ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

เมื่อณิศราบอกตลับว่าจะรับเพื่อนสนิทที่เป็นหมอเข้าทำงานที่โรงพยาบาล ตลับแปลกใจไม่เคยรู้ว่าหลานมีเพื่อนเป็นหมอ จึงบอกให้พามาพบย่าที่บ้านก่อน เธอหวั่นใจว่าโรมจะเข้าบ้านนี้ไม่ได้เพราะน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ตลับให้ราดไว้รอบบ้าน จึงเสนอว่า

“พรุ่งนี้คุณย่าจะไปตรวจงานที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว ก็ให้เขาไปพบที่นั่นเลยไม่ดีเหรอคะ”

“พรุ่งนี้พบที่โรงพยาบาล แล้วมะรืนนี้ต้องพามาที่บ้าน ย่าต้องการพิสูจน์ดูว่าเป็นพ่อมดปลอมแปลงมาหลอกลวงเราหรือเปล่า”

ณิศรารับคำแล้วจะออกไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล ตลับว่าที่โรงพยาบาลก็มีห้องส่วนตัวจะกลับมาทำไม ณิศราอ้างว่าคิดถึงอยากกลับมาเห็นหน้าย่า ตลับรู้ว่าหลานประจบเพราะอยากให้รับเพื่อนเข้าทำงาน จึงย้ำเตือนคำสอนกับหลานอีกครั้ง

“อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร โดยเฉพาะเราเป็นนักล่า พวกพ่อมดแม่มดมันหาจังหวะจะทำร้าย” ณิศรารับคำจะไม่ลืม...

ค่ำนั้น ตลับมาที่ห้องลูกชายเพื่อให้ช่วยกันดู

ณิศรา เกรงว่าจะถูกพ่อมดหลอก ไพจิตรกับอุษณีย์แปลกใจ เพราะลูกไม่เคยพูดถึงผู้ชายคนไหนให้ฟัง แม้แต่ปราการที่จะมาสู่ขอ ตลับบอกเรื่องเพื่อนชายของณิศราที่จะมาสมัครเป็นหมอ พรุ่งนี้ตนจะไปดูว่าใช่พ่อมดแปลงมาหรือไม่

ณิศรามาถึงโรงพยาบาลก็ตรงไปหามาริสาที่ห้องคนไข้รวม บอกให้ช่วยดูแลงานแทน ใครถามถึงก็แก้ตัวไปตามเรื่อง แต่ไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน พอมาริสาซักถาม ก็โดนตวาดกลับว่าไม่ใช่เรื่อง และกำชับให้คอยดูอาการปรารถนาด้วย

มธุรสเห็นณิศรากำลังจะขึ้นลิฟต์ก็ถามว่าไปไหน เธอโกหกว่าไปดูคนไข้ชั้น 8 หยดย้อยเห็นสีหน้าณิศรา มีพิรุธ แต่มธุรสไม่เห็น...โรมปรากฏตัวขึ้นในลิฟต์ ณิศราสะดุ้งต่อว่าให้รอบนดาดฟ้า โรมไม่อยากให้เธอต้องขึ้นบันได จึงทำให้ลิฟต์ไปถึงชั้นดาดฟ้า เธอค้อนแต่ก็แอบพอใจ

เมื่อมาถึงดาดฟ้า โรมโบกมือเรียกพรมวิเศษ

ลอยมาหยุดตรงหน้า แล้วบอกให้ณิศราขึ้นไปนั่ง เธอจดๆจ้องๆค่อยๆก้าวขึ้นไปด้วยความกลัวตก เขาจึงโอบเธอไว้ให้หายกลัว เสื้อผ้าณิศราเปลี่ยนเป็นชุดจินนี่ เธอมัวแต่หลับตาปี๋อยู่ในอ้อมแขนเขา

ค่ำนั้น ปรารถนายืนมองวิวที่หน้าต่างห้องพัก พลันต้องตกตะลึงเมื่อเห็นพรมวิเศษลอยผ่าน เธอพยายามขยี้ตามองอีกครั้งก็ยังเห็น จึงคิดว่าตัวเองมีตาทิพย์...

ลมพัดอ่อนๆเย็นสบาย ณิศราลืมตาขึ้นมองโน่นนี่ด้วยความตื่นตาตื่นใจราวกับความฝัน โรมแทรกว่ามันเป็นความจริง เธอรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดโรมก็รีบขยับออกอย่างเขินๆ โรมถามไม่กลัวตกแล้วหรือ

“ฉันเคยชินกับอะไรง่าย” ณิศราส่ายหน้าตอบ ไม่กล้าสบตา

“รวมทั้งผมด้วยหรือเปล่า” โรมแย็บ


ณิศราสบตาท้าทายนิดๆว่าต้องลองดูต่อไป โรมถามว่าอยากไปเมืองเวทมนตร์อีกไหม เธอเกรงคน

ที่นั่นไม่พอใจ โรมจับมือเธอให้มั่นใจว่าคนอื่นไม่สำคัญ แค่คนที่พาเธอไปพอใจก็พอ โรมแย้มพรายความในใจ ณิศราเมินหน้าเขินๆ...ที่เสี้ยวพระจันทร์ มีหน้าโมนาโผล่ออกมามองอย่างแค้นใจ ที่เห็นชายที่รักอยู่กับมนุษย์ผู้หญิง จนทนไม่ได้ สะบัดมือทำให้เกิดพายุหมุน พรมสลัดตัวณิศราร่วงหล่น โรมตกใจกระโดดตามไปช่วย

โมนาปล่อยแถบผ้ายาวสีดำไปมัดตัวโรมไว้ เขาสลัดตัวไม่ออก ผ้ามัดทั้งมือเพื่อไม่ให้ใช้เสกคาถาช่วยณิศรา หญิงสาวร้องลั่นหวาดกลัวจนหมดสติ...โรมพยายามปลดพันธนาการตัวเองจากผ้า สั่งพรมให้ไปช่วยณิศราก่อนที่เธอจะตกถึงพื้น แล้วเรียกไม้กวาดมาเปลี่ยนให้เป็นดาบฟันผ้าที่พันตัวอยู่ ก่อนจะพุ่งไปหาณิศราทันที พอช้อนตัวเธอได้ พรมก็เข้ารองรับทั้งสองร่างไว้

โรมอุ้มณิศรากลับมาส่งที่ห้องทำงาน เขาลูบผมเธอเบาๆเกิดแสงวิบวับขึ้น ณิศรารู้สึกตัวเธอคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว ทันใดปรารถนาเปิดประตูเข้ามาจะบอกเรื่องที่เห็น แต่พอเห็นณิศรากับโรมแต่งตัวเหมือนคนบนพรมก็ช็อกพูดไม่ออกหันหลังกลับ...ณิศรารีบให้โรมเปลี่ยนชุดให้เป็นแบบเดิม ปรารถนาเปิดประตูกลับ

เข้ามาเห็นเสื้อผ้าณิศราเปลี่ยนไป ไม่มีโรมก็อ้าปากค้าง

“พูดหน่อยก็...”

“คืออย่างนี้ค่ะคุณอาปรารถ หนูณิกำลังหัดเล่นกล...”

“ไม่ต้องอธิบาย คุณอาปรารถไม่คิดเลยว่า...” พูดไม่ทันจบก็ผลุนผลันกลับไป

ณิศราร้องเรียกโรมให้กลับมาจัดการเรื่องนี้... ปรารถนาเดินรี่กลับห้อง ปากก็พร่ำว่าจะไว้ใจใครได้อีก แม้แต่ณิศราก็เป็นแม่มด หยดย้อยกลับจากไปซื้อขนมให้ปรารถนา เธอรีบบอกว่ามีความลับจะบอก...ทั้งสองเข้ามาคุยในห้อง หยดย้อยฟังเรื่องที่ปรารถนาบอกว่าณิศราเป็นแม่มดแล้วรู้สึกสงสารคิดว่าอาการหนักขึ้น

ooooooo

โรมเชื่อว่าเป็นฝีมือโมนา จึงมาที่บ้านเธอกลางดึก เกอร์ทรู้ดทำทีงัวเงียมาเปิดประตูถามมีธุระอะไร โรมถามว่าโมนาอยู่บ้านไหม เกอร์ทรู้ดตอบยาวเหยียดว่า ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล โมนาไม่ได้ไปไหนเลย โรมฟังแล้วรู้ทันเดินเข้าบ้านทันที โมนาในชุดนอนเดินออกมาทำหน้างง

โรมยื่นผ้าดำที่ฟันขาดให้และถามว่าของเธอ

ใช่ไหม หญิงสาวปฏิเสธว่าของตนเนื้อผ้าดีกว่านี้

สวยกว่านี้ เกอร์ทรู้ดรีบออกตัวว่าไม่ใช่ของตน โมนาโบ้ยว่า

“งั้นอาจเป็นของจู๊ฟหรือไม่ก็ซูซี่ โรมไปได้มาจากไหนล่ะ”

“จากคนที่พยายามจะทำร้ายหนูณิ”

“หนูณิ! อ๋อ ยัยมนุษย์ตัวร้ายนั่นเอง ว่าแต่ทำไมโรมรู้ล่ะ โรมไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย”

“อย่าให้ผมจับได้ก็แล้วกัน” โรมไม่พอใจรู้ว่าโมนาโกหก เขากลับออกไปอย่างโกรธๆ


โมนาตามออกมาถามว่าเขาไปเกี่ยวข้องกับมนุษย์ใจร้ายนั่นได้อย่างไร โรมรู้ว่าเธอรู้แก่ใจ โมนาจิกเรียกณิศรา โรมจึงเตือนให้พูดดีๆ เธอปรี๊ด...กราดเกรี้ยว

“ไม่มีวัน! โมนาเกลียดมัน เกลียดที่สุด! ทำไมโรมไม่ตอบโมนา!”

“ในเมื่อโมนาไม่เกี่ยว ผมก็ไม่มีความจำเป็น

จะต้องตอบ” โรมยักไหล่ก่อนจะเดินไป

โมนาทั้งแค้นใจและน้อยใจ เกอร์ทรู้ดตามออกมาถามว่าโรมแก้ตัวว่าอย่างไร โมนาไม่ตอบเดินหนีกลับ เข้าห้องนอน...

ในขณะที่แมทธิวนั่งอ่านตำราในห้องนอน กรองทองเข้ามาฟ้องเรื่องมาริสาตบหน้า เขาอึ้งไปชั่วครู่ เพราะไม่อยากเชื่อ ทำให้กรองทองเสียใจยอมรับ

กับลูกชายว่า

“แม่ยอมรับว่าแม่ไปเอาเรื่องนังจัน เพราะแม่เชื่อว่ามันเป็นคนยุยงให้คุณพ่อกล้ามีปากเสียงกับแม่ แล้วแม่ก็ตบมัน นังมาริสามันคงเห็นพอดี...แต่ยังไงมันก็ไม่ควรตบแม่ แม่เป็นใคร แล้วมันเป็นใคร มันต้องเคารพแม่ มันต้องเจียมกะลาหัวเพราะนังแม่ของมันเป็นเมียน้อย เมียน้อยชนิดเมียบ่าวเมียไพร่”

กรองทองเสียงกร้าวขึ้นอย่างเคียดแค้นชิงชัง

แมทธิวกุมมือแม่เรียกสติ กรองทองเข้าใจว่าลูกคิดว่าแม่ผิดจึงฟูมฟาย “แม่เสียใจ เสียใจจริงๆ มีผัว...ผัวก็ทรยศ มีลูก...ลูกก็อกตัญญู”

“คุณแม่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิครับ”

กรองทองยิ้มที่ลูกเชื่อว่าแม่ถูก แต่พอเห็นแมทธิวนิ่ง ก็โกรธลุกพรวด “ก็ได้! แม่ผิด ยังไงแม่ก็ผิดวันยังค่ำ” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าออกไปจากห้อง

แมทธิวตามขอโทษแต่เธอปิดประตูใส่หน้าอย่างฉุนเฉียว เขาได้แต่ถอนใจหนักใจ...

กรองทองเดินมาสักพัก ตลับเปิดประตูออกมาเรียกกรองทอง เธอรีบปรับสีหน้าแล้วบอกแม่สามีว่า คิดถึงลูกเลยไปคุยด้วย ไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน ตลับดักคอ ดีแล้วที่ไม่พูดอะไรให้ลูกไม่สบายใจเพราะลูกมีทั้งงานและภาระหน้าที่ซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว กรองทองรับคำ เข่นเขี้ยวลับหลังตลับว่าเป็นพวก

หูผีจมูกมด...ช่างรู้ช่างได้ยินไปเสียหมดทุกเรื่อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทาฮีร่ามารับยาที่โรงพยาบาล ทั้งคนไข้และพยาบาลต่างให้ความเคารพยำเกรงเธอ ระหว่างที่ทาฮีร่าถกกับซูซี่เรื่องยา โรซี่ชวนชิคเก้นไปเที่ยวเล่น ชิคเก้นพยายามปรามกลัวจะก่อเรื่องอีก ชิคเก้นบ่นตลอดว่าโรซี่ช่างสมกับเป็นหลานทาฮีร่าจริงๆเพราะดื้อเหมือนลา

จู๊ฟเห็นโรซี่ก็ทักว่าจะไปซุกซนที่ไหน โรซี่ปฏิเสธแล้วคิดขึ้นได้ถามจู๊ฟรู้เรื่องโรมหรือยัง ชิคเก้นร้องห้ามไม่ให้พูด เพราะหมอโรมสั่งไม่ให้บอกใคร จู๊ฟมองอย่างอยากรู้เต็มประดา

“สั่งไม่ให้บอกเรื่องอะไรเหรอ” โรซี่ทำทีไม่เข้าใจถามชิคเก้น

“ก็เรื่องที่หมอโรมจะไปเป็นหมอพาร์ตไทม์เมืองมนุษย์ไง้...อุ๊บส์!”

จู๊ฟตาโตถามว่าจริงหรือ โรซี่กอดอกยิ้มๆเพราะไม่ได้เป็นคนพูดแค่ชงให้ชิคเก้นตอบ แล้วโรซี่ก็ย้ำกับจู๊ฟว่าห้ามบอกใคร เดี๋ยวชิคเก้นจะโดนยายสาป ชิคเก้นโอดโอย

“ถ้าสาปให้เป็นไก่จะกลายเป็นเป็ด ถ้าสาปให้เป็นเห็ดจะกลายเป็นราหน้าตาเฉยด้วย”

จู๊ฟรับรองจะไม่บอกใคร ชิคเก้นโกรธโรซี่เป็นตัวต้นเรื่อง และสังหรณ์ใจว่าจู๊ฟไว้ใจไม่ได้ โรซี่ชวนกลับไปหาทาฮีร่า ชิคเก้นกระโจนตามบ่นอุบอยากลาออกจากการเป็นแมว...

จู๊ฟเดินท่องว่าจะไม่บอกใครๆ แต่สายตากวาดหาโมนา พอเห็นกำลังคุยกับคนไข้ ก็รีบเรียกให้ออกมา ถามว่ารู้เรื่องโรมหรือยัง โมนานิ่วหน้าสงสัย จู๊ฟเหลียวซ้ายแลขวาแล้วกระซิบ

“คุณหมอโรมจะไปทำงานที่โรงพยาบาลเมืองมนุษย์!”

โมนาตกใจมองจู๊ฟด้วยสายตาแค้นเคือง จนจู๊ฟต้องออกตัวว่าไม่ใช่ตน...โมนาแล่นไปดักโรมหน้าห้องทำงาน เขายังโกรธเธอเรื่องทำร้ายณิศราจึงเมินหน้าหนี โมนาโพล่งเรื่องที่เขาจะไปเป็นหมอเมืองมนุษย์ โรมชะงักถามใครบอก โมนาโวย

“ทำไมไม่บอกโมนา!”

“แล้วทำไมผมถึงจะต้องบอกโมนาทุกเรื่อง”

“โรมพูดอย่างนี้กับโมนาอีกแล้วนะ บอกแล้วไงว่าไม่ชอบ” โมนาแค้นใจจนน้ำตาคลอ

“โมนา...ทุกคนก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง”

“แม้แต่โมนาก็เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของโรมไม่ได้เหรอ”

“ผมยังไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของโมนาเลย!”

“แต่โมนาเต็มใจ โมนาไม่มีความลับสำหรับโรม”

“มันไม่ใช่ความลับแต่เป็นเรื่องส่วนตัว! โมนาต้องเข้าใจ”

โมนาไม่ยอมเข้าใจ โรมจึงจนใจแล้วเข้าห้องปิดประตู...นาดาลเฝ้าดูโรมผ่านลูกแก้ว เขาผิดหวังมากที่ลูกกำลังหลงรักมนุษย์แถมเป็นพวกนักล่า นาดาลคิดว่าต้องดึงโมนาให้มาช่วย

โมนากลับห้องด้วยสายตาโกรธแค้นแทบลุกเป็นไฟ เกอร์ทรู้ดเคาะประตูแล้วเปิดพรวดเข้ามาจึงถูกไฟในดวงตาโมนาพุ่งใส่ เกอร์ทรู้ดกระโดดหลบ ไฟพุ่งไปเผาประตูโหว่เป็นรู โมนาเอ็ดที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามาในขณะที่ตนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เกอร์ทรู้ดทำหน้าจะรู้ได้อย่างไร โมนาพูดเรื่องที่โรมจะไปเป็นหมอเมืองมนุษย์ เกอร์ทรู้ดยุยงทันที

“นึกแล้วไม่มีผิด หมอโรมอยากไปอยู่ใกล้ชิดมนุษย์หนูณิคนนั้น หมอโมต้องอย่ายอมเด็ดขาดทีเดียวเชียวนะคะ มันเสียศักดิ์ศรีแม่มดอย่างพวกเรา คิดดูสิคะอยู่ดีๆต้องเสียพ่อมดเจ้าเสน่ห์ที่สุดให้นังมนุษย์ไร้สาระนั่นไป รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น...”

โมนาให้หยุดพูดแต่เกอร์ทรู้ดกำลังมันหยุดไม่อยู่ โมนาจึงสะบัดมือตบอากาศ เกอร์ทรู้ดหน้าหันเสียงอ่อยลง โมนาผลุนผลันออกไป เกอร์ทรู้ดตามอย่างห่วงใย

ทาฮีร่ากำลังตัดแต่งต้นไม้ ชิคเก้นช่วยคาบใบไม้ไปทิ้ง โมนากับเกอร์ทรู้ดขี่ไม้กวาดลงมา ชิคเก้นบอกทาฮีร่าว่าที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มาแล้ว...ทาฮีร่าเตรียมน้ำลายคางคกมาต้อนรับ และคิดว่าจะเอาไปฝากปรารถนาด้วย โมนารีบถามถึงเรื่องโรมจะไปเป็นหมอเมืองมนุษย์ แม่มดพันปีถอนใจเฮือกบ่นว่าพยายามห้ามแล้วไม่สำเร็จ คุยไปคุยมาทาฮีร่าก็ลืมว่าคุยเรื่องอะไรอยู่ เกอร์ทรู้ดแทรกถามว่าทานยากันลืมหรือยัง เธอจำไม่ได้ โมนาจึงหยิบยาในกระเป๋าที่ติดตัวมาให้กิน

ความจำกลับมา ทาฮีร่าบอกว่าโรมดื้อเหมือนลาปฏิเสธได้ทั้งๆที่สีหน้ายิ้ม เกอร์ทรู้ดแนะนำให้บังคับ

ทาฮีร่าถามว่าใครบังคับลาได้บ้าง โมนารู้วิธีที่จะกระตุ้นทาฮีร่า จึงแย็บว่าเธอจะยอมแพ้หรือ เท่านั้นแม่มดพันปีก็หันขวับมาบอกว่าไม่มีวันยอมแพ้

“ถ้าลามันพยศ เราก็ต้องปล่อยมันพักหนึ่ง แล้วค่อยตะล่อมให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอยตามเดิม” โมนาแอบยิ้มสมใจ “ไม่ต้องห่วง โรมเป็นพ่อมด เป็นคนของเมืองเวทมนตร์ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องอยู่ที่นี่ มีครอบครัวที่นี่”

“หมายความว่าคุณหมอจะต้องมีคู่ครองเป็นแม่มดใช่ไหมคะ” เกอร์ทรู้ดสอดขึ้น


“เกอร์ทรู้ด! ถ้ายังขืนคอยสอดอีก ฉันจะสาปให้พูดออกมาเป็นหนอน” โมนากำราบ

เกอร์ทรู้ดกลัวหงอ  ทาฮีร่าบอกว่าเกอร์ทรู้ดพูดถูก คู่ครองโรมจะต้องเป็นโมนาเท่านั้น โมนาดีใจแต่หวั่นใจที่โรมไม่ได้รักตน ทาฮีร่าปลอบว่า โรมรักยาย ถ้ายายเจ็บไข้เขาก็ไม่กล้าขัดใจ

ด้านโรมแวะเอาดอกกุหลาบสีแดงมาวางที่โต๊ะทำงานณิศราก่อนจะไปทำงาน เธอมาเห็นร้องเรียกเขา โรมปรากฏตัวข้างหลังโอบเอวเธอไว้ ณิศราสะดุ้งหันขวับมา ใบหน้าประชิดกับเขา ทั้งสองตะลึงกันชั่วครู่ พอรู้สึกตัวเธอก็ผลักเขาออกทำหน้ารังเกียจนิดๆ โรมกลัวเธอโกรธ เธอกลบเกลื่อนว่ามนุษย์ผู้หญิงไม่ชอบให้ผู้ชายทำอย่างนี้ โรมรีบขอโทษจะไม่ทำอีก...เมื่อโรมกลับออกไป ณิศราถอนใจเฮือกจะต้องฝืนใจทำดีกับเขาอีกนานแค่ไหน

ooooooo

เมื่อนาดาลเห็นว่าโมนาที่จะช่วยได้ จึงเลียบเคียงถามเดวิดว่าสนิทกับโมนาแค่ไหน เขากลับบอกว่าเกลียดเธอ เพราะเธอชอบดูถูกและเยาะเย้ย นาดาลตอกกลับ

“ก็เจ้ามันน่าสมเพช สมควรจะถูกโมนาดูถูกดูหมิ่นและเย้ยหยัน ฉันต้องการให้แกผูกมิตรกับโมนา ฉันรู้ว่าโมนาเกลียดคนตระกูลนั้น โดยเฉพาะหลานนังนักล่าที่หมอโรมไปหลงรัก”

“พ่อทราบได้ยังไงครับ” เดวิดแปลกใจ

“ก็เพราะฉันไม่ได้โง่เหมือนแกน่ะสิ ไปหาโมนา แล้วร่วมมือกันทำลายทุกคนในตระกูลนั้น” เดวิดจะแย้ง นาดาลเสียงเข้ม “นี่เป็นคำสั่งของฉัน!”

เดวิดจำต้องรับคำออกไป...ในห้องทำงานโมนาที่โรงพยาบาล เดวิดเข้ามาถามเธอว่า คืนนี้ว่างไหม เธอทุบโต๊ะเปรี้ยงที่บังอาจมาถาม ไม่ว่าคืนไหนๆก็ไม่ว่างสำหรับเขา เดวิดยิ้มโล่งใจ โมนางงแกมโกรธว่าเขาคิดจะทำอะไร

ที่โรงพยาบาลเมืองมนุษย์ สารกิจกำลังเล่นเกมในโทรศัพท์อย่างสนุกสนาน เดวิดเข้ามาหาในนามของเดชา สารกิจดีใจรีบพาเขาไปแนะนำให้สมเกียรติหุ้นส่วนใหญ่รู้จัก

สิริกาญจน์กำลังคุยกับสมเกียรติว่าอยากทำสถานที่รับดูแลผู้สูงอายุ เพราะเห็นว่าที่ทางยังมีว่างอยู่และเธอจะบริหารเอง แต่สมเกียรติไม่อยากให้ตลับเข้าใจผิดคิดว่าเราแบ่งแยกกิจการ สารกิจพาเดชามาแนะนำก่อนจะพาไปที่อื่น ทั้งสองรู้สึกว่าเขาเป็นคนสุภาพแต่มีบางอย่างลึกลับ

“ผมว่าดี เขามาเข้ากลุ่มปราการกับกิจ” สมเกียรติพูดขึ้นเมื่อเดชากลับออกไปแล้ว

“อย่าลืมนะคะว่ากิจกับหมอแมทเป็นพี่น้องกัน”

“พี่น้องที่คอยแทงกันข้างหลังน่ะสิ”

“แต่อีกหน่อยหมอแมทก็จะมาเป็นลูกเขยเราแล้ว”

สมเกียรติไม่คิดอย่างนั้น เพราะไม่เคยเห็นเขามีท่าทีอะไรกับลูกสาวเรา สิริกาญจน์จึงคิดแผนช่วยให้ทั้งสองลงเอยกัน...

โมนามาตามหาเดวิด เห็นแมทธิวยืนคุยอยู่กับกุลนภา แล้วเห็นสารกิจพาเดวิดเดินดูสถานที่เข้ามา จึงแปลงร่างเป็นแมลงเกาะอยู่แถวนั้น สารกิจแนะนำเดชาให้แมทธิวและกุลนภารู้จัก แมทธิวมองเดชาอย่างสำรวจตรวจตรา เดชานิ่งแต่ในใจรู้ว่าคนนี้คือคู่แข่ง กุลนภาถามขึ้นว่าเขาทำงานมากี่ปีแล้ว เดชาตอบว่าเจ็ดปี เธอจึงสรุปว่าเขารุ่นราวคราวเดียวกับแมทธิว

สารกิจพาเดชามาดูห้องทำงาน โมนาซึ่งอยู่ในร่างแมลงบินตามดู สารกิจพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ได้จัดห้องนี้เป็นพิเศษสำหรับเขา เดชายิ้มรับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ สารกิจแย็บ

“หมอเหมือนคนไม่มีความรู้สึก”

“ผมมีความรู้สึก เพียงแต่เป็นคนไม่ค่อยชอบแสดงออก”

“ผมก็คิดว่างั้น ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็โทร.บอกผมเลยนะ”

“ครับ...หมอคนเมื่อกี้เก่งมากเหรอครับ” เดชาพูดขึ้นลอยๆ

“เขาคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด” สารกิจได้ทีกำชับ “อย่าให้แพ้เขานะหมอ”

“ผมก็คิดว่าผมเก่งมากเหมือนกัน” เดชารับคำและเชื่อว่าแมทธิวคงเก่งจริง โมนาได้ฟังทุกคำรีบบินออกไปทางหน้าต่าง

สารกิจเอาคำพูดของเดชาโทร.ไปเล่าให้พ่อฟัง ไพจิตรทึ่งที่เดชามั่นใจในตัวเองขนาดนั้น สารกิจหมายมาดว่าคนคนนี้รู้ใจตนมาก ไพจิตรเตือนอย่าเชื่อใจมากเพราะคนสมัยนี้ไว้ใจยาก

“อ้าว! เห็นคุณพ่อบอกว่า...”

“พ่อจำได้ แต่หมอเดชานี่ฉลาดเกินไป ระวังไว้ก่อนก็ดี รอดูไปอีกซักระยะ” สารกิจรับคำ ไพจิตรวางสายแล้วยังครุ่นคิดต่อ

ooooooo

มาริสากำลังปรึกษาแมทธิวเรื่องปรารถนาน่าจะได้กลับบ้านเพื่อทุเลาจากการเห็นภาพหลอน แมทธิวบอกว่าต้องแล้วแต่สมเกียรติ โมนาแฝงตัวแอบฟังอยู่ในห้อง วิวรรณเคาะประตูแล้วเปิดผางเข้ามาเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันก็ไม่พอใจ แค่นหัวเราะว่าพี่น้องรักใคร่กันดีจริง

แมทธิวไม่สนใจวิวรรณออกจะรำคาญด้วยซ้ำ มาริสารีบออกตัวว่ากำลังปรึกษาเรื่องปรารถนา วิวรรณโวยว่าปรารถนาเป็นอาตน คนอื่นไม่เกี่ยว มาริสาหน่ายใจขอตัวกลับออกไป โมนาหมั่นไส้วิวรรณจึงหาเรื่องแกล้ง ทำให้เกิดลมพัดวูบใหญ่ มาริสาเหมือนถูกผลักเข้าไปในอ้อมแขนแมทธิว ไม่เพียงเท่านั้น โมนายังกดหัวทั้งสองคนให้จูบกัน วิวรรณร้องกรี๊ดๆทนดูไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกไป มนตร์คลายลง แมทธิวกับมาริสาต่างเขิน มาริสาวิ่งหนีไปโดยเร็ว

วิวรรณร้องไห้วิ่งมาหาณิศรา เธอตกใจรีบดึงเข้าไปคุยในห้อง โมนาพรางตัวตามเข้าไป ด้านมาริสาก้มหน้าก้มตาซ่อนน้ำตาจะกลับห้องพัก มธุรสเห็นแปลกใจสงสัย

วิวรรณร้องไห้จะบอกเรื่องที่แมทธิวจูบมาริสา แต่พูดเท่าไหร่ก็พูดไม่ออก ณิศราเข้าใจว่าวิวรรณถูกจูบก็ยิ้มล้อ สุดท้ายโมนาก็ทำให้วิวรรณโพล่งออกมาว่า แมทธิวจูบเธอ...โมนามองณิศราอย่างมีแผนร้าย จะทำให้เธอจูบกับใครดี แล้วก็เห็นพนักงานกวาดถูทำความสะอาดพื้น

“โรมจะว่ายังไงถ้ามาเห็นนังหนูสกปรกจูบกับไอ้คนนั้น!”

แมทธิวตามมาที่ห้องมาริสาเพื่อขอโทษกับเหตุการณ์เมื่อกี้ ทั้งสองต่างเชื่อว่าเป็นฝีมือพ่อมดแม่มด พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้น มาริสาก้มหน้างุด

“โกรธพี่หรือเปล่า พี่ขอโทษ หนูมาก็รู้ว่าพี่จะไม่มีวันทำไม่ดีอย่างนั้นเด็ดขาด!”

มาริสารับเสียงเบา ปราการโผล่เข้ามาขอไปส่งมาริสาเย็นนี้ พอเห็นแมทธิวก็แปลกใจ มาริสารีบบอกว่าคุยงานเสร็จพอดี แล้วรับคำชวนของปราการ แต่ขอตัวไปทำงานให้เสร็จก่อน

ooooooo

ค่ำวันนั้นทาฮีร่าชวนชิคเก้นเอาน้ำลายคางคกไปให้ปรารถนา ชิคเก้นถามถึงโรซี่ ทาฮีร่าบอกว่าอยู่ในตะเกียง ไม่ไปจะได้ไม่วุ่นวาย พอทั้งสองออกไป โรซี่ก็โผล่ออกจากตะเกียงยิ้มกริ่ม

ที่ห้องพักปรารถนา หยดย้อยกำลังเอายาให้กิน แล้วย้ำให้เขย่ายาเม็ดก่อนกิน เพื่อให้โปรตอนอิเล็กตรอนผสมคลุกเคล้าเข้ากัน เกิดเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่ ปรารถนากังวล

“แล้วท้องคุณปรารถไม่ระเบิดออกมาเรอะ”

“เฮ้อ ก็หยดย้อยอภิปรายให้ฟังแล้วไงคะ ว่าพลังงานมันจะพุ่งขึ้นไปที่สมอง ปรับปรุงสมองให้กลับมาเป็นปกติตามเดิม และอาจจะปราดเปรื่องขึ้นกว่าเดิม”

ปรารถนากินยาแล้วร้องว่า “เออ ใช่! คุณปรารถ เริ่มรู้สึกแล้ว!”

“นั่นไง หยดย้อยบอกแล้ว คุณปรารถรู้สึกสมองปรู๊ดปร๊าดแล้วใช่ไหมเอ่ย”

“คุณปรารถรู้สึกง่วง!”

หยดย้อยหน้าเหวอไหงเป็นอย่างนั้น...จึงปิดไฟกลางห้อง  เปิดเพียงที่หัวเตียงแล้วออกไป ปรารถนานึกได้ลุกขึ้นสวดมนต์ ทันใดเกิดเสียงดังในกำแพงจึงหันมอง เห็นกำแพงปูดบวมเป็นรูปคนกับแมว ชิคเก้นกระโดดแผล็วออกมา ทาฮีร่าค่อยๆยื่นขาทีละข้าง โรซี่กระโดดออกมาเร็ว ทำให้อาวุธกระเทือนแกว่งอย่างหวาดเสียว โรซี่ดึงมือทาฮีร่าออกจากกำแพงอย่างแรงทำให้อาวุธหล่นมาปักหัวทาฮีร่าพอดี ปรารถนาเห็นแล้วตกใจเป็นลมล้มพับ

ทาฮีร่าซึ่งมีกริชปักบนหัวขอบใจโรซี่ที่ช่วยดึงออกจากกำแพงแล้วนึกได้ว่าหลานมาได้อย่างไร โรซี่ยิ้มแหยๆอ้างว่ายายไม่ได้ห้าม

“เหรอ! อ้าว! แม่คนนั้นหลับแล้วเรอะ ฉันอุตส่าห์เอาน้ำลายคางคกมาให้กิน”

“เขาเป็นลมค่ะ” โรซี่บอก ทาฮีร่างงเป็นลมทำไม ไม่เห็นมีอะไรตื่นเต้น ชิคเก้นเห็นด้วย

“นั่นสิ แค่กริชปักศีรษะเท่านั้นเอง...ใจเสาะ”

ทาฮีร่าจะเสกให้ปรารถนาฟื้น ชิคเก้นร้องห้ามเกรงจะกลายเป็นตายสนิท โรซี่อาสาจะเสกแทน ชิคเก้น ขอร้องอย่าทำอะไรให้วุ่นวาย เดี๋ยวเธอก็ฟื้นเอง ไม่ทันไรปรารถนาขยับตัว ชิคเก้นรีบบอกให้ทาฮีร่าเอากริชที่ปักหัวอยู่ออก เธอดึงอย่างงงๆว่ามาแปะอยู่เมื่อไหร่

“ปักเลยค่ะ ไม่ใช่แปะ” โรซี่ท้วง

“อาวุธโบราณซะด้วย ดีนะที่ฉันอายุเป็นพันปี อาวุธปกติเลยทำอะไรไม่ได้”

ชิคเก้นเหน็บว่ากะโหลกหนา โรซี่เข้าปลอบปรารถนาไม่ให้กลัวแล้วชวนว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้น้ำลายคางคก ปรารถนาทำหน้าปูเลี่ยนๆ

มธุรสเจอหยดย้อยนั่งดูละครจึงไล่ให้กลับไปดูแลปรารถนาแม้เธอจะบอกว่าปรารถนานอนหลับแล้ว...

ทาฮีร่าเอาน้ำลายคางคกให้ปรารถนาดื่ม สักพักมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว

“โอ๊ะ! ตายแล้ว พินาศวอดวายแล้ว!” ชิคเก้นอุทาน

ทันใดนั้นเองปรารถนากลายร่างเป็นคางคก

ทาฮีร่ากับโรซี่ตกใจจะหาทางแก้ ชิคเก้นห้ามทั้งสองคนบอกว่าต้องหาใครมาแทนปรารถนาก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ ทั้งยายหลานมองชิคเก้น มันสะดุ้งโหยงปฏิเสธพัลวัน ปรารถนาในคราบคางคกมองด้วยสายตาวิงวอน

หยดย้อยเดินออกจากลิฟต์เห็นแมทธิวยืนหน้าหงิกมองปราการกับมาริสาเดินไปด้วยกันก็อยากรู้ว่าเป็นอะไร เขาไม่ตอบเดินหน้าเครียดไป...หยดย้อยตรงไปห้องปรารถนา พอเปิดประตูเข้าไปเห็นปรารถนานอนหมอบท่าแมวอยู่บนเตียง มีคางคกนั่งทำตาปริบๆอยู่ใกล้ๆก็อุทาน

“ต๊าย! คุณปรารถทำไมนอนแบบนั้นคะ คนนะคะไม่ใช่แมว!”

“บางทีก็อาจจะใช่” ชิคเก้นซึ่งแปลงร่างเป็นปรารถนาพึมพำ

“แน่ะ พูดจากำกวม แล้วนั่นไปเอาคางคกสกปรกที่ไหนมา! ดูสิสะเออะขึ้นไปนั่งบนเตียงยังกับคน”

“บางทีก็อาจจะใช่เหมือนกัน”

หยดย้อยคว้าหนังสือมาจะไล่คางคก ชิคเก้นซึ่งแปลงร่างเป็นปรารถนารีบเตือน

“อย่า! เดี๋ยวถูกหักเงินเดือนไม่รู้ด้วย”

หยดย้อยถามใครจะหักเงินเดือนตน ปรารถนาพยักพเยิดไปทางคางคก หยดย้อยจะเข้าไปอังมือว่าปรารถนาตัวร้อนหรือไม่ เธอโก่งตัวทำท่าขู่อย่างแมว เสียงเข้มใส่ว่า

“อย่ามายุ่งกับคุณปรารถ แล้วก็คุณคางคกนี่ด้วย!”

หยดย้อยส่ายหน้าหน่ายใจ ทำไมเป็นถึงขนาดนี้ ทั้งที่ให้เขย่ายาก่อนกินทุกครั้ง

ooooooo

ณิศราออกเวรเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดพยาบาลเป็นชุดกลับบ้าน โมนาเฝ้ามองเข่นเขี้ยวจะเล่นงานณิศราให้ได้ ทันใดนั้นเองคนงานชายที่โมนาหมายตาไว้เดินเข้ามาราวถูกมนตร์สะกด ณิศราตกใจไล่ให้เขาออกไปจากห้อง คว้าข้าวของใกล้มือปาใส่ แต่เขาไม่สะดุ้งสะเทือน

ชายคนนั้นรุกไล่จนณิศราจนมุม โมนาสั่งให้จูบ ชายคนนั้นจับแขนณิศราดึงเข้ามาโอบก้มลงจะจูบ หญิงสาวจะร้องแล้วต้องตกตะลึงเมื่อชายคนนั้นกลายร่างเป็นโรมก้มลงจูบ โมนากรีดร้องออกมาอย่างแค้นใจก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้น...โรมเงยหน้าขึ้นจากณิศรา เธอลืมตาขึ้นอย่างงุนงง โรมจ้องตา ส่งแสงวาบเข้าดวงตาณิศราก่อนจะหายวับไป

“คุณจะจำเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เลย คุณจะลืมมันไปหมด”

ณิศรารู้สึกตัวสะบัดหัวแล้วหันไปหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนโมนากลับบ้านด้วยอารมณ์โกรธส่งเสียงร้องโหยหวนจนเกอร์ทรู้ดตกใจ ยังไม่ทันถามไถ่ โรมนั่งพรมตามมา กระโดดลงมาเรียกโมนาให้หยุดแล้วถามทำไมถึงทำอย่างนี้ เธอกราดเกรี้ยว

“เพราะโมนาเกลียดมัน! เกลียดจับใจ!”

“โมนาไม่มีเหตุผล!”

“ทำไมจะไม่มี โรมอยากฟังเหตุผลของโมนาไหม!...โมนาขอประกาศตรงนี้ว่าโมนาจะเป็นศัตรูกับนังนั่น! ถ้ามีโมนาก็ต้องไม่มีนังณิ!” พูดจบโมนาเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

โรมมองตามอย่างหน่ายใจ เกอร์ทรู้ดแนะนำว่าโมนาต้องเปลี่ยนวิธีแสดงออก คือเกลียดแต่ไม่แสดงออก ต้องทำให้โรมเห็นใจไม่ใช่สมเพช เพราะความสงสารเป็นบ่อเกิดของความรัก แต่ความสมเพชเป็นบ่อเกิดของความรังเกียจ โมนาครุ่นคิดตามถามว่าใครบอก


“จำมาจากพวกที่เคยไปเมืองมนุษย์แล้วเขามาเล่าให้ฟังน่ะค่ะ” เกอร์ทรู้ดจีบปากจีบคอ

“หมายความว่าฉันจะต้องไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่อยู่กับโรม...”

“หรือทำมารยานั่นเอง!”

“ในอดีตเราเคยมีแม่มดตนหนึ่งชื่อลอร่า นางได้ชื่อว่า มีมารยามากที่สุด หลอกควักหัวใจผู้ชายมานักต่อนัก”

“เกอร์ทรู้ดก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน เขาว่ากันว่า นางหายสาบสูญไป ไม่มีใครรู้ว่านางยังอยู่หรือแตกสลายไปแล้ว”

“ฉันจะใช้มารยากับโรม และอาจจะควักหัวใจนังหนูณิกับวงศาคณาญาติของมันมาบีบเล่น!” เกอร์ทรู้ด ทำหน้าสยอง โมนาสะใจที่ขนาดแม่มดด้วยกันยังกลัว

ooooooo

โรมยืนครุ่นคิดถึงณิศรา ทาฮีร่ากับโรซี่กลับมา โรมแปลกใจที่ไม่เห็นชิคเก้น พอถามยายหลานก็แย่งกันตอบอย่างมีพิรุธ สุดท้ายก็ยอมสารภาพ

โรมผ่านกำแพงออกมาที่ห้องปรารถนา ชิคเก้นดีใจที่โรมมาช่วย โรมมองคางคกซึ่งคือปรารถนาอย่างสงสาร บอกเธอให้อดทนตนจะหาวิธีช่วย ร่างปรารถนาสะดุ้งโหยง

“หาวิธี! งั้นก็แปลว่ายังไม่มีวิธีน่ะสิหมอโรม โอ๊ย! เวรก๊ำ...เวรกรรม...เวรกรรมของแมว”

“ใจเย็นๆน่าชิคเก้น”

“ชิคเก้นอยากจะร้องไห้ ไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงได้พามาให้อยู่กับคุณยายทาฮีร่า”

โรมติงว่าจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากอดทน แล้วให้ดูปรารถนาที่ไม่บ่นสักคำ ชิคเก้นโวยว่าปรารถนาเป็นคางคกพูดไม่ได้ ได้แต่อัดอั้นตันใจเหมือนนางอุทัยเทวี โรมจึงพูดกับคางคกว่าตนจะพยายามหาทางช่วยแล้วกลับเข้ากำแพง ชิคเก้นไม่วายบ่น

“ถ้าไม่มีกรรมจริงๆไม่มีทางได้รู้จักกับคุณยายทาฮีร่าหรอก!” พลันเห็นโรมกลับออกมาในชุดหมอเมืองมนุษย์ แล้วเดินออกจากห้องก็แปลกใจ

โรมเดินออกมาเห็นเดวิดเดินคุยอยู่กับสารกิจท่าทางสนิทสนม ก็รีบหลบเข้ามุมมองอย่างครุ่นคิด...เดวิดซึ่งอยู่ในคราบหมอเดชาออกมาทานอาหารกับสารกิจในโรงแรมแห่งหนึ่ง โรมตามดูโดยพรางตัวไม่มีใคร


เห็น เดชาพูดคุยยกยอสารกิจว่าเขาจะต้องมีชื่อเสียงและร่ำรวยมากขึ้นถ้าเขากล้าตัดสินใจ สารกิจไม่เข้าใจและอยากรู้ เดชาตะล่อม

“ตอนนี้ผมยังพูดอะไรไม่ได้ คุณต้องค่อยๆดู ค่อยๆพิจารณาเอง...ใจเย็นๆ คุณต้องรู้แน่”

เดวิดกลับมาเมืองเวทมนตร์ ขี่ไม้กวาดลงหน้าบ้าน โรมตามมาถามทำไมถึงสนิทสนมกับหลานชายนักล่า เดวิดไม่ตอบบอกไม่ใช่เรื่องของเขา โรมยิ่งสงสัย

พอเดวิดเข้าบ้านจะรายงานนาดาลกลับโดนเขาตบหน้าจนเซ และยังด่าว่า

“ไอ้ยโส! แกมันไม่มีอะไรเลย แต่ก็ยังแค่นจะวางท่ายโสโอหัง!”

“ผมยังไม่ทันทำอะไรเลย ทำไมพ่อถึงว่าผม

อย่างนั้นล่ะครับ” นาดาลโกรธ เดวิดอัดอั้นตันใจ “ทำไมผมถึงทำอะไรไม่เคยถูกใจพ่อเลย! ไอ้โรมเสียอีกที่พ่อยังดีกับมันมากกว่าผม ทั้งๆที่ผมเป็นลูกของพ่อ!”

นาดาลระเบิดเสียงหัวเราะราวจะเย้ยหยันบางอย่าง เดินเข้าห้องไม่ตอบใดๆ เดวิดมองพ่ออย่างไม่เข้าใจ จนต้องออกไปนั่งสงบสติอารมณ์นอกบ้าน...ทันใดมีลำแสงพุ่งเข้าใส่ เขาหลบได้อย่างหวุดหวิดแล้วเรียกไม้กวาดมาเป็นอาวุธรับมือ โมนาพุ่งเข้ามาฟาดฟันรุกไล่จนเดวิดรับมือไม่ไหว เสียหลักล้มลงนอนกับพื้น โมนาจ่ออาวุธที่อกเขาแล้วยิ้มเยาะ

“ถ้าฉันแทงจริงๆนายก็ตายไปแล้ว”

“ก็เอาสิ คิดว่าผมอยากมีชีวิตอยู่นักเหรอ”

โมนาถอยออกเปลี่ยนอาวุธเป็นไม้กวาด แล้วบอกเดวิดว่าตนรู้ว่าเขามีความแค้นกับพวกนักล่า แต่เขาจะทำคนเดียวไม่สำเร็จ เราควรร่วมมือกัน

“เชิญเพ้อเจ้อไปคนเดียวเถอะ!” เดวิดไม่ยอมรับ

โมนามองเดวิดอย่างหัวเสีย หมายมาดจะต้องให้เขาร่วมมือด้วยให้จงได้...นาดาลเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านลูกแก้ว เขาเงยหน้ามองภาพฮันนาเมียรัก แต่แววตาเธอในภาพดูเศร้า

“ฮันนา พี่เห็นจากลูกแก้วแล้ว ไอ้เดวิดมันทำได้ไม่เลวทีเดียว! อีกไม่นานลูกหลานมันก็จะล้างผลาญทำลายพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ญาติโกโหติกาของมันเอง และเมื่อถึงวันนั้น พี่จะหัวเราะจนกว่าเสียงจะจางหายไปพร้อมร่างกายที่แตกสลาย” พูดจบนาดาลไอเป็นเลือด

เดวิดได้ยินเสียงพ่อไอ รีบเข้ามาประคอง “พ่อ...พ่อใช้พลังชีวิตอีกแล้วเหรอครับ”

“ไม่ต้องมายุ่ง ข้าจะใช้หรือไม่ใช้มันก็เรื่องของข้า” นาดาลผลักเดวิดออกเดินหนี

เดวิดยังห่วงพยายามจะพาพ่อไปโรงพยาบาล นาดาลไม่ยอมไปใช้เขารินน้ำให้ดื่ม เดวิดกุลีกุจอตามคำสั่ง นาดาลดื่มน้ำหมดแก้วเห็นเดวิดนั่งคุกเข่าตรงหน้าก็ถอดแหวนที่นิ้วส่งให้บอกว่าเป็นของฮันนาให้เขาสวมติดไว้ จะช่วยให้รอดพ้นจากภยันตรายจากพวกนักล่า ในขณะเดียวกันก็จะช่วยให้ทำลายพวกมันได้สำเร็จ เดวิดหัวใจพองโตที่พ่อให้แหวนแม่แก่ตน

“ผมดีใจเหลือเกินที่รู้ว่าที่แท้จริงพ่อก็เป็นห่วงผม หวังดีกับผม...ครั้งนี้ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังเด็ดขาด นังตลับจะต้องเฝ้ามองดูลูกหลานแตกแยกกัน เข่นฆ่ากันเพื่อชิงทรัพย์สมบัติ ผมจะทำให้มันทุกข์ทรมานจนหัวใจแตกสลาย”


แววตานาดาลสะใจ ในขณะที่เดวิดตั้งใจจะยอมแลกชีวิตกับความสุขสมหวังของพ่อ...นาดาลหัวเราะสะใจเข่นเขี้ยวในใจ “เจ้าหารู้ไม่ว่า แหวนวงนั้นจะทำลายโคตรเหง้าของเจ้าเอง!”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องประชุมโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์เพื่อรอณิศราพาหมอคนใหม่มาแนะนำตัว สารกิจกับปราการไม่ค่อยพอใจที่จะมีหมอใหม่มาแข่งกับหมอที่พวกเขาหามา กรองทองบ่นว่า ณิศราทำไม่ถูกที่ให้ผู้ใหญ่รอ ไม่ทันไรณิศราพาโรมเดินเข้ามา

กุลนภามองโรมอย่างถูกใจจนวิวรรณต้องสะกิดให้รู้ตัว ณิศราขอโทษผู้ใหญ่ทุกคนที่ผิดเวลา ธงชัยตำหนิว่าเกือบสิบห้านาที โรมเสกให้เวลาถอยหลังแล้วแย้งว่าพวกตนมาตรงเวลา ทุกคนมองเวลางงๆ ณิศราใช้สายตาตำหนิโรม ตลับตัดบทว่าพวกตนดูเวลาผิดกันเอง ณิศราออกตัว

“เขาชื่อหมอโรมค่ะ เป็นหมอเชี่ยวชาญศัลยกรรมปอดและหัวใจ...หนูณิไม่ทราบว่าคุณลุงคุณป้าจะมาด้วย นึกว่ามีแต่คุณย่าคนเดียว”

กรองทองรีบประจบ “แหม...ในเมื่อคุณย่ามา ทุกคน ก็ต้องมาด้วยสิจ๊ะหลานจ๋า ยกเว้นหมอแมทซึ่งเห็นว่า

ติดผ่าตัด คุณหมอสมเกียรติไปต่างประเทศ ส่วน...”

ตลับขัดและแดกดันเล็กๆว่าไม่ต้องจาระไน ตนไม่ได้มาเป็นทางการ ไม่จำเป็นที่ทุกคนจะต้องมานั่งทรมานด้วย กรองทองยิ้มแหยๆ ธงชัยมองเมียอย่างสมน้ำหน้า อุษณีย์ติงลูกสาวน่าจะพาหมอโรมไปพบคุณย่าที่บ้าน ตลับตัดบทว่าตนเป็นคนจะมาเอง แล้วหันมาคุยกับโรม

ธงชัยชิงถามก่อนว่าโรมจบจากที่ไหน จบมากี่ปี มีประสบการณ์บ้างไหม ไพจิตรเหน็บพี่ชายว่าแม่รับโรมแล้วจะถามอีกทำไม ธงชัยไม่พอใจ

“ถึงรับแล้วแต่ก็ต้องถามให้ละเอียด ที่โรงพยาบาลเราต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพ”

“ผมจบที่เดียวกับหมอคนใหม่ที่นี่ครับ ที่ผมทราบก็เพราะได้ข่าวว่าเขามาอยู่ที่นี่”

ไพจิตรถามโรมได้คุยกับเดชาบ้างหรือยัง เขารับว่ายัง แต่คงได้ทักทายกันแน่ ไพจิตรชื่นชมว่าทั้งลูกและหลานมีเพื่อนเก่งและดีทั้งคู่ กรองทองกับธงชัยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ

พอออกจากห้องประชุม ณิศราก็ซักไซ้โรมว่าเดชาเป็นพ่อมดเหมือนกันหรือ โรมขอไม่ตอบ พอดีกุลนภารี่เข้ามาทำความรู้จัก โรมยิ้มแย้มจับมือทักทายกับเธอ กุลนภาถือโอกาสพาโรมไปห้องทำงานเอง ณิศราขบกรามแน่นไม่ค่อยพอใจที่พี่สาวตัดหน้ากัน

เมื่อสารกิจเอาเรื่องหมอโรมมาเล่าให้เดชาฟัง เขาซ่อนความไม่พอใจไว้ สารกิจเน้นว่าเขาต้องทำให้ทีมเราแข็งแกร่งให้มาก แล้วสารกิจก็เดินไปกับปราการซึ่งสีหน้าหงุดหงิดหึงณิศราที่ไปกับโรม แม้สารกิจจะปลอบใจว่าน้องสาวตนต้องเห็นเขาดีกว่าหมอใหม่แน่แต่เขาก็ไม่วางใจ

กุลนภาพาโรมมาที่ห้องทำงาน แล้วพูดกันท่าโรมไว้ว่า ให้ระวังปราการหน่อยเพราะเขาเป็นคู่หมายของณิศรา โรมฟังแล้วอึ้ง หญิงสาวแอบยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

หน้าโรงพยาบาลเวทมนตร์ตรงริมสระ จู๊ฟเหลียวซ้ายแลขวาเมื่อไม่เห็นใครก็จะทะลุมิติไปเที่ยวเมืองมนุษย์ ซูซี่ผ่านมาเห็นพอรู้ว่าจู๊ฟจะไปไหนก็ทำท่าสยองกลัวโดนเผาและเป็นห่วง

ปรารถนาซึ่งแท้จริงคือชิคเก้นไม่ยอมกินข้าว

ที่หยดย้อยจัดมาให้ ต้องการกินข้าวคลุกปลาทู หยดย้อยแปลกใจคิดว่าปรารถนาอาการหนักขึ้น แต่ก็ต้องไปจัดหา จู๊ฟโผล่ออกมาจากกำแพง ชิคเก้นเห็นพวกเดียวกันก็ดีใจ แต่จู๊ฟแปลกใจไม่รู้จักปรารถนา ชิคเก้นต้องคืนร่างให้เห็น ส่วนคางคกซึ่งคือปรารถนาสีหน้าตกใจ จู๊ฟจะออกไปเที่ยว ชิคเก้นจึงเตือนให้สวมชุดแบบมนุษย์

ตลับกับลูกชายและลูกสะใภ้กำลังทักทายพยาบาลที่เคาน์เตอร์ จู๊ฟเดินผ่าน ตลับได้กลิ่นพ่อมดก็ชะงักแต่ไม่อยากกระโตกกระตากให้ใครตกใจ...พอกลับถึงบ้านก็เล่าให้จันฟัง จันอาสาไปช่วยตลับจัดการพ่อมดแทนแม่ซึ่งนอนป่วย ตลับถาม

“ไม่กลัวเป็นเหมือนแม่เหรอ...ฉันไม่อยากพาใครลงนรกด้วยอีกแล้ว”

“ถ้าจะต้องลงกับคุณท่าน ดิฉันก็เต็มใจค่ะ คุณท่านมีพระคุณท่วมหัวดิฉันกับแม่และลูก”

“หนูมาเป็นหลานแท้ๆของฉัน ส่วนชดกับจันเป็นคนเก่าแก่ ฉันต้องเลี้ยงไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว ถ้าจันตกลงใจอย่างนั้นก็เตรียมตัวไว้ให้พร้อม”

ตลับเข้าห้องเดินมายืนมองริมหน้าต่าง คิดถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยจับแม่มดเผา พลันต้องสะดุ้งเหมือนมีชายเสื้อแม่มดสะบัดผ่านหน้า จึงรีบมาที่ห้องพระ ก้มกราบพระพุทธรูปแล้วหยิบกริชขึ้นมาไว้ในมือ

จู๊ฟกลับมาเล่าความสนุกให้ซูซี่ฟังว่าไม่มีอะไรน่ากลัว เกอร์ทรู้ดผ่านมาเห็นสงสัยว่าคุยอะไรกัน ทั้งสองไม่เล่าให้ฟัง เกอร์ทรู้ดจึงคาดเดาเองแล้วไปฟ้องโมนา โมนาเห็นว่าดีที่พวกแม่มดพ่อมดไปเมืองมนุษย์กันให้หมด จะได้ครองโลก เกอร์ทรู้ดกลัวจะโดนเผากันเสียก่อน แต่โมนาหาว่าจะโง่ให้พวกนักล่าเผาทำไม ว่าแล้วก็จะไปบ้าง เกอร์ทรู้ดรีบตามไปด้วย

ในโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ โรมเข้ามาทักทายเดวิดที่ใช้ชื่อเดชาในโลกมนุษย์ เดวิดไม่พอใจหาว่าโรมตามสอดส่อง แม้โรมจะบอกว่าต้องตามดูกลัวเขาก่อความยุ่งยากให้เดือดร้อน เดวิดโมโหสวนกลับ

“แล้วคุณล่ะ การที่คุณมาวุ่นวายกับลูกหลานนักล่า จะไม่ทำให้พวกเราเดือดร้อนเรอะ...ผมขอเตือนว่า อย่ามายุ่งกับผม เรื่องของใครก็เรื่องของมัน” เดวิดชี้หน้าโรม

“ผมไม่ปล่อยให้คุณพ้นสายตาหรอก!”

“ก็ลองดู” เดวิดสะบัดแสงจากแหวนที่นาดาลให้ใส่โรม เขาถึงกับผงะ “เห็นหรือยังว่าคุณก็ไม่ได้เก่งไปกว่าผม” แล้วเดวิดก็จะทำอีกครั้ง

คราวนี้โรมหลบทัน เผอิญแมทธิวเปิดประตูเข้ามามองอย่างสงสัยด้วยสายตาเคร่งขรึมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งโรมและเดชายืนสงบนิ่ง เมื่อแมทธิวถามอีกครั้ง โรมจึงตอบว่า


“ไม่มีอะไร ผมแวะมาทักทายคุณ...”

“เดชา!” เดวิดรีบแนะนำตัวก่อนที่โรมจะเรียกชื่อจริง แมทธิวยิ่งมองอย่างสงสัย

“ผมรู้แล้วว่าคุณชื่อเดชา” โรมแกล้งพูดขึ้นลอยๆ เดวิดออกตัว

“ก็สมัยก่อนคุณชอบเรียกผมว่าเดชุ่ย ผมก็ต้องดักไว้ก่อนน่ะสิ”

“คงจะสนิทกันมากจริงๆเพราะเมื่อกี้ผมได้ยินเสียงเอะอะโครมคราม” แมทธิวประชด

“ธรรมดาครับ ไม่ได้เจอกันนานก็ต้องมีซ้อมมือกันบ้าง” โรมทำทีว่าสนิทสนมกับเดชา

แมทธิวพยักหน้ารับรู้แต่แววตาไม่ไว้วางใจทั้งสองนักก่อนจะกลับออกไป เดวิดกล่าวขึ้นว่าแมทธิวไม่ไว้ใจเรา โรมแย้ง

“ไม่ใช่เรา! แต่เป็นคุณกับผม และผมก็ไม่ไว้ใจคุณเหมือนกัน ผมจะจับตามองคุณอยู่ตลอดเวลา” โรมทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป เดวิดมองแหวนที่นิ้วอย่างพอใจ

“มีแหวนของพ่อวงนี้ ข้าก็ไม่มีวันกลัวแกแล้ว... ไอ้โรม”

นาดาลมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านลูกแก้ว เขาโมโหมากถึงกับเข่นเขี้ยว “ไอ้เดวิด ถ้าโรมเป็นอะไรไป ข้าจะฆ่าเจ้า!”...

แมทธิวเดินมาเห็นมาริสาคุยอยู่กับมธุรสเรื่องคนไข้ พอมธุรสเห็นแมทธิวก็แยกตัวไป มาริสาก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา ณิศราผ่านมาเห็นลอบมองอย่างสังเกตการณ์...แมทธิวซักถามมาริสาเมื่อคืนไปไหนกับปราการถึงกลับบ้านดึก เธอรีบบอกว่าไม่ดึกแค่แวะทานข้าว แมทธิวให้กลับบ้านกับตนเย็นนี้ อดประชดเล็กๆไม่ได้ว่าหรือนัดกับปราการอีก หญิงสาวส่ายหน้าบอกเขาชวนแต่ปฏิเสธไปแล้ว หมอหนุ่มแอบดีใจเดินไป มาริสามองตาม อย่างสับสนว้าวุ่นใจ

ณิศราเดินเข้ามาบอกมาริสาอย่างหมั่นไส้ว่า มีเรื่องจะคุยด้วยแล้วเดินนำไป...

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 6 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 17 ต.ค. 2561 09:43 2018-10-22T00:40:43+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ