ข่าว

วิดีโอ



พรมแดนหัวใจ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

วันนี้ ขณะที่โสภิตถูกนำตัวออกจากห้องขัง ใส่กุญแจมือ เพื่อนำตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯตามคำขอตัวของกองปราบ จีรณะมาถึงพอดีเขารีบยื่นซองเอกสารให้สารวัตร

“นี่คือหลักฐานเอาผิดนายพงษ์กับพ่อทั้งเรื่องไม้เถื่อน ทุจริตเลือกตั้ง ฆ่าคนตายด้วย”

สารวัตรรับไปดูแล้วมองหน้ากับกองปราบ “กลับเข้าไปตรวจสอบหลักฐานก่อน”

จีรณะพยักหน้าให้โสภิต เธอมองเขาอย่างขอบคุณ

ส่วนยศยังอยู่โรงพยาบาล มีจิตราคอยดูแลอย่างใกล้ชิด วันนี้ ผู้กองเกียรติก้องไปเยี่ยม ยศเอ่ยกับผู้กองอย่างรู้สึกผิดว่า

“ขอบคุณมากผู้กอง ผมเสียใจจริงๆที่เคยทำไม่ดีกับผู้กอง กลั่นแกล้งผู้กองทุกอย่าง ผมขอโทษ”

“อย่าเสียใจกับผม แล้วก็ไม่ต้องขอโทษด้วย เรื่องของหัวใจ เรื่องของความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ แต่เรื่องหน้าที่และคุณธรรม ผมบังคับใจให้ปฏิบัติได้เสมอ” ผู้กองยิ้มขรึมให้ยศและจิตราด้วยท่าทีเข้มแข็งเยี่ยงชายชาติทหาร

“พี่เพิ่งเคยเข้าใจคำว่าลูกผู้ชายก็วันนี้...” ยศเอ่ยอย่างประทับใจ

“พี่ก้องเป็นคนดีที่สุดในโลกสำหรับจิต รองจากพี่จี”

“ส่วนพี่เป็นคนเลวที่สุด แถมยังพิการไร้ประโยชน์”

“พี่ยศคะ...จิตอยู่กับพี่ยศเพราะจิตเชื่อว่า พี่ยศจะเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่แค่ร่างกายที่จะต้องดีขึ้น แต่จิตใจด้วย และตอนนี้ จิตก็ได้เห็นว่า พี่ยศเปลี่ยนแล้ว” จิตราเอามือแตะที่หัวใจของยศ เขาจับมือเธอไปจูบเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ขอบคุณ...ขอบคุณมากจิต พี่จะไม่ทำให้จิตผิดหวังอีก”

ooooooo

เพราะถูกอายัดบัญชีทั้งหมด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในครอบครัวของแม่เลี้ยงอัตคัดขาดแคลนจนถึงขั้นต้องกินบะหมี่สำเร็จรูป ซ้ำไฟยังถูกตัดด้วย

ภาวะจิตใจของแม่เลี้ยงอยู่ในสภาพบอบช้ำสาหัส ต้องอาศัยยานอนหลับและตะเกียงน้ำมันในยามค่ำคืน

แม่เลี้ยงนอนลืมตาอย่างสิ้นหวังในแสงวับแวมของตะเกียง มองกล่องเครื่องทองเครื่องเพชรที่เหลือแต่กล่อง เพราะเอาเพชรทองให้พวงไปขายแล้วถูกลูกน้องคนสนิทปล้นเงินไปจนหมด แม่เลี้ยงหยิบกล่องเพชรทองขว้างระบายความคับแค้น

บังเอิญ กล่องหนึ่งมีแหวนเพชรอยู่ แหวนกลิ้งไปใต้เตียง แม่เลี้ยงมุดเข้าไปเพื่อหยิบแหวน เท้าโดนตะเกียงล้ม ไฟลุกทันที!

พิมพรกับบ็อบบี้นอนอยู่อีกห้องหนึ่ง บ็อบบี้ได้กลิ่นไฟไหม้ สองแม่ลูกลุกขึ้น บ็อบบี้นึกถึงคุณยาย บอกแม่ว่าให้วิ่งหนีออกไปก่อนตนจะไปช่วยคุณยาย พิมพรดึงไว้ บ็อบบี้ดิ้นพลางตะโกนให้ปล่อย ตนจะไปช่วยคุณยาย

ที่หน้าเรือน จีรณะขี่มอเตอร์ไซค์พาโสภิตกลับมาพอดี โสภิตเห็นพิมพรกำลังยื้อยุดกับบ็อบบี้ ถามว่าแม่อยู่ไหน

“ในห้อง แต่พี่ไม่เห็นว่าอยู่ตรงไหน ควันมันเยอะมากเลยพาบ็อบบี้หนีออกมาก่อน”

“ทุกคนถอยออกไปก่อน” จีรณะตะโกนบอกแล้วตัวเองก็คว้าผ้าห่มคลุมตัววิ่งฝ่าควันเข้าไป

ooooooo

ข่าวไฟไหม้คุ้มแม่เลี้ยงแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ที่ร้านหนานเทือง ทั้งสายพิณ บัวหอม จ่าทอง และบุญมี จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามความเชื่อของตน

บัวหอมเชื่อว่าเวรกรรมมีจริงไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้ก็เห็นกันทันใจแล้ว สายพิณพูดจากประสบการณ์ที่ถูกแม่เลี้ยงขูดรีดว่า

“ใครจะไปคิด แม่เลี้ยงยึดที่ชาวบ้านมาเท่าไหร่ กะพริบตาหนเดียว ถูกพระเพลิงยึดคืน บ้านถูกเผาซะราบคาบ”

“ทองหยองที่เอาไปขายก็ถูกลูกน้องปล้นไปหมด แล้วผู้ร้ายตัวจริงอย่างไอ้พงษ์มันจะเป็นยังไงน้อ...” จ่าทองแทรกขึ้น สายพิณฟันธงว่าใหญ่เสียอย่างคงลอยนวลเหมือนเดิม บุญมีโต้ว่ามันก็บ่แน่ดอกนาย บัวหอมหันขวับถามทันที

“แกรู้อะไร บอกมาเลย”

ooooooo

พีรพงษ์ที่ชาวบ้านอยากรู้ชะตากรรม อำพรางใบหน้าด้วยแว่นดำ กำลังนั่งอยู่ในรถที่สมุนขับให้เขาได้รับโทรศัพท์จากคุณวุฒิว่า

“เราจะปล่อยข่าวตำรวจว่าแกหนีลงใต้ แต่จริงๆ แล้วพ่อจะให้คนพาแกออกตรงท่าข้ามเชียงของ แกรอที่นั่น พ่อจะเอาพวกเงินกับทองแท่งไปให้ รอให้เรื่องเงียบค่อยกลับมา”

“ครับพ่อ...” พีรพงษ์วางสายพึมพำอย่างผยอง “คนอย่างอั๊ว ไม่ยอมติดตะรางง่ายๆหรอก พ่ออั๊วใหญ่ซะอย่าง”

เวลาเดียวกันนั้น ทีวีก็กำลังแพร่คลิปภาพที่คุณวุฒิเดินออกมากับสัญญา คุณวุฒิดูอยู่ตกใจผงะ ผู้สื่อข่าวยังคงรายงานตามภาพในจอว่า...

“ภาพคลิปหลักฐานเหล่านี้จะเป็นชนวนเบาะแสให้ทาง กลต.ดำเนินการเอาผิดกับผู้ซื้อเสียงต่อไป”

ที่ร้านหนานเทืองเปิดทีวีช่องเดียวกัน สมาชิกของร้านจ้องทีวีตาไม่กะพริบ จ่าทองถามอย่างสะใจว่า

“คลิปนี้ใครแอบถ่ายวะ เด็ดจริงๆ”

พอดีผู้สื่อข่าวกำลังสัมภาษณ์เด็กเสิร์ฟในร้าน เด็กเสิร์ฟเล่าอย่างไม่หวั่นเกรงว่า

“ผมตั้งใจถ่ายไว้เองแหละครับ พอกันที ทนไม่ไหวแล้ว พวกเราปล่อยให้คนเลวๆมันซื้อเสียงโกงกินชาติ กล้าทำอะไรเย้ยกฎหมายอย่างเห็นแก่ตัวมานานแล้ว ถ้าเราไม่ช่วยกันเปิดโปงมัน มันก็ไม่หมดไปจากประเทศไทยสักที”

สายพิณดูแล้วชมเปาะ “หล่อมาก ร้านนี้อยู่ที่ไหน เฮาจะไปขอลายเซ็น”

“ไอ้จ๊อด มันเป็นเด็กในคาถาของข้าเองโว้ย” บุญมีอวด

“นี่ล่ะพระเอกตัวจริง วันนี้อั๊วไม่คิดเงิน” หนานเทืองฉลองให้กินฟรีกันทั้งแก๊ง

“ต่อไปพวกเราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่าให้ใครมาหลอก มาเอาเปรียบพวกคนรากหญ้าได้อีกจริงไหม” บุญมีไฮปาร์ค

“ใช่...ใช่...ไม่ยอม!” บรรดาสมาชิกร้านหนานเทืองปรบมือ ชูมือกันสลอน

ooooooo

เพราะไฟไหม้คุ้ม ทำให้แม่เลี้ยงและลูกๆต้องอพยพไปอยู่บ้านจีรณะ สภาพจิตของแม่เลี้ยงยิ่งทรุดหนัก พิมพรเองก็ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ มีแต่โสภิตเท่านั้นที่ยังเข้มแข็งและให้กำลังใจแม่กับพี่สาว

“ไม่นึกว่าวันอย่างนี้จะมาถึงอีก พี่ยังจำที่เราถูกไล่ออกจากบ้านตอนเด็กๆได้อยู่เลย” พิมพรรำพึงรำพัน

“แต่เราผ่านวันนั้นมาได้ วันนี้ก็ต้องผ่านได้เหมือนกัน”

“แต่วันนี้เราไม่เหลืออะไรเลยนะ”

“เหลือเพื่อนไงครับ อย่างน้อยคุณก็ยังมีเพื่อน” จีรณะเดินเข้ามาจากข้างหลังพูดแทรกขึ้น ทุกคนหันมองเห็นอาโปเดินตามมา ในมือหิ้วของมามากมาย บ็อบบี้วิ่งไปหาอาโป ถามว่ามีอะไรมาฝากบ็อบบี้บ้าง

อาโปร้องเป็นเพลงว่า “ฉันมีแคเหราะมาฝ่ะ” ส่วนจีรณะยื่นถุงไส้อั่วให้โสภิต บอกว่าแวะซื้อจากร้านอาหารเหนือที่อร่อยที่สุดในเมือง

แต่พอโสภิตรับถุงไปได้กลิ่นอาหารก็คลื่นไส้จะอาเจียน บอกว่าเหม็น...จีรณะเป็นห่วงจะพาไปหาหมอ โสภิตคิดว่าคงเป็นเพราะหมู่นี้ตนกินข้าวไม่เป็นเวลาคงเป็นกรดไหลย้อน จีรณะจะอุ้มเธอไปนอน โสภิตรีบห้าม...

“อย่าค่ะ เกรงใจพี่พิมบ้าง คุณยังได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอนะคะ”

จีรณะอยากคุยกับพิมพรให้รู้เรื่อง โสภิตขอร้องอย่าเพิ่งคุยเวลานี้ เพราะทุกคนยังไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะรับรู้เรื่องนี้

“นาย...” อาโปโผล่พรวดมา เห็นทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันก็ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนบอกว่า “นายปิดมือถือ ผู้กองเลยโทรศัพท์เข้าบ้านให้นายติดต่อกลับเดี๋ยวนี้ ผู้กองรู้ที่ซ่อนนายพงษ์แล้ว”

ทั้งจีรณะและโสภิตตื่นเต้นมาก

ooooooo

พีรพงษ์กบดานอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เขาแหวกม่านหน้าต่างมองออกไปข้างนอกอย่างหงุดหงิด สลับกับดูนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ส่วนสมุนสองคนนั่งหน้าเครียดรอลุ้นอยู่เช่นกัน

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู สมุนชักปืนทันที ย่องไปดูตาแมวที่ประตู พอเห็นคนข้างนอกก็เก็บปืนเปิดประตูให้

คุณวุฒิกับสมุนอีกสองคนหิ้วกระเป๋าหนักอึ้งเข้ามาในห้องอย่างร้อนรน

“แน่ใจนะครับพ่อว่าจะไม่ติดคุก” พีรพงษ์ถามทันที คุณวุฒิพยักหน้า นัดแนะแผนการว่า

“แกล่วงหน้าไปก่อน เงินสดกับทองคำแท่งพวกนี้คงตั้งหลักได้พักใหญ่ รีบไปกันเถอะ ได้เวลานัดแล้ว”

ทั้งหมดพากันออกจากรีสอร์ตอย่างระแวดระวัง โดยหารู้ไม่ว่า ผู้กองเกียรติก้องและจีรณะนำกำลังมาซุ่มอยู่แล้ว! พอเห็นทั้งหมดออกมา ผู้กองตะโกนให้มอบตัวเสีย ส่วนจีรณะตะโกนบอกคุณวุฒิโทษฐานช่วยผู้ต้องหาหลบหนีให้มอบตัวเสีย โทษหนักจะได้เป็นเบา

“สู้มัน! กูไม่มีวันยอมติดคุก!!” คุณวุฒิสั่งสมุน พวกสมุนทั้งหิ้วกระเป๋าหนักอึ้งและยิงเปิดทางวิ่งไปขึ้นรถหนีไปจนได้

ไปถึงท่าเรือมีจีนฮ่อ 4 คนรออยู่ พีรพงษ์ถามพ่ออย่างระแวงว่าพวกนั้นมันหลอกเราหรือเปล่า

“ไม่มีทาง มันอยากได้เงินเรา” คุณวุฒิมั่นใจ แต่พอเรือแล่นไปไกลจากฝั่ง จู่ๆเรือก็หยุด คุณวุฒิถามพวกจีนฮ่อว่าหยุดเรือทำไม พวกนั้นบอกว่าเงินค่าไม้พะยูงยังไม่ได้แบ่ง!

คุณวุฒิเอาน้ำเย็นเข้าลูบชี้ไปที่กระเป๋าบอกว่าเงินเต็มกระเป๋าอยู่นั่น แต่นาทีนี้จีนฮ่อมองเขาอย่างไร้ค่าบอกว่าเขาถูกปลดจาก ส.ส.แล้ว หมดราคาแล้ว พวกมันชักมีดออกมารุมแทงสองพ่อลูกแล้วถีบลงทะเลท่ามกลางสายตาพวกสมุนของคุณวุฒิ แล้วติดเครื่องเรือบ่ายหน้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทิ้งทะเลที่แดงฉานด้วยเลือดของสองพ่อลูกไว้เบื้องหลัง

ooooooo

ไปอยู่บ้านจีรณะได้ไม่กี่วัน แม่เลี้ยงที่ซึมเศร้าสิ้นหวังกับชีวิตก็จะผูกคอตาย  โชคดีที่จิตรามาเห็นและช่วยไว้ทัน เธอถูกแม่เลี้ยงอาละวาดตวาดไล่ไม่ให้มายุ่งกับตน

จิตรายื้อยุดสุดแรงเมื่อแม่เลี้ยงไม่หยุด เธอจึงตบหน้าฉาดใหญ่ ด่าใส่หน้า “คนขี้แพ้! ขี้ขลาด!!”

แม่เลี้ยงยอมรับว่าตนแพ้หมดทุกทางแล้ว หมดสิ้นทุกอย่าง อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์

“แม่เลี้ยงยังมีสองมือ สองแขน มีสมอง ทำไมถึงยอมแพ้อะไรง่ายๆ คิดหรือเปล่าว่า ถ้าแม่เลี้ยงตายไป พี่ยศ บ็อบบี้จะทำยังไง”

ขณะแม่เลี้ยงกำลังนิ่งอึ้งนั่นเอง อาโปก็วิ่งเข้ามาบอกจิตราหน้าตาตื่นตกใจมากว่า

“พี่จิต ไปช่วยบ็อบบี้ด้วย บ็อบบี้หอบ น่ากลัวมากเลย”

ooooooo

เมื่อพาบ็อบบี้ส่งโรงพยาบาล หมอตรวจแล้ว บอกว่าเด็กอาการหนักมากต้องผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และต้องใช้เครื่องมือที่ทันสมัย

โสภิตถามว่าต้องส่งไปผ่าตัดที่กรุงเทพฯหรือหมอพยักหน้า แม่เลี้ยงที่ฟังอยู่ถึงกับเข่าอ่อนถามโสภิตที่เข้ามาประคองว่า “ฉันจะหาเงินที่ไหนมารักษาหลาน...”

เมื่อจีรณะได้ข่าวบ็อบบี้ก็รีบไปที่โรงพยาบาลปลอบใจโสภิตที่มาแอบร้องไห้อยู่ว่าบ็อบบี้เป็นเด็กดี บ็อบบี้ต้องไม่เป็นอะไรเธอส่ายหน้าโผเข้ากอดเขาคร่ำครวญน้ำตาไหลพราก...
“กรรมมันตามทันครอบครัวฉันแล้วใช่ไหม ทุกอย่างมันถึงได้เลวร้ายขนาดนี้”

“แต่คุณก็ทำกรรมดีไว้มาก ค่อยๆคิดต้องมีทางออก” โสภิตถามว่าจับพีรพงษ์ได้ไหม “ทั้งนายพงษ์กับพ่อถูกพวกค้าไม้เถื่อนฆ่าตายทั้งคู่ ความชั่วที่พวกเขาก่อมันไม่ต้องรอให้ศาลไหนมาตัดสิน”

“เหมือนที่พวกฉันกำลังถูกพิพากษาอยู่เวลานี้”

“อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบัน ถ้าปัจจุบันดีอนาคตต้องดี ผมเชื่ออย่างนั้น”

ระหว่างทั้งสองคุยกันนั้น แม่เลี้ยงเดินร้องไห้ออก จากโรงพยาบาลไปโดยไม่มีใครเห็น...แม่เลี้ยงไปวัดเข้าไปในอุโบสถ นั่งพนมอธิษฐานหน้าพระประธาน

“ลูกรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมาย ทำชั่วมามาก เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์มาตลอด ลูกขอรับกรรมทั้งหมดไว้เองขอตกนรกคนเดียว อย่าเอาชีวิตบ็อบบี้ไปเลยนะคะ”

หลวงพ่อเดินเข้ามาเอ่ยปลอบใจจากข้างหลังว่า

“นรกสวรรค์ไม่ต้องรอตาย โยมสำนึกผิดคิดได้ตอนนี้ คือโยมได้ขึ้นสวรรค์แล้ว”

“แต่ถึงคิดได้ มันก็สายเกินไปแล้ว จิตใจเหมือนตกอยู่ในนรก ค้นหาทางสว่างอย่างไรก็ไม่เห็น...” แม่เลี้ยงเอาแหวนเพชรที่มุดไปเก็บที่ใต้เตียงจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บ้าน เอาใส่พานถวายหลวงพ่อ “ดิฉันมีสิ่งนี้เป็นของมีค่าติดตัวมา ดิฉันขอถวายเพื่อทำบุญต่อชีวิตหลานด้วยเถอะค่ะ”

“อนุโมทนาโยม แต่จริงๆแล้วอาตมาก็อยากให้โยมเข้าใจว่าเราไม่สามารถติดสินบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้หรอกนะ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”

แม่เลี้ยงพนมมือไหว้น้ำตาไหลพราก...เดินออกจากวัดมารอรถสองแถวเพื่อกลับบ้าน แต่ถูกเบียดจนไม่สามารถขึ้นรถได้ พอรถคันที่สองมาพยายามจะขึ้นอีก คราวนี้ถูกเบียดจนล้มเท้าแพลง จึงตัดสินใจเดินกะเผลกๆกลับ

ระหว่างแม่เลี้ยงเดินกลับนั่นเอง บุญมีขับรถผ่านมาโดยมีคำปันนั่งมาด้วย รถบุญมีชะลอรถเข้าเทียบ แม่เลี้ยงตกใจอ้อนวอนขอให้เมตตา อย่าทำอะไรตนเลย

“แค่จะพาไปส่ง ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับแม่เลี้ยง” คำปันพูดอ่อนโยน ถามว่า “แม่เลี้ยงจะไปไหน”

บุญมีขับรถพาแม่เลี้ยงไปส่งถึงบ้านพัก แม่เลี้ยงขอบคุณด้วยความซึ้งใจ จีรณะมองบุญมีซึ้งๆ

“ไม่ใช่ๆ น้าแค่ทำตามที่ลุงคำปันขอ ไม่ต้องมามองซึ้งอะไรกับน้าหรอก” บุญมีรีบชี้แจง จีรณะถามคำปันด้วยสายตา คำปันจึงเล่าว่า

“ลุงผ่านไปเห็นคุ้มอมราไฟไหม้หมด เหลือแต่ซาก ก็มาคิดได้ว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอน จะอาฆาตกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าอโหสิได้ก็เป็นบุญกุศลกับตัวเรา”

“ผมดีใจครับ ที่น้ากับลุงคิดอย่างนี้” จีรณะยิ้มเต็มหน้าอย่างปลาบปลื้ม

ooooooo

พิมพรเฝ้าบ็อบบี้อยู่ที่ห้องพักคนไข้ จิตราเข็นรถพายศมาเยี่ยม บ็อบบี้ถามว่าน้ายศหายแล้วหรือ ยศบอกว่ายัง แต่ท้าว่าถ้าหายแล้วมาเตะบอลแข่งกันอีก บ็อบบี้ดีใจอยากเตะบอลเร็วๆ

“สู้ๆ อย่ายอมแพ้นะ เดี๋ยวรักษาหายมาแข่งกันใครจะวิ่งเร็วกว่ากัน” ยศให้กำลังใจ

พิมพรทนกลั้นน้ำตาไม่ไหวหลบออกจากห้องไปยืนร้องไห้ที่อีกมุมหนึ่ง

ขณะนั้นเอง โธมัสที่แต่งตัวภูมิฐานเดินมากับทนาย เห็นพิมพรยืนร้องไห้ถามว่าร้องไห้ทำไม พอเห็นหน้าโธมัส พิมพรร้องบอกได้แค่ “บ็อบบี้...” แล้วโผเข้ากอดโธมัสร้องไห้โฮ พูดไม่ออก

โธมัสรีบดำเนินเรื่องขอพาบ็อบบี้ไปรักษาที่อเมริกา ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ประสานงานให้อย่างรวดเร็ว เมื่อแม่เลี้ยงมาเจอโธมัส เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นพ่อบ็อบบี้ แม่เลี้ยงมองแต่หัวจดเท้าเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ผมบินมาเพื่อตกลงกับพิมอีกครั้งเรื่องบ็อบบี้เลยเพิ่งรู้ว่าบ็อบบี้ป่วยหนัก ผมขอพาบ็อบบี้ไปรักษาที่อเมริกาเองครับ” แม่เลี้ยงมองอย่างไม่เชื่อถือ โธมัสชี้แจงว่า “เมื่อก่อนผมอาจจะบ้าอุดมการณ์มากไปแต่ตอนนี้ผมขายรูปออกไปแล้ว ผมมีเงินพอที่จะรักษาบ็อบบี้แน่นอน”

โธมัสบอกว่าตนยังต้องรอการตัดสินใจของพิมพรเพราะเธอแต่งงานใหม่แล้ว จีรณะที่ฟังอยู่พูดแทรกขึ้นทันที

“ไม่ต้องกังวล เรื่องแต่งงานของผมกับคุณพิมเป็นเรื่องโกหกเล่นละครเพื่อไม่ให้คุณแย่งบ็อบบี้ไปจากคุณพิม” แต่โธมัสบอกว่าตนไม่เข้าใจ “เดี๋ยวผมจะอธิบายให้คุณฟังเอง” จีรณะบอกโธมัสด้วยความรู้สึกโล่งใจมาก

เมื่อโธมัสเข้าไปหาบ็อบบี้ในห้อง พ่อลูกกอดกันด้วยความดีใจจนพิมพรต้องแอบกลืนน้ำตา แล้วหันบอกโสภิตว่า

“ฉันจะคืนเขาให้แก ยายภิต”

เป็นเรื่องดีๆที่ยังความปลื้มปีติแก่ทุกคนจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่...

ooooooo

ธรรมะย่อมชนะอธรรม เป็นสัจธรรม...

หลังจากคุณวุฒิและพีรพงษ์ตายแล้ว นายสัญญาที่อาศัยอำนาจบารมีของคุณวุฒิโกงเลือกตั้งก็ถูกตัดสิทธิ์และดำเนินคดี อานิสงส์จึงตกแก่มหาเชียร

มหาเชียรได้เป็นนายกเทศมนตรีอย่างใสสะอาด ทุกคนแสดงความยินดีกับมหา แต่ก็ไม่วายฝากเนื้อฝากตัว ดาบม้วนขอเลื่อนขั้นปีนี้ จ่าทองขอเป็นผู้ติดตาม สายพิณบอกว่าตนชงกาแฟเป็นขอเป็นเลขา

“ทำงานในหน้าที่ของตน ทำงานในอาชีพของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ” หนานเทืองขัดคอทุกคน มหาจึงเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าจะช่วยกันทำงานก็ดี ฉันมีโครงการจะรณรงค์ไม่ให้มีเรื่องการพนัน หวย เหล้า และมีการอบรมปฏิบัติธรรมควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพให้ทุ่งทองเรา เป็นทองคำสมชื่อ” แล้วหันบอกจีรณะ “จีรณะเอาเอกสารมาแจกกันที”

จีรณะแจกเอกสารให้ชาวบ้าน แต่ละคนรับแล้วก็แยกย้ายกันไป มหามองแล้วถอนใจ จีรณะพูดให้กำลังใจว่า

“ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ คงจะเปลี่ยนไม่ได้ในชั่วข้ามคืน”

“ใช่ๆขนาดแม่เลี้ยงอมรายังเปลี่ยนได้เลย” หนานเทืองเห็นด้วย

ooooooo

ก่อนที่พิมพรจะเดินทางพาบ็อบบี้ไปรักษาตัวที่อเมริกากับโธมัส เธอเข้าไปกราบขอโทษความผิดทุกอย่างที่ทำกับแม่ ตำหนิตัวเองว่าไม่เคยทำอะไรให้แม่มีความสุขหรือภาคภูมิใจเลย

“ใครบอก แกน่ะเรียนเก่งชิงทุนไปเมืองนอกได้ ยังไม่เก่งอีกหรือ” แม่เลี้ยงหันไปกอดบ็อบบี้ “แล้วสิ่งนี้แหละ หลานคนนี้ทำให้แม่มีความสุขที่สุด...อ้อ...แม่จะบอกไว้อย่าง ต่อไปห้ามหอบลูกกลับมาเข้าใจไหม เพราะแม่จะไปเยี่ยมเอง”

เมื่อทุกคนไปแล้ว โสภิตเดินมาบอกแม่เลี้ยงว่าไม่รู้มีอะไรเข้าใจผิดกัน ตำรวจบอกว่าจะมาเชิญแม่เลี้ยงไปพบ  แม่เลี้ยงบอกว่าตนติดต่อตำรวจไปเอง ว่าจะมอบตัว โสภิตตกใจถามว่าแม่ทำอย่างนี้ทำไม เรายังสู้คดีได้

“แม่อยากใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ ไม่รู้จะทันหรือเปล่า แต่แม่ก็จะเริ่มต้นทำไปเรื่อยๆ จนหมดลมหายใจ นี่แหละ พ่อจี...ฉันฝากดูแลครอบครัวด้วย” เมื่อจีรณะรับคำแม่เลี้ยงกอดเขาเอ่ยอีก “ฉันขออะไรอย่างนึงจะได้ไหม”

สิ่งที่แม่เลี้ยงขอคือ...ขอเข้าไปไหว้ครูเจือในห้องพระ...

“ฉันมาไหว้ครูเจือ ฉันอยากสารภาพว่าฉันนับถือจิตใจครูเจือมานานแล้ว แต่ฉันไม่อยากจะยอมรับ เพราะถ้าฉันยอมรับมันก็เหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนว่าฉันเลวแค่ไหน  ขอบคุณนะ ที่เลี้ยงลูกมาดีเหลือเกิน ให้เป็นที่พึ่งพิงของชาวบ้านและสังคม ฉันนอนตายตาหลับแล้ว ที่ลูกของครูเจือตกลงที่จะดูแลลูกๆของฉัน”

แม่เลี้ยงไหว้รูปครูเจืออีกครั้ง และที่ข้างหลังแม่เลี้ยง จีรณะกับโสภิตนั่งกุมมือบีบมือกันอย่างปลื้มปีติ ตั้งใจมั่น

ooooooo

หลายเดือนผ่านไป...ยศยังต้องนั่งวีลแชร์ มนัสกับนิตยามารับเขาไปที่ศูนย์ฝึกอาชีพ โดยนิตยาเอา การ์ดเชิญทั้งสองไปร่วมงานเลี้ยงเล็กๆของทั้งคู่ที่จัดขึ้นภายในกับคนที่สนิทสนมด้วย

“แล้วคุณสองคนล่ะคะจะจัดงานเมื่อไหร่ อย่าลืมเราสองคนนะคะ” นิตยาถามยิ้มแย้มยินดีกับความรักของทั้งสอง

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ยศบอกจิตราว่าตนจะกลับมา แข็งแรงให้เร็วที่สุด ถึงตอนนั้นค่อยขอเธอแต่งงาน แล้วแต่เธอจะพิจารณาเองว่าตนเหมาะสมคู่ควรกับเธอหรือเปล่า พอจิตราค้อนเขิน ยศก็ดึงเข้าไปกอดด้วยความรักหมดหัวใจ

อาโปไปเป็นครูอาสา มีเกียรติก้องคอยเป็นพี่เลี้ยง ผ่านการต่อสู้กับปัญหาต่างๆมามากมาย กอปรกับความใกล้ชิดกันระหว่างทำงาน ทำให้ต่างมีความรู้สึกดีๆต่อกัน งอกงามขึ้นในหัวใจเงียบๆ

เมื่อพิมพรคืนจีรณะให้โสภิตแล้ว ทั้งสองไปทำงาน และใช้ชีวิตบนดอย จีรณะเพิ่งรู้ว่าโสภิตท้องเมื่อได้รับยาบำรุงครรภ์จากจิตราที่ส่งมาให้ จีรณะดีใจตามเจอเธอขณะกำลังเก็บผักที่แปลง เขาไม่ให้เธอทำงานหนัก อุ้มเธอกลับผ่านโรงเรียนก็ป่าวประกาศ “ผมกำลังจะเป็นพ่อแล้วนะครับ ดีใจกับผมด้วย” ทั้งครูและนักเรียนพากันปรบมือดีใจกันเกรียวกราว

จีรณะอุ้มโสภิตมาวางที่วิวสวยขณะพระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา โสภิตบอกเขาว่า

“ฉันอยากให้ลูกเกิดที่นี่ ที่ที่มีแต่ธรรมชาติสวยงาม อากาศดีๆ สังคมบริสุทธิ์ เรียบง่าย” จีรณะถามว่าเธอไม่เสียดายคุ้มอมราหรือ “มันเป็นอดีตค่ะ เป็นวัตถุไม่ยั่งยืน บ้านไหม้ได้ก็ปลูกใหม่ได้ แต่ความดีงามปลูกยาก”

“เมียผมพูดจาคมคายนะ น่าจะหาอาชีพเสริมให้ทำ”

ไม่นานโสภิตก็ได้อาชีพเสริมเป็นครูอาสาสอนเด็กๆ บนดอย เธอตั้งใจสอนเด็กๆ โดยใช้ประสบการณ์ครอบครัวตัวเองเป็นสำคัญในการสอนเลข ย้ำกับเด็กๆ ที่บ่นว่ายากว่า...

“เลขเป็นวิชาที่สำคัญมากๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน ไม่ยากหรอกค่ะถ้าเราตั้งใจ เราจะจนหรือจะรวยอยู่ที่เราใช้ตัวเลขทั้งนั้น ถ้าเราหาเงินมาได้มากกว่าใช้จ่ายไป เราก็จะ...” เด็กๆตอบเสียงใสพร้อมกันว่า มีเงินเหลือ “ถูกต้องค่ะ เงินที่เหลือ เราต้องเก็บออม ไม่ใช้เงิน จนหมด ที่สำคัญ เราต้องทำงาน หาเงินมาด้วยความสุจริต ไม่คดโกง ไม่ลักขโมย เข้าใจไหม”

เด็กๆตอบพร้อมกันว่าเข้าใจ เกียรติก้องกับอาโป มายืนดูอยู่กับจีรณะ ผู้กองชมเพื่อนรักว่า จัดคนได้ถูกกับงานจริงๆ แบบนี้เด็กในหมู่บ้านเราคงไม่เป็นหนี้ในอนาคตแน่ๆ ขณะนั้นเอง ทั้งหมดก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเด็กๆ อ่านหน้าที่พลเมืองเสียงใสอย่างพร้อมเพรียงกันว่า

“พลเมืองดี หมายถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่พลเมืองได้ครบถ้วน ทั้งกิจที่ต้องทำและกิจที่ควรทำ”

ooooooo

–อวสาน–


ละครพรมแดนหัวใจ ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านพรมแดนหัวใจ ติดตามพรมแดนหัวใจ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 28 ม.ค. 2557 08:18 2014-01-30T01:57:20+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ