นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พราว

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"

    จันทร์จรีนัดพบกับส้มจี๊ดที่ร้านอาหาร คุยกันเรื่องสมชายมาเป็นบอดี้การ์ดของพราว จันทร์จรีบอกว่าติณห์ไม่ได้จ้างสมชายเขาจ้างคนอื่นแต่พราวไม่เอา เธอเป็นคนจ้างสมชายเอง ทั้งยังไว้ใจเกินหน้าที่บอดี้การ์ดด้วย

    “ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน” ส้มจี๊ดผสมโรง

    “งั้นก็หาข่าวเสี้ยมให้หน่อย ท่าทางคุณติณห์ก็ไม่พอใจที่นังพราวจ้างนายสมชายมาตามดูแลใกล้ชิด”

    ส้มจี๊ดนิ่งไป แต่ยิ้มร้าย

    ส่วนที่คอนโดของพราว สถานการณ์กำลังมึนงง อึมครึม โดยเฉพาะสมชายมองหน้ามีนที พราวที ทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจ ทั้งสามต่างเงียบงัน จนเข้าไปในห้องแล้ว สมชายจึงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกว่า

    “ช่วยบอกผมทีเถอะ นี่ผมไม่ได้บ้าใช่ไหม ที่เห็นพราวสองคนยืนอยู่ต่อหน้าผมตอนนี้”

    มีนนิ่งเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่พราวที่เตรียมใจไว้แล้วตั้งสติได้ก่อนบอกสมชายว่าเขาเข้าใจผิดแล้วเพราะในห้องนี้มีพราวเพียงคนเดียวเท่านั้น สมชายถามประชดว่า งั้นอีกคนก็ต้องเป็นพราวตัวปลอมซิ

    “คุณก็ตอบตัวเองได้แล้วนี่ว่าคุณไม่ได้บ้า ไม่อย่างนั้น คุณคงไม่ตามขึ้นมาหาความจริงให้หายสงสัยแบบนี้”

    “งั้นผมก็ตอบคุณตอนนี้ได้เลยว่าคุณคือพราวตัวจริง”

    พราวนิ่งไปอย่างยอมรับ ส่วนมีนยืนก้มหน้าพูดอย่างรู้สึกผิด “มีนขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้บอดี้การ์ด สมชายจับได้” มีนยังพร่ำขอโทษ จนพราวบอกให้พอแล้วไม่ต้องขอโทษไม่ใช่ความผิดของเธอ

    ทันใดนั้นเสียงมือถือดังขึ้นอีก พราวหันไปรับ

    “ฮัลโหล...ใครคะ? เออ...พี่แฟรงค์ใจเย็นๆค่ะ ค่อยๆพูด ตกอกตกใจไปไม่ช่วยอะไรแล้วค่ะ เพราะตอนนี้เขารู้ความจริงหมดแล้ว”

    หลังจากมึน เซ็งไปครู่ใหญ่แล้ว สมชายลากเก้าอี้มานั่งบอกสองสาวให้เล่าความจริงมาให้หมดไม่อย่างนั้นจะแจ้งความจับทั้งสองคนข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน มีนชี้แจงว่าพราวไม่ได้ตั้งใจหลอกแต่สถานการณ์บังคับให้ต้องทำแบบนี้

    “อืม...คุณสองคนต่างกันก็ตรงนี้แหละ ผมว่าให้คุณมีนเป็นคนเล่าจะดีกว่าครับเพราะว่าคุณเป็นคนพูดจารู้เรื่อง ผิดกับพราวตัวจริงมาก” แล้วซักถามราวกับสอบสวนว่า “ตกลงคุณสองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดกันใช่ไหม?”

    มีนบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรหรือรู้จักกันมาก่อนเลย สมชายถามว่าแล้วมีนมาปลอมเป็นพราวได้ยังไง?

    “ก็ตอนที่คุณพราวหนีไปอัมพวาน่ะค่ะ คงเป็นเพราะโชคชะตาทำให้พี่แฟรงค์มาช่วยชีวิตมีนเอาไว้ค่ะ”

    แล้วมีนก็เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟัง จนกระทั่งมีนมาเป็นสแตนด์อินให้พราวและต่อเนื่องมาจนบัดนี้

    มีนเข้าห้องน้ำล้างเครื่องสำอางออกหมดแล้วออกมา พอสมชายเห็นปานแดงบนหน้ามีนก็รู้ถึงเหตุผลที่มีนต้องแต่งหน้าจากบ้านไปกองถ่ายก็เพื่อปกปิดปานแดงนี่เอง

    “คุณรู้ความจริงหมดแล้ว อย่าโกรธคุณพราวเลยนะคะ มีนเต็มใจช่วยคุณพราวเองค่ะ มีนอยากทำงานหาเงินเยอะๆไปช่วยเด็กกำพร้าที่บ้านแสนรัก อีกอย่างหนึ่ง คุณพราวกำลังถูกปองร้าย ชีวิตไม่ปลอดภัย ถ้าบอดี้การ์ดสมชายเป็นห่วงคุณพราวด้วยความจริงใจ คงจะเข้าใจว่าทำไมคุณพราวถึงต้องมีสแตนด์อิน”

    เมื่อเห็นสมชายท่าทีอ่อนลง มีนขอตัวกลับเพื่อให้ทั้งสองคนได้คุยกันเอง

    ooooooo
    มีนลงมาเจอแฟรงค์กับเอมี่ ทั้งสองปราดเข้ามาถามว่าสมชายด่าเละเลยใช่ไหม

    “ก็ไม่นี่คะ เขาเข้าใจเหตุผลดี ตอนนี้กำลังปรับความเข้าใจกับคุณพราวอยู่ในห้องน่ะค่ะ มีนกลับนะคะ จะให้มีนมาทำงานวันไหนก็โทร.บอกได้เลย หวัดดีค่ะ”

    พราวเผชิญหน้ากับสมชายอยู่ในห้อง แม้จะรู้ตัวว่าผิดแต่เธอก็ไม่ยอมลงให้ สมชายทำขึงขังถามว่า

    “ตอบผมมาก่อน ทำไมคุณถึงไม่บอกเรื่องนี้กับผมตรงๆ” พราวทำเล่นลิ้นว่าก็อยากดูว่าเขาจะเก่งสักแค่ไหน แยกออกไหมว่าคนไหนพราวตัวจริงตัวปลอม “งั้นตอนนี้ประสาทคุณแยกออกไหมว่าผมเป็นสมชายตัวจริงหรือตัวปลอม” สมชายอำคืน จู่ๆไฟในห้องก็ดับ พราวตกใจโผกอดเขาแน่น พอตั้งสติได้ก็พบว่าตัวเองกำลังกอดเขา

    “ผมว่าคุณใช้บอดี้การ์ดเกินหน้าที่ไปแล้วนะ กลัวผี แล้วมากอดผมแบบนี้ ผมคิดค่าตัวเพิ่มนะคุณ”

    สมชายยังแกล้งหลอกพราวจนเธอตกใจร้องลั่น แล้วจึงบอกว่า “ไม่ใช่ผีหรอก สงสัยหลอดไฟมันขาดน่ะ”

    ทั้งสองช่วยกันเปลี่ยนหลอดไฟ สมชายเปลี่ยนหลอดเสร็จก็ให้พราวลองเปิดไฟดู ไฟสว่างพรึบทันที พราวยิ้มดีใจ แล้วไปเอาน้ำเย็นมาให้เขาดื่ม สมชายมองอึ้งคิดไม่ถึง พราวถามล้อๆว่า

    “ทำไมมองงั้นล่ะ ปกติพราวไม่เสิร์ฟน้ำให้ใครนะ พิเศษสำหรับคุณเป็นการขอบคุณที่ช่วยเปลี่ยนหลอดไฟให้”

    สมชายรับไปดื่มจนหมดแก้ว อุทานตื่นเต้น...

    “น้ำเปล่าของซุปเปอร์สตาร์ เย็นชื่นใจจริงๆ แล้วไง ...คุณจะให้ผมทำยังไงต่อ?” พราวชักสีหน้า คิดว่าเขาทะลึ่ง “งงอะไรคุณ ผมถามว่าเรื่องคุณมีนน่ะจะให้ทำยังไงต่อ ผมต้องคอยเป็นบอดี้การ์ดดูแลทั้งพราวตัวจริงตัวปลอมเลยใช่ไหม”

    “ฉันก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้นะ แต่ฉันกลัว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีใครมาทำร้ายฉันอีก ฉันอยากจะเลิกทำงาน เก็บตัวสักพัก แต่ฉันก็ทิ้งงานพี่แฟรงค์ไม่ได้ ตำแหน่งซุปเปอร์สตาร์มันค้ำคอฉันอยู่” พราวสารภาพอย่างน่าเห็นใจ

    “เมื่อไหร่ที่จับตัวคนร้ายได้ ไม่ว่าไอ้เจ๋งหรือใครก็ตาม ที่กำลังคุกคามชีวิตคุณ คุณจะหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้เอง” เห็นพราวยังกังวล เขาเดินมาจับไหล่เธอเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ผมสัญญาว่าจะรีบควานหาตัวพวกมันมาติดคุกให้ได้ คุณอดทนอีกหน่อยนะครับ...พราว...”

    พราวรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก จับมือเขาที่วางอยู่บนไหล่ตัวเอง “ขอบคุณมาก บอดี้การ์ดสมชาย” ทั้งสองมองหน้ากันอย่างใกล้ชิดด้วยความรู้สึกดีๆ แต่แล้วเสียงกริ่งหน้าห้องก็ขัดจังหวะขึ้น ต่างดึงมือตัวเองกลับ สมชายบอกว่าตนควรกลับแล้ว

    แฟรงค์กับเอมี่ยืนกดกริ่งอยู่หน้าห้อง มองหน้ากันว่าทำไมเงียบไม่มีใครมาเปิดประตูเลย เอมี่บอกว่าเขาปรับความเข้าใจกันอยู่ พลันก็ทำตาโตถาม “หรือว่า????...”

    “ว้าย...ไม่ได้นะ พราวจะกลับไปถ่านไฟเก่าคุกับนายสมชาย ณ อัมพวาไม่ได้ คุณติณห์ไม่ยอมแน่ มันต้องฉาวโฉ่เสียชื่อแน่ เปิดประตูซิ เปิดๆๆ” พูดพลางกดกริ่งรัว ประตูเปิดผลัวะ! สมชายขมวดคิ้วเขม้นมอง ทำเอาทั้งสองตกใจผงะ

    สมชายเอ็ดว่ากดทีเดียวก็ได้ยินแล้ว แฟรงค์ถามลนลานว่าทำไมไม่เปิดประตู คุยอะไรกันนักหนา

    “ก็เรื่องที่พวกคุณรวมหัวกันวางแผนตบตาผมมันเยอะถึงต้องเคลียร์กันนานๆหน่อย แต่ผมยังไม่ได้เคลียร์กับเจ๊เลยนะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย แฟรงค์ยกมือทาบอกอย่างโล่งใจ

    ooooooo

    มีนแยกจากแฟรงค์กับเอมี่แล้ว ออกมาเจอสุดเขตต์ เขาถามอย่างเป็นห่วงว่าจะกลับแล้วหรือ อาสาจะไปส่ง

    “ขอบคุณค่ะ มีนกลับเองได้ นั่งรถเมล์ต่อเดียวเอง”

    “ถ้าคุณเลือกที่จะใช้บริการขนส่งมวลชน มากกว่ายอมนั่งมอเตอร์ไซค์ไปกับคนหล่อๆอย่างผม ก็แสดงว่าคุณยังไม่ไว้ใจผม” เป็นคำตัดพ้ออย่างน้อยใจ ทำให้มีนที่รู้จักกับสุดเขตต์มาพอสมควรแล้วขึ้นรถไปกับเขา

    มีนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กอดเอวสุดเขตต์ไว้หลวมๆ ต่างยิ้มด้วยความรู้สึกอิ่มเอม ชี้ชวนกันดูโน่นนี่นั่น อย่างสนิทสนมเพลิดเพลิน จนมาถึงริมบึง สุดเขตต์ถือกล้อง เก็บภาพวิวสวยๆริมบึงในยามโพล้เพล้

    มีนยืนมองมาดเท่ของสุดเขตต์อย่างประทับใจ แต่พอเขาหันกล้องมา มีนก็หลบวูบ

    “โธ่...หลบกล้องทำไมล่ะครับ”

    “เอ่อ...มีนว่าคุณเก็บกล้องไว้ถ่ายวิว ถ่ายของสวยๆ งามๆ เถอะค่ะ” สุดเขตต์ถามว่าเธอคิดว่าตัวเองไม่สวยหรือ “คนมีปานแดงอัปลักษณ์ คิดว่าตัวเองสวยก็บ้าแล้วล่ะค่ะ” พูดพลางเอามือปิดปานแดงที่แก้ม

    สุดเขตต์เข้ามาเอามือเธอออก พูดอย่างอ่อนโยนอบอุ่นว่า “อยู่กับผม คุณไม่ต้องอาย ไม่ต้องปกปิดปานแดงที่หน้าคุณหรอก” มีนถามว่าเขาไม่รังเกียจตนหรือ ตอนนี้ตนไม่ได้แต่งตัวเป็นพราวไม่ได้แต่งหน้าสวยๆ “ไม่ต้องแต่งหน้าคุณก็สวย รู้ไหมครับ”

    สุดเขตต์ยื่นมือมาทัดผมเปิดแก้มที่มีปานแดงของมีนอย่างอ่อนโยน ยิ้มให้ ชมว่า

    “ผมเห็นความสวยซ่อนอยู่ในใจคุณ ผิดกับอีกหลายๆคนที่หน้าตาสวยแต่ข้างในใจอัปลักษณ์ ผมขอนะครับ เวลาที่เจอผม เลิกรู้สึกว่าตัวเองอัปลักษณ์ได้แล้วนะครับ” มีนพยักหน้าอย่างซึ้งใจ “อย่าพยักหน้าอย่างเดียวซิครับ ยิ้มให้ผมหน่อย”

    มีนยิ้มกว้างให้ แต่ก็ยังก้มหน้าหลบตาเขินๆ

    สุดเขตต์เชยคางเธอ มองหน้าสบตากันด้วยแววตาที่เผยถึงหัวใจที่ตรงกัน...

    ooooooo

    ส้มจี๊ดลิ่วไปที่บ้านสุดเขตต์ กดกริ่งแช่อย่างร้อนใจ แต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตู

    “ไปไหนน่ะสุดเขตต์ ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเหรอเนี่ย ออกจากกองถ่ายก็แอบชิ่งกลับบ้านก่อน ไม่รู้จะรีบไปไหนของมัน” บ่นแล้วกดโทร.เข้ามือถือเขา ก็มีแต่เสียงบอกว่า หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ ส้มจี๊ดบ่นอย่างหัวเสีย “แกจะปิดมือถือทำซากอะไรวะ! ผิดปกติ มันต้องมีอะไรแน่ๆ” ส้มจี๊ดระแวง

    ที่ริมบึง สุดเขตต์กับมีนเดินทอดน่องคุยกันสบายๆ สุดเขตต์บอกมีนว่า ตนไม่ได้เป็นตากล้องนักข่าว แต่เป็นช่างภาพอิสระ

    “อิสระแล้วทำไมถึงได้มาเป็นตากล้องตามนักข่าวคู่อริของคุณพราวล่ะคะ”

    “ส้มจี๊ดเป็นเพื่อนสมัยเรียนของผม เขากำลังขาดคน แล้ว...แหะๆ พอดีผมอยู่ในช่วงเตะฝุ่นด้วย งานที่เคยทำหายไปไหนหมดก็ไม่ทราบ ผมก็เลยมารับจ๊อบชั่วคราว”

    “เหมือนกันเลยค่ะ มีนก็มารับจ๊อบเป็นสแตนด์อิน ให้คุณพราวชั่วคราว เพราะว่าไม่มีงานทำ”

    ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ เปิดใจ มีนจึงขอดูรูปที่เขาถ่ายไปเมื่อกี๊ สุดเขตต์รีบเปิดให้ดูบอกว่าอยากโชว์อยู่แล้ว พอเขาเปิดให้ดู มีนอุทานทึ่งว่า บึงธรรมดาๆ เขาถ่ายออกมาจนเหมือนฝันเลย สุดเขตต์เลยคุยว่าใครๆ ก็บอกว่าตนไม่ธรรมดา

    “รูปนี้แสงสวยมากค่ะ รูปนี้แอบมีคนยืนสวีตกันด้วย บึงตรงนี้ต้องเป็นที่พบรักของหลายๆคู่”

    “รวมถึงคู่เราด้วยรึเปล่าครับ” สุดเขตต์ได้จังหวะถามทำเสียงอ้อน มีนหันมองใกล้กันจนหน้าเกือบสัมผัสกัน ต่างมองกันหวาน พอมีนรู้สึกตัวก็ดันกล้องคืนบอกว่าไม่ดูแล้ว กลับกันเถอะ สุดเขตต์ถ่วงเวลาว่าท้องตนร้องแล้ว

    “อืม...งั้นฉันเลี้ยงคุณเอง...แลกกับคุณไปส่งฉัน ฉันเลี้ยงข้าวคุณ”

    “โอเค” สุดเขตต์ยกมือรอ มีนยกมือตบ มือประกบกันแล้วสุดเขตต์จับไว้ไม่ยอมปล่อยชวนเดินไปกัน เลยกลายเป็นสุดเขตต์จูงมือมีนเดินไปด้วยกันอย่างน่ารัก...

    ooooooo

    สุดเขตต์จูงมือมีนไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นรถเข็นที่ริมบึงนั่นเอง...พอคนขายยกก๋วยเตี๋ยวมาวางตรงหน้า สุดเขตต์ก็อุทาน

    “ว้าว...ไม่เคยรักลูกชิ้นวันไหนเท่าวันนี้เลย”

    “งั้นก็หม่ำกันเหอะ” มีนชวนพลางเลื่อนพวงเครื่องปรุงให้

    ระหว่างนั้นเอง สุดเขตต์ถามมีนว่า สมชายรู้เห็นการปลอมตัวเป็นพราวของเธอไหม มีนบอกว่าเพิ่งรู้วันนี้เอง

    “ถึงว่า! ที่กองถ่ายวันนี้ เขาถึงหึงผมมากตอนที่ผมคุยกับคุณ เพราะคิดว่าผมไปยุ่งกับคุณพราวของเขา” มีนติงว่าตอนนี้พราวกำลังคบหาดูใจกับติณห์อยู่และ

    ติณห์ก็ดูรักและดีกับพราวมากๆด้วย “แต่ผมว่าไฮโซติณห์เขาแปลกๆ เขาเคยข่มขู่ผมให้เลิกเข้าใกล้คุณพราว”

    สุดเขตต์เตือนมีนว่าเวลาที่เธอปลอมเป็นพราวแล้วเจอไฮโซติณห์อย่าได้ไว้ใจเขาต้องระวังตัวไว้ ตนเป็นห่วง

    แม้จะเป็นก๋วยเตี๋ยวรถเข็นริมบึง แต่ทั้งสองก็รู้สึกอร่อยมาก

    กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ สุดเขตต์ไปส่งมีนที่บ้านแสนรัก ทำให้สุดเขตต์รู้ลึกยิ่งขึ้นว่า มีนกับน้องโตขึ้นมาในบ้านเด็กกำพร้า เขายิ่งรักและสงสารเธอมาก

    แม่แก้วยังไม่นอนเพราะรอมีนอยู่ ถามว่าเมื่อกี๊ใครมาส่ง มีนอึกอักนิดหนึ่ง บอกแม่แก้วว่าเพื่อน พอแม่แก้วซักถามว่าเพื่อนที่ไหน มีนบอกว่า “ไว้วันหลังมีนจะพามาให้แม่แก้วรู้จักนะคะ หนูไปนอนก่อน”

    เข้าห้องนอนแล้ว มีนส่องกระจกดูปานแดงที่แก้มตัวเอง คิดถึงคำพูดของสุดเขตต์ที่นอกจากจะไม่รังเกียจปานแดงแล้วยังบอกว่า “ผมเห็นความสวยที่ซ่อนอยู่ในใจคุณ...ผมขอนะครับเวลาที่เจอผม เลิกรู้สึกว่าตัวเองอัปลักษณ์ได้แล้วนะครับ” คิดแล้วมีนถามตัวเองอย่าง
    มีความสุขว่า

    “ฉันไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหมเนี่ย...ฉันกำลังมีความรัก...”

    ooooooo

    ส้มจี๊ดที่แอบรักสุดเขตต์มานาน วันนี้ตามหาเขาไม่เจอกลัวจะเสียเขาไป ฮึดขึ้นมาบอกกับตัวเองว่า

    “ฉันจะไม่เป็นอีแอบ...จะไม่แอ๊บกับแกอีกแล้วสุดเขตต์ เป็นไงเป็นกัน!” ตัดสินใจปักหลักรออยู่ที่บ้านจนกว่าเขาจะกลับมา

    ส่งมีนแล้ว สุดเขตต์ขี่มอเตอร์ไซค์กลับด้วยหัวใจที่ยังกรุ่นรัก มาถึงหน้าบ้านจอดรถแล้วยังนั่งยิ้มอย่างมีความสุขอยู่

    “ยิ้มหวานคิดถึงใครอยู่สุดเขตต์!” เสียงส้มจี๊ดแปร๊ดเข้ามาจนเขาสะดุ้ง ถามว่าโผล่มาจากไหนเนี่ย “มัวแต่เหม่อใจลอยขนาดไม่เห็นว่ารถฉันจอดอยู่นั่น” ส้มจี๊ดชี้รถตนที่จอดอยู่ริมรั้วข้างหน้า แล้วจิกต่อ “แกไปไหนมา ออกมาจากกองถ่ายก่อนฉันตั้งนาน เพิ่งจะถึงบ้าน”

    สุดเขตต์ฉุนถามว่าเป็นผู้ปกครองตนรึไงถึงต้องรายงาน ไล่ให้เอาหน้าเขี้ยวๆออกไปตนจะเข้าบ้าน แต่พอสุดเขตต์ลงจากรถไปไขกุญแจรั้ว ส้มจี๊ดก็พรวดเข้าไปเลย สุดเขตต์ถามว่าดึกแล้วเข้าบ้านตนทำไมมันไม่ดี แต่ส้มจี๊ดตัดสินใจแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน จึงลุยและรุกลูกเดียว

    เมื่อสุดเขตต์บอกให้กลับไปก่อนตนจะอาบน้ำนอน ส้มจี๊ดยื่นหน้าเข้าไปบอกว่าไม่กลับจะค้างกับเขาที่นี่แล้วโผกอดเขาแน่น สุดเขตต์ตกใจบอกให้ปล่อย

    “ฉันไม่ปล่อย ฉันไม่มีวันปล่อยแกไปให้นังพราวหลอกใช้เด็ดขาด” สุดเขตต์ช็อกถามว่าเมายารึไง “ฉันอยากทำอย่างนี้มานานแล้ว แกไม่รู้เหรอ ฉันอยากกอดแก ฉันรักแก...ฉันรักแกได้ยินไหมสุดเขตต์ ฉันรักแก!!” พูดแล้วจูบอย่างโหยหา

    สุดเขตต์ช็อกแล้วช็อกอีกผลักส้มจี๊ดออกไปสุดแรงไล่ไปให้พ้น หันหลังพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังมากว่า

    “แกไปเถอะ ฉันขอร้อง อย่าให้ฉันเสียความรู้สึกกับแกมากไปกว่านี้เลย”

    ส้มจี๊ดน้ำตาร่วงเผาะวิ่งออกจากบ้าน สุดเขตต์ทรุดนั่งเช็ดรอยจูบของส้มจี๊ดอย่างไม่หายช็อก ส่วนส้มจี๊ดวิ่งไปที่รถเข้าไปนั่งร้องไห้โฮๆในรถเสียใจ เจ็บใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บอกตัวเองว่า

    “ความเป็นเพื่อนของเรามันคงขาดลงแล้ว แต่ในเมื่อแกได้รู้ความในใจของฉันแล้ว ฉันจะไม่ยอมเสียแกไปเด็ดขาดสุดเขตต์” แล้วความเสียใจก็กลายเป็นโกรธ หยิบมือถือขึ้นกดโทร.หาลูกน้องที่สำนักพิมพ์ “โหล...นี่พี่เองนะ ทีมข่าวยังอยู่ในสำนักพิมพ์ใช่ไหม พี่มีข่าวร้อนๆ ของพราวพิชญาดาจากกองถ่าย พรุ่งนี้ตีข่าวหน้าหนึ่งเลย!”

    เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือฮอตช็อตก็พาดหัวหน้าหนึ่งว่า

    “กองอโยธยาเกือบแตก พราวพกบอดี้การ์ดเล่นจริงตบจริงจันทร์จรีเดือดเป็นมือที่สามแย่งไฮโซ”

    นอกจากหนังสือแล้ว ในทีวี พิธีกรหญิงรายการปากคันก็รายงานข่าวอย่างคันปากว่า

    “ข่าวร้อนที่สุดของเช้านี้ รายการปากคันขอยกให้กับพาดหัวของหนังสือกอสซิปฮอตช็อต กองอโยธยาเกือบแตก พราวพกบอดี้การ์ดเล่นจริงตบจริงจันทร์จรีเดือดเป็นมือที่สามไฮโซ...ว้าว...แซ่บเว่อร์”

    แฟรงค์กับเอมี่โมโหแต่เช้า พากันไปที่บริษัทของติณห์ เห็นจันทร์จรีเดินตามติณห์มาและมาโนชเดินตามหลัง แฟรงค์ถือหนังสือฮอตช็อตตรงไปหาติณห์ทันที เขาทำเป็นทักว่า “อ้าว...คุณแฟรงค์ มาแต่เช้าเลยครับ”

    “ก็เมื่อวานแฟรงค์โทร.หาคุณแต่คุณไม่โทร.กลับ ก็เลยต้องมาด้วยตัวเอง จะมาเอาเรื่องแม่นี่” แฟรงค์ชูหนังสือให้ดูถามว่าจันทร์จรีเป็นคนให้ข่าวหนังสือนี่ใช่ไหม จันทร์จรีทำจริตขวัญอ่อนบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง ถูกใส่ร้าย

    แฟรงค์ถามว่าตอนเกิดเรื่องไม่มีนักข่าวเห็น ด่าเลยเถิดว่า

    “ขนาดหล่อนร้ายใส่ทำตัวอ๋อยอี้อ๋อยจะงาบคุณติณห์ พราวยังไม่อยากจะเอาเรื่องเลย”

    เมื่อขิงก็ราข่าก็แรงมาเจอกัน เถียงกันไม่ชนะก็กระโจนเข้าตบตีกัน ติณห์ทำทีห้ามขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย

    “เฮ้ย...นั่นจันทร์จรีกับพี่แฟรงค์นี่หว่า ฟ้อนเล็บกันแล้ว เร็ว...ข่าวเด็ดว่ะ” นักข่าวคนนั้นดีใจกับข่าวโอชะแต่เป็นหายนะของเหยื่อ

    แฟรงค์ต่อว่าติณห์ว่าไม่คิดจะจัดการอะไรเลย ถูกย้อนถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนไม่จัดการ แต่ไม่บอกว่าจะจัดการอย่างไร

    พอแฟรงค์กับเอมี่กลับไป ติณห์หัวเราะสะใจพึมพำ “นี่ยังน้อยไป เธอยังต้องเจอหนักมากกว่านี้...พราว!”

    ooooooo

    สมชายพาพราวไปพบสหวุฒิเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สหวุฒิบอกพราวว่าเราไม่มีหลักฐานว่าประเสริฐทำผิด ทนายของประเสริฐจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายให้ประเสริฐที่ถูกสมชายทำร้ายและถูกไล่ออกจากงานด้วย

    สมชายฉุนขาดท้าให้ฟ้องเลย แต่พราวไม่อยากให้เรื่องนี้อื้อฉาวเธอยอมจ่ายเพื่อแลกกับการไม่ฟ้องสมชาย ถามทนายของประเสริฐว่าเรียกร้องเท่าไรตนพร้อมจะเซ็นเช็คให้เดี๋ยวนี้ สมชายไม่พอใจที่เธอยอมจ่ายเป็นแสนเพื่อปิดปากประเสริฐ พราวบอกว่าต่อให้เป็นเงินล้านตนก็ยอมถ้าจบทุกอย่างได้

    “อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง คุณคงชอบใช้เงินซื้อทุกอย่างในชีวิตคุณสินะ ทั้งความสุข ความทุกข์ ทั้งปัญหา” สมชายประชด

    ระหว่างโต้เถียงกัน มือถือพราวดังขึ้น เธอหยิบดูเป็นสายจากติณห์เลยไม่รับ ฝ่ายติณห์โทร.มาแล้วพราวไม่รับสายก็คาดว่าเธอคงอยู่กับสมชายแน่ๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องเห็นจันทร์จรีกำลังส่องกระจกดูรอยช้ำ สำออยกับติณห์ว่าพวกพราวคงไม่ยอมรามือง่ายๆ ถ้ายังเขี่ยตนไปจากเขาไม่ได้

    “หึๆ ไม่มีใครจะมาเขี่ยคุณไปจากผมได้ นอกจากตัวผมเอง ไม่ต้องร้องไห้ครับ ผมยังไม่คิดทิ้งคุณหรอก ผมยังดูแลคุณต่อไป” จันทร์จรียิ้มดีใจ ในขณะที่ติณห์กระหยิ่มยิ้มกับแผนการของตน

    ooooooo

    ขณะสมชายกับพราวจะเดินไปยังลานจอดรถที่โรงพยาบาลนั้น มีสายเข้ามือถือพราว เธอไม่รับสายจนสมชายรำคาญบอกว่าไม่รับสายก็โยนทิ้งไปเลยดีกว่า เขาแย่งมือถือไปจึงเห็นว่าเป็นสายจากพีค

    พอรู้ว่าหลานโทร.มาพราวแย่งมือถือไปกดรับ พีคเล่าว่าแม่กับน้าอรยังทะเลาะกันเรื่องกำไลเพชรหายไม่เลิก พราวรำคาญบอกปล่อยให้ฆ่ากันตายไปเลยจะได้หมดเวรหมดกรรม สมชายได้ยินจึงรู้ว่าพราวยังมีปัญหาครอบครัวด้วย พีคบอกว่าจะไปหาพราวที่บ้าน พราวบอกว่าตนไม่ได้อยู่บ้าน บอกให้มาหาที่โรงพยาบาลนี่เลยจะรอ

    พีคมาพบพราวบอกว่ารู้แล้วว่ากำไลเพชรของน้าอรหายไปไหน แล้วเอาตั๋วจำนำให้ดูบอกว่าเจอใบนี้ซ่อนอยู่ในลิ้นชักของแม่ พราวถามว่าทำไมไม่เอาไปให้แม่ไถ่คืนน้าอร พีคบอกว่าจำนำเป็นแสนแม่คงมีปัญญาไปไถ่คืนหรอก อ้อนวอนพราวให้ไปไถ่เสียไม่อย่างนั้นแม่กับน้าอรต้องทะเลาะกันไม่เลิกแน่

    พราวตัดปัญหาด้วยการจะไปไถ่คืนให้ สมชายถามว่าทำไมไม่ให้คนอื่นไปแทน เธอเป็นซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งลดตัวมาเข้าโรงรับจำนำไม่กลัวใครจำได้หรือ พูดแล้วหัวเราะหึๆ พราวฉุนขาดถามว่า

    “ตลกเหรอ เห็นความทุกข์ของคนอื่นน่ะ ถึงฉันเป็นซุปเปอร์สตาร์ฉันก็ไม่ใช่เทวดา ไม่ได้มีชีวิตสมบูรณ์แบบทุกอย่างหรอก” พูดแล้วพราวมองซ้ายมองขวาก่อนลงจากรถจะข้ามถนนไปเข้าโรงรับจำนำ สมชายเห็นคนเริ่มมองและจำพราวได้เขารีบไปพาเธอวิ่งข้ามถนนไปเข้าโรงรับจำนำ ระหว่างพราวกำลังดำเนินการ สมชายมองเธออย่างเห็นใจ

    แต่พอเอากำไลเพชรกลับไปคืนน้าอร พบทั้งน้าอรกับวารียังทะเลาะกันไม่เลิก พราวฉุนขาดบอกให้ฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเลยตนจะได้หมดภาระ

    ไถ่กำไลเพชรไปคืนให้น้าอรแล้วเตือนน้าอรทีหลังอย่าวางล่อตาล่อใจใครอีก วารีกินปูนร้อนท้องด่าพราวว่าถ้าตนมีกินมีใช้ก็ไม่ทำหรอก พราวถามว่าเงินที่ตนส่งให้ทุกเดือนเอาไปผลาญอะไรหมดล่ะ

    “อย่าเรียกว่าเงินเลย เรียกว่าเศษเงินของเธอดีกว่า เป็นถึงดาราเบอร์หนึ่งมีเงินไม่รู้กี่สิบล้าน เจียดมาให้ฉันให้น้องใช้อย่างกับขอทาน หล่อนมันเห็นแก่ตัว” วารีด่า น้าอรตวาดให้หุบปาก พราวให้เงินแม่เลี้ยงอย่างเธอใช้ก็บุญหัวแล้ว ทำไมไม่รู้จักบุญคุณคนเลย

    พราวสุดจะทนเดินออกจากบ้านไปทันที สมชายรีบตามมาด้วยความเป็นห่วง ถูกพราวไล่ตะเพิดบอกว่าอยากอยู่คนเดียว สมชายถามอย่างเห็นใจว่าอยากไปไหนให้บอกตนจะพาไป พราวมองหน้าเขาทั้งน้ำตา

    สมชายขับรถพาพราวบ่ายหน้าไปบนถนนสายยาวเหยียดที่มีป้ายบอกทางไปหัวหิน...

    ooooooo

    จนบ่ายแล้ว แฟรงค์ร้อนใจบ่นกับเอมี่ว่าสมชายพาพราวไปพบตำรวจทำไมจนป่านนี้ยังไม่กลับมา เอมี่บอกว่าโทร.ไปก็ไม่รับสาย แฟรงค์ระแวงว่าแม้สมชายจะดูแลพราวดีก็จริงแต่กลัวหัวใจพราวจะไม่ปลอดภัยเพราะเชื้อไฟเก่ามีอยู่ แค่ฟ้าแลบลงมามันก็จุดติดแล้ว

    เอมี่ดูนาฬิกาบอกว่าอีกชั่วโมงเดียวงานก็จะเริ่มแล้ว ถ้าพราวไม่มาคุณติ๋มทีวีสตาร์จะว่าไหม

    “เขาไม่ว่าหรอก แต่เขาจะแหกอกฉันน่ะสิ รับปากเขาไว้แล้วว่าพราวจะมาเปิดงานฉลองครบรอบ 10 ปีหนังสือให้เขา ข่าวก็ออกไปแล้วด้วย คิดดูสิ ถ้าพราวเบี้ยว อะไรจะเกิดขึ้น”

    “งั้นฉันว่าเจ๊เตรียมแผนสองเหอะ” เอมี่เสนอให้กันเหนียวไว้ก่อน

    ooooooo

    เด็กๆต่างสนุกและตื่นเต้นกับการโพสท่าให้สุดเขตต์ถ่ายรูป มีนนั่งทำดอกไม้มองภาพนั้นอย่างมีความสุขที่เห็นสุดเขตต์รักใคร่เป็นกันเองกับเด็กๆ แต่พอมีนเผลอเขาก็ถ่ายรูปเธอแชะ!

    “คุณถ่ายรูปฉันเหรอคะ” มีนหันมองตาตื่นๆ

    “อย่าทำหน้าตกใจอย่างนั้นสิ ยิ้มหน่อย...นั่น...อย่างนั้นแหละครับ สวยมาก...เอ้าเด็กๆเข้าไปถ่ายกับพี่มีนเร็วๆ” เด็กๆกรูกันเข้าไปกอด หอม นัวเนียรอบตัวมีน สุดเขตต์กดชัตเตอร์พึมพำปลื้ม “งดงามมาก...มีน”

    แมนยิ้มดีใจที่เห็นมีนหัวเราะบอกแม่แก้วว่า ไม่เห็นพี่มีนยิ้มหัวเราะแบบนี้มานานแล้ว แม่แก้วพยักหน้ายิ้มไปด้วย

    มือถือมีนดังขึ้น มีนบอกเด็กๆว่าจะไปรับโทรศัพท์พอเห็นชื่อแฟรงค์ที่หน้าจอก็ดีใจเชื่อว่าต้องมีงานแน่

    คุยกับแฟรงค์เสร็จ มีนคว้าแจ็กเกตสะพายเป้วิ่งออกจากบ้านพลางร้องบอกแม่แก้ว “มีนไปนะจ๊ะแม่” วิ่งไปถึงรถของสุดเขตต์ เขาส่งหมวกกันน็อกให้บอกมีนให้กระโดดขึ้นมาเลย ตนจะพานางฟ้าแปลงกายไปส่งให้ถึงที่เลย

    แม่แก้วออกมายืนส่ง มองมีนที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สุดเขตต์ไปอย่างรู้สึกดีที่มีนมีคนมาคอยดูแล

    พอไปถึงโรงแรมที่จัดงาน มีนกระโดดลงจากรถก็เดินอ้าวเข้าไปในงานรีบจนลืมคืนหมวกกันน็อก สุดเขตต์ร้องบอกเธอจึงวิ่งเอามาคืน สุดเขตต์รับหมวกกันน็อก แล้วคว้าตัวมีนเข้าไปจุ๊บปากอย่างเร็ว บอกว่า “จูบนี้เป็นค่ารถนะครับ”

    ส้มจี๊ดกำลังมองหาที่จอดรถเห็นภาพนั้นเต็มตา เธอช็อกตาค้าง น้ำตาไหลพรากกำพวงมาลัยแน่น จิกตาคิดในใจจะต้องเอาคืนพราวให้สาสม!

    ooooooo

    พราวให้สมชายขับรถไปที่หัวหิน เธอลดกระจกรถมองทะเลซึมๆ คิดถึงชีวิตตัวเองที่โตมากับชายหาดที่นี่ เล่าให้สมชายฟังว่า

    “บ้านพ่อฉันอยู่ที่นี่ แม่พบรักกับพ่อตอนมาเที่ยวหัวหิน แล้วทั้งสองคนก็แต่งงานกัน อยู่ด้วยกันที่นี่ จนกระทั่งฉันเกิดมา ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวที่โชคดีที่สุดในโลก ฉันยังจำได้ว่า...ตอนนั้นมีพ่อกับแม่อยู่พร้อมหน้า ตัวเองมีความสุขมาก”

    คิดถึงตอนนั้นแล้วพราวน้ำตาซึม เบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่าง พลันก็เห็นสนต้นหนึ่ง เธอบอกสมชายให้จอดตรงนี้ พอสมชายจอด เธอลงจากรถตรงไปที่สนต้นนั้น สมชายรีบตามไปด้วยความเป็นห่วง

    ไปถึงต้นสนพราวแหงนมองคลำไปตามลำต้น พบอักษรที่สลักไว้ว่า “พ่อ+แม่+พราว” พราวลูบคลำตัวอักษรอย่างแผ่วเบาน้ำตารื้น เธอบอกสมชายที่ตามมายืนอยู่ข้างหลังว่า “ยังอยู่...รอยนี้ยังอยู่ ฉันแกะสลักไว้เอง”

    “อย่าร้องไห้ไปเลย คุณควรจะดีใจนะพราว ที่ความทรงจำดีๆไม่เคยหนีคุณไปไหน ยังคงรอคุณอยู่ที่เดิม”

    คำปลอบโยนนี้ทำให้พราวร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กๆ สมชายโอบไหล่พราวพากลับมาขึ้นรถ พอมาถึงรถพราวกลับหยุดกึกเมื่อนึกเห็นภาพในอดีต...เป็นวันเวลาแห่งความสุขที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพราว...

    เวลานั้นพราวในวัย 12 ขวบ ปั่นจักรยานนำหน้า พ่อขี่ตามหลังมีแม่ซ้อนท้ายมาด้วย พราวร้องท้าพ่อตามมาให้ทัน

    สมชายมองพราวที่ยืนมองไปที่ถนนร้องเรียกแม่...แม่...รอพราวด้วย...เธอหันมองตามเหมือนมีรถผ่านไป พลันเธอก็ทรุดเข่ากระแทกพื้นแผดเสียงร้องไห้ลั่น สมชายรีบเข้าประคองปลอบ

    “พราว...ไม่มีแม่คุณอยู่ตรงนี้หรอกนะ คุณคิดไปเอง...คุณคิดไปเอง...” เขาดึงเธอเข้าไปกอดอย่างสุดสงสาร พราวซุกหน้ากับอกเขาร้องไห้สะอื้นฮักเหมือนเด็กที่สูญเสียและผิดหวังอย่างหนัก

    เย็นแล้วพราวเริ่มได้สติสงบลง เธอไปยืนมองทะเลอย่างเหม่อลอย สมชายก้าวเข้ามายืนข้างๆ พราวเล่าว่า...

    “ใช่...แม่ไม่อยู่แล้ว แม่ทิ้งฉันไปตอนฉันอายุ 12 เพราะแม่จับได้ว่าพ่อไปมีอะไรกับน้าวารี เมียของเพื่อน จนน้าวารีท้องแล้วเลิกกับสามี พ่อก็เลยต้องรับผิดชอบ แม่ทำใจรับไม่ได้เลยตัดสินใจเป็นฝ่ายไป”

    เวลานั้นพราวร้องจะตามแม่ไป แต่แม่พาไปด้วยไม่ได้บอกพราวว่าอยู่กับพ่อไปก่อนแม่ทำใจได้แล้วจะกลับมารับ วันนั้นพราวร้องไห้วิ่งตามรถที่แม่นั่งไปจนหมดแรง... ต่อมาพ่อขายบ้านพาตนมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ข่าวว่าแม่แต่งงานใหม่อยู่ที่เมืองนอกและไม่คิดจะกลับมาเมืองไทยอีก แม่อยากลืมทุกอย่างรวมทั้งพราวด้วย...

    “แม่ไม่รู้ว่าฉันลำบากแค่ไหน ก่อนที่พ่อจะตาย พ่อป่วยเป็นมะเร็ง ฉันต้องทำงานหาเงินรักษาพ่อ เลี้ยงทุกคนในบ้าน”

    “อืม...คุณก็เก่งนะ เอาตัวรอดจากวิกฤติชีวิตมาได้”

    “ก็ลองฉันไม่เป็นพราว ไม่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ ฉันคงหายไปจากโลกนี้นานแล้ว”

    “อย่าพูดอย่างนี้สิ ตอนนี้คุณมีชื่อเสียงมีเงินทองมีทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว คุณก็ควรมีความสุขกับมัน”

    “ใช่ ฉันมีทุกอย่างแล้ว ยกเว้นอย่างเดียวคือความสุขที่ฉันยังไม่มี แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่ามันอยู่ที่ไหน” พราวหันไปทางอื่นอย่างพยายามกล้ำกลืนความขื่นที่แล่นขึ้นมาจุก

    สมชายจึงชวนเธอลงทะเล บอกว่าที่ไหนก็มีความสุข ในทะเลก็มี ไม่เชื่อลองลงไปหาดู เธอไม่ยอมลงเขาเลยอุ้มพาลุยลงทะเล พราวดิ้นขัดขืนถูกเขากอดแน่นก็ยิ่งดิ้น พราวหัวเราะออกมาอย่างลืมความทุกข์ไปไม่รู้ตัว...

    ooooooo

    ที่งานฉลอง 10 ปีหนังสือทีวีสตาร์ของคุณติ๋ม ส้มจี๊ดพยายามที่จะฉีกหน้าพราวเรื่องข่าวตบตีกันจริงๆ

    ที่กองถ่ายละคร แต่ถูกแฟรงค์กันมีนออกไปอ้างว่าต้องรีบไปที่งาน

    งานนี้ติณห์ควงจันทร์จรีมาอย่างเปิดเผย แต่พอมาถึงงาน เขาก็ทิ้งจันทร์จรีเดินแหวกผู้คนมาหามีน

    มอบดอกกุหลาบให้แทนความคิดถึง แฟรงค์ถือโอกาสนี้เคลียร์กับพวกนักข่าวว่า เห็นอย่างนี้แล้ว ข่าวมือที่สามอะไรนั่นเป็นข่าวโคมลอยทั้งสิ้น จันทร์จรีถูกติณห์ทิ้งกลางงานก็ถึงกับเหวอพึมพำแค้น

    “นึกว่าฉันจะยอมน้อยหน้าเหรอ ไหนๆแล้ววันนี้เอาให้แซ่บไปเลยทั้งงาน”

    ส่วนส้มจี๊ดก็เยาะเย้ยสุดเขตต์ที่มองติณห์ควงมีนไปต่อหน้าว่า “ดูหน้าแกซิจะทำอะไรได้ไอ้สุดเขตต์ นอกจากเป็นหมาหัวเน่าคอยตามดูเขา หึ!”

    จันทร์จรีทำตัวเด่นแย่งซีนมีนด้วยการเข้าประกบคุณติ๋มเจ้าของงานต่างอวยกันจนน่าเอียน จันทร์จรีขอให้หนังสือทีวีสตาร์อยู่คู่วงการบันเทิงไปนานๆ ให้พี่ติ๋ม

    สวยวันสวยคืน เป็นพี่ที่น่ารักสำหรับพวกเราเหล่านักแสดงตลอดไป ส่วนคุณติ๋มก็ยอว่าจันทร์จรีน่ารักที่สุด “หนูกำลังเป็นดาวรุ่งมาแรงก็ขอให้ฮอตๆ งานล้นมือนะคะติ๋มจะคอยการันตี ต่อไปหนูจะต้องเป็นเบอร์หนึ่งของวงการได้แน่ๆ ติ๋มการันตี ฮิๆ”

    แฟรงค์เห็นจันทร์จรีแจ๋มากและถล่มมีนไม่ยั้ง จึงเข้าไปเชิญติณห์พามีนเข้าข้างใน ทำให้พ้นจากปากเหยี่ยวปากกาที่คอยจิกกัดมีนซึ่งเข้าไปในงานไม่ได้

    ส้มจี๊ดหมั่นไส้สุดเขตต์ที่จับจ้องมีนกับติณห์ไม่วางตา เข้าไปทวงบัตรนักข่าวคืน ด่าว่าให้บัตรเพื่อมาทำข่าวไม่ใช่ไว้ตามนังพราว ถูกสุดเขตต์ตำหนิว่าหยาบคาย ส้มจี๊ดก็แสดงความหึงหวงจนสุดเขตต์ทนไม่ไหวบอกว่า ถ้าไม่หยุดบ้าต่อไป แม้แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็จะไม่เหลือ แล้วเดินหนีไป ทิ้งส้มจี๊ดให้ยืนร้องไห้เจ็บใจอยู่ตรงนั้น

    กันติณห์กับมีนเข้าไปในห้องงานแล้ว แฟรงค์เผชิญหน้ากับจันทร์จรีปรามว่าอย่าเว้าวอนติณห์ของพราวจะดีกว่า

    “พวกแกไปบอกนังพราวตัวเงินตัวทองของแกเถอะไป๊ ว่าเป็นตายยังไงมันไม่มีทางแย่งคุณติณห์ของฉันไปกินได้เด็ดขาด...จำคำพูดของฉันไว้ให้ดี อีจรีคนนี้แหละจะทำให้นังพราวอยู่อย่างไม่เป็นสุขในวงการ มันจะไม่สมหวังอะไรอีกเลย มันจะนอนตาไม่หลับ จะต้องสะดุ้งฝันร้ายทุกคืนเพราะฉัน ฮ่ะๆๆ” จันทร์จรีแข็งกร้าวใส่อย่างยโสจนแฟรงค์กับเอมี่อึ้ง

    ooooooo

    ติณห์แปลกใจที่วันนี้ไม่เห็นสมชายมาดูแลมีน ให้มาโนชออกไปมองหาก็ไม่มี ติณห์หัวเราะในลำคอบอกว่าไม่มาก็ดีแล้วจะได้ไม่มีก้างขวางคอตนกับพราว

    เอมี่กังวลว่าจันทร์จรีบ้าขนาดนี้จะทำอะไรพราวไหม แฟรงค์บอกว่าถ้าไม่ติดว่าจันทร์จรีเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ติณห์อยู่จะเอาเรื่องตอนเข้าวงการใหม่ๆมาแฉให้เละเลย แต่ก็ยังพูดอย่างเจ็บใจว่า

    “แฟนมันอุตส่าห์ฝากพราวให้พาเข้าวงการ พอมันได้เข้าสมใจมันก็ถีบหัวเขาส่งเลย” เอมี่บอกว่าถ้าเป็นตนจะออกมาแฉเลย “ผู้ชายเขาคงตาสว่างแล้วไม่อยากจะยุ่งกับมันให้เสียชื่อเผ่าพันธุ์หรอกถึงได้ทำตัวหายสาบสูญแบบนี้”

    ด่าว่าจันทร์จรีกันสะใจแล้ว เอมี่ฉุกคิดได้ปรารภขึ้น “ว่าแต่...พราวไม่ติดต่อมาเลยนะเจ๊ ไม่รู้อยู่ไหน”

    ooooooo

    สมชายหาบ้านพักตากอากาศให้พราวพักถามว่าเธอแน่ใจหรือว่าจะพักอยู่ที่นี่กับตนสองต่อสอง แต่พูดให้สบายใจว่าไม่ต้องห่วง ตนมากับเธอในฐานะบอดี้การ์ดมาดูแลซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทยเท่านั้น

    พราวบอกว่าตนอยากมาอยู่ที่นี่อย่างพราวธรรมดาให้สบายใจสักพัก ถามว่าแล้วเขาจะอยู่ในฐานะเพื่อนกับตนได้ไหม สมชายอึ้งไปนิดหนึ่ง บอกว่าตนอยู่ในฐานะอะไรก็ได้ถ้ามันทำให้เธอสบายใจขึ้น

    “แค่คุณไม่กวนโทสะฉัน ฉันก็สบายใจแล้ว” พราวค้อนเบาๆ แล้วหันมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

    มือถือสมชายมีสัญญาณสายเข้า เขาเลี่ยงไปกดรับ ปรากฏว่าเป็นสายสืบคนเดิมที่คอยสืบเรื่องเจ๋งส่งข่าวมาว่าได้ข่าวเจ๋งแล้ว มันอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มันระวังตัวแจแต่มีข้อมูลว่า มันเที่ยวตามหาข่าวของพราวอยู่ ตามสืบทั้งประวัติ บ้านเก่า บ้านเกิด พ่อแม่

    “ไอ้โรคจิต ยังไม่เลิกตอแยคุณพราวอีก มันอยากแก้แค้นฉันทำไมไม่มาเจอกับฉันตัวต่อตัววะ” สมชายสบถ

    “ยังไงผมว่าสารวัตรดูคุณพราวไว้ให้ดีเถอะครับ มันเอาแน่”

    ข่าวนี้ทำให้สมชายยิ่งเป็นห่วงพราว กลับเข้าไปในบ้านไม่เห็นพราวเขาตกใจรีบออกตามหาเจอพราวนอนเล่นอยู่ที่เตียงชายหาด เดินไปดูเห็นหัวเข่าเธอถลอกจากที่ทรุดคุกเข่าตอนเห็นภาพหลอนว่าแม่ซ้อนท้ายรถพ่อผ่านไป เขากลับไปเอายามาทาแผลให้ พราวรู้สึกดี และเมื่อเขาบอกว่าถ้าเธออยากระบายอะไรให้เพื่อนคนนี้ฟังก็ตามสบายเพื่อนพร้อมฟังเสมอ

    “ฉันก็ชอบนะ เวลาคุณเรียกตัวเองว่าเพื่อนกับฉัน เพราะฉันเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ เพื่อนในวงการนับคนได้เลย”

    “แต่ถึงตอนนี้คุณจะยกฐานะผมจากบอดี้การ์ดให้เป็นเพื่อนคุณแล้ว คุณก็ห้ามอยู่ห่างสายตาผมเด็ดขาดรู้ไหม”

    พอเปลี่ยนสถานะเป็นเพื่อนกัน ทั้งคู่ก็คุยกันอย่างเพื่อน ทั้งเย้าหยอกกวนโทสะกันเล่น จนสมชายบอกว่าหิวแล้ว จึงชวนกันไปหาอะไรกินที่ชายหาดดีกว่า จะได้หาซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วย

    ข่าวจากสายที่แจ้งว่าเจ๋งกำลังตามข่าวพราวอยู่และเรื่องราวของเธอในอดีต ทำให้สมชายสงสารเห็นใจเธอ ขณะเดินตามพราวไปนั้น เขาเดินไปโอบไหล่เธอไว้อย่างต้องการปลอบโยน พราวมองหน้าฉงนเขาทำไก๋ถามว่าเพื่อนกันเดินโอบไหล่กันไม่เห็นจะเป็นไร พราวเลยเสนอเราเซลฟี่กันดีกว่า

    สมชายไม่อยากมีรูปเป็นหลักฐานให้คนเอาไปเล่นข่าวกันเหมือนที่อัมพวาอีก พราวบอกว่าตนจะถ่ายไว้ดูเองเบื่อก็จะลบทิ้ง สมชายจึงยอม เขาไปยืนข้างหลังพราว โอบสองมือถือกล้องย่อตัวลงมาจนหน้าเกือบแนบชิดกันถ่ายไปรูปหนึ่งแล้วตามพราวบอกเอาอีก รูปที่สอง สาม สี่จึงรัวมาเป็นชุด เป็นภาพที่ทั้งสองหน้าคลอเคลียอยู่ใกล้กันอย่างหวานแหววโดยไม่รู้ตัว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 11:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์