สมาชิก

ท่านชายในสายหมอก

ตอนที่ 3

หลังจากโดดลงแม่น้ำ โซว์โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ร้องเรียกหาขิงด้วยสีหน้าร้อนรนกังวลใจ เห็นขิงนอนคว่ำหน้าลอยน้ำขึ้นมาก็ตกใจ รีบเข้าไปพาขึ้นฝั่ง จับหงายพยายามผายปอด เขาเป่าปากเธอ และประสานมือจะกดลงที่หน้าอก ขิงลืมตาขึ้นมาตกใจตบหน้าเขาเพียะ

“คนฉวยโอกาส” ขิงด่า เอามือปิดหน้าอกตัวเอง

“นาย จะบ้าเหรอไง ฉันกำลังจะปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนาย...คิดมาได้ว่าฉันจะฉวยโอกาส ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย” โซว์ทำท่าขยะแขยงที่ขิงคิดว่าตนเป็นเกย์

ขิง นึกได้รีบเอ่ยปากขอโทษ แล้วถามว่าตอนนี้พวกเราอยู่ไหน โซว์ส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน ขิงโวยทันที พากระโดดลงมาแล้วไม่รู้ว่าที่ไหน โซว์โต้ หนีได้ก็ต้องหนีก่อน ขิงมองไปรอบๆมีแต่ต้นไม้ เหมือนอยู่ในป่า แล้วจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร...

ด้านปีเตอร์ หาทางจะเอาเอสดีการ์ดจากติ๊งโหน่ง คิดไปคิดมา จ้างพัชรีเป็นคนเข้าไปเอามาให้ พัชรีเข้าใจว่าคงมีภาพลับอะไรของเจ้าชายในนั้น จึงรับปากจะไปเอาคืนมา เพราะหวังจะตีแผ่ภาพนั้นในสกู๊ปข่าวของตน

ส่วนอำนาจกลับมารายงานชรินทร์ว่า ยิงขิงกับโซว์ตกรถไฟไปแล้ว คาดว่าตายแน่...ในขณะที่ขิงกับโซว์เดินหลงอยู่ในป่า ขิงหมดแรงเดินต่อไม่ไหว โซว์ตำหนิเป็นผู้ชายอะไรอ่อนแอ ขิงโวยแล้วฟูมฟาย

“ผู้ชายก็คนนะ มันต้องมีเหนื่อยมีเมื่อยกันบ้าง ใครจะบ้าพลังเหมือนนายล่ะ ผมไม่น่าบ้าจี้หนีตามนายมาเลย ดูสิต้องมาระหกระเหเร่ร่อน ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะออกไปได้รึเปล่า อนาคตผมต้องมาพังเพราะนายแท้ๆ เรียนก็ยังเรียนไม่จบ เงินจะสร้างบ้านให้ยายก็ยังไม่มี”

“นายคิดว่านายแย่คนเดียวเหรอไง ฉันเองก็มีพ่อมีแม่ มีบ้านที่ต้องกลับไปเหมือนกัน ฉันก็ไม่ได้อยากเจอเรื่องแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องคิดหาทางแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่ฟูมฟายไม่มีสติ” โซว์ทนไม่ไหวโต้กลับบ้าง

ขิงยังไม่หยุดฟูมฟาย ว่าเขารวยพูดอย่างไรก็พูดได้ แต่ตนทั้งจน พ่อแม่ก็ไม่มี ถ้าตนเป็นอะไรไป ยายจะทำอย่างไร ทำไมสวรรค์ต้องกลั่นแกล้ง พลันฝนตกซู่ลงอย่างหนัก โซว์โทษขิงไปต่อว่าสวรรค์ เขามองไปเห็นข้างหน้ามีกระต๊อบจึงพากันวิ่งไปหลบฝน

“ท่าทางจะไม่หยุดตกง่ายๆนะเนี่ย รีบถอดเสื้อเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” โซว์ถอดเสื้อตัวเอง เห็นขิงไม่ยอมถอดบอกไม่เป็นไร เขาย้ำ “ไม่เป็นไรได้ไง ถ้าไม่สบายขึ้นมาตอนนี้จะลำบากนะ”

ขิงทำหน้าไม่ถูก โซว์สังเกตเห็นหน้าอกขิงโตเพราะเสื้อแนบเนื้อ จึงถามว่าเล่นกล้ามอกหรือ ขิงอาย ด่าไอ้ลามก... โซว์ชักสงสัย จึงถามตรงๆว่าเป็นตุ๊ดหรือเปล่า ขิงตวาดกลับว่าเปล่า

“ถ้าเปล่าก็ถอดเสื้อสิ ไม่ต้องอายหรอกน่า”

“ไม่ถอด...” ขิงส่ายหัวดิก

โซว์ยิ่งสงสัย จะเข้าไปถอดให้ ขิงเอามือปิดหน้าอกถอยกรูดจนหลังชนกำแพง โซว์ยังก้าวตามเข้ามา เธอจึงตบหน้าเขา แต่เขาหลบทันกอดเธอหมับ ขิงตกใจร้องให้ปล่อย

“นายเป็นตุ๊ดแน่ๆ ยอมรับมาเถอะน่าบอย”

“ไม่ใช่นะเว้ย เฮ้ย ปล่อยนะ ปล่อย”

โซว์กอดขิงแน่น เธอพยายามดิ้นจนหลุด แต่เขายังจับแขนเธอไว้ได้ ทำให้ขิงล้ม โซว์ล้มตามลงไป มือตะปบหน้าอกเธอพอดี เขารู้สึกมันนุ่มนิ่มรีบดีดตัวออก

“นายไม่ใช่ตุ๊ด แต่เป็นกระเทยนี่หว่า”

“ไอ้บ้า...ฉันเป็นผู้หญิงต่างหากล่ะ” ขิงโกรธหลุดปากออกมา แล้วชกหน้าเขาเปรี้ยง

โซว์หงายเงิบไปทั้งเจ็บทั้งตกใจ...หลังจากความแตกแล้ว โซว์นั่งจมูกแดงอยู่มุมหนึ่ง ขิงนั่งหลบหน้าอายๆอยู่อีกมุม โซว์โกรธต่อว่าเธอที่โกหกหลอกลวง ขิงแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะเขาตาถั่วมองตนเป็นผู้ชายแต่แรกเอง

“ก็ผู้หญิงบ้าที่ไหน จะมาแต่งตัวเป็นผู้ชายเดินไปทั่วถนนข้าวสารแบบนั้น”

“ฉันไม่ได้ใส่เล่น ฉันใส่มาทำงานต่างหาก”

“แต่ถึงครั้งแรกฉันจะเข้าใจผิด แต่ครั้งที่สองนายจงใจหลอกฉัน”

“ก็ใช่...ฉันยอมรับว่าฉันจงใจใช้ความเข้าใจผิดของนาย แต่ขืนฉันบอก นายก็ไม่รับฉันเข้าทำงานล่ะสิ” ขิงยืดอกรับอย่างกล้าหาญ

โซว์ถามว่าอยากได้งานนี้มากหรือ ขิงยอมรับเพราะเงินดี โซว์เลียบเคียงถามแค่นั้นแน่หรือ ขิงโกรธลุกพรวดจะเอาเรื่อง ที่หาว่าตนเห็นแก่เงินจนคิดจะมาขายตัว โซว์ผงะถอย มองหน้าเธอแล้วนึกได้ว่าเธอคือคนที่ขโมยกล้อง ขิงยิ่งโกรธ คว้าอะไรได้ปาใส่

“ไอ้บ้า...ฉันไม่ได้ขโมยกล้องของนาย วันนั้นฉันเป็นคนจับโจรให้นายต่างหาก ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ฉันไม่น่ามายุ่งกับนายเลยจริงๆ โธ่เว้ย”

“นึกว่าหงุดหงิดเป็นคนเดียวรึไง ฉันเองก็ไม่น่ารับนายเข้ามาทำงานเลย นี่แหละนะผู้หญิง เรื่องมากวุ่นวาย คิดเล็กคิดน้อย เฮ้ย...งั้นเวลาที่นายอาบน้ำให้ฉัน...นายก็เห็นของฉันหมดแล้วสิ”

“คิดว่าอยากดูตายล่ะ ทุเรศ” ขิงอายจนหน้าแดงแต่ทำเป็นด่ากลบเกลื่อน

“ของแบบนี้จะไปรู้ได้ยังไง เธออาจจะหลงเสน่ห์ในความหล่อของฉันก็ได้”

“แหวะ พูดกับนายแล้วอารมณ์เสีย ถ้าถึงพรุ่งนี้เช้าเมื่อไหร่ นายไปของนาย ฉันจะไปของฉัน เราต่างคนต่างไป ไม่ต้องยุ่งกันอีก” ขิงสะบัดหน้าด้วยความโมโห
เวลาผ่านไป ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก โซว์ นอนอยู่สะดุ้งตื่นเพราะฝนสาดเข้ามา เขาจึงลุกขยับ สะดุดขิงล้มหน้าฟาด ขิงตกใจแต่ขำที่เห็นเขาล้ม เธอไล่ให้เขากลับไปนอนที่เดิม ห้ามข้ามเขตมาใกล้ตน พลันฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ขิงสะดุ้งโดดเกาะแขนโซว์ร้องว้าย เขายิ้มขำ พอเธอรู้สึกตัวก็ถอยออก โซว์เดินกลับไปนั่งที่เดิมซึ่งเปียก ขิงสงสาร โยนผ้าแถวนั้นให้เช็ดน้ำ แล้วต่างคนต่างนอนหันหลังให้กัน

เช้าขึ้น เสียงนกร้องปลุกขิงตื่นขึ้นมา เธอตกใจเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนกอดอยู่กับโซว์ เธอค่อยๆ แกะมือเขาออก โซว์ตื่นขึ้นมาพอดี เห็นหน้าขิงใกล้ๆรีบถามจะปล้ำตนหรือ ขิงหน้าเสียโวยว่าเขาหลงตัวเองแล้วลุกเดินหนีอายๆ โซว์บิดขี้เกียจแล้วลุกเดินตามขิงไป

ขิงหันมาไล่ไม่ให้เขาเดินตาม เพราะตกลงกันแล้วว่าต่างคนต่างไป โซว์ให้เธอมองว่า ทางเดินมีทางเดียว ขิงไม่พอใจจึงเร่งฝีเท้าเดินนำ โซว์แกล้งเดินแซง มาจนถึงถนนใหญ่ ขิงเริ่มเหนื่อยหอบ โซว์ถามขิงว่าตนจะโบกรถกลับกรุงเทพฯ ไปด้วยกันไหม

“ไม่ ฉันบอกแล้วไงว่าเราต่างคนต่างไป ฉันจะกลับบ้านที่เพชรบุรี” ทันใดมีรถกระบะแล่นมา เธอจึงโบกขออาศัยไปด้วย ขิงโบกมือให้โซว์ซึ่งยืนเหวอๆ ไม่รู้จะไปทางไหน

ooooooo

ข่าวในหนังสือพิมพ์ลงภาพติ๊งโหน่งร้องเพลงขณะที่ปีเตอร์เล่นเปียโน ลัดลดาเห็นแล้วไม่พอใจอย่างมาก บุกไปที่บ้านคุณหญิงฉาดประภา เพื่อจะเอาเรื่องติ๊งโหน่ง

ระหว่างนั้น ติ๊งโหน่งกำลังกอดเสื้อสูทปีเตอร์ สูดดมกลิ่นกายที่ติดอยู่ เผอิญมือจับโดนเอสดีการ์ดในกระเป๋า จึงล้วงออกมาวางบนโต๊ะอย่างไม่สนใจ เอาเสื้อสูทสวมให้ตุ๊กตาหมีตัวโตแล้วเอามากอดจูบ สาวใช้เปิดประตูเข้ามารายงานว่าลัดลดามาขอพบ เธออาย โวยไม่รู้จักเคาะประตู แต่พอได้ยินชื่อลัดลดาก็รีบแล่นลงมา

พอสองสาวเจอหน้าก็จิกกัดกันไม่ลดราวาศอกให้กัน พัชรีโผล่เข้ามาร้องทัก

“ต๊าย อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พัชรีจากสตาร์นิวส์ เจาะข่าวลึก เจาะข่าวดัง มาแล้วค่ะ”

สองสาวชะงักการทะเลาะกัน หันมากอดคอปรองดอง ให้สัมภาษณ์และโพสท่าถ่ายรูป ถึงขนาดติ๊งโหน่งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหลายชุด ลัดลดาก็ไม่ลดละ สั่งคนหอบชุดที่บ้านมาให้ พัชรีพยายามอดทนสัมภาษณ์และถ่ายรูปเพื่อหาโอกาสค้นหาเอสดีการ์ดให้เจ้าชาย ทำทีมาช่วยติ๊งโหน่งเลือกเสื้อผ้า และค้นหาไปด้วย จนเห็นเอสดีการ์ดวางอยู่บนโต๊ะก็รีบคว้ามาเก็บไว้ แล้วหาโอกาสหลบหนีไป สองสาวงงว่าพัชรีหายไปไหน

กลับเข้ามาอยู่ในรถได้ พัชรีรีบเอาเอสดีการ์ดใส่เครื่องโน้ตบุ๊กของตัวเองเปิดดูว่ามีภาพอะไรบ้าง แต่ทุกอย่างมืดมิดไม่มีภาพอะไรปรากฏ

ooooooo

รถที่ขิงอาศัยมาจอดที่ปั๊มน้ำมัน ลุงคนขับเอาข้าวเหนียวไก่ย่างให้ขิงกิน เธออดคิดถึงและเป็นห่วงโซว์ไม่ได้ว่าไม่มีเงิน ไม่รู้จักทาง ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง จึงขอร้องลุงให้กลับไปรับ

โซว์พยายามโบกรถ แต่ไม่มีคันไหนจอด เขาเริ่มอ่อนใจ ทันใด รถกระบะมาจอดตรงหน้า ขิงกระโดดลงมาจากหลังรถ

“ฉันว่าแล้วว่านายต้องยังไม่ได้ไปไหน”

โซว์หาว่าเธอมาเยาะเย้ย ขิงบอกให้มองตนในแง่ดีบ้าง แล้วชวนขึ้นรถไปพักบ้านยายตน อย่ากลับกรุงเทพฯให้โดนยิงตายเลย โซว์ลังเล ขิงรับรองความปลอดภัย เขาจึงยอมขึ้นรถไปด้วย...

ภายในโรงลิเกซึ่งเป็นของยายขม มีคนนั่งชมเพียง 5 คน เพราะความไม่สนุกและซ้ำซากจำเจของการแสดง แถมคนดูยังนั่งเม้า ไม่ได้สนใจการแสดง รุ้งซึ่งแสดงเป็นนางเอกไม่พอใจแกล้งด่ากระทบคนดู จึงเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น ถึงขั้นจะพังโรงลิเก ยายขมต้องมาขอโทษขอโพย สุดท้ายทุกคนกลับไปโดยไม่จ่ายเงินสักบาท ยายขมมองรุ้งด้วยความโมโห

“เพราะเอ็งคนเดียวเลยนังรุ้ง เอ็งด่าคนดูได้ยังไง”

“ก็พวกมันด่าฉันก่อน”

“เขาจะด่าเอ็งยังไง เอ็งก็ไม่มีสิทธิ์ไปด่าเขา พวกเขาเป็นผู้มีพระคุณกับเรา แล้วแบบนี้ใครจะมาดูลิเกของข้า”

รุ้งยักไหล่ไม่แคร์ พวกตัวแสดงอื่นๆและนักดนตรี พากันลาออกเพราะรู้ว่าไม่ได้ค่าตัวอีกตามเคย ยายขมห้ามแต่ไม่มีใครยอมอยู่ รุ้งได้ทียุให้ยายขมเซ้งกิจการ หันมาเปิดผับโชว์โคโยตี้ดีกว่า รุ้งเต้นให้ดูเป็นตัวอย่าง ยายขมทนดูไม่ไหวเอาไม้เกาหลังเขกหัวรุ้งร้องลั่น

“น้ำหน้าอย่างเอ็งเป็นได้แค่เต้นจ้ำบ๊ะ เอ็งอย่าเอามาเทียบกับลิเกซึ่งเป็นของสูง ข้าไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ คนมันถึงไม่ดูลิเกกันแล้ว เฮ้อ...” ยายขมโวยแล้วถอนใจ...

รุ้งแบกถุงเครื่องแต่งตัวลิเกเดินตามยายขมเข้ามาในบ้าน แล้วโยนถุงโครม ยายขมเอ็ดตะโรเกรงของจะพังเสียหาย รุ้งหันมาวีนหาว่ายายชอบบ่น น่าเบื่อ ยายขมเตือนว่าจากนี้ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยกันทำขนมขาย รุ้งไม่ยอม ยายจึงไล่รุ้งออกจากบ้าน รุ้งโกรธเข้าห้องเก็บของ ยายขมเหนื่อยใจทิ้งตัวลงนั่ง แล้วต้องสะดุ้งเพราะเหมือนนั่งทับใครบางคน

เสียงตุ๊กร้องโอ๊ย ลุกขึ้นนั่งยิ้มแหยๆว่าตนเอง ยายขมเห็นหน้าลูกชายก็ชักสีหน้าถามกลับมาทำไม

ตุ๊กโอดโอย แทนที่จะถามทุกข์สุข กลับทำเหมือนไม่อยากให้กลับมา

“ก็ใช่น่ะสิ กลับมาเอ็งก็ทำข้าเดือดร้อน ต้องจัดที่จัดทางให้เอ็งนอน ต้องหาข้าวหาปลาให้เอ็งกิน หรือว่าที่กลับมาเนี่ย เพราะไปมีเรื่องกับใครเขาไว้”

ตุ๊กอ้าปากหาจังหวะตอบ “คนที่ไปมีเรื่อง ไม่ใช่ฉันหรอกแม่ แต่เป็นหลานสุดที่รักของแม่ต่างหาก”

“ทำไม นังขิงมันทำอะไร หรือว่านังขิงมันท้อง...ข้าบอกเอ็งแล้วใช่ไหมว่าให้ดูแลหลานดีๆ แล้วเป็นไงถูกเจาะไข่แดงจนได้ ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ทำอะไร บ้านช่องอยู่ไหน แล้วมันได้กันตอนไหน ได้กันยังไง” ยายขมยิงคำถามจนตุ๊กเหวอแทรกจะตอบไม่ได้เสียที

ในขณะที่ขิงกับโซว์ลงรถที่ท่ารถ โซว์มองไปรอบๆท่าทางตื่นเต้นกับสภาพบ้านเมืองที่เห็น แก้วจิ๊กโก๋ประจำจังหวัดกับยอดลูกน้อง กำลังเดินดูดไอศกรีม ตาค้างเมื่อเห็นขิงกลับมากับผู้ชายหน้าตาดี แก้วหวั่นใจกลัวจะเป็นคนรักของขิง เพราะแก้วหลงรักขิงมานานแล้ว

ระหว่างที่ยายขมซักไซ้ตุ๊กว่าคนที่ทำขิงท้องเป็นใคร ตุ๊กอ้าปากจะตอบ รุ้งหอบกระเป๋าเดินออกมาลา ตุ๊กรีบถามจะไปไหน รุ้งบอกให้ไปถามยายขมเอาเอง ตุ๊กหันมาจะถามแต่ไม่ทัน เพราะยายขมยังต้องการคำตอบเรื่องขิง เขาจึงมีโอกาสอธิบาย

“คือ...ขิงมันไม่ได้ท้อง แล้วมันก็ไม่ได้มีผัว”

“อ้าว...แล้วทำไมไม่รีบบอก ปล่อยให้ข้าพูดบ้าบออยู่คนเดียวตั้งนาน”

ตุ๊กว่าแม่ไม่ยอมหยุดฟังตนเลย ยายขมถอนใจโล่งอกไม่ทันไร รถสองแถวมาจอดหน้าบ้าน รุ้งหอบกระเป๋าขึ้นนั่งคู่คนขับ ด้านหลัง ขิงกับโซว์ลงจากรถ โซว์เห็นบ้านทรงไทยก็ตื่นเต้น ขิงเข้ามาร้องเรียกยาย แล้วโผเข้ากอด ยายขมดีใจแต่พอเห็นโซว์ยืนยิ้มอยู่ก็ผละออกจากขิง โวย

“ไหนเอ็งบอกขิงมันไม่มีผัวไง แล้วที่ยืนอยู่นี่ล่ะ”

“ก็ผัวมันไงแม่ เฮ้ย...ไม่ใช่” ตุ๊กเคลิ้มไปกับภาพแม่ดีใจกอดหลาน

ยายขมไม่ฟังเสียง หันมาโวยโซว์ “ผู้ชายเฮงซวย นี่เอ็งกล้าเจาะไข่แดงหลานข้าเหรอวะ”

โซว์ไม่เข้าใจความหมาย ขิงจะอธิบายแต่หาช่องแทรกไม่ได้ “ยายจ๋า ฟังขิงก่อน”

“ไม่ฟังเว้ย เอ็งสองคนนอนด้วยกันมานานเท่าไหร่แล้ว”

“ครั้งเดียวครับคุณยาย เมื่อคืนนี้เอง” โซว์ตอบซื่อๆ

ขิงร้องเฮ้ย เอามือกุมขมับ ตุ๊กหันขวับมองขิง เธอส่ายหัวดิก ยายขมเดือด เงื้อหมัดชกหน้าโซว์หงายเงิบถึงสลบ แล้วเอามือป้ายจมูกท่านักเลงสุดๆ

ooooooo

ระหว่างที่โซว์สลบ ขิงมีโอกาสเล่าให้ยายฟังว่า โซว์เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อยากมาดูชีวิตชนบท ตนจึงพามาพักที่บ้าน เพื่อยายจะได้ค่าที่พักโฮมสเตย์ ยายขมเริ่มกังวลกลัวเจอข้อหาทำร้ายร่างกาย รีบตบหน้าโซว์รัวๆปลุกให้ฟื้น ตุ๊กร้องบอกทำแรงอย่างนั้น มีหวังตายจริงๆ ว่าแล้วก็ใช้วิธีของตัวเองปลุก ด้วยการถอดถุงเท้าออกมาแกว่งตรงจมูกโซว์ ยายกับขิงถึงกับเมินหน้าปิดจมูก ได้ผล โซว์ลุกพรวดขึ้นมาอ้วกแตกตุ๊กยิ้มแหยๆ ไม่คิดว่าจะได้ผลเกินคาด

ลุกขึ้นมาได้ โซว์ต้องนั่งให้ยายขมซักไซ้ “เอ็งชื่ออะไร ทำงานที่ไหน อยู่ประเทศอะไร พ่อแม่เป็นใคร แล้วมาเมืองไทยทำไม”

“โอ้โฮ ยายจ๋า ถามเป็นชุด เขาตอบไม่ทันหรอก เอาทีละข้อนะยาย” ขิงรีบปราม

โซว์ค่อยตอบทีละคำถามว่า ตนชื่อโซ่ มาจากประเทศนิวแลนด์ เป็นประเทศเล็กๆที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ยายขมถามว่ามาที่นี่ทำไม โซว์จะตอบว่าหนีคดีมา ขิงชิงโพล่งขึ้นว่า เขาอยากมาเที่ยวชนบทอย่างที่ตนบอก ยายขมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็อยากได้เงินค่าที่พัก

“ข้าให้เอ็งอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่เอ็งห้ามเข้าใกล้หลานสาวข้าเด็ดขาด เพราะขิงมันยังซิงๆอยู่”

ขิงสะอึก โซว์ถามว่าซิงแปลว่าอะไร ตุ๊กตอบแทนว่า บริสุทธิ์ ขิงอายเอ็ดตุ๊กไม่ให้พูดมาก โซว์อมยิ้ม ยายขมมองโซว์อย่างไม่ค่อยถูกชะตา

พอเดินไปห้องพัก ตุ๊กถามขิงทำไมไม่บอกความจริงยายว่ามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร ขิงรู้ว่าถ้ายายรู้เรื่องต้องไล่โซว์ออกไปแน่ โซว์ถามว่าถ้ายายรู้ทีหลังจะไม่โกรธหรือขิงตอบว่าโกรธแน่ แต่ไว้ถึงตอนนั้นค่อยแก้ปัญหา กำชับตุ๊กห้ามหลุดปากให้ยายรู้เด็ดขาด

ooooooo

เมื่อไม่ได้อะไรจากเอสดีการ์ด พัชรีจึงนำมาคืนให้ปีเตอร์ แล้วถามตรงๆว่าในนี้มีอะไร เขาตอบไปว่ารูปถ่ายเล่น ปีเตอร์ไล่พัชรีให้กลับไป วันนี้ไม่ต้องทำงาน เขาเดินเข้าห้องนอน เสียบเอสดีการ์ดเข้าคอมฯจะเปิดดู พัชรียังอยากรู้แอบย่องตามมาดูด้านหลัง ปีเตอร์เปิดไม่ได้เช่นกัน จึงลุกขึ้น พัชรีตกใจโดดขึ้นเตียงเอาผ้าห่มคลุมโปง

ปีเตอร์ลงนั่งบนเตียงเกือบทับพัชรี เขารู้สึกได้ว่ามี ใครอยู่ใต้ผ้าห่มจึงลุกเปิดผ้าออก เห็นพัชรีกำลังคลานหนี พัชรีหันมาเห็นเขายืนกอดอกมองก็หัวเราะกลบเกลื่อน ปีเตอร์ลากพัชรีออกมาห้องรับแขก เธอยกมือไหว้ขอร้องอย่าลงโทษตน เขาซักไซ้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ เป็นนักข่าวหรือปาปารัซซี่ พัชรีอึกอัก แก้ตัวไปว่าตนเป็นแฟนคลับ ปีเตอร์อึ้ง

พัชรีทรุดลงเกาะขาเขาร้องไห้รำพัน “หม่อมฉันหลงรักเจ้าชายมานานแล้ว ถึงแม้หม่อมฉันจะไม่เคยเห็นหน้าเจ้าชาย แต่ภารกิจที่เจ้าชายทรงทำเพื่อประเทศชาติ ทำให้หม่อมฉันประทับใจ พอหม่อมฉันรู้ว่าเจ้าชายจะเสด็จมาประเทศไทย หม่อมฉันจึงหาทางใกล้ชิด อยากถวายตัวเป็นข้ารองบาทรับใช้เจ้าชายทุกอย่าง”

ปีเตอร์รู้สึกดี “เอาล่ะ เราจะอภัยให้ ในฐานะที่เธอ จงรักภักดีกับเรา ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยเอานี่ไปกู้ข้อมูลให้เราที” เขาส่งเอสดีการ์ดให้เธอ พัชรีรับมาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

รู้สึกไม่ถูกชะตา ยายขมจึงแกล้งทำอาหารรสจัด พวกผัดกะเพรา ต้มยำ ผัดพริกขิง เพื่อแกล้งโซว์ ขิงแย้งเขาทานไม่ได้แน่ ยายกลับบอกว่า ถ้าคิดจะอยู่บ้านนี้ อยากรู้จักวิถีชาวบ้านก็ต้องกินให้ได้...ถึงเวลากินทุกคน นั่งล้อมวงกับพื้น โซว์นั่งอย่างยากลำบาก เห็นมีช้อนอย่างเดียวจึงกระซิบถามขิงไม่มีส้อมหรือ ยายขมได้ยิน สาธิตให้ดูว่า คนสมัยก่อนกินข้าวด้วยมือด้วยซ้ำ

“มันไม่สกปรกเหรอครับยาย”

“ถ้ามันสกปรก ข้าคงตายไปนานแล้ว ไม่มานั่งด่าเอ็งตรงนี้หรอก อยู่ที่นี่อย่าเรื่องมาก รีบๆกินซะ อย่ามานั่งเอ้อระเหย ละเลียดกิน ที่นี่เวลาเป็นเงินเป็นทอง”

โซว์ไม่กล้าซักถามอะไรอีก ก้มหน้าก้มตากิน แล้วรู้สึกอาหารเผ็ดมาก เขามองหาน้ำ จะหยิบกิน ยายขมตีมือเพียะ กินข้าวให้เสร็จก่อนค่อยกินน้ำ เขาเห็นน้ำแกงจึงซดโฮก ปรากฏเป็นต้มยำ เผ็ดมากขึ้นอีก ขิงรู้สึกสงสารแต่ช่วยอะไรไม่ได้

หลังทานอาหารเสร็จ โซว์ดื่มน้ำหมดเป็นขวดๆ ขิงจะเก็บจานชามไปล้าง ยายตีมืออีก ให้โซว์เป็นคนเก็บไปล้าง ถ้าทำไม่ได้ก็ไปตายเสีย โซว์ยกจานตามขิงมาที่กะละมัง เธอสอนวิธีล้างแก่เขาคร่าวๆ โซว์จัดแจงทำตาม แต่บีบน้ำยามากเกินควร ฟองฟูฟ่องจนจานลื่นหลุดมือทำทั้งกองหล่นแตก ยายขม ขิง และตุ๊กวิ่งมาดู ตกใจ เห็นโซว์ยืนหน้าซีด ยายขมโวยวายที่ทำจานสมัยบรรพบุรุษแตกหมด เอ็ดตะโรสั่งเขาไม่ต้องล้างชามอีกต่อไป ตุ๊กสงสารปลอบใจโซว์ว่าอย่าถือสายาย แกเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี โซว์สีหน้ากลัดกลุ้ม

เท่านั้นยังไม่พอ ยายขมยังแกล้งให้โซว์ใช้ห้องเก็บของเป็นห้องนอน ตุ๊กกับขิงเห็นใจจะช่วยทำความสะอาด ยายก็ห้ามให้เขาทำเอง โซว์จึงใช้วิธีปาดของออก ยายขมยังให้เขากางมุ้งเองถ้าไม่กางโดนยุงหามช่วยไม่ได้ ขิงจะสอนวิธีกาง ยายไม่ให้ยุ่งปล่อยให้เขาทำเองออกมาจากห้อง ขิงถามยายทำไมต้องโหดกับโซว์ ตุ๊กเห็นด้วย ยายโวย

“ทำไม่เป็นก็ต้องหัดทำสิวะ พวกเอ็งสองคนก็ไม่ต้องไปรับใช้มันมาก แค่นี้พวกฝรั่งก็ชอบเห็นคนไทยเป็นทาสมันอยู่แล้ว”

“เกลียดฝรั่งไม่หายเลยนะแม่”

“เออสิวะ ก็เพราะไอ้พวกต่างชาติพวกนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้คนไทยแทบจะไม่เป็นชาติ ที่ลิเกข้าไม่มีคนดู ก็เพราะมัวแต่ไปบ้าดูซีรี่ส์อะไรก็ไม่รู้”

“แต่ก็เพราะคนพวกนี้นะจ๊ะ ที่ทำให้ฉันส่งเงินมาให้ยายได้...ว่าแต่ตอนนี้ หนี้มันหมดลงไปบ้างรึยัง” ขิงนึกได้หันมาถาม

“ยัง...” ยายขมตอบห้วนๆ

“อะไรกันอ่ะแม่ ส่งเงินมาให้ตั้งเยอะตั้งแยะ มันหายไปไหนหมด แม่นี่ใช้ไม่ได้ สอนไม่รู้จักจำว่าถ้าได้เงินมา ก็ต้องอดต้องออม ไม่ใช่เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย” ตุ๊กได้ทีย้อนคำสอนแม่

ยายขมเคลิ้ม เอ่ยปากขอโทษไม่ได้ตั้งใจ พอนึกได้ก็ตบหัวลูก ตุ๊กหัวเราะแหะๆ ขิงถามว่ายายเอาเงินไปทำอะไรหมด หรือเอาไปค้ำประกันใครอีก ยายขมทำหน้าแหยๆอึกอักๆไม่ทันจะตอบ ได้ยินเสียงร้องของโซว์ให้ช่วยด้วย ทั้งสามรีบวิ่งไปที่ห้อง เห็นมุ้งพันตัวเขาจนวุ่นวายไปหมด ขิงถามยายจะทำอย่างไรดี ยายให้ช่วยกันตัดออกก่อนที่เขาจะหายใจไม่ออกตายเสียก่อน

เล่นเอาขิงกับตุ๊กหอบกว่าจะช่วยเอาโซว์ออกมาได้ ยายขมนั่งบ่น “มาอยู่บ้านข้าไม่กี่ชั่วโมง สร้างความฉิบหายวายป่วงไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เงินก็ไม่มีแถมยังเจอพวกล้างผลาญอีก ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้”

โซว์ยกมือไหว้ รับรองจะซื้อหามาคืน ขิงย้อนถามว่าเขามีเงินหรือ เขาส่ายหน้า ขิงจึงเอ็ดจำไว้ ถ้าทำอะไรไม่ได้ให้ถาม จะได้ไม่เดือดร้อน ตอนนี้จะนอนอย่างไรไม่มีมุ้ง ยายเอ่ยปากให้เอามุ้งของตุ๊กไปกางก่อน ตุ๊กโวยแล้วตนจะนอนอย่างไรยิ่งผิวบางอยู่ ยายหมั่นไส้ยกเท้าถีบ ตุ๊กคว้าเท้าแม่มาแกล้งเกา ยายขมหัวเราะก๊ากดิ้นไปมา สุดท้ายใช้เล็บข่วนหน้าตุ๊ก ถึงยอมหยุด

ooooooo

ตุ๊กนุ่งผ้าขาวม้า หน้าเป็นรอยเล็บข่วนพาโซว์มาอาบน้ำตุ่มหลังบ้าน โซว์นุ่งผ้าขาวม้าเช่นกัน ตุ๊กบอกว่า นี่เป็นตุ่มใส่น้ำเอาไว้อาบ แล้วหันไปหยิบขันที่ใส่อุปกรณ์ แปรงสีฟัน สบู่ แชมพู และยาสีฟัน พร้อมกับอธิบายไปเรื่อยว่า น้ำในตุ่มใช้ล้างจาน ทำอาหารและ อื่นๆอีกสารพัด พอหันกลับมา ไม่เห็นโซว์ก็แปลกใจ

“เอ้า...ไปไหนของมันวะ เมื่อกี้ก็คุยอยู่ดีๆ”

โซว์โผล่พรวดขึ้นมาจากตุ่ม “ฉันอยู่นี่...”

“จ๊ะเอ๋...ไอ้บ้า แกลงไปในตุ่มทำไมวะ”

“เอ้า ก็อาบน้ำไง ตุ่มไว้อาบน้ำเหมือนอ่าง ดีนะเนี่ย สบ๊ายสบาย น้ำก็เย็นชื่นใจ”

ตุ๊กร้องซวยแล้ว ให้โซว์รีบขึ้นมา ป่านนี้ขี้ไคลเต็มตุ่ม ถ้าแม่มาเห็นเป็นเรื่องแน่ โซว์ถามตนทำอะไรผิด ตุ๊กโวยว่าผิดมาก เขาโชว์ขันแล้วบอกว่าตุ่มน้ำต้องใช้ขันตักอาบทีละขัน

“ฮ่าๆๆๆน่ะเหรอ” โซว์ชูขันของตัวเอง

ตุ๊กถามหัวเราะทำไม โซว์ชูขันอีกครั้งพร้อมหัวเราะ ตุ๊กเริ่มเข้าใจ เอาขันเคาะหัวโซว์

“ขัน...ตกลงเอ็งนี่มันเก่งหรืออ่อนภาษาไทยกันแน่วะ”

โซว์ยุให้ตุ๊กลองลงไปแช่ในตุ่มว่าเย็นสบาย เขาดันตุ๊กลงไป ตุ๊กรู้สึกว่าเย็นสบายจริงๆ พลัน โซว์เห็นยายขมเดินมากับขิง จึงเตือนตุ๊กให้ขึ้นมา ตุ๊กกลับเข้าใจว่าเขาเร่งให้ขึ้นเพราะอยากลงบ้างจึงไล่ให้ไปรอห่างๆ ยายขมส่งเสียงเข้มถาม แน่ใจว่าไม่ออกมา ตุ๊กสะดุ้งหน้าซีด

“นี่แหละที่ฉันจะบอก” โซว์ยิ้มแหยๆก่อนจะแก้ตัวแทนตุ๊กว่าตนเป็นคนยุให้เขาลงไปเอง

เห็นยายขมยืนนิ่ง โซว์บอกตุ๊กด้วยความดีใจว่ายายไม่ด่า ยายขมโกรธจนควันออกหู วีนขึ้นมา “เออ... อย่างกูไม่ด่าหรอก แต่กูจะฆ่ามึง”

โซว์ตกใจถอยกรูดแทบไม่ทัน ผ้าขาวม้าเกี่ยวปากตุ่มหลุด ขิงร้อง อ๊าย...ยายขมตาโพลง โซว์อายรีบดึงผ้ามาพันตัว

ทุกคนกลับขึ้นบ้าน โซว์นั่งก้มหน้าอายๆให้ยายขมด่า “แก ไอ้หน้าวอก ด่าไม่ทันขาดคำก็ทำระยำ ตำบอนอีก ไปเลยนะ คืนนี้แกต้องไปตักน้ำมาใส่ตุ่มให้เต็มตามเดิม ไม่เต็มไม่ต้องนอน”

ขิงแย้งว่ามันดึกแล้ว แต่ยายขมไม่ยอมเพราะพรุ่งนี้จะเอาน้ำที่ไหนใช้ และห้ามใครช่วย...ขิงกับตุ๊กยืนมองโซว์ตักน้ำจากบ่อมาเทใส่ตุ่มอย่างทุลักทุเล หกเรี่ยราด ขิงสงสารบอกตุ๊กให้ไปช่วย ตุ๊กอ้างคำสั่งยาย ขิงจึงต่อว่า

“ทีหลอกเอาเงินเขามาตั้งเยอะยังทำได้ แค่ช่วยเขาแค่นี้ ทำเป็นคนไม่มีน้ำใจ ใจร้ายใจดำ ใจทรามใจหมา...”

“บรู้ว...เฮ้ย...ข้าเป็นน้าเอ็งนะเว้ย ด่าอยู่ได้”

“ถ้าน้าไม่ช่วย ฉันไปช่วยเองก็ได้”

“ทำไมเอ็งต้องดูแลมันขนาดนี้ด้วยวะ ไอ้ขิง”

“อ้าว ก็ถ้าไม่ดูแล เกิดมันตายไป หรือเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ฉันก็ชวดเงินห้าหมื่นน่ะสิ”

“เออ จริงด้วย” ตุ๊กเห็นด้วยจึงเข้าไปช่วยโซว์ตักน้ำ

ยายขมยืนมองอยู่บนบ้าน ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ที่ลูกหลานขัดคำสั่ง ยายเข้าห้องมามองชุดลิเกที่วางเรียงรายน้ำตาไหล ตนคงต้องเลิกเล่นลิเกแน่ๆแล้ว จึงตัดใจเอาชุดเหล่านั้นใส่ลัง

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยายขมกลับจากใส่บาตร ขิงจัดวางอาหารเช้า ไปชะเง้อมองทำไมโซว์ยังไม่ตื่นออกมา ยายขมเห็นบ่นว่าขี้เกียจสันหลังยาว ห้ามใครไปปลุก ตื่นสายก็ไม่ต้องกินข้าว ไม่ทันไรเสียงแก้วมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน ก่อนจะเดินเข้ามากับยอด พอเห็นขิงก็ดีใจ

“นึกว่าน้องขิงของพี่จะหลงแสงสี ไม่กลับมาบ้านนอกซะแล้ว”

“ถ้ากลับมาแล้วต้องมาเจอคนอย่างนาย ก็ไม่อยากกลับมานักหรอก”

แก้วเชยคางขิง “ปากร้ายเหมือนเดิมนะจ๊ะน้องขิง”

ตุ๊กดึงมือแก้วออก ยายขมถามมีธุระอะไร แก้ววางมาดมาทวงดอกเบี้ยแทนพ่อกำนันเก่ง ยายขมโวยว่าขูดรีดดอกเบี้ยโหด ตนจะเอาที่ไหนมาให้ แก้วขู่จะยึดบ้านและที่นา ยายขมโมโหเอาไม้เกาหลังเขกหัวทั้งแก้วและยอด ตะเพิดให้ออกจากบ้าน

เสียงเอะอะทำให้โซว์ตื่นเดินออกมา แก้วเห็นโซว์ในสภาพชุดนอน ก็ปราดไปกระชากคอเสื้อ “ไอ้หัวแดง แกกล้าเจาะไข่แดงน้องขิงของข้าเหรอ”

ขิงได้ยินโมโห ดึงไม้จากมือยายมาฟาดหัวแก้วโครมๆ เขาร้องลั่น ขิงไล่แก้วให้กลับไปอย่ามาพูดจาพล่อยๆ แบบนี้ แก้วกุมหัวถามว่าไม่ได้เป็นผัวเมียกันหรือ

“จะเป็นได้ยังไง เขาเป็นเพื่อนฉัน” ขิงโวย

“เป็นเพื่อน...ถ้าไม่ใช่ผัว น้องขิงของพี่ก็ยังไม่ได้ถูกเจาะ...”

“ไอ้บ้า...อยากกลับหรืออยากตาย” ขิงเงื้อไม้เกาหลัง

แก้วรีบบอกว่า ถ้าตายแล้วเกิดใหม่มาคู่กับขิงได้ตนก็ยอม ขิงฟาดเปรี้ยงลงไป แก้วหลบวิ่งหนีออกจากบ้านแทบไม่ทัน ตุ๊กถอยมาดึงโซว์หลบ บ่นผู้หญิงบ้านนี้ทำไมดุกันจริง โซว์กลับเดินเข้ามาถามยายขมว่าเป็นหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ ตนจะช่วย ยายขมโกรธ เอาไม้ตีหัวเขาเอ็ด

“ช่วยงั้นเหรอ นอนตะวันสายโด่ ตื่นสายจะไปช่วยอะไรใครได้ หา...” ยายขมเดินไป

โซว์กุมหัวป้อยๆ ตุ๊กเปรยไม่น่าหาเรื่องแต่เช้า ขิงแอบเอาข้าวมายื่นให้ เขาถามทำไมยายถึงต้องดุในเมื่อตนหวังดี ขิงอธิบาย

“นายจำไว้เลยนะ ผู้ใหญ่ ยังไงเขาก็ไม่อยากให้เด็กอย่างพวกเราไปยุ่งเรื่องเงินของเขา ถ้านายอยากจะช่วย ก็ไม่ควรพูดโพล่งอย่างนั้น มันน่าเกลียด”

โซว์พยักหน้าพอจะเข้าใจ ขิงยังบอกถึงกฎระเบียบของที่บ้าน “ห้ามตื่นช้ากว่าหกโมงเช้า ตื่นแล้วก็ต้องลงมาช่วยขนน้ำไปไว้ในห้องน้ำ แล้วก็ต้องรีบไปช่วยยายทำอาหารสำหรับตักบาตรแล้วต้องช่วยขนไปไว้หน้าบ้าน รอจนยายตักบาตรเสร็จ ก็ต้องเข้าไปช่วยยายทำอาหารเช้า ตั้งโต๊ะ แล้วต้องรอให้ยายอนุญาตก่อน ถึงจะกินข้าวได้ และระหว่างกินข้าวห้ามคุย...”

“โอ๊ย ทำไมกฎมันเยอะยังงั้น นี่ยังไม่จบอาหาร เช้าเลยมีกฎตั้งกี่ข้อแล้วเนี่ย ไว้เธอค่อยๆสอนฉันทีละนิดแล้วกัน ฉันสัญญานะว่าจะพยายามปรับตัวไม่ให้ยายเธอต้องเดือดร้อน” โซว์ยิ้มให้ขิงอย่างจริงใจ เธอเห็นรอยยิ้มรู้สึกเขิน รีบผละเดินหนี

ooooooo

พอได้กลิ่นขนมหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน โซว์จึงเข้ามาขอช่วย ยายขมกำลังเจียดใบตองสำหรับห่อขนมตาล ขิงขูดมะพร้าวอยู่ จึงเสนอยายขมว่าให้โซว์ช่วยตำถั่ว พวกงานที่ต้องออกแรงยกให้เขาทำ ยายพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ โซว์ยกสากตำอย่างแรง ถั่วหกกระจายออกนอกครก

ยายขมเสียงเขียว “นี่ถามจริงเหอะวะไอ้หน้าวอก แกคิดว่าแกเป็นเจ้าชายมาจากเมืองไหนวะ ถึงได้ทำตัวไม่ติดดิน กะอีแค่ตำถั่วในครกก็ตำไม่ได้”

“เอาล่ะ ไหนๆยายก็รู้แล้ว ฉันจะบอกยายก็ได้ว่า ฉันน่ะเป็นเจ้าชายมาจาก...”

ตุ๊กโพล่งตัดบท “โดนหลอกด่าแล้วยังไม่รู้ตัวอีกไอ้โซ่”

โซว์ยืนกรานว่าตนเป็นเจ้าชายจริงๆ ยายขมหัวเราะเยาะและว่า “เออก็ดีนะ แหม...ข้าขาดเจ้าชายอยู่พอดีเลย เอ้...จะให้เป็นเจ้าชายอินทรชิต หรือเจ้าชายฟ้าลั่นป่านแดงดีหว่าข้าจะได้พาขึ้นโรงลิเกข้าซะเลย”

โซว์ไม่รู้จักจึงถามว่าลิเกคืออะไร ยายขมโกรธ อคติกับพวกฝรั่งอยู่แล้ว หาว่าทำเป็นอยากรู้เรื่องลิเกเอาใจ จึงสั่งขิงเอาโซว์ไปไกลๆตน โซว์ถือครกติดมือออกมา หน้าจ๋อยๆ ขิงเห็นแล้วสงสาร เขาเปรยว่ายายคงเกลียด

ตนมาก ทำอะไรก็ผิดไปหมด ขิงปลอบอย่าไปถือสา

“จะไปถือสาได้ไง ฉันต้องพึ่งพายายของเธอนะ แต่ฉันอยากรู้ว่าไอ้ที่ยายเธอพูด ลิ...ลิอะไรน่ะ มันเป็นยังไง”

ขิงอธิบายว่าศิลปะของไทยอย่างหนึ่ง มีทั้งร้อง และรำ โซว์บอกว่าตนเคยดูโขนกับรำไทย ขิงตอบว่า คล้ายๆกัน เพียงแต่ลิเกจะออกตลกกว่า ดูเข้าใจง่าย
โซว์อยากดูบ้าง ขิงสลดลงบอกว่ายายเลิกคณะไปแล้วโซว์เสียดายแทนทำไมต้องเลิก

“ก็เพราะไม่มีคนดู แล้วยายฉันก็หมดตัวเพราะลิเก ที่ฉันต้องหาเงิน ทำงานงกๆ อย่างนี้ ก็เพราะอยากหาเงินมาใช้หนี้ให้ยาย”

“พวกเธอลำบากกันมากอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องมารับ ภาระดูแลฉันอีก ฉันขอโทษนะที่เคยคิดว่าเธอทำทุกอย่าง ก็เพื่อเงิน”

“ช่างมันเถอะ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่”

ขิงเดินมาเอากะทิที่เย็นแล้วไปจะเทใส่หม้อเต้าส่วน โซว์ขอช่วย  ขิงเห็นว่าไม่น่ายาก  จึงบอกเขาว่า ให้ค่อยๆ ตักกะทิ 3 ทัพพีใส่หม้อและคนไปด้วยเบาๆตนจะไปดูขนม ตรงโน้น ขิงเดินไปแล้ว โซว์มองหาว่าทัพพีคืออะไร เขาไม่รู้จัก จึงตัดสินใจเทหมดชาม แล้วไปตักมาอีก จนครบ สามชาม  ยายขมผ่านมาเห็นร้องลั่น

“เฮ้ย นั่นเอ็งทำอะไรวะ ไอ้หน้าวอก...”

ขิงรีบกลับมาเห็นกะทิเต็มหม้อเต้าส่วน ยายขมโวยอุตส่าห์กวนมาทั้งวัน เสียหายหมด ใครจะกินได้ เค็มขนาดนี้ ขิงต่อว่าโซว์มันยากตรงไหนแค่ใส่กะทิ 3 ทัพพี เขาตอบว่า ยากตรงที่ไม่รู้ว่าทัพพีคืออะไร ตุ๊กหัวเราะก๊าก กลายเป็นความผิดของขิงไป โซว์ขอโทษยายและรับรองจะชดใช้ให้ ยายขมด่ายกใหญ่ตามประสา โซว์เสียใจรู้ตัวว่าทำให้ครอบครัวนี้เดือดร้อนมามาก จึงขอลาไปจากที่นี่ ขิงรีบถามว่า ไม่มีเงินแล้วจะไปอยู่ไหนได้อย่างไร

“ถ้ามันอยากไปก็ให้มันไป ไม่ต้องไปง้อ” ยายขม หมั่นไส้ แต่ในใจก็ห่วงๆ

“ฉันขอโทษกับสิ่งที่ฉันทำ และขอบคุณสำหรับน้ำใจที่ยายช่วยเหลือ”

“โซว์ยกมือไหว้แล้วเดินออกไป ตุ๊กกับขิงตามมาห้ามอย่าไป แต่เขารู้ว่าอยู่ต่อไปก็จะเป็นภาระ ตนจะออกไปหางานทำเอาเงินมาใช้คืน ฝากบอกยายว่า ตนจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด

ขิงเริ่มไม่พอใจ “อ๋อลืมไปว่านายมันคนรวยก็เลยชอบ แก้ปัญหาด้วยเงิน งั้นก่อนไป นายก็คืนเงินที่ติดฉันมาก่อนสิ”

โซว์รับปากจะคืนให้ ตุ๊กปรามอย่าพูดแบบนั้น ตอนนี้เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ โซว์ยังไม่เข้าใจความหมาย ขิงโกรธสะบัดหน้าเดินกลับไป เขางงว่าเธอโกรธอะไร

“นายนี่นะ มันซื่อบื้อไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงทั้งแก่ ทั้งสาวเล้ย ให้ตายสิ ไอ้โซ่เอ๊ย” ตุ๊กบ่น

ooooooo

พัชรีพาปีเตอร์เอาเอสดีการ์ดมาให้ที่ร้านซ่อม เขาไม่ให้เธอเปิดเผยว่าตนเป็นเจ้าชาย พนักงานขอเวลาวันสองวัน ปีเตอร์บอกว่าตนจะมารับเอง พัชรีทำทีน้อยใจว่าเขาไม่ใว้ใจ ฉะนั้นตนจะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีกแล้ว ปีเตอร์ยังต้องการความช่วยเหลือจากเธออีก จึงตกลงให้เธอมาเอาให้ กำชับห้ามเปิดดูก่อน เธอรับปากแต่สายตามีเลศนัย

พอถึงเวลามาเอา พนักงานบอกพัชรีว่า เอสดีการ์ด เสียหายมาก ตนกู้รูปออกมาได้แค่รูปเดียว ว่าแล้วก็ยื่นซองรูปที่ปริ้นออกมาให้ เธอรับมาแล้วแอบเปิดออกดู

รูปไม่ค่อยชัด แต่มองออกว่าเป็นคนถือปืนจะยิงใคร ที่เห็นเด่นชัดคือแหวนมรกตที่นิ้วมือคนถือปืน...เงยหน้ามา พัชรีเจอปีเตอร์ยืนหน้าตึงอยู่ก็ตกใจ เขาต่อว่าที่เธอขัดคำสั่ง พัชรีทำเป็นร้องไห้น้อยใจ เขาใจอ่อนจนได้

ทั้งสองกลับมาที่โรงแรม ปีเตอร์ยอมให้พัชรีช่วยสแกนรูปเข้าคอมฯ แล้วขยายดู เห็นแหวนชัดเจนขึ้น ปีเตอร์บอกว่าต้องหาคนที่ใส่แหวนนี้ให้เจอ ถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ในขณะที่โซว์เดินมาถึงท่ารถ ล้วงกระเป๋ากางเกงมีเศษเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ เผอิญรุ้งหอบกระเป๋าลงจากรถสองแถว สวมแว่นดำอันโต เดินหลบๆมา แก้วกับยอดเห็นเข้าไปกวน

“จะไปไหนล่ะจ๊ะแม่รุ้งเจ็ดสี ไปกรุงเทพฯแล้วไม่ได้ดีเหรอจ๊ะ ถึงได้รีบกลับมา”

รุ้งด่ากลับ แก้วโมโหเข้าไปกระชากแว่นเธอออก เห็นตาช้ำปากช้ำเหมือนโดนตบตีมา รุ้งอายวิ่งตามจะเอาแว่นคืน จึงชนเข้ากับโซว์ กำลังจะด่า แต่พอเห็นหน้าเขา กลับตะลึงถึงกับเพ้อ

“เจ้าชาย เจ้าชายของรุ้ง”

โซว์ตกใจ เธอรู้ได้อย่างไรว่าตนเป็นเจ้าชาย...รุ้งพาโซว์มาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เขากินเสียหลายชาม เขาถามทำไมเธอถึงเรียกตนว่าเจ้าชาย หรือรู้อะไรมา รุ้งตอบว่า หล่อขนาดนี้ไม่เรียกเจ้าชายจะให้เรียกว่าอะไร โซว์จึงเข้าใจแล้ว เขาถามเธอว่ามีที่พักฟรีๆที่ไหนบ้างไหม ตนทำกระเป๋าเงินและพาสปอร์ตหาย รุ้งรีบบอกว่าไม่มีปัญหา ชวนไปนอนบ้านตัวเอง

ด้านขิงให้ตุ๊กออกตามหาโซว์ด้วยความเป็นห่วง ขิงมาช่วยยายขมพับชุดลิเกลงกล่องเก็บ ตุ๊กกลับมารายงานว่าไม่พบ ยายขมหมั่นไส้บอกว่าไม่ต้องไปสนใจแล้ว เขาตัดสินใจไปเอง...ขณะเดียวกัน รุ้งพาโซว์นั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้านยายขม โซว์ตะลึงพยายามจะบอกเธอว่าตนไม่เข้าไป แต่รุ้งก็ลากเขาเข้าไปจนถึงห้องพัก พยายามปลุกปล้ำ โซว์ร้องให้คนช่วย ยายขม ขิง และตุ๊กได้ยินเสียงตกใจรีบวิ่งมาดู เห็นโซว์กำลังยันรุ้งไว้

“คุณพระ คุณเจ้า ผีป่าเทวดาช่วยลูกช้างด้วย” ยายขมอุทาน

“ไอ้โซ่ ไอ้บ้า นายทำบ้าอะไรเนี่ย นายออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ช่วยผมด้วย ใครก็ได้ช่วยเอาผู้หญิงคนนี้ออกไปที”

“เอ้า ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ เอ็งสองคนไปช่วยมันสิ” ยายขมสั่ง

ขิงกับตุ๊กช่วยกันแยกรุ้งออกจากโซว์ ทั้งสอง

โดนยายขมเอาไม้เคาะหัว รุ้งร้องลั่น ยายขมเอ็ดตะโร ไม่ให้มาทำเรื่องอุบาทว์ในบ้านตน รุ้งอ้างว่าคนรักกันก็ต้องดู๋ดี๋กันบ้าง

“รักกันชอบกัน แกไปรักกับมันมาชาติไหนวะไอ้รุ้ง” ยายขมประชด

“ก็ตอนฉันไปกรุงเทพฯ ฉันก็ไปเจอ...เจ้าชายชื่ออะไรนะ” รุ้งหันไปถาม ตุ๊กตอบแทนว่า ชื่อโซ่ “อ๋อๆไปเจอโซ่เราสองคนก็รัก...เย้ย...ทำไมน้าตุ๊กรู้จักชื่อเขาล่ะ”

“เอ้า ก็ฉันกับไอ้ขิงเป็นเพื่อนมันน่ะสิ”

“งั้นก็แสดงว่า ยาย ขิง แล้วก็น้าตุ๊ก รู้จักพระสวามี ของฉันแล้วน่ะสิ ดีเลยจะได้ไม่ต้องแนะนำตัวกันให้เสียเวลา”

ทั้งตุ๊กและยายขมเอ็ดรุ้ง โซว์สั่งรุ้งอย่ามายุ่งเกี่ยวกับตนอีกเด็ดขาด เขาพยายามจะอธิบายกับยายขม แต่เธอเดินหนี โซว์เคืองลุกจะเดินออกจากบ้าน ตุ๊กห้าม เขา โพล่งขึ้นว่า

“ไม่ ฉันต้องไป สายเลือดกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”

รุ้งมองอย่างประทับใจ ร้องลิเกประกอบการเดินจากไปของโซว์ ก่อนจะวิ่งตามไปเกาะแขน เขาพยายามสะบัดรุ้งออก เธอไม่ยอมเพราะกว่าจะเจอหล่อๆแบบนี้เสียที แก้วกับยอดผ่านมาเห็น แก้วไม่พอใจหาว่าโซว์จะกวาดผู้หญิงสวยๆไปหมดหมู่บ้าน จึงเบิ้ลเครื่องมอ– เตอร์ไซค์เข้าใส่ ตุ๊กกำลังเอ็ดรุ้งให้ปล่อยโซว์ พอเห็นรถแก้วพุ่งมาก็ร้องเตือนทั้งสองคนให้ระวัง

รุ้งปล่อยมือจากโซว์ เขาเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ยังโดนเฉี่ยวล้มกลิ้งไปตามถนน แก้วหัวเราะสะใจไม่ทันระวัง จึงชนเข้ากับต้นมะพร้าวตกไปในคูน้ำข้างทาง...ยายขมกับขิงได้ยินเสียงวิ่งออกมาดู ขิงเห็นโซว์นอนหมดสติกลางถนนก็ตกใจ วิ่งเข้าไปประคอง เขย่าให้รู้สึกตัว

“นายโซ่...ไอ้โซ่ นายอย่าเพิ่งมาตายนะ ไอ้โซ่...”

ทุกคนหน้าเสียตกใจเป็นห่วงโซว์...

ooooooo

ท่านชายในสายหมอก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด