ตอนที่ 4
อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"
สมชายมีความสุขมากเมื่อได้กลับมาอยู่บ้านกับแม่และน้องในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ วันนี้ขณะตั้งโต๊ะจะทานอาหารเย็นกัน อรชุมากับน้องนุชถามว่าพราวหายไปไหนทำไมไม่ชวนมาทานด้วยกัน
ทีแรกสมชายก็ทำเป็นไม่สนใจทั้งที่ใจก็ห่วงอยู่ พอถูกทั้งแม่และน้องมองอย่างตำหนิก็ลุกไปตาม
สมชายไปเจอไอ้หื่นกำลังปล้ำพราวอยู่พอดี เขาถีบประตูเข้าไป มันตกใจผงะ คนที่อยู่บนเตียงถูกสมชายถีบตกลงมาด่า “ไอ้ชั่วเอ๊ย!” แล้วรีบดูพราวถามว่าเป็นยังไงบ้าง
พราวยังตกใจกลัวตัวสั่น เขาปลอบอย่างห่วงใยว่า
“ไม่เป็นไรแล้วครับ ไม่เป็นไร ผมอยู่นี่ไม่ต้องกลัว จะไม่ให้มันทำอะไรคุณได้เด็ดขาด”
วายร้ายอาศัยจังหวะนั้นเอาแจกันทุบที่ท้ายทอยสมชายจนมึน แล้วมันก็ช่วยกันลากเขาไปขึงรุมทำร้ายต่อยจนคิ้วแตก
“กรี๊ด...อย่าทำเขา หยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่าทำอะไรเขา ...อย่า!” พราวร้องตะโกนอย่างขวัญเสีย
สมชาย...นายตำรวจหนุ่มผู้ผ่านการฝึกฝนและต่อสู้กับวายร้ายมาโชกโชน พลิกสถานการณ์ได้ไม่ยาก เขาเล่นงานมันกลับ ถีบคนหนึ่งกระเด็นไปชนระเบียงร่วงไม่เป็นท่า อีกคนก็ถูกตบบ้องหูแล้วอัดเข่าเข้าเป้าจนมันตัวงอหน้าเขียว ลากมันออกไปขู่จะจับส่งตำรวจ
พราวตกใจรีบลงจากเตียงแต่เจ็บท้องจนจุกทรุดลงไปอีก
สมชายถามคนร้ายว่ามาจากไหนเข้ามาในโฮมสเตย์ได้ยังไง มันบอกว่าผ่านมาจะหาที่พัก สมชายถามว่ามาหาที่พักหรือมาขโมยของ มันปฏิเสธปากคอสั่นว่ามันไม่ได้ทำ ไม่ได้มาขโมยของเสียงเอะอะโวยวายทำให้แขกที่มาพักพากันออกมาดู สมชายเห็นไม่ดีสั่งมันหุบปาก ลุกขึ้นจะพาไปคุยกันที่โรงพัก มันยกมือไหว้อ้อนวอนอย่าจับตนเลย
“ปล่อยเขาไปเสีย!” เสียงพราวสั่ง สมชายหมั่นไส้ถามว่าวิญญาณนางฟ้าเข้าสิงหรือไง ไอ้หื่นนี่มันจะข่มขืนเธอนะ “ฉันถึงอยากให้ปล่อยมันไปไง ฉันขอร้อง...ช่วยฉันอีกสักครั้ง ถ้าเรื่องนี้ไปถึงโรงพัก มีข่าวออกไป ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ได้แน่”
สมชายเพิ่งนึกได้ จำใจปล่อยพวกมันไป สั่งมันให้ขอโทษพราว แล้วไล่ให้รีบไปก่อนตนจะเปลี่ยนใจ
“ชาย...เกิดเรื่องอะไรขึ้นลูก” อรชุมาตื่นตกใจเข้ามากับน้องนุช พอรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาปล้ำพราวก็ตกใจรีบเข้าไปดู
“คุณพราว...น้าขอโทษที่ดูแลที่นี่ไม่ดี ปล่อยให้คนแปลกหน้าหลุดเข้ามาทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ พราวไม่ได้เป็นอะไร ต้องขอบใจลูกชายของน้าที่มาช่วยพราวไว้ทัน”
อรชุมารำพึงรำพันว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับพราวด้วย อุตส่าห์หนีร้อนมาพึ่งเย็นแท้ๆ
“นั่นสิคะ พราวก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพราว ก่อนจะมาที่นี่ก็มีคนพยายามจะฆ่าพราว”
ทั้งอรชุมากับน้องนุชตกใจ น้องนุชถามว่าพูดเรื่องจริงไม่ใช่ละครใช่ไหม
“ถ้าเป็นละครก็ดีสิ ฉันจะได้เลิกเล่นมันกลางคัน เปลี่ยนไปเล่นละครตลกๆ หรือละครรักโรแมนติก ที่มีผู้ชายอบอุ่น รักฉันสุดชีวิต คอยปกป้องฉันได้”
“ฮูยยยย...ผู้ชายอบอุ่นที่นี่ก็มีค่ะ สมชาย พี่ชายหนูไงคะ” น้องนุชเสนอทันที ถูกอรชุมาดุว่าไม่ใช่เวลาพูดเล่น น้องนุชทำหน้าตายบอกว่า พี่ชายตนถึงจะห่ามไปหน่อยปากจัดไปนิด แต่ถ้าใครได้เป็นแฟน รับรองว่าต้องอบอุ่นโคตรๆ เพราะพี่ชายจะดูแลปกป้องอย่างสุดชีวิตชนิดไม่คิดถึงชีวิตตัวเองเลยทีเดียว
พราวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่สมชายเข้ามาช่วยตนพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว ปกป้องและให้กำลังใจอย่างอบอุ่นแล้วก็รู้สึกอุ่นใจ
อรชุมาเห็นพราวนิ่งไป ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าไม่เป็นไรมีแต่จุกท้องที่ถูกต่อย อรชุมาจึงบอกน้องนุชให้รีบไปเอากระเป๋าน้ำร้อนกับยาแก้ปวดมา ตัวเองประคองพราวไปที่เตียงขอดูท้องว่ามีแผลหรือเปล่า
ooooooo
เหตุการณ์เมื่อหัวค่ำ ทำให้คืนนี้สมชายไม่วางใจ พกปืนเดินตรวจตราไปรอบโฮมสเตย์ เจอลุงป่อยถือไม้ลาดตระเวนเช่นกัน ต่างคนต่างทำเลยเกือบปะทะกัน
สมชายเล่าให้ลุงป่อยฟังว่า
“กระเป๋าเป้ของพวกมันที่ทิ้งไว้ในห้องคุณพราว มีทั้งเงิน นาฬิกา ข้าวของของแขกที่มันแอบเข้าไปขโมยมา มารสังคมแบบนี้ มันน่าจับยัดกรงเสียให้เข็ดสักปีสองปี” ลุงป่อยถามว่าแล้วปล่อยมันไปทำไม “นึกว่าผมอยากปล่อยเหรอ ยัยซุปเปอร์สตาร์โน่นเขาขอไว้ คงไม่อยากให้ตัวเองเป็นข่าวฉาวๆ”
“เฮ้อ...เป็นดารานี่มันลำบากเนอะ ทุกข์ก็ปิด สุขก็ปิด ชีวิตเหมือนเล่นซ่อนหาตลอดเวลา ปกๆปิดๆชีวิตแบบนี้ ลุงว่ามันไม่มีความสุขหรอก ไม่งั้นทั้งรวยทั้งดังอย่างคุณพราวจะทิ้งชื่อเสียงหลบมาบ้านนอกแบบนี้
ให้คุณชายใช้งานเล่นทำไม คุณพราวเหมือนหนีใครมา”
“หนีอะไรลุง...ดาราชอบทำติสต์แตกแบบนี้แหละ ดังไง... เงินเหลือใช้ เลยเรียกร้องความสนใจ” สมชายสมเพช
“แต่ลุงว่า คุณพราวกำลังหนีตัวเอง หนีความเป็นดาราของตัวเองไงครับ”
สมชายมองหน้าลุงป่อยเหมือนฉุกคิดอะไรได้
ooooooo
ด้วยความเป็นห่วง สมชายไปเคาะประตูห้องพักของพราว ไม่มีเสียงจากข้างใน เปิดประตูเข้าไปดูก็ไม่มีพราว เขาตกใจนึกว่าเธอหนีกลับไปแล้ว แต่พอเปิดตู้เสื้อผ้าเห็นยังอยู่เต็มตู้ก็โล่งใจ
สมชายเดินหาพราวไปเจอนั่งเหม่ออยู่ที่ศาลาริมคลอง พอได้ยินเสียงฝีเท้าคนเธอคว้าไม้พร้อมสู้ สมชายเข้าไปถาม
“กลัวแล้วยังจะมานั่งข้างนอกคนเดียวอีก ทำไมไม่อยู่ในห้อง”
“ก็...ฉันไม่กล้าอยู่ในห้องคนเดียว หน้าพวกมันติดตาตามหลอนฉัน ออกมาอยู่ข้างนอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันยังร้องตะโกนให้ใครช่วยได้ หรือไม่ก็มีทางวิ่งหนีไปไหนต่อไหนได้”
สมชายฟังแล้วสงสาร นั่งลงข้างๆถามอย่างอ่อนโยนห่วงใยว่า คนร้ายไม่ได้ทำอะไรเธอมากไปกว่าที่ตนเห็นใช่ไหม พราวโมโหถามว่า คิดว่าตนเสียท่ามันไปแล้วหรือ สมชายสาบานว่าตนไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยจริงๆ
“ขอบคุณ...ขอบคุณที่มาช่วยฉันทันเวลา ขอบคุณมาก” พราวพูดจากใจจริง เปรยๆเหมือนปรารภว่า “ยิ่งหนี ฉันก็ยิ่งเจอแต่เรื่อง บางทีอาจจะไม่มีที่ไหนบนโลกนี้ให้พราวหนีพ้น พราวคงต้องหนีขึ้นไปอยู่บนโลกพระจันทร์โน่นถึงจะไม่มีใครรู้จัก ถึงจะหลุดพ้นเคราะห์กรรมของตัวเอง แล้วก็มีความสุข”
สมชายบอกว่าบนโลกนี้มีความสุขมากมายเธอหามันไม่เจอเองต่างหาก พราวถามว่าอยู่ไหนตนจะไปหามันเอง สมชายอาสาจะพาเธอไป พราวบอกว่าจะลองเชื่อใจเขาดูสักครั้ง สมชายจับมือพราวเอ่ยอย่างสุภาพ
“เชิญครับ คุณซุปตาร์...” แล้วดึงพราวลุกขึ้น ต่างสบตากันอย่างท้าทาย แต่...ความไว้เนื้อเชื่อใจเริ่มขึ้นแล้ว...
ooooooo
สมชายจูงพราวไปที่ริมคลอง พาลงเรือหางยาวติดเครื่องที่จอดอยู่แถวนั้น พอเขาลงเรือก็หันมารับพราวลงไป แต่พราวลงแรงไปหน่อยทำให้เรือโคลงจนพราวเซ รู้สึกปวดจุกที่ท้องขึ้นมาอีก
“ไม่ไหวมั้งคุณ ผมว่าอย่าไปเลย” แต่พราวยืนยันว่าตนไหว สมชายจึงแก้เชือกผูกเรือแล้วติดเครื่อง พราวถามว่าดึกป่านนี้แล้วจะพาตนไปไหน เขาบอกว่าจะพาไปดูกระสือ
อรชุมากับน้องนุชอยู่ที่เรือนพักชั้นสอง มองผ่านหน้าต่างเห็นสมชายพาพราวลงเรือแล้วติดเครื่อง ก็สงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน น้องนุชที่เชียร์พี่ชายกับพราวอยู่แล้วบอกแม่ว่า
“ไปไหนก็ช่างเขาเถอะแม่ ให้เขาไปด้วยกัน
ไม่ดีเหรอ โรแมนติกดีออก” พอถูกแม่ถามว่าคิดอะไรอยู่ น้องนุชบอกว่า “คิดอยากให้พี่ชายได้คุณพราวเป็นลูกสะใภ้ให้แม่ไง ฮิๆ”
อรชุมาติงว่าเป็นไปไม่ได้หรอกสองคนนั้นกัดกันจะตาย น้องนุชพูดหน้าทะเล้นว่าลงเรือไปด้วยกันสองคนแบบนี้ อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละแม่
สองแม่ลูกยืนดูเรือหางยาวขับออกไปตามความคาดหวังของตัวเอง
พอขับเรือไปถึงแม่น้ำแม่กลอง สมชายก็ดับเครื่องปล่อยให้เรือลอยไปตามสายน้ำช้าๆ สมชายบอกว่าเรามาถึงคลองผีหลอกกันแล้ว พราวตกใจกับชื่อคลอง สมชายชี้ให้ดู
“โน่นไง...เห็นแสงแว้บวับแล้วนั่น...มากันเป็นดงเลย”
พราวผวาซุกหน้ากับแขนสมชาย โวยว่าความสุขบ้าอะไรพามาดูดงกระสือ รบเร้าให้พากลับ สมชายพูดขำๆว่าไม่หลอกแล้ว ลืมตาดูซิ ไม่มีกระสือหรอก ทำเป็นหัวอ่อนเชื่อง่ายไปได้ แล้วจับหน้าพราวให้หันไปดู
พอพราวลืมตาดูก็ร้องว้าว...เมื่อเห็นฝูงหิ่งห้อยทั้งที่บินและที่เกาะตามต้นลำพูส่องแสงระยิบระยับไปหมด
“กระสือสวยจังเลย...แปลกดีนะ บ้านคุณเรียกหิ่งห้อยว่ากระสือ เก๋เชียว”
สมชายจะชี้แจงก็ถูกพราวจุ๊ปากให้เงียบเดี๋ยวกระสือหนีหมด เขาเลยเงียบยิ้มขำๆกับความแสบของพราว
พราวดูหิ่งห้อยอย่างมีความสุข จนสมชายเริ่มหาวชวนกลับ แต่เธอยังอยากดูต่อ พอสมชายปล่อยให้ดูไม่ถึงอึดใจพราวก็หลับอิงไหล่เขาไปแล้ว สมชายค่อยๆ ขยับมือไปโอบไหล่พราวไม่ให้เธอไหลร่วงจากไหล่ตน
ความใกล้ชิด ได้เห็นตัวตนแท้จริงของพราวทำให้สมชายเริ่มหวั่นไหว ไม่รู้ตัวว่าแอบมีใจให้พราวไปแล้ว...
ooooooo
ที่บ้านแสนรัก มีนทำงานอย่างขยันขันแข็ง ดูแลน้องๆ ด้วยความรัก เมตตา แม้น้องจะงอแงประสาเด็กมีนก็ดูแลด้วยความรัก
เช้านี้ เด็กๆทุกคนถูกปลุกลุกมาล้างหน้าแปรงฟันเตรียมกินข้าวกันแล้ว แต่ปอนด์ปอนด์ยังไม่ลงมา มีนขึ้นไปดูพบว่าตัวร้อนมาก มีนให้แม่แก้วอยู่บ้านตนจะพาน้องไปโรงพยาบาล แม่แก้วเป็นห่วงขอไปด้วย ให้แมนดูแลน้องๆแทน
อุ้มปอนด์ปอนด์ออกมารอรถ ทั้งแท็กซี่และรถส่วนตัวไม่มีใครยอมจอดรับ มีนจึงอุ้มน้องทั้งเดินทั้งวิ่งไปโรงพยาบาล ไปถึงในสภาพเหงื่อโชก พอพยาบาลรับน้องไปก็รีบพาเข้าห้องฉุกเฉินทันที
คุณหมอตรวจแล้วบอกว่าปอนด์ปอนด์เป็นไข้เลือดออก ถ้ามาช้ากว่านี้อาจช่วยไม่ทัน พยาบาลเรียกผู้ปกครองไปบอกว่า ค่ารักษาพยาบาลสูงมาก มีนบอกว่าไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลจะสูงแค่ไหนตนก็จะหามารักษาน้อง
ระหว่างนั้นเอง มีนได้รับโทรศัพท์จากแมนบอกว่ายายเจ้าของบ้านมาทวงค่าเช่า แม่แก้วถามว่าขอเวลาไว้ 3 วันไม่ใช่หรือวันนี้เพิ่ง 2 วันก็มาทวงแล้วจะหาเงินที่ไหนมาให้ ซ้ำปอนด์ปอนด์ก็ไม่สบายอีก
“ใจเย็นค่ะแม่แก้ว เดี๋ยวมีนจะไปต่อรองกับยายเขาเอง แม่แก้วดูแลน้องอยู่นี่นะ วันนี้มีนจะไปทำงานให้พี่แฟรงค์ มีนจะได้เงินก้อนใหญ่เลยล่ะ แม่แก้วสบายใจได้ มีนรีบไปก่อนนะ”
“โธ่มีน...หนูต้องมาลำบากกับแม่แท้ๆ” แม่แก้วรำพึง
ooooooo
มีนกลับไปถึงบ้านแสนรัก เจอสภาพที่ยายเจ้าของบ้านพาชายฉกรรจ์มาสองคน พวกมันรื้อข้าวของโยนออกมานอกบ้านจนพวกเด็กๆตกใจร้องไห้กันระงม
มีนมาถึงก็อ้อนวอนยายว่ายังไม่ถึงเวลาเลย ก็ถูกยายด่าว่ามาวันนี้หรือพรุ่งนี้มีนก็ไม่มีให้ มันมีค่าเท่ากันแหละ
“ไม่เท่ากันหรอกยาย วันพรุ่งนี้สำหรับหนูมีค่ามากกว่า เพราะหนูมีความหวัง หนูจะหาเงินมาให้ยายได้แน่ๆ”
แฟรงค์กับเอมี่มาถึงพอดี เห็นสภาพบ้านแล้วแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้จากมีนว่ายายเจ้าของบ้านมาทวงค่าเช่าที่ติดมา 3 เดือนแล้ว แฟรงค์ควักเงินออกมาปึกหนึ่งบอกยายว่าหยุดโวยวายได้แล้ว ถามว่าเท่าไหร่ ห้าหมื่นจะจบไหม
“เอ่อ...มีนติดยายแค่ 4 หมื่น 5 เองค่ะพี่แฟรงค์”
“งั้นฉันจ่ายล่วงหน้าให้เลย 5 หมื่น 5 โอเค้...มาดาม” แฟรงค์ยื่นเงินให้ ยายรีบดึงเงินไปแล้วเงียบสนิทเลย
มีนกอดเด็กๆกับแมนอย่างโล่งใจ เหมือนรอดตายไปอีกครั้ง...
ooooooo
พราวประทับใจเมื่อตื่นขึ้นมาเห็นสมชายหลับอยู่ที่พื้นข้างเตียง เพราะเมื่อคืนเธอบอกว่าไม่กล้าอยู่คนเดียว เขาจึงอาสาอยู่เป็นบอดี้การ์ดให้
สมชายยังหลับสนิท พราวเห็นรอยแตกที่คิ้วมีเลือดซึมออกมาจึงเอาทิชชูจะไปซับเลือดให้ พอมือแตะแผลเท่านั้นสมชายก็ลืมตาพึ่บจับแขนพราวเหวี่ยงลงนอนที่พื้นพลิกตัวคร่อมง้างหมัด ทั้งหมดเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณของตำรวจ
พราวตกใจแต่พอเห็นสมชายปล่อยหมัดทำไก๋เอามือลูบผมเท่ๆ ก็พูดขำๆ ว่าขี้เก๊กชะมัด แล้วบอกให้ลุกไปได้แล้วพลางผลักเขาที่เอว สมชายสะดุ้งโหยงเพราะบ้าจี้ พอรู้จุดอ่อนของเขา พราวก็ไล่จี๋เขาไปทั่วห้อง จนสมชายพลิกสถานการณ์ได้หันมาล็อกแขนเธอกอดเอวไว้ ทำให้ทั้งจมูกและปากเกือบชนกัน
“หนูพราวจ๊ะ...” อรชุมาเคาะประตูเรียกที่หน้าห้อง สมชายตกใจรีบลุก พราวชี้ที่หน้าต่างเขาจึงโดดหน้าต่างออกไป พอหนีพ้นแล้วก็ถามตัวเองงงๆว่า ทำไมต้องหนีแม่ด้วย ไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย สลัดความรู้สึกสับสนในสมองบอกกับตัวเองว่าไม่มีทาง...ยังไงก็ไม่มีทางหลงเสน่ห์ยัยซุปตาร์นั่นเด็ดขาด!
อรชุมาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้างเมื่อคืนไปไหนมา พราวบอกว่าสมชายพาไปดูกระสือที่คลองผีหลอก อรชุมาถามอีกว่าไปดูหิ่งห้อย แล้วไม่เห็นสมชายกลับไปนอนบ้าน
“เออะ... ไม่กลับเหรอคะ เอ...พราวก็ไม่ทราบค่ะ คงหลับอยู่แถวๆนี้มังคะ” พราวทำหน้าตายแต่อรชุมา
มองอย่างรู้สึกตงิดๆชอบกล
ooooooo
งานประมูลภาพการกุศล จัดขึ้นที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่หน้าโรงแรมมีกองทัพนักข่าวจับกลุ่มรอกันอยู่เต็ม
พอรถของแฟรงค์เข้ามาจอด ส้มจี๊ดบอกสุดเขตต์ว่าพราวมาแล้ว แต่คราวนี้ไม่ต้องจี้ให้สุดเขตต์ถ่ายรูป เพราะเขาเตรียมพร้อมและอยากถ่ายอยู่แล้ว
แฟรงค์ลงจากรถมาทักทายผู้สื่อข่าวก่อน บอกนักข่าวว่า เจอแฟรงค์ที่ไหนต้องเจอพราวที่นั่น แล้ว
ผายมือไปทางมีนในคราบพราวทั้งเสื้อผ้าหน้าผม
จัดเต็ม พราวก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงกดชัตเตอร์และเสียงตะโกน พราว...พราว...พราว...
ไม่ขาดระยะ
มีนยิ้มจริงใจไหว้และโบกมือทักทายทุกคนอย่างอ่อนน้อม ผิดกับพราวตัวจริงที่วางมาดราวกับนางพญา
“ยัยนี่มาแนวใหม่ ทำเป็นมือไม้อ่อน ขยันสร้างภาพ จริงจริ๊ง” ส้มจี๊ดหมั่นไส้ ถูกสุดเขตต์สวนว่า สร้างภาพที่ไหนสายตาพราวจริงใจเสียขนาดนั้น ก็ถูกส้มจี๊ดค้อนตาแทบกลับ
นักข่าวพยายามสัมภาษณ์พราวแต่ถูกแฟรงค์กันไว้บอกว่าใจเย็นๆ ขอเข้าไปในงานก่อน
ooooooo
มีนตื่นๆกับสถานที่และผู้คนระดับไฮโซจนกุมมือตัวเองแน่น แฟรงค์ติดตามสังเกตตลอดเวลาบอกเอมี่ให้เอาแว่นหลุยส์ไปให้ถือ เอมี่เอาไปให้กระซิบบอก...
“อ้ะ...ถือสองนิ้วนะ ชี้กับโป้ง อีก 3 นิ้วกรีดดด... ไว้หนู” มีนทำตามได้อย่างถูกต้อง แฟรงค์มองอย่างพอใจมาก
แฟรงค์เห็นติณห์ยืนคุยอยู่กับรัฐมนตรีบัญชาก็กระซิบถามมีนว่าจำคนที่ยืนคุยกับติณห์ได้ไหม มีนนึกออกทันที เพราะเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แฟรงค์เอาโน้ตบุ๊กมาเปิดให้ดูและแนะนำคนสำคัญในงาน ทั้งตัวบุคคลและตำแหน่งหน้าที่การงานตลอดจนประวัติ
มีนจำที่แฟรงค์ย้ำได้ว่า...
“นี่คือรัฐมนตรีบัญชา ประธานจัดงานประมูลภาพการกุศลในครั้งนี้ พราวเคยช่วยงานกุศลท่านมา 3 ครั้งแล้ว ได้เงินเป็นล้านทุกครั้ง ท่านเลยเอ็นดูเรียกพราวว่าลูกทุกคำ” ส่วนติณห์ แฟรงค์แนะนำว่า “คนนี้หนูเคยเจอมาแล้ว เขาชื่อติณห์ หล่อ ไฮโซ ที่สำคัญยังโสด...สด...ทั้งแท่ง เจ้าของบริษัท เอนแอนด์ที ที่กำลังปิ๊งพราว”
แฟรงค์กับเอมี่พาพราวเข้าไปทักทายติณห์และรัฐมนตรีบัญชา โดยแฟรงค์ต้องคอยกำกับคุมเกมให้มีนเป็นพราวให้แนบเนียน ในการสนทนา บางทีแฟรงค์ก็พูดนำให้มีนตอบตาม เรื่องที่ละเอียดซับซ้อนก็ตอบแทนเสียเลย
พอเจอส้มจี๊ดมีนถูกถามทันทีว่า “คุณพราวคะ ทำไมพักกองละครอโยธยาไปล่ะคะ ทำไมไม่ให้คิวถ่ายต่อ” นักข่าวคนอื่นก็ระดมถามว่า จะถอนตัวหรือยังไง? หรือไม่มั่นใจในทีมงานเพราะอุบัติเหตุในกองถ่าย?
แฟรงค์กระซิบบอกมีนว่าไม่ต้องไปมอง...ไม่ต้องตอบ ส่วนทีมงานก็มาช่วยกันนักข่าวให้ไปอยู่มุมกาแฟของนักข่าวด้านนอก กระนั้นส้มจี๊ดก็ยังอุตส่าห์ยื่นหน้ามาถามว่าทำไมเงียบไป จะไม่ตอบหน่อยหรือ จนสุดเขตต์ต้องดึงตัวออกไป
ติณห์ที่ยกแก้วเครื่องดื่มจิบจับตาดูอย่างสงสัยในท่าทางที่ดูกังวลๆของมีน
จันทร์จรีที่กำลังจับเท็จต้องการหาคำตอบเรื่องพราวที่คาใจอยู่ มาถึงงานก็โทร.ติดต่อกับส้มจี๊ดทันที
ooooooo
งานประมูลภาพการกุศลเริ่มขึ้นแล้ว รัฐมนตรีบัญชาขึ้นกล่าวเปิดงานและเปิดการประมูล กล่าวขอบคุณพราวที่มาร่วมงานวันนี้ว่า
“ไม่ว่าไปงานไหน เธอก็จะร่วมบริจาคด้วยทุกครั้ง เรามาดูซิครับว่าในงานนี้คุณพราวจะช่วยมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆสักเท่าไหร่ งั้นเรามาเปิดงานด้วยภาพแรกกันครับ”
ทีมงานยกภาพบนขาหยั่งมีผ้าคลุมมาวาง บัญชาเชิญพราวบริจาคให้ภาพนี้เป็นคนแรก เชิญพราวเปิดภาพดูได้เลย พราวเดินไปแง้มผ้าขึ้นดูภาพ แขกในงานมองอึ้งๆ จนแฟรงค์ต้องแก้สถานการณ์ทำเป็นพูดติดตลกว่า
“เอ่อ...ไม่เอาน่าพราว เล่นมุกอะไรนั่นน่ะ ดึงผ้าออกได้แล้วหนู ทุกคนอยากจะเห็นภาพใจจะขาดแล้วว่าเป็นรูปอะไร” ติณห์อยู่ใกล้ๆ เข้าไปช่วยโดยอ้อมมือโอบหลังมีนไปดึงผ้าออกช้าๆ ทันทีที่ผ้าหลุดทุกคนเห็นภาพถึงกับฮือฮา
เป็นภาพครอบครัวไก่มีพ่อแม่และลูกเจี๊ยบสามตัว ติณห์ส่งลูกให้มีนถามว่าทำไมอึ้งไปมีอะไรหรือเปล่า
“เอ่อ...เปล่าค่ะ ฉันแค่อึ้งน่ะค่ะ ภาพนี้มีแค่ไก่ ไม่มีอะไรเลย”
เป็นคำตอบที่ทำเอาศิลปินเจ้าของภาพถึงกับหนวดกระตุก ทุกคนอึ้ง ติณห์ช่วยแก้ว่า “ผมว่าก็สวยดีนะครับ”
“ไม่ค่ะ...ไม่สวย แต่เป็นรูปที่งดงามและกินใจมากต่างหาก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แฟรงค์ถอนใจเหมือนรอดตาย
“แล้วภาพนี้กินใจยังไงหรอครับคุณพราว” ติณห์ชงอีก มีนอธิบายอย่างฉะฉานว่า
“ลูกเจี๊ยบทั้งสามตัว เกิดมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ เป็นครอบครัวที่มีความสุข แต่ถ้าภาพนี้” มีนเอามือปิดพ่อไก่แม่ไก่ไว้ “ขาดพ่อ ขาดแม่ ก็จะเหลือแค่ลูกเจี๊ยบสามตัวอยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาพนี้ก็จะเป็นภาพที่ไม่สมบูรณ์กลายเป็นภาพที่เหงาและน่าเศร้ามากๆ”
แขกในงานต่างพยักหน้าเห็นด้วย มีนยังอธิบายต่อเชื่อมโยงกับชีวิตเด็กกำพร้าอย่างสะเทือนใจจนน้ำตาคลอว่า
“เด็กที่เกิดมามีเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ไม่ใช่คนที่โชคดีที่สุดในโลก แต่เด็กที่เกิดมามีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและมีครอบครัวที่อบอุ่นต่างหากที่เป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกค่ะ”
เสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งห้อง แฟรงค์กับเอมี่อึ้งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง สุดเขตต์ยิ้มเต็มหน้า ในขณะที่ส้มจี๊ดทำหน้าพะอืดพะอม
“กินใจฮะ กินใจมากๆ นี่แหละพราวววว...” แฟรงค์ปลื้มสุดๆ
ติณห์ปรบมือมองพราวด้วยสายตาแปลกๆ นึกในใจว่านี่หรือพราว...ผู้หญิงที่ทำลายชีวิตน้องชายตน แต่ก็คิดอีกแง่ว่าแม่นี่สุดแสนที่จะสร้างภาพโกหกหลอกลวง
บัญชาเริ่มเปิดประมูลถามพราวว่าจะบริจาคให้รูปนี้เท่าไหร่? พราวอึกอักเพราะไม่ได้เตี๊ยมเรื่องนี้กันมา แต่ก็เอาตัวรอดได้ ตอบไปว่า “พราวขอบริจาคหมื่นนึงค่ะ” ทุกคนอึ้ง แฟรงค์ทำท่าจะเป็นลม ส้มจี๊ดขำปนแปลกใจ สุดเขตต์ก็งงๆ
พอบัญชาถามว่าให้แค่หมื่นเดียวเองหรือ มีนก็เพิ่มเป็นสองหมื่น เสียงฮือฮาดังขึ้นอีก แฟรงค์มึนอึดใจเดียวก็แก้สถานการณ์พูดแทรกขึ้นว่า “ท่าน รอ-มอ-ตอฮะ สองหมื่นน่ะพราวตั้งต้นตัวเลขให้ประมูลรูปนี้เป็นทุนก้อนแรกไงฮะ ใครจะร่วมมอบทุนก็ประมูลมาได้เลยค่ะ ทุนบริจาคก้อนแรกในวันนี้จะได้เยอะไงฮ้า...”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอประมูลรูปนี้ร่วมกับคุณพราวเป็นเงินหนึ่งล้านบาทครับ” ติณห์เสนอ
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีก แฟรงค์ยุให้เคาะเลย บัญชาเคาะทันที ประกาศว่า
“เอาล่ะครับ เราได้ทุนการศึกษาก้อนแรกให้กับเยาวชนของเราจากคุณติณห์ร่วมกับคุณพราวเป็นเงินหนึ่งล้านบาทครับ”
เสียงเฮดังขึ้น ติณห์จับมือมีนหันไปโค้งให้ทุกคน มีนถอนใจโล่งอกที่หลุดไปจากสถานการณ์กดดันนี้ไปได้ ติณห์หันมองหน้ามีน ยกมือมีนขึ้นจูบเบาๆ
ส้มจี๊ดหันไปเยาะเย้ยสุดเขตต์ว่า “เป็นไง แกมีสักล้านบริจาคเหมือนนายติณห์ไฮโซนั่นไหม เผื่อยัยพราวจะสนแกขึ้นมาจริงๆ ไอ้ตากล้องไส้แห้ง”
“ขอบใจว่ะที่บอก ฉันจะรีบเก็บเงินตั้งแต่วันนี้ ให้ได้ครบล้านไวๆ” ตอบประชดแล้วสุดเขตต์หันไปถ่ายรูปต่อ
ooooooo
วันนี้ สมชายแปลกใจมากเมื่อเห็นพราวนุ่งซิ่น เกล้ามวย เหน็บดอกชบา ไปนั่งฝึกทำเทียนหอมดอกลีลาวดีอยู่กับอรชุมาที่ศาลานั่งเล่น
สมชายตรงไปที่ศาลาบอกอรชุมาว่า มาตามลูกมือกลับไปช่วยงานในครัว อรชุมาไม่ทันพูดอะไร พราวก็แว้ดไปก่อนแล้วว่า “เสียใจ วันนี้ฉันไม่ว่าง”
“ได้ไงคุณ นี่จะผิดคำพูดกับผมเหรอ” สมชายไม่ยอม เลยกลายเป็นสองคนโต้เถียงกันราวกับไม่มีอรชุมาอยู่ตรงนั้น เถียงไปเถียงมาสมชายก็นอนเท้าคางมองพราวทำเทียนหอมดอกลีลาวดีซะงั้น น้องนุชเห็นแบบนี้ก็ดึงแม่ออกจากศาลาไป
พราวมองเทียนหอมดอกลีลาวดีที่ตนทำอย่างภูมิใจ สบายใจ พึมพำถึงแฟรงค์...
“พี่แฟรงค์...พราวเจอที่พักใจของพราวแล้ว ที่ที่พราวอยู่แล้วมีความสุข พราวจะไม่กลับไปวงการอีกแล้ว ขอโทษนะพี่แฟรงค์ ลาก่อน...”
สมชายนอนเท้าคางดูพราวนานไปไม่สนุก พูดเย้าแหย่เธอเล่น ซ้ำยังเอาสีเทียนป้ายจมูกเธอด้วย มีหรือที่พราวจะยอมให้ถูกทำฝ่ายเดียว เลยป้ายคืนบ้าง
น้องนุชแอบโผล่มาดู เห็นทั้งสองกำลังป้าย
สีเทียนใส่กันอยู่ก็คว้ามือถือขึ้นมาถ่ายรูปจะเอาลงไอจีให้ผู้ชายทั้งโลกอิจฉาพี่ชายตนไปเลย
ooooooo
มีนต้องเผชิญกับผู้คนมากมายและต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา เครียดจนปวดหัวรุนแรง ขณะกำลังทนไม่ไหวจะทรุดนั่นเอง สุดเขตต์มาประคองไว้ทันและพาไปนั่งพักในอินเตอร์เน็ตรูมที่เป็นห้องกระจก
สุดเขตต์ไปเอายาพารากับน้ำมาให้กิน แต่เพราะไม่ใช่ยาที่กินประจำอาการจึงทุเลาช้ามาก อาการเจ็บปวดรุนแรงจนมีนครางออกมา สุดเขตต์เป็นห่วงมากจะพาไปโรงพยาบาล มีนบอกว่าไม่เป็นไรขอพักอีกเดี๋ยวก็คงหาย
ข้างนอก ไม่เพียงจันทร์จรีจะตามหามีนให้ควั่ก ติณห์กับแฟรงค์ก็ตามหาว่ามีนหายไปไหน แฟรงค์สงสัยว่าถูกพวกนักข่าวดึงไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ เร่งเอมี่ให้ช่วยกันหาเร็วๆ ก่อนที่ความลับจะแตก
ขณะสุดเขตต์ออกไปเอาน้ำกับผ้าเย็นให้มีนนั้น จันทร์จรีตามมาเห็นมีนพอดี ปรี่เข้าไปล็อกประตูทันที มีนนึกว่าสุดเขตต์กลับมาเอ่ยขึ้นก่อนว่า “คุณไม่น่าลำบากเลย” แต่พอเงยหน้ากลายเป็นจันทร์จรีก็หน้าเสียไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะพี่พราว อะไรอ่ะ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันทำเหมือนไม่รู้จักจรีงั้นแหละ” ขณะมีนกำลังพยายามนึกว่าจรีเป็นใครนั้น จันทร์จรีก็รุกไม่ให้ตั้งตัว ถามว่าเป็นอะไร ทำไมมานั่งลับๆล่อๆอยู่ในนี้
มีนบอกว่าข้างนอกหนาว ชุดบางเลยเข้ามานั่งหลบแอร์ในนี้ พอถูกจันทร์จรีจ้องอย่างจับผิดมีนก็เริ่มประหม่า
จันทร์จรีจับผิดมีนได้ ทั้งเรื่องที่ขอบใจที่เธอเป็นห่วงและเรียกตัวเองว่าพี่ ขณะจันทร์จรีกำลังกดดันจับผิดมีนอย่างหนักนั่นเอง สุดเขตต์กลับมาเห็นเขาเข้าไปไม่ได้เพราะประตูล็อก สุดเขตต์แปลกใจ มองมีนด้วยความเป็นห่วง เลยเร่งเคาะประตูเรียกให้เปิด จันทร์จรีหันไปตวาดสุดเขตต์ว่า
“เดี๋ยวซิคะ รุ่นพี่ยังไม่ตอบฉันเลย ทำไมต้องทำตัวหลบๆซ่อนๆ!”
“แล้วทำไมฉันต้องตอบด้วย หลีก!”
จันทร์จรีไม่ยอมหลีกทั้งยังจับสองบ่ามีนเขย่าขู่ว่าจะกระชากหน้ากากซุปเปอร์สตาร์จอมปลอมออกมาให้ได้ สุดเขตต์ตะโกนว่า “อย่าทำอะไรคุณพราวนะ เธอไม่สบายอยู่ เปิดประตู เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
ติณห์กับแฟรงค์ผ่านมาได้ยินพอดี ติณห์วิ่งไปตามเสียง ถามสุดเขตต์ว่าพราวอยู่ไหน พอไปถึง แฟรงค์กับเอมี่เห็นจันทร์จรีกำลังจับบ่ามีนเขย่าอยู่ต่างตกใจถามกันว่ามันโผล่มาได้ยังไง? ส่วนติณห์ก็ตะโกนถามว่ามีเรื่องอะไรกัน
แฟรงค์ร้อนใจบ่นว่ามัวแต่ถามอยู่นั่นแหละพังประตูเข้าไปเลย ติณห์เลยถีบประตูแต่เปิดไม่ออก สุดเขตต์บอกผมเองแล้ววิ่งใช้ไหล่กระแทกเต็มแรง ประตูเปิดพร้อมกับร่างสุดเขตต์ถลากลิ้งเข้าไปกับพื้น แฟรงค์ปรี่เข้าไปชี้หน้าด่าจันทร์จรีทันที ถามว่ามาทำอะไร จันทร์จรีแหลว่ามาหาบุฟเฟ่ต์กลางวันกิน
แฟรงค์ชี้หน้าด่าอย่างรู้ทันว่าจันทร์จรีคิดจะเทียบรัศมีพราวตลอดเวลา ปรามว่าถ้ายังไม่แก้นิสัยนี้บั้นท้ายชีวิตเธอจะตกอับเน่าฟอนเฟะ อยู่ในวงการนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
พอเห็นแฟรงค์เอาจริงจันทร์จรีก็ไม่กล้าเถียง
ฝ่ายติณห์บอกแฟรงค์ว่าจะพาพราวออกไปก่อนที่นักข่าวจะมา แล้วอุ้มมีนที่ปวดหัวและตกใจจนเป็นลมออกไปพลางโทร.เรียกรถให้มารับที่หน้าประตูโรงแรม สุดเขตต์วิ่งมาช่วยเปิดประตูรถให้ ถูกติณห์มองหน้าก็ทำเฉไฉบอกว่า
“ฝากคุณพราวด้วยนะครับ” ถูกติณห์มองหน้าถามว่า แล้วจะมาสั่งอะไรตน ก็พอดีส้มจี๊ดตามมาเห็นสุดเขตต์
“เฮ้ย...อยู่นี่เอง สุดเขตต์!”
สุดเขตต์หันไปเห็นส้มจี๊ดก็เร่งติณห์รีบๆพาพราวไปเร็วๆ พอรถเคลื่อนไป ส้มจี๊ดวิ่งมาถึงถามว่าเมื่อกี๊พราวใช่ไหม สุดเขตต์ทำหน้าตายถามว่าพราวที่ไหน ตาฝาดแล้ว
“ตาฝาดอะไรก็ฉันเห็นเมื่อตะกี๊” ส้มจี๊ดมองตามรถไป พอหันมาอีกทีสุดเขตต์ก็หายไปแล้ว เลยบ่นอย่างหัวเสีย “ไปไหนอีกไอ้สุดเขตต์ แล้วยัยจรีไปไหนเนี่ย นัดให้มาล้วงตับยัยพราวดันหายจ้อย ไม่ได้เรื่องเล้ย!”
มีนรู้สึกตัวขึ้นมาแต่ยังมึนๆ ติณห์ถามว่าทำไมจู่ๆถึงไม่สบายขึ้นมา เธอบอกว่าเหนื่อยมาทั้งวันเลยหน้ามืด ติณห์จะพาไปโรงพยาบาล มีนบอกอยากกลับบ้าน อยากนอน ถ้าได้หลับสักงีบก็จะดีขึ้นเอง
“ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น โอเคครับ ผมจะพาคุณกลับบ้าน คุณหลับไปเถอะครับ อยู่กับผมไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ผมจะดูแลคุณเอง” ติณห์โอบไหล่มีนไว้อย่างอบอุ่น...ทั้งที่แค้นคุอยู่ในใจ
ooooooo
ที่อิงรักโฮมสเตย์ พราวเห็นสมชายไปสตาร์ตมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ก็เร่เข้าไปก่อกวนว่า ถ้าให้เดาอดีตเขาต้องเป็นเด็กแว้นแน่ สมชายเลยสวนกลับกวนๆ ว่าให้เดา เธอต้องเคยเป็นดารามาก่อนแน่ๆ
เพราะต่างก็เริ่มมีใจต่อกัน การพูดกวนๆใส่กันจึงเป็นเพียงการหยอกล้อกันกลบเกลื่อนความในใจเท่านั้น ครู่เดียวสมชายก็ชวนขึ้นรถมาลองเครื่องกัน พราวขึ้นนั่งไขว้ สมชายบอกให้กอดตนไว้แน่น แล้วเร่งเครื่องพุ่งออกไปเลย
พราวเพลิดเพลินกับธรรมชาติสวยงามและสงบ จนเผลอเคลิ้มไปกับแผ่นหลังแข็งแรงของสมชายไปด้วย สมชายรับรู้ถึงสัมผัสของพราวอยู่เงียบๆ ต่างปล่อยให้หัวใจเป็นไปตามธรรมชาติของกันและกัน
จนเมื่อสมชายไปจอดรถริมแม่น้ำแม่กลอง เขาถามว่าทำไมเธอถึงหนีมาที่อัมพวาคนเดียว? พราวย้อนถามว่าแล้วทำไมเขาถึงกลับมาอยู่อัมพวาไม่เป็นตำรวจอีก?
สมชายอ้างว่าเธอเป็นคนด่าตนไม่ใช่หรือว่าทำให้เพื่อนถูกยิงตายและเธอเองก็ถูกลูกหลงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด พราวย้อนถามว่าเขาจะเอาอะไรกับคนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ตนพูดเพราะโกรธ เขาไม่น่าอ่อนไหวกับคำพูดของตนเลย สมชายบอกว่าตนไม่หน้าด้านพอ แต่ช่างเถอะ ว่าแต่เธอ...หนีน้ำกรดมาใช่ไหม
“คิดว่าฉันกลัวตายใช่ไหม นั่นก็เหตุผลนึง มีคนจ้องจะทำร้ายฉัน”
“แล้วคุณสงสัยใคร”
“ฉันเองก็ไม่รู้ พราวมีแฟนคลับ มีทั้งคนที่รัก แต่ในขณะเดียวกันก็มีทั้งคนเกลียดเหมือนกัน การเป็นซุปเปอร์สตาร์มันเหมือนดาบหลายคม มันพร้อมที่จะทิ่มแทงเราเองได้ทุกทาง มันเหนื่อย มันล้า มันหยุดรักษาภาพไม่ได้ ถ้าฉันยังอยู่ในวงการ พราวต้องเป็นที่หนึ่ง พราวต้องรักษาบัลลังก์ของตัวเองเอาไว้ พราวพลาดพราวร่วงเมื่อไหร่ พราวจะถูกกระหน่ำซ้ำเติม ฉันเลยต้องหยุดพราวไว้แค่นี้ พาตัวเองออกมาเสีย”
“แล้วคุณไม่เสียดายหรือ มีคนเป็นล้านๆที่อยากเป็นอย่างคุณนะ”
“ทำไมจะไม่เสียดาย แต่การเป็นดาวอยู่ข้างบนฟ้าคนเดียวมันโดดเดี่ยวมาก มีแต่คนเอื้อมมือไขว่คว้าหาพราว...พราว...พราว...แต่ไม่เคยมีใครให้พราวได้กุมมือเขาอย่างอุ่นใจเลย”
“งั้นผมให้คุณยืมมือผมกุมไว้ก่อน คุณอุ่นพอแล้วค่อยคืนผม” สมชายยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างไปประกบมือพราว
“บอดี้การ์ดสมชาย” พราวพึมพำ แต่เขาขอให้เรียกตนว่าสมชายเฉยๆดีกว่า “ไม่เอา...ฉันจะเรียกบอดี้การ์ดสมชายคุณเป็นบอดี้การ์ดของฉัน”
“เฮ้อ...หมดอารมณ์” สมชายทำเสียงเซ็ง พราวขำหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา สมชายโอบกอดเธอไว้ สัมผัสได้ว่าพราวกำลังต้องการใครสักคนมาเป็นกำลังใจ แอบสมัครใจที่จะเป็นบอดี้การ์ดของพราวจริง
ooooooo
ที่คฤหาสน์ของติณห์ มีนนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ ราคาแพงในห้องนอนหรู พอตื่นก็ตกใจว่าตัวเองมานอนที่ไหน เห็นกระเป๋าถือวางอยู่ก็คว้าย่องไปที่ประตูเดินออกไปอย่างระแวดระวัง
มีนเดินผ่านห้องหนึ่งที่ประตูเปิดแง้มอยู่ เธอมองเข้าไปเห็นติณห์นั่งอยู่หน้าเตียงคนไข้ที่มีสายระโยงระยาง มีนหยุดดูที่ประตูไม่กล้ารบกวน ไม่นานก็ได้ยินเสียงติณห์พูดกับคนบนเตียง...
“พี่เฝ้ารอปาฏิหาริย์ทุกวัน รอเห็นน้องตื่นและ ลุกขึ้นมาเป็นน้องชายคนเดิมของพี่” อดีตแว่บเข้ามาในความทรงจำ ติณห์พึมพำ “ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้น ชีวิตของตรีคงไม่หมดอนาคตแบบนี้...”
ครู่ใหญ่เมื่อติณห์เปิดประตูออกมาก็เจอพราวยืนอยู่หน้าห้อง ถามว่ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ พราวขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจมาฟังอะไร ถามว่าน้องชายเขาป่วยเป็นอะไรหรือถึงต้องมารักษาอยู่ที่บ้าน
“น้องชายผมถูกความรักทำร้ายจนสาหัส!” เสียงติณห์เครียดขึ้น เหตุการณ์ในอดีตแว่บเข้ามาในความคิดอีกครั้ง...
วันนั้นตรีบอกพี่ชายอย่างร่าเริงว่าตนจะขอคนรักแต่งงานวันนี้ รอให้เธอตอบตกลงแต่งงานกันแล้วจะรีบพามากราบพี่งามๆ
แต่พอตกกลางคืน ตรีก็ขับรถกลับด้วยความมึนเมาผิดหวังมีกล่องแหวนเพชรวางอยู่ข้างๆ เขาถูกคนรักปฏิเสธแม้แต่ความรัก อ้างว่าเขาคิดเอาเองเธอไม่เคยรักเขาเลย ประโยคสุดท้ายที่ติณห์ได้ยินตรีพูดทางโทรศัพท์คือ
“เขาบอกว่า เขากำลังจะดัง เขาไม่อยากมีผมไว้ถ่วงอนาคตของเขา เขาไม่ได้รักผม...เขาไม่ได้รักผมมมม...” พลันก็ได้ยินเสียงโครม! แล้วทุกอย่างก็ดับเงียบ
ติณห์เล่าอย่างเจ็บปวดราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นว่า
น้องชายเขากลายเป็นเจ้าชายนิทรา สิ่งที่รู้ว่าน้องยังไม่ตาย มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นอยู่เท่านั้น มีนแสดงความเสียใจด้วย ให้กำลังใจเขารักษาน้องชายรอปาฏิหาริย์อย่าท้อ ปาฏิหาริย์นั้นอาจจะกำลังเดินทางมาหาเขาในอีกไม่ช้านี้ก็ได้
ติณห์กอดเธอไว้ด้วยความขอบคุณที่ให้กำลังใจ เขากอดแน่นจนมีนบอกว่าหายใจไม่ออก เขาจึงคลายมือ ก็พอดีพ่อบ้านมาบอกว่าแฟรงค์มารับ มีนจึงขอตัวกลับ
มีนเดินอ้าวไปโดยไม่รอให้ติณห์เดินมาส่ง...
ooooooo










