นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"


    ณ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่พราวกำลังถ่ายแบบโปรโมตโรงแรมอยู่นั้น มือถือของพราวที่ฝากไว้กับเอมี่ดังขึ้น เอมี่หยิบมาดูเห็นโชว์หน้าจอว่า “สมชาย”

    แฟรงค์ตกใจคิดไม่ถึงว่าพราวจะเก็บเบอร์ของสมชายไว้ พราวรีบคว้าเดินเลี่ยงไปรับสายทักดักคอทันทีว่า

    “ฮัลโหล...หวังว่าโทร.มา ฉันคงได้ยินข่าวดีจากคุณ” พอสมชายบอกว่าไม่มีข่าวดีมีแต่ข่าวร้าย พราวก็วีนทันที “อะไรนะ! ข่าวร้าย!!”

    สมชายยอมรับว่าตนบุกไปที่อู่ของเจ๋งพยายามจะจัดการมันแต่มันหนีรอดไปได้ พราวทวงสัญญาทันทีว่าเขารับปากตนว่าจะจัดการมัน สมชายบอกว่าตนพยายามแล้ว

    “แต่คุณทำพลาด!” พราวแว้ด สมชายยิ่งอึกอัก พราวตัดบท “ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวทางโทรศัพท์ มาหาฉันเดี๋ยวนี้เลย!” สมชายทะลึ่งพรวดจากเก้าอี้ ถามเกือบเป็นตวาดว่าสั่งตนหรือ พราวแว้ดคืนว่า “ก็คุณสัญญากับฉันไว้ว่ายังไงล่ะ หรือคุณจะเบี้ยว”

    ลูกผู้ชายชื่อสมชาย พูดคำไหนคำนั้น เขาไปหาพราวที่กองถ่ายแบบทันที

    ooooooo

    ขณะพราวกำลังถ่ายแบบนั้น มีชายชุดดำ 4 คนเดินอาดๆเข้ามา ทำเอาทุกคนตกใจ ทีมงานรีบเข้าไปกันไว้ไม่ให้เข้า แต่พวกนั้นอ้างว่าคุณติณห์ส่งพวกตนมา

    แฟรงค์โทร.หาติณห์ปากคอสั่นว่าส่งชายชุดดำพวกนี้มาทำไม ทำเอาตกอกตกใจหงายเงิบกันทั้งกอง ติณห์ที่กำลังยืนคู่กับจันทร์จรีแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์แป้งทูเวย์อยู่ บอกแฟรงค์ว่าตนส่งชายชุดดำมาเป็นบอดี้การ์ดของพราว พอดีตนยุ่งๆอยู่เลยไม่ได้โทร.มาบอกก่อน

    “แต่พราวยังไม่เซย์เยสเลยนะฮะคุณติณห์ อยู่ๆก็ส่งบอดี้การ์ดมาแบบนี้ พราวอาจจะไม่ปลื้มนะฮ้า...” แฟรงค์ดีดดิ้น แต่พอติณห์บอกถึงความห่วงและปรารถนาดีต่อพราวของตน แฟรงค์ก็ขอบคุณม้าก...มาก...พราวเลยขอคุยเอง

    “ขอบคุณนะคะคุณติณห์ที่เป็นห่วง ส่งบอดี้การ์ดมาดูแลพราวถึงกองถ่าย แต่ถ้า...เอ่อ พราวไม่ถูกใจบอดี้การ์ดทีมนี้ล่ะคะ คุณจะว่ายังไง”

    “ผมไม่ว่าอะไรเลยครับ ผมแล้วแต่คุณพราว ถ้าคุณพราวไม่ชอบทีมนี้ เดี๋ยวผมจัดหาทีมใหม่ส่งไปให้ เอาเป็นว่าวันนี้ผมส่งทีมนี้ไปให้คุณพราวพิจารณาดูก่อนก็แล้วกันนะครับ”

    พราวบอกว่าจะพิจารณาและให้คำตอบ ติณห์ปากหวานแสดงความห่วงใยเธออย่างมาก แต่พอวางสายเขายิ้มสะใจที่แผนนี้ตนได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ได้ใจพราวและได้ทำให้พราวตระหนกตกใจกับชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วย

    ooooooo

    สมชายมาถึงแล้ว พราวเห็นเขาเดินมาอย่างองอาจแต่ไกลก็ยิ่งหมั่นไส้ที่เขาทำงานพลาดแต่ไม่สลดเลย คิดว่าอย่างนี้ต้องโดน!

    พราวเรียกบอดี้การ์ดให้ไปขวางสมชายอย่าให้เข้ามา บอกเอมี่กับแฟรงค์ว่าตนกำลังจะทดสอบฝีมือทีมบอดี้การ์ดของติณห์อยู่ แย่งพัดจากแฟรงค์ไปพัดให้ตัวเอง รอดูว่าสมชายจะทำอย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับชายชุดดำเถื่อนๆทั้งสี่

    “หยุดอยู่ตรงนั้น คุณเข้าไปไม่ได้” หนึ่งในชายชุดดำทำเสียงเข้ม

    “ทำไมผมจะเข้าไม่ได้ ผมมาหาคุณพราว หลีกทาง!” สมชายเดินทะลวงพวกนั้นไป คนหนึ่งสั่งให้จับไว้ พวกนั้นกรูกันเข้าล็อกแขนสมชายซ้ายขวา เขามองพวกนั้นอย่างสงบนิ่ง ถอนใจดังๆอย่างเบื่อหน่าย พูดนิ่มๆนิ่งๆว่า

    “ผมขอเตือนดีๆนะ อย่ามายุ่งกับผมจะดีกว่า ผมมีธุระกับคุณพราว กำลังเบื่อ กำลังเซ็ง อารมณ์เสียมากด้วย”

    ชายสองคนจะเข้าหิ้วเขาออกไป ถูกสมชายสะบัดแล้วเสยปลายคางจนผงะไปทั้งคู่ แต่พอจะเดินต่อก็ถูกอีกคนพุ่งเข้ามาเตะซ้ายขวา สมชายยกมือปัดป้องสวนหมัดอัดหน้ามันและเตะคืนที่สีข้างจนมันกระเด็น ที่เหลืออีกคนกำหมัดกระโดดเข้ามา สมชายหลบ จับมันทุ่มข้ามไหล่ไปนอนจุกแอ้ก แม้เขาจะเจ็บแผลที่ท้องแต่ยังเดินเข้าสู้

    “พอได้แล้วค่ะ” เสียงพราวสั่ง ชายทั้งสี่หยุดกึก สมชายหันมอง เห็นพราวถือพัดเข้ามาพร้อมแฟรงค์และเอมี่ สมชายถามว่า นี่ฝีมือเธอเอง หรือทำบ้าอะไร?

    “พูดจาให้มันสุภาพหน่อย ฉันไม่ได้บ้า ฉันก็แค่อยากจะทดสอบฝีมือคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน”

    สมชายมองชายชุดดำทั้งสี่อย่างสมเพช ถามว่านี่หรือบอดี้การ์ด พราวตัดบทขอบคุณชายชุดดำ แต่พวกเขาไม่ผ่านการทดสอบของตน แต่สำหรับสมชายพราวบอก “คุณผ่าน” ทำเอาสมชายอึ้งว่าผ่านอะไร

    “นับแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณคือบอดี้การ์ดของพราว พิชญาดา” พราวบอก แล้วบอกแฟรงค์ให้ช่วยจ่ายค่าเสียเวลาให้ทีมบอดี้การ์ดทั้งสี่คนด้วย จากนั้นหันมาทางสมชายอีก “ส่วนคุณ...ตามฉันมา บอดี้การ์ดสมชาย!” พูดแล้วเดินเชิดไป

    “อย่ามาเรียกผมอย่างนั้นนะ ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ เดี๋ยวคุณ...คู้ณณณณ...” สมชายโวยพลางก้าวพรวดๆ ตามพราวไป แฟรงค์เห็นแล้วอยากจะเป็นลม...

    ooooooo

    พราวเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว สมชายตามไปถามว่าที่เรียกมานี่เพื่อจะกวนประสาทกันหรือ จะเอาอย่างไรก็ว่ามาเลย

    “เอายังไงเหรอ หึ...หูคุณคงหนวก ตะกี๊ฉันก็บอกไปแล้วว่า” พราวหันมองหน้าพูดย้ำชัดๆ “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณคือบอดี้การ์ดของฉัน” สมชายถามว่าทำอย่างนี้ได้ยังไง “ทำไมจะไม่ได้ ตามสัญญาที่คุณให้ไว้กับฉันไง คุณบอกว่าถ้าคุณจัดการกับไอ้โจรค้ายานั่นไม่สำเร็จ ฉันจะให้ชดใช้ยังไง คุณยินดีจะทำทุกอย่าง”

    ถูกพราวอ้างสัญญาที่เขาให้ไว้ สมชายก็ขอชดใช้เป็นอย่างอื่นได้ไหมทำไมต้องมาเป็นบอดี้การ์ดด้วย

    “ก็เพราะฉันไม่ไว้ใจใครให้มาคุ้มครองชีวิตฉัน นอกจากคุณคนเดียว!” พราวพูดไปเต็มปากเต็มคำ เห็นสมชายหันหน้าหนีกลัวแพ้ใจตัวเองถ้าต้องอยู่ใกล้ชิดพราว แต่พราวตีความผิดคิดว่าเขาไม่อยากทำ พูดอย่างผิดหวังว่า

    “แต่ถ้าคุณลำบากใจมาก ไม่อยากจะลดตัวลงมาทำ ก็ไม่เป็นไร ฉันจะไม่ฝืนใจคุณเด็ดขาด ลืมเรื่องสัญญาของคุณซะ เชิญคุณกลับไปได้แล้ว ฉันจะเปลี่ยนเสื้อ”

    พอพราวปิดประตู สมชายก็มายืนหน้าห้องพูดเสียงอ่อยว่า

    “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเรียกผมนะ ผมจะยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู”

    แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะโทร.รายงานผู้กำกับว่า “ผมเจอดีเข้าแล้ว หึ...จะใครเสียอีกล่ะครับ!”

    ooooooo

    ติณห์เขม่นสุดเขตต์มานาน วันนี้เขาให้มาโนชคนขับรถที่ยอมทำทุกอย่างตามคำสั่งเจ้านาย พาชายฉกรรจ์สองคนคุมตัวสุดเขตต์ไปที่ห้องทำงานข่มขู่เขาว่า

    “คุณสุดเขตต์คุณเป็นนักข่าวก็ทำงานของคุณไป อย่ามาอาจเอื้อมตีสนิทกับซุปเปอร์สตาร์อย่างคุณพราวของผม คุณพราวเขาอึดอัด เขาไม่ชอบสุงสิงกับนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวฮอตช็อตอย่างคุณ เข้าใจไว้เสียด้วย”

    สุดเขตต์ถามว่าพราวเป็นคนให้เขามาบอกตนหรือ ติณห์ตอบอย่างถือตัวเป็นเจ้าของพราวว่า ใครบอกก็เหมือนกันตนกับพราวเป็นแฟนกันก็เหมือนคนคนเดียวกัน หวังว่าตนคงไม่ต้องเชิญเขามาเตือนเป็นครั้งที่สอง

    พอติณห์เดินออกไป สุดเขตต์ก็พึมพำอย่างสมเพชว่า

    “หึ...ที่แท้ก็เป็นเทพบุตรจอมปลอม คุณพราวจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนายติณห์สักแค่ไหนนะเนี่ย”

    การเลือกสมชายมาเป็นบอดี้การ์ดของพราวยังความกังขาแก่แฟรงค์และเอมี่ ครั้นถามเหตุผลที่เธอเลือกสมชายขอคำตอบแค่สามคำ พราวนึกในใจว่า “ฉันรักเขา” แต่กลับตอบแฟรงค์ไปว่า “ไว้ใจเขา” พอแฟรงค์ติงว่าอย่าลืมว่ายังมีพราวอีกคนจำได้ไหม นายสมชายเขารู้ด้วยไหมว่าพราวมีสแตนด์อินชื่อมีนอีกคน

    “อย่าบอกเขาเรื่องมีนเด็ดขาดนะ ถ้าเขาจะรู้ก็ให้เขารู้ด้วยตัวเขาเอง”

    แฟรงค์กับเอมี่ฟังแล้วเหวอ แต่พราวไม่ทุกข์ร้อนอะไรด้วยเลย

    ooooooo

    ทีมบอดี้การ์ดที่ติณห์ส่งไปคุ้มครองพราวกลับมา ติณห์ถามว่าส่งไปคุ้มครองพราวที่กองถ่ายแล้วรีบกลับมาทำไม พอเห็นหน้าตาพวกนั้นบอบช้ำถามว่าเกิดอะไรขึ้น?

    “เอ่อ...มีคนมาหาคุณพราวครับ คุณพราวสั่งให้พวกเราขวางมันไว้ไม่ให้เข้า แต่...”

    จันทร์จรีสอดขึ้นว่า แต่ขวางมันไม่ได้ใช่ไหม ถึงได้เจ็บตัวกลับมาแบบนี้ สอดแทรกขึ้นแล้วรู้ตัวว่าพูดมากไป มองหน้าติณห์ยิ้มแหยๆ ทำเป็นพูดว่า

    “นี่พวกมันต้องพาพวกมามากแน่ๆเลยค่ะคุณติณห์ ถึงรุมยำคนของคุณถึงสี่คนได้ขนาดนี้”

    ติณห์ตวาดถามว่าพวกมันมากี่คน พอรู้ว่ามาคนเดียว ติณห์ฉุนขาดถามว่า

    “แล้วมีเรื่องขนาดนี้ ทิ้งคุณพราวกลับมาได้ยังไง ทำไมไม่อยู่ดูแล ผมจ้างพวกคุณไปเป็นบอดี้การ์ดของคุณพราวนะ” พอรู้ว่าพราวเป็นคนสั่งให้กลับและรับหมอนั่นเป็นบอดี้การ์ดแทน ติณห์ก็ยิ่งเจ็บใจ “ว่าไงนะ! ให้เป็นบอดี้การ์ดแทนงั้นเหรอ บอกมาซิว่าหมอนั่นชื่ออะไร”

    “ผมได้ยินคุณพราวเรียกมันว่า...บอดี้การ์ดสมชายครับ”

    “มาโนช...พาฉันไปที่โรงแรม!” ติณห์ลุกพรวดเดินออกไปทันที ทิ้งจันทร์จรีไว้ราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น จันทร์จรีมองตามพูดอย่างเจ็บใจว่า

    “นังพราว...ฉลาดอ่อยผู้ชายนักนะ หาบอดี้การ์ดชื่อเห่ยๆ มาทำให้คุณติณห์วิ่งแจ้นไปหาแกถึงที่จนได้ ฮึ่ย!!” แต่พอฉุกคิดได้ หันไปถามบอดี้การ์ดพวกนั้นว่า “พวกคุณมีเรื่องกับบอดี้การ์ดที่ชื่อสมชายที่โรงแรมไหน”

    ooooooo

    พราวบอกแฟรงค์กับเอมี่ว่าหิวแล้ว ให้พาไปทานข้าว สมชายตามไปยืนพิงเสาทำท่ากวนหน้าตายอยู่ข้างโต๊ะอาหารที่พวกพราวนั่งกันอยู่

    “นี่คุณ! จะยืนค้ำหัวกันอีกนานไหม ทำไมไม่นั่งลงล่ะ” พราวทำเสียงเข้ม สมชายถามว่าตนเป็นบอดี้การ์ดนั่งร่วมโต๊ะได้ด้วยหรือ เลยถูกประชดว่า “งั้นก็ไม่ต้องนั่ง” แต่สมชายกลับเดินมานั่งหน้าตาเฉย บอกพราวว่า

    “ผมโทร.บอกผู้กำกับแล้ว ให้ทำเรื่องกับทางหน่วยให้ส่งตัวผมมาทำคดีของคุณ จะได้มาเป็นยามเฝ้าคุณได้ตามหน้าที่” แล้วสั่งเธอว่า “สิ่งที่คุณต้องให้ผมทั้งหมดก็คือ คิวงานของคุณ แต่ละวันคุณไปไหน ทำอะไร นัดกับใคร ต้องให้ผมรู้ความเคลื่อนไหวของคุณทุกอย่าง”

    “แม้แต่เวลาที่ฉันจะไปออกเดตสวีตกับใครก็ต้องบอกคุณด้วยเหรอ” พราวจงใจยั่ว เลยถูกสวนทันควันว่า

    “แม้แต่เวลาที่คุณพาหมาไปกำจัดเห็บก็ยังต้องบอกผมด้วย” พราวเม้มปากตอบรับอย่างเจ็บใจว่าจะบอกเขาทุกวินาทีเลย “โอ๊ะๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกคุณ เอาแค่เวลาที่คุณต้องออกจากบ้านก็พอ ไม่ถึงกับต้องให้ผมปลุกคุณตื่นนอนทุกเช้า และส่งคุณเข้านอนกู้ดไนต์ทุกคืนหรอก ผมจะไม่ทำเกินหน้าที่บอดี้การ์ด”

    “ไม่ต้องห่วง ฉันก็จะไม่ให้โอกาสคุณทำเกินหน้าที่เหมือนกัน” พราวเชิดใส่

    แฟรงค์กับเอมี่นั่งมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที ฟังทั้งสองโต้เถียงกันเหมือนไม่มีตนทั้งสองนั่งอยู่ด้วย

    ooooooo

    ทานอาหารเสร็จพราวเดินเชิดออกไป แฟรงค์กับเอมี่เดินตามมาถามสมชายว่าจะเริ่มหน้าที่บอดี้การ์ดวันนี้เลยใช่ไหม สมชายถามว่าแล้วเป็นวันอื่นได้ไหมล่ะให้ไปถามซุปเปอร์สตาร์ดู

    “ไม่ได้!” พราวแว้ดใส่ แฟรงค์เลยให้สมชายพาพราวไปส่งที่บ้านพราวแสงโดยสวัสดิภาพและปลอดภัยก็แล้วกัน พราวทำหน้างงถาม “อ้าว...แล้วพี่แฟรงค์กับเอมี่จะไปไหนคะ”

    แฟรงค์บอกว่าเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระสำคัญ แล้วเอากระเป๋าเครื่องสำอางและข้าวของส่วนตัวของพราวยัดใส่มือสมชายเร่งเอมี่รีบไปกัน สมชายถือกระเป๋าหลายใบยืนเด๋อ พราวนึกสนุกเลยเอากระเป๋าตัวเองให้ถืออีกใบบอกว่าจะไปห้องน้ำ

    “เฮ้ๆๆ คุณ! เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ผมมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณนะ ไม่ได้มาเป็นเบ๊” พราวหันมาทำตาโตจุ๊ปากว่าอย่าบ่นนัก เป็นบอดี้การ์ดของพราวเก่งอย่างเดียวไม่พอต้องพยายามหล่อด้วย “หึ! พยายามหล่อน่ะเหรอ คงไม่ต้องหรอก ผมหล่ออยู่แล้ว คุณนั่นแหละ พยายามอดใจอย่าหลงรักผมอีกก็แล้วกัน”

    สมชายยักคิ้วเก๊กหล่อให้ดู พราวค้อนใส่เถียงไม่ออกเดินสะบัดไปห้องน้ำ สมชายยังกวนประสาทว่า

    “เข้าห้องน้ำเร็วๆนะครับ อย่าให้บอดี้การ์ดหล่อๆ ต้องรอนาน” พราวหันค้อนใส่อีกรอบ สมชายหัวเราะชอบใจ “ฮ่ะๆ เล่นกะใครไม่เล่น...เล่นกับสมชาย” เขายิ้มให้กับตัวเองอย่างรู้สึกสนุกสุขใจจริงๆ

    ooooooo

    จันทร์จรีตามไปถึงโรงแรมที่บอดี้การ์ดของติณห์บอก ไปถึงเห็นพราวกำลังเดินเข้าห้องน้ำพอดี เธอพยายามมองหาบอดี้การ์ดสมชายแต่ไม่เห็น

    “มันอยู่คนเดียว” จันทร์จรีจิกตาร้าย

    สมชายยืนถือของพะรุงพะรังอยู่ นึกประชดว่าให้บอดี้การ์ดมาหิ้วของ เกิดอะไรขึ้นจะช่วยอะไรได้ทัน แต่พราวไปห้องน้ำนานก็นึกเป็นห่วงขึ้นมา

    ติณห์เดินมากับมาโนช เห็นสมชายจึงเดินรี่ไปหา พอดีสมชายหันมาเห็นเขาดูสีหน้าติณห์ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าต้องมีเคลียร์กันแน่ ติณห์เดินเข้ามาพูดเยาะว่า

    “บอดี้การ์ดสมชาย หึๆ ผมนึกว่าใคร ที่แท้ก็ผู้ชายพายเรือของคุณพราวนี่เอง”

    “ดูท่าทางคุณผิดหวังมากนะครับคุณติณห์” ติณห์ตะคอกถามว่าทำไมต้องเป็นเขา “อันนี้ผมก็ไม่ทราบ คุณต้องรอถามจากปากคุณพราวเอาเองนะครับ”

    “ผมถามจากคุณพราวแน่ แต่ตอนนี้ผมกำลังถามจากปากคุณว่าทำไมคุณถึงต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้คุณพราว หรือว่างานตำรวจมันว่างเกินไป”

    “ผมก็ไม่ว่างหรอกครับ แล้วจริงๆ ผมไม่อยากจะมาทำด้วย แต่เผอิญว่าบอดี้การ์ดที่คุณส่งมาน่ะมันห่วย ผมก็เลยซวยจำเป็นต้องทำเพราะไม่อย่างนั้นชีวิตของคุณพราวอาจตกอยู่ในอันตรายก็ได้”

    ติณห์พูดไม่ออก จ้องหน้าสมชายอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    ในห้องน้ำโรงแรมหรู แม่บ้านกำลังคุยมือถือกับเพื่อนด้วยสำเนียงคนใต้อย่างตื่นเต้นว่าตนเห็นพราวซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งเมื่อกี๊นี้เองเดี๋ยวจะไลน์ไปให้ดู

    ระหว่างนั้น จันทร์จรีผลักประตูเข้ามาเงียบๆ กวาดตามองไม่เห็นพราว แต่ได้ยินเสียงชักโครก เธอหันไปทำทีล้างมือแต่แอบมองทางกระจก พราวออกมาเห็นจันทร์จรีก็แปลกใจเดินไปล้างมือทำเหมือนไม่มีจันทร์จรีอยู่ตรงนั้น

    จันทร์จรีมองตัวเองกับพราวในกระจก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า

    “หึ...แค่เห็นเรายืนอยู่หน้ากระจกเคียงคู่กันแบบนี้ก็สูสี โลกมายาจะไม่เป็นของพราว พิชญาดาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่จะมีจันทร์จรีคนนี้เข้ามาเป็นคู่แข่งด้วย”

    “นี่ไม่ใช่โลกมายาจรี แต่นี่มันในห้องส้วมย่ะ” พราวกระตุกกระดาษเช็ดมือแล้วปาลงถังขยะ “หึ! เป็นเอามากนะ”

    “แกนั่นแหละเป็นเอามาก อีซุปตาร์หลงตัวเอง รู้ว่าคุณติณห์เขาอยู่กับฉันที่งานเปิดแถลงข่าวใช่ไหม

    ทำเป็นวางแผนเรื่องบอดี้การ์ดให้คุณติณห์เขาทิ้งฉันมาหาแกถึงที่นี่”

    “ใครกันแน่ที่วางแผน พรีเซ็นเตอร์แป้งทูเวย์งั้นเหรอ แผนเสนอตัวแบบเด็กๆ คิดว่าฉันไม่รู้เท่าทัน หึ! ฉันไม่อยากจะพูดเท่านั้นแหละ ไปให้พ้นทางฉัน!”

    พราวจะเดินผ่านไป จันทร์จรีผลักไหล่พราวจนผงะแล้วเงื้อมือจะตบ “สูงส่งนักเหรอมึง!” พราวหลบผลัก จันทร์จรีไปชนประตูห้องน้ำแล้วจะเดินออก จันทร์จรีร้องกรี๊ดยกเท้าขัดขาจนพราวเกือบหงาย ดีที่คว้าเคาน์เตอร์อ่างไว้ได้ พราวตกใจนึกถึงสมชายทันที

    จันทร์จรีปรี่เข้าหาพราวคำรามว่ารอโอกาสวันนี้มานานแล้ว วันนี้แหละจะได้สั่งสอนพราวเสียที พราวพยายามป้องกันตัวเอง บอกจันทร์จรีว่าถ้าคิดจะเอาชนะตนก็ให้ใช้ความสามารถทำไมต้องใช้วิธีต่ำๆแบบนี้

    แต่จันทร์จรีไม่ฟังเสียงดันพราวไปติดเคาน์เตอร์อ่างจนดิ้นไม่หลุด โชคดีที่แม่บ้านเข้ามาเจอ เห็นดาราขวัญใจของตัวเองถูกกระทำเลยเอาถังน้ำเปล่าที่ถือมาครอบหัวจันทร์จรี ตบถังปังๆบอกให้ปล่อยพราว จันทร์จรีปล่อยมือจากพราวปัดถังออกจากหัวด่าแม่บ้านว่าสาระแน จะเข้าไปตบ เลยถูกแม่บ้านคว้าทั้งแปรงขัดส้วม ผ้าขี้ริ้วปาใส่

    พราวฉวยโอกาสนั้นรีบออกจากห้องน้ำ ปล่อยให้แม่บ้านกับจันทร์จรีโหวกเหวกโวยวายกันอยู่ในห้องน้ำ

    ooooooo

    พราวออกมาเจอสมชายที่หิ้วของพะรุงพะรังมาตามพอดี พอเจอก็ถามว่าเข้าห้องน้ำนานมากมีอะไรหรือเปล่า

    “ก็แล้วทำไมคุณไม่ตามมาดูล่ะ มีคนตามมาหาเรื่องฉันในห้องน้ำ” พราวทำเสียงอ้อน สมชายขยับจะไป พราวรีบคว้ามือไว้ “ไม่ต้องแล้ว ปล่อยยัยนั่นเถอะ มีคนสั่งสอนให้แล้ว”

    ติณห์เดินมาถึงพอดี บอกพราวว่าถ้าไม่พอใจบอดี้การ์ดที่ตนส่งมาวันนี้พรุ่งนี้จะส่งทีมใหม่มาให้เลือกอีกสองสามทีม พราวบอกไม่ต้องเพราะตนเลือกแล้ว ติณห์อ้างว่าสมชายมีงานและเขาคนเดียวจะรับมือไม่ไหว ขอให้เปลี่ยนเสียเถิดตนจะช่วยหาให้ใหม่ สมชายมองหน้าพราวอย่างวัดใจ พราวมองหน้าติณห์ย้อนถามว่า

    “ถ้าฉันยอมเปลี่ยนตัวบอดี้การ์ดแล้วคุณล่ะคะ จะยอมเปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์แป้งทูเวย์ของคุณไหม” ติณห์ถามว่าจันทร์จรีเกี่ยวอะไรด้วย “คุณก็ไปดูที่ห้องน้ำเอาเองซีคะ พรีเซ็นเตอร์ของคุณตามมาหาเรื่องฉัน”

    ขณะติณห์กำลังงงๆนั่นเอง จันทร์จรีก็เดินด่าแม่บ้านหน้าตายับเยินออกจากห้องน้ำ พอเห็นติณห์ จันทร์จรีก็หน้าซีด

    “นี่คุณมาทำอะไรคุณพราว มาหาเรื่องในห้องน้ำเหรอ หา!” ติณห์ฉุนขาด

    สมชายทำหน้าที่บอดี้การ์ดโวยวายจะเอาเรื่องจันทร์จรี พราวดึงมือเขาบอกออกไป บอกว่าทางนี้ปล่อยให้ติณห์จัดการคนของเขาเอง เธอเหวี่ยงหางตาใส่ติณห์แล้วเดินไปกับสมชาย ติณห์ยิ่งโมโหจันทร์จรีที่ทำให้ตนเขี่ยสมชายไปจากพราวไม่ได้

    พอเดินออกมา สมชายถามพราวว่าเจ็บตรงไหนไหม พราวบอกว่าเจ็บแขนนิดหน่อย สมชายพูดอย่างสมเพชวงการมายาว่า ดาราเขาเล่นกันแรงอย่างนี้เลยหรือ ละครน้ำเน่าชัดๆ

    “ไม่ใช่ละคร นี่แหละชีวิตจริงของฉัน ชีวิตของพราว... มันคงเป็นรางวัลความสำเร็จของฉันมั้ง ทำไงได้ ในเมื่อฉันหนีไปอัมพวาเหมือนคราวก่อนไม่ได้อีกแล้ว ฉันถึงต้องอยู่สู้ ต้องอดทน อดกลั้นผ่านเรื่องพวกนี้ไปให้ได้”

    “ขอให้คุณผ่านมันไปได้นะ ส่วนผมก็จะทำหน้าที่ของผม ในเมื่อผมต้องตกกระไดพลอยโจนเป็นบอดี้การ์ดให้คุณแล้ว ผมก็จะดูแลคุณให้ดีที่สุด” สมชายพูดด้วยความเห็นใจเธอ

    พราวรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ใกล้จนอยากจะกอดเขาเหลือเกิน แต่ตัดบทก่อนที่จะทนใจตัวเองไม่ได้เอนตัวพิงเบาะบอกว่าถึงบ้านแล้วปลุกด้วย สมชายรับคำล้อๆ “คร้าบ...เจ้านาย” มองพราวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ รู้สึกดีจนอดยิ้มไม่ได้...

    พอกลับเข้าไปในโรงแรมกับติณห์ จันทร์จรีทำเป็นยอมรับว่าตนจุ้นจ้านแต่ที่ทำไปเพราะทนเห็นเขาทุกข์ร้อนเป็นห่วงพราวแล้วถูกปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าไม่ได้

    ติณห์หวังยืมมือจันทร์จรีก่อความแตกแยกให้พราวกับสมชาย เขาทำเป็นเข้าใจและขอบใจเธอ พอจันทร์จรี บอกว่าถ้ามีอะไรที่เขาจัดการไม่ได้ให้บอกตน ติณห์ก็กุมมือเธอบีบเบาๆ ส่งสายตา ปากหวานว่าจะคิดถึงเธอเป็นคนแรก

    “เสร็จฉันล่ะคุณติณห์” จันทร์จรีย่ามใจ ทั้งที่ตัวเองกำลังตกเป็นเครื่องมือของติณห์ไม่รู้ตัว

    ooooooo

    ธุระด่วนธุระสำคัญของแฟรงค์ที่รีบแยกมาจากพราว คือไปหามีนที่บ้านเด็กกำพร้าแสนรัก เล่าเรื่องบอดี้การ์ดสมชายให้ฟัง ย้ำกับมีนว่าต่อไปจะต้องยิ่งแสดงเป็นตัวปลอมของพราวให้แนบเนียน อย่าให้สมชายจับได้เป็นอันขาด

    แฟรงค์บอกมีนว่าเธอยังจะต้องเป็นสแตนด์อินของพราวไปอีกนาน ทางที่ดีให้ไปทำศัลยกรรมเอาปานแดงที่แก้มออกเสีย ตนจะรับผิดชอบค่าศัลยกรรมให้เอง แล้วมีนก็จะกลายเป็นพราว พิชญาดาล้านเปอร์เซ็นต์ รับรองเทวดาหน้าไหนก็จับไม่ได้ว่าเธอคือมีน

    มีนปรึกษาแม่แก้ว ถามว่าแม่แก้วคิดอย่างไร

    ก็แล้วแต่หนู มันชีวิตของหนู...ถ้าไม่มีปานแดงบนหน้าหนู มีนของแม่ก็จะสวยมาก แต่...ถึงหนูไม่เอาออก มีนก็สวยที่สุดสำหรับแม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะข้างในตรงนี้ของหนู มันสวยงามที่สุดสำหรับแม่” แม่แก้วเอามือทาบที่หัวใจของมีนแล้วโอบกอดมีนไว้

    มีนคิดหนัก เมื่อมีโอกาสแล้ว ตัวเองจะตัดสินใจอย่างไร จะทำศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนชีวิตหรือไม่?

    ooooooo

    สมชายขับรถไปส่งพราวที่บ้านพราวแสง พราวเดินระเหิดระหงเข้าไป ส่วนสมชายหิ้วของพะรุงพะรังตามไป

    ต้อยติ่งเห็นสมชายก็กรี๊ดลั่น ถามกันกับมิกิว่าใคร? หล่อเว่อร์ พราวเห็นต้อยติ่งทำท่าจะคลั่งสมชายก็แนะนำว่า เขาเป็นบอดี้การ์ดของตนชื่อสมชาย มาร์คบอกว่าเขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นบอดี้การ์ดของพราว สมชายหัวเราะสมเพชบอกว่าตนไม่มีโชคต่างหากแล้วจะกลับ

    “พรุ่งนี้ 10 โมงเช้านะบอดี้การ์ดสมชาย!” พราวสั่ง สมชายหันถามว่า 10 โมงเช้าทำไมหรือ “อ๊าว!... ฉันก็ต้องเห็นคุณมารอรับฉันที่นี่ไง อย่าชักช้าล่ะ พราวไม่ชอบการรอ”

    การมาส่งพราวและก่อนกลับก็ยังมีการปะทะคารมกันประสาหนุ่มสาวที่มีอะไรซ่อนเร้นอยู่ในใจ จนต้อยติ่ง มิกิ และมาร์คที่แอบดูอยู่ มองหน้ากันอย่างสงสัยว่า สองคนนี้ชักยังไงๆซะแล้ว

    สมชายขับรถออกไปด้วยความครึ้มอกครึ้มใจสนุกกับการได้ใกล้ชิดและกวนประสาทกันไปมากับพราว โดยไม่ได้สังเกตว่า มีรถเก๋งติดฟิล์มดำมาซุ่มดูอยู่ ภายในรถมีมาโนชเป็นคนขับและติณห์นั่งดูการเคลื่อนไหวของสมชายอยู่

    พอรถสมชายขับผ่านไป มาโนชถามว่าจะตามไปไหม ติณห์บอกไม่ต้องเล่นกับตำรวจ อย่าทำอะไรวู่วามไว้ตนจะจัดการเอง มองตามรถสมชายไปด้วยแววตาแข็งกร้าวพึมพำ “หึ! ไอ้สมชาย!!”

    ooooooo

    สุดเขตต์ถูกติณห์ดูถูกเหยียดหยามกระทั่งข่มขู่ไม่ให้ใกล้ชิดสนิทสนมกับพราว ก็ทั้งไม่พอใจและสงสัย มองลึกลงไปถึงภาพลักษณ์ทางสังคมกับท่าทีน่ากลัวที่ข่มขู่ตนเมื่อวาน

    ลำดับเรื่องราว ท่าทีเบื้องหน้าสังคมและเบื้องหลังที่ตนประสบด้วยตัวเองแล้ว สุดเขตต์พึมพำ...

    “สุภาพบุรุษตัวจริง จะไม่ใช้วิธีข่มขู่แบบนี้ ภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจผู้ดีมีสกุล แต่กลับมีลูกน้องพกปืนไว้ข้างตัว เฮ้อ... โชคดีจริงไอ้สุดเขตต์ ได้เห็นตัวตนของนายติณห์ ต้อง

    หาทางเตือนคุณพราวให้ระวังนายติณห์คนนี้เอาไว้”

    พอคิดถึงพราว สุดเขตต์ก็ถอนใจอีกเฮือกถามตัวเองว่า “แล้วคนไหนคุณพราว?” เป็นปริศนาที่เขาต้องหาคำตอบให้ได้ระหว่าง “มีน” กับ “พราว” ผู้หญิงที่มีท่าทีต่อตนต่างกันอย่างสิ้นเชิง

    “ชัวร์! ไม่ใช่คนเดียวกันแน่ๆ” สุดเขตต์ฟันธงหลังจากทบทวนเรื่องราวและเปรียบเทียบรูปพราวกับมีนที่ถ่ายไว้ “เราไม่ได้คิดไปเอง แล้วจะพิสูจน์สมมติฐานของตัวเองยังไงวะเนี่ย?”

    สุดเขตต์คิดจะสืบหาข้อมูลของ “พราว” คิดว่าแย้งตัวเองว่า ปกติพราวอยู่ที่บ้านพราวแสง แล้วพราวที่อยู่คอนโดริมแม่น้ำล่ะ? เขาตัดสินใจไปหาข้อมูลที่คอนโดก่อน คว้ากล้องลุกไปทันที

    ooooooo

    ผ่านการคิดหนักมาทั้งคืน เช้านี้มีนตัดสินใจอำพรางใบหน้าตัวเองไปหาแฟรงค์กับเอมี่ที่คอนโดหรูริมเจ้าพระยาของพราว บอกทั้งสองว่าตนตกลงจะทำศัลยกรรม

    “ขอบใจมากมีนเทพธิดาขี่ม้าขาวของพี่ พี่รับรองว่าหนูจะไม่ผิดหวังที่ตัดสินใจทำศัลยกรรม หนูจะกลายเป็นพราวที่สมบูรณ์แบบที่สุดเหมือนกับเป็นคนเดียวกันจนแยกไม่ออกเลยล่ะ” แฟรงค์ดีใจมาก

    ที่ล็อบบี้คอนโดหรูริมแม่น้ำนั้น สุดเขตต์เข้าไปในล็อบบี้แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าพราวอยู่ที่นี่จริงไหม ถ้าอยู่จริงเธออยู่ห้องไหน พอดีเห็นแม่บ้านวัยกลางคนถูพื้นแล้ววางไม้ถูพื้นไม่ดี ไม้ร่วงลงไป พอก้มจะหยิบก็ปวดจี๊ดที่เอวจนต้องเอามือกดเอวไว้

    สุดเขตต์เข้าไปช่วยหยิบให้ แม่บ้านขอบคุณ เขาบอกว่าตนเพิ่งมาอยู่ที่นี่ ได้ยินว่าพราวดาราก็ซื้อคอนโดอยู่ในตึกนี้เหมือนกัน ถามแม่บ้านว่าจริงไหม

    “จริงซีคะ คุณพราวซื้อไว้ตั้งนานแล้ว นานๆ จะมาพักที แต่เดี๋ยวนี้มาถี่ค่ะ”

    สุดเขตต์มั่นใจขึ้นอีกขั้นหนึ่ง พลันก็เห็นแฟรงค์ เอมี่ และมีนออกจากลิฟต์ เขาเขม้นมองมีนเห็นเอา

    หมวกหลุบลงมาจนเกือบมองไม่เห็นหน้า สุดเขตต์

    เห็นทั้งสามเดินไปทางลานจอดรถจึงรีบวิ่งไปที่รถตัวเอง ขี่ตามไปจนเห็นทั้งสามเข้าไปในสถานเสริมความงามหรู ด้วยท่าทางระแวดระวังตลอดเวลา

    สุดเขตต์กดชัตเตอร์รัวแต่ก็เห็นหน้ามีนเพียง

    เสี้ยวเดียวแต่ทั้งสามก็พากันเข้าประตูไปแล้ว

    “เฮ่ย! เห็นหน้าไม่ชัดเลย...มาเสริมความงามแบบลับๆล่อๆ ต้องมีอะไรแน่”

    สุดเขตต์สงสัย อยากตามเข้าไปดูแต่...เป็นไปไม่ได้

    ooooooo

    พราวอยู่ที่บ้านพราวแสง เช้านี้ลงมาเจอต้อยติ่ง พราวถามถึงแฟรงค์ ต้อยติ่งบอกว่าออกไปแต่เช้าแล้วและเมื่อคืนก็กลับดึกแต่สั่งเอาไว้ว่าวันนี้พราวไม่มีงานห้ามออกไปไหนคนเดียวเด็ดขาด

    พราวตอบตัดรำคาญว่ารู้น่า ตนนัดบอดี้การ์ดสมชายไว้แล้ว ดูนาฬิกาข้อมือพึมพำอย่างจับผิด

    “หึ...อีก 5 นาที 10 โมง” พราวกระหยิ่มจะเล่นงานสมชายถ้ามาช้า พอดีเหลือบเห็นต้อยติ่งถือหนังสืออยู่ แค่ผ่านตาแว่บเดียว พราวก็รู้ว่าคือหนังสือฮอตช็อตของส้มจี๊ด ถามว่าส้มจี๊ดโจมตีอะไรตนอีกหรือเปล่า

    “มีค่ะ...ดูนี่เลย นี่ๆ มันลงข่าวว่านังจันทร์จรีกำลังเข้ามาเป็นมือที่ 3 ระหว่างคุณพราวกับไฮโซติณห์”

    พราวคว้าหนังสือเขวี้ยงลอยไปเกือบโดนหน้าสมชายที่กำลังเข้ามา สมชายนึกว่าเธอโมโหตน พอต้อยติ่งบอกว่าเธอโมโหจันทร์จรีกับไฮโซติณห์ สมชายหยิบหนังสือดู เห็นรูปในข่าวก็หัวเราะกวนๆพูดยั่ว...

    “โอ้โห...ที่แท้ก็เห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างคู่อริกับหวานใจนี่เอง ฮ่ะๆๆ” พราวตวาดว่าอย่ามาหัวเราะ ไปได้แล้ว

    สมชายหิ้วกระเป๋าของพราวตามออกมา ยังพูดยั่วว่า ถ้าหึงติณห์ถึงขนาดนี้เมื่อวานก็ไม่น่าทิ้งให้เขาอยู่กับจันทร์จรี น่าจะให้เขาส่งแทนที่จะเป็นตน ถูกพราวตวาดว่าจะทำอะไรก็เรื่องของตนอย่ามายุ่ง สั่งให้พาไปฟิตเนสตนจะไปเล่นโยคะ

    “ยังจะทำปากแข็งอยากไปเล่นโยคะ หึ...ฝืนใจไปรึเปล่า อยากจะไปเคลียร์เรื่องข่าวคาวกับไฮโซติณห์ก็บอก ผมจะพาไป” พราวแว้ดใส่ว่า ไม่ไป “นี่ผมกำลังช่วยคุณนะ อยากให้สมหวังในความรัก”

    “ฉันจะสมหวังหรือผิดหวังในความรักมันก็ตัวของฉันเอง ฉันไม่อยากให้คุณช่วย ถ้าคุณอยากจะช่วยฉันจริงๆล่ะก็...ทำตามที่ฉันบอก ช่วยพาฉันไปฟิตเนส ไม่ต้องมาสนใจเรื่องระหว่างฉันกับคุณติณห์ มันไม่เกี่ยวอะไรกับหน้าที่บอดี้การ์ดของคุณเลยสักนิดเดียว”

    “โห...ได้เลย! ผมจะไม่สนใจเรื่องรักๆใคร่ๆ ของคุณอีก จำคำพูดของผมไว้นะว่าผมจะไม่อีก! ไม่!!” สมชายเสียงเข้ม แล้วเร่งจะไปฟิตเนสก็รีบไป ก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจไม่ไปส่ง พราวจึงเดินกระฟัดกระเฟียดไป

    ooooooo

    แฟรงค์กับเอมี่พามีนไปส่งให้หมอแล้ว ก็พากันไปนั่งจิบน้ำชาที่มุมพักอย่างสบายอารมณ์

    มีนถูกพาเข้าห้องเลเซอร์ เธอกลัวๆกล้าๆ

    พอหมอให้นอนลงบอกทำใจให้สบาย มีนก็คิดถึงคำพูดของแม่แก้วที่ว่า

    “ปานแดงของหนู มันเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าหนูแสนดี แตกต่างไม่เหมือนใคร จิตใจหนูประเสริฐยิ่งกว่าคนหน้าสวยบางคนเสียอีกลูก”

    แม่แก้วยังเคยบอกมีนว่าให้ภูมิใจในสิ่งที่ตนมี ภูมิใจในสิ่งที่เป็นมีน คิดแล้วมีนสับสนจนทนไม่ได้ ลุกพรวดบอกหมอ

    “หนูไม่ทำแล้ว!” สิ้นเสียงก็วิ่งออกจากห้อง ถูกหมอกับพยาบาลพยายามจับก็ปัดข้าวของหกตกหล่นเกลื่อนไปหมด มีนวิ่งเตลิดผ่านห้องที่แฟรงค์กับเอมี่นั่งจิบชากันอยู่ ทั้งสองมองตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้น

    สุดเขตต์ที่ตามมาซุ่มดูอยู่มองตะลึงเช่นกัน มีนบอกแฟรงค์กับเอมี่ว่าตนไม่ทำแล้ว หมอกับผู้ช่วยวิ่งตามมาทันถามแฟรงค์ว่าตกลงจะทำไหม ถ้าจะทำให้กลับเข้าไปที่ห้อง เพราะหมอยังมีลูกค้ารายอื่นรออยู่ แฟรงค์ขอโทษหมอ ยืนยันว่าทำแล้วเร่งมีนให้รีบกลับเข้าไป เอมี่ถามมีนว่ากลัวหมอหรือ

    “มีนไม่ได้กลัว แต่มีนไม่อยากเอาสิ่งที่เกิดมาพร้อมกับมีนไปจากชีวิตมีน” บอกแล้ววิ่งออกไป สุดเขตต์เห็นดังนั้นรีบตามไป

    เอมี่ไปดูที่รถไม่พบมีน แฟรงค์บอกว่าโทร.ไปก็ไม่ยอมรับสาย แฟรงค์กลุ้มใจไม่รู้จะบอกกับหมออย่างไร บอกเอมี่ว่ายังไงตนก็ต้องพามีนกลับมาเอาปานแดงออกให้ได้ ไม่อย่างนั้นเสียชื่อนักปั้นมือทองอย่างมิสแฟรงค์หมด

    ooooooo

    สุดเขตต์เดินตามหามีนจนมาถึงย่านช็อปปิ้งที่อยู่บริเวณเดียวกัน มาเจอมีนนั่งชันเข่าใช้มือถือเครื่องเดิมคุยกับแฟรงค์อยู่

    “พี่แฟรงค์...มีนขอโทษที่ทำอย่างนี้ พี่มีพระคุณกับมีนมาก พี่จะให้มีนทำอะไร มีนจะทำทุกอย่างตอบแทนพี่ แต่อย่าให้มีนลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเลย มีนหลอกคนอื่นได้แต่หลอกตัวเองไม่ได้ว่ามีนเป็นใคร เกิดมาจากไหน”

    สุดเขตต์ได้ยินเต็มสองหูว่าเธอเรียกตัวเองว่ามีน พอมีนคุยเสร็จหันมาเจอสุดเขตต์ ถูกเขาซักถามอย่างจับผิดว่าเธอเรียกตัวเองว่ามีน มีนปฏิเสธหน้าตื่นตระหนก พอจะจนแต้มก็วิ่งหนีไปดื้อๆ สุดเขตต์วิ่งตามบอกว่าตนแค่อยากรู้ความจริงเท่านั้นว่าตัวเองไม่ได้เพี้ยนที่คิดว่าพราวมีสองคนเท่านั้น

    มีนวิ่งหนีสุดเขตต์ไปชนชายคนหนึ่งที่หิ้วของมาพะรุงพะรังจนของหล่นเรี่ยราด พราวรีบขอโทษ ถูกเขาด่าว่าหน้าตาอัปลักษณ์แล้วยังตาบอดอีกหรือ เตะกล่องยาสีฟันที่พื้นจนกระเด็นเกือบถูกหน้ามีน

    สุดเขตต์วิ่งมาทันตำหนิชายคนนั้นว่าทำเกินไปแค่ชนข้าวของตกทำไมต้องป่าเถื่อนใส่ผู้หญิงขนาดนี้ ถูกชายคนนั้นผลักอกด่าว่ามาแส่สอดอะไรด้วย ทั้งสองโต้เถียงจนวางมวยกัน แต่เขาก็ถูกสุดเขตต์ตะบันหน้าไปหลายทีจนยืนมึน

    “ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลย พอเถอะค่ะคุณสุดเขตต์ ไปเถอะค่ะ...” มีนดึงสุดเขตต์ออกไป

    ชายคนนั้นโดนตั๊นหน้าไปหลายทีจนยืนแทบไม่ติดยังตะโกนท้าว่าแน่จริงอย่าหนี ไอ้ไก่อ่อน ไอ้เก่งแต่เห่า ไอ้ขี้แพ้

    สุดเขตต์กับมีนพากันไปนั่งทายาตรงรอยฟกช้ำและพันแผลกันอยู่ที่มุมสวนแถวนั้น มีนขอโทษที่ทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย สุดเขตต์เห็นที่ศอกเธอมีรอยถลอก จึงเอาผ้าพันคอพันแผลไว้ พูดอย่างเป็นห่วงว่า

    “ปิดแผลไว้ก่อนดีกว่านะครับ กันเชื้อโรค รับรองครับว่าผ้าผมสะอาด อย่าลืมนะครับ กลับถึงบ้านรีบหายาใส่เสีย”

    มีนซึ้งใจในความห่วงใยและช่วยเหลือตน เธอขอบคุณแล้วจะลุกไป สุดเขตต์บอกอย่าเพิ่งไป ตนมีเรื่องจะคุยด้วย เขากดไหล่เธอให้นั่งลง ยกมือบังสายตาตัวเองไม่ให้เห็นปานแดง พลันก็อุทานอย่างตื่นเต้น

    “ผมจำคุณได้แล้ว คุณนั่นเองที่ช่วยผมไว้ที่สะพานพุทธ คุณเหมือนซุปเปอร์สตาร์พราวราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ถ้าแต่งหน้าปิดรอยปานก็ไม่มีใครแยกออกเด็ดขาด”

    มีนตกใจที่ถูกจับได้ ถามว่าเขาพูดจบแล้วใช่ไหมตนจะได้ไป สุดเขตต์ถามอย่างเดาใจได้ว่า

    “คุณคงไม่อยากให้ผมบอกความจริงนี้กับใครใช่ไหม” มีนขอร้องอย่าบอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแฟรงค์กับเอมี่จะเดือดร้อน “งั้นแปลว่า คุณพราวกับคุณแฟรงค์รู้เรื่องเป็นใจให้คุณปลอมตัวเป็นคุณพราวด้วยหรือ?”

    “ฉันไม่ได้ปลอมตัว แต่ฉันกำลังทำงานเป็น สแตนด์อินให้คุณพราวต่างหาก” พูดแล้ววิ่งหนีไปทันที สุดเขตต์ตามไปอีก ไปเจอมีนขึ้นรถสองแถวออกไปแล้ว เขาวิ่งตามไปครู่หนึ่งเห็นว่าตามไม่ทันและมีนก็ไม่ยอมพบเขาแล้ว สุดเขตต์พึมพำ

    “เราจะได้เจอกันอีกแน่ มีน! ผมได้รู้จักคุณแล้ว!!”

    แม้มีนจะประทับใจในตัวสุดเขตต์ แต่คิดว่าถ้าเขาเห็นใบหน้าที่แท้จริงของตนแล้วก็คงจะรังเกียจปานแดงบนหน้า

    มีนเดินใจลอยกลับมาเจอแม่แก้วออกมาซื้อของกำลังกลับพอดี แม่แก้วถามว่าไหนว่าจะไปทำศัลยกรรมเอาปานแดงออก มีนบอกว่าตนไม่ทำแล้ว เพราะปานแดงเกิดมากับตน ถ้าเอาออกก็เหมือนเอาชีวิตส่วนหนึ่งออกไป บอกแม่แก้วว่า

    “พี่แฟรงค์คงจะโกรธมีนมาก ไว้มีนจะอธิบายให้พี่แฟรงค์เองค่ะ...ไปกลับบ้านเถอะ มีนช่วยถือของให้นะ”

    มีนช่วยถือของมือหนึ่ง อีกมือเกาะแขนแม่แก้วพากันกลับไป

    ooooooo

    ขณะพราวกำลังเล่นโยคะอยู่นั้น สมชายไปซื้อน้ำแร่ที่พราวชอบดื่มมาให้ แต่พอเดินกลับมาเห็นติณห์กำลังยื่นขวดน้ำแร่ให้พราว สมชายชะงัก พราวเองก็มองขวดน้ำแร่ที่ติณห์ยื่นให้อย่างกังวล

    “ไม่ไว้ใจ กลัวผมใส่อะไรไว้ในน้ำแร่เหรอครับ ถึงไม่กล้าดื่ม”

    “เอ่อ...เปล่าสักหน่อย ขอบคุณมากนะคะ” สมชายเห็นดังนั้นเลยยกขวดน้ำแร่ที่ตั้งใจซื้อมาให้พราวดื่มประชดเสียเลย แต่แล้วตัวเองก็เครียดจนบีบขวดบู้บี้ เมื่อเห็นติณห์ซับเหงื่อที่ใบหน้าให้ พราวเองก็ยิ้มแย้มพอใจกับการดูแลอย่างใกล้ชิดนั้น

    ประเสริฐที่คลั่งไคล้พราว ดีใจที่พราวมาออกกำลังที่ฟิตเนสนี้ แต่ก็จิกตาอาฆาตเมื่อเห็นพราวสนิทกับติณห์จนซับเหงื่อให้กัน กำหมัดแน่นคำรามแค้น...

    “คุณพราว...ทำไมถึงทำกันได้...คิดจะทรยศต่อความรักของผมไปมีชู้งั้นเหรอ ฮึ่ม!!”

    พราวออกกำลังจนเหงื่อโชก ติณห์ชวนออกมานั่งพักที่มุมหนึ่งในนั้น เขาบอกว่าได้เตือนจันทร์จรีไปแล้วว่าให้ตั้งใจทำงาน อย่ามาทำให้พราวไม่สบายใจอีก

    “หึ...เตือนช้าไปรึเปล่าคะ เห็นรูปข่าวงานเปิดตัวแป้งทูเวย์ของคุณเมื่อเช้านี้นักข่าวยกให้จรีเป็นมือที่3 เรื่องของเรา”

    “ผมแคร์คุณนะครับพราว ผมไม่แคร์ข่าว เพราะมันไม่มีมูลความจริงเลย ผมไม่คิดอะไรกับคุณจรี มากไปกว่าเจ้านายกับลูกน้อง”

    “แล้วลูกน้องของคุณคิดอะไรกับคุณรึเปล่าล่ะคะ” พราวย้อนถาม ติณห์หัวเราะเบาๆ บอกว่าดีใจที่เธอหึงตน “ใครว่าฉันหึง ฉันรำคาญต่างหาก ไม่อยากให้ข่าวของจรีดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย ฉันอยากไปออกกำลังให้ได้เหงื่ออีกสักหน่อย”

    ขณะทั้งสองลุกไปนั้น พราวหันไปเห็นสมชายนั่งมองอยู่ด้วยมาดนิ่งๆ กวนๆ ติณห์เห็นเช่นกัน เขาแกล้งกุมมือเธอถามว่าหายงอนตนหรือยัง พราวบอกว่าหายแล้ว พลางพากันเดินผ่านสมชายไป เขาแกล้งจามเสียงดังลั่น จามเสร็จพูดลอยๆ “เหม็นฉึ่งๆอะไรแถวนี้นะ” แล้วถามพราวว่าจะกลับหรือยัง ตนรอจนเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้ว

    “ถ้าเมื่อยก็ไปหาอะไรยืดเส้นยืดสายเอาซี” พราวสะบัดเสียงใส่แล้วหันไปหวานกับติณห์ “ไปค่ะ พราวอยากวิ่งเหยาะๆบนสายพาน”

    ติณห์กับพราวไปวิ่งเหยาะๆบนสายพานคู่กัน

    ไม่ว่าพราวเปลี่ยนไปเล่นอะไร ถ้าติณห์ไม่เล่นด้วยก็จะคอยซับเหงื่อและคอยช่วยอยู่ข้างๆ สมชายหมั่นไส้มากเลยไปออกกำลังบ้าง ยกเวทหนักๆ แล้วโยนลงไปแผดเสียงอย่างสะใจ

    พราวเห็นสมชายตามแกล้งไม่เลิก เลยชวนติณห์กลับ ติณห์ชวนไปทานข้าวเย็นกันก่อน ติณห์บอกสมชายให้กลับไปก่อนก็ได้ พราวอยู่กับตนไม่มีปัญหา สมชายไม่กลับ มองหน้าพราวพูดหน้าตึงว่าจะดูแลพราวไม่ให้คลาดสายตาจนกว่าตนจะพ้นหน้าที่บอดี้การ์ดของเธอ พราวเลยหมดอารมณ์ยั่ว บอกติณห์ว่าไว้วันหลังดีกว่าวันนี้ตนไม่มีแรงไปไหนแล้ว

    “กวนประสาท จะเฝ้าพราวไม่ให้คลาดสายตา

    งั้นเหรอ...หึ! ฝันไปแล้วแก” ติณห์จิกตามองสมชายอย่างหมายมาด

    ขณะพราวไปอาบน้ำนั้น มีคนมาเคาะประตู พราวบอกว่ามีคนอยู่ ก็ยังเคาะประตูไม่หยุด กระทั่งมีเสียงเหมือนคนถีบประตูโครม พราวตกใจพอเสียงเงียบไป ไฟก็ติดๆดับๆแล้วประตูก็เปิดผลัวะ!

    ชายชุดดำมีมาส์กคาดปากปิดจมูกพุ่งเข้ามา พราวหยิบเครื่องอาบน้ำขว้างปาใส่ ผลักมันออกแล้ววิ่งเตลิดออกจากห้องน้ำร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ

    ชายชุดดำก็ยังวิ่งไล่ตามพราวมาจนถึงบริเวณที่มีตู้ล็อกเกอร์เรียงราย พราวก็ยังร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุด พลันก็มีมือหนึ่งโผล่มาคว้าตัวพราวจากข้างหลัง พราวกรี๊ดไม่ทันสุดเสียงก็ถูกคนนั้นเอามืออุดปาก บอกเบาๆว่า “ไม่ต้องร้อง...”

    พราวเหลือบตามอง เธอยิ่งตกใจกลัวเพราะไม่รู้จัก

    ที่แท้คือประเสริฐที่คลั่งไคล้พราวนั่นเอง!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:00 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์