ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

มาริสากลับเข้ามาในห้องอย่างอกสั่นขวัญแขวนที่เห็นแมทธิวกลายเป็นพ่อมด เธอร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ...

พอโรมเห็นแมทธิวกลายเป็นพ่อมดก็เรียกพรมวิเศษมารับ แมทธิวเรียกไม้กวาดขี่ตามไม่ลดละ พรมมี่ถามโรมทำไมต้องหนีพ่อมดอ่อนหัดอย่างนั้น โรมจึงบอกว่าต้องการล่อให้เขาเข้าไปในเมืองเวทมนตร์ เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นพ่อมดจากที่ไหน ทันใดแมทธิวปล่อยแสงใส่ โรมบังคับพรมหลบได้หวุดหวิดแล้วหันไปปล่อยไฟโจมตีบ้าง ทั้งสองไล่ล่ากันดุเดือด

ขณะเดียวกันเดวิดกับโมนาเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เดวิดเชื่อว่าโมนาต้องรู้ว่าแมทธิวเป็นพ่อมดจากที่ไหน โมนาเห็นผู้คนแถวนั้นกำลังคลายจากมนตร์สะกดก็รีบหายตัวไป เดวิดจำต้องทำตัวให้เป็นปกติไม่ให้ใครสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

 มาริสามาหาณิศราที่ห้อง เห็นเธอเริ่มขยับคลายจากมนตร์สะกดเหมือนคนอื่นๆก็แปลกใจถามเป็นอย่างไรบ้าง ณิศราทำหน้างงที่มาริสาเข้ามาในห้องมากกว่า แถมทำหน้าอย่างกับเห็นผี

“หนู...หนูมาไม่ได้เห็นผีค่ะ หนูมาเห็น...เห็นพ่อมด!... พะ พี่ พี่แมทกลายเป็นพ่อมด!”

“บ้า! พี่แมทจะเป็นพ่อมดได้ยังไง”

“หนูมาก็ไม่รู้ค่ะ หนูมากลัว กลัวจริงๆเลย” มาริสาร้องไห้อย่างคนเสียขวัญ

ณิศราเห็นญาติสาวกลัวจริงก็เริ่มอ่อนลง...ในขณะที่โรมหลอกล่อให้แมทธิวตามจนเข้าสู่ดินแดนเวทมนตร์ ก็ตะโกนบอก

“ขอต้อนรับพ่อมดแมทธิว!”

“ผมไม่ใช่พ่อมด!” แมทธิวลงสู่พื้นดินและถือไม้กวาดไว้ในมือ

โรมให้ก้มมองตัวเองและถามไม่รู้จริงหรือว่าตัวเองเป็นพ่อมด แมทธิวมองตัวเองแล้วตกใจไม่ยอมรับ แม้โรมจะยุไม่อยากรู้หรือว่าพ่อแม่พี่น้องเป็นใครและทำไมถึงได้ไปอยู่กับพวกนักล่า...แมทธิวไม่ฟังเปลี่ยนไม้กวาดเป็นอาวุธเข้าฟาดฟัน โรมไม่ทันตั้งตัวโดนรุกไล่ แต่ก็ป้องกันตัวอย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นเองเสียงทรงพลังและอำนาจดังขึ้น

“รู้นะไม่ใช่ไม่รู้!”

สองพ่อมดหยุดชะงักหันมอง เห็น ดร.พีทกำลังแทรกตัวขึ้นมาจากพื้นดิน ในมือถือถุงย่ามใบใหญ่บรรจุรากไม้ เสียงรากไม้ร้องเซ็งแซ่ให้ปล่อยพวกมัน แล้วดร.พีทก็ถามโรม

“มาเล่นปล่อยแสงอะไรอยู่แถวนี้ แล้วนี่ใครล่ะ รู้นะไม่ใช่ไม่รู้! แต่ท่าจะไม่รู้ซะมากกว่า”

“เขาบอกว่าเขาเป็นนักล่า แต่โรมเชื่อว่าเขาเป็นพ่อมดครับ”

ดร.พีทมองจ้อง แมทธิวเห็นท่าไม่ดี เรียกไม้กวาดมาขี่หนี ดร.พีทเปิดปากถุงย่ามออก มีแรงดึงดูดแมทธิวกับไม้กวาดเข้าไป เขาร้องลั่น ดร.พีทหัวเราะ “จะหนีล่ะสิ รู้นะไม่ใช่ไม่รู้!”

ดร.พีทกับโรมมาที่ห้องทดลองในโรงพยาบาลด้วยกัน แล้ว ดร.ก็เทรากไม้รวมทั้งแมทธิวออกจากถุงย่าม เขาลุกยืนปัดเศษรากไม้ออกจากตัวอย่างโกรธๆ แล้วสั่งให้เปิดประตู เขาจะกลับ

“ดร.พีทจะทำยังไงกับเขาครับ”

“เจ้าเป็นใครบังอาจมาสั่งพ่อมด ดร.พีทผู้ยิ่งใหญ่”

“บ้านคุณอยู่ที่นี่” โรมบอกแต่แมทธิวสวนทันควัน

“บ้านผมอยู่โลกมนุษย์ ไม่ใช่ที่เมืองบ้าๆบอๆนี่!”

ดร.พีทโกรธสะบัดมือไป ปรากฏต้นไม้ใหญ่ขึ้นมุมห้อง โน้มกิ่งมาดึงตัวแมทธิวขึ้นไปมัดติด เขาร้องลั่นให้ปล่อย...จู๊ฟเดินผ่านได้ยินเสียงก็แนบหูแอบฟังที่ประตู อันโตนิโอทักว่าเรื่องของเจ้านายสปายไม่เกี่ยว เสียงร้องเงียบลงเพราะใบไม้ปิดปากแมทธิวไว้ โรมมีโอกาสได้พูด

“ก่อนอื่นต้องสืบให้รู้ว่ามาจากไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใคร รู้นะไม่ใช่ไม่รู้ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้”

ในเวลานั้นนาดาลเห็นทุกอย่างจากลูกแก้วเกิดความตระหนกจะให้ ดร.พีทรู้ไม่ได้...โรมเปิดประตู จู๊ฟซึ่งแอบฟังอยู่ล้มกลิ้ง ดร.พีทเอ็ดมาทำอะไร เขารีบแก้ตัวว่าเดินผ่าน อันโตนิโอฟ้องทันทีว่าจู๊ฟตั้งใจแอบฟัง ดร.พีทจึงสั่งให้ทั้งจู๊ฟและอันโตนิโอช่วยกันเฝ้าหน้าห้อง ห้ามไม่ให้ใครเข้าไปเด็ดขาด แล้วหันมากำชับโรมว่าช่วงนี้ไม่ต้องไปเมืองมนุษย์ ให้อยู่ช่วยที่นี่ก่อน

โรมอึกอัก ดร.พีทดักคอ “ไม่มีการคัดค้านหรือข้อแม้อะไรทั้งนั้น มัวแต่ไปรักษามนุษย์กันหมด...พ่อมดแม่มดลูกมดไม่มีใครดูแล รู้นะไม่ใช่ไม่รู้!”

“รู้แล้วปล่อยให้ไปทำไม จริงไหมหมอโรม”

อันโตนิโอแย็บกับโรม แต่เขาไม่ตอบเดินเซ็งออกไป ในใจครุ่นคิดถึงณิศราที่จะไม่ได้เจอกันอีก

ooooooo

ที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ จนเย็นย่ำไม่มีใครเห็นแมทธิว ต่างร้อนใจทั้งประกาศเรียกและตามหา ณิศราค่อนข้างกังวลเพราะโทร.ตามที่บ้านก็ไม่ได้กลับ เขามีเคสผ่าตัด เดวิดเดินเข้ามาอาสาจะผ่าตัดแทนแมทธิวและทำทีถามว่าเขาหายไปไหน ณิศราอ้างว่าติดธุระด่วน

มาริสากำลังค้นหาร่องรอยในห้องทำงานแมทธิว ณิศราเข้ามาเห็น มาริสารีบบอกว่าแมทธิวเป็นพ่อมดคงไม่กลับมาอีกแล้ว ณิศราไม่เชื่อแต่สงสัยว่าแมทธิวจะถูกพ่อมดสิงพาตัวไป แล้วนึกได้ว่าอาจเป็นฝีมือโรม แต่พอ จะพูดก็พูดไม่ออก มาริสาแปลกใจ ณิศราบอกว่าโดนสาปไม่ให้พูดเรื่องนี้ มาริสาชวนไปให้ตลับช่วย ณิศราเห็นด้วยจะไปบอกสารกิจอีกคน แต่พอเดินไปเปิดประตูก็เปิดไม่ได้ หันกลับมาเห็นมาริสาที่เพิ่งโดนโมนาสิงนั่งไขว่ห้างยิ้มปนเยาะก็ตกใจ

“เธอ...ไม่ใช่หนูมา!”

“ไม่ใช่ที่ไหน นี่หนูมาของพี่แมทชัดๆ”

“ออกไปจากร่างของญาติฉันเดี๋ยวนี้!”

“โอ๊ะ...โอ๊ะ...อู๊ย...ทีนี้ล่ะมานับญาติ แต่ก่อนหน้านี้ทำไมคิดจะฆ่าเขา!” โมนาตะคอกใส่ ณิศราพูดไม่ออก โมนาชี้หน้า “อย่าปฏิเสธ นังหนูณิ นังคนใจร้าย!”

“ฉันบอกให้ออกไปจากร่างหนูมาเดี๋ยวนี้!”

โมนาเยาะจะฆ่าตนหรือ ณิศราจึงขู่อย่าลืมว่าตนเป็นนักล่า โมนาสวนจนณิศราพูดไม่ออก

“ล่าผู้ชายน่ะสิ! ล่าผู้ชายโดยเฉพาะพ่อมดโรมของฉัน! ฉันจะฆ่าแก เอ...หรือว่าจะทำให้เสียโฉมดี โรมจะได้ไม่ชายตาแล”

ณิศราล้วงกระเป๋าหยิบขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาขู่ “อย่าเข้ามานะ บอกแล้วไงว่าฉันเป็นนักล่า ออกมาจากร่างหนูมาเดี๋ยวนี้!” มาริสาหัวเราะเย้ยหยันก่อนเป็นควันหายไป ณิศราตกใจ...

ที่โรงพยาบาลเวทมนตร์เกิดเรื่องตื่นตระหนก เมื่อมีพ่อมดร่างไฟลุกไหม้ครึ่งตัวถูกเข็นเข้ามา ทุกคนตกใจกับเหตุการณ์นี้ โรมวิ่งมาเห็นรีบสั่งให้เข็นออกไปข้างนอก พ่อมดที่ถูกเผาร้องครวญครางอย่างทรมาน โรมไม่ให้ใครตามออกมา มาริสาแอบมองอยู่มุมหนึ่งโดยไม่มีใครเห็น

โรมไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขาเสียใจที่ต้องเห็นพวกเดียวกันถูกเผาสลายไปต่อหน้า...ในคืนนั้นมีการประชุม โรมอ้าปากจะพูดแต่ ดร.พีทยกมือห้าม

“อย่าพูดจนกว่า ดร.พีทจะพูดขึ้นก่อน...เอาล่ะ พูดได้ เพราะ ดร.พีทพูดแล้ว” พอโรมอ้าปากจะพูด

ดร.ก็ชิงพูด “เห็นได้ชัดว่าพ่อมดตนนั้นต้องถูกพวกนักล่าทำร้ายมา ปัญหาก็คือ...”

โรมเห็น ดร.พีทชี้ก็พูดต่อ “ถ้าเขาไม่ได้ไปพบนักล่าในโลกมนุษย์ นักล่าก็มาที่เมืองเวทมนตร์นี่เอง ซึ่งอย่างแรกน่าจะเป็นไปได้มากกว่า”

ดร.พีทเห็นด้วย แล้วชี้ให้จู๊ฟออกความเห็น

แต่จู๊ฟไม่มีความเห็น จึงชี้ไปที่เกอร์ทรู้ด เขากลัวลานพูดออกมาว่าจะไม่ไปโลกมนุษย์อีกแล้ว ดร.พีทจึงจับได้ว่าเขาหนีไปเที่ยว ซูซี่รีบออกตัวว่าไม่เคยไปเมืองมนุษย์ ดร.พีทดักคอว่ากำลังคิดจะไป รู้นะไม่ใช่ไม่รู้

โรมถามแทรก “การที่พวกเราไปๆมาๆเมืองมนุษย์บ่อยๆนี่ ทำให้กำแพงมิติทะลุหลายจุดใช่ไหมครับ”

“ถามได้ดีมาก คำตอบคือใช่ พอทะลุหลายๆ จุดเข้า ต่อไปพวกนักล่าจะบุกเข้ามาในดินแดนของพวกเราได้”

จู๊ฟ ซูซี่และเกอร์ทรู้ดทำหน้าหวาดกลัว โรมคิดว่าจะต้องรีบซ่อมรอยแยก ดร.พีทให้ซ่อมจากโรงพยาบาลนี้ก่อน โรมรับอาสาจัดการเอง

ooooooo

มาริสาซึ่งโดนโมนาสิงกลับมาที่ห้องทำงานในเมืองมนุษย์ เดวิดยืนกอดอกรอ แววตารู้ทันทุกอย่าง เขาถามจะสิงร่างนี้ตลอดไปหรืออย่างไร ร่างมาริสายักไหล่บอกหน้าตาน่าตบดี

 “ติดนิสัยหยาบคายมาจากมนุษย์!” เดวิดด่า โมนาโกรธนัยน์ตาวาวโรจน์

“แล้วนายล่ะ นายดีกว่าฉันนักเรอะ จะบอกให้ว่านายน่ะเลวเหมือนพวกมนุษย์เสียยิ่งกว่าเหมือน ถ้าฉันไม่รู้ว่านายเป็นลูกลุงนาดาล ฉันคงคิดว่านายเป็นมนุษย์ ดีที่มีแหวนวงนั้น แต่ยังไงก็เหมือนอีแร้งที่ทำเชิดคอให้เหมือนหงส์ แล้วทำเนียนเข้ามาปะปนในฝูงหงส์อยู่ดี”

“แถมยังได้จูบหงส์ซะด้วย!” เดวิดตาวาวไปด้วยความเย้ยหยัน โมนาโกรธเงื้อมือจะตบ เขาจับไว้ทันพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม “ฉันรู้ว่าเป็นฝีมือเธอ!”

“ฉันทำอะไร!”

“ฆ่าแม้กระทั่งพวกเดียวกัน แล้วใส่ร้ายว่ามนุษย์ฆ่า”

โมนาไม่ยอมรับ เดวิดเยาะไม่ต้องกลัวว่าจะบอกใคร เพราะถือว่าทางใครทางมัน ตอนนี้ตนก้าวหน้ากว่าเธอมาก จงอย่าอวดดีข่มตนอีก ไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องนี้ไปบอกโรม ว่าแล้วก็เป็นควันหายไป โมนาแค้นใจไม่อาจทำอะไรเดวิดได้...เธอนั่งครุ่นคิดตอนที่กลับไปเมืองเวทมนตร์ เห็นพ่อมดแทมมี่กำลังเก็บดอกไม้ฮัมเพลงอย่างมีความสุข เกิดความหมั่นไส้ที่ไม่คิดจะไปเที่ยวเมืองมนุษย์กับเขาบ้าง จึงแกล้งปล่อยเปลวไฟไปเผาร่างโดยไม่ทันเห็นว่าเดวิดอยู่แถวนั้น...

ค่ำนั้นเดวิดกลับบ้าน นาดาลเรียกเข้าไปสั่งให้เขาช่วยแมทธิว เดวิดไม่รู้ว่าใครจับตัวไป พอนาดาลบอกว่าดร.พีทจับ เขาก็ว่าพ่อน่าจะดีใจที่ลูกหลานนักล่าถูกจับ นาดาลเสียงกร้าว

“แกต้องช่วยแมทธิว!”

เดวิดแปลกใจแต่คิดไปว่า “ผมรู้แล้ว พ่อจะฆ่ามันด้วยมือของพ่อเอง...”

ทันใดนาดาลตบฉาดเข้าที่หน้าเดวิด เขาตกตะลึง นาดาลยังเข่นเขี้ยว “ถ้าจะมีใครต้องตาย มันก็ควรจะเป็นแก!”

“ผมไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องทำร้ายผม แต่กลับปกป้องไอ้ลูกหลาน...” พูดไม่ทันจบนาดาลไล่เดวิดออกไป เขาเจ็บปวดใจ “พ่อพูดเหมือนผมไม่ใช่ลูก พูดเหมือนไอ้แมทธิวเป็นลูกของพ่อ”

“ฉันบอกให้ออกไป!”

“ผมไม่ใช่ลูกของพ่อเหรอครับ...ถ้าพ่อไม่อยากมีลูก พ่อก็ไม่ควรจะไปขอเด็กกำพร้าอย่างผมมาเลี้ยง! ผมเป็นเด็กกำพร้าใช่ไหมครับ!” เดวิดพยายามถามนาดาล

นาดาลหันมาไล่อีกครั้ง เดวิดพูดทั้งน้ำตา ถึงพ่อจะเกลียดตนด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตนก็ยังรักและเคารพเทิดทูนพ่ออย่างที่สุด...เดวิดกลับออกไปด้วยน้ำตานองหน้า ครุ่นคิดเสียใจกับคำพูดของพ่อทุกคำ แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่พ่อต้องการ

เดวิดปรากฏร่างรางๆเดินเข้ามาในโรงพยาบาล ผ่านเกอร์ทรู้ดที่คุยกับซูซี่ แล้วเดินมาที่ห้องแล็บซึ่งมีจู๊ฟ กับอันโตนิโอเฝ้า ทั้งสองรู้สึกเหมือนมีลมเย็นผ่าน...เดวิดเข้ามาในห้องร่ายมนตร์ให้รากไม้และต้นไม้สลบไสล เขาเพ่งมองไปที่แมทธิวเห็นเครื่องแต่งกายบ่งบอกว่าเป็นพ่อมดก็แปลกใจว่าไปอยู่กับพวกนักล่าได้อย่างไรนมนาน พอจะช่วยก็มีเสียงคนเข้ามาจึงรีบหายตัวไป

ดร.พีทกลับมารู้ทันทีว่ามีคนเข้ามาในห้องแล็บ ต่อว่าจู๊ฟยกใหญ่...ส่วนนาดาลโมโหด่าว่าเดวิดไม่เอาไหนที่ช่วยแมทธิวไม่สำเร็จ เดวิดทนไม่ไหวระเบิดอารมณ์ด้วยความอัดอั้น

“อะไรๆก็แมทธิวๆ ไอ้แมทธิวมันสำคัญอะไรนักหนา!”

“สำคัญมากกว่าแกก็แล้วกัน!”

“พ่อทำให้ผมสงสัยว่าไอ้แมทธิวมันเป็นลูกของพ่อ!”

นาดาลสั่งเสียงเฉียบให้ช่วยแมทธิวออกมาให้ได้ แล้วเดินหนีไปไม่ตอบคำถามเดวิด

ooooooo


ดร.พีทหวังว่าทาฮีร่าจะช่วยสืบประวัติแมทธิวได้ว่าเป็นลูกหลานใคร ตัดสินใจมาหาที่บ้าน ทาฮีร่าหลงคิดว่าเขามาเกาะแกะก็เชิดใส่  ไม่มีพ่อมดตนไหนคู่ควรกับตน ชิคเก้นต้องกระซิบ ดร.พีทไม่ให้โกรธ ปล่อยให้นางพูดแล้วสบายใจไป

ดร.พีทพาทาฮีร่ามาเจอแมทธิวที่ห้องแล็บ ต้นไม้เอาใบออกจากปากแมทธิวเพื่อให้เขาตอบคำถาม ทาฮีร่าถามว่าเขามาจากไหน แมทธิวตอบเสียงกร้าว

“ผมไม่ใช่พ่อมด ผมเป็นนักล่า นักล่าพ่อมดแม่มด!”

“โอหังบังอาจ! ลืมแม้แต่ชาติกำเนิด” ดร.พีทชี้หน้า

“ผมมีชาติกำเนิดเป็นนักล่า และไม่มีวันจะเป็นอื่นไปได้”

ดร.พีทยืนยันว่าเขาเป็นพ่อมด แมทธิวยันหัวชนฝาว่าตนเป็นนักล่า ดร.พีทท้าจะลองเผาเขาดู ถ้าสลายไปก็แสดงว่าเป็นพ่อมด ทาฮีร่าแทรกขึ้น

“แล้วพ่อมดตนนี้จะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองเป็นพ่อมด”

“นั่นสิ! รู้นะไม่ใช่ไม่รู้!”

ทาฮีร่าหันมาถามแมทธิวอีกครั้งอย่างอ่อนโยนลง แต่เขาก็ยืนกรานว่าเขาเป็นนักล่า ดร.พีทเริ่มฉุนขึ้นอีก... ระหว่างนั้นโรมขอร้องให้ชิคเก้นแปลงร่างเป็นแมทธิวไปอยู่ที่เมืองมนุษย์ เพราะเกรงจะเป็นเรื่องใหญ่เมื่อทางนั้นรู้ว่าแมทธิวหายตัวไป โดยโรมจะบอกใครๆว่าชิคเก้นลาพักร้อน ชิคเก้นเซ็งแต่ก็ไม่อยากขัดใจโรม

ขณะที่ทุกคนกำลังชุมนุมกันอยู่ในห้องประชุมบ้านตลับ ด้วยความเป็นห่วงแมทธิว ทันใดนั้นเองแมทธิวกลับเข้ามา ทุกคนดีใจมาก กรองทองโผเข้ากอดลูกชาย เขาทำท่าโก่งตัวจะขู่แบบแมว แต่นึกได้รีบกอดตอบแล้วเลียแผล็บๆ มาริสาซึ่งโดนโมนาสิงเห็นท่าทางแมทธิวก็รู้ทันทีว่าเป็นชิคเก้น ตลับซักถามว่าหลานหายไปไหนให้คนตามหากันทั่วก็ไม่เจอ ชิคเก้นสวน

“จะไปรู้ได้ยังไง...” พอเห็นสีหน้าคนฟังตกใจ

ก็รีบพูดใหม่ “เพราะผมก็ยังงงๆอยู่...”

ธงชัยถามอย่างห่วงใยเกรงลูกไม่สบาย แมทธิวกระโดดขึ้นนั่งเก้าอี้แล้วนึกได้รีบเปลี่ยนท่านั่งให้ปกติ ขอโทษทุกคนและบอกว่าตนยังงงไม่รู้ว่าเป็นอะไร ตลับจึงให้มาริสาพาแมทธิวไปพักผ่อนที่ห้อง ณิศรามองอย่างสงสัย นึกถึงคำเตือนของมาริสาเมื่อกลางวัน

ทั้งกุลนภา สารกิจและณิศราต่างรู้สึกว่าท่าทางแมทธิวแปลกไปมาก ตลับเรียกธงชัยไปด้วยกัน กรองทองถามจะไปไหน ตลับตอบด้วยความรำคาญว่าจะไปตึกเล็ก เธอสะดุ้ง

“ไปตึกเล็ก! ก็ไปหานังจันน่ะสิ” กรองทองคิดแล้วลุกจะตาม อุษณีย์รีบห้าม เธอหันมาแหวใส่ “เธอก็ไม่ตามได้สิยะ นังจันมันไม่ใช่เมียน้อยผัวเธอนี่”

ไพจิตรไม่พอใจคำพูดของกรองทอง กุลนภาต้องช่วยห้ามแม่และอธิบายว่าคุณย่าอยากปรึกษาจันเรื่องแมทธิว กรองทองยิ่งไม่พอใจที่ไม่ปรึกษาตนที่เป็นแม่ กุลนภาพยายามรั้งแม่ไว้

ตลับพาธงชัยมาคุยกับจันว่าแมทธิวอาจโดนพ่อมดสิง หรือไม่ก็โดนมนตร์สักอย่างถึงมีท่าทางเพี้ยนๆ ธงชัยบอกว่าคนรถเห็นแมทธิวกลับเข้าบ้านมาเองซ้ำยังพูดจาแปลกๆ จันรีบถามจะให้ตนช่วยอย่างไร ตนยินดีเต็มที่...

เมื่อมาถึงห้องแมทธิว มาริสาตากร้าวสั่งให้แมทธิวมองตา ชิคเก้นซึ่งแปลงร่างเป็นแมทธิวเห็นภาพโมนาซ้อนในร่างมาริสาก็ร้องเมี้ยวออกมาด้วยความตกใจ พลันเสียงกุลนภากับกรองทองเคาะประตูเรียก

มาริสายกนิ้วแตะปากให้ชิคเก้นเงียบ เธอจะไปจัดการเอง

มาริสาเปิดประตูออกมายืนขวาง สองแม่ลูกสั่งให้หลีก กุลนภาผลักมาริสาแต่กลายเป็นตัวเองล้มกลิ้ง กรองทองตกใจหาว่ามาริสาทำร้ายลูกตน เงื้อมือจะตบ แต่แล้วมือเธอก็ตบหน้าตัวเองอย่างแรง กุลนภาตกใจว่าแม่ตบหน้าตัวเองทำไม กรองทองงง กุลนภาหันไปจะเปิดประตูแต่ประตูล็อกก็โวยวายใส่มาริสา เธอจ้องสะกดสองแม่ลูกให้กลับไปและลืมเรื่องราวตรงนี้เสีย

มาริสากลับเข้ามาในห้องบอกชิคเก้นว่าถ้าจะเป็นแมทธิวต้องทำตัวให้เป็นคนมากกว่านี้ แล้วถามว่าแมทธิวอยู่ไหน ชิคเก้นบอกว่าถูกขังที่ห้องแล็บ มาริสาตกใจ

“หา! งั้น ดร.พีทก็รู้แล้วล่ะสิว่าแมทธิวเป็นพ่อมด”

“หาด้วย! แมทธิวเป็นพ่อมด!” ชิคเก้นตกใจบ้าง

“แล้ว ดร.พีทเป็นคนสั่งให้แกปลอมเป็นแมทธิวเหรอ”

ชิคเก้นบอกไม่ใช่ ดร.พีท แต่เป็นโรม มาริสาเครียดครุ่นคิดอย่างหนัก

ooooooo

อุษณีย์วิตกกังวลย้ำกับณิศรา เห็นหรือยังว่าการจองเวรจองกรรมไม่ใช่เรื่องดี  ไพจิตรติงจะปล่อยให้พวกพ่อมดฆ่าพวกเราหรือจะให้แมทธิวถูกควักหัวใจเหมือนที่ปู่โดน...อุษณีย์ขัดไม่ได้หมายความอย่างนั้น แค่อยากให้เจรจากันดีๆ แต่ไพจิตรว่าพวกนั้นอำมหิตไม่มีทางเจรจา

“แต่ยังไม่มีใครลองไม่ใช่เหรอคะ” ไพจิตรจะแย้ง ณิศรารีบพูดว่าตนเห็นด้วยกับแม่

“เจรจากับใคร...อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้พ่อมดที่มันจับตัวลูกไป หนูณิยังติดต่อกับมันอยู่ใช่ไหม!” ไพจิตรจ้องหน้าลูกอย่างคาดคั้น

ณิศราปฏิเสธ  ไพจิตรเสียงเข้มใส่ลูกว่าพวกนั้นไม่มีคนดี เธอแย้งว่าพวกนั้นมีทั้งดีและไม่ดี อุษณีย์มองลูกสาวอย่างพอใจที่ลูกเปลี่ยนมุมมองบ้างแล้ว ไพจิตรเอ็ดภรรยา

“คุณเป็นคนเอาไอ้ความคิดแบบนั้นมายัดใส่สมองลูกใช่ไหม...ฟังพ่อนะหนูณิ ที่แม่เขาสอนอาจจะใช้ได้กับมนุษย์เรา แต่กับไอ้พวกนั้นไม่ใช่เด็ดขาด!”

ณิศราจะขัด “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เราเป็นศัตรูกับมันมาตั้งแต่มีมนุษย์กับมีพ่อมดแม่มดในโลกมั้ง เรารู้เช่นเห็นชาติพวกมันดี มันควักหัวใจคุณปู่!”

“แต่คุณย่าก็จับพวกมันมาเผาทั้งเป็นนะคะ...คุณพ่อขา...หนูณิไม่ได้ตั้งใจค่ะ” ณิศราก้มกราบพ่อ อุษณีย์จะช่วยพูดแต่ไพจิตรยกมือห้ามแล้วเดินหนีไปทันที สองแม่ลูกหนักใจ

ด้านมาริสาช่วยแจกแจงให้ชิคเก้นที่แปลงร่างเป็นแมทธิวรู้ว่าใครเป็นใครในบ้าน ชิคเก้นแปลกใจที่โมนาช่วยพวกมนุษย์ หรือเพราะช่วยโรม พอดีจันมาเคาะประตูเพื่อบอกว่าตลับให้ไปพบที่ห้องพระ...แมทธิว กลับเข้ามาถามมาริสาว่าจันเป็นใคร เธอต้องอธิบายและให้ท่องจำ

ตลับต้องการพิสูจน์ว่าแมทธิวโดนพ่อมดสิงหรือมนตร์สะกด จึงให้มาพบที่ห้องพระให้จับกริชอาคม

แมทธิวเอามาถือเล่นไม่เกิดอะไรขึ้น ตลับโยนเชือกศักดิ์สิทธิ์ให้หวังว่าจะมัดตัวเขา แต่เขาก็ถือได้อย่างสบาย แม้ตลับจะงงกับท่าทีแปลกๆของหลานแต่ก็เชื่อแล้วว่าเขาไม่ใช่พ่อมด

ooooooo

ณิศราต้องอ้างว่าแมทธิวไม่สบายจึงมาทำงานไม่ได้ วิวรรณได้ยินต้องการไปเยี่ยมที่บ้าน ณิศรารีบห้ามขอเวลาอีกสองสามวันค่อยไปเยี่ยม ปราการช่วยห้ามน้องสาว ณิศราขอตัวไปทำงานต่อ ปราการจะตาม วิวรรณเอาคืนแกล้งดึงเขาไว้บ้างบอกไม่ได้ยินหรือว่าณิศราขอตัว

ณิศรามาที่ห้องโรม ร้องเรียกเขาเพราะเชื่อว่าเขายังไม่ไปไหน โรมโผล่ออกมาทำเอาเธอสะดุ้งโหยง โรมห้ามอย่าเพิ่งทะเลาะกัน วันนี้ตนมาลา หญิงสาวใจหายวาบแต่ไม่รั้ง โรมน้อยใจ

“แต่ถึงไม่บอกก็คงไม่เป็นไร เพราะคุณก็ไม่ได้อยากให้ผมอยู่อยู่แล้ว...ตอนนั้นคุณไล่ผม แต่ผมไม่อยากไป”

“แล้วทำไมตอนนี้ถึงไป”

“ก่อนจะไป ผมต้องซ่อมกำแพงมิติระหว่างโลกของผมกับโลกของคุณให้ตัดขาดจากกันตลอดไป พวกเราจะไม่มารบกวนพวกคุณอีก” ณิศราเมินหน้ากลั้นน้ำตา “ดีใจใช่ไหม...ก็ควรจะดีใจ นอกจากผมแล้ว เดวิดกับโมนาก็จะไม่มาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก”

“แล้วคุณก็จะได้แต่งงานกับเธอ...” ณิศราโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ก็คงอย่างนั้น จะไม่บอกลากันดีๆหน่อยเหรอ...ผมพูดเล่นน่ะ รู้ว่าคุณอยากให้ผมไปซะเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ ว่าแต่คุณ มาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า”

ณิศราเม้มปากกลั้นความเสียใจ “จริงสิ! ฉันมาขอความร่วมมือ...พี่แมท ฉันรู้ว่าพวกนาย เอ้อ...คุณจับพี่แมทไป แล้วให้พวกบ้าๆบอๆปลอมตัวมา”

“อ๋อ...ชิคเก้น” ณิศรางงว่าใคร “ช่างเถอะ คุณรู้รึเปล่าว่าแมทธิวเป็นพ่อมด”

“ไม่จริง!” ณิศราตกใจมาก

“จริง! และเมื่อเขาเป็นพ่อมด เขาก็ต้องอยู่เมืองเวทมนตร์ไม่ใช่ในโลกนี้...เมื่อผมซ่อมรอยรั่วเสร็จ ชิคเก้นก็จะกลับเมืองเวทมนตร์เหมือนกัน”

“ฉันไม่สนใจชิคเก้น แต่พี่แมทจะต้องอยู่ที่นี่!”

“เสียใจ ผมช่วยไม่ได้จริงๆเพราะถ้าปล่อยให้อยู่ที่นี่ เขาต้องถูกเผาทั้งเป็น เมื่อทุกคนรู้ความจริง” โรมสะบัดผ้าคลุมหายตัววับไป

ณิศรานั่งเศร้าเสียใจอยู่ในห้องทำงาน อุษณีย์สีหน้าร้อนใจเข้ามาเพราะลูกโทร.ไปเล่าเรื่องราวให้ฟัง เธอไม่อยากเชื่อต้องมาถามให้แน่ใจ ใครเป็นคนบอกว่าแมทธิวเป็นพ่อมด

“ก็หมอโรมคนโปรดของคุณแม่น่ะสิคะ”

อุษณีย์แปลกใจว่าโรมรู้ได้อย่างไร ณิศราบอกว่าเพราะโรมเป็นพ่อมด เธอตกใจมากขึ้น

“เชื่อเถอะค่ะคุณแม่ ทีแรกหนูณิก็ไม่อยากจะบอกใครหรอก แต่มันอัดอั้นตันใจ หนูณิต้องพูดกับใครสักคน และหนูณิก็ไม่ไว้ใจใครเท่าคุณแม่”

“ยังไงแม่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าหมอโรมเป็นคนดี”

“เขากำลังซ่อมรอยแยกของมิติระหว่างโลกของเรากับโลกของเขา เพื่อจะได้ไม่ต้องพบต้องเห็นกันตลอดไป”

อุษณีย์เห็นหน้าลูกเศร้าก็วางมือบนมือลูกถามแทงใจ “หนูณิ...หนูรักเขาใช่ไหมลูก”

ณิศราโผกอดแม่ร้องไห้ เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ผู้เป็นแม่ให้ลูกตอบก่อนว่าจริงไหม เธอสบตายอมรับแต่ก็เสียใจเพราะโรมเกลียดตนแล้ว อุษณีย์ไม่เชื่อ ณิศราพยายามตั้งสติ

“แต่ถึงไม่เกลียด เรื่องของเราก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ช่างเถอะค่ะคุณแม่ เรื่องของหนูณิมันแทบไม่มีความสำคัญอะไรเลย เมื่อเทียบกับเรื่องใหญ่ที่รออยู่”

อุษณีย์ดึงลูกสาวมากอดอย่างเวทนา...ระหว่างนั้น มธุรสเดินผ่านห้องที่ปรารถนาเคยอยู่ ได้ยินเสียงครืนๆก็เปิดประตูเข้าไปดู ไม่เห็นอะไรผิดปกติ แต่พอกลับออกมาก็ได้ยินอีกจึงรีบวิ่งหนีด้วยความกลัว ณิศรากำลังร่ำลาอุษณีย์ที่หน้าห้องทำงาน มธุรสวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเรื่องห้องที่มีเสียงดัง ณิศรารีบออกไปส่งแม่ขึ้นรถแล้วตรงมาที่ห้องเก่าของปรารถนา ร้องเรียกโรม

“ห้องคุณอาปรารถเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของเรา ถ้าคุณจะทำอะไร คุณก็ควรต้องแจ้งเราก่อน” ณิศราทวงสิทธิ์

โรมปรากฏตัวขึ้นทันที “ผมแจ้งให้คุณทราบแล้วว่า จะซ่อมรอยแยกของมิติ”

ณิศราโวยว่าเขาไม่ได้ขออนุญาต แต่พอโรมขอเธอไม่อนุญาตอ้างว่ากลัวโรงพยาบาลพัง โรมชี้แจงว่าตนซ่อมด้วยเวทมนตร์ไม่มีทางพัง เธอไม่เชื่อ เขาจึงถามจะเอาอย่างไรกันแน่ หรืออยากให้ห้องนี้เป็นทางผ่าน ณิศราให้คืนตัวแมทธิวมาก่อน โรมทำไม่ได้เพราะแมทธิวเป็นพ่อมด

“คุณไม่มีหลักฐาน! แต่เรามี ว่าพี่แมทเป็นทายาทนักล่า เขาเป็นลูกคุณลุง...”

โรมโบกมือ “จะลูกคุณลุงอะไรก็แล้วแต่ เวทมนตร์ที่เขามีพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็นพ่อมด”

“แล้วทำไมเขาถึงเป็นลูกของคุณลุงธงชัย”

“นั่นเป็นเรื่องที่พวกเราต้องสืบให้ได้”

ณิศราขอพบแมทธิว โรมให้ไม่ได้แต่สัญญาว่าจะคอยส่งข่าว พูดจบเขาก็หายวับไป...โรมกลับมาที่ห้องทำงานโรงพยาบาลเวทมนตร์ ต้องชะงักเมื่อเห็นทาฮีร่านั่งรออยู่กับโมนา ทาฮีร่าถามทันทีว่าไปไหนทั้งที่ดร.พีทห้ามไม่ให้ไปทำงานเมืองมนุษย์อีก โรมบอกว่าไปซ่อมรอยแยก ทาฮีร่าไม่เชื่อหาว่าเขาไปหาณิศรา เขาจะอธิบาย เธอบอกเห็นจากลูกแก้วแล้ว

“โมนาไม่ได้ฟ้องอะไรคุณยายเลยนะ” โมนารีบออกตัวแต่โรมไม่เชื่อว่ายายจะรู้ได้เอง

“เพราะยายฉลาดไง...ต่อไปนี้ ทุกครั้งที่โรมต้องไปซ่อมรอยแยก โมนาจะต้องไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งถ้าโมนาไม่ว่าง ยายจะไปเอง”


“ว่างค่ะ...โมนาว่างตลอด”

“ดีมากหลานโมนา หลานจะต้องเป็นหูเป็นตาให้ยายนะลูก พอซ่อมรอยแยกเสร็จเมื่อไหร่ ยายจะจัดงานวิวาหะให้หลานทั้งสองทันที”

โรมขบกรามแน่นในขณะที่โมนายิ้มปลื้ม ทรุดลงกอดแขนทาฮีร่าอย่างประจบเอาใจ...เมื่อกลับบ้านโมนายังเอาใจด้วยการทำน้ำคั้นจากหัวต้นนาร์ซิสซัสแก้อ่อนเพลียให้ ปากก็ยังพูดให้ร้ายณิศรามากมายว่าเป็นมนุษย์ร้ายกาจ ชอบใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เห็นแก่ตัวใจร้ายใจดำ และย้ำ

“โรมเนี่ยพยายามเอาใจพวกมนุษย์โดยเฉพาะพวกนักล่าทุกอย่าง ขนาดแมทธิวถูกจับมา โรมยังอุตส่าห์ให้ชิคเก้นปลอมตัวไปแทน แบบว่าจะเอาใจผู้หญิงคนนั้นแหละค่ะ”

โรซี่แอบฟังอยู่ข้างตะเกียงแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าโมนาพูดให้ร้ายได้ขนาดนี้ ทาฮีร่าฉุนเมื่อรู้ว่าชิคเก้นช่วยโรม...โรซี่รีบไปหาโรมที่โรงพยาบาล บ่นไม่ชอบเลย ที่โมนาใส่ร้ายณิศราให้ทาฮีร่าฟัง โรมเครียดจะจัดการโมนาอย่างไรดี

ooooooo

ขณะที่ณิศราเดินอยู่ในโรงพยาบาล ทาฮีร่าโผล่มาขวางหน้าแล้วบอกให้ไปคุยกันในห้อง โมนาแอบมองอยู่มุมหนึ่งอย่างสะใจ ณิศราจำทาฮีร่าได้จึงเดินนำไป แต่พอเปิดประตูห้อง ทาฮีร่ากลับเข้าไปนั่งสง่างามในห้องแล้ว และยังมองมาอย่างหมิ่นๆ

“ฉันเป็นสุดยอดแม่มด เพราะฉะนั้นต้องเข้ามาแบบไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”

“หนูจำคุณป้าได้”

“ไม่ต้องมาหนูมาเหนอกับฉัน! ฉันไม่ชอบหนูแต่ชอบแมว อ้อ...แล้วฉันก็ไม่ใช่คุณป้าของเธอด้วยแม่หนูถีบจักร!”

ณิศราได้ยินไม่ถนัด ทาฮีร่าไม่พูดซ้ำ หญิงสาวจึงถามถึงธุระที่มาพบ

“นี่เธอไม่กลัวฉันหรอกรึ”

“ท่านไม่ได้มีอะไรน่ากลัว...”

“เธอจะบอกว่าฉันสวยใช่ไหม” ณิศราเหวอ “อย่าคิดว่าพูดจาชื่นชมฉันแล้วจะทำให้ฉันใจอ่อน ขอบอกว่าเอาไม่อยู่...รู้ใช่ไหมว่าฉันมาเรื่องอะไรหนูพุก”

“ดิฉันชื่อหนูณิค่ะ”

ทาฮีร่าทำหูทวนลม “ฉันมาเพื่อจะตอกย้ำ อย่ามายุ่งกับหลานโรมของฉัน ได้ยินไหมแม่หนูสกปรก!”

“ดิฉันไม่ใช่หนูสกปรก และดิฉันได้ยินที่ท่านพูดแล้ว แต่ดิฉันจะทำตามหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องนึง!”

ทาฮีร่าอ้าปากค้างแทรกไม่ทัน ผุดลุกขึ้นจนถลาเล็กน้อย “อะไรนะ!”

“ดิฉันบอกได้แต่ว่าถ้าโรมยังรักดิฉัน ดิฉันจะต่อสู้เพื่อเราทั้งสองคน”

“นัง...นัง...หนูสกปรก ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด!” ทาฮีร่าชี้หน้ามือไม้สั่น ณิศราย้ำว่าแล้วจะได้เห็นกัน แม่มดพันปียิ่งโกรธจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองณิศราเดินออกไปอย่างไม่แคร์...

โมนาตามเข้ามา ฟังทาฮีร่าเล่าแล้วโกรธทำไมถึงไม่สาปณิศราเสียเลย แม่มดพันปียอมรับว่านึกคำสาปไม่ออก โมนาจะไปจัดการ ทาฮีร่าห้ามกลัวโรมจะโกรธและคิดว่าควรใช้วิธีทำให้โรมรักณิศราไม่ได้จะดีกว่า...คือให้โรมหมั้นกับโมนาเร็วที่สุด โมนาดีใจแต่ทำขรึม

“ถึงจะหมั้นกันแล้ว แต่โรมก็คงจะตัดใจจากแม่หนูณิได้ยาก นอกจากหนูณิจะวิวาหะกับคนอื่นไป”

“งั้นยายจะต้องสืบว่ามีใครที่มาชอบแม่หนูสกปรกนั่นอีก”

โมนาแปลกใจจะสืบจากไหน ทาฮีร่ายิ้มย่องว่ามีเพื่อนที่พอจะสืบได้...

ณิศราเดินอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนกับมาริสา เธอแปลกใจว่าหนีอะไรมา ท่าทางมาริสาเป็นห่วงอย่างจริงใจ ณิศราจึงให้ไปคุยกันในห้องของมาริสา...แม้ณิศราจะไม่ชอบหน้ามาริสาแต่ความวุ่นวายในตอนนี้ทำให้ตกอยู่ในสถานะเดียวกัน แต่เธอก็เริ่มต้นเล่าไม่ถูก มาริสาจึงเล่าเรื่องของตัวเองก่อน ว่าตัวเองโดนแม่มดตนหนึ่งตามรังควานเข้าสิง ตนรู้เพราะหลายครั้งที่มีเรื่องที่ตนไม่ได้ทำ แล้วมาริสาก็หน้าแดงไม่กล้าเล่า

“บอกมาเถอะ ฉันสัญญาว่าจะเล่าเรื่องของฉันให้เธอฟัง”

“มัน...มันเกี่ยวกับ...พี่แมท” แล้วมาริสาบอกเรื่องที่แมทธิวเป็นพ่อมด ณิศราคิดว่าเธอคงดีใจที่ไม่ใช่พี่น้องกัน แต่มาริสาไม่คิดอย่างนั้น

“ไม่ค่ะ! เพราะถ้าเขาเป็นพ่อมดก็เท่ากับเราเป็นศัตรูชนิดที่ไม่มีวันจะมองหน้ากันได้เลย นอกจากจะล้างผลาญให้ตายไปข้างนึง...หากเป็นอย่างนั้น หนูมาก็ขอเลือกที่จะเป็นพี่น้องแท้ๆกับพี่แมทมากกว่าค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็จะได้เห็นหน้ากัน รักและห่วงใยกัน ทำดีต่อกัน”

ณิศราสะท้อนใจนึกถึงตัวเองแล้วน้ำตาคลอ มาริสา ให้เธอเล่าเรื่องของเธอบ้าง ณิศราบอกว่าตนบ้าที่ไปรักคนที่ไม่ควรรัก แต่ไม่ยอมบอกว่าใคร เพราะคิดว่ามันน่าอายกว่าเรื่องของมาริสา

ooooooo

ปรารถนากำลังนั่งวาดรูปอยู่ในห้องพักผ่อน เธอตั้งใจจะจัดงานแสดงภาพเขียนของตัวเอง แม้หยดย้อยจะแย็บว่าใครจะมาดู เธอยิ้มย่องบอกว่าจะจัดให้คนดูได้รางวัล มีการจับสลาก ค่าเข้าดูก็ไม่เก็บ ใครจะพลาดได้ หยดย้อยอ่อนใจคงต้องจ่ายค่าออกให้คนดูด้วย

ทันใดมีเสียงเหมือนกำแพงห้องจะพัง หยดย้อยตกใจ ปรารถนารู้ว่าแม่มดกำลังมาจึงใช้หยดย้อยไปเอาโทรศัพท์มือถือที่ห้องนอน เธอต้องการเก็บภาพแม่มดตอนออกจากกำแพงไว้ หยดย้อยรีบวิ่งไป...ปรารถนาจ้องมองกำแพงเห็นโรซี่กระโดดออกมาแล้วหันไปดึงทาฮีร่าอีกคน

“เฮ้อ...กว่าจะออกมาได้ คุณปรารถ ฉันขอแนะนำให้ไปอยู่โรงพยาบาลอย่างเดิมเถอะ กำแพงที่นี่มันแข็งกว่าที่นั่นอีกนะเนี่ย”

“อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน คุณยายตามคุณปรารถไปได้โม้ด...” ปรารถนาพึมพำ

โรซี่ทักทายปรารถนา เธอถามหาชิคเก้น โรซี่ตอบว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ หยดย้อยวิ่งกลับมาต้องแปลกใจที่เห็นสองยายหลานมาได้อย่างไร ทาฮีร่าบอกออกมาจากกำแพง เธอหาว่าพูดตลก แล้วจะไปชงชา

เอิร์ลเกรย์มาให้จิบ และเอานมแพะมาให้โรซี่ หนูน้อยกลับบอกว่าไม่กินแต่จะกินนมไดโนซอร์ หยดย้อยหน้าเหวอแต่ก็เข้าใจว่าพูดเรื่องตลกจึงหัวเราะ ปรารถนาบอกยังมีเรื่องตลกกว่านี้อีก เช่นตนกินน้ำลายคางคกแล้วกลายเป็นคางคก หยดย้อยหัวเราะน้ำตาเล็ด

“แม่อุทัยเทวีตัวนั้นนั่นเอง...ไม่ไหว เดี๋ยวหยดย้อยขาดใจตาย ไปก่อนล่ะค่ะ”

ปรารถนามองหยดย้อยเดินหัวเราะออกไป หันมาเจอสีหน้าเคร่งขรึมของทาฮีร่าก็ขยาด “ฉันมีเรื่องจะขอความร่วมมือกับคุณปรารถ ไปพูดกันในห้องดีกว่าจะได้มิดชิดหน่อย”

ทาฮีร่าร่ายคาถาอย่างเท่เพื่อจะหายตัว แต่กลายเป็นปรารถนาหายไป โรซี่ทำหน้าเฟลบอกว่าปรารถนาไปอยู่ในห้องแล้ว ทาฮีร่าเชิดหน้าเดินตามไปเอง...ปรารถนานั่งอ้าปากหวออยู่ในห้องงงๆ ทาฮีร่าเดินบ่นในขณะที่โรซี่เดินตาม

“โลกนี้มันเป็นอะไรไปหมดแล้ว แม่มดต้องเดินเข้ามา แต่มนุษย์กลับหายตัวมานั่งอย่างสบายใจ” โรซี่บอกยายท่องคาถาผิด ทาฮีร่ากลัวเสียหน้าเอ็ดว่าไม่ได้ต้องการฟังความคิดเห็น

ทาฮีร่าเริ่มคุยจริงจังกับปรารถนา โดยบอกให้เธอทำหน้าให้ฉลาดๆเหมือนตน แล้วถามว่ารู้จักหนูตะเภาไหม ปรารถนาส่ายหน้า แม่มดพันปีถอนใจเฮือก โรซี่แก้ให้ว่าคือณิศรา

“ถ้าเป็นหนูณิรู้จักดีค่ะ แต่หนูตะเภาไม่รู้จัก!”

“มีคู่วิวาหะหรือยัง?”

ปรารถนาไม่เข้าใจ โรซี่ต้องขยายความว่ามีแฟนหรือยัง เธอจึงตอบว่าเท่าที่เห็นไม่มี ทาฮีร่าได้ยินเช่นนั้นก็ชวนโรซี่กลับทันทีเพื่อไปจัดการเรื่องอื่นต่อ ว่าแล้ว ก็ลุกเดินเข้ากำแพง แต่กลับชนโครม ปรารถนาทำหน้าสยองรีบถามว่าเจ็บไหม พอถูกทาฮีร่าหันมาจ้องก็จ๋อยลง

“แบบ...แบบว่า ห่วงใยน่ะค่ะ”

“ห่วงตัวของตัวเองก่อนดีไหม” ทาฮีร่าร่ายคาถา “โอเพ่น...ซาชิมิ...”

ทันใดซาชิมิถูกปาออกมาจากกำแพง โรซี่รีบพาทาฮีร่าไปเองด้วยการจูงเข้ากำแพง  ปรารถนาเดินอย่างกล้าๆกลัวๆเข้ามาเก็บซาชิมิขึ้นมาชิม แล้วรู้สึกว่ารสชาติแปลกดี จากนั้นเธอก็ทำท่าและร่ายคาถาตามทาฮีร่าบ้าง หยดย้อยเปิดประตูเข้ามาเห็น เข้าใจว่าอาการแย่ลง จึงเตือนให้แยกแยะระหว่างโลกความจริงกับโลกมโนและร่ายเรื่องทฤษฎีชีวเคมีศรีฟิสิกส์ ปรารถนาไม่อยากฟังขู่จะเสกให้เป็นลิง หรือไม่ก็จะหนีไปอยู่กับสองยายหลาน

กลับถึงบ้าน ทาฮีร่าครุ่นคิดจะทำให้ณิศรามีคู่ได้อย่างไร โรซี่เอาใจหาน้ำให้ดื่มและตะล่อมว่า ณิศราอาจมีคู่เป็นพ่อมดก็ได้ ทาฮีร่าไม่พอใจ โรซี่บอกพ่อตนก็เป็นมนุษย์มีคู่เป็นแม่มด ทาฮีร่าว่านั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ โรซี่อยากรู้เหตุผล แม่มดพันปีไม่เล่า เอ็ดหลานยกใหญ่และว่าไม่ต้องการที่ปรึกษาอย่างโรซี่กับชิคเก้น โรซี่น้อยใจจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่

ทาฮีร่ารีบกอดหลาน “ยายอยากให้โรซี่อยู่ด้วยมากที่สุด อย่าหนียายไปนะลูก ยายเหงา” โรซี่บอกยังมีโรม “อีกหน่อยโชคชะตาก็ต้องพาเขาไปจากยายจนได้ แล้วยายก็เหลือแต่โรซี่กับชิคเก้น” โรซี่สวมกอดบอกจะไม่ไปไหน ทาฮีร่าตื้นตัน “โรซี่หลานรักของยาย...”

ooooooo

หยดย้อยรายงานอาการปรารถนาให้ปราการกับวิวรรณฟัง ทั้งสองจึงมาเยี่ยมที่บ้าน พยายามอธิบายว่าไม่มีใครเดินทะลุกำแพงได้ ปรารถนายืนยันว่าสองยายหลานออกมาได้ ถ้าทั้งสองมาอีกเมื่อไหร่จะให้แสดงให้ดู สองพี่น้องแปลกใจว่าใครคือสองยายหลาน

พอหยดย้อยเล่าว่าเป็นคนรู้จักกันที่โรงพยาบาล วิวรรณเกรงจะเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกลวง ปรารถนาโกรธบอกตนไม่โง่ ปราการสั่งหยดย้อยห้ามไม่ให้สองยายหลานเข้ามาในบ้านอีก หยดย้อยเสนอให้จ้าง รปภ.มาคอยคุ้มกัน ปราการเห็นดีเพราะเงินปรารถนาเยอะ

“นั่นไง!  คุณยายทาฮีร่าเตือนไว้ไม่มีผิดว่าคุณปรารถจะถูกฉ้อโกง!” ปรารถนาโพล่งออกมา ปราการกับวิวรรณสบตากันงงๆ

หลังจากนั้นวิวรรณกับปราการก็กลับมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง สิริกาญจน์บอกตนก็คิดว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ สั่งทุกคนคอยดูแลห้ามคนนอกเข้ามาอีก...

วิวรรณนึกได้ชวนพ่อกับแม่ไปเยี่ยมแมทธิวเผื่อเขาจะได้เกรงใจพ่อแม่บ้าง สิริกาญจน์แปลกใจ

“หมอแมทคุยกับลูกไม่ดีเหรอ” วิวรรณหน้าเจื่อนรีบปฏิเสธ ปราการแทรก

“ยัยวิ พี่ว่าหมอแมทเขาคงชอบคนอื่นอยู่แล้ว”

สิริกาญจน์เอ็ดลูกชายที่พูดให้น้องเสียใจ แล้วหันมายุลูกสาวให้มัดใจแมทธิวให้ได้ สมเกียรติเย้าว่าเหมือนแม่ที่ทำสำเร็จจนได้พ่อมา ทุกคนหัวเราะกลายเป็นเรื่องสนุก...

ค่ำนั้นณิศราเดินเข้ามาในห้องที่ปรารถนาเคยพัก ลูบไล้กำแพงด้วยคิดถึงใครบางคน มาริสาตามเข้ามาด้วยความเป็นห่วง ณิศราถามอยากรู้เรื่องน่าอับอายของตนใช่ไหม เธอรีบปฏิเสธ

“ใช่! ฉันหลงรักพ่อมด มันบ้าใช่ไหมที่คนอย่างฉันหลงรักพ่อมด ซ้ำเขายังมีผู้หญิงที่เขารักอยู่แล้วด้วย...เขากำลังจะแต่งงานกัน! แล้วฉันผู้หยิ่งทะนงตัวก็ต้องอกหักในที่สุด” ณิศราปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้น มาริสาแตะมือปลอบ เธอโผกอดมาริสาร้องไห้สะอึกสะอื้น...

ในขณะเดียวกัน เดวิดซึ่งแปลงเป็นหมอเดชาตีสนิทกับสารกิจ พาเข้าบ่อนจนเล่นอย่างเมามัน แล้วก็ทำให้เสียร่วมยี่สิบล้าน...สารกิจกลัดกลุ้มจะหาเงินที่ไหนมาจ่าย เดชาบอกค่อยมาแก้ตัวใหม่พรุ่งนี้ เขาโวยถ้าเสียอีกจะเอาเงินที่ไหนมาเสีย

“ก็เงินมรดกในอนาคตของคุณไง”

“คุณจะบอกให้ผมโกงเงินคุณย่าอีกรึ”

“ผมเคยบอกแล้วว่าในอนาคตมันต้องเป็นเงินของคุณ”

สารกิจหวาดหวั่นกลัวโดนตลับจับได้ เดชาแนะนำว่าเขาเป็นคนคุมบัญชี จงถอนเงินออกมาห้าสิบล้าน แล้วตกแต่งบัญชีใหม่ สารกิจชักสงสัยว่าเดชาเป็นใครกันแน่ เขาตอบเป็นเพื่อนผู้หวังดี...เดชาต้องการเข้าบ้านสารกิจแต่ติดที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ป้องกัน จึงใช้วิธีสิงร่างสารกิจขับรถเข้าไป แล้วคืนร่างทำทีว่าขับรถมาส่ง สารกิจมีท่าทางเมาให้เดชาประคอง เจอกรองทองในบ้าน จึงบอกว่าเห็นสารกิจเมาเลยพามาส่ง กรองทองให้ไปส่งบนห้อง

กรองทองคิดว่าทั้งสองเป็นคู่เกย์กัน แกล้งชวนให้เดชานอนค้างที่บ้านในห้องสารกิจนั่นแหละ ทำทีชวนคุยถามถึงครอบครัว เดชาเล่าเศร้าๆว่าเขามีแต่พ่อ แม่ถูกฆาตกรรมตั้งแต่ตนเพิ่งเกิด กรองทองเสียใจด้วย โดยไม่สะกิดใจสักนิดว่านี่คือลูกชายของตัวเอง

จากนั้นกรองทองกลับมาเล่าให้ธงชัยฟัง เขาไม่สนใจว่าใครจะเป็นเกย์เพราะไม่ใช่ลูกตน กรองทองยิ้มย่องใครจะดีประเสริฐเท่าแมทธิวลูกตนเป็นไม่มี

เดชาหรือเดวิดนอนมองสารกิจอย่างสมเพช “ไอ้พวกมนุษย์นี่ช่างจิตใจอ่อนแอเหลือเกิน ชักจูงง่ายเหมือนจูงลาโง่ให้เดิน...อีกไม่นานข้าจะทำลายบ้านหลังนี้ให้พังพินาศให้หมด”

เดวิดหายตัวออกจากห้องสารกิจ ชิคเก้นกำลังเดินหาหนูกินอยู่บริเวณสวน ได้กลิ่นคุ้นๆพอเงยมองเห็นเดวิดเดินอยู่ก็แปลกใจแอบสะกดรอยตาม...นาดาลเห็นภาพในลูกแก้วก็ใช้พลังชีวิตทำให้เดวิดเห็นภาพการต่อสู้ของฮันนากับตลับที่ลานกว้างเพื่อกระตุ้นให้เขาโกรธแค้น เดวิดเห็นภาพนั้นแต่ชิคเก้นไม่เห็นก็งงว่าเขาหยุดมองอะไรท่าทางเครียดขนาดนั้น แล้วจบลงด้วยภาพฮันนาถูกเผาอย่างทรมาน เดวิดคำรามออกมาอย่างเจ็บปวดคั่งแค้น

เสียงดังจนชิคเก้นต้องเอามืออุดหู รวมถึงคนในบ้านที่ได้ยินตกใจกับเสียงนั้น ยกเว้นสารกิจซึ่งหลับใหลจากมนตร์สะกด...ขณะเดียวกันจู๊ฟชวนซูซี่กับเกอร์ทรู้ดไปที่บ้านนาดาลเพราะต้องการพิสูจน์บางอย่าง โดยให้อันโตนิโอเฝ้าห้องแล็บไว้ตัวเดียว แล้วทั้งสามก็ได้เห็นนาดาลกำลังส่งพลังชีวิต ทั้งสามเห็นแล้วตกใจหลบออกมาสุมหัววิเคราะห์ว่านาดาลส่งพลังไปให้ใครจนหมดพลัง คนนั้นต้องเป็นคนสำคัญมากสำหรับแกแน่

นาดาลส่งพลังชีวิตจนหมดแรงสลบไป ภาพที่เดวิดเห็นก็จางหายไปทันที...จู๊ฟ ซูซี่และเกอร์ทรู้ดย่องกลับมาเห็นนาดาลหมดสติก็รีบเข้าไปดูอาการ แล้วช่วยกันประคองเขาให้นอนบนเตียง ซูซี่พยายามปลุกนาดาลให้รู้สึกตัว เกอร์ทรู้ดให้รีบส่งโรงพยาบาล นาดาลพูดอย่างอ่อนระโหยว่าไม่ไป ขอแค่รินน้ำสมุนไพรในกาที่วางอยู่มาให้ พอเขาดื่มอาการก็ดีขึ้น

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 10 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 3 พ.ย. 2561 08:40 2018-11-04T23:50:32+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ