ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พราว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"


ติณห์อยู่ที่ห้องทำงาน เห็นรูปพราวที่แฟรงค์แชร์ในไอแพดก็งงว่าพราวกลับมาตั้งแต่เมื่อไร อยากไป พิสูจน์ให้เห็นกับตา เรียกเลขาให้สั่งช่อดอกไม้พิเศษให้ช่อหนึ่งจะเอาไปงานมีตติ้งของพราว

เลขาถามว่าเอากุหลาบสีชมพูที่พราวชอบใช่ไหม เขาสั่งด่วนเลย พอเลขาออกไป ติณห์ก็นิ่งสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

ส่วนที่บ้านพราวแสงก็พากันตื่นเต้นที่พราวมาปรากฏตัวในงานมีตติ้ง มีแต่จันทร์จรีเท่านั้นที่สบถอย่างอารมณ์เสีย

“เป็นไปได้ยังไง ฮึ้ย!”

ที่อิงรักโฮมสเตย์ยิ่งตื่นเต้นมาก เมื่อน้องนุชบอกอรชุมาว่าพราวไปงานมีตติ้งแฟนคลับที่ กทม. อรชุมาทั้งงงและสงสัย แต่ก็สรุปตามการคาดเดาว่า

“นี่แหละ เขาถึงเรียกว่าวงการมายา ทางผู้จัดการของคุณพราวหรือพวกทีมงานคงเอารูปเก่าๆของคุณพราวมาลง ทำเป็นว่าคุณพราวอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อจะปิดข่าวที่คุณพราวหายตัวไป เป็นไงเรื่องแค่นี้ ง่ายนิดเดียว”

พูดไปอย่างนั้นแล้วอรชุมาก็มองไปในสวนอย่างอดกังวลไม่ได้

เพราะในสวนสมชายกับพราวกำลังโต้เถียงเล่นแง่กัน สมชายบ่นพราวว่าไม่สบายแล้วยังมาเดินตากแดดตากลมทำไม ส่วนพราวก็โต้ว่าที่ตนไม่สบายเพราะเขา ซ้ำทำหน้าเหม็นเมื่อเขาทำข้าวต้มหมูสับมาให้ บอกว่าแค่ได้กลิ่นก็กินไม่ลงแล้ว

สมชายหันมาเล่นแง่ว่าในเมื่อเธอไม่มีไข้และผื่นคันก็หายแล้ว เธอยังจะอยู่ที่นี่อีกทำไม พราวโวยว่าตนยังไม่หายดีและตนก็จะไม่กลับด้วย

สมชายลากเธอออกจากสวนบอกว่าที่นี่มันต่างจังหวัดเธอกลับไปอยู่ในวงการมายาที่เหมาะกับเธอดีกว่า

“ฉันไม่อยากเป็นดาราซุปเปอร์สตาร์อีกแล้ว ฉันจะออกจากวงการ ได้ยินไหม!”

สมชายที่ดึงพราวอยู่ จู่ๆก็ปล่อยมือทำให้เธอเซเกือบล้ม เขาพุ่งเข้าประคองไว้ในอ้อมแขนทั้งแรงเหวี่ยงแรงดึงทำให้หน้ากับหน้าเกือบชนกัน สมชายปรามาสว่าอย่างเธอนี่หรือจะออกจากวงการ

“ใช่ ถ้าคุณตาไม่บอด คุณก็เห็นว่าฉันมาคนเดียว ฉันอยากเป็นพราวคนธรรมดาที่นี่ คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันไป เพราะฉันจ่ายค่าที่พักไปหมดแล้ว”

สมชายยินดีถ้าเธอจะอยู่อย่างคนธรรมดา แต่มีข้อแม้ 2 ข้อ

“ข้อแรก! ผมให้คุณพักอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้ ตราบที่คุณอยากจะอยู่ แต่...ต้องไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร คุณต้องยอมให้แขกคนอื่นเข้าพักด้วย” พราวไม่ยอมเพราะไม่ต้องการให้ใครจำได้ว่าตนคือพราว “ข้อ 2 คุณต้องแสดงให้ผมเห็นว่าคุณอยากเป็นคนธรรมดาจริงๆ ด้วยการช่วยผมทำงานที่โฮมสเตย์นี่”
พราวรับไม่ได้ สมชายเยาะหยันว่าเธอก็เก่งแต่ปากไม่มีทางเลิกเสพติดความเป็นดาราของตัวเองได้ ไล่ให้กลับไปเสีย

สมชายอำนวยความสะดวกให้เธอออกไปจากที่นี่ ทั้งเติมน้ำมันรถให้จนเต็ม เอารถมาจอดถึงหน้าที่พักเอากุญแจรถให้และทวงกุญแจห้องคืน

“ตกลง!” พราวโพล่งออกไป สมชายงงว่าเธอตกลงอะไร? “ฉันตกลงทำตามข้อแม้ทั้ง 2 ข้อของคุณ ฉันจะออกจากวงการแล้วอยู่ที่นี่อย่างคนธรรมดา พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่” พูดแล้วยักคิ้วอย่างผู้ชนะให้สมชายที่อึ้งอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

ที่งานมีตติ้งแอนด์กรี๊ดที่โรงแรมหรู แฟรงค์กล่าวปิดงานอย่างซาบซึ้งกินใจแล้วเชิญแฟนคลับถ่ายรูปกับพราวอย่างใกล้ชิด เอมี่ประกาศว่า

“รายได้จากการขายบัตรในวันนี้จะมอบให้กับการกุศลในนามของพราวแอนด์แฟนคลับทุกบาททุก สตางค์ค่ะ”

แฟรงค์กับเอมี่ขอบคุณแฟนคลับอวยพรให้เดินทางกลับปลอดภัย เด็กสาวที่มาในมาดพราวโบกมือลาและเดินไปจับมือแฟนคลับ ถูกประเสริฐพุ่งเข้ามาจับมือแน่นจนแฟรงค์กับเอมี่ต้องมาช่วยแกะมือออก เสียงแฟนคลับยังตะโกนเป็นจังหวะ

“พราว...พราว...พราว...”

พอเข้าไปหลังเวที แฟรงค์เอามือทาบอกบอกว่าถ้าไม่ปล่อยพราวออกไปมีหวังโดนเหยียบแน่ ขณะทั้งสองยังมึนๆกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปนี้ เด็กสาวบอกว่าตนอยากร้องเพลง ทั้งแฟรงค์และเอมี่มองอึ้งเพราะพราวตัวจริงร้องเพลงผิดเพี้ยนอย่างที่แฟรงค์บอกว่าแมวกัดกันยังเพราะกว่า แต่เมื่อเธอยืนยันว่าตนอยากร้องเพลง ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างหวั่นใจ

ที่ข้างนอก เสียงตะโกนพราว...พราว...พราว...ยังไม่หยุด ส้มจี๊ดยังงงไม่หายตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้พราวแทบไม่ได้พูดอะไรเลยนอกจากคำว่าขอบคุณ พลันทุกคนก็เงียบ เมื่อไฟบนเวทีสว่างขึ้น เสียงแฟรงค์ประกาศว่า

“สำหรับกำลังใจที่ให้พราวมาโดยตลอดตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการ พราวไม่มีอะไรจะให้นอกจาก...เซอร์ไพรส์!”

สิ้นเสียงแฟรงค์ สปอตไลต์สว่างขึ้นพร้อมกับพราวปรากฏตัวร้องเพลงอย่างตั้งใจ แฟนคลับกรี๊ดกันอย่างสะใจ แต่ส้มจี๊ดมองอย่างมึนงงเพราะรู้มาตลอดว่าตัวตนของพราวไม่ใช่คนแบบนี้

ติณห์มาถึงพร้อมช่อกุหลาบสีชมพู ติณห์เดินตรงมาหน้าเวที แฟรงค์กับเอมี่เห็นติณห์ก็แทบช็อก พอพราวร้องเพลงจบ ติณห์ก็ประคองช่อกุหลาบตรงไปให้ พราวเอ่ยขอบคุณ แฟรงค์กับเอมี่พุ่งเข้าไปแทรกกันไม่ให้ติณห์กับพราวได้คุยกัน

ส้มจี๊ดจี้สุดเขตต์ให้ถ่ายรูป เขาถ่ายได้ในจังหวะที่ติณห์มอบช่อกุหลาบและพราวรับไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งคู่ แฟรงค์แทรกเข้าไปทันที

“แท้งกิ้วมากนะค้าคุณติณห์ แหม...อุตส่าห์เอาดอกไม้มาให้ ไปเร็วพราว ไปขอบคุณแฟนคลับก่อน” แล้วจูงมือพราวไปโค้งคำนับแฟนคลับกลางเวที

แฟนคลับกรี๊ดกันสนั่น ประเสริฐปรี่เข้าไปหาพราวล้วงกล่องของขวัญออกมาจะมอบให้ แต่ถูกแฟรงค์กับเอมี่กันพราวออกไปก่อน ประเสริฐมองกล่องของขวัญในมือหัวเราะจิตๆ พึมพำ

“สักวัน...คุณจะได้รับของขวัญจากผม...พราว นางฟ้าของผม หึๆๆ”

ooooooo

ที่ห้องจัดงาน ส้มจี๊ดพูดอย่างไม่เชื่อว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่เห็นบนเวทีมันไม่ใช่ยัยพราวเลย พอถูกสุดเขตต์ขัดคอก็โต้ว่า

“ยัยพราวไม่ชอบร้องเพลง เสียงร้องเพลงอย่างกับแมวถูกเหยียบหาง งานโชว์ตัวงานไหนมีร้องเพลงยัยพราวไม่ไป”

“นี่ไง...มันถึงได้เป็นเซอร์ไพรส์ของงานในวันนี้” สุดเขตต์แย้งแล้วเอาเอสดีการ์ดจากกล้องให้ส้มจี๊ด “เอารูปของแกไป งานฉันจบแล้ววันนี้”

พอสุดเขตต์ผละไป ก็มีโทร.เข้ามือถือส้มจี๊ด เธอรีบรับสาย “ว่าจะโทร.หาอยู่พอดี ไหนน้องบอกว่ายัยพราวหนีไป แล้วใครล่ะที่อยู่บนเวทีมีตติ้งแฟนคลับในวันนี้”

ที่ห้องพักในโรงแรมนั่นเอง พราวยืนเช็ดเครื่อง– สำอางออกจากใบหน้าซีกหนึ่ง เผยให้เห็นปานแดงขนาดเท่าไข่ไก่อยู่ที่แก้มซ้าย แต่อีกซีกหน้าหนึ่งยังเป็นพราวอย่างไร้ที่ติ

เธอคือมีน สาวกำพร้าจนๆคนหนึ่งที่วันก่อนตกน้ำและมีคนช่วยขึ้นมาพาเข้าโรงพยาบาล แฟรงค์กับเอมี่เห็นหน้าเธอเหมือนพราวราวกับแกะ จึงตามประกบแจเพราะทั้งสองกำลังหน้ามืดจนแต้มที่ตามหาพราวจนหัวฟูตาโหลก็ไม่มีวี่แวว

ระหว่างมีนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แฟรงค์กับเอมี่ไปนั่งสอบถามจึงได้รู้ว่า เธอชื่อมีน ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายแต่กำลังจะไปขึ้นเรือกลับบ้านอยู่ๆ ก็หน้ามืดแล้ววูบไป

แฟรงค์พูดอย่างโล่งใจว่าค่อยยังชั่วหน่อย นึกหวั่นอยู่ว่าวันนี้ช่วยเธอไว้พอออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวจะไปโดดน้ำตายอีก มีนยิ้มบอกว่า

“ถึงหนูจะเกิดมามีตำหนิที่หน้า แต่หนูไม่ตำหนิชีวิตตัวเองหรอก ชีวิตหนูมีประโยชน์สำหรับใครอีกหลายๆ คนค่ะพี่ หนูยังสู้อยู่ ต้องขอบพระคุณพี่ทั้งสองมากนะคะที่ช่วยชีวิตหนูเอาไว้ ส่วนเรื่องค่ารักษา ไว้หนูจะหามาใช้คืน ให้พี่นะคะ”

เอมี่บอกว่าไม่ต้องคืน พี่แฟรงค์เขารวยมาก แฟรงค์ถามว่าบ้านอยู่ไหน จะได้โทร.ตามพ่อแม่ให้มารับ มีนบอกว่าพ่อแม่อยู่บนสวรรค์แล้ว บอกทั้งสองอย่างสำนึกบุญคุณว่า

“ถ้าพี่ทั้งสองมีอะไรจะให้หนูช่วยก็บอกนะคะ หนูยินดีจะช่วยเป็นการตอบแทนพระคุณที่ช่วยหนู ถ้าพี่สองคนไม่เห็นหนูตอนตกน้ำหนูต้องตายทั้งที่หนูยังไม่อยากตาย”

การมาเป็นพราวในวันนี้ของมีนจึงเป็นการตอบแทนบุญคุณแฟรงค์กับเอมี่ แต่ทั้งสองก็ให้เงินค่าเหนื่อย มีนไม่ยอมรับก็ถูกเร่งให้รีบรับจะได้ไปกัน เพราะถ้าแฟนคลับรู้ว่าพราวอยู่ห้องไหนมีหวังแห่กันมาแน่

แฟนคลับไม่ทันรู้ แต่ติณห์รู้แล้วและกำลังขึ้นมาที่ห้องอย่างอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพราว แต่สวนกับมีนที่แต่งชุดธรรมดาและใส่หมวกแก๊ปปิดหน้าผ่านไป แต่พอไปถึงห้องแม่บ้านบอกว่าพราวเพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เองเธอใส่หมวกแก๊ปด้วยสงสัยจะกลัวคนจำได้

พอมีนลงไปถึงข้างล่าง สุดเขตต์ตาไวเห็นเป็นพราวรีบตามมา แต่ไม่เห็นมีนแล้ว เจอแต่ติณห์ที่ตามลงมาหาพราวเหมือนกัน ต่างสงสัยว่าพราวหายไปไหน

ooooooo

วันนี้มีนดีใจมากที่ได้เงินกลับมาช่วยแม่แก้วและซื้อของอร่อยๆกลับไปฝากพวกน้องๆที่บ้านแสนรักด้วย

แต่พอไปถึงเจอนักเลงสองคนลูกน้องเฮียกวงเจ้าหนี้กำลังมายกทีวีกับคอมพิวเตอร์เก่าๆ ยึดไปแทนหนี้ ที่มาทวงแล้วไม่ได้ แมนน้องชายมีนที่กำลังเรียนมัธยมปลายทนไม่ได้เข้าไปต่อว่าก็ถูกมันเตะคะมำ มีนพุ่งเข้าไปสั่ง

“วางของลง!!” มีนสั่งในมือถือท่อนไม้หัก “ถ้าจะมาทวงหนี้ด้วยการใช้กำลังรังแกกัน ฉันก็พร้อมจะสู้นะ แต่ถ้าคุยกันดีๆ วันนี้พี่จะได้เงินกลับไป”

แล้วมีนก็เอาเงินให้มัน 3 หมื่น มันกลับถามว่า ไปเปลืองเนื้อเปลืองตัวที่ไหนมาถึงได้เงินมาเยอะทำท่าจะจับคางมีน เลยถูกมีนซัดเข้าที่ท่อนแขน ไล่ว่าได้เงินแล้วก็กลับไปเสียจะหาเรื่องกันอีกทำไม

พอนักเลงไปแล้ว มีนถามแม่แก้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง เตือนแมนว่าทีหลังไม่ต้องไปต่อปากต่อคำกับมัน

“ก็ดูมันเข้ามารื้อค้นของในบ้านสิพี่ เละไปหมด ฉันเลยทนไม่ได้”

มีนตบบ่าน้องชายอย่างเข้าใจ แล้วหันมองเด็กๆ ที่ยังไม่หายกลัว บอกน้องๆว่า

“ไม่มีอะไรแล้วจ้ะเด็กๆ ไม่ต้องกลัวนะ” พวกเด็กๆ โผมากอดมีนกับแม่แก้วไว้ มีนกับแม่แก้วและแมนช่วยกันปลอบเด็กๆ แล้วมีนก็ชวนเด็กๆอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า

“นี่...พี่ซื้อของอร่อยมาเพียบเลย ไปดูเร้ว...มีอะไรบ้างเอ่ย...”

ooooooo

มีนเล่าเรื่องที่ปลอมตัวเป็นพราวไปออกงานมีตติ้งได้เงินมาใช้หนี้เมื่อกี๊และซื้อของอร่อยๆมาให้น้องๆกิน

แม่แก้วตกใจเตือนว่านั่นเป็นการหลอกลวงถึงจะได้เงินเยอะแต่มันก็ไม่ควร มีนจึงเล่าสาเหตุที่ไปทำงานนี้เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณของพี่สองคนที่ช่วยชีวิตตนไว้ ไม่อย่างนั้นพี่ทั้งสองอาจจะถูกแฟนคลับประชาทัณฑ์ตายแน่ที่ไม่มีพราวไปในงาน

แม่แก้วเตือนว่าวันหลังอย่าทำอีกเพราะคุณพราวเขาอาจจะไม่พอใจก็ได้ มีนรับปาก แล้วชวนไปกินข้าวกัน

ที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ประเสริฐเป็นเทรนเนอร์อยู่ที่นั่น เขาเปิดล็อกเกอร์ของตัวเอง ในนั้นมีรูปพราวติดไว้อย่างสวยงาม

ประเสริฐเอากล่องของขวัญที่เตรียมให้พราวแต่ยังไม่มีโอกาสให้ วางไว้กลางตู้อย่างโดดเด่น มองยิ้มๆ แล้วบ่นตัวเองที่วันนี้มาสาย เจอเพื่อนพอดีจึงเดินโอบไหล่กันไป

ที่มุมปั่นจักรยาน ประเสริฐเดินนำสาวหน้าใหม่สองคนไปยกเครื่องยกเวทเพื่อแนะนำการเล่น เขาเดินผ่านข้างหลังส้มจี๊ดที่กำลังปั่นจักรยานไป ครู่หนึ่งจันทร์จรีก็มานั่งที่จักรยานข้างๆ

ที่แท้จันทร์จรีเป็นคนให้ข่าวพราวหายตัวไป แต่คราวนี้ถูกส้มจี๊ดต่อว่าที่ให้ข่าวผิด

“ยัยพราวหายตัวไปจริงๆนะพี่” จันทร์จรียืนยันและเล่าเหตุการณ์วันที่พราวหายตัวไปว่าเพราะมาร์คช่วย บอกว่า “พี่แฟรงค์ยังหมายหัวมันอยู่ทุกวันนี้เลยนะ”

ทั้งสองต่างงงว่าแล้วทำไมจู่ๆ พราวก็ไปโผล่ในงานมีตติ้ง ส้มจี๊ดบอกว่า

“จะว่าเป็นยัยพราวตัวปลอมก็ไม่ใช่แน่ หนังหน้ามันยัยพราวชัดๆ”

“พี่แฟรงค์งุบงิบจัดงานมีตติ้งยัยพราวโดยไม่บอกทุกคนที่บ้านพราวแสงสักคำ โดยเฉพาะจรีไม่ให้รู้เลย ต้องมีลับลมคมในอะไรสักอย่างเกี่ยวกับยัยพราวแน่ๆ” ส้มจี๊ดยิ้มเจ้าเล่ห์ถามจันทร์จรีว่าช่วงนี้ถ่ายแบบลงหนังสือหลายเล่มใช่ไหม เดี๋ยวจะโปรโมตให้ “ขอบคุณค่ะพี่ จรีจะหาคำตอบเรื่องยัยพราวให้พี่เร็วที่สุดค่ะ”

“ฟิตหุ่นให้เฟิร์มๆรอไว้เลยนะ เผื่อจะได้ถ่ายชุดว่ายน้ำค่าตัว 7 หลักซัมเมอร์นี้” ส้มจี๊ดตบไหล่จันทร์จรีเบาๆแล้วเดินไป จันทร์จรียังครุ่นคิดสงสัยเรื่องพราวหายตัวไปแล้วจู่ๆก็โผล่มาได้ยังไง?

เมื่อแฟรงค์กับเอมี่กลับถึงบ้านพราวแสง ถูกทั้งต้อยติ่ง มิกิ และมาร์ค ถามว่าทำไมพราวไม่กลับมาด้วย ถูกแฟรงค์ทั้งดุทั้งหยอกทั้งล้อกลบเกลื่อนจนพวกนั้นหลงกลลืมเรื่องพราวไปเลย

พอเข้าห้องนอน แฟรงค์ก็กลับคุยโวกับเอมี่ว่า ฟ้าส่งพราวมาให้ตนปั้นให้ดัง “เพราะฉะนั้น ไม่ว่าพราวจะหนีไปไกลแค่ไหนต่อให้สุดหล้าฟ้าเขียว มิสแฟรงค์ก็จะไปตามล่าหาพราวของฉันให้พบ”

ooooooo

พราวหลับอยู่ที่อิงรักโฮมสเตย์หลับสนิทจนฝันในตอนเช้าว่าถูกแฟรงค์ตามมาถึงที่นี่ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงทุบประตูโครมคราม ลุกพรวดดูนาฬิกาเป็นเวลา 6 โมงเช้าแล้ว

สมชายนั่นเอง เขาทุบประตูตะโกนปลุกว่า 6 โมงเช้าแล้ว พราวบ่นอารมณ์เสียว่ามาปลุกแต่เช้า

“สำหรับคนขี้เกียจนี่มันเช้ามาก แต่สำหรับคนทำมาหากินนี่มันสายโด่งแล้วคุณ!”

“อย่ามาพูดอย่างนี้นะ ดาราอย่างฉันทำมาหากินตลอด เวลานอนต้องถ่ายหนังถ่ายละคร เวลากินต้องให้สัมภาษณ์ เวลาหิวต้องอด ต้องออกกำลังกาย ไม่มีเวลาไหนที่ฉันจะผลาญไปฟรีๆโดยไม่ทำอะไร” พราวโต้ทั้งคู่เถียงกันอยู่พักใหญ่ สมชายตัดบทบอกให้ลืมไปเลย สั่งให้ตามตนมาเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียดีๆ มาทำตามข้อแม้ 2 ข้อที่ตกลงกัน หรือว่าพอข้ามคืนก็ลืมแล้ว ด่าตบท้ายว่า “ผู้หญิงน่ะ ถ้าสวยแล้วไม่รักษาคำพูดจะโดนเขานินทาด่าได้ว่า สวยซะเปล่า เร็วๆนะรีบอาบน้ำแต่งตัวผมจะรอสั่งงานคุณที่เรือนอาหาร อย่าฝ่อหนีกลับเสียก่อนล่ะ หึๆ”

“ไม่มีทาง! คนอย่างพราว พูดแล้วต้องทำให้ได้” พราวเชิดใส่อย่างถือดี ส่วนสมชายพอเดินห่างออกไปก็พึมพำ

“เดี๋ยวจะจัดให้เจ็บเลยแม่ดารา!”

ooooooo

ที่เรือนอาหาร ทั้งสมชาย ลุงป่อย อรชุมาและน้องนุช นั่งรอเป็นชั่วโมง พอพราวมาทุกคนมองอึ้งเพราะเธอแต่งเป็นพราวราวกับอยู่หน้าจอ เสื้อผ้าหน้าผมขนตาปลอมรองเท้าส้นสูงครบชุด

สมชายไม่พูดอะไร ส่งผ้ากันเปื้อนกับหมวกแม่ครัวให้ บอกว่า

“งานที่คุณต้องทำคือเป็นลูกมือผมในครัวโน่น ดูซิว่าจะเก่งเหมือนปากรึเปล่า รีบตามผมมา ขืนช้าอีกไล่กลับจริงๆด้วย เร็ว!” อรชุมาบอกพราวว่าถ้าทำไม่ได้ก็อย่าฝืน เธอยิ้มพูดอวดว่า

“รู้ไหมคะ ตอนเข้าวงการใหม่ๆ เคยมีคนดูถูกว่ายัยนี่ไม่มีทางจะดังได้หรอก แต่พราวก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพราวทำได้ แล้วทำไมกะอีแค่ทำครัว พราวจะทำไม่ได้” พูดแล้วสะบัดผ้ากันเปื้อนคาดอย่างทะมัดทะแมงโชว์เสียเลย

สมชายยกกะละมังใส่กุ้งสดมาสั่งให้แกะกุ้ง พราวตาโตถามว่าทำไมเยอะอย่างนี้ สมชายบอกว่าวันนี้จะมีทัวร์ลง เลยเป็นปัญหาขึ้นมาอีกเมื่อพราวกลัวคนเห็นและจำตนได้

“ถ้ากลัวไม่อยากให้ใครเห็นแล้วจำได้ คุณก็ต้องเริ่มแกะเปลือกตัวเองเสียก่อนจะแกะกุ้ง” พราวงง เขาเลยเข้าไปดึงขนตาปลอมออก พราวร้องลั่นเพราะเจ็บมาก สมชายบอกให้อยู่เฉยๆ ตนจะถอดของปลอมในตัวเธอออกให้เอง “นี่...ดึงทิ้งให้หมด แล้วหน้านี่ ก็ต้องเลิกโบกปูนมาทำงาน เช็ดออกให้เกลี้ยง” ว่าแล้วก็เอาผ้าในมือเช็ดๆ ถูๆ หน้าพราว จนเธอร้องลั่นเบือนหน้าหนีบอกว่าหน้าตนถลอกหมดแล้ว

พราวเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ พอลอกคราบออกเห็นใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของตน พราวก็เหมือนได้พบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ได้ยินเสียงสมชายมาพูดอยู่หน้าห้องน้ำว่า

“ฟังผมนะคุณ เดี๋ยว 10 โมง คณะทัวร์ก็จะมาถึงที่นี่แล้ว ผมว่าคุณรีบเก็บข้าวของแต่งหน้าแต่งตาแต่งตัวให้สวยพริ้งอย่างเดิมแล้วกลับกรุงเทพฯไปเลย คุณติดอยู่กับความเป็นดาราเดิมๆ คุณก็เป็นคนธรรมดาไม่ได้หรอก อย่าฝืนอยู่ที่นี่ให้เหนื่อยกายลำบากใจผมเลย”

“แต่ฉันจะอยู่ ดูซิว่าคุณจะเหนื่อยกายลำบากใจกับฉันสักแค่ไหน!” พราวเดินออกจากห้องน้ำอย่างท้าทาย สมชายมองพราวที่หน้าใสๆ ไร้เครื่องสำอางอึ้ง พราวใส่รองเท้าแตะเดินเชิดออกมาเหยียบถูกน้ำลื่นจะล้ม สมชายรีบประคองไว้แต่ก็อดที่จะแกล้งป่าวประกาศให้คนมาดูดาราเสียฟอร์มไม่ได้

พราวโมโหตั้งตัวได้ก็เดินปึ่งไป สมชายมองตามอย่างเริ่มรู้สึกสนุกกับการได้อยู่กับพราวโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

เมื่อเข้าครัวมาเตรียมอาหาร พราวนั่งกรีดนิ้วแกะกุ้ง ถูกหัวกุ้งตำก็โวยลั่น สมชายที่ซอยต้นหอมอยู่รำคาญเลยให้มาซอยหอมตัวเองไปแกะกุ้งแทน

พราวจับต้นหอมได้ก็หั่นๆๆ สมชายโวยว่าให้ซอยไม่ใช่หั่นแบบนั้น พราวเลยเปลี่ยนเป็นสับ สมชายเลยลุกไปยืนข้างหลังอ้อมสองมือมาจับมือพราวสอนให้ซอย พราวลองซอยดูพอเริ่มทำได้ก็หันมาบอก

“อ๋อ...อาศัยจังหวะเอา แค่ขยับมีดนิดเดียวเองใช่ไหม” แต่เพราะอยู่ในวงแขนสมชาย พอหันมาแก้มก็ไปชนจมูกเขาเต็มๆ ทำเอาหนุ่มห้าวสาวเฮี้ยวต่างอึ้งไปกับการสัมผัสนั้น พลันก็ชะงักผละจากกันเมื่อเสียงท้องพราวร้องจ๊อกๆ เธอบอกเขินๆ ว่า

“ตั้งแต่เช้าฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย ก็ต้องมาช่วยงานคุณแล้ว” สมชายเลยบอกให้เธอไปนั่งรอเดี๋ยวจะผัดข้าวให้กิน

“จริงดิ...ทำแล้วจะกินได้รึเปล่าก็ไม่รู้”

แต่พอสมชายทำข้าวผัดกะเพรามาให้ ทีแรกพราวก็ทำหน้าแหยงๆ ว่าจะกินได้รึเปล่า แต่พอกินคำแรกก็อึ้ง รู้สึกอร่อยอย่างไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน มองสมชายที่หันหลังทำกับข้าวอยู่อย่างทะมัดทะแมงด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ooooooo

แฟรงค์ขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้ครั้งหนึ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องรับหน้าผู้กำกับเชนที่มาตามพราวถึงบ้าน แฟรงค์บอกว่าพราวไม่ได้หนีงาน แต่อยากพักกองไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจเรื่องความปลอดภัย

ระหว่างที่แฟรงค์เจรจากับเชนอยู่นั้น เอมี่ก็รับโทรศัพท์ไม่หวาดไม่ไหว ล้วนแล้วแต่มาถามเรื่องงานที่พราวรับไว้ เอมี่ก็แก้ตัวไปเรื่อยเปื่อย อ้างว่าต้องคุยกับแฟรงค์แต่ตอนนี้แฟรงค์ไม่ว่าง

เชนจะขอคุยกับพราวให้ได้ ขณะแฟรงค์กำลังจะเข้าตาจน ก็พอดีเอมี่บอกว่าตำรวจมาขอพบ แฟรงค์เลยสั่งต้อยติ่งให้มาส่งแขกไล่กันเนียนๆ เชนจึงจำต้องกลับไป

ตำรวจมาเพื่อขอสอบถามพราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดในกองถ่าย แฟรงค์อ้างว่าพราวยังไม่พร้อมจะพบใครมีอะไรถามตนก็ได้

ตำรวจยังไม่ทันไป ติณห์ก็มาอีกคน จันทร์จรีเห็นหนุ่มหล่อไฮโซมาก็ดี๊ด๊าไปรับ ติณห์ปากหวานอ่อยจันทร์จรีว่า

“ดาวรุ่งอนาคตไกลที่ถูกจับตาว่าจะดังเทียบเท่าคุณพราวในเร็วๆนี้ ผมได้ยินข่าวมาแบบนั้น”

“จรีไม่ได้คิด ไม่ได้หวังว่าจะแข่งกับใคร แต่ใครจะรู้ จรีอาจจะดังกว่าพราวก็ได้”

แม้ปากติณห์จะบอกว่าดีแต่ในใจนึกรู้แล้วว่าจันทร์จรีกำลังคิดจะแข่งกับพราว ตัดบทบอกว่าตนจะมาพบแฟรงค์ จันทร์จรีชี้ไปที่อีกห้องหนึ่งบอกว่าแฟรงค์อยู่ห้องนั้น พอติณห์เดินไป จันทร์จรีก็จิกตาพึมพำ

“อะไรที่เป็นของพราว จรีคนนี้จะต้องได้มาทั้งหมด!”

ooooooo

พอติณห์เดินไปทางห้องที่จันทร์จรีชี้ สวนกับเชนเดินหน้าบึ้งออกมา มองเข้าไปในห้องเห็นแฟรงค์คุยกับสหวุฒิอยู่ พอเอมี่บอกว่าติณห์มาแฟรงค์ก็ไล่สหวุฒิเนียนๆ

ว่า เดี๋ยวผู้กำกับก็จะกลับแล้ว สหวุฒิเลยจำต้องลากลับติณห์เข้าไปคุยกับแฟรงค์บอกว่าโทรศัพท์พราวติดต่อไม่ได้เลย แฟรงค์ตอบตามฟอร์มว่าตอนนี้พราวไม่ต้องการเจอใคร ติณห์ถามว่าแม้แต่ตนหรือ? เอมี่เลยช่วยพูดแทนแฟรงค์ว่า

“เอ่อ...พราวฝากเอมี่มาขอโทษคุณติณห์ด้วยค่ะ ที่ทำให้เป็นห่วง ตั้งแต่เกิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมา พราวก็เลยไม่มั่นใจจะพบปะกับใครแบบตัวต่อตัวค่ะ”

ทั้งแฟรงค์และเอมี่แก้สถานการณ์กันอย่างนาทีต่อนาทีคิดว่าจะรอดแล้ว แต่พอติณห์บอกว่า เมื่อวานเจอท่านรัฐมนตรีบัญชาท่านแจ้งว่าพราวจะไปร่วมงานกอล์ฟการกุศลหารายได้ให้กับเยาวชนที่จะเดินทางไปแข่งรอบคัดตัวที่ต่างประเทศเท่านั้น แฟรงค์ก็แทบจะเป็นลม ติณห์ย้ำว่า

“ผมก็เลยกังวลน่ะครับ ว่างานนี้คุณพราวจะไปได้หรือเปล่า ดูท่านรัฐมนตรีคาดหวังกับคุณพราวมาก ถึงขนาดไม่เชิญดาราคนไหนเข้าร่วมงานเลย”

พอติณห์กลับไป แฟรงค์ก็ว้าวุ่นแทบจะบ้า เพราะถ้างานนี้พราวไปไม่ได้ทั้งตัวเองและพราวตายไม่ได้เกิดแน่

“ถ้างั้น เจ๊ก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้วล่ะ” เอมี่พูดอย่างรู้กัน แฟรงค์ถามว่าต้องใช้สแตนอินพราวอีกใช่ไหม “มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ๊จะยอมเสี่ยงหรือว่ายอมตาย”

ooooooo

เหตุการณ์ช่างประจวบเหมาะ เมื่อวันนี้ที่บ้านแสนรัก นายทศพ่อของเหมียวเด็กวัย 5 ขวบที่อยู่บ้านแสนรักจะมาเอาเหมียวไปขอทานเพราะตัวเองกำลังจะอดตาย

เกิดการยื้อยุดกันขึ้น เมื่อแม่แก้วกับมีนไม่ยอมให้เอาเหมียวไป ยศตบตีมีนจนเลือดกำเดาออก สุดท้ายมีนเอาเงินที่เหลืออยู่ไม่กี่พันให้ยศไปหมดเพื่อแลกกับเหมียว

ความเครียดทำให้มีนปวดหัวรุนแรงจนทรุดกองกับพื้น โต้ที่เป็นลมชักก็อาการกำเริบ จนต้องวิ่งดูแลกันโกลาหล

ซ้ำร้ายเจ้าของบ้านยังมาทวงค่าเช่าที่ค้างมา 3 เดือนแล้ว มีนอ้อนวอนขอเวลา เจ้าของบ้านให้เวลาแค่ 3 วัน ถ้าถึงเวลาแล้วยังหาเงินมาให้ไม่ได้ก็ต้องออกจากบ้านไป

มีนจึงชวนแมนไปเอาเงินจากกล่องบริจาคที่ฝากไว้ตามที่ต่างๆ แต่ทุกแห่งล้วนบอกว่าพักนี้คนบริจาคน้อย เมื่อมีนรวมเงินมาแล้วคาดว่าพอมีกินมีใช้แค่ 3 วันเท่านั้น

ขณะมีนกับแมนนั่งรอรถเมล์กลับนั่นเอง มีนก็ได้รับโทรศัพท์จากแฟรงค์บอกว่า

“พี่มีเรื่องให้ช่วยอีกแล้วล่ะ อย่าเซย์โนนะ พี่ต้องพึ่งหนูจริงๆ คราวนี้พี่มีค่าเสียเวลาให้หนูอย่างคุ้มค่าที่สุด”

“ค่ะ...มีนทำค่ะ” มีนดีใจมาก แฟรงค์ตามมาถึงป้ายรถเมล์ที่มีนรอรถอยู่ เร่งให้รีบขึ้นรถไปด้วยกันเลย

ooooooo

ที่อิงรักโฮมสเตย์ พราวยังอยู่ในครัวเป็นลูกมือคอยช่วยหยิบโน่นส่งนี่ให้สมชาย ลุงป่อยเป็นคนรับออเดอร์เข้ามาสั่ง

“แขกเข้ามาสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 โต๊ะ แล้วกับข้าวโต๊ะ 1 ล่ะ เสร็จหรือยัง เขารอนานแล้วนะ”

สมชายเร่งมือผัดกับข้าวฉ่าๆ เคาะกระทะโป้งป้าง ส่วนพราวยืนงงทำอะไรไม่ถูก สมชายเห็นก็ดุ

“อ้าว...นี่คุณ ให้มาช่วยนะ ไม่ใช่มายืนโพสท่าถ่ายแบบ ส่งจานมาซิ” พราวรีบหยิบจานเล็กให้ ถูกดุอีกว่า “โฮ้ย...ใบแค่นี้จะใส่หมดได้ไง ใบใหญ่โน่น!”

สมชายตักผัดเปรี้ยวหวานใส่จานส่งให้พราวบอกให้เอาไปวางไว้ในถาด เดี๋ยวลุงป่อยจะเข้ามาเอาไป พราวตกใจคว้าจานจะเอาไปวางที่ถาด จานร้อนมากเธอตกใจปล่อยมือจานแตกกับข้าวกระจาย พราวตกใจ สมชายโมโห อรชุมาได้ยินเสียงเข้ามาดูว่าอะไรแตก สมชายระเบิดอารมณ์ทันทีว่า

“ถือจานแค่นี้ยังปล่อยให้ร่วง คุณทำอะไรเป็นบ้างเนี่ย นอกจากปั้นหน้าถ่ายหนังถ่ายละคร”

“เอ๊ะ! ก็มันร้อน ฉันตั้งใจที่ไหน จานนี้เท่าไหร่เดี๋ยวฉันจะจ่ายให้เอง”

“เงินคุณมันใหญ่นักรึไงหา! เอะอะอะไรก็จะเอาเงินฟาดหัวผม จะบอกอะไรให้นะ เงินของคุณมันไม่มีความหมายสำหรับคนที่นี่เลย พอๆกับชื่อเสียงของคุณที่ผมไม่สน การกระทำยิ่งใหญ่กว่าคำโม้โอ้อวด อย่าสักแต่พูดแล้วทำไม่ได้ผมเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด!”

“ชาย...ทำไมไปว่าคุณพราวอย่างนั้นล่ะลูก เขาแค่ทำจานแตกไม่ได้ไปฆ่าใครตายซะหน่อย การให้โอกาสคนอื่น ลูกต้องให้เวลาเขาด้วยสิ”

สมชายถอนใจ พยายามสงบสติอารมณ์ อรชุมาจึงสั่งงานต่อ

“ตาป่อย ไม่ต้องออกไปช่วยข้างนอกแล้ว กลับมาช่วยในครัวนะ”

ลุงป่อยรับคำแล้วเก็บกวาดทำความสะอาดพื้น อรชุมายกถาดอาหารที่เสร็จก่อนหน้านี้แล้วออกไปเสิร์ฟ

สมชายยืนนิ่ง เมื่อสงบและได้รับการเตือนสติจากแม่ เขาก็รู้สึกว่าแรงกับพราวไปหน่อย

ooooooo

ด้วยความรู้สึกแรงไปกับพราว สมชายไปหาเธอที่ห้อง ปรากฏว่าไม่อยู่ พูดกับตัวเองว่าสงสัยหนีกลับ ไปแล้ว

แต่พอเดินหาไปถึงริมคลอง เห็นพราวนั่งดูนิ้วตัวเองที่ถูกหัวกุ้งตำจนแดงระบม เธอก็เห็นเท้าใครเดินมาหยุดยืนใกล้ๆ มองไล่ขึ้นไปเห็นเป็นสมชายก็สะบัดหน้าลุกเดินผ่านเขาไป ถูกสมชายคว้าแขนหมับ พราวตกใจ

“จะทำอะไร!” สมชายไม่ตอบดึงเธอให้เดินตาม “นี่ ปล่อยนะ จะดึงฉันไปไหน” พราวโวยวายแต่สู้แรงเขาไม่ได้เลยถูกทั้งลากทั้งดึงไปจนถึงบ้านพักของเขา แล้วสั่งให้นั่งลงไม่ทันใจก็จับสองบ่ากดกระแทกลงที่โซฟา

สมชายหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกล่องยานั่งลงตรงหน้าพราวแบมือบอกให้ส่งมือมา

พอพราวส่งมือให้ เขาก็ทำแผลให้เธออย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ทำเอาพราวที่กำลังรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยวต้องการใครสักคนที่เข้าใจเห็นใจตนถึงกับน้ำตาร่วง สมชายนึกเห็นใจแต่ยังปากร้ายตามเคยพูดเหน็บว่า

“เป็นดารานี่อ่อนไหวเหลือเกินนะ แค่นี้ต้องร้องไห้”

“ดาราอย่างฉันไม่ใช่คนรึไง เจ็บปวดไม่เป็น ร้องไห้ ไม่เป็น มันดูน่าหมั่นไส้มากเลยใช่ไหมที่ฉันเกิดมาเป็นพราว” พูดแล้วร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ สมชายหยิบทิชชูให้ก็ปัดออก “ไม่ต้องตบหัวแล้วมาลูบหลังฉัน”

พราวปัดมือสมชายที่ส่งทิชชูให้ เขาเลยจับสองมือไว้จ้องหน้า ต่างใจเต้นโครมคราม สมชายเผลอใจยื่นหน้าเข้าไปแต่แล้วก็กลับถอยออกมาเอง พูดเสียงอ่อนไม่สบตาว่า

“เอ่อ...วันนี้พอแค่นี้ คุณไม่ต้องทำงานแล้ว”

พราวกระชากมือตัวเองกลับลุกเดินออกจากบ้านไป สมชายมองตามแล้วเขกหัวบ่นตัวเองเบาๆ

“ไอ้สมชาย...เกือบเสียท่าน้ำตาดาราซะแล้ว”

ooooooo

แฟรงค์กับเอมี่รับมีนไปแปลงโฉมเป็นพราวแล้วพาตัวไปปล่อยที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อทดสอบสายตาแฟนคลับ เอมี่ถามว่าต้องทำอย่างนี้เลยหรือ?

“จำเป็นไม่มากแต่เพื่อความชัวร์ป้าบ ครั้งก่อนมีนอยู่บนเวทีมองระยะไกลอาจจะเหมือนพราวเดี๊ยะ แต่ในระยะประชิด เราจะแน่ใจได้ยังไงถ้าไม่พิสูจน์”

มีนตั้งสติทำตามคำสอนของแฟรงค์ เชิดหน้าอกผาย หลังตึง ไหล่ยก เดินอย่างสง่าเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

พริบตาเดียวก็มีแฟนคลับถามกัน พราวใช่ไหม? พราวจริงๆด้วย... ไปถ่ายรูปเร็ว! แล้วผู้คนก็เริ่มห้อมล้อมเข้ามากลายเป็นเป้าสายตา เสียงกรี๊ดดังขึ้น ผู้คนพากันชี้ให้ดูพราวซุปเปอร์สตาร์กันเกรียวกราวมีนยิ้มหวานโบกมือทักทายทั้งชั้นบนและชั้นล่างอย่างมั่นใจ

แต่พอถูกห้อมล้อมมากขึ้น...มากขึ้น จนหายใจแทบไม่ออก มีนก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่น ขณะนั้นเองสุดเขตต์ที่เอากล้องมาเช็กที่ห้างเห็นพราวเดินอยู่คนเดียวก็เอะใจว่าทำไมมาคนเดียว

แฟรงค์กับเอมี่ซุ่มดูอยู่ แฟรงค์พอใจมาก แต่เอมี่เป็นห่วงบอกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีคนเบียดบี้มีนกันใหญ่แล้ว บอกให้รีบเข้าไปช่วยพาออกมาก่อน ทั้งสองจูงมือกันวิ่งไปหามีนที่ถูกห้อมล้อมจนมองไม่เห็นตัว

“ขอทางหน่อยได้ไหมคะ พอแล้วค่ะ อย่าเบียดกันเข้ามา ขอทางหน่อย...” มีนหายใจไม่ออกพยายามจะแหวกออกไป แต่แล้วก็เข่าอ่อนจะทรุด แต่ไม่ทันล้มก็มีมือยื่นมาคว้าตัวไว้ สุดเขตต์นั่นเอง แต่มีนไม่รู้จัก

“จับมือผมไว้ให้แน่น ผมจะพาออกไปเอง” สุดเขตต์ บอกแล้วร้องขอทางพามีนแหวกผู้คนออกไปจนได้ แต่ก็ยังมีคนวิ่งตาม แฟรงค์กับเอมี่มาถึงก็ไม่เห็นมีนแล้ว เลยวิ่งตามคนที่กรูตามมีนไปแต่ก็หาไม่เจอ

ที่แท้สุดเขตต์พามีนหลบเข้าไปในห้องลองชุด พอเข้าไปในห้องแล้วมีนทรุดลงอย่างหมดแรง

สุดเขตต์ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นยังไงบ้าง ให้หายใจลึกๆ มีนบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว สุดเขตต์ถามว่านึกยังไงมาเดินห้างคนเดียวแบบนี้

มีนบอกว่าไม่นึกว่าพราวจะดังจนคนคลั่งไคล้ขนาดนี้ สุดเขตต์ทำหน้างงถามว่า “คุณน่ะเหรอครับคิดไม่ถึง”

มีนรู้ตัวแต่ก็แก้สถานการณ์ได้ถามว่าเขาไม่เคยเป็นหรือ บางครั้งคนเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน แต่ก็ไม่ทำให้สุดเขตต์หายสงสัยได้ เอ่ยอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า

“ผมคิดไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะได้ยินประโยคนี้จากคนที่เป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างคุณพราว”

มีนถามซื่อๆว่าแล้วคนที่เป็นซุปเปอร์สตาร์

เขาต้องพูดยังไงหรือ สุดเขตต์พูดออกตัวว่าตนไม่รู้เพราะเป็นแค่ตากล้องและนักข่าวถ่ายรูปเท่านั้น แล้วยิ่งสงสัยเมื่อเห็นมีนทำหน้างง สุดเขตต์ถามว่าอย่าบอกนะว่าเธอจำตนไม่ได้

ขณะมีนกำลังจะถูกจับได้นั่นเอง แฟรงค์ก็โทร.เข้ามือถือถามว่าตอนนี้อยู่ไหน ปลอดภัยหรือเปล่า

“หลบอยู่ในห้องลองชุดค่ะ” แต่พอแฟรงค์ถามว่าห้องลองชุดที่ไหนจะไปรับ มีนบอกว่าตนก็ไม่รู้ แต่บอกแฟรงค์ว่า “พี่ไปรออยู่ที่รถเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูหาทางหลบออกไปเอง”

แฟรงค์ชมกับเอมี่ว่าเด็กคนนี้เอาตัวรอดใช้ได้

ooooooo

แฟรงค์มองมือถือของมีนชมว่ารุ่นนี้เล็กดี เห็นมีนลุกไปแง้มประตูดูข้างนอกก็ถามว่าจะไปแล้วหรือ

“ค่ะ พี่แฟรงค์โทร.ตามแล้ว ขอบคุณนะคะคุณเอ่อ...ชื่ออะไรนะคะ ฉันไม่แน่ใจว่าเคยรู้จักคุณรึเปล่า”

“สุดเขตต์ครับ”

“ขอบคุณค่ะที่ช่วยพาฉันหลบมาคุณสุดเขตต์”

มีนเปิดประตูออกไป สุดเขตต์รีบตาม เห็นคนเริ่มมองมีน เขาถอดเสื้อแจ็กเกตของตัวเองคลุมมีนแล้วโอบไหล่พาเดินออกไปเนียนๆ ความอ่อนโยน ปกป้อง และมีน้ำใจของสุดเขตต์ทำให้มีนรู้สึกดีๆกับผู้ชายคนนี้

แต่พอสุดเขตต์พามีนไปพบแฟรงค์ที่รถ แฟรงค์ตกใจร้องว้าย ถามมีนว่ามากับใครรู้หรือเปล่า เขาเป็นนักข่าวนะ!

“เขาเป็นคนช่วยดึงหนูหลบคนออกมาน่ะค่ะไม่งั้นหนูคงโดนเบียดเป็นลมอยู่ตรงนั้น”

“แล้วนี่ก็ไม่ใช่การช่วยครั้งแรกนะครับ คราวก่อนที่คุณพราวถูกยิง ผมก็เป็นคนช่วยอุ้มไปให้ตำรวจ”

“จ้าขอบคุณมาก” แฟรงค์รีบตัดบท ปะเหลาะว่าถ้าคราวหน้าสมาคมนักข่าวให้ตนเลือกนักข่าวดีเด่นตนจะลงคะแนนให้ แล้วรีบดึงมีนขึ้นรถปิดประตูปังแล้วออกรถพรืดไปเลย

แฟรงค์บอกมีนว่าถ้าเจอนักข่าวคนนี้อีกต้องหลบให้ไกลที่สุดเลยเข้าใจไหม เพราะเป็นนักข่าวของหนังสือฮอตช็อตที่ตามกอสซิปทำลายล้างพราวมาตลอด ถ้ามีนไปญาติดีด้วยพวกนั้นต้องสงสัยแน่ๆ

มีนรับคำแต่นึกหนักใจว่าการเป็นซุปเปอร์สตาร์ต้องหลบหน้าใครๆ ต้องมีเรื่องเยอะแยะขนาดนี้เลยหรือ?

ooooooo

ที่อิงรักโฮมสเตย์ น้องนุชถูกสามหนุ่มจอมป่วนกวนโอ๊ย ตามตอแยเจ๊าะแจ๊ะ จนน้องนุชบอกว่าเมาก็กลับไปนอนเสีย พวกมันทำเสียงฮู้หู...ดุว่ะ แล้วแกล้งเข้าแย่งผ้าขนหนูที่น้องนุชจะเอาไปเพิ่มให้แขกที่โทร.มาขอ

น้องนุชโมโหจะแย่งคืน พราวมาเจอถามพวกนั้นว่าที่บ้านไม่มีผ้าเช็ดตัวใช้หรือ สามโจ๋หันมองพราวฉุนๆ

“เขาอยากได้ก็ให้ไปเถอะน้องนุช มัวไปแย่งเสียเวลาทำมาหากินเปล่าๆ แล้วจำหน้าไว้นะจ๊ะ เจอคนหน้าตาแบบนี้อย่าให้เข้ามาอีกมันเป็นมลภาวะเป็นพิษ”

สามโจ๋โยนผ้าเช็ดตัวคืนให้ คนหนึ่งถามว่า “อีนี่ใครวะ หน้าคุ้นๆว่ะ” อีกคนทำเสียงหื่นว่าสวย ขาว แล้วพากันเดินตามไปอย่างคิดชั่ว

พราวเข้าห้องอาบน้ำก็มีเสียงเคาะประตู เธอไม่ทันระวังเปิดประตูเจอพวกมันกลิ่นเหล้าคลุ้งผลักประตูเข้ามาแล้วปิดประตู เอามือปิดปากพราวอุ้มไปโยนบนเตียง พราวร้องขอความช่วยเหลือก็ถูกมันต่อยท้องสองที พราวจุกจนร้องไม่ออกมันอุ้มพราวไปโยนบนเตียงแล้วเดินหื่นเข้าหา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:14 น.