นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    ขณะติณห์กับจันทร์จรีอยู่กับแขกที่บ้านสวนริมน้ำนั้น มาโนชเข้ามาบอกว่าพราวมาแล้วรออยู่ที่เรือนรับรอง ติณห์บอกว่ารู้แล้ว ให้มาโนชไปทำงานของตัวเองต่อ

    จันทร์จรีถามเบาๆ เสียงลอดไรฟันว่า “คุณนัดนังพราวมาที่นี่งั้นเหรอ”

    “ทำหน้าที่ของตัวเองไป อย่าโวยวายไร้สาระ” ติณห์พูดเบาๆ แต่เสียงเข้ม แล้วหันไปยิ้มแย้มกับแขกที่มาในงาน “มีใครต้องการกาแฟ หรือจะดื่มอะไรเพิ่มไหมครับ?”

    จันทร์จรีจำต้องหันไปฉีกยิ้มกับแขกทั้งที่ในใจแรงหึงกระพือพร้อมจะระเบิด

    เวลาเดียวกัน พราวมองชายที่นั่งคอพับอยู่บนวีลแชร์ไฟฟ้าที่ศาลาริมน้ำบ่นอย่างเป็นห่วง

    “ใครพามาปล่อยทิ้งไว้ตรงนั้นคนเดียว เดี๋ยวรถก็ไหลไปหรอก” พราววางถ้วยชาเดินไปที่ระเบียงเรือนรับรอง ยิ่งเข้าไปใกล้พราวก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

    ooooooo

    ที่สำนักงานตำรวจ สหวุฒิกำลังให้เจ้าหน้าที่คลิกเปิดภาพในโน้ตบุ๊กให้สมชายดู เป็นรูปตรีที่ประสบอุบัติเหตุขับรถชนนอนบาดเจ็บอยู่บนเตียง มีภาพซากรถที่ชนยับจนไม่น่าเชื่อว่าคนขับจะรอด

    “เมื่อสักปีกว่ามาแล้ว น้องชายไฮโซติณห์ประสบอุบัติเหตุขับรถชนอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน จากสภาพรถ ไม่น่าจะรอดมาได้ แต่ไฮโซติณห์รักน้องชายคนนี้มาก เขามีกันแค่สองคนพี่น้อง ไฮโซติณห์ทุ่มเงินหาวิธีการทาง การแพทย์ทุกอย่างยื้อชีวิตน้องชายตัวเองไว้ แล้วเขาก็ทำสำเร็จ”

    สมชายถามว่าแล้วตอนนี้น้องชายเขาอยู่ไหน ผู้กำกับบอกว่านอนรักษาตัวอยู่บนเตียงอย่างนั้น สมชายถามว่าพิการหรืออัมพาต?

    “หนักกว่านั้น น้องชายไฮโซติณห์นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียง สมองไม่รับรู้ มีแต่หัวใจเท่านั้นที่เต้นอยู่”

    “มิน่า ไฮโซติณห์ถึงปิดข่าวไม่มีใครรู้ข่าวคราวของน้องชายเขาเลย”

    ผู้กำกับเล่าว่า ก่อนประสบอุบัติเหตุ ตรีเป็นไฮโซรูปหล่อเนื้อหอมในหมู่สาวๆมาก เขาชี้รูปที่ลูกน้องคลิกขึ้นมาถามว่า เห็นไหมว่านั่นใคร? สมชายอุทาน...พราว! ผู้กำกับพยักหน้าเล่าว่า

    “นายตรีเคยสนิทสนมกับซุปเปอร์สตาร์พราวมาก่อน เรื่องนี้ไฮโซติณห์จะรู้มาก่อนหรือเปล่าก็ไม่แน่ แล้วคุณพราวจะรู้หรือเปล่าว่านายตรีเป็นน้องชายคุณติณห์ ก็ไม่แน่ หรือว่าเขาก็รู้ดีกันอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่ ผมว่าคนที่จะให้คำตอบนี้ได้ก็คือคุณพราว”

    สมชายเป็นห่วงพราวขึ้นมา เขาเก็บปืนคว้าแจ็กเกตเดินออกไป ผู้กำกับถามว่าจะไปไหน เขาพูดพลางเดินไปว่า

    “ผมจะไปหาคำตอบให้ไงครับ”

    ooooooo

    พราวเดินไปถึงศาลาริมน้ำ ส่งเสียงทักเบาๆ ร่างนั้นก็ไม่หันมา เธอเดินไปข้างหน้า พลันก็ช็อกเมื่อเห็นชัดว่าเขาคือตรี!

    ติณห์ยืนดูอยู่ไกลๆ เห็นอาการช็อกของพราวเขามองอย่างเจ็บปวด เกลียด โกรธ และแค้น ค่อยๆเดินเข้าไปหา

    “ตรี...ตรีเป็นอะไรเนี่ย ไม่สบายเหรอ ทำไมมานั่งอยู่บนรถเข็นแบบนี้” พราวถามเสียงประหม่าตระหนก “ตรี...ได้ยินพราวรึเปล่า...ตรี...” แต่ตรีไม่รับรู้อะไร พราวยื่นมือที่สวมแหวนหมั้นไปจับมือตรีกลัวๆกล้าๆ พบว่ามือเย็นเฉียบ “ตรี...ทำไมมือเย็นอย่างนี้...ตรีไม่สบายเป็นอะไร ทำไมไม่ตอบ...ตรี...ตรี!”

    “น้องชายผมคงตอบอะไรคุณไม่ได้หรอก!!” เสียงติณห์เย็นเยียบจากข้างหลัง พราวถามตะลึงว่าตรีเป็นน้องชายเขาหรือ “ใช่...น้องชายผมที่ป่วย ที่คุณเคยไปเจอที่บ้านผมไงครับ แต่ตอนนั้นคุณยังไม่เห็นว่า...เป็นใคร”

    พราวนึกได้ว่าน่าจะเป็นมีนที่มาเห็นตรี เลยพูดไปตามน้ำว่า ไม่นึกเลยว่าน้องชายเขาจะเป็นตรี ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ

    “ผมเคยเล่าให้คุณฟังแล้วนี่ครับ ว่าตรีเสียใจที่ถูกผู้หญิงทิ้ง ก็เลยขับรถไปชน”

    “ถูกผู้หญิงทิ้ง?” พราวนึกถึงจันทร์จรีทันที แต่ไม่พูด

    “คุณรู้ไหมครับ ว่าผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้น้องผมเสียใจเป็นใคร”

    “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะ ฉันไม่ได้เจอตรีมานานเป็นปีแล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นตรีไปคบหากับผู้หญิงคนไหนบ้าง”

    ติณห์ซักไซ้ว่าเธอสนิทกับตรีแค่ไหน พราวบอกว่าสนิทและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ติณห์ทวนคำว่าเพื่อนที่ดีต่อกัน?

    “ค่ะ ตรีเป็นเพื่อนที่น่ารัก คนดีๆมีอนาคตอย่างตรีไม่น่าโชคร้ายมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลย น่าสงสารจริงๆ” พราวหันจับมือติณห์พูดให้กำลังใจ “เสียใจด้วยนะคะคุณติณห์ ฉันเป็นกำลังใจให้นะคะ หวังว่าสักวันนึงตรีจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกลับมาเป็นตรีคนเดิม”

    “ขอบคุณมากสำหรับน้ำใจของคุณ ผมบอกแล้วไงครับ ว่าบางทีปาฏิหาริย์ที่จะทำให้ตรีฟื้นขึ้นมา อาจจะมาพร้อมกับคุณก็ได้” ติณห์ซ่อนความแค้นไว้ในอก คิดว่าวันนี้แหละที่พราวจะต้องชดใช้!

    ติณห์เข็นวีลแชร์พาตรีไปที่ริมน้ำ พราวตามมายืนข้างๆ เขาชำเลืองมองเธอแค้นๆ แต่พราวไม่รู้ตัว ครู่หนึ่งมาโนชมาเข็นรถตรีไป ติณห์จึงจูงมือพราวไปที่บ้านสวนริมน้ำ...

    ooooooo

    สุดเขตต์ทนไม่ได้แอบปีนรั้วด้านข้างเข้าไปในบริเวณบ้านติณห์ แอบอยู่หลังพุ่มไม้มองสำรวจไปทั่วบริเวณ เห็นเรือนจัดเลี้ยงอยู่ใกล้ที่สุด ครู่เดียวก็เห็นติณห์เดินจูงมือพราวเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง

    จันทร์จรีกำลังยิ้มแย้มมีจริตส่งแขกอยู่ พนักงานบอกว่าติณห์มาแล้ว จันทร์จรีหันมองเห็นเขาจูงมือพราวเข้ามาก็หึงจี๊ด พนักงานบอกติณห์ว่าแขกทุกท่านกำลังจะกลับ เขาจึงเข้ามาทักทาย

    “จะกลับแล้วหรือครับ โทษทีครับ พอดีคู่หมั้นที่น่ารักของผมมาหาน่ะครับ ผมก็เลยต้องออกไปต้อนรับเธอหน่อย ซุปเปอร์สตาร์หาคิวเจอตัวยากเสียด้วย เกิดงอนผมขึ้นมาละก็...ผมแย่เลย”

    พวกลูกค้าพากันเข้ามาห้อมล้อมพราว จันทร์จรีเลยถูกทิ้งให้ยืนหง่าว ติณห์ทำเป็นหวานโอบเอวพราวจงใจยั่วจันทร์จรีให้ทนไม่ได้ จันทร์จรีกำมือแน่นหน้าบอกบุญไม่รับ

    มีเสียงกดชัตเตอร์ทั้งรูปจันทร์จรีกำลังโกรธและติณห์กำลังหวานกับพราว ฝีมือสุดเขตต์ซุ่มซูมอยู่หลังพุ่มไม้นั่นเอง!

    ooooooo

    จันทร์จรีเจ็บใจแค้นใจมาก ออกจากห้องจัดเลี้ยงไปยังอีกห้องหนึ่ง กำหมัดกัดฟันอยากฆ่าพราวเดี๋ยวนี้เลย เหลือบเห็นวิสกี้ที่ระลึกขวดเล็กๆวางโชว์อยู่ ก็คว้ามาเทใส่ปากอั้กๆ หมดขวดก็โยนทิ้งที่พื้นพรม

    ดื่มไปสามสี่ขวดก็เห็นมาโนชถือถาดใส่ผลไม้มีมีดปอกผลไม้ปักอยู่ที่ส้มเข้ามา ทำเป็นถามจันทร์จรีว่าเป็นอะไรหรือ

    จันทร์จรีที่มีทั้งความแค้นและฤทธิ์แอลกอฮอล์ตวาดถามว่าไปรับพราวมาทำซากอะไร มาโนชอ้างยั่วว่าติณห์ให้ไปรับมา จันทร์จรีถามว่าติณห์มีแผนอะไร มาโนชตอบหน้านิ่งว่าติณห์ไม่ได้บอก

    “ฉันอยากจะบ้า ไม่มีแผน! แล้วนัดมันมาสวีตทำอี๋อ๋อกันหรือไงหา!” พูดแล้วแผดเสียงอย่างคลุ้มคลั่ง

    สุดเขตต์ซูมกล้องถ่ายรูปจันทร์จรีกับมาโนช เก็บอาการเกรี้ยวกราดของจันทร์จรีไว้จะจะอีกหลายรูป

    มาโนชที่ได้รับแผนจากติณห์มา พูดเสี้ยมจันทร์จรีให้โกรธถึงจุดเดือดจะได้ทำตามแผนที่วางไว้ เขาทำเป็นพูดห่วงใยติณห์ว่าขืนยังรีรอแทนที่จะได้แก้แค้นกลับจะเป็นฝ่ายที่เสียท่าหลงเสน่ห์ซุปเปอร์สตาร์พราวจนโงหัวไม่ขึ้นเสียเอง
    ได้ผล! จันทร์จรีประกาศไม่ยอมให้พราวแย่งติณห์ไปเด็ดขาด ตนจะแก้แค้นแทนติณห์เอง จิกตาคำรามเหี้ยม...

    “วันนี้นังพราวจะต้องหายไปจากชีวิตฉัน!”

    “เอาเป็นว่าผมไม่รู้ไม่เห็นที่คุณพูดก็แล้วกันนะครับ จะทำอะไรก็ตามสบายครับ” มาโนชกระหยิ่มใจถอยออกไป

    จันทร์จรีค้นตามลิ้นชักหาอะไรที่จะเป็นอาวุธไปทำร้ายพราวได้ แต่ไม่ได้อะไรสักอย่าง ทั้งแค้นทั้งเมาจนงุ่นง่านไปหมด หันไปเห็นมีดปอกผลไม้ เธอพุ่งเข้าไปกำไว้แน่นอย่างสะใจที่ได้เจอ

    สุดเขตต์เก็บภาพเหล่านั้นไว้อย่างมืออาชีพ

    ooooooo

    ติณห์วางแผนไว้อย่างแนบเนียนโดยมีนาโนชเป็นผู้ประสานคอยเสี้ยมจันทร์จรีกับพราวให้ปะทะกัน

    ขณะติณห์พาพราวไปนั่งที่บริเวณสระน้ำที่จัดตบแต่งอย่างเลิศหรูสร้างบรรยากาศให้พราวเคลิ้ม แต่ขณะเขากำลังจะจูบพราวนั่นเอง มือถือก็ดังขึ้น เขารับสายแล้วบอกพราวให้ทานของว่างรอไปก่อนอ้างว่าลูกค้าจำวันนัดทานข้าวผิดตนต้องออกไปพบหน่อย เดี๋ยวจะกลับมา

    แต่พอติณห์ผละไป จันทร์จรีที่กำลังแค้นแน่นอก ถือมีดโผล่ออกมาจากดงจั๋งหรือกะพ้อ สุดเขตต์ย่องตาม

    ใจระทึกว่าจันทร์จรีจะไปฆ่าใคร แต่โชคไม่ดีมาโนชโผล่มาขวางตะคอกถามว่า “ไอ้นักข่าว แกเข้ามาได้ไงวะ!” สุดเขตต์ตกใจ ไม่ทันตั้งหลักก็ถูกมาโนชจับล็อกแขนไว้แล้ว สั่งอย่าขัดขืน ไปคุยกับเจ้านายตนเสียดีๆไม่อย่างนั้นจะแจ้งจับข้อหาบุกรุก

    ตรงนั้นจึงเหลือแต่จันทร์จรีที่ถือมีดหมายฆ่าพราวด้วยมือตัวเอง

    พราวไม่รู้ตัว คุยโทรศัพท์กับแฟรงค์ที่โทร.มาถามข่าวคราว พอกดวางสาย จันทร์จรีก็ก้าวพรวดเข้ามาจะแทง แต่พราวหันมาเห็นพอดี จันทร์จรีจึงลดมีดลง แม้พราวจะตกใจแต่ควบคุมสติได้ ถามจันทร์จรีว่ามาทำไมตรงนี้ ถูกย้อนถามว่าทำไมตนจะมาไม่ได้ เพราะติณห์ไม่เคยห้าม

    “หึ...ถ้าเขาไม่ห้าม งั้นเขาคงไม่ว่าถ้าเธอจะไปเยี่ยมตรีน้องชายเขาเสียหน่อย” จันทร์จรีตกใจแบบ

    วัวสันหลังหวะ พราวจับไต๋ได้ถามว่า “ตกใจทำไม หรือว่าคุณติณห์เขายังไม่รู้ว่าเธอเคยเป็นอะไรกับน้องชายเขามาก่อน?”

    “อย่ามาปากมากเรื่องของฉันนะนังพราว ฉันจะคบหากับใครมาก่อนไม่ใช่กงการอะไรของแก”

    “ใครจะไปอยากยุ่งเรื่องเน่าๆของเธอ! แต่ถามว่าเธอเคยนึกสงสารตรีบ้างไหม ในเมื่อเธอก็รู้ว่าตรีกำลังป่วยหนัก มีชีวิตเหมือนไม่มี นั่งนอนเหมือนผักไม่รับรู้อะไร เธอก็น่าจะทำอะไรเพื่อช่วยตรีบ้าง นึกถึงตอนที่เขารักเธอมาก ช่วยพาเธอเข้าวงการบ้างซี”

    จันทร์จรีแผดเสียงด่าพราวให้หยุดเห่าหอนเสียทีตนไม่อยากรับรู้อะไรเพราะเลิกกับตรีไปแล้ว พราวพูดจี้ใจดำว่าเธอไม่ได้เลิกแต่เธอถีบหัวส่งเขาต่างหากจันทร์จรีโกรธจนตัวสั่นหาว่าพราวใส่ร้ายว่าตนเป็นคนทำให้ตรีเป็นอย่างนั้น

    “เปล่า! ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนไหนที่ทำให้ตรีเสียใจจนขับรถไปคว่ำ เเต่ดู เหมือนว่าเธอจะร้อนตัว”

    “มึง!!” จันทร์จรีชี้หน้าพราวปากคอสั่น

    “อย่ามาขึ้นมึงขึ้นกูกับฉันนะ แล้วถ้าไม่อยากฟังฉันก็ย้ายก้นไปซะ พื้นที่ตรงนี้เป็นของฉัน ฉันต้องการความสงบ เคลียร์นะ!”

    พราวเดินเฉียดจันทร์จรีไป แม่นั่นยิ่งแค้นจนตัวสั่นกำมีดหันมองพราวราวกับสัตว์ร้ายหมายขย้ำเหยื่อ!

    ooooooo

    จันทร์จรีจินตนาการในการฆ่าพราวอย่างสะใจ แล้วกำมีดย่องไปหมายฆ่าตามที่คิดไว้

    พราวไม่รู้ตัว เธอกำลังคุยกับสมชายที่โทร.มาถามว่าตอนนี้เธออยู่ไหน อยู่ส่วนไหนของบ้านติณห์ พราวตอบกวนๆ ว่าให้เดาเอาเอง พอเขาเดาว่าห้องนอน เธอจึงบอกว่าอยู่ริมสระน้ำ พอรู้ว่าพราวอยู่ตรงไหนสมชายก็วางสายทันที

    จันทร์จรีย่องมาข้างหลังพราวเงื้อมีดจะแทง เงาสะท้อนลงในสระน้ำ พราวเห็นเงาในน้ำก็ตกใจเหวี่ยงมือที่ถือโทรศัพท์ไปข้างหลัง ทิ่มเข้าตาจันทร์จรีเต็มเหนี่ยว จันทร์จรีล้มทั้งยืนพลัดตกลงไปในสระตูม!

    พราวตกใจเหลียวมองทำให้เสียหลักเพราะรองเท้าส้นสูงเสียศูนย์ ทำท่าจะตกน้ำไปอีกคน มือเธอไขว่คว้าไปในอากาศ พลันก็มีมือหนึ่งมาดึงเข้าไปกอด พอหันมองเห็นเป็นสมชาย เธอตกใจถามว่า โผล่มาได้ยังไง?!

    สมชายดุว่าห้ามแล้วยังมาที่นี่คนเดียวอีก พราวแว้ดว่าอย่ามาตวาด ตนไม่ใช่เด็กอมมือ แล้วทุบอกเขาพลั่กๆจนจุก

    จันทร์จรีผลุบๆโผล่ๆอยู่ในน้ำ ทำเป็นร้องขอความช่วยเหลือเหมือนจะจมน้ำมีดร่วงจากมือจมลงก้นสระ แต่พราวกับสมชายมัวแต่ต่อปากต่อคำยียวนกัน จนสมชายหันเห็นจันทร์จรีทำท่าจะจมน้ำ เขาถอดรองเท้าถอดเสื้อเหลือแต่กางเกง โดดน้ำไปอุ้มจันทร์จรีขึ้นมา เธอแกล้งทำเป็นตาย สมชายตัดสินใจจะผายปอด แต่พอก้มหน้าเข้าใกล้ จันทร์จรีก็ลืมตาฟึ่บ!สมชายผงะออกมาทำหน้าสยองเพราะเหม็นกลิ่นเหล้าจนทนไม่ได้

    พราวเห็นสมชายใกล้ชิดจันทร์จรีก็หึงไม่รู้ตัว จันทร์จรีเห็นดังนั้นหัวเราะเยาะว่าซุปเปอร์สตาร์หึงบอดี้การ์ด

    “นี่คุณหยุดเลยนะ” สมชายตวาด “อย่าพูดอะไรให้คุณพราวเสียหายอีก” จันทร์จรีถามว่าทำไมพูดไม่ได้

    สมชายบอกว่าถ้าพูดอีกจะจับโยนน้ำเดี๋ยวนี้ จันทร์จรีท้าทายจนถูกจับโยนน้ำจริงๆ

    ooooooo

    มาโนชลากสุดเขตต์ไปให้ติณห์จัดการ ยึดกล้องไปแกะเอา SD การ์ดออกส่งให้ติณห์ แต่หารู้ไม่ว่าสุดเขตต์ได้เปลี่ยน SD การ์ดไปแล้ว

    ติณห์เค้นให้บอกมาว่าถ่ายรูปอะไรไว้บ้าง สุดเขตต์บอกให้เขาไปเปิดดูเอาเองจะเสียเวลามาถามทำไมติณห์ด่าสุดเขตต์ว่าทำตัวเป็นโจรแอบปีนเข้ามาในบ้านตน คิดว่าไฮโซอย่างตนดีแต่ขู่ใช่ไหม แล้วต่อยเปรี้ยงจนสุดเขตต์หน้าหันแต่เขาก็ถูกสุดเขตต์ต่อยคืนจนหน้าหันเช่นกัน

    มาโนชเห็นเจ้านายถูกต่อยก็พุงเข้าเล่นงานสุดเขตต์โดยมีสมุนสองคนเข้ากรุ้มรุม ติณห์ตวาดให้ทุกคนถอย ตนจะสั่งสอนเอง ขณะติณห์กำลังจะเล่นงานสุดเขตต์โดยมีลูกน้องคอยคุมเชิงอยู่นั้น พนักงานจากเรือนจัดเลี้ยงคนหนึ่งก็เข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องกับจันทร์จรี ติณห์คิดว่าจันทร์จรีจัดการพราวได้ตามแผนของตนแล้วเขาผละจากสุดเขตต์ไปทันที

    แต่ไปถึงริมสระน้ำ กลายเป็นจันทร์จรีกำลังตะเกียกตะกายโวยวายอยู่ในสระ พอเห็นติณห์มาก็ฟ้องว่าบอดี้การ์ดของพราวจับตนโยนน้ำ สมชายสวนไปว่าจันทร์จรีตบพราวทำร้ายพราว แต่โชคร้ายที่ตนมาทัน ตัวเองเลยต้องลงไปลอยคออยู่ในสระแทน มาโนชโผล่มาบอกว่าเมื่อกี๊เห็นดื่มเข้าไปหลายแก้ว ถูกติณห์ตวาดว่าจะมัวพูดทำไมเอาตัวขึ้นจากสระพาไปให้พ้น

    ติณห์หันมาโอ๋พราวถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า สมชายบอกว่าดีที่ตนมาทันพราวถึงได้มายืนให้เขาถามอยู่อย่างนี้ ติณห์ตวาดว่าเข้ามาบ้านตนได้อย่างไรตนไม่ได้เชิญ พราวเห็นสุดเขตต์ยืนอยู่เลยถามเบี่ยงเบนว่าแล้วนักข่าวคนนี้เข้ามาได้อย่างไร เดี๋ยวรูปตนก็หลุดออกไปอีก ติณห์บอกว่าเขาเข้ามาเอง

    สมชายเห็นเป็นโอกาส บอกว่าเดี๋ยวตนจัดการอบรมให้เอง หันบอกสุดเขตต์ให้ไปกับตนเดี๋ยวนี้ หันบอกพราวว่า

    “ส่วนคุณพราว เตรียมตัวกลับเลยนะครับ เดี๋ยวผมไปเอารถมารับข้างหน้า” พูดแล้วคุมสุดเขตต์ออกไปเลย

    ooooooo

    สมชายทำเป็นคุมสุดเขตต์ออกจากบ้านมาที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขา ถามว่าได้อะไรมาบ้าง สุดเขตต์ล้วง SD การ์ดจากกระเป๋าลับให้บอกว่า

    “อยู่ในนี้ครับ ได้รูปมาไม่มาก ดีที่ผมแอบสับเปลี่ยนการ์ดในกล้องเสียก่อน ไม่งั้นเสร็จนายติณห์”

    “ขอบคุณมากที่ช่วยเป็นสายสืบเฉพาะกิจให้ผม รีบไป แล้วคุยกัน” ต่างยกมือตบกันแล้วแยกไปคนละทาง

    พราวถือกระเป๋ามารอสมชายที่หน้าบ้าน ติณห์ตามมาแสดงความเสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ บอกว่าเดี๋ยวจะลงโทษจรีให้เด็ดขาด พราวแสดงตัวเป็นนางเอก บอกว่าตนไม่โกรธเขาแต่สำหรับจันทร์จรีถึงลงโทษไปก็ไม่มีทางคิดได้หรอก ตนไม่อยากพูดอะไรมาก แต่ “หวังว่าสักวัน คุณจะได้รู้อะไรๆในตัวจรีดีขึ้นด้วยตัวของคุณเองค่ะ”

    สมชายเดินเข้ามาถามกวนๆว่า “ล่ำลากันเรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญขึ้นรถ”

    ก่อนไปกับสมชาย พราวบอกติณห์ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ใช่ความผิดของเขา พอเดินผ่านสมชายไปขึ้นรถได้ยินเขาเหน็บว่า “อ่อนหวานเป็นนางเอกเหลือเกิน” พอสมชายออกรถ ติณห์โบกมือให้พราวอย่างอ่อนหวาน แต่พอหันจะเดินเข้าบ้านเท่านั้น สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นแค้นทันที

    ติณห์เดินไปดูรอบสระเห็นมีดปอกผลไม้จมอยู่ก้นสระ พอดีมาโนชเข้ามารายงานว่า ดูจากกล้องวงจรปิด เห็นสุดเขตต์ปีนเข้ามาจากรั้วด้านข้าง ส่วนสมชายใช้บัตรตำรวจบอกยามว่าพราวสั่งให้มารับ ยามจึงให้เข้ามา

    “ไอ้พวกโง่ ไล่มันออกให้หมด” ติณห์โมโห “ยังมีนังหน้าโง่อีกตัวที่ฉันต้องไปจัดการ แผนยืมมือมันฆ่าคงจะสำเร็จถ้ามันไม่สะเออะกินเหล้าเข้าไป... ลงไปงมมีดขึ้นมาจากสระทำลายหลักฐานเสียด้วย”

    สั่งมาโนชแล้วเดินเลยไป ส่วนมาโนชเดินไปเก็บมีดที่ก้นสระ

    ooooooo

    จันทร์จรีเปลี่ยนใส่ชุดนอนบางเบาเมาอยู่บนเตียง ติณห์เข้ามากระชากขึ้นถามอย่างดุดันว่า คิดจะทำอะไรพราว!

    จันทร์จรีบอกว่าตนจะช่วยฆ่าพราวให้เขา ถูกติณห์ปรามว่าทีหลังถ้าริจะทำก็ทำให้สำเร็จ จับเธอกระแทกลงไปพูดใส่หน้า “ฉันผิดหวังเธอจริงๆ” ติณห์ไล่ให้ออกจากบ้านแล้วไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก จันทร์จรีบีบน้ำตาอ้อนวอนอย่าไล่ตนเลย สัญญาว่าคราวหลังจะไม่ทำให้เขาผิดหวังอีก

    “จริงนะจรี อย่าทำให้ฉันผิดหวังอีกนะ ฉันเองก็ไม่อยากเสียเธอไปหรอก ฉันจะให้ทั้งตัวและทุกอย่างที่ฉันมีกับเธอ”

    “ค่ะ ไม่ว่าคุณจะให้จรีทำอะไร จรีจะทำให้ทุกอย่าง ชีวิตของจรีเป็นของคุณ!” เธอจับมือติณห์แนบแก้มตัวเองอย่างลุ่มหลง ติณห์ยิ้มร้าย พอใจ

    ooooooo

    ระหว่างนั่งรถไปกับสมชาย พราวโทร.คุยกับแฟรงค์ เหลือบมองสมชายเห็นเขาเต๊ะขรึม หมั่นไส้เลยพูดยั่วว่า สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายมาหาตน ทำให้สมชายฉุนขาด เบรกรถจนพราวหัวคะมำเกือบกระแทกคอนโซล

    สมชายลงจากรถเดินไป พราวตามไปยั่วกวนประสาท ต่อปากต่อคำกันเจ็บๆคันๆแต่รื่นรมย์ใจ สมชายด้านหนึ่งก็แสดงความเป็นห่วงอีกด้านก็หมั่นไส้ เคือง ที่พราวดื้อมากับคนขับรถของติณห์ตามลำพัง พาลตำหนิแฟรงค์ว่าเป็นผู้จัดการประสาอะไรปล่อยให้เธอไปกับคนอื่นตามลำพัง

    พราวห้ามพาดพิงถึงแฟรงค์ ทำเชิดไม่แยแสกับคำตัดพ้อตำหนิ พอสมชายหยุดพูด พราวหันมองปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว มองหาเห็นเขากำลังเดินหัวเสียอยู่ข้างหน้า พราวเลยตามไปหยอกล้อ เย้าแหย่ จนสมชายหันบอกว่า

    “ไม่ต้องมาทำตัวน่ารัก แล้วก็เอาแหวนกันผีของคุณไปไกลๆผมกลัว!”

    “ชิ! เห็นง้อหน่อยทำเป็นเล่นตัว นี่...คอยด้วยซี” พราวรีบเดินตามร้องเรียก “ยู้ฮู...ๆ สมชาย...รอด้วย...”

    สมชายหันไปเอ็ดว่าหยุดเรียกเสียทีได้ไหม พลันพราวก็ร้องว้าย แล้วทรุดจับรองเท้าเพราะเดินสะดุดก้อนหินจนส้นหัก พาลใส่ก้อนหินว่าเกะกะทำรองเท้าราคาแพงของตนส้นหัก แล้วเอาตอกใส่หินจะให้ส้นติดเหมือนเดิม

    สมชายรำคาญบอกว่ารองเท้าไม่ใช่เสาเข็มตอกเข้าไปมันก็ไม่ติดหรอก ถูกพราวหาว่าเอาแต่ด่าไม่ตอกเข้าไปแล้วจะเดินยังไง สมชายบอกให้เดินเท้าเปล่า พราวเลยเดินเท้าเปล่าข้างหนึ่งใส่รองเท้าส้นสูงข้างหนึ่งโขยก– เขยกไป สมชายดูแล้วทนไม่ไหวเลยมาช้อนตัวอุ้มไป

    พราวแอบยิ้มมีความสุขที่ได้รับการดูแลจากสมชาย แม้เขาจะทำเป็นรำคาญแต่เวลาอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้ว พราวรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย

    ooooooo

    กลับมาเล่าเรื่องที่ถูกจันทร์จรีจ้องทำร้ายให้แฟรงค์ฟังที่บ้านพราวแสง แฟรงค์ทั้งตกใจทั้งโกรธ เอมี่ถามสมชายว่าจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไรตอนที่เขาเข้าไปช่วยพราว

    “ผมเข้าไปตอนที่คุณจรีตกสระไปแล้วครับ คุณพราวกำลังจะตก”

    สมชายตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งที่ติณห์รู้ว่าจันทร์จรีจ้องเล่นงานพราวก็ยังหายไปเหมือนเปิดโอกาสให้จันทร์จรี เอมี่เห็นด้วยกับสมชาย แต่พราวแก้ต่างว่าติณห์มีธุระและเขาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ทั้งยังขอร้องแฟรงค์ที่ฮึดฮัดจะเอาเรื่องว่าอย่าไปอาละวาดติณห์เลยสงสารเขา แฟรงค์โต้ว่าคนที่น่าสงสารที่สุดคือพราวเองต่างหาก

    “หนูไม่น่าสงสารเท่าคนที่มีน้องชายเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิตหรอกพี่” แล้วพราวก็เล่าเรื่องตรีให้ทุกคนฟังซึ่งทั้งแฟรงค์และเอมี่ต่างรู้จักตรีดี เธอเล่าว่า “ตรีขับรถชนค่ะ แล้วตอนนี้ก็นอนไม่รับรู้อะไรเหมือนผักอยู่บนเตียง”

    เวลาเดียวกัน พอจันทร์จรีสร่างเมาก็แอบมาที่ห้องตรี เห็นตรีนั่งวีลแชร์อยู่ที่ประตูระเบียง เธอเดินเข้าไปมองหน้าเขาเต็มๆ แล้วตัวเองก็ผงะแต่ก็กลั้นใจพูดย้ำกับตรีว่า

    “ฉันบอกคุณไปแล้วนะตรีว่าไม่เคยรักคุณเลย ทำไมคุณไม่ไปให้พ้นๆจากชีวิตฉัน ทำไมต้องเป็นน้องชายคุณติณห์ด้วย ฉันรักคุณติณห์มาก ได้ยินไหม ฉันรักพี่ชายคุณ รักทั้งตัวเขาทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเขา”

    ตรีนิ่ง แต่ใบหน้าเขาเหมือนกำลังรับรู้สิ่งที่จันทร์จรีพูด เธอเข้าไปย่อยองๆมองหน้าเขาตอกย้ำอีกว่า

    “ตรี...ถ้าคุณรักฉันจริง ขอร้องล่ะนะ จะอยู่อย่างนี้ก็อยู่ไป แต่อย่าฟื้นขึ้นมานะ ไม่อย่างนั้นคุณได้ตายจริงๆแน่ ฉันไม่ได้ขู่นะ ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณติณห์ ฉันจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด”

    จันทร์จรียื่นมือไปบีบสายระโยงระยางที่ช่วยพยุงหัวใจตรี บีบแน่นเข้า...แน่นเข้า จนหัวใจตรีเต้นแรงมาก

    ติณห์เปิดประตูเข้ามา! จันทร์จรีรีบปล่อยมือจากสายยางลุกขึ้น ติณห์ถามไม่พอใจว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ จันทร์จรีตีหน้าเศร้าบอกว่ามาลาน้องชายเขา แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องย้ำกับติณห์ว่าไม่ต้องห่วงตนจะแก้แค้นพราวให้เขาเอง โผกอดติณห์บอกว่าตนต้องไปเตรียมตัวงานเดินแบบแล้ว ติณห์ยืนนิ่งสีหน้าเย็นชา ไม่กอดตอบ แต่ย้ำว่า

    “หวังว่าคุณจะไม่ผิดคำพูดที่บอกไว้กับน้องผมนะ” จันทร์จรีฝืนใจรับคำแล้วออกไป ติณห์พูดกับตรีน้ำตาคลอว่า “พี่จะรีบแก้แค้นให้เร็วที่สุด แต่ตรีต้องสัญญานะ ว่าตรีจะต้องฟื้นกลับมาหาพี่ให้ได้ พี่รอน้องอยู่ รีบกลับมานะ...”

    ooooooo

    ที่บ้านพราวแสง แฟรงค์กับเอมี่และพราวยังคุยกันถึงเรื่องตรีโดยมีสมชายยืนฟังอยู่ด้วย ทั้งสามพูดถึงผู้หญิงที่ทำให้ตรีเสียใจขับรถชนจนอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา

    ทั้งสามต่างรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือจันทร์จรีแต่พราวก็ไม่กล้าพูดเพราะไม่มีหลักฐาน แฟรงค์ถามว่าแล้วติณห์รู้หรือเปล่า

    “ไม่รู้ค่ะ และคิดว่าจรีก็ไม่อยากให้รู้ด้วย”

    แฟรงค์ฟังพราวแล้วหัวเราะก้ากๆ แต่ไม่ยอมบอกว่าขำเรื่องอะไร จนวันต่อมาแฟรงค์ไปที่บริษัทของติณห์ พนักงานที่เคาน์เตอร์ถามว่ามีอะไรให้รับใช้หรือถึงได้มาแต่เช้า

    “พี่จะมาแฉแต่เช้า” แฟรงค์ลอยหน้าเสียงดังตามประสา จันทร์จรีที่ออกจากห้องรับเช็คค่าตัว ถือเช็คเดินยิ้มออกมา เห็นแฟรงค์ก็รีบหลบแอบฟัง พอรู้ว่าแฟรงค์มาหาติณห์ จันทร์จรีตกใจกลัวแทบประสาทเสีย พึมพำแค้น

    “อีแฟรงค์ มึงจะมาแฉกูเหรอ ฮึ่ม!” แล้วรีบเดินตามแฟรงค์ไป แฟรงค์เห็นติณห์เข้าลิฟต์ก็จะเรียกแต่ประตูลิฟต์ปิดเสียก่อน แฟรงค์บอกตัวเองอย่างหมายมาดว่า

    “ยังไงๆวันนี้ฉันต้องแฉแกให้ได้นังชะนี เมื่อแกไม่หยุดฉันจะหยุดแกเอง ให้คุณติณห์รู้เช่นเห็นชาติแกซะทีว่าแกนั่นแหละที่เคยคั่วกับน้องชายเขา แล้วเฉดหัวเขาทิ้ง”

    แฟรงค์ตัดสินใจวิ่งลงบันไดหนีไฟจะไปดักพบติณห์ จันทร์จรีเห็นดังนั้นรีบตามไปคิดหาวิธีกำจัดแฟรงค์ไปด้วย

    “อีผู้จัดการจอมแฉ ถ้ากำจัดแกเสียคน ก็เท่ากับกำจัดอดีตเน่าๆของฉันทิ้งได้ จะกำจัดมันยังไงดี?”

    แฟรงค์วิ่งลงไปจนถึงที่พักชั้นห้า จันทร์จรีตามมาเห็นรถเข็นใส่กล่องอุปกรณ์พรินต์เตอร์วางอยู่ จันทร์จรีเข็นรถพุ่งลงไปทางบันไดหนีไฟ รถไหลครืดๆลงไปทับแฟรงค์ที่ต้นคอและหลัง จันทร์จรีแอบมองอย่างสะใจแล้วรีบวิ่งขึ้นชั้นหกหนีไปทันที

    พนักงานที่เข็นรถเดินมาหารถไม่เจอ ได้ยินเสียงแฟรงค์ร้องขอความช่วยเหลือ พวกเขารีบลงไปช่วยแฟรงค์ลุกขึ้นกุมคอครวญ...

    “โอย...สันคอฉัน...คอฉัน...”

    ooooooo

    สมชายเอา SD การ์ดไปให้สหวุฒิ บอกว่านี่คือรูปถ่ายจากฝีมือสุดเขตต์สายสืบเฉพาะกิจของเรา

    ผู้กำกับถามว่าได้เรื่องนายตรีน้องชายไฮโซติณห์ไหม

    “ได้ครับ คุณพราวรู้จักกับนายตรี แต่ไม่รู้มาก่อนว่านายตรีเป็นพี่น้องกับไฮโซติณห์”

    “แล้วไฮโซติณห์ล่ะ รู้หรือเปล่าว่าคุณพราวเคยรู้จักสนิทสนมกับน้องชายตัวเองมาก่อน?”

    “เท่าที่ผมฟังจากคุณพราวเล่า ดูเหมือนไฮโซติณห์ก็ไม่รู้มาก่อน เพิ่งจะมารู้วันนี้เอง แต่จริงๆไฮโซติณห์จะรู้มาก่อนหรือเปล่า เรื่องนี้มีแต่ไฮโซติณห์เท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจ แต่คุณพราวกับนายตรีเป็นแค่เพื่อนกันครับ ไม่ได้คบหากันอย่างที่เราตั้งข้อสงสัย แต่คนที่เคยคบหาเป็นแฟนกับนายตรีแน่ๆคือคุณจันทร์จรีต่างหาก”

    สหวุฒิฟังและลำดับเรื่องราวอย่างเข้าใจเพราะรู้ที่มาที่ไปของจันทร์จรีอยู่แล้ว สมชายบอกว่าสาเหตุที่ทำให้ตรีขับรถไปคว่ำก็เพราะถูกผู้หญิงทิ้ง สหวุฒิถามว่าแล้วตัวเขาเองคิดอย่างไร

    “ผมไม่ไว้ใจไฮโซติณห์ครับ ยิ่งวันนี้ ดาราที่ชื่อจันทร์จรีพยายามจะเข้ามาทำมิดีมิร้ายคุณพราว ตอนที่ไฮโซติณห์ทิ้งคุณพราวให้อยู่ตามลำพัง ผมว่ามันประจวบเหมาะเกินไป”

    “เอาล่ะ...ผมรู้แล้วว่าจะต้องจับตาดูใครบ้าง” ผู้กำกับสหวุฒิพยักหน้าอย่างเข้าใจเรื่องราวตามที่สมชายเล่า

    ooooooo

    วันนี้ พราว และเอมี่ ไปเยี่ยมเยือนบ้านแสนรักโดยมีนักข่าวตามมาเป็นพรวน แม่แก้วตื่นเต้นมาก รีบพามีนไปซ่อนกำชับไม่ให้ออกมา แล้วตัวเองก็กระวีกระวาดไปรับพราว โดยมีแมนแต่งหล่อคอยช่วยดูแล

    พราวได้รับช่อดอกไม้จากเด็กๆ และกล่าวต้อนรับด้วยความดีใจ ชื่นชมที่ซุปเปอร์สตาร์มาเยี่ยมถึงบ้าน พราวเองก็มีของขวัญมาฝากเด็กๆ ถามเอมี่ว่าอยู่ไหน เอมี่บอกว่าอยู่ที่รถแล้วจะไปเอา ปรากฏว่าสมชายหยิบมาให้แล้ว

    พวกเด็กๆได้รับแจกขนมนมเนยของเล่นและเครื่องเขียนต่างพากันตื่นเต้นดีใจ

    ส้มจี๊ดเพิ่งจะรู้ ลากสุดเขตต์รีบตามไป เจ็บใจที่ถูกพราวปิดไม่อยากให้ตนมาทำข่าว แต่ปิดตนไม่มิดหรอก

    แม่แก้วไปรื้อรูปเก่าๆสมัยพราวเพิ่งเข้าวงการและมาเยี่ยมบ้านแสนรักกับดาราดังเวลานั้นมาให้พราวดู แต่พราวจำไม่ค่อยได้แล้ว แม่แก้วยังพูดถึงมีนว่า

    “มีนดีใจมากที่รู้ว่าคุณมา อยากออกมาต้อนรับด้วยตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ ขอบคุณนะคะที่เมตตาให้งานมีนทำ”

    “พราวต่างหากที่ต้องขอบคุณมีนที่ช่วยให้ชีวิตพราวดำเนินต่อไปได้ ถ้าไม่มีมีน ป่านนี้พราวอาจจะถอดใจออกจากวงการไปแล้ว” พราวพูดจากใจจริง

    สุดเขตต์มาถึงไม่นานก็แอบขึ้นไปหามีนที่ห้อง ทั้งสองคุยกันด้วยความรักและคิดถึง แต่ไม่นานส้มจี๊ดก็เอะใจว่าสุดเขตต์หายไปไหน เงี่ยหูฟังได้ยินเสียงเขาคุยกับใครอยู่ในห้อง ไปร้องเรียกให้เปิดประตู ไม่ทันใจเลยจับลูกบิดบิดไปมาอย่างแรงทั้งยังเอาตัวกระแทกจนลูกบิดที่เก่าแล้วหลุด ประตูเปิดผลัวะ!

    มีนกับสุดเขตต์ตกใจ ส้มจี๊ดเห็นหน้ามีนมีปานแดงก็ทำท่ารังเกียจ ดูถูก จนสุดเขตต์โมโหสั่งให้ขอโทษมีนเดี๋ยวนี้

    “ทำไมฉันต้องขอโทษ ก็ดูดิ หน้าเป็นอย่างนั้น ใครจะไม่ตกใจวะ แกน่ะมานี่เลย” ส้มจี๊ดลากแขนสุดเขตต์

    ออกไปนอกประตูพูดอย่างรังเกียจ “ไปเข้าใกล้ทำไม เขาเป็นโรคติดต่อรึเปล่าก็ไม่รู้”

    “ไอ้ส้มจี๊ด! หยุดว่าเขาเดี๋ยวนี้นะ ทำไมนิสัยแกถึงดูถูกคนอย่างนี้ นึกถึงใจเขาบ้างไหมว่าจะเสียใจขนาดไหน”

    “เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” มีนขัดขึ้น “ก็หน้าฉันน่าเกลียดแบบนี้ คนที่ไม่เคยรู้จักก็ตกใจกันทั้งนั้น” แล้วชี้แจงกับส้มจี๊ดว่า “คุณเขาเจอฉันไม่สบายน่ะค่ะ ก็เลยพามาส่งห้อง พอดีลูกบิดประตูไม่ค่อยดี ก็เลยเปิดลำบาก ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย” พูดแล้วมีนปิดประตูนั่งร้องไห้เงียบๆ แต่ก็ยังได้ยินเสียงส้มจี๊ดโวยวายกับสุดเขตต์อยู่หน้าห้อง

    “อะไรอ่ะ คนตกใจผิดด้วยเหรอ” สุดเขตต์ถามว่าแล้วทำไมต้องพังประตูเข้าไป “ก็ฉันได้ยินเสียงแว่วๆ แกคุยกับผู้หญิง แกก็รู้ว่าฉันรักแก ฉันหวงแกแค่ไหน”

    “พอทีเถอะ เมื่อไหร่แกจะเลิกบ้าเสียที” สุดเขตต์เสียงเข้มแล้วเดินหนี ส้มจี๊ดรีบตามไปกระแซะอ้อนว่า

    “บ้าก็บ้ารักแกนั่นแหละ แกกับฉันเหมาะสมกันมากเลยรู้ไหม ฮิๆ”

    มีนได้ยินทุกถ้อยคำ จึงรู้ว่าระหว่างสุดเขตต์กับส้มจี๊ดมีเรื่องรักๆใคร่ๆกันอยู่

    “คุณน่าจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้ารักคนอื่น...” มีนคิดเปรียบเทียบ น้ำตาร่วง...

    พราวไปนั่งพักที่โต๊ะรับรองแขกแล้ว ถามสมชายว่าทำไมเขาไม่จัดการกับช่างภาพคนนั้น ปล่อยให้ตามปาปารัซซี่ชีวิตตนอยู่อีก สมชายทำเป็นอ้ำอึ้งไม่อยากบอก พราวรบเร้าจนเขาโพล่งออกไปว่าสุดเขตต์เป็นแฟนกับมีน

    พราวตกใจถามว่าถ้าอย่างนั้นสุดเขตต์ก็ต้องรู้เรื่องมีนปลอมเป็นตนด้วย สมชายบอกว่าสุดเขตต์รู้หมดทุกอย่าง รู้ก่อนตนด้วย ถูกพราวต่อว่าที่ไม่บอก ปล่อยให้ตนเซ่ออยู่ได้ ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปว่าตนมีตัวปลอม ไม่ใช่แค่พราวจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้เท่านั้น แต่พราวจะเน่าตายแบบไม่มีหลุมให้ฝังกลบด้วย

    สมชายถามว่าเธอกลัวกับการต้องตายไปจากวงการดาราด้วยหรือ ทั้งที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหนีจากวงการนี้ด้วยซ้ำ

    “คุณไม่เข้าใจเหรอ ฉันยอมจากวงการในตอนที่ตัวเองยังมีชื่อเสียง ดีกว่าต้องออกไปอย่างดับอนาถ!!”

    ทันใดนั้น เอมี่ถือโทรศัพท์หน้าตาตกใจสุดขีดวิ่งมาบอกพราวว่า “เกิดเรื่องแล้ว พี่แฟรงค์...พี่แฟรงค์!!”

    “พี่แฟรงค์ทำไม พี่แฟรงค์เป็นอะไรเอมี่!” พราวตกใจมาก

    ooooooo

    พวกพราวรีบไปที่โรงพยาบาล พอไปถึง พราวโผเข้ากอดแฟรงค์ร้องไห้โฮ ถามว่าใครทำพี่แฟรงค์

    แฟรงค์บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ ตนไม่เป็นอะไรมาก ขอบใจทุกคนที่เป็นห่วง ตนไม่ยอมตายก่อนเด็กๆจะดังหรอก

    สมชายเอะใจถามแฟรงค์ว่าเมื่อกี๊บอกว่ารถเข็นร่วงลงมาใส่เองหรือ แฟรงค์ตอบว่า “มั้ง” สมชายถามว่า แล้วมันร่วงลงมาได้ยังไง? แฟรงค์ตอบมั่วว่า “ผีผลักมั้ง”

    “ไม่หรอกพี่แฟรงค์ มีคนจ้องจะกำจัดพี่เหมือนกับที่จ้องจะฆ่าพราว ต้องใช่แน่ๆ”

    ครู่เดียวติณห์ก็มาเยี่ยม พราวบอกว่ามีคนจงใจฆ่าพี่แฟรงค์ ติณห์ตกใจเพราะไม่คิดว่าจันทร์จรีจะทำถึงขนาดนี้

    ที่หน้าห้อง จันทร์จรีมาสอดแนมอาการของแฟรงค์ บ่นอย่างเจ็บใจว่า

    “ยังจะรอดอีก ขอให้แกพิกลพิการเป็นอัมพาตลิ้นไก่ขาด พูดไม่ได้ยิ่งดี อีผู้จัดการนรก!” แต่พอหันกลับก็ตกใจเมื่อเห็นมาโนชยืนอยู่ข้างหลัง มาโนชถามว่าฝีมือเธอหรือ ทีแรกจันทร์จรีปฏิเสธแต่พอมาโนชบอกว่าตนได้ยินเธอพูดเมื่อกี๊นี้ เธอจึงยอมรับแต่ปรามว่า “อย่าแส่นะ ไม่ใช่แค่นังพราวคนเดียว ไม่ว่าหน้าไหนที่มาขวางทางฉันกับคุณติณห์ ฉันไม่เอาไว้ทำยา!”

    พูดแล้วจันทร์จรีผละไปอย่างเคียดแค้น มาโนชมองตามอย่างหนักใจที่ดูท่าจะคุมเธอไม่อยู่เสียแล้ว

    ooooooo

    พราวมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน โทษว่าต้นเหตุเพราะตนทำให้แฟรงค์พลอยรับเคราะห์ไปด้วย แฟรงค์บอกพราวอย่าโทษตัวเองเลย ติณห์แทรกขึ้นทันทีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีส่วน

    เป็นเรื่องทันที! สมชายถามว่าตำรวจมีส่วนยังไง?! ติณห์โทษว่าตราบใดที่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ พราวก็ต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนี้

    “จับไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ตามจับ”

    “งั้นคุณควรจะเอาเวลาไปตามจับมันให้ได้ดีกว่านะครับ ส่วนคุณพราวผมจะดูแลเองระหว่างที่คุณแฟรงค์รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล” สมชายโต้ว่าเขาจะทำอะไรก็ทำไปแต่ไม่มีสิทธิ์มาห้ามตนดูแลพราว “ผมมีสิทธิ์ ผมเป็นคู่หมั้นของคุณพราว!”

    “ผมไม่สนหรอกคู่หมั้น คนที่จะไล่ผมไปจากหน้าที่บอดี้การ์ดนี้ได้คือคุณพราวคนเดียวเท่านั้น”

    ทั้งสองโต้เถียงกันจนพยาบาลมาเตือนว่าอย่าส่งเสียงดังกันในนี้ ติณห์จึงชวนสมชายไปคุยกันข้างนอก

    ออกไปคุยกันที่ดาดฟ้าโรงพยาบาล สมชายบอกว่ามาเปิดอกพูดกันเลยตรงๆ แบบลูกผู้ชาย สมชายพูดไม่ทันสิ้นเสียง ติณห์ก็ชกหน้าเขาทันที ตวาดไล่ “ไสหัวไปให้พ้นจากคู่หมั้นฉัน!” ติณห์หาว่าสมชายมาเฝ้าพราวเพื่อให้เธอเปลี่ยนใจจากตนไปรักตัวเอง ปรามาสว่าต่อให้เขารักพราวจนตายแทนได้ พราวก็ไม่มีวันเลือกเขา ไม่เพียงเท่านั้นยังดูถูกว่า

    “อย่าเหนื่อยเปล่าเลยสมชาย พราวเขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ ชีวิตเขาเลอค่ามากกว่าจะมาเกลือกกลั้วกับคนธรรมดาๆอย่างแก นี่...คนรักของซุปเปอร์สตาร์มันต้องเพียบพร้อมอย่างนายติณห์ชื่อดังคนนี้ไม่ใช่แกไอ้สมชาย ตำรวจโนเนม!”

    สมชายต่อยเปรี้ยงที่หน้าติณห์เต็มแรง ติณห์เงื้อหมัดจะสวน ก็พอดีพราวมาถึงตะโกนขึ้น

    “หยุดนะนายสมชาย! ทำไมถึงทำอย่างนี้ ไปทำร้ายคุณติณห์เขาทำไม คุณติณห์เขาเป็นคนดีนะ เขาเอาชื่อเสียง เอาศักดิ์ศรีปกป้องฉันมาตลอด คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับเขาอย่างนี้”

    สมชายโต้ว่าตนมีแต่ชีวิตถูกๆแค่นี้เอาไว้ปกป้องเธอ เธอเลยไม่เคยเห็นค่าของตน พราวพยายามจะชี้แจงแต่สมชายไม่ฟังพูดอย่างตัดใจว่า “ผมถือว่าคุณเลือกแล้วว่าอยากให้เขาดูแล ไม่ใช่ผม” แล้วเดินไปเลย

    พราวใจหาย แต่ยังห่วงติณห์ หันไปดูแลเขา เห็นว่าไม่เป็นไรแล้ว บอกเขาว่า “เดี๋ยวมานะคะ ฉันต้องคุยกับนายสมชายค่ะ เขาก็ช่วยดูแลฉันมาก” ติณห์พยายามจะทัดทานแต่พราววิ่งไปแล้ว เลยหัวเสียฮึดฮัดอยู่ตรงนั้น

    พราววิ่งตามร้องเรียกสมชาย...สมชาย... แต่เขาไม่ยอมหยุด พราวเลยหยุดตะโกนบอกเขาว่า

    “คุณจะไปก็ตามใจนะ แต่ฉันเห็นค่าของคุณเสมอ คุณยังเป็นหลุมหลบภัยสำหรับพราว”

    “ผมควรจะสำนึกใช่ไหมว่าตัวเองเป็นได้แค่นั้นสำหรับคุณ” สมชายหันถามด้วยน้ำเสียงขมขื่นประชด ประชันว่า

    “แค่นั้นของคุณ แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับฉันมากนะ สิ่งที่คุณทำให้ฉัน ไม่มีใครมาทำแทนคุณได้ ไม่มีใครมาดูแลฉันได้ดีเท่าคุณหรอก คุณเป็นทั้งบอดี้การ์ดและคนที่รู้ใจฉันที่สุด ถ้าไม่มีคุณ ฉัน...ฉันก็ไม่มั่นใจเลยว่าต่อไปชีวิตพราวจะเป็นยังไง”

    “ถ้างั้นก็มากับผมสิ เลิกกับนายติณห์แล้วเลือกผมเลย ผมอยู่นี่แล้ว” สมชายกางแขนรอ แต่พราวอึ้ง เขาฝืนหัวเราะ “ฮ่ะๆๆ คุณก็ทำไม่ได้ ผมถึงควรจะเป็นฝ่ายที่ถอย ออกมา ถูกต้องที่สุดแล้ว” สมชายหันเดินไปไม่เหลียวหลัง พราวร้องไห้ ถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรดี? เหลียวเห็นติณห์เดินมาแต่ไกล เธอตัดสินใจเลือก รำพึงเบาๆ

    “ขอโทษนะคุณติณห์” แล้วเดินตามสมชายไป ทิ้งติณห์ให้มองฉุนยืนคว้างที่พราวเลือกไปกับสมชายจนได้!

    ooooooo

    จันทร์จรีซุ่มรอติณห์อยู่บ่นอุบอิบว่าเข้าไปเยี่ยม แฟรงค์ไม่ออกมาสักที ครู่เดียวก็เห็นสมชายเดินมา จันทร์จรีจิกตามอง ซุ่มรอจนสมชายเดินเลี้ยวมา ก็โผล่พรวดไปแกล้งชนเขา

    จันทร์จรียกสองแขนคล้องคอสมชายหมับ ทีแรกสมชายก็เป็นห่วงถามว่าเจ็บตรงไหนไหม พอเห็นท่าทียั่วยวนของเธอเขาก็ดูออก ตำหนิว่าไม่เก่งแอ็กติ้งเลย ให้ไปเรียนการแสดงเพิ่มเสีย สั่งให้เอามือออกจากตนเดี๋ยวนี้ จันทร์จรีไม่เพียงไม่เอามือออก ยังอ้อนให้สอนเลิฟซีนให้ตนด้วย

    พราวเดินมาเห็นเต็มตา ทั้งอารมณ์และทิฐิปรี๊ดขึ้นทันที บอกทั้งสองว่าที่นี่โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม สมชายที่ยังเคืองพราวอารมณ์ค้างอยู่พูดยั่วว่าจันทร์จรีขอให้ตนสอนเลิฟซีนให้ บอกจันทร์จรีว่าวันนี้ตนไม่มีอารมณ์ไว้วันอื่นจะสอนให้

    จันทร์จรีทำเป็นถามพราวว่าพี่แฟรงค์เป็นอย่างไรบ้าง ตนจะไปเยี่ยมได้ไหม แล้วเดินเชิดเฉียดพราวไป พราว จ้องหน้าสมชาย เขาถามยั่วว่าเป็นอะไร หึง หวง เสียหน้า หรืออยากให้ตนสอนเลิฟซีนให้บ้าง

    “ถ้าชอบแบบนั้นก็ตามจรีไปเลย แต่อย่ามาหยาบคายกับฉัน ไปให้พ้นเลย!”

    สมชายรู้ตัวว่าหยาบคายกับเธอ เดินตามเรียกเสียงอ่อนโยน แต่แล้วก็หยุดชะงักเมื่อเห็นติณห์ออกจากลิฟต์มายืนตรงหน้าพราวที่ยืนร้องไห้อยู่ ถามเธอว่า “คุยกับนายสมชายไม่รู้เรื่องเหรอครับ ไม่ต้องร้องไห้นะครับ ปล่อยนายสมชายไปเถอะครับ” ติณห์เช็ดน้ำตาให้พราวอย่างอ่อนโยน ดึงเธอเข้าไปกอดปลอบโยน

    ในอ้อมกอดของติณห์นั้น พราวหางตามองสมชายอย่างสะใจ ติณห์ทำคะแนนต่ออย่างอ่อนโยน อบอุ่น...

    “เขาไม่เข้าใจคุณก็ไม่เป็นไร แต่ผมเข้าใจคุณเสมอ เข้าใจทุกอย่าง ขอแค่ให้ได้คุณอยู่ในอ้อมกอดผมแบบนี้ ผมก็พอใจแล้ว”

    สมชายยืนมองพราวในอ้อมกอดของติณห์อย่างเจ็บปวด ส่วนจันทร์จรีมองติณห์ที่กอดพราวอย่างแค้นใจ

    ooooooo

    วันนี้...พราวมาเยี่ยมเยือนบ้านแสนรักมอบอาหาร ของเล่น และเครื่องเขียนให้เด็กๆแล้วยังบริจาคเงินให้สามแสน ทำให้แม่แก้วมีเงินไปชำระค่ารักษาพยาบาลอ้อมที่ยังติดโรงพยาบาลอยู่

    แมนออกอาการฮึดฮัดไม่พอใจที่พราวบริจาคให้ที่อื่นหนึ่งล้านแต่ให้เราแค่สามแสน ถูกแม่แก้วดุว่า แม่เคยสอนว่าอย่าอยากได้เงินทองของคนอื่น ถ้าเขาให้ก็ถือว่ามีเมตตากับเรา ต่อให้บริจาคสลึงเดียวก็คุ้มค่าสำหรับเรา ตำหนิแมนว่า

    “แต่นี่ลูกละโมบ อยากให้เขาบริจาคเป็นล้าน แม่เสียใจจริงๆที่ได้ยินอย่างนี้”

    แมนรู้สึกผิดขอโทษแม่แก้ว มีนช่วยแก้ให้น้องว่าแมนคงอึดอัดที่ยังทำงานหาเงินมาช่วยเราไม่ได้เลยพูดอะไรไม่ทันคิด ขอแม่แก้วว่า “แมนเป็นเด็กดี แม่แก้วก็รู้นี่จ๊ะ อย่าโกรธแมนเลยนะคะ”

    “ทีหลังอย่าพูดอะไรแบบนี้ให้แม่ได้ยินอีก แม่เสียใจ”

    “ครับแม่...” แมนมองมีนเศร้าๆ มีนจับมือแมนอย่างเข้าใจความรู้สึกของน้อง

    ooooooo

    เพื่อเก็บเงินรักษามีน สุดเขตต์ทำงานหามรุ่ง หามค่ำ รับงาน ทำงานอย่างอดทนต่อความเหน็ดเหนื่อยและลูกค้าที่จุกจิกจู้จี้

    วันนี้สุดเขตต์มีนัดกับสมชาย เมื่อสมชายมาหาที่สตูดิโอถ่ายภาพ สุดเขตต์ใช้เวลาพักคุยกับสมชาย สมชายเล่าถึงการฟาดปากกับไฮโซติณห์ บอกสุดเขตต์ว่าหมอนี่ไม่ธรรมดาจริง

    “ก็ผมเคยบอกแล้วไงครับ ภาพไฮโซ ผู้ชายอบอุ่นแสนดี มันแค่เปลือกนอก จริงๆแล้วมันมีอะไรซ่อนอยู่ในไฮโซคนนี้”

    สมชายเล่าถึงสิ่งที่ได้จากภาพถ่ายของสุดเขตต์ว่า จากภาพถ่ายและเวลาที่เรียงร้อยกันแล้ว รู้ได้ทันทีว่า วันนั้นติณห์จงใจปล่อยพราวไว้ตามลำพังที่สระว่ายน้ำเปิดโอกาสให้จันทร์จรีเข้ามาเล่นงานพราว แต่นึกไม่ออกว่าติณห์ทำเพื่ออะไร ในเมื่อเขาก็แสดงความรักพราวมากเสียจนไม่อยากให้ตนเข้าใกล้

    สุดเขตต์ไม่เห็นด้วยที่สมชายจะถอนตัวจากการเป็นบอดี้การ์ดของพราว สมชายชี้แจงว่าตนไม่ได้ถอน แค่ถอยออกมาเท่านั้น

    แล้วคืนนี้เอง ขณะที่ติณห์ยังอยู่กับพราวที่ห้องพักในโรงพยาบาลของแฟรงค์นั้น มีตำรวจในเครื่องแบบสองนายเข้าไปรายงานว่า

    “สารวัตรสมชายส่งผมสองคนมาทำหน้าที่อารักขาคุณพราวระหว่างที่สารวัตรติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาทำหน้าที่ดูแลคุณพราวได้ครับพ้ม”

    ติณห์พยายามที่จะปฏิเสธตำรวจทั้งสอง แต่พราวขัดขึ้นว่าปล่อยเขาเถอะ เขาอยากทำอะไรก็ให้ทำไป แล้วบอกติณห์ว่าตนเหนื่อย อยากกลับบ้านแล้ว ติณห์จึงพาเธอไปส่งที่บ้านพราวแสงโดยมีตำรวจสองนายเดินนำหน้าและคุมหลังไปด้วย

    “ฮึ่ย! ไอ้สมชาย!!” ติณห์คำรามในคออย่างหัวเสีย

    พอสุดเขตต์รู้ว่าสมชายส่งตำรวจสองนายไปอารักขาพราวแทนตัวเองก็เบาใจ บอกสมชายว่าถ้ามีอะไรให้ทำก็บอก แต่ตอนนี้ตนต้องไปทำงานก่อนเพราะยังมีอีกจ๊อบรออยู่ สมชายแซวว่าขยันทำงานเก็บเงินมากเลยนะ

    “ผมจำเป็นต้องทำงานหาเงินไปรักษาคนคนหนึ่ง ครับ” สมชายถามว่าคนที่บ้านป่วยหรือ สุดเขตต์ยิ้มๆแต่ไม่ตอบ ขอตัวไปทำงานเลย สมชายได้แต่มองตามอย่างสงสัย

    ส่วนติณห์ไปส่งพราวถึงบ้านพราวแสงแล้วบอกให้เธอพักผ่อนพรุ่งนี้จะมารับไปกองถ่ายแต่เช้า ต่างกู๊ดไนท์แล้วแยกกันไป สมชายกลับไปขึ้นรถที่มาโนชรออยู่ ส่วนพราวเดินเข้าบ้านเหงาๆ เอมี่ถามว่าพราวยังไม่ได้กินข้าวเย็นจะกินอะไรไหม พราวส่ายหน้าบอกว่าไม่หิว แล้วเดินขึ้นข้างบน เอมี่มองตามพึมพำกับตัวเอง

    “ถ้าโลกของพราวไม่มีสมชาย พราวจะเป็นยังไงเนี่ย?”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์