นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    สุดเขตต์พามีนมาส่งที่หน้าบ้านเด็กกำพร้าแสนรัก มีนลงจากมอเตอร์ไซค์ หันบอกสุดเขตต์รีบๆ

    “มีนเข้าบ้านก่อนนะคะ ป่านนี้แม่แก้วเป็นห่วงแย่แล้ว คุณขับรถกลับดีๆนะ”

    “เดี๋ยวมีน...” สุดเขตต์เรียกไว้ พอมีนหันมาก็บอกว่า “ไม่มีอะไรมาก ผมแค่อยากจะบอกว่า...” แล้วก็อ้ำอึ้งจนมีนขำบอกว่าถ้าลำบากไม่ต้องบอกก็ได้ เขาจึงรวบรวมความกล้าบอกมีนว่า...

    “ผมจะบอกว่าวันนี้ ผมมีความสุขมากที่ได้ไปทะเลกับคุณ...ถึงเราจะไม่ได้ตั้งใจไปเที่ยวกัน แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่ได้อยู่กับคุณ ผมรู้สึกว่านี่แหละที่ผมต้องการ แค่นี้พอแล้ว แค่มีคุณอยู่กับผมสองคน ผมมีความสุขมาก ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

    “มีนก็มีความสุขค่ะ...ที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ”

    ทั้งสองจับมือ มองหน้ากัน แค่แววตาที่บ่งบอกถึงความในใจที่มีต่อกัน ก็ทำให้ทั้งสองมีความสุขมากมายแล้ว

    แม่แก้วรอมีนอยู่ที่มุมหนึ่งในบริเวณบ้าน เห็นสุดเขตต์มาส่งและล่ำลากันอย่างสุภาพอ่อนโยนแล้วก็หายห่วง กลับเข้าบ้านไปเงียบๆ

    แต่แล้วแม่แก้วก็แปลกใจที่มีนเข้าบ้านแล้วกลับนั่งซึม แม่แก้วถามว่าสุดเขตต์ทำให้ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า มีนยิ้มซีดๆ บอกว่าเปล่า เขาดีกับตนมาก

    ตนมีความสุขที่ได้เจอเขา มีนบอกแม่แก้วแค่นั้น แต่ในใจมีนคิดกลัว...กลัวว่าตัวเองจะอยู่กับเขาได้ไม่นาน เพราะโรคตนกำเริบขึ้นทุกวัน

    แม่แก้วถามว่ามีนไม่ได้มีอะไรปิดบังแม่ใช่ไหม ให้กำลังใจมีนว่า

    “หนูตั้งใจทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว หนูก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ความดีที่หนูทำมาให้แม่...ให้น้อง...และเด็กๆ ทั้งหมดจะส่งบุญรักษาหนูให้แคล้วคลาดปลอดภัยนะลูก”

    “ค่ะแม่” มีนอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของแม่แก้ว แต่ก็ยังแอบกังวลใจ

    ooooooo

    ที่บ้านพราวแสง แฟรงค์กำลังคัดเลือกเพื่อปั้นเด็กเข้าวงการ ครูสอนกำลังให้เด็กเต้น แฟรงค์จ้ำจี้จ้ำไชให้ผู้หญิงเต้นให้เซ็กซี่ ส่วนผู้ชายเต้นให้เร่าร้อน

    เอมี่เดินเข้ามาถามว่าพราวยังไม่ตื่นหรือ แฟรงค์บอกว่าวันนี้ไม่มีงานปล่อยให้เขาพักไปก่อน

    “เราต้องเทคิวพราวให้ละครแล้วนะเจ๊ อีก 4-5 คิวก็ปิดกล้องแล้ว”

    “เออ...ให้ๆไป ปิดๆเสียที พราวจะได้มีเวลาเตรียมตัวจัดงานหมั้นอย่างเป็นทางการกับคุณติณห์ อุ้ย...แค่คิดก็ฟินแล้วฉันจะช่วยเนรมิตให้เป็นงานระดับชาติเลยคอยดู”

    “แต่หลังๆนี้มีแต่ฉากบู๊ทั้งนั้นเลยนะเจ๊”

    “ต้องพึ่งสแตนด์อินอีกแล้วล่ะซี...”

    พราวอยู่ในชุดนอนกรุยกรายราวกับเจ้าหญิง เอนพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้เดย์เบด ดูทีวีที่เปิดแต่ภาพตอนติณห์คุกเข่าขอหมั้นที่หัวหิน พราวเห็นสมชายที่ยืนอยู่ด้วย

    ก็ปิดทีวี ครู่เดียวมือถือดังขึ้น มีรูปติณห์บนจอ พราวบอกตัวเองอย่างปลื้มปริ่มว่า

    “คู่หมั้นที่แสนดีของเธอโทร.มาแล้วพราว...เลิกฝันลมๆแล้งๆถึงนายสมชายเสียเถอะ” พลางกดรับเดินไปคุยที่ระเบียงทักเสียงสดใส “มอร์นิ่งค่ะคุณติณห์...”

    “มอร์นิ่งครับ เสียงสดใส สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” ติณห์ถามอย่างอบอุ่นห่วงใยขณะเดินอยู่ที่คอนโดหรู

    “มั้งคะ...คุณเองก็เตรียมตัวไม่สบายใจบ่อยๆนะคะ อยู่กับพราวพิชญาดา ชีวิตจะคู่กับข่าว กระดิกตัวนิดเดียวก็เป็นข่าวแล้ว”

    “ผมเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับทุกสถานการณ์ตั้งแต่บอกกับตัวเองว่า ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะพราวให้ได้ แล้ววันนี้ผมก็ทำสำเร็จ แหวนหมั้นของผมอยู่บนนิ้วของคุณ รักษาแหวนวงนั้นไว้ให้ดีนะครับ แหวนวงนี้ทำขึ้นเพื่อคุณพราวคนเดียวเท่านั้น” ติณห์ปากหวานพูดอ่อนโยนแต่แววตาแค้น

    พราวปลื้มมากบอกว่าจะรักษาแหวนวงนี้ให้ดีที่สุด ติณห์ถามว่าวันนี้ว่างไหม ขอจองคิวพราวทั้งวัน บ่ายๆ เสร็จงานจะโทร.หา และเราจะออกเดตกันอย่างเป็นทางการ แต่พอพราวถามว่าเดตยังไง เขาบอกว่าแล้วจะโทร.นัดอีกที ติณห์ตัดสายเก็บมือถือเดินต่อไปตามทางเดินในคอนโดหรู จนถึงหน้าห้องหนึ่ง เขากดกริ่งเรียก

    ครู่เดียวจันทร์จรีเปิดประตูออกมาในชุดนอนแบบเดียวกับพราวแต่เซ็กซี่กว่า สีหน้าเธอเศร้าตาบวมแดงเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน...

    ooooooo

    เพียงติณห์ก้าวเข้ามาในห้อง จันทร์จรีก็โผกอดจากข้างหลังร้องไห้คร่ำครวญ...

    “คุณติณห์ใจร้าย จรีเป็นของคุณเมื่อคืน วันรุ่งขึ้นคุณก็ไปขอนังพราวหมั้น คุณทำกับจรีได้ลงคอ ฆ่าจรีให้ตายเสียดีกว่า”

    ติณห์ยืนนิ่ง พูดอย่างรู้ก่อนแล้วว่าจะเจอกับอะไร เขาเอ่ยเรียบๆ แต่ทำให้จันทร์จรีต้องฟัง

    “ผมถามคุณก่อนแล้วนะจรี ว่าแน่ใจนะว่าคุณรักผม คุณบอกว่ารัก ถึงผมจะมีใจให้คนอื่นคุณก็ยังรัก เป็นที่หนึ่งไม่ได้คุณก็ยอมเป็นที่สอง คุณจะยอมทำทุกอย่างเพื่อได้อยู่กับผม ก็นี่ไง...ผมให้คุณได้ตามที่คุณต้องการแล้ว คุณได้กอดผม ได้อยู่กับผม อย่ามาเรียกร้องอะไรอย่างอื่นให้ผมหนักใจเลยนะ”

    จันทร์จรีอ้อนว่าตนไม่ใช่แม่พระ สามีตัวเองไปหมั้นกับคนอื่นจะได้ไม่คิดอะไร อ้างว่าตนเป็นเมียย่อมต้องหึง ต้องหวงไม่ได้เรียกร้องอะไรมากกว่านี้เลย ติณห์ปะเหลาะว่าเธอเป็นเมียแต่พราวเป็นแค่คู่หมั้น แล้วเขาเอาสร้อยเพชรจากกระเป๋าออกมาบอกว่า

    “ผมเลือกมาเป็นพิเศษสำหรับเมียของผม” ใส่ให้แล้วจับหันมามองหน้า ชมเพื่อเสี้ยมว่า “คุณสวยมาก สมแล้วที่เป็นคู่แข่งของพราว”

    “แล้ววันนึง จรีต้องเหนือกว่าพราว ชนะพราวทุกอย่าง แล้วก็...ชนะใจคุณด้วยนะคะคุณติณห์” จันทร์จรียิ้มทั้งน้ำตา

    ooooooo

    เมื่อไฮโซติณห์นัดเดต พราวพยายามที่จะทำตัวให้สมกับเป็นคู่หมั้นของไฮโซ บอกตัวเองว่า

    “ออกเดตกับสุภาพบุรุษ มีรสนิยมอย่างคุณติณห์ ต้องดูดี มีระดับ”

    ทันใดนั้นเอง พราวก็ได้รับโทรศัพท์จากมีนบอกว่ามีเรื่องของสมชายจะบอก พราวคิดหาทางที่จะออกไปพบมีนโดยไม่ให้แฟรงค์ห้ามหรือตามไป พอดีเห็นเอมี่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่เลยย่องไปขอให้เป็นเพื่อนออกไปข้างนอกหน่อย พอเดินผ่านแฟรงค์พราวบอกว่า เดี๋ยวมา เอมี่ช่วยพูดว่าไปเป็นเพื่อนพราวไปช็อปแป๊บเดียว

    หลุดจากแฟรงค์มาได้ พราวพาเอมี่ไปที่ริมบึงในสวนสาธารณะที่มีนนัดไว้ มีนทำเวลาเต็มที่ พอเจอกันก็บอกเรื่องติณห์ก่อน เล่าเหตุการณ์วันที่พราวไปหัวหินและตนไปแทน ถูกติณห์พาไปที่บ้านและเตรียมแหวนวงนั้นไว้จะขอหมั้นด้วย แต่ถูกจันทร์จรีตามไปหึงถึงบ้านขัดขวางการหมั้น

    “จรีมีสิทธิ์อะไรมาขวางฉันกับคุณติณห์” พราวไม่พอใจมาก

    มีนเล่าว่าติณห์ไม่ห้าม ยืนดูจันทร์จรีตบตีตน จนตนวิ่งออกจากบ้านเอง วันนั้นคนขับรถของติณห์ก็ยืนดูอยู่ด้วย

    พราวฟังแล้วกลับคิดว่าเพราะติณห์เป็นผู้ดีมีสกุลเขาอาจไม่เคยชินกับการตบตีแบบนี้เลยทำอะไรไม่ถูก

    พราวถามมีนว่าเรื่องสมชายมีอะไรหรือ มีนเล่าอาการบาดเจ็บของสมชายจากการต่อสู้กับเจ๋งและไอ้โม่งที่หัวหินให้ฟังว่า อาการหนักพอดู วันนั้นถ้าไม่มีคนเข้าไปช่วยสมชายอาจถึงตาย พราวทิฐิขึ้นมาถามมีนว่าแล้วมาบอกตนทำไม แล้วเดินผละไป เอมี่ตำหนิมีนว่าชีวิตพราวตอนนี้ก็ยุ่งพออยู่แล้วทำไมมีนไม่ไปบอกแฟรงค์แทนที่จะมาบอกพราวให้หงุดหงิด

    “แต่มีนคิดว่าเรื่องบางเรื่องคุณพราวควรจะรับรู้ด้วยตัวเองนะคะพี่เอมี่ โดยเฉพาะเรื่องคุณสมชาย ถึงเราจะทำเป็นไม่รู้กัน แต่เราก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาทั้งสองคนรักกันนะคะ”

    เอมี่เถียงไม่ออก เลยหยิบเงินตัวที่มีนทำงานแทนพราวให้ มีนรับแล้วขอตัวกลับไป เอมี่รีบเดินตามพราวไป เจอพราวยืนพิงต้นไม้ร้องไห้อยู่ เอมี่เข้าไปปลอบ พราวบอกเอมี่ว่า วันนั้นตนทิ้งสมชายไว้ที่หัวหินแล้วกลับมากับติณห์

    “เธอรักเขาใช่ไหม” เอมี่ถามตรงๆ พราวพยักหน้ายิ่งร้องไห้หนัก “โธ่เอ๊ย...แล้วเธอดันไปรับหมั้นคุณติณห์เขาเสียแล้ว เฮ้อ...ไม่ต้องร้องนะพราว เดี๋ยวตาบวมไม่สวยนะ อยากให้เพื่อนคนนี้ช่วยอะไรก็บอกมาเลย ฉันจะช่วยเธอ”

    “แกไปส่งฉันที่นึงได้ไหม”

    เอมี่เดาได้ว่าพราวจะให้พาไปหาสมชาย ได้แต่มองเพื่อนรักอย่างอ่อนใจ

    ooooooo

    ที่บ้านสมชาย ทั้งสมชาย ผู้กำกับสหวุฒิและสุดเขตต์ วิเคราะห์กันเพื่อจะสืบสาวถึงผู้บงการที่ให้คนตามทำร้ายรังควานพราวตลอดมา

    สุดเขตต์เชื่อว่าต้องเป็นคนที่อยู่ใกล้พราวจึงรู้การเคลื่อนไหวของพราวทั้งที่หลายครั้งพราวไม่ได้บอกใครมีคนรู้กันในวงจำกัดแค่คนสองคน แต่คนร้ายก็ตามไปก่อเรื่องจนได้ ผู้กำกับสหวุฒิก็ย้ำแต่ว่าต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน จนสุดท้ายสมชายทำท่าจะไม่ไหวเสนอว่า

    “ผมว่าเราประมาทใครไม่ได้นะครับ ผู้กำกับให้ทีมตรวจสอบประวัติของนายติณห์กับคนขับรถคนสนิทในทางลับด้วยดีกว่าครับ”

    ทั้งผู้กำกับสหวุฒิและสุดเขตต์พากันกลับ สมชายค่อยๆพาตัวเองขึ้นไปนอนพักที่ห้องนอน

    แต่พอผู้กำกับและสุดเขตต์ออกมาถึงประตูก็เห็นพราวเดินเข้ามา พราวมองสุดเขตต์อย่างระแวงว่าเป็นนักข่าวที่ส้มจี๊ดใช้มาสืบอะไรอีก ผู้กำกับสหวุฒิช่วยชี้แจงว่า

    “ใจเย็นครับคุณพราว คุณสุดเขตต์ไม่ได้มาทำข่าวหรอกครับ ผมเป็นคนเชิญเขามาเอง ในฐานะพยานที่ช่วยสารวัตรสมชายไว้ที่หัวหิน”

    “ผมบอกคุณพราวแล้ว ผมไม่ใช่นักข่าว ผมไม่มีเจตนาร้ายกับคุณหรอก ผมว่าคุณพราวรีบเข้าไปเยี่ยมสารวัตรเถอะครับ สารวัตรต้องดีใจมาก”

    พราวทำหน้าไม่ถูกที่สุดเขตต์พูดเหมือนรู้เรื่องของตนกับสมชายดี

    ooooooo

    สมชายแทบจะหายเจ็บปวดเมื่อเห็นพราวมาเยี่ยม เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอหลุดมือไปอีกแล้ว เขาดึงพราวเข้าไปกอดแน่นไม่ยอมปล่อย พราวพยายามบอกเขาว่าตนมีคู่หมั้นแล้วกระทั่งโชว์แหวนหมั้นให้ดู

    “อย่าว่าแต่แหวนหมั้นเลย ตอนนี้ไม่มีอะไรมา ขวางไม่ให้ผมรักคุณได้หรอก”

    พราวหาว่าเขาถูกตีหัวจนประสาทเสียไปแล้วหันหลังจะกลับ สมชายอ้อนว่าหิว ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย อยู่คนเดียวไม่มีใครดูแลต้องอดตายแน่ๆ ตัดพ้อว่า ซุปเปอร์สตาร์ก็ใจดำ อยากกลับก็เชิญ

    สุดท้ายพราวใจอ่อนเข้าครัวทำอาหารให้กินทั้งที่ไม่เคยทำเลย จับโน่นหยิบนี่มาไม่รู้จะทำอะไรดี ตัดสินใจทำข้าวผัดใส่ไส้กรอกใส่หอมใหญ่ใส่แครอท พอลงมือทำก็เก้ๆกังๆ

    สมชายประคองตัวเองลงมา เขาเข้าไปกอดพราวจากข้างหลัง พราวหัวใจแทบละลายในอ้อมกอดเขา แต่ก็ยังทำเสียงแข็งปากแข็ง เตือนสติเขาว่า อย่าทำแบบนี้ เพราะตนมีคู่หมั้นแล้ว

    “ผมก็บอกคุณแล้วไงว่าไม่มีอะไรมาขวางไม่ให้ผมรักคุณได้ ผมโง่มาตั้งนานที่ปล่อยคุณหลุดมือไปทั้งๆ ที่มีคุณอยู่แค่เอื้อม แต่วันนี้ผมไม่โง่อีกแล้ว”

    พราวอึ้ง หวั่นไหว พยายามข่มใจตัวเองอยู่ในอ้อมแขนเขา แหวนหมั้นที่นิ้วเหมือนกำแพงกั้นที่เธอไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ เธอนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้นจนสมชายถามว่าทำไมเงียบไป รีบทำเลยตนหิวแล้ว พราวเลยไล่ให้ไปนั่งรอจะมาเกะกะอยู่ทำไม สมชายยังรั้น เธอเลยถองเข้าที่สีข้าง ถูกแผลเก่าจนเขาร้อง แม้จะตกใจสงสารแต่พราวทำใจแข็งไม่สนใจ

    ooooooo

    ได้รับเงินค่าทำงานแทนพราวจากเอมี่แล้ว มีนไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่าไม่ดีขึ้นเลย บอกอาการที่อาจเกิดขึ้นว่า

    “คุณอาจจะมีอาการตาพร่ามัวลงเรื่อยๆ เห็นภาพซ้อน แขนขาชา อ่อนแรง เซ หูอื้อ วิงเวียน อาเจียน ชัก และอาจจะหมดสติได้นะครับ”

    มีนถามว่าตนยังทำงานได้ไหม หมอชี้แจงว่าถ้าเธอไม่รีบรับการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก เธออาจจะไม่ได้ทำงานไปตลอดชีวิต

    ลาหมอมาแล้ว มีนเดินคิดเรื่องที่ตนปรึกษาหมอเมื่อครู่นี้...นอกจากค่าผ่าตัดแพงแล้ว ผ่าตัดออกมาก็เสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาจจะไม่รอดก็ได้ แม้หมอจะชี้แจงถึงความเสี่ยงของการผ่าตัดทุกอย่าง แต่ทางโรงพยาบาลก็มีทีมแพทย์พร้อมรักษาอย่างดีที่สุด เตือนมีนว่าควรจะตัดสินใจก่อนที่จะไม่ทันการณ์

    มีนเดินผ่านตู้บริจาค เธอเอาเงินส่วนหนึ่งประมาณหมื่นบาทที่ได้รับจากเอมี่จะหย่อนลงในตู้บริจาค แต่พออ่านข้อความที่แจ้งว่า “กรุณาเขียนชื่อ-นามสกุล ลงบนแฟ้ม หลังบริจาคเพื่อที่เราจะได้บันทึกชื่อของท่านไว้ในหนังสือแสดงความขอบคุณของมูลนิธิ” มีนก็เปลี่ยนใจ เอาเงินจำนวนนั้นรวมกับจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมา ยกมือไหว้อธิษฐาน

    “ขอให้บุญกุศลที่ช่วยเหลือเด็กๆ ดลบันดาลให้คุณพราวแคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายที่กำลังเจออยู่นะคะ มีนจะช่วยบริจาคแทนคุณ เพราะถึงยังไง เงินก้อนนี้ก็มาจากคุณ” แล้วมีนก็เขียนชื่อพราวลงหน้าซอง หย่อนเงินทั้งซองประมาณหนึ่งแสนบาทลงในกล่องรับบริจาค

    ก่อนหน้านี้...ระหว่างที่มีนเข้าห้องตรวจนั้น มือถือที่ใส่ไว้ในเป้สะพายหลังเก็บไว้ในล็อกเกอร์ดังนับครั้งไม่ถ้วนเพราะสุดเขตต์โทร.มา เขาร้อนใจที่โทร.แล้วมีน

    ไม่รับสาย เมื่อมีนบริจาคเงินเสร็จ มือถือดังขึ้นอีก พอมีนรับสายสุดเขตต์ร้องอย่างโล่งอก บอกว่าคิดถึง ถามว่าอยู่ไหนเดี๋ยวจะมาหา มีนบอกว่าไม่ต้องมาเดี๋ยวตนจะไปหาเอง

    พอมีนบอกว่าจะมาหา สุดเขตต์ตื่นเต้นมาก เก็บข้าวของรกๆแต่พอลวกๆ แล้วรีบเข้าครัวเตรียมทำกับข้าวไว้รอ

    ooooooo

    พราวทำอาหารเสร็จยกไปให้สมชายที่โต๊ะ แทนที่จะกินอาหารเขากลับนั่งเบียดและกอดพราวไว้ อ้างว่ามือเจ็บอ้อนให้พราวป้อน แต่พอพราวยอมป้อนก็เกเร บอกว่าไม่อยากกินข้าวแต่อยากจูบเธอ

    “อย่านะ ฉันมีคู่หมั้นแล้ว แหวนอยู่นี่ คุณติณห์เขาเป็นคนดีเขาไม่ได้ทำผิดอะไรฉันจะไม่ทรยศเขา”

    “แต่คุณยอมทรยศหัวใจตัวเองงั้นสิ ไหนคุณบอกผมซิว่าคุณไม่ได้รักผม แต่รักไฮโซติณห์ แล้วผมจะปล่อยคุณ”

    พราวทำปากแข็งว่าไม่ได้รักเขาแต่รักติณห์ ถูกสมชายจูบปิดปากทันที เธอผลักเขาออกแล้วลุกจากโต๊ะไปยืนร้องไห้ สมชายเดินมาปลอบอย่างอ่อนโยน “คุณอย่าร้องไห้สิพราว...”

    พราวถามว่าสนุกมากใช่ไหมที่ได้แกล้งตนแบบนี้ สมชายสวนไปว่าจะสนุกตรงไหน รู้ไหมตนเจ็บปวดเจียนตายที่เห็นเธอหมั้นกับติณห์ พราวโทษว่าเพราะที่หัวหิน เขาทิ้งตนไปเอง

    “ก็ผมกำลังสับสน... ใครจะไปคิดว่า เราจะรักกันได้ ผมมันนายสมชาย แต่คุณมันพราว เราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย”

    “ถ้างั้น คุณคิดถูกแล้วที่ทิ้งฉันไว้...คุณทำตัวเอง คุณต้องรับสภาพ” สมชายจะเช็ดน้ำตาให้ พราวปัดมือเขาออกบอกว่า “ถ้ายังอยากให้เราเจอหน้ากันได้ ฉันขอร้องอย่าทำให้ฉันลำบากใจอีก”

    พอดีติณห์โทร.มา พราวบอกว่าเขาโทร.มาตามแล้ว พลางเดินเลี่ยงไปรับสาย ทิ้งสมชายให้ยืนหึงอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    ติณห์โทร.มาบอกว่าตนเสร็จงานแล้ว กำลังจะออกไปหาเธอ พราวบอกว่าตนอยู่ข้างนอก เขาตัดพ้อว่าเธอคงไม่ปฏิเสธนัดเดตครั้งแรกของเรา อย่าให้ตนรอเก้อ

    พราวหัวเราะบอกว่าไม่รอเก้อแน่ ถามว่าเขาอยู่ที่ไหน ตนจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้ พอวางสายจากติณห์ พราวก็โทร.บอกเอมี่ให้รีบมารับตนด่วน ส่วนสมชายถามอย่างเป็นห่วงว่าเธอจะไปกับติณห์สองต่อสองหรือ เตือนว่ามันไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ ขอตามไปด้วย

    สมชายชี้แจงว่าตนไม่ได้หึงแต่ห่วงความปลอดภัยในชีวิตของเธอ ขนาดที่หัวหินเจ๋งยังตามไปถูก นับประสาอะไรกับกรุงเทพฯเธอจะรอดพ้นสายตามันได้ พราวบอกว่า อย่าเอาโจรค้ายามาขู่ ติณห์อยู่ด้วยทั้งคนเขาต้องปกป้องชีวิตตนได้ พูดเยาะว่า

    “คุณน่ะ ดูแลตัวเองให้หายดีก่อนเถอะ ค่อยมาห่วงคนอื่น”

    สมชายมองแขนตัวเองที่บาดเจ็บ บ่นอย่างหงุดหงิด “โธ่เว้ย! ดันมาเดี้ยงเอาตอนนี้ น่าโมโหฉิบ!”

    ooooooo

    จันทร์จรีได้ยินติณห์โทร.นัดพราวก็ยิ่งหึง อ้อนติณห์ว่าอย่ามีอะไรกับพราว ติณห์บอกให้เธอทำตัวดีๆ รู้หน้าที่ของตัวเองแล้วออกไป แต่ยังยืนอยู่หน้าห้อง ได้ยินเสียงจันทร์จรีอาละวาดทั้งด่าพราวและปาข้าวของปึงปัง

    “อีพราว...ฉันเกลียดแก...ฉันเกลียดแก!”

    ติณห์ยิ้มอย่างสะใจ พึมพำ “รักมาก ก็ยิ่งแค้นมาก บาดเจ็บมาก ก็จะยิ่งคลั่ง ทำได้ทุกอย่าง หึๆ” แล้วเดินผละไป

    พราวรออยู่ไม่นาน เอมี่ก็ขับรถมาถึง เธอจะออกไป หาเอมี่ ถูกสมชายเรียกไว้ เตือนให้ระวังตัวด้วย พอ

    พราวจะไปก็เรียกไว้อีก คราวนี้บอกว่าถ้าเห็นใครมีพิรุธพยายามอย่าเข้าใกล้และรีบโทร.มาหาตน

    สมชายเรียกพราวไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายถามว่า “ผมยังเป็นบอดี้การ์ดของคุณอยู่ใช่ไหม” พราวมองเขาอึ้ง “ทำไมไม่ตอบ ผมเป็นแฟนไม่ได้ รักคุณก็ผิด แต่ยังเป็นบอดี้การ์ดของคุณใช่ไหม”

    พราวไม่ตอบรีบเดินออกจากบ้านไป สมชายตามมา หยุดมอง พลันก็เหลือบเห็นกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาเดินไปหยิบกุญแจรถทันที

    ooooooo

    สุดเขตต์เตรียมอาหารสุดฝีมือ จัดแต่งโต๊ะอาหารอย่างน่ารัก จัดที่ไว้สำหรับสองคน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาไปยืนที่ประตูกระจกมองไปที่ประตูรั้วอย่างรอคอย

    ครู่หนึ่งมีนนั่งแท็กซี่มาถึง สุดเขตต์ดีใจแทบกระโดด เขารีบเดินไปรับมีนที่ประตูรั้วพาเดินเข้าบ้าน ตื่นเต้นดีใจจนลืมล็อกประตูรั้ว

    มีนพูดออกตัวว่ารีบๆ มาเลยไม่ได้ซื้ออะไรมาฝาก สุดเขตต์ปากหวานว่า

    “ผมไม่ต้องการของฝากหรอกครับ คุณมีนมาแต่ตัวกับหัวใจก็พอแล้ว”

    “อืม...หวานอย่างนี้ มีนคงไม่ใช่คนแรกที่มาบ้านคุณแน่เลย”

    “ครับ...คุณไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่มาบ้านผม แต่เป็นคนเดียวที่ผมอยากให้มา” สุดเขตต์หวานเสียจนมีนเขิน พอเข้าบ้านเขาบอกมีน “ทำตัวตามสบายนะครับ”

    มีนมองรอบบ้านชมว่าบ้านน่ารักดีเผลอถามว่าอยู่คนเดียวหรือ สุดเขตต์ได้ทียื่นหน้าเข้าใกล้บอกแทบเป็นกระซิบว่า

    “ใช่...ตอนนี้ผมอยู่คนเดียวเหงาๆ แต่ต่อไปผมอยากให้คุณมาอยู่ด้วย บ้านหลังนี้ก็จะไม่เหงาอีกต่อไป”

    มีนเบี่ยงตัวหลบทำทีสนใจอาหารเดินไปดูที่โต๊ะอุทานตื่นเต้นว่าอาหารเยอะแยะถามว่าเขาทำเองหรือ

    สุดเขตต์คุยโวว่าฝีมือจับตะหลิวของตนเร็วพอๆกับกดชัตเตอร์กล้อง เขาเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง หยอกว่า “ผมรอคุณจนแสบท้องแล้ว”

    สุดเขตต์กุลีกุจอตักข้าว มีนจะช่วยเขาบอกไม่ต้องเพราะวันนี้เธอเป็นแขกพิเศษของตน นั่งเฉยๆตนเทกแคร์เอง มีนนั่งดูความกระตือรือร้นของเขาแล้ว พูดอย่างประทับใจว่า

    “ถึงมีนจะเกิดมาโชคร้ายหลายๆอย่าง แต่มีนก็มักจะโชคดีเสมอ ที่ได้พบกับคนดีๆ ให้ความเมตตามีนแล้วคุณ...ก็เป็นคนหนึ่งในนั้น”

    สุดเขตต์ฟังแล้วสะเทือนใจ วางจานที่ตักข้าวแล้วหันมากุมมือมีน

    “คุณไม่ได้เกิดมาโชคร้ายอะไรนักหนาหรอกครับมีน จริงอยู่ คุณอาจจะเคยลำบากมามาก แต่ตอนนี้ชีวิตคุณกำลังได้เจอกับสิ่งที่ดีๆแล้วนะครับ ต่อไปคุณจะไม่ลำบากอีก และผมนี่แหละจะทำให้คุณมีความสุขเอง”

    พลันทั้งสองก็สะดุ้งเมื่อเสียงกริ่งประตูดังขัดจังหวะขึ้น สุดเขตต์บ่นหงุดหงิดว่าใครมาตอนนี้ พอชะโงกดูก็ผงะตกใจเมื่อเห็นส้มจี๊ดยืนอยู่นอกรั้ว มีนเองก็ตกใจมากบอกเขาว่า

    “จะให้เขาเห็นมีนอยู่กับคุณไม่ได้เด็ดขาดนะคะ เขาต้องรู้ความลับเรื่องคุณพราวแน่ๆ”

    ส้มจี๊ดกดกริ่งยืนชะเง้อรอสุดเขตต์แต่ไม่เห็นออกมาสักที บ่นว่ารถก็อยู่ เอะใจว่าหรือเสียใจเรื่องพราวจนฆ่าตัวตายไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วง มโนไปต่างๆนานาเห็นประตูไม่ได้ล็อกถือวิสาสะเดินเข้าไปพลางร้องเรียกไปด้วย

    สุดเขตต์กับมีนกำลังตกใจหาที่ซ่อนให้มีน จะขึ้นข้างบนก็ไม่ทันแล้ว เลยให้มีนเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ บอกมีนให้ล็อกไว้ถ้าตนไม่เรียกอย่าออกมาเด็ดขาด พอสุดเขตต์ปิดประตูส้มจี๊ดก็มาถึงพอดี มีนแอบอยู่ในห้องน้ำเล็กกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ ครู่หนึ่งได้ยินเสียงส้มจี๊ดต่อว่าสุดเขตต์ที่ไม่ไปเปิดประตูให้ สุดเขตต์อ้างมั่วไปว่าตนกำลังยุ่งอยู่ในครัว

    เห็นอาหารมากมายบนโต๊ะที่จัดอย่างสวยงาม ส้มจี๊ดถามว่าจัดโต๊ะไว้รอใคร เขาบอกว่าตนหิวและกำลังจะกิน

    ส้มจี๊ดจับผิดว่าอาหารมากมายจะกินคนเดียวหมดหรือ เห็นมีจานข้าวสองชุดก็ถามจับผิดอีกว่าจัดไว้ให้ใคร สุดเขตต์เลยต้องฝืนใจตอบเพื่อตัดปัญหาว่า “ฉันคงรู้มั้งว่าแกจะมา” ทำเอาส้มจี๊ดเป็นปลื้ม ยิ่งแสดงความรักต่อเขาจนสุดเขตต์อึดอัด

    ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกินข้าวกันอยู่นั้น มีนอยู่ในห้องน้ำเล็ก เครียดจนปวดหัวจี๊ดคลื่นไส้อยากอาเจียนตามอาการที่หมอบอก มีนพยายามกลั้นไว้ ยิ่งนานไปก็ยิ่งปวดหัวรุนแรงจนทรุดนั่ง ไม่มีแม้แต่แรงที่จะควานหายาในกระเป๋ามากิน

    ooooooo

    ติณห์พาพราวไปโชว์ในห้างหรู บรรดาแฟนคลับพากันมุงดูเดินตามขอถ่ายรูปกันอึกทึกครึกโครมจนเอมี่นึกบ่นในใจ

    “เล่นพาออกเดตสวีตต่อหน้าสายตาคนทั้งโลกแบบนี้ พราวเอ๊ย...แหวนหมั้นมันรัดนิ้วแน่นแล้ว คิดจะถอดออกไม่ง่ายแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย...” แล้วเอมี่ก็กดมือถือรายงานแฟรงค์ “ฮัลโหลเจ๊...ตอนนี้พราวอยู่ที่ห้างกับคุณติณห์นะ...ก็เขานัดออกเดตกันน่ะสิ พากันเดินจูงกันขึ้นห้าง เรตติ้งพุ่งกระฉูด ห้างแทบแตกอยู่เนี่ย”

    พราวเปรยๆกับติณห์ว่า เดตครั้งแรกของเราน่าจะเป็นที่เงียบๆ โรแมนติกสำหรับสองคนมากกว่า ติณห์ถามว่าตนทำให้เธอผิดหวังหรือ

    “ก็นิดนึงค่ะ เพราะฉันไม่ชินกับการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวกับคนเยอะๆแบบนี้” พูดพลางพราวแอบมองไปในกลุ่มคน เห็นผู้คนมากมายแล้วพราวหวาดๆกับการถูกปองร้าย แอบคิดถึงสมชายขึ้นมาว่าน่าจะให้เขามาด้วยจะได้อุ่นใจ

    แต่ติณห์มีความสุขมาก แสดงความรักต่อพราวโชว์บรรดาแฟนคลับให้เห็นว่าเธอเป็นคนพิเศษของตน เขาประคองมือพราวขึ้นจูบต่อหน้าแฟนคลับ โน้มเข้าไปจูบหน้าผากพราวอย่างอ่อนหวาน จนเอมี่มองเหวอพึมพำ

    “โห...แม่เจ้า สักขีพยานเต็มห้างเลยอ่ะ”

    แต่สมชายที่แอบตามมา มองภาพนั้นอย่างบาดตาบาดใจจนขบกรามแน่น

    ประเสริฐดูภาพนั้นจากไอแพด หึงจนอาการจิตกำเริบ ไม่นานภายในห้องพักของเขาก็เต็มไปด้วยรูปพราวเปื้อนเลือดที่ถูกกรีด ถูกฉีก ประตูห้องถูกเปิดทิ้งไว้มีข้อความเขียนไว้ที่กระจกว่า “แพศยา”

    ooooooo

    ส้มจี๊ดมีความสุขมาก กินข้าวหมดจาน พูดกับสุดเขตต์อย่างปลาบปลื้มว่าไม่ได้กินอร่อยแบบนี้นานแล้ว ถ้าได้มากินกับเขาทุกมื้อตนคงมีความสุขมาก

    ตลอดเวลาที่อยู่กับสุดเขตต์ ส้มจี๊ดแสดงความรักความหลงเขา แม้สุดเขตต์จะแข็งกร้าวห้ามปรามกระทั่งไล่ให้รีบกลับก็ไม่สนใจ ถามสุดเขตต์ว่าพราวมัดใจเขาด้วยอะไรถึงได้หลงไม่ลืมหูลืมตาทั้งที่พราวมั่วทั้งบอดี้การ์ด มั่วทั้งไฮโซ

    ระหว่างนั้นมีเสียงของตกในห้องน้ำ ส้มจี๊ดตาลุกถามว่าใครอยู่ในห้องน้ำจะเดินไปดู พอดีมือถือดังขึ้นเป็นสายจาก บก.เลยต้องกดรับ

    เจ้านายสั่งให้รีบไปทำข่าวไฮโซติณห์กับพราวที่กำลังสวีตหวานกันกลางห้างดัง ส้มจี๊ดชวนสุดเขตต์ไปด้วยกัน เขาไม่ไปก็ถูกประชดว่ากลัวทนดูภาพบาดตาไม่ได้ใช่ไหม

    พอส้มจี๊ดออกไป สุดเขตต์ถึงกับเป่าปากโล่งอก แต่พอส้มจี๊ดไปถึงหน้าบ้าน เห็นรองเท้าผู้หญิงวางอยู่อารมณ์หึงพุ่งปรี๊ดทันที มั่นใจว่าเจ้าของรองเท้าต้องอยู่ในห้องน้ำแน่ จะกลับไปดูให้เห็นกับตา แต่มือถือก็ดังขึ้นอีก บก.โทร.มาเร่งให้รีบไปทำข่าว ส้มจี๊ดจิกตามองเข้าไปในบ้านแบบ “ฝากไว้ก่อน” แล้วรีบออกไป

    พอส้มจี๊ดไปแล้ว สุดเขตต์รีบเคาะประตูเรียกมีน เคาะอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบรับ เขาตัดสินใจทั้งถีบทั้งกระแทกประตูจนเปิดออก เห็นมีนนอนหน้าซีดอยู่ที่พื้นห้องน้ำ มีทั้งขวดสบู่และกล่องทิชชูร่วงอยู่ข้างตัว

    สุดเขตต์ตกใจมากร้องเรียกประคองมีนขึ้น เธอค่อยๆรู้สึกตัว สุดเขตต์จะพาไปหาหมอ มีนบอกว่าตนแค่เป็นลมเท่านั้น กินยานอนพักสักครู่ก็หาย สุดเขตต์จึงประคองเธอไปนอนพัก

    ooooooo

    ติณห์ยังควงพราวโชว์ในห้างท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย สมชายอยู่ในกลุ่มคนที่เดินตามดูพราว เห็นติณห์พาเธอเข้าร้านกระเป๋าหรูและเลือกให้ ก็เซ็ง พึมพำกับตัวเองว่า

    “หึ...รักแท้แพ้กระเป๋า ก็ให้มันรู้ไป”

    ออกจากร้านกระเป๋า ติณห์พาพราวไปเข้าร้านจิวเวลรี่

    “เพชรแพรวพราวเลอค่าคู่กับคุณพราวมากเลยนะครับ สมแล้วที่คุณชื่อพราว” ติณห์หวานเอาใจ ถามว่า “ตัดสินใจได้หรือยังครับว่าคุณพราวอยากได้ชิ้นไหน ผมจะซื้อให้” พราวบอกว่าถูกใจหมดร้านเลย แต่ไม่อยากได้

    ติณห์สั่งทำสร้อยเพชรไว้แล้ว เมื่อเจ้าของร้านเอาออกมายื่นให้ติณห์ พลางบอกพราวว่า

    “คุณติณห์สั่งทำสร้อยพิเศษเส้นนี้ให้กับคุณพราวค่ะ”

    ติณห์ยิ้มปลื้มรับสร้อยแล้วขออนุญาตสวมให้ท่ามกลางความตะลึงของบรรดาไทยมุง ต่างพากันระดมถ่ายรูป

    ส้มจี๊ดมาถึงก็แหวกกลุ่มไทยมุงเข้าไปที่หน้ากระจกร้าน เบียดจนเอมี่เซ เธอแค่หันมาขอโทษอย่างขอไปทีบอกว่าต้องการช็อตเด็ดน่ะ

    ระหว่างนั้นสมชายเห็นชายคนหนึ่งใส่หมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า สองมือนิ้วพันด้วยปลาสเตอร์มายืนเกาะ กระจกร้านเพ่งมองพราวราวกับจะกลืนกิน ลูบไล้กระจกอย่างมีอารมณ์ราวกับได้สัมผัสร่างพราว สมชายเห็นอากัปกิริยาและอารมณ์ของชายคนนั้น ก็นึกออกทันทีว่าคือคนที่เคยทำแบบนี้เมื่อครั้งที่แฟรงค์มาแจกลายเซ็นขายหนังสือของตัวเองโดยมีพราวนั่งอยู่ข้างๆ

    สมชายแหวกไทยมุงไป ก็พอดีติณห์พาพราวออกจากร้านและชายคนนั้นก็หายไปแล้ว สมชายเป็นห่วงพราวจับใจ

    ทันใดนั้น ส้มจี๊ดแหวกคนเข้าไปประชิดพราว ยิงคำถามเสียงดังอย่างจงใจฉีกหน้าพราวว่า

    “บอดี้การ์ดสมชายไปไหนเสียล่ะคะ หรือว่าพอมีคู่หมั้นก็ไล่บอดี้การ์ดออกเพื่อลบคำครหา”

    พราวหันขวับทันที ติณห์เห็นสถานการณ์ไม่ดีชวนพราวไปกันต่อ แต่พราวไม่ยอม

    “เดี๋ยวค่ะ ฉันต้องตอบคำถามนักข่าวคนนี้ก่อน คุณรู้ได้ไงคะว่าฉันไล่บอดี้การ์ดออก”

    “ก็ไม่เห็นเขามาดูแลคุณเหมือนที่หัวหินนี่คะ ไหนล่ะ บอดี้การ์ดสมชายอยู่ไหน”

    “ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าฉันไล่เขาออก หรือเขาไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดของฉันแล้ว คุณเป็นนักข่าวนะคะ ไม่ใช่นักแต่งนิยาย เพราะฉะนั้นอย่ามโน” พราวตอบเสียงดังฉีกหน้าส้มจี๊ดจนพูดไม่ออก

    จังหวะนั้นเอง ประเสริฐพรวดเข้าไปเงื้อมีดคมวับจะแทงพราว สมชายตะโกนลั่น “พราว...ระวัง!” พร้อมกับโถมตัวเข้ากอดพราวล้มไปด้วยกัน ประเสริฐเลยแทงพลาดถูกส้มจี๊ดเข้าที่ไหล่จังๆจนส้มจี๊ดล้มลง

    สมชายฝากพราวไว้กับเอมี่และติณห์แล้ววิ่งไล่ตามประเสริฐไปแต่ไม่ทัน ประเสริฐขึ้นรถแท็กซี่ที่มาส่งคนหนีไปแล้ว เขาโทรศัพท์รายงานผู้กำกับสหวุฒิเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง บอกว่าจับตัวประเสริฐได้ไม่ยากเพราะรู้ที่อยู่มันให้รีบส่งคนไปรอเลย แล้วเขาก็รีบกลับมาดูแลพราว

    ปรากฏว่าพราวเข้าไปขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำไม่ยอมออกมา เขาบอกติณห์ที่ยืนรอพราวอยู่ว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง แล้วเข้าไปในห้องน้ำ เจอเอมี่กำลังเรียกพราวให้ออกมาอยู่

    “ผมจะคุยกับพราวเองครับ คุณเอมี่ออกไปรอข้างนอกก่อน แล้วอย่าให้ใครเข้ามานะครับ” พอเอมี่ออกไป เขาพูดกับพราวอยู่หน้าห้อง “นี่คุณ ผมเองนะ ไม่ต้องกลัวแล้ว มันไม่กลับมาทำอะไรคุณได้อีกแล้ว” พราวถามว่าเขาจับมันได้แล้วหรือ “เปล่า มันหนีไปได้”

    พราวเปิดประตูออกมาโวยวายว่าปล่อยมันไปแล้วเรียกตนออกมาเดี๋ยวมันก็มาแทงตนอีก เธอกอดตัวเองอย่างหวาดกลัว

    “ทำใจดีๆครับ ไม่ต้องห่วง ไอ้เทรนเนอร์มันหนีไปไหนไม่รอดหรอก รู้ตัวขนาดว่ามันเป็นใคร มุดหัวอยู่ที่ไหน ตอนนี้กำลังตำรวจตามไปล่าตัวมันแล้ว”

    พราวคร่ำครวญอย่างน่าเวทนาว่า “ทำไมต้องมารังควานชีวิตฉันด้วย ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย ฉันไปทำร้ายอะไรเขาไว้ ถึงได้เกลียดฉันมากขนาดนี้ ใช้สารพัดวิธีตามล่าตามฆ่าฉันมาตลอด บอกฉันซินายสมชาย ฉันมันสมควรตายนักเหรอที่เกิดมาเป็นพราว”

    พราวร้องไห้อย่างอัดอั้นจนสมชายดึงเธอไปกอดปลอบโยน

    “ไม่หรอก...คุณอย่าคิดอย่างนั้น คุณควรภูมิใจมากกว่าที่เกิดมาเป็นพราว ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นอย่างคุณได้ คุณสู้ชีวิตมาเยอะ กว่าจะมีวันนี้ คุณต้องภูมิใจ และสำหรับผม คุณสมควรมีชีวิตอยู่ให้นานๆเพื่อให้ผมรัก”

    พราวผละออกมองหน้าเขา สมชายยิ้มให้จริงใจให้กำลังใจ เช็ดน้ำตาให้ปลอบโยน “หยุดร้อง เข้มแข็งต่อไปนะครับ เพราะยังมีไอ้เจ๋งอีกตัวที่ผมยังจับมันไม่ได้”

    ขณะนั้นเอง ติณห์เดินเข้ามาหยุดมองทั้งคู่ พราวรีบผละจากสมชาย เขาหันมองถามเซ็งๆ

    “ผมบอกแล้วไงว่าอย่าให้ใครเข้ามา”

    “ผมจะมาพาคู่หมั้นผมกลับ” ติณห์พูดหน้านิ่งแล้วเดินเข้าหาพราว สมชายอ้างว่าตนเป็นบอดี้การ์ด ตนจะต้องคุ้มครองพราว

    “ไม่เป็นไรหรอกบอดี้การ์ดสมชาย คุณติณห์ดูแลฉันได้ ฉันจะกลับกับเขา”

    ติณห์มองหน้าสมชายอย่างผู้ชนะ แล้วประคองพราวออกไป สมชายยืนงันอย่างผิดหวัง...เจ็บปวด...

    ooooooo

    มีนกินยาแล้วนอนพักจนรู้สึกดีขึ้นก็จะกลับ สุดเขตต์เป็นห่วงบอกให้นอนพักให้หายดีก่อนและอยากให้มีนไปตรวจเพราะจำได้ว่าตอนที่เธอไปแสดงแทนพราวก็ปวดหัวจนตัวเกร็งและเป็นลม สุดเขตต์จะพามีนไปโรงพยาบาล

    “เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ ไว้มีนจะไปเอง เย็นแล้วมีนต้องกลับแล้วค่ะ” มีนลุกพรวดไปหยิบกระเป๋าจนสุดเขตต์แปลกใจว่าเธอทำเหมือนไม่อยากคุยด้วย แต่พอบอกว่าจะไปส่ง มือถือเขาก็ดังขึ้น สุดเขตต์เห็นเป็นสายจากส้มจี๊ดก็จำใจรับเพื่อตัดปัญหา

    “โทร.มามีอะไรอีก? หา! อยู่โรงพยาบาล? แกไปทำอะไรที่โรงพยาบาล? ถูกแทง!!”

    มีนหันมองสุดเขตต์อย่างตกใจ

    สุดเขตต์ไปเยี่ยมส้มจี๊ดที่โรงพยาบาล ส้มจี๊ดบอกว่าตนถูกแทงเพราะพราว สุดเขตต์ถามว่าไอ้มือมืดนั่นมันเป็นใครกล้ามาทำร้ายพราวถึงในห้าง

    “แกคิดว่าฉันจะรู้ไหมล่ะ ไปถามไอ้บอดี้การ์ด

    สมชายซี มันช่วยยัยพราวไว้แล้วปล่อยให้ฉันรับเคราะห์แทนนังพราวเจ็บใจจริงๆ”

    ooooooo

    สมชายตามไปที่บ้านประเสริฐ เจอผู้กำกับสหวุฒิยังอยู่ที่นั่น เขาถามว่าเจอตัวมันไหม ผู้กำกับบอกไม่เจอตัวแต่เจออย่างอื่นเพียบเลย บอกสมชายให้เข้าไปดูเองก็แล้วกัน

    สมชายเข้าไปดูเห็นแต่รูปพราวเต็มไปหมด มีมากจนเกินกว่าที่จะเป็นแฟนคลับ สมชายว่ามันเป็นโรคจิตมากกว่า

    “คงอย่างนั้น อาจจะจินตนาการไปไกลว่าคุณพราวเป็นคนรักของตัวเองด้วย ถึงได้คลุ้มคลั่งเมื่อเห็นข่าว

    คุณพราวหมั้นกับไฮโซติณห์” สหวุฒิวิเคราะห์ แล้วยังมีรูปพราวสวีตหวานกับติณห์ในห้างจากไอแพดด้วย

    “คงเป็นเพราะรูปนี้ ไอ้แฟนคลับถึงสติแตกตามไปเชือดคุณพราวที่ห้าง” สมชายเดา

    สหวุฒิบอกว่าดีที่สมชายไปเป็นบอดี้การ์ดพราว ไม่อย่างนั้นวงการบันเทิงต้องสูญเสียซุปเปอร์สตาร์แน่

    สมชายมองกระจกที่ผู้กำกับชี้ให้ดู เห็นเขียนคำว่า “แพศยา” ด้วยเลือดแล้วใจหายวาบ

    ooooooo

    สมชายตำหนิตัวเองกับผู้กำกับสหวุฒิขณะเดินออกมาว่าตนสะเพร่าเอง ที่เคยสงสัยประเสริฐจนค้นตัวมัน แต่ปล่อยไปโดยไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนามแถมจำหน้าไม่ได้ด้วย ปล่อยมันลอยนวลตามก่อเหตุอยู่ได้ตั้งนาน

    “แต่ตอนนี้ก็ชัดแล้วว่ามันเป็นไอ้โม่งที่ตามปองร้ายคุณพราวแน่ๆ ผมจะออกหมายจับมันส่งไปทุกท้องที่”

    “แต่ดูมันไม่สมเหตุสมผลเลยนะครับผู้กำกับ มันเป็นแฟนคลับ มันคลั่งรักคุณพราว แล้วทำไมมันถึงแอบส่งน้ำกรดให้คุณพราว ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อต มันลงมือเหมือนคนที่อาฆาตแค้นเกลียดชังกันมากกว่านะครับ”

    “ไว้ได้ตัวมันมา เราคงหายข้องใจเรื่องนี้ แต่สารวัตรไม่ต้องห่วง ผมไม่ตัดประเด็นสงสัยว่าอาจจะมีไอ้โม่งอีกคนหนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้น...ต่อจากนี้ การดูแลรักษาความปลอดภัยให้คุณพราวต้องเข้มงวด”

    “ครับผม! ผมจะไม่ให้คุณพราวคลาดสายตาเลย”

    ผู้กำกับมองหน้าสมชายพูดยิ้มๆ “ผมมั่นใจว่าคุณจะทำหน้าที่ได้เยี่ยมในการดูแลปกป้องชีวิตซุปเปอร์ สตาร์พราว”

    “เอ่อ...” สมชายรู้ตัวยิ้มเจื่อน “ผมไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ที่ผมจำต้องทำหน้าที่นี้เพราะยังมีไอ้เจ๋งอีกตัวที่มันจ้องจะเล่นงานคุณพราวอยู่ มันแค้นคุณพราวก็เพราะผม คราวนี้ถ้ามันโผล่มาอีกที ผมต้องจัดการมันให้ได้”

    ระหว่างนั้นฝนตกพรำๆ ที่พุ่มไม้หน้าบ้าน ประเสริฐ เจ้าตัวมาซุ่มดูสมชายกับสหวุฒิที่กำลังเดินออกจากบ้านแล้วผลุบหายไป

    ooooooo

    สุดเขตต์ยังอยู่กับส้มจี๊ดที่โรงพยาบาล เขาร้อนใจว่าเมื่อมือมีดยังลอยนวลอยู่ ทั้งพราวและมีนก็ตกอยู่ในอันตราย ถามส้มจี๊ดว่าเช็กข่าวได้ไหมว่าตำรวจจับตัวมือมีดที่ทำร้ายพราวได้หรือยัง

    “ทำร้ายคุณพราว? ทำร้ายบ้าอะไร มันแทงฉันต่างหาก” ส้มจี๊ดแว้ดใส่ทั้งที่เจ็บแผลอยู่ สุดเขตต์ขอโทษแก้เกี้ยวว่ามือมีดที่แทงเธอ ส้มจี๊ดพูดอย่างรู้ทันว่า “แกไม่ต้องทำเป็นมาห่วงฉัน แกห่วงนังพราวจะถูกไอ้นั่น

    ตามฆ่าอีกใช่ไหมถ้าตำรวจยังจับตัวมันไม่ได้น่ะ...ซ้าธุ...ขอให้ตำรวจจับมันไม่ได้”

    สุดเขตต์ฉุนกึกตำหนิว่าเธอเห็นชีวิตคนเป็นของเล่นหรือ รู้ไหมถ้าพราวเป็นอะไรไปคนที่รักเธอจะเสียใจมากขนาดไหน ส้มจี๊ดยิ้มเยาะพูดเย้ยว่า

    “แหมๆ คนที่รักเขา! รักยัยพราว...คือแกน่ะเหรอ อยากจะอ้วกว่ะ รู้ไว้ซะแก ก่อนที่ยัยนั่นจะหมดลม ผู้ชายคนแรกที่ยัยนั่นจะคิดถึงก็คือไอ้บอดี้การ์ดสมชาย กิ๊กลับๆ ของมัน คนที่สองคือไฮโซติณห์ ส่วนแก! ไม่รู้อยู่ขุมที่เท่าไหร่ กลัวมันจะหมดลมเสียก่อนที่จะคิดถึงแกว่ะ ฮ่ะๆๆ”

    สุดเขตต์ฟังแล้วสมเพชขอบใจประชดที่เธอสาธยายให้ฟัง พูดให้รู้สึกตัวว่า

    “รู้ไหม ที่จริงแกก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนนึง แต่ทัศนคติของแกที่มีต่อคุณพราวทำให้แกดูน่าเกลียดมากในสายตาฉัน” พูดพลางเดินไปที่ประตูจะกลับ ทีแรกส้มจี๊ดก็ยิ้มปลื้มที่เขาชมว่าสวย แต่พอฟังจบก็โกรธจี๊ดหาว่าสุดเขตต์หลอกด่า เลยขุดคุ้ยระบายอารมณ์ว่าอย่าหลงตัวเอง ตนรู้ว่าเขาออฟผู้หญิงมามั่วที่บ้านและซ่อนไว้ในห้องน้ำ ตนเห็นรองเท้านังนั่นที่หน้าบ้าน

    “เขาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น ดีกว่าแกล้านเท่ารู้ไว้ซะด้วย” สุดเขตต์หยุดตรงประตูหันมาบอกแล้วเดินออกไปเลย

    “มันยอมรับ มันซ่อนอีหนูไว้ในห้องน้ำจริงๆ นังนั่นมันเป็นใคร” ส้มจี๊ดตาลุกด้วยความหึงหวง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 11:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์