ข่าว

วิดีโอ



ลิขิตเสน่หา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

หลังทราบความจริงว่าตนเองโดนภูมิชายหลอกทำดีด้วยมาตลอด ณนนท์จึงให้ความร่วมมือกับตำรวจซึ่งจับนายศักดิ์ลูกน้องของเขาได้เมื่อหลายวันก่อน

โดยคืนนี้ณนนท์กับตำรวจไปแอบซุ่มจับลูกน้องของภูมิชายได้อีกคนขณะนำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของเจ้านาย ครั้นเช้าขึ้นข่าวนี้ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์โดยพาดหัวข่าวว่า “จับยาเสพติดลอตใหญ่ พัวพันไฮโซดัง” ภูมิชาย ได้อ่านก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที สบถออกมาอย่างโกรธจัด

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย ทำงานกันประสาอะไรวะ”

เขาคว้าโทรศัพท์มือถือมากดโทร.ออกเพื่อหาตัวช่วย แต่ยังไม่ทันจะมีใครรับ สาวใช้ก็เดินนำตำรวจเข้ามา

“คุณภูมิชายใช่ไหมครับ เรามีหลักฐานว่าคุณเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ขอเชิญให้ปากคำด้วยครับ”

ภูมิชายวางโทรศัพท์มือถือลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิดหนักว่าจะเอาตัวรอดยังไงดี เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ ภูมิชาย ปั้นยิ้มเหมือนไม่มีอะไร ให้ปากคำด้วยท่าทีใจเย็น

“โธ่...ตอนแรกผมก็ตกใจหมด ยังงงๆอยู่เลยว่ามีคนให้การแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ผมไม่เคยทำอะไรเลย ที่แท้ก็เป็นการเข้าใจผิดนี่เอง”

“ผู้ต้องหาบอกชัดๆว่าคุณเป็นคนบงการ คุณยังหาว่า เข้าใจผิดอีกเหรอ”

“บอกแต่ว่าชื่อภูมิชาย นามสกุลก็ไม่รู้ หน้าก็ไม่เคยเห็น แล้วคุณตำรวจแน่ใจได้ยังไงครับว่าเป็นผม ขนาดชื่อ นามสกุลตรงกันยังจับแพะออกบ่อยไป จริงไหมครับ”

ตำรวจหน้าเครียด ไล่ภูมิชายไม่จนกระดาน ทันใดนั้นเอง ศักดิ์ใส่กุญแจมือเดินเข้ามากับตำรวจอีกนาย โดยมีณนนท์และยี่หวาเดินมาตามด้วย

“แล้วถ้าผมช่วยยืนยันยังจะกลัวว่าจับแพะอีกรึเปล่าครับคุณภูมิ”

“ไอ้ศักดิ์...นี่มันอะไรกัน แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ภูมิชายตกใจ

ศักดิ์มองภูมิชายด้วยสายตาเคียดแค้นเกลียดชัง...พลางนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่ตนมาพบภูมิชายแล้วได้เงินก้อนหนึ่งจากเขา

“ฉันบอกแกแล้วว่าให้เก็บตัวเงียบๆ แล้วมันเกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง”

“ผมขอโทษครับนาย ไม่คิดจริงๆว่าตำรวจจะตามไปถึงบ้านผม แต่ได้เงินจากนายคราวนี้ผมรับรองว่าจะกบดานแถวชายแดน มีอะไรผมก็ข้ามประเทศหนีไปเลย ไม่ให้เดือดร้อนมาถึงนายอีก”

“รู้ก็ดีแล้ว ฉันหาคนมาพาแกหนีให้แล้ว เดี๋ยวแกไปซะคืนนี้เลยก็แล้วกัน”

“ได้ครับนาย ขอบคุณครับ”

ภูมิชายทำดีต่อหน้า แต่พอลับหลังก็ให้ลูกน้องอีกคนตามไปเก็บศักดิ์ แต่ศักดิ์หนีรอดไปได้ แล้วตัดสินใจไปมอบตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นตำรวจก็ติดต่อณนนท์เพื่อให้ช่วยหาหลักฐานมัดตัวภูมิชาย

รุ่งขึ้นณนนท์ทำทีไปพบภูมิชายที่สำนักงานทนายความเพื่อปรึกษาเรื่องรื้อฟื้นคดีที่เอนิตาฟ้องร้องได้ลูกไปดูแล แต่ความจริงเขาต้องการเข้ามาติดเครื่องดักฟังเอาไว้ในห้องทำงานก่อนที่ภูมิชายจะมาถึง

เมื่อแผนสำเร็จ เครื่องดักฟังการพูดคุยระหว่างภูมิชาย กับลูกน้องจึงเป็นหลักฐานสำคัญมัดภูมิชายให้ดิ้นไม่หลุด

“หลักฐานมัดแน่นขนาดนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม”

ภูมิชายไม่ตอบตำรวจ แต่มองณนนท์ด้วยสายตาเคียดแค้น

“ฉันเสียใจจริงๆที่ดูคุณผิดไป คุณภูมิ”

“มันไม่ใช่อย่างงั้นนะยี่หวา ผมถูกใส่ร้าย คุณต้องเชื่อผมนะ”

“ฉันเคยเชื่อคุณค่ะ ถึงได้แนะนำให้นนท์มาเป็นลูกความของคุณ แต่คุณก็หักหลังเขา แล้วก็ทำลายความเชื่อใจที่ฉันมีให้คุณ แล้วคุณจะให้ฉันเชื่ออะไรอีกล่ะคะ”

ยี่หวาพูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที ภูมิชายมองหน้าณนนท์เขม็ง ณนนท์ไม่สน เดินตามยี่หวาออกไป

“มาเข้าเรื่องของเราดีกว่าครับคุณภูมิชาย ตกลงคุณจะยอมรับสารภาพไหมครับ”

ภูมิชายปรายตามองศักดิ์ แล้วหันมาพูดกับตำรวจ “ผมไม่มีอะไรจะสารภาพทั้งนั้น ทั้งหมดมันก็แค่การจัดฉาก ผมจะสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด”

ภูมิชายแววตาแข็งกร้าว แม้จะดูนิ่งๆแต่ในใจแค้นณนนท์ถึงขีดสุด

ooooooo

เห็นยี่หวานิ่งเงียบตั้งแต่ออกจากสถานีตำรวจมา ณนนท์เข้าใจว่าเธอเสียใจเลยปลอบโยน

“อย่าเสียใจเลยคุณ รู้ความจริงตอนนี้ก็ยังไม่สาย”

“ฉันไม่ได้เสียใจ แค่เสียความรู้สึกเท่านั้นเอง ตอนแรก ก็นึกว่าเป็นคนดี ที่ไหนได้...ดีนะที่ฉันไม่หลวมตัวคบไป”

“พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณยังไม่ได้คบกับเขา ทำไมคุณต้องหลอกผมด้วย”

“ฉัน...เอ่อ...ฉัน...” ยี่หวาอึกอัก จะบอกว่าเอนิตาขอร้อง ก็ไม่ได้

“คุณต้องการให้ผมตัดใจจากคุณเพื่อให้ผมกลับไปอยู่กับนิตา ไข่ตุ๋นจะได้ไม่ต้องขาดพ่อแม่ใช่ไหม”

ณนนท์เดาได้ถูกเผง ยี่หวาจำต้องรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ค่ะ”

“งั้นก็แสดงว่าใจจริงคุณยังรักผมอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม บอกผมสิยี่หวา”

“ค่ะ ฉันยอมรับ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือไข่ตุ๋น ฉันอยากให้แกมีกำลังใจจากทั้งพ่อและแม่ แกจะได้ต่อสู้กับโรคนี้ได้”

“แต่คุณดูแลไข่ตุ๋นได้ดีกว่านิตาอีกนะ ไข่ตุ๋นต้องมีความสุขมากกว่าแน่ๆ ถ้ามีคุณคอยดูแล”

“แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ใช่แม่แท้ๆของไข่ตุ๋น แล้วคนที่ไข่ตุ๋นต้องการมากที่สุดในเวลานี้ก็คือคุณกับคุณนิตา ไม่ใช่ ฉัน...ยอมรับความจริงเถอะค่ะนนท์ ถ้ากลับกัน คุณก็ต้อง ทำเหมือนที่ฉันทำเหมือนกัน เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

ยี่หวาเดินเลี่ยงไป ณนนท์ได้แต่มองตามด้วยสายตาเศร้าสร้อย...จัดการเรื่องภูมิชายไปได้ แต่ตนกับยี่หวาก็ยังต้องแยกกันเดินอยู่ดี

ooooooo       

แม้ปากจะบอกทั้งเพื่อนและคนในครอบครัวว่าทำใจเรื่องสุดยอดได้แล้ว แต่ยาหยีก็ยังเผลอเหม่อลอยให้ทุกคนเห็นอยู่บ่อยๆ

วันนี้ก็เช่นกัน ขณะเอากล้าไม้ปลูกลงกระถาง เธอตักดินใส่จนพูนแล้วพูนอีกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด...ห่างออกมาหน่อย ยี่หวา วุ้น ก้อย ยืนมองยาหยีด้วยความเป็นห่วง

“ยัยหยีจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานไหมคะเนี่ย” วุ้นบ่น

“ก้อยไม่อยากเห็นหยีเป็นแบบนี้เลย ต่อหน้าพวกเราก็ลั้นลาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลับหลังก็นั่งซึมกะทือเป็นหุ่นยนต์ทุกที”

“ตั้งแต่งานแต่งงานของสุดยอด พี่ไม่เคยเห็นเขาร้องไห้อีกเลย สงสัยคงแอบไปร้องไห้คนเดียว เพราะไม่อยากให้พวกเราเป็นห่วง”

“วุ้นละหนักใจจริงๆ เมื่อไหร่จะลืมอีตาสุดยอดได้ซะทีก็ไม่รู้”

“กว่ายัยหยีจะรักใครซักคนได้ก็ยากมากแล้ว ให้เลิกรักมันก็ยิ่งยากมากกว่า...พี่ว่าอกหักคราวนี้ยัยหยีคงเข็ดเรื่องความรักไปอีกนานเลยล่ะ”

เสียงโทรศัพท์มือถือวุ้นดังขึ้น นัทโทร.มานั่นเอง นัทต้องการให้วุ้นพายาหยีมาที่สตูดิโอของพี่ยิ่งด่วน วุ้นแปลกใจถามว่ามีอะไร แต่นัทไม่ยอมบอก ให้รีบมาแล้วจะรู้เอง

เมื่อพากันไปถึงสตูดิโอ เจอนักข่าวกลุ่มหนึ่งวิ่งกรูเข้าไปด้านใน วุ้นร้องถามพี่ๆร่วมอาชีพว่ามาทำข่าวอะไรกัน คำตอบที่ได้ก็คือ

“ข่าวเด็ดของเจ้าแม่แอ๊บแบ๊วน่ะสิ มีคนเขาโทร.มาตาม บอกว่ามีช็อตเด็ดห้ามพลาด พวกพี่ก็เลยรีบมากัน...พี่เข้าไปก่อนนะวุ้น”

นักข่าวกลุ่มนั้นผละไปแล้ว...นัทกับว่านวิ่งออกมาจากสตูดิโอหน้าตาตื่น ยาหยีถามมีอะไรกัน ว่านไม่ตอบแต่บอกให้ตามมาเร็ว ยาหยีกับวุ้นจึงวิ่งตามพวกเขาไปทางห้องแต่งตัวที่นักข่าวมุงเต็มหน้าประตู พอนักข่าวเห็นยาหยีก็หันมาถ่ายรูปกันใหญ่ ว่านกับนัทพายาหยีและวุ้นแหวกทางเดินเข้าไปในห้อง ยาหยีอึ้งไปทันทีเมื่อเห็นกระจกบานใหญ่มีตัวหนังสือเขียนด้วยลิปสติกสีแดงว่า

“หน้าหนายาหยี...แย่งสามีเพิร์ลลี่”

นักข่าวตามเข้ามายื่นไมค์จ่อปากยาหยี ถามว่าพอจะเดาได้ไหมว่าฝีมือใคร ว่านกับนัทกระซิบกันเองว่าแบบนี้ ไม่ต้องเดาแล้ว ดูก็รู้ว่าฝีมือยัยแอ๊บจริตจิตจะหลุดเพิร์ลลี่

ทันใดนั้นเอง เสียงกรี๊ดของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทุกคนหันไปมองทางหน้าประตูก็เห็นเพิร์ลลี่กับชม้อยก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ

“ต๊ายตาย...ตายๆๆๆ ใครน่ะช่างใจร้ายกล่าวหากันได้แบบนี้”

“อ้าว ไม่ใช่เธอหรอกเหรอเพิร์ลลี่ ฉันนึกว่าฝีมือเธอซะอีก” วุ้นพูดโพล่ง

“ฉันจะไปทำอย่างงั้นทำไม” เพิร์ลลี่ตีหน้าซื่อเดินเข้าไปจับมือยาหยี “ฉันเปล่านะหยี คงมีใครซักคนที่ทนไม่ไหวออกมาด่าเธอแทนฉัน”

ชม้อยฉวยโอกาสจีบปากจีบคอกับนักข่าวว่า “อันนี้คุณแม่ขอเม้นต์นะคะ ว่าไม่ใช่ฝีมือน้องเพิร์ลลี่จริงๆ น้องเพิร์ลลี่ไม่มีวันแทงข้างหลังใครแบบนี้แน่ค่ะ มีแต่คนอื่นเท่านั้นที่จ้องจะตีท้ายครัวแย่งสามีน้องเพิร์ลลี่ตลอดเวลา” พูดแล้วชำเลืองมองไปทางยาหยีเท่านั้นเอง คำถามก็พรั่งพรูออกจากปากนักข่าวที่แย่งกันจ่อไมค์มาหายาหยี

“น้องหยีมีความเห็นต่อเรื่องนี้ยังไงบ้างคะ”

“เขาเม้าท์กันว่าน้องหยียังมีเยื่อใยกับสุดยอดสามีของเพิร์ลลี่ จริงรึเปล่าคะ”

“ยังมีการติดต่อกันอยู่ใช่ไหมครับ”

ทุกคำถามล้วนทำให้ยาหยีต้องใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างยิ่ง...เธอตอบหนักแน่นว่า

“หยีไม่เคยติดต่อกับสุดยอด หยีขอไม่ออกความเห็นใดๆทั้งสิ้นค่ะ”

ตอบเสร็จ เธอพาตัวเองไปพ้นจากตรงนั้นทันที นักข่าวทำท่าจะตามแต่ถูกว่านกับนัทช่วยกันขัดขวาง ยาหยีเดินลิ่วออกไปหยุดหน้าสตูดิโอแล้วร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สุดยอดวิ่งเข้ามาเห็นจะคว้ามือเธอ แต่เธอรีบเดินหนี

“หยี...เดี๋ยวก่อน ว่านโทร.ไปตามผมบอกว่ามีเรื่อง มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ”

“มีเรื่องอะไรเหรอ ไปถามภรรยาของคุณโน่น แล้วไม่ต้องยุ่งกับฉัน”

ยาหยีเดินลิ่วจากไป สุดยอดได้แต่มองตามงงๆ ขณะนั้นในสตูดิโอ เพิร์ลลี่กับชม้อยกำลังสร้างภาพให้สัมภาษณ์นักข่าว

“ถ้าเพิร์ลลี่เป็นยาหยี เพิร์ลลี่ก็ทนไม่ได้หรอกค่ะ โดนด่าประจานกันแบบนี้ เพิร์ลลี่อยากบอกยาหยีว่าเพิร์ลลี่สงสารและเห็นใจเขาม้ากมากเลยค่ะ”

“เห็นมั้ยคะน้องๆนักข่าวขา ลูกสาวคุณแม่ก็เป็นงี้

ล่ะค่ะ จิตใจดี นี่ขนาดโดนเขาแย่งสามียังมีเมตตาสงสารเขาอีกนะคะ”

“เพิร์ลลี่เห็นใจค่ะ คนเราก็มีหลายด้านหลายมุม แต่โดนงัดเอาด้านมืดออกมาประจานแบบนี้ เป็นใครก็คงแบกหน้าต่อไปในสังคมไม่ได้หรอกค่ะ”

“คนทำก็ช่างชั่ว ถ้ามีผัวก็ขอให้ผัวทิ้งๆไปเลย... สาธุ้” วุ้นพนมมือท่วมหัว...เพิร์ลลี่ชะงัก โกรธปรี๊ดขึ้นมา

“หยุดนะ! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้”

“ทำไมจ๊ะ เธอกลัวอะไร เธอไม่ใช่คนทำซักหน่อย อย่าร้อนตัวสิจ๊ะ” พูดแล้ววุ้นมองไปยังโทรศัพท์มือถือของนักข่าวที่กำลังยื่นมาอัดเสียงเพิร์ลลี่ สีหน้าวุ้นเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ เธอขอยืมโทรศัพท์มือถือนั้นมาแล้วไล่กดหาเบอร์โทร.เข้า “เบอร์นี้ใช่ไหมพี่ที่
โทร.ตามพี่ๆมา”

วุ้นชูโทรศัพท์ขึ้นตรงหน้าแล้วกดโทร.ออก ครู่เดียวเสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทุกคนมองหาต้นเสียง ชม้อยทำหน้ามีพิรุธ เพราะเป็นเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของตนนั่นเอง

เพิร์ลลี่ตกใจแอบกระซิบแม่ว่าทำไมไม่เปลี่ยนซิมโทร.หานักข่าว ชม้อยกระซิบตอบว่าแม่เปลี่ยนแล้วแต่ลืมเปลี่ยนกลับ

“แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมคะว่าฝีมือใคร” วุ้นยิ้มเยาะ

นักข่าวทุกคนหันมองเพิร์ลลี่กับชม้อยเป็นตาเดียว สองแม่ลูกยิ้มแหยๆ แต่ยังปฏิเสธว่าเปล่านะ จังหวะนี้เอง สุดยอดเดินเข้ามา สายตาทุกคู่จึงเปลี่ยนทิศไปอยู่ที่เขา

สุดยอดกัดฟันกรอด เดินไปลบข้อความบนกระจก แล้วหันมาประกาศกับนักข่าว

“ผมไม่เคยนอกใจเพิร์ลลี่ ถ้าใครมีหลักฐานว่าผมคิดไม่ซื่อหรือมีคนอื่น ผมให้เลยยี่สิบล้าน คุณด้วยเพิร์ลลี่...ถ้าคุณยังไม่เลิกหาเรื่องใส่ความยาหยี วันไหนเขาฟ้องหมิ่นประมาทคุณขึ้นมาละก็...ผมนี่แหละจะเป็นพยานให้เขาเอง”

สุดยอดผลุนผลันออกไป เพิร์ลลีี่รีบวิ่งตาม นักข่าวทำท่าจะตามไปด้วยแต่ถูกชม้อยกางกั้นก่อนเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องงานของเพิร์ลลี่ที่กำลังจะโกอินเตอร์

สุดยอดกลับออกมาด้วยความโมโห เพิร์ลลี่ตามมากระชากเสียงถามเขาว่า

“ทำไมพี่ยอดจะต้องทำแบบนี้ด้วย นี่มันฉีกหน้าเพิร์ลลี่ชัดๆเลยนะ”

“แล้วคุณล่ะเพิร์ลลี่ คุณทำแบบนี้ทำไม”

“ก็เพิร์ลลี่พยายามรักษาชีวิตคู่ของเรายังไงคะ เพิร์ลลี่ไม่ยอมให้นังหน้าหนาไร้ยางอายคนไหนมาแย่งพี่ยอดไปจากเพิร์ลลี่เด็ดขาด โดยเฉพาะนังยาหยี”

“พอแล้วเพิร์ลลี่ อย่าเอายาหยีเข้าไปเกี่ยว เขาไม่เคยยุ่งอะไรกับผมเลยตั้งแต่ผมแต่งงานกับคุณ ยิ่งคุณทำแบบนี้ผมยิ่งสะอิดสะเอียนที่ต้องอยู่กับคุณเห็นหน้าคุณทุกวัน”

“เพิร์ลลี่อยากให้พี่ยอดรักเพิร์ลลี่บ้าง ไม่ต้องมากเท่าที่รักยาหยี เอาแค่รักเท่าที่เราเคยรักกันก็พอ แค่นี้พี่ยอด ให้เพิร์ลลี่ได้ไหมคะ”

สุดยอดนิ่งไปนิด นึกถึงความรักที่ตนมีให้ยาหยีแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น พูดด้วยน้ำเสียงห่างเหิน

“จำไว้นะเพิร์ลลี่ ตราบใดที่ผมยังได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณ ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ผมจะไม่นอกใจคุณ จะซื่อสัตย์ต่อคุณ เพราะฉะนั้นคุณเลิกตามหึงตามหวงผมได้แล้ว แต่สิ่งเดียวที่ผมให้คุณไม่ได้คือความรัก เพราะผมให้ยาหยีไปหมดแล้ว”

เพิร์ลลี่ทั้งเจ็บปวดทั้งแค้นใจจนน้ำตาไหล สุดยอดไม่สนใจเดินลิ่วโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเธอ...เขาเดินเรื่อยเปื่อยไปถึงหน้าร้านกาแฟที่เคยมากับยาหยี อดนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาไม่ได้...ยาหยีนำของขวัญวันเกิดมาให้เขา แม้ของขวัญจะเป็นแค่เสื้อตัวหนึ่งแต่วิธีมอบให้ของเธอทำให้เขาประทับใจไม่รู้ลืม

ไม่นึกว่าวันนี้เขาจะได้เจอเธอที่นี่อีก ยาหยีเห็นสุดยอดเข้าก็หลบหลีกด้วยการเดินผ่านไปโดยไม่พูดไม่จา แต่เขาไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ ดึงมือเธอไว้ แล้วพูดจริงจังว่า

“หยี...ผมไม่เคยลืมคุณเลยนะ”

“แต่ฉันกำลังจะลืมคุณ ฉันกำลังจะเลิกรักคุณได้อยู่แล้ว”

“ผมเลิกรักคุณไม่ได้ ได้ยินมั้ยหยี ผมรักคุณ”

“หยุดได้แล้ว ฉันมีชีวิตของฉัน คุณก็มีชีวิตของคุณ ทางใครก็ทางมัน หัดทำใจแล้วยอมรับมันได้แล้ว โตเป็นผู้ใหญ่ซะที”

ยาหยีแกะมือสุดยอดออกแล้วเดินจากไป สุดยอดไม่ตื๊อเธออีก แต่บอกกับตัวเองว่า

“ผมไม่มีวันเลิกรักคุณหรอก...ไม่มีวัน!”

ooooooo

ไข่ตุ๋นนั่งเล่นชิงช้าอยู่หน้าบ้านกับปู่เท่ง จู่ๆเด็กน้อยก็ตั้งคำถามที่ทำให้เท่งใจหายวาบ

“ปู่คะ ความตายเป็นยังไงคะ”

“ความตายเหรอ...ก็คือการที่คนเราไม่หายใจ ไม่มีชีวิต ไม่ตื่นมาอีกแล้วน่ะสิ”

“ปู่กลัวความตายไหมคะ”

“ปู่ไม่กลัว เพราะปู่มั่นใจว่าถึงปู่ตายไป ปู่ก็ยังอยู่ในใจของคนที่ปู่รักและรักปู่ ปู่ไม่ได้หายไปไหน ปู่จะคอยดูแลและเอาใจช่วยคนที่ปู่รักให้มีความสุขตลอดไป”

“ถ้าไข่ตุ๋นตาย ไข่ตุ๋นก็อยากให้พ่อกับแม่ ให้อายอด แล้วก็ปู่เท่งมีความสุขค่ะ...ไข่ตุ๋นรักปู่”

“ปู่ก็รักไข่ตุ๋น”

ปู่กับหลานสวมกอดกันก่อนพากันเดินเข้าบ้าน แล้วก็พบว่าณนนท์กำลังต้อนรับยี่หวาที่พาข้าวตูมาเยี่ยมไข่ตุ๋น

ไข่ตุ๋นกับข้าวตูทักทายกันด้วยความคิดถึง ก่อนจะชวนกันไปนั่งเล่นกันที่ห้องรับแขก ณนนท์เห็นรอยยิ้มของลูกสาวก็หันมาขอบคุณยี่หวาที่พาข้าวตูมาเยี่ยม

“ขอบคุณนะครับ ตั้งแต่ป่วยก็เพิ่งจะเห็นยิ้มออกก็วันนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ พอคุณเล่าว่าไข่ตุ๋นซึม เอาแต่ถามเรื่องตาย ฉันก็เป็นห่วง เด็กแค่หกขวบยังไม่เข้าใจว่าความตายเป็นยังไง แกคงจะกลัวน่าดู”

“แม่เขาก็ไม่รู้จะตอบคำถามยังไง นี่พาไข่ตุ๋นมาฝากไว้แล้วก็ไปติดต่อเรื่องไปนอก”

“ไข่ตุ๋นยังไม่หายป่วย คุณนิตายังคิดจะพาแกไปเมืองนอกอีกเหรอคะ”

“เขาคิดจะพาไปรักษาที่เมืองนอก แต่ก็กลัวสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ผมก็บอกว่าถ้าเขายืนยันว่าจะไปจริงๆ ผมจะช่วย แต่ใจผมอยากให้รักษาที่เมืองไทยมากกว่า เพราะเรายังดูแลไข่ตุ๋นได้ นี่ผมก็ต่อรองเขาว่าขอให้ไข่ตุ๋นหายป่วยแล้วค่อยไป นิตาเขาขอกลับไปคิดดูก่อน”

ยี่หวามองณนนท์อย่างเห็นใจ ทันใดเสียงข้าวตูดังขึ้นอย่างตกอกตกใจ ทั้งคู่วิ่งเข้าไปดูก็พบว่าไข่ตุ๋นร่างชักเกร็งแล้วหมดสติไป

ทุกคนพาไข่ตุ๋นส่งโรงพยาบาล สุดยอดรู้เข้าก็รีบตามมาอีกคน ขณะที่ยาหยีก็มาพร้อมบุญเลื่องหลังจากทราบเรื่องจากยี่หวา

“ไข่ตุ๋นเป็นยังไงบ้างคะ พอฉันได้ข่าวก็รีบมาเลย” บุญเลื่องละล่ำละลั่กถามเท่ง

“นอนอยู่ในห้องครับ ยังไม่ฟื้นเลย หมอเพิ่งทำซีทีสแกนสมองไปอีกรอบ นี่เรากำลังรอฟังผลกันอยู่ครับ”

“ข้าวตูมาหาน้ามา” ยาหยีพาข้าวตูไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ สุดยอดหันมองยาหยี แต่เธอเมินมองไปทางอื่นทำเหมือนไม่เห็นเขา

“คุณเข้าไปดูไข่ตุ๋นในห้องเถอะค่ะ ฉันกับหยีจะรออยู่ข้างนอกเอง”

เท่งทำตามที่บุญเลื่องบอก โดยมีสุดยอดก้าวตามเข้าไปด้วย ณนนท์กับยี่หวาจับมือไข่ตุ๋นที่นอนนิ่งบนเตียงไว้คนละข้างด้วยความเป็นห่วง

“ไข่ตุ๋น อย่าเป็นอะไรไปนะลูก ไข่ตุ๋นต้องอยู่กับพ่อนะครับ”

ยี่หวาสงสารและเห็นใจณนนท์เหลือเกิน พอเห็นไข่ตุ๋นค่อยๆลืมตา ทุกคนเข้ามารุมล้อมด้วยความดีใจ

“ปู่ อายอด พ่อ...ไข่ตุ๋นยังไม่ตายใช่ไหมคะ”

“ยังลูก ไข่ตุ๋นยังต้องอยู่กับพ่ออีกนานนะครับ”

“น้ายี่หวาคะ น้ายี่หวาอย่าทิ้งพ่อไข่ตุ๋นนะคะ น้าช่วยดูแลพ่อของไข่ตุ๋นด้วยนะคะ พ่อไข่ตุ๋นชอบทำงานจนลืมกินข้าว น้าต้องบังคับให้พ่อกินข้าวด้วยนะคะ”

ยี่หวาพยักหน้า น้ำตาปริ่ม “น้าสัญญาจ้ะ”

“ปู่ขา...ไข่ตุ๋นจะไม่ไปไหน ไข่ตุ๋นจะอยู่ในใจปู่กับอายอด คอยดูแล้วก็เอาใจช่วยให้ปู่กับอามีความสุขนะคะ”

ทุกคนพยายามกลั้นน้ำตาแต่กลั้นไม่อยู่ สุดยอดทนไม่ไหวหันหลังหนีไปร้องไห้ พลันเอนิตาวิ่งพรวดเข้ามาจับมือลูกสาว กล่าวเสียงสั่นเครือ

“ไข่ตุ๋นต้องไม่เป็นอะไรนะลูก”

“แม่ขา...ไข่ตุ๋นขอโทษ”

“ขอโทษแม่เรื่องอะไร”

“ไข่ตุ๋นขอโทษที่ไข่ตุ๋นจะต้องตาย”

“ไข่ตุ๋น! ไม่เอา ทำไมพูดอย่างนั้น ไข่ตุ๋นไม่ตายหรอกลูก เดี๋ยวหมอก็รักษาไข่ตุ๋นหาย เชื่อแม่นะ ไข่ตุ๋นต้องไม่เป็นอะไร” เอนิตาน้ำตาร่วงพรู

“ไข่ตุ๋นเป็นห่วงแม่ ไข่ตุ๋นไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียว แต่ถ้าไข่ตุ๋นเป็นอะไรไป แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ ไข่ตุ๋นจะอยู่ในใจของแม่...คอยดูแลแม่นะ”

เอนิตาร้องไห้โฮสวมกอดไข่ตุ๋น คนอื่นๆน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ...

หลังจากนั้นไม่นาน ญาติทุกคนพากันไปฟังผลการตรวจจากคุณหมอ ซึ่งหมอบอกว่ามีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ณนนท์จึงเลือกที่จะฟังข่าวร้ายก่อน

“ที่เราสงสัยกันว่าไข่ตุ๋นมีเนื้องอกในสมอง ตอนนี้เราเจอก้อนเนื้องอกแล้วครับ”

ทุกคนหน้าเสีย สุดยอดถามหมอว่าเนื้องอกก้อนนี้เราผ่าออกได้ไหม ส่วนเท่งเอ่ยว่าไข่ตุ๋นเพิ่งหกขวบ ต้องเปิดกะโหลกผ่าเนื้องอกจะไม่เป็นอันตรายหรอกหรือ

“อันนี้เป็นข่าวดีครับ เพราะการรักษาเนื้องอกชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เรารักษาด้วยการฉายรังสีได้ครับ”

ณนนท์กับยี่หวาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจ เอนิตาเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนบอกณนนท์ว่า ตนขอคุยกับเขาหน่อย ณนนท์สบตายี่หวาแล้วเดินตามเอนิตาไปด้วยความสงสัย

“ฉันทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว เดือนหน้า...ฉันจะไปเมืองนอก” เอนิตาเปิดฉากเมื่ออยู่กันตามลำพังกับเขา

“แต่ไข่ตุ๋นยังไม่หาย ผมไม่อยากให้แกต้องเดินทางไกลๆตอนนี้”

“ฉันตัดสินใจจะไม่พาไข่ตุ๋นไปเมืองนอกแล้ว”

“คุณว่าอะไรนะ”

“ฉันคืนไข่ตุ๋นให้คุณ ที่ผ่านมาฉันคิดถึงแต่ตัวเอง ฉันไม่เคยคิดถึงลูก ไม่เคยคิดถึงคุณ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากเห็นลูกมีความสุข”

ณนนท์ประหลาดใจ เอนิตาหันมามองหน้าณนนท์ กล่าวจริงจังว่า

“ฉันเชื่อว่าไข่ตุ๋นมีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อ กับอากับปู่ของแกมากกว่าอยู่กับฉัน”

“นิตา...อะไรทำให้คุณเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

“ไข่ตุ๋นไงล่ะ เพราะความรักของไข่ตุ๋น ไข่ตุ๋นเขารักฉัน เขายอมไปอยู่กับฉันที่เมืองนอกเพราะเขากลัวว่าฉันจะต้องอยู่คนเดียว ลูกเสียสละเพื่อฉันขนาดนี้แล้วแม่อย่างฉันจะทนเห็นแก่ตัวทำลายความสุขของลูกได้ยังไง...ฉันยอมแพ้แล้วนนท์ ฉันยอมแพ้หัวใจรักของไข่ตุ๋น”

ณนนท์ซึ้งใจเข้าไปโอบไหล่เธอ “ขอบคุณนะนิตา ขอบคุณมาก ไข่ตุ๋นจะต้องภูมิใจที่มีแม่ที่รักเขามากขนาดนี้”

ขณะที่ณนนท์กับเอนิตาเข้าใจกันได้ด้วยดี...ยาหยีกับสุดยอดกำลังยืนคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่งในโรงพยาบาล

“ขอบคุณนะครับที่มา”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่คุณกับพี่ฉันคบหากัน แล้วฉันก็รู้สึกกับไข่ตุ๋นเหมือนหลานคนนึง ยังไงฉันก็ต้องมาค่ะ”

“ดูท่าทางชีวิตเราสองคนคงจะหนีกันไม่พ้นจริงๆ ยิ่งผมเห็นคุณผมก็ยิ่งทรมานใจ ดูท่า...ผมคงต้องยอมพยายามตัดใจตามที่คุณบอกซะละมั้ง”

“ดีค่ะ ยิ่งคุณทำใจได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับตัวคุณเองเท่านั้น ดูอย่างฉันสิคะ พอทำใจได้ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะ ชีวิตเรายังต้องก้าวต่อไปนะคะ มันไม่ได้จบแค่นี้”
สุดยอดพยักหน้าเหมือนยอมรับ ยาหยียิ้มบางๆ แล้วเดินเลี่ยงไป พอถึงมุมที่ไร้ผู้คน เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น...

ส่วนบุญเลื่องกับยี่หวาและข้าวตู ทั้งสามคนเตรียมตัวจะกลับบ้านหลังจากโล่งอกโล่งใจที่ไข่ตุ๋นไม่เป็นอะไรมาก หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แล้วค่อยนัดมาฉายรังสีอีกที

“ไป...เรากลับกันเถอะ เอ๊ะ ยัยหยีไปไหน บอกว่าจะไปซื้อกาแฟเดี๋ยวเดียว”

“หนูไปตามให้เองค่ะแม่...ข้าวตูอยู่กับคุณยายนะครับ เดี๋ยวแม่มา”

ยี่หวาไปเดินตามหาน้องอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นเธอนั่งร้องไห้ตรงบันได ยาหยีรีบเช็ดน้ำตาพยายามทำตัวเข้มแข็ง แต่พอยี่หวาซึ่งเข้าใจความรู้สึกของน้องดีบอกให้ร้องออกมาเถอะ อย่าเก็บมันไว้ ยาหยีก็ปล่อยโฮกับอกพี่สาวอย่างไม่อาย

“ยังไงเราก็ยังมีกันและกันนะหยี” ยี่หวาปลอบน้องทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาคลอหน่วย

ooooooo

ค่ำนี้เพิร์ลลี่จัดโต๊ะอาหารสวยงามก่อนจะส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือไปหาสุดยอดให้กลับมาทานด้วยกัน แต่ทว่าสุดยอดกำลังเพลินอยู่กับการเลี้ยงฉลองให้ไข่ตุ๋น เขาจึงไม่ได้อ่าน แล้วพอเพิร์ลลี่โทร.มาตามเขาก็ไม่ยอมรับสาย พอเท่งถามทำไมไม่รับ เขาไม่ตอบแต่บอกพ่อว่าคืนนี้ตนขอนอนที่นี่ด้วย

ไข่ตุ๋นร่าเริงเต็มที่ แทบไม่มีเค้าของความเจ็บป่วย ไข่ตุ๋นแก่แดดบอกกับพ่อว่าตนอยากมีแม่ใหม่จะแย่อยู่แล้ว เท่งกับสุดยอดได้ทีเชียร์ณนนท์ให้ขอยี่หวาแต่งงานไปเลย...

ฝ่ายเพิร์ลลี่เธอยังคงรอคอยสุดยอดอยู่ที่โต๊ะอาหาร รอจนกระทั่งสว่างคาตาเขาก็ไม่มา มีแต่ชม้อยที่เดินเข้ามามองด้วยความสงสารและเจ็บปวดแทนลูก

“แม่ขา...เพิร์ลลี่คิดว่าเพิร์ลลี่ได้แต่งงานกับพี่ยอดแล้วเพิร์ลลี่จะมีความสุข แต่ทำไมเพิร์ลลี่ถึงไม่มีความสุขเลยคะแม่”

“เพราะชีวิตแต่งงานมันไม่ได้มีแค่วันแต่งงานน่ะสิ... เพิร์ลลี่ ถ้าทนแล้วทุกข์ก็อย่าไปทนมันเลย ถึงยังไงแม่ก็อยากให้เพิร์ลลี่มีความสุขนะลูก”

“ไม่ค่ะ ยังไงเพิร์ลลี่ก็จะทน พี่ยอดเป็นของเพิร์ลลี่ สักวันพี่ยอดก็ต้องรักเพิร์ลลี่ เพิร์ลลี่จะทนจนกว่าจะถึงวันนั้น”

“แล้วถ้ามันไม่มีวันนั้นล่ะ ถ้าสุดยอดเขาไม่เปลี่ยนใจมารักเพิร์ลลี่ล่ะ เพิร์ลลี่จะทำยังไง”

“เพิร์ลลี่...เพิร์ลลี่...ไม่ยอม เพิร์ลลี่ไม่ยอม...” เพิร์ลลี่ร่ำไห้สะอื้นจนตัวโยน ชม้อยโอบกอดลูกไว้ด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

หลังได้ไฟเขียวจากลูกสาวแล้วเมื่อคืน...วันรุ่งขึ้นณนนท์จึงเซอร์ไพรส์ยี่หวาด้วยการขอเธอแต่งงานบนตึกสูงแห่งหนึ่ง โดยขึ้นป้ายข้อความเด่นชัดบนยอดตึกก่อนที่เขาจะปรากฏตัวตรงหน้าเธอ

ยี่หวาตะลึงด้วยความดีใจ ณนนท์เข้ามาจับมือเธออย่างนุ่มนวลทะนุถนอม

“ยี่หวา...ผมรักคุณ ผมอยากปกป้องดูแลคุณ อยากอยู่กับคุณ อยากแก่เฒ่าไปกับคุณ คุณจะแต่งงานกับผมมั้ย”

“ฉันจะแต่งงานกับคุณ...” ยี่หวาสวมกอดเขาทั้งน้ำตา

“เราจะแต่งงานให้เร็วที่สุด”

“มันไม่เร็วไปเหรอคะ”

“ไม่หรอกครับ เรารอที่จะได้อยู่ร่วมกันมานานเกินไปแล้ว ต่อจากนี้ไปผมจะใช้ทุกวันของผมร่วมกับคุณ ผมรักคุณครับยี่หวา”

ที่ด้านล่างบนท้องถนน ภูมิชายจอดรถติดไฟแดงอยู่ เขาแปลกใจที่ผู้คนข้างถนนพากันชี้ชวนดูอะไรบางอย่างบนตึกสูง พอเขาเงยหน้าขึ้นไปเห็นข้อความขอแต่งงานบนตึกระหว่างณนนท์กับยี่หวา ก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น

“ไอ้ณนนท์...มึงแย่งทุกอย่างไปจากกู” เขาสบถก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสั่งการลูกน้องด้วยโทสะ “ฉันมีงานให้แกทำ!”

ooooooo

ตกกลางคืน ณนนท์ขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านโดยไม่รู้ว่ามีชายคนหนึ่งสะกดรอยตามเขามา เมื่อเข้าไปในบ้านณนนท์เจอเพิร์ลลี่นั่งคุยกับเท่ง เขาไม่ทันจะถามอะไร เพิร์ลลี่ก็ยกมือไหว้และถามหาสุดยอดทันที

“สวัสดีค่ะพี่นนท์...พี่ยอดมาที่นี่บ้างรึเปล่าคะ”

ณนนท์อ้าปากจะตอบแต่โดนเท่งแย่งตอบเสียก่อน “สุดยอดเขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกหนูเพิร์ลลี่”

“เขาไม่กลับบ้านมาเป็นอาทิตย์แล้ว เพิร์ลลี่ไปตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ คุณพ่อพอจะนึกออกไหมคะว่าพี่ยอดเขาไปไหน”

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“แล้วพี่นนท์ล่ะคะ”

ณนนท์อึกอัก เท่งขยิบตาส่งซิกให้ลูกชาย ณนนท์เลยต้องตามน้ำ ตอบเพิร์ลลี่ว่าพี่ไม่รู้...

“ไว้ถ้าพ่อเจอเขาแล้วพ่อจะบอกให้เขากลับบ้านนะ”

“ขอบคุณค่ะ งั้นหนูลานะคะ” เพิร์ลลี่ยกมือไหว้สองพ่อลูกแล้วเดินหงอยๆออกไป ณนนท์กับเท่งมองตามด้วยความสงสารเห็นใจ

“ยอดนะยอด เลยพาให้พี่กับพ่อผิดศีลข้อมุสาไปด้วย”

“ทำไงได้ล่ะ มันสั่งไม่ให้บอกว่ามันอยู่ที่นี่ ขืนเราบอกไปมันก็ได้เตลิดหนีไปที่อื่นอีกน่ะสิ”

ออกจากบ้านเท่งมา เพิร์ลลี่มุ่งหน้าไปหายาหยีที่บ้านเพราะคิดว่าเธอน่าจะรู้ว่าสุดยอดอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากันยาหยีก็ยืนยันหนักแน่นว่า

“ฉันไม่รู้จริงๆว่าสุดยอดไปไหน แล้วฉันไม่ได้ติดต่อกับเขาด้วยตั้งแต่เขาแต่งงานกับคุณ”

“หยี...ฉันอายนะ แต่ฉันก็ต้องตากหน้ามาหาเธอถึงนี่ เห็นใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันเถอะนะ คืนพี่ยอดให้ฉันเถอะ”

“ฟังนะเพิร์ลลี่ ฟังให้ชัดๆ ฉันไม่รู้ แล้วฉันก็ไม่เคยคิดแย่งสามีของเธอด้วย”

“ไม่จริง เธอมันหน้าด้าน เธอมันคอยคิดจะแย่งพี่ยอดไปจากฉันตลอดเวลา เธอซุกผัวฉันเอาไว้ในบ้านแล้วมาตีหน้าซื่อว่าไม่รู้ใช่มั้ยล่ะ”

“เพิร์ลลี่!!” ยาหยีขึ้นเสียงด้วยความโมโห แต่นั่นยิ่งทำให้เพิร์ลลี่วีนเหวี่ยงหนักขึ้นไปอีก

“ฉันเกลียดเธอยาหยี ถ้าไม่มีเธอซะคน ฉันกับพี่สุดยอดคงจะมีความสุขกันไปแล้ว เธอมันเห็นแก่ตัว เธอไม่ยอมปล่อยพี่สุดยอดให้ฉัน ถามจริงๆเหอะ เธอรั้งเขาเอาไว้แบบนี้ไม่กลัวกรรมมันจะตามทันบ้างรึไง มีผัวขึ้นมาเมื่อไหร่...เธอจะต้องโดนแย่ง จำไว้!”

เพิร์ลลี่ตวาดใส่หน้ายาหยีแล้วหันกลับไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ยาหยีทั้งโกรธทั้งเซ็ง หันหลังกลับจะเข้าบ้านแต่เหลือบไปเห็นดอกลิลลี่เสียบไว้ข้างประตูรั้ว เธอแปลกใจว่าดอกไม้ของใคร ครั้นหยิบขึ้นมาดูก็นึกได้ว่าต้องเป็นนายสุดยอดแน่ๆ

ooooooo

เช้าตรู่ของวันใหม่ ยาหยีรีบร้อนออกไปพบ

สุดยอดที่บ้าน...เธอโยนดอกไม้ลงตรงหน้าเขาพร้อมตั้งคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ทั้งร่ายยาวจนสุดยอดนิ่งอึ้งตะลึงไป

“นี่ดอกไม้ของนายใช่มั้ย ต่อไปไม่ต้องเอาอะไรมาให้ฉัน แล้วก็ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวอะไรกันอีก ฉันเคยคิดว่าฉันจะเป็นเพื่อนกับนายได้ แต่ตอนนี้กระทั่งรู้จักฉันก็ไม่อยากรู้จักนาย นับจากวันนี้เราขาดกัน”

พูดเสร็จ ยาหยีวิ่งกลับออกไปขึ้นรถของตนทันที

สุดยอดได้สติรีบขึ้นรถณนนท์ที่จอดอยู่ใกล้ๆขับตาม...

โดยมีสายตางุนงงสงสัยของเท่งกับณนนท์ที่กลับจากวิ่งจ๊อกกิ้งมองตามไป

ยาหยีขับรถไปร้องไห้ไป เธอเสียใจที่พูดกับสุดยอดรุนแรง แต่ถ้าไม่พูดแบบนั้นเขาก็ตัดใจจากเธอไม่ได้เสียที

เมื่อรถวิ่งไปถึงสี่แยก ยาหยีตกใจมากเพราะมีรถอีกฝั่งวิ่งผ่าไฟแดงมาด้วยความเร็วสูง เธอเบรกกะทันหัน เสียงเบรกดังลั่นถนนพร้อมๆกับรถของเธอที่หยุดนิ่ง  แต่รถที่

สุดยอดขับตามเธอมาอย่างเร็วเบรกไม่ได้ เป็นเหตุให้เขาชนท้ายรถเธออย่างจัง แรงอัดส่งผลให้ยาหยีบาดเจ็บเลือดไหลแดงฉานหมดสติไป

สุดยอดรีบพายาหยีส่งโรงพยาบาล เป็นเวลาเดียวกับที่บุญเลื่องกำลังกระวนกระวายอยู่ที่บ้าน บ่นให้ยี่หวาฟังว่า

“เมื่อคืนแม่ฝันไม่ค่อยดีเลย ยัยก้อยทำนายว่าจะเสียของรัก หยีเลยรับปากแม่ว่าจะพาไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ที่วัด แล้วนี่ออกไปไหนแต่เช้าก็ไม่รู้”

“ออกไปธุระมั้งคะแม่ เอางี้ เดี๋ยวบ่ายๆหนูพาแม่ไปวัดก็ได้ค่ะ”

เสียงโทรศัพท์มือถือยี่หวาดังขึ้น...ณนนท์โทร.

มาบอกข่าวร้ายว่ายาหยีโดนรถชน เธอกับแม่ตกใจมากรีบพากันไปโรงพยาบาลพร้อมณนนท์ แล้วเห็นสุดยอดนั่งน้ำตาซึมอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

“สุดยอด...หยีล่ะ หยีเป็นยังไงบ้าง”

“อยู่ในห้องฉุกเฉินครับ หมอยังไม่ออกมาเลย”

“โธ่...ยาหยีของแม่ คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองยาหยีด้วยนะเจ้าคะ”

บุญเลื่องหน้าซีดมาก สุดยอดเสียใจยกมือไหว้ขอโทษบุญเลื่องกับยี่หวา ย้ำว่าตนผิดเอง ตนเป็นคนขับรถชนยาหยี

“แต่ยอดไม่ได้ตั้งใจนี่นา แม่เข้าใจ”

“พี่เชื่อว่าหยีเขาก็ต้องให้อภัย มันเป็นอุบัติเหตุ”

“แต่ผมขับรถชนเขา ผมทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้”

“เชื่อพี่เถอะ พี่รู้ว่าน้องสาวของพี่เป็นคนยังไง”

หมอเดินออกมาจากห้อง ถามหาญาติผู้ป่วยก่อนจะอธิบายว่า

“คนไข้อวัยวะภายในบอบช้ำมากจากการโดนกระแทกอย่างรุนแรง ที่น่าเป็นห่วงก็คือไตทั้งสองข้าง ซึ่งจะต้องมีการปลูกถ่ายไตใหม่อย่างน้อยหนึ่งข้างภายในยี่สิบชั่วโมงนี้”

“ใช้ไตของฉันได้ไหมคะ ฉันเป็นแม่ค่ะ”

“ฉันด้วยค่ะ ฉันเป็นพี่สาว”

“เชิญทางนี้เลยครับ”

ยี่หวากับบุญเลื่องเดินตามหมอไป ณนนท์กับสุดยอด มองตามด้วยความเป็นห่วง...ขณะสองแม่ลูกมาเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจ หมออธิบายเพิ่มเติมว่า

“ก่อนทำการปลูกถ่าย เราจำเป็นต้องตรวจดูว่าแอนติเจนเอชแอลเอของผู้ให้กับผู้รับมีความคล้ายคลึงกัน 

5 ใน 6 หรือถ้าได้ 6 ใน 6 เลยก็ยิ่งดี โอกาสที่ร่างกายของคุณยาหยีจะต่อต้านอวัยวะใหม่ที่ปลูกถ่ายก็จะน้อยลง”

“เจ้าแอนติเจนเอชแอลเอนี่คืออะไรคะคุณหมอ”

บุญเลื่องสงสัย

“มันคือสารโปรตีนที่อยู่บนผิวเซลล์ครับ เป็นลักษณะเฉพาะทางพันธุกรรมซึ่งแต่ละคนก็จะมีไม่เหมือนกันถ้ามีความแตกต่างกันมาก ภูมิต้านทานในร่างกายของคนป่วยก็จะต่อต้านจนเกิดการทำลายและอักเสบ การปลูกถ่ายก็จะล้มเหลวครับ”

เมื่อเจาะเลือดเสร็จ เจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์นำหลอดเลือดออกไป ยี่หวาหันมาถามหมอว่า

“ใช้เวลาตรวจนานไหมคะกว่าจะรู้ผล”

“ประมาณสามชั่วโมงครับ”

“แล้ว...แล้วถ้าตรวจแล้วฉันกับลูกเข้ากันไม่ได้ล่ะคะ แปลว่ายาหยีจะตายเหรอคะ”

“ไม่หรอกครับ ถ้าเข้ากันไม่ได้ หมอก็จะให้ใช้ไตเทียมไปก่อนจนกว่าเราจะได้ไตใหม่”

“เจ้าประคุ้ณ...ขอให้เราเข้ากันได้ด้วยเถอะ”

บุญเลื่องพนมมืออธิษฐาน

ooooooo

ผ่านไปสามวัน ยาหยีนอนใบหน้าซีดเซียวไม่ได้สติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ยี่หวากับบุญเลื่อง

ยืนคุยกับสุดยอดอยู่ข้างเตียง

“หยีนะหยี...โชคร้ายจริงๆเลยลูก ทั้งแม่ทั้งพี่ไม่มีใครให้ไตกับหยีได้เลยสักคน”

“นี่เราไปลงชื่อรอรับบริจาคไตแล้วนะ แต่รายชื่อยาวเหยียดเลย ไม่รู้กี่ปีถึงจะถึงคิวหยี”

“ถึงหมอจะบอกว่าใช้ไตเทียมแล้วสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แต่ก็ยังต้องมาฟอกเลือดทุกอาทิตย์ ไม่รู้ยัยหยีทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเป็นอย่างนี้ นี่มันก็สามวันแล้วยังไม่ได้สติเลย ไม่รู้เมื่อไหร่จะฟื้น”

บุญเลื่องคร่ำครวญพลางเช็ดน้ำตา สุดยอดเห็นแล้ว

ยิ่งรู้สึกผิด บุญเลื่องดูนาฬิกาก่อนบอกให้ยี่หวาไปรับข้าวตูที่โรงเรียน เดี๋ยวแม่เฝ้าน้องเอง

“แต่แม่เฝ้ามาหลายคืนแล้วนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน”

“ไม่เป็นไรหรอก ลูกไปเถอะ”

“ถ้าคุณน้ากับพี่ยี่หวาไม่ว่าอะไร ผมขอเฝ้ายาหยีได้ไหมครับ คุณน้ากลับไปพักผ่อนเถอะครับ ขอให้ผมได้มีโอกาสทำอะไรดีๆเพื่อเขาบ้างเถอะครับ” สุดยอดมองสองแม่ลูกด้วยสายตาวิงวอนจากใจ

“ได้จ้ะ น้าฝากยาหยีด้วยแล้วกันนะ”

เมื่อสองแม่ลูกกลับออกไปแล้ว สุดยอดเข้ามาจับมือยาหยีที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง

“ยาหยี ผมขอโทษ...ผมทำร้ายหัวใจของคุณ แล้วมาวันนี้ผมยังทำร้ายร่างกายของคุณอีก ผมมันเลว ผมไม่คู่ควร

กับความรักของคุณจริงๆ”

สุดยอดซบหน้าร่ำไห้กับฝ่ามือยาหยี แล้วก็นั่งเฝ้าเธออยู่อย่างนั้น...ผ่านไปสักพักพยาบาลเข้ามาดูระดับน้ำเกลือ เธอเหลือบเห็นถุงปัสสาวะของคนป่วยมีเลือดปนจึงรีบตามหมอเข้ามาดู

หมอสันนิษฐานว่าไตเทียมทำงานผิดปกติ เนื่องจากร่างกายต่อต้านไตเทียม ซึ่งหมอต้องพาคนป่วยเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง

สุดยอดตกใจและเป็นห่วงยาหยีมาก ในที่สุดเขาตัดสินใจบริจาคไตของเขาข้างหนึ่งให้เธอ ถึงจะมีโอกาสที่จะเข้ากันได้น้อยและต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก เขาก็ยินดี

บุญเลื่องกับยี่หวาซาบซึ้งในการกระทำของสุดยอดเหลือเกิน ขณะที่เท่งกับณนนท์ก็ชื่นชมเขาที่เสียสละและกล้าหาญที่จะรับผิดชอบต่อคนที่เขารัก รวมทั้งว่าน นัท วุ้น และก้อยก็อดชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาไม่ได้

ขณะที่พยาบาลพาสุดยอดเข้าห้องเตรียมผ่าตัดบริจาคไตให้ยาหยี เพิร์ลลี่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามณนนท์ว่าสุดยอดป่วยเป็นอะไร ทำไมต้องผ่าตัดด่วนแบบนี้

“สุดยอดบริจาคไตข้างนึงให้ยาหยีครับ”

เพิร์ลลี่ฟังแล้วอึ้งไป นึกไม่ถึงว่าสุดยอดจะรักและทำเพื่อยาหยีได้ถึงขนาดนี้...ครั้นกลับมาที่เรือนหอในคืนนั้น เพิร์ลลี่คิดทบทวนเรื่องราวระหว่างตนกับสุดยอด และสุดยอดกับยาหยี ก่อนตัดสินใจยอมแพ้ถอดใจไปจากสุดยอด

“กลับบ้านเราซะทีนะลูก คุณแม่ละดีใจเหลือเกินที่ลูกตัดใจเลิกกับไอ้สุดยอดห่วยนั่นซะที กลับไปเป็นลูกแม่คนเดิมนะลูก ลูกของคุณแม่ทั้งสวยทั้งดี ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ ดีๆ มีการศึกษา เงินหนาออพชั่นครบมีอีกเพียบ ไม่ต้องกลัว...แม่หาให้ลูกได้เสมอ เนี่ยนะ ถ้าเชื่อแม่ซะตั้งแต่ทีแรกก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจอย่างนี้หรอก แล้วนี่เก็บของเสร็จรึยังจ๊ะ”

“เสร็จแล้วค่ะ แม่ช่วยให้คนเอาอัลบั้มรูปของเพิร์ลลี่พวกนี้ไปทิ้งให้ด้วยนะคะ เพิร์ลลี่ไม่อยากเห็นมันอีก” เธอเสียงสั่นเครือ น้ำตาร่วงพรู

“หยุดร้องเถอะเพิร์ลลี่ คุณแม่รับละครโศกเศร้าเคล้าน้ำตาไว้ให้ลูกเรื่องนึง เก็บไว้ไปร้องในละครดีกว่า คุณแม่ขอเม้นต์ว่าน้ำตาเรามีค่านะคะ ร้องทั้งทีก็ร้องให้มันได้เงินถึงจะเรียกว่าคุ้มค่า”

แทนที่เพิร์ลลี่จะหยุดร้อง เธอกลับปล่อยโฮหนักกว่าเดิม ชม้อยถึงกับกุมหัวด้วยความเครียด ไม่รู้จะทำยังไงดี

ooooooo

หลังจากหมอผ่าตัดไตสุดยอดบริจาคให้ยาหยีสำเร็จ ผลปรากฏว่าไตของทั้งคู่เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนดีใจมาก โดยเฉพาะสุดยอดที่ตั้งใจทำเพื่อคนที่ตนรัก

แต่นอกจากข่าวดีแล้ว ณนนท์ยังมีข่าวร้ายมาบอกน้องชายด้วย นั่นก็คือเพิร์ลลี่ขอหย่ากับสุดยอด

“โธ่พี่ ปล่อยให้ผมลุ้นแทบตาย เพิร์ลลี่ขอหย่าเนี่ยมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายซักหน่อย มันเป็นข่าวดีสำหรับผมเลยต่างหากล่ะ” สุดยอดดี๊ด๊า

“แล้วเรื่องรถพี่ที่แกขับไปชนหยีน่ะ ทางตำรวจเขาสงสัยว่าจะเป็นการลอบปองร้าย เพราะมีร่องรอยการตัดสายเบรก”

“มิน่า ผมถึงเบรกไม่อยู่ นี่หมายความว่า...”

“ใช่ คนที่คิดจะลอบทำร้ายพี่มันยังลอยนวลอยู่”

“ตำรวจพอจะรู้รึยังครับว่าใครเป็นคนทำ”

“ตำรวจสงสัยว่าเป็นภูมิชาย เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดพอจะเอาผิดเท่านั้นเอง”

“ช่วงนี้นนท์ก็ต้องระวังตัวให้มากๆนะลูก” เท่งเตือน

“ครับพ่อ...ยอด แกไม่คิดจะไปเยี่ยมยาหยีหน่อยเหรอ เขาฟื้นแล้วนะ”

“ไม่หรอกครับ แค่ได้ยินว่าเขาปลอดภัยดีผมก็โอเคแล้ว อีกอย่าง...ผมคงไม่มีหน้าไปเยี่ยมเขา คำขอสุดท้ายที่เขาขอร้องผมก็คือเขาขอให้ผมออกไปจากชีวิตเขา เขาไม่อยากเจอหน้าผมอีก ถ้ามันทำให้เขามีความสุข ผมก็จะทำครับ”

ณนนท์กับเท่งมองสุดยอดอย่างเห็นใจ...พอพ่อกับพี่ชายกลับไปแล้ว สุดยอดก็พาตัวเองไปแอบมองยาหยีที่รายล้อมไปด้วยคนในครอบครัว ยาหยีหน้าตาสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สุดยอดสบายใจ แล้วค่อยๆถอยกลับไปเมื่อพยาบาลเดินมาทักว่าทำไมไม่เข้าไปเยี่ยมคนป่วย

ยาหยีไม่รู้ว่าสุดยอดบริจาคไตข้างหนึ่งให้เธอ จนเมื่อข้าวตูพูดถึงสุดยอดขึ้นมา และพยาบาลก็บอกเล่าให้ฟังด้วยว่าเจอเขาที่หน้าห้องเมื่อครู่นี้ ยาหยีถึงกับตะลึงงันไป

“แม่กับยี่หวาเอากระเช้าไปเยี่ยมขอบคุณเขาแล้วล่ะ สุดยอดเป็นคนดีนะลูก ผู้ชายที่เสียสละขนาดนี้จะมีสักกี่คนในโลกกันเชียว”

“พี่ยี่หวาคะ พาหยีไปเยี่ยมเขาหน่อยได้ไหมคะ หยีอยากขอบคุณเขาด้วยตัวเอง”

ยี่หวาเต็มใจพายาหยีไปพบสุดยอด แต่ปรากฏว่าเขากลับบ้านไปเสียแล้ว...

ทางด้านภูมิชาย ผู้บงการฆ่าณนนท์โดยให้ลูกน้องแอบไปตัดสายเบรกรถ พอเขารู้ว่าณนนท์ไม่เป็นอะไร ก็เกรี้ยวกราดลูกน้องด้วยความโมโห

“แค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ กะอีแค่ฆ่าคนคนเดียว มันจะยากอะไรวะ”

“ตอนนี้มันระวังตัวแจเลยครับนาย ผมจะขยับตัวทำอะไรทีก็กลัวตำรวจ”

“ไอ้อ่อนเอ๊ย จะไปไหนก็ไปเลยไป๊”

ลูกน้องเดินคอตกออกไป ภูมิชายโยนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ทำให้รูปไข่ตุ๋นกับยี่หวาที่อยู่ในแฟ้มกระเด็นหลุดออกมา...เขาหยิบรูปนั้นขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

“ถึงเวลาที่กูต้องลงมือเองซะแล้ว ไอ้ณนนท์...มึงพรากของรักไปจากกู ตอนนี้ถึงเวลากูจะเอาของรักของมึงไปบ้าง”

ooooooo

ผ่านไปไม่กี่วัน ภูมิชายก็มาปรากฏตัวที่บ้านยี่หวาในวันที่ไม่มีใครอื่นอยู่ นอกจากยี่หวากับ

ข้าวตูและไข่ตุ๋น ภูมิชายใช้ปืนขู่บังคับยี่หวาให้โทร.ไปตามณนนท์กลับบ้าน แต่ห้ามบอกว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่งั้นตนจะฆ่าเด็กสองคนนี้

ยี่หวาทำตามแต่แอบส่งสัญญาณบางอย่างที่ตกลงกับณนนท์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากทั้งคู่คิดอยู่แล้วว่าวันหนึ่งภูมิชายอาจย้อนกลับมาทำร้ายณนนท์อีก

เมื่อณนนท์มาถึง ภูมิชายไม่พูดพล่าม ยิงปืนเข้าใส่จนณนนท์ล้มฟุบโดยไม่ฟังเสียงวิงวอนขอร้องของยี่หวาและเด็กๆ พอณนนท์พยายามจะลุกขึ้นสู้ เขารีบขึ้นคร่อมร่างแล้วรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ยี่หวาและเด็กๆตกใจคว้าสิ่งของใกล้มือมาทุบตีภูมิชายเป็นการใหญ่

ภูมิชายร้องเรียกลูกน้องเข้ามาช่วย แต่เขาต้องหน้าซีดตกใจเมื่อเห็นลูกน้องถูกตำรวจคุมตัวเข้ามาแล้วก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกที่จู่ๆณนนท์ลุกพรวดเหมือนไม่ได้บาดเจ็บ

ที่แท้ณนนท์ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนที่ได้มาจากตำรวจเมื่อสองสามวันก่อน พอวันนี้ยี่หวาโทร.ไปหา เขาจึงแจ้งตำรวจให้ตามมาช่วย

ขณะตำรวจคุมตัวภูมิชายกับลูกน้องออกจากบ้านยี่หวา ภูมิชายยังกร่างไม่เลิก ชี้หน้าอาฆาตมาดร้ายณนนท์

“มันไม่จบแค่นี้แน่ไอ้ณนนท์ ฉันออกมาเมื่อไหร่แกตายเมื่อนั้นแหละ จำไว้!”

“เอาไว้ออกมาให้ได้ก่อนเถอะ แค่ค้ายาเสพติดก็ถึงประหารแล้ว ไหนจะยังพยายามฆ่าอีก คุณก็รู้กฎหมายดีนี่ว่าจะโดนอะไรบ้าง”

ภูมิชายหน้าเสีย สงบปากลงได้...หลังจากพวกเขาไปกันหมดแล้ว ไข่ตุ๋นเข้ามาหาณนนท์ สอบถามด้วยความเป็นห่วง

“พ่อไม่เป็นอะไรแน่นะคะ”

“ไม่เป็นอะไรหรอกลูก พ่อสบายดี” ว่าแล้วเขาหอมแก้ม ลูกสาวดังฟอด “เห็นมั้ย พ่อยังมีแรงหอมแก้มไข่ตุ๋นอยู่เลย”

“ทำไมหอมไข่ตุ๋นคนเดียวล่ะครับ ไม่เห็นหอมแก้มข้าวตูบ้างเลย”

ณนนท์หัวเราะก่อนจะหอมแก้มข้าวตู แล้วจะเลยไปที่แก้มยี่หวา แต่เธอผลักหน้าเขาออกด้วยอาการเขินอาย

“พอๆ พอเลยคุณ ไม่ต้องมาทำเนียน อายลูกบ้าง”

ณนนท์โอบไหล่ยี่หวาและยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ในขณะที่ข้าวตูกับไข่ตุ๋นก็หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้กัน ดีใจที่พ่อแม่ของพวกตนรักกัน

ooooooo

หลังจากหย่าขาดกับสุดยอด เพิร์ลลี่ยังคงร่วมงานกับพี่ยิ่งในฐานะพิธีกรรายการทีวีเหมือนเดิม แต่พฤติกรรมเธอเปลี่ยนไปมาก หมกมุ่นกินแต่ขนมนมเนย ว่างเป็นไม่ได้ต้องคว้ามากินๆๆ จนเป็นที่หนักใจของชม้อยเพราะกลัวลูกสาวจะหุ่นเสียแล้วส่งผลให้ไม่มีงานและขาดรายได้

“โธ่ลูก...ตั้งแต่อกหักมาเนี่ยลูกกินไม่หยุดเลยรู้มั้ย กำลังจะเปิดกล้องละครอยู่แล้วด้วย เดี๋ยวก็ได้เล่นเป็นตัวแม่หรอก”

“งั้นเพิร์ลลี่ก็ขอเม้นต์เลยนะคะ ว่าเพิร์ลลี่ไม่เลิกกินเด็ดขาด เพิร์ลลี่ทนมานานแล้ว อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน คราวนี้แหละจะได้ทำตามใจตัวเองซะที ต่อให้ต้องไปเล่นตัวแม่ตัวน้าตัวป้าตัวยาย เพิร์ลลี่ก็จะกิน”

พูดจบ เพิร์ลลี่คว้าขนมมากินอย่างบ้าคลั่ง ชม้อยไม่พอใจแต่ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยสะบัดหน้าเดินไปอีกมุม แต่เดินไปได้นิดเดียวก็เจอสุดยอดสวนมา ชม้อยแค้นจัด
พาลแหลก ด่าทอ และกล่าวโทษสุดยอดก่อนเดินหนีไป

“เพราะแกคนเดียว ไอ้สุดยอดซวย”

สุดยอดหน้าจ๋อยมองไปทางเพิร์ลลี่อย่างไม่สบายใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหา เขาอยากจะพูดด้วยดีๆ แต่เพิร์ลลี่กลับมองเขาตาขวาง ตวาดแว้ด

“เราหย่ากันไปแล้วนะ ไม่ต้องมายุ่งอะไรกับเพิร์ลลี่อีกแล้ว”

“พี่ไม่อยากเห็นเพิร์ลลี่ทำร้ายตัวเองแบบนี้”

“ใครว่าเพิร์ลลี่ทำร้ายตัวเอง เพิร์ลลี่อยากจะกิน

อย่างงี้มาตั้งนานแล้ว แต่เมื่อก่อนเพิร์ลลี่กลัวว่าไม่สวยแล้วจะไม่มีคนชอบ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”

“แต่...”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...จะไปไหนก็ไปไป๊ คนอย่างเพิร์ลลี่จบเป็นจบ ไม่มีวันอาลัยอาวรณ์คนตาถั่วที่ไม่เห็นค่าเพิร์ลลี่หรอก”

สุดยอดจ๋อยหนักไม่รู้จะพูดอะไร หันหลังกลับออกไป พร้อมๆกับชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาอีกทาง เขาคนนี้เข้ามาห้ามเพิร์ลลี่ให้หยุดกิน เธอไม่ควรทำร้ายตัวเองแบบนี้

“เรารู้จักกันเหรอ ยุ่งน่า” เพิร์ลลี่แหวใส่เขา

“คุณพิมานคะ ได้เวลาสัมภาษณ์แล้วค่ะ” เสียงทีมงานดังทางด้านหลัง พิมานตอบรับแล้วมองเพิร์ลลี่ด้วยความห่วงใย ก่อนจะเดินตามทีมงานไป เพิร์ลลี่ไม่สนใจใครและอะไรทั้งนั้น รวบขนมตรงหน้ามากินเอาๆ

ooooooo

ด้านวัลลภากับวสันต์ หลังได้เงินจากยี่หวาไปสิบล้านก็หายเข้ากลีบเมฆไปพักใหญ่ วสันต์เอาเงินไปซื้อคอนโดฯหรูอยู่กับแม่ แล้วกินใช้อย่างฟุ่มเฟือย ส่วนวัลลภาก็เอาแต่เล่นการพนัน นานวันเข้าเงินในบัญชีก็หมดเกลี้ยง มานั่งกล่าวโทษกันไปมา

“สิบล้านนะแม่ แม่ผลาญยังไงเนี่ย มันถึงได้หมดเร็วแบบนี้”

“แกอย่ามาโทษฉันคนเดียวนะ ไอ้คอนโดฯ เนี่ยเท่าไหร่ แล้วไหนจะที่แกเอาไปเที่ยวผู้หญิงอีก มันหมดน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะยะ”

“แต่มันก็ยังน้อยกว่าที่แม่เอาเข้าบ่อนล่ะน่า โอ๊ย แล้วจะเอาอะไรกินกันเข้าไปละทีนี้”

“ก็ขายคอนโดฯนี่สิ ไม่เห็นจะยากเลย”

“งั้นคราวนี้ได้ไปนอนใต้สะพานลอยแน่ แม่จำไม่ได้แล้วเหรอว่าตอนออกจากบ้านเราลำบากกันแค่ไหน จะกลับไปพึ่งยี่หวาก็ไม่ได้แล้วด้วย ผมดันเซ็นยกข้าวตูให้เขาไปแล้ว ขืนกลับไปไม่โดนยิงก็โดนเรียกตำรวจจับนั่นแหละ”

“โอ๊ย ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วแกจะปล่อยให้แม่แกอดตายรึไง”

วสันต์กลุ้มใจ ในที่สุดเขาตัดสินใจไปเช่าแท็กซี่ขับเพื่อความอยู่รอดของตนและแม่ แต่แค่ออกรถวันแรกเที่ยวแรกท่าทางวสันต์ก็จะต้องยุติอาชีพนี้เสียแล้ว เพราะเขาได้เจอหญิงสูงวัยกระเป๋าหนักคนหนึ่ง ท่าทีเธอพึงพอใจวสันต์อย่างแรง ขนาดทิ้งเบอร์โทร.ไว้ให้บนแบงก์พันที่จ่ายค่าแท็กซี่ ซึ่งตอนแรกวสันต์ก็คิดหนัก แต่คิดไปคิดมาเขาขอยอมเป็นหนูตกถังข้าวสารดีกว่าอดตาย...

ooooooo

ชม้อยหนักใจเหลือเกินกับพฤติกรรมการกินของเพิร์ลลี่ พอเธอขอร้องลูกให้หยุดทำร้ายตัวเอง เพิร์ลลี่ก็ว่าที่ตนกินเพราะปลอบใจตัวเองต่างหาก คนอื่นอกหักแล้วกินเหล้า แต่ตนเศร้าแล้วกินเค้กมันผิดตรงไหน

“ผิดตรงที่มันจะทำให้ลูกหาผัว อุ๊ย สามีใหม่ไม่ได้สิคะลูก เดี๋ยวเราก็ต้องออกไปเจอกับคุณพิมานแล้ว คนนี้เราพลาดไม่ได้เด็ดขาดนะคะลูกขา หล่อ รวย ตรงสเปกลูกเขยในฝัน”

“แล้วเขาจะสนใจเพิร์ลลี่เหรอคะ เพิร์ลลี่เป็นแม่ม่ายผัวทิ้งนะคะคุณแม่”

“โถๆลูกขา...เดี๋ยวเราก็หาใหม่ได้ ลูกคุณแม่ยังทั้งสาว ทั้งสวย แต่คุณแม่ขอเม้นต์นิดนะคะ ถ้าหนูยังกินดุแบบนี้ คุณแม่กลัวค่ะว่าจะขาย...เอ๊ย...ไม่มีใครเขาสนใจ ไปๆ ไปกับคุณแม่ดีกว่า”

เพิร์ลลี่ยอมไปกับแม่ทั้งๆที่เบื่อหน่าย พอถึงร้านอาหารสถานที่นัดหมายเจอคู่เดตหน้าตาหล่อเหลาซึ่งเคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่งในสตูดิโอพี่ยิ่ง เพิร์ลลี่ถึงชะงักเล็กน้อย คิดในใจว่าผู้ชายหล่อและเพอร์เฟกต์คนนี้คงไม่สนใจแม่ม่ายป้ายแดงอย่างเธอหรอก

แต่ที่ไหนได้ เขายืนยันว่าชอบเธอ ชอบมานาน...แล้วย้อนถามเธอว่า จำเราไม่ได้เหรอ เรา...หัวปิงปองไง

เพิร์ลลี่มองหน้าพิมานชัดๆ ตกใจนึกไม่ถึง “หัวปิงปอง...

ไอ้เด็กอ้วน ฟันหลอ พุงยื่น ขี้มูกย้อย ที่เรียนด้วยกันตอน ป.1 เนี่ยนะ นี่แกหล่อแบบนี้ได้ไง ไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีมาเหรอ”

“อย่าปากพล่อยค่ะลูกขา” ชม้อยเตือนเบาๆ

“เราไม่ได้ทำอะไรหรอก มันเป็นของมันเอง แล้วที่เรานัดเจอเธอผ่านแม่เธอวันนี้ ก็เพราะเราอยากเจอเธอนะ”

“อยากเจอทำไม”

“ก็เราบอกไปแล้วนี่ เราชอบเธอ เธอเคยเป็นรักแรกของเรา ลืมไปแล้วเหรอ”

“แน่ใจเหรอที่แก เอ่อ ที่เธอพูดน่ะ...หน้าเราก็ไม่สวย นิสัยเราก็ไม่ดี แถมยังเป็นแม่ม่ายป้ายแดงอีก...รับได้เหรอ”

“มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ เธอยังเป็นแบ๊วตัวแม่ เจ้าเล่ห์เพทุบายแถมปากจัดอีกต่างหาก แต่เราก็ชอบที่เธอเป็นเธออย่างนี้แหละ”

เพิร์ลลี่อายม้วน เขินสุดๆ ชม้อยยิ้มหน้าบานดีใจ แอบพูดคนเดียวว่า ในที่สุดก็ถูกรางวัลที่หนึ่งจนได้...

ooooooo

ยาหยีหายดีแล้ว และสัปดาห์หน้าก็จะกลับมาทำงานกับพี่ยิ่ง แต่วันนี้เธอแวะเข้ามาที่บริษัท ตั้งใจว่าคงได้เจอสุดยอด แต่ต้องผิดหวังเมื่อพี่ยิ่งบอกว่าสุดยอดลาพักร้อน ตนเลยต้องมาเป็นพิธีกรแทนเขาชั่วคราว...

เช้าวันหนึ่ง ณนนท์กับเท่งเห็นข่าวเพิร์ลลี่ประกาศแต่งงานกับพิมานอย่างชื่นมื่นก็โล่งใจไปที ทั้งคู่คิดว่าถ้าสุดยอดเห็นเพิร์ลลี่มีความสุขแบบนี้ก็จะได้หายรู้สึกผิดเสียที

“การแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักมันจะไปมีความสุขสู้แต่งงานกับคนที่เรารักและรักเราไปได้ยังไง จริงมั้ย”

“จริงครับพ่อ ครอบครัวคือกำลังใจที่ดีที่สุดของมนุษย์ ถ้าเราออกไปรบกับคนข้างนอกมาทั้งวันแล้วยังต้องมารบกับคนที่บ้านอีก มันก็ไม่ไหวหรอกครับ...ผมโชคดีที่ได้เจอยี่หวา”

“พ่อดีใจด้วย หมดห่วงไปซะคน ทีนี้ก็เหลือแต่เจ้ายอดนี่ล่ะ”

พูดขาดคำ เท่งเหลือบเห็นยาหยีเดินเข้ามา เธอสวัสดีสองพ่อลูก เป็นจังหวะที่สุดยอดจะลงบันไดมาจากข้างบน พอเขาได้ยินเสียงเธอก็รีบหลบทันที

“ว่ายังไงหนู มาหาเจ้ายอดเหรอ”

“ค่ะคุณลุง สุดยอดอยู่ไหมคะ หยีอยากขอบคุณเขา หยีทำขนมที่เขาชอบมาฝากด้วยค่ะ”

สุดยอดแอบฟัง อยากออกไปหายาหยีใจจะขาด แต่ก็หักห้ามใจไม่ออกไป

“ยอดเขาหลบหน้าหยีใช่ไหมคะ ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลหยีมาหาเขาที่นี่หลายครั้งก็ไม่เจอ ไปหาที่ทำงานก็ไม่พบ โทร.ไปก็ไม่รับสาย”

ณนนท์กับเท่งสีหน้าท่าทีอึดอัดใจ ยาหยีมองออกจึงตัดบทว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเขาไม่อยากเจอหยีก็ไม่เป็นไร ฝากบอกเขานะคะว่าหยีขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่เขาเสียสละเพื่อหยี หยีอภัยให้เขาหมดทุกอย่าง จากนี้ไปหยีจะไม่มารบกวนเขาอีก”

ยาหยีเดินออกไป สุดยอดยืนพิงกำแพงฟังด้วยความเจ็บปวดใจ แล้วแอบเดินตามไปหลบมุมมองเธอกับเพื่อนสาวสองคนที่รออยู่หน้าบ้าน ทำให้ได้เห็นยาหยีร้องไห้ พูดกับเพื่อนว่า

“ฉันหมดใจกับเขาแล้วล่ะวุ้น ก้อย...ฉันกับเขาคงจบกันแค่นี้ เราไม่มีวาสนาต่อกันจริงๆ”

สุดยอดหน้าเศร้า มองยาหยีอย่างสิ้นหวัง แล้วตัดใจเดินกลับเข้าบ้าน

“แกจะไม่ยอมเจอหนูยาหยีเขาจริงๆเหรอ” เท่งถามลูกชาย

“ครับพ่อ ระหว่างผมกับเขา...เราจบกันแล้วครับ”

“ฟังนะลูก วิ่งหนีอะไรก็วิ่งหนีได้ แต่วิ่งหนีใจตัวเองน่ะมันวิ่งหนีไม่พ้นหรอก”

คำพูดของพ่อสะกิดให้สุดยอดคิดทบทวน ที่สุดเขาก็คิดได้ เขาจะไม่วิ่งหนีใจตัวเองอีกแล้ว...วันรุ่งขึ้น สุดยอดวางแผนกับพี่ยิ่งและเพื่อนๆทีมงานหลอกยาหยีมาเซอร์ไพรส์ด้วยการขอเธอแต่งงาน ยาหยีดีใจมาก พยักหน้าแทนคำตอบทั้งน้ำตา

“ขอบคุณนะยอด ขอบคุณสำหรับความรักและสิ่งดีๆที่คุณให้กับฉัน”

“ผมรักคุณ ผมจะไม่ยอมเสียคุณไปอีกแล้วยาหยี” สุดยอดกอดกระชับยาหยี ทุกคนมองทั้งคู่ด้วยความปลาบปลื้มยินดี

“เฮ้อ ลงตัวได้ซะที ทีนี้ก็ตาเราบ้างล่ะ” ว่านทำกรุ้มกริ่มเข้าไปกอดไหล่ก้อย แต่โดนสาวเจ้าถองด้วยศอก ซะจุกแอ่ก...

ooooooo

หลังจากนั้นไม่นานพิธีแต่งงานระหว่างณนนท์กับยี่หวา และสุดยอดกับยาหยีก็ถูกจัดขึ้นในสวนสวย ท่ามกลางญาติมิตรและแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดีด้วยรอยยิ้ม ในการนี้พี่ยิ่งถือโอกาสให้ทีมงานถ่ายทำรายการ “โซลเมทคู่แล้วไม่แคล้วกัน” ไปด้วยเลย

บ่าวสาวสองคู่หล่อสวยสมกัน ยืนรับคำอวยพรจากเท่งและบุญเลื่องด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“หมดทุกข์หมดโศกสักทีนะลูก ต่อไปนี้จะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต พ่อขออวยพรให้ลูกๆมีความสุขกันทุกคน ดูแลซึ่งกันและกันตลอดไป ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูกนะ”

“แม่ฝากลูกสาวทั้งสองคนด้วยนะนนท์ ยอด ดูแลกันต่อไปให้ดีๆล่ะ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะ ชีวิตคู่จะได้ยืนยาว”

บ่าวสาวทั้งสองคู่ยกมือไหว้ขอบคุณ ว่านกับนัทจับภาพตลอดเวลา เมื่อพิธีการเริ่มขึ้นท่ามกลางเสียงไวโอลินบรรเลงเพลงไพเราะ โดยพี่ยิ่งทำหน้าที่พิธีกรตลอดงาน ขณะเขากำลังเพลิดเพลินหยอกเย้าบ่าวสาวเคล้าเสียงหัวเราะ

เอนิตาเดินเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญ พี่ยิ่งตกตะลึงจังงัง ขณะที่ว่านกับนัท และวุ้นกับก้อยต่างก็พากันคาดเดาว่า เอนิตาไม่ได้มาดี ในกล่องของขวัญอาจมีปืนอยู่ก็ได้

ส่วนบุญเลื่องกับเท่งก็ไม่ไว้ใจ เดินไปขอร้องเอนิตาว่าวันนี้เป็นวันมงคลของลูกๆตน อย่ามาทำอะไรที่ไม่ดีในงานเลย จะให้ไหว้พวกตนก็ยอม

พูดเสร็จ สองคนทำท่าจะไหว้จริงๆ เอนิตาร้องห้ามเสียงหลง แล้วบอกว่า

“นิตาแค่อยากมาลาแล้วก็อยากมาขอโทษทุกคน เชื่อนิตาเถอะค่ะ นิตามาดีจริงๆ”

“แต่คุณไปที่ไหนก็มีเรื่องทุกที แล้วจะให้ฉันเชื่อคุณได้ยังไง” บุญเลื่องยังไม่วางใจ พี่ยิ่งเองก็เช่นกัน รีบเข้ามากระซิบเท่งกับบุญเลื่องว่าอย่าเชื่อ ถ้าไม่อยากให้งานแต่งมีอันเป็นไป จากประสบการณ์ตนว่าในกล่องต้องเป็นระเบิดน้อยหน่า

“จะเล่นขนาดนั้นเลยเหรอ เกินไปหรือเปล่า”

“นิตาไม่ทำอย่างนั้นแน่ นิตายอมแพ้แล้ว ให้นิตาเข้าไปลานนท์ ลาไข่ตุ๋นเป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะคะ”

“ครั้งสุดท้าย หมายความว่ายังไง”

“นิตาจะไปอเมริกา ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นค่ะ”

“ถ้างั้นก็เชิญเถอะ พ่อขออวยพรให้นิตามีชีวิตที่ดีมีความสุขความเจริญนะ”

“ขอบคุณค่ะพ่อ” เอนิตายิ้มบางๆ เอาของขวัญเข้ามาให้ยี่หวากับณนนท์ “มีความสุขมากๆนะคะนนท์”

“ขอบคุณครับ ดูแลตัวเองด้วยนะนิตา”

เอนิตาพยักหน้าแล้วพูดกับยี่หวา “ฉันขอโทษในสิ่งที่ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอ ฝากดูแลณนนท์กับไข่ตุ๋นแทนฉันด้วยนะ”

“ด้วยความยินดีค่ะคุณนิตา หวังว่าต่อไปเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะคะ”

เอนิตากับยี่หวาส่งยิ้มให้กันอย่างจริงใจ ทันใดนั้นไข่ตุ๋นวิ่งร้องเรียกแม่เข้ามา เอนิตาสวมกอดลูกสาวด้วยความรัก คิดถึง และรู้สึกผิด

“แม่จะไปอเมริกาแล้วเหรอคะ แล้วที่นั่นแม่จะอยู่กับใคร”

“อยู่คนเดียวจ้ะ...ทำไม ไข่ตุ๋นเป็นห่วงแม่เหรอลูก”

“ห่วงสิคะ ถ้าแม่อยู่คนเดียวแล้วเหงา ก็กลับมาหาไข่ตุ๋นได้นะคะ”

“ขอบใจจ้ะลูก ขอบใจจริงๆ”

เอนิตาน้ำตาปริ่ม ไข่ตุ๋นล้วงกระเป๋าเอาดอกมะลิที่พับจากกระดาษทิชชูออกมา

“ของคุณแม่ค่ะ ไม่ค่อยสวยแต่ไข่ตุ๋นตั้งใจทำให้แม่” เด็กน้อยยื่นดอกมะลิให้แม่ก่อนกราบลงที่ตัก “ไข่ตุ๋นอยากทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไข่ตุ๋นรักแม่ค่ะ”

เอนิตายิ้มทั้งน้ำตา กอดลูกสาวด้วยความรักและซาบซึ้ง ณนนท์กับยี่หวามองภาพนั้นด้วยความปีติ...

หลังงานแต่งได้ไม่นาน ไข่ตุ๋นกับข้าวตูเกิดทะเลาะกันเพราะหาข้อยุติบางอย่างไม่ได้ สร้างความหนักใจให้ผู้ใหญ่ทุกคนจนต้องเรียกมาสอบสวน

ที่แท้เด็กทั้งคู่อยากมีน้องเร็วๆนั่นเอง โดยขอสองคนเลย คนหนึ่งจากพ่อนนท์กับแม่ยี่หวา จะตั้งชื่อว่าน้องข้าวตุ๋น

ส่วนน้องอีกคนจากน้าหยีกับอายอด ชื่อว่าน้องไข่ตู

ผู้ใหญ่ทุกคนฟังแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนณนนท์กับยี่หวาจะรับปากแข็งขัน ขณะที่สุดยอดทำคุยโว บอกยาหยีว่าของตนขอสองคนเลยแล้วกัน

“เว่อร์แล้ว นายสุดยอด” ยาหยีท้วงอย่างเขินอาย

ข้าวตูกับไข่ตุ๋นหัวเราะชอบใจกระโดดโลดเต้นร้องไชโย ผู้ใหญ่ทุกคนก็ยิ้มแย้มมีความสุข ครอบครัวเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นรักใคร่กลมเกลียว

–อวสาน–


ละครลิขิตเสน่หา ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านลิขิตเสน่หา ติดตามลิขิตเสน่หา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 14 ธ.ค. 2554 08:54 2011-12-19T02:47:56+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ