สมาชิก

ท่านชายในสายหมอก

ตอนที่ 9

ทั้งโซว์และปีเตอร์มองอย่างกังวลว่าทำไมขิงยังไม่ขับรถมารับที่จุดนัดหมาย พลันมีรถเก่าๆคันหนึ่งแล่นมาจอด โซว์ดีใจประคองปีเตอร์ลุกจากวีลแชร์ไปขึ้นรถเบาะหลัง เขาต่อว่าขิงทำไมมาไม่ตรงเวลา เกือบผิดแผน เสียงคนขับหัวเราะเยาะ “ใครว่าผิดแผน ตรงตามเป๊ะ”

โซว์ตกใจ เห็นอำนาจหันมาคำราม “คิดเหรอว่าแค่เอาผ้ามาปิดปาก ใส่วิก แต่งตัวแบบบุรุษพยาบาลแล้วฉันจะจำไม่ได้ นายอาจจะเคยหลอกฉันได้ แต่คราวนี้นายไม่มีทาง”

“นายทำอะไรขิง แล้วขิงอยู่ไหน”

อำนาจยิ้มมองผ่านกระจกมองหลัง...เขาขับรถพาโซว์และปีเตอร์มาพบชรินทร์ที่โรงงานร้าง ปีเตอร์ปกป้องโซว์ แต่ถูกอำนาจตบด้วยด้ามปืนเลือดกบปาก โซว์จะเข้าช่วยแต่ถูกพวกสมุนจับไว้ ชรินทร์เยาะ

“น่าเสียดาย ที่จริงเราสองคนน่าจะได้ดองกัน แต่เจ้าดั๊นไปรู้เรื่องอะไรที่ไม่ควรรู้ซะก่อนน่ะสิ ผมเลยเก็บเจ้าชายไว้ไม่ได้ ขอทรงอภัยที่ต้องทำอย่างนี้” ชรินทร์ชักปืนมาขึ้นนก

“แกคิดว่าฆ่าฉันแล้วทุกอย่างจะจบงั้นเหรอ มัน ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกมั้ง”

ชรินทร์ชะงัก “ฮึ จะตายแล้วยังจะปากดีอีก อย่าลืมสิ เจ้าชายมาอย่างเงียบๆแล้วก็จะหายไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครรู้”

โซว์ว่าอย่าประเมินคนนิวแลนด์ต่ำ ชรินทร์กลับเยาะว่าพวกลิเกกระจอกจะมาทำอะไรตนได้ โซว์ตอบว่าใช่ พวกนั้นทำอะไรไม่ได้ แต่หลักฐานการทำชั่วของเขาสามารถเอาเขาติดคุกได้ โซว์เอ่ยถึงไฟล์ลับที่ชรินทร์พัวพันกับการค้าผู้หญิงและฆ่าคนนับไม่ถ้วนได้ถูกส่งไปยังนิวแลนด์แล้ว ชรินทร์ไม่เชื่อ สั่งอำนาจเอาตัวขิงเข้ามาและถากถาง

“เจ้าชายมาอยู่เมืองไทยหัวเดียวกระเทียมลีบ แถมยังเปิดเผยฐานะไม่ได้ ต้องหลบๆซ่อนๆเป็น

พระเอกลิเก จะมีคนหน้าโง่ซักกี่คนที่จะยอมช่วยเจ้า

ตกยากอย่างนั้น เฮ่อ...นับไปนับมาก็คงมีนังเด็กนั่น

คนเดียวละมั้ง ฮ่าๆๆน่าสมเพชที่สุด”

โซว์ฮึดฮัด ชรินทร์ขู่หลังจากฆ่าเจ้าชายตัวจริง ตัวปลอมและขิงแล้ว จะส่งคนไปจัดการคณะลิเก ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ ไม่ทันไร อำนาจหน้าเสียกลับเข้ามา พร้อมลูกน้องสองคน ชรินทร์ถามหาขิง อำนาจตอบอึกอักๆว่า สองคนไม่ได้เอาตัวขิงมา ชรินทร์โวย ลูกน้องสองคนโทษกันไปมาว่าตอนจับขิง มีคนผ่านมาเลยขังเธอไว้ในห้องเก็บของโรงพยาบาล โดยลืมไปว่าไม่มีกุญแจ ชรินทร์โกรธตบหน้าลูกน้องทั้งสอง สั่งเสียงเฉียบไปเอาตัวขิงมาให้ได้

ขณะที่ขิงถูกขังอยู่ในห้องเก็บของมืดๆ พยายามเคาะและร้องให้คนช่วย เผอิญมีแม่บ้านมาเปิดประตูหยิบของ จึงหนีรอดออกมาได้ ขิงกลับมาที่ห้องพักปีเตอร์ พบว่าไม่มีใคร กังวลว่าทั้งปีเตอร์และโซว์จะถูกจับตัวไป ทันใดติ๊งโหน่งโผล่เข้ามา ต่างตกตะลึง ติ๊งโหน่งเห็นขิงในคราบผู้ชาย ก็ตาเป็นมัน ส่วนขิงผงะที่เห็นเธอมองแบบนั้น แต่พอเห็นเงาตัวเองในกระจกก็เข้าใจ

“ว่าไง ตัวเองเป็นใคร” ติ๊งโหน่งเข้าประชิด

“เอ่อ...คือ ผม ผมเป็นราชองครักษ์”

ติ๊งโหน่งกระดี๊กระด๊ากอดขิงอ้อนให้เล่าเรื่องเจ้าชายให้ฟัง เข้าทางขิง รีบชวนเธอไปหาที่คุยกัน ขิงฉุดแขนติ๊งโหน่งออกไปจากห้องทันที...พอลูกน้องชรินทร์กลับมาที่ห้องเก็บของไม่พบขิง รีบโทร.รายงาน ชรินทร์โกรธมาก โซว์กับปีเตอร์ถูกมัดติดกับเสาอยู่ ได้ยินก็โล่งใจ

“เจ้าประเมินผู้หญิงคนนั้นต่ำไปแล้ว ชรินทร์” โซว์เยาะ

ชรินทร์โมโหจะเอาเรื่อง พลันมือถือดัง เขายกขึ้นมาดูเห็นภาพติ๊งโหน่งก็เปลี่ยนท่าที คุยเสียงหวาน “ว่าไงจ๊ะลูกสาวคนสวยของพ่อ”

“เจ้าชายอยู่ที่ไหน” เสียงขิงตอบกลับมา

ชรินทร์ตกใจถามว่าใคร ขิงตอบว่า  เป็นใครไม่สำคัญแล้วถามย้ำเจ้าชายอยู่ไหน

“อยู่ในที่ที่แกคาดไม่ถึงน่ะสินังหน้าโง่  แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกเป็นใคร”

“รู้ก็ดีแล้ว ฉันขอเตือนไว้ก่อน ถ้าแกทำให้เจ้าชายและราชองครักษ์บาดเจ็บแม้เพียงนิดเดียวละก็ แกจะต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต”

“แกจะทำอะไรฉัน นังเด็กเมื่อวานซืน”

“ฉันทำอะไรแกไม่ได้หรอก แต่ฉันทำกับคนอื่นได้ ไม่สังเกตหรือว่าฉันโทร.หาท่านชรินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร”

ชรินทร์นึกได้ ละล่ำละลักถามถึงลูกสาว ขิงตอบว่า ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นอะไรจงทำตามที่ตนบอก ทันใดเสียง ติ๊งโหน่งร้องกรี๊ดๆดังเข้ามา ชรินทร์ร้อนใจ ขิงตัดสายทันที

ขิงกังวลใจเมื่อรู้ว่าโซว์อยู่กับชรินทร์จริงๆ ติ๊งโหน่งยังร้องกรี๊ดๆ ขิงหันไปมอง เห็นเธอดูมิวสิกวีดิโอนักร้องชายเกาหลี แล้วร้องกรี๊ดๆด้วยความปลื้ม จู่ๆเธอหันมาถามว่าจะค้างที่นี่คืนนี้หรือ ขิงทำท่าแมนบอกเธอว่า จริงเพราะคืนนี้ตนจะเล่าเรื่องเจ้าชายให้ฟังทั้งคืน ติ๊งโหน่งดีใจ

ooooooo

ด้านพัชรี พยายามกดเบอร์โทรศัพท์จนแป้นมือถือพังไปสองเครื่อง เธอจดเบอร์โทร.สิบหลักลงบนกระดาษ ที่แปดตัวหน้าเหมือนเดิม แต่สองตัวหลังเปลี่ยนไปตั้งแต่ 00 ถึง 99 เบอร์ไหนโทร.แล้วก็ขีดทิ้ง จนเหนื่อยอ่อนแต่ก็ไม่ย่อท้อ แม้จะโทร.ผิดแล้วโดนด่ากลับ
ในขณะที่โซว์เริ่มสิ้นหวัง กล่าวกับปีเตอร์ เป็นเพราะตนที่หนีมาเที่ยวทำให้เจอเรื่องเลวร้าย เขาต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ปีเตอร์ตอบกลับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ตนได้ทำเพื่อพระองค์และประเทศนิวแลนด์...

พระราชาเริ่มกังวลที่เจ้าชายหายไปนาน ไม่ติดต่อกลับมา ไม่ทันไร มหาดเล็กเข้ามารายงาน “เกิดเรื่องใหญ่แล้วพระองค์ มีโทรศัพท์มาจากประเทศไทย โทร.เข้ามาที่กองกำลังความมั่นคงเพื่อปกป้องราชวงศ์ โดยบอกรหัส เอส โอ เอส/เอส เอส โอ โอ เอส เอส/ดับเบิ้ลเอสดับเบิ้ลโอ ได้ถูกต้อง” มหาดเล็กถึงกับหอบเมื่อพูดจบ

พระราชาแปลกใจ มีคนไทยรู้ได้อย่างไร มหาดเล็กรีบรายงานว่า ราชองครักษ์ปีเตอร์ให้โทร.แจ้งเรื่องสำคัญ...พระราชากับพระราชินีฟังเรื่องสำคัญนั้นด้วยสีหน้าตกใจ

ระหว่างนั้น ติ๊งโหน่งเริ่มเบื่อหน่าย อยากทำอะไรกับขิงมากกว่าที่จะนั่งดูมิวสิกวีดิโอเกาหลีไม่อย่างนั้นจะกลับ ขิงหน้าเสียไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงขู่ไม่ให้กลับ

“ทำไม นายจะฆ่าฉันเหรอ นายโกหกหลอกฉันมาที่นี่ใช่มั้ย”

“มาอยู่ตั้งนานเพิ่งจะคิดได้รึไง จะยังไงก็ช่าง คุณต้อง อยู่ที่นี่จนกว่าผมจะยอมให้คุณไป”

ติ๊งโหน่งเผยสัญชาตญาณดิบออกมา โผเข้าบีบคอขิง “คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะเสร็จแก”

ขิงตาเหลือกหายใจไม่ออก มือควานเจอที่เขี่ยบุหรี่จึงคว้ามาทุบหัวติ๊งโหน่งถึงสลบ จากนั้นเธอก็ติดต่อกลับหาชรินทร์ นัดแลกเปลี่ยนตัวประกันวันพรุ่งนี้บ่ายสาม โดยให้เขามาเพียงลำพัง ไม่อย่างนั้นเตรียมรับศพลูกสาว ชรินทร์รับปาก วางสายแล้วหันมาเปรยกับอำนาจ
“นังโง่เอ๊ย คิดเหรอว่าแกจะเอาชนะฉันได้...เตรียมลูกน้องให้มากที่สุด พรุ่งนี้บ่ายสามเราจะจัดการทุกอย่างให้สิ้นซาก”

โซว์กับปีเตอร์ซึ่งโดนมัดอยู่ไม่ห่าง ได้ยินมองหน้ากัน อย่างวิตกกังวล...

หลังจากที่ขิงมัดติ๊งโหน่งไว้ในห้องน้ำ เธอเดินครุ่นคิดจะทำอย่างไรต่อไป สุดท้ายเห็นมือถือของติ๊งโหน่ง มีเบอร์โทร.ของพัชรีปรากฏอยู่ จึงตัดสินใจโทร.ไปหา...

ooooooo

วันต่อมา ที่ที่ขิงนัดแลกตัวประกันเป็นที่รกร้างว่างเปล่า อำนาจผลักโซว์และปีเตอร์ล้มลงกับพื้น ชรินทร์บอกอำนาจหลบไป แล้วเขาก็ตะโกนเรียกขิงให้ออกมา โซว์ตะโกนแทรกอย่าออกมา พวกมันมีปืน มันดักฆ่าพวกเรา ชรินทร์ยิ้มเยาะเล็งปืนมาทางโซว์ เสียงขิงดังขึ้น
“เดี๋ยว...” ขิงเข็นวีลแชร์ที่มีติ๊งโหน่งถูกมัดมือและปากนั่งออกมา

โซว์กับปีเตอร์ดีใจที่เห็นขิง ชรินทร์แค้นใจร้องสั่งลูกน้อง “จัดการยิงพวกมันซะ...”

มีคนใส่ชุดดำถือปืนออกมายืนเรียงราย ชรินทร์ตวาดจะยืนหาพระแสงอะไร ทำไมไม่ยิง ปีเตอร์เดินยืดอกออกมา

“พวกเขาไม่ได้ยืนหาพระแสง แต่ยืนรอฟังคำสั่งจากเจ้าชายต่างหากล่ะ นี่คือทหารองครักษ์ของนิวแลนด์ ...จับมัน” ปีเตอร์สั่งเสียงเฉียบ

อำนาจและสมุนถูกจับไว้หมดแล้ว ชรินทร์ตกใจคว้าโซว์มาเป็นตัวประกัน ขู่ห้ามใครตามมา ขิงมองอย่างเป็นห่วง แอบย่องออกไปอีกทาง...โซว์ถูกชรินทร์ เอาปืนจ่อลากตัวเดินไป พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขามอบตัว ตนจะขอทางการลดโทษให้ แต่ชรินทร์ไม่ยอม เผอิญสะดุดหินล้ม โซว์ฉวยโอกาสหนี ชรินทร์โมโหยิงใส่ ขิงวิ่งมาเอาตัวบังโซว์ไว้ โดนกระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ โซว์ประคองร่างเธอไว้อย่างตกใจ

“ฮ่าๆๆ ถ้ารักกันนักก็ไปอยู่ด้วยกันเลย” ชรินทร์ หัวเราะร่า จะยิงซ้ำ

โซว์กอดขิงหลับตาปี๋ เสียงปืนดังปัง...เขารู้สึกตัวเองไม่ได้โดนยิงจึงลืมตาขึ้น เห็นชรินทร์ทรุดฮวบลงก่อนจะล้มหน้าคว่ำ เพราะถูกทหารองครักษ์ยิง เขารีบก้มดูขิงอย่างห่วงใยสุดๆ

ooooooo

ทันทีที่ยายขมรู้ข่าว รีบมาที่โรงพยาบาลพร้อมตุ๊ก รุ้ง และแก้ว โซว์เข้ามาขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้ขิงถูกยิง ยายขมจะเป็นลม พลันปีเตอร์อุทานขึ้นว่า พระราชา เสด็จมา ยายขมโวย

“หน้าสิ่วหน้าขวาน ยังมีแก่ใจมาเล่นลิเกกันอีก”

พัชรีกระซิบยายขมว่าไม่ใช่ลิเก แต่นี่คือเสด็จพ่อของเจ้าชาย เธอผายมือไปทางโซว์ ทุกคนหน้าซีดทรุดลง นั่งพนมมือกับพื้น เผอิญหมอออกมาจากห้องผ่าตัดบอกทุกคนว่าขิงปลอดภัย

ทุกคนได้รู้ความจริงว่าโซว์คือเจ้าชาย แก้วกับรุ้งแทบจะกราบขอโทษ พระราชาตำหนิ

“ครั้งนี้เจ้าทำผิดมากที่หนีมาเมืองไทยโดยไม่บอกพ่อ แถมยังเกิดเรื่องจนเกือบทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสั่นคลอน เจ้าต้องกลับประเทศเดี๋ยวนี้”

โซว์ขอประทานอภัยและปฏิเสธว่าตนยังกลับไม่ได้ พระราชาโกรธมาก พอดีปีเตอร์เข้ามารายงานว่าขิงฟื้นแล้ว โซว์ดีใจ ผละออกไปที่ห้องพักคนไข้...เขาเข้ามาโผกอดขิงต่อหน้าต่อตายายขมและทุกคน

“ขิง...ขอบใจนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกแล้วว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉันคือเธอ”

“แฮ่ม...ขอประทานโทษนะเพคะ เจ้าชายไม่ได้อยู่กับนังขิงมันสองคนนะเพคะ ยังมีหัวดำหัวหงอกอยู่อีกหลายคน” ยายขมขัดขึ้น ก่อนจะกล่าวขออภัยที่เคยล่วงเกิน

ตุ๊กยกมือไหว้ท่วมหัว โซว์ยิ้มแล้วเอ่ยว่า ตนไม่อาจให้อภัยได้เพราะทุกคนใช้งานเหมือนตนเป็นคนรับใช้ ทุกคนต้องถูกทำโทษ แต่ละคนหน้าเหลอหลาหวาดกลัว

“เราขอสั่งไม่ให้ทุกคนเรียกเราว่าเจ้าชายทำได้ไหม” โซว์หันไปยิ้มให้ขิง

ทุกคนดีใจกันใหญ่ รับปากว่าได้ บรรยากาศในห้องคนไข้มีแต่ความสุข...ปีเตอร์กลับห้องพักในโรงแรมด้วยความเบิกบานใจ พลันต้องผงะ เมื่อพบพระราชารออยู่ในห้อง เขารีบถวายความเคารพ พระราชาถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ปีเตอร์เข้าใจว่าถามถึงพัชรี ก็บิดไปมา

“เอ่อ...เป็นคนที่ข้าพเจ้ารักพระเจ้าค่ะ เธอชื่อพัชรี เป็นนักข่าว น่ารักไหมพระเจ้าข้า”

“อะไรนะ! เป็นหญิงหลายใจ นี่คิดอยากได้ทั้งเจ้า ทั้งเจ้าชายเลยเหรอ”

ปีเตอร์ตกใจ ถามหมายถึงใครกันแน่ พอรู้ว่าเป็นขิงก็รีบเล่าใหม่...พอโซว์กลับมาที่ห้องพัก พระราชาจึงถามถึงครอบครัวของขิง ยิ่งรู้ว่าเป็นกำพร้า โตมากับยายและน้าในคณะลิเกก็ไม่พอใจเพราะไม่มีชาติตระกูล

“ถึงครอบครัวขิงจะจนและไม่มีชาติตระกูล แต่ลูกรักเขา ลูกจะแต่งงานกับขิง แล้วเสด็จพ่อก็ห้ามลูกไม่ได้ด้วย เพราะขิงคือรักแท้ของลูก ที่ลูกเฝ้าตามหามาทั้งชีวิต และเขาก็เป็นคนช่วยชีวิตลูกเอาไว้ ไม่อย่างนั้นลูกคงตายไปแล้ว”

“พ่อยังไม่ได้บอกซักคำว่าจะขัดขวางลูก ถ้าผู้หญิงคนนั้นหายดีเมื่อไหร่ พาเธอไปที่ประเทศของเรา”

“เสด็จพ่ออนุญาตให้ลูกคบกับขิงได้เหรอ ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ขอบพระทัย” โซว์ละล่ำละลักด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ooooooo

คุณหญิงฉาดประภากับติ๊งโหน่ง มาเยี่ยมชรินทร์ที่โรงพยาบาล ซึ่งมีตำรวจคอยคุมอยู่หน้าห้อง ทั้งสองร้องไห้ร่ำลาที่เขาจะต้องไปรับโทษในคุก...กลับมาบ้าน เจอลัดลดารอเยาะเย้ยถากถางว่าเป็นลูกไอ้ขี้คุก จึงเกิดการทะเลาะตบตีกันขึ้น แต่คราวนี้ คุณหญิงฉาดประภาลงมือเอง

ใบหน้าลัดลดาบวมช้ำ จนต้องใช้เมกอัพปกปิด ตั้งใจมาฟ้องโซว์ แต่กลับเจอปีเตอร์ เธอแสดงท่าทางรังเกียจ จนเขาแขวะ ตอนนี้ทำเป็นรังเกียจ ทีตอนนั้นอยากเขมือบตนใจจะขาด เธอแว๊ดใส่ ผลักเขากระเด็น เข้ามาในห้องร้องเรียกหาโซว์โดยไม่เชื่อว่าไม่อยู่...

หลายวันผ่านไป โซว์กราบเท้ายายขม ส่วนยายขมยกมือไหว้เขาแต้ เขาขอร้องอย่าไหว้เพราะตนเป็นเด็ก เด็กต้องไหว้ผู้ใหญ่ ยายขมย้อนว่าก็เขาเป็นเจ้าชายตนต้องไหว้ สองคนยื้อกันไปมาจนตุ๊กทนไม่ไหว โวยว่าไหว้กันถึงเช้าพอดี

โซว์จับมือยายขม “ยายอย่าปฏิเสธกราบนี้ของผมเลยนะครับ ผมต้องกราบยายเพื่อเป็นการขอโทษ ที่ผมโกหกเรื่องที่ผมเป็นเจ้าชาย”

“หม่อมฉันไม่โกรธหรอกเพคะ หม่อมฉันเข้าใจ เจ้าชายทรงเป็นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์และสูงส่ง เป็นถึงโอรสของสวรรค์ชั้นฟ้า เป็นถึงทายาทของมังกร เป็นถึงผู้ปกครองประเทศ...”

“โอ๊ย พูดพอได้แล้วแม่ ตื่นเต้นทีไรพูดไม่หยุดทุกที เจ้าชายอย่าทรงถือคนแก่เลยนะ”

โซว์ขอร้องยายขมให้พูดธรรมดาเหมือนแต่ก่อน ยายขมโล่งอก หัวใจแทบวาย โซว์ขออีกเรื่อง ขออนุญาตพาขิงไปดูแลตลอดชีวิต ยายขมแกล้งถามว่าถ้าไม่ให้ เขาจะทำไม โซว์สลดลง ยายขมหัวเราะร่วน

“เจ้าชายนี่หลอกง่ายจริงๆ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงข้าก็ต้องยกขิงให้เอ็งแน่นอน ฟันธง”

“แหมยายก้อ ไม่หวงหน่อยเหรอ ทำแบบนี้ค่าตัวขิงลดพอดี” ขิงหน้าเบ้

“กระโดกกระเดกเป็นม้าดีดกะโหลกอย่างเอ็ง มีคนอยากเอาไปเป็นเมีย ข้าก็ปลื้มตายแล้ว ให้ฟรีเลยก็ได้ สินสอดไม่ต้อง”

ตุ๊กหัวเราะก๊าก โซว์ให้สัญญาว่าจะรักและดูแลขิงเท่าชีวิต ยายขมพยักหน้ายิ้มซาบซึ้ง...ขิงจะเก็บเสื้อผ้า แต่โซว์ว่าไม่ต้องเอาอะไรไป เพราะเขาจะหาของที่คู่ควรกับเจ้าหญิงของเขาให้ใหม่ คืนนั้น...ขิงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ออกมาจากห้อง เห็นยายขมรำอยู่หน้ารูปตา เธอเห็นว่ายายยังรำได้สวยไม่สร่าง ยายขมมองหลานน้ำตาซึม ขิงโผกอดยายขอบคุณที่เลี้ยงดูตนมาแต่เล็ก ยายเตือนไปอยู่ที่อื่น อย่านิ่งดูดาย จงทำให้เขารักเขาชื่นชม

“ขิงรู้ แต่ไม่รู้ขิงจะทำได้ไหม ขิงรู้สึกว่าสิ่งที่ขิงกำลังจะเจอ มันดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน”

“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเราไปได้หรอก ข้ามั่นใจว่าเอ็งต้องทำได้ และทำได้ดีด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเจออะไร เอ็งต้องอดทน”

ขิงรับคำ แล้วอ้อนขอนอนหนุนตักให้ยายร้องเพลงกล่อมเหมือนตอนเป็นเด็ก...

วันรุ่งขึ้น ทั้งยายขม ตุ๊ก รุ้ง และแก้ว ยืนส่งขิงขึ้นรถที่มารับ ต่างอวยพรให้ขิงพบแต่ความสุข ตุ๊กน้ำตาคลอฝากโซว์ดูแลขิง เขารับปาก พอรถขิงแล่นออกไป ยายขมกับตุ๊กน้ำตาร่วงเผาะ

ooooooo

เมื่อมาถึงพระราชวังในประเทศนิวแลนด์ ขิงตะลึงกับความรโหฐาน โอ่อ่า ไม่นึกฝันว่าชาตินี้จะได้เหยียบย่าง ไม่นานพระราชาและพระราชินีเดินออกมา โซว์รีบจับมือเธอทำความเคารพ พระราชินีสวมกอดเจ้าชายด้วยความคิดถึง แต่พระราชาทำหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย

ขิงรับรู้ถึงสายตาเหยียดๆของพระราชา พระราชินียิ้มอย่างเอ็นดู ชมขิงหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แล้วพาไปที่พัก...ทันทีที่ขิงเข้าไปในห้องอันใหญ่โต เธอถามพักกันกี่คน โซว์ตอบว่าคนเดียว

“ฮ้า...ทำไมห้องใหญ่แบบนี้ ไม่มีห้องที่มันเล็กกว่านี้เหรอ” ขิงอุทาน

พระราชินียิ้มแล้วกล่าว “นี่เป็นห้องที่เล็กที่สุดในวังแล้ว เธออยู่ได้ใช่ไหม”

“ได้เพคะ ห้องนี้ใหญ่กว่าบ้านของยายที่เมืองไทยอีก แต่ว่า...ตอนทำความสะอาดขิงคงเหนื่อยแย่ ทำทั้งวันจะเสร็จรึเปล่า”

พระราชินีว่าเธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แล้วสั่นกระดิ่งเรียกคนรับใช้เข้ามาสี่คน พร้อมบอกว่าทุกคนจะทำทุกอย่างให้แก่เธอ ขิงอึกอักขอทำเอง

“ไม่ได้ เธอเป็นแขกของเจ้าชาย เธอห้ามทำอะไรเองเด็ดขาด”

โซว์เห็นสีหน้าขิงก็เข้าใจ รีบทูล “อย่าเพิ่งให้ขิงใช้ชีวิตเหมือนพวกเราเลย ขิงจะอึดอัด ถ้าขิงอยากทำอะไรก็ให้ทำเถอะเสด็จแม่”

“เอางั้นเหรอ งั้นก็ได้ ถ้างั้นแม่ออกไปนะ...ไปเด็กๆ” พระราชินีเรียกบรรดาคนรับใช้

ขิงตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ โซว์ถูมือให้อบอุ่น และชวนเธอไปเดินเล่นผ่อนคลาย เธอยิ่งตื่นตาตื่นใจ ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด โซว์สัญญาจะทำให้เธออยู่ที่นี่อย่างมีความสุขตลอดไป

“แต่ท่าทางพ่อของนายจะไม่ค่อยชอบฉัน”

“ไม่หรอก เสด็จพ่อเป็นคนถือตัวอย่างแรง แต่จริงๆท่านไม่มีอะไร ฉันจะรีบคุยกับเสด็จพ่อเรื่องแต่งงานของเรา ฉันมั่นใจว่าประชาชนนิวแลนด์ทุกคนต้องรักเธอเหมือนอย่างที่ฉันรัก”

ขิงสบายใจขึ้น โซว์พาเธอขี่ม้าเที่ยวเล่นไปตามที่ต่างๆ จากนั้นก็มาถีบเรือในบึงน้ำ สองคนดูมีความสุข...

พระราชายืนมองด้วยสีหน้านิ่ง พระราชินีเปรยว่าขิงน่ารัก ดูซื่อไม่มีพิษมีภัย

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ” พระราชาโพล่งขึ้น

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง คุณอย่าทำอะไรเด็กคนนี้นะ เห็นๆอยู่ว่าลูกรักเธอมาก”

“ฉันไม่ทำอะไรหรอก แต่ฉันจะทำให้เจ้าชายรู้ด้วยตัวเอง ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เหมาะสมกับเขาและก็ที่นี่” พระราชายิ้มอย่างมีอะไรในใจ ไม่ยอมบอกพระราชินี

ความสวีทหวานของโซว์และขิง ทำให้ปีเตอร์คิดถึงพัชรีอย่างมาก พลัน ได้ยินเสียงเธอเรียก ก็คิดว่าคิดถึงจนหูแว่ว หันมาเห็นเธอยืนอยู่ เขาต้องขยี้ตาบ่นว่าหูแว่วแล้วตายังฝาดอีก พัชรีเดินมาหยุดตรงหน้า หยิกแก้มเขาอย่างแรง ปีเตอร์ร้อง

“โอ๊ย...พัชรี พัชรีจริงๆด้วย” ปีเตอร์โผกอดเธอแน่น

“คนบ้า ยังทะลึ่งเหมือนเดิม” พัชรีผลักปีเตอร์ออก

“ถ้าไม่ทะลึ่งก็ไม่ใช่เราน่ะสิ เราดีใจที่สุดที่เธอมาหาเราที่นี่ เธอคิดถึงเราใช่ไหม”

“นั่นก็ส่วนนึง แต่ที่เรามาที่นี่ได้ก็เพราะเราได้รับเชิญจากเจ้าชายโซว์ ให้เป็นตัวแทนนักข่าวของประเทศไทย เพื่อเปิดเผยเรื่องราวของเจ้าชายโซว์แห่งประเทศนิวแลนด์ ในแบบฉบับเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะได้ติดตามดูชีวิตของเจ้าชายเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม”

“แสดงว่าเธอต้องมาอยู่ที่นี่หนึ่งเดือน”

พัชรีพยักหน้า ปีเตอร์ดีใจอุ้มเธอตัวลอย จนเธอเขินอายร้องให้ปล่อย...ขณะเดียวกัน พระราชาคุยโทรศัพท์ ท่าทางดีใจที่จะมาถึงคืนนี้ พระราชินีถามว่าใคร พระองค์ไม่ยอมบอก

ooooooo

เย็นวันนั้น ขิงถูกบรรดาคนรับใช้จับอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ แต่งหน้าแต่งตัวด้วยชุดที่เจ้าชายสั่งมาให้โดยเฉพาะ

โซว์อยู่ในชุดเต็มยศ ยืนรอขิงอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงของวัง พอเห็นเธอเดินออกมาในชุดราตรีสวยงามถึงกับตะลึง ขิงเห็นเขาจ้องยิ่งไม่มั่นใจ ถามว่าชุดไม่เหมาะกับตนใช่ไหม ตนจะได้ไปเปลี่ยน โซว์ขยับขวาง พร้อมกับเอ่ยปากว่า มันสวยจนตนพูดไม่ออก ขิงเขินหาว่าเขาโกหก เขาทำท่าจะสาบาน เธอรีบจับมือเขาไว้ ห้ามไม่ให้สาบาน เขากุมมือเธอพร้อมโค้งคำนับ

“เต้นรำกันนะครับเจ้าหญิงของผม”

ขิงถอนสายบัว “โอเคค่ะ เจ้าชายของฉัน”

ในห้องจัดเลี้ยง มีโต๊ะอาหารที่ถูกจัดขึ้นดูโรแมนติก โซว์เข้าไปเปิดเพลง แล้วประคองขิงเต้นรำไปกลางห้อง เธอเหยียบเท้าเขาจนต้องชะงักหลายที โซว์พยายามทำให้เธอไม่กังวล ปลอบว่าสักพักก็จะทำได้ แต่ขิงบ่นไม่อยากเต้นแล้ว เขาจึงดึงเธอมากอด โยกไปตามจังหวะเพลง

“กอดกันแบบนี้ สบายกว่ากันเยอะเลย”

ปีเตอร์กับพัชรีแอบดูอยู่ ถึงกับเขินแทนขิง ปีเตอร์สะกิดขอพัชรีเต้นรำบ้าง เธอยิ้มๆรับคำ ไม่ทันไร มีทหารองครักษ์เข้ามาทำความเคารพทูลว่า พระราชาให้เจ้าชายและขิงเข้าพบด่วน

โซว์จูงมือขิง มีปีเตอร์กับพัชรีเดินตามเข้ามาในห้องรับแขก พระราชาผายมือให้โซว์เห็นว่ามีคนมาหา พอโซว์เห็นมาเรีย ก็ปล่อยมือจากขิง ยิ้มเข้าไปหา เธอถอนสายบัว เขาจับมือเธอมาหอม ขิงหน้าเจื่อน ปีเตอร์กระซิบว่า อย่าตกใจ นี่เป็นธรรมเนียม แต่พอมาเรียโผเข้ากอดโซว์ ขิงถาม

“แล้วนี่เป็นธรรมเนียมด้วยรึเปล่า”

“อ่า...อันนี้ไม่ใช่ครับ” ปีเตอร์หน้าเหวอ

โซว์กระซิบถามมาเรียว่า เสด็จพ่อเรียกเธอมาเพื่อแต่งงานกับตนหรือเปล่า เธอกระซิบตอบว่า ตนไม่สิ้นคิดแบบนั้น  แต่สายตาเธอดูเจ้าเล่ห์ มาเรียเรียก

“ตัวเล็ก...เอ๊ะ แต่ตอนนี้คงเรียกตัวเล็กไม่ได้แล้ว เพราะเธอตัวสูง แถมยังหล่อมากๆ ด้วย”

ขิงได้ยินชักไม่พอใจ ยิ่งพอโซว์ชมกลับว่ามาเรียก็สวยขึ้น แถมหยอกล้อขอดูฟันว่ายังเหยินอยู่หรือเปล่า ขิงรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน ทนไม่ไหวแล้วจึงกระแอมขึ้น โซว์นึกได้หันมอง มาเรียชิงถามก่อนว่าคนรับใช้คนใหม่หรือ โซว์รีบแก้ว่าไม่ใช่แล้วเข้ายืนข้างขิง จับมือเธอแนะนำ

“นี่ขิง คนรักของเรา”

“คนรัก...เธอมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย”

โซว์พยักหน้าถามว่าน่ารักไหม มาเรียเดินเข้ามาจับมือทักทายขิง พระราชามองด้วยความไม่พอใจพระราชินีชำเลืองมองพระสวามีด้วยความสงสัย...

ถึงอย่างไร ขิงก็ยังโกรธๆ เดินหนีออกมา โซว์วิ่งตามดึงมือเธอไว้ แล้วถามตรงๆ ว่าหึงหรือ ขิงปฏิเสธเสียงสูง“เปล๊า...”

โซว์ดึงเธอมากอดแนบแน่น โดยไม่สนใจสายตาทหารองครักษ์ ขิงให้ปล่อยเพราะอาย

“คนเป็นแฟนกอดกันไม่เห็นน่าอายตรงไหน

ใครอยากเห็นก็เห็นไป อีกไม่นานเราก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว”

“ใครจะแต่งด้วย” ขิงเมินหน้าหนี

“ถ้าเธอไม่แต่ง ฉันจะได้ไปแต่งกับคนอื่น”

ขิงถามสวนว่ามาเรียใช่ไหม โซว์ชี้หน้าล้อไหนว่าไม่หึง เธออายหน้าแดงตีเขาเพี๊ยะ

“มาเรียเป็นเจ้าหญิงแห่งประเทศสิงขร ประเทศเพื่อนบ้านของเรา พระราชากับพ่อของเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันรู้จักกับมาเรียตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ได้เจอกันมาประมาณสิบกว่าปีแล้ว”

“ใครถาม”

“อยากเล่า...ฉันดีใจนะที่เห็นเธอหึงฉัน”

“นี่แค่หึงระดับต้น ถ้าเป็นระดับปลาย นายจะเจอแบบนี้” ขิงทั้งหยิกทั้งบิดหู โซว์ร้องลั่น

พอปล่อยมือ โซว์ฉวยโอกาสหอมแก้มขิง แล้ววิ่งหนี เธอตกใจวิ่งไล่ตีเขายกใหญ่ มาเรียเดินมายืนมองด้วยสีหน้ามีแผนร้าย

จากนั้น มาเรียมาคุยกับพระราชา เธอรับรองว่าจะทำให้ขิงต้องเก็บข้าวของกลับประเทศไทยแทบไม่ทัน พระราชายิ้มอย่างพอใจ

พัชรีรู้จากปีเตอร์ว่า มาเรียเป็นคนที่พระราชาอยากให้อภิเษกกับเจ้าชาย ก็เริ่มมองออก

“เห็นหน้านังเจ้าหญิงคนนี้ก็ส่อออกมาแล้วว่าไว้ใจไม่ได้ ทำเป็นยิ้มแต่แววตาร้ายอย่าบอกใคร แล้วคุณไม่แปลกใจเลยเหรอที่อยู่ดีๆ เจ้าหญิงมาเลเรียก็โผล่มาตอนนี้พอดี๊พอดี”

“เจ้าหญิงมาเรีย ไม่ใช่มาเลเรีย”

“ก็ฉันจะเรียกมาเลเรียมีอะไรปะ”

ปีเตอร์ไม่กล้าหืออือ พัชรีจึงสาธยายให้ฟังว่า ในเมื่อพระราชาทรงถือตัว เจ้ายศเจ้าอย่าง มีหรือจะยอมรับขิงง่ายๆ แม้เขาจะแย้งว่า พระองค์เปลี่ยนไปแล้วแต่เธอไม่เชื่อ เพราะเป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ปีเตอร์ฟังจนเวียนหัว จึงเปลี่ยนเรื่องเดินเข้าประชิดชวนเล่นจ้ำจี้ พัชรีผลักหัวเขากระเด็น ไล่ให้ออกไปจากห้อง ปีเตอร์ย้อนถามว่าเข้าใจผิดแล้ว นี่ห้องตน เธอทำหน้าเหวอ เดินออกไป ปีเตอร์มองตามเข่นเขี้ยว จะต้องเผด็จศึกเธอให้ได้ระหว่างที่เธอยังอยู่ที่นี่

ooooooo

ไม่เพียงครอบครัวติ๊งโหน่งเท่านั้นที่เกิดเรื่องเลวร้าย ครอบครัวลัดลดาก็โดนเจ้าหนี้ทวงหนี้มหาศาลที่พ่อเธอเป็นผู้ก่อ ลัดลดาทนรับความตกต่ำไม่ได้ จึงมุ่งมั่นจะไปเป็นเจ้าหญิงแห่งนิวแลนด์ให้ได้...

ขิงพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ที่นิวแลนด์ ลุกขึ้นมาแต่งหน้าทาปาก แต่ก็ไม่ถูกใจ เผอิญมาเรียแวะมาหาที่ห้อง จึงช่วยแต่งหน้าให้ ระหว่างนั้นเธอพูดคุยเรื่องโซว์ว่าเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก แต่ไม่ใช่สเปก ขิงโล่งใจ ยิ่งพอเห็นว่าเธอแต่งหน้าดูดี ทำให้ไว้ใจเธอมากขึ้น

ขณะนั้น โซว์กำลังยิงธนูให้พัชรีถ่ายภาพ เป็นกีฬาที่โปรด ปีเตอร์คอยส่งลูกธนูให้ จึงบังกล้อง พัชรีโวยให้หลบ แล้วสัมภาษณ์โซว์ว่าโปรดกีฬาอะไรอีก

“ขี่ม้า ฟันดาบ แล้วพวกกีฬาผาดโผน”

“อย่างพวกล่องแก่ง ปีนเขา ไต่สลิง อะไรอย่างเนี้ยะ เราก็ชอบเหมือนกันนะ เพราะเราต้องคอยไปกับเจ้าชายทุกที” ปีเตอร์สอดขึ้น

พัชรีแว้ดว่า ใครถาม ปีเตอร์จ๋อย พลันมาเรียพาขิงเดินเข้ามา โซว์เห็นหน้าขิงถึงกับตะลึง มาเรียแซวและบอกว่าฝีมือตนเองที่ทำให้ขิงสวยสง่า ขิงชวนมาเรียไปปิกนิกในป่าด้วยกัน

“อย่าเลย ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ”

“ฉันไม่ได้ไปกับโซว์สองคน ปีเตอร์กับพี่พัชก็ไปด้วย ไปเถอะนะ”

มาเรียสบตาโซว์ เขาพยักหน้ายิ้มเชิญชวน เธอตกลง พัชรีมองมาเรียอย่างไม่ไว้ใจ...ในขณะที่ลัดลดาเดินทางมาถึงนิวแลนด์ บอกทหารหน้าวังว่ามาหาเจ้าชาย แต่ไม่มีใครให้เข้าไป ทหารมารายงาน ปีเตอร์ทำหน้ารังเกียจ โวยทหารกลับไปบอกเธอ

“ไปบอกยัยนั่นเลยนะ ว่ามาทางไหนก็ให้กลับไปทางนั้น แล้วไม่ต้องมาอีก”

ทั้งโซว์ ขิง พัชรี และมาเรียงง ทำไมรังเกียจเว่อร์ขนาดนั้น ปีเตอร์รู้สึกตัว สั่งทหารใหม่ว่า ไปบอกลัดลดาแค่ให้กลับไป แต่โซว์ค้าน เธออุตส่าห์มา เราต้องต้อนรับ แล้วสั่งทหารเชิญเธอไปที่เรือนรับรอง ขิงยิ้มและชมว่าเขาทำถูก มาเรียมองอย่างสงสัย

แค่เพียงเรือนรับรองที่ลัดลดาได้เข้ามา เธอก็ตื่นตาตื่นใจกับของตกแต่ง ยิ่งมีความหวังจะต้องเป็นเจ้าหญิงของโซว์ให้ได้ มาเรียตามมาดูด้วยความอยากรู้ว่าใครมาจากเมืองไทย กลับกลายต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน โซว์รีบแนะนำว่า มาเรียเป็นเจ้าหญิงไม่ใช่คนใช้ แต่ลัดลดายังแขวะ

“แฮะๆ ถึงว่า เจ้าหญิงจากเมืองป่าเมืองเขา กันดาร ดาด้าเลยดูไม่ออกว่าเป็นเจ้าหญิง”

มาเรียโกรธจะเอาเรื่อง โซว์เข้ามาโอบไหล่ปราม เธอจึงวางมาดเจ้าหญิงเย้ย ขิงมองเคืองๆ โซว์ถามลัดลดามาที่นี่มีธุระอะไร เธอตอบว่าคิดถึง พัชรีโพล่งขึ้นว่าไม่สมควร

“เจ้าชายยังไม่ว่าซักคำ ใช่ไหมเพคะ”

“ถ้าใครมานิวแลนด์ด้วยเจตนาที่ดี เรายินดีต้อนรับทั้งนั้น ปีเตอร์หาที่พักให้คุณลัดลดาด้วย เอาโรงแรมที่ดีที่สุด” พูดจบ โซว์จูงมือขิงและมาเรียเดินไป

ลัดลดาจะวิ่งตาม ปีเตอร์กับพัชรีขวางและว่า

ไม่ใช่เรื่องของเธอ ลัดลดาหงุดหงิดเจ็บใจ

ooooooo

ทั้งเจ้าชาย ขิง พัชรี ปีเตอร์ และมาเรีย ออกมาปิกนิกริมน้ำ มาเรียแกล้งดูแลใกล้ชิดโซว์ พอเขาทานอะไรปากเลอะเทอะก็ดึงทิชชูมาเช็ดให้ บ่นว่ากินเป็นเด็กไปได้ แล้วทำเป็นนึกได้

“ตายแล้ว ฉันขอโทษนะขิง ฉันลืมไปว่านี่มันหน้าที่ของเธอ มันชินน่ะ”

“ไม่เป็นไร ฉันไม่คิดมากหรอก” ขิงกัดฟันตอบ

พัชรีหมั่นไส้ แกล้งบอกโซว์ว่าขอถ่ายรูป มาเรีย ขยับจะยืนข้าง พัชรีรีบขัดว่าต้องการรูปคู่เจ้าชายกับขิง มาเรียเสียหน้า แต่ทำเป็นยิ้มเดินออกไป

มาเรียมายืนเคียดแค้นอยู่มุมหนึ่ง พัชรีเดินมายืนข้างๆเปรยว่า ตนรู้ว่าเธอคิดอะไร

มาเรียหันมามองด้วยสีหน้าร้าย “รู้แล้วแกจะทำอะไรฉันได้”

“แล้วถ้าฉันบอกเจ้าชายว่าเธอเป็นพวกตีสองหน้า ที่เธอทำดีกับขิงเพราะต้องการให้ขิงไว้ใจ แล้วหลังจากนั้น เธอก็จะทำให้เจ้าชายกับขิงเลิกกัน”

“ที่เธอพูดมาถูกทุกอย่าง แต่คิดเหรอว่าเธอบอกโซว์ แล้วโซว์จะเชื่อ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นพวกตีสองหน้า อีกอย่างฉันเป็นเจ้าหญิง ส่วนเธอน่ะ...ไพร่”

พัชรีหน้าชา เผอิญขิงเดินมาสมทบ มาเรียเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที พัชรีถึงกับทึ่งแล้วเริ่มกังวลเป็นห่วงขิง...พัชรีมาเล่าให้ปีเตอร์ฟัง แต่เขากลับหาว่าตนมองคนในแง่ร้าย

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพวกผู้ชายต้องเชื่อผู้หญิงแอ๊บแบ๊ว ฉันต้องหาทางเตือนขิงให้รู้ตัวว่ากำลังอยู่กับงูพิษ” พัชรีฉุน แต่ปีเตอร์ส่ายหัวปลงๆ

ระหว่างนั้น มาเรียแกล้งชวนโซว์คุยเรื่องในอดีต ทั้งสองหัวเราะหัวใคร่กัน ขิงดูเหวอเพราะไม่รู้เรื่องด้วย มาเรียแกล้งหันมาขอโทษขิงที่คุยเรื่องส่วนตัว แล้วทำทีถามเรื่องของขิงบ้าง ทำอะไรตอนอยู่เมืองไทย ขิงตอบตามตรงว่า ตนทำงานทุกอย่างที่ได้เงิน โซว์เล่าแทรกขึ้นว่า

“ขิงเคยปลอมเป็นผู้ชายด้วยนะ เขาคิดว่าตัวเองปลอมเหมือนมาก แต่จริงๆแล้วเหมือนกะเทยมากกว่า” โซว์หัวเราะร่า

“อ๋อเหรอ แล้วใครกันนะ ที่โง่เชื่อว่าฉันเป็นผู้ชายอยู่ได้ตั้งนาน แถมยังให้ฉันอาบน้ำถูหลังให้อีก”

มาเรียเริ่มรู้สึกเป็นส่วนเกินก็ไม่พอใจ จึงโพล่งขึ้นว่า “นี่ขิง เธอรู้รึเปล่าว่าโซว์มีจุดอ่อน”

ขิงสนใจอยากรู้ มาเรียจี้ไปที่ซอกคอโซว์ เขาหัวเราะพยายามหนี มาเรียวิ่งไล่ ขิงขำแล้วเปลี่ยนเป็นเครียดเมื่อเห็นสองคนถึงเนื้อถึงตัวกันมาก

กลับมาที่วัง พระราชาทำทีถามไถ่ แล้วชวนคุยทับถมให้ขิงรู้ตัวว่า ทำอะไรไม่ได้เหมือนมาเรียหลายอย่างเช่นขี่ม้ากีฬาของชนชั้นสูง มาเรียเป็นแชมป์หลายสมัย มาเรียออกตัว

“อย่าพูดแบบนั้นสิคะเสด็จอา ขี่ม้าไม่ยากหรอกค่ะ ใครๆก็เรียนกันได้ ไว้วันไหนว่างๆฉันจะสอนเธอขี่ม้านะ” มาเรียแสร้งทำปกป้องขิง

ขิงพยักหน้ายิ้มๆ พัชรีสะกิดขิง บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย...

ooooooo

ท่านชายในสายหมอก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด