ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

โรมไม่ตามณิศรากลับไปที่เมืองมนุษย์ เขาเดินเรื่อยเปื่อยสีหน้าเศร้าหมอง โมนาเข้ามาทัก ความรู้สึกเธอเปลี่ยนไป รู้สึกสงสารไม่หึงหวงเหมือนก่อน เธอขอโทษเขากับเรื่องที่ทำกับณิศรา โรมมองอย่างแปลกใจ โมนายืนยันว่าพูดจริงไม่ได้เสแสร้ง

“โมนารู้แล้วว่า ต่อให้ฆ่าณิศราได้ โรมก็ไม่มีวันรักโมนา อาจจะถึงกับเกลียดด้วยซ้ำ”

“โรมไม่อยากให้โมนาทำบาป...”

“โดยเฉพาะกับคนที่โรมรัก!” เห็นโรมนิ่งจึงกล่าว “โมนาไปล่ะ เรายังเป็นเพื่อนกันนะโรม” โรมยิ้มรับคำหนักแน่น โมนาหันหลังกลับน้ำตาร่วงเผาะโดยที่โรมไม่เห็น...

ตลับจัดแจงแต่งห้องให้แมทธิวใหม่ ธงชัยกับกรองทองตามมาดู กรองทองติงว่าน่าจะให้ตนช่วยด้วย ตนอยากทำอะไรให้ลูกบ้าง ธงชัยขอบคุณแม่ที่ให้ความไว้วางใจแมทธิว กรองทองถือโอกาสขอพูดอีกเรื่อง ธงชัยขยิบตาปราม เธอแหวใส่ทันที

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ได้ขออนุญาตคุณแม่ตบตีนังจันหรอก”

ตลับเอ็ดลูกสะใภ้ให้พูดกันดีๆ กรองทองจึงขอไม่ให้จันขึ้นมาบนตึกใหญ่อีก เพราะมันบาดตาบาดใจ ตลับบอกว่าจันขึ้นมาดูแลตน ไม่ได้วุ่นวายกับใคร จะให้ตนไปหาจันที่ตึกเล็กเองหรือกรองทองจะมาดูแลตนแทน ธงชัยสะใจให้เธอไปนอนกับแม่เลย กรองทองแหวใส่เขาจะได้เอาจันมานอนกก ตลับหน่ายใจที่แก่ๆกันแล้วยังคิดเรื่องนี้อยู่อีก

“กรองต้องคุมคุณธงไว้ตลอดเวลาค่ะ คงจะปรนนิบัติคุณแม่อย่างที่คุณแม่ต้องการไม่ได้”

“เธอก็หาทางเลี่ยงๆกันเอาเองก็แล้วกัน บ้านออกใหญ่โต เธอก็อยู่ของเธอทางปีกโน้น...ธงชัยพาแม่กลับห้องหน่อย” ตลับเซ็งที่ลูกทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ แทนที่จะดีใจเรื่องหลาน

ตลับเข้าห้องกดโทรศัพท์หาแมทธิว บอกเรื่องจัดห้องให้ใหม่ให้เขากลับมาดู แมทธิวอ้างว่ามีผ่าตัดพิเศษต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล ตลับจึงให้มาริสาดูแลเรื่องอาหารให้และหวังว่าคงไม่ค้างด้วยกัน แมทธิวรับรองว่ามาริสากลับบ้าน ตนค้างคนเดียว

ณิศรากำลังจะกลับเห็นมาริสาถือตะกร้าอาหารก็รู้ว่าเอาไปให้แมทธิว แต่ก็สงสัยว่ามีเคสผ่าตัดนอกเวลาเมื่อไหร่ มาริสาโล่งอกที่ณิศราไม่ซักไซ้ เอาตะกร้ามาให้แมทธิวที่ห้องแล้วถามเขาว่าจะอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหน เขาเองก็ไม่รู้ คงให้กล้าพอที่จะบอกความจริงก่อน

“หนูมาคิดว่าทุกคนจะรังเกียจพี่ไหม ถ้ารู้ความจริง”

“หนูมาไม่กล้าตอบค่ะ รู้แต่ว่าทุกคนต้องเสียใจแน่”

“แล้วหนูมาล่ะ หนูมายังไม่เคยบอกพี่เลยว่ารู้สึกอย่างไร กลัวพี่หรือเปล่า” มาริสาส่ายหน้า แมทธิวจี้ถามว่ารู้สึกอย่างไร เธอไม่กล้าสบตาขอตัวกลับ แมทธิวแวบมาขวางหน้า เธอสะดุ้งที่เขาใช้พลังพ่อมด เขาแย็บไหนว่าไม่กลัว

“หนูมาไม่กลัวที่พี่แมทเป็นมนุษย์...แต่หนูมาไม่ค่อยไว้ใจที่พี่แมทเป็นพ่อมด เพราะพี่แมทดูเปลี่ยนไป ท่าทาง เอ้อ...แปลกๆ อย่างเช่นตอนนี้”

แมทธิวกุมมือมาริสา “พี่เปลี่ยนไปเพราะพี่ไม่ใช่พี่ชายของหนูมาแล้ว พี่สามารถแสดงความรู้สึกของพี่ที่มีต่อหนูมาได้ หนูมารู้ใช่ไหมว่าพี่รู้สึกยังไงกับหนูมา”

“หนูมารู้แต่ว่าอยากกลับบ้านแล้วค่ะ”

“แล้ว...ถ้าหากวันนึงพี่จะขอให้หนูมาไปอยู่กับพี่ หนูมาจะว่ายังไง”

“บ้านของหนูมาอยู่ที่อัครเดชฤทธิ์ค่ะ ทุกคนที่หนูมารักก็อยู่ที่นั่น หนูมาคงไปไหนไม่ได้”

แมทธิวเศร้าที่มาริสาไม่ไปอยู่ด้วย เธอยืนยันว่าเขายังเป็นคนของอัครเดชฤทธิ์ แมทธิวไม่แน่ใจว่าใครจะต้อนรับอีก แต่เขาก็อยากพามาริสาไปเที่ยวดินแดนเวทมนตร์สักครั้ง เพื่อให้เธอตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นั่นด้วยกันได้ไหม พลันแสงระยิบระยับปกคลุมร่างทั้งสองหายวับไป

แมทธิวพามาริสานั่งไม้กวาดเหาะขึ้นมาบนท้องฟ้า เสื้อผ้าทั้งสองเปลี่ยนเป็นชุดจินนี่ ดวงดาวระยิบระยับลมเย็นสบายทำให้มาริสาคลายความหวาดกลัว นึกว่าตัวเองอยู่ในความฝัน

“นี่เป็นความจริง เลยดวงจันทร์ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงดินแดนแห่งเวทมนตร์แล้ว”

“โน่นทางช้างเผือกใช่ไหมคะ” มาริสาตื่นเต้น

“ใช่ พี่เองก็เพิ่งเห็นใกล้ๆขนาดนี้เหมือนกัน ไม้กวาดคงจะพาเราไปที่นั่น”

นาดาลเห็นภาพผ่านลูกแก้วสีหน้าถมึงทึง เขารวบรวมพลังทั้งหมดส่งพลังสีดำไปยังลูกแก้วแล้วหมดแรงทรุดฮวบลงทันที...แสงสีดำพุ่งมาพันร่างมาริสากระชากออกจากอ้อมแขนแมทธิวตกจากไม้กวาด เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ แมทธิวตกใจบังคับไม้กวาดตามไปช่วยเธอ

ขณะที่ร่างมาริสาร่วงลงมา ทันใดมีผ้าสีชมพูพุ่งมาพันร่างทำให้แสงสีดำสลายไป ผ้าสีชมพูพาร่างมาริสาซึ่งสลบไปด้วยความตกใจลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล แมทธิวตามลงมารีบเข้าไปประคองร่างเธอมากอดแนบแน่น

มาริสาค่อยๆรู้สึกตัวพยายามพูดว่า ตนไม่เป็นอะไรแล้ว...

แมทธิวเสียใจที่ทำให้มาริสาเกือบตาย มาริสาปลอบว่ามีคนช่วยตนไว้ แต่แมทธิวก็โทษตัวเอง

“แล้วก็มีคนทำร้ายหนูมาด้วย เป็นเพราะพี่เองที่คิดว่าตัวเองเป็นพ่อมดแล้วจะสามารถปกป้องหนูมาได้ แต่ความจริงพี่เป็นเพียงแค่คนที่เพิ่งรู้ตัว! ยังไม่มีความเก่งกล้าสามารถอะไรเลย”

มาริสาปลอบใจไม่ให้เขาโทษตัวเอง แมทธิวชวนกลับเพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านตน แล้วก็รู้สึกปวดร้าวที่เมืองมนุษย์ก็ไม่ใช่โลกของตน ไม่มีที่ไหนต้อนรับตนเลย โรซี่ก้าวออกมาจากเงามืด แมทธิวจำได้ว่าเธอคือหลานทาฮีร่า มาริสารีบถามว่าเธอช่วยตนไว้ใช่ไหม

“ค่ะ คุณแม่เคยแอบคุณพ่อสอนโรซี่...โรซี่จะได้เอาไว้ป้องกันตัว ไปเถอะค่ะ” ทั้งสองงงว่าจะไปไหน โรซี่ชวนทั้งสองไปบ้านซึ่งอยู่ไม่ห่าง...

ooooooo

ณิศราเดินออกมาที่ลานจอดรถ ปราการเข้ามาทักเห็นเธอสีหน้าไม่สบายใจ จึงชวนไปทานข้าวและดูหนังกันสักรอบ ณิศรากำลังจะปฏิเสธแต่พอเห็นโรมปรากฏตัวขึ้นจึงเปลี่ยนใจรับนัดปราการ เขาดีใจมากพาเธอไปที่รถ แต่แล้วกลับเจอโรมยืนรออยู่ที่รถของณิศราและทักว่า

“มาส่งหนูณิเหรอครับ ขอบคุณมาก พอดีผมนัดกับเธอว่าจะไปทานข้าวด้วยกัน”

ปราการหน้าเหวอ โรมแกล้งชวนเขาไปด้วย แต่ก็จ้องตาสะกดเขาให้ปฏิเสธ ก่อนจะเปิดประตูรถให้ณิศราขึ้นนั่ง เธอรู้ทันจึงบอกเขาว่าจะกลับบ้าน โรมรับคำขึ้นนั่งที่คนขับขับออกไป ปราการรู้สึกตัวแปลกใจว่าตัวเองมายืนทำอะไรตรงนี้

โรมถามณิศราคิดจะไปกับปราการจริงหรือ เธอยั่วว่าเขาไม่มีพันธะกับใครทำไมจะไปด้วยไม่ได้ โรมออกอาการหึงหาว่าที่ณิศราไม่ยอมไปอยู่เมืองเวทมนตร์กับเขาเพราะที่นี่มีปราการ

“จะมีหรือไม่มีมันก็เรื่องของฉัน!”

“เราเป็นเนื้อคู่กัน! พวกพ่อมดแม่มดอย่างเรามีสัญชาตญาณพิเศษ คือเราสามารถรู้ได้ว่าใครเป็นเนื้อคู่ แล้วก็ไม่เคยพลาดด้วย”

ณิศราว่าครั้งนี้คงพลาด โรมยืนยันว่าไม่มีวันเพราะเขารู้ว่าเธอคือเนื้อคู่ตั้งแต่วันแรกที่พบเธอ หญิงสาวหันมาพูดอย่างจริงจังว่าเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ รังแต่จะสร้างความเจ็บปวด โรมสัญญาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเราเป็นเนื้อคู่กัน...คำยืนยันของโรมทำให้ณิศรากลับบ้านด้วยความเจ็บปวดใจเพราะไม่เชื่อว่ามันจะเป็นจริงไปได้...

เมื่อใช้พลังทำร้ายมาริสาจนตัวเองหมดสติ นาดาลรู้สึกตัวขึ้นพบ ดร.พีท ทาฮีร่า จู๊ฟ เกอร์ทรู้ดและซูซี่ยืนอยู่ในบ้าน เขาตกใจมากที่ทุกคนรู้เรื่องของเขา ดร.พีทกับทาฮีร่าต่อว่าการกระทำของนาดาล แต่เขาก็ยืนกรานว่าพวกมนุษย์ทำร้ายเขาก่อน ทาฮีร่าโวย

“ฉันก็ไม่ได้ปลาบปลื้มพวกมนุษย์สักเท่าไหร่ แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องความแค้นของเจ้า”

“มันเป็นลูกหลานของพวกนักล่า ผมจะฆ่าพวกมันทุกคนเมื่อมีโอกาส”

“แล้วไม่เกรงบาปกรรมรึ!”

นาดาลไม่กลัวรู้แค่ว่าต้องแก้แค้น ดร.พีทรู้สึกสมเพชให้พวกจู๊ฟเอาตัวเขาไปโรงพยาบาล ทุกคนหายตัววับไปมีเพียงทาฮีร่าที่ร่ายคาถาไม่สำเร็จ ต้องเดินกลับบ้านแทน

โรซี่พามาริสากับแมทธิวมาที่บ้าน และบอกพวกเขาว่าตนไม่ใช่เด็กอย่างที่พวกเขาเห็น ตนโตกว่าพวกเขาอีก แต่ที่อยู่ในสภาพนี้เพราะไม่ต้องการโตเป็นผู้ใหญ่ มีแต่ความวุ่นวาย ชิคเก้นแย็บว่าไม่อยากมีแฟนบ้างหรือ โรซี่ตอบหนักแน่นว่าอยากขึ้นคานแบบคุณยาย

ทาฮีร่าเดินเข้ามาพอดี โรซี่กับชิคเก้นรู้ทันทีว่าเธอเดินกลับเพราะลืมคาถาหายตัว ทาฮีร่าปรายตามองมาริสาอย่างไม่ชอบใจ แมทธิวรีบบอกว่าเธอคือผู้หญิงที่ตนรักและจะแต่งงานด้วย แม่มดพันปีหน่ายใจที่พ่อมดหันไปหลงใหลได้ปลื้มพวกต่างพันธุ์ ไม่สนใจพวกเดียวกันแล้ว

“คุณยายครับ ผมอยากจะพบกับพ่อมดที่ทำร้ายหนูมา...ผมจะได้พูดให้เขาเข้าใจ”

“พ่อมดตนนั้นกำลังบาดเจ็บสาหัสจากการใช้พลังทำร้ายแม่คนนี้...ดร.พีทกำลังให้การรักษาอยู่ คงยังพบไม่ได้ คืนนี้หลานพักเสียที่นี่เถอะ ส่วนแม่คนนั้น ยายจะให้ไม้กวาดไปส่ง”

แมทธิวหันมากุมมือมาริสา “ผมยังมีภาระอยู่ที่เมืองมนุษย์ครับ หากทุกอย่างลงตัวแล้ว ผมจะกลับมาอยู่กับคุณยาย” ทาฮีร่ายิ้มกริ่มชูนิ้วว่าหนึ่งคน แมทธิวส่ายหน้าชูสองนิ้ว โรซี่หัวเราะคิกที่ยายเฟลอีกตามเคย

ooooooo

แมทธิวโอบมาริสาหายตัวมาปรากฏในห้องนอนที่บ้าน เธอเขินให้เขาปล่อย แล้วนึกได้ว่าทำไมแมทธิวถึงผ่านน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้ามาได้ แมทธิวคิดว่าเป็นเพราะตลับอ่อนแอลง ประจวบกับที่ตนมีพลังพ่อมดมากขึ้น และอาวุธทั้งสามก็ทำอะไรตนไม่ได้เพราะตนดื่มยาสามถ้วยนั่น

คืนนั้น โรมย่องเข้าบ้านแต่ก็เจอทาฮีร่ารออยู่จนได้ เธอกระแนะกระแหนว่าเขาคงไปหามากชราซึ่งหมายถึงณิศรา แล้วว่าเขามัวไปหาสาวจนไม่รู้ว่าที่นี่เกิดเรื่องราวใหญ่โต ชิคเก้นเห็นยืดเยื้ออยู่นั่นจึงแทรกเล่าเสียเอง

“คุณลุงนาดาลกำลังเจ็บหนัก ตอนนี้น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลเวทมนตร์...” เล่าไม่ทันจบ โรมหายตัววับไปเสียก่อน ทาฮีร่าสมน้ำหน้าชิคเก้นที่ชอบขัดคอ

นาดาลนอนไม่ได้สติมีสายระโยงระยางสีต่างๆ ต่อเข้าร่างกาย เดวิดยืนมองน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วง ดร.พีทและกลุ่มเกอร์ทรู้ดยืนดูอาการ พอเห็นตามตัวนาดาลมีสีสันขึ้นทีละน้อยพร้อมเสียงหัวใจดังขึ้น ดร.พีทก็บอกว่าเขารอดแล้ว โรมกับโมนาแสดงความดีใจกับเดวิดแต่เขากลับเดินดุ่มๆออกจากห้อง โมนาตามไปดู ดร.พีทให้พวกเกอร์ทรู้ดคอยเฝ้าดูแลนาดาลจนเช้า แล้วโรมค่อยมาเปลี่ยนเวร ถ้ามีอะไรผิดปกติให้ไปปลุกตน

โมนาตามมาถามเดวิดเป็นอะไร พ่ออาการดีขึ้นน่าจะดีใจ เขากลับไล่เธอไปให้พ้น โมนาโพล่งขึ้นว่า การแก้แค้นไม่มีประโยชน์ เดวิดหันขวับมามองหน้า

“พูดเหมือนไม่ใช่โมนาเลยนี่ หรือว่าจะยอมยกโรมให้ณิศราแล้ว!”

“ไม่มีใครยกใครให้ใครได้หรอก นอกจากใครคนนั้นจะยกทั้งตัวเองและหัวใจให้คนที่เขารัก” เดวิดอุทานไม่อยากเชื่อ โมนาเน้น “ความพ่ายแพ้วันนั้น แม้จะเจ็บปวดแต่ก็สอนบทเรียนให้ฉันหลายอย่าง...อย่างแรก ถ้าคนสองคนรักใคร่ผูกพันกันอย่างแท้จริง ก็จะไม่มีสิ่งใดพรากเขาจากกันได้ โรมกับณิศราเป็นเนื้อคู่กัน”

“รู้ได้ยังไง”

“รู้จากความมั่นคงของโรม อีกอย่างฉันเหนื่อยเกินกว่าจะพยายามเปลี่ยนใจคนที่เขาไม่ได้รักฉันเลยให้มารักฉัน มันทั้งเหนื่อยและท้อแท้ และอย่างสุดท้ายฉันไม่อยากทำร้ายใครอีกต่อไป”

“ทั้งที่ทำร้ายคนมามากแล้วงั้นเรอะ” เดวิดหัวเราะขบขัน โมนาพยักหน้าเนือยๆ

“ใช่ อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อย ความท้อแท้ ความเจ็บปวดทั้งกายและใจทำให้ฉันคิดได้ เธอเองก็ควรจะคิดให้ได้เหมือนกัน...ถามจริงๆ เธอเคยมีความสุขบ้างไหมเดวิด”

“เคย! ความสุขของฉันคือการทำให้พ่อพอใจ” พูดจบเดวิดผละเดินจากไป โมนานั่งนิ่ง

เดวิดกลับมาดูนาดาล จู๊ฟ เกอร์ทรู้ดและซูซี่ต่างนอนหลับ นาดาลรู้สึกตัวกำชับเดวิดให้ไปทำให้สารกิจโกงย่ามากขึ้น เดวิดไม่อยากทำอีก แต่พอนาดาลขู่ว่าจะดึงสายต่างๆออกจากตัวเพื่อจะได้ตายๆไป เดวิดรีบรับคำแล้วเดินออกไปทันที

ooooooo

บรรยากาศยามเช้าที่หน้าบ้าน สิริกาญจน์กำลังควบคุมคนสวนแยกต้นไม้ใส่กระถาง รถปรารถนาซึ่งหยดย้อยเป็นคนขับแล่นผ่านจะออกจากบ้าน ปรารถนาเปิดกระจกรถโบกมือให้สิริกาญจน์ เธอมองอย่างประหลาดใจว่าพี่สามีจะออกไปไหน

ปรารถนาบ่นอุบว่าสิริกาญจน์ไม่มีมารยาท ตนโบกมือให้ก็ไม่โบกตอบ หยดย้อยหัวเราะคิกถ้าเธอรู้ว่าปรารถนากำลังไปทำอะไรคงอกแตกตาย...ในขณะที่สิริกาญจน์รีบเข้าไปต่อว่าสามีว่าปรารถนาไปไหนทำไมถึงไม่รู้เรื่อง สมเกียรติกังวลคงไม่เกี่ยวกับเรื่องมรดก

สิริกาญจน์โทร.ถามปราการทันที ปราการคิดว่าคงมาพบหมอที่โรงพยาบาลตามนัด แต่สิริกาญจน์ก็สงสัยในท่าทีประหลาดของเธอ ปราการแนะว่าในเมื่ออาไม่อยู่ ให้พ่อแม่ไปค้นห้องดูว่ามีสมบัติซ่อนที่ไหนบ้าง คนสติไม่ดีแบบนั้นคงทิ้งของมีค่าไว้เกลื่อน...สิริกาญจน์เห็นดีด้วย

ในขณะที่ปรารถนามาพบตลับที่บ้านอัครเดชฤทธิ์ ตลับมีท่าทีอ่อนโรยมีจันประคองเดินออกมา ปรารถนาคิดว่าตลับเดินจังหวะใหม่ หยดย้อยต้องกระซิบว่าเธอป่วย ตลับบอกว่าแค่เวียนหัวนิดหน่อย ปรารถนารีบบอกให้ไปผ่าหัวที่โรงพยาบาลของเราเอง ตลับตัดบท

“ไม่ถึงขนาดต้องผ่าหรอกค่ะ ว่าแต่คุณปรารถมีอะไรให้พี่ช่วยคะ”

“คุณปรารถจะให้คุณพี่เป็นพยานให้น่ะค่ะ นี่คุณปรารถนัดทนายมาที่นี่ด้วย คุณปรารถจะเซ็นยกมรดกตลอดจนที่ทางของคุณปรารถให้สร้างโรงพยาบาลสำหรับคนยากจนค่ะ”

“ขออนุโมทนาด้วยค่ะ” ตลับยกมือไหว้

“สาธุค่ะ คุณปรารถเจ็บใจพี่น้องลูกหลานนัก

ทุกคนหวังแต่มรดกของคุณปรารถ ไม่ได้รักคุณปรารถด้วยความจริงใจ มรดกคุณปรารถมีเยอะแยะ เอาไปสร้างบุญสร้างกุศลดีกว่า”

ขณะเดียวกัน สิริกาญจน์กับสมเกียรติกำลังช่วยกันไขประตูห้องปรารถนา สาวใช้นำกุญแจสำรองมาวางให้เต็มถาด ไม่มีดอกไหนไขประตูได้ ทั้งสองสงสัยว่าปรารถนาจะเปลี่ยนกุญแจประตูใหม่ พอดีปราการโทร.มาแจ้งว่าปรารถนาไม่ได้มาที่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่าไปไหน

เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ปรารถนาปลื้มปริ่มถึงกับน้ำตาซึม...ด้านสมเกียรติกับสิริกาญจน์นั่งหมดแรงอยู่ที่ห้องรับแขก เสียงรถปรารถนากลับมา สิริกาญจน์ทำทีเอาผลไม้ไปฝากเพื่อเลียบเคียงถามว่าเธอไปไหน...ปรารถนาแปลกใจที่แห่กันมา สิริกาญจน์ให้หยดย้อยออกไปก่อนเพราะมีเรื่องอยากคุยกับปรารถนา แต่ปรารถนาไม่ให้ไป

“นมย้อยต้องอยู่ที่นี่เพื่อป้องกันผู้ประสงค์ร้ายต่อคุณปรารถ”

“แต่นี่เป็นผมกับสิรินะครับ”

ปรารถนาไม่สนใจบอกให้พูดธุระเลย สิริกาญจน์เปิดฉากถามว่าปรารถนาไปไหนมา

“ไปเซ็นยกมรดกทั้งหมดเพื่อสมทบทุนกับเงินที่คุณพี่ตลับประมูลเพชรเจิดจรัสได้เพื่อสร้างโรงพยาบาลให้คนยากจนค่ะ” ปรารถนาพูดชัดถ้อยชัดคำ

สองสามีภรรยาช็อกพูดไม่ออก ปรารถนาบอกหยดย้อยว่าทั้งสองดีใจจนพูดไม่ออก หยดย้อยขำเพราะทั้งสองถึงกับเป็นลมพับกันไป

ooooooo

สารกิจหงุดหงิดกังวลใจอยู่ในห้องทำงานไม่อยากพบปะใคร เดวิดเข้ามาหา เขาดีใจรีบปรึกษาเรื่องโดนทวงหนี้ เดวิดแอบยิ้มในหน้าแนะนำให้เขาถอนเงินครอบครัวออกมาอีกห้าร้อยล้าน สารกิจหวั่นใจกลัวถูกจับได้

“นั่นเอาไว้แก้ปัญหาทีหลัง แต่ตอนนี้คุณต้องการเอาเงินไปใช้หนี้ แล้วก็ลงทุนใหม่เพื่อให้ได้เงินเก่าคืน”

“ไม่เห็นได้คืนซักที ยิ่งเล่นยิ่งเสีย”

“ก็ตามใจคุณ ผมบอกได้แต่ว่าชีวิตคือการเสี่ยง”

สารกิจยิ่งกลุ้มใจ เดวิดยุว่าทีตลับเอาเงินไปประมูลเพชรเจ็ดสิบล้านเพื่อบริจาค แล้วไม่นานโรงพยาบาลก็จะเป็นของแมทธิว เขาควรจะโยกย้ายมรดกมาเป็นของตัวเองบ้าง สารกิจรู้สึกว่าเดวิดเป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา... เดวิดยิ้มย่องกลับเข้าห้องทำงาน โมนาปรากฏตัวขึ้น

“ไปทำชั่วร้ายอะไรมาอีกล่ะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ! ถามตัวเองก่อนดีไหม”

“ในฐานะเพื่อน ฉันไม่อยากให้เธอถลำลึกไปกว่านี้”

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมาตักเตือนหรือสั่งสอน”

“เธอเป็นคนดี...โดยเนื้อแท้แล้วเธอเป็นคนดีไม่อย่างนั้นคงไม่คอยช่วยฉันตอนเจ็บหนัก”

เดวิดไม่อยากฟังไล่โมนากลับไป เธอยังขอให้เขาคิดให้ดี แต่เดวิดยืนกรานว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนใจเขาได้ โมนาถอนใจ...

แมทธิวมาพบวิวรรณที่ร้านอาหารตามนัด ตั้งใจจะพูดให้เด็ดขาดเรื่องมาริสา โดยอ้างว่าไม่อยากให้คนในโรงพยาบาลนินทาเขากับมาริสาให้เสื่อมเสีย แมทธิวไม่พอใจแต่เก็บอาการ พูดอย่างถนอมน้ำใจว่า ได้ยินใครพูด ตนจะเรียกมาตักเตือนให้สนใจเรื่องของตัวเองก่อนจะดีกว่า

วิวรรณสะอึกรู้สึกเหมือนโดนแดกดันแต่ก็พยายามตะล่อม “แหม พี่แมทแก้แทนหนูมาตลอดเลยนะคะ

วิชักน้อยใจแล้ว วิน่ะพยายามทำหน้าที่ของวิโดยคอยเตือนหนูมาว่าอย่าทำให้พี่แมทเสื่อมเสียหรือลำบากใจ แต่หนูมากลับเถียงฉอดๆ คงจะถือว่าเป็นคนโปรดของพี่แมท”

“พี่ไม่ชอบคำนั้นเลย แต่ก็ขอบใจวิที่เป็นห่วง วิไม่ต้องกังวลเรื่องนี้จนเกินไปเพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับวิ”

“เกี่ยวสิคะ วิถือว่าวิเป็นว่าที่ภรรยาของพี่แมท วิต้องปกป้องเกียรติของว่าที่สามี อะไรที่เห็นว่าไม่สมควรก็ต้องตักเตือนห้ามปรามกัน”

“พี่อยากพูดเรื่องนี้อยู่พอดี พี่รู้ว่าเธอหวังดี แต่พี่ไม่อยากให้วิต้องมาเดือดร้อนด้วยจริงๆ เพราะวิก็เป็นน้องสาวพี่เหมือนหนูมา หนูณิ น้องกุล”

“วิต้องการทำหน้าที่ของว่าที่ภรรยาค่ะ ไม่ใช่ น้องสาว”

“แต่พี่เห็นวิเป็นแค่น้องสาว!” แมทธิวเน้นหนักแน่น

วิวรรณแทบร้องกรี๊ด...กลับมาร้องไห้ฟูมฟายกับพ่อแม่ สิริกาญจน์ไม่พอใจหาว่าแมทธิวไม่รับผิดชอบ ถ้าไม่รักก็น่าจะปฏิเสธตั้งแต่ต้น สมเกียรติแย็บว่า เราเคยถามความสมัครใจของแมทธิวหรือ  สิริกาญจน์หน้าเจื่อนเพราะทุกอย่างพูดคุยผ่านกรองทองมาตลอด

สิริกาญจน์มาที่บ้านตลับทันทีเพื่อพูดคุยกับกรองทองอย่างจริงจัง  กรองทองเริ่มเขวเพราะไม่เคยถามลูกชายตรงๆสักที สิริกาญจน์จึงบอกเรื่องข่าวลือว่าแมทธิวกับมาริสารักกัน กรองทองตกใจรีบมาบอกตลับ ผู้สูงวัยนั่งนิ่งไม่อยากเชื่อข่าวลือ  จึงรับปากว่าจะถามแมทธิวให้ แต่ไม่ใช่บังคับให้เขาแต่งงานกับวิวรรณ ทุกอย่างต้องแล้วแต่ความสมัครใจของเขา  สิริกาญจน์หน้าเหยกลับไป กรองทองก็หวั่นวิตกต้องผิดใจกับเพื่อนที่มีอยู่เพียงคนเดียว

ooooooo

ค่ำวันนั้นตลับเดินคุยกับแมทธิวประสาย่าหลาน แมทธิวกราบขอโทษเรื่องวิวรรณเพราะไม่ได้รักเธอ เห็นเธอเป็นเพียงน้องสาว ตลับแย็บถามถึงมาริสา เขารีบบอกว่ามาริสาเป็นน้องที่ตนสงสารมาแต่เล็ก คอยปกป้องไม่ให้พี่น้องรังแกซึ่งก็อยู่ในสายตาย่ามาตลอด

ตลับถามให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดศีลธรรม เขายืนยันว่าจะไม่ทำผิดศีลธรรมเด็ดขาด

“ขอบใจลูก  ย่าน่ะคาดหวังกับแมทไว้มาก  อนาคตของตระกูลเราก็ฝากไว้ที่แมท  ย่ามีหลานหลายคนก็จริง แต่แมทเป็นคนเดียวที่ย่าจะฝากฝังทุกอย่างได้” ตลับย้ำทำให้แมทธิวรู้สึกผิด

แมทธิวเดินกลับห้องแล้วหยุด  ลังเลที่จะเปิดประตูเข้าไป โรมปรากฏตัวข้างๆบอกให้เขาเข้าได้ ตอนนี้ตลับร่างกายเสื่อมถอยลง  น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่โรยไว้รอบบ้านก็เสื่อมคลายความขลัง อาวุธวิเศษก็คงเหมือนกัน โรมเปิดประตูเดินนำเข้าไป ทันใดนั้นเองเกิดแสงพุ่งปะทะเขากระเด็นออกมากองหน้าห้อง  แมทธิวก้มมองขำๆ ถามเป็นอย่างไร โรมรีบลุกขึ้นบอกไม่เท่าไหร่

สองพ่อมดค่อยๆเดินเข้าห้องอย่างระมัดระวัง  ยังมีพลังอยู่ในห้องนี้  แมทธิวรู้สึกว่าไม่ร้ายแรงเท่าเดิมแต่ก็ยังทรงอานุภาพอยู่ โรมคิดว่าแมทธิวคงนอนในห้องไม่ได้ แต่เขาไม่อยากกลับไปนอนโรงพยาบาล  เกรงคนจะสงสัย โรมบอกดึกแล้วไม่มีใครสนใจนอกจากมาริสา  จึงแนะนำให้ไปบอกเธอไว้ก่อน  แมทธิวจึงย้อนถามว่าเขามาทำไม โรมรีบหายตัววับไปไม่ตอบ...

แล้วโรมก็มาปรากฏตัวในห้องณิศรา  เธอสวมเสื้อคลุมออกมาจากห้องน้ำตกใจโวยว่าเขาถือตัวเป็นพ่อมดเข้าออกห้องใครตามอำเภอใจ โรมขอโทษ เป็นเพราะน้ำศักดิ์สิทธิ์เสื่อมความขลังลงทำให้เขาเข้ามาได้ง่าย ณิศราเหน็บให้เขาไปห้องกุลนภา โรมบอกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ไหน

“จะถามฉันงั้นสิ”

“ผมไม่อยากรู้หรอกว่าห้องใครอยู่ที่ไหน  ผมเฝ้ารอเวลามาที่ห้องคุณคนเดียว”

“เพราะเห็นฉันเป็นลูกไก่อยู่ในกำมือ”

“เพราะเรารักกันต่างหาก”

“พ่อมดนี่พูดเองเออเองก็เป็นด้วย”

“พ่อมดก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง การอยู่ต่างภพต่างภูมิไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดการวิวาหะระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์อย่างที่ผ่านมา”

ณิศราขอเวลาแต่งตัว โรมขอโทษแล้วเสกให้ตัวเขาและเธอเป็นชุดจินนี่  จะไปขอเธอกับตลับและพ่อแม่เธอ หญิงสาวตกใจไม่ยอม ให้รอจนกว่าสองตระกูลจะเลิกเป็นศัตรูกันก่อน

“เป็นอันว่าคุณตอบรักผมแล้ว” โรมดีใจยิ้มเจ้าเล่ห์

“อะไรนะ นี่คุณหลอกฉันเรอะ”

“เรียกว่าโน้มน้าวดีกว่า”

“พ่อมดเจ้าเล่ห์ ไปไกลๆเลย ยังไงก็ไม่มีทางที่ตระกูลเราจะเป็นมิตรกันได้”

โรมจะรอถึงวันนั้น  ณิศราเหน็บให้เขาไปแต่งงานกับแม่มดที่รักเขา โรมถามแล้วเธอจะแต่งงานกับคนอื่นไหม หญิงสาวอึ้งถามกลับ โรมขออยู่คนเดียวจนกว่าร่างจะแตกสลาย  ณิศราจึงบอกว่าตนก็จะอยู่คนเดียวจนตายเช่นกัน โรมกอดเธอด้วยความตื้นตันใจ

ooooooo

เมื่อยอมรับใจตัวเองแล้ว  ณิศราจึงมาปรึกษาแม่แต่ก็ไม่กล้าพูดตรงๆ พูดอ้อมไปอ้อมมาจนอุษณีย์ดักทางได้ว่าเรื่องโรม  ณิศราหลบตาเขินๆบอกแม่ว่า

“คือ...เขาบอกว่าเขายินดีจะมาพบกับคุณย่า คุณพ่อ คุณแม่เรื่องหนูณิ”

อุษณีย์รีบห้ามทั้งที่รู้ว่าลูกสาวรักพ่อมดตนนี้ จึงเตือนด้วยความรัก “เรื่องคู่ครองนี่แม่เคยบอกหนูณิแล้วว่าสุดแต่บุพเพสันนิวาสหรือจะเรียกว่าพรหมลิขิตก็ได้ เรื่องของลูกกับพ่อมดคนนั้นอาจจะสมหวังหรือผิดหวังได้เท่าๆกัน รักน่ะรักได้ แต่แม่อยากให้เผื่อใจไว้ด้วย”

ณิศรารับคำ อุษณีย์มองลูกอย่างสงสารจับใจ...

ณิศราเดินมาที่ตึกเล็กเจอจัน  ต่างทำหน้าเก้อๆ ณิศราถามหามาริสา จันดีใจที่ณิศราดูเป็นมิตรกับลูกมากขึ้น บอกทำขนมอยู่ข้างใน ณิศราขอบคุณแล้วเดินผ่านไป...มาริสากำลังง่วนกับการชั่งตวงแป้งตามตำราที่วางข้างหน้าจะทำสโคนให้ตลับ  ณิศราขอช่วยทำเพราะตัวเองไร้ประโยชน์มานาน มาริสาท้วงว่าไม่จริง

“ที่หนูณิช่วยรักษาพยาบาลคนเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นก็เท่ากับสร้างประโยชน์ สร้างกุศลแล้ว”

“เธอเคยมองใครไม่ดีบ้างไหม” ณิศราทึ่งกับความคิดดีของญาติผู้น้อง

“ทุกคนก็มีทั้งมุมดีและมุมไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น” มาริสาออกตัว ณิศราสวนว่ามีเรื่องจะคุย

มาริสาตั้งใจฟัง ณิศราถามตรงประเด็นว่ามาริสารู้สึกอย่างไรกับแมทธิวทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นพ่อมด มาริสาหน้าเจื่อนกลัวณิศราบอกคนอื่น แต่พอณิศราบอกว่าถ้าบอกคงบอกไปนานแล้ว มาริสาโล่งใจ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นณิศราร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมา

“เรามีปัญหาเดียวกัน เธอกับพี่แมท...ฉันกับหมอโรม” มาริสาถามจะทำอย่างไร  ณิศราน้ำตาพรั่งพรูเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร  มาริสาส่งทิชชูให้ซับน้ำตาด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน...

ระหว่างนั้นสารกิจเก็บตัวอยู่ในห้องไม่ไปทำงานอ้างว่าไม่สบาย  ไพจิตรเห็นท่าทางลูกหงุดหงิดมีกังวลก็พูดเรื่องฝ่ายบัญชีโทร.มาว่าเงินในบัญชีหายไปหลายร้อยล้าน  สารกิจชะงักทำทีโวยว่าจะหายไปได้อย่างไร แล้วทำไมไม่รายงานตน กลับบอกพ่อแทน ไพจิตรเห็นว่าดีกว่าบอกย่า  สารกิจจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะโทร.มารายงาน ผู้เป็นพ่อแย็บถามเขาไม่เกี่ยวแน่นะ สารกิจสะดุ้งพยายามเก็บอาการปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว  แล้วนึกโมโหทำไมไม่เป็นอย่างที่เดชาพูด

เมื่อสารกิจมาเจอกับเดวิด  เขากลับพูดทำนองว่าถอนเงินจำนวนมากขนาดนั้นจะไม่ผิดสังเกตได้อย่างไร สารกิจโมโหเพราะทำตามคำแนะนำ  เดวิดสะกดสารกิจให้ขับรถหนีไปเรื่อยๆ

เย็นวันนั้นเดวิดก็กลับมาดูอาการนาดาลที่โรงพยาบาลเวทมนตร์  นาดาลจะกลับบ้าน เขาไม่อยากให้กลับแต่ขัดใจไม่ได้  พวกจู๊ฟที่เฝ้าอยู่ช่วยกันขวางไม่สำเร็จ จึงรีบไปรายงาน  ดร.พีท...ดร.พีทฉุนที่ไม่รักชีวิต อยากให้ร่างกายแตกสลายเพราะความแค้น แต่ก็สั่งพวกจู๊ฟไปแอบเฝ้าดู

ooooooo

พออุษณีย์รู้เรื่องสารกิจจากไพจิตรก็ลมแทบจับไม่อยากเชื่อว่าลูกจะโกงเงินบริษัท ไพจิตรจะโทร.หาสารกิจแต่เห็นข้อความในไลน์เสียก่อน สารกิจส่งข้อความมาว่า

“สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่ ผมต้องกราบขอประทานโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วย แต่ผมไม่อยากเหนื่อยอีกแล้วครับ คุณย่าไม่ยุติธรรม ผมขอเลือกทางสบายดีกว่า คุณพ่อช่วยดูแลคุณแม่แทนผมแล้วก็รักษาตัวด้วยนะครับ เงินจำนวนนี้พอจะทำให้ผมอยู่อย่างสบาย”

อุษณีย์น้ำตาไหลพราก ในขณะที่ไพจิตรโทษตัวเองผิดที่ให้ท้ายลูกแทนที่จะห้ามปรามไม่ให้ลูกทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง โกรธแค้นย่าของตัวเองถึงขั้นโกงเงินบริษัท

“เห็นหรือยังว่าทำไมคุณย่าถึงได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ตาแมท  เพราะท่านอ่านคนทะลุปรุโปร่งหมด  ตาแมทมีอนาคต  แต่ตากิจกลับหมดอนาคต!  เราต้องเรียนเรื่องนี้ให้คุณแม่ท่านทราบ” อุษณีย์ตำหนิสามีและบอกในสิ่งที่เขาควรทำอย่างเด็ดเดี่ยว

นาดาลมองทุกอย่างผ่านลูกแก้วอย่างสะใจที่อีกไม่นานจะได้เห็นตลับอกแตกตายเพราะการกระทำของลูกหลาน โมนาแอบดูอยู่รีบหายตัวแว่บไปจากตรงนั้น

เมื่อตลับรู้เรื่องจากไพจิตรก็ครุ่นคิดแล้วบอกว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เอาเงินคืนเขาไปก็หมดเรื่อง แต่ผู้ถือหุ้นคนอื่นอาจไปแจ้งความ ตระกูลเราก็จะเสียชื่อ  แต่ก็ไม่เท่ากับที่สารกิจจะต้องติดคุก ตลับเจ็บปวดเสียใจที่หลานคิดว่าตนไม่ยุติธรรม ให้ไพจิตรตามจันมาพบตน

ระหว่างนั้นรถที่สารกิจขับพุ่งตัดหน้ารถไฟที่กำลังแล่นมา โมนาปรากฏตัวเข้าช่วยทำให้รถไฟผ่านไปและรถสารกิจจอดนิ่งโดยคนแถวนั้นไม่เห็นอะไรผิดปกติ...

สารกิจรู้สึกตัวแปลกใจที่เห็นโมนานั่งอยู่ข้างๆ เธอสะกดให้เขาขับรถกลับโรงพยาบาล กำชับให้อยู่ในห้อง อย่าไปไหน

นาดาลเห็นการกระทำของโมนาผ่านลูกแก้วก็โกรธมากสั่งเดวิดไปจัดการโมนา...ทาฮีร่าเหมือนรับรู้ครุ่นคิดอะไรบางอย่างจนชิคเก้นเห็นแล้วทัก  แต่เธอไม่บอกปล่อยให้ชิคเก้นโง่ต่อไป

นาดาลใช้พลังชีวิตถอดจิตไปปรากฏตัวให้แมทธิวเห็น สะกดเขาให้รับรู้ว่าตนเป็นพ่อต้องการให้เขาทำตามคำสั่ง กลับบ้านไปเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้พวกตลับใจสลาย...แมทธิวเดินออกจากโรงพยาบาลเหมือนคนถูกสะกดไม่สนใจใคร...แต่พอมาปรากฏตัวในห้องนอนที่บ้าน พลังนาดาลอ่อนลง แมทธิวเอามือปิดหู ไม่ยอมฟังคำสั่งของนาดาลที่ตามติด

“เจ้าต้องทำ! อย่าพยายามแข็งขืน” แมทธิวไม่ยอม นาดาลย้ำ “ถึงเวลาแล้วแมทธิวลูกพ่อ”

“พ่อ! ใครเป็นพ่อผม ผมอยากพบพ่อ”

“ทำตามที่พ่อสั่งให้สำเร็จ แล้วเจ้าจะได้พบพ่อ”

แมทธิวไม่ทำเพราะตลับมีบุญคุณกับตน นาดาลจึงบันดาลให้เขาเห็นภาพตอนฮันนาโดนเผาทั้งเป็น

แล้วย้ำว่าพวกตลับฆ่าแม่ของเขา แมทธิวน้ำตาคลอตกอยู่ใต้มนตร์สะกดนาดาลอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน  จู๊ฟ  เกอร์ทรู้ด และซูซี่ที่เฝ้าดูนาดาลอยู่ที่บ้านเขา เห็นนาดาลนั่งหลับตานิ่งก็ไม่รู้ว่าเขาถอดจิตไปบังคับแมทธิวอยู่

สมเกียรติ  สิริกาญจน์  ปราการ และวิวรรณชุมนุมกันอยู่ที่โรงพยาบาล ตั้งใจเอาเรื่องเงินแปดร้อยล้านที่สารกิจถอนออกไปโจมตีครอบครัวตลับฐานไม่รับวิวรรณเป็นลูกสะใภ้ วิวรรณจะเอาสารกิจเข้าคุกถ้าแมทธิวไม่มาอ้อนวอนขอโทษ ส่วนปราการคิดเอาเรื่องนี้รวบทั้งณิศราและมาริสา...ปรารถนาแอบฟังอยู่นานไม่พอใจ  เดินอาดๆเข้ามากับหยดย้อย

“พูดจาสกปรกโสโครก เดี๋ยวกลับบ้านไปให้เอาสบู่สองโหลล้างปาก”

ทุกคนตกใจ ปรารถนาว่าพวกเขาเอาแต่สมคบกันมุ่งร้ายทำลายผู้อื่น วิวรรณบอกว่าเราต้องใช้โอกาสนี้ตอบโต้พวกอัครเดชฤทธิ์ ปรารถนาติง

“ใช้คำนั้นได้ยังไง พวกอัครเดชฤทธิ์เป็นเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู คุณตลับโทร.มาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว และคุณปรารถจะให้โอกาสเธอ เพื่อนย่อมให้โอกาสเพื่อน” ทุกคนอึ้งกับความคิดนั้น “คุณปรารถเป็นคนชอบให้โอกาส โดยเฉพาะคนที่เป็นเพื่อน เพราะฉะนั้นทุกคนจงอยู่เฉยอย่าได้ทำอะไรนอกคำสั่งคุณปรารถเด็ดขาด!” พอใครแย้งปรารถนาเอาเรื่องมรดกขู่ ทุกคนนิ่งแต่โดยดี

ooooooo

ตลับนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีแมทธิวยืนอยู่ข้างๆ ธงชัย กรองทอง ไพจิตรและอุษณีย์ทยอยกันเข้ามา อุษณีย์เสียใจเรื่องที่สารกิจทำผิดร้ายแรง กรองทองพูดจาข่มทำนองลูกๆตนเป็นเด็กดีกว่า ธงชัยเปรยว่าเรื่องนี้จะทำให้ตระกูลเราเสียชื่อ แมทธิวจึงโพล่งขึ้นว่า

“กิจไม่ใช่คนผิดหรอกครับ คนผิดคือหมอเดวิด” ตลับตกใจใครคือเดวิด แมทธิวสาธยาย “หมอเดวิดเป็นพ่อมดที่ปลอมตัวเป็นหมอเดชามาล่อลวงให้กิจทำผิดครับ”

อุษณีย์กับไพจิตรโล่งอก  แต่กรองทองถากถางว่าสารกิจมีจิตใจอิจฉาแมทธิวมาแต่ไหนแต่ไร พอโดนอิทธิฤทธิ์พ่อมดเลยผสมกลมกลืนไปใหญ่ ไพจิตรไม่พอใจที่พี่สะใภ้ว่าลูกตน ตลับต้องปรามให้เลิกตำหนิกันเอง เวลานี้พวกเราควรช่วยกันตามตัวสารกิจกลับมา เรื่องนี้มีพ่อมดแม่มดเกี่ยวข้อง ตนต้องเป็นคนรับผิดชอบเพราะพวกเขาคงเจ็บแค้นที่ตนจับพวกเขามาเผาทั้งเป็น

ทาฮีร่ามองผ่านลูกแก้ว พอใจในคำพูดของตลับ ชิคเก้นทึ่งที่แม่มดพันปีปลื้มนักล่า ทาฮีร่าตบหัวชิคเก้นและว่าตนมีคุณธรรมพอ แต่ก็สงสัยหลายเรื่อง ต้องไปหาความจริงให้ได้...

ไพจิตรไม่อยากให้ตลับโทษตัวเองเพราะแม่มดควักหัวใจพ่อของตนก่อน...แมทธิวอยู่ในอาการพยายามต่อสู้กับพลังสะกดของนาดาล กรองทองเห็นอาการก็ถามลูกเป็นอะไร อยากพูดอะไรกับย่าก็บอกไปให้หมด แมทธิวโพล่งออกมา

“เดวิดเป็นลูกของพ่อมดนาดาล แม่ของเขาคือแม่มดฮันนาที่ถูกคุณย่าจับเผาทั้งเป็นเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน!”

ทุกคนตกใจเสียขวัญ ในขณะที่ตลับมือสั่นเทาแต่พยายามตั้งสติบอกแมทธิวให้แสดงความสามารถของผู้สืบทอดด้วยของวิเศษทั้งสามเอาตัวเดวิดมาเผาให้ได้ แมทธิวตกอยู่ใต้มนตร์ของนาดาลจึงรับคำย่า...

นาดาลพอใจมากหัวเราะเสียงแหบแห้งว่าตลับไม่มีวันผิดหวังแน่ ตลับเหมือนได้ยินเสียงหันมองรอบตัวไม่เห็นอะไรก็คิดว่าตัวเองหูแว่วไปเอง

ขณะเดียวกัน ณิศรา มาริสา กุลนภาถูกเรียกกลับบ้านเพราะเรื่องสารกิจ ณิศราเป็นห่วงพี่ชายอย่างมาก...

พอถึงบ้านเห็นอุษณีย์ร้องไห้ ไพจิตรเล่าตามคำของแมทธิวให้ฟัง อุษณีย์รำพัน

“แล้วนี่ยังจะจับพ่อมดเดวิดเผาทั้งเป็นอีก ตระกูลเราจะสร้างเวรสร้างกรรมให้ตกไปถึงลูกหลานอีกแล้ว”

“มันทำกับลูกของเราขนาดไหนคุณก็เห็นๆอยู่” ไพจิตรแย้ง อุษณีย์โต้ว่าเราทำแม่เขาก่อน

“แล้วมันจะไปหยุดตรงไหนล่ะคะ แก้แค้นกันไปแก้แค้นกันมาแบบนี้ อีกอย่างจะว่าพี่กิจถูกคาถาอย่างเดียวก็ไม่ถูกนัก พี่กิจเองก็เอาแต่ใจชิงดีชิงเด่นกับพี่แมทตลอดเวลา” ณิศราแทรก

ไพจิตรหาว่าณิศราเข้าข้างพวกพ่อมด เธอปฏิเสธแค่อยากให้พูดกันดีๆ ผู้เป็นพ่อชักสงสัย อุษณีย์รู้สึกเวียนหัวให้ลูกพาเข้าไปพัก ไพจิตรจึงกำชับให้ทั้งสองอยู่แต่ในห้อง...พอณิศราจัดแจงให้แม่นอนพักแล้วขอตัวกลับไปที่ห้องตัวเอง เธอเรียกหาโรม เขาปรากฏตัวขึ้น เธอต่อว่าเขาที่ไม่ขัดขวางเดวิด โรมบอกว่าตนเพิ่งรู้เรื่องนี้ เป็นเพราะจิตของสารกิจอ่อนจึงถูกครอบงำง่าย ณิศราต้องการรู้ว่าเขาอยู่ไหน โรมบอกว่ามีอำนาจบางอย่างบังตาไม่ให้เห็น ณิศราไม่ยอม

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงคุณก็ต้องช่วยพวกเรา เพราะเรื่องนี้พวกคุณเป็นคนก่อ”

“การโทษกันไปโทษกันมาไม่ใช่ทางแก้ปัญหา”

ณิศรางอนหาว่าเขาไม่คิดช่วย โรมโอบกอดปลอบโยนให้เธอมีสติและสัญญาว่าจะช่วยครอบครัวเธออย่างเต็มความสามารถ ณิศราอัดอั้นจนต้องปล่อยโฮออกมา...ด้านมาริสากลับมาเจอแม่ที่ตึกเล็ก จันบอกเรื่องแมทธิว เธอจะไปหาแต่เขาออกไปตามล่าพ่อมดเดวิดมาเผาเสียก่อน

ooooooo

จู๊ฟ เกอร์ทรู้ดและซูซี่เห็นเดวิดกลับมาบ้านก็เข้าใจว่ามาดูแลนาดาลจึงชวนกันกลับ พอเดวิดเข้ามาในห้องเห็นพ่อทรุดหอบเพราะใช้พลังถอดจิตนานเกินไป เขาตกใจมากจะพาพ่อไปโรงพยาบาล แต่นาดาลกลับบอกว่าตนกำลังจะตาย ไม่มีใครช่วยได้นอกจากแหวนของฮันนา

เดวิดรีบถอดแหวนจากนิ้วให้ ทันใดมีเสียงเคาะประตูปังๆ นาดาลแอบยิ้มเจ้าเล่ห์มองเดวิดเดินไปเปิดประตู คำรามในคอว่า...ถึงวันตายของเจ้าแล้ว

เดวิดเปิดประตูพบแมทธิวท่าทางไม่เป็นตัวของตัวเอง นาดาลกระย่องกระแย่งตามออกมาบอกแมทธิวให้จับเดวิดไปให้ย่าของเขาเผาทั้งเป็น ถึงเวลาแก้แค้นของเราแล้ว เดวิดงงว่าอะไร

“แกมันไม่ใช่ลูกของข้า! แกมันลูกศัตรู ลูกของข้าคือพ่อมดแมทธิวและพ่อมดโรมผู้ยิ่งใหญ่” เดวิดตกใจ นาดาลเร่งให้แมทธิวจับเดวิด

แมทธิวกระชากตัวเดวิด เขาไม่อาจสู้ได้เพราะไม่มีแหวนช่วยเสริมพลัง แถมนาดาลใช้พลังจากแหวนทำร้ายเขาอีก แมทธิวจึงจับเดวิดได้อย่างง่ายดายท่ามกลางเสียงหัวเราะของนาดาล

ทาฮีร่าให้ ดร.พีทร่ายคาถาเรียกหน้ากระดาษที่ขาดหายกลับคืนมา ดร.พีทพยายามอยู่นานกว่าเศษขี้เถ้ากระดาษที่ถูกเผาไปยี่สิบกว่าปีปลิวกลับมารวมตัวเป็นหน้ากระดาษตามเดิม ทำให้เห็นประวัติครอบครัวนาดาล ว่าฮันนามีลูกแฝดชายนามว่า แมทธิวกับโรม...

ทาฮีร่าว่าสังหรณ์ใจอยู่แล้วทีเดียว พอดีพวกจู๊ฟกลับมารายงานว่านาดาลอยู่อย่างปกติ ดร.พีทโกรธอยากจะสาปทั้งสามคนที่ทำงานหละหลวม ชิคเก้นต้องเตือนให้รีบไปห้ามทัพก่อน...

โรซี่มาหาโมนาที่บ้านเพื่อบอกว่า ตนแอบดูลูกแก้วของยาย เห็นความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น เดวิดกำลังจะถูกเผา โมนาตกใจมากรีบกลับไปหาสารกิจที่โรงพยาบาล

“สารกิจ จงฟังข้า ข้าจะไปช่วยแก้ปัญหาระหว่างคนในตระกูลเจ้ากับพวกพ้องของข้า เจ้าจงรออยู่ที่นี่จนกว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี” โมนาจิ้มหัวสารกิจโดยแรง “รู้สึกตัวแล้วก็ต้องสำนึกด้วย กลับตัวเป็นคนดีซะ ลืมทุกเรื่องที่เคยทำไว้” โมนาสั่งเสร็จก็หายตัววับไป สารกิจนั่งนิ่ง

ทาฮีร่ากำลังสั่งให้พวกจู๊ฟไปตามโมนา เธอปรากฏตัวขึ้นพอดีบอกว่าโรซี่ให้ตนมาพบ

“โรซี่เรอะ ยายบอกให้อยู่กับบ้านไม่ให้ไปไหนไง แต่มาก็ดีแล้ว รีบไปช่วยเดวิดที่บ้านยายตลับตะแลงหน่อย ยายคนนี้ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ หลานของตัวเองแท้ๆ กลับดูไม่ออก”

“แล้วคุณยายดูออกไหมครับ” จู๊ฟแย็บ ทาฮีร่าสวนว่าไม่ พวกจู๊ฟร้องอ้าวด้วยความงง

โมนาจะรีบไปช่วยเดวิด ทาฮีร่าเตือนให้ระวังตัวเพราะแมทธิวถูกคาถาของนาดาลครอบงำ ตนกับ ดร.พีท กำลังพยายามเกลี้ยกล่อมนาดาลให้ใจอ่อนอยู่

แมทธิวมัดเดวิดด้วยเชือกวิเศษพาตัวกลับมาที่ลานหลังบ้าน ธงชัยกับกรองทองรู้สึกว่าสายตาของเดวิดน่าสงสารอย่างประหลาด ไพจิตรตวาดถามหาสารกิจ เดวิดได้แต่มองสบตาแต่พูดไม่ได้เพราะถูกคาถานาดาลควบคุม แมทธิวบอกตลับให้เผาเลยจะได้จบเรื่อง

ตลับส่งหนังสือคาถาให้แมทธิว เขารับแล้วสะดุ้งแล้วกลับนิ่งตามเดิมด้วยคาถานาดาลที่ครอบงำ แมทธิวเปิดหนังสือท่องคาถา หนังสือในมือแดงขึ้นเหมือนถูกไฟร้อนๆ...บรรยากาศเริ่มมืดสลัว ลมพัดแรงขึ้น เดวิดมองท้องฟ้าด้วยความตระหนก ตลับมีอาการอ่อนแรงลง จันต้องประคอง...นาดาลยังส่งพลังชีวิตผ่านลูกแก้วบงการแมทธิวอยู่

“แมทธิว เจ้าจงทำตามคำสั่งพ่อ เดวิดจะไม่มีวันเปิดปากพูดออกมาได้จนตาย! เผามันเลยแมทธิว ใช้คาถาของพวกมันนั่นแหละเผาไอ้เดวิด...ฮันนา พี่ได้ทำหน้าที่ของพี่แล้ว” โรมโผล่เข้ามา นาดาลรีบบอก “ไอ้พวกนักล่ามันกำลังจะฆ่าลูกหลานของมันเอง มาดูใกล้ๆสิโรม”

“ผมขอร้องไม่ให้คุณลุงทำอย่างนั้น” นาดาลชะงักเปลี่ยนมาเป็นโกรธ

“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่ง หน้าที่ของเจ้ามีอย่างเดียวคือทำตามคำสั่งพ่อ จงไปช่วยน้องเจ้า”

ทันใดนั้นเอง กลุ่มควันปรากฏขึ้นแล้วกลายเป็น ทาฮีร่า ดร.พีทและชิคเก้น ดร.พีทสั่งให้นาดาลหยุดการกระทำเพราะร่างกายเขาจะแตกสลาย นาดาลไม่สนขอแค่สมหวังกับการแก้แค้น

“เจ้าคนโหดร้าย! เจ้าใช้ลูกของเจ้าเป็นเครื่องมือแก้แค้น เจ้ามันขี้ขลาด ปล่อยให้ร่างกายแตกสลายโดยทิ้งบาปกรรมไว้กับลูก เจ้าเอาโรมไปให้ฉันเลี้ยง ส่วนแมทธิวสลับตัวกับเดวิด เอาลูกมนุษย์มาเลี้ยงในนครเวทมนตร์ให้เป็นพ่อมดกำมะลอ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าคิดได้อย่างไร เจ้าสูญเสียโอกาสที่จะได้เลี้ยงลูก ให้ความอบอุ่นกับลูก และมีความสุขตามประสาพ่อลูก ช่างน่าเสียดายเสียนี่กระไร แม้กระทั่งเดวิดที่เจ้าไปพรากจากอกพ่อแม่เขาเพื่อแก้แค้น...”

โรมได้ฟังหน้าเสีย ทาฮีร่าถากถางนาดาลที่เลี้ยงเดวิดให้เป็นคนอกตัญญู แล้วยังไม่รู้สึกผูกพันกับเขาบ้าง ปล่อยให้เขาไปถูกเผาทั้งเป็นได้ลงคอ...ทาฮีร่าบอกโรมว่านาดาลคือพ่อที่แท้จริง นาดาลมีสีหน้าละอายใจวูบหนึ่งแต่ความแค้นมากกว่า สั่งโรมให้ช่วยตนแก้แค้น ดร.พีทตวาดกร้าวที่ยังไม่รู้สึกสำนึก นาดาลใช้พลังชีวิตบังคับโรมอีกคน

“ไอ้พวกนักล่านั่นมันเผาแม่เจ้าทั้งเป็น ตอนนี้แมทธิวกำลังจะเผาไอ้เดวิดเพื่อแก้แค้นแล้ว เจ้าจงไปช่วยน้องชายเดี๋ยวนี้”

ดร.พีทแทรกไม่ให้โรมโดนครอบงำ บอกโรมให้ไปช่วยเดวิด โมนาได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว นาดาลร้องลั่นว่าโรมต้องฟังตน แต่โรมหายตัววับไป ดร.พีทบอกนาดาลว่าพลังชีวิตเขาหมดแล้วไม่อาจครอบงำโรมได้ แต่นาดาลก็ยังไม่หยุดความพยายาม

โรมนั่งพรมมี่เหาะมา พลังชีวิตนาดาลตามครอบงำเขาเป็นระยะๆ พรมมี่รู้สึกได้พยายามเตือนให้โรมตั้งสติไว้ จู่ๆโมนาก็ปรากฏตัวขึ้นบนพรมช่วยย้ำให้โรมตั้งสติ เข้มแข็งเข้าไว้

ooooooo

ไฟค่อยๆลุกกองฟืนที่สุมรอบตัวเดวิด แมทธิวยังท่องคาถา ตลับเริ่มกระสับกระส่ายมากขึ้น กรองทองก็รู้สึกใจหวิวจะเป็นลมจนธงชัยต้องช่วยประคอง

กุลนภาเองก็รู้สึกหวิวๆ จู่ๆตลับก็สั่งให้แมทธิวหยุด แต่เขากลับท่องคาถาดังขึ้นๆไฟลุกโชนอย่างรวดเร็ว

กรองทองช่วยขอให้แมทธิวหยุด สีหน้าเขาถมึงทึงบอกทุกคนว่า มันสายเกินไปแล้ว ธงชัยสั่งจันให้ช่วยกันดับไฟ แมทธิวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนตกตะลึงมอง

“ในที่สุดข้าก็แก้แค้นได้สำเร็จ แก้แค้นให้แม่ฮันนาได้ ไอ้เดวิดที่กำลังถูกเผาทั้งเป็นมันไม่ใช่พ่อมด แต่เป็นหลานแท้ๆของคุณย่าตลับ เป็นลูกของคุณพ่อธงชัยและคุณแม่กรองทอง ข้าเองต่างหากที่เป็นพ่อมด ตอนเกิดพ่อนาดาลจัดการสลับเปลี่ยนตัวกัน พ่อส่งข้ามาแก้แค้นให้แม่”

ทุกคนแทบช็อกช่วยกันดับไฟที่ลุกลามไปติดตัวบ้าน คนรับใช้วิ่งวุ่นช่วยกันดับไฟ ณิศราพาอุษณีย์ออกจากตึกใหญ่...มาริสาวิ่งมาขอร้องแมทธิวให้หยุด แต่เขายังถูกมนตร์นาดาลครอบงำ

โรมกับโมนาม้วนตัวลงมาจากพรมมี่ โมนาร่ายคาถาดับไฟและเข้าไปช่วยแก้มัดให้เดวิด แต่เธอไม่อาจจับเชือกได้ ตลับเห็นเช่นนั้นก็เรียกเชือกให้คลายออก โมนาประคองเดวิดที่สลบมาวางบนพื้น ตลับสั่งคนพาส่งโรงพยาบาลทันที และเสียใจโทษเป็นความผิดของตน ...โรมพุ่งเข้าขวางแมทธิวที่จะตามทำร้ายเดวิดอีก ทั้งสองจึงต่อสู้กัน ณิศราเป็นห่วงโรมอย่างมาก

การต่อสู้ของแมทธิวกับโรมพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า ปล่อยพลังใส่กันดุเดือด นาดาลเห็นผ่านลูกแก้วรู้สึกเจ็บปวดร้าวรานใจที่ลูกทั้งสองต่อสู้กันเอง ทาฮีร่ากับ ดร.พีทชี้ให้เห็นโทษที่เขาก่อขึ้น นาดาลทนไม่ไหวยอมรับผิดและขอร้องให้ช่วยห้าม ทาฮีร่าคิดว่าต้องพาตัวทั้งสอง มาดูใจนาดาลก่อนที่ร่างจะแตกสลาย จึงร่ายคาถาจะหายตัวแต่ไม่สำเร็จ ดร.พีทจับแขนหายตัวไปด้วยกัน

โรมพยายามบอกแมทธิวว่าเราเป็นพี่น้องกัน แต่แมทธิวยังไม่หลุดจากมนตร์พยายามจะทำร้ายโรมให้ได้ด้วยกริชของนักล่า ดร.พีทกับทาฮีร่าปรากฏตัวขึ้น ส่งเสียงห้ามแมทธิวแต่เขาไม่ฟัง ดร.พีทจึงปล่อยพลังใส่ กริชร่วงจากมือ ร่างเขาสะดุ้งสุดตัวกลับเป็นตัวของตัวเองทันที ทุกคนช่วยกันอธิบายเรื่องราวให้แมทธิวฟัง แล้วพาตัวไปหานาดาลพร้อมโรม

ที่โรงพยาบาล เดวิดรู้สึกตัว กรองทอง ธงชัยและกุลนภายืนรายล้อมด้วยความห่วงใย เดวิดมองผ่านไปยังโมนาแล้วขอร้องให้เธอพาเขากลับไปหานาดาล กรองทองไม่ยอมให้ไป แต่เขาขอร้องว่าต้องกลับไปหาพ่อนาดาลก่อนจะไม่ได้เห็นท่านอีก ทั้งสามขอให้เขาสัญญาว่าจะกลับมา เดวิดไม่อาจให้สัญญาอะไรได้

ooooooo

นาดาลนอนอ่อนแรงรอการแตกสลายอยู่บนเตียง โรมกับแมทธิวคุกเข่ากุมมือเขาคนละข้าง นาดาลดีใจมองลูกๆด้วยความรักและภาคภูมิใจที่ได้เห็นลูกๆใกล้ชิด เขาขอโทษลูกทั้งสองที่ทอดทิ้ง ไม่ได้เลี้ยงดู และยังบังคับให้ทำในสิ่งเลวร้าย โรมกับแมทธิวขอให้พ่อไปโรงพยาบาล

“ยังไงพ่อก็ต้องแตกสลาย พ่อรู้ตัวเองดี ขอให้พ่อใช้พลังที่เหลืออยู่สารภาพบาปกับพวกเจ้าเถอะ

คุณยายทาฮีร่าพูดถูก พ่อโง่มากที่จมอยู่กับความแค้นจนสูญเสียโอกาสที่จะได้เลี้ยง ได้เห็นพวกเจ้าเติบโตและมีอนาคตที่ดีงาม พ่อผิดพลาดไปแล้ว แม้จะเสียดายและเสียใจขนาดไหนก็ไม่อาจย้อนเวลากลับมาได้ โรม...พ่อเลือกให้เจ้าอยู่กับคุณยายทาฮีร่า เพราะท่านเป็นแม่มดอาวุโสมีคุณธรรม พ่อคิดว่าเจ้าจะต้องได้ดีเพราะการอบรมสั่งสอนของท่าน”

ทาฮีร่าแอบยิ้มปลื้ม ดร.พีทเหล่มอง นาดาลกล่าวต่อ “ส่วนเจ้า แมทธิว พ่อเลือกเจ้าไปอยู่กับครอบครัวอัครเดช-ฤทธิ์ โดยเปลี่ยนตัวเจ้ากับเดวิด พ่อเลือกให้เจ้าทำลายครอบครัวนั้น พ่อขอโทษ...” แมทธิวกลั้นน้ำตา ไม่โทษและโกรธพ่อเลย เพราะรู้ว่าพ่อทำไปเพราะรักแม่

เดวิดเดินเข้ามาพร้อมโมนา เขาจะรักษาพ่อไม่ให้แตกสลาย ว่าแล้วก็วางมือบนอกนาดาลเพื่อถ่ายพลัง ทุกคนห้ามเพราะเดวิดเองก็ยังบาดเจ็บ แต่เขาก็ไม่หยุด โรมกับแมทธิวจึงช่วยด้วย เดวิดสะบัดทั้งสองออกเพื่อทำคนเดียว นาดาลห้ามเพราะเขาจะตายได้ เดวิดกลับขอร้อง

“ผมขออย่างเดียว ขอพ่อให้อภัยคุณย่าตลับและทุกคนในตระกูลอัครเดชฤทธิ์” แล้วเดวิดก็หมดแรงลง โรมกับแมทธิวเข้าถ่ายพลังให้เดวิดแทน ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตื้นตันใจ

นาดาลฝืนยิ้ม “เห็นหรือยังว่าพวกเจ้าช่วยพ่อไม่ได้ พ่อให้อภัยและฝากขออโหสิกรรมคุณนายตลับด้วย ลาก่อนทุกๆคน” ร่างนาดาลแตกสลายไปท่ามกลางเสียงร้องระงมของลูกๆ

ทางด้านปรารถนา เมื่อตลับแจ้งมาว่าได้โอนเงินกลับเข้าบัญชีเรียบร้อย ปรารถนาก็บอกครอบครัวสมเกียรติว่าจะไม่มีการแจ้งความใดๆ ถ้าใครขัดขืน ตนจะขายบ้านให้ไม่มีที่อยู่กันเลย

ในคืนนั้นทาฮีร่ามาพบตลับในความฝัน พาเธอไปรับรู้การขอขมาจากนาดาล ตลับได้เห็นแมทธิว โรมและเดวิดรายล้อมนาดาลอยู่รอบเตียง นาดาลกล่าวขอขมาตลับที่สลับลูกและขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ตลับน้ำตาไหลขอโทษนาดาลกลับที่ทำร้ายเมียของเขาทั้งที่เธอไม่มีความผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถูกควักหัวใจของสามี ทั้งสองฝ่ายต่างอโหสิกรรมให้กัน ตลับสัญญาจะไม่มีการเผาพ่อมดแม่มดอีกต่อไป เราจะมีไมตรีต่อกัน รักกันเหมือนพี่น้อง

นาดาลยิ้มขอบคุณ ร่างเขาสลายไปต่อหน้าตลับ ...ตลับสะดุ้งตื่นลุกเดินไปยืนริมหน้าต่าง รู้สึกสบายใจขึ้น ทั้งที่ตัวเองต้องมานอนโรงพยาบาลเพราะบ้านไฟไหม้เสียหาย

ทุกคนต้องมาพักที่โรงพยาบาล มาริสาจัดอาหารมาให้กรองทอง กุลนภาไล่ให้มาริสากลับไปไม่ต้องมายุ่งกับพวกตน...การที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้ กรองทอง

รู้สึกผิดต่อมาริสาบอกเธอให้เรียกตนว่าแม่ ตนจะละทิฐิและกลับมารักกันเป็นครอบครัว มาริสาน้ำตารื้นด้วยความดีใจ

“ถ้าอย่างนั้นคุณ...เอ้อ คุณแม่ทานข้าวเยอะๆนะคะ พอซ่อมแซมบ้านเสร็จเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน”

“อาจจะขาดใครบางคนมั้ง” กุลนภาแย็บ พอเห็นมาริสาหน้าเศร้าลงก็ปลอบ “อีกไม่นานเขาต้องมาหาเธอแน่ๆ เชื่อสิ”...มาริสาฝืนยิ้ม

หลายวันต่อมา เดวิดมาหาโมนาที่บ้านเพื่อล่ำลาและยินดีด้วยที่สภาแม่มดไม่เอาผิดเธอที่เคยทำร้ายคน แม้จะถูกกักบริเวณหนึ่งปีแต่ก็ดีกว่าถูกขังคุกมืด เดวิดสัญญาจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เขาให้เธอสัญญาว่าหลังจากครบกำหนดจะไปอยู่เมืองมนุษย์กับเขา

แมทธิวมาหามาริสาในห้องทำงาน ต่อว่าที่เธอคอยหลบหน้า ตนขออนุญาตย่ากับจันแล้วว่าจะเป็นคนดูแลเธอ มาริสาเขิน แมทธิวบอกข่าวว่าย่าให้ตนดูแลโรงพยาบาลที่กำลังสร้างใหม่ แต่ตนก็ต้องกลับไปเมืองเวทมนตร์บ้าง และทุกครั้งที่ไปจะพาเธอไปด้วย หญิงสาวจะแย้ง เขาก้มลงจูบปากเธอไม่ให้โต้ตอบ

ณิศรายืนรอลิฟต์ พอลิฟต์มาเธอเดินเข้าไปแล้วต้องแปลกใจที่คนอื่นยืนนิ่ง ก็รู้ว่าเป็นฝีมือโรม ลิฟต์พาเธอมายังเมืองเวทมนตร์ เธอเดินออกมาร้องเรียกโรม เขาโอบกอดเธอด้านหลัง หญิงสาวเอ็ดไม่ให้ทำแบบนี้อีก โรมจึงถามว่ารู้ข่าวดีหรือยัง เธอส่ายหน้า

“ปลายเดือนนี้คุณย่าตลับกับยายทาฮีร่าและก็คุณปรารถจะเป็นเจ้าภาพงานหมั้นสามคู่”

“บ้านยังซ่อมไม่เสร็จเล้ย” ณิศราแย้ง

“ง่ายมาก ผมกับแมทธิวจะจัดการเอง รับรองว่าเหมือนเดิมเปี๊ยบ แต่...ท่านทั้งสามอยากให้จัดงานที่เมืองเวทมนตร์”

ณิศราไม่อยากเชื่อและถามเขาจะอยู่ที่ไหน โรมบอกอย่างเอาใจว่า ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหนเขาก็พร้อมจะอยู่ที่นั่น ณิศรายิ้มปลื้มปริ่ม

วันเวลาผ่านไป งานหมั้นสามคู่จัดขึ้นที่เมืองเวทมนตร์ แหวนเพชรน้ำงามส่องประกายไม่แพ้เพชรเจิดจรัส ครอบครัวอัครเดชฤทธิ์ต่างแสดงความยินดีกับทั้งสามคู่ ทาฮีร่ายอมให้หลานๆมีคู่ครองเป็นมนุษย์และที่ยิ่งกว่านั้น ทั้งสองเมืองจะปรองดองเป็นพี่น้องกันตลอดกาล

ooooooo

-อวสาน-


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ติดตามพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 20 พ.ย. 2561 08:38 2018-11-24T02:25:01+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ