นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    สมชายไปหาพราวที่บ้านพราวแสง เจอติณห์ยังอยู่ที่นั่น ติณห์ถามทันทีที่เจอกันว่าจับตัวคนร้ายได้หรือยัง ทุกคนรอฟังข่าวดีจากเขาอยู่

    “กำลังตำรวจบุกไปบ้านนายประเสริฐแล้ว พบหลักฐานเต็มไปหมด” ติณห์ถามแล้วพบตัวคนร้ายไหม “ไม่พบครับ”

    แฟรงค์โวยวายทันที ส่วนติณห์เยาะเย้ยว่าตำรวจทั้งนครบาลจับคนโรคจิตคนเดียวไม่ได้ แล้วอย่างนี้ความปลอดภัยในชีวิตของพราวอยู่ที่ไหน

    “ก็อยู่ที่ผมนี่แหละ ผมจะดูแลคุณพราวเอง เอาชีวิตตัวเองปกป้องชีวิตของคุณพราวให้ปลอดภัยจนกว่าจะจับตัวคนร้ายทุกคนได้”

    “หึๆ คุณคิดว่า สมควรจะทำหน้าที่บอดี้การ์ดต่ออีกเหรอครับ”

    “ไม่ใช่สมควร ผมสมชายนี่แหละจะทำหน้าที่บอดี้การ์ดต่อไป”

    แฟรงค์ไม่เห็นด้วย ถามพราวว่าจะเอาอย่างไร

    “มันก็หลายครั้งนะคะที่บอดี้การ์ดสมชายช่วยชีวิตพราวให้รอดตายมาได้” พราวตอบแฟรงค์ แล้วบอกติณห์ว่า “พราวอยากให้บอดี้การ์ดสมชายได้ทำหน้าที่ต่อไปค่ะ”

    “ถ้าคุณพราวต้องการอย่างนั้น ผมก็ยินดีครับ เพื่อความสบายใจของคุณพราว”

    “ขอบคุณมากค่ะคุณติณห์”

    แต่พอติณห์ออกมาขึ้นรถจะกลับ เขาพึมพำอย่างโกรธแค้น “เขี่ยไอ้สมชายไม่พ้นทางเสียที วันนี้ถ้าไม่มีมันโผล่มา ซุปเปอร์สตาร์พราวต้องได้ชดใช้กรรม!” เขาโทร.หามาโนชทันที “ฮัลโหล แกอยู่ไหนมาโนช มาหาฉันที่บ้านตอนนี้เลย”

    ooooooo

    สมชายให้ พราว แฟรงค์ และเอมี่ ปิดห้องคุยกัน สมชายบอกว่าอยากรู้คิวงานของพราว

    เอมี่กับแฟรงค์บอกว่าตอนนี้พราวเทคิวให้ละครอโยธยาทั้งหมดเพราะจะปิดกล้องแล้ว ต้องไปถ่ายต่างจังหวัดด้วย แต่คิวที่แรกนี้จะให้มีนไปแทน พราวขอไปเอง แฟรงค์ติงว่า ที่นั่นมีทั้งกองทัพนักข่าวรอจิกถาม มีทั้งคิวดาบต่อสู้ พราวยังไม่พร้อมหรอก

    “แต่มันเป็นงานของพราวนะคะ พราวจะโยนให้มีนรับผิดชอบทั้งหมดมันใช้ได้ที่ไหน”

    “พี่รู้ พี่เข้าใจหนู แต่พี่คิดว่าหนูควรจะพักก่อนแล้วให้มีนไปแทน ด้วยเหตุผลสองข้อคือ ข้อแรก สภาพจิตใจหนูยังไม่พร้อม หนูยังหวาดผวากับเรื่องมือมีด ข้อที่สอง มันเป็นฉากบู๊นะหนู มีตีรันฟันแทง หนูจะไม่ระแวงเหรอ”

    “ฉันอ่านบทแล้ว มีระเบิดด้วยเจ๊” เอมี่ช่วยเขย่าขวัญอีกคน

    สมชายเห็นด้วยกับแฟรงค์ พราวจึงต้องยอม แต่พอพราวลุกออกไปสมชายจะตาม ถูกแฟรงค์เรียกไว้ บอกว่า

    “คุณติณห์เป็นคู่หมั้นที่ใจกว้างมากนะว่าไหมฮะ ที่ยอมให้คุณเป็นบอดี้การ์ดของพราวต่อไป”

    “เหรอ...ผมก็ใจกว้างมากนะครับ ที่ยอมให้เขาสวมแหวนหมั้นให้คุณพราว”

    แฟรงค์ฟังแล้วงงถามว่าอะไรนะ เอมี่อธิบายว่า ก็หมายความอย่างที่สมชายพูดนั่นแหละ คือ “จะหมั้น จะอะไร เขาไม่เเคร์ เขาก็จะรักของเขาอยู่อย่างนี้แหละ” แฟรงค์ฟังแล้วเหนื่อยล่วงหน้าไปก่อนเลย

    พราวหนีไปนั่งหย่อนเท้าลงในสระคิดกลุ้มอยู่คนเดียว สมชายเดินเข้าไป เธอได้ยินเสียงฝีเท้าถึงกับสะดุ้ง

    “ผมเอง” สมชายบอก ถูกบ่นว่าเข้ามาเงียบๆ ตกใจหมด “เห็นไหมว่าคุณยังไม่พร้อม ผมเดินเข้ามาแค่นี้คุณยังผวา”

    “ถ้าคืนนี้ฉันนอนไม่หลับ คุณคงไม่ว่าฉันนะ ถ้าฉันจะขอกินยาสักเม็ด”

    “อย่ากินนะ!” สมชายรีบจับมือพราวไว้ “ถ้านอนไม่หลับโทร.หาผม ผมจะคุยอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งคืน เพราะผมคงทำได้แค่นี้ในฐานะบอดี้การ์ด ผมกลับนะ” เขาลุกขึ้นโดยที่มือยังจับมือพราวอยู่ แล้วค่อยๆปล่อยเมื่อก้าวเดิน พราวอยากจะเรียกไว้ แต่ประกายแหวนเพชรที่นิ้ว ทำให้เธอต้องหยุด

    ooooooo

    จันทร์จรีฝันหวานว่าต่อไปทุกคนในบ้านของติณห์จะต้องเรียกตนว่ามาดาม วันนี้เธอเดินมาดคุณนายมาบ้านติณห์เจอมาโนชที่มารอติณห์อยู่ เขาบอกให้เธอเข้าไปรอข้างในก่อน

    จันทรจรีเดินเข้ามาในบ้านเห็นพยาบาลเดินออกมาจากห้องหนึ่ง เธอสงสัยว่าพยาบาลมาทำอะไร จึงย่องไปที่ห้องนั้นพอเปิดประตูก็ได้กลิ่นยาแบบโรงพยาบาล เธอทำหน้ารังเกียจเห็นม่านกั้น แต่มีเท้าคนโผล่ออกมา เธอยกมือทาบอก พึมพำ “ใครนอนป่วยอยู่บนเตียง?” แล้วก้าวเข้าไปในห้องอย่างอยากรู้อยากเห็น

    ที่ข้างล่าง ติณห์กลับมาเจอมาโนช เขาบอกติณห์ว่า ช่วงเย็นทีวีออกข่าวทุกช่องว่าพราว พิชญาดาเจอแฟนคลับคลั่งบุกแทงแต่บอดี้การ์ดสมชายเป็นฮีโร่เซฟชีวิตเอาไว้ได้

    “ตอนนี้ตำรวจคงกำลังหลงทาง คิดว่าทุกคดีที่พราวถูกเล่นงานเป็นฝีมือไอ้แฟนคลับคลั่งลงมือคนเดียวทั้งหมด เราก็ต้องรีบลงมือแก้แค้นให้นายตรีก่อนที่ตำรวจจะจับตัวไอ้แฟนคลับนั่นได้”

    มาโนชบอกว่าจะให้ตนลงมืออย่างไรสั่งมาได้เลย ติณห์นึกได้ถามว่าเมื่อกี๊เห็นรถของจันทร์จรีจอดอยู่หน้าบ้าน?

    “ใช่ครับ คุณจรีมาที่บ้าน ผมให้เข้าไปนั่งรอในบ้าน... เอ...หายไปไหนแล้ว”

    ติณห์มองเข้าไปก็ไม่เห็นนึกสงสัยจึงออกเดินหา...

    ooooooo

    ตรีที่นอนอยู่หลังม่านกั้น เหมือนจิตรับรู้ถึงการมาของจันทร์จรี ร่างที่นอนนิ่งสั่นสะท้านน้อยๆ

    จันทร์จรีย่องเข้าไปกลัวคนที่นอนอยู่หลังม่านจะรู้สึกตัว ขณะกำลังจะโผล่ไปดูหลังม่านก็สะดุ้งสุดตัว!

    “จรี!” ติณห์เรียกเสียงดุ ถามหน้าเครียด “คุณเข้ามาทำอะไรในนี้?” จันทร์จรีตกใจอึกอัก ถูกติณห์เข้ามาคว้าแขนลากออกไป “ห้ามคุณเข้ามาในห้องนี้อีกเข้าใจไหม”

    ติณห์ลากจันทร์จรีออกไป สวนกับพยาบาลที่ถือผ้าเช็ดตัวเข้ามา พยาบาลมองแปลกใจว่ามีเรื่องอะไรกัน แต่พอเข้าไปหลังม่านพยาบาลตกใจเมื่อเห็นสัญญาณหัวใจของตรีหยุดเต้นไปแล้ว ร้องโวยวายบอกติณห์

    ติณห์ที่กำลังพาจันทร์จรีลงข้างล่าง ได้ยินเสียงพยาบาลร้อง เขาตกใจรีบกลับมาที่ห้องตรี มาโนชได้ยินเสียงพยาบาลก็ตกใจวิ่งขึ้นมาอีกคน

    จันทร์จรียืนเก้ๆกังๆ เห็นติณห์และมาโนชตกใจตื่นเต้นมากทำให้ยิ่งอยากรู้ว่า ใคร? เป็นอะไร? แต่ก็ไม่กล้าตามไปดู

    ติณห์พยายามปั๊มหัวใจตรี พยาบาลรีบฉีดยากระตุ้นหัวใจเข้าสายน้ำเกลือ จนสัญญาณเต้นของหัวใจกลับมาอีกครั้ง

    “จะรีบทิ้งพี่ไปไหน รอก่อนซี น้องต้องอยู่ดูผู้หญิงคนนั้นชดใช้กรรมเสียก่อนเข้าใจไหม พี่ขอโทษที่ทำอะไรช้าไปพี่จะไม่รีรออีกแล้ว” ติณห์บอกพยาบาลให้รีบโทร.ตามหมอมาดูอาการของตรี ให้หมอเอาเครื่องมือ เอายา

    มาทำอย่างไรก็ได้อย่าให้หัวใจน้องตนหยุดเต้นอีก ย้ำจริงจังว่า “ไม่ว่าแพงแค่ไหน กี่ล้านผมก็จะจ่าย ต้องรักษาหัวใจของน้องผมให้เต้นต่อไปนานๆ เพราะมันเป็นความหวังเดียวของผม รู้ไหม”

    “ค่ะคุณติณห์ จะรีบตามหมอมาเดี๋ยวนี้” พยาบาลรีบไปจัดการทันที

    ooooooo

    เมื่อติณห์ออกมา จันทร์จรีทำเป็นห่วงใยถามว่าคนข้างในเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรจะให้ตนช่วยไหม ถูกติณห์คว้าแขนพาลงบันไดไป

    ติณห์นั่งดื่มดับอารมณ์ พอสงบลงเขาบอกจันทร์จรีว่าตนมีนัดคุยธุระสำคัญกับมาโนชเธอมาดึกป่านนี้มีอะไรไหม

    จันทร์จรีทำเป็นห่วงใยพราวและเขาว่าจะไม่ปลอดภัย บ่นว่ามะรืนนี้มีถ่ายละคร นักข่าวต้องตามไปทำข่าววุ่นวายอีก ติณห์สนใจจี๋เพราะนั่นเป็นโอกาสดีที่มาโนชจะได้ลงมือทำงาน ถามจันทร์จรีว่ามะรืนนี้ถ่ายละครที่ไหน

    “อยุธยาโน่นแน่ะค่ะ ซีนใหญ่ด้วย มีระบ่งระเบิด ขืนนักข่าวมาเกะกะวุ่นวายจะถ่ายเสร็จไหมเนี่ย จรีไม่อยากค้างที่ต่างจังหวัดเลย” ฟังแล้วติณห์สบตากับมาโนชอย่างรู้กัน

    ถึงวันนัดถ่ายละคร สมชายมารับพราวจากบ้านพราวแสงพาไปอยู่ที่คอนโดแต่เช้าตรู่

    ส่วนมีนก็เตรียมจะออกไปทำหน้าที่แทนพราว แต่เช้านี้มีนเข้าห้องน้ำอาเจียนหลายครั้งจนแม่แก้วถามว่าไปทำงานไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ให้บอกแฟรงค์ มีนยืนยันว่าไหว เห็นแม่แก้วสีหน้าไม่สบายใจถามว่ามีอะไรหรือเปล่า แม่แก้วจึงเล่าให้ฟังว่า วันนี้โต้อาการไม่ดีนอนตัวเกร็งกลัวจะชักอีก

    มีนบอกให้แม่แก้วพาโต้ส่งโรงพยาบาลเลยตนยังพอมีเงินเหลือเก็บอยู่บ้าง มีนไปเปิดลิ้นชักหยิบเงินที่เก็บไว้จะเอาไปให้แม่แก้ว พอดีแมนเข้ามามีนจึงฝากเงินให้แมนเอาไปให้แม่แก้วพาโต้ไปโรงพยาบาล

    แมนถามว่าแล้วตัวมีนเองจะรักษาตัวอย่างไร มีนบอกตนไม่เป็นไร แมนถามว่าแล้วสุดเขตต์รู้ไหมว่ามีนไม่สบาย

    “อย่าบอกคุณสุดเขตต์นะแมน เขารู้ไม่ได้ พี่อยากให้เขามีความสุข ไม่อยากให้เขาต้องมาทุกข์เพราะพี่เข้าใจไหม”

    มีนรีบออกไปเพราะสายแล้ว แมนกำเงินในมือแน่นมองตามพี่สาวไปด้วยความสงสารจับใจ

    ooooooo

    ที่คอนโดของพราว มีนถูกพาตัวมาที่นี่ก่อนแล้ว พอพราวมาถึงก็เข้าไปในห้องครู่เดียวมีนก็ออกมาในชุดเสื้อผ้าหน้าผมแบบพราว แล้วออกไปกองถ่ายกับแฟรงค์และสมชาย ส่วนเอมี่ให้อยู่กับพราวที่คอนโด

    ทันทีที่รถของแฟรงค์ไปถึงกองถ่าย พวกนักข่าวก็กรูกันมายิงคำถามทันทีว่า แฟนคลับโรคจิตของพราวไปถึงไหนแล้ว? สภาพจิตใจของพราวเป็นอย่างไรบ้าง ถ่ายละครไหวหรือ? เคยรู้สึกกลัวจนอยากอำลาวงการบ้างไหม?

    ธุรกิจกองมาขอร้องนักข่าวว่าไว้สัมภาษณ์ทีหลังเพราะพราวต้องรีบไปแต่งตัว แฟรงค์ให้ความหวังว่าเดี๋ยวพราวแต่งตัวเสร็จจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบข้อข้องใจทุกประเด็นเลย สมชายก็ย้ำกับนักข่าวว่า

    “ตามที่ขอร้องนะครับ อย่าประชิดตัว ขอทางด้วยครับ ขอทางครับ”

    ระหว่างมีนเข้าไปแต่งตัว สมชายก็เดินตระเวนไปรอบๆ เจอสุดเขตต์ที่เดินสำรวจอยู่เช่นกัน สมชายหยอกว่า “คุณกำลังแย่งหน้าที่ผม” ถามว่า เขามากองถ่ายก่อนตนดูมีอะไรผิดปกติบ้างไหม สุดเขตต์ส่ายหน้าบอกว่าทุกอย่างปกติดี

    ทั้งสองต่างหวังว่า วันนี้คงถ่ายทำราบรื่น

    แต่เวลาเดียวกันนี้ ติณห์กำลังดูรูปที่ตนสวมแหวน หมั้นให้พราว เขาจ้องที่แหวนบอกตรีว่า

    “วันนี้แหละ ผู้หญิงคนนั้นจะได้สวมแหวนวงนี้ชดใช้กรรมที่ทำไว้กับตรี”

    ooooooo

    พอมีนแต่งตัวเสร็จ ธุรกิจกองก็มาบอกแฟรงค์ว่านักข่าวเรียกร้องจะขอสัมภาษณ์พราวให้ได้ ให้สัมภาษณ์ให้จบๆ ไปเลยดีไหม จะได้ถ่ายรวดเดียวเลยไม่ต้องพักให้สัมภาษณ์อีก

    แฟรงค์บอกให้จัดโต๊ะแถลงข่าวเลย จันทร์จรี

    ไม่พอใจมากหาว่ามัวแต่แถลงข่าวเมื่อไหร่จะได้ถ่ายเสียที ด่าว่าไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น ธุรกิจกองขอให้จันทร์จรี ใจเย็นๆ ตอนนี้ยังเซตฉากไม่เสร็จ ระหว่างรอก็เลยอยากให้สัมภาษณ์

    “เอาไหม เดี๋ยวเจ๊จะช่วยหาประเด็นทำข่าวหล่อนให้ดังแข่งกับพราวให้” แฟรงค์ถามประชด จันทร์จรีถามว่าข่าวอะไร “ข่าวคุณตรีไง ตอนที่หล่อนเป็นพริตตี้แล้วยอมพลีกายให้เขาเพื่อหลอกให้เขาพามาฝากฉันดันหล่อนเข้าวงการ แล้วหล่อนก็ถีบหัวเขาทิ้งไง”

    “คิดจะแฉฉันเหรอหา!”

    “เรื่องแฉเด็กเก่าในสังกัด เจ๊ไม่เค้ย...ไม่เคย แต่หล่อนอาจเป็นผู้โชคดีคนแรก ถ้ายังไม่หยุดคันเจ๊ก็จำเป็นต้องช่วยเกาให้!” แฟรงค์ลอยหน้าท้าทาย จันทร์จรีเถียงไม่ออก ได้แต่กำมือแน่นอย่างแค้นใจ

    มีนแต่งตัวเสร็จมองผ่านรอยต่อซุ้มผ้าที่มีช่องโหว่ เห็นสุดเขตต์เดินเหมือนตรวจตราอยู่ข้างนอก มีนเรียกเขาเข้ามาใกล้ๆ สุดเขตต์เอื้อมมาจับมือพราวถามว่าไม่สบายหายหรือยัง ก็พอดีเสียงแฟรงค์ถามเข้ามาว่าเปลี่ยนชุดเสร็จหรือยัง ทั้งสองปล่อยมือจากกันแทบไม่ทัน พอดึงมือกลับมา มีนรู้สึกมีอะไรติดที่ฝ่ามือ แบดูเห็นสุดเขตต์เขียนคำว่า “รัก” ไว้กลางฝ่ามือ มีนกำไว้อย่างหวงแหน

    แฟรงค์มารับมีนออกไปให้สัมภาษณ์ แฟรงค์โชว์รูปที่ตำรวจประกาศจับประเสริฐให้นักข่าวดู นักข่าวถามว่าแฟนคลับคนนี้เคยรู้จักพราวมาก่อนหรือเปล่า แฟรงค์เห็นเป็นคำตอบง่ายๆ จึงพยักหน้าให้มีนตอบ พอมีนตอบว่าไม่รู้จัก แฟรงค์ก็รีบชี้แจงต่อว่าพราวไม่เคยทำอะไรให้เขาเดือดร้อนเลย

    นักข่าวถามอีกว่า ข่าวว่าเขาเป็นแฟนคลับโรคจิตจริงหรือเปล่า? แฟรงค์ตอบแทนฉอดๆ แล้วบอกนักข่าวว่า

    “จำหน้าไว้นะฮะ พี่ๆ น้องๆนักข่าวช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย เกิดเห็นหมอนี่มาป้วนเปี้ยนอยู่ในกองถ่ายก็รีบแจ้งบอดี้การ์ดสมชายคนนี้เลยนะฮะ” แฟรงค์ชี้ไปที่สมชาย พวกนักข่าวหันไปถ่ายรูปสมชายจนเขาต้องรีบหยิบแว่นดำมาใส่ พวกนักข่าวสาวๆเลยยิ่งพากันกรี๊ดบอดี้การ์ดรูปหล่อจนลืมมีนไปเลย

    ooooooo

    ที่กองถ่ายนี่เอง มาโนชแฝงตัวเข้ามาแอบดูทีมงานที่กำลังประกอบระเบิดเอฟเฟกต์อยู่ พอทีมงานคนนั้นเดินออกไป มันก็แอบเทดินปืนลงไปแทนดินประสิว

    จันทร์จรีที่กำลังหงุดหงิดกับการแถลงข่าวของมีน เดินงุ่นง่านมาเห็นมาโนชที่แต่งตัวเป็นทหารพม่าทาสีดำที่ใต้ขอบตา กำลังทำอะไรอยู่ จันทร์จรีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พอมาโนชเงยหน้าขึ้นจันทร์จรีรู้สึกคุ้นๆ ครู่เดียวก็จำได้ว่าเป็นคนขับรถของติณห์ รีบโทร.บอกติณห์ ติณห์หัวเสียมากถามว่าเห็นมาโนชทำอะไรอยู่

    “เขามาเป็นตัวประกอบได้ยังไงไม่รู้ ไปยืนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่รถทำเอฟเฟกต์ ไม่น่าไว้ใจเลย คุณติณห์จะให้จรีทำยังไงคะ โทร.แจ้งตำรวจไหม”

    “สิ่งที่คุณต้องทำคืออยู่เฉยๆ” ติณห์เน้นเสียงเข้ม จันทร์จรีถามว่าเขารู้หรือเปล่าหรือว่าเขาเป็นคนส่งมาโนชมา ติณห์ยิ่งหัวเสียตวาดใส่ “คุณไม่ได้ยินที่ผมสั่งเหรอ ว่าให้-อยู่-เฉยๆ”

    จันทร์จรีตกใจรีบรับคำบอกว่าตนจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไร

    “ดีมาก ขอให้เชื่อฟังผม ทุกอย่างจะดีเอง”

    พอวางสายจากจันทร์จรีติณห์หันมองหน้าตรี บอกน้องอย่างสะใจว่า

    “ทันทีที่เริ่มนับ 5-4-3-2 แอ็กชั่น เราจะได้ยินข่าวดี หึๆ”

    ooooooo

    การถ่ายทำละครเรื่องอโยธยาวันนี้ มีนแสดงเป็นแม่หญิงแก้วเจ้าจอมแทนพราว แสดงคู่กับนายเรือง มีนแสดงได้กินใจจนเชนผู้กำกับถึงกับบอกว่าขนลุก ฝีมือการแสดงของพราวสุดยอดจริงๆ

    เชนสั่งให้ไปตามจันทร์จรีมาถ่ายฉากเผากระท่อมกลางคืนและระเบิดในป่า

    จันทร์จรีที่แอบเห็นมาโนชไปยุ่งอยู่กับเอฟเฟกต์ระเบิดก็ใจคอไม่ดี แต่ทีมงานบอกว่าไม่ใช่ระเบิดจริงมันมีแค่ไฟปะทุขึ้นมาเฉยๆ รับรองไม่เป็นอันตราย จันทร์จรีก็โล่งใจ แอบนึกว่า

    “เฮ้อ...โชคดีที่ไม่มีฉันร่วมซีนกับนังพราวในฉากนั้น คืนนี้เงาหัวขาดแล้วนังพราว หึๆ”

    ก่อนการถ่ายทำฉากนี้ ทั้งสมชายและสุดเขตต์ต่างมองสำรวจพื้นที่บริเวณนั้นและนักแสดงทุกคน ไม่พบพิรุธใดๆ

    เมื่อถึงเวลาถ่ายจริงๆ มีแม่หญิงแก้วเจ้าจอม นายเรือง นายพัน นายมา นายกล่ำ และนายฉิม เข้าฉากต่อสู้กับทหารพม่าที่มีจำนวนมากกว่า จนแม่หญิงแก้วเจ้าจอมกับนายเรืองถูกทหารพม่ารุมเข้าจู่โจม นายฉิมกับนาย

    กล่ำมาช่วยแม่หญิงจัดการกับทหารพม่า ระหว่างนั้น ทหารพม่าอีกชุดหนึ่งถือคบเพลิงมา แล้วล้วงระเบิดที่ทำขึ้นเองด้วยดินเหนียวจุดไส้ด้วยคบเพลิงโยนมาสองลูกเกิดไฟปะทุเท่านั้นไม่มีเสียงระเบิด

    นายเรืองตะโกนให้นายกล่ำกับนายฉิมพาแม่หญิง หนีไป ทางนี้ตนกับนายพันจะสู้กับมันเอง ทหารพม่าเห็นนายฉิมพาแม่หญิงหนีก็จะตาม ถูกนายกล่ำกับนายฉิมฟันตายทั้งสองคน แล้วช่วยกันพาแม่หญิงที่บาดเจ็บหนีไป

    แต่แล้ว ก็มีพวกพม่าโยนระเบิดใส่อีก ครั้งนี้ลงที่เพิงพัก

    ช่างเอฟเฟกต์สองคนกดสวิตช์ทำให้ระเบิด เกิดไฟลุกพึ่บที่เพิง นายกล่ำกับนายฉิมพาแม่หญิงวิ่งหนี ถูกพวกทหารพม่าโยนระเบิดตามหลังปุๆๆ ทุกลูกล้วนเป็นระเบิดปลอมมีแค่แสงไฟปะทุ

    แต่! สองลูกหลังที่โยนมา พอตกกระทบพื้นก็ระเบิดตูมๆ เสียงดังมาก แรงสะเทือนทำให้ข้าวของแถวนั้น แตกปลิวว่อน คนทั้งกองถ่ายตกใจก้มหลบร้องกันลั่น เชนผู้กำกับถึงกับหงายตกเก้าอี้ จอมอนิเตอร์แตก

    สมชาย สุดเขตต์และแฟรงค์ยืนดูอยู่ต่างหลบกันโดยสัญชาตญาณ สมชายร้องบอกว่าระเบิดจริง เขามองไปที่มีนทันที เห็นตัวประกอบคนหนึ่งนอนเลือดท่วม เขาวิ่งไปตะโกน

    “อย่าจุด! หยุด! ระเบิดจริง!!”

    แต่ช้าไปแล้ว ตัวประกอบจุดระเบิดแล้ว สมชายพุ่งเข้าไปหามีนที่ทรุดมึนอยู่กับพื้น จันทร์จรีวิ่งออกมาจากซุ้มแต่งตัวลุ้นให้พราวโดนระเบิด มาโนชในชุดตัวประกอบซุ่มอยู่ในเงามืดรอดูผลงานของตัวเอง

    “กระโดด!” สมชายตะโกนบอกมีน แล้วพุ่งเข้าไปโอบมีนพาล้มกลิ้งลงเนินไปอย่างเร็ว พร้อมกับระเบิดตูมขึ้น แรงระเบิดรุนแรงมากควันและฝุ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลอดไฟแตก แล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท

    สุดเขตต์เป็นห่วงมีน เขาวิ่งลงเนินตามสมชายไป ทีมงานทำเอฟเฟกต์สองคนที่อยู่ประจำจุดตกใจหน้าซีดเผือด

    ooooooo

    สมชายกอดมีนไว้แนบอก ปากก็พร่ำบอกอย่าเป็นอะไรนะ...อย่าเป็นอะไร...เขาลืมสนิทว่าที่กอดอยู่นั้นคือมีนที่แสดงแทนพราว จนมีนรู้สึกตัวบอกเขาว่า

    “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ บอดี้การ์ดสมชาย”

    สุดเขตต์กำลังจะไปดูมีน ได้ยินแฟรงค์ร้องว่าจะเป็นลมเขารีบประคองไว้ สมชายได้ยินหันมองเห็นสุดเขตต์จึงนึกได้ว่าคนที่ตัวเองกอดอยู่นั้นไม่ใช่พราว แต่คือมีน เขารีบคลายกอดออก สุดเขตต์ไปถึงพอดีบอกให้รีบพามีนไปหาหมอดีกว่า

    “เป็นยังไงบ้างหนู เลือดตกยางออกตรงไหนบ้าง” แฟรงค์วิ่งเข้าไปหามีน

    มาโนชที่ซุ่มดูผลงานอยู่ แว่บหายไปในความมืด...

    แฟรงค์กับสมชายจะพามีนไปหาหมอ แต่เธอบอกว่าตนไม่เป็นไรให้ไปดูคนที่บาดเจ็บดีกว่า

    สุดเขตต์ถามสมชายว่า ระเบิดครั้งนี้สารวัตรคิดว่าเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจ สมชายบอกว่าตนไม่อยากคิดไปเอง ขอไปตรวจสอบหลักฐานก่อน สุดเขตต์มั่นใจว่ามีคนจงใจทำร้ายพราวด้วยระเบิด

    “ถ้ามันจริงอย่างที่คุณพูด ไอ้คนที่ทำมันชั่วมาก ถึงขั้นใช้ระเบิดกับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ มันไม่สนใจว่าใครจะโดนลูกหลงมั่ง ไอ้เลวเอ๊ย!” แล้วสมชายก็ขอตัวไปดูที่เกิดเหตุ บอกสุดเขตต์ให้อยู่ที่นี่ และให้ทำหน้าที่บอดี้การ์ดแทนตน

    “ไปเถอะครับ ผมจะทำหน้าที่แทนคุณเอง”

    ติณห์หัวเสียมากเมื่อมาโนชโทร.รายงานว่าทำร้ายพราวไม่สำเร็จ เขาขว้างมือถือใส่ผนัง หันไปบอกตรี

    “พี่ขอโทษตรี พี่ทำพลาดอีกแล้ว พี่ยังแก้แค้นให้น้องไม่สำเร็จ” แล้วทรุดนั่งกุมหัวอยู่ข้างตรี

    ooooooo

    แฟรงค์กับสมชายพามีนกลับถึงคอนโด พราวถามมีนอย่างห่วงใยว่าไม่เป็นไรนะ พอมีนบอกว่าตนปลอดภัยดี พราวก็ขอบคุณมีน แต่ก็ตำหนิตัวเองว่าเหมือนตนส่งมีนไปเสี่ยงตายแทนตน

    “คุณพราวอย่าพูดอย่างนั้นซิคะ ใครจะไปรู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น แต่ถึงเมื่อคืนคุณจะไปเอง มีนก็มั่นใจค่ะว่าคุณพราวจะปลอดภัย” พราวถามเพราะอะไร “เพราะบอดี้การ์ดสมชายอยู่ใกล้ๆไงคะ เมื่อคืนสารวัตรเป็นคนช่วยพามีนหนีระเบิดค่ะ”

    “ก็แหงล่ะ เห็นคุณบอดี้การ์ดกอดมีนซะกลมเชียว” แฟรงค์ค้อนควับ สมชายตกใจถามว่าอะไรนะ แฟรงค์เลยทำสะดุ้งเฉไฉว่า “ถือว่าตะกี้ฉันไม่ได้พูดก็แล้วกันนะ”

    “แล้วอยู่ๆ ระเบิดปลอมๆ ทำเอฟเฟกต์ในฉากกลายเป็นระเบิดจริงได้ยังไง มันเป็นอุบัติเหตุ หรือว่า...” พราวพูดไม่ออก เธอหันมองสมชายเชิงถาม เขาบอกว่าเดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟังเอง

    มีนเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างเครื่องสำอางออกแล้วลงลิฟต์จะกลับบ้าน ขณะออกจากลิฟต์มือถือในกระเป๋าดังขึ้น แม่แก้วโทร.มาบอกว่าตอนนี้โต้อยู่โรงพยาบาลแล้ว

    แม้อาการของมีนเองจะกำเริบจนแขนขาอ่อนแรงและปวดหัวมาก มีนก็ยังตั้งใจจะไปเยี่ยมโต้ที่โรงพยาบาลให้ได้ แต่พอก้าวเดินก็เซจะล้ม โชคดีที่สุดเขตต์ขี่รถมาจอดรออยู่พอดีเขารีบประคองมีนไปที่รถ มีนบอกว่าตนไม่เป็นอะไรให้ช่วยพาไปโรงพยาบาลหน่อยจะไปเยี่ยมโต้

    แต่พอไปถึงโรงพยาบาลอาการก็กำเริบจนตาพร่ามัวเดินเซไปเซมา สุดเขตต์ตัดสินใจพาเธอไปหาหมอ ระหว่างประคองมีนไปนั้น สุดเขตต์เห็นคำว่า “รัก” ที่ตนเขียนให้ยังชัดเจนสวยงามอยู่ที่ฝ่ามือมีน เขาจับมือของมีนกำไว้แน่น...

    ooooooo

    เมื่อแม่แก้วรู้ ทั้งแม่แก้วและแมนก็รีบไปเฝ้ามีนที่หน้าห้องฉุกเฉิน แม่แก้วน้อยใจที่มีนไม่เคยบอกอาการป่วยของตัวเองให้รู้เลย แมนช่วยแก้ว่าเพราะมีนไม่อยากให้แม่แก้วไม่สบายใจ

    พยาบาลออกมาบอกว่ามีนรู้สึกตัวแล้ว ทั้งแม่แก้ว แมน และสุดเขตต์ต่างเข้าไปในห้อง กระนั้นมีนก็ยังบอกว่าตนไม่เป็นอะไร เดี๋ยวก็หายและกลับบ้านได้แล้ว พยาบาลที่อยู่ในห้องบอกว่า หมอไม่อนุญาตให้กลับ หมอสั่งให้แอดมิตรอตรวจเช็กสุขภาพให้ละเอียดอีกที มีนบอกว่าตนไม่เป็นไรจะอยู่ให้เปลืองทำไม

    “เชื่อหมอเถอะครับมีน เช็กให้ละเอียด นอนโรงพยาบาลสักคืนจะเป็นไรไป ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง” สุดเขตต์ลุ้น แม่แก้วเห็นด้วยเพื่อหมอจะได้เช็กให้ละเอียด มีนไม่พูดอะไรแต่กลับเป็นห่วงโต้ถามว่า โต้ผ่าตัดแล้วหรือยัง...

    ooooooo

    สมชายยังอยู่ที่คอนโดของพราว เขาเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์กับผู้กำกับสหวุฒิถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกองถ่าย แต่บางประเด็นก็รายงานเลี่ยงๆ เพราะต้องปกปิดเรื่องมีนมาแสดงแทนพราว

    “เอ่อ...ไม่เป็นอะไรเลยครับ ผมพาคุณพราวกลับถึงบ้านปลอดภัยดี ระเบิดเมื่อคืน ผมมั่นใจว่าเป็นระเบิดที่ถูกสับเปลี่ยนที่กองถ่าย ไม่ใช่ฝีมือไอ้เจ๋งแน่นอนครับผู้กำกับ สันดานอย่างไอ้เจ๋ง ถ้ามันจะล้างแค้น เมื่อคืนมันต้องเป็นคนเดินถือระเบิดเข้าไปปาเองกับมือ มันไม่ทำ หลบๆซ่อนๆเป็นไอ้โม่งหรอกครับ มันจะตามติดเปิดหน้าจู่โจมถึงตัวเหมือน 3 ครั้งที่แล้วที่มันลงมือเล่นงานผมกับคุณพราวนั่น
    แหละครับ”

    สมชายพยายามสันนิษฐานสถานการณ์ให้ผู้กำกับสหวุฒิฟังว่า

    “ลักษณะการลงมือเมื่อคืนที่กองถ่ายเหมือนตอนที่คุณพราวเจอน้ำกรดและไฟร่วงใส่ในกองถ่ายคราวที่แล้วไม่มีผิด แต่ครั้งนี้แตกต่างกว่าการลงมือครั้งที่แล้วก็ตรงที่คนร้ายพุ่งเป้าถึงชีวิตของคุณพราวไม่ใช่แค่ข่มขู่เหมือนครั้งที่ผ่านมา การลงมือค่อนข้างวางแผนการอย่างดี คนร้ายรู้ล่วงหน้าว่าจะมีฉากระเบิดในการถ่ายทำ ถ้าเป็นฝีมือของไอ้แฟนคลับโรคจิต มันไม่ใจเย็นมาวิ่งสับเปลี่ยนระเบิดอยู่หรอกครับ ผมแน่ใจว่า ต้องเป็นมือไอ้โม่งอีกคนที่เรายังหาไม่พบ เราต้องเร่งมือแล้วนะครับผู้กำกับ”

    สมชายวิเคราะห์และสรุปทุกเหตุการณ์อย่างมีหลักฐานและข้อมูลคนร้ายแต่ละคนอย่างละเอียด เป็นรูปธรรม

    ooooooo

    แฟรงค์กับเอมี่รับโทรศัพท์ที่โทร.มาถามเรื่องระเบิดในกองถ่ายไม่หวาดไม่ไหว นอกจากโทร.มาถามแล้วนักข่าวตัวเป็นๆยังมาออกันอยู่เต็มหน้าบ้าน จนแฟรงค์ต้องให้ต้อยติ่งออกไปบอกว่าไม่มีใครอยู่บ้าน

    เอมี่ดูตารางเวลาแล้วร้อนใจ ถามแฟรงค์ว่าเจ๊ต้องพาเด็กไปคัดเลือกประกวดร้องเพลงที่จะโกอินเตอร์ส่งไปเกาหลีไม่ใช่หรือ แฟรงค์จำได้เตือนเอมี่ว่าเธอก็ต้องพามิกิไปเทสต์หน้ากล้องถ่ายแบบโฆษณาแทนตนด้วย พูดแล้วทำท่าฝันหวาน...

    “ถ้าผ่านนะ ตัวเลข 7 หลักเลยนะยะ แถมยัยมิกิ จะได้เกิดเต็มตัวในวงการ ไล่บี้นังจรีไปติดๆ ให้มันรู้ซะมั่งว่าเป็นเด็กเจ๊มีแต่เกิดไม่มีดับ ฮิๆๆ”

    สมชายฟังอยู่ตลอดเวลา เขาส่ายหน้าอย่างระอาที่แฟรงค์เห็นตัวเลข 7 หลักที่จะได้ก็ลืมทุกข์ของพราวสนิท

    ขณะนั้นมีสายเข้า พราวเมินไปจากโทรศัพท์อย่างไม่มีอารมณ์จะรับสาย แฟรงค์ปรี่เข้าไปรับ ทีแรกนึกว่าเป็นพวกที่จะโทร.มาถามเรื่องระเบิดที่กองถ่ายอีก แต่พอฟังปลายสายเป็นติณห์ เจ๊ก็ตาโต รีบส่งต่อให้พราวคุย

    “ผมเห็นข่าวระเบิดที่กองถ่ายละครเมื่อคืน มันเกิดอะไรขึ้นครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ถูกลูกหลงบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหมครับ” ติณห์ถามอย่างห่วงใย ทั้งที่จิกตาร้าย

    “เอ่อ...เปล่าค่ะ พราวไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย บอดี้–การ์ดสมชายคอยระวังอยู่ เลยพาหนีออกมาได้ทันน่ะค่ะ”

    ติณห์ขบกรามกรอด นิ่งไปนิดหนึ่ง ปรับน้ำเสียงเป็นอ่อนโยน บอกพราวว่า “ผมต้องขอบคุณนายสมชายจริงๆ ที่ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้คู่หมั้นของผมได้อย่างดีเยี่ยม!”

    “ค่ะ ฉันจะบอกบอดี้การ์ดสมชายให้ว่าคุณรู้สึกขอบคุณเขาที่ดูแลฉันเป็นอย่างดีสมกับที่เป็นบอดี้การ์ดของพราว”

    ติณห์เปลี่ยนเรื่อง ถามว่าตอนนี้เธออยู่ไหน คิดถึงและห่วงใยเธอมากอยากเจออยากมาหา พราวบอกว่าที่หน้าบ้านนักข่าวเต็มไปหมด ตนยังกลับบ้านไม่ได้เลย ตอนนี้ติดธุระอยู่ข้างนอกถ้าเสร็จธุระแล้วจะโทร.ให้คำตอบ

    ติณห์ยังปากหวานออดอ้อนย้ำว่าอย่าให้ตนรอเก้อ อย่าลืมโทร.กลับด้วย แต่พอวางสายแล้วเขาแสยะยิ้มพึมพำ “อยากจะอาเจียน”

    มาโนชที่นั่งอยู่ด้วยติงว่าเมื่อต้องฝืนใจทำไมต้องไปเจอพราวด้วย

    “แม่นั่นถูกระเบิดเกือบตาย ถ้าคู่หมั้นอย่างฉันไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน ไม่รีบไปปลอบใจมัน ไอ้บอดี้การ์ดสมชายมันต้องสงสัยเอาแน่ๆ ฉันต้องแสดง! แสดง! เล่นละครให้มันสมบทบาท หาวิธีทำยังไงก็ได้เพื่อแยกนังพราวออกจากไอ้สมชายให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นต่อให้ใช้วิธีไหน ไอ้สมชายมันก็จะคอยตามขัดขวางไปหมด นังพราวก็ไม่ได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้กับน้องฉันเสียที ฉันแทบคอยต่อไปไม่ไหวแล้วมาโนช แค่นังพราวอยู่อย่างไม่มีความสุข...หวาดกลัว...หรือพิกลพิการคงไม่พออีกต่อไปแล้ว สำหรับฉัน ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากเห็นก็คือ...เห็นมันตาย...ตายอย่างทรมานได้ยิ่งดี!”

    ติณห์กำหมัดทุบโต๊ะอย่างคั่งแค้น อารมณ์เขาแปรปรวนไม่ต่างกับคนที่มีปัญหาทางจิต

    ooooooo

    เจ๋งขับรถผ่านประตูรั้วบ้านติณห์แล้วจอดซุ่มในจุดที่กระจกมองหลังเห็นได้ชัดว่ามีใครเข้าออกบ้านนั้นบ้าง

    ที่เบาะหลังรถมีเศษอาหารกระป๋อง เครื่องดื่มทิ้งรก มีนิตยสารบันเทิงและหนังสือวางอยู่หลายเล่ม ทุกเล่มขึ้นปกหรือหน้าหนึ่งเป็นรูปติณห์สวมแหวนหมั้นพราวที่หัวหิน เจ๋งนั่งจ้องไปที่ประตูพึมพำลอดไรฟัน

    “สามครั้งที่แล้วกูอาจจะพลาด แต่จะไม่มีครั้งที่ 4 หึๆ!”

    ขณะเจ๋งยังจ้องที่ประตูรั้วนั้น จันทร์จรีขับรถเข้ามากดแตรเรียก รปภ.ให้เปิดประตู เจ๋งเห็นจันทร์จรีก็บ่นหงุดหงิด

    “เมื่อไหร่ไอ้ไฮโซคู่หมั้นของนังพราวจะออกมาวะ ออกมาซี ออกไปหานังพราวด้วยกัน หึๆ ไปเจอไอ้สมชายจะได้ตายหมู่ดังไปทั้งวงการ ฮ่ะๆๆ”

    เวลาเดียวกัน ที่คอนโดพราว เอมี่กับแฟรงค์กำลังรีบเร่งจะออกไป เดินผ่านมาเห็นพราวที่ยืนคิดลังเลอยู่ว่าจะออกไปหาติณห์ดีหรือไม่ แฟรงค์นึกได้ถามเอมี่ว่าเราไปแล้วจะทิ้งพราวไว้ที่คอนโดคนเดียวจริงๆหรือ เอมี่บอกว่าบอดี้การ์ดสมชายก็อยู่ แฟรงค์กลัวจะเป็นการฝากปลาไว้กับแมว

    แต่เงิน 7 หลักล่อใจอยู่ ทั้งสองเลยฝากสมชายให้ดูแลพราวด้วย สมชายบ่นกับพราวว่าพอมีเงิน 7 หลักมาล่อก็ลืมไปเลยว่าพราวกำลังเสียขวัญ

    “พี่แฟรงค์เขาก็เป็นแบบนี้แหละ เขาตื่นเต้นดีใจทุกครั้งเวลาที่หางานให้เด็กในสังกัดได้” พราวบอก

    “ไม่คิดว่าเขาห่วงธุรกิจมากกว่าคุณหรือ” พราวบอกว่าไม่จริง “ไม่จริงแล้วทำไมคุณถูกปองร้ายขนาดนี้ ยัยเจ๊แฟรงค์

    ถึงไม่ให้คุณหยุดงานในวงการแล้วเก็บตัวสักพัก” พราวบอกว่าก็เพราะเจ๊ทำไม่ได้น่ะสิ “หึ...ทำไม่ได้ตรงไหน ในโลกนี้มีเรื่องที่ทำยากกว่าเรื่องนี้อีกสักล้านเรื่องได้มั้ง”

    “คุณไม่มีทางเข้าใจหัวอกผู้จัดการดาราอย่างพี่แฟรงค์หรอก แต่ฉันเข้าใจ”

    “คุณเข้าใจหัวอกผู้จัดการคุณ แล้วคุณเข้าใจหัวอกผมบ้างรึเปล่า??” สมชายโยงเข้าปัญหาหัวใจอีกจนได้

    แฟรงค์กับเอมี่มายืนรอลิฟต์อยู่ ทั้งสองยังคุยกันเรื่องที่ปล่อยพราวไว้กับสมชาย เอมี่เชื่อว่าถ้าพราวยอมทำตามใจตัวเอง ป่านนี้พราวคงเป็นได้แค่ดาราตัวเล็กๆ ไม่ได้เกิดเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างทุกวันนี้หรอก

    “โอเค...ประเด็นของพราวเจ๊ให้ผ่าน แล้วประเด็นนายสมชายล่ะ”

    “ไม่มีบอดี้การ์ดคนไหนในโลกนี้ที่ยอมตายแทนพราวได้หรอก มีแต่บอดี้การ์ดสมชายคนเดียวเท่านั้น”

    “เริ่ด!” แฟรงค์ยิ้มร่า “งั้นแมวขโมยตัวนี้ก็เป็นได้แค่แมวที่นั่งเฝ้าปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว...ฮิๆๆ”

    พอดีลิฟต์มา ทั้งสองรีบเข้าไปเพื่อทำเงิน 7 หลักอย่างหมดห่วงพราว

    ooooooo

    พราวอยู่กับสมชายตามลำพังที่คอนโด เขามองพราวด้วยสายตาที่ห่วงใยแอบวิบวับเล็กน้อย ทำเอาพราวไม่กล้าสบตา

    “คุณกลัวว่าไม่รู้เมื่อไหร่คนร้ายจะโผล่มาทำร้ายคุณ แต่รู้ไหม ผมกลัวอะไร... ผมกลัวว่าจะช่วยคุณไว้ไม่ทัน” ไม่พูดเปล่ายังก้าวเข้าประชิดตัวด้วย พราวยกมือที่สวมแหวนหมั้นขึ้นขวางไว้

    สมชายทำหน้ากวนๆ ถามว่ากลัวตนจะกอดหรือว่ากลัวจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ พราวบอกว่าตนไม่ได้กลัว แค่เตือนสติไว้เท่านั้น แม้บางครั้งพราวจะหวั่นไหวแต่ก็ยับยั้งชั่งใจตัวเอง

    จันทร์จรีอยากรู้เรื่องระเบิดที่กองถ่ายมาก เล่าเหตุการณ์ที่สมชายวิ่งไปพาพราวหลบระเบิดได้อย่าง หวุดหวิดแล้วถาม

    “คุณติณห์ส่งคนขับรถนี่ไปแอบเปลี่ยนระเบิดเอฟเฟกต์เป็นระเบิดจริงใช่ไหม มันยังไงกันคะ จรีงงไปหมดแล้ว”

    “คุณอยากรู้ความจริงหรือ” ติณห์มองหน้าหยั่งเชิง จันทร์จรีออดอ้อนว่าตนรู้ถึงขนาดนี้แล้วเขาปิดตนไม่อยู่หรอก “ถ้าผมบอกแล้วคุณแน่ใจหรือว่าจะยังอยู่เคียงข้างผมต่อไป” ติณห์อ่อย เหลือบมองมาโนชเชิงดูท่าที

    ในที่สุดจันทร์จรีก็ฉอเลาะออดอ้อนหว่านล้อมจนติณห์บอกว่า ที่เขาทำไปทั้งหมดนี้เพราะต้องการแก้แค้น พราว เรามีศัตรูคนเดียวกัน จันทร์จรีถามว่าแล้วที่เขาคุกเข่าสวมแหวนหมั้นพราวก็เป็นแค่แผนการใช่ไหม เขาบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นตนก็ไม่มีวันเข้าถึงคนอย่างพราวได้ จันทร์จรีถามว่า พราวทำอะไรให้หรือถึงได้โกรธแค้นขนาดนั้น

    ติณห์เล่าว่าพราวทำกับน้องชายคนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของตน เล่าอย่างแค้นฝังใจว่า

    “เขาทำให้น้องชายผมหลงรักหัวปักหัวปํา ถึงขนาดอยากจะแต่งงานใช้ชีวิตด้วย แต่พราวกลับไม่เห็นค่าในความรักของน้องชายผม พราวเขี่ยน้องชายผมทิ้ง น้องผมเสียใจมากจนขาดสติขับรถไปชน ตอนนี้น้องชายผมนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียง!!” เธอถามว่าตอนนี้น้องชายเขาอยู่ที่ไหน “ก็อยู่บนห้องที่คุณเข้าไปนั่นไง!”

    ติณห์เล่าระบายความแค้นแล้วบอกจันทร์จรีว่าน้องชายตนหัวใจยังเต้นอยู่รอวันที่พราวจะชดใช้กรรม บอกเธอว่า

    “จรี...คุณต้องช่วยผมนะ”

    จันทร์จรีบอกว่าตนพร้อมอยู่แล้วแต่หวังว่าหลังจากกำจัดพราวแล้วตนจะได้เป็นที่หนึ่งของเขา ติณห์รับคำว่าแน่อยู่แล้ว อ่อยว่าตนหลงเสน่ห์เธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ย้ำว่า

    “คุณต้องช่วยผมแก้แค้นพราวให้เร็วที่สุดนะ เพื่อที่เราจะได้แต่งงานกัน ผมสัญญา เมื่อผมกำจัดทุกข์แก้แค้นให้น้องชายผมสำเร็จแล้ว ผมจะแต่งงาน มีความสุขกับคุณเสียที”

    จันทร์จรีเคลิ้มประคองหน้าติณห์มองเหมือนตกอยู่ในความฝัน ติณห์ก้มจูบให้เธอเคลิ้มยิ่งขึ้น

    ooooooo

    ที่คอนโดหรูของพราว...สมชายอาบน้ำเสร็จออกมาเห็นพราวกำลังดูรูปสมชายกอดมีนพาหนีจากระเบิดมาได้ เธอถามเขาว่าทำไมต้องกอดขนาดนั้นด้วย สมชายบอกว่าตนคงกำลังตกใจ แกล้งถามว่าหึงหรือ?

    พราวบอกว่าเปล่าแต่ตนไม่ชอบ เพราะตอนที่เขากอดมีนนั้น มีนกำลังแสดงแทนตนอยู่ นักข่าวก็พากันเขียนหาว่าตนรับหมั้นติณห์แล้วแต่ยังแอบเลี้ยงไข้บอดี้-การ์ดอยู่ สมชายถามว่าเธอกลัวติณห์เข้าใจผิดหรือ ประชดว่างั้นก็โทร.ไปนัดปรับความเข้าใจกันเลย เดี๋ยวเขาเห็นรูปนี้เกิดขอแหวนคืนจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเปล่าๆ

    “คุณไม่ต้องมาแช่งหรอก ฉันกำลังจะโทร.อยู่นี่ไง” ว่าแล้วพราวเอามือถือเดินไปกดโทร.ไปหาติณห์จริงๆ พอโทร.ติดคุยกันแล้ว พราวบอกว่าตนจะออกไปเดี๋ยวนี้เลยไม่เกินครึ่งชั่วโมงเจอกัน วางสายแล้วบอกสมชายเราไปกันเลย

    “แล้วคุณบอกคู่หมั้นคุณรึยังว่าผมจะไปด้วย”

    “บอกทำไม ทำไมต้องบอก ถึงคุณไปด้วยก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเราสองคน ยกเว้นคุณจะทำตัวมีปัญหาเอง”

    กว่าพราวจะออกไปได้ก็กังวลว่าแต่งชุดนี้สวยไหมเหมาะหรือเปล่า จนสมชายบอกว่าถ้ากังวลมากไม่ไปก็ได้นะ

    “เสียใจ ฉันนัดเขาแล้วฉันต้องไป” สมชายถามว่าไม่กลัวระเบิดหรือ “ฉันไม่กลัวหรอก เพราะฉันมีบอดี้การ์ดสมชายไปด้วย เร็วซี เดี๋ยวคุณติณห์เขารอฉันนานนะ” พราวห่วงความรู้สึกของติณห์เสียจนสมชายพูดไม่ออก

    ooooooo

    ที่โรงพยาบาล...นางพยาบาลมาบอกพวกแม่แก้วว่าอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมโต้ได้แล้วแต่ให้เข้าได้เพียงสองคน สุดเขตต์จึงให้แม่แก้วกับมีนเข้าไปเยี่ยม ส่วนตัวเขากับแมนรออยู่ข้างนอก

    ขณะอยู่ด้วยกันสองคนนี่เอง แมนถามสุดเขตต์ว่าเป็นห่วงพี่สาวตนหรือ สุดเขตต์บอกว่าห่วงและอยากให้หมอตรวจจะได้รู้ว่ามีนเป็นอะไร แมนบอกว่าไม่ใช่มีนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่มีนไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วงและเป็นทุกข์ มีแต่ตนคนเดียวเท่านั้นที่รู้และต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ

    แมนอัดอั้นจนน้ำตาร่วงเดินหนีไป สุดเขตต์ตามไปถามจนสุดท้ายแมนโพล่งบอกไปว่า

    “พี่มีนเป็นเนื้องอกในสมองรู้ไหมครับ” แมนบอกว่ามีนเป็นมานานแล้วแต่ไม่มีเงินรักษาได้แต่กินยาแก้ปวดไปวันๆ แมนขอให้สุดเขตต์สงสารพี่สาวตน ถ้ารักมีนจริงอย่าปล่อยให้มีนตาย แมนพูดทั้งน้ำตาว่า “พี่มีนช่วยชีวิตเด็กๆมามากแล้ว พี่มีนควรมีใครสักคนมาช่วยชีวิตพี่มีนบ้าง ถ้าคุณรักพี่มีน คุณต้องช่วยนะครับ คุณต้องช่วยพี่ผม”

    สุดเขตต์ช็อกเมื่อรู้อาการป่วยของมีน

    มีนกับแม่แก้วเข้าไปเยี่ยมโต้ แม่แก้วบอกมีนว่า ถ้าโต้ผ่าตัดอาการจะดีขึ้น แต่ค่าผ่าตัดจะแพงมาก เงินที่มีนให้ไว้ไม่พอยังขาดอีกหลายแสน มีนฟังแล้วเครียด

    มีนให้แม่แก้วกับแมนกลับไปก่อนเกรงจะไม่มีใครดูแลเด็กๆ มีนถามแมนว่าสุดเขตต์ไปไหน แมนบอกว่าเห็นนั่งอยู่ตรงนี้เดี๋ยวคงมา พอแมนกลับไปกับแม่แก้ว พยาบาลก็มาบอกมีนว่าเธอมีประวัติรักษาที่โรงพยาบาลนี้อยู่แล้ว แต่วันนี้หมอที่รักษาเคสนี้ของมีนไม่อยู่ ให้มีนพักผ่อนก่อน มีอะไรให้กดปุ่มเรียกได้ พอพยาบาลออกไป มีนก็ถอนใจหนักคิดเรื่องโต้

    “จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาโต้นะ...คุณสุดเขตต์ไปไหนนะ?”

    ooooooo

    สุดเขตต์มาที่ห้องพักของมีน มีนถามว่าหายไปไหนมานึกว่าหนีกลับบ้านไปแล้ว

    “ผมไม่มีวันทิ้งมีนไปไหน ผมจะอยู่เคียงข้าง ดูแลมีนจนกว่าจะหาย”

    “พรุ่งนี้มีนก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ พูดอย่างกับมีนต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นปีงั้นแหละ” มีนพยายามทำร่าเริงแจ่มใส

    สุดเขตต์บอกว่า ตนรู้แล้วว่ามีนป่วยเป็นอะไร ขอให้ผ่าตัดเสียจะได้หาย มีนขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย เมื่อสุดเขตต์ไม่ยอมหยุด มีนจึงชี้แจงถึงความกังวลในการผ่าตัดว่าอาจหาย อาจไม่หาย หรืออาจตายไประหว่างผ่าตัดก็ได้ ที่สำคัญค่าผ่าตัดไม่ใช่น้อยจะเอาเงินที่ไหนมา ตอนนี้โต้ก็ต้องผ่าตัดโรคลมชักยังไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนเลย

    “เรื่องเงินผมช่วยมีนได้”

    มีนบอกว่าเขาช่วยไม่ได้ทั้งหมดหรอกและตนก็ไม่อยากรบกวนเขาด้วย สุดเขตต์นึกได้บอกว่าพราวอาจช่วยได้ แต่มีนไม่อยากเป็นภาระใคร ขอร้องสุดเขตต์ให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับของเราสองคน จนเขาต้องรับปากทั้งที่สงสารมีนจับใจ

    ooooooo

    จันทร์จรีฟังติณห์เล่าเรื่องราวของน้องชายแล้วอยากรู้อยากเห็นมากกว่านั้น วันนี้จึงแอบขึ้นไปที่ห้องนั้นอีกครั้ง แต่พอแหวกม่านกั้นออก จันทร์จรีถึงกับช็อก!

    ที่แท้คือตรีที่เธอทิ้งเขานั่นเอง! พริบตานั้น ตรีที่นอนซีดเซียวอยู่จู่ๆก็หันขวับมองมาจนจันทร์จรีร้องกรี๊ดผงะถอย สะดุดอะไรบางอย่างล้มลงก็ไม่มีแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้น กระถดไปที่ประตูแล้วลุกวิ่งไปสุดชีวิต

    ตรียังคงนอนตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงอย่างเดียวดาย...

    จันทร์จรีลงมาเห็นติณห์กำลังจะออกไปหาพราว เธอรีบหลบ ได้ยินเขาบอกพยาบาลว่าจะออกไปธุระข้างนอก ฝากดูแลน้องดีๆด้วย พอติณห์เดินออกไป จันทร์จรีก็เข่าอ่อนจนทรุดนั่ง

    “ตรีเป็นน้องชายคุณติณห์เหรอเนี่ย นรกที่สุดเลย! ทำไมเรื่องมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย ถ้าคุณติณห์รู้ว่าผู้หญิงที่หลอกน้องชายเขาเป็นฉันไม่ใช่นังพราว ฝันของฉันที่จะได้แต่งงานกับเขาเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ต้องพังพินาศลงทันที ไม่ได้!จะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาด!! จะให้เขารู้ไม่ได้!!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์