สมาชิก

ท่านชายในสายหมอก

ตอนที่ 5

เมื่อตกลงเปิดการแสดง ยายขมวางตัวโซว์เป็นจันทโครพ รุ้งเป็นนางโมรา ตุ๊กเป็นตลกหน้าม่านและเป็นฤษี ส่วนขิงให้เป็นโจร ขิงโวยว่าตนไม่เล่น ยายขมสั่งเสียงเฉียบทุกคนต้องเล่น โซว์หัวเราะแกล้งว่าขิงไม่ต้องซ้อมอะไรมาก เพราะปกติก็เหมือนผู้ชายอยู่แล้ว ตนยังเคยเชื่อมาก่อน ขิงเผลอหยิกโซว์ร้องโอ๊ย...ยายขมทำหน้าดุไม่พอใจ ทุกคนกลืนน้ำลายเอื๊อกรีบสำรวม

ด้านปีเตอร์ ไม่พอใจที่พัชรีมาเอาเสียเย็น เธออ้างว่าต้องทำงาน เลิกงานถึงจะออกมาได้ ปีเตอร์ไม่เชื่อ ถามเธอผ่านไปหนึ่งวันได้ความอะไรบ้าง เธอบอกว่าเกือบจะได้เรื่องแล้ว แต่มีคนมาขัดจังหวะ ตนเป็นแค่นักข่าว ใครเขาจะเกรงใจ งานนี้เขาคงต้องออกโรงเองแล้ว

“ฉันเหรอ...”

“เจ้าชายทำทีเป็นว่าอยากได้แหวนแบบนี้ แล้วก็หลอกถามคุณชรินทร์สิคะ รับรองคุณชรินทร์ต้องบอกแน่”

ปีเตอร์ไม่รู้ว่าตนจะต้องถามอย่างไร พัชรีได้ทีตอกกลับ “เจ้าชาย ทำไมทรงพระโง่ เอ๊ย...ทรงคิดไม่ออกล่ะเพคะ”

ปี เตอร์ถลึงตาใส่ถามเธอมีวิธีอะไร เธอยิ้มแทนคำตอบ เขาต้องบอกมาก่อนว่าทำไมถึงสนใจแหวนวงนี้ มันสำคัญอย่างไร เขาลังเลก่อนจะให้เธอสัญญาจะไม่เที่ยวพูดต่อ เธอรับปาก
“เธอจำเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้วได้ไหม”

“อ๋อ ที่เจอศพผู้ชายในแม่น้ำใช่ไหมคะ”

“นั่นแหละ มันเป็นคืนเดียวกับที่เราไปเที่ยวผับกันไง”

พัช รีงงเกี่ยวอะไรกัน ปีเตอร์ตอบว่าไม่เกี่ยว แค่ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง แล้วเริ่มเล่าเท่าที่ตัวเองรู้มาจากเจ้าชาย พัชรีฟังแล้วรีบบอกว่า โชคดีที่คนติดตามไม่ได้อยู่รับใช้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะเดือดร้อนไปด้วย ปีเตอร์แย้งว่าโซว์ไม่ใช่ฆาตกร เธอย้อนถามเชื่อได้อย่างไร

“ยังไงเขาก็ ไม่ได้ทำ เรามั่นใจ เขาทำงานรับใช้ เรามานาน นิสัยใจคอเป็นยังไงเรารู้ดี ขนาดมดสักตัวเขายังไม่กล้าฆ่า แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตคนทั้งคน” ปีเตอร์ยืนยัน

“แล้วเจ้าชายทรงคิดว่าใครเป็นฆาตกร หรือเจ้าชายคิดว่าเป็น...คุณชรินทร์”

“เรา รู้ว่าไม่ใช่เขา แต่ที่เราอยากให้เจ้าสืบจากเขา เพราะรู้มาว่าเขาเป็นเจ้าของร้านเพชร ไม่แน่ ไอ้ฆาตกรมันอาจจะมาสั่งทำแหวนที่ร้านเขาก็ได้”

พัชรีคิดตามอาจจะเป็นไป ได้...ทั้งสองวางแผนจะไปที่บ้านชรินทร์ แต่พัชรีขอปลอมตัวเป็นบอดี้การ์ด ใส่สูท ผูกไท ติดหนวด สวมแว่นดำ ปีเตอร์เห็นแล้วน้ำลายยืดเพราะดูสวยหล่อ

“นี่ถ้าไม่รู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัว หม่อมฉันต้องคิดว่าพระองค์ชอบผู้ชายแน่ๆ”

“เราไม่ได้ชอบผู้ชาย เราชอบที่เจ้าแต่งเป็นผู้ชายต่างหาก ดูๆไปมันก็ได้อารมณ์อีกแบบนะเนี่ย” ปีเตอร์ทำหน้าหื่น

“ลามก...” พัชรีเผลอด่า

“ด่าเราว่าลามกเหรอ...ก็จริงของเจ้านะ” ปีเตอร์แกล้งทำเสียงดุขู่ แล้วอดขำตัวเองไม่ได้

พัช รีค้อนขวับขู่หัวเราะไปก่อน ถึงบ้านชรินทร์ แล้วจะหัวเราะไม่ออก ปีเตอร์ทำเป็นกลัวโผกอดเธอ กำชับอย่าทิ้งกัน เธอถลึงตาใส่ เขายิ้มแหยๆก่อนจะปล่อย แล้วเดินออกไป

ooooooo

ยายขมจัดพิธีไหว้พ่อ แก่ ตั้งหัวโขน และเครื่องบูชาครู มีหมากพลู ดอกไม้ธูปเทียน และเงิน 6 บาท เสียงยายขมนำสวด ทุกคนว่าตาม โซว์นั่งพนมมือด้วยท่าทีสงบแม้จะท่องไม่ได้ก็ตั้งใจ

“จำไว้นะ ไอ้โซ่ เมื่อแกได้ไหว้ครู เท่ากับแกถวายตัวเป็นศิษย์พ่อแก่แล้ว”

“แล้วพ่อแก่เป็นใครล่ะครับ”

“พ่อ แก่ก็หมายถึงครูบาอาจารย์ทุกท่าน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้เรา รวมถึงลิเกที่เราใช้ทำมาหากินด้วย เราต้องไหว้ครูก็เพื่อแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อครูทุกท่าน” ยายขมอธิบายให้โซว์ฟัง

“ยายก็ถือเป็นครูผม งั้นผมเรียกยายว่าแม่แก่ได้ไหม” โซว์ถามซื่อๆ

“ใครเป็นแม่แก อย่ามาเรียกอะไรแผลงๆนะเว้ย เดี๋ยวนรกจะกินหัว”

“แล้วนรกคืออะไรเหรอครับยาย”

“พอแล้วไอ้โซ่ ถ้าแกถามอีกรับรองเจอไม้เกาหลังแน่” ยายขมนำทุกคนถวายเครื่องบูชา

ขิง สอนให้โซว์กราบ จนเขาทำได้สวยงาม ยายขมแอบมองอย่างพอใจ...เสร็จพิธีไหว้ครู ยายขมให้ทุกคนซ้อมเป็นเรื่องเป็นราวบนเวทีในโรงลิเก ตุ๊กเป็นฤษีร้องเล่าว่าจันทโครพศิษย์รักกำลังจะจากจรกลับบ้าน เพราะร่ำเรียนจนสำเร็จจึงคิดจะมอบของเป็นที่ระลึก โซว์ยืนประหม่าสักพัก พอยายขมตวาดเรียกให้ออกมา เขาก็รำออกมาอย่างตั้งใจ และร้องได้ฉะฉานเป็นที่พอใจของทุกคน จนรุ้งอดใจไม่อยู่แสดงนอกบท กอดรัดฟัดเหวี่ยงจันทโครพ ยายขมโกรธปาไม้เกาหลังใส่ รุ้งร้องลั่น ขิงซึ่งกำลังแปรงขนนก มองรุ้งด้วยความไม่พอใจ ตุ๊กหันมาเห็นเข้ามากระซิบ

“จบเรื่องนี้กูว่า นังรุ้งได้โซ่เป็นผัวแน่” เห็นขิงแปรงขนนกแรงขึ้น “เฮ้ยๆๆ เบาหน่อยเว้ยร่วงหมดแล้วไม่ได้ถูกๆนะเอ็ง อันเป็นแสน”

ขิง โมโหตาจับจ้องไปที่โซว์กับรุ้ง มือกำขนนกแน่น ...หลังจากนั้น ขณะที่โซว์กำลังอ่านบททบทวนอยู่ริมน้ำ เห็นขิงถือตะกร้าผ้ามาจะซัก จึงเข้าไปช่วยแล้วถาม

“เป็นไงล่ะ ที่ฉันเล่นเมื่อกี้ถึงกับอึ้งทึ่งเสียวเลยล่ะสิ”

“อึ้ง ทึ่งน่ะใช่ แต่อย่างหลังคงเป็นนายมากกว่ามั้ง” ขิงสะบัดหน้าดึงตะกร้าผ้าคืน

โซว์ ไม่เข้าใจว่าขิงเป็นอะไร ทำไมต้องโกรธ ตนเล่นดีก็น่าจะชมให้กำลังใจกันบ้าง ขิงทำอะไรกระแทกกระทั้น เทผงซักฟอกลงไปมากเกิน พอโซว์ทักกลับโวยใส่ โยนงานให้ทำเฉย...ขิงเดินปึ่งๆกลับไป ตุ๊กโผล่พรวดขึ้นมาจากน้ำ โซว์สะดุ้งถามอยู่ในน้ำนานแล้วหรือ

“ก็นานพอที่ข้าได้ยินพวกเอ็งคุยกันน่ะสิ เกือบ จะจมน้ำตายอยู่แล้ว เฮ้อ...”

โซว์ ปรับทุกข์ไม่รู้ขิงโกรธอะไรตน ตุ๊กตอบยิ้มๆว่าไม่ได้โกรธแต่เรียกว่าหึง โซว์ยิ่งไม่เข้าใจ ตุ๊กอธิบาย “หึงเป็น verb ยูโน...เป็นคำกริยา หมายความว่า ถ้าเรา ชอบใครแล้วคนนั้นไปชอบคนอื่น เราก็หึง ไม่ชอบให้เขาไปสนใจคนอื่น เข้าใจมั้ยวะ”

โซว์ยังส่ายหน้างงๆ ตุ๊กบ่นว่าโง่จริงๆ แล้วเดินหนีเข้าบ้านด้วยความหนาว

ooooooo

ให้ พอดีลัดลดามาหาปีเตอร์ที่โรงแรม ดึงดันจะขึ้นไปพบเขา ไม่ฟังเสียงพนักงานที่รายงานตามคำสั่งเจ้าชายว่าห้ามใครเข้าพบ แต่เธอก็อ้างสิทธิ์ลูกเจ้าของโรงแรม แล้วเธอก็หันไปเห็นปีเตอร์ออกไปข้างนอกกับบอดี้การ์ด จึงขับรถตามมาจนถึงบ้านชรินทร์

“เจ้าชายนะเจ้าชาย ทรงทำร้ายจิตใจดวงน้อยๆของหม่อมฉันได้ นังติ๊งโหน่ง ฝันไปเถอะว่าแกจะมีความสุขกับเจ้าชาย” ลัดลดากำพวงมาลัยแน่นด้วยความโกรธ

คุณหญิงฉาดประภากับชรินทร์ออกมาต้อนรับปีเตอร์ด้วยความดีใจ คิดว่ามาง้อติ๊งโหน่ง เขารีบบอกว่าอย่ามีพิธีรีตองอะไรเลย ที่ตนมาแค่อยากมาคุยกับชรินทร์

อำนาจถูกใช้ให้ขึ้นมาบอกติ๊งโหน่งว่าเจ้า ชายมา เธอดีใจจนเนื้อเต้น แต่ทำเป็นงอนจะให้เขามาง้อ อำนาจหมั่นไส้ หลุดปากออกมาว่า “โอ๊ย...เขาคงมาง้อหรอก”

“แกว่าอะไรนะ”

อำนาจรีบฉีก ยิ้มแก้ตัวไปว่า เจ้าชายต้องมาง้อเธอแน่ๆ ติ๊งโหน่งยิ้มปลื้มเพราะตัวสวย อำนาจเบ้ปาก แต่แล้วติ๊งโหน่งก็ขอเติมหน้าให้สวยกว่านี้ก่อนแล้วจะลงไป อำนาจเดินออกมาจากห้อง อยากจะอ้วกแตก สบถว่าแต่งไปก็ไม่สวยหรอกยัยม้าแกลบ

ติ๊งโหน่งแต่งตัวด้วยชุดที่คิดว่าสวยแล้ว แต่งหน้าจัดจ้านออกมาจากห้องน้ำ พลันต้องตกใจเมื่อเธอเจอลัดลดายืนอยู่ เธอมองซ้ายมองขวาก่อนจะถามเข้ามาได้อย่างไร

“ฉันก็เดินเข้ามาน่ะสิ บ้านเธอระบบรักษาความปลอดภัยแย่มาก ไม่ได้ความ”

ติ๊งโหน่งโกรธ ถามมาทำไม ลัดลดาตอบว่า มาเรื่องเจ้าชาย อย่าหวังว่าจะได้ลงไปหา ว่าแล้วสองสาว ก็พากันบู๊กันสุดฤทธิ์สุดเดช อำนาจได้ยินเสียงกลับเข้ามาดูตกใจ

ปีเตอร์เกริ่นเรื่องรอบตัวอยู่สักพัก จนพัชรีสะกิดให้เข้าเรื่อง เขาจึงหันมาถามชรินทร์ว่าตนอยากรู้เรื่องแหวน ชรินทร์ทำหน้างงๆ แล้วร้องอ๋อขึ้นมา...เข้าใจแล้วว่าเจ้าชายมาทำไม

“รู้เหรอว่าเราหมายถึงอะไร” ปีเตอร์งง

“แหม...ไม่ต้องเขินหรอกเจ้าชาย รักลูกสาวหม่อมฉันก็บอกมาเถอะ”

“บ้า เค้าป่าวนะ” ปีเตอร์เสียงหลง

คุณหญิงฉาดประภาพลอยเข้าใจว่าปีเตอร์อาย

หน้าแดง พัชรีทนไม่ไหวแอบหยิกปีเตอร์ร้องโอ๊ย...ให้กลับมาเข้าเรื่อง

“หยุดเพ้อเจ้อกันได้แล้ว เราไม่ได้รักลูกสาวพวกท่าน”

“ถ้าไม่ใช่แล้วเจ้าชายพูดเรื่องแหวนทำไม” ชรินทร์ข้องใจ

“เราเห็นคุณติ๊งใส่แหวนสีเขียวมรกตสวยมากๆ แล้วน้องติ๊งบอกว่ามันเป็นของคุณชรินทร์ เราอยากได้ไปฝากเสด็จพ่อของเราที่นิวแลนด์ เลยอยากถามคุณ
ชรินทร์ว่า พอจะหาซื้อที่ร้านไหนได้บ้าง หรือว่าจะสั่งทำที่ร้านคุณชรินทร์ได้รึเปล่า”

ชรินทร์มองแหวนในมือหัวเราะ “แหวนวงนี้ไม่มี ขายหรอกพระองค์ มันเป็นแหวนประจำตระกูลหม่อมฉัน”

ปีเตอร์ตกใจหันไปสบตาพัชรี ชรินทร์เสริมว่าถ้าอยากจะได้ต้องมาเกี่ยวดองกันเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ปีเตอร์สยองหาทางผละหนี รีบบอกว่ามีนัดตีกอล์ฟกับท่านนายกฯ ไว้คุยกันใหม่ พลันอำนาจวิ่งหน้าตาปูดบวมเข้ามารายงานว่า เกิดเรื่องกับติ๊งโหน่ง

ทุกคนตกใจวิ่งขึ้นไปบนห้องติ๊งโหน่ง เห็นกำลังตบตี ปาข้าวของใส่กันกับลัดลดา ติ๊งโหน่งตบจมูกลัดลดา

จนเบี้ยว เธอจึงกระชากขนตาปลอมติ๊งโหน่งออก

ชรินทร์ขอให้ปีเตอร์ช่วยห้าม แต่เขากลับกลัวไปหลบหลังพัชรี ดันเธอให้ออกหน้า พัชรีนึกได้เข้าห้องน้ำไปตักน้ำมาสาดใส่ สองสาวแยกออกจากกันได้ หันมาเห็นเจ้าชาย เกิดความอาย วิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำด้วยกัน ปีเตอร์ถอนใจอยากจะบ้าตาย ถอยเลี่ยงกลับออกมา

ขึ้นรถมาได้ปีเตอร์หน้าเครียดซับเหงื่อด้วยความ โกรธ บ่นว่าตนต้องเจอคนบ้าพวกนี้อีกนานเท่าไหร่ พัชรี  ถามว่าจะจัดการเรื่องแหวนอย่างไร  ปีเตอร์ไม่อยากเชื่อว่าฆาตกรจะเป็นชรินทร์ พัชรีเองก็ไม่เชื่อ เพราะตนทำข่าวเขามา มีแต่เรื่องใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือคนยากจน

“ถ้าเป็นยังงั้น แสดงว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง” ปีเตอร์หันมาสั่งพัชรี “เกาหลังให้เราที เราเกาไม่ถึง”

พัชรีกำลังเครียด  ถอนใจเตือนให้เขาจริงจังหน่อย ปีเตอร์จึงบอกว่า  เธอต้องไปสืบเรื่องนี้มาให้ได้ พัชรีต่อรอง “เจ้าชายต้องประทานสัมภาษณ์ให้หม่อมฉันที่เดียวนะเพคะ”

“เรายังไม่รับปาก รอดูผลงานเธอก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เราขอดูผลงานเธอ เกาหลังให้ที...ขวาๆขึ้นๆ ตรงนั้นแหละเอาเล็บจิกเลย อู้ว อ้า...” ปีเตอร์หันหลังให้ พัชรีเกาอย่างเอือมๆ

ooooooo

วันต่อมา รุ้งออกมาหาซื้อลิปสติกสีสวยๆใน ตลาด กลับเจอแก้วและยอดหาเรื่องด่าทอคณะลิเกของตน รุ้งโกรธถีบแก้วหน้าคะมำแล้ววิ่งหนีมาเจอโซว์ยืนอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอยู่ที่แผงหนังสือ เธอวิ่งมากอดเขาร้องไห้ฟูมฟายว่าโดนลวนลาม เขามองหัวจดเท้าแล้วบอกว่าไม่เห็นมีอะไรบุบสลาย

“ถึงตัวจะไม่บุบสลาย แต่ใจสิ ใจรุ้งมันปวดร้าว อับอายขมขื่น”

“นี่รุ้งถามอะไรหน่อยสิ รู้จักคำว่าหึงไหม” โซว์ ไม่ได้สนใจเรื่องของรุ้ง กลับถามสิ่งที่ตนกำลังค้นหา

รุ้งเข้าใจผิดคิดว่าเขาหึงตนก็เลิกร้องไห้อายม้วน อธิบายความหมายให้เข้าฟัง “เอายังงี้นะตัวเอง เขาจะอธิบายง่ายๆ พระเอกซึ่งก็คือเจ้าชาย ไม่พอใจที่เห็นนางเอก ซึ่งก็คือรุ้ง ไปกับผู้ร้าย เพราะตัวเองรักนางเอกไง นี่แหละแปลว่าหึง”

โซว์ยิ้มอย่างเข้าใจ เขาเดินจากไปโดยไม่สนใจรุ้งอีกเลย รุ้งมัวแต่เขินอาย หันไปจะตีเขากลับต้องวืด เพราะเขาหายไปแล้ว เธอร้องว้าย วิ่งตามโซว์ไป...
โซว์กลับมาบ้าน เห็นขิงถือตะกร้าหน้าตาหงุดหงิดแถวริมนํ้า ก็รีบเข้าไปทำหน้าหลอกให้เธอตกใจ เธอไม่ตกใจแถมไล่ให้เขาไปเล่นกับรุ้ง

“อย่าซีเรียสไปหน่อยน่า โกรธอะไรใครนักหนา”

“เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย”

“เอ...แต่ฉันว่าท่าทางอย่างเธอคงไม่ได้โกรธใครหรอก น่าจะหึงใครมากกว่า”

“หึงอะไร นายว่าฉันหึงใคร” ขิงตกใจหน้าแดง จะเอาเรื่อง

“ไม่บอก จะไปเก็บสายบัวมาทำแกงใช่ไหม เดี๋ยวฉันช่วยพายเรือให้นะ”

“ไม่ต้อง นายบอกฉันมา ว่านายว่าฉันหึงใคร”

“คนไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้แหละ” โซว์ยิ้มกวนๆ

ขิงยิ่งโกรธ ย้อนถามว่าหมายถึงตัวเขาหรือ โซว์ลอยหน้าถามยํ้าว่าใช่ไหม ตุ๊กเป็นคนบอกว่าเธอหึงตนกับรุ้ง ขิงหลบตาตวัดเสียง “ไม่ได้ชอบจะหึงได้ไง”

“ไม่หึงก็ดีแล้วหละ เพราะฉันไม่อยากให้เธอเสียใจ จริงๆแล้วจะว่าไป รุ้งเขาก็น่ารัก ขี้อ้อน สวย” โซว์แกล้งจี้ใจ ขิงพึมพำว่าเขาตาตํ่า โซว์ได้ยินกระเซ้าอีกว่า“อิจฉาเขาล่ะสิ”

ขิงโวยทำไมต้องอิจฉา โซว์ยื่นหน้าไปใกล้ กระซิบถ้าเธอหัดทำตัวเป็นผู้หญิงบ้างก็คงน่ารัก ขิงตกใจผลักเขาออก เขาไม่ทันระวังหงายหลังตกนํ้าไป ขิงหัวเราะสมนํ้าหน้า แต่พอไม่เห็นเขาโผล่ขึ้นจากนํ้าเสียทีก็ตกใจ

“เฮ้ย...อย่ามาล้อเล่น นายว่ายนํ้าเป็นไม่ใช่เหรอ ไอ้โซ่ ไม่ขำนะ” ขิงเริ่มกังวล ตัดสินใจโดดนํ้าลงไป ดำผุดดำว่ายหา

โซว์โผล่พรวดขึ้นมากอดเธอ...ขิงสะดุ้งทั้งด่าทั้งทุบตี โซว์หัวเราะร่า “ในที่สุดก็หลอกเธอได้สำเร็จ”

ขิงเขินตีนํ้าใส่เขา กลายเป็นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน...แต่พอความสนุกจบลง ทั้งสองก็โดนยายขมดุด่า เล่นอะไรไร้สาระ ไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าเป็นปอดบวมขึ้นมาใครจะแสดงแทน ทั้งสองสำนึกผิด แย่งกันขอโทษและรับผิดแทนกัน ยายขมโมโห

“ทำไมต้องมารับผิดแทนกันด้วย อย่าบอกนะว่าแกสองคนกิ๊กกัน”

“ไม่ใช่นะยาย ไม่ใช่ยังงั้น ที่ฉันบอกก็ไม่อยากให้ยายเข้าใจผิด แต่จริงๆนายโซ่ก็ไม่ดี ถ้าเขาไม่แกล้งขิงก่อน ก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”

“โห...ทิ้งกันเลยนะ ก็ได้ ผมยอมรับว่าเป็นความผิดผมคนเดียว พอใจยัง” โซว์น้อยใจ

“ดี ไอ้โซ่กล้าทำกล้ารับ งั้นแกรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปซ้อมลิเก ส่วนขิงทำผิดแล้วไม่ยอมรับ ยายจะทำโทษ” ยายขมลากขิงขึ้นบ้าน ขิงเหลียวมองโซว์โกรธๆ...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น โซว์กำลังช่วยตุ๊กขึงฉาก เห็นขิงเดินมาแต่ทำท่ายังโกรธตนอยู่ก็จ๋อย ตุ๊กปลอบใจเรื่องจิ๊บจ๊อย พลันตุ๊กรู้สึกว่าเวทีสั่นจึงร้องว่าแผ่นดินไหว

ยายขม ขิง และรุ้งวิ่งหาที่หลบกันวุ่นวาย เหลือโซว์ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่คนเดียว ทุกคนจึงได้เห็นว่า สาเหตุที่เวทีไหวเพราะโซว์นี่เอง ตุ๊กออกมาโวยทำไมถึงสั่นขึ้นมา โซว์เองก็ไม่รู้ พอใกล้เวลาต้องแสดงตนรู้สึกประหม่า รุ้งเข้ามากุมมือปลอบ ยายขมลูบหัวอย่างอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ครูบาอาจารย์ของเราทั้งหมดจะมาคุ้มครองให้เอ็งทำได้อย่างดีไอ้โซ่...” ยายขมหันมาประกาศ ตนฝากความหวังว่าคณะลิเกยายขมจะกลับมาได้ขึ้นอยู่กับทุกคน

สายตาทุกคนยิ้มอย่างมุ่งมั่น...หลังจากนั้น ขิงเอาชุดของโซว์มาแขวน ปัดเศษด้ายท่าทางหงุดหงิด “เชอะ คิดว่าคนอย่างฉันจะหึงนายงั้นเหรอ ไม่มีวันซะหรอก”

โซว์มายืนมองยิ้มๆข้างหลัง พอเห็นเธอจะเดินไป ก็คว้ามือไว้ เธอตกใจเอ็ดให้ปล่อย ไม่อยากเดือดร้อนเหมือนเมื่อวาน โซว์รีบขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เธอโดนตี ขิงถามแค่นี้ใช่ไหม

“ยัง ยังไม่หมด ฉันอยากจะขออะไรเธออย่างด้วย”

“นายนี่หน้าด้านจริงๆ ทำให้ฉันเดือดร้อนแล้วยังจะกล้ามาขออะไรอีก อยากจะขอก็ไปขอรุ้งเขาสิ เขา คงเต็มใจทำให้”

“ไม่ได้หรอก สิ่งที่จะขอมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้”

ขิงขมวดคิ้ว โซว์จ้องหน้าเดินเข้าหา ขิงถอยหนีจนชนกำแพง เขายื่นหน้าเข้ามายิ้มอ้อนวอน “ตอนนี้ฉันตื่นเต้นมากๆ กลัวว่าจะทำไม่ได้ ฉันอยากให้เธอให้กำลังใจ”

ขิงใจอ่อนลูบบ่าเขาปลอบ “นายต้องมั่นใจในตัวเองว่าทำได้ สำหรับฉันไม่มีแม้วินาทีเดียวที่จะไม่เชื่อมั่นในตัวนาย” พูดจบก็อายตัวเอง วิ่งหนีออกไป

โซว์มองตามยิ้มๆพึมพำถ้าไม่ใช่เพราะเธอ คน อย่างตนจะไม่ยอมทำอะไรอย่างนี้แน่...ในขณะที่โซว์ยังเดินไปเดินมาด้วยความกังวล แก้วกับยอดแอบเข้ามาหา ทำทีเป็นพูดจาดีด้วยว่าคิดได้แล้ว ไม่น่าทำเรื่องงี่เง่าที่จะให้ขิงแต่งงานด้วย โซว์ถามหมายความว่าจะไม่กลั่นแกล้งยายขมอีก แก้วพยักหน้าแถมบอกว่าเสร็จการแสดงลิเกจะเข้าไปขอขมายายขมทุกเรื่อง

โซว์หลงเชื่อ พอแก้วเสนอวิธีแก้ความตื่นเต้นที่นักร้องนักแสดงใช้กัน เขาก็สนใจ แก้วส่งขวดยาเล็กๆให้ บอกดื่มให้หมดจะไม่มีความตื่นเต้นอีก โซว์ลังเล แก้วจึงให้ยอดลองดื่มให้ดู โซว์เห็นยอดไม่เป็นอะไร จึงรับขวดยามาแล้วขอบอกขอบใจแก้ว

ทุกคนเตรียมพร้อมจะออกแสดง ตุ๊กเห็นแม่ยกถือพวงมาลัยติดเงินมากมายก็บอกโซว์ว่ารวยแน่ๆคราวนี้อย่าลืมแบ่งตนบ้าง โซว์ยังไม่เข้าใจนึกว่าพวงมาลัยรถ จะรวยได้อย่างไร

พอตุ๊กออกแขก ร้องได้สนุกสนาน คนดูหัวเราะกันครืน ยายขมเตือนโซว์ให้เตรียมพร้อม เขาไม่อยากให้ยายผิดหวัง ตัดสินใจดื่มยาแก้ตื่นเต้นของแก้วพรวดหมดขวด...สักพักก็เริ่มมึน เดินโซเซออกมาหน้าเวที เกิดอารมณ์คึก ร้องลิเกขึ้นมาใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องจันท–โครพ ตุ๊กตกใจพยายามร้องช่วยดึงเข้าเรื่อง ถึงคิวรุ้งรำออกมาก็ช่วยดึงเขาให้เข้าที่เข้าทาง แต่กลับโดนโซว์ร้องลิเกเป็นภาษาอังกฤษ คนดูเริ่มงงและโห่ร้อง ขิงรีบออกมาแก้สถานการณ์ ดึงโซว์ให้กลับมานั่ง แต่เขากลับวิ่งวุ่นชนรุ้งหล่นเวทีไป คนดูเริ่มขว้างปาของขึ้นมาบนเวที เป่าปากโห่ ยายขมยืนเศร้ามันเกิดอะไรขึ้น ขณะที่แก้วหัวเราะสะใจ ส่วนยอดหลับพิงเก้าอี้เพราะฤทธิ์เหล้าที่ดื่มเข้าไป

คืนนั้น ขิงต้องจัดการคืนเงินให้คนดูทุกคน แก้วเข้ามาเยาะเย้ย และยุชาวบ้านให้เรียกค่าปรับด้วย ยายขมเจ็บใจ

ooooooo

พัชรีแต่งตัวเป็นทอมเข้าไปในผับที่สุเมธเป็นผู้จัดการ ทำทีเป็นว่าเคยติดต่องานกัน พนักงานในร้านบอกว่าเขาถูกยิงตายไปแล้ว เธอกำลังจะซักถามต่อ พอดีเห็นอำนาจเข้ามา อำนาจมองดูเธอท่าจะ จำได้ เธอจึงรีบหลบกลับออกมา อำนาจมารายงานชรินทร์ว่ามีนักข่าวเข้ามาป้วนเปี้ยน ตนจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่สัมภาษณ์ติ๊งโหน่งที่วัด ชรินท์สั่งเก็บทันที

ปีเตอร์ตกใจเมื่อรู้ว่าพัชรีทำการเสี่ยงขนาดนั้น ก็ให้เธออยู่เฉยๆเอาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์กัน พัชรียังคงเชื่อว่าชรินทร์ไม่น่าจะเป็นฆาตกร เพราะเขาเป็นคนสนุกสนาน ชอบแจกเงินลูกน้อง ปีเตอร์แย้งว่าอย่ามองคนเพียงด้านเดียว ทุกคนมีด้านมืด ต้องสืบกับคนสนิทคือคนในครอบครัว พัชรีรีบบอกว่างานนี้เขาคงต้องลงมือเอง ปีเตอร์กลืนน้ำลายเอื๊อกด้วยความสยอง...

วันรุ่งขึ้น โซว์ตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวอย่างมาก เห็นรุ้งนอนอยู่ข้างๆก็ตกใจ รุ้งยังอยู่ในชุดลิเก หน้าตายังไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง เขาถอยหนีสุดขอบเตียง รุ้งโวยวายอย่าบอกว่าจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ โซว์หน้าซีดคิดว่าทำอะไรไม่ดีกับรุ้ง รุ้งคร่ำครวญ

“คิดแล้วเชียวว่าทำดีไม่ได้ดี อีรุ้งนะอีรุ้ง อุตส่าห์ทั้งดึงทั้งลากกลับมา ดูแลเช็ดตัว เช็ดหน้าให้ ถ้าไม่ได้รุ้งป่านนี้เสด็จพี่คงนอนตากยุงอยู่ที่โรงลิเกโน่น”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ไอ้เราก็นึกว่า...โล่งอก แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมเจ้าต้องพาเรากลับมาที่นี่ด้วย”

“นี่เสด็จพี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอเพคะ”

โซว์กับรุ้งมาที่โรงลิเก เห็นความเสียหาย ข้าวของล้มระเนระนาด ก็ถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ ขิงกับตุ๊กโวยใส่ ทำเป็นความจำเสื่อมเพื่อหนีความผิดหรือ รุ้งเล่าว่าเขาเหมือนผีบ้าเข้าสิง

“ฉันจำอะไรไม่ได้จริงๆ ฉันจำได้แค่  ไอ้แก้วเอาอะไรมาให้กินก็ไม่รู้ พอกินเข้าไปก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย”

ทั้งขิงและตุ๊กสงสัย รีบถามรูปร่างลักษณะบรรจุภัณฑ์ เขาอธิบายว่าเป็นขวดเล็กๆธรรมดาๆทั่วไป ตุ๊กให้ช่วยหาว่าหน้าตาอย่างไร โซว์ค้นหาตามพื้นจนเจอ ตุ๊กดมดูถึงกับผงะ มันคือเหล้าโรงแบบแรง ขิงโมโหมาก เอาขวดเหล้ามาให้ยายขม แต่ยายก็อดตำหนิโซว์ไม่ได้ ที่โง่ให้เขาหลอก ถึงจะรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ความเสียหายครั้งนี้มันคงฟื้นกลับมาได้ยาก ให้ทุกคนเตรียมตัวย้ายออกจากที่นี่ ขิงทั้งโกรธทั้งแค้น

ด้านปีเตอร์ เตรียมพร้อมเหมือนออกศึก พัชรีแต่งตัวเป็นชายผู้ติดตามมาที่บ้านชรินทร์ เขาอดถามเธอไม่ได้ว่าทำไมต้องกลับมาที่นี่อีก เธอตอบว่าถ้าอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ

“เธอก็พูดได้นี่ เธอไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศแบบเรานี่”

ไม่ทันขาดคำ ติ๊งโหน่งกรี๊ดกร๊าดออกมาต้อนรับ พอรู้ว่าชรินทร์กับคุณหญิงไม่อยู่ พัชรีก็ยุติ๊งโหน่งให้ชวนเจ้าชายขึ้นไปเล่นอะไรสนุกๆบนห้อง ปีเตอร์ถลึงตาใส่พัชรี เธอขยิบตา

“ไปเถอะเพคะ เดี๋ยวทางนี้หม่อมฉันจะจัดการเอง”

ปีเตอร์กลั้นใจยอมไปกับติ๊งโหน่ง จากนั้น พัชรีก็แอบเข้าไปในห้องทำงานชรินทร์ เพื่อหาหลักฐานว่าเขาเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมครั้งนี้หรือไม่ กำลังจะได้ความ อำนาจแอบเข้ามาคุยโทรศัพท์ ดีที่พัชรีหลบซ่อนใต้โต๊ะได้ทัน แล้วเธอก็ได้ยินอำนาจคุยงานเสียงเครียดหลังจากคุยกับหวานใจเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วว่า

“ทุกอย่างเรียบร้อยไหม แล้วทำไมพวกมึงถึงไม่จัดการมันไปวะ ถ้ามันมีปัญหามากนักก็จัดการมันไปเลย พวกแกก็เห็นแล้ว ไอ้นั่นมันเป็นยังไง...แค่นี้ก่อนนะ” อำนาจหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวโขกโต๊ะของพัชรี เขาขยับเข้ามาจะก้มดูใต้โต๊ะ

พลันได้ยินเสียงร้องของติ๊งโหน่ง เขาจึงรีบว่ิงออกไป พัชรีโล่งอก...ขณะนั้น ปีเตอร์กำลังโดนติ๊งโหน่งปลุกปล้ำ แทบจะพลาดท่าเสียที อำนาจโผล่พรวดเข้ามา ปีเตอร์ฉวยโอกาสผลักเธอกระเด็นแล้วทำทีบ่นว่ามีคนขัดจังหวะ หมดอารมณ์จะกลับ เขาเดินดุ่มๆลงมาข้างล่าง พัชรีวิ่งเข้ามา อ้างว่าไปห้องน้ำมา อำนาจมองอย่างสงสัยเพราะทางนั้นไม่มีห้องน้ำ

ทั้งสองกลับมาถึงโรงแรม พัชรีจูงมือปีเตอร์วิ่งเข้าที่ล็อบบี้ ต่างหยุดถอนใจ ปีเตอร์บ่นไม่ไหวแล้ว ใจหายใจคว่ำ พัชรีแย้ง

“เจ้าชายจะทรงตื่นเต้นทำไมล่ะเพคะ คนที่เสี่ยงน่ะหม่อมฉันคนเดียว”

“ดีนะ ที่เจ้ารอดมาได้” ปีเตอร์นึกได้ว่าจริง

“ก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน...เจ้าชายก็โชคดีนะเพคะ ที่รอดมาได้”

ปีเตอร์พยักหน้า ตัวเองก็เกือบไม่รอดจากติ๊งโหน่ง ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น พลันเสียงลัดลดาดังขัดจังหวะขึ้น “เจ้าชายเพคะ...เจ้าชาย”

“ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก” ปีเตอร์บ่นอุบทำหน้าเซ็ง

ลัดลดาเข้ามาเกาะแขนถามหายไปไหนมา ตนนั่งรอทั้งวัน เขาตอบอย่างเซ็งๆว่าไปทำธุระมา ลัดลดารีบเอ่ยปากเชิญไปงานเปิดโรงแรมเครือเจริญวัฒน์ของตน ที่เพชรบุรี ปีเตอร์ทำหน้างงกระซิบถามพัชรีว่าเพชรบุรีคืออะไร

“เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีทะเลสวยงามมากพะยะค่ะ เหมาะแก่การไปเที่ยวชมบิกินีของสาวๆมากที่สุด”

ปีเตอร์ตาโต ตอบตกลงทันที พรุ่งนี้ให้มารับ ลัดลดาดีใจจะขึ้นไปช่วยเก็บกระเป๋า ปีเตอร์ขยาดรีบทำเป็นปวดท้องขอตัวไปเข้าห้องนํ้าแล้ววิ่งไปทันที พัชรีรีบตามไป ลัดลดายิ้มกริ่ม วันนี้ปล่อยไปก่อน แต่พรุ่งนี้ไม่รอดแน่

ขึ้นมาบนห้องพักได้ ปีเตอร์ก็บ่น ทำไมถึงไม่มีผู้หญิงสวยๆมาตามจีบตนบ้าง มีแต่ช้างนํ้ากับนางงามพลาสติก น่าเบื่อ พัชรีขำแต่ก็เตือนสติว่า ทั้งสองอาจจะนำเขาไปสู่สิ่งที่ค้นหาอยู่ก็ได้

“แสดงว่าเจ้าไปรู้อะไรดีๆมาเหรอ”

“หม่อมฉันได้ยินนายอำนาจอะไรนั่น คุยโทรศัพท์กับใครไม่รู้ พูดอะไรแปลกๆเหมือนจะจัดการใคร”

“แล้วไอ้จัดการใครนี่มันหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่า ถูกเอาไปฆ่าไงเพคะ”

“ฮ้า...งั้นก็แสดงว่า บางทีท่านชรินทร์อาจจะเป็น...”

“เรายังสรุปอะไรไม่ได้หรอกเพคะ จนกว่าเราจะได้หลักฐานมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เราต้องห้ามทำอะไรที่มันกระโตกกระตาก เพราะไม่อย่างนั้น พวกมันอาจจะสงสัยเราได้”

ปีเตอร์กุมมือพัชรี “เจ้าช่างเป็นยอดหญิงจริงๆ ถ้าไม่มีเจ้าเราคงลำบากแย่”

พัชรีเขินอาย ปีเตอร์ทำตาอ้อนขอให้เธอช่วยอีกเรื่อง คือพรุ่งนี้ให้ไปเป็นไม้กันหมา เพราะสังหรณ์ใจว่าถ้าไปคนเดียวจะสูญเสียสิ่งที่รักษามานาน พัชรีอมยิ้มไม่อาจปฏิเสธได้

ooooooo

แค้นใจไม่หายที่แก้วมาทำให้การแสดงลิเกพังไม่เป็นท่า ขิงบุกเดี่ยวไปเอาเรื่องแก้วเสียสะบักสะบอมกลางตลาด กลับมาด้วยท่าทางหงุดหงิด ยายขมแปลกใจถามหลานสาวไปไหนมา

“ไปสั่งสอนคนชั่วนิดหน่อย แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมานั่งหน้าเครียดกันอย่างนี้”

“ก็ไอ้โซ่น่ะสิ มันบ้าไปใหญ่แล้ว อยู่ดีๆก็บอกว่าจะร้องลิเกที่ตลาด” ตุ๊กสาธยาย

ขิงหันมาถามโซว์ “นายเป็นอะไร อาหารไม่ย่อยหรือกินยาไม่ได้เขย่าขวด ถึงได้คิดจะทำอะไรพิเรนทร์ๆแบบนั้น”

“ไม่เห็นจะพิเรนทร์ตรงไหน พวกนักดนตรีเปิดหมวกเขาก็ทำกันทั้งนั้น” โซว์โต้

ขิงว่าพวกตนไม่ใช่ แต่โซว์เห็นว่าไม่ต่างกัน ตน เพียงอยากจะแก้ตัวที่ทำพลาดเมื่อวาน ตนจะทำให้ทุกคนกลับมาดูลิเกให้ได้ ตุ๊กถามมีแผนอะไร โซว์ชี้ที่หัวตัวเองว่ามันอยู่ในนี้ ตนขอแค่อาสาสมัครร่วมด้วยเท่านั้น ขิงกับรุ้งถอยออก ยายขมเคาะหัวด้วยไม้คู่ชีพคนละโป๊ก

“พวกแกสองคนไม่ต้องหนีไปเลยนะ พวกแกสองคนต้องไปช่วยกู้ชื่อเสียงของคณะลิเกของเรากลับมาให้ได้” ยายขมประกาศมุ่งมั่น

ตุ๊กเอาไม้เคาะปี๊บดังโป๊กๆ เพื่อเรียกความสนใจของผู้คนในตลาด “เจ้าข้าเอ๊ย เร่เข้ามา คณะลิเกยายขมจะมาเปิดวิกให้ท่านดูที่ตลาดแห่งนี้ รับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังซ้ำสองแน่”

ผู้คนที่ผ่านไปมาเบ้หน้า บางคนสบถออกมาว่าลิเกห่วยๆ ไม่มีใครอยากดู ตุ๊กหน้าเจื่อนหันไปส่งสัญญาณให้ออกมาช่วยกันบ้าง ขิงถามโซว์จะทำอย่างไรก็ทำ โซว์ตัดสินใจก้าวออกมาแล้วเริ่มร้องลิเกกลางถนน พร้อมทั้งรำอย่างอ่อน ช้อยสวยงาม ผู้คนเริ่มหยุดดู แล้วรุมล้อมเข้ามามากขึ้นๆ  เหล่าแม่ยกกรูมากอดและคล้องพวงมาลัยติดเงินให้โซว์ รุ้งไม่พอใจ ห้ามไม่ให้ใครหอมแก้มโซว์ ตุ๊กเอ็ดรุ้งให้หยุด โวยวาย

“แกไม่เห็นเหรอว่าชาวบ้านหันกลับมาสนใจไอ้โซ่อีกครั้ง”

“สนใจก็ดี แต่ฉันหวงนี่” รุ้งกระฟัดกระเฟียด

ขิงกระซิบตุ๊กไม่คิดว่าโซว์จะทำสำเร็จ สองคนมองโซว์ที่กำลังอ้อนบรรดาแม่ยก...ทั้งสามกลับมาเอาเงินให้ยายขม ยายนับได้จำนวนเกือบสองพันบาท ทั้งขิง ตุ๊ก และรุ้งตบมือดีใจกันยกใหญ่ ยายขมปราม แค่นี้ยังห่างไกลพระเอกเงินล้าน โซว์รับปากยาย ตนจะเป็นพระเอกเงินล้านให้ได้ ยายขมยิ้มน้ำตาคลอ ถ้าจริงตนก็จะมีเงินใช้หนี้เสียที

คืนนั้น ขิงเดินเข้ามาเห็นโซว์นั่งครุ่นคิดอะไรอยู่ริมน้ำ จึงเปรยว่า “จริงๆนายไม่ต้องพยายามขนาดนั้นก็ได้เรื่องหนี้สินเป็นเรื่องที่พวกเราก่อเอง พวกเราก็ต้องรับผิดชอบเอง”

“ถ้าผมมีเงินจ่ายค่าจ้างให้คุณ พวกคุณก็คงไม่ลำบากขนาดนี้”

“จะไปรื้อฟื้นอีกทำไม  เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไว้ให้เรื่องทุกอย่างมันจบ ฉันมั่นใจว่านายจะเอาเงินมาจ่ายฉันแน่ใช่ไหม”

“ผมจะให้คุณมากกว่าที่คุณคิดอีก...”

“ถามจริงๆเถอะ นายคิดถึงบ้านไหม”

โซว์เศร้าลงยอมรับว่าคิดถึงมาก ป่านนี้ทุกคนจะเป็นอย่างไรกันบ้างก็ไม่รู้ คงวุ่นวายน่าดู โซว์คิดถึงคำตรัสของเสด็จแม่วันที่เขาจะเดินทางมาเมืองไทย

“เจ้ารู้ใช่ไหมว่า ถ้าเจ้ากลับมาครั้งนี้ ชีวิตของเจ้าจะต้องเปลี่ยนไป เจ้าต้องทำเพื่อคนอื่น ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองอีกต่อไปแล้ว” นึกแล้วทำให้เขาหนักใจ

ตุ๊กเห็นโซว์เศร้าๆ จึงทำตลกให้หัวเราะ แต่เขาก็นิ่งเฉย จึงถามขิงว่าโซว์เป็นอะไร เธอสงสัยว่าเขาจะคิดถึงบ้าน โซว์เลี่ยงมายืนมองพระจันทร์ ไม่ทันไร มีเสียงแตรรถจักรยานยนต์ดัง เขาหันไปมอง เห็นขิงนั่งบนรถ ตบเบาะหลังให้เขามาซ้อนท้าย

“เอ้า ทำงงๆ เร็วๆสิ ช้าอดรถออกไม่รู้ด้วยนะ”

โซว์เดินไปนั่งงงๆ แล้วถามจะพาตนไปไหน ขิงตอบว่าไม่ต้องถามเดี๋ยวรู้เอง เธอบิดคันเร่งออกไป มาจอดริมทะเลยามค่ำคืน ขิงจูงมือโซว์เดินตามหาดทราย ให้เขาได้สัมผัสน้ำทะเล

“เวลาฉันเครียดหรือมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ฉันก็จะมาตะโกนระบายความอึดอัดที่นี่...ตามสบายนะ” ขิงตบไหล่โซว์เบาๆ ก่อนจะเดินออกไป

โซว์มองท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ก่อนจะตะโกนออกไปสุดเสียง “ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย มันผิดมากนักเหรอที่ผมแอบหนีมาที่นี่ ทำไมต้องลงโทษให้ผมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย”

ขิงได้ยินเสียงปลดปล่อยอารมณ์ของโซว์แข่งกับเสียงคลื่นแล้วรู้สึกสงสาร ตนช่วยได้เท่านี้ หวังว่าเขาคงจะดีขึ้น...

ooooooo

วันต่อมา ปีเตอร์มาตัดริบบิ้นเปิดโรงแรมให้กับวิชัย เหล่าคุณหญิงคุณนายปรบมือแสดงความยินดีกันพร้อมหน้า พัชรียืนอยู่ห่างๆ ลัดลดารีบเข้ามาเกาะแขนยืนเคียงข้างปีเตอร์ ให้แขกในงานชื่นชมว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม วิชัยอวดอ้างว่า

“ถ้าตระกูลเจริญวัฒน์ของเราได้ดองกับทางนิวแลนด์แล้ว รับรองเจริญวัฒน์ของเราต้องรุ่งเรือง กลายเป็นบริษัทใหญ่ติดอันดับโลกแน่ๆ”

“แต่คุณวิชัยก็ต้องรีบหน่อยนะคะ ได้ข่าวว่าทางคุณชรินทร์ก็ส่งลูกสาวตามประกบเจ้าชายเหมือนกัน” แขศิริ ไฮโซในงานเตือน

“ไม่อยากคุย เจ้าชายไม่ตาต่ำ เลือกยัยช้างนั่นแทนลูกสาวคนสวยของผมหรอกครับ” วิชัยมองลูกสาวที่ตามเกาะเจ้าชายอย่างภูมิใจ ไม่ได้สังเกตสีหน้าของปีเตอร์เลยว่าเซ็งสุดขีด

พอมีโอกาส ปีเตอร์มาดึงพัชรีที่กำลังจะหยิบอะไรกิน ลากออกไปจากโรงแรม โบกรถให้คนขับพาออกไปทันที ลัดลดาเห็นว่าเจ้าชายไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ไม่พอใจ สั่ง รปภ.เอากล้องวงจรปิดมาเปิดดูว่าผู้หญิง คนนั้นเป็นใคร

รถที่ปีเตอร์นั่งออกจากโรงแรม แล่นไปตามถนนที่สองข้างทางมีแต่ท้องทุ่ง พัชรีเปรย ถ้าใครรู้ว่าเจ้าชายแห่งนิวแลนด์ต้องวิ่งหนีผู้หญิงหัวซุกหัวซุนแบบนี้ มีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่

“เจ้าเชื่อเถอะว่าสิ่งที่เราทำเป็นประโยชน์ต่อประเทศนิวแลนด์อย่างยิ่ง รู้ไว้เถอะว่าเจ้าชายแห่งนิวแลนด์ทรงเลือกมากเรื่องผู้หญิงที่สุด” ปีเตอร์ถอนใจ

“แหม...พูดอย่างกับเจ้าชายไม่ใช่พระองค์เอง”

ปีเตอร์นึกได้กลบเกลื่อนว่าตนเองนี่แหละ พัชรีเสียดายที่เพิ่งจะได้เข้าไปเห็นอาณาจักรของเจริญวัฒน์ มิน่าทำไมชรินทร์ถึงอยากจะฮุบกิจการ ปีเตอร์ขมวดคิ้วถามว่าเธอสืบรู้อะไรมา พัชรียิ้มๆก็มันเป็นอาชีพนักข่าวของตน เธอถามว่าเขาจะไปไหนทำอะไรต่อไป ไม่ทันตอบ ปีเตอร์ตดป้าด ออกมา เหม็นตลบอบอวลไปทั้งรถ คนขับจอดรถข้างทางพัชรีเปิดหน้าต่างยื่นหน้าไปหายใจ ปีเตอร์ทนไม่ไหว วิ่งออกจากรถถามว่าตนจะเข้าห้องน้ำได้ที่ไหน แล้วจอดรถทำไม

คนขับตอบหน้าเจื่อนๆว่ารถเสีย ปีเตอร์ปวดท้องจนทนแทบไม่ไหว พัชรีเสนอให้ไปกลางทุ่ง เขาโวยจะให้เจ้าชายแห่งนิวแลนด์ไปยองๆกลางป่าได้อย่างไร ใครรู้เสื่อมเสียแย่ ว่าแล้วก็สั่งพัชรีให้หาห้องน้ำให้ตนเดี๋ยวนี้ พัชรีลนลาน

“ทรงใจเย็นๆเพคะ ทรงกลั้นไว้ก่อนนะเพคะ หายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยหายใจออก อึ๊บเข้าอึ๊บออก...อึ๊บเข้า...”

ปีเตอร์พยายามทำตามแต่ไม่ไหว วิ่งพล่านชนเข้ากับยายขมที่เดินสวนมา ยายขมโวยวายขวางทางทำไม พัชรีรีบขอโทษแทน บอกยายว่ารถพวกตนเสีย แล้วถามว่าแถวนี้มีห้องน้ำไหม ยายขมเห็นท่าทางปีเตอร์แล้วสมเพช จึงยอมพาไปเข้าห้องน้ำที่บ้าน

พอปีเตอร์ได้เห็นห้องน้ำบ้านยายขมเป็นแบบยองๆ ก็ตกใจนั่งไม่เป็น ยายหมั่นไส้ถ้าเรื่องมากก็ให้ไปเข้าที่อื่น แต่ความที่เขาอั้นไม่ไหวแล้ว จำต้องรีบเข้าไป เสียงป๊าดๆดังออกมา ตามด้วยกลิ่นตลบ ยายขมมองพัชรีที่หน้าบอกบุญไม่รับ ต่างพากันวิ่งออกไปจากตรงนั้น

“คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ ขี้เหม็นชะมัด” ยายขมเอายาดมมาสูด

พัชรีหน้าซีดขอยายดมบ้าง ไม่ทันไร โซว์ ตุ๊ก ขิง และ รุ้งเดินเข้ามา ตุ๊กกับรุ้งโวยวายว่าพัชรีเป็นใครมาแย่งยาดมยายขม ยายเอ็ดอย่าเสียมารยาทกับแขกของตน แล้วนึกได้ถามพัชรีว่าเป็นใครมาจากไหนกัน เธอกำลังจะอ้าปากตอบ ยายก็โพล่งออกมาเองว่า คงเป็นผัวเมีย

“ไม่ใช่จ้ะยาย คือฉันเป็นเลขา ส่วนคนนั้นเขาเป็นนักธุรกิจ เป็นเศรษฐีที่กรุงเทพฯ”

“เศรษฐีอะไรมาเที่ยวบ้านกระจอกๆแบบนี้” โซว์ โพล่งออกมา

ทั้งยายขม ขิง ตุ๊ก และรุ้งหันขวับมามองหน้าเขา โซว์รีบปิดปากรู้ว่าพูดผิด ยายขมตัดบทให้ไปหาอะไรมาให้แขกของตนทานก่อน รุ้งบอกว่าไม่มีอะไรเหลือ ขิงยื่นเงินที่ขายขนมได้ให้ไปซื้อ โซว์ถามทำไมต้องเลี้ยง คนพวกนี้รวยเก่าเรา เลี้ยงเขาแล้วพวกเราจะเอาอะไรกิน

ยายขมหันมาสอน “จำไว้นะไอ้โซ่ คนไทยถือมากเรื่องน้ำใจ ต่อให้ยากดีมีจนแค่ไหน แต่ถ้าใครมาถึงเรือนชาน เราก็ต้องเอาน้ำท่า อาหารอย่างดีมาต้อนรับ”

“อ๋อ งั้นฉันก็คงเข้าใจผิดมาตลอด เรื่องที่คนไทยทำอะไรเพื่อหวังเงิน ขอโทษทุกคนด้วยนะที่คิดอย่างนั้น”

ขิงจะออกไปซื้อของ โซว์จึงขอไปช่วยถือของ รุ้งวิ่งตามไปด้วย ตุ๊กเดินมาแถวห้องน้ำต้องอุดจมูก เห็นปีเตอร์สะโหลสะเหลออกมาจึงรีบประคอง ปีเตอร์ขอแอมโมเนีย ตุ๊กบ่น กลิ่นขนาดนั้นไม่มึนก็แย่แล้ว ว่าแล้วก็ส่งยาดมให้พร้อมกับบอกว่า 20 บาท ปีเตอร์มองหน้าก่อนจะล้วงเงินออกมาส่งให้ ตุ๊กหัวเราะร่วน

“ผมล้อเล่นครับ แหม ผมไม่ใจดำขนาดนั้นหรอก แค่ยาดมปื้ดสองปื้ด ว่าแต่เจ้านายมาเที่ยวเมืองไทย ได้ของติดไม้ติดมือไปฝากมาดามที่บ้านหรือยังครับ ไม่ว่าจะสร้อยคอ กำไล ตะเกียบ พวงกุญแจ หรือแม้แต่ขนมหม้อแกง ผมบริการท่านได้ในราคาพิเศษสุดๆครับ”

ตุ๊กเอาของมาโชว์ ปีเตอร์รีบบอกว่าตนกำลังรีบ แล้วเดินมาหาพัชรีถามว่ารถมาหรือยัง พัชรีโทร.ไปถามคนขับ ได้รับคำตอบว่าจะเสร็จวันพรุ่่งนี้ ปีเตอร์ตกใจ ตุ๊กรีบเสนอที่พักที่บ้านให้ในราคาพิเศษ...พอได้เห็นสภาพห้อง ที่ทั้งแคบและสกปรก แถมราคา 200 ดอลลาร์ ปีเตอร์รับไม่ได้จะไปหาโรงแรมอยู่ ตุ๊กบอกว่ามีรถอีแต๋นพาไป ค่ารถพาไปราคาเดียวกัน ปีเตอร์เซ็ง...

ooooooo

ท่านชายในสายหมอก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด