ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

กุลนภาเดินนำโรมมาที่ห้องทำงาน เขาหยุดยืนอยู่ตรงประตูเพราะเห็นว่าเขาเป็นแค่ลูกจ้างไม่เหมาะสมจะเข้าไป กุลนภาว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาและคิดว่าเขาเป็นผู้ร่วมงานไม่ใช่ลูกจ้าง โรมจะค้าน เธอชิงพูดก่อนว่าต้องการขยายศูนย์โรคหัวใจ ถามความเห็นเขาเห็นด้วยไหม

“นั่นต้องสุดแล้วแต่คุณกุล”

“แต่กุลอยากจะขอความเห็นของหมอ ทุกวันนี้คนเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้น”

โรมคิดว่าตนเป็นคนนอก แต่ในฐานะแพทย์ อะไรที่เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยย่อมดีอยู่แล้ว กุลนภายิ้มปลื้มจะนำเสนอตลับ โรมอึดอัดรู้ว่าเธอพยายามสนิทสนมด้วย

อุษณีย์เห็นณิศรากลับบ้านเร็วก็ทัก แต่เธอไม่ตอบเดินลิ่วขึ้นชั้นบน จันซึ่งนั่งอยู่ด้วยบอกให้อุษณีย์ไปดูแลณิศรา ส่วนเรื่องแม่ของตนไว้คุยกันวันหลัง

ณิศราเดินพลุ่งพล่านอยู่ในห้อง อุษณีย์เคาะและเปิดประตูถามเป็นอะไร เธอปฏิเสธแต่อุษณีย์ไม่เชื่อ

สั่งให้พูดความจริงว่าใครทำให้หงุดหงิด ณิศราก้มหน้าเอ่ยชื่อโรม

“หมอโรม...คนที่หนูบอกว่าเป็นเพื่อนน่ะเหรอ...แล้วเขาทำอะไรให้หนูโกรธล่ะ”

“เขาชอบกวนประสาทหนูณิ”

อุษณีย์ให้ยกตัวอย่าง ณิศราตอบไม่ถูก อุษณีย์จึงว่าลูกไม่มีเหตุผลจริงๆ ณิศรายิ่งหงุดหงิดเพราะแม่ว่าเหมือนที่โรมว่า ผู้เป็นแม่อยากคุยกับโรมว่าเขาทำอะไรให้ลูกเกลียดขนาดนี้ ณิศราอยากจะบอกว่าโรมเป็นพ่อมดแต่พูดไม่ออก จึงเลี่ยงไปว่าให้แม่นัดเขามาคุยที่บ้านดีกว่า

“อย่าเลยจ้ะ แม่ไปพบเขาที่โรงพยาบาลดีแล้ว เสร็จเขาจะได้ทำงานเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” พูดจบอุษณีย์กลับออกไป ณิศรามองอย่างขัดใจ

ในคืนนั้นอุษณีย์ปรึกษาไพจิตร เขาแปลกใจทำไมเธอต้องอยากไปคุยกับโรม อุษณีย์คิดว่าลูกสาวกำลังโดนหนุ่มคนนี้ปราบพยศ ไพจิตรชะงักรู้สึกหวงลูกสาวขึ้นมา

“ทำไมคุณถึงอยากจะให้ยัยหนูณิมีคู่นัก”

“ดิฉันอยากให้หนูณิโตเป็นผู้ใหญ่เสียที อยากให้แกมีความรับผิดชอบ ถ้าหมอโรมเป็นคนดีจริง สามารถปราบพยศลูกเราได้จริง ดิฉันจะได้สนับสนุน”

“เหตุผลแค่นี้เหรอ?”

“ดิฉันอยากให้ลูกพ้นจากสิ่งแวดล้อมของพ่อมดแม่มดแล้วก็นักล่า มันไม่มีอะไรดีเลย นอกจากบ่มเพาะให้ลูกเราเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น กระหายแต่จะทำลายฝ่ายตรงกันข้าม”

“คุณกำลังว่าคนในตระกูลผม” ไพจิตรไม่พอใจ

“ฉันไม่ได้ว่า ฉันเคารพคนในตระกูลคุณ และเคารพในเหตุผลของทุกๆท่าน แต่ในขณะเดียวกันฉันก็อยากให้หนูณิไปให้พ้นจากสิ่งเหล่านี้”

ไพจิตรอ่อนลงถามถ้าหมอโรมไม่ดีจริง อุษณีย์รับรองว่าจะไม่สนับสนุนลูก แต่ที่ตนคิดจะไปคุยกับเขาเพราะรู้สึกว่าลูกเราชอบเขา ไพจิตรอึ้งกับสิ่งที่ภรรยาคิด

ooooooo

คืนนี้มาริสาเข้าเวร เธอกำลังทานข้าวอยู่ในห้อง แมทธิวเข้ามาหาแต่ก็พยายามจ้องตาเธอว่าใช่ตัวจริงหรือไม่ มาริสาแปลกใจที่มีตัวปลอม แมทธิวแย็บถามว่าเธอรู้ตัวใช่ไหมว่าโดนแม่มดสิง หญิงสาวหน้าเสีย ถามว่าตนทำอะไรน่าเกลียดบ้าง

แมทธิวนึกถึงที่เธอโดนสิงแล้วมักจะมายั่วยวน แต่ไม่อยากเล่าให้ไม่สบายใจ ปัดไปว่าไม่มีอะไรแล้วชวนเธอออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน มาริสายังอยากรู้ว่าตนทำอะไรน่าเกลียดบ้าง

“หนูมาไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย...ว่าแต่หนูมาเถอะ ถ้าหากวันหนึ่งพี่ไม่ได้เป็นอย่างที่หนูมาคิด หนูมาจะยัง...เอ้อ...รักพี่อยู่รึเปล่า”

“พี่แมทจะเป็นอะไรได้คะ นอกจากพี่ชายที่น่ารักที่สุดของหนูมา”

“แล้ว...ถ้าไม่ใช่ล่ะ” มาริสาหาว่าเขาพูดแปลก “ถ้าหากว่าพี่เป็น...เอ้อ...พ่อมด!”

มาริสาตกใจมองอย่างเพ่งพิศ แล้วหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน แมทธิวหน้าเครียด เธอรีบขอโทษแต่ก็คิดว่าเขาพูดเล่น “ถ้าพี่แมทมีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็บอกหนูมาได้นะคะ...พี่แมทคงกังวลเรื่องที่พ่อมดแม่มดขนกันมาที่บ้านแล้วก็ที่โรงพยาบาล...แล้วยังที่หนูมาถูกสิงอีก...”

“นั่นก็ใช่!”

“พี่แมทไม่ใช่พ่อมดหรอกค่ะ พ่อมดที่ไหนจะใจดีอย่างพี่แมท” มาริสาเดินเข้าใกล้พูดอย่างอ่อนโยน แมทธิวผลุนผลันเดินออกไป มาริสามองตามอย่างงงๆ

แมทธิวกลับเข้าห้องทำงาน เครียดจนต้องฟุบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง เสียงนาดาลเรียกทำให้เขาสะดุ้งความรู้สึกหลุดเข้าไปในเมืองเวทมนตร์ เขามองรอบตัวอย่างพิศวงในความสวยงาม เสียงนาดาลดังขึ้น “ที่นี่คือแผ่นดินเกิดของเจ้า บรรพบุรุษของเจ้าอาศัยอยู่บนแผ่นดินแห่งนี้ เพราะฉะนั้นจงอย่าลืมรากเหง้า...” แมทธิวแทรกถามว่าใคร “จงอย่าลืมรากเหง้าของเจ้า อย่าหลงใหลไปกับไอ้พวกมนุษย์ใจดำอำมหิต”

แมทธิวมองไปรอบตัวร้องถามว่าเสียงใคร นาดาลยืนมองอยู่บนเนินสูง เสียงย้ำเตือนดังก้องไม่หยุด

แมทธิวจึงถามใหม่ว่าตนเป็นใครและเขาเป็นใคร

“ดูตัวเจ้าสิ...เจ้าเป็นพ่อมด”

แมทธิวก้มมองตัวเองอยู่ในชุดพ่อมด แต่ยังเถียงว่าตนเป็นมนุษย์ นาดาลสวนว่าเขาเป็นพ่อมด เขาจึงถามแล้วทำไมถึงไปอยู่กับมนุษย์ นาดาลกำลังจะเล่า เสียงมธุรสเรียกปลุกแมทธิวสะดุ้งตื่น เธอคิดว่าเขาไม่สบาย พอเขาปฏิเสธแล้วถามมีธุระอะไร เธอจึงรายงาน

“คุณวิวรรณโทรศัพท์ตามป้าให้มาดูคุณหมอน่ะค่ะ เห็นบอกว่าเธอโทร.มาตั้งนานแต่คุณหมอไม่รับ”

แมทธิวหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเห็นมีมิสคอล จึงบอกว่าตนคงหลับสนิทจริงๆจึงไม่ได้ยิน เขาทอดถอนใจสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดกับเรื่องที่ฝันเมื่อครู่

ooooooo

เช้าวันใหม่ ดร.พีทกำลังผสมสมุนไพรรากไม้ที่เก็บมาอยู่ในห้องทดลอง พวกรากไม้ร้องระงมจะกลับป่า ทาฮีร่าเคาะประตู พอเปิดเข้าไปเจอควันคละคลุ้งถึงกับสำลัก จึงดึงตัว ดร.พีทออกมาคุยนอกห้อง ดร.พีทบอกกำลังทดลองผสมยาสำหรับพ่อมดแม่มดที่ความจำเสื่อม

ทาฮีร่ายังเคือง ดร.พีทแต่ก็หูผึ่งทำทีเสียสละเป็นตัวทดลองยาให้ ดร.พีทยินดีเพราะถ้าโชคดีก็หายจากโรคความจำเสื่อม ทาฮีร่าเหล่มองที่มาว่าตน ดร.พีทรีบเสริมว่า...ถ้าหากเป็น

“แล้วหากการทดลองไม่สำเร็จล่ะ”

“จากที่พอจะจำได้ คุณยายก็จะลืมไปหมดเลย ลืมแม้กระทั่งตัวเอง”

ทาฮีร่าสะดุ้งโหยง เปลี่ยนว่าให้การทดลองสำเร็จก่อนตนค่อยลอง แล้วพูดธุระที่มาพบเขา “คืองี้ ฉันเผลอเอาน้ำลายคางคกไปให้มนุษย์คนหนึ่งบริโภค”

“ตายล่ะ!” ดร.พีทตกใจเพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ตาย! แต่กลายเป็นคางคก”

“นั่นแหละครับที่ผมบอกว่าตายล่ะ”

ทาฮีร่าต้องการรู้วิธีแก้ ดร.พีทตอบว่าไม่ยากเลยแค่ให้ดื่มซ้ำอีกครั้ง แม่มดพันปีเหวอทำไมง่ายขนาดนั้น เธอค้นตำราแทบตายไม่เจอ ดร.พีทยืดอกโอ่นิดๆว่าไม่มีในตำราแต่ตนฉลาดจึงคิดได้ ทาฮีร่าหมั่นไส้ลากลับ

ทาฮีร่ากลับมาบอกโรซี่ถึงวิธีแก้คำสาปให้ปรารถนา แต่ไม่ยอมเสียหน้า อ้างว่าตนรู้มานานแล้ว ที่ไปถามดร.พีทเพื่อให้แน่ใจเพราะตนรอบคอบ โรซี่อ่อนใจที่ยายกลัวถูกหาว่าเฟล...

เมื่อชิคเก้นรู้ว่าตัวเองจะได้กลับเป็นน้องแมวอย่างเดิมเสียทีก็ดีใจ ปรารถนาในร่างคางคกพลอยกระโดดดีใจด้วย ทาฮีร่าเหน็บว่าเป็นทวดแมวมากกว่า โรซี่แย็บว่าแก่พอกัน ปรารถนาหันขวับมามองทำนองว่าตนด้วยหรือ โรซี่ยิ้มเรี่ยๆแก้ว่าหมายถึงยายกับชิคเก้นเท่านั้น

คางคกกระโดดเตะทาฮีร่าเป็นการเร่งให้แก้คำสาป ชิคเก้นถามทำไมคางคกกลืนน้ำลายตัวเองถึงไม่หาย โรซี่บอกตนฉลาดรู้เหตุผลเพราะปรารถนาเป็นมนุษย์ ชิคเก้นหมั่นไส้ที่ขี้โอ่เหมือนยาย ทาฮีร่าหยิบขวดน้ำลายคางคกมาหยดใส่ปากคางคก สักพักก็กลายร่างเป็นปรารถนา ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น หยดย้อยเปิดเข้ามา ชิคเก้นรีบแปลงร่างเป็นแมวกวัก

“นมย้อย! คุณปรารถกลับมาแล้ว ดีใจไหม” ปรารถนาดีใจถามหยดย้อย

“เอ้อ คุณปรารถขาคุณปรารถ...คุณปรารถก็อยู่อย่างงี้ทุกวัน หยดย้อยก็เห็นคุณปรารถทุกวัน แล้วจะต้องดีใจไปทำไมล่ะคะ เออ! แล้วแม่อุทัยเทวีไปไหนล่ะคะ...แต่ไปได้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ”

ทาฮีร่ากับโรซี่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หยดย้อยเห็นสองยายหลานก็ทักมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สองยายหลานพูดพร้อมกันว่าเห็นเมื่อไหร่ก็มาเมื่อนั้น หยดย้อยชอบใจช่างเป็นคำเฉียบคมแทงใจดี แล้วเธอก็เห็นแมวกวักจึงอุ้มขึ้นมาเชยชม โรซี่ขอคืนอ้างว่าจะกลับ หยดย้อยเดินไปส่งที่ประตู แต่สองยายหลานเดินไปที่กำแพง ปรารถนาเกรงจะเป็นเรื่องจึงรีบใช้หยดย้อย

“นมย้อยออกไปหาผลไม้ให้คุณปรารถหน่อยถ้าไม่อยากให้ใครว่าบ้าเหมือนคุณปรารถ”

หยดย้อยออกไปอย่างงงๆ ทาฮีร่าจูงโรซี่ซึ่งอุ้มชิคเก้นกลับเข้ากำแพง

ooooooo

อุษณีย์มาขอพบหมอโรม มธุรสเข้าใจว่ามาตรวจร่างกายรีบพาไปส่งห้องโรม และให้แม่บ้านจัดเครื่องดื่มกับผลไม้มาต้อนรับสะใภ้เจ้าของโรงพยาบาล...โรมสวัสดีอุษณีย์สีหน้ามีความประหลาดใจแฝงอยู่ เธอพึงพอใจท่าทางสุภาพของโรม แล้วกระแอมเล็กๆก่อนจะกล่าว

“หมอเป็นเพื่อนกับลูกสาวน้า...หนูณิน่ะ ใช่ไหม” โรมรับคำ “แล้วเอ้อ...ตอนนี้ผิดใจกันเหรอ ขอโทษที่ถามเพราะน้าไม่ค่อยเห็นเขามีเพื่อนที่ไหน”

“คือเธอ...เอ้อ...ค่อนข้างจะ...จะ...”

“เอาแต่ใจตัว!...น้ารู้ เพราะน้าเป็นแม่เขา...สนิทกันมากหรือเปล่า” เห็นโรมอ้ำอึ้งจึงเสริมต่อ “หนูณิเป็นคนมีเพื่อนน้อย แกอาจจะดูเอาแต่ใจตัว ไม่ค่อยน่ารัก แต่ลึกๆแล้วแกก็มีจิตใจดี มีเมตตากรุณา...หมอคงคิดว่าน้าเว่อร์...”

โรมอ้อมแอ้มในลำคอ อุษณีย์จึงแก้ต่างว่า “คนไข้ทุกคนพูดอย่างนั้น หนูณิอาจจะหงุดหงิดกับทุกคนยกเว้นผู้ป่วย การที่เขาจะคบใครเป็นเพื่อนสักคน เขาต้องมั่นใจว่าคนคนนั้นเป็นคนดี” โรมยังนิ่งอุษณีย์จึงโพล่งขึ้น “ช่วยดูแลเขาหน่อย!”

“เธอคงไม่ยอมมั้งครับ...”

“ถ้าหมอเป็นเพื่อนเขา หมอต้องรู้วิธีปราบพยศเขา...หมออาจจะคิดว่าน้าไม่ควรพูดอย่างนี้ มันเหมือนจะยัดเยียดลูกสาว แต่...น้ามีความจำเป็นจริงๆ ความจำเป็นที่พูดออกมาไม่ได้ หมอรู้แต่ว่า หนูณิอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยก็พอ! และน้าอยากให้เขาพ้นไปจาก สถานการณ์นั้น ตัวน้าจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอให้หนูณิปลอดภัยก็พอแล้ว!”

โรมเห็นอุษณีย์น้ำตาคลอก็ใจแป้ว ใคร่ครวญครุ่นคิดอย่างหนัก...ณิศราเดินงุ่นง่านรอแม่ออกจากห้องโรม พอเห็นประตูเปิดและเห็นโรมไหว้แม่อย่างสุภาพอ่อนโยน ก็รีบตรงไปหาแม่ ตวัดสายตามองโรมเล็กน้อย อุษณีย์ทักลูกสาวทำไมทำหน้าไม่สบายใจ

“เปล่าค่ะ แต่หนูณิมีเรื่องต้องพูดกับคุณแม่...ผู้ชายคนนี้...” ณิศราชี้หน้าโรม แต่อุษณีย์ตัดบทบอกให้โรมไปทำงาน เขาก้มหัวรับคำแล้วเดินไป

อุษณีย์ชวนณิศราไปพูดในห้อง โมนาปรากฏตัวรางๆมองอย่างไม่พอใจ ตามเข้าไปฟังในห้องด้วย...ณิศราเอ่ยถามอุษณีย์ว่าคุยอะไรกับโรม

“ก็คล้ายๆกับที่พูดกับหนูณิเมื่อคืนนี้นั่นแหละจ้ะ...”

“คุณแม่! ไหนคุณแม่บอกว่าจะไม่ยัดเยียดหนูณิให้เขาไงคะ ทำไมคุณแม่ถึงทำยังงี้ แล้วนี่”

“เขาสัญญากับแม่ว่าจะคอยดูแลหนูณิ” ณิศราตาโพลง อุษณีย์เน้น “เขาชอบหนูณิ!”


โมนาเขม่นเข่นเขี้ยวมองสองแม่ลูกนัยน์ตาแทบลุกเป็นไฟ...ณิศราหาว่าโรมโกหก อุษณีย์ยืนยันว่าโรมบอกและดูเขาไม่ใช่คนโกหก โมนาสุดทนกรีดร้องออกมาแล้วสะบัดมือใส่สองแม่ลูก ทั้งสองกระเด็นไปกระแทกผนังตกลงมาหมดสติ โมนาจะเข้าซ้ำแต่โรมเข้ามาขวางสีหน้าโกรธเคือง โมนาแว่บหายไปจากตรงนั้น โรมเข้าคุกเข่าข้างอุษณีย์ ใช้พลังช่วยให้เธอหายจากการบาดเจ็บแล้ววางมือบนหน้าผากปล่อยพลังลบความจำ

พอมาที่ณิศรา เขาทำให้เธอหายจากการบาดเจ็บได้แต่ไม่ทันจะลบความจำ เธอรู้สึกตัวผลักเขาออกแล้วลุกไป หาแม่เพื่อประคองให้ลุกขึ้น โรมรีบหายตัวออกไป อุษณีย์ประหลาดใจ

“แปลกจัง แม่เป็นลมนึกว่าจะอ่อนเพลียหมดแรง แต่กลับรู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมอีก...ไหน เราคุยกันเรื่องหมอโรมค้างอยู่ใช่ไหม” ณิศรายิ้มแห้งๆรับคำและปล่อยให้แม่คุยต่อ อุษณีย์บอกว่าไม่ได้พูดอะไรให้ณิศราเสีย และตนมีเซ้นส์ที่บอกว่าโรมเป็นคนดีพอที่จะวางใจได้ ณิศราพยายามจะบอกว่าเขาเป็นพ่อมดแต่ก็พูดไม่ได้เสียทีได้แต่ฮึดฮัดหงุดหงิด

ooooooo

โรมกลับเข้าห้องทำงานต้องชะงักเมื่อเห็นมาริสากำลังวางถาดกาแฟและของว่างบนโต๊ะ เขาจ้องมองเธออย่างสำรวจ และมองแก้วกาแฟอย่างสงสัย พอเอามือข้างที่สวมแหวนแตะแก้ว น้ำกาแฟเปลี่ยนสี เขารู้ทันทีว่าเธอคือโมนา จึงต่อว่าที่คิดวางยากัน

โมนาซึ่งสิงร่างมาริสายักไหล่ไม่แคร์ในเมื่อรู้ทันก็ควรรู้เองด้วยว่ายาอะไร...อุษณีย์แยกกับณิศราหน้าห้อง ตั้งใจจะแวะไปหาสารกิจ แต่พอณิศราเดินลับตาไป

มาริสาซึ่งโดนโมนาสิงก็เข้ามาขวางหน้าอุษณีย์ด้วยหน้าตาถมึงทึง ไม่ทันที่อุษณีย์จะทักก็ถูกมาริสาตบหน้าอย่างแรงจนถลาล้ม และยังขึ้นคร่อมกระชากผมตบอีกหลายฉาดจนเธอปากแตกหน้าตาเขียวช้ำ

“นังตัวดี! โรมเป็นของฉัน แกจะพรากไปให้ลูกของแกไม่ได้!”

อุษณีย์จะร้องให้คนช่วย มาริสาตวาดให้หยุด

จ้องตาเขม็งย้ำ “จำเอาไว้ว่าโรมเป็นของฉัน อย่าได้สะเออะมาแย่งเขาไปให้นังลูกสาวแกเด็ดขาด! แล้วถ้าใครถามว่าหน้าแกเป็นอะไร ก็จงบอกว่าหกล้มหน้ากระแทกพื้น จำเอาไว้!” จากนั้นมาริสาก็กระแทกหัวอุษณีย์ลงกับพื้นก่อนจะตะโกนเรียกให้คนมาช่วย...

อุษณีย์ถูกเข็นเข้าห้องพิเศษ ณิศรา แมทธิว สารกิจ และหมอพยาบาลต่างเป็นห่วงกังวล มีเพียงมาริสาที่โมนาสิงร่างซ่อนแววตาเยาะไว้ ณิศราเสียใจที่ไม่ได้เดินไปส่งแม่ให้ถึงห้องสารกิจ อุษณีย์รู้สึกตัวปลอบลูกอย่าโทษตัวเอง แต่ก็ลอบมองมาริสาอย่างหวาดๆ

แมทธิวเหมือนรู้ทัน พูดน้ำเสียงประชดว่า “ยังดีที่หนูมาบังเอิญผ่านไปทางนั้น”

“แต่หนูมาก็ยังช้าเกินไป...” มาริสาทำเป็นเสียใจเนียนๆ

อุษณีย์เบือนหน้าไม่กล้าเล่าความจริง สารกิจรับโทรศัพท์จากไพจิตรว่ากำลังเดินทางมา อุษณีย์เกรงใจที่ทำให้วุ่นวายกันไปหมด มาริสาขอตัวไปทำงานต่อ แมทธิวตามออกไป ณิศราให้สารกิจไปทำงานเช่นกัน เธอจะเฝ้าแม่เอง สีหน้าณิศราเป็นกังวลราวรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับแม่

“คิดอะไรอยู่เหรอลูก”

“เปล่าค่ะ คุณแม่นอนหลับเถอะนะคะ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น หนูณิจะไม่ยอมให้อะไรมาทำร้ายคุณแม่อีกเด็ดขาด”...อุษณีย์มองลูกอย่างแปลกใจ

มาริสาเดินเข้าห้อง เจอเดวิดยืนกอดอกดักคอไปก่อเรื่องอะไรมาอีก เธอตีหน้าใสซื่อทำเสียงหวาน

ถามมีธุระอะไร เขาเดินรอบตัวเธอช้าๆ เธอทำท่าหวาดกลัว เขาหมั่นไส้จับหน้าเธอบีบอย่างแรง เธอร้องโอดโอย เขาจิกเรียก “นังมารยา!”

“โอ๊ย! หนูมาเจ็บ...”

“ถ้าอยากจะอาละวาดกลั่นแกล้งมนุษย์ก็ไปที่อื่น อย่ามายุ่งที่นี่!”

มาริสาร้องให้คนช่วย ไม่คาดคิดแมทธิวเคาะประตูเรียกแล้วเปิดเข้ามา เดวิดรีบหายตัวไป มาริสาแสร้งทำผวาเข้ากอดแมทธิวอย่างขวัญเสียขอให้เขาช่วย หมอหนุ่มตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“หมอเดชาเป็นพ่อมดค่ะ! เมื่อกี้หมอเดชาเข้ามาในนี้ เขาจะฆ่าหนูมา บีบคอหนูมา” แมทธิวกวาดตามองรอบห้อง “เขาไปแล้วค่ะ พอพี่แมทเปิดประตู เขาก็หายไปเลย หนูมากลัว”

แมทธิวโอบปลอบมาริสา เธอแอบยิ้มสะใจที่กำลังจะจัดการเดวิดได้สำเร็จ...แมทธิวออกมาเดินหาหมอเดชา มธุรสบอกว่าเพิ่งเข้าวอร์ด 5 เขาตามไปทันที แล้วเขาก็เห็นเดชากำลังตรวจคนไข้ด้วยความเอาใจใส่ แมทธิวชักลังเลเพราะท่าทางเดชาจะตรวจคนไข้อยู่นานแล้ว

เดชาหันมาเจอแมทธิวจึงถามว่ามีธุระอะไร แมทธิวบอกว่าตรวจเสร็จแล้วให้เข้าไปพบที่ห้องทำงาน เดชาบอกตรวจเสร็จพอดี ทั้งสองเดินไปด้วยกัน

พอเข้ามาในห้อง แมทธิวก็พูดถึงเรื่องที่มาริสาบอกว่า เดชาเข้าไปทำร้ายเธอ เขาทำเป็นตกใจและบอกว่าเขาตรวจคนไข้อยู่ ไม่เชื่อถามพยาบาลดูได้ แมทธิวนิ่วหน้าสงสัย

“คุณมาริสาอาจจะจำคนผิด หรือไม่คนที่เข้าไปทำร้ายเธอก็ต้องเหมือนผมราวกับฝาแฝด แต่เท่าที่ผมทราบ ผมไม่มีพี่น้องฝาแฝดเลย ผมเป็นลูกคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะครับ นอกจากใครคนนั้นจะทำให้ผมเสียชื่อเสียงแล้ว คุณมาริสาและคนอื่นๆอาจจะเป็นอันตราย”

“คุณไปได้แล้ว ผมขอโทษที่ทำให้ตกใจ” แมทธิวตัดบทสีหน้าหนักใจ

เดชาให้แจ้งความ แมทธิวไม่แจ้งเพราะคิดว่าต้องคุยกับผู้ใหญ่ก่อน เดชาแกล้งย้ำอย่านิ่งนอนใจก่อนจะกลับออกไป...

ในห้องมาริสา เธอนั่งสบายใจเสกเครื่องดื่มมาฉลองให้ตัวเอง พลันแมทธิวเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา เธอเสกให้เครื่องดื่มหายไปทันแล้วทำหน้าตื่นตระหนก แมทธิวเล่าว่าเดชาตรวจคนไข้อยู่และพยาบาลก็ยืนยันว่าอยู่ที่วอร์ดนานแล้ว มาริสาไม่ยอมแพ้อ้างว่าพ่อมดสามารถอยู่สองที่ในเวลาเดียวกันได้ แมทธิวมองเพ่งพิศ มาริสาต้องบีบน้ำตาพรั่งพรู

“หนูมาเข้าใจพี่แมทค่ะ หนูมาเคยถูกแม่มดสิงบ่อยๆ พี่แมทอาจจะคิดว่าเวลานี้แม่มดกำลังใช้ร่างหนูมาทำให้เกิดความเดือดร้อนยุ่งยาก” มาริสาซับน้ำตาให้ดูน่าสงสาร

แมทธิวใจอ่อนยวบ ดึงมือมาริสาออกแล้วเช็ด

น้ำตาให้แทน และปลอบว่าบางทีพ่อมดแม่มดอาจพยายามทำให้เราเข้าใจผิดกัน หญิงสาวพยักหน้าสมใจ แมทธิวขอตัวไปดูอุษณีย์ พอเขาออกไป โมนาในร่าง

มาริสาแทบร้องกรี๊ดด้วยความแค้นเดวิด

ooooooo

กลางดึก ดร.พีทเข้าป่าเก็บรากไม้ นกฮูกตัวหนึ่ง เกาะอยู่บนกิ่งไม้ปล่อยอุจจาระลงมาใส่หัว เขานึกว่าฝนตกรีบดึงรากไม้ขึ้น เสียงผีร้องโวยว่าเขาดึงผม ไม่ดูตาม้าตาเรือบ้าง เขาโวยกลับ

“ก็ใครดันอุตริเอาแกมาฝังไว้ใกล้ๆรากไม้ล่ะ” ผีบอกให้ค่อยๆดึง “เออ! ไม่ต้องมาสอนมาสั่ง รู้นะไม่ใช่ไม่รู้!” ดึงรากไม้ได้ ดร.พีทเดินต่อ เสียงผีอีกตัวโวยให้เดินเบาๆเกรงใจกันบ้าง

ขณะที่ ดร.พีททะเลาะกับผี โรมนั่งพรมวิเศษมาหา เพราะต้องการให้เขาช่วยตรวจสอบว่ายาที่โมนาใส่ในกาแฟให้เขากินเป็นยาอะไร โดยบรรจุน้ำนั้นในขวดเล็กๆอย่างแน่นหนา ดร.พีทรับมาส่องไฟดูแล้วอุทาน แต่ยังตอบไม่ได้จนกว่าจะเข้าห้องแล็บพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อน

“แล้วบริโภคเข้าไปรึยัง”

“ยังครับ โรมจำที่ ดร.พีทเคยสอนตั้งแต่เด็กๆได้ว่าพวกมดแปลกหน้าหรือคนแปลกหน้าให้อะไรอย่ากิน จนกว่าจะเข้าห้องแล็บก่อน”

“ดีมาก รู้นะไม่ใช่ไม่รู้...ง่วงนอนรึยัง”

พอโรมตอบว่ายัง ดร.พีทก็ชวนไปห้องแล็บเดี๋ยวนี้เลย โรมเรียกพรมวิเศษมา พรมไม่ยอมให้ ดร.พีทนั่ง เกิดการถกเถียงกันจนโรมระอา สุดท้าย ดร.พีทจึงเรียกไม้กวาดมาใช้งานแทน...พอมาถึงห้องแล็บ โรมไล่พรมให้กลับ พรมงอนบ่นกระปอดกระแปด

“ฮึ...เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าแม่ทัพ ฮึๆ”

“พรมมี่นี่ยิ่งแก่ยิ่งเพี้ยน ผิดกับ ดร.พีท ยิ่งแก่ยิ่งเก่ง รู้นะไม่ใช่ไม่รู้” ดร.พีทอวยตัวเองซะงั้น

ดร.พีทกับโรมเดินเข้าห้องแล็บหน้าเครียด ทำให้ซูซี่ เกอร์ทรู้ดและจู๊ฟแปลกใจอยากรู้ว่ามีความลับอะไรกัน...เมื่อ ดร.พีทหยดน้ำลงในน้ำยาสักพักเกิดปฏิกิริยาเป็นฟองเดือดขึ้น ฟองลอยเป็นรูปหัวใจฟุ้ง ดร.พีทตกใจเพราะนี่คือยาเสน่ห์ แล้วถามว่าใครเป็นคนใส่ให้โรมกิน โรมอึกอักไม่อยากทำให้เพื่อนอย่างโมนามีความผิด

“โรมบอกไม่ได้จริงๆครับ ดร.พีทกรุณาอย่าซักถามอะไรโรมอีกเลยนะครับ ได้โปรด!”

“ช่วยเพื่อนปกปิดความผิด รู้นะไม่ใช่ไม่รู้! ไม่บอกก็อย่าบอก เพราะอีกไม่ช้าไม่นาน ดร.พีทจะรู้เอง ดร.พีทฉลาดล้ำเลิศ” โรมหลบตา “แต่ ดร.พีทจะบอกอะไรให้ หมอโรมจะต้องระวังคน เอ๊ย! แม่มดตนนี้ไว้ให้ดี นางต้องหาทางเอายาเสน่ห์มาให้หมอโรมบริโภคอีกจนได้ รู้นะไม่ใช่ไม่รู้”

ดร.พีทให้โรมกลับบ้านได้ แต่ย้ำให้ระวังตัวให้ดี โรมทำความเคารพก่อนกลับ

จากนั้น ดร.พีทให้อันโตนิโอซึ่งเป็นจิ้งจกไปตามซูซี่ เกอร์ทรู้ดและจู๊ฟมาพบ เพื่อซักถามว่า ในวันที่ทั้งสามเข้าเวรมีใครเข้ามาที่ห้องทดลองบ้าง ซูซี่กับจู๊ฟบอกวันที่พวกตนเข้าเวร ไม่เห็นอะไรผิดปกติ เกอร์ทรู้ดรีบยกมือบอกว่าตนเข้าเวรก่อนซูซี่หนึ่งวัน ไม่มีอะไรผิดปกติเหมือนกัน ดร.พีทเห็นแววตาเกอร์ทรู้ดล่อกแล่กจึงเรียกชื่อเขา เกอร์ทรู้ดสะดุ้งอุทาน

“ไม่มีค่ะ!”

“ดร.พีทจะถามว่าใครตั้งชื่อให้”

เกอร์ทรู้ดผ่อนลมหายใจตอบว่า “พ่อเคยบอกว่าคุณยายทาฮีร่าค่ะ”

“นึกแล้ว! ไปได้!”

สามคนกลับออกมาจากห้อง ดร.พีท...เกอร์ทรู้ดกลับบ้านครุ่นคิดถึงคืนที่เข้าเวร ขณะที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เหมือนมีใครคนหนึ่งเดินผ่านไปทางห้องแล็บ จึงลุกขึ้นไปดูไม่เห็นใครก็หันกลับ แล้วต้องสะดุ้งเฮือก เพราะเห็นมาริสายืนแสยะยิ้มนัยน์ตาเป็นประกายน่ากลัว เธอเดินเข้ามาใกล้ สั่งห้ามบอกใครว่าเห็นเธอที่นี่ เกอร์ทรู้ดอ้าปากจะถามว่าเธอเป็นใครก็เห็นภาพซ้อนว่าโมนาสิงอยู่ในร่างมาริสา เกอร์ทรู้ดไม่กล้าหือกับโมนาจึงรีบกลับไปทางเดิม

ooooooo

รุ่งเช้าเกอร์ทรู้ดตัดสินใจขนของย้ายออกจากบ้านโมนาเพื่อไปอยู่หอพักโรงพยาบาล ซูซี่กับจู๊ฟเห็น ซูซี่คิดว่าเกอร์ทู้ดคงแตกคอกับโมนา แต่จู๊ฟไม่อยากเชื่อเพราะเกอร์ทรู้ดกลัวโมนาราวหนูกลัวแมวก็ไม่ปาน ซูซี่จะไปถามเกอร์ทรู้ดแต่จู๊ฟเชื่อว่าเธอไม่ยอมบอกแน่

ทั้งสองนึกได้ว่าจะต้องถามใคร ว่าแล้วจู๊ฟก็เป็นคนไปหาชิคเก้นโดยมีปลาเทราต์เป็นสินบน ชิคเก้นกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วเปรยว่า

“ขอชิคเก้นคิดดูก่อน การง้างปากหมอโมไม่ใช่ของง่าย ส่วนการง้างปากยัยเกอร์ก็ยากพอกัน แกกลัวหมอโมจนอุนจิขึ้นสมอง...จู๊ฟไปทำงานก่อนไป๊ คอร์รัปชันเวลาเป็นเรื่องไม่ดี”

จู๊ฟจึงกลับไปทำงาน...ชิคเก้นเอาเรื่องมาให้โรซี่ช่วยคิด โรซี่กลับแนะนำว่าต้องพึ่งทาฮีร่า เพราะคุณยายฉลาดที่สุดในโลก ชิคเก้นค้านหัวชนฝา ไม่ทันไรทาฮีร่าเดินคล้องตะกร้าผลไม้จะไปเยี่ยมปรารถนา โรซี่รีบบอกว่าปรารถนากลับบ้านไปแล้ว แต่ทาฮีร่าคิดว่าถามพยาบาลคงรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน โรซี่แทรกว่าถึงรู้ยายก็ไปไม่ถูก ชิคเก้นเห็นด้วย

“โรซี่ ยายน่ะเคยไปมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำนะหลาน ขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ไปมาหมด กทม.งี้ช่ำชอง...”

“คุณยายเคยขึ้นรถไฟฟ้าหรือยังคะ”

“รุ่นประมาณนี้เคยขึ้นแต่รถลาก! ดีขึ้นมาหน่อยก็รถราง” ชิคเก้นแซว โรซี่หัวเราะคิก

“ไอ้ชิคเก้น! จำใส่หัวที่ปราศจากมันสมองของแกไว้เลยว่าแม่มดคลาสสิกอย่างฉันย่อมคู่กับพาหนะคลาสสิก ก็คือไม้กวาดเท่านั้น ขนาดพรมมี่มันพัฒนาตัวเองมามีพวงมาลัยขับ ฉันยังไม่ปลื้ม ไม่แตะมันเลย มันไม่คลาสสิก”

“ขับไม่เป็นมากกว่ามั้ง!” ชิคเก้นล้อ

“โรซี่เคยเห็นคุณยายขับนะคะ แต่ขับไปชนยอดไม้ พรมมี่โวยวายใหญ่เลย...เฟล!”

“เขาเรียกขับแบบคลาสสิก” ชิคเก้นเหน็บ

“โรซี่! เราไม่จำเป็นจะต้องเล่าสิ่งที่เห็นทั้งหมดก็ได้ ว่าแต่ใครเป็นคนพาโรซี่นั่งรถไฟฟ้า คุณพ่อชาเขียวของเราล่ะสิ”


โรซี่แก้ว่าพ่อตนชื่อชานนท์ ชิคเก้นบอกว่าเรื่องเรียกชื่อผิดเป็นซิกเนเจอร์ของทาฮีร่าแล้วสาธยายชื่อหลานเขยทั้งสามที่เธอเรียกผิดตลอด ทาฮีร่าทำตาเขียวปั้ดใส่ แล้วโพล่งขึ้นว่า จะไม่ยอมมีหลานสะใภ้เป็นมนุษย์เด็ดขาด โรซี่อยากรู้เหตุผล ทาฮีร่าไม่ตอบ ชิคเก้นตอบแทนว่าเธอไม่ปลื้มมนุษย์ ทาฮีร่าเริ่มฉุนจะสาปชิคเก้นให้เป็นหนู แมวจอมกวนกระโดดหนีทันที โรซี่รีบห้ามเกรงจะไม่เป็นหนูแต่จะเป็นหมัดหนู แม่มดพันปีทำหน้าขยะแขยง

“ยายเกลียดหมัดหนู! เอางี้ ยายจะเปิดตำราดูคำสาปใหม่ให้แน่ใจก่อนดีกว่า”

โรซี่เปลี่ยนเรื่องชวนทาฮีร่าไปขึ้นรถไฟฟ้า รับรองว่าต้องปลื้มไม่มีเฟล...สองยายหลานจึงโผล่ทะลุกำแพงห้องที่ปรารถนาเคยอยู่ ทาฮีร่าผิดหวังที่ปรารถนาไม่อยู่แล้ว โรซี่จะพาขึ้นรถไฟฟ้าไปหา ทาฮีร่าขอแบบที่รถไฟฟ้าจอดหน้าบ้านเลย หลานสาวต้องบอกว่า รถไฟฟ้ามันจอดตามสถานีเท่านั้น แม่มดพันปีจึงขอขี่ไม้กวาดไปอย่างเคยดีกว่า โรซี่ไม่ฟังเดินลิ่ว

“อ้าว!แล้วนั่นจะไปไหน ดื้อเหมือนนายชาดำเย็นเลย” ทาฮีร่าชักฉุน

โรซี่เดินมาถามมธุรสว่าบ้านปรารถนาอยู่ที่ไหน มธุรสแปลกใจว่าเด็กคนนี้มากับใคร ทาฮีร่าเดินมาส่งเสียงตอบว่ามากับตน มธุรสถามซ้ำว่ามาหาปรารถนาหรือ ทาฮีร่าหงุดหงิด

“จ้ะ แม่ปรัศนีย์ แม่ช่างมีแต่คำถาม อะไร...มาพบใคร...ลำไย...จะตอบได้หรือยังจ๊ะว่าบ้านคุณปรารถแกอยู่ที่ไหน”

มธุรสอ้าปากค้างพูดไม่ทัน โรซี่ขู่ให้ตอบเร็วๆเพราะยายของตนดุมาก...พอรู้สถานที่ โรซี่ก็พาทาฮีร่าไปที่สถานีรถไฟฟ้า แต่เหมือนมีอะไรฉุดขาทาฮีร่าไว้ เธอก้มมองแล้วต้องหน่ายใจ เมื่อเห็นชิคเก้นเกาะขามาด้วย โรซี่บอกว่าเขาไม่ให้แมวขึ้นรถไฟฟ้า ชิคเก้นจึงแปลงร่างเป็นแมวกวักให้ทาฮีร่าอุ้ม โรซี่เดินลิ่วไปซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่ถามว่ามากับใคร ทาฮีร่าต้องตามมาตอบคำถามเหมือนเดิมว่ามากับตน โรซี่เสียบบัตรเพื่อให้ทาฮีร่าผ่านทางกั้นเข้าไปก่อนที่เธอจะเดินผ่านดื้อๆ

พอเห็นคนที่ยืนต่อคิวเพื่อขึ้นรถไฟฟ้า ทาฮีร่าก็บ่นว่าขี่ไม้กวาดไปเร็วกว่า ผู้คนที่อยู่ข้างๆได้ยินหันมอง เธอยังย้ำว่าพูดจริง โรซี่ต้องสะกิดว่ารถไฟฟ้ามาแล้ว ผู้คนเบียดเสียดเข้าประตู โรซี่กลัวไม่ได้ไปจึงดึงทาฮีร่ามาทางข้างตู้รถแล้วเดินผ่านเข้าไปหน้าตาเฉย ผู้โดยสารสูงวัยที่นั่งอยู่ก่อนตกตะลึง ขยี้ตาตัวเองด้วยคิดว่าตาฝาด ไม่เพียงเท่านั้นโรซี่ยังจองที่นั่งให้ทาฮีร่าซึ่งเบียดคนมายังไม่ถึง พอมีคนแย่งนั่งก็โดนไม้ตำก้นต้องสะดุ้งลุกหนีกันไป

ooooooo

สมเกียรติกับสิริกาญจน์มาบ้านตลับตามที่นัดหมาย ธงชัย กรองทอง ไพจิตรและอุษณีย์มาร่วมต้อนรับกับตลับ กรองทองกระหยิ่มยิ้มย่องว่าคงมาสู่ขอณิศราไปให้พ้นบ้านเสียที ธงชัยสะกิดปรามภรรยาอย่าทำอะไรออกนอกหน้านัก สิริกาญจน์เริ่มเกริ่น

“คุณหมอกับดิฉันมีข่าวดีสำหรับเราทั้งสองบ้าน ต่อไปนี้เราจะต้องสนิทสนมแน่นแฟ้นกันมากขึ้น...”

“นึกแล้วทีเดียว...” กรองทองปิดปากหัวเราะตลับกับอุษณีย์ฟังเงียบๆ ยิ้มน้อยๆพองาม สิริกาญจน์สะกิดให้สามีพูดต่อ

“คือ...ผมกับภรรยามาทาบทามสู่ขอหลานสาวของคุณตลับให้ตาปราการลูกชายของผมครับ ท่านคงจะเมตตาไม่ขัดข้อง”

“อุ๊ย! หลานสาวคุณแม่มีตั้งหลายคน คุณหมอจะทาบทามคนไหนล่ะคะ” กรองทองแย็บ

“แม่กรองทอง จะให้ฉันพูดหรืออยากจะพูดเสียเอง” ตลับประชด กรองทองยิ้มแหยๆ ตลับเริ่มพูดกับสมเกียรติ “ฉันน่ะไม่รังเกียจรังงอนอะไรหรอก แต่ทั้งนี้มันก็ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเขาด้วย คุณหมอกับคุณสิริกาญจน์จะทาบทามคนไหนล่ะ ฉันจะได้ถามเขาถูก”

สิริกาญจน์จะเอ่ยชื่อณิศรา แต่โมนาซึ่งสิงร่างมาริสาดีดนิ้วเบาๆ สมเกียรติชิงพูดว่า หนูมาริสา กรองทองนิ่วหน้าด้วยความผิดหวัง อุษณีย์กลับโล่งใจ ส่วนธงชัยดีใจแทนลูก ตลับหันไปถามความเห็นธงชัย เขาจึงตอบว่าต้องแล้วแต่ลูก กรองทองแดกดันทันที

“แต่หนูมาน่ะไม่ค่อยจะเต็มเต็งนะคะ”

ทุกคนมองกรองทองเป็นตาเดียว ตลับเหน็บ คนที่ไม่ค่อยเต็มเต็งไม่ใช่มาริสา กรองทองยังไม่รู้ตัวให้ร้ายอีกว่าหมายถึงแม่และยาย ตลับมองด้วยสายตาตำหนิทำให้เธอต้องก้มหน้านิ่ง แล้วตลับก็บอกสมเกียรติว่า ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ต้องตามใจผู้นอน ตนต้องถามความสมัครใจของมาริสา สมเกียรติเห็นด้วย ผู้สูงวัยจึงให้กลับมาฟังคำตอบอีกสองสามวัน...

ตลับมาที่เรือนเล็กเพื่อบอกข่าวจันกับชดว่าสมเกียรติขอหมั้นมาริสาให้ปราการ มาริสาทำทีสงบเสงี่ยมแล้วแต่ย่า แม่และยายเห็นสมควร ชดไม่กล้าสบตาหลาน ตลับเห็นชดตัวสั่นคิดว่าเป็นไข้ มาริสาส่งประกายจาก ดวงตาใส่ชด เธอชะงักราวถูกมนต์สะกด พูดน้ำเสียงปกติ

“อิฉันปลาบปลื้มใจน่ะค่ะ ที่หลานจะได้ดิบได้ดี”

จันแปลกใจมองแม่ “แม่หายแล้วเหรอจ๊ะ แม่ไม่ได้พูดยาวๆอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว”

ชดย้ำอีกครั้งว่าปลื้มใจที่หลานจะเป็นฝั่งเป็นฝากับคนดีๆ ตลับโล่งใจที่ไม่มีใครมีปัญหา มาริสายิ้มอย่างมีเลศนัย...จากนั้นตลับโทร.บอกข่าวแมทธิวที่โรงพยาบาล ดีใจที่หลานสาวจะมีหลักฐานมั่นคง แมทธิวอึ้งจนพูดไม่ออก แต่พอวางสายก็เข่นเขี้ยวว่าต้องเป็นฝีมือแม่มดโมนาแน่

ในขณะที่ผู้เป็นพ่อถูกเมียหลวงเล่นงานที่ไม่รู้จักปฏิเสธการสู่ขอนี้ กรองทองไม่พอใจที่ลูกเมียน้อยจะได้ดีกว่าลูกสาวตัวเอง ธงชัยอึดอัดใจเดินหนีเพราะไม่ต้องการทะเลาะด้วย

ooooooo

บนรถไฟฟ้าที่แล่นไปตามราง ทาฮีร่าอยากรู้ว่าจะถึงบ้านปรารถนาเมื่อไหร่ โรซี่เองก็ไม่รู้ ทั้งทาฮีร่าและชิคเก้นตกใจ โรซี่จึงเรียกไม้กวาดมาสั่งให้พารถไฟฟ้าไปจอดหน้าบ้านปรารถนา ว่าแล้วก็โยนไม้กวาดออกไป ผู้คนในตู้รถไฟต่างย่อตัวมองตามไม้กวาดสีหน้าตื่นตระหนก

ชิคเก้นเห็นความชุลมุนในรถไฟก็กลายร่างกลับเป็นแมวตามเดิมไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร คนที่นั่งข้างทาฮีร่ากับโรซี่ตกตะลึงอ้าปากค้าง...ไม้กวาดลอยออกไปหน้ารถไฟ คนขับตกใจเพราะรถที่ตัวเองบังคับอยู่แล่นออกนอกรางตามไม้กวาดไปกลางอากาศ

สักพักมีเสียงประกาศ...สถานีบ้านคุณปรารถ... คนในรถต่างมองกันเลิ่กลั่ก ทาฮีร่า โรซี่และชิคเก้นเดิน ออกจากรถไฟฟ้า โรซี่หันไปสั่งรถไฟฟ้ากลับและให้คนในขบวนรถลืมทุกอย่างให้หมด เธอวนมือไปมาปล่อยแสงไปที่รถไฟฟ้า ผู้คนกลับสู่สภาพปกติลืมเรื่องราวทั้งหมด...

ทาฮีร่าจะเข้าไปหาปรารถนาในบ้าน ชิคเก้นรีบเตือนให้เข้าทางตรอกออกทางประตูตามแบบมนุษย์ เพื่อไม่ให้ปรารถนาตกใจอีก แม่มดพันปีแย้ง ขณะที่เถียงกันอยู่ โรซี่เดินไปกดกริ่ง

เมื่อหยดย้อยมาบอกปรารถนาว่าสองยายหลานมาหา เธอตาโพลงไม่ยอมออกไปพบ หยดย้อยต้องดึงลากเพราะไม่อยากให้เสียมารยาท ปรารถนาพยายามบอกว่าสองยายหลานเป็นแม่มด และเธอยังกลัวจะโดนกินน้ำลายคางคกอีก หยดย้อยไม่รู้เรื่องจึงบอกว่าจะกินแทนเอง

ทาฮีร่าเดินงุ่นง่านที่ปรารถนาไม่ออกมาพบเสียที โรซี่จึงชวนให้ขึ้นไปหาบนห้อง ชิคเก้นต้องห้ามไว้ ไม่ทันไร หยดย้อยก็พาปรารถนามาที่ห้องรับแขก ปรารถนายกมือไหว้

“สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะคุณหลาน สวัสดีค่ะคุณแมว”

หยดย้อยหาว่าปรารถนามีอาการทางจิตอีก จึงหันมาเชิญสองยายหลานดื่มน้ำเก๊กฮวยและของว่างที่จัดมาให้ ทาฮีร่าบอกว่าที่บ้านตนมีแต่น้ำงงงวย หยดย้อยหัวเราะก๊าก โรซี่เตือนว่ายายตนไม่ชอบให้ใครหัวเราะท่าน ปรารถนารีบตัดบทชวนทาฮีร่าดื่มน้ำใบเตยแทน เธอกลับบอกว่าที่บ้านมีแต่น้ำใบหนาด ทั้งปรารถนาและหยดย้อยตะลึงไม่เคยรู้ว่าใบนี้ทำเครื่องดื่มได้

พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น หยดย้อยรีบขอตัวไปรับหน้าเจ้านาย ทาฮีร่ายังชวนให้ปรารถนาลองกินน้ำใบหนาด แต่เธอหน้าเจื่อน ชิคเก้นรีบห้าม กลัวต้องแปลงร่างเป็นปรารถนาแทนอีก แม่มดพันปีบ่นว่าพวกมนุษย์ไม่รู้จักหาประสบการณ์ชีวิตถึงได้โง่ ชิคเก้นเหน็บ ชีวิตจะบัดซบมากกว่า โรซี่ฟังทั้งสองเถียงกันจนรู้สึกง่วงนอน

สมเกียรติกับสิริกาญจน์กลับมาบ้าน หยดย้อยรายงานว่า ที่บ้านปรารถนามีแขกรู้จักกันที่โรงพยาบาลมาเยี่ยม สิริกาญจน์แปลกใจไม่เห็นมีรถจอด แต่พอรู้ว่าพวกเขามารถไฟฟ้า เธอก็เกรงจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมาปอกลอกปรารถนา จึงรีบเดินไปที่บ้านพี่สามี

โรซี่กับชิคเก้นกำลังช่วยกันห้ามไม่ให้ทาฮีร่าทำน้ำใบหนาดให้ปรารถนากิน สิริกาญจน์เดินมาโดยมีหยดย้อยตามหลัง เธอมองผู้มาเยือนอย่างเหยียดๆ พอเห็นมีแมวมาด้วยก็บอกว่าที่นี่ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา และยังว่าอาจเป็นแมวบ้า ปรารถนาปรามน้องสะใภ้

“อย่าไปว่าเขา! เขาเป็นแมวกายสิทธิ์ เป็นแมวมด!”

สิริกาญจน์ไม่สนใจฟังไล่ให้ทุกคนกลับไป ปรารถนาลุกขึ้นปกป้องว่าสามท่านนี้เป็นแขกของตน สิริกาญจน์ตกตะลึงที่พี่สามีถึงกับเรียกพวกนี้ว่าท่าน...เธอรีบกลับมาบ้านฟ้องสามีโดยไม่รู้ว่าทาฮีร่าตามมาแอบฟัง เธอให้ไปเตือนพี่สาวอย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านอีก

“บ้านนี้เป็นบ้านของคุณพี่ปรารถ...” สมเกียรติท้วง

“คุณก็ต้องจัดการให้แกเสื่อมสมรรถภาพ ไม่สามารถบริหารกองมรดกมหาศาลนี้ได้”

“ผมจะไปทำอย่างนั้นได้ยังไง”

“ก็แค่ให้ทนายจัดการยื่นต่อศาล!”

“แต่คุณพี่ปรารถแกรู้เรื่องดี...”

“ถ้ารู้เรื่องจะปล่อยให้คนจรหมอนหมิ่นเข้ามานั่งเอ้อระเหยอย่างสบายใจในบ้านเหรอคะ เอางี้...ถ้าคุณไม่จัดการ ฉันจะจัดการเอง!” สมเกียรติขออย่าให้ถึงตาย สิริกาญจน์จะทำแค่เป็นบ้าเท่านั้น ผู้เป็นสามียิ้มออกเพราะไม่น่ายาก ในเมื่อตอนนี้พี่สาวก็มีเชื้อบ้าอยู่แล้ว

สองสามีภรรยาแปะมือกันอย่างถูกอกถูกใจ ทาฮีร่ามองทั้งสองอย่างเซ็งๆที่คิดร้ายแบบนี้ แล้วกลับมาเตือนปรารถนาแต่เธอไม่เชื่อว่าน้องชายจะทำกับตนได้ ระหว่างนั้นโรซี่กับชิคเก้นสำรวจบ้านจนพบทางกำแพงที่ทะลุไปเมืองเวทมนตร์ได้ จึงชวนทาฮีร่ากลับ หยดย้อยเดินเข้ามาแปลกใจที่สองยายหลานกลับไปตอนไหน ปรารถนาบอกกลับไปทางกำแพง หยดย้อยถอนใจ

“เมื่อเช้ากินยาเขย่าขวด เขย่าเม็ดหรือเปล่าคะเนี่ย”

“เขย่า คุณปรารถทำตามที่นมย้อยบอกยิ่งกว่าทำตามหมอสั่งอีก”

“คุณปรารถทำถูกต้องแล้ว เพราะหมอก็แค่หมอ แต่หยดย้อยเป็นนักวิทยาศาสตร์สาขาชีวเคมีศรีฟิสิกส์ หยดย้อยเก่งจนมีจารชนต่างชาติกำลังพยายามจะขโมยตัวไป”

“นมย้อยเก่งจัง!”

“เพราะความเก่ง หยดย้อยถึงต้องปลอมตัวมาเป็นพี่เลี้ยงคุณปรารถไงคะ...” แล้วหยดย้อยก็ชวนคุยเรื่องของกินต่อ ปรารถนาเชื่อฟังราวเธอเป็นหมอที่เก่งกาจ

ทาฮีร่าเล่าเรื่องที่สมเกียรติกับสิริกาญจน์คิดไม่ดีกับปรารถนาให้โรซี่กับชิคเก้นฟัง และคิดว่าจะต้องช่วย ชิคเก้นพยายามห้ามไม่ให้ยุ่งเรื่องมนุษย์กลับถูกไล่ให้ไปอยู่กองขี้เถ้าในเตาผิง

โมนายังสิงร่างมาริสากลับมาที่ห้องทำงานในโรงพยาบาล เธอรู้สึกสนุกกับเรื่องราวที่ก่อขึ้นในวันนี้มาก เดวิดโผล่เข้ามาถากถาง ขณะทะเลาะกันอยู่ แมทธิวเคาะประตูเรียก เดวิดจึงกระชากโมนาออกจากร่างมาริสาหายตัววับไป แมทธิวเปิดประตูเข้ามาเห็นร่างมาริสานอนหมดสติอยู่กับพื้นก็ตกใจรีบอุ้มมานอนบนเก้าอี้แล้วถอยห่างมาพิจารณาว่าใช่มาริสาหรือไม่

มาริสารู้สึกตัวถามว่าตนเป็นอะไร แมทธิวเยาะว่าเป็นแม่มด เธอตกใจ เขากลับหาว่าเธอเสแสร้งได้เก่งขึ้น มาริสาน้ำตาร่วงเผาะ แมทธิวไม่ใจอ่อนเสียงเข้มใส่

“ฉันไม่มีวันยอมให้เธอทำลายอนาคตหนูมา! เธอต้องกลับไปบอกคุณย่าว่าเธอไม่รับหมั้นปราการ...หนูมาไม่ได้รักปราการ!” มาริสาไม่เข้าใจ เขาโวย “หมายความว่าถ้าเธอพิศวาสปราการก็ไปแสดงตัวกับเขาเอง อย่าอาศัยร่างหนูมารับหมั้นและแต่งงานกับปราการเด็ดขาด!” มาริสาตกใจรีบบอกแมทธิวว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่เขาไม่เชื่อ ย้ำให้ไปจัดการทุกอย่าง แล้วกลับออกไป...

ด้านเดวิดดึงโมนามาที่ห้อง ต่อว่าสิ่งที่เธอทำ 

โมนาอ้างว่าแก้แค้นพวกมนุษย์

“ไม่จริง เธอไม่เคยเห็นแก่ใครนอกจากตัวเอง ฉันรู้จักเธอดี ฉันถึงไม่เชื่อเธอสักนิด”

“เธอเข้าใจผิด ฉันรู้ว่าเธอกับคุณลุงนาดาลมีความแค้นกับพวกมนุษย์...ฉันพูดถูกใช่ไหม”

เดวิดโกรธจับไหล่โมนาบีบ “ไม่! แม่มดเห็นแก่ตัวอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจหรือรู้เรื่องของคนอื่นหรอก เพราะฉะนั้นอย่ามายุ่งกับพ่อแล้วก็ฉัน ฉันก็จะไม่ยุ่งกับเธอเหมือนกัน เธอจะจับโรม จับหมอแมทธิวหรือนายอะไรต่อมิอะไรสักกี่คนก็ช่างเธอ”

โมนาโกรธจัดตบหน้าเดวิดฉาด เขาหันกลับมาถลึงตา “เอานิสัยหยาบคายของมนุษย์มาใช้กับฉันเรอะ! ได้! ฉันก็จะใช้นิสัยนั่นกับเธอเหมือนกัน” เดวิดกระชากโมนาเข้ามาจูบสักพักก็ผลักออก มองเธออย่างสะใจ “ถูกใจใช่ไหมล่ะ นึกเสียว่าฉันเป็นโรมหรือเป็นแมทธิวก็แล้วกัน”

โมนาไม่ทันตั้งตัว ทั้งเจ็บใจทั้งแค้นจะใช้เวทมนตร์ทำร้าย แต่เดวิดมีแหวนจึงรับพลังนั้นได้ และขู่กลับว่าอย่าได้คิดรังแกตนอย่างที่เคยทำอีก ว่าแล้วก็หัวเราะเยาะเดินจากไป

เดวิดเดินมาหาสารกิจที่ห้องทำงาน สารกิจกำลังอยากพบเขาพอดี เพราะต้องการปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี เขาอยากได้รถสปอร์ตคันใหม่แต่ย่าคงไม่ยอมให้เปลี่ยน เพราะคันเก่าเพิ่งใช้ไม่ถึงสองปี และย่ากำลังขยายโรงพยาบาลด้วย...เข้าทางบ่อนทำลาย เดวิดเสนอให้ใช้วิธียักย้ายถ่ายบัญชี สารกิจตกใจไม่เคยคิดจะโกง เดวิดตะล่อม เป็นการเอาสิทธิ์ของเขามาใช้ก่อน เพราะเขาเป็นทายาทไม่นานก็ต้องได้รับมรดก สารกิจเกรงใครจะถามว่าได้มาอย่างไร

“คุณก็บอกว่าคุณเก็บเงินซื้อเองสิ ขี้คร้านใครๆ จะชื่นชมว่าคุณเก็บเงินเก่งอีกต่างหาก”

สารกิจฟังแล้วตาลุกขอบคุณยกใหญ่ เดวิดยิ้มอย่างมีเลศนัย...ขณะเดียวกัน มาริสาเดินออกมาจากห้องคนไข้รวม เธอรู้สึกประหลาดเพราะทุกคนในบริเวณนั้นหยุดนิ่งราวต้องมนตร์ ทันใดโรมปรากฏตัวขึ้นเพราะเข้าใจว่าโมนายังสิงร่างมาริสาอยู่ เขาต่อว่าเธอที่ใช้ยาเสน่ห์กับเขา

มาริสาไม่รู้เรื่องสีหน้าตื่นตกใจ เขากลับหาว่าเธอทำมารยาเหมือนมนุษย์เข้าไปทุกที

แมทธิวโผล่มาสั่งให้ปล่อยมาริสา โรมกับแมทธิวยืนประจันหน้ากัน ห่างออกมาเดวิดกับโมนายืนมอง

อยู่คนละมุมโดยไม่เห็นกัน...โรมบอกว่าเพื่อนตนสิงร่างเธออยู่ แมทธิวไม่ฟังไล่ให้โรมกลับไป โรมไม่ยอมจึงเกิดการต่อสู้กัน แมทธิวมีอิทธิฤทธิ์ขึ้นมา  ชุดหมอหายไปกลายเป็นชุดพ่อมด ทุกคนตกตะลึงที่เห็นแมทธิวเป็นพ่อมด โมนาสะใจที่ทำให้เขาเผยตัวได้...

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 9 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 30 ต.ค. 2561 06:34 2018-11-03T01:39:39+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ