นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"



    เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่มีนจะต้องเป็นพราวมาแสดงละครอโยธยาที่กองถ่าย พอแฟรงค์กับเอมี่พามีนมาถึงเห็นนักแสดงชายร่างกำยำกล้ามเป็นมัดที่แสดงเป็น 5 นักรบเอกกำลังซ้อมกันอยู่ แฟรงค์ก็พามีนเข้าไปแนะนำเนียนๆ

    แฟรงค์กรี๊ดเข้าไปหา 5 หนุ่ม มีนเอ่ยสวัสดี ทำเอา 5 หนุ่มอึ้ง กริชที่รับบทนายเรืองตอบรับงงๆ

    “สวัสดีครับคุณพราว เอ่อนี่เป็นไรรึเปล่าครับ พี่แฟรงค์ทำเหมือนผมกับคุณพราวไม่เคยรู้จักกันมาก่อนงั้นแหละ ต้องมาแนะนงแนะนำตัวกันใหม่”

    ไม่เพียงกริชที่งง แม้แต่จันทร์จรีที่อยู่ห้องแต่งหน้าทำผมก็มองงงที่วันนี้พราวดูแปลกเข้าไปพูดคุยกับนักแสดงอื่นๆ ทั้งที่ปกติจะถือตัวไม่สุงสิงกับใคร

    แฟรงค์กลบเกลื่อนว่าเพราะหยุดกองไปนานก็ต้องมาผูกสัมพันธ์กันใหม่ ซ้ำยังเอาโรลออนทารักแร้จากปารีสมาฝากให้เป็นที่ฮือฮากันด้วย

    เพื่อตัดขั้นตอนสำคัญเรื่องปานบนใบหน้ามีน แฟรงค์จึงแต่งหน้ามีนมาเสร็จเรียบร้อยมาถึงกองถ่ายแค่เติมปากทำผมก็พอ อ้างว่าช่วงนี้พราวออกงานเยอะแพ้เครื่องสำอางจึงจัดมาเอง พอส่งมีนเข้าห้องแต่งตัว มือถือแฟรงค์ก็ดังขึ้น เห็นเป็นเบอร์ของผู้กำกับสหวุฒิ แฟรงค์ตกใจว่าตำรวจโทร.มาทำไม

    “ฮัลโหล...หวัดดีค่ะผู้กำกับโทร.มามีอะไรคะ” สหวุฒิถามว่าตอนนี้พราวอยู่ไหน “อยู่กองถ่ายซีคะ กำลังจะเข้าฉาก”

    “อ้อ...อยู่กองถ่ายเหรอครับ...ไม่มีอะไรครับผมแค่โทร.มาถามด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้ไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้คุณพราวออกไปไหนตามลำพังนะครับ” เมื่อแฟรงค์รับรองว่าพราวไปไหนตนจะประกบตลอด ผู้กำกับตอบอย่างสบายใจว่า “งั้นผมรบกวนแค่นี้แหละครับ ไว้คดีคืบหน้ายังไงจะโทร.ไป สวัสดีครับ”

    วางสายจากแฟรงค์แล้วผู้กำกับบอกสมชายว่าพราวถ่ายละครอยู่ เจ๋งไม่น่าจะตามไปถูก สมชายบอกว่าเจ๋งมีที่อยู่ของแฟรงค์และพราวก็อยู่ที่นั่นด้วย มันติดตามการเคลื่อนไหวของพราวตลอด มันอาจโผล่ไปที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้

    สหวุฒิบ่นว่าหนีไปแล้วแทนที่จะไปให้พ้น สงสัยมันคงอยากกลับมาแก้แค้นให้พี่ชายที่ถูกวิสามัญ สมชายติงว่าตนเป็นคนวิสามัญถ้าจะแก้แค้นก็มาแก้แค้นที่ตน ไปยุ่งอะไรกับดาราซุปเปอร์สตาร์อย่างพราว แต่ผู้กำกับเตือนว่าในวันเกิดเหตุพราวเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย มันอาจคิดว่าพราวเป็นต้นเหตุให้พี่ชายเสียชีวิตหรืออาจคิดอะไรมากกว่านั้นก็ได้

    ผู้กำกับและผู้กองวิเคราะห์ไปหลายทางแต่สุดท้ายก็ไม่อาจสรุปได้ว่า เจ๋งตามล่าพราวเพราะอะไร?

    แต่เจ๋งที่กำลังขับรถตามพราวขณะขับรถกลับบ้าน มันจิกตามองรถพราว หมายทำให้พราวที่มันคิดว่าเป็นคนรักของสมชายตายอย่างทรมานต่อหน้าสมชายให้สมแค้น

    ก่อนที่สมชายจะกลับ ผู้กำกับกดเบอร์ส่วนตัวของพราวโทร.เข้ามือถือสมชายให้เขาเก็บไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้เพราะเมื่อวานเพิ่งมีคนโทร.เข้ามือถือข่มขู่พราว ตนจึงอยากให้เขาช่วยคดีของพราวด้วยอีกแรง ตั้งข้อสังเกตว่า

    “ดูๆไป คดีไอ้เจ๋งกับคุณ คุณพราว จะเกี่ยวข้องกันเสียแล้ว”

    สมชายถอนใจทั้งเซ็งทั้งห่วง เพราะดูท่าตนจะหนีพราวไปไม่พ้นจริงๆเสียแล้ว

    ooooooo

    พราวขับรถไปไม่ทันถึงบ้าน ก็ได้รับโทรศัพท์เป็นเบอร์ของน้าอรแต่กลายเป็นเสียงพีคพูดท่ามกลางเสียงเอะอะตบตีกันของน้าอรกับวารี พีคเร่งให้รีบมาตนเคลียร์ไม่ไหวแล้ว

    น้าอรกับวารีทะเลาะตบตีกันเพราะน้าอรหาว่าวารีขโมยกำไลฝังเพชรของตนไป พีคปล่อยให้พราวฟังเสียงทะเลาะตบตีกันแล้วตัดบทอย่างไม่เอาเรื่องด้วยว่า “พี่พราวอยากมาช้าก็ตามใจนะ ตบกันตาย พีคไม่รู้ด้วย”

    พราวตัดสายจากพีคแล้วเงยหน้าเหยียบคันเร่งจะรีบไปก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นรถคันหนึ่งขับขึ้นตีคู่ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ซ้ำยังเบียดรถพราวจนเธอคิดว่าคนขับเมา บีบแตรเตือนก็ยิ่งถูกเบียด พราวหักพวงมาลัยหลบเร่งเครื่องหนี พราวกลัวคิดว่าคงเป็นคนที่โทร.มาขู่เมื่อวาน

    เจ๋งเห็นพราวกลัวก็ยิ่งสะใจเบียดเข้าหาพราวอย่างเร็ว พราวหักพวงมาลัยหลบจนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง รถหยุดเครื่องดับ ดีที่พราวไม่เป็นอะไร รถของเจ๋งขับเลยไปแล้ว พอเห็นรถพราวพุ่งลงข้างทางมันถอยพรืดกลับมาอย่างเร็ว พราวตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าไปในตึกที่กำลังก่อสร้างข้างทาง เจ๋งชักปืนวิ่งตามไปอย่างบ้าดีเดือด

    ooooooo

    ที่กองถ่ายอโยธยา เกิดปัญหาขึ้นจนได้เมื่อตุ้ยผู้ช่วยผู้กำกับบอกเชนว่าที่ถ่ายไว้ครั้งก่อนทั้งหมดมีแต่ภาพไม่มีเสียง

    ผู้กำกับเชนหัวเสียมากเพราะเท่ากับต้องถ่ายใหม่หมด มีนที่ก้มหน้าก้มตาอ่านบทที่แฟรงค์บอกว่าวันนี้แค่ถ่ายซ่อมมีนมองเชนงงๆว่าถ่ายใหม่อะไร?ยังไง? ได้ยินเชนสั่งให้รีบตามสแตนด์อินของพราวมาถ่ายซีนบู๊ใหม่หมด ตุ้ยบอกว่าพวกนั้นคิดว่าวันนี้แค่ถ่ายซ่อมเลยรับจ๊อบถ่ายหนังที่ต่างจังหวัดกันหมดแล้ว

    “โว้ย! สแตนด์อินก็ไม่มี คุณพราวก็เล่นบู๊ไม่ได้วันนี้จะได้ถ่ายใหม่ไหมเนี่ย!” เชนโวยวาย จันทร์จรีเสนอว่าถ่ายไม่ได้ก็กลับ พูดเหน็บว่า ทำไงได้ในเมื่อนางเอกเล่นบู๊เองไม่เป็น แฟรงค์กับเอมี่ชักทนไม่ไหวทำท่าจะมีเรื่องกันอยู่รอมร่อ

    “พราวจะเล่นบู๊เองค่ะ” พราวโพล่งขึ้น เชนมองอึ้งถามว่าตนหูฝาดไปรึเปล่า “หูไม่ฝาดหรอกค่ะผู้กำกับ วันนี้พราวตั้งใจมาแสดงเต็มที่ เพราะงั้นพราวจะเล่นบทสแตนด์อินให้ตัวเองค่ะ” มีนตวัดดาบฟันอากาศเควี้ยวๆ จนทุกคนมองอึ้ง

    ส้มจี๊ดสั่งสุดเขตต์ที่ระดมถ่ายอย่างทึ่งว่าไม่ต้องถ่าย เก็บไว้ถ่ายตอนมันพลาด

    สุดเขตต์บอกส้มจี๊ดว่าว่างๆไปหาหมอเสียบ้าง คนอะไรชอบเห็นแต่ความหายนะของคนอื่น

    เอมี่ทึ่งมากที่มีนแสดงบทบู๊ได้ดีกว่าที่คิด แต่แฟรงค์กลับหนักใจกลัวถึงเวลาที่พราวตัวจริงมาแสดงจะทำไม่ได้อย่างที่มีนทำ จันทร์จรีทนไม่ได้เร่งให้ถ่ายทำเสียที เชนถามว่าทุกคนพร้อมไหม? พราวพร้อมไหม?

    “พร้อมค่ะ” มีนตอบอย่างมั่นใจมาก

    แม้จะเห็นมีนซ้อมอย่างดีมาแล้ว แต่พอถึงเวลาเข้าฉากจริงๆ ทั้งเอมี่และแฟรงค์ก็ลุ้นกันเกร็งว่ามีนจะผ่านไหม

    แต่มีนมีสมาธิมุ่งมั่นกับการแสดงไม่ว่อกแว่ก ถึงฉากฟันดาบต่อสู้ก็ทำได้อย่างทะมัดทะแมงสวยงามมาก จนส้มจี๊ดที่เตรียมเยาะเย้ยมีนเต็มที่ถึงกับหน้าเสียแล้วเสียอีก

    ooooooo

    ในขณะที่พราวตัวปลอมกำลังแสดงความสามารถ ต่อสู้กับศัตรูอย่างเก่งกาจนั้น พราวตัวจริงกำลังตกอยู่ในอันตราย ถูกเจ๋งตามฆ่าอยู่ที่โครงการก่อสร้างที่วันนี้ไม่มีใครอยู่เลย!

    เจ๋งไล่ตามพราวไปอย่างย่ามใจว่าเป็นลูกไก่ในกำมือ ชักปืนไล่ตามพราวขึ้นชั้นบน พลางก็ตะโกนให้ออกมาเสียดีๆ ถ้าตนจับตัวได้เมื่อไรจะเจ็บกว่าหลายเท่า

    พราวหลบเข้าไปในซอก ค่อยๆแอบดูว่าคนที่ตามฆ่าตนนั่นเป็นใคร พอเห็นหน้าเต็มตาก็จำได้ว่ามันคือ โจรค้ายาบ้าที่ยิงกับตำรวจที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้านั่นเอง!

    ขณะพราวกำลังตกใจตัวสั่นนั่นเอง มือถือเธอดังขึ้น พราวแทบช็อกแม้จะเป็นเบอร์ไม่คุ้นแต่พราวก็รีบตะปบปิดเสียงรับสายพูดเบาๆ ขอความช่วยเหลือเสียงสั่น “ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย”

    ที่แท้คือสมชายนั่นเอง เขาตกใจถามว่าเธอเป็นอะไร พอพราวบอกว่าตนถูกพ่อค้ายาบ้าที่ยิงตนที่ห้างไล่ฆ่าอยู่

    สมชายตะลึง บอกว่าตนคือสมชาย ให้พราวตั้งสติดีๆ ทำใจให้นิ่งไว้ แล้วพยายามหาที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยที่สุด ให้รอตนที่นั่นอย่าพยายามหนีออกไปที่โล่งเด็ดขาดกำชับ

    “วางสายจากผมแล้วปิดเสียงมือถือซะ เข้าใจนะ ผมจะรีบไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้ ตอนนี้คุณอยู่ไหน”

    พอรู้ที่อยู่ สมชายวิ่งออกไปเจอตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี สมชายเอ่ยปากขอยืมเพราะมีภารกิจด่วน แล้วขึ้นรถบิดไปทันที

    พราวหนีเจ๋งขึ้นไปชั้นบนเห็นห้องที่กั้นไว้เรียงอยู่สองสามห้อง เธอวิ่งเข้าไปปิดประตูลงกลอนแล้วรีบกดติดต่อสมชายเร่งให้รีบมา แต่พอพูดเสร็จเจ๋งก็ถีบประตูโครมๆ ตะโกนว่าจะนับหนึ่งถึงสามถ้าไม่ออกมาเจอดีแน่ พอมันนับถึงสามก็ยิงเปรี้ยงๆ พราวตกใจร้องกรี๊ด

    เจ๋งรู้ว่าพราวอยู่ในห้องนั้นมันยิ่งถีบประตู พราวคว้าไม้ไว้เตรียมสู้ ทันใดนั้นประตูเปิดผัวะ เจ๋งถือปืนแสยะยิ้มเข้ามา พราวทั้งเตรียมสู้และขอร้องมันอย่าทำอะไรตน ลึกๆก็ยังภาวนาให้สมชายมาเร็วๆ เจ๋งเข้าไปลากพราว พริบตานั้น สมชายกระโดดเกาะขื่อตวัดขาหนีบคอเจ๋งจากข้างหลังเหวี่ยงมันไปกระแทกผนัง แล้วกระโดดลงมาจับมือพราวพาวิ่งออกจากห้อง

    “มึงตามมาก็ดีแล้วไอ้สมชาย จะได้ตายคู่กันไปเลย” เจ๋งคำรามเช็ดเลือดที่ปากยิ้มเหี้ยมตามสมชายกับพราวไป

    สมชายหันมายิงสู้แต่กระสุนหมด ทำให้เจ๋งยิ่งผยองย่ามใจมันระดมยิงใส่ทันที แต่สมชายกับพราวหายไปแล้ว มันกวาดตามองหาเห็นสมชายกับพราววิ่งลงไปชั้นล่าง พอมันตามไปก็เห็นสมชายพาพราวขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปไกลลิบแล้ว แต่มันก็ยังไล่ยิงอย่างบ้าคลั่ง

    ooooooo

    ที่กองถ่ายอโยธยา มีนยังสร้างมหัศจรรย์ให้ทุกคนเห็นไม่หยุด แต่จังหวะหนึ่งมีนผิดคิวเซถอยหลังจะล้ม จันทร์จรียิ้มเหี้ยมหยิบดาบขึ้นวางหงายคมขึ้นหมายให้มีนเหยียบ

    โชคดีที่มีนถอยมาพอตั้งหลักได้ก็บุกกลับจน นายเรืองนำกำลังมาช่วยทัน พริบตาเดียวมีนที่แสดงเป็นแม่หญิงก็ได้รับการคุ้มกันจากนายเรือง นายพัน นายมา นายกล่ำและนายฉิมอย่างแข็งแรง มีนในชุดแม่หญิงถือดาบอย่างสง่าอยู่ท่ามกลางนักรบผู้กล้าทั้ง 5 แม่หญิงแก้วเจ้าจอมหันมองนายเรืองที่แม่หญิงมีใจให้ เอ่ยอย่างสะเทือนใจ

    “บ้านเมืองพังพินาศแล้วนายเรือง”

    “อโยธยาก็ถูกตีจนแตก มันเผาบ้านเผาเมือง ยึดเราเป็นเมืองขึ้น” นายเรืองเอ่ยอย่างเศร้าและเจ็บ

    “ถึงตัวเราจะรอด แต่ถ้าบ้านเมืองตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูชั่วเยี่ยงนี้ เราก็เหมือนตายทั้งเป็น”

    ผู้กำกับและทีมงานที่นั่งดูอยู่หลังจอมอนิเตอร์ นิ่งอึ้งกับการแสดงที่กินใจของมีน

    แม่หญิงตัดสินใจที่จะไปต่อสู้ร่วมกับนักรบผู้กล้าที่กำลังรวมตัวเพื่อตีเอาอโยธยาคืน แม่หญิงประกาศอย่างห้าวหาญ

    “ข้าจะไปกู้ชาติ...ข้าจะกู้ชาติเพื่อตอบแทนแผ่นดิน” นายเรืองขอให้แม่หญิงรออยู่ที่นี่เพราะไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับ “ไม่...ถึงตัวข้าจะเป็นหญิงแต่ใจข้าก็รักชาติไม่น้อยกว่าชายอกสามศอกเช่นพวกเจ้า...ถึงตายข้าก็ภูมิใจที่ได้ตายเพื่อชาติ ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างมีความสบายแต่ไร้ค่า”

    แม่หญิงขอไปต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนายเรือง แม้ต้องตายก็ตายอย่างมีความสุข...

    “คัต!! ยอดเยี่ยมมาก!” ผู้กำกับเชนลุกขึ้นตะโกน “ฉากนี้ใครดูแล้วไม่ร้องไห้ให้เตะเลย คุณพราว คุณแสดงได้เข้าถึงบทบาทมาก สมแล้วกับฉายาซุปตาร์เบอร์หนึ่ง เก่งมาก”

    “ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณค่ะ...” มีนยกมือไหว้ด้วยความขอบคุณและซาบซึ้งที่ทุกคนให้กำลังใจ ยกเว้นจันทร์จรี!

    ooooooo

    แฟรงค์กับเอมี่ตื่นเต้นดีใจกว่าเพื่อน ที่มีนเอาตัวรอดได้อย่างยอดเยี่ยม รู้จากมีนภายหลังว่าเธอจบพละมา การฟันดาบ ชกต่อยจึงไม่มีปัญหา

    สิ่งที่แฟรงค์ภาวนาให้ได้มากกว่านี้คือ หวังจะได้โฆษณาตัวใหม่ราคา 8 หลักโทร.เข้ามาขอคิวมีน ทันใดก็มีสายเข้า แฟรงค์นึกว่าโชคมาแล้ว แต่พอดูเบอร์ก็หน้าเสีย เพราะเป็นสายจากน้าอรที่โทร.มาแต่ละทีมีแต่มาขอเงิน แต่ก็ยังหวานใส่ถามว่า โทร.มามีอะไรจะให้รับใช้ฮ้า...

    น้าอรกับวารีแย่งกันฟ้องและด่าทอกัน จนแฟรงค์ต้องขอให้ค่อยๆพูดกันดีไหม น้าอรบอกตนไม่พูดแล้วจะรอให้พราวกลับมาตัดสิน แฟรงค์บอกว่าพราวกำลังถ่ายละครอยู่ ถูกน้าอรแหวใส่ว่า

    “ถ่ายละครบ้าอะไร ฉันโทร.หาเมื่อสักพัก พราวบอกกำลังขับรถออกมา จนป่านนี้ทำไมยังมาไม่ถึงเสียที ฉันโทร.เข้ามือถือก็ไม่รับสาย”

    แฟรงค์ตกใจเมื่อรู้ว่าพราวขับรถออกจากบ้าน รีบโทร.เช็กไปที่บ้านพราวแสง พอรู้จากต้อยติ่งว่าพราวขับรถออกไปจริงๆ ก็ด่าต้อยติ่ง ขู่ว่ากลับไปจะทุบดั้งให้หักกว่าเดิม พอวางสายก็บ่น

    “ออกไปทำไมพราว หาเรื่องจริงๆเลย เกิดขับไปจ๊ะเอ๋นักข่าวกลางทาง ความลับแตกแน่” แล้วรีบโทร.หาพราวลุ้น “รับสายสิพราว...เฮ่ย...อยู่ไหนเนี่ย” แฟรงค์ร้อนใจอกแทบแตก

    สมชายพาพราวไปถึงบ้านตัวเอง เขาจอดรถไว้ หน้าบ้านบอกพราวว่า...

    “เข้าบ้านก่อนเถอะครับ ผมจะรีบโทร.บอกผู้กำกับเรื่องไอ้เจ๋งที่มันตามล่าคุณ ตำรวจไม่เอามันไว้เด็ดขาด แล้วจะโทร.ตามคุณแฟรงค์มารับคุณกลับบ้าน”

    พราวลงจากรถอย่างไม่มีแม้แต่แรงที่จะพูด พอก้าวเดินก็เข่าอ่อนจะล้ม สมชายประคองไว้มองอย่างเห็นใจ ถามว่า

    “อยากให้ผมอุ้มไหม”

    พราวร้องไห้โฮ บอกว่า “ฉันนึกว่าตัวเองต้องตายแล้ว...”

    สมชายอยากจะดึงพราวเข้าไปกอดแต่หักห้ามใจไว้ พราวยังร้องไห้ซบกับไหล่เขาอย่างรู้สึกปลอดภัยที่ในยามตกอยู่ในอันตรายก็ยังมีเขาคอยปกป้องอยู่เคียงข้าง

    สมชายตัดสินใจอุ้มพราวเดินเข้าบ้าน พยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านทั้งที่อารมณ์อ่อนไหว

    ooooooo

    มีนหลบไปที่หลังสตูดิโอโทร.หาแม่แก้วถามอาการของโต้บอกว่าถ้าอาการไม่ดีก็พาเข้าโรงพยาบาลเสีย

    สุดเขตต์แอบตามไปได้ยินมีนโทร.หาแม่แก้ว

    และเรียกตัวเองว่ามีน ทั้งยังเห็นมีนใช้มือถือเครื่องเก่าที่เขาเคยเห็นขณะหลบเข้าไปในห้องลองเสื้อในห้างด้วยกัน

    เมื่อมีนหันมาเจอสุดเขตต์ เธอตกใจทำมือถือร่วง สุดเขตต์ ขอโทษถามว่า

    “มือถือพังรึเปล่านี่ ขอโทษจริงๆ ยังไงผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้นะครับ” มีนบอกว่าไม่เป็นไร เขาก็ยังถามต่อ “คุณพราวคงมีมือถือหลายเครื่องสิครับ คราวก่อนผมเห็นคุณใช้รุ่นใหม่ล่าสุด วันนี้คุณใช้รุ่นเก่าล่าสุด เครื่องนี้คงเอาไว้คุยเฉพาะกับคนสนิท”

    มีนหาทางเลี่ยงบอกว่าตนมีธุระต้องรีบไป สุดเขตต์ก็ยังตามถามว่าใครต้องเข้าโรงพยาบาลหรือ มีนตกใจถามว่าเขาแอบฟังตนหรือ สุดเขตต์บอกว่าเปล่า แต่ยังได้ยินเธอเรียกตัวเองว่ามีน ทำเอามีนช็อก

    ส้มจี๊ดที่ไปเอาน้ำดื่มมาเผื่อสุดเขตต์เดินตามหา เห็นเขากำลังคุยกับมีนอยู่พอดี

    ooooooo

    แม้จะถูกสุดเขตต์จับได้จนยากที่จะแก้ตัว มีนก็ใช้การนิ่งแทนการแก้ตัว จนเมื่อสุดเขตต์ถามว่าทำไมนิ่งไปล่ะคุณพราว เธอจึงตอบว่าเขาเรียกถูกแล้ว ตนคือพราว ไม่มีชื่ออื่นหูเขาแว่วไปเอง แล้วหันเดินหนี

    “แต่ผมมั่นใจว่าตัวเองได้ยินคุณพูดโทรศัพท์ว่า มีนจะรีบตามไปให้เร็วที่สุด” มีนตกใจหันขวับมาปิดปากเขาบอกอย่าเสียงดังเดี๋ยวใครได้ยินเข้า ทั้งสองหน้าใกล้กันจนมองกันอึ้ง เมื่อได้สติมีนเอามือออก สุดเขตต์คว้าไว้พอเห็นเธอตกใจ เขาเอ่ยเสียงอ่อน “ผมขอโทษ ถ้าความสู่รู้ของผมทำให้คุณไม่สบายใจ แต่ผมไม่ได้คิดหาประโยชน์อะไรจากคุณเลยนะครับ เพื่อความสบายใจของคุณ ผมจะเก็บชื่อมีนไว้เป็นความลับระหว่างเราสองคน”

    “เพ้อเจ้อ! ฉันไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น”

    ทันใดนั้น ทั้งสองได้ยินเสียงถ่ายรูป พร้อมกับเสียงจันทร์จรีเยาะเย้ยขึ้นจากข้างหลัง

    “แหม...นักข่าวคนนี้มีอะไรดีนะ ซุปเปอร์สตาร์อย่างพราวถึงแอบมาให้สัมภาษณ์กันสองต่อสองที่หลังสตูดิโอ”

    มีนตกใจเดินเลี่ยงไป สุดเขตต์ไม่พอใจถามว่าถ่ายรูปทำไม จันทร์จรีเล่นบทร้ายนอกจอว่าตนก็ทำเหมือนนักข่าวปาปารัสซี่ทำกัน ถ้ารูปนี้หลุดไปข่าวต้องเปรี้ยงปร้างเหมือนฟ้าผ่าลงกลางวงการบันเทิงเลยล่ะ สุดเขตต์ช็อกขอร้องให้ลบรูปในมือถือเสีย มันไม่มีประโยชน์อะไรเพราะตนกับพราวแค่คุยกันธรรมดาๆเท่านั้น ถ้าเอาไปทำเป็นข่าวใหญ่ตัวเธอนั่นแหละโง่

    “อะไรกันสุดเขตต์” เสียงส้มจี๊ดที่ถือขวดน้ำเดินตามหาสุดเขตต์ถามขึ้น จันทร์จรีดูรูปในมือถือบอกส้มจี๊ดอย่างสะใจว่า รูปล่อแหลมระหว่างตากล้องสุดหล่อกับซุปเปอร์สตาร์พราว ส้มจี๊ดดูแล้วห้าม “น้องทำอย่างนั้นไม่ได้นะ สุดเขตต์เขาเป็นตากล้องหนังสือของพี่ ข่าวไม่ดีออกไปหนังสือพี่มิแย่หรือ”

    “ก็ไล่ออกไปซีคะ แค่ตากล้องคนเดียว แลกกับแฉยัยพราวให้สิ้นชื่อไปจากวงการมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มนะคะพี่”

    สุดเขตต์จึงรู้ว่าที่แท้ก็จันทร์จรีนี่เองที่คอยคาบข่าวพราวมาบอกส้มจี๊ด จันทร์จรีท้าทายว่ารู้แล้วจะทำไม

    “ผมไม่ทำไมคุณหรอกครับ เพราะสักวันสิ่งที่คุณทำกับคุณพราว ต้องย้อนกลับมาหาตัวคุณเองแน่”

    ส้มจี๊ดสั่งสุดเขตต์หุบปากแล้วไปรอทางโน้น พอสุดเขตต์ไป จันทร์จรีถามส้มจี๊ดว่าเอาคนอย่างนี้มาเป็นตากล้องได้ยังไง ระวังจะถูกพราวหลอกใช้ ส้มจี๊ดบอกว่าอย่าห่วงเลยตนเอาอยู่ ย้ำว่า “แต่พี่ขอ...น้องจะเล่นข่าวพราวก็อย่าให้คนของพี่เดือดร้อน” จันทร์จรีถามว่าจะไม่เอารูปในมือถือนี่เล่นงานพราวหรือ ตนอุตส่าห์ถ่ายไว้

    “เรามาแลกกัน ถ้าน้องลบรูปในมือถือทิ้ง รูปของน้องในกองถ่ายวันนี้ พี่จะเอาขึ้นหน้าหนึ่ง โปรโมตน้องพรุ่งนี้ ทันที น้องอยากเห็นข่าวไหม”

    จันทร์จรีลบรูปในมือถือทันที บอกส้มจี๊ดว่า “พรุ่งนี้ หนูจะรออ่านข่าว ฮิๆ”

    ส้มจี๊ดมองความแสบของจันทร์จรีทั้งโล่งใจและหงุดหงิดพอกัน

    ooooooo

    มีนกลับไปที่สตูดิโอ เจอแฟรงค์กับเอมี่กำลังกระวนกระวายใจที่เธอหายไป พอเจอกันมีนถามว่าเจอพราวหรือยัง แฟรงค์บอกว่าป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านเลย ภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องอะไรเลย

    มีนขออนุญาตกลับบ้านเพราะเด็กที่บ้านไม่สบายต้องไปโรงพยาบาล แม่แก้วรออยู่ เอมี่ตัดบทว่าไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้รีบไปที่รถเร็วๆ พวกนักข่าวแห่มากันแล้ว

    พอนักข่าวสัมภาษณ์พราวไม่ทันก็หันมาสัมภาษณ์กริช ศิระ และบรรดาตัวประกอบอื่นๆ สุดเขตต์มาถึงถามว่าพราวกลับไปแล้วหรือ พวกนักข่าวบอกว่ากลับไปตั้งชาติแล้ว พวกเบอร์หนึ่งก็อย่างนี้แหละ เห็นนักข่าวอย่างกับเห็นผี

    “แกมานี่เลย!” ส้มจี๊ดพรวดเข้ามาลากสุดเขตต์ออกไป เขาถามว่าอะไรของแก ก็ถูกส้มจี๊ดใส่ไม่ยั้ง “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ แกน่ะเป็นอะไรหา! ตกมันเหรอ รึว่าเหงาถึงได้แอบไปคุยกับยัยพราวลับๆ ล่อๆ แบบนั้นหาเรื่องตกงานรึไง หรืออยากดังชั่วข้ามคืนในฐานะกิ๊กลับๆ ของซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่ง!”

    “พล่ามจบหรือยัง ฉันจะได้ถามมั่ง แกนั่นแหละเป็นอะไรไอ้ส้มถึงไปร่วมมือกับดาราตัวอิจฉาคอยหาข่าวเสียๆ หายๆมาเล่นงานคุณพราวอยู่ได้ เขาเคยไปทำอะไรให้แกรึไง”

    “ก็เคยน่ะสิ! ฉันถึงตามแฉ เอาคืนให้ถึงที่สุด” ส้มจี๊ดหลุดปาก สุดเขตต์อึ้งเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังกัน

    ooooooo

    ณ สถานที่เกิดเหตุ สหวุฒินำกำลังตำรวจไปเก็บหลักฐานทั้งที่รถพราวและที่โครงการก่อสร้างใกล้ๆนั้น แล้วเล่าให้สมชายฟังว่า

    “ไอ้เจ๋งมันหายหัวไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ผลงาน กำลังให้เก็บหลักฐานในไซต์ก่อสร้างกับพื้นที่โดยรอบไว้เล่นงานมันเมื่อสารวัตรพร้อมจะจับมัน ส่วนรถของคุณพราวสตาร์ตไม่ติด ผมจะให้ลากไปเก็บไว้ที่โรงพักก่อน แล้วตอนนี้คุณพราวเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บอะไรมากรึเปล่า”

    “เจ็บตัวนิดๆหน่อยๆครับ แต่ผมว่าในใจเขา

    คงเจ็บหนักสาหัสเลยก็ว่าได้ ไอ้นรกเจ๋งมันเล่นตามไล่ฟัดอย่างกับหมาบ้าแบบนั้น อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยครับ ผู้ชายอกสามศอกเจอเข้าก็เฉียดบ้าได้” สมชายรายงานอย่างแค้นแทนพราว

    พอเขากลับเข้าไปในบ้านอีกที พบว่าพราวหายไป เดินตามหาจนทั่วก็ไม่เจอ นึกว่าเธอหนีกลับไปแล้ว แต่พอเดินไปดูที่ห้องน้ำพบว่าห้องน้ำล็อก จึงร้องเรียก ตะโกนเรียก พราวก็ไม่ยอมตอบ จนเขาจะพังประตูเข้าไป เธอจึงตะโกนออกมาว่า

    “ปล่อยฉันไว้ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันอยากอยู่คนเดียว”

    “อยู่ทำไมในห้องน้ำ คุณทำอะไรของคุณอยู่ในนั้น เป็นอะไรรึเปล่า”

    พราวร้องกรี๊ดๆอย่างกดดัน สมชายตกใจเตะประตูแล้วเอาไหล่กระแทก พอประตูเปิดก็พรวดเข้าไปเจอพราวนั่งอยู่บนขอบอ่างอาบน้ำ สองมือปิดหู เปิดฝักบัวให้น้ำไหลเบาๆอยู่ในอ่าง

    พราวยังคงร้องไห้โวยวายว่าตนอยากอยู่คนเดียวไม่อยากเจอใคร สมชายพยายามหว่านล้อมใช้น้ำเย็นเข้าลูบชวนออกไปข้างนอกก่อน อยากกินอะไรก็จะทำให้ พยายามจะพาพราวออกไป แต่เธอสะบัดขัดขืน ยึดขอบอ่างไว้แน่น เอ็ดตะโร

    “อย่ามาบังคับฉันนะ ฉันอยากออกเมื่อไหร่ฉันจะออกไปเอง ปล่อยฉัน”

    เมื่อบอกดีๆไม่ฟัง สมชายแกะมือเธอจากขอบอ่าง พราวคว้าฝักบัวฉีดใส่เขาจนเปียกไปด้วยกัน แต่ไม่อาจหยุดสมชายได้ เขาอุ้มเธอออกไป พราวดิ้นจนลื่นล้มทับกันอย่างแรง พอล้มทับเขาพราวก็ตกใจถามว่าเป็นอะไร หรือเปล่า เจ็บตรงไหน หัวกระแทกไหม สมองกระทบ กระเทือนหรือเปล่า ถามแทบไม่ได้หายใจ พอสมชายไม่ตอบก็ถามว่าทำไมไม่พูดอะไร

    “โอย...ผมจุก!” สมชายหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างจุกจริงๆ เพราะถูกพราวล้มทับทั้งตัว

    แม้ความใกล้ชิดและช่วยเหลือกันในยามคับขันจะทำให้ทั้งสองยิ่งมีใจให้กัน แต่ต่างก็ยังไว้เชิงมีทิฐิ สมชายเฝ้าเตือนตัวเองไม่ให้เผลอใจไปกับเธอ แต่เมื่ออยู่กับตัวเองก็อดคิดเคลิ้มไม่ได้ แต่พอรู้ตัวก็บอกกับตัวเองว่าต้องหยุด...ต้องหยุด...

    พราวเองก็ทุกข์ใจกับการต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง เธอตัดสินใจหยิบมือถือโทร.ออก

    “ฮัลโหล...ช่วยมารับพราวกลับด้วยค่ะ”

    ooooooo

    ในที่สุดส้มจี๊ดก็เล่าความหลังที่ฝังแค้นจนกลายเป็นการตามล้างแค้นกันถึงวันนี้ให้สุดเขตต์ฟัง...

    เวลานั้น เธอเพิ่งเข้ามาเป็นนักข่าวใหม่ๆ แต่พราวทำให้เธอถูกไล่ออก เพราะไปเขียนข่าวว่าพ่อแม่พราวเลิกกัน พอแม่ทิ้งพราวหนีไป พ่อก็ไปเอาเมียเพื่อนสนิทมาเป็นเมียแทน ฟังแล้วสุดเขตต์ถามว่าถ้าเธอเป็นพราวถูกขุดคุ้ยอย่างนี้จะโกรธไหม ก็ถูกส้มจี๊ดหาว่าเขาเข้าข้างพราวแทนที่จะเห็นใจตน

    “ทำไมฉันจะไม่เห็นใจแก คุณพราวผิดที่ทำให้แกตกงาน แต่คุณพราวก็ไม่ผิดที่ออกมาปกป้องครอบครัวของตัวเอง”

    “แล้วแกผิดไหมที่ทำงานกับฉันแล้วไปปกป้องยัยพราว บอกมานะว่าแกแอบไปคุยอะไรกับยัยพราวสองต่อสองหลังสตู?”

    สุดเขตต์ไม่บอกอ้างว่าเป็นความลับ ส้มจี๊ดก็ยิ่งปรี๊ดจะให้บอกให้ได้ สุดเขตต์เลยบอกว่าตนแค่อำเล่นเท่านั้น เตือนว่าเธอควรลืมเรื่องเก่าได้แล้ว ความแค้นไม่ทำให้ใครมีความสุขหรอก แล้วชวนกลับ ส้มจี๊ดมองตามเขาไปพึมพำเครียด

    “ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าแกหรอกสุดเขตต์ แกต้องมีเรื่องอะไรกับยัยพราวปิดฉันอยู่แน่ๆ” แล้วก็คิดแค้นพราว ขึ้นมาอีก

    แต่พอสุดเขตต์แยกจากส้มจี๊ดกลับไปถึงสตูดิโอ ความคิดเขาก็วกวนอยู่แต่กับมีน สงสัยว่ามีน...ชื่อนี้เกี่ยวกับพราวอย่างไร ทำไมพราวถึงเรียกตัวเองว่ามีน คิดแล้วยิ้มพอใจและชื่นชอบชื่อ “มีน” ขึ้นมาอย่างประหลาด...

    ooooooo

    มีนไปถึงโรงพยาบาลถามหมอว่าอาการของโต้เป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าร่างกายเด็กไม่ตอบสนองต่อยาแก้ชักเพราะเกิดอาการดื้อยา การรักษาด้วยการกินยาคงไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

    มีนรู้จากหมอว่าอาการของโต้มีแต่ต้องผ่าตัดจึงจะหาย แต่ค่าผ่าตัดสูงมาก

    พอแยกจากหมอแล้วมีนปวดหัวรุนแรง อาการกำเริบขึ้นอีก โชคดีที่เจอแมน น้องจึงช่วยหายาในกระเป๋าให้กิน แมนเป็นห่วงบอกมีนว่าไหนๆตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว ไปหาหมอดีไหม หมอต้องมีวิธีรักษาพี่ให้หายได้

    “ไม่ได้! พี่ยังใช้เงินเยอะตอนนี้ไม่ได้ พี่ต้องเก็บเงินไว้รักษาโต้ก่อน หมอบอกพี่ตะกี๊ว่าโต้ต้องผ่าตัดถึงจะหายจากโรคทรมานนั่น พี่ทนได้ แต่โต้ยังเด็ก โต้อาจจะทนป่วยไม่ไหว รักษาโต้ให้หายก่อนแล้วค่อยมานึกถึงพี่ เข้าใจไหม”

    แมนได้แต่สงสารมีนที่คิดถึงแต่น้อง...คิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ...

    เมื่อไปที่ห้องพักของโต้ เจอแม่แก้วเฝ้าโต้อยู่

    มีนเล่าให้ฟังว่าหมอบอกว่าอาการของโต้ต้องผ่าตัดจึงจะหายขาดได้ แม่แก้วถามว่า ผ่าตัดต้องใช้เงินแสนเงินล้านเราจะหาเงินจากไหน

    “มีนยังอยู่ทั้งคน มีนจะหาเงินรักษาน้องเอง แม่แก้วอย่าห่วงเลย” มีนกอดแม่แก้วให้กำลังใจ บอกแม่แก้วให้กลับไปดูแลเด็กๆที่บ้าน ตนจะอยู่เฝ้าโต้เอง พอแม่แก้วออกไป มีนเข้าไปลูบหัวโต้อย่าแผ่วเบา บอกน้องว่า “หนูจะต้องหายน้องรัก พี่จะหาเงินรักษาหนูเอง”

    แม่แก้วกลับถึงบ้านเห็นแมนนั่งซึมถามว่าเป็นอะไร แมนบอกว่าเป็นห่วงพี่มีน ตนอยากออกไปทำงาน หาเงินช่วยพี่มีน แต่ถ้าตนไปทำงานก็จะไม่มีใครช่วยแม่แก้ว

    “รออีกปีนะลูก ตั้งใจเรียนให้จบรามเสียก่อน เดี๋ยวแมนก็จะมีงานดีๆ เงินเดือนสูงๆทำ ถึงวันนั้นพี่มีนต้องภูมิใจมาก ที่ส่งให้แมนเรียนจบจนถึงปริญญา”

    แมนน้ำตาไหลพูดไม่ออก ขอไปเข้าห้องน้ำ แต่พอแยกจากแม่แก้วก็ไปแอบยืนร้องไห้...

    “แม่แก้วรู้ไหม พี่มีนไม่สบายมาก ผมกลัวอยู่ทุกวันว่าพี่มีนจะจากพวกเราไป...”

    ooooooo

    ติณห์โทร.ถึงพราวครั้งแล้วครั้งเล่าก็มีแต่เสียงบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้ พอจันทร์จรีกลับมาเขาถามว่าเจอพราวที่กองถ่ายละครไหม พราวกลับมาทำงานใหม่ราบรื่นดีไหม

    “ก็เห็นระรื่นดีนี่คะ” จันทร์จรีตอบประชด พอติณห์บอกว่าคงไม่เกิดอะไรขึ้นในกองถ่ายใช่ไหม เพราะตนโทร. ไปพราวไม่รับสายเลย “เขาคงไม่มีเวลารับสายคุณติณห์หรอกค่ะ เพราะว่าติดสัมภาษณ์พิเศษกับนักข่าวรูปหล่อคนนี้อยู่” แล้วเธอก็เอารูปถ่ายในมือถือให้ดู ทีแรกติณห์ก็งงๆ แต่พอคิดทบทวนก็จำได้ว่าเคยเจอกันเมื่อครั้งเกิดเรื่องที่ลานจอดรถในห้างฯ

    ติณห์ฟังจันทร์จรีเป่าหูใส่ไฟพราวแล้ว แม้ภายนอกเขาจะไม่แสดงอะไร แต่ในใจนั้นเขาสะใจมากที่งานนี้ได้จันทร์จรีตัวแสบมาช่วยเล่นงานพราวอีกแรง

    ส่วนสมชายเห็นชีวิตที่ถูกคุกคามเสี่ยงอันตรายของพราวแล้วก็อดสงสารเห็นใจไม่ได้ เขาบอกเธอขณะเดินคุยกันในสวนสวยว่าจะจัดการเจ๋งให้ได้เพื่อมันจะทำอะไรเธอไม่ได้อีก และถ้าตนทำไม่สำเร็จ เธอจะให้ตนชดใช้อย่างไรก็ยินดีทุกอย่าง

    “ฉันไม่อยากให้คุณชดใช้อะไรเลย เพราะฉะนั้นขออวยพรให้คุณจับไอ้โจรนั่นสำเร็จ...เอ่อ...คุณระวังตัวด้วยนะ”

    กลับมานอนคิดที่บ้านแล้ว สมชายตัดสินใจจะไปจัดการกับเจ๋งด้วยตัวเอง ลุกขึ้นหยิบปืนคว้าแจ็กเกตโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์เบิ้ลเครื่องแล้วขี่ออกไปทันที

    ooooooo

    สมชายไปที่อู่แต่งรถเถื่อนที่เจ๋งมากบดานอยู่ เขาเบิ้ลเครื่องท้าทายอยู่หน้าอู่

    เจ๋งตกใจ มันคว้าปืนย่องไปดูพร้อมที่จะปะทะ แต่มองไปหน้าอู่เห็นแต่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ มันฉุนหันกลับจะขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่กลางอู่ก็ผงะเมื่อเผชิญหน้ากับสมชายอย่างจัง!

    การปะทะกันเริ่มทันที ต่างหาที่หลบยิงใส่กันจนข้าวของในอู่กระจุย ยิงกันไม่สะใจ ทั้งคู่หันมาซัดกันด้วยหมัดลุ่นๆ เจ๋งคว้าชะแลงฟาดใส่แขนสมชายจนล้มฟุบ มันตามไปจะซ้ำ สมชายคว้าตัวล็อกคลัตช์หันมารับชะแลง ยันกันครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นมาชกต่อยกันต่อ

    แต่ในที่สุดสมชายก็ถูกเจ๋งใช้มีดแทงเข้าที่สีข้าง สมชายจับแขนมันบิดแล้วศอกใส่จนมันหงายล้มลงข้างรถกระบะ สมชายปรี่เข้าไปจะซ้ำ แต่ไม่ทัน มันโดดขึ้นรถสตาร์ตขับหนีไป สมชายจะตาม แต่เห็นแผลที่ถูกแทงเลือดไหลไม่หยุด เขาจำต้องหยุดแค่นั้นอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    ติณห์ไปหาพราวที่บ้านพราวแสง แสดงความ ห่วงใยเธออย่างมาก แฟรงค์โทษว่าถ้าตำรวจไม่ไปจับแก๊งยาบ้าที่ห้างพราวก็ไม่ต้องรับเคราะห์ บอกว่าสารวัตรสมชายต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างหนีไม่พ้น

    “ผมว่าเรื่องของตำรวจก็ให้เขาจัดการไป แต่จะไปหวังพึ่งเขาทั้งหมดก็ไม่ได้นะครับ เราควรหาวิธีป้องกันตัวให้คุณพราวด้วยจะดีกว่า” เอมี่ถามว่าป้องกันตัวยังไง? “ผมจะหาบอดี้การ์ดมารักษาความปลอดภัยให้คุณพราว”

    “บอดี้การ์ด...” พราวพึมพำ ติณห์กุมมือเธอไว้อย่างห่วงใย บอกว่าไม่ต้องห่วง ตนจะหาทีมบอดี้การ์ดที่ดีที่สุดมาคุ้มกันเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รับรองไม่มีใครมาทำอันตรายเธอได้ พราวนิ่งคิดอยู่นาน ถามว่า “หมายถึงพราวจะต้องอยู่ในสายตาบอดี้การ์ดตลอดเวลาเหรอคะ” ในที่สุดเธอขอเวลาคิดดูก่อน

    ติณห์ไม่เร่งรัดบอกว่าตัดสินใจอย่างไรค่อยโทร.บอกก็ได้ ก่อนกลับเขาบอกพราวว่า

    “ถ้าคุณต้องการใครสักคน คิดถึงผมนะครับพราว ให้ผมได้มีโอกาสดูแลคุณ”

    ฝ่ายสมชายต้องเข้าโรงพยาบาลทำแผล สหวุฒิไปเยี่ยมบอกว่ายังจับตัวเจ๋งไม่ได้ แต่บอกด่านต่างๆให้สกัดจับแล้ว เขาตำหนิสมชายว่าไม่น่าบุกเดี่ยวไป ถ้ายกกำลังไปล้อมยังไงก็ต้องจับมันได้ สมชายบอกว่าตนไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บหรือตายเพราะมันอีก

    “แล้วทีนี้ยังไง มันหนีไปได้ ก็ต้องมานับหนึ่งตามแกะรอยมันใหม่ โธ่เอ๊ย! ที่สำคัญ คุณไปรับปากอะไรคุณพราวเขาไว้ก็รับผิดชอบเอาเองก็แล้วกัน” พูดแล้วลุกไปเลย

    สมชายไปยืนคิดหนักอยู่คนเดียว สัญญาที่ให้ไว้กับพราวยังก้องอยู่ในใจทุกสัญญา...เหมือนย้ำเตือนตลอดเวลา

    “ผมจะจัดการกับไอ้เจ๋งให้ได้”... “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้มันมาทำอะไรคุณได้อีก”... และ... “ถ้าผมทำไม่สำเร็จ เชิญคุณจะให้ผมชดใช้คุณยังไงก็ได้...ผมยินดีทุกอย่าง...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์