นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    พลบค่ำแล้ว พราวกับสมชายเดินหาซื้อเสื้อผ้าตามแผงลอยริมชายหาด ต่างคนต่างเลือก เลือกของตัวเองบ้าง ช่วยกันเลือกบ้าง มีทั้งเสื้อผ้าและหมวกปีกกว้าง เครื่องใช้ประจำวันเล็กๆน้อยๆต่างเพลิดเพลินจนลืมกำแพงหัวใจที่มีต่อกันหมดสิ้น

    ซื้อเสื้อผ้าเครื่องใช้เสร็จ ก็ซื้อไอศกรีมเดินกินกันมาสบายๆไร้กังวลเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่ไม่มีสายตาใครคอยจับจ้อง

    เจ๋งที่เห็นพราวกับสมชายบ่ายหน้ามาทางหัวหิน ขับรถตามมาแต่คลาดกัน จนแม้ขณะทั้งสองเดินกินไอศกรีมกันที่ชายหาด เจ๋งก็ขับรถผ่านแต่ไม่เห็น

    สมชายพาพราวเข้าร้านปิ้งย่าง สั่งอาหารมากินกัน สมชายกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่พราวกลับนั่งมองหน้าเขา พอถามว่าไม่กินหรือ เธอบอกว่าเห็นเขากินก็อิ่มแล้ว สมชายเร่งให้กินเสียเดี๋ยวกลับไปที่พักหิวแล้วจะไม่มีอะไรกิน เธอยังนั่งเฉย เขาเลยคีบกุ้งเผาป้อนให้ ทำปากเธอเลอะเลยช่วยเช็ดให้อย่างอ่อนโยน

    “ขอถามอะไรหน่อยสินายสมชาย” พราวเอ่ยขึ้น “ถ้าวันนั้นพี่แฟรงค์ไม่ไปตามฉันที่อัมพวา ไม่มีนักข่าวตามไป คุณคิดว่าเรื่องของเราจะจบลงยังไง”

    สมชายหยุดกิน นึกถึงวันที่แม่ทำช่อดอกไม้ให้เขาเอาไปมอบให้พราวที่โต๊ะอาหาร...นึกถึงที่พราวถูกส้มจี๊ดจิกถามเรื่องผู้ชายที่พายเรือให้เธอนั่ง และที่ติณห์รับสมอ้างว่า ผู้ชายที่พายเรือให้พราวนั่งคือตัวเขาเอง...

    สมชายมองหน้าเธอเห็นจ้องรอคำตอบอยู่ เขาบอกว่า “ผมว่ามันก็ต้องจบลงเหมือนทุกวันนี้แหละ คุณกลับมาเป็นดารา ส่วนผมกลับมาเป็นตำรวจเหมือนเดิม ผมว่า...มันก็ดีแล้ว” พูดแล้ววางตะเกียบหยิบแก้วน้ำดื่มตัดบทว่า “อิ่มซะที กลับกันเถอะ”

    พราวฝืนยิ้มพยักหน้าลุกเดินไปด้วยกัน แต่พราวเหนื่อยเดินช้ามาก สมชายจึงให้เธอขี่หลัง หยอกล้อหัวเราะกันสนุกสนาน เจ๋งถือกระป๋องเบียร์ดื่มอยู่ได้ยินเสียงหัวเราะเขม้นมองก็เห็นไม่ชัดเพราะค่ำแล้ว แต่ก็เดินตามไป

    เดินไม่ทันถึงที่พักฝนก็ตกซู่ลงมา สมชายปล่อยพราวลงพากันวิ่งไป แต่ฟ้าร้องฟ้าแลบเปรี้ยงๆน่ากลัวมาก พราววิ่งไปก็ร้องกรี๊ดๆไป จนถึงหน้าบ้านฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา พราวโผกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สมชายบอกให้เธอยืนรอตรงนี้ตนจะเข้าเอาผ้าขนหนูมาซับน้ำให้ พราวก็ยังกอดเขาแน่น

    “เอ่อ...เป็นอะไรคุณ อยู่คนเดียวกลัวเหรอ งั้นขึ้นไปด้วยกัน” พราวก็ยังกอดเขาอยู่ มองหน้าเขา ยิ้มให้พูดอย่างสดชื่นว่า

    “วันนี้ฉันหาความสุขเจอแล้ว เพราะมีคุณมาเป็นเพื่อน ขอบคุณที่พาฉันมาหาความสุข...ขอบคุณมากนายสมชาย”

    “เอ่อ...ไม่เป็นไร ผมดีใจที่เห็นคุณมีความสุขเหมือนคนอื่นเขาบ้าง...” เขาจูบเรือนผมที่เปียกฝนของพราวแล้วรีบผละออก “ผมไปหาผ้าเช็ดตัวก่อนนะ”

    พราวมองตาม...พยายามทำใจ เมื่อคิดว่าสมชายคงตัดใจจากตนไปแล้ว...

    ฝ่ายสมชายเมื่อเข้าห้องนอนก็ยืนพิงประตูข่มใจ เตือนตัวเองว่า

    “คืนนี้แกจะห้ามใจตัวเองอยู่ไหมไอ้สมชาย นับหนึ่งถึงล้านไว้นะเว้ย...” คิดแล้วเอาหัวกระแทกประตูเบาๆเรียกสติเตือนใจตัวเอง

    ooooooo

    ที่กรุงเทพฯ...ในโรงแรมที่จัดงาน ติณห์พามีนหนีนักข่าวมีมาโนชคอยกันอยู่ข้างหลัง มีนใจไม่ดีถามหาแฟรงค์กับเอมี่ ติณห์บอกให้รีบหนีไปก่อนอยู่ที่ไหนเดี๋ยวค่อยโทร.บอกทั้งสองอีกที

    สุดเขตต์ที่จับตาดูมีนและติณห์อยู่ เห็นติณห์พามีนหลบหายไปก็เป็นห่วงรีบวิ่งตามไป ส้มจี๊ดเห็นสุดเขตต์วิ่งไปก็ร้องบอกพวกนักข่าวว่าไฮโซติณห์พาพราวหลบไปทางนี้ พวกนักข่าวจึงกรูกันตามไป

    แต่พอวิ่งตามไปก็เห็นติณห์พามีนขึ้นรถออกไปแล้ว สุดเขตต์ได้แต่ยืนมองอย่างเป็นห่วงไม่รู้ว่าติณห์จะพามีนไปไหน ส่วนกองทัพนักข่าวที่เพิ่งจะวิ่งมาถึง ต่างเซ็งที่ทันเห็นแค่ท้ายรถของติณห์ที่ตะบึงไปเท่านั้น

    สุดเขตต์วิ่งลงบันไดตึกจอดรถมาที่จอดมอเตอร์ไซค์ชั้นล่าง พอล้วงกุญแจรถออกมาก็ถูกส้มจี๊ดตามมาแย่งกุญแจรถไม่ยอมให้ตามมีนไป สุดเขตต์แย่งกุญแจรถผลักส้มจี๊ดกระเด็นโดยไม่ตั้งใจแล้วบิดมอเตอร์ไซค์ไปอย่างเร็ว เร่งเครื่องจนตามไปทันรถของติณห์ที่กำลังจะออกถนนใหญ่

    จันทร์จรีเจ็บใจที่ถูกติณห์ทิ้งสั่งผู้ดูแลตนให้โทร.ถามว่าติณห์อยู่ไหน ผู้ดูแลจำต้องโทร. ติณห์รับสายบอกว่าตนออกมาแล้วกับพราวให้ผู้ดูแลทั้งสองคนดูแลจันทร์จรีและพาไปส่งให้เรียบร้อยด้วย

    ติณห์พามีนไปที่บ้านของเขา สุดเขตต์ได้แต่จอดรถดูอยู่นอกรั้ว เห็นติณห์จูงมือ จูบมือพราวขณะพาเข้าบ้าน สุดเขตต์ก็ได้แต่ร้อนใจอยู่หน้าบ้าน ทำอะไรไม่ได้

    ooooooo

    ที่หัวหิน ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฟ้าร้องตลอดเวลาจนพราวกอดตัวเองอย่างหวาดกลัว เห็นมือถือหน้าจอสว่างอยู่ในกระเป๋าก็จะหยิบดูว่ามีใครติดต่อมาบ้าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ บอกตัวเองว่า

    “ขอหยุดรับรู้โลกภายนอกสักวันนะพี่แฟรงค์ มีนคงช่วยพี่แก้ปัญหาได้” พลางหยิบขวดยาออกจากกระเป๋า ฟ้าผ่าเปรี้ยง ไฟดับทันทีพราวตกใจร้องกรี๊ด ลุกเดินไปที่หน้าต่างเห็นชายคนหนึ่งใส่แจ็กเกตผ้าร่มมีหมวกฮู้ดเดินฝ่าสายฝนป้วนเปี้ยนอยู่ชายหาดหน้าบ้าน เธอตกใจผงะระแวงว่าจะเป็นคนที่ตามมาปองร้าย

    พราวตัดสินใจวิ่งลงไปข้างล่าง เจอสมชายกำลังค้นหาเทียนไขอยู่ เธอโผเข้าไปเกาะแขนเขาบอกว่ามีคนอยู่หน้าบ้าน สมชายที่กำลังกลัวใจตัวเองอยู่ว่าคืนนี้จะผ่านไปได้ไหม พอพราวบอกว่ามีคนอยู่หน้าบ้านเขาคว้าปืนไปดูที่ประตูกระจกระเบียง ก็ไม่เห็นใคร ปลอบใจพราวว่า

    “ไม่มีใครรู้ว่าเรามาที่นี่ จะตามมาถูกได้ไง คุณ คิดมากไปเองรึเปล่า อาจจะเป็นคนแถวนี้หรือพวกคนหาปลาก็ได้”

    “ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ จะมีสักคืนไหมที่ฉันนอนตาหลับโดยไม่พึ่งยา” สมชายถามว่าพึ่งยาอะไรหรือ ก็ถูกตอบประชดว่า “พึ่งยาดีกว่าพึ่งคุณไง” พูดแล้วเดินงอนๆขึ้นบันไดไป

    “เดี๋ยวเถอะ ปากดีนักยัยคนนี้” สมชายพึมพำอย่างมันเขี้ยว แล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเคยเห็นยาคลายเครียดที่หัวเตียงเธอจึงรู้ว่าเธอต้องพึ่งยา สมชายวิ่งตามขึ้นไป

    ที่นอกบ้าน ชายคนนั้นเดินฝ่าสายฝนมาหยุดมองผ่านกระจกเข้ามาในบ้าน เมื่อไม่เห็นใครมันจึงเดินผ่านไป

    ooooooo

    สมชายขึ้นไปไม่ให้พราวกินยาคลายเครียด พราวฉุนถามว่ามายุ่งอะไรด้วยตนกินเป็นประจำ อยู่แล้ว เมื่อนอนไม่หลับก็ต้องกินยาคลายเครียดช่วยให้นอนหลับ

    “หึ...หลับหรือตาย ไม่เคยเห็นข่าวหรือ ดาราตายเพราะยาพวกนี้มาเยอะแล้ว สักวันคุณก็อาจจะเป็นรายต่อไป เอายามาให้ผม” พราวเถียงว่ากินแค่เม็ดเดียวไม่ตายหรอก “แต่ถ้าคุณอยู่กับผม ผมไม่ให้คุณกิน เอายามา ได้ยินไหม ดื้อเหรอ”

    สมชายแย่งยาพราวไปได้ กอดพราวจากข้างหลัง ปลอบใจ “ผมรู้คุณกลัว คุณนอนฝันร้าย ผมอยู่เป็นเพื่อนคุณแล้วไง คุณจะกลัวอะไรอีก ผมจะดูแลคุณ ให้คุณได้หลับสบาย...”

    พราวนิ่งอยู่ในอ้อมแขนสมชายอย่างรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย...

    ชายลึกลับยังเดินวนอยู่รอบบ้านอย่างสำรวจ เห็นมีรถจอดอยู่มันจะเดินไปดู รปภ.สองคนส่องไฟฉายเดินบ่นกันมาว่า ฟ้าผ่าเปรี้ยงเดียวไฟดับหมดทั้งหาด เห็นเงาตะคุ่มๆ คนหนึ่งร้องถาม “เฮ้ย! นั่นใคร!”

    ชายลึกลับหลบหายไปทันที พอ รปภ.ทั้งสองส่องไฟฉายมองหาก็ไม่เห็นแล้วบ่นกันว่า ตะกี๊ยังเห็นคนยืนอยู่ อีกคนบอกว่าไม่เห็นมีใครเลย

    ที่แท้คือเจ๋ง มันเห็นรถสมชายบ่ายหน้ามาหัวหินจึงตามมาแต่ก็คลาดกัน มันจึงเดินหาไปตามบ้านพักหมายจะฆ่าสมชายล้างแค้นแทนพี่ชายให้ได้

    ooooooo

    สมชายนอนเป็นเพื่อนพราว ต่างคนต่างนอนมองเพดาน จนพราวเป็นฝ่ายเรียกเขา ถามว่าเมื่อไหร่ไฟจะมา ครู่เดียวก็ถามอีกว่า เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตก อึดใจต่อมาก็เรียกอีก

    “สมชาย ขออะไรอย่างได้ไหม...ขอใช้เป็นหลุมหลบภัยของฉันหน่อยได้ไหม ฉันจะได้นอนหลับอย่างสบาย”

    “เอ่อ...เอาซิ ถ้าคุณไม่กลัวผมจะปล้ำเอา”

    “ฉันไม่กลัวหรอก ฉันไม่เคยกลัวคุณเลย เพราะฉันรู้ว่าอยู่กับคุณแล้วฉันจะปลอดภัย” แล้วพราวก็ซุกซบอกเขา

    สมชายพูดอะไรไม่ออก แต่พราวยังคงรำพึงอย่างสบายใจก่อนหลับไปว่า “ขอบคุณนายสมชาย วันนี้คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของฉัน”

    สมชายนอนไม่หลับ เขามองหน้าพราวที่หลับพริ้มอยู่กับอก คิดถึงที่อัมพวา วันนั้นพราวกอดเขาแน่น พร่ำบอกเขาว่า

    “ฉันชอบอ้อมกอดของคุณนะบอดี้การ์ดสมชาย เพราะมันอบอุ่นไม่เหมือนใคร...อ้อมกอดของคุณปลอดภัย เหมือนเป็นหลุมหลบภัยสำหรับพราว ฉันสามารถอยู่ตรงนี้กับคุณได้นานๆ โดยไม่รู้จักเบื่อ และถ้าทำได้ ฉันอยากจะอยู่ตลอดไป...ตลอดไป...”

    คิดถึงอดีตและมองปัจจุบันแล้ว สมชายทิฐิอ่อนลง เขาบรรจงจูบที่หน้าผากพราวอย่างทะนุถนอม...อยากปกป้อง...

    ที่ชายหาดอีกมุมหนึ่ง เจ๋งยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน คำรามหน้าเหี้ยม...

    “มึงทั้งคู่อยู่ที่ไหน กูจะหาให้เจอ อย่าหวังว่ามึงทั้งคู่จะได้อยู่ด้วยกันอย่างสมหวังเลยในชาตินี้!”

    ooooooo

    ที่บ้านติณห์ โต๊ะอาหารที่จัดไว้อย่างโรแมนติกนั้น ติณห์นั่งอยู่กับมีน มีนใจคอไม่ดีเมื่อเห็นกล่องแหวนเพชรวางอยู่ แอบกังวลว่าถ้าติณห์ขอแต่งงานจะทำอย่างไร จะตอบอย่างไรให้ตรงกับใจของพราว

    ส่วนติณห์เห็นมีนสีหน้ากังวลก็คิดว่าหรือพราวจะจำแหวนวงนี้ได้ ถามว่าเคยเห็นแหวนวงนี้หรือ มีนบอกว่าไม่เคยแต่ตกใจที่อยู่ๆเขาก็หยิบแหวนขึ้นมาแบบนี้ ติณห์ทำหน้ากรุ้มกริ่มถามว่า “คุณคิดว่าผมหยิบแหวนขึ้นมาทำไมล่ะครับ”

    “ถามอย่างนี้ตื่นเต้นจังเลย” มีนถ่วงเวลาหาทางแก้ปัญหา แล้วมีนปัดแก้วไวน์หก ไวน์กระเด็นเปื้อนกระโปรง มีนจึงหาเหตุขอตัวไปล้างในห้องน้ำ ติณห์อยากจะทัดทานเพราะอยากทำแผนให้จบๆไป แต่มีนก็ลุกไปแล้ว

    มีนเข้าห้องน้ำ คิดกังวลว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไรดี คิดเดาใจพราวไปต่างๆนานาว่า

    “ถ้าเขาขอแต่งงาน จะรู้ได้ไงว่าคุณพราวอยากแต่งหรือไม่อยากแต่งกับเขา ถ้าตอบตกลง เกิดคุณพราวยังไม่พร้อมที่จะแต่งขึ้นมา ต้องโกรธเราแน่ๆ แต่ถ้าปฏิเสธไปล่ะ คุณติณห์เกิดผิดหวัง โกรธขึ้นมา ทำให้เขาผิดใจกันอีก โอย...ทำไงดีมีน”

    ขณะกำลังคิดกังวลอยู่นั้น เสียงมาโนชก็มาพูดอยู่หน้าห้องน้ำว่า

    “คุณพราวครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ หรือว่าต้องการอะไร คุณติณห์สั่งให้ผมมาคอยดูแลครับ”

    “ไม่มีค่ะ เดี๋ยวจะออกไปแล้ว” มีนทำเสียงปกติทั้งที่ใจว้าวุ่นมาก

    มีนออกมานั่งที่โต๊ะ ติณห์ถามว่าล้างออกไหม เธอบอกว่าออก ติณห์หยิบกล่องแหวนเพชรลุกขึ้นเดินมาหามีน เอ่ยเสียงอ่อนโยน

    “ถ้าอย่างนั้น...พราวครับ...ผมอยากจะ...”

    มีนใจหายแต่พยายามหาทางยื้อเวลา ชวนว่าบรรยากาศอย่างนี้เต้นรำกันก่อนดีไหม ติณห์ทำใจเย็นบอกว่าสำหรับเธอตนให้ได้ทุกอย่าง หันไปเปิดเพลงชวนมีนออกไปเต้นรำ

    ระหว่างเต้นรำ มีนคิดหาทางหนีทีไล่ ขณะที่ติณห์คิดแค้น แต่พูดหวานว่า

    “ผมรอวันนี้มานานแค่ไหนแล้วรู้ไหมครับ วันที่ผมจะได้ซุปเปอร์สตาร์พราวมาอยู่ในมือของผมแบบนี้” พราวรู้สึกเขาพูดแปลกๆ แต่พอมองหน้าเขา ก็พบรอยยิ้มอบอุ่น

    “คุณรักพราวเพราะพราวเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ทุกคนหมายปอง หรือว่ารักพราวที่หัวใจคะคุณติณห์”

    “ผมจะให้คุณได้รับคำตอบจากปากของผมเอง”

    ติณห์จะจูบมีน เธอตกใจ ก็พอดีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาขัดจังหวะ

    “หยุดยั่วคุณติณห์เดี๋ยวนี้นะ!”

    “จันทร์จรี!” ติณห์ตกใจไม่คิดว่าจันทร์จรีจะตามมาถึงบ้าน

    มีนได้จังหวะ ใช้จันทร์จรีมาเป็นตัวถ่วงเวลาเปลี่ยนสถานการณ์ที่คับขันของตัวเอง ถามจันทร์จรีว่า

    “แล้วเธอตามมาบ้านคุณติณห์ทำไมดึกๆดื่นๆ ฉันว่านะ เธอต่างหากที่ตั้งใจมายั่วคุณติณห์ เบื้องหน้าเป็นพรีเซ็นเตอร์ เบื้องหลังชอบเป็นอีหนู!”

    จันทร์จรีพุ่งเข้าตบพราวทันที พราวยอมถูกตบจะได้มีเรื่องวุ่นวายกัน แต่เมื่อจันทร์จรีตบไม่ยั้งพราวจึงตอบโต้ มาโนชทำท่าจะเข้าไปห้าม ถูกติณห์ยกมือห้ามตัวเขาเองก็ยืนมองอย่างสะใจที่เห็นมีนที่เขาคิดว่าเป็นพราวตกอยู่ในสภาพนี้

    มีนปัดป้องตอบโต้จันทร์จรีหมายให้ติณห์ห้าม แต่เห็นเขายืนเฉย มีนเลยตอบโต้จับจันทร์จรีเหวี่ยงไปกระแทกโต๊ะจนคะมำ แล้วคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากบ้าน ติณห์วิ่งตามไป ถูกจันทร์จรีออเซาะเรียกให้ช่วยตนด้วย ไม่รู้สะโพกหักหรือเปล่า ติณห์สั่งมาโนชให้ตามไปดูมีน ส่วนตัวเองหันมาประคองจันทร์จรีลุกขึ้น จันทร์จรีกอดเขาแน่นร้องไห้คร่ำครวญ

    “จันทร์จรีไม่ยอมให้นังพราวมันแย่งคุณไปเป็นเจ้าของคนเดียวเด็ดขาด จรีไม่ยอม...จรีรักคุณ”

    ติณห์ยิ้มร้ายสะใจที่แผนเสี้ยมใช้จันทร์จรีเป็นเครื่องมือทำร้ายมีนได้ผลทันตาเห็น

    ooooooo

    มีนวิ่งไปถึงประตูรั้ว สั่ง รปภ.ให้เปิดประตู พอมีนวิ่งออกไปก็เจอสุดเขตต์นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์รออยู่อย่างร้อนใจ พอมีนออกมาสุดเขตต์ถามว่าติณห์ทำอะไรเธอ!

    “รีบพาฉันไปจากที่นี่ก่อนเถอะค่ะ แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง” มีนหันไปเห็นมาโนชกำลังวิ่งตามมา เธอเร่งสุดเขตต์ “เร็วซีคะ”

    มาโนชวิ่งตามมาเห็นมีนซ้อนมอเตอร์ไซค์สุดเขตต์ไปไกลแล้ว แต่มาโนชนึกว่ามีนซ้อนรถสมชายไป พึมพำแค้น

    “หึ! ไอ้สมชาย ตามมาถึงนี่เลยนะมึง!!!”

    ส่วนติณห์ประคองจันทร์จรีที่กอดเขาไว้อย่างหวงแหน ถามเธอว่ารักตนจริงๆหรือ จันทร์จรีอ้อนว่ารักจริง ตนยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามา

    “แม้ว่าผมจะมีใจให้คนอื่น คุณก็ยังรักผมงั้นหรือ”

    “ก็ได้ค่ะ ถ้าจรีเป็นที่หนึ่งไม่ได้ จรีขอเป็นที่สองในใจคุณ” ติณห์ติงว่ามันต้องแลกกับความเจ็บปวด ของเธอ ตนไม่อยากทำร้ายจิตใจเธอ จันทร์จรีประคองหน้าเขามองอย่างเทิดทูน บอกทั้งน้ำตาว่า “ถ้าเจ็บปวดแล้วเป็นของคุณ จรียอมแลกค่ะ”

    จันทร์จรีอ่อยถึงเพียงนี้ มีหรือที่ติณห์จะปฏิเสธ ขณะติณห์ก้มจูบจันทร์จรีนั้น มาโนชเดินอ้าวเข้ามาจะรายงานว่ามีนขึ้นรถไปกับสมชาย เห็นติณห์กับจันทร์จรีกำลังดูดดื่มกันอยู่ มาโนชถอยออกไปทันที

    ooooooo

    ระหว่างที่ติณห์กับจันทร์จรีนอนกันอยู่ที่เตียงในห้องติณห์นั้น ตรีที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่เหมือนจะรับรู้ ร่างเขาสั่นเทา เหมือนเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจเขาอย่างรุนแรง...

    เมื่อปีกว่าที่แล้วนี่เอง ตรีไปในงานมอเตอร์โชว์ที่ซุ้มรถหรู เขาเดินดูรถอย่างมีความสุขหมายจะหารถใหม่สักคัน เดินดูมาถึงรถยุโรปหรู จันทร์จรีในชุดพริตตี้ โพสท่ารอลูกค้าอยู่ เห็นตรีหนุ่มหล่อมาดดีเดินมาเธอทำงานทันที

    “สวัสดีค่ะ ถ้ากำลังหารถหรูๆเหมาะกับคุณสักคัน ให้จรีช่วยแนะนำไหมคะ”

    ตรีชะงัก เพียงเห็นจันทร์จรีที่สวยพราวเสน่ห์ยิ้มหวานให้ ชายหนุ่มตกหลุมรักทันที พูดประสาหนุ่มในอารมณ์รักว่า

    “ผมไม่ใช่แค่มองหารถ แต่กำลังมองหาคนรู้ใจที่จะนั่งรถไปกับผมด้วย”

    “รับรองค่ะ ว่าวันนี้คุณจะได้ทั้งรถและคนที่รู้ใจด้วย” จันทร์จรีหัวเราะอย่างมีจริตหว่านเสน่ห์

    หลังจากนั้น จันทร์จรีก็เป็นตุ๊กตาหน้ารถให้ตรี เวลานั้นเธออ่อนหวาน น่ารัก ไร้พิษสง ทันทีที่ขึ้นนั่งรถ เธอโน้มหน้าไปจุ๊บตรีและซบไหล่เขาอย่างแสนหวาน

    ต่อมาไม่นาน ตรีก็พาจันทร์จรีไปพบพราวและแฟรงค์ที่รู้จักคุ้นเคยกัน ฝากจันทร์จรีเข้าวงการ วันนั้นแฟรงค์ดูจันทร์จรีแล้วหันพูดกับพราวว่า

    “หน่วยก้านดีนี่นะพราว สวย เฉี่ยว หุ่นก็ดี” ตรีฝากแฟรงค์ให้ช่วยสนับสนุนด้วย “โอเคพี่จะลองพาไปเทสต์งาน แต่ต้องเซ็นสัญญากันก่อนนะ”

    ตรียินดีมากบอกจันทร์จรีให้ฝากเนื้อฝากตัวกับแฟรงค์และพราวทันที

    ฝากจันทร์จรีกับแฟรงค์และพราวแล้ว วันหนึ่งตรีพาเธอไปทานอาหารที่ร้านอาหารหรู บรรยากาศโรแมนติก จันทร์จรีแต่งตัวจัด ท่วงท่ามั่นใจราวกับดาราดัง แต่ตรีไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่ตื่นเต้น บอกเธอว่า

    “ผมมีอะไรจะบอกจรีครับ” จันทร์จรีบอกว่าตนก็มีอะไรจะบอกเขาเหมือนกัน ต่างเกี่ยงกันให้อีกฝ่ายบอกก่อน สุดท้ายตรียอมเป็นฝ่ายบอกก่อน เขาลุกขึ้นยืน จันทร์จรีมองแปลกใจถามว่ายืนทำไม ตรีหยิบกล่องแหวนเพชรบอก “ผมรักคุณมาก แทบจะรอใช้ชีวิตคู่กับคุณไม่ไหว ผมอยากตื่นและหลับโดยมีคุณอยู่ข้างๆ จรีครับ...แต่งงานกับผมนะครับ”

    ตรียื่นกล่องแหวนไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจว่าเธอจะตอบรับ แต่...จันทร์จรีกลับตบฝากล่องแหวนปิดลง

    “จรีแต่งงานกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ” ตรีตะลึงถามว่าทำไม ตนมีพร้อมทุกอย่างที่จะดูแลเธอให้มีความสุขได้ “แต่จรีกำลังดัง งานในวงการวิ่งเข้ามาหาจรีเต็มไปหมด จรีไม่อยากมีความรักเป็นตัวถ่วงอนาคตของตัวเอง”

    ตรีชะงักอึ้งถามว่าตนเป็นตัวถ่วงเธอหรือ ย้ำว่าตนรักเธอ จันทร์จรีตอบทันทีว่า

    “แต่จรีไม่เคยรักคุณเลย! ที่ผ่านมาขอให้รู้ไว้ด้วยนะตรี ว่าคุณคิดไปคนเดียวทั้งนั้นว่าจรีรักคุณ”

    “แปลว่าคุณโกหกผมเหรอ คุณหลอกเพื่อให้ผมพาเข้าวงการหรือ?!”

    “ใช่! และนี่แหละเรื่องที่ฉันอยากจะบอกคุณในวันนี้ เราเลิกกันนะ!” พูดแล้วจันทร์จรีเดินเชิดไปทันที ทิ้งให้ตรีคุกเข่าหมดแรงอยู่กับพื้น กำกล่องแหวนในมือจนบุบบี้...

    วันนี้ตรีนอนเป็นเจ้าชายนิทราบนเตียง แต่ร่างสั่นเทาเหมือนรับรู้พฤติการณ์ของจันทร์จรีกับติณห์บนเตียง ครู่หนึ่งร่างเขาค่อยสงบลง เหลือแต่น้ำตาที่ไหลเป็นทางจากหางตาจนเปียกหมอน...

    ooooooo

    จันทร์จรีนอนกอดติณห์อย่างอิ่มเอมใจคิดว่าจับเขาได้อยู่หมัดแล้ว ส่วนติณห์ก็สะใจ สมใจ ที่ผูกมัดจันทร์จรีไว้เป็นเครื่องมือเล่นงานพราวได้สำเร็จ

    จันทร์จรีอ้อนให้เขาเอ็นดูตนให้มากๆ ติณห์บอกว่าถ้าเธอทำตัวดี เชื่อฟังตน เราก็จะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ได้ และที่สำคัญ “ต้องเก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับด้วย”

    “แหม...รู้แล้วค่ะ จรีจะไม่ปากมากไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ทั้งๆที่อยากจะประกาศตัวเป็นเจ้าของคุณใจจะขาด”

    “ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร ผมก็ไม่ได้เป็นเจ้าของคุณ” ติณห์ลุกจากเตียง ทำเอาจันทร์จรีอารมณ์ค้าง พึมพำหมายมาด

    “หึ! ฉันไม่รีบร้อนหรอก ตอนนี้ฉันได้ตัวคุณมาแล้ว สักวันฉันจะเอาหัวใจของคุณมาครองด้วย ฉันจะเป็นมาดามจรี ไฮโซแห่งคฤหาสน์หลังนี้ให้ได้ คอยดู!”

    ส่วนมีนหนีไปกับสุดเขตต์แล้วพากันไปนั่งที่ริมบึง เธอเล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง สุดเขตต์หึงขึ้นมาถามว่าจับมือด้วย กอดด้วยเหรอ! มีนพูดให้สบายใจว่าคิดเสียว่าตนกำลังแสดงไม่ได้รู้สึกอะไรกับติณห์เลย

    สุดเขตต์ดึงมีนเข้าไปกอดถามว่า “แล้วกับผมล่ะครับ คุณรู้สึกอะไรกับผมไหม” มีนบอกว่ารู้สึกขอบคุณที่เป็นห่วงตนจนตามไปถึงบ้านติณห์ “ต่อจากนี้ไป ผมจะตามดูแลคุณจนกว่าคุณจะพ้นหน้าที่สแตนด์อินของคุณพราว กลับมาเป็นคนธรรมดาๆ ผมจะได้เจอคุณแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆกันอีก”

    ระหว่างนั้นมือถือมีนดังขึ้น เป็นสายจากแฟรงค์โทร.มาเช็กว่าอยู่ไหน มีนบอกว่ากลับบ้านแล้ว ไม่มีอะไร ไม่ต้องเป็นห่วงตนเอาตัวรอดได้ แล้วถามถึงพราวว่ากลับมาหรือยัง พอรู้ว่ายังมีนก็กังวลเป็นห่วง

    แฟรงค์กับเอมี่ติดต่อพราวไม่ได้ ต่างกลัวว่าพราวจะหนีไปอัมพวาอีก แฟรงค์ฉุนประกาศว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงตนจะไปเผาอิงรักโฮมสเตย์ให้วอดวายเลยจะได้ไม่มีความหลังความทรงจำอะไรกันอีกต่อไป

    “โหเจ๊...จะไปอคติอะไรกับนายสมชายนักหนา ฉันว่านะ นายสมชายคงเกิดมาเพื่อดูแลปกป้องพราวนั่นแหละ กี่ครั้งกี่หนแล้วที่พราวปลอดภัยจากพวกปองร้ายมาได้ด้วยมือบอดี้การ์ดสมชาย” เอมี่ยังมั่นใจว่าพรุ่งนี้พราวต้องกลับมา

    ooooooo

    เพราะมีบอดี้การ์ดสมชายนอนเป็นเพื่อนคอยปกป้อง พราวหลับสนิทตื่นเอาตอน 10 โมง แปลกใจตัวเองว่าทำไมหลับสนิททั้งที่ไม่ได้กินยา มองข้างตัวไม่เห็นสมชายก็สงสัยว่าเขาหายไปไหน

    ลงจากบ้านพักไปเห็นสมชายนั่งอยู่ที่ชายหาดหันหน้ามองทะเล พราวเดินลงไปหาพูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

    “เมื่อคืนฉันนอนหลับสบายมากเลย ขอบคุณมากนะนายสมชายที่อยู่เป็นเพื่อนกัน” สมชายหันมายิ้มแห้งๆ “ทำไมยิ้มอย่างนั้นล่ะ หน้าซีดๆด้วย เมื่อคืนตากฝนมีไข้รึเปล่า ไหนดูซิ”

    บทจะฉอเลาะขึ้นมา พราวก็น่ารัก ช่างพูด ขี้เล่น หัวเราะร่าเริง ทำเป็นหมอจับหน้าผากวัดไข้ จับชีพจรแล้วให้แลบลิ้น พอสมชายแลบลิ้นเธอก็หัวเราะชอบใจที่หลอกเขาให้แลบลิ้นได้ แล้ววิ่งหนีไป สมชายถามว่าจะไปไหน

    “ไปหาความสุขไง...สดชื่นจังเล้ยยยย” พราววิ่งลงทะเลไปพลางหันมาชวนเขาลงไปเล่นน้ำด้วยกัน เขาไม่อยากลงขอยืนดูเฉยๆดีกว่า พลันพราวก็ร้องตกใจว่าเป็นตะคริวทำท่าจะจมน้ำ พอสมชายวิ่งไปอุ้มเธอขึ้นมา พราวหัวเราะร่าบอกว่าหลอกเขาได้อีกแล้ว สมชายหมั่นไส้เลยอุ้มไปโยนน้ำแต่โยนไม่ไปเพราะพราวกอดคอเขาไว้แน่น เลยกลายเป็นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

    วัยรุ่นสองคนเดินมาเห็นพราวก็จำได้ คนหนึ่งยกมือถือขึ้นถ่ายรูปรัว ไม่ทันข้ามวัน ส้มจี๊ดก็ได้รับโทรศัพท์มีคนเอารูปพราวกับสมชายหยอกล้อกันในทะเลลงไอจี ส้มจี๊ดรีบเปิดดู พึมพำ

    “เมื่อคืนหวีตกับไฮโซติณห์ เช้ามาดอดไปเริงร่ากับบอดี้การ์ดหนุ่มถึงหัวหิน คิดแล้ว! ว่านายสมชายนี่ต้องไม่ใช่บอดี้การ์ดธรรมดาๆ ต้องมีซัมติงกันแน่ แล้วไหนยังจะมีไอ้สุดเขตต์อีกคน นังนี่! เที่ยวหลอกปั่นหัวผู้ชายเล่น มันคิดจะกินผู้ชายทั้งโลกเลยรึไง” แล้วส่งต่อไปให้สุดเขตต์อย่างสะใจ “เอาไปดูซิ แกจะได้เอาเขาที่หัวแกออกเสียทีไอ้สุดเขตต์!”

    ooooooo

    รูปพราวกับสมชายที่แพร่ไปสร้างกระแสสั่นสะเทือนในวงการอย่างหนัก สุดเขตต์เห็นในไลน์ก็โทร.บอกมีนว่าพบรูปพราวกับสมชายที่หัวหิน นัดเธอรีบออกมาที่ปากซอยตนจะไปรับส้มจี๊ดดูแล้วจำได้ว่าที่แท้ผู้ชายพายเรือที่อัมพวาคือสมชายนั่นเอง ไม่ใช่ติณห์อย่างที่เจ้าตัวออกมารับสมอ้าง พึมพำสะใจว่า “ฉาวโฉ่คาวโลกีย์ขนาดนี้ ยัยพราวไม่ดับคราวนี้จะดับคราวไหน”

    ติณห์ดูรูปจากไอแพดแล้วสงสัยว่า “เมื่อคืนพราวยังอยู่ที่กรุงเทพฯอยู่เลย เช้าวันนี้จะไปโผล่ที่หัวหินกับไอ้สมชายได้ยังไง” มาโนชยืนยันว่าเมื่อคืนที่ตนวิ่งตามออกไปดู เห็นพราวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไป ติณห์พึมพำอย่างสะใจว่า “ซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย แถมมีอะไรกับบอดี้การ์ดหนุ่ม หึๆ ในที่สุด มันก็เป็นข่าวงามหน้าจนได้” แล้วสั่งมาโนช “ไปเอารถออก ฉันจะไปหัวหิน!”

    ติณห์หยิบกล่องแหวนเพชรวงนั้นขึ้นดู บอกตรีว่า

    “ตรี น้องจะไม่ทุกข์ทรมานคนเดียวหรอก นังพราวมันจะต้องทุกข์ทรมานไม่ต่างกัน”

    เวลาเดียวกันนั้น พราวกับสมชายที่หัวหินไม่ระแคะระคายอะไรเลย พราวมีความสุขที่ได้อยู่กับบอดี้การ์ดสมชาย ในขณะที่สมชายเองต้องต่อสู้กับอารมณ์ที่หวั่นไหวของตัวเองอย่างหนัก กลัวใจตัวเองจนต้องหนีไปเดินที่ชายหาดคนเดียว

    พราวร้องเรียกอย่างไรสมชายก็ไม่หันมา เธอรำพึงน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด...

    “คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย ฉันอยากจะบอกว่าฉันคิดถึงคุณตลอดเวลาที่เราจากกันที่อัมพวา ทำไมคุณไม่ยอมฟัง เดินหนีฉันทำไม...แค่บอกรักฉันคำเดียว ฉันจะยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพราวเพื่อความสุขที่จะได้อยู่กับคุณ”

    ooooooo

    แฟรงค์เพิ่งได้ข่าวพราวกับสมชายจากบอยน้องชายตนว่าทั้งสองไปสวีตหวานกันอยู่หัวหิน พอบอยกดมือถือให้ดูรูปทั้งแฟรงค์และเอมี่ก็ตะลึงอึ้ง

    “ทำไมถึงมีแต่เรื่องนะพราว ป่านนี้เรื่องไม่เข้าหูคุณติณห์ไปแล้วเหรอเนี่ย โอย...ดาวแม่ช่วยด้วย อีแฟรงค์จะทำยังไงดี” แฟรงค์หุนหันเดินออกจากบ้านพลางโทร.หาติณห์ไปด้วย พอติณห์รับสายบอกว่าตนอยู่ที่หัวหิน แฟรงค์ก็แทบช็อก แต่ยังทำใจดีสู้เสือว่า “แสดงว่าคุณติณห์รู้เรื่องแล้วสิฮ้า...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะฮะ ภาพที่เห็นมันไม่เป็นอย่างที่เข้าใจหรอกฮะ พราวกับบอดี้การ์ดสมชายสนิทกันแบบเพื่อนที่ดีต่อกันฮ่ะ ไม่มีอะไรเกินเลยหรอก”

    “คุณแฟรงค์ไม่ต้องพูดดีกว่าครับ เรื่องนี้อะไรเป็นอะไรผมรู้อยู่แก่ใจดี คุณรออยู่เฉยๆที่กรุงเทพฯนั่นแหละครับ ผมจะเป็นคนพาคุณพราวกลับไปเอง แค่นี้นะครับ”

    ที่แท้ติณห์ยังอยู่กรุงเทพฯ เมื่อมาโนชมาบอกว่าเช็กรูปแล้วรู้ว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน ติณห์รีบขึ้นรถสั่งให้ไปเลย

    แฟรงค์ร้อนใจแทบเป็นบ้า บอกเอมี่ว่าเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับพราวคนเดียวว่าจะเลือกใคร ตนพยายามกันสมชายสุดฤทธิ์แล้วแต่ก็ไม่รอด พูดเหมือนปลงแล้วว่า

    “ฉาวโฉ่ออกมาจนได้ นังแฟรงค์คงไม่มีปัญญาจะทำอะไรได้อีกแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด”

    ooooooo

    สมชายหนีพราวไปนั่งข่มใจตัวเองที่โขดหินอยู่นาน...นานจนนึกได้ว่าทิ้งพราวไว้ที่บ้านคนเดียว กระโดดจากโขดหินวิ่งกลับไปที่บ้านพัก

    สุดเขตต์พามีนมาถึงชายหาดเห็นสมชายพอดี เขาตะโกนเรียก พอสมชายหันมองก็ตกใจถามว่าสองคนรู้จักกันหรือ

    “ครับ ผมรู้เรื่องมีนปลอมตัวเป็นคุณพราวมาก่อนคุณ แต่ไม่มีโอกาสได้บอกความจริง” สมชายฉุนบ่นว่าแล้วปล่อยให้ตนเข้าใจผิดเขาอยู่ได้ สุดเขตต์ขอให้ใจเย็นๆ เพราะเรื่องของเขาตอนนี้กระฉ่อนไปทั้งเมืองแล้ว สมชายถามว่าเรื่องอะไร

    “ก็ที่คุณมาหัวหินกับคุณพราวน่ะซีคะ มีคนถ่ายรูปคุณสองคนแล้วเอาไปลงในไอจี” มีนบอก สุดเขตต์ยื่นรูปในไลน์ให้สมชายดู บอกว่าเพื่อนตนที่เป็นนักข่าวส่งรูปพวกนี้มาให้

    “ป่านนี้พวกนักข่าวไม่พากันแห่มาที่หัวหินหมดแล้วเหรอ” สมชายถอนใจเซ็งๆ

    “เราสองคนถึงรีบมาบอกคุณไงคะ แล้วคุณพราวล่ะคะอยู่ไหน” มีนร้อนใจ

    แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า นักข่าวที่นำโดยส้มจี๊ดตามเจอพราวที่เดินอยู่ชายหาดแล้ว พอพราวรู้ตัวก็วิ่งหนี พวกนักข่าววิ่งตามราวกับล่าเหยื่อ

    ooooooo

    มีนเล่าให้สมชายฟังว่าไม่เพียงนักข่าวตามมาที่หัวหิน เชื่อว่าติณห์ก็ต้องมาด้วย ไม่รู้ว่าติณห์จะตามมาทำไมแต่เมื่อคืนที่ตนปลอมเป็นพราวไปที่บ้านเขา ติณห์เตรียมแหวนไว้ด้วย

    สมชายตอบอย่างทิฐิว่าก็ช่างเขา มาบอกตนทำไม

    ทั้งสุดเขตต์และมีนพยายามเล่าให้สมชายฟังว่าติณห์ไม่ใช่คนดี มือสะอาด เป็นสุภาพบุรุษอย่างที่เขาเห็นสุดเขตต์เล่าเรื่องที่ติณห์ให้มาโนชเอาปืนจี้ตนไปขู่ไม่ให้ยุ่งกับพราว บอกว่าตนเป็นห่วงพราวถ้าต้องแต่งงานกับไฮโซคนนี้ แล้วย้ำว่า

    “สารวัตรครับ ถ้าคุณรักและห่วงคุณพราวจริงๆก็รีบบอกความในใจกับคุณพราวเถอะครับ”

    “ถึงคุณพราวไม่เคยปริปากพูด แต่มีนรู้ค่ะ ในใจของคุณพราวคิดถึงคุณตลอดเวลา” สุดเขตต์เตือนว่าถ้าเขามัวแต่ทิฐิ เกิดพราวตกลงใจแต่งงานกับติณห์มันจะสายเกินไป มีนก็ย้ำว่า “รีบไปซีคะคุณสมชาย ก่อนที่คุณติณห์จะมาเจอคุณพราว”

    สมชายขอบคุณทั้งสอง วิ่งกลับไปที่บ้านพักสุดฝีเท้า...

    พราวเองกำลังวิ่งหนีนักข่าวสุดชีวิต ชนเข้ากับติณห์อย่างจัง ส้มจี๊ดกับนักข่าวตามมาทันระดมถ่ายรูปและถามกันเซ็งแซ่ โดยเฉพาะส้มจี๊ดเอามือถือมาเปิดโชว์ พราวอึ้ง ช็อก ทำให้นักข่าวยิ่งรุมกันแชะ บางคนถึงกับถามว่าพราวซุกบอดี้การ์ดไว้หรือ รุมถามและเร่งให้ตอบ

    “ผมตอบให้เองครับ” ติณห์โพล่งขึ้น “ไม่ว่าภาพของคุณพราวกับบอดี้การ์ดสมชายจะออกมายังไง ผมขอยืนยันแทนคุณพราวครับ ว่าทั้งสองคนไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าบอดี้การ์ดกับเจ้านาย” ส้มจี๊ดจี้ว่าเขาทำใจได้ยังไงกับภาพนี้ “ผมไม่ได้ทำใจ แต่ผมเชื่อใจคุณพราวว่าไม่มีทางทำอะไรนอกใจผม”

    ติณห์ฉวยโอกาสนี้คุกเข่ายื่นแหวนเพชรให้พราว เอ่ยอย่างสุภาพบุรุษที่แสนดีว่า

    “พราวครับ คุณเหนื่อยกับข่าวลือต่างๆมามากแล้ว ยุติมัน อย่าทนอยู่กับมันเลยนะครับ ผมอยากดูแลคุณ อยากทำให้คุณมีความสุข ผมรู้คุณยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานในตอนนี้ แต่ผมอยากจองหัวใจคุณเป็นเจ้าของไว้ก่อน ให้โอกาสผม...รับหมั้นผมนะครับพราว”

    สมชายวิ่งมาถึงพอดี เขาหยุดมองตะลึง พราวมองติณห์นิ่ง ใจหนึ่งรู้สึกติณห์ดีกับตนมาก อีกใจก็นึกถึงสมชายแต่เขาก็ไม่เคยเปิดใจกับตนเลย นาทีนี้ก็เห็นแต่สายตาเขาที่มองมาอย่างวิงวอน ในที่สุดพราวตัดสินใจบอกติณห์ว่า

    “ค่ะคุณติณห์ ฉันรับหมั้นคุณ”

    สมชายเหมือนหัวใจสลาย ในขณะที่ติณห์ยิ้มปลื้มปีติสวมแหวนให้พราวท่ามกลางนักข่าวที่ระดมถ่ายรูปกันไม่ยั้ง

    สวมแหวนให้พราวแล้ว ติณห์ประคองพราวขอตัวกับนักข่าว พาพราวเข้าบ้านฉลองความสุขกันตามลำพัง

    ที่หลังต้นสนไม่ไกลจากตรงนั้นนัก เจ๋งซุ่มดูอยู่นึกเจ็บใจตัวเองว่า “มึงขลุกกันอยู่ที่บ้านหลังนี้เหรอ เมื่อคืนกูไม่น่าพลาดเลย ฮึ่ม!” เจ๋งจ้องอย่างอาฆาต วางแผนจะจัดการสมชายและพราวที่หัวหินให้ได้

    ooooooo

    ติณห์พาพราวเข้าไปในบ้านพัก บอกเธอว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในเมื่อเธอรับปากหมั้นกับตนแล้วเราจะลืมเรื่องทั้งหมด แล้วมาเรียนรู้ดูใจกันและกันให้ใกล้ชิดกว่าเดิม

    สมชายไม่ยอมแพ้ ตามมาที่บ้านบอกติณห์ว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาออกรับแทนตน ในเมื่อตนทำให้พราวเสียหายตนก็จะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด ติณห์ก้าวมาขวางสมชายไว้ ดูถูกว่าเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรในเมื่อเขาเป็นแค่บอดี้การ์ดเท่านั้น แล้วชวนพราวกลับกรุงเทพฯด้วยกัน

    สมชายยืนยันว่าตนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ตนสนใจพราวคนเดียวเท่านั้น แล้วเดินเข้าบ้านไปหาพราว ติณห์มองตามด้วยแววตาร้ายคิดสะใจว่า

    “ดิ้นรนไปเชือกก็ยิ่งรัดแก ยิ่งดิ้นมากมันก็ยิ่งรัดเอานังพราวเจ็บไปด้วย หึๆ ดี! จะได้ทรมานด้วยกันทั้งคู่”

    สมชายเข้าไปพบพราวที่เก็บของเสร็จแล้ว พราวเห็นสมชายก็ยิ่งเจ็บปวด เขาถามว่าทำไมไม่รอตน พราวย้อนถามประชดว่ารอเขาทำไม? รออะไร?

    “รอผมมาบอกคุณว่า...”

    “ไม่ต้องพูด ไม่มีประโยชน์อะไร ถึงตอนนี้ไม่ว่าฉันจะได้ยินอะไรจากปากของคุณ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าฉันตัดสินใจรับหมั้นคุณติณห์ไปแล้ว” สมชายถามว่ารับหมั้นเขาแล้วตนล่ะ “คุณก็ยังเป็นบอดี้การ์ดของฉันอยู่เหมือนเดิม แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯนะคะ”

    สมชายพยายามทัดทานไม่ให้เธอไปกระทั่งกอดเธอไว้ พราวบอกว่าสายไปแล้ว สะบัดหลุดจากกอดวิ่งออกจากห้องไป สมชายยืนคอตกหัวใจสลายแล้วสลายอีก...

    ติณห์ขับรถพาพราวกลับกรุงเทพฯแต่เขาทิ้งมาโนชไว้เพื่อปฏิบัติการบางอย่างที่หัวหินต่อไป

    ส่วนส้มจี๊ดยังขุดคุ้ยสมชายต่อ เข้าไปถามว่าเขาคือผู้ชายพายเรือที่อัมพวาใช่ไหม ถูกสมชายด่าว่าพวกเธอก็ดีแต่ขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาหากิน ส้มจี๊ดเลยตีขลุมว่าสมชายยอมรับแล้ว

    ooooooo

    จันทร์จรีดี๊ด๊าดีใจจนเนื้อเต้นเมื่ออาดู๋ให้เป็นนางเอกในละครเรื่องใหม่ แต่พอได้รับโทรศัพท์จากส้มจี๊ดเรื่องติณห์มาหมั้นพราวที่หัวหินและส่งไลน์ให้ดู จันทร์จรีก็แทบคลั่งหาว่าส้มจี๊ดมั่ว แต่ตัวเองก็เป็นลม

    ส่งข่าวและรูปให้จันทร์จรีดูแล้ว ส้มจี๊ดนั่งกระหยิ่มว่า “คราวนี้ล่ะ ได้เกิดสงครามนางเอกแซ่บวงการแน่ๆ ฮิๆ” และเพื่อให้สะใจยิ่งขึ้น ส้มจี๊ดส่งไลน์รูปติณห์คุกเข่าสวมแหวน หมั้นพราวให้สุดเขตต์ดูด้วย

    สุดเขตต์กับมีนพากันเดินเล่นที่ชายหาดอย่างมีความสุข ใจก็คิดว่าป่านนี้พราวกับสมชายจะเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ๆมีนก็ปวดหัวรุนแรง สุดเขตต์ไปซื้อน้ำให้เธอกินยา ระหว่างนั้นได้รับไลน์จากส้มจี๊ด เขารีบเอาน้ำกลับมาให้มีนกินยาและเล่าเรื่องติณห์หมั้นพราวที่หัวหินให้ฟัง ชวนมีนรีบกลับไปที่บ้านพักพราวกับสมชายกัน

    เจ๋งลอบเข้ามาในบ้านจะยิงสมชาย สมชายรู้ตัวพุ่งเข้าบิดข้อมือและศอกคอหอยมันจนร้องจ๊าก กอดปล้ำกันโครมคราม

    ข้างล่างบ้านพัก มาโนชถือไม้หน้าสามหมายกระหน่ำสมชายให้คางเหลือง ได้ยินเสียงโครมครามข้างบนจึงย่องไปดู

    เป็นเวลาที่สุดเขตต์พามีนมาถึงพอดี เห็นมาโนชใส่หมวกไอ้โม่งย่องเข้าบ้านจึงตามไป เขาให้มีนรออยู่ข้างนอก แต่พอสุดเขตต์เข้าไปในบ้านก็ไม่เห็นมาโนชแล้ว

    มาโนชย่องขึ้นข้างบน เจอสมชายกำลังจับเจ๋งมัด มันเลยใช้ไม้หน้าสามฟาดใส่ สมชายถูกตีคิ้วแตก ขณะที่สมชายกำลังมึนนั่นเอง สุดเขตต์วิ่งขึ้นมาใช้ไม้ฟาดมาโนชจนผงะ ส่วนเจ๋งก็พยายามแกะมือที่ถูกสมชายมัดออก

    สุดเขตต์ฟาดมาโนชแล้วรีบไปดูสมชาย ทั้งมาโนชและเจ๋งฉวยโอกาสหนีไป สุดเขตต์กับสมชายไล่ตามแต่สมชายบาดเจ็บวูบทรุดลงกับพื้น ทั้งสองได้แต่แค้นใจที่ทั้งมาโนชและเจ๋งหนีไปได้

    เจ๋งหนีไปขึ้นรถเจ็บใจที่ฆ่าสมชายไม่สำเร็จ ซ้ำตัวเองเกือบดับ ดีที่ไอ้โม่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ฉุกคิดเอะใจว่าไอ้โม่งที่โผล่มาเป็นใคร? เช่นเดียวกัน มาโนชก็สงสัยว่าเจ๋งที่ถูกสมชายจับล็อกคอนั้นเป็นใคร?

    สุดเขตต์กับมีนช่วยกันทำแผลให้สมชาย สุดเขตต์ถามว่าสองคนนั้นเป็นใคร สมชายบอกว่าไอ้โม่งเป็นใครไม่รู้แต่อีกคนคือเจ๋งนักค้ายาเสพติดที่สุดเขตต์เองก็เคยเจอมันตอนยิงกันที่ลานจอดรถในห้าง มันตามมาแก้แค้นตนกับพราวถึงที่นี่

    ฟังสมชายแล้วสุดเขตต์เตือนมีนว่าเธอต้องระวังตัวเวลาที่ปลอมเป็นพราวด้วย สมชายบอกไม่ต้องห่วงตนจะดูแลทั้งมีนและพราวให้ปลอดภัย สุดเขตต์ถามว่าไฮโซติณห์ยังจะให้เขาเป็นบอดี้การ์ดของพราวต่อไปหรือ?

    “ผมแน่ใจว่าสุดหล่อติณห์คงไม่อยากให้ผมทำต่อ แต่ผมก็จะทำ มันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องดูแลคุณพราวไม่มีอะไรมาขวางผมได้” สมชายพูดอย่างมุ่งมั่น

    ooooooo

    คืนนี้ติณห์พาพราวมาส่งที่บ้านพราวแสง ทุกคนดีใจที่พราวกลับมา ติณห์พูดแก้ต่างให้พราวว่า

    “เรื่องที่หัวหิน ผมขอให้มันผ่านไปนะครับ ตอนนี้ผมกับคุณพราวเข้าใจกันดีแล้วและคุณพราวก็ตกลงรับหมั้นผมแล้วด้วย” พูดพลางจับมือพราวขึ้นโชว์แหวนหมั้น ทุกคนมองอึ้ง แฟรงค์ดีใจจนออกนอกหน้าบอกว่าเป็นข่าวดีจริงๆ

    พราวขอโทษแฟรงค์ที่ตนเอาแต่ใจตัวทำอะไรไม่คิดทำให้แฟรงค์เป็นห่วง นาทีนี้แฟรงค์ดีใจจนลืมความขุ่นมัวทั้งหมด บอกว่าเวลานี้ตนปลื้มปริ่มมาก ถามติณห์ว่าแล้วจะมีพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการเมื่อไร ตนจะได้เตรียมตัว

    ติณห์ขอปรึกษากับพราวอีกทีเคลียร์งานได้เมื่อไรตนก็พร้อมจะจัดงานหมั้นให้สมกับฐานะซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย คืนนี้ให้พราวพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้จะโทร.มาหา พราวขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อตน ติณห์ประคองมือพราวที่สวมแหวนหมั้นขึ้นจุมพิต ท่ามกลางความปลื้มปีติของทุกคน

    สุดเขตต์กับมีนไปส่งสมชายที่บ้านพัก สมชายบอกว่าขอรักษาตัวสักระยะแล้วจะกลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิม

    “ผมจะไม่หนี ผมไม่หยุด ผมไม่ฝ่อหรอก” สมชายยืนยัน

    มีนถามว่าคนร้ายสองคนเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า สมชายคาดว่าไม่น่าใช่ เชื่อว่าไอ้โม่งนั้นต้องเป็นคนที่ปองร้ายพราวส่งมาสั่งสอนตน ตนก็ยังไม่รู้ว่าคนบงการให้มาก่อกวนชีวิตพราวเป็นใคร แต่ก็จะต้องกระชากหน้ากากมันออกมาให้ได้

    “ผมจะเป็นหูเป็นตาช่วยคุณตามหาตัวมันอีกแรงนึงครับ” สุดเขตต์อาสา ทั้งสองจับมือกันเป็นสัญญาที่จะช่วยกัน

    ส่วนติณห์ออกจากบ้านพราวแสงแล้วก็ไปรับมาโนชยังที่นัดหมาย เล่าเหตุการณ์ให้ติณห์ฟังแล้วติณห์สงสัยว่าสุดเขตต์โผล่ไปช่วยสมชายได้อย่างไร ทั้งสองรู้จักและสนิทกันหรือ? มาโนชเองก็ไม่รู้ ติณห์ด่าสุดเขตต์ว่าทำตัวขวางทางปืนมากขึ้นทุกที แกว่งเท้าหาเสี้ยนแท้ๆ มาโนชบอกว่าตนจะหมายหัวสุดเขตต์ไว้อีกคน

    ส่วนเจ๋งที่มีเรื่องกับสมชายอยู่ก่อนแล้วนั้น ทั้งมาโนชและติณห์ต่างสงสัยว่ามันเป็นใคร มีเรื่องอะไรกัน?

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 05:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์