ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

ชิคเก้นเห็นแมทธิวมองอย่างงงๆก็ทักว่าทำเป็นจำไม่ได้ ตนคือแมวน้อยมหัศจรรย์ที่แปลงร่างเป็นเขาตอนเขาถูก ดร.พีทจับตัวไป ถ้าอยากรู้รายละเอียดให้ไปคุยกันในคฤหาสน์ ว่าแล้วก็เดินนำไป แมทธิวนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะเดินตามเข้าไปในบ้านทาฮีร่า

พอทาฮีร่าเห็นแมทธิวก็สแกนด้วยสายตาก่อนจะพูดกับเขาว่า “เธอเป็นพ่อมดจริงๆนั่นแหละ ยายสแกนดูโดยละเอียดแล้ว” แมทธิวเถียงว่าตนเป็นนักล่า ชิคเก้นแทรก

“ธรรมดาชิคเก้นไม่ค่อยอยากจะเชื่อเครื่องสแกนของคุณยายหรอก แต่คราวนี้ชิคเก้นเชื่อ”

“คุณพ่อผมชื่อธงชัย คุณแม่ผมชื่อกรองทอง คุณย่าผมชื่อตลับ คุณย่าผม...”

“เธอไม่ใช่นักล่า แต่ที่เธอไปอยู่กับพวกนั้นได้ยังไง นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องสืบดูให้รู้แจ้ง”

ชิคเก้นแย็บถามจะให้แมทธิวกลับไปถามพ่อแม่และย่านักล่าของเขาหรือ ทาฮีร่าสวนว่าไม่ใช่ แล้วพูด กับแมทธิวอย่างจริงจังว่าเขาต้องสืบเงียบๆอย่าให้ใครรู้ เพราะมันอันตรายกับตัวเขาเอง แมทธิวบอกตนต้องหาน้องสาวให้เจอก่อน ชิคเก้นอาสาช่วยสืบหาให้ ให้เขากลับไปค้นหาตัวเองว่าเป็นใคร แมทธิวลังเลเป็นห่วงณิศรา

“ยายอยู่ทั้งคนไม่ต้องเป็นห่วง” ทาฮีร่าสำทับ

“ตัวยายเองยังจะเอาไม่รอดเล้ย...” ชิคเก้นเหน็บ

เสียงโรซี่แทรกขึ้นพร้อมกลุ่มควันลอยออกมาจากตะเกียงรวมตัวเป็นร่าง บอกแมทธิวว่าแอบฟังอยู่นาน จะช่วยเอง ขอให้ไว้ใจ ตนไม่มีทางเฟลแน่...หลังจากนั้น ชิคเก้นมาส่งแมทธิวกลับทางกำแพงห้องที่ปรารถนาเคยพัก แมทธิวขอความมั่นใจว่าโรซี่จะช่วยได้จริง ชิคเก้นส่ายหน้าเชื่อไม่ได้ แมทธิวหน้าเสีย ชิคเก้นรีบบอกว่าให้เชื่อโรมได้แน่นอน เขานิ่งคิด

“หมอโรมเขามีจิตพิศวาสหนูณิ เพราะฉะนั้นเขาไม่มีวันปล่อยให้เธอเป็นอันตรายแน่ ชิคเก้นไปก่อนนะ... พ่อมดแมทธิว” ว่าแล้วก็กลับเข้ากำแพง

แมทธิวตะโกนไล่หลังไม่ให้เรียกเขาอย่างนั้น... แมทธิวถอนใจเดินออกมาจากห้องเห็นมาริสากำลังคุยกับมธุรสและพยาบาลอีกสองสามคน เธอบอกให้ทุกคนเชื่อว่า ณิศราเป็นไข้หวัดนอนอยู่ในห้องไม่ได้หายไปไหน ที่ไม่ออกมาเพราะกลัวแพร่เชื้อ คนอื่นๆโล่งใจ พอมาริสาเดินแยกมา เจอแมทธิวดักรอ ก็รีบถามข่าวณิศรา เขาให้ไปคุยกันในห้องทำงานเขา

แมทธิวบอกมาริสาว่ามีคนตามช่วยเหลือณิศราอยู่ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ไม่นานคงเจอตัว มาริสาแปลกใจที่ท่าทางแมทธิวดูมั่นใจ เขาบอกมีบางอย่างที่ทำให้มั่นใจแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“พี่มีบางอย่างที่อยากจะขอร้องเธอ” มาริสาถามว่าอะไร “หนูมาชอบปราการหรือเปล่า”

“หนูมาชอบเขาในฐานะเป็นพี่ชายคนหนึ่ง”

“แต่เธอกำลังจะหมั้นกับเขา”

มาริสาหน้าเศร้าลงเพราะตลับบอกว่าตนเป็นคนรับหมั้นปราการ แมทธิวจึงบอกว่าเธอพูดออกไปเพราะโดนแม่มดสิง ถ้าเธอไม่รักไม่ชอบให้ไปปฏิเสธกับตลับ แต่มาริสาหวั่นใจเพราะได้กำหนดวันหมั้นไว้แล้ว แมทธิวโกรธ

“เธอจะยอมมีความทุกข์ไปตลอดชีวิตเพื่อให้คนอื่นพอใจเหรอ...คุณย่าท่านต้องเข้าใจเธอ เชื่อพี่สิ” มาริสาอึดอัดใจ แมทธิวเห็นแล้วไม่พอใจ ปรักปรำ “ยกเว้นว่าเธอรักปราการ”

“หนูมาไม่ได้รักพี่ปราการ!”

“งั้นก็ปฏิเสธไป” แมทธิวเข้ามาจับไหล่มาริสาแล้วพูดอย่างอ่อนโยน “เราอาจจะไม่ใช่พี่น้องกัน! ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ...” แมทธิวเผลอใจก้มหน้าจะจูบมาริสา

เสียงประตูเปิดทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน วิวรรณเข้ามามองราวจับผิด มาริสาไม่อยากมีปัญหารีบบอกว่าเข้ามาคุยเรื่องคนไข้ชื่อมาลี ว่าแล้วก็เดินออกไป วิวรรณงงไม่เคยได้ยินชื่อนี้จึงถามว่าใคร แมทธิวโกหกว่าเป็นแม่ของเพื่อนและจะต้องออกไปดู วิวรรณมองตามอย่างเคืองๆ

วิวรรณเอาเรื่องนี้มาคุยกับกุลนภา ว่าแมทธิวกับมาริสาชอบแอบเข้าไปคุยกันในห้องสองต่อสอง ดูมีลับลมคมใน กุลนภาไม่คิดเป็นอื่นเพราะเห็นว่ามาริสารับหมั้นปราการแล้ว แต่ก็จะช่วยกำราบให้ วิวรรณพูดเต็มปากว่าเกลียดมาริสามากที่สุดในโลก

ooooooo

ขณะที่มาริสากำลังดูแลวัดความดันให้คนไข้ มธุรสเข้ามาบอกว่ากุลนภาเรียกพบ เธอจึงขอดูแลคนไข้ให้เรียบร้อยก่อน พอเสร็จก็เดินตรงมาห้องกุลนภา สวนกับโมนาซึ่งสวมเสื้อกาวน์ มาริสาเอะใจเรียกเธอไว้และบอกว่าเธอไม่ใช่หมอที่นี่

โมนายิ้มเยาะ

“จำหน้าหมอได้ทุกคนเลยเรอะ”

“ฉันอยู่ที่นี่มานาน รู้จักบุคลากรหมดทุกคน คุณเป็น...เอ้อ...พวก...แม่มด”

“เก่งนี่” โมนาหัวเราะชอบใจ

มาริสาขอร้องให้โมนาไปเสียจากพวกตนต่างคนต่างอยู่ โมนาสวนว่าแน่ใจหรือเพราะหมายถึงคนที่เธอรักจะต้องไปด้วย มาริสาตกใจหมายถึงใคร

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยว่าฉันหมายถึงพ่อมดแมทธิว”

“มะ...ไม่...ไม่จริง!”

“เธอรู้ว่าจริง เขาเองก็รู้ เขาบอกเธอแล้วนี่” โมนาเดินไปพร้อมเสียงหัวเราะ

มาริสายืนนิ่งงันอยู่พักใหญ่ กว่าจะเดินต่อมาห้องกุลนภา แล้วถูกต่อว่าที่มาช้า กุลนภาถามเรื่องที่ชอบอยู่ในห้องกับแมทธิว มาริสาอธิบายว่าแมทธิวเรียกเข้าไปคุยงาน ญาติผู้พี่ไม่เชื่อ ทั้งหยิกทั้งตีจนมาริสาน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บ ทันใดนั้นเองประตูเปิดออกช้าๆ กุลนภาถามว่าใครไม่มีเสียงตอบจึงเดินไปดู ไม่เห็นใคร พอหันกลับเจอมาริสายืนประชิดก็สะดุ้ง โวยที่ทำให้ตกใจเอามือผลักอก มาริสาจับมือเธอบิดจนต้องร้อง แล้วเยาะหยันว่ารู้จักเจ็บเหมือนกันหรือ

มาริสาซึ่งโดนโมนาเข้าสิงปล่อยมือกุลนภาเปลี่ยนมาบีบคอคำรามใส่ “นังคนนี้เป็นของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำอะไรมัน อย่าแตะต้องมัน จำเอาไว้! มีข้าคนเดียวที่แตะต้องมันได้”

พอกุลนภาหลุดจากการบีบคอก็ทรุดลงไอโขลกๆ มาริสาเดินออกไป...กุลนภารีบโทร.เล่าให้ตลับฟัง ตลับซึ่งยังอยู่พร้อมหน้าลูกๆ และสะใภ้รีบวางแผน

“ถ้างั้นต้องทำให้มันตายใจ หลอกให้มาที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย ย่าจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม”

“อยู่ดีๆบอกให้มันกลับบ้านมันคงเชื่อหรอกค่ะ ยิ่งมีเรื่องกับกุลอย่างนี้ด้วย”

“งั้นเอายังไงดี ย่าน่ะกลัวมันจะออกจากร่างหนูมา หรือไม่ก็รู้ตัวเสียก่อน”

“เอ...เอาไงดีมันถึงจะไม่ระแวง...นึกออกแล้วค่ะ คุณย่าลองใช้วิธีนี้ดูนะคะ”

ตลับฟังหลานพยักหน้าเป็นช่วงๆ ก่อนจะย้ำให้หลานระวังตัว พอวางสายคนอื่นๆรีบซัก ตลับให้ใครไปตามจันมาพบ อุษณีย์อาสาไปตาม กรองทองโวยว่าจันเกี่ยวอะไรด้วย ตลับตำหนิเวลานี้ไม่ใช่เวลามาหึงหวง แก่ๆกันแล้วทั้งนั้น ไม่วายกรองทองยังหาเรื่องทะเลาะกับธงชัย ตลับเอือมไล่ไปทะเลาะกันที่อื่น ไพจิตรตัดบทถามว่าแม่มดตนนี้จับณิศราไปหรือ ตลับคิดว่าเป็นแม่มดด้วยกันก็น่าจะมีส่วนรู้เห็น ถ้าจับตัวได้อาจจะรู้อะไรบ้าง

อุษณีย์ตามจันที่ตึกเล็ก จันเห็นว่าชดหลับจึงออกไป พอมาที่ห้องรับแขก ตลับให้จันนั่งบนเก้าอี้ กรองทอง ไม่พอใจแต่ขัดแม่สามีไม่ได้ จึงหันไปจิกตาใส่สามีแทน ตลับสั่งจัน

“ฉันอยากให้จันโทรศัพท์ตามหนูมากลับบ้านเดี๋ยวนี้ อ้างว่าชดอยากพบก็ได้”

จันรับคำ ตลับให้ธงชัยหยิบโทรศัพท์มาโทร.ออกให้ กรองทองชักสีหน้าไม่พอใจอีก ทนไม่ไหวลุกออกไป ตลับหน่ายใจ จันรับโทรศัพท์จากธงชัยมาพูดกับมาริสา บอกว่ายายเรียกหา มาริสาเอะใจเพราะเห็นว่าชดนอนไม่ได้สติ จันอ้างว่ายายเริ่มรู้สึกตัวเรียกหาหลานคนแรก

“แต่หนูมากำลังยุ่ง...”

“งั้นก็ฝากให้คนอื่นทำแทนก่อนก็ได้” จันยื้อ

โมนาในร่างมาริสารับคำ รู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดปกติ... เธอออกจากร่างมาริสา ปล่อยให้มาริสาสลบไสลกับพื้น แล้วหลับตาลงเพ่งสมาธิ เห็นชดนอนหลับอยู่ในห้องที่ตึกเล็ก พอมองเลยไปยังตึกใหญ่ เห็นในห้องรับแขกมีทั้ง ตลับ จัน อุษณีย์ ไพจิตรและธงชัยนั่งปรึกษากันอยู่ โมนาเข่นเขี้ยวไม่พอใจที่บังอาจสุมหัวกันหลอกตน

ตลับให้ธงชัยกับไพจิตรตามเข้ามาในห้องพระ ก้มกราบพระพุทธรูปและไหว้ตำรา เชือกกริช สองหนุ่มทำตามแม่ ตลับส่งเชือกให้ธงชัยและส่งกริชให้ไพจิตร...

ธงชัยหวาดหวั่นเสนอ

“ทำไมคุณแม่ไม่เรียกตาแมทให้มาช่วยล่ะครับ คุณแม่พูดเองว่าเขาคือผู้มีคุณสมบัติ”

“ไม่ได้! ถ้าเรียกตาแมทกลับมามันต้องรู้ทันที”

ไพจิตรเสริมว่าตนกับพี่ไม่มีความแกร่งพอ ตลับให้ทำตามที่บอก ส่วนตนจะเป็นคนอ่านคาถา ตลับถือหนังสือเดินนำออกไป

ที่ห้องรับแขก อุษณีย์คุยกับจันคิดว่าจะทำสำเร็จไหม จันให้เชื่อมั่นในความเก่งของตลับ กรองทองเดินกลับมามองจัน

อย่างเหยียดๆ พอเห็นตลับกับลูกชายทั้งสองกลับลงมาก็ถามจะทำอะไรกัน ตลับไม่สนใจหันไปบอกจันให้โทร.ตามมาริสาอีกครั้ง กรองทองเหน็บ

“อย่าถามโง่ๆให้มันจับได้ล่ะ”

“ถ้าพูดแล้วไม่สร้างสรรค์ก็อย่าพูดดีกว่า” ธงชัยรำคาญสุดๆ

กรองทองแหวใส่ทันทีว่าตนพูดไม่สร้างสรรค์อย่างไร ตลับต้องเอ็ดให้หยุดทะเลาะกัน กรองทองยังโทษธงชัยผิด ธงชัยสุดทนท้าหย่ากันไปเลย กรองทองหน้าชาคาดไม่ถึงว่าสามีจะท้าต่อหน้าคนอื่นๆ ตลับไล่ทั้งสองคนไปเถียงกันข้างนอก ไม่ทันที่ทั้งสองจะออกไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จันรับสายปรากฏว่าเป็นคนโทร.ผิดเข้ามา พอวางสายตลับให้จันโทร.หามาริสาอีกครั้ง

“หนูมา...ถึงไหนแล้วลูก อะไรนะ!” จันตกใจอย่างมากทิ้งโทรศัพท์วิ่งออกไป

ทุกคนแปลกใจรีบตาม กรองทองบ่นจะอะไรกันนักหนา...ทุกคนออกมาที่หน้าตึก เห็นมาริสาคุมตัวชดยืนสะลึมสะลืออยู่บนหลังคาบ้านท่ามกลางลมพัดแรง

ฟ้ามืดครึ้มเพราะเวทมนตร์ของโมนา จันตกใจเป็นห่วงแม่ มาริสาตะโกนบอก

“พวกเจ้าบังอาจหลอกข้า นึกรึว่าข้าไม่รู้”

“ปล่อยยายชดเถอะ ยายชดแกไม่สบาย” ตลับขอร้อง

“ขืนปล่อย พวกเจ้าก็จะใช้ไอ้เชือกนั่นมัดข้าน่ะสิ”

จันขอร้องอีกคนให้ปล่อยชดแล้วจับตนแทน

มาริสาเสียงกร้าว บอกทุกคนต้องโดนเหมือนกันหมด ตนจะเผาทุกคนเหมือนที่พวกเขาเคยเผาพวกตน ทุกคนอกสั่นขวัญแขวน มาริสาหัวเราะสะใจ...ชดรวบรวมพละกำลังครั้งสุดท้าย ผลักมาริสาออกแล้วกระโดดลงจากหลังคาเอง จันร้องกรี๊ดที่เห็นแม่ทำอย่างนั้น ตลับผวาเข้าไปที่ร่างชดคนสนิท จันกอดแม่ร่ำไห้ ตลับแค้นใจเปิดหนังสือท่องคาถา ฟ้าที่มืดครึ้มเปลี่ยนเป็นสว่าง แสงพุ่งไปที่มาริสา เธอกรีดร้องเจ็บปวด

โมนาออกจากร่างมาริสา ที่แขนโมนามีเลือดโชกเป็นสีเขียว โมนาเจ็บปวดผลักมาริสาตกลงมา ตลับโยนหนังสือลอยขึ้นไปรองรับร่างหลานสาวซึ่งสลบลงมา

อย่างปลอดภัย ธงชัยกับจันเข้าดูลูก กรองทองจะโวย ตลับแทรกสั่งธงชัยอุ้มลูกเข้าไปในบ้าน กรองทองแย้ง

“ให้คุณไพจิตรอุ้มก็ได้นี่คะ”

“ผมเป็นแค่อาครับ”

ธงชัยไม่สนใจเข้าอุ้มลูกเข้าบ้าน ทุกคนรีบตามยกเว้นกรองทองที่ยืนโกรธจัดกำมือแน่น

ooooooo

โมนาขี่ไม้กวาดมาลงที่ป่าหนาทึบในดินแดนเวทมนตร์ สีหน้าเจ็บปวดบาดแผลที่แขน เข่นเขี้ยวจะต้องแก้แค้นให้ได้ เธอนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ ร่ายคาถารักษาบาดแผลตัวเอง แต่ยังไม่หายดี เธออ่อนแรงคอพับหมดสติไปตรงนั้น

โรมเชื่อว่าโมนาเป็นคนเอาณิศรามาขังไว้ จึงมาที่บ้านเธอเพื่อค้นหา แต่บ้านเธอปิดล็อกแน่นหนา โรมใช้พลังจากแหวนพังประตูเข้าไป เขาเข้าไปเดินค้นหาทุกซอกทุกมุม ไม่เห็นห้องคุมขังก็ทรุดนั่งแววตาใช้ความคิด

ณิศรานั่งทำสมาธิเห็นภาพเชือก กริช หนังสือสลับกันไปมาในห้วงความคิด...จนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า โมนาซึ่งหมดสติรู้สึกตัว มองที่แผลยังบวมคล้ำน่ากลัว เธอกัดฟันเรียกไม้กวาดมาขี่กลับบ้าน...ระหว่างนั้น โรมกำลังจะออกจากบ้านโมนาเพราะคิดว่าณิศราอาจถูกขัง ที่อื่น ทันใดมีเสียงดังออกมาจากกำแพง โรมชะงักหันมองแล้วเรียกณิศราสุดเสียง

“หนูณิ! หนูณิอยู่ในนี้ใช่ไหม”

ณิศราไม่ได้ยินเสียงโรม เธอพยายามเพ่งมองทุกอย่างในห้วงความคิด ค้นหาวิธีใช้งาน...โรมพยายามใช้อิทธิฤทธิ์ช่วยณิศราออกจากกำแพง ณิศราเพ่งเปิดหนังสืออ่านคาถาเพื่อใช้กริช

“อา...กิวิอุม...อัลวา...ฮัมรา...ฮิมม์”


กริชหลุดออกมาจากภาพมาสู่ความจริง ณิศราลืมตาเห็นกริชลอยอยู่ตรงหน้า เธอจ้องให้มันพุ่งไปที่ ประตูห้องขัง ประตูถูกทำลายทันที แล้วกริชลอยกลับมาอยู่ในมือณิศรา เธอใช้กริชตัดโซ่ที่ล่ามขา แล้วรวบรวมพลังจะเดินออกจากกำแพง โดยใช้กริชกรีดกำแพงเป็นช่องสี่เหลี่ยม พอกำแพงทะลุเธอก็ก้าวออกมา ท่ามกลางฝุ่นฟุ้งกระจาย ทันใดมีมือหนึ่งดึงเธอออกจากตรงนั้น ณิศราตกใจยกกริชขึ้นจะแทงด้วยสัญชาตญาณ โรมจับมือเธอไว้และบอกว่าตนเอง

ณิศราเห็นโรมก็ผวาเข้ากอดอย่างลืมตัว โรมสวมกอดเธอแน่น พอณิศรารู้สึกตัวก็ผละออกด้วยอาการเขิน ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องอย่างเคียดแค้นดังขึ้น โรมรู้ว่าเป็นโมนารีบดึงณิศรามาปกป้อง ใช้ผ้าคลุมพาหายตัวไป

“ใคร ใครมาช่วยนังณิศรา” โมนาถือไม้กวาดในมือโซซัดโซเซตาแดงก่ำด้วยความแค้นใจสุดขีด ก่อนจะทรุดลงสิ้นสติเลือดซึมออกมาทางมุมปาก

โรมพาณิศราออกมาอยู่กลางป่า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของนครเวทมนตร์ ณิศราหลับใหลพิงไหล่โรม โดยเขานั่งพิงต้นไม้ใหญ่ โรมอดใจไม่ไหวก้มจูบผมเธอเบาๆ กระซิบอ่อนโยนปลุกให้เธอตื่น 

หญิงสาวยังอ่อนเพลียปรือตาขึ้นแล้วหลับไปอีก โรมจูบหน้าผากแล้วเลยมาที่แก้มเธอ บอกว่าเราต้องไปกันแล้ว ณิศราลืมตาขึ้นสะดุ้งผละออกห่าง หน้าแดงด้วยความเขินที่นอนพิงเขาเสียนาน โรมจะช่วยประคองให้ลุกแต่เธอปัดมือจะลุกเอง

สุดท้ายก็ลุกไม่ขึ้น โรมแกล้งเร่งแล้วฉวยโอกาสอุ้มเธอขึ้นเสียเลย เขาเรียกพรมให้มารับ พรมมี่ยังงอนไม่อยากให้มนุษย์นั่งบนตัว โรมต้องเอ็ดว่าถ้าดื้อแบบนี้จะไม่ใช้งานอีกเลย พรมรีบกางตัวออกเพราะกลัวโรมทิ้ง โรมวางตัวณิศราบนพรม กำชับพรมห้ามทำเธอตกอีก พรมน้อยใจ

“ใช่ซี้ พรมมี่มันก็แค่เศษผ้าอายุเป็นพันๆปีแล้วนี่ ที่ไหนจะสู้มนุษย์สาวน้อยได้ล่ะ”

โรมหน่ายใจให้หยุดบ่นแล้วพาตนไป

ooooooo

เดวิดเริ่มเห็นภาพในอดีตมากขึ้น ภาพที่มีคนอุ้มเด็กทารกออกจากโรงพยาบาล เขาครุ่นคิดว่าเป็นใคร พลันภาพโมนาซ้อนขึ้นมา เธอบอกว่ายกณิศราให้

เดวิดตัดสินใจเดินออกจากห้อง พอดีนาดาลเรียกให้เข้าไปหา เดวิดเป็นห่วงที่พ่อยังไม่นอน นาดาลถามด้วยเสียงอ่อนแรง

“แผนการของแกก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว”

“ก็เรื่อยๆครับ...”

นาดาลลุกขึ้นตบหน้าเดวิดทันที “ฉันต้องการคำตอบว่าไอ้พวกนักล่ามันพินาศวอดวายตายหมดแล้ว ไม่ใช่คำตอบว่าเรื่อยๆ”

เดวิดรีบขอโทษ นาดาลดักคอว่าเขาชอบมนุษย์ เขาปฏิเสธ แต่ผู้เป็นพ่อไม่เชื่อ

“ฉันต้องการเห็นความสูญเสียของนังตลับ” เดวิดรับคำเสียงอ่อย “เสียงแกผิดไป ไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนอย่างเดิม”

“คงเป็นเพราะผมเหนื่อย”

“อย่าพูดคำนั้นให้ฉันได้ยินอีก ความเหนื่อยของแกยังเทียบไม่ได้แม้แต่เพียงครึ่งเดียวของความเหนื่อยฉัน ฉันต้องเสียพลังชีวิตไปไม่รู้เท่าไหร่เพื่อแก้แค้นให้ฮันนา... ออกไปและตั้งใจแก้แค้นให้แม่ของแก!”

เดวิดรับคำเดินออกมาจากบ้านด้วยความสับสนเสียใจ...แล้วเขาก็มาปรากฏตัวที่หน้าบ้านโมนาอย่างไม่รู้ตัว และต้องแปลกใจที่บ้านดูเงียบสงัดวังเวง จึงมองผ่านหน้าต่างเข้าไป พลันต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นโมนานอนสลบไสลไม่ได้สติท่ามกลางเศษหินจากกำแพงที่แตกกระจายเต็มบ้าน เขารีบเข้าไปดูเธอ เห็นที่แขนบวมเป่งมีเลือดไหล เธอครางอย่างเจ็บปวดทรมาน เขาตัดสินใจช้อนตัวเธอขึ้นร่ายคาถาหายตัวไปจากที่นั่น

เดวิดอุ้มโมนามาปรากฏตัวในกระโจมโรงพยาบาลสำหรับคนไข้หนัก เขามองหน้าเธออย่างห่วงใย เสยผมที่ปรกหน้าขึ้น บอกให้เธอรอเดี๋ยวแล้วดึงผ้าแพรเพลาะห่มให้ก่อนจะเดินออกไป...เดวิดเห็นซูซี่กับเกอร์ทรู้ดอยู่เวร ทั้งสองคุยกันเรื่องหมอโมนา แล้วซูซี่ก็นินทาว่า

“เคยสังเกตไหม คืนไหนเวรหมอโมจะไม่ค่อยมีใครกล้าเจ็บ...กลัวหมอ” สองคนหัวเราะ

เกอร์ทรู้ดแปลกใจที่โมนายังไม่มาเข้าเวร...เดวิดเดินมาเรียกเกอร์ทรู้ดให้ตามไป ซูซี่มองด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร

เดวิดพาเกอร์ทรู้ดให้มาดูแลโมนา เธอตกใจเมื่อเห็นสภาพโมนา เดวิดกำชับไม่ให้บอกใคร และไม่ต้องสงสัยอะไร ฟังคำสั่งตนอย่างเดียว สั่งให้จัดยาให้โมนากินทุกสี่ชั่วโมง แล้วเดวิดกลับออกไปโดยไม่บอกว่าจะไปไหน เกอร์ทรู้ดบ่นอย่างสมเพชโมนาว่า “โดนเข้ามั่งเป็นไงล่ะ”

ooooooo

บรรยากาศป่าช้ายามค่ำคืนช่างน่าสะพรึงกลัว จู๊ฟกับอันโตนิโอนอนแทบจะกอดกันด้วยความกลัวผี ต้องใช้ชีวิตลำบากลำบนเป็นเวลาเจ็ดวัน และต้องเก็บรากไม้ตามคำสั่ง ดร.พีท มีเสียงวิญญาณออกมาทักทายรวมทั้งเสียงหมาหอนให้หวาดกลัว

วิญญาณกลุ่มหนึ่งนั่งทำสมาธิตามมุมสงบเพราะใกล้จะไปเกิดใหม่...จู่ๆมีร่างร่างหนึ่งแว่บลงมาคว้ากระสอบรากไม้ของจู๊ฟกับอันโตนิโอไป ทั้งสองเอะอะโวยวายจะชิงคืนแต่ตามไม่ทัน ร่างนั้นม้วนตัวลงมาอีกมุมของป่า เห็นชัดว่าคือเดวิด เขาเทกระสอบรากไม้เลือกเอาสมุนไพรที่จะใช้รักษาโมนาได้ไป...

ขณะที่โมนาเริ่มรู้สึกตัว เดวิดกลับมาพอดี เขาไล่เกอร์ทรู้ดกลับออกไปและย้ำห้ามเล่าให้ใครฟัง...เกอร์ทรู้ดเดินท่องคำว่า ไม่ต้องเล่าทุกอย่างที่เห็นมาตลอดทางจนถึงเคาน์เตอร์ ซูซี่ถามเกิดอะไรขึ้น เธอย้ำคำเดิมจนซูซี่ถอนใจ แล้วนึกได้ถามใหม่

“เอางี้ ถ้าอยากเห็น ฉันต้องไปที่ไหน”

“กระโจมคนไข้หนัก”

ซูซี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเดินไป...เดวิดปรุงยาจากรากไม้ที่ไปเอามา โรยเข้าที่แผลโมนา เธอดิ้นด้วยความเจ็บปวด เหงื่อแตกพลั่กกัดฟันแน่นพยายามไม่ร้อง

ออกมา เขาลูบผมเธอด้วยความเวทนา สักพักรอยแผลก็จางหาย โมนาหมดสติเพราะความอ่อนเพลีย ทันใดได้ยินเสียงเหมือนฝีเท้าใครเดินมา เดวิดหันขวับไปมอง

ซูซี่ย่องตรงมาที่ประตูกระโจมค่อยๆแหวก สอดส่องสายตาเข้าไป ไม่เห็นใครอยู่ในนั้น จึงเดินเข้าไปสำรวจตามชั้นวางยาก็ไม่มีร่องรอยการใช้ เธอแปลกใจว่าเกอร์ทรู้ดให้มาดูอะไร...เมื่อกลับไปบอก เกอร์ทรู้ดก็พูดคำเดิม อย่าเล่าทุกอย่างที่เห็น ซูซี่มองอย่างจับผิด

เดวิดอุ้มโมนาหายตัวมาที่บ้านของเธอ วางเธอลงบนเตียงแล้วร่ายคาถาทำให้เศษอิฐปูนที่แตกกระจายในบ้านกลับคืนสู่สภาพเดิม เขาก้มมองเธอด้วยแววตาเวทนาครู่หนึ่งจึงเดินออกไป

แสงเงินแสงทองเริ่มจับท้องฟ้า สายหมอกยังคงมีปกคลุมอยู่ทั่วไป เดวิดเปิดประตูเข้ามาในบ้านต้องชะงัก เมื่อเห็นสายตานาดาลที่นั่งมองอย่างเยือกเย็น ถามเสียงกร้าวว่าเขาไปไหนมา เดวิดโกหกว่าไปเดินเล่น นาดาลตวาดกลับ

“แกไปช่วยหมอโมนา! ฉันเห็นจากลูกแก้ว...แกเริ่มโกหก เริ่มมีความลับกับฉัน เริ่มหลีกเลี่ยงหน้าที่...”

“ผมกำลังจะไปโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ครับ ส่วนเรื่องโมนาผมสงสาร...”

นาดาลขัดขึ้นทันที “ไม่ได้ ตอนนี้แกสงสารโมนา ต่อไปแกจะสงสารพวกนักล่า ความสงสารคือศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของเรา...ไหน แกทำอะไรไปบ้างแล้ว บอกมาซิ”

“ก็ชักชวนให้หลานชายคนเล็กเขาหลงผิด ผลาญเงินผลาญทองไปมาก...”

“ไม่ใช่ผลาญไปมาก...ต้องผลาญให้หมด ต้องทำให้ไอ้เจ้านั่นเสียผู้เสียคนจนย่ามันกระอักเลือดตาย เข้าใจไหม” นาดาลต้องการมากกว่านั้น

เดวิดรับคำเบาๆ...จากนั้นเขามาที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ เดินครุ่นคิดจนเกือบชนกับมธุรส เขาจะเลี่ยงไปแต่มธุรสรีบบอกว่าสารกิจตามหาเขาตั้งแต่เช้า เดวิดจึงเดินมาที่ห้องสารกิจ ท่าทางเขาร้อนใจ ต่อว่าโทร.หาไม่รับ เดวิดอ้างว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะ

“ผมต้องการเงินอีกร้อยล้าน” สารกิจโพล่งความอัดอั้นออกมา

“คุณจะเอาไปทำไม เงินมากมายขนาดนั้น”

“คุณก็รู้นี่ คุณเป็นคนแนะนำผมเอง”

“แต่ตอนนี้ผมว่ามันมากเกินไป...เงินทั้งหมดคุณปู่คุณย่าของคุณหามาด้วยความยากลำบาก คุณไม่ควรเอาไปผลาญเล่น” พูดจบเดวิดกลับออกไป สารกิจตกใจงงเป็นไก่ตาแตก

ขณะเดียวกัน นาดาลมองทุกอย่างผ่านลูกแก้วโกรธจัด “ไอ้เดวิด! เจ้าจะต้องทำลายทุกคนในตระกูลอัครเดชฤทธิ์ให้พินาศ ถึงแม้ว่าข้าจะต้องใช้พลังจิตทั้งหมดเพื่อสะกดเจ้าก็ตาม”

ooooooo

มาริสายังเสียใจเรื่องการจากไปของชด ปราการเดินมาเห็นเธอเพิ่งออกมาจากวอร์ดคนไข้ จึงเข้าไปแสดงความเสียใจ แล้วบอกว่าเย็นนี้จะไปงานศพพร้อมพ่อแม่และน้อง หญิงสาวไหว้ขอบคุณ เขารวบมือเธอไว้ เธอค่อยๆดึงมือออก พอดีแมทธิวเดินมาเห็นรีบหลบหลังเสาแอบมอง

“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะคะ อย่าลืมว่าเรากำลังจะหมั้นกัน และพี่จะต้องดูแลหนูมาตลอดไป” ปราการพยายามเอาใจ แต่มาริสาหาทางออกห่าง

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณย่าจัดการทุกอย่างหมดแล้ว เอ้อ...หนูมาขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบรีบเดินหนี ปราการมองตามอย่างไม่พอใจ เข่นเขี้ยวว่าหยิ่งเหลือเกิน

แมทธิวตามมาริสามาที่ห้อง เห็นเธอฟุบหน้ากับโต๊ะร้องไห้ก็อดกระแนะกระแหนไม่ได้

“ร้องไห้ทำไม...หรือว่าตื้นตันใจที่...”

“พี่แมท!” มาริสาขัดแต่แมทธิวไม่ฟัง

“ต่อไปถ้าจะจับมือจับไม้ปลอบใจกันก็ควรจะทำในที่ ลับตาหน่อย ใครผ่านไปมาเห็นมันน่าเกลียด ที่นี่เป็นโรง– พยาบาล   ไม่ใช่...” มาริสาให้หยุด “ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ”

“ใช่ค่ะ หนูมาทนฟังพี่แมทดูถูกหนูมาไม่ได้ พี่แมทพูดเหมือนไม่เคยรู้จักหนูมาเลย หนูมาไม่ใช่คนปล่อยเนื้อปล่อยตัว”

แมทธิวเริ่มรู้สึกตัวเสียงอ่อนลง “พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

มาริสาตัดพ้อว่าเขาพูดให้เข้าใจอย่างนั้น แมทธิวว่าเธอเหลวไหลแล้วเปลี่ยนมาถามว่าคุยอะไรกับปราการ พอเธอเล่าให้ฟังเขาก็ขอโทษ มาริสาเมินหน้าหนี หมอหนุ่มรู้ว่าตัวเองผิดแต่ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรจึงเดินออกไปเงียบๆ หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะด้วยความน้อยใจ

แมทธิวเดินออกมาเจอโรมยืนอยู่ตรงระเบียงก็รู้ว่ามารอตน จึงเข้าไปขอบคุณที่ช่วยณิศรากลับมาอย่างปลอดภัย โรมแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร แมทธิวพูดยิ้มๆ

“เพราะคุณรักหนูณิ”

“เหมือนกับที่คุณรักหนูมา” แมทธิวสะดุ้งแก้ตัวว่าเราเป็นพี่น้องกัน โรมส่ายหน้า “คุณก็รู้ว่าไม่ใช่ คุณเป็นพ่อมด เธอเป็นมนุษย์...รีบทำความเข้าใจกับเธอเสีย” โรมจะเดินไป

“ขอบคุณที่ทำให้ทุกคนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนูณิ” แมทธิวรีบขอบคุณ

“ถ้าจำได้เรื่องก็จะวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น” โรมเดินไป แมทธิวครุ่นคิดถึงคำเตือนของโรม

ooooooo

ปรารถนากำลังลองชุดใหม่อยู่หน้ากระจกสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ทาฮีร่า โรซี่และชิคเก้นโผล่มาทักทาย เธอตื่นเต้นดีใจเพราะอยากจะพบทาฮีร่าอยู่หลายวันแล้ว เคาะกำแพงเรียกก็ไม่มา แม่มดพันปีโวยว่าตนไม่ใช่ผีจะได้ได้ยินที่เรียก

“ก็คุณปรารถเห็นว่าคุณทาเป็นแม่มด เป็น Mother ant”

“เขาเรียกว่า Witch ค่ะ ไม่ใช่ Mother ant” โรซี่แก้ให้แต่ปรารถนาชอบเรียกแบบของตัว

ทาฮีร่าตัดบทถามว่าจะไปงานไหน ปรารถนาบอกว่าจะไปงานหมั้นหลาน แล้วพูดถึงเรื่องที่อยากให้ทาฮีร่าช่วย ทาฮีร่าแทรกว่ามีของกินมาฝาก ว่าแล้วก็หยิบกล่องขนาดใหญ่ออกมาวางแล้วเปิดออก ปรารถนามองแล้วนึกว่าเป็นไข่เจียว ทาฮีร่าบอกว่ามันคือออมเล็ต

“เยอะจัง คงใช้ไข่หลายฟองเลยสิเนี่ย”

“ฟองเดียวเองค่ะ”

“รู้แล้ว ไข่นกกระจอกเทศ”

“นั่นมันแค่อาหารพื้นๆ แต่ออมเล็ตนี่เป็นอาหารชั้นสูงคลาสสิก ฉันชอบอะไรที่มันคลาสสิก”

“เพราะตัวนางคลาสสิก หรือเรียกแบบบ้านๆว่าแก่” ชิคเก้นแซว ทาฮีร่าถลึงตาใส่

ปรารถนาแทรกถามถึงไข่ออมเล็ตเป็นไข่อะไร พอทาฮีร่าบอกว่าไข่ไดโนซอร์ก็ตาโพลง โรซี่แย็บว่าชิมดูจะรู้สึกขมนิดหน่อย แต่พ่อตนกินทีไรอ้วกทุกที ทาฮีร่าทำหน้าดูถูก

“ก็คนอย่างนายชาเย็นมันจะรู้อะไร คอไม่ถึง  ของดีๆกินไม่เป็น ไร้รสนิยม ลองชิมดูสิ”

“คุณปรารถขออนุญาตคอไม่ถึง ไร้รสนิยมอีกคนนึงค่ะ”


ทาฮีร่าทำหน้าเบื่อหน่ายที่ไม่รู้จักของดี...หยดย้อยเดินเข้ามาเห็นกลุ่มทาฮีร่าก็ตื่นเต้นบอกนายตนเคาะกำแพงเรียกทุกวัน โรซี่รีบบอกว่าบ้านคุณยายอยู่ไกลจึงไม่ได้ยิน พลันหยดย้อยเห็นออมเล็ตก็บอกว่าน่ากินแล้วขอชิม เมื่อชิมแล้วก็รู้สึกอร่อย ปรารถนาจึงยกให้ทั้งหมด หยดย้อยดีใจถือกล่องออกไปกลัวเธอเปลี่ยนใจเอาคืน ทาฮีร่ายิ้มย่องที่หยดย้อยมีรสนิยมดี

พอเห็นหยดย้อยออกไป ปรารถนาก็ถามถึงธุระที่ทาฮีร่ามี ทาฮีร่าถามอย่างไม่อ้อมค้อม

“หมอแมทธิวเป็นลูกแท้ๆของลูกชายยายตลับหรือเปล่า”

“ลูกแท้ๆเลยค่ะ คุณปรารถรับรองได้ เพราะเคยไปเยี่ยมตอนเพิ่งคลอดที่โรงพยาบาล”

ทาฮีร่าคิดว่ามันต้องมีอะไรซับซ้อนยิ่งกว่านั้น แต่ปรารถนายืนกรานว่าไม่มีอะไรอ้อมค้อม แต่พอทาฮีร่าพูดว่าแมทธิวเป็นพ่อมดได้อย่างไร ปรารถนาตกใจอยากรู้รายละเอียดมากขึ้น สัญญาจะเก็บเป็นความลับ ทาฮีร่าไม่กลัวปรารถนาบอกใครเพราะคงไม่มีใครเชื่อเธอ แต่ขอให้ช่วยนัดพบตลับเพื่อที่จะสอบถามเอง ปรารถนารับคำแล้วพูดเรื่องที่จะขอให้ทาฮีร่าช่วยเช่นกัน

“คุณปรารถกำลังจะถูกแย่งชิงมรดก คุณทาต้องช่วยคุณปรารถนะคะ”

“คุณปรารถขอร้องถูกคนแล้ว ฉันคือแม่มดคลาสสิก คุณปรารถไม่ต้องกลัว ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย” สีหน้าทาฮีร่ามั่นอกมั่นใจอย่างยิ่ง

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน โรซี่กับชิคเก้นต่างถามทาฮีร่าว่าแน่ใจหรือจะช่วยปรารถนาได้ จะไม่เฟลทั้งสองฝ่าย ทาฮีร่าน้อยใจที่โดนติติงจึงท้า จะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าตนยังล้ำเลิศอยู่แค่ไหน

ทาฮีร่าเข้าห้องจะเปิดหีบกรุสมบัติ แต่ร่ายคาถาเท่าไหร่ก็เปิดไม่ได้ จนโรซี่ทักว่าทำไมไม่ใช้กุญแจเปิด จึงนึกได้มองไปเห็นลูกกุญแจแขวนอยู่ก็ยิ้มแหยๆหาว่าหลานไม่รู้จักบอก ชิคเก้นเหน็บว่าจะเอาแต่โชว์พาว

ทาฮีร่าเคืองว่าชิคเก้นปากเสีย...พอไขกุญแจเปิดหีบ ทั้งชิคเก้นและโรซี่ต้องตะลึงกับแสงระยิบระยับที่ส่องประกายออกมา ทาฮีร่าหยิบแหวนเพชรน้ำงามเจิดจรัสออกมาบอกว่าจะให้ปรารถนาจัดประมูลเพื่อเป็นสะพานทอดไปถึงตลับ ชิคเก้นทึ่งที่กล้าลงทุน

“ฉันจะเป็นผู้เปิดเผยความลับทั้งหมด และกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำคืน!” ทาฮีร่ายืดอก...

วันต่อมาปรารถนาทำท่าลึกลับ เรียกหยดย้อยมาบอกให้เรียกแท็กซี่เพื่อไปบ้านตลับด้วยกัน เราต้องไปแบบเงียบๆ  ถึงเอารถที่บ้านไปไม่ได้ หยดย้อยทำตามอย่างงงๆ

พอถึงบ้านตลับ ปรารถนาบอกเรื่องทาฮีร่าต้องการมอบเพชรมาให้ประมูล ตลับแปลกใจไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เข้าใจว่าคงเป็นพวกเศรษฐีใหม่

“อุ๊ย! ไม่ใหม่ค่ะ เห็นแกบอกว่าอายุประมาณพันปีแล้ว” ตลับสะดุ้ง หยดย้อยขำกลิ้ง

“คุณปรารถคงนับตั้งแต่ตระกูลคุณทาฮีร่าเริ่มถือกำเนิดขึ้นมาน่ะค่ะ”

ปรารถนาติงหยดย้อยก็รู้ว่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น ตลับชักไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ปรารถนาพูดจะเป็นเรื่องจริง ปรารถนาจึงขอนัดตลับให้ทาฮีร่ามาพบพร้อมเพชรเจิดจรัสที่พูดถึง ตลับบอกพรุ่งนี้ต้องเตรียมไปงานศพชด ปรารถนาจะนัดให้ตอนตีห้า หยดย้อยสะกิดเตือนว่าเช้าไป

“เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้พี่จะไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเก้าโมงเช้า ถ้าเพื่อนของคุณปรารถต้องการจะพบพี่ก็ให้ไปพบที่นั่นได้”

“โอเคค่ะ คุณปรารถจะให้คุณทาฮีร่าไปพบคุณพี่ที่โรงพยาบาล...งั้นคุณปรารถต้องขอตัว แล้วก็ขอหัวด้วยกลับก่อนนะคะ” หยดย้อยติงว่าไม่ใช่กระสือ “ก็คุณปรารถเคยได้ยินเขาชอบพูดกันว่าขอตัวกลับ แล้วหัวล่ะจะทิ้งไว้เหรอ...มันต้องเอากลับไปด้วยกันถึงจะถูก จริงไหมคะคุณพี่”

ตลับยิ้มแห้งๆ “คงอย่างนั้นมั้งคะ”

“ต้องใช่อย่างนั้นแหละค่ะ คุณปรารถลาอีกครั้งค่ะ”

ตลับรับไหว้แล้วเดินมาส่งหน้าตึก แต่แล้วต้องแปลกใจที่ไม่เห็นรถของปรารถนา เธอบอกว่ามาแท็กซี่ ตลับจะให้คนรถไปส่ง ปรารถนาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามาที่นี่ ตลับจึงให้คนรถไปเรียกแท็กซี่ให้แทน แต่ก็ย้ำว่าขอตนพบกับทาฮีร่าก่อนว่าไม่ใช่พวกต้มตุ๋น ปรารถนาค้าน

“คุณทาฮีร่าไม่ใช่คนค่ะ แกเป็นแม่มด”

หยดย้อยรีบกระซิบตลับว่าให้เออออไปกับปรารถนา ตลับพยักหน้าชักไม่มั่นใจเท่าไหร่

ooooooo

โรซี่กำลังฝึกการใช้เวทมนตร์อยู่หน้าบ้าน

ชิคเก้นคอยเตือนให้ระวังด้วยความหวาดเสียว แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อโรซี่พุ่งแสงออกจากฝ่ามือเกิดพลาดโดนบ้านพังทั้งหลัง ชิคเก้นตกใจสุดขีด ทันใดนั้นเองก็มีเสียงไอแค่กๆดังขึ้นพร้อมกับร่างทาฮีร่าโผล่ขึ้นมาจากซากไม้

โรซี่รีบเข้าไปประคองทาฮีร่าพร้อมขอโทษว่าตนไม่ได้เจตนาแค่พลั้งเผลอ พอจูงยายมานั่งก็จะเสกบ้านให้กลับดังเดิม ชิคเก้นและทาฮีร่าห้ามพร้อมกัน แล้วทาฮี่ร่าก็บอกว่าจะจัดการเอง

“อย่า! อย่า! ทั้งสองคนเลย ได้โปรดอยู่เฉยๆ” ชิคเก้นปราม ทาฮีร่าโวยจะเสกเองหรือ ชิคเก้นรีบบอกว่าเปล่า แค่จะแนะนำให้รอโรม โรซี่ขอไปตามโรมให้

“ยังไม่ต้องตามโรม ให้เขาเลิกงานแล้วมาเอง ตอนนี้ยายอยากพบจู๊ฟ ซูซี่และเกอร์ทรู้ด”

โรซี่จึงต้องมาตามซูซี่กับเกอร์ทรู้ดที่โรงพยาบาล แต่สำหรับจู๊ฟ  ชิคเก้นต้องไปตามในป่าช้า...ทั้งสามจะมาหลังเลิกงาน ทาฮีร่าให้รอโรมกลับมาเช่นกัน โรซี่นึกได้ว่าไม่เห็นโรมอยู่ที่โรงพยาบาล ชิคเก้นสงสัยว่าคงอยู่กับณิศรา ทาฮีร่าไม่เชื่อ

“ไม่มีทาง! โรมไม่มีวันขัดใจฉัน”

“แต่คุณยายก็ไม่มีวันขัดขวางพรหมลิขิตได้” ชิคเก้นท้วง

ทาฮีร่าเชิดใส่ พอดีซูซี่ เกอร์ทรู้ดและจู๊ฟเดินมา เห็นบ้านทาฮีร่าพังก็ตกใจจะไปเอาเรื่องคนทำให้ แต่พอโรซี่ยกมือยอมรับว่าตนทำ ทั้งสามเหวอ...ทาฮีร่าชวนทั้งสามไปหาที่ประชุมกัน

เวลาผ่านไป ทาฮีร่าพูดธุระจบแล้วถามทั้งสามว่ามีใครสงสัยอะไรบ้าง จู๊ฟยกมือคนแรกว่าถ้า ดร.พีทถามว่าพวกเราไปไหนจะบอกอย่างไร ทาฮีร่าบอกไม่ต้องห่วงจะจัดการให้เอง เมื่อทุกคนหมดปัญหา โรซี่ขอไปช่วยอีกคน ทาฮีร่าห้ามรวมถึงชิคเก้นด้วย

ค่ำวันนั้น ทาฮีร่า โรซี่และชิคเก้นเดินอยู่หน้าบ้านรอโรม ชิคเก้นโพล่งขึ้นว่าโรมคงอยู่กับณิศรา ทาฮีร่าไม่พอใจจะไปตามที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ ณิศราเดินเข้ามาในชุดดำต้องชะงักเมื่อเห็นโรมยืนรอ เขารีบบอกว่ามาดูว่าเธอปลอดภัยดี เธอสวน

“ฉันจะปลอดภัยถ้าคุณไม่เข้ามาวุ่นวายด้วย”

“หมายความว่ายังไง”

“คุณก็รู้แม่มดตนนั้นหึงหวงคุณ ที่เธอจับฉันไปขังทำร้ายต่างๆนานาก็เพราะเธอรักคุณ”

“แต่ผมไม่ได้รักโมนา”

“คุณกับเธอเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เธอเหมาะสมกับคุณ...”

โรมจับต้นแขนณิศราให้หันมาฟัง “ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับเผ่าพันธุ์หรือความเหมาะสม! เคยมีพ่อมดแม่มดหลายตนที่ตัดสินใจร่วมชีวิตกับมนุษย์ที่เขารัก และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น”

“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นนักล่า และเป็นนักล่าที่มีพลัง เราอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก”

ทันใดมีเสียงเคาะประตูเบาๆ โรมปล่อยมือที่จับณิศรา กุลนภาเปิดประตูเข้ามาเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันก็ระแวง แขวะว่าที่ยังไม่กลับบ้านเพราะนัดกับโรม ณิศราสวนไม่ได้นัดใคร โรมรีบบอกว่าตนดักรอเธอเอง กุลนภาหาว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษจึงปกป้องเกียรติของณิศรา...

ณิศราตัดบทถามพี่สาวมีธุระอะไร เธอยิ้มปัดว่าไม่สำคัญแล้ว และหันมาคุยกับโรมแทน

“หมอทราบหรือยังคะว่าพี่ปราการจะหมั้นกับหนูมา” โรมส่ายหน้า “แต่กำหนดวันอาจจะต้องเลื่อนออกไป เพราะยายชดตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นจากแม่มด”

โรมตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น กุลนภาตำหนิณิศราที่ไม่ได้เล่าให้โรมฟัง พยาบาลสาวหมั่นไส้ขอตัวทำงานต่อให้พี่สาวพากันไปเล่าที่อื่น กุลนภาจึงคล้องแขนโรมพาออกไป...

ทาฮีร่าแต่งชุดพยาบาลกวักมือเรียกมธุรสให้เดินมาหาเพื่อถามหาโรมหลานชาย มธุรสไม่เคยเห็นหน้าพยาบาลคนนี้กำลังจะท้วง ก็พอดีกุลนภาเดินคล้องแขนโรมมา ทาฮีร่ามองอย่างไม่พอใจ โรมเห็นยายก็เรียกคุณยาย กุลนภาได้ยินเช่นนั้นรีบไหว้อ่อนช้อยและทัก

“อุ๊ย นี่คุณยายของหมอโรมเหรอคะ ต๊าย...ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย สวัสดีค่ะคุณยาย” พูดและไหว้เสร็จก็คล้องแขนโรมต่อ ทาฮีร่าถามกรุ่นๆ

“แล้วเธอคิดว่าเป็นอะไรล่ะจ๊ะ”

“เป็นคุณแม่ค่ะ” กุลนภาจีบปากจีบคอเยินยอ

ทาฮีร่าวนนิ้วร่ายคาถาทำให้กุลนภาเห็นแขนตัวเองเป็นงูพันแขนโรม เธอตกใจร้องลั่น โรมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพยายามปลอบไม่มีอะไรและห้ามยายไม่ให้ทำอีก กุลนภายืนยันว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด โรมขอตัวพายายกลับบ้าน กุลนภาเพิ่งเห็นว่าทาฮีร่าใส่ชุดพยาบาล จึงถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหนและจะชวนมาทำงานที่นี่ แม่มดพันปีตอบทันทีว่าอยู่โรงพยาบาลเวทมนตร์ โรมลอบถอนใจแต่กุลนภากลับหัวเราะเห็นเป็นเรื่องตลก

กุลนภาเดินตามจะส่งโรม เขาต้องทำเป็นขอร้องไม่อยากให้ออกไปนอกโรงพยาบาลเกรงจะเกิดอันตราย หญิงสาวปลื้มปริ่มเข้าใจว่าเขารักจึงเป็นห่วง รีบกลับมาพูดให้ณิศราฟัง ณิศราหงุดหงิดใจไม่อยากรับฟัง ขอตัวไปทำงาน กุลนภายิ้มปลื้มบอกตนจะไปนอนฝันเช่นกัน

โรมพาทาฮีร่าขึ้นมาบนดาดฟ้าเรียกพรมมี่มารับ พรมมี่เห็นทาฮีร่าก็ต่อปากต่อคำกันใหญ่ว่าใครเกิด

ก่อนใครโรมต้องปรามทั้งสองฝ่ายถึงขั้นขู่พรมมี่ ถ้าไม่หยุดจะเลิกใช้บริการ พรมมี่รักโรมจึงยอมหยุด แต่ก็อดแกล้งทาฮีร่าไม่ได้ เมื่อถึงจุดหมายแกล้งกระตุกจนเธอหน้าคะมำ โรมรับยายไว้ได้ทันท่วงที ทาฮีร่าจะเอาเรื่องพรมมี่ แต่โรมเห็นบ้านที่พังก็ลืมศึกของยายกับพรมมี่ ถามใครพังบ้านของเรา ทาฮีร่าหันมาชี้ไปที่โรซี่ โรมร่ายคาถาให้บ้านกลับสู่สภาพเดิม โรซี่โล่งอก

ooooooo

โมนารู้สึกตัวเรียกหาน้ำดื่ม เดวิดประคองป้อนน้ำให้จิบ เมื่อโมนาจิบน้ำแล้วค่อยๆลืมตาขึ้นเห็นเดวิดก็ตกใจ ขืนตัวเองออกห่างแต่ปวดหัว เดวิดบอกให้เธอพักผ่อนเพราะเสียพลังไปมาก

“จริงสิ มันอยู่ที่ไหน” โมนานึกได้ถามหาณิศรา “นังหนูณิมันอยู่ที่ไหน”

“เธอจับหนูณิมาขังไว้จริงๆ”

“มันเป็นศัตรูหัวใจของฉัน มันแย่งโรมไป!”

“ไม่มีใครแย่งใครได้หรอก”

“ทำไมจะไม่มี ก็นังหนูณิ...”

“หนูณิไม่ได้แย่ง โรมเขารักหนูณิเองต่างหาก” โมนากรีดร้องไม่จริง เดวิดสวนเสียงเข้ม “จริง! ต่อให้เธอร้องจนคอแตกตาย โรมเขาก็ไม่มีวันรักเธอ” เดวิดพูดจบเดินออกจากบ้านไป

โมนาร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเจ็บช้ำน้ำใจสุดๆ... เดวิดเดินบ่นถึงความโง่ของโมนา

“โง่ โง่ที่สุด ทำท่าว่าตัวเองฉลาด แต่กลับโง่ที่สุด!”

พอกลับเข้าบ้าน นาดาลเรียกให้เข้าไปหา เดวิดถามอาการ นาดาลไม่สนใจกลับสั่ง

“จงฟังข้า เดวิด...เจ้าจงกลับไปทำลายครอบครัวของเจ้าเองให้พินาศ!”

เดวิดทำท่าจะขัดขืน แต่กลับโดนนาดาลสะกดจนนิ่งแล้วรับคำเดินออกไป...เดวิดโทร.นัดสารกิจ

ออกมาเจอกันที่ที่พบกันครั้งแรก สารกิจขับรถมาทันที บรรยากาศค่ำนั้นดูวังเวง ไฟรถส่องไปเห็นร่างเดวิด

ยืนตระหง่าน สารกิจเทียบรถรับถามจะไปไหนก่อนดี เดวิดให้ตัดสินใจเลยว่าอยากไปไหน คืนนี้เราจะสนุกกันทั้งคืน สารกิจหวั่นใจว่าเงินจะมีไม่พอ

“คิดบวกหน่อยสิ คุณอาจจะรวยก็ได้” เดวิดยุ

“แล้วถ้าผมเสีย”

“ก็โอนเงินคืนให้เขาพรุ่งนี้ ทุกคนเขาอยากเป็นเจ้าหนี้คนเครดิตดีอย่างคุณกันทั้งนั้น” เดวิดมอง เครื่องประดับที่ตัวสารกิจ “แล้วพวกแหวน สร้อย นาฬิกาของคุณก็เปลี่ยนเป็นเงินได้หลายล้านเชียวล่ะ”

“แหวนวงนี้คุณย่าให้ เป็นแหวนของคุณปู่ ส่วน นาฬิกาคุณพ่อให้เมื่อวันเกิดปีที่แล้ว คุณแม่ให้สร้อยกับพระ”

เดวิดยุทันทีว่าของที่ให้แล้วก็เป็นสมบัติเขาที่จะทำอย่างไรกับมันก็ได้ไม่ต้องเสียดายของนอกกาย อีกอย่างเขารู้ได้อย่างไรว่าคืนนี้จะเสีย คนลักษณะอย่างเขาไม่มีวันจน สารกิจยิ้มปลื้มชื่นชมหมอเดชาเป็นหมอหรือหมอดูกันแน่ เดวิดยิ้มย่องว่าตนเป็นยิ่งกว่าหมอดู...ขณะเดียวกัน นาดาลจ้องมองผ่านลูกแก้ว เข่นเขี้ยวต้องเร่งให้เดวิดล้างผลาญตระกูลก่อนที่

ตนจะหมดพลังชีวิต

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 12 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 9 พ.ย. 2561 08:56 2018-11-12T01:31:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ