ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

สารกิจเล่าเหตุการณ์ที่โดนสิงห์มอเตอร์ไซค์รุมจะทำร้าย แต่มีคนมาช่วยไว้ให้พ่อฟัง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นศัลยแพทย์ เพราะต่อสู้เก่งราวกับพวกสตันต์ในหนังบู๊ ไพจิตรคิดว่าหมอก็เรียนการต่อสู้ได้ เป็นนักเขียน นักดนตรีได้ สารกิจบอกอีกว่าได้ชวนเดชามาเป็นหมอแทนหมอมุนี

“ดี อย่างน้อยแกจะได้มีหมอเก่งๆเป็นพวกบ้าง หมอมุนีนั่นเขาคนของแมทธิว”

“หมอส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาลเป็นพวกพี่แมทกันหมดทั้งนั้นแหละครับ”

ไพจิตรให้รีบชวนมาโดยเร็วเพราะย่าไม่ขัดขวางอยู่แล้ว ส่วนสมเกียรติตนจะคุยให้...พอรุ่งเช้า ไพจิตรคุยกับสมเกียรติไม่มีปัญหาใดๆ สารกิจรายงานตลับ เธอกลับเห็นว่าเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปไม่น่าไว้วางใจ สารกิจเห็นว่าเดชาดูเหมือนคนธรรมดา ตลับแย้ง

“ยิ่งเหมือนคนธรรมดายิ่งต้องระวัง พวกนี้ทำได้ทุกอย่าง เอาอย่างนี้ ให้เขามาที่บ้าน ถ้าเขาเป็นพ่อมด

เขาจะเข้าบ้านเราไม่ได้ เพราะมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบอยู่ แต่ถึงจะหาวิธีแก้เข้ามาได้ ย่าก็ต้องรู้เพราะย่าประสาทไวกับกลิ่นพ่อมด”

“ถ้าอย่างนั้น เขามาพบผมเมื่อไหร่ ผมจะพาเขามาพบคุณย่าเลย ให้มันรู้กันไปว่าเป็นพ่อมดมาหลอกลวงเราหรือเปล่า”

ขณะที่สารกิจพูด จันเดินเข้ามารายงานตลับว่าแม่ไม่สบายมาก สารกิจไม่ชอบใจที่เมียน้อยลุงเข้ามาขัดจังหวะ ตลับไม่อยากให้มีเรื่องจึงบอกให้สารกิจกลับไปทำงาน เขามองจันอย่างเหยียดๆก่อนจะเดินไป...ตลับเดินนำจันไปที่เรือนเล็กเพื่อดูอาการชด

จันบอกว่าชดจะเพ้อว่าร้อนไปทั้งตัว เวลาตื่นก็ตาลอย รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ตลับดูอาการแล้วให้จันไปเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์มาหยดผสมน้ำให้ชดดื่มบ่อยๆ ตลับจ่อแก้วให้ชดจิบช้าๆ สักพักชดก็รู้สึกตัวพอพูดคุยได้ แต่พอตลับกลับตึกใหญ่ไปแล้ว ชดบอกจันว่าโรคของตนเป็นกรรม

“กรรมที่เกิดจากแม่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่ การฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เป็นบาปอย่างยิ่ง”

“แต่แม่จะไม่เป็นอะไรแล้ว น้ำศักดิ์สิทธิ์จะช่วย...” จันเชื่อมั่นที่ตลับบอก

“ไม่มีอะไรช่วยได้ ต่อให้ยิ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ช่วยไม่ได้”

“แล้วทำไมคุณท่านถึงไม่เป็นอะไรล่ะจ๊ะ ท่านเป็นคนสั่งแม่ด้วยซ้ำ”

“นั่นเพราะท่านยังมีบุญเก่าอยู่ พอหมดบุญเมื่อไหร่” ชดถอนใจไม่อยากเอ่ย “เอ็งก็มีกรรม จึงต้องกินน้ำใต้ศอกเขาอย่างทุกวันนี้”

จันสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมา พยายามเปลี่ยนเรื่องชวนแม่กินข้าว หรืออยากออกไปข้างนอกก็จะพาไป ชดไม่อยากอะไรเลย แต่จันก็ประคองให้เธอลุกออกมาเดินเปิดหูเปิดตาบ้าง

ooooooo

วันต่อมาสารกิจกับปราการรออยู่ที่ห้องทำงาน มธุรสพาเดวิดที่ปลอมเป็นเดชาเข้ามา เธอปลาบปลื้มที่โรงพยาบาลเรามีแต่หมอหล่อๆ เมื่อสารกิจแนะนำให้เดชารู้จักกับปราการแล้วก็จะพาไปพบตลับที่บ้าน เดชาหวั่นใจเล็กน้อย


ทางโรงพยาบาลเวทมนตร์ นาดาลหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาทำพิธีที่บ้าน ต้องใช้พลังชีวิตช่วยไม่ให้พวกนักล่าสงสัยหรือจำหน้าเดวิดได้ เสร็จพิธีเขาก็หมดแรง

สารกิจพาเดชาเข้ามาในห้องรับแขก ตลับ ไพจิตร อุษณีย์นั่งรออยู่ เขาแนะนำ “นี่คุณย่าของผม หุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ แล้วนี่คุณพ่อคุณแม่...นี่หมอเดชาที่ช่วยผมไว้”

สามผู้ใหญ่รับไหว้ ตลับมองอย่างเอ็นดู สาวใช้ยกน้ำและของว่างมาเสิร์ฟ ไพจิตรกล่าว

“ขอบใจหมอจริงๆที่ช่วยลูกชายผมไว้ เห็นนายกิจบอกว่าหมอเก่งยังกับพระเอกหนังบู๊”

“รูปหล่อเสียด้วยสิคะ” อุษณีย์พูดอย่างเอ็นดู

“ขอโทษนะหมอ ย่าขอถามเรื่องส่วนตัวหน่อย หมอจบจากที่ไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันจ๊ะ”

ไม่ทันที่เดชาจะตอบ ธงชัยกับกรองทองเดินเข้ามา ไพจิตรจึงแนะนำให้พี่และพี่สะใภ้รู้จัก กรองทองอดพูดถึงความเก่งของแมทธิวเป็นการข่มกลายๆไม่ได้ เดชาขบกรามเก็บอารมณ์...นาดาลเห็นภาพทุกอย่างผ่านลูกแก้ว แม้จะอ่อนโรยแต่ก็สะใจมาก

“ไอ้พวกหน้าโง่! เตรียมตัวพินาศจากการกระทำของลูกหลานตัวเองเถอะ ไอ้เดวิดมันเกิดมาเพื่อล้างผลาญตระกูลของมันจริงๆ ทำได้ชั่วไม่มีที่ติเสียด้วย”

เมื่อทุกคนคุยกับเดชาอย่างถูกคอเสร็จ สารกิจก็พากลับโรงพยาบาล สารกิจบอกเดชาว่า คุณย่ารับเขาเข้าทำงานแล้ว ปกติท่านไม่รับใครง่ายๆโดยที่ไม่ทดลองงาน นี่เพราะเขามีบุญคุณที่ช่วยตนไว้ เดชาทำทีไม่อยากได้งานเพราะบุญคุณ อยากให้เห็นฝีมือกันมากกว่า สารกิจรีบบอกว่าล้อเล่นอย่าโกรธเลย

“แล้วผมจะพิสูจน์ให้ดูว่าจ้างผมแล้วคุ้มค่าแค่ไหน แต่ผมขอบอกก่อนว่า คงจะมาเต็มตัวไม่ได้ เพราะต้องช่วยที่โรงพยาบาลเดิมอยู่” สารกิจไม่ว่าอะไรแล้วแต่ความสะดวกของเขา...เพราะพลังจิตที่นาดาลส่งมาช่วย ทำให้ทุกคนเชื่อในสิ่งที่เดวิดหรือเดชากล่าว ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ร่ำเรียน ชื่อแปลกประหลาด แต่ตลับก็เชื่อและคอยดูว่าเขาจะเก่งจริงหรือไม่ อุษณีย์หวังว่าเดชาจะเป็นคนดีที่ชักนำสารกิจลูกชายให้เอาการเอางานมากขึ้น

เดวิดกลับถึงบ้าน ได้ยินเสียงล้มในห้องนาดาลก็ตกใจรีบเข้ามาดู เห็นพ่อล้มอยู่บนพื้นก็เข้าประคองอย่างห่วงใย รีบไปหาน้ำมาให้ดื่ม แต่นาดาลเอาน้ำนั้นสาดหน้าเขาและไล่ให้ออกไป เดวิดกล้ำกลืนความเจ็บปวดน้อยใจ บอกพ่อยังไม่หายดี จะพากลับโรงพยาบาล

“อย่ามายุ่งกับข้า!”

“ผมเป็นห่วงพ่อ...”

“ห่วงก็รีบแก้แค้นให้สำเร็จก่อนที่ข้าจะตาย! ออกไป! ข้าจะพักผ่อน”

เดวิดกลับออกไปเงียบๆ หลบมานั่งเสียใจที่หลังบ้าน โมนาเดินมาเห็นก็ล้อว่า

“ไม่ยักเคยเห็นพ่อมดร้องไห้”

เดวิดสะดุ้งรีบปาดน้ำตาหันมาไล่ว่ามาทางไหนก็ไปทางนั้น เธอกวนว่ายังไม่อยากไป แล้วถามเขาร้องไห้ ทำไม โดนพ่อดุหรือ เดวิดโกรธไล่ซ้ำสอง โมนาจึงสวนกลับเสียงกร้าว

“ทำไมไม่ไปทำงาน”

“มันเรื่องของผม!”

“ฉันจะรายงาน ดร.พีท”

“อยากทำอะไรก็ตามใจ” เดวิดจะเดินหนี โมนารีบดักคอ

“รู้ว่านายกำลังมีแผนร้าย!...แผนอะไร บอกให้รู้บ้าง...ไม่บอกก็อย่าบอก” โมนาเข่นเขี้ยวในคอ “ไม่บอกก็อย่าบอก แต่ฉันต้องรู้ให้ได้”

ooooooo

รูปปั้นเสือยังคงตั้งตระหง่านหน้าตึกโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ ผู้คนเข้ามาถ่ายรูปแม้หน้าตามันจะน่ากลัวเหมือนจริง...ณิศราเดินมาห้องคนไข้รวม เห็นป้าที่

นอนหลับมานานลุกนั่งกินอาหารได้ก็แปลกใจ ญาติที่เฝ้าเล่าว่า หนูมาพยาบาลคนสวยจับโน่นจับนี่ก็อาการดีขึ้น

ณิศราไม่พอใจมาเล่นงานมาริสาที่ห้องทำงาน หาว่าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาหมอวิวรรณ ทำให้คนเข้าใจว่าหมอวิวรรณรักษาไม่หายแต่เธอรักษาหาย มาริสาไม่รู้เรื่องเพราะตอนนั้นโดนโมนาสิง วิวรรณเดินเข้ามาพอรู้เรื่องก็ช่วยณิศราเล่นงานมาริสาและพูดสิ่งที่ไม่พอใจมานาน

“หมอแมทไม่ได้อยู่ด้วยซักหน่อย ไม่ต้องมาทำหน้าทำตาน่าสงสารหรอก”

“เพราะฉันกับพี่วิไม่สงสารเธอแน่นอน เจ้ามารยานัก” ณิศราเสริม

“ใช่! โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าหมอแมทล่ะก็ชอบทำหน้าละห้อยระโหยโรยแรง”

ณิศราเห็นหน้ามาริสาแล้วเซ็งไล่จะไปไหนก็ไป มาริสาเสียใจเดินค้อมตัวเลี่ยงออก ณิศราบ่นไล่หลังว่าชอบเอาหน้าไม่มีที่สิ้นสุด วิวรรณเสริม

“สังเกตมานานแล้ว แม่คนนี้วิปริต ไม่เชื่อหนูณิลองสังเกตดูสิ อย่าเพิ่งเชื่อพี่ หมอแมทก็หลงกลมัน 

สงสารมันจนไม่สนใจผู้หญิงอื่น”

“นี่มันซีเรียสมากเลยนะคะ”

“ซีเรียสมาก มันเกาะหมอแมทยิ่งกว่าตุ๊กแก

ทากาวอีก!”

“พี่วิไม่ต้องเป็นห่วง หนูณิจะแกะมันทิ้งเอง”

ณิศรารู้สึกเกลียดชังมาริสามากขึ้น

วิวรรณดีใจที่ยังมีณิศราเชียร์ตนกับแมทธิว จึงเสนอของกำนัลถ้าสำเร็จจะขอเครื่องเพชรจากแม่มาให้ชุดหนึ่ง ณิศราตื่นเต้นดีใจ วิวรรณเดินไปอย่างอารมณ์ดี

ณิศรากลับเข้าห้องทำงาน ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นโรมยืนกอดอกมองถากถาง

“คุณนี่เก่งนะ สามารถจะเชียร์ให้ใครรักใครชอบใครก็ได้”

ณิศราจะเหวี่ยงใส่แต่นึกได้ถึงแผนตัวเอง จึงทำทีสบตาเขาพลางยิ้มนิดๆ “แล้วคุณล่ะ ทำได้หรือเปล่า คุณมีเวทมนตร์นี่!”

“เวทมนตร์ทำไม่ได้ทุกอย่างหรอก”

ณิศรารุกถามทำอะไรได้บ้าง โรมแปลกใจทำไมเธอถึงได้เกิดเป็นมิตรกับตน หญิงสาวยิ้ม


“ฉันไปนั่งคิดนอนคิดอยู่หลายวันก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าฉันไม่ควรเป็นศัตรูกับพ่อมด เพราะพวกคุณมีเวทมนตร์ หากไม่พอใจขึ้นมา ฉันอาจถูกสาปให้เป็นตัวอะไรที่น่าเกลียดๆก็ได้”

โรมเลิกคิ้ว “ทำไมผมไม่เชื่อคุณ!”

“เป็นฉันฉันก็ไม่เชื่อ อยู่ดีๆศัตรูจะมาทำดีด้วย ยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ” โรมจ้องอย่างค้นหาความจริง “บอกให้ก็ได้ ฉันอยากเรียนรู้ชีวิตของพวกคุณ อยากไปเห็นว่าพวกคุณอยู่กันยังไง และ...บางทีคุณอาจจะสอนเวทมนตร์ให้ฉันบ้างก็ได้” ณิศราทำสีหน้าประจบ

โรมรู้ทันว่าเธอจะได้เอาคาถามาทำลายพวกเขา ณิศรารีบบอกว่ามนุษย์อย่างตนจะทำอะไรเขาได้ โรมไม่เชื่อและรู้สึกว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่น่าไว้ใจจะหายตัวกลับ ณิศราเรียกเขาไว้แล้วถามยั่วยวนว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกับตนแล้วหรือ เขาส่ายหน้าทันทีแล้วย้ำ

“ไม่! คุณเป็นมนุษย์ที่คบไม่ได้ ผมเฝ้าดูคุณมานานแล้ว”

“ทำไมคุณต้องเฝ้าดูฉัน?” เห็นโรมอึ้งก็รุก

“คุณชอบฉันใช่ไหม?”

โรมสะบัดเสื้อคลุมหายตัวไปทันที ณิศราแกล้ง ตะโกนออกไปว่า ฉันชอบคุณเหมือนกัน ทุกอย่างเงียบสนิท แต่ณิศราก็เชื่อว่าโรมจะต้องได้ยิน

ooooooo

โรมนั่งครุ่นคิดสับสนกับคำพูดของณิศราที่ว่าเธอก็ชอบเขาเหมือนกัน โรซี่ตะโกนเรียกปากตะเกียง โรมได้ยินออกมาหา โรซี่บอกว่านึกคาถาเสกเสือออกแล้ว แต่ต้องไปแก้คาถาที่ที่เสก จะชวนทาฮีร่าไปด้วย ชิคเก้นห้ามไว้กลัวจะวุ่นวายมากขึ้น จึงมาชวนโรมไปแทน

โรมรับคำแต่ขอให้โรซี่สัญญาข้อหนึ่งก่อน ว่าห้าม ไปเมืองมนุษย์โดยไม่บอกตน โรซี่รับคำแต่แอบไขว้นิ้วไว้ที่ด้านหลัง ชิคเก้นเห็นแล้วถอนใจที่ยายกับหลานเจ้าเล่ห์เหมือนกัน

โรม โรซี่และชิคเก้นพยายามจะออกจากกำแพงห้องปรารถนา แต่ออกไม่ได้ต่างแปลกใจ ชิคเก้นบ่นว่าสงสัยปรารถนาจะทรยศ ทำอะไรไว้ไม่ให้พวกเราออกได้อีก ปรารถนานั่งมองกำแพงปูดเป็นรูปคนกับแมวก็ตะลึง พอได้ยินชิคเก้นพูดอย่างนั้นก็ตอบว่าตนไม่เคยทรยศใคร

กำแพงอีกฝั่ง ปรารถนาได้เอาอาวุธโบราณมาติดไว้ โรมพาโรซี่กับชิคเก้นเดินอยู่ในกำแพงจนมาอีกฝั่งแล้วแทรกตัวออกมาได้ โรมเห็นปลายแหลมของอาวุธต้องก้มหลบ และบอกโรซี่กับชิคเก้นให้ระวัง ไม่วายชิคเก้นโดนปลายแหลมตัดขนไปกระจุกหนึ่ง ปรารถนาเห็นแล้วหวาดเสียวตกใจจนเป็นลม ชิคเก้นกลายร่างเป็นเงาเพื่อไม่ให้คนเห็น

ทางเมืองเวทมนตร์ โมนาเดินมาส่งทาฮีร่าที่บ้านโดยมีเกอร์ทรู้ดถือตะกร้าสัมภาระมาให้ โมนากลัว

ทาฮีร่าจะเหนื่อย แต่เธอกลับบอกว่ารุ่นนี้ไม่มีเหนื่อย

เกอร์ทรู้ดเห็นมีม้านั่งก่อนถึงบ้านจึงบอกให้นั่งพักสักนิด โมนาแกล้งพูดว่าคุณยายไม่เหนื่อยเดินอีกสี่ห้ารอบ

ยังไหว ทาฮีร่าสะดุ้ง

“แต่ยายอยากจะนั่งชมวิวสักหน่อย” ว่าแล้วก็ทำเนียนๆนั่งเพราะที่จริงเหนื่อย


เกอร์ทรู้ดถามทำไมถึงไม่ใช้ไม้กวาดเดินทาง

ทาฮีร่าบอกว่าเสียเอาไปซ่อม โมนาแปลกใจ


“อ้าว! มันเป็นอะไรหรือคะ”

“ยายขี่ไปชนยอดไม้ กะระยะผิดไปหน่อย”

สองสาวสบตากันไม่รู้จะพูดอะไร สักครู่โมนาก็ถามว่าวันนี้มีอะไรพิเศษโรมถึงกลับบ้านแต่วัน ทาฮีร่าชะงักเริ่มระแวงว่าโรมไปไหน...

โรม โรซี่และชิคเก้นซึ่งพลางตัวเป็นเงายืนมองรูปปั้นเสือที่มีคนมากราบไหว้ ถ่ายรูปตามนิสัยคนไทย โรซี่รู้สึกว่าคนชอบก็น่าจะปล่อยไว้อย่างนี้ แต่โรมบอกว่าไม่ได้ เพราะถึงวันพระจันทร์เต็มดวง มันจะกลับมีชีวิตขึ้นมา โรซี่ชอบใจคงสนุกน่าดู โรมเอ็ดว่าไม่สนุก

“เฟล!” โรซี่ทำหน้าละห้อย

“เดี๋ยวหมอโรมจะเสกให้ทุกคนหยุดนิ่ง แล้วโรซี่ท่องคาถานะ” โรซี่รับคำ โรมเน้นห้ามท่องผิด แม่มดน้อยจึงขอทบทวนคาถาอีกนิด โรมพาไปนั่งใต้ต้นไม้ให้ทบทวน

ด้านทาฮีร่าตามโรมมากับโมนาและเกอร์ทรู้ด ออกจากกำแพงไม่ได้เช่นเดียวกับพวกโรม จึงเดินหา ทางออกอยู่ในกำแพง ปรารถนาฟื้นขึ้นมานั่งมองอย่างตะลึงอีกครั้ง พอทั้งสามหาทางออกด้านที่มีอาวุธโบราณติดอยู่ ต้องก้มหลบปลายแหลมอย่างหวาดเสียว พอออกมาได้ ทาฮีร่าก็ต่อว่าปรารถนา

“ทำไมคุณปรารถทำยังงี้ หรือว่าคุณปรารถต้องการเป็นศัตรูกับฉัน” ปรารถนาสะดุ้งเฮือก ทาฮีร่าโวย “นั่นไง ว่าแล้วไม่มีผิด!”

โมนากับเกอร์ทรู้ดพูดพร้อมกันว่า ปรารถนายัง

ไม่ได้พูด ทาฮีร่าทำหน้าอ๋อเหรอ...แล้วบอกให้ปรารถนาพูด ปรารถนาถามจะให้พูดว่าอะไร แม่มดพันปีถอนใจเฮือก

“ทำไมต้องทำแนวกั้นไม่ให้พวกฉันออกมา” ปรารถนาอ้าปากจะตอบแต่ไม่ทัน “แล้วหลานโรมของฉันมาที่นี่หรือเปล่า”

“ถึงว่า...”

“ทำไมฉันถามแล้วไม่ตอบ!”

“ไม่มีช่องค่ะ...หาช่องไม่เจอ” ปรารถนาไม่รู้

จะแทรกพูดตอนไหน

“โมนา! ยายไม่อยากพูดกับยายนี่ พูดจาไม่รู้เรื่อง แก่แล้วแก่เลย!”

โมนาให้เกอร์ทรู้ดคุยกับปรารถนาแทน และให้ทาฮีร่านั่งพัก โมนาเปลี่ยนตัวเองเป็นชุดหมอจะออกไปตามหาโรม หยดย้อยเดินสวนแล้วหันกลับมาเรียก

โมนาสะดุ้งยืนนิ่ง สักครู่หยดย้อยก็บอกว่าอยากให้

คุณหมอช่วยตัดหูดให้ โมนาพยักหน้าโล่งอกแล้วเดินต่อไป

หยดย้อยเคาะประตูห้องปรารถนาก่อนจะเปิดเข้าไป เห็นปรารถนาทำหน้าหวาดกลัว มีทาฮีร่ากับ

เกอร์ทรู้ดอยู่ด้วยก็เข้าใจว่ามีญาติมาเยี่ยม ทาฮีร่ารีบปฏิเสธตนไม่ใช่ญาติ เกอร์ทรู้ดก็ส่ายหน้า หยดย้อยแปลกใจ

“ไม่ใช่ญาติต้องเป็นมิตร เพราะญาติมิตรอยู่ใกล้ๆกัน” หยดย้อยพูดติดตลก

“มิตรเธอน่ะสิ นมย้อย พวกเขาออกมาจากกำแพง” ปรารถนาแหวใส่

หยดย้อยหัวเราะ “ออกจากกำแพง งั้นเดี๋ยวก็ต้องกลับเข้าไปในกำแพงสิคะ”

ทาฮีร่ารับว่าใช่ หยดย้อยยิ่งชอบใจคิดว่าทุกคนพูดตลก พอได้ยินเกอร์ทรู้ดเรียกคุณยายก็ท้วงว่าสาวสวย ขนาดนี้เป็นคุณยาย งั้นตนคงต้องเป็นคุณทวดแล้วปรารถนาปรามอย่าท้าทาย

“รู้ไหมว่าฉันอายุเท่าไหร่” ทาฮีร่าเห็นหยดย้อยเอาแต่หัวเราะจึงเอ่ยถาม

“คุณยายขา เขาทายไม่ถูกหรอกค่ะ” เกอร์ทรู้ดแทรก ทาฮีร่าให้ลองทายดู

ปรารถนาส่ายหน้า แต่หยดย้อยยังเห็นเป็นเรื่องตลก จึงพูดเล่นว่า “สองพันปีถึงไหม?”

ทาฮีร่าแปลกใจรู้ได้อย่างไร หยดย้อยเฉลย “อ้าว! แสดงว่าหยดมั่วถูก สาวสองพันปี”

ปรารถนาปรามหยดย้อยด้วยสายตา เกรงแม่มดพันปีจะโกรธแล้วสาปเอา

ooooooo

โรมรอให้โรซี่ทบทวนคาถาก่อนจะเสกเสือให้หายไป โรซี่หวั่นใจกลัวตัวเองท่องผิดอีก โรมให้กำลังใจเต็มที่ ชิคเก้นแปลงตัวเป็นแมวกวักลุ้นอยู่ข้างๆ ต้องเตือนว่าให้รีบจัดการก่อนที่ทาฮีร่าจะตามมา แล้วจะวุ่นวายกันไปใหญ่

โรซี่พร้อมลุกมายืนหน้ารูปปั้นเสือ โรมร่ายคาถาให้ผู้คนแถวนั้นหยุดนิ่ง โรซี่ท่องคาถาสะบัดมือออกไป ทันใดนั้นเองปรากฏเสือเป็นๆเพิ่มขึ้นอีกหลายตัว เดินดมผู้คนแถวนั้น ชิคเก้นร้องลั่นว่ามันจะกินคนแล้ว! โรมรีบร่ายมนตร์ทำให้เสือทุกตัวกลายเป็นรูปปั้นทั้งหมด โรซี่ทำหน้าจะร้องไห้สารภาพว่าที่ผ่านมาตนขี้เกียจไม่ได้ท่องคาถา โรมรีบถามแล้วทำอะไรอยู่

“โรซี่ชอบดูรูปในหนังสือ โรซี่ดูรูปแล้วก็หัดวาดรูปมากกว่าท่องคาถา...โรซี่ชอบรูปเสือมากที่สุด”

“กรรมของแมว!” ชิคเก้นกุมขมับ

“โรซี่ต้องเข้าใจนะว่าความไม่เอาใจใส่ของโรซี่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน พ่อมดแม่มดเราก็เดือดร้อนไปด้วย...เอาล่ะ โรซี่ต้องตั้งสมาธิใหม่” โรมพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

“แล้วหมอโรมอย่าโกรธโรซี่นะ...ห้ามฟ้องคุณยายด้วย เดี๋ยวคุณยายไปฟ้องคุณพ่อคุณแม่ โรซี่ต้องกลับบ้านเลย” โรซี่เสียงอ่อย

โรมรับคำแล้วย้ำให้โรซี่ตั้งสมาธิดีๆ เธอหลับตาร่ายคาถาอย่างตั้งใจ ในที่สุดเสือทุกตัวก็หายวับไป โรมกับชิคเก้นดีใจที่โรซี่ทำสำเร็จ โรมดีดนิ้วให้ผู้คนกลับมาเคลื่อนไหวตามเดิม

โรมจูงโรซี่กลับเข้าโรงพยาบาล และอุ้มแมวกลักซึ่งคือชิคเก้นมาด้วย โมนาเห็นร้องเรียก ชิคเก้นกระซิบว่า นางริษยามาแล้ว โรซี่ขู่จะฟ้องโมนา โรมเห็นโมนา

ก็ถามว่ามาทำอะไรที่นี่

“โมนาต้องถามโรมต่างหากว่ามาทำอะไรที่นี่ อ้อ! หรือว่ามาหานังริษยาหนูณิ!” โรมไม่พอใจคำเรียกของโมนา โรซี่รีบตอบแทนว่าโรมพาตนมาแก้คำสาป ชิคเก้นยืนยันเป็นพยาน โมนายังหาว่าเข้าข้างกัน โรมหน่ายใจแล้วแต่จะคิด อุ้มชิคเก้นเดินหนี โมนาโมโห


โรซี่ต้องกระตุกแขนปราม ยืนยันว่าโรมพูดจริง และว่าตนอยู่ข้างเธอ โมนาสีหน้าดีขึ้น

โรมเคาะประตูห้องปรารถนาก่อนจะเปิดเข้าไป พอเห็นทาฮีร่าก็ชะงัก ทาฮีร่าจะโวย เกอร์ทรู้ดสะกิดปรามอยากให้กลับไปพูดที่บ้าน แต่เธอก็ยังถามหลานชายเป็นชุด

“โรมมาทำไมที่นี่ มีธุระสำคัญอะไรนักหนา ยายห้ามแล้วไงว่า...”

“โห...เป็นชุด!” ชิคเก้นบ่นเบาๆ

โรมจับมือทาฮีร่าไม่ให้พูดต่อหน้ามนุษย์ หยดย้อยมีโอกาสพูดบ้าง บอกมีแขกมาหลายคน ตนจะไปทำน้ำเพื่อสุขภาพมาให้ดื่มกันให้ชื่นใจ ทาฮีร่าหันมาถามว่าน้ำอะไร

“โอเลี้ยงค่ะ”

“สุขภาพสุดๆ...” ชิคเก้นเหน็บ ปรารถนาเอง

ก็งงมันสุขภาพตรงไหน

หยดย้อยรีบออกไป ทาฮีร่าพูดไล่หลังว่ายาย

คนนี้แปลก ปรารถนาเสริมต่อ

“นมย้อยเขาก็ว่าคุณปรารถแปลกค่ะ”

“แปลกมันทั้งคู่เลย” ทาฮีร่ารวบรัดแล้วหันไปชวนโรมกลับ

โรมให้รอโมนากับโรซี่ ปรารถนาแทรกให้รอโอเลี้ยงด้วย ทาฮีร่าปัดว่าทั้งสองกลับเองได้ แล้วหันไปบอกปรารถนาว่า บ้านตนมีน้ำเพื่อสุขภาพอร่อยที่สุดในโลก วันหลังจะเอามาให้ชิม ปรารถนาถามว่าน้ำอะไร ทาฮีร่ากำลังก้าวเข้ากำแพง ส่งเสียงตอบปรารถนาว่า น้ำลายคางคก ปรารถนาหน้าเหวอ เกอร์ทรู้ดเสริมก่อนที่จะก้าวเข้ากำแพงไปอีกคนว่า

“ดื่มแล้วมึนหน่อยๆ แต่นอนหลับสบายดีค่ะ”

โมนากับโรซี่โผล่มาเห็นทุกคนเข้ากำแพงไปแล้วก็รีบตามเข้าไป โรซี่หันมาโบกมือให้ปรารถนา บอกแล้วจะมาเยี่ยมใหม่ เธอส่ายหน้าเอื้อนเอ่ยไม่ต้องลำบากมาก็ได้...

ooooooo

คืนวันนั้นณิศราตัดสินใจบอกแผนของตัวเองให้กุลนภาฟังว่าจะตีสนิทกับพ่อมดเพื่อไปดูลู่ทาง

ที่เมืองพ่อมดแล้วหาทางทำลายล้าง กุลนภาตกใจ

“โดยเอาตัวเธอเข้าไปเสี่ยงอย่างนั้นน่ะเหรอ!”

“ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ ยังไงหนูณิก็เคยไปที่ดินแดนประหลาดนั่นมาแล้ว”

“ถ้าเธอยังคิดจะทำอะไรบ้าๆ พี่จะบอกคุณย่า”

“งั้นเราก็จะไม่มีวันเอาชนะพวกมันได้”

แต่กุลนภาคิดว่าตลับกับแมทธิวเก่งพอที่จะปราบได้ ณิศราย้อนถามทำไมเจอกันครั้งก่อนถึงทำอะไรไม่ได้ พี่สาวถึงกับอึ้ง ณิศราสาธยาย

“มันสามารถเดินทางเข้านอกออกในโลกของเราได้อย่างสบายใจ ในขณะที่ไม่มีมนุษย์ซักคนที่สามารถเฉียดกรายเข้าไปใกล้ดินแดนลึกลับนั่นได้เลยแม้แต่นักล่า!...”

“นอกจากเธอ...” กุลนภาแย็บ ณิศราสบตา

“ใช่ นอกจากหนูณิ และหนูณิจะต้องหาทางให้พวกเราเข้าไปให้ได้ เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของพวกนักล่า”

“เธอนี่มีเลือดนักล่าเต็มตัว” กุลนภาทึ่ง

ณิศราขอให้กุลนภาสัญญาว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้

ให้ใครฟังจนกว่าตนพร้อมจะเปิดเผยเอง กุลนภารับปากแต่ให้สัญญาด้วยว่า จะต้องคอยเล่าทุกอย่างให้ตนฟัง เพราะถ้ามีอันตรายจะได้ช่วยกันคิดแก้ไข ณิศราสัญญา กุลนภาโอบกอดญาติผู้น้องราวกับรักและห่วงใยนักหนา


พอลับหลังกุลนภาก็เอาเรื่องนี้มาเล่าให้กรองทองฟัง ผู้เป็นแม่ให้เล่าให้ตลับฟัง กุลนภาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องบอก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับณิศราก็เพราะตัวเธอห้ามเอง

“ลูกของแม่นี่ฉลาดจริงๆ ถ้ายัยหนูณิเกิดเป็นอะไรไป ก็เท่ากับตัวแบ่งมรดกคุณย่าหายไปหนึ่งคน เวลานี้พี่แมทเขาเป็นคนโปรดซึ่งก็ดีอยู่แล้ว แต่ลูกต้องขยันทำอะไรดีๆให้เข้าตาคุณย่าหน่อย เอาให้กลบรัศมีของนายกิจ หนูณิ แล้วก็นังหนูมาให้สนิทเลย”

กุลนภารับคำว่าจะพยายาม ธงชัยเดินมาถาม

ลูกสาวประจบอะไรแม่ หญิงสาวบอกว่าแค่เล่าชีวิตประจำวันให้แม่ฟัง แล้วหอมแก้มแม่ก่อนจะไปเข้านอน...

กรองทองหันมาเกริ่นกับสามี

“ทางครอบครัวน้องชายคุณเขาเริ่มขยับแล้วนะคะ คงกลัวว่าตาแมทของเราจะเกินหน้าเกินตา”

“นายกิจน่ะไม่ได้ขี้เล็บตาแมทหรอก” ธงชัยหัวเราะไม่แคร์

“นายกิจอาจจะสู้ไม่ได้ แต่หมอเดชานั่นอาจจะสู้ได้ เขาพยายามหาคนเก่งๆเป็นพวก”

“ลูกเราเก่งจะตาย ทั้งตาแมท ทั้งยัยกุล ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“ถึงยังไงคุณก็ควรจะเรียกพวกแกมาอบรมเสริมเขี้ยวเล็บบ้าง”


ธงชัยรับคำถ้ามีเวลาแล้วจะทำ กรองทองไม่พอใจหาว่าสามีเอาเวลาไปเที่ยวเตร่ ถ้าลูกชายไม่เอาถ่านเหมือนเขาคงแย่ ธงชัยโกรธที่โดนด่าว่าไม่เอาถ่าน ชี้หน้าต่อว่าภรรยา

“อย่าลืมว่าที่คุณมีกินมีใช้ มีหน้ามีตาทุกวันนี้ก็เพราะผม! เพราะฉะนั้นอย่ามาว่าผมไม่เอาถ่านเด็ดขาด!” ธงชัยเอานิ้วจิ้มหน้าผากกรองทองย้ำก่อนจะเดินไป “ผมไม่กลัวคุณแล้ว!”

กรองทองตกใจไม่เคยเห็นสามีกล้าทำขนาดนี้...

จึงมาเล่นงานจันถึงขั้นตบหน้า หาว่ายุธงชัยให้กล้าทำร้ายตน จันโกรธได้แต่กำมือแน่นไม่กล้าตอบโต้ เดินหนีกลับเข้าเรือนเล็ก กรองทองกราดเกรี้ยวให้กลับมา

โมนาเข้าสิงมาริสาเดินมาข้างหลัง

“ในเมื่อเขาไม่สู้ ก็มาสู้กับฉันดีกว่า”

กรองทองหันขวับ มาริสาตบหน้าเปรี้ยงจนเธอเซถลา กรองทองเห็นสายตามาริสาดุร้ายน่ากลัวก็ประหลาดใจ มาริสายังถามอีกว่า ไม่มีอะไรทำหรือถึงได้หาเรื่องตบตีคนอื่น

“แกกล้าตบฉัน!” กรองทองตั้งหลักได้โวยกลับ

“ทำไมจะไม่กล้าล่ะ แค่ยกมือขึ้นแล้วก็ฟาดลงไปเท่านั้นเอง”

พอดีแมทธิวเดินมาเรียกมาริสา เธอรีบสงบเสงี่ยมลง แมทธิวแปลกใจที่เห็นแม่อยู่ด้วย กรองทองอ้าปากจะฟ้อง มาริสาชิงพูดก่อน

“คุณแม่พี่แมทมาเยี่ยมแม่กับยายของหนูมาค่ะ ...ใช่ไหมคะคุณแม่” มาริสาหันไปสะกดกรองทอง เธอพยักหน้าไม่พูดอะไรอีก

แมทธิวดีใจแล้วบอกว่าตนมารับมาริสาไปทำงาน มาริสาชวนกรองทองให้เดินไปพร้อมกัน กรองทองเดินตาม

อย่างว่าง่าย

ooooooo

แมทธิวกับมาริสาซึ่งยังถูกโมนาเข้าสิงเดินเข้ามาในโรงพยาบาล วิวรรณปรี่เข้าชวนแมทธิวออกไปกินข้าว เขาจะปฏิเสธแต่มาริสาเอ่ยขึ้นว่า ตนขอไปด้วย วิวรรณมองอย่างไม่พอใจ


แมทธิวเห็นว่ามาริสาไปด้วยจึงยอมไป พอมาถึงร้านอาหาร วิวรรณก็จัดแจงให้มาริสานั่งฝั่งตรงข้าม เธอจะนั่งคู่กับแมทธิว มาริสายิ้มน้อยๆแกล้งเสกให้เก้าอี้ขยับ ทำให้วิวรรณตกเก้าอี้ลงไปกองกับพื้น อับอายคน

ในร้านมาก แมทธิวเข้าประคองให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ มาริสาแกล้งถามว่าเก้าอี้ขาหักหรือเปล่า วิวรรณยิ่งค้อนปะหลับปะเหลือกที่หาว่าตนตัวหนัก

พนักงานเข้ารับออเดอร์ วิวรรณสั่งข้าวต้มปลา มาริสาสั่งข้าวต้มกุ้ง แมทธิวสั่งตามมาริสา วิวรรณ

ไม่พอใจจะเปลี่ยนของตัวเองตามบ้าง มาริสาจึงบอกว่าตนทานข้าวต้มปลาเอง พอสั่งน้ำ วิวรรณสั่งน้ำส้มคั้น มาริสาสั่งน้ำเปล่า แมทธิวสั่งตาม มาริสาแกล้งถามวิวรรณจะเปลี่ยนไหม

“อันนี้ต้องขอแตกต่าง...หมอแมทคงไม่ว่านะคะ วิทานข้าวต้มกุ้งเหมือนหมอแมทแล้ว”

“ตามสบายครับ ข้าวต้มเหมือนกัน หมอวิจะทานปลาหรือหมูหรือไก่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน”

“วิอยากทานข้าวต้มเหมือนหมอแมทค่ะ กุ้งเขาตัวใหญ่ดีจัง”

บริกรยกข้าวต้มมาเสิร์ฟ วิวรรณตักกุ้งขึ้นมาชื่นชม โมนาในร่างมาริสาแกล้งเสกให้กุ้งกระดิกหนวดและถลึงตาใส่ หญิงสาวตกใจทิ้งช้อนลงทันทีท่ามกลางความตกใจของคนในร้าน

เมื่อกลับมาโรงพยาบาล วิวรรณยังร้องไห้พูดถึงเรื่องกุ้งที่เห็น มาริสาแอบยิ้ม แมทธิวให้เธอไปทำงานต่อ แล้วหันมาปลอบวิวรรณว่าคนเราตาฝาดได้ แต่วิวรรณฟูมฟายว่าตนไม่เคยเป็น หมอหนุ่มจึงโบ้ยว่าเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ใช่ก็ให้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น วิวรรณไม่รู้จะอธิบายอย่างไรกลัวเขาหาว่าตนบ้า แมทธิวจึงขอตัวไปตรวจคนไข้...

กรองทองฟ้องตลับว่าถูกมาริสาตบหน้า ตลับฟังนิ่งๆคิดว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่ลูกสะใภ้ยืนยันว่า แค่ไปถามอาการชด มาริสาเข้าใจผิดคิดว่าตนไปอาละวาดแม่ของเธอ ตลับไม่เชื่อจึงมาเลียบเคียงถามจันที่เรือนเล็ก จันตกใจเมื่อรู้ว่ามาริสาตบหน้ากรองทอง ไม่ทันจะรู้ความ เสียงชดร้องดังออกมาจากห้องว่าร้อน ทั้งสองรีบเข้าไปดู

ตลับเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์พรมบนหัวชด สักครู่เธอก็สงบลง แล้วตลับก็บอกจันว่า พรุ่งนี้ถ้าชดดีขึ้นให้พาไปทำสังฆทาน

เมื่อฟ้องตลับแล้วไม่มีผลอะไร กรองทองก็มาเล่าให้กุลนภาฟัง เธอเป็นเดือดเป็นร้อนแทนแม่ ถามว่าเล่าให้พ่อฟังหรือยัง กรองทองร้องไห้โฮเล่าว่า

“คุณพ่อน่ะชักจะไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อคืนตอนที่ลูกออกไปก็กล้าขึ้นเสียงกล้าทะเลาะกับแม่ ทั้งที่ไม่เคยเลย เมื่อเช้าก็รีบออกจากบ้านไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน”

“คุณแม่ไม่ต้องร้องไห้ค่ะ ถ้าไม่มีใครจัดการ กุลจะจัดการให้เอง” สีหน้ากุลนภาเอาเรื่อง

กุลนภามาถึงโรงพยาบาลก็ให้มธุรสไปตาม

มาริสามาพบ มาริสาซึ่งยังถูกโมนาสิงร่างกำลังเดินตรวจคนไข้เพราะอยากรู้ว่าอาการป่วยของมนุษย์แตกต่างจากพวกพ่อมดแม่มดอย่างไร มธุรสเข้ามาบอกว่า

กุลนภาต้องการพบ มาริสาหันมาถามว่าเป็นใคร มธุรสงง เธอจึงพูดใหม่

“ถ้าใครอยากพบฉันก็ให้มาพบเอง!”


มธุรสตกใจไม่เคยเห็นมาริสาแข็งกร้าวแบบนี้ พอมารายงานกุลนภา เธอแทบเต้นผาง

“อะไรนะ! หนูมาน่ะเหรอพูดอย่างนั้น”

“อย่าว่าแต่หมอกุลไม่เชื่อเลยค่ะ ป้าเองก็แทบไม่เชื่อหู หนูมาไม่เคยเป็นอย่างนี้ ปกติเป็นคนอ่อนหวาน...”

กุลนภาฉุนที่มาชมต่อหน้า มธุรสหน้าเจื่อน กุลนภาไม่รอช้าเดินจ้ำอ้าวออกไปหามาริสาทันที...มาถึงห้องคนไข้รวมก็ตะโกนเรียกมาริสา คนไข้และญาติต่างสะดุ้งหันมอง มาริสาไม่สนใจเดินดูอาการคนไข้ไปเรื่อย ทำให้กุลนภายิ่งโมโหเสียงกร้าวถามไม่ได้ยินที่เรียกหรือ มธุรสเตือนให้เบาเสียง แต่เธอขาดสติเสียแล้ว โมนาในร่างมาริสาแกล้งตวัดแขนร่ายมนตร์ให้กุลนภาปรี่เข้ามาตบตน ทุกคนที่นั่นตกใจกับการกระทำของหมอที่เป็นถึงระดับผู้บริหาร กุลนภาเองก็ตกใจ

เรื่องมาถึงแมทธิว ทั้งกุลนภาและมาริสานั่งต่อหน้า กุลนภาอธิบาย

“กุล...กุลไม่ได้ตบหนูมานะคะ อยู่ดีๆมือมันก็ไปเอง พี่แมทก็รู้ว่ากุลจะไม่มีวันทำให้เสียชื่อโรงพยาบาลของเราเด็ดขาด หมอตบกับพยาบาลไม่เคยมี...”

แมทธิวขัดขึ้น “ไม่ใช่หมอตบกับพยาบาล...หมอตบพยาบาล!”

กุลนภาเสียใจที่พี่ชายหาว่าตนตั้งใจ โมนาในร่างมาริสาแอบยิ้มสะใจ กุลนภายืนกราน

“กุลไม่มีวันทำอย่างนั้น ถึงกุลจะไม่ชอบหนูมา แต่กุลก็ไม่มีวันทำต่อหน้าคนไข้ ต่อหน้าพยาบาลแน่นอน ใช่แล้ว! ต้องเป็นพวกพ่อมดแม่มด”

แมทธิวเอ็ดไม่ให้เอาเรื่องนี้มาอ้าง กุลนภาเจ็บใจที่พี่เชื่อว่าตนตบมาริสาแต่ไม่เชื่อว่ามาริสาตบแม่ของเรา แมทธิวไม่รู้เรื่องนี้ถามน้องว่าแม่เล่าให้ฟังหรือ

“ถ้าคุณแม่ไม่เล่าให้กุลฟังแล้วท่านจะเล่าให้ใครฟังล่ะคะ ในเมื่อไม่มีใครเชื่อท่านเลยสักคน แม้กระทั่งพี่แมทซึ่งเป็นลูกของท่านแท้ๆ” กุลนภาแค้นใจผลุนผลันออกไป โมนาในร่างมาริสาแอบตบมือชอบใจที่ทำให้พี่น้องผิดใจกันได้...

เมื่อโมนาออกจากร่างมาริสาแต่ยังวนเวียนฟังมาริสาคุยกับแมทธิว เธอร้องไห้สาบานว่าไม่ได้ทำอะไรกรองทอง และไม่รู้ว่าทำไมกรองทองถึงคิดว่าตนทำเรื่องแบบนั้น แมทธิวโอบปลอบไม่ได้ว่าอะไร เพราะแม่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง เขาไม่พอใจที่ใครๆก็โทษว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพ่อมดแม่มด ในเมื่อคุณย่าได้ป้องกันไว้รอบบ้านแล้ว แต่มาริสาก็สงสัยที่ช่วงนี้ทำไมมีแต่เรื่องวุ่นวาย แมทธิวคิดว่า

“ก็นับตั้งแต่พวกมันเข้ามาวุ่นวายนั่นแหละ พวกเราเลยหวาดระแวงพานไม่เข้าใจกันและกัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข พวกนั้นเจ้าเล่ห์มารยาทำให้เราทะเลาะกัน”


“พี่แมททราบได้ยังไงคะ”

“คุณย่าเคยเล่าให้พี่ฟัง พวกพ่อมดแม่มดเต็มไปด้วยเล่ห์มารยา การมาปรากฏตัวของพวกมันแต่ละครั้ง จะทำให้เราหวาดระแวงจนเกิดภาพมายาได้ พี่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายแหล่เป็นมารยาของพวกมัน เมื่อไหร่ที่พี่ได้รับอำนาจเต็มจากคุณย่า พี่จะกำจัดมันให้หมด!”

โมนาฟังอย่างเก็บข้อมูล ในขณะที่นาดาลรับรู้จากลูกแก้ว เขาเจ็บปวดเสียใจที่กลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร เขาตะโกนเรียกแมทธิวลั่นบ้าน...แมทธิวได้ยินเสียงสะดุ้งเหลียวมองหา ถามมาริสาได้ยินอย่างที่ตนได้ยินไหม เธอส่ายหน้าไม่ได้ยินอะไร...นาดาลคร่ำครวญต่อหน้ารูปฮันนาว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา ทำไมแมทธิวถึงเข้าข้างพวกนักล่า ตนทำอะไรผิด

ooooooo

ทาฮีร่ากำลังคุยกับชิคเก้นถึงเรื่องราวในวันนี้ ว่ามนุษย์จะไม่แปลกใจหรือที่รูปปั้นเสือจู่ๆหายไป ชิคเก้นติงว่าขี้ลืมอีกแล้ว โรมอธิบายไว้ว่าเมื่อเสกให้เสือหายไป ความทรงจำของพวกมนุษย์เกี่ยวกับเสือก็จะหายไปด้วย แล้วชิคเก้นก็แย็บถามทาฮีร่าว่าไม่ได้กินยากันลืมหรือ

ทาฮีร่าหงุดหงิดทันทีเพราะ ดร.พีทงดสั่งยาตน ให้ตนหมั่นทบทวนคาถาเดือนละบท ชิคเก้นเหน็บคงต้องปีละบทมากกว่า ทาฮีร่าถลึงตาโกรธ ชิคเก้นรีบเปลี่ยนเรื่องบอกได้ยินข่าวลือว่าเดวิดจะไปทำงานเป็นหมอในเมืองมนุษย์ แม่มดพันปีตกใจ...

ดร.พีทกลับจากการหาสมุนไพรในป่า เดวิดเข้ามาขออนุญาตไปทำงานที่โรงพยาบาลเมืองมนุษย์อาทิตย์ละสามวัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการศึกษาว่าโรคจากมนุษย์จะระบาดมาถึงเมืองเวทมนตร์ของเราหรือไม่ ดร.พีทฟังแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องดีจึงอนุมัติ แต่ก็เตือนไว้

“พวกมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความอาฆาตพยาบาทสูง พวกเขาเกลียดพ่อมดแม่มดอย่างเรามาก เพราะฉะนั้นจงระวังตัวให้ดี...น่าเสียดายที่พี่ชายฝาแฝดของเจ้าสลายไป ไม่อย่างนั้นนาดาลคงจะมีความสุขกว่านี้...” ดร.พีทไม่รู้ว่าโรมคือลูกของนาดาลอีกคน...

ทาฮีร่าเดินจ้ำอ้าวจะพบ ดร.พีท จู๊ฟกับซูซี่หาเรื่องห้าม เกรง ดร.พีทโกรธ รีบบอกว่าท่านเพิ่งกลับจากป่าอาจมีกลิ่นภูตผีปีศาจติดอยู่ ทาฮีร่าเสกผ้าคาดจมูกทันทีโดยไม่หยุดเดิน

“ซู้ฟ...” จู๊ฟกับซูซี่งงว่าเรียกใคร “ฉันเรียกพร้อมกันเพื่อประหยัดเวลา ซู้ฟ ฉันอายุมากกว่า ดร.พีท 841 ปี 4 เดือน 9 วัน 10 ชั่วโมง 25 นาที 34 วินาที เพราะ ฉะนั้นฉันต้องเป็นคนโกรธไม่ใช่ ดร.พีท เข้าใจไหม!...และโรงยมพบาลแห่งนี้...” ทั้งสองสะดุ้ง ชิคเก้นแก้ให้ว่า

“โรงพยาบาลครับคุณยาย!”

“เออนั่นแหละ ฉันเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง เพราะฉะนั้นอีกครั้ง ฉันย่อมมีสิทธิ์ที่จะพูดหรือออกความเห็น เพราะฉะนั้นครั้งที่สาม ไม่ต้องตามมาห้ามปรามหรือขัดขวางฉัน เพราะมันไม่โอเค!” ทั้งสองรับคำมองตากันปริบๆ ชิคเก้นรีบกระโดดตามทาฮีร่าไปติดๆ

ดร.พีทกำลังแยกรากไม้ ทาฮีร่าเคาะแล้วเปิดประตูเข้ามาพูดสองเรื่อง ข้อแรกต้องการยา ข้อสองไม่เห็นด้วยที่พ่อมดจะไปทำงานในโลกมนุษย์...ดร.พีทตอบว่าข้อแรกกินยามากๆไม่ดี ข้อสองไม่มีข้อห้าม แม้ทาฮีร่าจะท้วงว่าโลกมนุษย์มีอันตรายจากพวกนักล่า แต่ ดร.พีทเห็นว่าเป็นการสร้างสัมพันธไมตรี แม่มดพันปีเริ่มโกรธจะเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ดร.พีทเตือนว่า

“คุณยายคงลืมไปว่าตอนนี้ผมเป็นประธานสภาแม่มด!” ทาฮีร่าย้อนถามใครแต่งตั้ง “ก็คุณยายกับสมาชิกสภา แม่มดน่ะสิ ลองเชื่อ ดร.พีทดูสักครั้งเถอะนะครับคุณยาย”

ทาฮีร่ายืนกรานว่าไม่...ชิคเก้นฟังอยู่นานแทรกว่า คุณยายมีกิตติศัพท์ว่าดื้อเหมือนลา ทาฮีร่าเอ็ดให้เงียบแล้วเสียงเข้มใส่ ดร.พีทว่าเขาจะต้องยอมรับผลการกระทำครั้งนี้

ooooooo

ค่ำวันนั้นทาฮีร่าถกปัญหากับโรม โรซี่โผล่ออกมาจากตะเกียงครึ่งตัวแอบฟัง ชิคเก้นคอยปรามเวลาทาฮีร่าโอเว่อร์มากไป โรมอาสาจะไปคอยดูแลพ่อมดแม่มดที่หลงไปโลกมนุษย์ให้รอดพ้นจากนักล่าแทนทาฮีร่าเพราะคุณยายแก่ลง ทาฮีร่าค้อนที่ว่าตนแก่ ชิคเก้นแอบหัวเราะ

ทางด้านณิศรากำลังถูกกุลนภาซักไซ้เรื่องพ่อมดหลังจากที่เธอทำตามแผน ณิศราบ่นอุบว่าหายหัวไปเลย กุลนภาได้ทีเสนอว่าถ้าณิศราทำไม่สำเร็จ ตนจะสานต่อให้เอง ณิศราไม่ค่อยพอใจแต่ไม่กล้าขัด กุลนภารู้ทันว่าน้องสาวรู้สึกหึงแต่ไม่ยอมรับ

ในคืนนั้นณิศราฝันว่าได้หลงเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ดินแดนที่ดูลึกลับท่ามกลางสายหมอก พอเคาะประตู คนที่เปิดออกมาเป็นโรมถามว่ากลับมาแล้วหรือ เธอแปลกใจกับคำพูดของเขา โรมบอกว่าที่นี่คือบ้านของเรา ณิศรายิ่งตกใจก้มมองตัวเองเห็นตัวเองอยู่ในชุดจินนี่ ก็หาว่าโรมเป็นคนเสก เขาปฏิเสธ บอกว่าเธออยู่ที่นี่ อย่างไรเสียก็ต้องกลับมา

ณิศราตกใจตื่น พบตัวเองนอนอยู่ในห้องที่บ้าน เธอโล่งอกเดินไปยืนสูดอากาศที่หน้าต่าง ทันใดนั้นเองก็เห็นดวงจันทร์เสี้ยวข้างแรมลอยมาใกล้ และเห็นโรมยืนมองอยู่ที่นั่น เธอสะบัดหน้ากลับมานั่งตั้งสติบนเตียง แล้วนึกได้ว่าต้องทำตามแผนจึงกลับไปส่งยิ้ม แต่โรมหายไปแล้ว

รุ่งเช้าณิศราเดินหน้าตาไม่สดใสมาทำงาน พอเปิดประตูเข้าห้องต้องสะดุ้งเจอโรมทัก

“เริ่มต้นตอนเช้าด้วยใบหน้าหงิกงอ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่สบอารมณ์ไปทั้งวัน”

“เมื่อคืนนายทำอย่างนั้นทำไม” ณิศราต่อว่าทันที โรมทำหน้าไม่รู้เรื่อง “ก็ทำให้ฉันฝันว่าไปที่บ้านนาย พอตื่นขึ้นมานายก็ยืนอยู่บนพระจันทร์”

โรมบอกไม่ได้ทำ เธอคงคิดถึงตนจนเก็บไปฝัน ณิศราไม่เชื่อเพราะคิดว่าพ่อมดทำอะไรได้ทุกอย่าง โรมแย็บว่าคงเป็นเพราะเธอชอบตน หญิงสาวอายจะเดินหนี เขาจับมือเธอทวงถามที่เธอว่าจะทำดีด้วยแต่เขาไม่อยากเชื่อ เธอโกรธผลักอกเขาไล่ให้กลับไป เขาจึงขอพิสูจน์ว่าเธออยากเป็นมิตรด้วยจริงหรือไม่ ด้วยการจะมาทำงานที่นี่อาทิตย์ละสามสี่วัน

“พูดเองเออเอง ใครเขาจะรับ ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดก็ไม่ว่าง”

“ผมเป็นหมอ!” ณิศราหน้าเหวอ “ที่นครเวทมนตร์ของเราก็มีโรงพยาบาลเหมือนกัน เพราะพ่อมดแม่มดเจ็บป่วยได้เหมือนมนุษย์ เพียงแต่เราไม่ตาย เมื่อถึงเวลาร่างกายพวกเราจะแตกสลายไป! ความจริงผมจะไม่บอกคุณก็ได้ ผมแค่ใช้คาถากับคุณ คุณก็จะจำอะไรไม่ได้เลย แต่ผมอยากจะลองไว้ใจคุณ”

“อ๋อ ฉันจะไม่บอกใครหรอกแม้แต่คุณย่า นายไว้ใจฉันได้ แต่คุณย่ากับคนอื่นๆที่บ้านเคยเห็นนายแล้ว เขาต้องจำนายได้แน่”

โรมสะบัดผ้าคลุมกลายเป็นชุดคุณหมอแบบมนุษย์สวมแว่น “แล้วแบบนี้รวมทั้งคาถาอีกนิดหน่อยจะจำได้ไหม”

ณิศราแอบยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์อย่างพอใจ...โรมกลับมาบอกทาฮีร่าเรื่องจะเข้าทำงานโรงพยาบาลเมืองมนุษย์ ทาฮีร่าไม่ยอมเพราะรู้ว่าโรงพยาบาลเป็นของพวกนักล่า โรมบอกว่าคนที่รับเข้าทำงานเป็นเพื่อน ผู้เป็นยายรู้ทันว่ายากที่มนุษย์กับพ่อมดจะเป็นเพื่อนกันได้ และเล่าว่าตนเสียหลานสาวให้พวกมนุษย์ไปสามคนแล้ว แต่โชคดีที่มนุษย์ทั้งสามเป็นคนใช้ได้ โรมแทรกว่าเพื่อนเขาก็เป็นคนดี ทาฮีร่าเน้นว่า สามีของจินนี่ ฮันนี่และแนนนี่ไม่ใช่นักล่า

“นักล่าอาจจะเป็นคนดีก็ได้” โรมเสียงอ่อย

“โรมรักผู้หญิงคนนั้น! นึกเหรอว่ายายจะไม่รู้ว่าเพื่อนที่โรมพูดถึงคือผู้หญิงที่โรมเคยจับมา...ยายรู้ว่ายายห้ามโรมไม่ได้แล้ว แต่ยายขอเตือนให้ระวังผู้หญิงคนนั้นไว้บ้าง กุหลาบยิ่งสวยหนามก็ยิ่งหนา ยายกลัวเหลือเกินว่าหนามนั้นจะทิ่มแทงให้หลานของยายต้องเจ็บปวด!”

“คุณยายไม่ต้องกลัวครับ โรมจะจำคำเตือนของคุณยายไว้เสมอ”

“ขอให้บรรพบุรุษของเราคุ้มครองหลานรักของยายด้วยเถิด! จำไว้ว่าอย่าถอดแหวนของยายวงนี้ให้ใครเด็ดขาด เพราะมันเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องโรมจากสิ่งชั่วร้ายและอันตรายทั้งปวง”...โรมรับคำจะไม่มีวันถอดแหวนของทาฮีร่าที่ให้ไว้แน่นอน

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 5 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 14 ต.ค. 2561 07:48 2018-10-17T02:43:11+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ