ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

สมเกียรติซึ่งเป็นหุ้นส่วนบริหารโรงพยาบาลและเป็นพ่อของปราการกับวิวรรณ ฟังเรื่องการดูแลรักษาปรารถนาผู้เป็นน้องสาวจากลูกแล้ว ปราการขอให้พ่อไปสู่ขอณิศราให้กับตน สมเกียรติกลัวจะโดนตลับถอนหงอกเพราะเห็นลูกชายจีบทั้งณิศราและมาริสา

ปราการจึงโทรศัพท์ไปหาสิริกาญจน์ผู้เป็นแม่ ถามความเห็นว่าตนควรแต่งงานกับณิศราหรือมาริสาดี เพราะตนชอบทั้งสองคน สิริกาญจน์ตอบทันทีว่าต้องเป็นณิศรา เพราะมาริสาเป็นลูกเมียน้อยแถมยังเป็นคนใช้อีก ปราการแย้งว่า พ่อบอกว่ามาริสาเป็นหลานรักของตลับ แต่สิริกาญจน์ก็ยึดถือหน้าตาความเหมาะสมเป็นหลัก ปราการจึงมุ่งมั่นจะจีบณิศราอย่างจริงจัง

ณิศรากำลังเดินอยู่ในโรงพยาบาล รู้สึกเหมือนมีคนลอบมองจึงหันดู เมื่อไม่เห็นใครก็เดินต่อ ปราการโผล่มาขวางหน้า ชวนเธอทานข้าวกลางวัน ณิศราตอบโดยไม่ต้องคิด

“ไม่ค่ะ...ข้าวเย็นก็ไม่ เช้าก็ไม่ ไม่ทั้งสามเวลา”

“ว้า ตอบแบบไม่มีเยื่อใยเลย”

“ก็ไม่มีเยื่อใยจริงๆนี่ ไปล่ะ”

ปราการเข่นเขี้ยวหาว่าเล่นตัว หันกลับมาจะเดินก็ชนกับรถเข็นขยะซึ่งโรมปลอมตัวเป็นพนักงานเข็นมาแกล้ง เขาทำทีขอโทษขอโพย ปราการโวยวายไล่ออก โรมแอบยิ้มเดินลิ่วไป ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นแอบหัวเราะกันคิกคักที่เห็นผู้บริหารคลุกกองขยะ

ปราการเดินออกจากลิฟต์ด้วยความหงุดหงิด เจอสารกิจถามโกรธอะไรมา เขาพาลโกรธไปหมดแต่ไม่กล้าพูดถึงณิศรา...ด้านณิศราเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือให้คนไข้ห้องพิเศษ ได้ยินเสียงกระแอมข้างหลัง พอหันมาเห็นโรมยืนยิ้มเผล่ก็สะบัดหน้าหันกลับไปมองพวกคนไข้ ทุกคนหยุดนิ่งไปหมด จึงหันมาโวยโรม

“ไม่ละอายใจบ้างเหรอที่ใช้ความเป็นพ่อมดเอาเปรียบมนุษย์แบบนี้”

“ไม่ละอายเพราะไม่ได้ทำร้ายหรือเอาเปรียบใคร และที่ใช้ครั้งนี้ก็เพื่อขอโทษคุณ”

“ฉันไม่รับ!”

“ก็บอกแล้วไงว่าผมจำเป็นต้องพาตัวคุณไปเป็นตัวประกันไม่ให้นักล่า เอ๊ย! คุณย่าของคุณ...” โรมชะงักไม่กล้าพูดต่อ ณิศราถามเขาทำอะไรเธอ พ่อมดหนุ่มปฏิเสธ

“คุณย่าบอกว่านายจับฉันไป” โรมรับว่าใช่ “แต่นายสะกดฉันให้จำอะไรไม่ได้!”

“อ้อ...คุณก็เลยคิดว่าผมล่วงเกินคุณ”

ณิศราทั้งโกรธทั้งอายด่าว่าโรม เขาจึงยืนยันด้วยเกียรติพ่อมด ว่าไม่ได้ทำอะไรเธอ นอกจากจุ๊บนิดเดียว ณิศราตบหน้าเขาอย่างแรงด้วยความโกรธ

“นี่แน่ะ ยังจะมีหน้ามาพูดอีก!”

โรมยื่นแก้มให้อีกข้าง “คุณต้องตบให้ครบสองข้างตามธรรมเนียมของพวกพ่อมดแม่มด”

ณิศราไม่รอช้าตบให้อีกฉาด ตามด้วยกำหมัด

ชกหน้าและชกท้องเข้าอีกอย่างละที “ตามธรรมเนียมของมนุษย์ เราชอบของแถม ฉันก็เลยแถมให้นาย” พูดจบเดินออกไป โรมถึงกับตัวงอเดินตามไม่ไหว

มธุรสกำชับหยดย้อยให้ค่อยๆพูดกับปรารถนาอย่าขัดใจให้เชื่อว่าโลกนี้ไม่มีผี หยดย้อยจะขออธิบายว่ามีแต่พลังงานบางอย่าง มธุรสเสียงเข้มไม่ให้พูด

เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ หยดย้อยรับคำ

โรมจะกลับเมืองเวทมนตร์เดินมาที่กำแพงห้องปรารถนา เธอออกมาจากห้องน้ำทักเขาด้วยความชินเลิกกลัว โรมแปลกใจถามว่าทักตนหรือ ปรารถนาตอบกวนๆว่าทักจิ้งจก เขาจึงสวัสดีลา เธอจึงเรียก “เดี๋ยว! เดี๋ยวค่ะคุณผี”

โรมชะงักหันกลับมาบอกว่าตนไม่ใช่ผี หยดย้อยกับมธุรสเดินมาหน้าห้องได้ยินเสียงสนทนาก็แนบหูฟัง หยดย้อยย้ำว่าปรารถนาทำเสียงผู้ชายเหมือนมาก มธุรสไม่อยากเชื่อจะเปิดประตูแล้วให้หยดย้อยเข้าไปดู หยดย้อยทำหน้าเหวอ เธอยังกำชับให้ระวังตัวอาจเป็นโจร

“แล้วถ้ามันจับหยดย้อยล่ะคะ” หยดย้อยชักหวั่นใจ

“ฉันก็จะแจ้งตำรวจให้ไง” มธุรสตอบหน้าตาเฉย

พอเปิดประตูเข้าไป ทั้งสองเห็นปรารถนาไหว้กำแพงอยู่ ทั้งที่จริงแล้วเธอรับไหว้โรมแต่โรมก้าวเข้ากำแพงไปแล้ว สองพยาบาลยิ่งเข้าใจว่าปรารถนาพูดคนเดียวราวคนไม่ปกติทางจิต มธุรสให้หยดย้อยพาออกไปเดินเล่น ให้จิตใจสบายขึ้น

ปรารถนาเดินยิ้มแย้มทักทายคนโน้นคนนี้

ไปทั่ว แล้วเธอก็เดินตรงไปที่สระน้ำ หยดย้อยเดินตาม อย่างห่วงๆ พอดีวารีญาติผู้น้องมาหาหมอ เจอหยดย้อยก็ทักกันด้วยความดีใจ ปรารถนาถือโอกาสเดินรอบสระหามุมที่มองลงไปจนเห็นภาพโรงพยาบาลเวทมนตร์ เธอตื่นเต้นที่เห็นความวุ่นวายของพยาบาลกับคนไข้เหมือนที่เมืองมนุษย์

ในเวลานั้น ซูซี่ จู๊ฟและพยาบาลอีกสองคนกำลังรับคำสั่งจากโมนา ซูซี่รู้สึกเหมือนมีคนกำลังมอง ก็กระซิบบอกจู๊ฟ โมนาเดินกลับห้อง เกอร์ทรู้ดเดินเข้ามาถามเพื่อนมีอะไร พอซูซี่บอกว่าเหมือนมีคนมอง เธอทำสมาธิสักครู่ก็รู้สึกเหมือนกัน เกอร์ทรู้ดรีบไปบอกโมนาแล้วพากันกลับมาที่ซูซี่กับจู๊ฟยืนอยู่ โมนาทำสมาธิ สักครู่แล้วพูดเบาๆแต่เน้นทุกคำกับทั้งสองว่า

“กะ...รุ...ณา...สำรวมด้วย อาชีพของเราคือทำให้คนเจ็บสบายใจ ไม่ใช่ตกใจ และเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ เข้าใจไหม”

“คุณหมอโมคิดว่าเป็นพวกนักล่าหรือเปล่าครับ” จู๊ฟยังหวาดๆ

“ไม่รู้! อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ จำเอาไว้ว่าห้ามพูดเรื่องนักล่า” โมนากำชับทั้งสามคน

ooooooo

ในห้องฉุกละหุกเหมือนห้องฉุกเฉินเมืองมนุษย์ เดวิดนั่งเฝ้านาดาลซึ่งยังไม่ฟื้น มีสายระโยงระยางมากมายที่ให้ยาช่วยชีวิต เดวิดพร่ำรำพันด้วยความห่วงใย

“พ่อครับ...พ่อฟื้นขึ้นมาเถอะนะครับ ถึงจะดุกว่าเดิม เกลียดชังผมมากกว่าเดิมก็ไม่เป็นไร หรือถ้าจะให้ผมตายเพื่อพ่อจะได้รอดชีวิตผมก็ยินดีและเต็มใจที่สุด”

ดร.พีทเปิดประตูเข้ามายืนฟังเดวิดคร่ำครวญ จึงถามอีกครั้งว่า “รู้ไหมว่าพ่อของเธอเอาพลังชีวิตไปทำอะไรนักหนา”

“ผมเคยถาม แต่พ่อไม่บอก”

ดร.พีทไม่เชื่อว่าเขาจะไม่รู้ จึงพูดอย่างไม่ค่อยพอใจว่านาดาลฟื้นเมื่อไหร่จะถามเอง แล้วไล่ให้เดวิดกลับไปทำงาน พอเห็นเขาลังเลก็เป่าลมพรวด เดวิดกระเด็นออกจากห้องชนโมนาที่เดินผ่านมาพอดี เธอโวยวายหาว่าเขาแกล้ง เดวิดหงุดหงิดจะเดินหนี โมนายิ่งโมโหตามถามให้เขาตอบ กลับโดนตวาดไล่อย่ามายุ่งกับเขา เธอปรี๊ด

“ฉันไม่เคยอยากจะยุ่งกับคุณ! ไม่อยากจะเดินเฉียดเสียด้วยซ้ำ!”

“แต่เมื่อกี้อุตส่าห์เดินมาให้ผมชนอย่างจัง...อย่าปฏิเสธเพราะกลิ่นคุณยังติดตัวผมอยู่เลย” โมนาอ้าปากจะด่า เดวิดสวน “ไม่ใช่กลิ่นหอมอะไรหรอก แต่เป็นกลิ่นแห่งความชั่วร้าย! กลิ่นสะอิดสะเอียนแห่งความริษยา คุณอิจฉาผู้หญิงที่โรมชอบจนถึงกับวางแผนฆ่าเขา”

โมนาโกรธตอบโต้ “แล้วแกดีนักเหรอ ไอ้หมอเดวิด! ฉันแค่วางแผนแต่แกลงมือฆ่า!”

“งั้นเราก็เลวพอๆกันน่ะสิ”

“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับแก”

“ทำไมล่ะ ฉันยังคิดเลยว่าเราสองคนสมกันสิ้นดี... พ่อมดร้ายกับแม่มดเลว!” พูดจบเดวิดเดินหัวเราะไป โมนาโกรธจนทำอะไรไม่ถูก

โรมกลับเข้าห้องทำงานต้องตกใจเมื่อเจอทาฮีร่า โรซี่และชิคเก้น ทาฮีร่าซักไซ้เขาไปไหนมาเมื่อวานนี้ด้วยเขาอึกอัก โรซี่ยุให้พูดความจริงไม่ต้องกลัว โรมย้อนถามว่า

“คนที่มาฟ้องคุณยายคงเล่าให้ฟังหมดแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“อย่ามาย้อนยอก ยายต้องการฟังจากโรม”

“โรมไปช่วยหนูณิ โมนาคงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้คุณยายฟัง!” โรมเล่าเรื่องที่โมนาหลอกณิศราไปให้เดวิดฆ่า ทาฮีร่าตกใจจะทำไปเพื่ออะไร โรมให้เธอไปถามโมนาเอง

โรซี่กับชิคเก้นคาดการณ์กันใหญ่ ทาฮีร่าไม่เชื่อไล่ทั้งหลานสาวและแมวให้ไปเล่นที่อื่นแล้วเธอก็หันมาถกปัญหาอย่างจริงจังกับหลานชาย ว่า แต่ก่อนตนเสียหลานสาวให้พวกมนุษย์ไปสามตน แต่ครั้งนี้ตนจะไม่ยอมเสียโรมไปอีกเพราะมนุษย์คนนั้นเป็นทายาทพวกนักล่า ซึ่งเป็นศัตรูกันมานาน และขอร้องให้โรมหันมามองโมนาซึ่งเหมาะสมกันที่สุด โรมหน่ายใจตัดบทขอตัวไปตรวจคนไข้แล้วเดินรี่ออกไป ทาฮีร่าเข่นเขี้ยวจะต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด

โรซี่ได้ทีรีบชวนชิคเก้นไปเยี่ยมปรารถนาที่เมืองมนุษย์ ชิคเก้นห้ามยกใหญ่กลัวเจอพวกนักล่าจับเผาในไมโครเวฟ ชิคเก้นดึงโรซี่ไม่ให้ไปแต่สู้แรงหนูน้อยไม่ได้ จู๊ฟผ่านมาเห็นทำอะไรกันรีบตามไป จนมาถึงกำแพงที่โรซี่ทะลุไปเมืองมนุษย์ได้ ทั้งชิคเก้นและจู๊ฟจึงเกาะติดไปด้วย

ปรารถนาเห็นโรซี่ จู๊ฟและชิคเก้นโผล่ออกมาจากกำแพงก็ยืนนิ่งตาโต โรซี่สวัสดี เธอรับไหว้งงๆ จู๊ฟมองรอบๆด้วยความตื่นเต้น เดินสำรวจรอบห้อง แล้วขอออกไปดูข้างนอก ชิคเก้นเตือนให้เปลี่ยนชุดให้กลมกลืนกับพวกมนุษย์ จู๊ฟจึงเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษพยาบาลเดินออกไป


โรซี่นึกได้น่าจะมีของเยี่ยมปรารถนาจึงร่ายมนตร์ ชิคเก้นห้ามไม่ทัน ปรากฏกลุ่มควันขึ้น ทุกคนปิดหน้าอย่างหวาดเสียว พอควันจางลงต้องตกใจเมื่อพบช้างชูงวงส่งเสียงร้อง ปรารถนาอ้าปากค้างร้องไม่ออก โรซี่ หน้าเสียที่ตัวเองเฟลอีกจนได้

“ว้า...โรซี่ไม่ได้เรียกช้างมาซักหน่อย โรซี่จะเรียกแอปเปิ้ล”

“คนละเรื่องเล้ย!” ชิคเก้นหน่ายใจ

ด้านทาฮีร่ามารับยาแก้ความจำเสื่อมจากซูซี่ แต่เธอบอกว่า ดร.พีทไม่ได้สั่งยาให้อีก ทาฮีร่าไม่พอใจเพราะรู้ตัวดีว่ายังไม่หาย จึงจะไปถามโมนา...ด้วยความหงุดหงิดรีบร้อนเดินผ่านประตูห้องโมนาแต่ท่องคาถาผิด เดินชนประตูโครมลงไปกองกับพื้น โมนาอยู่ในห้องสะดุ้งออกมาดูรีบประคองเธอเข้าห้อง ทาฮีร่ายังบ่นว่าสมัยนี้ประตูทำไมถึงได้แข็ง แต่ก่อนเดินผ่านได้ฉลุย คงต้องบอก ดร.พีทให้เปลี่ยนใหม่ โมนายิ้มแหยๆก่อนจะถามว่ามีอะไรให้รับใช้

“แหม...พูดจาน่ารักจริง ไม่มีหรอก...เอ๊ะ! แล้วยายมาหาหมอโมทำไมล่ะเนี่ย”

“คุณยายค่อยๆคิดก็ได้ค่ะ โมนาไม่ได้รีบ”

“ทำไมหมอโมพูดเหมือนยายขี้ลืม!”

โมนารีบปฏิเสธว่าไม่กล้าคิดอย่างนั้น ทาฮีร่าคิดว่าตนคงแวะมาเยี่ยมเท่านั้นแล้วจะกลับ พอเดินจะพ้นประตูก็นึกได้ว่าจะถามเรื่องยา โมนาจึงหยิบสมุดบันทึกของดร.พีทมาเปิดเช็ก หน้าที่เกี่ยวกับทาฮีร่า เป็นรูป ดร.พีทยืนถือไม้ โมนาแตะที่หน้านั้น ดร.พีทเคลื่อนไหวกล่าว

“การกินยามากนักมักไม่ดี กายเรานี้อาจดื้อยาพาเสียหาย รักษาตัวไม่ให้ป่วยดีจะตาย มีตั้งหลายวิธีที่ควรทำ...” ทาฮีร่าบ่นจะทำอย่างไร ดร.พีทกล่าวต่อ “ทำยังไงก็ได้ให้แข็งแรง ทั้งกายใจกล้าแกร่ง อย่าเพิ่งขำ คิดเอาเองไม่อยากบอกให้จดจำ หน้างอง้ำจะแก่เร็ว รู้ไหมคุณ”


ทาฮีร่าสะดุ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นฉุน อยากจะให้ดร.พีทถูกปลดจากการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสียที และยังเข่นเขี้ยวว่าอย่าให้เจอก็แล้วกัน โมนาถอนใจเฮือกยิ้มแห้งๆ

ooooooo

แมทธิวตรวจคนไข้เสร็จกลับเข้าห้องหลับพักสายตาครู่หนึ่ง มาริสาส่งไลน์เข้ามาถามว่ากินข้าวกลางวันหรือยัง เขาตอบกลับไปแบบเล่นๆไม่มีใครหาให้กิน มาริสาให้บอกวิวรรณ แต่พอรู้ว่าเธอมีเคสผ่าตัด จึงอาสาจะทำแซนด์วิชไปให้ แมทธิวส่งสติกเกอร์น่ารักๆขอบใจกลับมา

จู๊ฟกลับจากเดินสำรวจโรงพยาบาลเมืองมนุษย์ พอเข้าห้องปรารถนาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นช้างชูงวงส่งเสียงร้อง ปรารถนาจะโทร.ตามเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ชิคเก้นห้ามไว้เกรงจะวุ่นวายใหญ่โต บอกให้โรซี่นึกคาถาให้ออกเร็วๆ ระหว่างที่โรซี่กำลังร่ายคาถา เสียงหยดย้อยเคาะประตูส่งเสียงบอกปรารถนาได้เวลาอาหารกลางวัน จู๊ฟรีบเอาหลังดันประตูไว้แล้วกดล็อก ชิคเก้นลุ้นกลัวเกิดอะไรขึ้นอีก เสียงช้างส่งเสียงร้อง หยดย้อยตกใจเข้าใจว่าปรารถนาทำเสียงช้าง


“คุณปรารถขา คุณปรารถ เปิดประตูให้นมย้อยหน่อยสิคะ”

“เดี๋ยวนะนมย้อย คุณปรารถท้องเสีย” ปรารถนาช่วยแก้สถานการณ์

หยดย้อยยิ่งอยากเข้าไปดูอาการ โรซี่ร่ายคาถาจบ ช้างหายวับกลายเป็นเสือตัวโตมาแทน ทุกคนร้องลั่นกระโดดขึ้นไปรวมกันบนเตียงอย่างพร้อมเพรียง เสือส่งเสียงคำราม หยดย้อยคิดว่าปรารถนาทำเสียงเสืออีก เริ่มโกรธจะไปตาม รปภ.มาเปิดประตู...จู๊ฟเสนอให้ตามทาฮีร่าหรือโรมมาช่วย ชิคเก้นจึงบอกว่าจะไปตามโรม ให้ทุกคนคุยกับเสือไปพลางก่อน

แมทธิวกำลังกินแซนด์วิชที่มาริสาทำมาให้ และคุยกันเรื่องลักษณะคนที่จะมาเป็นแฟนตัวเอง มาริสาแย็บว่าของแมทธิวคือวิวรรณ หมอหนุ่มว่าเหลวไหล ทันใดหยดย้อยเคาะประตูแล้วเข้ามารายงานเรื่องปรารถนา มาริสาจึงไปดูให้เอง

ชิคเก้นตามมาทั้งทาฮีร่าและโรม ปรารถนากลัวเสือจนนิ่งอึ้ง โรมบอกวิธีแก้ไข ต้องทำให้ทุกอย่างในโรงพยาบาลหยุดนิ่ง ทาฮีร่าจะจัดการให้ โรซี่ก็ว่าตนทำได้ ชิคเก้นกับจู๊ฟร้องห้ามพร้อมกัน โรมจึงบอกว่าตนทำเองดีกว่าแล้วพูดอย่างเอาใจว่าเป็นการฝึกคาถาที่เรียนจากยายด้วย ทาฮีร่ายิ้มอย่างภูมิใจ...เมื่อโรมร่ายคาถาทุกอย่างหยุดนิ่งรวมทั้งเสือ จู๊ฟก็เร่งให้โรซี่นึกคาถาให้ออก ทาฮีร่ากลับไปเอาตำราคาถามาให้โรซี่ค้น แต่เธอออกจากกำแพงแบบเซถลาออกมา

“ระวังครับคุณยาย!” โรมเข้าประคอง

“สองสามวันมานี่ ทำไมเดินทะลุกำแพงไม่ค่อยจะได้เลย” ทาฮีร่าบ่น ชิคเก้นแทรก

“ให้คำเดียวเลย...แก่!”

ทาฮีร่าถลึงตาใส่ โรมเอ็ดชิคเก้นอย่าเถียง คุณยายแก่มากแล้ว ทาฮีร่ายิ่งรู้สึกว่าแก่หนักเข้าไปอีก โรมรับหนังสือมาส่งให้โรซี่ค้นคาถา หนูน้อยถูกกดดันมาก ทำหน้าจะร้องไห้ โรมปลอบให้ใจเย็นๆค่อยๆเปิดหาทีละหน้า แต่เธอก็หาว่าตัวเองทำให้ทุกคนลำบาก โรมพาออกไปนอกห้องให้ทำสมาธิและช่วยเปิดหนังสือหาอย่างเต็มอกเต็มใจ

ระหว่างนั้น ตลับโทรศัพท์หาหลานๆ แปลกใจที่ไม่มีใครรับสาย คิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ จึงให้จันไปบอกพจน์เอารถออก จันจะตามกรองทองกับอุษณีย์ไปด้วย ตลับห้ามเพราะคนหนึ่งก็เจ้ากี้เจ้าการและอีกคนก็ใจอ่อนเกินไป

โรมช่วยโรซี่อยู่ พลันเขามองไปเห็นรถตลับแล่นเข้ามาในโรงพยาบาล จึงรีบมากระซิบบอกทาฮีร่า แม่มดพันปีบอกหลานชายว่าจะไปจัดการเอง...ตลับมาถึงเห็นผู้คนในโรงพยาบาลหยุดนิ่งก็รู้ว่าไม่ชอบมาพากล กระชับเชือกอาคมในมือ ให้จันกำมีดอาคมไว้ ส่วนพจน์ก็ถือหนังสือคาถาปราบพ่อมดแม่มดตามไป

ทาฮีร่าปรากฏตัวขวางหน้า ตลับโวยทันทีที่กล้าเข้ามาในอาณาเขตของตน ทาฮีร่าจะเจรจาด้วยดีๆแต่ตลับไม่ฟังหาว่าเป็นพวกแม่มดใจร้ายที่ฆ่าสามีตน ทาฮีร่าสาธยาย

“แยกแยะหน่อยสิ! แม่มดทุกคนไม่ได้ใจร้ายเหมือนกันหมด ที่เขาไม่รู้เรื่องก็มี แต่ที่แน่ๆแกฆ่าแม่มดที่ไม่มีความผิดอย่างโหดเหี้ยมทารุณ”

“สามีของฉันก็ไม่มีความผิด แล้วก็ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณเหมือนกัน”

ทาฮีร่าหันมาพูดกับจู๊ฟอย่างเบื่อหน่าย “นังคนนี้ดื้อแพ่งเหมือนลา เถียงไม่มีหยุดราวกับน้ำตก!”

ตลับพึมพำคาถาแล้วขยับจะปล่อยเชือกออกไป ทันใดมีฟ้าผ่าลงมาท้องฟ้ามืดมิดอย่างรวดเร็ว ทำให้แต่ละคนมองไม่เห็นกัน แล้วจู่ๆท้องฟ้าก็สว่างขึ้น ทาฮีร่ากับจู๊ฟหายวับไป ผู้คนในโรงพยาบาลกลับมาเคลื่อนไหวตามปกติ ตลับโมโหรีบเดินเข้าไปในตัวตึก จันและพจน์ตาม

โรมเป็นคนช่วยทาฮีร่ากับจู๊ฟกลับมาที่ห้องทำงานในโรงพยาบาลเวทมนตร์ ทาฮีร่าหงุดหงิดบอกตนกำลังจะชนะตลับอยู่แล้ว จู๊ฟโพล่งออกมาว่ายังไม่ทันสู้กันเลย ชิคเก้นหัวเราะลงไปนอนกลิ้ง โรซี่ส่ายหน้าบ่นเฟล...

ทาฮีร่าเอ็ดชิคเก้นกับจู๊ฟให้หยุด โรมตัดบทขอให้ทาฮีร่าพาโรซี่กับชิคเก้นกลับบ้านก่อนและให้จู๊ฟกลับไปทำงาน โรซี่อยากได้เสือคืน โรมบอกว่าเอามาไม่ได้เพราะโรซี่เสกมันที่เมืองมนุษย์มันจึงต้องอยู่ที่นั่น โรมขอให้ทาฮีร่าช่วยโรซี่หาคาถาให้เจอ

จู๊ฟแย็บถาม “เราไปเมืองมนุษย์ได้ แล้วนักล่าจะมาที่นี่ได้หรือเปล่าครับ หมอโรม”

“ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แล้วอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด” โรมกำชับจู๊ฟหนักแน่น

แต่มีหรือที่คนอย่างจู๊ฟจะเก็บความลับให้ตัวเองอกแตกตาย ซูซี่กับเกอร์ทรู้ดเป็นผู้ที่รับรู้เรื่องนี้ เกอร์ทรู้ดบอกว่าตนเจอมาแล้ว ทั้งสองโวยที่ไม่เล่าสู่กันบ้าง เธอบอกว่าโมนาห้ามไว้

ooooooo

ตลับเรียกมาริสา ณิศรา กุลนภา สารกิจมารวมกันที่ห้องแมทธิว เพื่อย้ำให้ทุกคนระวังตัวและช่วยกันสังเกตถ้ามีคนแปลกหน้าเข้ามาให้สงสัยไว้ก่อนแล้วรีบบอกตน สารกิจจะบอกครอบครัวสมเกียรติด้วยแต่ตลับปรามไว้เพราะเกรงพวกเขาจะหาว่าพวกเราเป็นคนบ้า

ณิศราอยากเล่าเรื่องโรมแต่พออ้าปากพูดก็ไม่มีเสียงออกมา เพราะโรมได้สาปไว้ไม่ให้เธอพูดเรื่องเขากับใคร ตลับจะกลับมาริสาจะไปส่ง ณิศรากับกุลนภาหมั่นไส้ชิงจะไปส่งเอง ตลับจึงบอกหลานๆว่าจะกลับกับจัน

ผู้คนประหลาดใจที่มีรูปปั้นเสือตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาล ตลับกับหลานๆเดินออกมาเห็นก็เอะใจ สารกิจจะถามว่าใครเอามาวางไว้แต่ตลับห้ามไม่ต้องไปถามใครทั้งนั้น ให้บอกใครๆไปว่าตนเป็นคนสั่งมาตั้งไว้เอง ณิศราถามขึ้น

“แล้วคุณย่าจะไม่ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ป้องกันโรงพยาบาลไว้เหรอคะ”

“ไม่ต้อง ย่าจะเอาไว้เป็นเหยื่อล่อให้พวกมันเข้ามา” สีหน้าตลับมาดหมาย

แมทธิวชวนมาริสามาที่ห้องปรารถนา เพื่อเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์เทรอบกำแพงทั้งสามด้านเพื่อไม่ให้ปรารถนาเห็นภูตผีปีศาจอีก แต่ปรารถนาไม่เห็นด้วยบอกว่าพวกนั้นน่ารักนิสัยดี หยดย้อยได้ยินสะดุ้งโหยงถามผีมีนิสัยดีด้วยหรือ ปรารถนาสวนว่านิสัยดีกว่าหยดย้อย ทำเธอหน้าม้าน

ปรารถนาขอให้แมทธิวไปบอกบางอย่างกับวิวรรณ พอวิวรรณรู้ความต้องการของผู้เป็นอาก็รีบโทร.บอกแม่ให้จัดการ สิริกาญจน์แปลกใจทำไมปรารถนาถึงอยากให้ขนเครื่องตกแต่งในห้องไปไว้ที่โรงพยาบาล วิวรรณก็ไม่รู้เพราะแมทธิวเป็นคนมาบอก ผู้เป็นแม่ตื่นเต้น

“อุ๊ย หมอแมทมาบอก งั้นแม่จะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย แล้วหมอแมทพูดอะไรกับลูกวิอีกหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ สั่งเสร็จก็ระเห็จไปเลย ทีกับนังน้องสาวลูกเมียน้อยนั่นล่ะก็ พูดได้พูดดี นี่ถ้าไม่ใช่ลูกพ่อเดียวกัน วิต้องระแวงแล้วล่ะค่ะ”

“แม่คนนี้ไม่รู้ว่ามีอะไรดี พ่อพี่ชายของลูกก็ดูเหมือนจะเสียดาย เลยยังไม่ยอมขอหนูณิแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว”

“เห็นพี่การว่าจะเก็บไว้ทั้งสองคนนี่คะ แค่นี้ก่อนนะคะคุณแม่ คุยที่นี่อันตรายเดี๋ยวใครมาได้ยิน” วิวรรณมองซ้ายมองขวาว่าไม่มีใครแถวนี้

ทางนาดาลบอกเดวิดว่าต้องการกลับบ้าน เดวิดอ้างต้องรอคำสั่ง ดร.พีท ตอนนี้ไม่อยู่ อีกเจ็ดวันถึงจะกลับ ระหว่างนี้ขอให้พ่อพักผ่อนมากๆอย่าเพิ่งใช้พลังชีวิต นาดาลมีท่าทีหงุดหงิด

“ฉันมีแผนการใหม่!” เดวิดแปลกใจ “ก็แผนการทำลายคนบ้านนังตลับน่ะสิ ไอ้โง่! แกต้องไปทำงานกับพวกมัน ตีสนิทกับคนที่อ่อนแอที่สุด แล้วยุยงให้พวกมันแตกแยกกัน...จุดอ่อนของพวกมนุษย์คือความริษยา! พวกมันมักเห็นใครดีกว่าตัวเองไม่ได้ ในเมื่อเวทมนตร์ของแกไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะมันได้ แกก็ต้องใช้วิธีของมนุษย์ทำร้ายมนุษย์”

เดวิดกลัวว่าพวกนั้นจะจำตนได้ นาดาลตวาดให้ปลอมตัว เดวิดมีสีหน้าน้อยใจกลับมาที่ห้องพัก โรมเข้ามาหาอยากคุยเรื่องอาการป่วยของนาดาล เดวิดหงุดหงิดลุกพรวดบอกไม่ใช่ธุระของเขาและไล่โรมให้ออกไป แต่โรมต่อว่าเขาต้องรับฟังคนอื่นบ้าง เดวิดกร่าง

“ผมก็เป็นหมอ! หรือคุณคิดว่าผมเก่งสู้คุณไม่ได้”

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมแค่เป็นห่วงคุณลุงนาดาล”

“อ้อ คงอยากจะมีพ่อเหมือนคนอื่นเขาบ้างล่ะสิ โน่น! ถ้าอยากมีก็ไปหาเอาที่อื่น อย่ามาวุ่นวายกับพ่อผม และครอบครัวผม!” เดวิดเห็นโรมกำมือแน่นก็สะใจที่พูดแทงใจดำเขา “ไปสิ! ไอ้ลูกกำพร้า!” โรมสุดทนชกหน้าเดวิดเซถลาไปติดกำแพงแล้วตวาด

“อย่ามาเรียกผมอย่างนั้นอีก!”

เดวิดเยาะเรียกซ้ำอีก โรมจึงต่อยให้อีกหมัด เกิดการต่อสู้กันจนข้าวของตกกระจาย โมนาวิ่งมาห้ามกลับโดนโรมสะบัดกระเด็นแล้วเดินไป โมนาหันมามองเดวิด เขารีบปรักปรำว่าโรมเป็นคนก่อเรื่อง โมนาเยาะคิดไว้แล้วว่าเขาต้องพูดแบบนี้

“ก็ไม่อยากจะพูดหรอก เพราะสำหรับคุณ โรมมันเป็นเทวดา ทำอะไรก็ไม่ผิด ขนาดมาต่อยผมในห้องยังไม่ผิดเลย” โมนาจะเถียงแต่เดวิดไล่ให้เธอออกไปเสียก่อน

โมนาโกรธ “ไล่ฉันเรอะ!” เดวิดรับว่าใช่ เธอระเบิดอารมณ์ใส่ “ฉันเกลียดนาย!”

“เกลียดเหมือนกัน!”

โมนาทั้งโกรธทั้งแค้นสะบัดหน้าเดินออกไป...พอมาหาโรมที่ห้องไม่ทันจะเข้ามาเต็มตัว เขาก็ตัดบทว่าอยากอยู่คนเดียว เธอน้อยใจสุดๆจำต้องกลับไป

เดวิดตัดสินใจจะทำอย่างที่พ่อต้องการ เขาเข้ามาหานาดาลที่ห้องพักอีกครั้ง เห็นนาดาลมีสีหน้าเจ็บปวดร่างกายก็รีบถามว่าเป็นอะไร นาดาลกลับผลักเขาออกอย่างแรงโวย

“นี่ยังไม่ไปอีกเรอะ! แกตั้งใจจะขัดคำสั่งฉันรึไง”

“เปล่าครับ ผมจะมาถามพ่อว่าผมจะเข้าไปได้ยังไง ในเมื่อพวกนักล่าป้องกันเอาไว้หมด”

“ใครบอกแก”

“ผมได้ยินมาว่า...”

“ต่อให้ไอ้พวกนักล่ามันจะทำยังไง ก็ไม่มีวันจะป้องกันแกได้ แกได้เปรียบพ่อมดแม่มดทุกตนตรงนี้แหละ”

“ทำไมหรือครับ” เดวิดแปลกใจ นาดาลตอบด้วยสีหน้าสะใจเย้ยหยัน

“ก็เพราะความฉลาดของฉันน่ะสิ ความฉลาดที่ก่อเกิดมาจากความแค้น”

เดวิดได้ฟังอย่างนั้นก็ตัดสินใจทำบางอย่าง

ooooooo


ที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ เดวิดลอบเข้ามาจัดการหมอมุนีซึ่งเป็นหมอที่เก่ง แต่เขาไม่ใจร้ายพอที่จะทำให้ถึงตาย แค่บาดเจ็บสาหัสไม่อาจทำงานได้เท่านั้น นาดาลไม่พอใจที่เมียตนโดนฆ่าโดยไม่มีความผิดใดๆเลย แล้วกำชับเดวิด

“ทีนี้ก็คอยดูให้ดีว่ามันจะประกาศรับสมัครหมอใหม่เมื่อไหร่ และกำจัดคู่แข่งให้หมด”

ทางโรงพยาบาลจัดการประชุม แมทธิวประกาศว่า ตลับให้รับสมัครหมอใหม่เร็วที่สุด วิวรรณบอกว่าหมอมุนีรู้สึกตัวแล้วแต่ยังอ่อนเพลียอยู่เท่านั้น ทุกคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ณิศราสังหรณ์ใจว่าจะเป็นฝีมือโรม แต่ไม่กล้าพูดกับใครเพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มี เสียง...พอประชุมเสร็จ ปราการอาสาไปส่งณิศรา เธอรีบบอกว่าจะกลับกับแมทธิว

ระหว่างรอณิศราเดินเลี่ยงมาบริเวณที่ไม่มีใคร มาริสาเห็นท่าทางแปลกๆตามไปดูเกรงเธอจะไม่สบาย... ณิศรามองไปรอบตัวไม่เห็นใครก็เรียกหาโรม

“นายพ่อมด เป็นฝีมือนายใช่ไหม...ฉันรู้ว่านายอยู่แถวนี้ ปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้”

เมื่อทุกอย่างเงียบ ณิศราก็ด่าพ่อมดบ้า มาริสาเข้ามาเรียก เธอสะดุ้งหันมามองมาริสาอย่างโกรธๆ ผลักจนล้ม พอมาริสาร้องเพราะเจ็บ ณิศราก็รู้ว่าเป็นตัวจริงไม่ใช่พ่อมดปลอมมา

“เธอคิดว่าฉันเป็นบ้าเหมือนคุณอาปรารถใช่ไหม”

“เปล่าค่ะ หนูมาไม่ได้คิดอย่างนั้น”

ณิศรายังปรักปรำว่าเธอคิด มาริสาจึงบอกว่าเธอเชื่อณิศราคิดว่าพ่อมดตนนั้นอยู่แถวนี้ ณิศราไม่เห็นความหวังดี จิ้มหน้าผากมาริสาหาว่าสู่รู้แล้วเดินไปขึ้นลิฟต์โดยไม่รอมาริสาไปด้วย

ณิศราลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง แต่ประตูไม่เปิด ทันใดเหมือนมีคนกระชากผมเธอจนหน้าหงาย แล้วเหวี่ยงไปกระแทกผนัง ณิศราเจ็บและตกใจใช้กระเป๋าถือของตัวเองเหวี่ยงฟาดไปมา มีเสียงร้องโอ๊ยแต่เป็นเสียงผู้หญิง ณิศราเดาได้ว่าเป็นโมนา พอจะกดเปิดประตูลิฟต์ ก็โดนกระชากผมอีก จึงควักขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาขู่ แล้วหยดน้ำลงที่พื้นรอบตัว จึงเปิดประตูออกไปได้

ณิศราเดินมาหาแมทธิวกับมาริสา แมทธิวถามทำไมมาช้า ณิศราถลึงตาใส่มาริสาเพราะคิดว่าคงฟ้องเรื่องของตน แต่ก็อ้างว่ากลับไปหยิบของที่ห้อง แมทธิวเห็นผมเธอยุ่งก็แปลกใจ พอถามหญิงสาวก็ย้อนกวนๆว่าเพิ่งรู้เขาเป็นคนช่างสังเกตด้วย

ด้านโมนากลับบ้านด้วยอารมณ์เดือดราวพายุ เกอร์ทรู้ดตกใจเอาใจไม่ถูก พยายามถาม

“ใครมันบังอาจทำให้หมอโมโกรธคะ”

“นังหนูณิ!”

“หนูณิ? หนูณินี่เป็นหนูพันธุ์ใหม่เหรอคะ  เกอร์ทรู้ดไม่ยักเคยได้ยิน”

โมนาฉุนบอกหนูณิเป็นคนที่บังอาจท้าทายตนจะสาปให้เป็นหนูน่าเกลียดที่สุดในโลก

ด้านณิศรากลับถึงบ้านก็ครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี แล้วเหมือนคิดออก เดินไปหาตลับที่ห้อง ตลับแปลกใจที่หลานสาวกลับดึก เธอบอกว่าแมทธิวพาไปกินข้าว ตลับดีใจที่พี่น้องรักกัน ณิศราถามถึงเรื่องที่พ่อมดแม่มดเข้าบ้านเราไม่ได้ตลอดไปใช่ไหม

“แน่นอน เพียงแต่เราต้องระวังอย่าให้เลือดหยดลงไปเท่านั้นเอง...ย่าเคยบอกแล้วนี่”

“หนูณิมาเรียนถามเพื่อความแน่ใจน่ะค่ะ จะได้ระวังไว้...”

ขณะเดียวกันมาริสาเล่าให้แม่ฟังว่า พ่อมดตนนั้นยังคุกคามณิศราอยู่ จันเป็นห่วงจะเรียนให้ตลับทราบ

มาริสาห้ามเพราะกลัวณิศราจะโกรธอีก ตนคิดว่าจะแอบบอกแมทธิวให้หาวิธีจัดการดีกว่า ทันใดเสียงชดร้องดังขึ้น สองแม่ลูกรีบเข้าไปดู ชดนอนหลับฝันร้ายดิ้นไปมา

ร้องว่าเจ็บปวดเหลือเกิน จันพยายามปลุกแม่ให้ตื่น ชดลืมตาขึ้นเหงื่อกาฬแตก เล่าให้ลูกหลานฟังว่า

“แม่ฝันว่าไฟไหม้ท่วมตัว มันทั้งร้อนทั้งทรมานไปหมด มันเหมือนจริงมากจนน่ากลัว”

มาริสาจะนอนเป็นเพื่อนยาย แต่ชดไล่ให้กลับขึ้นตึก ให้จันนอนเป็นเพื่อน และกำชับไม่ให้เล่าให้ตลับฟัง มาริสารับคำ...แต่แล้วในคืนนั้น มาริสาถูกโมนาสะกดให้ออกไปหาหน้าตึก

“ดีมากนังจิตอ่อน...ไม่ว่ามนุษย์หรือแม่มดเป็นคนดีนักไม่ได้หรอก เธอมันโง่ที่ปล่อยให้นังหนูณิกลั่นแกล้งอยู่ได้ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะช่วยเธอแก้แค้น เราสองคนจะช่วยกันแกล้งมันให้สนุกไปเลย!” โมนาสำรวมจิตสักครู่เข้าสิงร่างมาริสา “รับรองว่าเราสองคนต้องสนุกสุดๆ”

ooooooo

รุ่งเช้า ทุกคนพร้อมหน้าบนโต๊ะอาหาร มาริสาซึ่งถูกโมนาสิงนัยน์ตามีประกายปองร้ายณิศราที่นั่งตรงข้าม กุลนภาสังเกตเห็นแววตานั้นระหว่างรับประทานอาหารกันอยู่ โมนาในร่างมาริสาก็ยืดขายาวออกไปกระทืบเท้าณิศรา เธอร้องลั่นจนทุกคนตกใจ

ณิศรากับกุลนภาโทษมาริสา แต่แมทธิวกับธงชัยคิดว่ามาริสาจะยืดขายาวไปขนาดนั้นได้อย่างไร กรองทองไม่พอใจหาว่าสามีเข้าข้างลูกเมียน้อย ตลับปรามให้ทุกคนหยุดเถียงกัน

ณิศราโกรธที่ไม่มีใครเชื่อร้องไห้กลับขึ้นห้อง

กุลนภาตามมาปลอบใจณิศราและบอกว่าตนเชื่อเธอ รู้สึกว่ามาริสาไม่ใช่ตัวเอง คงมีอะไรเข้าสิง ณิศราเครียดจะทำอย่างไรให้ย่าเชื่อ ญาติผู้พี่ให้คอยดูเงียบๆแล้วค่อยหาวิธีแกล้งกลับ

โรมแปลกใจที่โมนาไม่มาทำงาน จึงสอบถามเกอร์ทรู้ด เธอไม่กล้าบอกว่าโมนาไปเล่นงานณิศราที่เมืองมนุษย์ จึงโกหกว่าเธอนอนป่วยอยู่บ้านไม่อยากเอาเชื้อมาแพร่ที่โรงพยาบาล ตนเอาใบลาไปวางที่โต๊ะดร.พีทแล้ว โรมแย้งว่า ดร.พีทไม่อยู่เจ็ดวัน เธอต้องเอาใบลามาให้ตนแทน

เกอร์ทรู้ดทำทีตกใจที่ลืม โรมจะไปดูอาการโมนาที่บ้าน เกอร์ทรู้ดรีบห้ามอ้างว่าโมนาสั่งไม่ให้ใครไปเยี่ยม แต่โรมไม่ฟัง ถือว่าเพื่อนต้องเป็นห่วงเพื่อน เกอร์ทรู้ดหวั่นใจความจะแตก

บรรยากาศที่โรงพยาบาล มาริสามีท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมใครเพราะโมนาเข้าสิง พอเจอกับวิวรรณก็ยิ่งไปกันใหญ่ วิวรรณโกรธที่มาริสาต่อปากต่อคำ เอาเรื่องมาฟ้องกุลนภา เธอฟังแล้วไม่อยากเชื่อ ถ้าเป็นณิศราจะไม่สงสัยเลย แต่ก็เอะใจเพราะเมื่อเช้ามาริสาก็มีเรื่องกับณิศรา

พวกพยาบาลต่างแปลกใจที่เห็นมาริสาท่าทางอารมณ์ไม่ดี ทั้งที่ปกติยิ้มง่ายใจดี มาริสาเดินมาเห็นคนไข้ชราคนหนึ่งท่าทางเจ็บหนักนอนหลับตานิ่ง มีญาติน้ำตาคลอนั่งกุมมืออยู่สองข้างก็เข้าไปดูอาการ ถามญาติๆว่าเป็นอะไรมา ญาติตอบว่าหลายโรค ไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นอนหลับตาตั้งแต่เมื่อวาน โมนาในร่างมาริสาจับชีพจรแล้วเหมือนปล่อยพลังรักษา บอกญาติๆว่า

“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก...ไปเตรียมข้าวปลาได้แล้ว เดี๋ยวตื่นขึ้นมาแกก็หิว”

“จะตื่นอีกเหรอคะ” ญาติดีใจ

“ถ้าไม่ตื่นให้มากินหัวฉันได้เลย” มาริสายืนยันแล้วเดินไปดูคนไข้คนอื่นๆต่อ สักครู่หญิงชราคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาร้องว่าหิว ญาติๆดีใจรีบหาของให้กิน

ตกเย็นเกอร์ทรู้ดร้อนใจที่โมนายังไม่กลับบ้าน พอเห็นโรมเดินมากับจู๊ฟซึ่งถือตะกร้าผลไม้ก็รีบไปรับหน้า บอกว่าโมนาหลับอยู่ให้ฝากของเยี่ยมไว้ มีพยาบาลอีกสองสามคนตามมาสมทบ โรมหันมาบอกทุกคนให้รออยู่หน้าบ้าน เขาจะเข้าไปเยี่ยมคนเดียว เกอร์ทรู้ดหน้าเจื่อนไม่รู้จะห้ามอย่างไรอีก...โรมเดินเข้ามาในบ้าน เรียกโมนาเบาๆก่อนจะผลักประตูห้องนอน เสียงโมนาแหบแห้ง ไอโขลกๆ ต่อว่าเกอร์ทรู้ดไม่ให้บอกใครว่าตนป่วยแล้วยังบอก โรมแก้ตัวแทน

“เกอร์ทรู้ดก็ไม่อยากจะบอกใครหรอก แต่คุณหายไปทั้งคน ทุกคนเขาก็ต้องเป็นห่วง”

“ขอบใจนะโรม ขอบใจที่เป็นห่วง”

เกอร์ทรู้ดโล่งอกบอกโมนาว่ายังมีอีกหลายคนที่รอเยี่ยม โมนาให้เกอร์ทรู้ดออกไปขอบใจทุกคนแทน แล้วโมนาก็ถามโรมอีกว่า

“ไม่ยักรู้ว่าโรมก็เป็นห่วงโมนาเหมือนกัน”

“เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

“โมนาไม่ต้องการเพื่อน”

โรมจะย้ำคำพูดเดิมก็พอดีเกอร์ทรู้ดกลับเข้ามา เขาจึงถือโอกาสลากลับ โมนาฮึดฮัดโกรธเกอร์ทรู้ดที่เข้ามาขัดจังหวะ

ooooooo

เมื่อโมนาออกจากร่าง มาริสานอนสลบไสลอยู่ในห้องทำงาน แมทธิวเข้ามาปลุก เธอสะดุ้งตื่นแปลกใจตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เพราะที่จำได้เข้านอนแต่หัวค่ำที่บ้าน แมทธิวหาว่าเธอหลงลืมแล้วชวนกลับบ้าน มาริสาลุกขึ้นเซจะล้ม แมทธิวรีบประคองพาเดิน

พอออกมาเจอวิวรรณ เธอไม่พอใจที่เห็นชายที่รักประคองผู้หญิงแม้จะเป็นน้องสาวแต่ก็ต่างแม่ หาว่า

มาริสาแกล้งป่วย วิวรรณบอกเรื่องที่ปราการจะเลี้ยงข้าวคืนนี้ มาริสาขอตัวกลับก่อน แมทธิวอ้างว่าตนก็ต้องกลับเพราะนัดกับย่าไว้ วิวรรณหงุดหงิดไม่พอใจ

แมทธิวกลับมาคุยกับตลับเรื่องยังไม่มีใครมาสมัครเป็นหมอที่โรงพยาบาล ตลับให้รอดูอีกสักวันสองวัน แล้วตลับก็เปลี่ยนเรื่องถามหลานชาย

“เมื่อไหร่จะหาหลานสะใภ้มาให้ย่าสักที”

“ผมคงหาไม่เจอมั้งครับ” ตลับจะหาให้ แมทธิวยิ้มแหยๆ

“หมอวิวรรณลูกสาวหมอสมเกียรติไง ถูกใจล่ะสิท่า เด็กคนนั้นหน้าตาสะสวย เก่งก็เก่ง ครอบครัวก็ทำธุรกิจร่วมกัน เรือล่มในหนองทองจะไปไหน ย่าว่าเหมาะสมกันที่สุดแล้ว”

“ผมไม่ได้รักวิครับคุณย่า! อีกอย่าง ผมยังมีภาระอีกมากมาย โดยเฉพาะภาระของนักล่า”

“แต่ย่าก็ยังมองไม่เห็นผู้หญิงคนไหนจะคู่ควรกับแมทเท่าวิวรรณ”

“ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าครับ ตอนนี้ผมยังอยากดูแลคุณย่า คุณพ่อคุณแม่แล้วก็น้องๆก่อน”

“ตามใจ แต่อย่าให้ย่ารอจนแก่ตายไปก่อนก็แล้วกัน ย่าถามจริงๆ แมทแอบไปชอบใครรึเปล่า” แมทธิวหัวเราะแก้เก้อ

“รุ่นผมนี่ไม่มีแอบแล้วครับ หากจะชอบใครก็จะรีบมาเรียนให้คุณย่าทราบเลย”

ตลับหัวเราะถูกอกถูกใจ...มาริสาเห็นชดเป็นไข้ไม่ลดก็จะให้แมทธิวมาดูอาการ แต่ชดห้ามไม่อยากรบกวนเจ้านาย มาริสาอ่อนใจกลับขึ้นตึก

นาดาลเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เดวิดเห็นอาการพ่อแล้วสงสารน้ำตาคลอ นาดาลยังย้ำว่าอย่าทำให้พ่อผิดหวัง เขารับคำแล้วรีบออกไปจัดการในคืนนั้นเลย...เดวิดเสกสิงห์มอเตอร์ไซค์เป็นชายร่างกำยำสี่คน มาป่วนและรุมล้อมเล่นงานสารกิจที่ขับรถกลับกลางดึก

พวกมันมีไม้กับมีดจะรุมทำร้าย สารกิจกลัวลานล็อกประตูรถจะโทร.แจ้งตำรวจแต่ไม่มีสัญญาณ ช่วงที่เขาหวาดกลัวอยู่นั้น มีบิ๊กไบค์คันหนึ่งพุ่งเข้ามา แสงไฟรถจ้าทำให้ทุกคนต้องยกมือบังตา เดวิดพลางใบหน้าให้จำไม่ได้ เข้ามาช่วยต่อสู้ขับไล่สิงห์มอเตอร์ไซค์ทั้งหมดไป สารกิจรีบลงมาขอบคุณด้วยความโล่งอกแล้วแนะนำตัว เดวิดแนะนำตัวว่าชื่อเดชา มนตราฤทธิ์ สารกิจชอบใจที่นามสกุลคล้ายกัน แถมยังเป็นหมออีก จึงเชิญไปพบที่โรงพยาบาลวันพรุ่งนี้...

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 4 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 10 ต.ค. 2561 08:34 2018-10-14T00:47:24+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ