับมือชบาไว้ทัน ไม่เพียงเท่านั้น ชบาที่เป็นไส้ศึกยังนำกำลังศัตรูมาจู่โจมด้วย

    ชบาตะโกนอย่างบ้าคลั่งจะฆ่าแม่หญิง กระโจนเข้าเล่นงานแม่หญิงอย่างเอาเป็นเอาตาย จนผู้ช่วยผู้กำกับคุยกับผู้กำกับเชนว่า “คุณจรีจัดเต็มมาก อย่างกับเกลียดนางเอกจริงๆ” เชนเองก็ชมว่า “มันต้องร้ายอย่างนี้แหละถึงจะสมจริง”

    แต่สมชายที่ดูจอมอนิเตอร์อยู่ ดูออกว่าชบาตบมีนจริงๆ แต่มีนก็รับมือชบาอย่างมีทักษะการต่อสู้ นึกในใจว่า “วันนี้ซุปตาร์พราวจะเก่งเกินไปเสียแล้ว” ส่วนพวกนักข่าวก็พากันทึ่ง บ้างชมว่าเดี๋ยวนี้พราวเล่นบู๊เองได้หมด เลยทำเอาสแตนด์อินตกงาน อีกคนงงว่าไปซุ่มฝึกที่ไหนมา ปุบปับก็เปลี่ยนได้เป็นคนละคนเลย

    “คิดมาก มีครูมาสอนคิวบู๊ให้ ใครๆก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ” ส้มจี๊ดดูแคลน ถูกนักข่าวใกล้ๆนั้นโต้ว่า

    “ทำได้กับทำเนียนสมจริงมันไม่เหมือนกันนะ อย่างกับไม่ใช่พราวคนเดิมแน่ะ”

    การแสดงในฉากตบนั้น จันทร์จรีตบจริง มีนเลยเอาจริงบ้าง เจอของจริงเข้าจันทร์จรีก็โดนตบจนร้องลั่น ผู้กำกับเชนสั่งคัต ชมเปาะว่า ตบกันได้ถูกใจป๋ามาก แซ่บเว่อร์

    ข่าวจันทร์จรีเล่นนอกบทตบมีนจริงๆ รู้ถึงหูติณห์ เขาหัวเราะหึๆอย่างสะใจ มาโนชถามว่าเกิดเรื่องที่กองถ่ายหรือ

    “ใช่...จันทร์จรีลงมือแทนเราแล้ว วันนี้คงแค่เบาะๆ ต่อไปคงหนักข้อขึ้น ถ้าฉันเติมเชื้อไฟให้แรงขึ้นเรื่อยๆ”

    มาโนชติงว่ากลัวพราวจะตีตัวออกห่างเขาเสียก่อน ติณห์หัวเราะหึๆ ถามว่า

    “แกคิดว่าคนอย่างพราวพิชญาดาจะเห็นไอ้บอดี้การ์ดสมชายดีกว่าฉันงั้นเหรอ” พูดแล้วมองแหวนแต่งงานที่ตรีจะเอาไปขอพราวแต่งงาน บอกตรีที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ว่า “นายตรี แหวนวงนี้ที่แกอุตส่าห์เลือกซื้อเพื่อไปขอยัยพราวแต่งงานมันไม่เสียเปล่าแน่ พี่จะใช้มันแทนแกเอง!”

    ทันใดนั้นมือถือติณห์ดังขึ้น เขาเห็นชื่อแฟรงค์โชว์ เลยหยิบให้มาโนชรับแทนให้บอกว่าตนไม่ว่าง มาโนชรับแทนบอกแฟรงค์ว่าติณห์ติดประชุม ไว้ตนจะเรียนให้ติดต่อกลับไป

    สมชายเฝ้าสังเกตมีนอยู่ ยิ่งเห็นการแสดงบทบู๊ได้อย่างไม่มีที่ติของมีน เขายิ่งมั่นใจว่าคนนี้ ไม่ใช่พราว!

    กลับมาถึงคอนโด สมชายทำทีช่วยแฟรงค์กับเอมี่ถือกระเป๋า เหล่มองมีนที่แกล้งเสียบหูฟังเพื่อเลี่ยงที่จะพูดคุยกัน พอมาถึงหน้าลิฟต์ สมชายเจ้าเล่ห์ทำเหมือนจะส่งกระเป๋าคืนให้แต่แกล้งดันทั้งสองจนเซออกไปแล้วเขาก็กดปิดประตูลิฟต์ ในลิฟต์จึงเหลือแต่เขากับมีน มีน

    พยายามไล่เขาออกแต่สมชายก็รั้นที่จะไปส่งถึงหน้าห้องอ้างว่าเป็นหน้าที่ของบอดี้การ์ด

    แฟรงค์กับเอมี่ตกใจเพราะถ้าสมชายขึ้นไปที่ห้องความลับเรื่องพราวแตกแน่ๆ จะโทรศัพท์ไปบอกพราวมือถือก็อยู่ในกระเป๋าที่สมชายเอาไปถือให้ จึงแจ้นไปที่เคาน์เตอร์ขอโทร.ขึ้นห้องพราว

    พราวไปนั่งดื่มน้ำพั้นช์เหงาๆอยู่ที่ระเบียง ได้ยินเสียงกดกริ่งประตูห้องก็คิดว่าคงกลับมากันแล้วและลืมคีย์การ์ดกระมัง เวลาเดียวกันมือถือของพราวที่โต๊ะก็ดังไม่หยุด พราวละล้าละลังจะไปไหนก่อนดี ตัดสินใจไปเปิดประตูก่อน

    พราวเปิดประตู พลางทัก “ลืมเอาคีย์การ์ดไปเหรอพี่แฟรงค์”

    พลันก็ตะลึงงัน เมื่อเห็นสมชายและมีนยืนอยู่หน้าประตู สมชายเองก็จังงังเมื่อเห็นพราวอีกคนยืนอยู่ในห้อง!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์