ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พราว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: อั้ม พัชราภา ประกบ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ใน "พราว"


ที่ลำคลองทอดยาวสุดสายตา ในยามโพล้เพล้นี้สองฝั่งคลองเขียวครึ้มไปด้วยดงจาก ดงกก และต้นไม้ในเรือกสวน บรรยากาศเงียบสงัดไร้ผู้คน...ซากเรือและของใช้ในครัวเรือนเกลื่อนกลาด...บ่งบอกถึงบ้านเมืองอยู่ในภาวะสงคราม...

ที่คุ้งน้ำไกล...เรือมาดประทุนลำหนึ่งล่องมาตามลำคลองอย่างเงียบเชียบ ภายในเรือมีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธยืนอยู่ 3 คน คือนายเรืองถือดาบสองมือ นายพันถือทวน และนายมาถือสามง่าม ที่ท้ายเรือนายกล่ำถือแป๊ะกั๊กเป็นอาวุธ และนายฉิมถือง้าวทำหน้าที่คอยคัดท้ายเรือ

ทันใดนั้นเสียงนกแสกร้องก้องไปทั้งคุ้งน้ำ นักรบทั้ง 5 แหงนมอง

“พวกมันอยู่ที่นี่” เสียงแม่หญิงจากในประทุนเอ่ย

แม่หญิงแก้วเจ้าจอมเป็นธิดาของเจ้าเมืองชั้นในแม่หญิงห่มผ้าดอกคาดตะเบงมานโจงกระเบนและรวบผมสั้นแสกกลางคล้ายทรงมหาดไทย แม่หญิงก้าวออกจากประทุนในมือถือดาบบนหลังสะพายธนู

“แม่หญิงแก้วเจ้าจอม...ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ” ชบาสาวรับใช้แหวกม่านมองตามด้วยความเป็นห่วง

“เงียบนะชบา! เอ็งรักตัวกลัวตายก็มุดหัวอยู่ในประทุนนั่นเลย” แล้วแม่หญิงก็เดินไปยืนที่หัวเรือ นายเรืองถามว่าแม่หญิงแน่ใจหรือว่าข้าศึกมันอยู่แถวนี้ “ข้ารู้สึกได้นายเรือง ดวงตากระหายเลือดของพวกมันกำลังจ้องเราอยู่”

ทันใดนั้นน้ำตรงคุ้งเบื้องหน้าปรากฏร่างข้าศึกโผล่ขึ้นมาจากน้ำด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม นักรบทั้ง 5 กระชับอาวุธทันที แม่หญิงคาบดาบคว้าธนูที่สะพายหลังยิงออกไปทันที เสียงลูกธนูปักกลางแสกหน้าศัตรูอย่างแม่นยำ ฉึก!! มันร้องลั่นแล้วจมน้ำไปทันที พริบตานั้นพวกมันอีกนับสิบโผล่พรวดขึ้นจากน้ำรอบเรือ ชูดาบตะโกนอย่างกระหายเลือด

“ฆ่ามันนนน!!” แม่หญิงชูดาบตะโกนอย่างห้าวหาญ ชายฉกรรจ์ทั้ง 5 ในเรือตะโกนข่มขวัญศัตรูเสียงกึกก้อง

“คัตตตตต” เสียงเชนสั่ง

นี่คือฉากหนึ่งของละครเรื่อง “อโยธยา” นั่นเอง

ooooooo

ที่ริมตลิ่ง...เชนผู้กำกับถือโทรโข่งตะโกนอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ มีเสียงปรบมือกรี๊ดกร๊าดของบรรดาแฟนคลับกลุ่ม “Power Proud” ซุปเปอร์สตาร์ที่แสดงเป็นแม่หญิงแก้วเจ้าจอมเจี๊ยวจ๊าวเซ็งแซ่

ม็อดดี้หนุ่มผมดัดสีทองเป็นต้นเสียงตะโกนนำ พรรคพวกอันได้แก่ติ๊บ หงอย และตั้ม ตะโกนรับ

“เชียร์ใคร?”

“เชียร์พราว!”

“รักใคร?”

“รักพราว!”

แล้วทั้งหมดก็ตะโกนพร้อมกันว่าพวกเราพาวเวอร์พราว รักพราว จุ๊บ จุ๊บ พราวโบกมือยิ้มหวานให้แฟนคลับ แซ่บซ่ากลุ่มนี้ ทำให้เสียงเชียร์ยิ่งดัง จนเชนเอามืออุดหูถามว่าใครอนุญาตให้พวกนี้เข้ามาในกอง ตุ้ยบอกว่าแฟรงค์ผู้จัดการส่วนตัวของพราวขอมา จะให้ตนไปไล่ไหม

“แล้วแต่นะ ฉันจะได้หาผู้ช่วยใหม่” เชนบอกแล้วตะโกนสั่ง “เชิญคุณพราวมาพักได้ครับ เอ้า...ทีมงานเอาเรือไปรับซิเฮ้ย! นักแสดงคนอื่นๆน่ะอยู่ที่เดิมนั่นแหละไม่ต้องไปไหน เดี๋ยวถ่ายฉากสู้กันบนเรือต่อให้เสร็จเลย”

จันทร์จรีนักแสดงสาวที่ใช้ความเซ็กซี่สร้างข่าวให้ตัวเองยืนหน้าเม้งอยู่บนเรือ ใช้ชายสไบพัดให้คลายร้อน แอบจิกตามองพราวที่ได้รับการประคบประหงมอย่างหมั่นไส้

ooooooo

พอเรือที่ไปรับพราวมาเทียบตลิ่ง แฟรงค์ผู้จัดการส่วนตัวกับเอมี่เพื่อนสนิทของพราวที่เป็นผู้ช่วยแฟรงค์ ก็ถือร่มปรี่มารับพราว แฟรงค์ถามอย่างเอาใจว่าเมาเรือหรือเปล่าพลางยื่นผ้าคลุมไหล่ให้พราวถามแฟรงค์อย่างหงุดหงิดว่า “เมื่อไหร่ไอ้ฉากรบ ในเรือนี่มันจะหมดๆไปเสียที พี่ก็รู้ว่าพราวว...” เอมี่แทรกทันทีว่าว่ายน้ำไม่เป็น “แล้วถ้าเกิดพราวตกน้ำตกท่าขึ้นมา จะทำไง พราวแพ้น้ำคลองนะ โดนนิดโดนหน่อยก็ไม่ได้ มันจะ...” เอมี่แทรกอย่างรู้ดีตามเคยว่า จะคัน...เป็นผื่นแพ้

พราวมองขวับเสียงขุ่นใส่เอมี่ว่าคิดว่าตนสตรอ–เบอรี่หรือ เอมี่ทำหน้าตายพูดเสียงสูง “ปล๊าว...ฉันรู้ใจแกต่างหากล่ะพราว รู้ว่าแกชอบอะไรไม่ชอบอะไรและแพ้อะไร อ้ะ...นี่น้ำแร่ยี่ห้อโปรดของแก ซดซะ จะได้ใจเย็นๆ”

พราวค้อนงอนๆ ตามนิสัยขี้วีน คว้าขวดน้ำไปดื่ม เอมี่เดินกางร่มให้และแฟรงค์ก็บีบนวดหัวไหล่ให้อย่างเอาใจพลางพูดกล่อมให้อดทนอีกนิด เดี๋ยวก็ถ่ายจบแล้วรับรองว่าละครอโยธาฟอร์มยักษ์นี้เรตติ้งพุ่งกระฉูดแน่ เยินยอว่า

“ทุกคนจะต้องทึ่งกับการสวมบทบาทบู๊ครั้งแรกของหนู ลบคำสบประมาทของพวกนักข่าวปากเสียที่เม้าท์กันว่า...”

“พราวดีแต่สวยกับเซ็กซ์ พราวเก่งแต่บทไฮโซหน่อมแน้ม พราวเล่นบทบู๊ไม่ได้” เอมี่เสริมแทรกอีกตามเคย

“หึ...เบื่อพวกนักข่าวที่ดีแต่แฉ เรื่องแย่ๆน่ะ ชอบนัก” พราวอารมณ์เสีย เดินเชิดหลีกพวกแฟนคลับไปอีกทางแต่ยังโบกมือส่งยิ้มให้ราวกับนางงาม

ooooooo

หน้าฮอลล์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ฮ่องกง พราวในชุดแม่หญิงแก้วเจ้าจอมแห่งอโยธยา ก้าวเหยียบพรมแดงในชุดราตรีหรูโบกมือให้สื่อมวลชนและผู้คนที่มารอรับ

แฟรงค์แต่งสูทหรูและเอมี่ในชุดราตรี เดินตามหลังพราวเป็นพี่เลี้ยงคอยจัดชุดยาวที่สยายระไปกับพรมแดง เสียงแฟนคลับตะโกนเป็นจังหวะ “พราว... พราว...พราว...” นักข่าวที่ไปทำข่าวก็รายงานข่าวแข่งกับ เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้น

นาทีนั้นเอง หนุ่มฮ่องกงคนหนึ่งปีนราวเหล็กกั้นวิ่งเข้ามาหาพราวราวกับประสงค์ร้าย แฟนคลับกรี๊ดกันอย่างตกใจพราวเองก็ตกใจจนกระเป๋าถือร่วง แต่โชคดีที่บอดี้การ์ดในงานเข้ามาตะครุบตัวหนุ่มคนนั้นไว้ทันก่อนที่จะมาถึงตัวพราว

“เป็นอะไรรึเปล่าพราว” แฟรงค์เข้ามาถามพลางก้มเก็บกระเป๋าถือให้ พราวส่ายหน้าตั้งสติได้ หันไปยิ้มให้บรรดาแฟนคลับเดินโบกมือไปบนพรมแดงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สมกับเป็นมืออาชีพจริงๆ

เสร็จจากงานเทศกาลภาพยนตร์กลับมาถึงห้องพักในโรงแรมหรู พราวโยนกระเป๋าถือ ทิ้งตัวนอนบนโซฟา สลัดรองเท้าส้นสูงกระเด็นกระดอนไปข้างละทางจนแฟรงค์ต้องตามเก็บ

“โฮ้ย...เหนื่อยๆๆ ไหนจะเจอแฟนคลับโรคจิต ไหน จะพวกนักข่าว กว่าจะแหวกนักข่าวออกจากงานมาได้เกือบตาย ถามอะไรก็ไม่รู้ มีแต่เรื่องส่วนตัวงี่เง่าๆ ทำไมนักข่าวถึงได้ตามติดจ้องจับผิดฉันนักนะ”

“ก็หนูดังนี่ค้า” แฟรงค์จีบปากจีบคอ

“ความดังมันจะฆ่าพราวอยู่แล้ว พราวเหนื่อย ทั้งงานทั้งคน” แฟรงค์บอกว่าต้องอดทนเพราะทั้งงานทั้งคน นำชื่อเสียงมาให้หนู “แต่หนูกำลังจะหมดไฟ ได้ยินไหมคะพี่แฟรงค์!”

แฟรงค์มองพราว ส่งรองเท้าให้เอมี่เอาไปเก็บแล้วเข้าไปนั่งข้างๆ พราวพูดอย่างใจเย็น

“หมดฟงหมดไฟอะไรกันหนู คิดอย่างนั้นไม่ได้ หนูยังสาวยังสวยยังขายได้ดูสิขนาดบริษัท N&T ยังทุ่มเงินจ้างหนูไปร่วมงานอีเวนต์วันพรุ่งนี้เลย” พราวฉุนบอกว่าตนเบื่อให้โทร.ไปยกเลิกเสีย “ตะกี๊พี่เพิ่งคอนเฟิร์มเค้าไป แค่อึดใจเดียวจะไปยกเลิกเค้าด้วยเหตุผลอะไร”

พราวให้อ้างว่าตนตาเจ็บสู้แสงแล้วตาจะบอด แฟรงค์กลับบอกเอมี่ให้เตรียมชุดใส่ไปงานให้พราว

เอาแบบใส่กับแว่นตาดำดูเหมือนเลดี้ กาก้า หลุดจากแฟชั่นวีกเลย เอมี่รีบรับคำ แฟรงค์บอกพราวว่า

“เชื่อลางสังหรณ์ของพี่เถอะ งานนี้หนูต้องไปไม่ไปหนูพลาด หนูอาจจะเจอกับอะไรที่สนองความรู้สึกหนูให้กลับมามีไฟอีกก็ได้ หนูถึงต้องไปนะจ๊ะ” แฟรงค์

ตบแก้มพราวเบาๆ พราวถอนใจ นิ่งคิด และสงบลง

“พี่จะไปเตรียมน้ำอุ่นให้หนูนอนแช่ผ่อนคลายให้สบาย แล้วสั่งดินเนอร์อร่อยๆ มาให้ทานพร้อมไวน์ท่ามกลางแสงเทียน” แฟรงค์บอกพราวแล้วลุกไป

เอมี่แอบยกหัวแม่มือทั้งสองให้แฟรงค์ชมเบาๆ “ชนะเลิศอ่ะ สมแล้วกับฉายาผู้จัดการสาลิกาลิ้นทอง”

ooooooo

ในประเทศไทย...ที่ตรอกเฉอะแฉะ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อแห่งหนึ่ง บรรยากาศอึมครึม มีแค่แสงสลัวๆ ห้องแถวสองข้างทางปิดประตูหมดแล้ว

ในบรรยากาศนี้ สมชายจ้องเป้าหมายข้างหน้านัยน์ตา คมกริบใต้หมวกปีกเดินเลี้ยวตามชายคนหนึ่งเข้าตรอกมา ที่ขอบเอวกางเกงยีนส์เก่าๆ มีปืนตุงอยู่และที่ตรอกใกล้กันนั้น วิทย์เดินเลี้ยวเข้ามาสมทบ บอกสมชายว่า

“ฉันเดินตามมันมาสักพักแล้ว” สมชายถามว่ามันแอบพาใครมาด้วยไหม “มันฉายเดี่ยวว่ะ” ฟังแล้วสมชายยิ้มพอใจ พากันเดินทะลุซอยไปที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป้...ชายคนนั้น ยืนรออยู่ พอเห็นทั้งสองมาก็ถาม “ว่ายังไง?”

“คราวนี้ฉันอยากได้ลอตใหญ่” สมชายบอกท่าทางเถื่อนๆ เป้าถามว่าเท่าไหร่ วิทย์ตอบแทนว่า “5 แสน!”

ครู่เดียวที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง โอมกับเจ๋งสองพี่น้องที่เป็นหัวหน้าแก๊ง “สองพี่น้อง” กำลังคร่ำเคร่งกับการจัดยา

“5 แสนเหรอวะ” เจ๋งผู้น้องถามปลายสายที่กำลังคุยกัน หันมองโอมเห็นกำลังง่วนกับการนับเงินอยู่ ถามเสียงดังขึ้นมาว่า “ว่าไงพี่ มันจะเอา” โอมคว้ามือถือจากเจ๋งไปพูดเองว่า

“ถ้ามันมีปัญญาจ่าย กูก็มีปัญญาหาของให้มันเว้ย หึๆๆ”

สมชายกับวิทย์เดินดูของขายแบบแบกะดินมาตามทางเท้า วิทย์หยิบตุ๊กตาหน้าตาตลกตัวหนึ่งยื่นให้คนขาย ไม่ทันควักเงิน สมชายก็ยื่นแบงก์พันยับยู่ยี่ให้คนขาย วิทย์มองหน้าบอกว่าตนมี

“เอาน่า ฉันอยากซื้อให้หลานฉัน แกอยู่เฉยๆไปเลย แล้วทำไมแกไม่ซื้อของเล่นอย่างอื่นวะ รถเอย ดาบเอย มีตั้งเยอะแยะดันซื้อตุ๊กตา ลูกแกเป็นตุ๊ดรึไง”

วิทย์บอกว่าเพราะตุ๊กตานี่หน้าเหมือนตนจึงซื้อเอาไว้ให้อยู่เป็นเพื่อนลูกแทนตอนที่ตนไม่อยู่บ้าน

“เออ...งั้นแกก็รีบกลับบ้านเอาไปให้ลูกซะ เรามีงานใหญ่ต้องทำ”

ooooooo

ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ส้มจี๊ดนักข่าวสาวสายบันเทิง ยืนกระวนกระวายรอสุดเขตต์เพื่อนซี้ช่างภาพฟรีแลนซ์อยู่ พอสุดเขตต์ขี่ช็อปเปอร์มาก็ด่าทันที

“โธ่เอ๊ยไอ้สุดเขตต์ ทำไมมาช้านักวะ โทร.ไปก็ไม่รับสายไอ้บ้าเอ๊ย” สุดเขตต์ถามว่าเรียกมาด่าหรือ ส้มจี๊ดบอกว่า “ทำงานโว้ย แล้วไหนล่ะอาวุธของแก”

สุดเขตต์บอกเสียงดังปุปุ บอกว่ามันอยู่ในนี้พร้อมแล้วเจอเป้าเมื่อไหร่ก็ชักออกมาเล็งเลย รับรองว่าคุ้มค่าจ้างแน่

“เออ...ให้มันได้อย่างที่โม้เหอะ ตามฉันมา” ส้มจี๊ดวิ่งนำเข้าไปในห้างทันที ที่ลานจอดรถห้างเดียวกัน สมชายขับรถวนหาที่จอดรถบ่นว่า

“เมื่อไหร่จะโทร.มาสักที ที่จอดรถก็ไม่มี จะให้ขับวนอยู่ทั้งวันรึไง”

วิทย์ก้มมองปืนในมืออย่างเตรียมพร้อม สมชายก็กวาดตามองหาวี่แววพวกที่นัดไว้ เลยทำให้ไม่เห็นสาวสวยใส่ชุดเกาะอกสีขาวลงจากรถกำลังจะรีบข้ามทางไปยังทางเข้าห้าง วิทย์เงยหน้าเห็นร้องลั่น

“เฮ้ย! ระวังไอ้ชาย เบรก!” สมชายเบรกเสียงสนั่น หญิงสาวร้องกรี๊ดตกใจสุดขีดกับรถที่พุ่งมาจอดอยู่ห่างตัวแค่เส้นยาแดงผ่าแปด! “เฮ้ย...นั่นๆ มันพราว...ดารานี่หว่า” วิทย์ร้องบอก พอสมชายหายตะลึงก็โวย

“ดารงดาราที่ไหนไม่สนหรอกเว้ย เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ” แล้วเปิดกระจกโผล่หน้าออกไปตะโกนด่า “นี่คุณ! ที่บ้านมาสร้างทางไว้รึไง ยืนเกะกะขวางทางอยู่ได้ ไม่เห็นรึไงคนเขาจะรีบไป หลีกไปซี!”

“ฉันไม่หลีก!” พราวตบผัวะลงบนฝากระโปรงรถอย่างโกรธจัด แฟรงค์ขอร้องอย่ามีเรื่องเลยรีบเข้าไปในงานกันเถอะ แต่พราวเลือดขึ้นหน้าแล้วเป็นตายยังไงก็ไม่ยอมถอย

“อ้าว...ไม่หลีกก็ต้องเจอกันหน่อย” สมชายเปิดประตูรถจะลงไปเอาเรื่อง วิทย์รีบเตือนว่านั่นมันดารานะ

สมชายลงจากรถยืนเท้าเอวจ้องหน้าพราวถาม “ว่าไงคุณ!” กลับถูกย้อนถามว่า “คุณน่ะว่าไง?”

สมชายบอกให้เธอหลีกทางรถตนจะได้ไป พราวโต้ว่าตนไม่หลีกไม่ไปไหนจนกว่าเขาจะขอโทษ สมชายหัวเราะเยาะถามว่า “นี่มันบทละครเรื่องไหนของคุณ ซ้ำซากเป็นบ้า นางร้ายเดินข้ามถนนให้พระเอกขับรถชนหวังให้สนใจ”

พราวฉุนขาดโต้ว่าตนเป็นนางเอกไม่ใช่นางร้าย สมชายสวนไปว่าปากคอเราะรายอย่างนี้นางร้ายชัดๆ

“ไอ้บ้า!” พราวปรี่เข้าไปในบทนางร้ายจริงๆ จนแฟรงค์ ต้องรีบมาห้าม แต่มาไม่ทันถึงตัวพราวก็สะดุดรองเท้าส้นสูงตัวเองล้ม สมชายมือไวรับไว้ทันหน้ากับหน้าเกือบชนกัน ต่างมองกันตกใจ สมชายอุ้มพราวไปที่ริมทางสั่ง

“ลงไปจากตัวผมได้แล้ว! ต่อไปถ้าไม่อยากตายก่อนแก่ละก็ อย่ามาเดินบิดเกะกะขวางทางรถใครเขาอีก ลงไป!”

สมชายวางพราวลงแล้วเดินไปขึ้นรถตัวเอง ถูกพราวด่าตามหลัง แฟรงค์กับเอมี่รีบมาเตือนสติไม่ให้ด่าเดี๋ยวนักข่าวได้ยิน รีบไปทำงานดีกว่า ทำงานได้เงินแต่มีเรื่องกับเขาไม่ได้เงิน

ooooooo

พราวไปถึงได้เวลาเปิดตัวพอดี งานนี้ ติณห์หนุ่มหล่อเท่มาดดี เป็นผู้บริหารบริษัทที่ได้พราวมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เขาหลงใหลอยากรู้จักพราวเป็นการส่วนตัวมานาน เมื่อได้ร่วมงานกัน เขาเข้าไปหาพราวเอ่ย

“ขอบคุณมากครับคุณพราว ที่ให้เกียรติมาเปิดงานให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ของผมเป็นครั้งแรก”

“พราวก็ต้องขอบคุณเหมือนกันค่ะ ที่คุณให้เกียรติเชิญพราวมาร่วมงานในวันนี้” พราวเอ่ยอย่างประทับใจชายหนุ่มที่มุมข้างเวที นลนีย์สาวนักธุรกิจที่หมายปองติณห์อยู่ จ้องไปบนเวทีอย่างพยายามอดกลั้น รอเวลา!

ส้มจี๊ดจับตาจ้องสายตาของติณห์กับพราวที่มองกันอย่างสะใจที่จะมีข่าวคาวระหว่างนางเอก พ. กับไฮโซต.เร็วๆนี้ เคี่ยวเข็นสุดเขตต์ให้ถ่ายรูปตรงชุดเกาะอกของพราวซูมใกล้ๆ เอาให้โป๊จะได้ขึ้นหน้าหนึ่งเลย สุดเขตต์มองส้มจี๊ดทั้งขำทั้งสมเพชความแรงของเพื่อนรัก

ส่วนแฟรงค์เห็นแววตาของติณห์กับพราวที่มองกันแล้วฟันธงกับเอมี่ว่า “ฉันว่าคุณติณห์นักธุรกิจไฮโซหล่อเริ่ดคนนี้แหละ ที่จะเป็นยาดีรักษาโรคเบื่อๆเซ็งๆให้พราวได้”

เสร็จงานแล้วพวกพราวจะกลับ เดินออกมาที่ลานจอดรถ แฟรงค์เห็นสุดเขตต์กับส้มจี๊ดแอบหลังเสาถ่ายรูปพราวอยู่ก็เรียกให้ออกมาไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจจับ พอเห็นเป็นส้มจี๊ด พวกพราวก็ชักสีหน้าใส่ทันทีเพราะเป็นคู่กัดกันมานาน พราวด่าส้มจี๊ดว่าเป็นนักข่าวบันเทิงที่จ้องจับผิดชีวิตดารามากกว่าสนใจผลงาน ทั้งคู่โต้เถียงกันจนแฟรงค์ต้องหย่าศึกดึงพราวให้กลับ สุดเขตต์ก็ดึงส้มจี๊ดออกไป

พอแยกออกมา พราวเจอติณห์เดินเข้ามาถามว่าจะกลับแล้วหรือ อ่อยว่ากำลังจะชวนทุกคนไปดินเนอร์คืนนี้เป็นการขอบคุณที่ทำให้งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตนในวันนี้ประทับใจมาก เสียงหล่อมาดเท่และนัยน์ตาหวานของติณห์ทำเอาพราวใจสะท้าน ปฏิเสธคืนนี้แต่ยังเกี่ยวไว้ว่า

“เอาเป็นว่าคุณติณห์ติดข้าวพราวมื้อนึงก็แล้วกันนะคะ ถ้าพราวว่าง พราวจะให้พี่แฟรงค์โทร.มานัดค่ะ”

แฟรงค์กับเอมี่มองหน้ากันอึ้ง ที่อยู่ๆ พราวก็เปิดโอกาสให้ติณห์ ยิ่งเห็นทั้งสองยิ้มหวานให้กันก็แอบดี๊ด๊ากันเอง

ooooooo

ที่ลานจอดรถ เมื่อสมชายกับวิทย์พบกับโอมเจ๋ง เป้และลูกน้องที่ขับรถเก่าๆ ตามหลังมาแล้วต่างเจรจาซื้อขายกัน สมชายมอบเงินให้ โอมก็มอบของในรถเก่าๆ ที่ขับตามมาให้เมื่อฝ่ายโอมเช็กเงินเรียบร้อย สมชายเช็กของที่ท้ายรถเก่าๆคันนั้นแล้ว คนของโอมก็มอบกุญแจรถให้ เป็นนาทีที่สมชายกับวิทย์ตะปบปืนเตรียมลุยตามแผน ผู้กำกับสหวุฒิที่นำกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบยังเพิ่งโอบล้อมเข้ามา แต่รถของโอมกำลังทะยานจะออกไปแล้ว สมชายกับวิทย์ตัดสินใจลุยทันที

ลานจอดรถกลายเป็นสนามต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ล่อซื้อยากับแก๊งค้ายาเสพติด พวกโอมยิงต้านเพื่อหนี ในขณะที่พวกสมชายไล่ล่าจะจับตัวให้ได้

ขณะกำลังยิงต่อสู้กันนั้น สุดเขตต์กับส้มจี๊ดมาถึงพอดี สุดเขตต์หลบหลังเสาเก็บภาพทันที

ขณะสมชายกับวิทย์ยิงต่อสู้กับพวกโอมนั้น สหวุฒิก็นำกำลังมาช่วยทั้งสองฝ่ายยิงกันสนั่นลานจอดรถ

พราวกับแฟรงค์และเอมี่มาถึงลานจอดรถได้ยินเสียงปืนสนั่นไปหมด พราวเอามือปิดหูพลันก็ตกใจเมื่อตัวเองมายืนอยู่ต่อหน้าชายฉกรรจ์สามคน เป้คว้าพราวล็อกไว้เป็นตัวประกันทันที

พราวนึกว่าเป็นการแสดงรายการดาราหน้าเหวอ ห้ามทีมงานเอาเทปชุดนี้ไปออกอากาศเด็ดขาด ตนไม่ชอบให้ใครมาทำให้หน้าแตกแบบนี้ ไม่งั้นจะฟ้อง

พวกเป้ถูกตำรวจยิงจนต้องปล่อยพราว สุดเขตต์รีบไปดึงพราวมาอยู่ในที่ปลอดภัย กระนั้นพราวก็ยังคิดว่าเป็นการถ่ายรายการทีวี ตะโกนเรียกแฟรงค์ให้พาตนกลับบ้านเร็วๆ ตีเข่าเข้าเป้าสุดเขตต์แล้ววิ่งออกไป เจ๋งพุ่งมาจะจับพราวไปอีก ถูกสมชายโผล่พรวดมาลากพราวไปหลบหลังรถ

พอพราวเห็นหน้าสมชายจำได้ก็ด่าไอ้เถื่อน ไอ้กุ๊ย สมชายสั่งให้หุบปากบอกว่าตนเป็นตำรวจ พราวหัวเราะเยาะว่ารายการดาราหน้าเหวอหาคนไม่ได้แล้วหรือถึงได้เอาคนแบบนี้มาเป็นตำรวจ ดูยังไงก็ไม่เหมือน

เป้ยิงตำรวจแล้วลุกวิ่งเลยถูกตำรวจยิงตาย โอมแค้นเลยยิงกราดใส่ตำรวจ ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พากันตกใจ สหวุฒิตะโกนบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังล้อมจับแก๊งค้ายาบ้า เพื่อความปลอดภัยให้ทุกคนอยู่ในรถของตัวเอง

พราวได้ยินเสียงประกาศยิ่งตกใจเมื่อรู้ว่านี่คือเรื่องจริงไม่ใช่รายการทีวี จังหวะนั้นเอง เจ๋งอยู่บนหลังคารถเอาขาเกี่ยวโรลบาร์หลังคารถห้อยหัวลงมาจ่อยิง สมชายลากพราวหนี เจ๋งยิงถูกท้องพราวอย่างจัง สมชายจึงตะโกนให้สุดเขตต์เรียกรถพยาบาล ส่วนตัวเองกับวิทย์ไล่ตามเจ๋งกับพวกที่กระโดดข้ามกำแพงไปในที่รกร้างข้างห้าง

พราวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แฟรงค์พร่ำเรียกภาวนาขอพราวอย่าเป็นอะไร มองพราวที่มีหน้ากากครอบให้ออกซิเจน อาการเป็นตายเท่ากันน้ำตาคลอ

ooooooo

สมชายวิ่งไล่ตามเจ๋งกับโอมไป โอมถูกยิงที่ขาขวา เจ๋งจึงต้องพยุงพี่ชายพาหนี เจ๋งแค้นหันรัวปืนใส่สมชายกระสุนผ่านหว่างขาไปอย่างน่าหวาดเสียว วิทย์ตามมาถามสมชายว่าเป็นอย่างไร สมชายคุยโวว่าของตนรุ่นหนังเหนียวยิงไม่เข้า

“แต่ยัยพราวไม่เหนียวพอ ถูกยิงเข้าอย่างจัง ป่านนี้จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

“ปากร้ายขนาดนั้น ยัยนั่นคงไม่ตายง่ายๆหรอก” พูดแล้วเห็นเจ๋งประคองโอมหนี บอกวิทย์ให้รีบตามไปกัน โอมเสียเลือดมากอาการหนัก บอกเจ๋งให้หนีไปก่อนตนไม่ไหวแล้ว เจ๋งทิ้งพี่ชายไปไม่ได้ แต่พอเหลียวไปเห็นสมชายกับวิทย์วิ่งตามมา ก็ละล้าละลังจะทำอย่างไรดี?

ปรากฏว่าเจ๋งพาโอมเข้าไปในร้านมินิมาร์ท สมชายกับวิทย์ตามรอยเลือดไป มองเข้าไปในร้านเห็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ พนักงานที่ยืนอยู่เคาน์เตอร์เก็บเงินตัวเกร็งหน้าซีด เชื่อว่าโอมกับเจ๋งต้องอยู่ในร้านแน่ วิทย์เตือนสมชายว่า

“อย่าเพิ่งเข้าไปนะเว้ย โทร.หาผู้กำกับเรียกกำลังเสริมมาก่อน”

สมชายมองเขาไปในร้านเห็นมีแม่กับลูกสาววัย 5-6 ขวบยืนตัวสั่นอยู่ ทนไม่ได้วิ่งเข้าไปทันที ที่พื้นตู้แช่เครื่องดื่ม โอมนั่งหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กเอาปืนจี้สองแม่ลูกไม่ให้โวยวาย ส่วนเจ๋งนั่งหลบแต่เอาปืนจี้พนักงานอยู่วิทย์โทร.รายงานสหวุฒิว่าคนร้ายหลบอยู่ในร้าน ดูเหมือนจะจี้ตัวประกันไว้ 4 คน ในนั้นมีเด็กด้วยหนึ่งคน ขอให้รีบนำกำลังมาสมทบด่วน

“จะรีบไปเดี๋ยวนี้ อย่าเพิ่งจู่โจมบุกทำอะไรนะซุ่มดูมันก่อน”

“สั่งช้าไปแล้วครับ ไอ้ชายเข้าไปแล้ว” วิทย์รายงาน จุดที่สมชายซุ่มอยู่นั้นมองไม่เห็นโอม เขาจึงเอาตลับแป้งที่วางขายเปิดเอากระจกส่องจนเห็นโอม แต่โอมรู้ตัวจากแสงสะท้อนของกระจก จึงค่อยๆกระเถิบมาจ่อยิงสมชาย แต่สมชายระวังตัวอยู่แล้วจับแขนมันบิดไปทางอื่น แล้วตะโกนให้สองแม่ลูกรีบหนีไป

เจ๋งเห็นสมชายกับโอมกำลังปล้ำสู้กัน มันถือปืนจะเข้าไปช่วยพี่ชาย ก็พอดีวิทย์เปิดประตูให้สองแม่ลูกหนี เจ๋งหันยิงวิทย์เข้าที่ด้านหลังแล้วซ้ำเข้าที่หน้าท้องอีกนัด

สมชายปล้ำกับโอมจนฝ่ายนั้นทรุด เห็นวิทย์ถูกยิงจึงวิ่งไปดู โอมลุกขึ้นเล็งปืนใส่ ถูกสมชายหันมายิงใส่สองนัดตายลืมตาโพลง เจ๋งเห็นพี่ชายตาย ประกาศก่อนวิ่งหนีไปว่า “กูจะกลับมาแก้แค้นมึง!”

สมชายวิ่งตามเจ๋งผ่านวิทย์ที่นอนจมกองเลือดอยู่บอกเพื่อนรักว่าอย่าเพิ่งเป็นอะไรเดี๋ยวจะกลับมาช่วย “ฝาก...ลูก...เมีย...ฉันด้วย...” วิทย์พูดขาดเป็นห้วงๆ สมชายไม่รับฝาก บอกให้รอตนกลับมาก่อนแล้ววิ่งไปเลย

วิทย์มองตามสมชายไปอย่างรู้ตัวว่าไม่รอดแล้ว...

เจ๋งวิ่งออกไปเจอมอเตอร์ไซค์ของแมสเซนเจอร์จอดอยู่ มันโดดขี่ออกไปเลย สหวุฒิมาถึงถามเจ้าของรถว่าทะเบียนอะไรแล้ววอสั่งให้ตำรวจสกัดจับสมชายวิ่งไปเห็นเจ๋งขี่มอเตอร์ไซค์หนีไปแล้วจึงวิ่งกลับมาหาวิทย์ แต่วิทย์จากไปแล้ว สมชายกอดร่างเพื่อนตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ สหวุฒิเข้ามาดู สมชายเงยหน้ามองผู้กำกับอย่างรู้สึกผิด

ooooooo

ทุกคนที่โรงพยาบาลโล่งใจเมื่อหมอออกมาบอกว่าพราวปลอดภัยแล้ว พอดีส้มจี๊ดวิ่งเข้ามาเจอสุดเขตต์ ถามว่าอยู่ที่นี่หรือ อยู่ในเหตุการณ์ที่ตำรวจจับยาบ้าด้วยใช่ไหม ร้องอย่างดีใจว่า

“เยสๆๆ เสือปืนไวอย่างแกต้องถ่ายรูปยัยพราวถูกลูกหลงไว้ได้แน่ๆใช่ไหม”

สุดเขตต์บอกว่าตนถ่ายตอนตำรวจยิงกับคนร้ายแต่ไม่ได้ถ่ายตอนพราวถูกลูกหลง ก็ถูกส้มจี๊ดโวยว่าทำงานประสาอะไรพลาดช็อตเด็ดไปได้ยังไง เลยถูกสุดเขตต์ ด่าอย่างสุดทนว่า

“ไอ้โรคจิต แกจ้างฉันมาเป็นตากล้องปาปารัสซี่ดาราอย่างเดียวนะเว้ย อย่ามาเหมารวมถ่ายรูปอื่น แล้วฉันก็ไม่หากินกับความเป็นความตายของใคร” ถูกส้มจี๊ดด่าว่าไอ้โลกสวยแบบนี้งานถึงได้มีแต่ออกไม่มีเข้า “ฉันจนอย่างมีคุณค่าเว้ย แล้วถ้าฉันไม่จำเป็นต้องใช้ตังค์ฉันก็ไม่มีวันมารับจ๊อบงานปาปารัสซี่แบบนี้หรอก เสียฝีมือฉัน”

ส้มจี๊ดหมั่นไส้เลยแย่งกล้องไปถอดเอสดีการ์ดไป แล้วยัดกล้องคืนให้สุดเขตต์บอกว่าจะเอารูปงานเปิดตัวโฟมอาบน้ำ ทำหน้าเจ้าเล่ห์พูดต่อว่า

“แล้วก็...รูปที่แกถ่ายตอนตำรวจจับแก๊งยาบ้าก็ต้องอยู่ในนี้ด้วย มันต้องมีรูปยัยพราววิ่งพล่านอยู่สักรูปแหละวะ”

สุดเขตต์ยืนเซ็งกับความแสบและเจ้าเล่ห์ของส้มจี๊ด

ooooooo

ที่ร้านขายดอกไม้ประดิษฐ์เล็กๆ ในตลาด เจ้าของร้านอ่านข่าวพราวถูกยิงจากหนังสือพิมพ์พึมพำ...

“พราว พิชญดาถูกลูกหลงเข้าชายโครง เฮ้ย มันโปรโมตละครหรือเรื่องจริงวะเนี่ย ต๊าย...เรื่องจริงเหรอเนี่ย! เฮ้อ...สร้างข่าวเรียกเรตติ้งให้ตัวเองแน่ๆเลยอีแบบนี้ ดาราสมัยนี้แน่จริงๆ ลงทุนทำได้ทุกอย่างจริงจริ๊ง...ว่าไหม” ประโยคหลังเจ้าของร้านถามแม่แก้วที่มายืนอยู่พักหนึ่งแล้ว

แม่แก้วเป็นผู้ก่อตั้งบ้านแสนรักบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า จัดดอกไม้ประดิษฐ์ใส่แจกันมาขายที่ร้านนี้หารายได้ช่วยเด็ก วันนี้ก็เอาแจกันดอกไม้ประดิษฐ์ทำจากผ้าใยบัว 3 แจกันมาส่ง แม่แก้วบอกเจ้าของร้านว่าวันนี้ส่งแค่นี้ก่อน

เจ้าของร้านชมว่าวันนี้จัดดอกไม้สวย ของแม่แก้วขายดีกว่าเพื่อนแต่ทำไมจัดมาน้อย แม่แก้วบอกว่าไม่ค่อยมีเวลา ยุ่งอยู่กับเด็กๆ ไม่คนโน้นก็คนนี้ป่วยกันอยู่เรื่อย

นี่ก็ต้องพาโต้ไปหาหมออีกแล้ว แม่แก้วพูดพลางลูบหัวโต้เด็กชายวัย 5-6 ขวบที่พามาด้วย

“เฮ้อ...มีเงินมีทองก็เอาไปเลี้ยงลูกคนอื่นหมด ขนาดพ่อแม่มันยังไม่เลี้ยงแล้วไปเอามาเป็นภาระ ทำไมไม่ส่งไปสถานสงเคราะห์ให้เอาไปดูแลล่ะ เอ้า...ค่ายาเด็ก” เจ้าของร้านส่งเงินให้แม่แก้ว พอออกจากร้าน แม่แก้วบอกโต้ว่าไม่ต้องไปฟังเจ๊เขาพูด พ่อแม่หนูก็แม่นี่ไง แล้วพาโต้ไปหาหมอ

ooooooo

พราวเพิ่งรู้สึกตัวเอามือคลำสีข้างเพราะรู้สึกเจ็บ คิดทบทวนเหตุการณ์จำได้แต่หน้าสมชายก่อนจะหมดความรู้สึก จำได้ฝังใจว่าเขาเป็นคนลากตนไปจนถูกยิง บอกแฟรงค์ว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลยคอยดู

มีเสียงเอะอะที่หน้าห้อง แฟรงค์สงสัยว่านักข่าวจะบุกมาทำข่าว แต่พอมองไปที่ประตูก็หน้าเจื่อน เห็นวารี แม่เลี้ยงที่ยังสาวของพราว ป้าอรพี่สาวของพ่อ และพีค

น้องชายต่างแม่วัย 17 ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจจนเหลิงเป็นเด็กเอาแต่ใจตัว วารียืนโต้เถียงกับพยาบาลที่หน้าห้อง วารีจะเข้าเยี่ยมให้ได้ พยาบาลบอกว่าหมอสั่งห้ามเยี่ยมถ้าจะเยี่ยมต้องไปขออนุญาตก่อน

วารีโต้เถียงกับพยาบาลจนป้าอรต้องห้าม วารีก็หันกลับมาโต้เถียงกับป้าอรอีก จนพีคตวาดให้หยุดเถียงกันเสียที ตนกำลังเครียด ถูกเพื่อนไลน์ทวงเงินไม่หยุดจนตนอยากตาย ป้าอรต้องรีบโอ๋บอกว่าเดี๋ยวป้าจะช่วยพูดให้พี่พราวช่วย

แฟรงค์เปิดประตูดู วารีบอกทันทีว่า “คุณแฟรงค์ ฉันจะเยี่ยมลูกฉัน!”

พอเข้าไปได้วารีก็ดราม่าทันที “หนูพราว...เป็นยังไงบ้าง ดูซิหน้าซีดหน้าเซียว น่าสงสารจริงๆ...” พราวถามว่าสงสารตนเรื่องอะไร “อ้าว...ก็หนูถูกยิง น้าบอกแล้ว ว่าวงการมายามันมีแต่คนอิจฉาริษยา มันจอมปลอม ปากก็บอกว่าเลิฟกัน แต่พอดังข้ามหน้าข้ามตาหน่อยก็จ้างมือปืนมากำจัด เรื่องจริงมันยิ่งกว่านิยายเสียอีก”

พราวถามอย่างระอาว่าเอาเรื่องไร้สาระอะไรมาพูด ป้าอรแขวะวารีทันทีว่า “นั่นสิ ข่าวในทีวีก็บอกอยู่ว่าพราวถูกลูกหลง ไม่รู้จักดูข่าวซะมั่ง วันๆเอาแต่จับกลุ่มนินทากับพวกไฮโซไฮซ้อปลอมๆ มีแต่เปลือก”

วารีสวนทันทีว่าทำไมตนจะไม่ดู เพราะเขาซุบซิบกันให้ทั่วว่าพราวถูกใบสั่งจากดาราคู่แข่ง แล้วด่าป้าอรคืนว่า

“หัดออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอกเสียบ้างนะป้า ไม่ใช่เอาแต่เฝ้าสมบัติที่เหลือแต่บ้านเก่าๆ อยู่แค่หลังเดียว”

“หน็อย! ก็ไอ้บ้านเก่าๆ หลังนั้นแหละที่หล่อนใช้ซุกหัวนอน ระวังตัวให้ดีฉันเฉดหัวออกจากบ้านเมื่อไหร่หล่อนจะกลายเป็นไฮโซขี้กลากอยู่ข้างถนนสมบูรณ์แบบ”

“ไล่ฉันก็ไม่ไป บ้านหลังนั้นมันก็เป็นของพ่อพราวผัวฉันครึ่งนึงย่ะ”

พราวเหลืออดบอกทั้งสองให้หยุดถ้าจะเถียงกันก็ไปเถียงข้างนอก แต่ขยับตัวแรงไปพราวเลยเจ็บแผล ป้าอรผลักวารีออก แทรกเข้าไปถามอย่างห่วงใย แล้วถือโอกาสบอกว่าพีคก็เป็นห่วง แล้วดึงพีคให้เข้ามาปลอบพราว พีคฝืนใจเข้ามา พราวรู้ทันว่าต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องแน่ ถามว่าคราวนี้ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก ต้องใช้เงินเท่าไหร่

พีคบอกว่าหนึ่งแสน วารีรีบแทรกทันทีว่าสองแสนต่างหาก ชี้แจงว่าน้องไปท้าดวลแข่งรถโกคาร์ทกับเพื่อนถูกมันโกง พราวพูดแทรกว่าเลยต้องเสียค่าโง่ พีคเถียงว่าค่าโง่อะไรตนถูกโกงต่างหากพราวบอกว่านั่นแหละเขาเรียกค่าโง่! ป้าอรขอร้องอย่าว่าน้องเลยช่วยน้องด้วยเถิดถ้าพราวไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย แขวะวารีว่า “อีแม่มันก็ไม่ได้ความ” วารีเลยแว้ดขึ้นมาอีก

“พอเถอะ ฉันไม่อยากจะฟัง กลับไปให้หมด แล้วเดี๋ยววันนี้พราวจะให้พี่แฟรงค์โอนเงินไปให้”

“โอเคนะ ตามนั้นนะฮะ พราวอยากพักผ่อน” แฟรงค์รีบตัดบท เชิญทั้งสามกลับไปก่อน

ooooooo

พวกวารีออกไปประตูปิดยังไม่ทันสนิทดี เอมี่ก็พรวดเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ชูหนังสือฮอตช็อตวันนี้ให้ดูหน้าหนึ่ง แฟรงค์คว้าไปอ่านดังๆ...

“ดารา พ.กลัวตกอับ อัพเรตติ้งสร้างกระแส ลงทุนเจ็บจริงวิ่งผ่าดงกระสุนตำรวจไม่ใช้สแตนด์อิน ซูฮกจริ๊ง...แม่คุณ”

พราวแย่งไปดู เห็นรูปตัวเองเผชิญหน้ากับแก๊งค้ายาที่ลานจอดรถ เธอจำได้ทันทีว่าเป็นภาพที่สุดเขตต์ถ่ายไว้ก่อนดึงตนออกมา พราวเครียดขึ้นมาอีก เอมี่ บอกว่าข่าวนั่งเทียนเขียนอย่างนี้อย่าไปแคร์มันเลย

“ไม่แคร์ได้ไง ฉันหวิดตายจริงๆ ยังจะมาซ้ำเติมฉันอีก คอยดูนะฉันจะฟ้องทุกคนที่ลงข่าวดิสเครดิตฉัน ทั้งตำรวจ ทั้งนักข่าวฉันจะเอาเรื่องให้หมด”

พราวพูดไม่ทันขาดคำ มือถือของแฟรงค์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากผู้กำกับสหวุฒิโทร.มาขอเยี่ยมพราว

สหวุฒิมาพร้อมตำรวจสองนาย ที่สำคัญมีนักข่าวตามมาเป็นกองทัพ! ในนี้มีส้มจี๊ดมาด้วยแต่แอบอยู่หลังสุดเขตต์

พราวยังขุ่นมัวนอนเมินหน้าไปทางระเบียง เอมี่แก้ต่างให้ว่าพราวยังเมายาสลบอยู่

สหวุฒิแสดงความเสียใจและขอโทษพราวที่ทำให้เธอบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของตำรวจครั้งนี้

“ผู้กำกับยืนยันใช่ไหมคะว่าการทำงานของตำรวจในวันนั้นเป็นความลับ” พราวถามหน้าตึง พอสหวุฒิยืนยัน พราวถามต่อ “เพราะฉะนั้น เป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะที่พราวจะรู้ล่วงหน้า แล้วเตรียมการอัพเรตติ้งตัวเองด้วยการเดินเว่อร์ๆ เข้าไปให้โจรยิง?”

“เป็นไปไม่ได้ครับ” สหวุฒิยืนยัน ส้มจี๊ดเบ้ปากอย่างขัดใจ สหวุฒิบอกพราวว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้ทางตนก็สูญตำรวจไปหนึ่งนาย พราวแสดงความเสียใจด้วยและขอบคุณที่ผู้กำกับตอบคำถามตน แฟรงค์หันไปพูดกับกลุ่มนักข่าวทันทีว่า

“ทีนี้เคลียร์แล้วนะครับว่าพราวไม่ได้จงใจเดินเข้าไปรับกระสุนเพื่ออัพเรตติ้งตัวเองอย่างที่หนังสือ

ฮอตช็อตฉบับนี้ใส่สีตีข่าวเมื่อเช้า!!” แฟรงค์ชูหนังสือฉบับนั้นให้นักข่าวดู ทุกคนหันมองส้มจี๊ดเป็นตาเดียว

พราว เอมี่ และแฟรงค์มองตามไป สุดเขตต์อึ้งค่อยๆลดกล้องลง พราวลุกขึ้นนั่งทันทีชี้ไปที่สุดเขตต์บอกสหวุฒิว่า

“คนนี้แหละค่ะผู้กำกับที่แอบถ่ายรูปฉันแล้วไปเขียนข่าวใส่ร้ายป้ายสีฉัน”

สุดเขตต์บอกว่าตนไม่ใช่นักข่าวเขาจ้างตนมาเป็นตากล้องตนก็ทำตามหน้าที่เท่านั้น เรื่องเขียนข่าวต้องถามคุณคนนี้ แล้วสุดเขตต์ก็เบี่ยงตัวออกเผยให้เห็นส้มจี๊ดยืนหน้าเจื่อนอยู่

“เธอเข้ามาทำไม ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้เธอมาทำข่าวฉันอีก ออกไปๆๆ” พราวโกรธมากตะโกนไล่ส้มจี๊ดแล้วพาลไล่นักข่าวออกไปให้หมด ตนต้องการอยู่คนเดียว

สุดท้าย ทั้งนักข่าวและตำรวจถูกไล่ออกจากห้องไปทั้งหมด พอปิดประตูพราวก็นั่งเครียดเพราะวันนี้เจอหลายเรื่อง

ooooooo

พอออกจากห้อง ตำรวจสองนายเข้าประกบพาสุดเขตต์ไปยังมุมลับตา สหวุฒิตามไปบอกตำรวจให้ปล่อยได้แล้วสั่งให้เอากล้องมา ตำรวจทั้งสองแย่งกล้องจากสุดเขตต์ไปให้สหวุฒิ

สุดเขตต์พยายามจะแย่งกล้องคืนอ้างว่าตนหากินสุจริต สหวุฒิไม่สนใจเปิดกล้องดึงเอสดีการ์ดออกแล้วคืนกล้องให้สุดเขตต์ บอกว่ายังเห็นแก่ความดีที่เขาช่วยพราวไว้ ครั้งนี้แค่ริบเมมโมรี่การ์ดไว้เป็นการตักเตือน แล้วไปเลย

สุดเขตต์ยืนเซ็ง หยิบเอสดีการ์ดในกล้องที่เขาแอบเปลี่ยนไปก่อนแล้วออกมาดูแล้วเดินไปที่ลานจอดรถ

ส้มจี๊ดดักรอไม่เห็นสุดเขตต์เดินออกมากับตำรวจ เลยรีบไปที่ลานจอดรถเจอพอดีถามว่าจะไปไหน สุดเขตต์ฉุนตอบประชดว่าไปติดคุกมั้ง ต่อว่าที่เธอเขียนข่าวแบบนั้นตนเลยพลอยซวยไปด้วย

ส้มจี๊ดบอกว่านั่นเป็นหน้าที่ของตน และหน้าที่ของเขาคือถ่ายรูปชัดๆ ก็ถ่ายไปย้ำเตือนขู่ๆว่า

“อย่าลืมว่าแกรับค่าจ้างจากสำนักพิมพ์ฉันไปแล้วทั้งก้อน หรือว่า...แกไม่มืออาชีพพอ เจอแค่นี้ก็จะถอย อ่อนว่ะ!!”

สุดเขตต์ทั้งหมั่นไส้ทั้งเคือง เอาเอสดีการ์ดให้บอกว่า เป็นรูปตอนที่ตำรวจมาขอโทษเอาไปเลย อดบ่นไม่ได้ว่า

“ฉันล่ะสงสารคุณพราวจริงๆ ที่มาเจอนักข่าวอย่างแก”

ooooooo

พราวร้องไห้เจ็บปวดและว้าเหว่กับชีวิตที่ถูกคนแวดล้อมเล่นงานและกดดันตลอดเวลา

ขณะพราวรำพึงรำพันว่าตนเจ็บจะตายอยู่แล้วยังมาถูกนักข่าวบางคนซ้ำเติมอีก คนที่บ้านก็มีแต่จะมาเอาเงิน ร้องไห้รำพึงว่า “มีใครสักคนถามฉันบ้าง...ว่าฉันเจ็บไหม...”

“เจ็บไหม?” เสียงสมชายถามขึ้น พราวตกใจหันมองพอเห็นเป็นสมชายก็โกรธ สมชายเอากุหลาบดอกหนึ่ง ที่หยิบเอาจากแจกันแถวนั้นให้ อวยพร “หายเร็วๆนะคุณ”

พราวขยับตัวขึ้นนั่งถามว่าคิดว่าเอาดอกไม้มาล่อแล้วตนจะ...พูดได้แค่นั้นก็เจ็บแผลจนทรุดลงไปอีก สมชายรีบเข้าประคอง เขาพรวดเข้าไปจนหน้าเกือบชนกันถามว่าลุกขึ้นมาทำไม เห็นเลือดซึมออกจากแผลก็ถามอย่างเป็นห่วง

“แผลปริรึเปล่าเนี่ย คุณคงจะเจ็บมากล่ะสิ”

เป็นคำถามที่กระทบใจพราวอย่างจังจนร้องไห้พูดไปสะอื้นไปว่าเจ็บสิ เกิดมาไม่คิดเลยว่าจะต้องมาถูกยิงแบบนี้...

เห็นพราวร้องไห้สะอึกสะอื้น สมชายคิดถึงวิทย์ที่สั่งเสียตนก่อนตาย เขาสะเทือนใจจนกอดเธอไว้พร่ำพูดแต่ว่า ผมขอโทษ...ผมขอโทษ พราวหยุดร้องไห้ถามว่าเขาร้องไห้เพราะสงสารตนขนาดนี้เลยหรือ

“เปล่า...ผมร้องไห้ให้เพื่อนผม เพื่อนผมตาย...” พราวสะบัดออกทันทีถามว่าเพื่อนเขาตายแล้วเกี่ยวอะไรกับตน “ใช่ซิ เพื่อนผมตายไม่เกี่ยวกับคุณ แต่ผมกลับต้องมาขอโทษคุณทั้งที่คุณก็มีส่วนทำให้เพื่อนผมต้องตาย”

พราวงงถามว่าตนไปเกี่ยวอะไรด้วย? สมชายจะตอบแต่ร้องไห้จนจมูกตันเลยหยิบทิชชูสั่งน้ำมูกฟืดดดด...

“อึ๊ยยยยย...” พราวผงะทำหน้าขยะแขยง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:09 น.