ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

เมื่อนาดาลไม่ยอมไปโรงพยาบาล ซูซี่ เกอร์ทรู้ด และจู๊ฟจึงกลับ พอถึงโรงพยาบาล จู๊ฟขอแยกตัวไปเอาของที่ห้องพัก แต่กลับหลบมาที่สวนหลังโรงพยาบาล เห็นมาริสายืนอยู่ก็แปลกใจ

“รู้ใช่ไหมว่าฉันนี่แหละหมอโมนา ฉันจำเป็นต้องอาศัยร่างนี้เพราะมันพาเข้าออกบ้านอัครเดชฤทธิ์ได้” จู๊ฟรับทราบ โมนาถามเรื่องนาดาล

“คุณลุงใช้พลังช่วยใครก็ไม่รู้จนหมด เกอร์ทรู้ดกับพี่ซูซี่...”

“อะไรนะ!  นี่เจ้าพาสองคนนั่นไปด้วยเรอะ” โมนาโกรธมากถึงขั้นบีบคอทำร้ายจู๊ฟ แล้วสะบัดผ้าคลุมหายวับไป จู๊ฟทรุดลงหายใจหอบ รู้แล้วว่าทำไมเกอร์ทรู้ดถึงหอบผ้าหนีออกมา...

โมนามาหานาดาลในร่างมาริสา ทำภาพซ้อนให้เขารู้ว่าตนคือโมนา ที่มาเพราะเป็นห่วงเอายาสมุนไพรมาให้ นาดาลไม่สนใจเรื่องตัวเอง เขาต้องการให้โมนาไปช่วยแมทธิวออกมา เธอพยายามถามว่าแมทธิวเกี่ยวข้องอะไรกับเขา นาดาลนิ่ง โมนาจึงยื่นข้อเสนอ

“คุณลุงต้องบอกโมนาว่าแมทธิวเป็นใคร โมนาแน่ใจว่าคุณลุงต้องรู้”...

เมื่อยื่นข้อเสนอแล้ว โมนาในร่างมาริสาปรากฏตัวที่หน้าห้องแล็บ เสกจิ้งจกตัวเมียไปล่ออันโตนิโอให้ตามออกไป แล้วเธอก็เข้าไปช่วยแมทธิวด้วยการทำให้ต้นไม้รากไม้หลับ...แมทธิวเห็นมาริสาก็ตกใจมาเมืองเวทมนตร์ได้อย่างไร แต่แล้วก็นึกได้ว่าต้องไม่ใช่เธอ

“เฮ้อ...พูดเองเออเองเสร็จ”

“นังแม่มด! ออกมาจากร่างหนูมาเดี๋ยวนี้!”

“ก็ถ้าออกแล้วใครจะช่วยคุณล่ะ พ่อมดแมทธิว”

“ไม่ต้องมาช่วยผม!”

“ก็ไม่ได้อยากช่วยนักหรอก แต่ฉันอยากจะรู้ว่าคุณเป็นใคร! ไปได้แล้ว” มาริสาจับแขนแมทธิววนมือกลายเป็นควันหายไป

อันโตนิโอตามจิ้งจกสาวสักพักก็นึกได้ว่าอาจถูกหลอก จึงรีบกลับไปที่หน้าห้องแล็บ เห็นจู๊ฟนั่งเล่นหมากรุกคนเดียวอยู่ก็โล่งใจ อ้างกับจู๊ฟว่าออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วลองไปเปิดประตูห้องดูแมทธิว พลันต้องตกใจร้องลั่นที่แมทธิวหายไป

ควันดำพวยพุ่งขึ้นกลางห้องนอนแมทธิว ชิคเก้นตกใจกระโดดเข้าใต้เตียง ปรากฏร่างแมทธิวในชุดพ่อมดกับมาริสา...แมทธิวมองรอบห้องแล้วโล่งใจ ขอบใจมาริสาที่ช่วย มาริสาให้พูดจาดีๆ เขาบอกไม่รู้ว่าเธอมีอะไรแอบแฝง

“มีคน เอ๊ย! พ่อมดตนหนึ่งขอให้ฉันมาช่วยคุณ” แมทธิวถามทำไม มาริสาบอก “ไม่รู้ เขาชื่อพ่อมดนาดาล เคยได้ยินชื่อรึเปล่า”...ชิคเก้นสะดุ้งเมื่อได้ยิน แมทธิวปฏิเสธเสียงกร้าว

“ไม่ ผมไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยิน แล้วก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อมดแม่มดหน้าไหนทั้งนั้น”

“ผิดแล้ว ฉันนี่ไงแม่มดแล้วก็ยังมีอีก” แมทธิวถามว่าใคร “คุณไง! คุณคือพ่อมด ก็รู้แก่ใจ”

“ผมไม่ใช่!”

“คุณเป็นพ่อมด คุณต้องกำจัดศัตรูของพวกเราสิ ทุกคนในบ้านนี้เป็นนักล่า เป็นศัตรูของพวกเรา” มาริสาเดินเข้าหา แมทธิวยกมือกันแบบไม่รู้ตัว แสงจากมือปะทะมาริสากระเด็นไปกระแทกกำแพง ชิคเก้นตกตะลึง

มาริสาลุกขึ้นหัวเราะชอบใจ เพราะนั่นคือท่าบังคับของพ่อมดแม่มด บอกให้เขายอมรับเสียที ไม่เชื่อให้ถามชิคเก้น แล้วเธอก็หายตัวไป ชิคเก้นสะดุ้งอีกครั้ง...แมทธิว

งงว่าพูดถึงใคร แล้วเขาก็เดินมาส่องกระจก เห็นตัวเอง 

อยู่ในชุดพ่อมดก็สะบัดเสื้อผ้าอย่างหงุดหงิด ชุดกลายเป็นชุดปกติ ชิคเก้นเห็นแล้วอึ้งหาจังหวะกระโดดหนีออกทางหน้าต่าง แมทธิวหันขวับมองไล่หลัง

ooooooo

ค่ำนั้นเดวิดจะกลับเข้าบ้านตลับ แต่ติดที่น้ำศักดิ์สิทธิ์เทไว้รอบบ้านทำให้เข้าไม่ได้ มาริสาโผล่มาเยาะหยัน แล้วโมนาก็ออกจากร่างมาริสา ปล่อยร่างนั้นนอนสลบกับพื้น เดวิดตำหนิที่เธอเข้าสิงร่างมาริสาบ่อยๆจะทำให้เธอเป็นบ้าได้ โมนายักไหล่ตอกกลับ

“อ้อ รู้เหมือนกันนี่ ทำไมถึงได้เกิดห่วงมันขึ้นมา”

“ฉันไม่ได้ห่วง ฉันเกลียดพวกมนุษย์”

“แต่นัยน์ตาเธอเมื่อกี้บอกว่าเป็นห่วง...ฉันไปล่ะ เธอก็ควรไปเหมือนกันเพราะแมทธิวกลับมาแล้ว...พ่อของเธอเป็นคนขอร้องให้ฉันไปช่วยแมทธิว” พูดจบโมนาขี่ไม้กวาดไป

เดวิดยังตกใจแต่ก็เป็นห่วงมาริสาที่นอนสลบไสลน่าสงสาร จึงอุ้มเธอไปนอนที่ม้ายาวหน้าตึกเล็ก ยืนมองสักครู่ก่อนจะขี่ไม้กวาดออกไป สักพักมาริสาฟื้นพยายามทบทวนเหตุการณ์ก่อนจะเคาะประตูขอจันนอนที่ตึกเล็กด้วยคน โดยอ้างว่าตัวเองละเมอเดินออกมา

ในขณะที่เดวิดกลับมาหานาดาล เห็นพ่อนอนนิ่งก็เข้าไปคุกเข่าข้างๆ นาดาลค่อยๆลืมตา  เขาโล่งใจ ถามถึงที่โมนาบอกว่าพ่อให้เธอไปช่วยแมทธิว นาดาลตอบน้ำเสียงเยาะหยัน

“ใช่ แล้วเขาก็ทำสำเร็จ ไม่โง่เง่าล้มเหลวแบบแก!”

“ทำไมพ่อต้องพยายามช่วยแมทธิว มันเป็นใคร!”

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่เกี่ยวกับแก”

เดวิดท้วงว่าตนเป็นลูก นาดาลยิ้มเหยียดไล่เขาออกไปอ้างจะนอน เดวิดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเดินเซ็งออกมาหน้าบ้าน เจอโมนาเหมือนรออยู่ เขายิ่งหงุดหงิดบอกให้เธอเลิกยุ่งกับตนเสียที

“คือฉันมาคิดๆดูแล้วฉันก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมลุงนาดาลถึงเกลียดเธอซึ่งเป็นลูกแท้ๆ แต่กลับเป็นห่วงไอ้แมทธิวซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย” โมนาตอกย้ำให้เจ็บปวดยิ่งขึ้น

“บอกว่าอย่ามายุ่ง!”

“ฉันก็เลยมาคิดเล่นๆเอาเองว่า บางทีแมทธิวอาจจะเป็นลูกของคุณลุง ส่วนเธอไม่ใช่! แต่ที่ยังคิดไม่ออกคือ ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมแมทธิวถึงได้ไปอยู่กับนักล่า และเธอเป็นลูกใคร”

เดวิดกัดฟันกรอดบอกให้โมนาหยุดพูด แต่เธอยังย้ำว่าเขาอาจเป็นเด็กกำพร้าที่นาดาลเก็บมาเลี้ยง เดวิดโกรธจัดนัยน์ตาแดงเสียงกร้าวว่าตนเป็นลูกพ่อ แล้วปล่อยแสงใส่ โมนาระวังตัวอยู่หลบทันตอบโต้ เดวิดได้รับบาดเจ็บที่แขน เขาชะงักที่เห็นเลือดสีแดงฉานไหลออกมาจากแผล ทั้งที่พ่อมดแม่มดจะมีเลือดสีเขียว จึงรีบหายตัวหนีไป ปล่อยให้โมนาหัวเราะเยาะสะใจ

เดวิดเข้าบ้านนั่งครุ่นคิดถึงตอนเด็กที่นาดาลสั่งนักสั่งหนา อย่าให้เป็นแผลเลือดไหลเด็ดขาดเพราะนั่นเท่ากับเป็นการสาปแช่งพ่อ...เดวิดเคร่งเครียดว่านี่มันอะไรกันแน่

ooooooo

รุ่งเช้าทาฮีร่าซักถามชิคเก้นว่าเจออะไรบ้างตอนไปอยู่บ้านนักล่า ชิคเก้นเล่าว่าเจอเดวิดและโมนา...

โรซี่อยากลองเข้าไปบ้านนั้นบ้างเพื่อช่วยสืบความลับ ทาฮีร่าสั่งให้ลบความคิดนั้นออกไปเสีย ชิคเก้นท้วงว่า โรซี่น่าจะเข้าบ้านนั้นได้สบายเพราะมีเลือดเป็นมนุษย์

“แต่บ้านนั้นไม่มีความลับหรอกโรซี่ เพราะเรารู้แล้วว่าเขาเป็นพวกนักล่า มีแต่พวกเขาที่ไม่รู้ความลับว่ามีพวกเราเข้าไปในบ้านเขา”

“โรซี่มีส่วนถูก พวกนักล่าต้องมีความลับ ความลับที่ทำให้พวกเขาสู้กับเราได้ แถมยังจับพวกเราเผาได้ด้วย” ทาฮีร่าสวน โรซี่จึงขอไป ทั้งทาฮีร่าและชิคเก้นฉุดรั้งไว้ ทาฮีร่าขอให้โรซี่อยู่เฉยๆจะมีประโยชน์กว่า ตนจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษา ดร.พีท ให้โรซี่กลับไปอยู่ในตะเกียง

พอมาพบ ดร.พีท ทาฮีร่าก็ลืมว่าจะปรึกษาอะไร จึงโบ้ยให้ชิคเก้นพูด ดร.พีทเซ็งเพราะงานก็ยุ่ง จึงจ่ายยาแก้ขี้ลืมให้ทาฮีร่าไปกิน คือฟอร์เกตมีนอตบดกับสมองไอน์สไตน์ ทาฮีร่าตาโตที่จะได้กินสมองอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ดร.พีทส่ายหน้าจดชื่อยาใส่กระดาษส่งให้

“แมลงชื่อไอน์สไตน์ เราเพิ่งเพาะพันธุ์ได้ใหม่ ไปเบิกยาที่พยาบาลเกอร์ทรู้ดได้เลย”

เมื่อทาฮีร่ามาส่งใบสั่งยาให้เกอร์ทรู้ด เธอจัดยาให้พร้อมรายงาน “คุณยายต้องผสมกับน้ำค้างแล้วถึงดื่มนะคะ เวลาดื่มให้กลั้นหายใจด้วย”

“แล้วมันจะได้ผลแน่เรอะ”

“ยังไม่ทราบค่ะ คุณยายเป็นคนแรกที่จะรับประทาน ดร.พีทเพิ่งคิดสูตรนี้ได้เมื่อวานเอง”

ทาฮีร่าตกตะลึง ชิคเก้นปลอบยังดีกว่าคิดได้เมื่อกี้

...โมนาเดินหน้าเครียดเข้ามาเพราะเกรงเกอร์ทรู้ดจะฟ้องอะไร ทำทีทักทายทาฮีร่าแต่สายตามองเกอร์ทรู้ดแบบจะเอาเรื่อง ชิคเก้นขอน้ำค้างจากเกอร์ทรู้ด โมนารีบตัดบทบอกน้ำค้างที่นี่เก็บมานานไม่บริสุทธิ์จริง ให้เอาของตนซึ่งเก็บตอนเช้า ทาฮีร่าปลาบปลื้มกับว่าที่หลานสะใภ้ที่เอื้อเฟื้อ เกอร์ทรู้ดหลบตาด้วยความกลัว

โมนาพาทาฮีร่ากับชิคเก้นมาที่บ้านเพื่อเอาน้ำค้างให้ แล้วทาฮีร่าก็นั่งชื่นชมความเหมาะสมของโมนากับโรม ชิคเก้นท้วงว่า ภายนอกดูเหมาะสมแต่ภายในอาจไม่คู่ควร

โมนาเดินเข้ามาในห้องเข่นเขี้ยว “เรื่องอะไรจะให้น้ำค้าง! เอาน้ำฝนไปละกัน ใช้น้ำค้างความจำจะกลับมาค้างอยู่ในหัว แต่หากใช้น้ำฝน น้ำฝนจะชะล้างไปหมด”

โมนาเอาน้ำฝนเทใส่ขวดแก้วผลึกสวยงาม แล้วนำออกมาให้ทาฮีร่า สาธยายว่าเป็นน้ำค้างบนกลีบกุหลาบเพิ่งเก็บเมื่อเช้าฟังดูเลอค่า ชิคเก้นถอนใจอยากจะถามแต่โมนาชิงพูดก่อน

“ชิคเก้นจ๋า...บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องพูดทุกสิ่งที่เรารู้ออกมาทั้งหมดหรอก จริงไหม”

ชิคเก้นจะตอบ ทาฮีร่าตัดบทเสียก่อนว่าชิคเก้นชอบพูดพล่าม ให้โมนาช่วยอบรมให้สงบปากบ้าง โมนายิ้มเหยียดยินดีอย่างยิ่ง ชิคเก้นขยาดขอกลับไปกับทาฮีร่า แต่โมนารีบบอกว่าอบรมไม่นานก็เห็นผล...ทาฮีร่ายิ้มปลื้มกลับไปตนเดียว โมนาหันมาเล่นงานชิคเก้นทันที

“แกเล่าเรื่องของฉันให้ทาฮีร่าฟังใช่ไหม! ไอ้แมวปากสว่าง” โมนาบีบคอชิคเก้น

“เล่า...เล่าแต่ไม่หมด แล้วคุณยายก็ลืม...ลืม”

โมนาเสียงกร้าวสั่งห้ามเล่า และกำชับให้ชิคเก้นเล่าทุกเรื่องที่รู้มาแก่ตนแทน ไม่อย่างงั้นโดนฆ่า พูดจบก็เหวี่ยงชิคเก้นกระแทกพื้น ชิคเก้นทั้งไอทั้งเจ็บ โมนาหายตัววับไป ชิคเก้นพึมพำ

“อูย...นี่เหรอคุณหลานสะใภ้ผู้แสนดีของคุณยายทาฮีร่า มีหวังซวยยกบ้าน”

จากนั้นโมนารีบมาประชุมที่ห้องแล็บ ดร.พีทเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อบอกเรื่องพ่อมดที่จับได้หนีไปตนจะสั่งลงโทษผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง คือจู๊ฟและอันโตนิโอ โดยให้ไปหารากไม้ในป่าเจ็ดวันเจ็ดคืน เพราะรู้ว่าทั้งสองกลัวผี

โมนาทำเป็นยกมือถามว่าพ่อมดตนนั้นมาจากไหน โรมมองโมนาอย่างสงสัย ดร.พีทเห็นสายตาจึงถามโรมรู้บ้างไหมเพราะเขาสู้กับแมทธิว โรมลุกขึ้นตอบว่าแมทธิวเป็นลูกหลานนักล่า

“แล้วทำไมไม่เล่าให้ ดร.พีทฟังก่อนหน้านี้”

“โรมเห็น ดร.พีทยุ่งๆอยู่ครับ อีกอย่าง ดร.พีทก็จับตัวเขาได้แล้ว...”

“แสดงถึงความปากหนัก ไม่รอบคอบ” ดร.พีทติง เดวิดยกมือขอพูด

“ผมเห็นด้วยกับ ดร.พีทครับ ผมอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับหมอแมทธิวก็จริง แต่ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกหลานนักล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ดร.พีทจับเขา...ผมตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เสียชื่อ ดร.พีท” โรมมองอย่างประหลาดใจ ในขณะที่โมนาเลิกคิ้วมองเยาะๆ

“ไม่น่าเชื่อว่าหมอเดวิดจะไม่รู้”

“ฉันไม่รู้พอๆกับที่เธอไม่รู้นั่นแหละ” เดวิดสวน

ดร.พีทสรุปว่ามีโรมคนเดียวที่รู้แล้วไม่บอกตน เดวิดเสริมว่าโรมอาจเป็นคนช่วยแมทธิว โรมปฏิเสธ เดวิดให้พิสูจน์ ซูซี่ เกอร์ทรู้ดและจู๊ฟเป็นพยานว่าไม่ใช่โรม ดร.พีทสรุปว่าถึงอย่างไรก็ต้องลงโทษโรม...

โมนามองเดวิดอย่างไม่พอใจที่ปรักปรำโรม โรมยืนขึ้นรอรับการลงโทษ ดร.พีทสั่งให้ไปตามจับแมทธิวมาให้ตนสอบสวนว่าเขามาจากไหน...

โมนาเอาเรื่องมาเล่าให้นาดาลฟัง นาดาลโพล่งออกมาว่าไม่ได้เด็ดขาด โมนาแปลกใจทำไมโรมจะจับแมทธิวไม่ได้ นาดาลอึกอัก โมนาตะล่อมถ้าเขามีอะไรอึดอัดใจให้ระบายกับตนได้ ตนพร้อมช่วยเหลือ เดวิดโผล่มาไล่โมนาออกจากบ้าน นาดาลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียให้โมนากลับไปก่อนแต่ก็ขอบใจที่เป็นห่วงตน ไม่วายโมนาทิ้งระเบิดไว้ก่อนกลับ

“ก็ได้ค่ะ คุณลุงอย่าลืมที่สัญญากับโมนาไว้นะคะ”


 เดวิดชะงักมองพ่ออย่างสงสัยว่าพ่อสัญญาอะไรกับแม่มดเจ้าเล่ห์นั่น นาดาลไม่ตอบไล่เดวิดออกไปเช่นกัน เดวิดยิ่งสงสัยว่าโรมกับแมทธิวมีความสำคัญอย่างไรกับพ่อ

ooooooo

เมื่อทาฮีร่ารู้ว่าโรมถูกสั่งให้ไปจับแมทธิวก็ไม่พอใจ เรียกแมทธิวว่าพ่อมดไม้เท้า โรซี่ต้องแก้ให้ว่าชื่อแมทธิว แม่มดพันปีสั่งให้เงียบ ต้องการพูดกับโรมคนเดียว โรมจึงขอให้ไปถาม ดร.พีทเอง แต่ตอนนี้ไม่อยู่ พาจู๊ฟกับอันโตนิโอเข้าป่าช้าลบล้างความผิด

ทาฮีร่ายิ่งไม่พอใจที่ ดร.พีทมีสิทธิ์อะไรลงโทษใครต่อใคร โรซี่แทรกขึ้นขอไปช่วยโรมเพราะเชื่อว่าตัวเองมีความสามารถ แต่ทาฮีร่าห้ามเสียงเฉียบและให้โรซี่กลับเข้าตะเกียง โรมขอตัวไปทำหน้าที่ ชิคเก้นเห็นทาฮีร่าหงุดหงิดก็รีบเลี่ยงไปอีกตัว...

ในโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ ณิศรากำลังคุยงานกับมธุรส เธอเหลือบเห็นโรมเดินผ่านไปทางลิฟต์ก็รีบขอตัวจากมธุรสแล้วเดินตามไป เห็นโรมเข้าไปในลิฟต์ก็ตามเข้าไปแต่ไม่มีโรมในนั้น ประตูลิฟต์ปิดและเลื่อนขึ้น ณิศราพยายามกดให้หยุดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ จึงตะโกนว่า

“ฉันรู้นะว่าคุณอยู่ในนี้ ฉันเห็นคุณเข้ามา...ถ้าไม่ปรากฏตัว ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้!”

ลิฟต์ยังคงเลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อย จนหยุดเปิดให้ณิศราออก เธอตะลึงเมื่อเห็นดินแดนที่สวยงาม มีหมอกจางๆลอยราวกับภาพในความฝัน ทันทีที่ณิศราก้าวออกจากลิฟต์ เสื้อผ้าเธอก็เปลี่ยนเป็นชุดจินนี่ ดอกไม้ผุดขึ้นสองข้างทางที่เธอเดินผ่าน เธอเดินไปจนกระทั่งเห็นใครคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ จึงเรียกโรม...โรมค่อยๆหันมามองอย่างห่างเหิน เธอเห็นแล้วน้อยใจ

“ไหนบอกว่าจะไปแล้วไง กลับมาทำไมอีกล่ะ”

“ใครบอกล่ะว่าผมกลับมา คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายมาหาผมเอง...ดูให้ดีสิว่าที่นี่ที่ไหน”

“แต่คุณเป็นคนให้ลิฟต์พาฉันมา”

“แล้วคุณขึ้นลิฟต์มาทำไม...ถ้าไม่อยากพบผม” น้ำเสียงและแววตาโรมเยาะ

“ฉันเหรออยากพบคุณ”

“ไม่อย่างนั้นคุณจะขึ้นลิฟต์เหรอ ผมไม่ได้บังคับคุณสักหน่อย”

“แต่คุณไปที่โรงพยาบาล”

“ผมไปทำงานของผมตามปกติ” ณิศราโทษว่าเขาทำให้เห็น “นั่นแหละเพราะคุณใจจดจ่ออยู่กับผม” หญิงสาวจะแย้ง เขาขัดขึ้น “ถ้าไม่จดจ่อ คุณจะไม่เห็นผม”

ณิศราโกรธจะกลับ แต่หันหลังมาไม่เห็นลิฟต์แล้ว โรมทำทีชวนว่า ไหนๆมาถึงเมืองเวทมนตร์ก็น่าจะอยู่นานๆ เพราะมีมนุษย์ไม่กี่คนมาที่นี่ได้ ณิศรางอน

“ช่างมนุษย์พวกนั้นเป็นไร ฉันไม่อยากมา คุณนั่นแหละควรจะซ่อมรอยรั่วรอยแยกอะไรนั่นให้เสร็จเร็วๆ เราจะได้ไม่ต้องพบกันอีกเลย ต่างคนต่างอยู่”

“ผมต้องเลิกซ่อมชั่วคราว เพื่อทำภารกิจสำคัญให้สำเร็จก่อน”

“ภารกิจบ้าบออะไรอีกล่ะ”

“ภารกิจพาคนของนครเวทมนตร์กลับไป”

ณิศราบอกจะพาไปกี่คนก็พาไป โรมสวนว่ามีเพียงคนเดียว ณิศรารู้ทันทีว่าหมายถึงใคร ลิฟต์ลอยกลับมาเปิดรับ เธอไม่ยอมกลับจนกว่าจะรู้ว่าใช่แมทธิวพี่ชายเธอไหม โรมยิ้มๆ

“ฉันไม่ยอมให้คุณพาพี่แมทไปเด็ดขาด! คุณย่าก็ไม่ยอม ทุกคนที่บ้านต้องไม่มีใครยอม”

“ทั้งที่เขาเป็นพ่อมดน่ะเหรอ”

“ฉันไม่เชื่อ ตั้งแต่จำความได้เขาคือพี่แมทของฉัน ถึงคุณจะพยายามบอกซ้ำแล้วซ้ำอีกให้ฉันเชื่อ ฉันก็ไม่มีวันเชื่อ” ณิศราพูดจบเดินไปเข้าลิฟต์ โรมมองสบตา เธอจ้องกลับด้วยสายตาต่อต้านเต็มที่ โรมถอนใจไม่รู้จะทำให้เธอเชื่อได้อย่างไร

ณิศรายืนกอดอกอยู่ในลิฟต์ มองช่องตัวเลขเหนือประตูแต่ไม่มีตัวเลข ทันใดลิฟต์หยุด ไฟในลิฟต์กะพริบเหมือนจะดับ ลิฟต์โคลงเคลงน่ากลัว ณิศราหาที่ยึดอกสั่นขวัญแขวน กระทั่งไฟดับสนิท ลิฟต์จอดนิ่งประตูเปิดออกเห็นเงาดำ สีหน้าณิศราหวาดกลัว เงานั้นค่อยๆชัดเจนจนเห็นว่าเป็นโมนาแสยะยิ้มบอกว่ามารับเธอ

“ไม่! ฉันจะกลับโรงพยาบาล”

“ไหนๆมาดินแดนเวทมนตร์ทั้งทีก็ควรจะอยู่นานๆหน่อย” โมนาข่มขวัญไม่สนใจว่าณิศราจะอยากมาหรือไม่ แต่เพราะเธอมากับโรม

“เขาพาฉันมาเอง ฉันไม่ได้เต็มใจ”

“ฉันไม่เชื่อ!” โมนาแผดเสียงลั่น ยื่นมือซึ่งมีเล็บยาวโง้งสีแดงจับข้อมือณิศราไว้ เธอสะบัดให้ปล่อย แต่โมนากรีดเสียงแหลม “อยากจะรู้นักว่าถ้าไม่มีเธอ โรมจะรักฉันได้ไหม” แล้วกระชากณิศราออกไปกลายเป็นควันหายวับ

โมนาพาณิศรามาปรากฏตัวในห้องขังซึ่งอยู่ในผนังบ้านของโมนา เหวี่ยงณิศราลงกับพื้นพร้อมเสกโซ่รัดข้อเท้าไว้ แล้วขู่คำรามว่าเธอจะต้องถูกขังอยู่ในนี้จนตาย...โมนาเดินหัวเราะออกไป ประตูเหล็กปิดตามหลังโครม ณิศราร้องให้คนช่วยแต่เสียงสะท้อนไปมาราวกับจะล้อเลียน

ooooooo

ในคืนนั้นโรมนอนหลับอยู่ในตะเกียง ฝันเห็นห้องขังดูแน่นหนา มีเสียงร้องให้ช่วยดังขึ้นๆ แล้วเห็นภาพณิศราถูกล่ามโซ่ดิ้นรนพยายามหนี...โรมตกใจสะดุ้งตื่น ผลุนผลันออกจากตะเกียง ชิคเก้นตกใจตื่น โรมขอโทษแล้วตวัดเสื้อคลุมหายตัว ชิคเก้นไม่รอช้ากระโดดตามทันที

ที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ มธุรสกำลังคุยกับสองพยาบาลสีหน้าเคร่งเครียด เพราะณิศราหายตัวไปตั้งแต่บ่าย แยกย้ายกันหาก็ไม่เจอ

แมทธิวคุยโทรศัพท์กับตลับอยู่ในห้องทำงานพอวางสายโรมปรากฏตัวขึ้น แมทธิวถามหาณิศราทันที โรมตกใจไม่คิดว่าเธอจะหายไปจริงอย่างในฝัน แมทธิวเชื่อว่าโรมเป็นคนพาเธอไป ชิคเก้นโผล่หน้าออกจากเสื้อคลุมโรม ยืนยันว่าโรมไม่รู้เรื่องเพราะเขาเพิ่งออกมาจากตะเกียงแล้วช่วยพูดแต่กลับทำให้เรื่องวุ่น โรมต้องเอ็ดให้หยุดพูด ไม่อย่างนั้นจะสาปให้เป็นหนู

ระหว่างที่โรมกับชิคเก้นเถียงกัน แมทธิวเหมือนตกอยู่ในความคิดคำนึง เห็นภาพซ้อนเป็นเด็กทารกสองคนและภาพตะเกียงสองอันวางคู่กัน...โรมเรียกแมทธิว เขาหลุดออกจากภวังค์มองโรมอย่างงงๆ แล้วนึกได้กลับมาโทษโรมเอาตัวณิศราไปซ่อนที่ไหน

“ผมไม่ได้ทำอย่างนั้น”

“โกหก! คราวที่แล้วแกก็จับหนูณิไป”

“คราวที่แล้วผมยอมรับ แต่นั่นเป็นเพราะผมต้องจับเธอเป็นตัวประกัน...แต่คราวนี้...” โรมชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ว่าณิศราน่าจะหายไปตอนลงลิฟต์ เขารีบหายตัววับไป

ขณะที่มาริสากำลังเดินมาห้องแมทธิว โมนาซึ่งดักอยู่เข้าสิงแล้วเข้าไปหาแมทธิว ทำทีถามข่าวณิศรา แมทธิวคาดว่าถูกพวกพ่อมดจับตัวไปแน่ มาริสาทำหน้าตกใจจะไปตามหาที่ไหน หมอหนุ่มคิดว่ามีอยู่ที่เดียว มาริสาทำเป็นสะดุ้งเมื่อรู้ว่าเขาจะไปเมืองเวทมนตร์

มาริสาเดินออกจากห้องแมทธิวยิ้มแย้มสะใจในความเจ้าเล่ห์เพทุบายของตัวเอง พอเลี้ยวมุมตึกเจอเดวิดดักรออยู่รีบหุบยิ้มทำตัวสงบเสงี่ยมเป็นมาริสาใสซื่อถามเขาจะมาหาแมทธิวหรือ

“เธอจะหลอกใครก็หลอกได้ แต่กับฉัน ไม่มีทาง!”

“อุ๊ยตาย ฉลาดหลักแหลม”

“เธอจับหนูณิไปใช่ไหม”

“ทำไม! อย่าบอกนะเป็นห่วงมัน เพราะเธอเองก็เคยคิดจะฆ่านังมนุษย์นั่นเหมือนกัน”

เดวิดสวนว่าไม่ใช่ โมนาเยาะว่าเขาหลงรักมนุษย์เลวๆ เขาโต้ว่าเธอก็ชั่วร้ายกว่าณิศรา สรุปแล้วชั่วร้ายพอกัน เราเหมาะสมกัน โมนาร้องกรี๊ด

“หน้าโง่อีกแล้ว โรมคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสมคู่ควรกับฉัน เธอมันแค่พ่อมดชั้นต่ำเกือบจะเท่ากับมนุษย์อยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ลูกคุณลุงนาดาล ไม่มีแหวนวงนั้นฉันก็อยากจะคิดว่าเธอเป็นมนุษย์พอๆกับที่แมทธิวเป็นพ่อมด” พูดจบโมนาสะบัดหน้าหนีไป เดวิดยืนอึ้งราวถูกสาป

เดวิดครุ่นคิดถึงคำพูดของโมนา จนมาปรากฏตัวที่หน้าบ้านตลับ ยืนมองด้วยแววตาค่อนข้างเลื่อนลอย...

ในขณะที่แมทธิวยืนอยู่ริมหน้าต่างห้อง มองออกไปราวจะค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วเขาก็ลองหลับตาลงช้าๆเพื่อให้ภาพนั้นปรากฏ ภาพดินแดนเวทมนตร์เข้ามาในห้วงความคิด แมทธิวนิ่วหน้าเหมือนพยายามจะมองหาณิศรา

ในห้องนาดาลผุดลุกขึ้นด้วยความตระหนกทั้งที่ยังอ่อนแรงจากการสูญเสียพลังชีวิต เหงื่อแตกพลั่กเมื่อตระหนักว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น “เป็นไปไม่ได้! เมื่อแมทธิวใกล้จะจำได้ เดวิดก็จะเริ่มเห็นภาพรางๆเช่นกัน”...

แมทธิวมองผ่านไปเรื่อยจนมาหยุดที่บ้านนาดาล เขาพยายามมองผ่านเข้าไปในหน้าต่าง ทันใดมีมือหนึ่งดึงหน้าต่างปิดอย่างรวดเร็วเสียงดังปัง! แมทธิวสะดุ้งเฮือกหลุดจากภาพในห้วงความคิด เขาหงุดหงิดด้วยความเสียดาย

นาดาลละมือจากหน้าต่างหันไปมองลูกแก้ว...เดวิดกำลังเห็นภาพรางๆในอดีตและเริ่มจะชัดขึ้น เป็นภาพโรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ในห้องพิเศษ ทารกแรกเกิดอยู่กับกรองทองและธงชัย จากนั้นใครคนหนึ่งเดินมาหยุดหน้าห้อง เปิดประตูเข้ามาอุ้มทารกขึ้น...ทันใดเหมือนสายฟ้าฟาดลงมา ภาพต่างๆเลือนหาย เดวิดสะดุ้งเฮือกหลุดจากนิมิต งุนงงกับภาพที่เห็น

ในขณะที่นาดาลละมือจากลูกแก้วมากุมอกซวนเซด้วยใช้พลังชีวิตมากเกินไป สีหน้าเขาวิตกกังวลอย่างยิ่ง

ooooooo

ในบ้านปรารถนา หยดย้อยยกถาดยาเม็ดและยาน้ำที่จัดมาให้ทานหลังอาหาร ปรารถนาหยิบขึ้นจะกิน หยดย้อยกระแอมเตือนว่าต้องทำอย่างไรก่อน ปรารถนายิ้มเขินๆด้วยลืม แล้วรีบเขย่าทั้งยาเม็ดและยาน้ำด้วยลีลาสุดยอด

ปราการกับวิวรรณเดินเข้ามาเห็น ทั้งสองประหลาดใจที่เห็นอาตัวเองทำแบบนั้น จึงถามว่าใครสอน ปรารถนาอยากให้หลานๆรู้ว่าตัวเองฉลาดจึงบอกว่าไม่มีใครสอน ตนฉลาดเอง ฉลาดตั้งแต่เกิด แล้วสาธยายอย่างที่หยดย้อยสาธยายบ่อยๆว่า

“เมื่อเราเขย่ายา อนุภาคโปรตอน อิเล็กตรอนมันจะตะลอนมารวมกัน ก่อให้เกิดพลังอันมหาศาล...อ๊ะ...งงแล้วใช่ไหมล่ะว่าคุณอาปรารถรู้มาจากไหน และพลังอันมหาศาลนี้ก็จะทะลุกระแสเลือดเข้ามารักษาร่างกายเราให้หายสนิท อ้อ! ยังมีอะตอมที่จะมาโอบล้อมโมเลกุล...”

ปราการยกมือห้ามขอให้หยุด ปรารถนาจึงหยุดแล้วถามใหม่ ว่าหลานทั้งสองมีธุระอะไร หรือจะมาขอแบ่งมรดก หลานทั้งสองสวนว่าอาจะให้ไหม

“มันก็ต้องแล้วแต่ความประพฤติปฏิบัติของพวกเธอ แต่ที่แน่ๆคุณอาปรารถจะแบ่งมรดกครึ่งนึงไปช่วยน้องได” ทั้งสองถามว่าใคร “สัตว์สงวนที่เมืองของคุณทาฮีร่า ชื่อเต็มๆว่าน้องไดโนซอร์ ซึ่งแถวบ้านเราเรียกว่า...ไดโนเสาร์ อ๊ะ! สบตากัน กำลังคิดล่ะสิว่าคุณอาปรารถเป็นบ้า และคุณยายทาฮีร่าเป็นใคร...มีตัวตนรึไม่...”

ปราการกับวิวรรณอึ้ง ปรารถนาพูดจริงจัง “อย่างแรก คุณอาปรารถมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ อย่างที่สอง คุณยายทาฮีร่าเป็นแม่มด ซึ่งคุณอาปรารถแอบๆแน่ใจว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกับคุณมารีฟิเซนท์”

สองพี่น้องกลับมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่าปรารถนามีอาการเพี้ยน หยดย้อยแอบฟังอยู่หน้าห้อง สิริกาญจน์กำชับสามีให้รีบดำเนินการฮุบมรดกปรารถนาโดยเร็ว ปราการชอบใจจะได้เอาเงินไปซื้อรถสปอร์ตให้เป็นของขวัญมาริสากับณิศรา สมเกียรติติงจะเลือกใครกันแน่ ในเมื่อสู่ขอมาริสาแล้วก็ต้องมีเธอคนเดียว วิวรรณโวยจะซื้ออะไรต้องไม่เกี่ยวกับส่วนแบ่งของตน สิริกาญจน์เอ็ดลูกๆ ที่คิดแบ่งสมบัติทั้งที่ตนยังไม่ตาย วิวรรณบอกว่าหมายถึงสมบัติของปรารถนา

หยดย้อยเป็นห่วงปรารถนารีบกลับมาเตือนให้ระวังตัว ปรารถนาเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสมบัติมากขนาดมีคนผลาญได้ จึงคิดจะหาคนมาช่วย ทีแรกนึกถึงเจมส์ บอนด์ แล้วชะงักนึกได้

“คุณยายทาฮีร่า! ฉันจะขอร้องให้คุณยายทาฮีร่าช่วย”

“จะไหวเหรอคะ เท่าที่หยดย้อยดู ตัวแกเองยังจะเอาไม่รอดเลย”

“อย่าเสียงดัง เดี๋ยวแกได้ยิน” ปรารถนาเอานิ้วแตะปาก สายตาระแวดระวัง

“ไม่หรอกค่ะ ดูจากสภาพแล้วแกน่าจะหูตึง” หยดย้อยยังปากดี

ปรารถนาเตือนให้เบาเสียงแล้วเดินหนี หยดย้อยเข้าใจว่าเธอจะเข้านอน แต่ปรารถนากลับบอกว่าจะไปติดต่อทาฮีร่า หยดย้อยส่ายหน้าระอาใจ

ปรารถนาเข้าห้องเคาะกำแพงเรียกทาฮีร่า หยดย้อยตามมาบอกให้โทร.หา เธอบอกว่าแม่มดไม่มีโทรศัพท์มือถือ แล้วชวนหยดย้อยให้ช่วยเรียกทาฮีร่า สองคนช่วยกันเคาะกำแพงเรียก

ooooooo

ตลับนั่งอ่านคาถาพึมพำอยู่ในห้องพระ  เบื้องหน้าเป็นกริชวางอยู่บนพาน สักพักกริชมีควันลอยขึ้นปกคลุม เธอยิ่งเร่งสวด กริชมีสีรุ้งแวววับ ครู่หนึ่งก็หายไปปรากฏภาพห้องขัง เธอพยายามเพ่งมองจนเห็นณิศรานอนสลบไสลด้วยความอ่อนเพลีย ตลับเบิกตากว้าง

“หนูณิ! หนูณิของย่า! ได้ยินย่าไหมลูก หนูณิ หนูณิ...”


พลันมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ ภาพในกริชเลือนหายเพราะสมาธิถูกรบกวน แมทธิวท่าทางอิดโรยเข้ามา ตลับจึงบอกเรื่องที่เห็นณิศราถูกพันธนาการเชื่อว่าพ่อมดจับตัวไป เขารีบถามวิธีจะเข้าไปในดินแดนนั้น ตลับถอนใจเพราะไม่เคยมีใครเข้าไปได้ แต่แมทธิวมั่นใจว่าต้องมีทาง เขาผลุนผลันออกไปอย่างรวดเร็ว ตลับมองตามอย่างประหลาดใจ

แมทธิวขับรถออกจากบ้าน การ์ดเปิดประตูแทบไม่ทัน...เขามาหาปรารถนาที่บ้าน วิวรรณกระดี๊กระด๊าคิดว่าชายหนุ่มมาหาตน แต่พอเขาบอกว่ามาพบปรารถนาก็พาไป

หยดย้อยกำลังถามปรารถนาน่าจะมีวิธีติดต่อทาฮีร่าดีกว่าการเคาะกำแพง ทันใดวิวรรณพาแมทธิวเข้ามา เขาบอกว่ามีธุระจะคุยด้วย ปรารถนาจึงไล่วิวรรณกับหยดย้อยออกไป วิวรรณหน้าม้านผิดหวังกลับมาบ่นให้ปราการฟัง แต่ยังคิดว่าแล้วจะถามแมทธิวทีหลังว่าคุยอะไรกัน

ปรารถนาบอกแมทธิวว่ากำลังอยากพบอยู่พอดี แล้วเล่าเรื่องทาฮีร่าให้ฟัง แมทธิวเชื่อ เธอตื่นเต้นดีใจเพราะเล่าให้ใครในบ้านฟัง ไม่มีใครเชื่อแถมหาว่าตนบ้า

“ผมเชื่อคุณอาปรารถครับ”

“โถ...พ่อคุณ คุณอาปรารถดีใจเหลือเกินที่มีคนบ้าเป็นเพื่อน”

“คุณอาปรารถไม่ได้บ้าหรอกครับ ผมจะพาคุณอาปรารถไปที่โรงพยาบาล...”

“อ้าว ไหนว่าคุณอาปรารถไม่บ้าไง”

“ผมขอยืนยันว่าคุณอาปรารถไม่ได้บ้า เพียงแต่ผมอยากให้คุณอาปรารถช่วยอะไรหน่อย”

ปรารถนาขอไปแต่งตัวใหม่ก่อน แมทธิวรออย่างร้อนใจ...พอมาถึงโรงพยาบาล แมทธิวพาปรารถนามาที่ห้องที่เธอเคยพักรักษาตัว ให้เธอชี้ทางที่เห็นแม่มดออกมา ปรารถนาชี้ที่กำแพง แมทธิวมองอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วยกมือขึ้นลูบกำแพงหลับตาตั้งสมาธิ ทันใดมือและตัวเขาก็ผลุบเข้าไปในกำแพง ปรารถนาสะดุ้งโหยง อุทานว่า...แมทธิวเป็นพ่อมด!

แมทธิวหลุดมาอีกดินแดนหนึ่ง เสื้อผ้ากลายเป็นชุดพ่อมด เขาตกใจกับสภาพตัวเอง ก้าวกลับเข้าไปในกำแพงอีกครั้ง เสื้อผ้ากลับคืนเหมือนเดิม ปรารถนายังตาค้างพูดติดอ่าง

“มะ...มะ...หมอ...หมอแมท เป็นพ่อมด! พ่อมดแม่มดเท่านั้นที่ทะลุกำแพงได้...พาคุณอาปรารถเข้าไปด้วยได้ไหม”

แมทธิวขอร้องอย่าเข้าไปเลย แล้วบอกว่าจะให้คนรถไปส่งเธอที่บ้าน ปรารถนาผิดหวังแต่ก็ขอร้องให้เขาช่วยบอกทาฮีร่าให้ด้วยว่าเธออยากพบด่วน...แมทธิวงงว่าใคร ปรารถนาบอกเป็นแม่มดอาวุโส และกำชับห้ามลืมเด็ดขาด แมทธิวรับคำและขอร้องไม่ให้เธอบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด ปรารถนายิ้มรับคำ

แมทธิวส่งปรารถนาขึ้นรถที่หน้าตึก ไม่ทันสังเกตว่าเดวิดตามดู แล้วเขาก็เดินลิ่วกลับไปที่ห้องเดิม หลับตาตั้งสมาธิเดินทะลุกำแพงเข้าไป...เดวิดตาวาวเมื่อรู้ว่า แมทธิวเป็นพ่อมด ตลับยังนั่งท่องคาถาอย่างขะมักเขม้นอยู่ในห้องพระ ไพจิตรเคาะประตูเปิดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนกังวลใจ ต่อว่าตลับเอาแต่อ่านหนังสือไม่เป็นห่วงหลาน ผู้เป็นแม่เคือง

“ถ้าแกพูดได้แค่นี้ก็ออกไป” พอดีอุษณีย์ตามเข้ามา ตลับจึงให้เธอพาสามีตัวเองออกไป อุษณีย์เองก็อยากรู้เรื่องลูกสาว “ฉันกำลังหาวิธีตามหนูณิกลับมา ถ้าเธอสองคนเอาแต่เอะอะโวยวายร้องไห้ร้องห่ม แล้วฉันจะมีสมาธิได้ยังไง”

“ดิฉันเป็นห่วงลูกค่ะ...”

“ฉันก็เป็นห่วง ทุกคนก็เป็นห่วง แต่เธอก็รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ง่าย หนูณิถูกพาไปอีกโลกนึง”

อุษณีย์สะอื้นออกมาทันที ไพจิตรโอบไล่ภรรยาพากันออกไปแต่ยังย้ำกับตลับว่าตนเป็นห่วงลูก ตลับรำคาญจะให้จัดการกันเอง ไพจิตรหน้าเจื่อนด้วยรู้ว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ผู้เป็นแม่โบกมือไล่ ย้ำว่าอย่าเข้ามายุ่งอีก

ooooooo

แมทธิวเดินอยู่ในดินแดนเวทมนตร์พยายามสังเกตไปทั่ว พลันต้องชะงักเมื่อมีกลุ่มควันสีดำปรากฏขึ้นตรงหน้า ควันรวมตัวกันเป็นร่างเดวิด แมทธิวตกใจเรียกหมอเดชา แต่โดนตวาดกลับ

“เดวิด! ข้าชื่อเดวิด”

“คุณเป็นพ่อมด”

“นั่นสิ ข้าก็ยังสงสัยว่าทำไมพ่อมดมันถึงได้เกลื่อนไปหมด” เดวิดพูดอย่างเย้ยหยัน

“ผมมาตามหาน้องสาว...”

“ส่วนข้า ตามมากำจัดเจ้า!” พูดพลางสะบัดมือออกไป แมทธิวไม่ทันระวังตัวกระเด็นไป

เดวิดย่างสามขุมเรียกไม้กวาดมาแล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธจะเข้าซ้ำ แมทธิวพยายามหลบหลีกตั้งตัวไม่ทัน เดวิดปล่อยแสงจากแหวนใส่ ถูกต้นไม้ไหม้เกรียม แมทธิวนิ่วหน้า เรียกไม้กวาดมาเปลี่ยนเป็นอาวุธบ้าง เดวิดยิ้มเยาะที่เขาเริ่มรู้ตัว แต่ยังใช้อาวุธไม่ชำนาญ

ทันใดนั้นเองนาดาลปรากฏตัวขึ้นในสภาพอ่อนระโหยแต่เสียงเฉียบขาด สั่งให้เดวิดหยุดทำร้ายแมทธิว แววตานาดาลมองแมทธิวด้วยความตื้นตันห่วงใย บอกให้เขากลับไป เขาไม่กลับจนกว่าจะช่วยณิศราได้ นาดาลยืนโงนเงนพยายามบอก

“ที่นี่เต็มไปด้วยอันตราย เจ้าจะไม่ปลอดภัย” พูดจบนาดาลล้มลง แมทธิวถลาเข้าประคองตามวิสัยหมอ เดวิดไม่พอใจปล่อยแสงใส่เขากระเด็นไป นาดาลตะโกน สั่งให้หยุด

“มันจะทำร้ายพ่อ” เดวิดจะทำซ้ำ

“บอกให้หยุด!”

“ทำไมพ่อต้องห้ามด้วย! ก็เห็นอยู่แล้วว่ามัน...”

แมทธิวแทรกว่านาดาลกำลังไม่สบายมาก ควรพาไปโรงพยาบาล เดวิดตวาดกลับไม่ให้ยุ่ง นาดาลรวบรวมกำลังผลักเดวิดออกไป แล้วหันไปพูดกับแมทธิว

“พ่อหนุ่ม...กลับออกไป...เชื่อพะ...เอ้อ...ลุงเถอะ”

“ทำไมพ่อต้องพูดดีกับมัน ก็เห็นอยู่แล้วว่าไอ้พ่อมดเถื่อนตนนั้นมันบุกรุกเข้ามา”

“แกนั่นแหละไอ้พ่อมดเถื่อน!” พูดจบนาดาลทรุดลงสลบไป

แมทธิวถลาเข้าประคองบอกเดวิดให้พาพ่อกลับ เดวิดสะบัดผ้าคลุมพานาดาลหายวับไป แมทธิวเริ่มนึกออกว่าเคยเห็นหน้านาดาลในฝัน...

ที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ โรมเข้าไปในห้องทำงานมาริสา โมนายิ้มหวานถามมาหาตนหรือ เขาเสียงเข้มถามว่าณิศราอยู่ไหน ถ้าไม่บอกจะเลิกเป็นเพื่อนกับเธอ โมนายิ้มล้อถ้าตนบอก

“เราก็ยังเป็นเพื่อนกันต่อไป”

“โมนาต้องการมากกว่านั้น! โรมจะให้โมนาได้หรือเปล่าล่ะ”

“ต้องการอะไร” โรมถามอย่างหวั่นใจ

“ต้องการให้เราวิวาหะกัน” โรมนิ่ง โมนาแค้นใจบอกตามใจแล้วทำท่าจะหายตัว

โรมคว้าแขนเธอไว้ โมนาแกล้งเซปะทะอกเขา โรมดันเธอออก หญิงสาวสะเทือนใจที่เขารังเกียจ พอเขาถามย้ำถึงณิศรา ก็ผรุสวาทออกมา

“มันมีดีอะไรนักหนา โรมถึงได้ต้องคอยปกป้องมัน! ถ้าโรมไม่ยอมวิวาหะกับโมนาก็อย่าหวังเลยว่าจะรู้! หรือกว่าจะรู้ นังหนูณิก็จะกลายเป็นเหยื่อพญาแร้งไปแล้ว!”

โรมใจหายรีบรับคำเมื่อเธอบอกว่าณิศราอยู่ไหน โมนาตากร้าวรู้แก่ใจว่าเขายอมเพราะรักณิศรามากจนยอมเสียสละวิวาหะกับคนที่ไม่ได้รัก โรมพูดแทงใจ

“ใช่ เพราะสำหรับฉัน ความรักคือการเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตเพื่อคนที่เรารัก!...ในเมื่อ ฉันยอมทำตามความต้องการของเธอแล้วก็บอกมาสิว่าหนูณิอยู่ที่ไหน”

“ฉันจะพานังหนูณิกลับไปคืนเอง! แล้วอย่าลืมสัญญาล่ะ” โมนาสะบัดผ้าคลุมหายตัวไป

ooooooo

นาดาลนอนอ่อนระโหยโรยแรง เดวิดรินยาสมุนไพรมาให้ ได้ยินพ่อพึมพำเรียกแมทธิวๆ ก็แค้นใจขบกรามแน่นเข้ามาทรุดลงข้างๆป้อนยาให้พ่อ แล้วจัดให้นอนต่อ แต่ท่าทางนาดาลดูกระสับกระส่าย สะบัดผ้าคลุมออก

เดวิดตัดสินใจมาค้นประวัติประชากรนครเวทมนตร์ที่ห้องสมุด ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน ในนั้นมีแต่หยากไย่เพราะไม่ค่อยมีใครเข้ามา เดวิดตรงไปที่หนังสือเล่มใหญ่หนาดูคร่ำคร่า หน้าปกมีรูป ดร.พีทอย่างเท่ เดวิดกดที่รูปเบาๆ ดร.พีทขยับและพูดว่าอยากรู้จักผู้คนตั้งแต่ยังแดงๆ จนเติบใหญ่ ค้นได้จากหนังสือเล่มนี้...เดวิดเปิดดูไปเรื่อยจนมาถึงหน้าที่ครอบครัวตน หน้านั้นกลับโดนฉีกออกไป เขาแปลกใจมาก...

ในห้องขัง ณิศราคิดตกว่าร้องไห้ไปก็เท่านั้น นึกถึงคำสอนของตลับว่าเราเป็นนักล่า และไม่ใช่นักล่าทุกคนที่มีพรสวรรค์ อยู่ที่เราต้องทำจิตใจให้นิ่ง มีสมาธิมุ่งมั่นจดจ่ออยู่กับอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งของเรา ถ้ามีพรสวรรค์ เราจะรู้ตัวทันที...ณิศราตั้งสมาธิ พลันมีเสียงฝีเท้าเดินมาจึงรีบหยุดลุกยืน โมนาเดินเข้ามามองตากร้าว

“ไง ไม่ร้องไห้คร่ำครวญแล้วเรอะ”

“สิ่งใดที่เธออยากเห็น ฉันจะไม่มีวันให้เธอได้เห็น”

โมนาเยาะหยันไม่เชื่อ ณิศราสบตาเยือกเย็นบอกว่าตนไม่กลัวเธออีก โมนาทดสอบตบณิศราหน้าหัน ณิศราเบือนหน้ากลับมาไม่มีน้ำตาสักหยด โมนาโกรธเรียกแส้มาในมือแล้วฟาดใส่จนณิศราล้มแต่เธอก็กัดฟันทนไม่ร้องไห้ โมนายิ่งโกรธเปลี่ยนอาวุธเป็นมีด กระชากผมณิศราขึ้นอย่างแรงเอามีดจ่อคอ เธอยังสบตาเยือกเย็น โมนาให้ร้องขอชีวิต เธอส่ายหน้า โมนาขบกรามจะเชือดคอแต่แล้วนึกถึงคำขู่ของโรม จึงกระแทกหัวณิศราลงแล้วเดินหงุดหงิดออกไป

โมนาออกมายืนหน้าประตูห้องขังระงับความพลุ่งพล่านในอารมณ์ เข่นเขี้ยวไม่มีวันยอมแพ้ณิศรา... ด้านณิศราค่อยๆทรงตัวนั่งสมาธิ ภาพอาวุธสามอย่างปรากฏขึ้นในม่านตาทีละอย่าง ผ่านไปช้าๆจนมาหยุดที่หนังสือไม่ขยับไปไหน เธอจึงเพ่งมองอย่างมุ่งมั่น

โมนาครุ่นคิดสักพักตัดสินใจไปหาเดวิด ตามหาอยู่นานกว่าจะเจอเขาอยู่ที่ห้องสมุด เดวิดเห็นโมนาก็จะเลี่ยงหนีด้วยความรำคาญ โมนาจึงเยาะหยันว่าคิดมาหาประวัติตัวเอง เดวิดยิ่งโกรธ โมนารีบยื่นข้อเสนอว่าให้มาร่วมมือกัน ตนจะยกณิศราให้เขา เดวิดชะงัก

“เธอพาหนูณิไปซ่อนไว้จริงๆ”

“ก็อยากมีแต่คนรุมรักนี่!”

“อิจฉาล่ะสิที่ไม่มีใครรักเธอซักคน น่าเศร้านะที่เกิดมาทั้งทีไม่เคยเป็นที่ต้องการของใคร”

“นั่นพูดถึงตัวเองล่ะสิ คิดดูให้ดีๆ ฉันยังมีคนรักคนต้องการบ้าง ถึงจะน้อยแต่ก็พอมี แต่เธอนั่นแหละที่เหมือนตัวคนเดียวโดดเดี่ยวอยู่ในดินแดนนี้ แม้แต่พ่อของตัวเองก็ยังไม่รักไม่ต้องการ เอ๊ะ หรือว่าไม่ใช่พ่อ” โมนาเย้ยหยันจนเดวิดเป็นฝ่ายสะอึกบ้างถึงกับโกรธจะทำร้าย โมนาหัวเราะร่าหายตัววับไป เดวิดได้แต่กำมือแน่นด้วยความเคียดแค้น

โมนามาปรากฏตัวที่บ้านนาดาล คาดคั้นถาม “คุณลุงเป็นคนฉีกประวัติของแมทธิวออกจากหนังสือประวัติประชากรของนครเวทมนตร์ใช่ไหมคะ”

นาดาลกำลังจะดื่มยาสมุนไพรสะดุ้ง ถ้วยยาตกจากมือแตกกระจาย โมนาเห็นเช่นนั้นยิ่งมั่นใจ หยิบถ้วยยามารินให้ใหม่ นาดาลเดินไปนั่งพัก โมนาถือถ้วยยามาส่งให้พร้อมขอคำตอบ

“ว่ายังไงคะ คุณลุงเป็นคนไปฉีกประวัติของแมทธิวเพราะกลัวใครจะรู้ว่าเป็นลูกคุณลุงใช่ไหม” นาดาลนิ่ง “โมนาว่าต้องใช่แน่ๆ แต่ที่สงสัยก็คือ เดวิดเป็นลูกใคร...ใช่ลูกคุณลุงหรือเปล่า แล้วทำไมแมทธิวถึงได้ไปอยู่กับพวกนักล่า”

“ลุงสัญญาแค่จะบอกว่าแมทธิวเป็นใครเท่านั้น” นาดาลแย้ง

“แต่คุณลุงก็ไม่ได้บอก โมนารู้เองเพราะเดาได้ไม่ยาก ส่วนเดวิด...โมนาคิดว่าอาจจะไม่ใช่พ่อมด แล้วก็ไม่ใช่คนธรรมดาพื้นๆ อาจจะเป็น...นักล่าก็ได้” โมนาจ้องหน้านาดาลเขม็ง

“เดวิดเป็นลูกของลุง!”

“ทำไมโมนาไม่ยักเชื่อก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ โมนาชอบเรื่องลึกลับซับซ้อนอยู่แล้ว อีกอย่างโมนาเป็นคนฉลาด อีกไม่นานโมนาก็รู้เอง” โมนาสะบัดเสื้อคลุมหายไป ปล่อยนาดาลครุ่นคิดจะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง...

แมทธิวเดินสำรวจไปเรื่อยจนเห็นบ้านหลังหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นบ้านทาฮีร่า...ระหว่างนั้นทาฮีร่ากำลังผสมยากับน้ำค้างปลอมที่โมนาให้มา เธอปลาบปลื้มที่ว่าที่หลานสะใภ้มีน้ำใจ ทันใดชิคเก้นเห็นแมทธิวเดินมาใกล้ก็ร้องเรียกทาฮีร่าให้มาดู เธอสะดุ้งทำขวดใส่น้ำค้างตกแตก

“ไอ้ชิคเก้น! แกทำตัวให้เป็นแมวผู้ดีกับเขาหน่อยไม่ได้เรอะไง!”

“คุณยายมาดูอะไรนู่น...แน่ะ”

ทาฮีร่าเดินบ่นมาดู พยายามเพ่งพินิจ ชิคเก้นบอกให้ใช้แว่นขยาย ไม่ทันไปหยิบเธอก็เห็นคน ชิคเก้นบอกว่านั่นคือหมอแมทธิวหลานชายนักล่า คนที่ตนแปลงร่างเป็นเขาไปอยู่ในบ้าน ชิคเก้นจะออกไปต้อนรับ ทาฮีร่าห้ามไม่ทัน...แมทธิวชะงักเมื่อเห็นแมวกระโจนมาขวางหน้าทักถามเขามาได้อย่างไร ระวังจะถูกจับอีก เขามองแมวพูดได้อย่างฉงน

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 11 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 5 พ.ย. 2561 06:52 2018-11-09T01:55:41+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ