ข่าว

วิดีโอ



พ่อมดเจ้าเสน่ห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมเมดี้-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ รัตนระวีโชติ ,ประทุม มิตรภักดี

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร

บริเวณลานกว้างเวิ้งว้างยามค่ำคืน แม่มดฮันนาถูกมัดอยู่กลางเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ เหงื่อกาฬเธอไหลเต็มหน้า ส่งเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัว เรียกให้สามีช่วย

นาดาลสะดุ้งตื่นจากความฝัน ผุดลุกขึ้นนั่ง หันมองภรรยาที่นอนหลับพริ้มข้างๆ เขาถอนใจโล่งอก แต่แล้วต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเห็นไฟลุกไหม้ร่างฮันนา เขาร้องเรียกเธอลั่น...ฮันนาลืมตาขึ้นมามองสามีอย่างงงๆว่าเขาเป็นอะไร นาดาลเห็นภาพเป็นปกติ จึงบอกเธอว่าเขาฝันร้าย

รุ่งเช้า นาดาลเล่นกับลูกชายฝาแฝดที่ยังเป็นทารก ฮันนาแต่งตัวสวยเดินมาบอกว่าจะไปเที่ยวโลกมนุษย์ นาดาลนึกถึงความฝันรีบห้ามทันที ภรรยาทำหน้างงแล้วหัวเราะ

“พี่เป็นอะไรไป ฮันนาจะไปเที่ยวนะคะ ไม่ใช่ไปตาย!”

“ยังจะมาพูดอีก! พี่บอกแล้วไง เมื่อคืนพี่ฝันว่าฮันนา...”

“ถูกเผายังงั้นเหรอคะ” ฮันนาต่อให้อย่างอารมณ์ดี

นาดาลโกรธห้ามไปเด็ดขาด ฮันนางอนสะบัดหน้าเดินไปอย่างไม่ค่อยพอใจ...เธอออกมาเดินงุ่นง่านอยู่ในสวนดอกไม้ สักพักส่งเสียงดังออกมา

“โอ๊ย! ร้อน! ทนไม่ไหวแล้ว...ไม้กวาด!” ฮันนาเรียกไม้กวาดให้ลอยมาแล้วขี่ออกไป

แววตาฮันนารื่นรมย์กับบรรยากาศรอบตัว เธอขี่ไม้กวาดผ่านหมู่เมฆบางๆ พอลงจอดพบว่าเบื้องล่างเป็นสวนกุหลาบบานสะพรั่งไปทั้งสวน เธอเดินชมและดมกลิ่นหอมอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเอง มีเชือกวิเศษเส้นหนึ่งพุ่งตรงมารัดร่างเธอไว้ ฮันนาพยายามดิ้นให้หลุด

“นังแม่มด!” เสียงเข้มอย่างมีอำนาจดังขึ้น

ฮันนาสะดุ้งหันมองเห็นตลับซึ่งเป็นนักล่าพ่อมดแม่มดมากับคนติดตามจันและชด ตลับสั่งให้ทั้งสองเตรียมเผา แม่มดสาวตกใจขอร้องให้ไว้ชีวิต เพราะตนเป็นแม่ลูกอ่อน ตลับแสยะยิ้ม

“ฉันก็เป็นแม่ลูกอ่อนเหมือนกันในวันที่พวกแกพรากสามีไปจากฉัน!”

“แต่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“สามีฉันก็ไม่รู้อะไร! ฉันตั้งใจไว้ตั้งแต่วันนั้นว่าแค้นต้องชำระ หากพ่อมดหรือแม่มดตนใดหลงเข้ามา ฉันจะจับเผาเสียให้หมด!” สีหน้าตลับเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท...โรมกับแมทธิว สองทารกน้อยร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย นาดาลใจไม่ดีที่อยู่ๆลูกทั้งสองร้องไห้พร้อมกัน ไม่ทันไรภาพวาดของฮันนาตกลงมาจากข้างฝาแตกกระจาย เขาสะดุ้งเป็นห่วงภรรยามากขึ้น พอหยิบภาพขึ้นมาเหมือนมีภาพซ้อนเป็นไฟลุกไหม้ เขาตกใจทิ้งภาพลงพื้น ภาพนั้นกลับเป็นภาพปกติ นาดาลไม่รอช้า รีบออกไปจากห้องลูกทันที

ระหว่างที่ฮันนาร้องไห้อ้อนวอนให้ตลับปล่อย ไพจิตรกับอุษณีย์เดินตรงมา อุษณีย์สีหน้าหวาดวิตกว่ากำลังจะทำอะไร ไพจิตรผู้เป็นลูกชายของตลับตอบอย่างเป็นเรื่องธรรมดาว่า เผามัน ผู้เป็นภรรยายิ่งตกใจที่จะเผากันทั้งเป็น

“ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้น ผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่มด ครอบครัวเราเป็นนักล่า! เมื่อเจอพวกพ่อมดแม่มดที่ไหนเราต้องเผา! ไป คุณแม่หันมามองแล้ว” ไพจิตรจูงอุษณีย์เดินไปหา

ตลับถามหาธงไชยลูกชายคนโต ไพจิตรบอกว่าออกไปโรงพยาบาลเพราะกรองทองพี่สะใภ้คลอดลูกแล้วเป็นผู้ชาย ตลับดีใจที่ได้หลานคนแรกเป็นชาย จะได้เป็นตัวแทนตนต่อไป...ฮันนาร้องให้คนช่วย ตลับหันมาตวาดว่าแถวนี้ไม่มีบ้านใคร ไม่มีใครช่วยได้ ฮันนาวิงวอน

“ฉันมีลูกฝาแฝดที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่วัน ปล่อยฉันไปเถอะจ้ะ...”

“เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน แล้วสาระแนแส่มาหาที่ตายเอง สมน้ำหน้า!”

“คุณ...คุณแม่คะ พี่กรองก็เพิ่งคลอด...” อุษณีย์สะดุ้งหุบปากเมื่อตลับตวาดให้หยุด

“อย่าไปหลงกลมัน แม่มดพวกนี้มันเจ้าเล่ห์แสนกล ชด...ไปหยิบหนังสือมา”

ชดรับคำรีบเดินไป อุษณีย์กระซิบถามไพจิตรว่าหนังสืออะไร สามีตอบว่าหนังสือคาถา หญิงสาวเหลือบมองฮันนาอย่างสงสาร เพราะตัวเองก็กำลังตั้งท้องอยู่ ฮันนาเห็นสายตา วิงวอน

“ปล่อยฉันเถอะ ปล่อยฉันกลับไปหาลูก เธอก็กำลังท้องอยู่ไม่ใช่เรอะ”

ตลับห้ามไม่ให้ลูกสะใภ้ฟัง อุษณีย์รีบก้มหน้าลง ไพจิตรโอบภรรยาไว้

ooooooo

ในห้องเก็บลูกแก้วบ้านนาดาล เขากำลังใช้ลูกแก้วค้นหาว่าฮันนาอยู่ที่ไหน แล้วภาพที่ปรากฏเป็นบรรยากาศของโลกมนุษย์ ภาพในลูกแก้วเลื่อนมาที่บ้านอัครเดชฤทธิ์ เห็นฮันนาถูกมัดด้วยเชือกวิเศษอยู่กับหลัก กำลังจะถูกเผา เขาตกใจมากผลุนผลันออกไปทันที

ตลับกำลังอ่านคาถาด้วยเสียงดังก้องมีอำนาจ “ด้วยอำนาจแห่งเทพอัคคี ผู้มีเปลวเพลิงร้อนแรง จงบันดาลไฟโชนแสงลงมา ณ บัดนี้!” ลมพัดแรงขึ้น เมฆดำกระจายเต็มท้องฟ้า บรรยากาศมืดลง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง แล้วปรากฏเป็นลูกไฟพุ่งตรงจากท้องฟ้าลงมายังกองฟืนลุกเป็นไฟ ฮันนาร้องกรี๊ดเช่นเดียวกับอุษณีย์ ตลับกล่าวเสียงดัง

“จงมาเผาผลาญกายี นางแม่มดตนนี้ให้สิ้นสลายไปเทอญ”

สายฟ้าฟาดลงมาอีกเปรี้ยง ตลับปิดหนังสือลงมองไปยังฮันนาอย่างสะใจ

ฮันนาร้องอย่างทุกข์ทรมาน นาดาลขี่ไม้กวาด เหาะลงมา ฮันนาตกใจไล่ให้เขากลับไปดูแลลูกๆ ตลับดีใจจะได้เผาทั้งผัวเมีย เปิดหนังสือเตรียมว่าคาถา อุษณีย์แกล้งเซด้วยแรงลมไปชนตลับจนหนังสือหล่นจากมือ ทำทีขอโทษว่าลมแรง ก่อนจะหันไปส่งสายตาขอให้นาดาลกลับไป ฮันนาร้องว่าลูกต้องการเขา แล้วเธอก็ตวัดนิ้วที่สวมแหวนหลุดออก ลอยไปขยายใหญ่รัดตัวนาดาลพาลอยออกไป เขาร้องตะโกนบอกภรรยาด้วยใจแตกสลาย

“ลาก่อนฮันนา แล้วพี่จะแก้แค้นให้เธอ...ฮันนา...ฮันนา...”

เปลวไฟเผาร่างฮันนาจนสูญสลายไปในที่สุด... แหวนพาร่างนาดาลกลับมาถึงกระท่อม แล้วกลายเป็นวงเล็กสวมที่นิ้วเขาพอดิบพอดี นาดาลเสียใจคร่ำครวญ

“ฮันนา พี่มันไม่เอาไหน ไม่เคยสนใจฝึกฝนเวทมนตร์คาถา จนกลายเป็นพ่อมดโง่ปล่อยให้เมียถูกเผาไปต่อหน้าต่อตา” ความเสียใจกลายเป็นเคียดแค้นดวงตากร้าวอำมหิต “ฟ้าดินเป็นพยาน ข้าจะแก้แค้นให้ฮันนาให้ได้!”

นาดาลมาที่ห้องลูก สัญชาตญาณของลูกที่เสียแม่ ร้องไห้โยเย “โรม แมทธิว เจ้าทั้งสองคนจะต้อง ช่วยพ่อแก้แค้นให้แม่ของเจ้า! เราจะช่วยกันทำลายครอบครัวพวกนักล่านั่นให้มันย่อยยับ” สองแฝดหยุดร้องมองพ่อ “แมทธิว เจ้าต้องไปอยู่เมืองมนุษย์ ไปแก้แค้นให้แม่ของเจ้า!”

ค่ำคืนนั้น นาดาลอุ้มแมทธิวมายังโรงพยาบาลในโลกมนุษย์ ผ่านพยาบาลที่กำลังทำงานกันตามปกติ ไฟบริเวณนั้นเกิดหรี่ลงและกะพริบปิดๆเปิดๆ พยาบาลโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจเช็ก...มีลมพัดวูบเข้ามา ทุกคนรู้สึกง่วงเริ่มหาวแล้วหลับไปในอิริยาบถต่างๆกัน

นาดาลอุ้มแมทธิวมาจนถึงห้องพักกรองทอง ธงไชยยืนหลับอยู่ข้างเตียงเด็ก นาดาลตรงไปที่เตียงเด็ก ร่ายคาถาให้ทารกขยับไป แล้ววางแมทธิวลงแทนก่อนจะอุ้มทารกขึ้นมา เขารวบรวมพลัง เปล่งเป็นลำแสงออกมาจากดวงตา พุ่งไปครอบงำในหัวธงไชยกับกรองทอง

“จงจำไว้ว่าลูกของเจ้าชื่อแมทธิว และพวกเจ้าทั้งบ้านจะไม่ได้กลิ่นพ่อมดจากตัวของเขาเลย...พวกเจ้าจะต้องได้รับกรรมที่ก่อเอาไว้...ลาก่อนแมทธิวลูกรัก ถึงเจ้าจะต้องเติบโตอยู่ท่ามกลางนักล่า แต่เลือดพ่อมดของเจ้าจะเข้มข้นอยู่เสมอ” นาดาลเริ่มสั่นเพราะเสียพลังชีวิตไป เขาอุ้มลูกกรองทองที่ตั้งชื่อว่าเดวิดออกไป

บรรยากาศในโรงพยาบาลกลับคืนสู่ปกติ ทุกคนทำงานตามเดิม...นาดาลกลับมาที่บ้าน ได้ยินเสียงโรมร้องโยเย เขารีบเข้าไปในห้องเด็ก วางเดวิดลงบนเตียง แล้วอุ้มโรมขึ้นมา “โรมลูกรัก...ถ้าอยู่กับพ่อ เจ้าอาจจะ กลายเป็นพ่อมดที่ไม่เอาไหนเหมือนพ่อ พ่อจะพาเจ้าไปอยู่กับแม่มดผู้ทรงพลังและเปี่ยมด้วยคาถาอาคมชั้นสูง เจ้าจะได้ศึกษาตำราต่างๆจากนาง เพื่อเอาไว้แก้แค้นให้แม่ของเจ้า พ่อรู้ว่าเจ้าต้องทำได้”

เดวิดร้องไห้ขึ้น นาดาลหันไปเอ็ดให้เงียบ ทารกหยุดร้องทันที นาดาลหัวเราะหลังจากกล่าว “เจ้าก็มีหน้าที่เหมือนกัน หน้าที่ล้างผลาญวงศาคณาญาติของเจ้าให้มันพินาศย่อยยับไง”

ooooooo

บ้านทาฮีร่า แม่มดที่อายุใกล้พันปี เธอมีแมวชื่อชิคเก้นที่คอยต่อปากต่อคำกันมาตลอดหลายร้อยปี ระหว่างนั้น ทาฮีร่ากำลังกินซุปเป็นอาหารเช้า ชิคเก้นเปรยว่า

“อนิจจัง อนิจจา อนิจจังวัฏสังขารา...เคยเคี้ยวข้าวได้อยู่แหม็บๆ เดี๋ยวนี้ต้องมากลืนซุปเสียแล้วเพราะฟันฟางมันไม่เป็นใจ เคี้ยวไม่ไหวตามอายุ...”

“ไอ้ชิคเก้น! แกจะว่าฉันแก่ใช่ไหม!”

“หามิได้ ชิคเก้นแค่รำพึงรำพันถึงสัจธรรมของชีวิต”

ทาฮีร่าหมั่นไส้ด่าเป็นแมวขี้เรื้อนและไล่ไปให้พ้นหน้า พูดไม่ทันจบมีเสียงเด็กร้องดังมาจากหลังบ้าน ต่างชะงัก ชิคเก้นออกปาก

“มีคนคิดว่าที่นี่เป็นสถานเลี้ยงเด็กอีกแล้ว! มาทายกันสิว่าคราวนี้จะยังเป็นแม่มดหรือจะเปลี่ยนอารมณ์เป็นพ่อมด”

“บอกเลยว่าถ้าเป็นแม่มดฉันไม่เลี้ยงเด็ดขาด! สมัยนี้พ่อมดแม่มดเป็นอะไรกันไปหมด มีลูกแล้วไม่รับผิดชอบ” ทาฮีร่าลุกขึ้นสะบัดผ้าอย่างเท่จะหายตัว แต่ไม่สำเร็จตามเคย

ชิคเก้นส่ายหน้าระอาใจ “อนิจจัง อนิจจา อนิจจังวัฏสังขารา คุณยายจะทำอะไรฮึ”

ทาฮีร่าตั้งใจจะหายตัว ชิคเก้นจึงบอกว่าเดินออกไปง่ายกว่า แม่มดพันปีเคืองเชิดหน้าบอกแกล้งทำไป

อย่างนั้นแล้วเดินไป แมวจอมกวนส่ายหน้าพึมพำว่าอาการหนักขึ้นทุกวัน

ที่หลังบ้านมีเด็กทารกนอนร้องไห้อยู่ในตะกร้า มีชื่อติดไว้ว่า “โรม” ทาฮีร่าเห็นแล้วถูกชะตาจะขยับผ้าอ้อมดูเพศ “น่ารักจริงจริ๊ง ไหนขอคุณยายดูซิว่าผู้ชายหรือผู้หญิง”

ชิคเก้นขัดคอว่าเป็นคุณทวดมากกว่า ทาฮีร่าโกรธไม่ยอมแก่จะเป็นคุณยาย ทั้งสองเถียงกันไปมา โรมร้องจ้าขึ้น ทาฮีร่าจึงหันมาปลอบ เห็นชื่อเด็กที่ติดไว้ว่าโรม ชิคเก้นบ่นทันที

“ใจคอคนเรา เอามาทิ้งให้เลี้ยง แล้วยังบังคับให้เรียกชื่อตามที่ตัวเองตั้งด้วย”

“แต่ฉันชอบชื่อโรม ชื่อนี้บอกเลยว่าเป็นพ่อมดน้อยที่มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนอยู่ในตัวคนคนเดียวกัน”

“เอาที่สบายใจเหอะ” ชิคเก้นไม่อยากขัดคออีก

ทาฮีร่าดีใจที่ได้เลี้ยงพ่อมดสมใจ น้อยใจที่เสียหลานสาวให้มนุษย์ไปถึงสองครั้งสองครา พออุ้มเด็กกลับเข้ามาในบ้าน ชานนท์นั่งรออยู่ลุกขึ้นสวัสดี ถามจำตนได้ไหม ทาฮีร่าสะบัดเสียง ทำไมจะจำไม่ได้ แต่ก็เรียกเขาว่าชาลี ชิคเก้นหัวเราะแล้วหันมาทัก

“สวัสดีคุณชาลี เอ๊ย! คุณชานนท์ แหม...เกือบจะอัลไซเมอร์ไปอีกคนแล้วล่ะสิ”

“นั่นคุณยายไปเอาลูกใครมาเลี้ยงเหรอครับ”

ทาฮีร่าไม่ตอบหันมาถามถึงฮันนี่หลานสาว ชานนท์บอกว่าเธอไม่กล้ามากลัวจะร้องไห้

“ร้องไห้ทำไม...คุณยายหนังเหนียวจะแย่ ไม่มีตายง่ายๆหรอก”


ทาฮีร่าถลึงตาใส่ชิคเก้น ชานนท์รีบบอกว่าฮันนี่ฝากตะเกียงแก้วมาให้ แม่มดพันปีมองหลิ่วตาสังหรณ์ใจ ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะอธิบายว่า

“ลูกสาวของผมกับฮันนี่ครับ แกชื่อ...โรซี่”

ชิคเก้นแย้งว่าทาฮีร่าจะไม่เลี้ยงแม่มดอีก ทาฮีร่าเอ็ดให้เงียบก่อนจะหันมาถามหลานเขยถึงสาเหตุที่เอามาให้เลี้ยง

“ตอบตรงๆเลยนะครับ เราเลี้ยงไม่ค่อยไหว เลยอยากจะพามาให้คุณยายช่วยอบรม”

“เอ๊ย! แน่ใจเรอะ พ่อชาร์มมิ่ง” ชิคเก้นขัดคอ


ทาฮีร่ารำคาญไล่ชิคเก้นไปให้พ้น แมวจอมกวนสะบัดหางกระโดดแผล็วออกไปทางหน้าต่าง...แม่มดพันปียิ้มแฉ่งแสดงว่าโรซี่ได้เลือดตนไปเต็มที่ ชานนท์รับว่าใช่เวลาไปไหนวุ่นวายไปหมด แล้วเล่าถึงวีรกรรมของลูกสาวว่า เด็กนักเรียนนั่งเรียนกันอยู่ดีๆ โรงเรียนกลายเป็นป่าช้าข้ึนมาเฉยๆ ทาฮีร่ายิ้มย่องชมว่าฉลาดจริงๆหลานตน

ชิคเก้นโผล่หน้ามาค้านว่าเป็นเหลน ต่างเถียงกันไปมาพักหนึ่ง ชิคเก้นยอมแพ้ตามเคย ทาฮีร่ายอมรับเลี้ยงโรซี่ แต่มีข้อแม้ว่า โรซี่จะต้องไม่โตเป็นสาวตลอดเวลาที่อยู่กับตน เพราะเข็ดที่จะเสียหลานสาวให้กับมนุษย์ผู้ชายอีก ชานนท์จำต้องยอมแม้จะรู้สึกว่ามันผิดธรรมชาติ

ทาฮีร่าวางตะกร้าทารกโรมลงบนเตียง เพื่อจะดูหน้าหลานสาว เธอเรียกโรซี่ให้ออกจากตะเกียง ควันสีชมพูลอยออกมาปรากฏเป็นเด็กสาววัยเจ็ดแปดขวบ โค้งถอนสายบัวให้คุณทวด...ทาฮีร่าปรามให้เรียก

คุณยายก็พอ หนูน้อยหัวเราะคิกรู้ว่าไม่อยากแก่

“มานี่สิ มาให้ยายกอดหน่อย โรซี่   แม่ดอกกุหลาบน้อยๆของยาย”

โรซี่มองโรมแล้วคิดว่าเป็นลูกทวด ทาฮีร่าสะดุ้งโหยงปฏิเสธ หนูน้อยทำท่าว่าแล้วเชียว

“นั่นไง! ว่าแล้วคุณทวดแก่ขนาดนี้จะมีลูกแดงๆได้ยังไง!”

“ไม่ต้องพูดตรงขนาดนั้นก็ได้จ้ะ หลานรัก”

โรซี่เห็นน้องแล้วเอ็นดู ขอช่วยเลี้ยงน้องทาฮีร่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

ooooooo

บรรยากาศยามค่ำที่บ้านนาดาลดูเงียบเหงาวังเวง  นาดาลยืนมองดวงดาว รำพึงถึงเมียรัก ลมพัดแรงราวกับเธอจะรับรู้

“ฮันนา...เป็นเพราะพี่ที่เป็นพ่อมดที่ไม่เอาไหน พี่อ่อนแอจนต้องปล่อยให้เจ้าถูกเผาไปต่อหน้าต่อตา...” เสียงเดวิดร้องดังขึ้น นาดาลหันขวับไปมองดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกลียด เดินเข้ามาใกล้ “ตายเสียเถอะ ไอ้สายเลือดนักล่า!”

พอยกมือขึ้นจะตวัดลงมาปลิดชีวิตทารก เกิดชะงักนึกขึ้นได้ลดมือลง “ฆ่าเจ้าให้ตาย มันไม่สะใจเท่ากับที่ใช้เจ้าไปฆ่าพ่อแม่และวงศาคณาญาติของเจ้าหรอก ข้าจะอดทนรอเวลานั้น เวลาที่โรม แมทธิวและเจ้าโตพอที่จะไปล้างแค้นให้ข้า ข้ายอมแลกพลังชีวิตทั้งหมดที่ข้ามีเพื่อวันนั้น”

วันเวลาผ่านไป...โรมเติบโตมาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลนครเวทมนตร์ มีคนไข้และบุคลากรเข้าออกผ่านไปมาเช่นเดียวกับโรงพยาบาลมนุษย์ ทั้งคนไข้และพยาบาลต่างหลงใหลปลาบปลื้มเมื่อเห็นคุณหมอโรมเดินมา โดยเฉพาะพยาบาลเกอร์ทรู้ดและบุรุษพยาบาลจู๊ฟ

โมนาคุณหมอสาวเรียกทั้งสองให้รู้สึกตัวเพื่อทำงานต่อ แล้วเธอก็ถามถึงคนไข้ชื่อนาดาล จู๊ฟรายงานว่ากลับบ้านไปแล้วโดยคำสั่งของหมอเดวิด โมนาไม่พอใจเพราะเธอเป็นหมอเจ้าของไข้ จึงคว้าเวชระเบียนเดินไป พยาบาลซูซี่กับจู๊ฟคุยกันว่า นาดาลมีอาการแปลกๆ


ไม่ทันที่โมนาจะเข้าไปในห้อง ได้ยินเสียงเดวิดคุยกับโรมอยู่ก่อน จึงถอยกลับไป

“แต่ผมกับหมอโมนามีความเห็นตรงกันว่าคุณลุงนาดาลมีอาการเหมือนพ่อมดที่กำลังเสียพลังชีวิต” 

โรมคุยกับเดวิดในห้อง

เดวิดหาว่าโรมเหลวไหลเพราะเห็นว่าพ่ออยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำงานอะไร แต่พอโรมย้อนว่าแน่ใจหรือ

ก็โกรธ เพราะตนก็เป็นหมอเหมือนกัน อย่าคิดว่าเขาจะเก่งอยู่คนเดียว เดวิดประกาศ

“ต่อไปนี้ผมจะรักษาพ่อของผมเอง คุณออกไปได้แล้ว”

“แต่ผู้พิทักษ์...”

“แล้วผมจะไปเรียนท่านผู้พิทักษ์เองว่าคุณพ่อต้องการให้ผมเป็นผู้ดูแลรักษาท่าน” โรมจึงปล่อยตามใจ แม้จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่...โมนาดักรอถามโรมว่าเดวิดว่าอย่างไรบ้าง โรมเซ็งที่จะเล่า โมนาจึงชวนไปเที่ยวเมืองมนุษย์ โรมปฏิเสธเห็นว่าทาฮีร่าห้ามไว้ โมนามีท่าทางซุกซน ถึงเขาไม่ไปเธอก็จะไป ว่าแล้วก็ขี่ไม้กวาดฉลุย โรมเป็นห่วงเกรงจะเข้าไปเขตพวกนักล่าจึงตามไป โมนาเห็นเขาตามมาก็ยิ่งขี่ไม้กวาดหนีอย่างชอบใจ

ขณะเดียวกันในห้องนอนของณิศราหรือหนูณิ หลานสาวตลับเป็นลูกของไพจิตรกับอุษณีย์ เธอยืนหงุดหงิดอยู่ริมหน้าต่างบ่นว่ามาริสาชอบทำสำออยกับย่าน่าหมั่นไส้ ทันใดนั้นเองก็มีละอองแสงของดวงจันทร์เป็นประกายระยิบระยับลอยเข้ามาในห้อง แสงค่อนข้างจ้าจนเธอต้องหลับตาลง พอลืมตาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

จึงคิดว่าตนตาฝาด

ณิศรามองไปที่ดวงจันทร์กลมโต ดูสวยงามจึงหยิบโทรศัพท์มาจะถ่ายรูป แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นโรมขี่ไม้กวาดผ่านดวงจันทร์ เธออ้าปากค้างโทรศัพท์หลุดจากมือ ทิ้งตัวลงนั่งมึน

โรมลงมาเดินหาโมนาในทุ่งกุหลาบสวนหลังบ้านตลับ เขารู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน เห็นภาพฮันนาถูกเผาทั้งเป็น เป็นภาพขาวดำแว่บๆไม่ต่อเนื่อง มีเสียงร้องโหยหวน พอเขาขยี้ตาพยายามมอง ภาพก็หายไปเป็นภาพปกติ เขาชักสงสัยว่ามันคืออะไร

ระหว่างนั้น ตลับกำลังนั่งเข้าฌานอยู่ในห้องพระ มีหนังสือคาถาปราบแม่มด กริชวิเศษและเชือกอาคมวางอยู่บนโต๊ะหมู่บูชา ได้กลิ่นพ่อมดแม่มดลอยมาปะทะจมูก ตลับลืมตาขึ้นทันทีคว้าเชือกอาคมเดินออกจากห้องพระ

ณิศราวิ่งมาหาจะบอกถึงสิ่งที่ตัวเองเห็น แต่ก็กลัวย่าจะหาว่าตนเป็นบ้า พอบอกออกไป ตลับนิ่งอึ้งชักมั่นใจกับกลิ่นที่ตัวเองได้รับ จึงสั่งหลานสาวให้กลับไปอยู่ในห้อง...ชดได้กลิ่นเช่นกันออกมาเดินมองหาอยู่ก่อน ตลับเดินมาสมทบตวัดเชือกเป็นประกายไฟวาบขึ้น

“จงปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้!”

โรมซ่อนตัวรู้ว่าตลับเป็นพวกนักล่า อาศัยความว่องไวหายตัวออกไปจากบริเวณนั้น ตลับกับชดจึงไม่เห็นใคร กลิ่นก็จางหายไป ทั้งสองแปลกใจเพราะไม่มีพ่อมดแม่มดมาที่นี่นานแล้ว โรมหายตัวมาโผล่ในห้องน้ำห้องณิศราอย่างงงๆ เธอสวมเสื้อคลุมกำลังล้างหน้าอยู่ที่อ่าง พอเงยหน้าเห็นโรมยืนอยู่ก็ตกใจร้องกรี๊ด โรมรีบขอโทษไม่รู้ว่ามาในนี้ได้อย่างไร หญิงสาวคว้าสบู่ปาใส่ พ่อมดหนุ่มรีบหนีทะลุกำแพงไปหน้าตาเฉย หญิงสาวเบิกตากว้างเป็นลมทรุดลง


โรมกลับเข้ามาอีกครั้ง พอเห็นหญิงสาวเป็นลมก็อุ้มออกไปนอนบนเตียง มองว่าเธออยู่ในชุดเสื้อคลุม จึงร่ายมนตร์เปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ววางดอกกุหลาบไว้ให้ดอกหนึ่งถือเป็นการขอโทษ...โรมได้ยินเสียงโมนาเรียก จึงกลับไปหาโดยไม่เล่าว่าทำอะไรมา แต่โมนารู้สึกว่าเขามีพิรุธ

ooooooo

โรซี่ฝึกใช้คาถาร่ายมนตร์ไปยังชิคเก้น มันกลายเป็นหนู ทาฮีร่าเดินเข้ามา ชิคเก้นวิ่งวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แม่มดพันปีบอกว่าตัวมันกลายเป็นหนูไปแล้ว ชิคเก้นร้องลั่นเสียเชิงแมวที่ดันมาเป็นหนูเสียเอง

โรซี่บอกไม่ต้องกังวล ว่าแล้วก็ร่ายคาถางึมงำ ชิคเก้นกลายเป็นสุนัขทันที

“อนิจจัง อนิจจา อนิจจังวัฏสังขารา...” ทาฮีร่าส่ายหน้า

“ว้า! เฟลอีกแล้ว โรซี่เสียใจ...โรซี่เสียใจ...” พูดไปก็หายตัวเป็นควันกลับเข้าตะเกียง

ทาฮีร่าจะจัดการเปลี่ยนกลับให้เอง ชิคเก้นร้องห้ามเสียงหลง ไม่เชื่อมือคุณยายพันปี กลัวตัวเองจะกลายเป็นมดเป็นปลวกไปในที่สุด ขอรอโรซี่ทบทวนคาถามาแก้ไขเองจะดีกว่า แล้วชิคเก้นก็สังเกตเห็นว่าทาฮีร่าหน้าเครียด จึงถามมีเรื่องอะไร

ทาฮีร่าเห็นโรมไม่อยู่โรงพยาบาล กลัวจะไปเมืองมนุษย์...กลัวจะคว้าหลานสะใภ้ที่เป็นมนุษย์มาให้ และอีกเรื่องก็กลัวจะเจอพวกนักล่าเหมือนที่เมียนาดาลเคยเจอ

ไม่นานโรมกลับมาถึง ทาฮีร่าซักว่าไปเมืองมนุษย์มาใช่ไหม โรมหันไปถามว่าสุนัขของใคร ชิคเก้นตอบเองว่าเป็นตน ทาฮีร่าไม่หลงประเด็น สั่งให้โรมตามเข้าไปคุยกันในตะเกียง

ทาฮีร่าโกรธที่สั่งหลายครั้งแล้วไม่ให้ไปเมืองมนุษย์ เพราะอาจเป็นอันตรายถ้าเจอนักล่า แม้โรมจะบอกว่ายายได้สอนคาถากลบกลิ่นพ่อมดแล้ว แต่เธอก็กลัวจะพลาดอยู่ดี โรมเข้ากอดประจบ ทำให้ทาฮีร่าใจอ่อนลง

“โรมโตจนเป็นหมอแล้ว โรมดูแลตัวเองแถมยังดูแลคุณยายได้ด้วย คุณยายไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

“คุณยายรู้ว่าโรมโตจนเป็นหมอแล้ว แต่มันก็อดไม่ได้ ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกัน ยายจะไปนอนล่ะ” 

ทาฮีร่าใจอ่อนกับหลานตามเคย โรมเองก็นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ในคืนเดียวกัน โมนามาด้อมๆมองที่บ้านเดวิด เพราะเป็นห่วงอาการของนาดาล เดวิดออกมาเจอต่อปากต่อคำกันยกใหญ่ โมนาโกรธที่ไม่เห็นความหวังดีสะบัดหน้ากลับไป...เดวิดเข้ามาในห้องนาดาล เห็นนอนไร้เรี่ยวแรงจึงคุกเข่าข้างเตียงเรียกเบาๆอย่างห่วงใย นาดาลลืมตาขึ้นตาลุกวาวอย่างไม่พอใจ ถีบเดวิดเซออกไล่ให้ไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“ไปฝึกเวทมนตร์ให้มันเก่งเหมือนหมอโรม นั่นคือหน้าที่ของแก แกมันโง่เง่า!”

เดวิดก้มหน้ารับเดินออกไปเงียบๆ เข้าห้องนอนยืนมองรูปแม่ฮันนาด้วยแววตาเศร้า “แม่ครับ ถึงพ่อจะเข้มงวดกับผมยังไง ผมก็ไม่เคยโกรธพ่อ เพราะผมรู้ว่าท่านเจ็บปวดจากการที่ต้องสูญเสียแม่ไปเพราะน้ำมือของพวกนักล่ามากแค่ไหน...ผมจะพยายามฝึกฝนเวทมนตร์เพื่อแก้แค้นให้พ่อกับแม่ให้ได้ พวกนักล่าจะต้องตายอย่างทรมานยิ่งกว่าแม่!”


รุ่งเช้าณิศราตื่นขึ้นมาทบทวนความทรงจำ พอเห็นตัวเองอยู่ในชุดนอนก็ตกใจแกมโมโหที่มีคนมาเปลี่ยนชุดให้ มองไปเห็นดอกกุหลาบก็หยิบมาขยี้ทิ้งด้วยความแค้น

ณิศราลงมาที่โต๊ะอาหารช้า โดนไพจิตรตำหนิ เธอพลั้งปากบ่นว่าถ้าไม่โดนผีหลอกก็คงไม่ตื่นสาย ตลับเอะใจบอกหลานสาวทานข้าวเสร็จแล้วให้ไปคุยธุระ

ที่ห้อง...ขณะที่ทุกคนกินข้าวเงียบๆ แมทธิวก็พูดขึ้นกับตลับว่า


“คุณย่าครับ...ต่อไปนี้ผมขออนุญาตให้มาริสามาทานข้าวด้วยกันได้ไหมครับ”

กรองทองมองอย่างตำหนิ ตลับบอกว่าตนอนุญาตตั้งนานแล้วเพราะมาริสาเป็นหลานย่าเหมือนกัน แต่เจ้าตัวเจียมเนื้อเจียมตัวไม่มาเอง กุลนภาซึ่งเป็นลูกกรองทองพูดแกมเยาะ

“สงสัยจะกลัวทำเปิ่นๆให้พวกเราหัวเราะมั้งคะ”...ธงชัยปรามลูก กรองทองตาเขียวใส่

ท่าทางธงชัยเกรงใจภรรยาคนนี้มาก ตลับหน่ายใจบอกแมทธิวให้พูดกับมาริสาเอง ณิศราแขวะหาว่ารักมาริสาเกินเหตุ แมทธิวหันมาอธิบาย

“มาริสาไม่ใช่คนอื่น เขาเป็นลูกคุณพ่อ เป็นน้องของพี่ เป็นญาติสนิทกับหนูณิ”

“แต่แม่เขาเป็นคนใช้” ณิศราเบ้ปากเหยียด

“แม่ไม่ชอบให้หนูณิพูดอย่างนี้เลย!” อุษณีย์เอ็ดเบาๆ

“ใครว่าจันเป็นคนใช้ เขาเป็นหลานของชดซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของย่า เขาช่วยย่ามามาก เพราะฉะนั้น ย่าไม่อยากได้ยินใครพูดจาดูถูกเขาอีก!” ตลับต่อว่าหลานสาว ทุกคนเงียบกริบ

ooooooo

ที่ตึกเล็ก มาริสาอยู่กับจันและชด เธอแต่งชุดพยาบาลจะออกไปทำงาน ชดกับจันจะย้ำเสมอให้ตั้งใจทำงาน ทดแทนพระคุณตลับที่เมตตา...

แมทธิวมารับมาริสาไปทำงาน จันกับชดทรุดลงนั่งกับพื้น พอทั้งสองออกไป จันก็เปรยกับชดว่าไม่อยากให้ทั้งสองไปด้วยกันเลย

“ไม่เป็นไรหรอก คุณแมทธิวเธอเมตตา  น้องหนูมาเองก็รักคุณพี่ คุณท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร” ชดเห็นว่าทั้งสองพ่อเดียวกัน

มาริสาก้มหน้าเดินอย่างเจียมตัวตามหลังแมทธิว เขาแกล้งหยุดจึงชนเขาอย่างจัง รีบขอโทษยกใหญ่ แมทธิวรำคาญที่เธอชอบคิดว่าตัวเองผิดทุกเรื่องและต่อว่า

“ที่พี่แกล้งหยุดเพราะพี่ไม่พอใจที่หนูมาชอบเดินตามหลังพี่ยังกับเราไม่ใช่พี่น้องกัน แล้วต่อไปนี้หนูมาต้องขึ้นไปทานข้าวบนตึกกับคุณย่า กับคุณพ่อและกับทุกๆคน”

“ไม่ได้ค่ะ” มาริสาตอบทันที

แมทธิวไม่พอใจเอ็ดมาริสาที่เจียมตัวเกินไป เธอน้ำตารื้นเขาก็รู้แก่ใจว่าสถานะเธอเป็นอย่างไร ชายหนุ่มใจเสียดึงน้องสาวเข้ามากอดปลอบ

“พี่ขอโทษ หนูมาต้องจำไว้ว่าเราเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน แล้วคุณย่าท่านก็พูดเสมอว่า น้าจันแม่ของหนูมาไม่ใช่คนรับใช้ ไม่ใช่คนต่ำต้อย”

“แต่ทุกคนก็มองว่าหนูมาต่ำต้อย!” มาริสาสะอื้นเบาๆ

“ยัยหนูณิกับยัยกุลใช่ไหม...ช่างเขาเป็นไร เขาอยากพูดอะไรก็ช่าง แต่เราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าก็แล้วกัน ไปกันได้แล้ว” แมทธิวโอบไหล่น้องสาวพาเดินไป

ณิศราเข้ามาพบตลับ เธอให้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง เมื่อฟังแล้วตลับมั่นใจว่าต้องมีพ่อมดแม่มดมาเพื่อแก้แค้น จึงกำชับหลานสาวถ้ามีอะไรต้องรีบเล่าให้ฟัง และต้องระวังตัวให้มาก ณิศราไม่อยากเชื่อว่าจะมีพ่อมดแม่มดในชีวิตจริง จึงแย็บถาม

“แล้ว...เอ้อ...ถ้าหากหนูณิเกิดเจอกับพ่อมดแม่มดล่ะคะ หนูณิควรจะทำยังไง”

“หนูณิเคยเจอมันแบบจังๆหน้าแล้วเรอะ!”

“อุ๊ย! เปล่าค่ะ หนูณิแค่ถามคุณย่าเผื่อๆเอาไว้”

“แล้วย่าจะสอนคาถาให้ ไปทำงานเถอะ ถึงจะเป็นเจ้าของโรงพยาบาล แต่เราก็ไม่ควรไปทำงานสาย เพราะคนอื่นเขาจะนินทาเอาได้”

ณิศรารับคำเข้าไปกอดและหอมย่าอย่างประจบแล้วออกไป ตลับมองตามอย่างครุ่นคิด

ooooooo

สุดท้ายทาฮีร่าต้องพาชิคเก้นกับโรซี่มาโรงพยาบาลเวทมนตร์เพื่อให้โรมช่วย แต่ซูซี่รายงานว่าหมอโรมขึ้นวอร์ดอยู่ จะพาไปพบหมอโมนาแทน โรซี่ทักขึ้นว่า โมนาที่เป็นว่าที่หลานสะใภ้คุณยาย ชิคเก้นในร่างสุนัขเดินตามเซ็งๆ

โมนากำลังคุยกับพยาบาลเกอร์ทรู้ดเรื่องโรมท่าทางมีพิรุธตอนไปเมืองมนุษย์ด้วยกัน เกอร์ทรู้ดยุให้เค้นถามให้ได้ความ เพราะสงสัยว่าอาจไปเจอมนุษย์ผู้หญิง แต่โมนาไม่อยากเชื่อเพราะโรมเพิ่งเคยไปเมืองมนุษย์ เกอร์ทรู้ดพูดให้เขว

“หมอโมรู้ได้ยังไงคะ เขาอาจจะเคยแอบไปมาแล้ว เพราะฉะนั้นหมอโมอย่าไว้ใจเหล่าชะนีเป็นอันขาดเชียวนะคะ ถ้าหมอโรมไปเมืองมนุษย์ก็อย่าให้คลาดสายตาทีเดียวเชียว” ทาฮีร่าเดินมา โมนารีบเข้าไปสวัสดีถามใครป่วย โรซี่ชี้ไปที่สุนัข ทาฮีร่าบอกฝีมือโรซี่

โมนาพาทุกคนมาที่ห้องตรวจ ซักถามจนได้ความว่าโรซี่จำคาถาที่เสกชิคเก้นกลายเป็นสุนัขไม่ได้ ทาฮีร่าประชดพูดคำที่โรซี่ชอบพูดประจำคือเฟล ชิคเก้นก็ปากเสียพูดเหน็บแนมจนโรซี่งอนจะไม่เสกกลับคืนให้ ระหว่างทุกคนกำลังเถียงกัน โมนาตัดบทให้เกอร์ทรู้ดไปหยิบตำราปกสีแดงมา แล้วเปิดหน้าปัญหาเรื่องท่องคาถาผิดหน้า 86 โรซี่เข้ามามองใกล้ๆ

ในหน้านั้นเป็นภาพหมอแก่นั่งก้มหน้าดูตำรา แล้วเงยหน้ามาบอกวิธีแก้ว่า ต้องคิดใหม่ต้องตั้งสติไม่เหหัน ทบทวนในเวลาสี่ห้าวัน มิฉะนั้นจะไม่มีวัน แก้ไขได้...โรซี่เซ็งไม่เห็นบอกวิธีแก้ตรงไหน ทั้งทาฮีร่าและโมนาพูดพร้อมกันว่าโรซี่ต้องตั้งสติทบทวน ชิคเก้นหวั่นใจว่าจะเฟล

ที่โรงพยาบาลอัครเดชฤทธิ์ในเมืองมนุษย์ มีคนไข้ชื่อปรารถนาชอบแต่งชุดพยาบาลออกมาทักทายคนไข้คนโน้นคนนี้ บางคนนึกว่าเป็นพยาบาลจริงก็ตั้งใจฟังคำแนะนำการรักษาอย่างงงๆ บางคนมาด้วยโรคปวดขา ปรารถนาก็จะแนะนำว่าอย่าเดินอีก นั่งเฉยๆสบายดี บางคนปวดหัวก็แนะนำให้ตัดหัวทิ้ง มธุรสพยาบาลอาวุโสต้องสั่งหยดย้อยให้เอาตัวกลับห้องพัก

พอถึงห้องพักปรารถนาก็บ่นว่าเป็นพยาบาลเหนื่อยจริงๆ หยดย้อยจึงให้เปลี่ยนชุดกลับเป็นคนไข้อย่างเดิม ระหว่างนั้นทาฮีร่าพาโรซี่กับชิคเก้นกลับจากโรงพยาบาลเวทมนตร์ แต่ร่ายคาถาผิดโผล่ทะลุกำแพงมาที่ห้องปรารถนา เธอยืนตะลึง แม่มดพันปียิ้มทักทายแล้วทะลุกำแพงกลับไปพร้อมกับต่อปากต่อคำกับชิคเก้น หยดย้อยไม่เห็นพอเธอเล่าก็หาว่าอาการหนักขึ้นทุกวัน

วิวรรณเป็นหลานสาวปรารถนา ชอบหมอแมทธิว เห็นมาริสาจัดแจกันดอกมะลิมาวางให้บนโต๊ะทำงานก็หมั่นไส้ซื้อแจกันดอกลิลลี่ซึ่งใหญ่กว่ามาวางข่ม และไล่ให้มาริสาเอาของตัวเองหลบไป แมทธิวสั่งให้วางไว้อย่างเดิม วิวรรณไม่พอใจแกล้งขัดขามาริสาจนล้มแล้วทำทีช่วยพยุงให้ลุก ปากว่าซุ่มซ่าม แมทธิวหน่ายใจหนีจะขึ้นวอร์ดตรวจคนไข้ วิวรรณยังตามเกาะแจ

มธุรสเข้ามาปรึกษาแมทธิวเรื่องปรารถนามีอาการแปลกๆ วิวรรณได้ยินหาว่าอาตัวเองชอบเรียกร้องความสนใจ แม่ตนถึงให้มาอยู่โรงพยาบาล มาริสาจะไปดูเอง วิวรรณเอ็ดไม่ต้อง แต่แมทธิวเห็นว่าควรไปดูแล วิวรรณมองตาขวางไม่พอใจ

ooooooo

ค่ำนั้นโรมทำงานที่โรงพยาบาลเสร็จ เห็นแสงจันทร์สว่างนิ่มนวลก็ให้คิดถึงใบหน้าของณิศรา เขาพยายามสลัดความคิดออก เพราะคำขอร้องของทาฮีร่าแทรกเข้ามาในหัวว่าถ้าอยากไปเมืองมนุษย์ ให้แต่งงานกับโมนาเสียก่อน โรมตกใจแย้งว่า

“คุณยาย! โมนาเป็นเพื่อนโรม!”

“โมนาชอบโรม ยายรู้ ยายอยากให้โรมแต่งงานกับโมนา หลังจากนั้นอยากจะไปไหนก็ไป เพราะยายไม่ต้องการให้โรมหลงรักมนุษย์ ยายไม่อยากเสียหลานรักของยายให้กับมนุษย์อีก”

โรมไม่สบายใจเอาเสียเลย พอดีจู๊ฟเอาซองจดหมายเข้ามาให้ บอกว่ามันวางอยู่ที่โต๊ะเห็นจ่าหน้าซองถึงหมอโรม...โรมถือจดหมายเดินออกจากห้องทำงาน นาดาลแอบมองโรมลูกรักด้วยความชื่นชม เห็นเขาทักทายคนไข้อย่างอ่อนโยนก็ยิ่งปลาบปลื้ม

โรมกลับถึงบ้านเข้าไปในตะเกียงของเขา เปิดจดหมายออกอ่านข้อความ “ชีวิตมิได้ราบรื่นเสมอไป ขณะที่ท้องฟ้าสดใส อาจเกิดพายุใหญ่ได้ทุกเมื่อ”...อ่านแล้วก็ให้แปลกใจว่าใครส่งมา ชักสงสัยว่าอาจจะส่งผิด เขาจึงเป่าจดหมายกลายเป็นควันไฟไหม้ไป แล้วล้มตัวลงนอน

ในคืนนั้นโรมฝันถึงแม่มดถูกเผาที่สวนหลังบ้านตลับ มีเสียงพูดเหมือนข้อความในจดหมาย โรมสะดุ้งตื่น แปลกใจตัวเองทำไมต้องเก็บมาฝัน...ในขณะที่นาดาลเป็นคนส่งภาพนิมิตฮันนาถูกเผาไปเข้าฝันโรม ทำให้พลังชีวิตแทบหมดลง เดวิดเข้ามาเห็นพ่อทรุดก็ประคองไปนอนบนเตียง ตรวจร่างกายแล้วแปลกใจว่าพ่อใช้พลังชีวิตทำอะไร เขารีบเอายาผงสีน้ำเงินแววระยับเทลงปากพ่อ สักครู่อาการก็ดีขึ้นหายซีดเซียว

เดวิดซักถามนาดาลด้วยความเป็นห่วง กลับโดนดุด่าบั่นทอนจิตใจ เขาเก็บความน้อยใจบอกพ่อว่าตอนกลางวันจะกลับมาดูใหม่ นาดาลตวาดว่าไม่ต้องกลับ และยังตะโกนไล่หลังอีกว่า

“ฉันเป็นอย่างนี้ก็เพราะแก! เพราะพวกแก!...

ไอ้พวกนักล่า” ประโยคสุดท้ายแผ่วเสียงลง

โรมอดรนทนไม่ไหวแอบหนีมาเมืองมนุษย์ ปรากฏตัวตรงจุดที่ฮันนาถูกเผา แต่บริเวณนั้นเปลี่ยนไปไม่เหมือนในฝัน โรมเดินสำรวจไปเรื่อย จนมาหยุดมองเมื่อเห็นณิศรากำลังออกกำลังกายอยู่ริมสระน้ำ โมนาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังโรม เธอเห็นสายตาที่โรมมอง

ณิศราแล้วไม่พอใจ จึงแกล้งว่าคาถาให้ณิศราเป็นลมตกน้ำ โรมตกใจรีบกระโจนลงไปช่วยขึ้นมา ณิศราลืมตามาเห็นหน้าโรมใกล้ๆก็ตกใจผลักเขาออก ทันใดมีเสียงกุลนภาเรียก โรมจึงหายตัวไป

ณิศราแปลกใจมองไปรอบๆ กุลนภาถามเธอมองหาใคร เธอปัดว่าไม่มีอะไรแล้วถามพี่สาวมีธุระอะไร กุลนภาบอกเรื่องที่แมทธิวขออนุญาตตลับจัดงานวันเกิดให้มาริสา ณิศราเคือง

“ไม่รู้ทำไมพี่แมทถึงได้รักใคร่เอ็นดูยัยหนูบ้านั่นนักหนา ท่าทางจะรักกว่าพี่กุลซึ่งเป็นน้องแม่เดียวกันเสียอีก ยัยนั่นน่ะลูกคนใช้แท้ๆ”

“พี่นึกว่าพี่คิดอย่างนั้นคนเดียวเสียอีก”

ณิศราออกอาการไม่พอใจวางแผนร้าย ในขณะที่แมทธิวถูกกรองทองตำหนิที่เจ้ากี้เจ้าการจะจัดวันเกิดให้ลูกเมียน้อย ธงชัยช่วยแก้ตัวให้ลูกชายกลับโดนดุไปด้วย แมทธิวจึงกราบขอโทษแม่ บอกที่ทำเพราะสงสารน้อง น้องไม่ได้รับรู้เรื่องของผู้ใหญ่ และย่าก็อยากให้พี่น้องรักกัน แต่กรองทองก็ไม่พอใจและย้ำว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีก

ระหว่างนั้นนาดาลกำลังภาวนาต่อหน้าลูกแก้ว เพื่อส่งพลังชีวิตมายังแมทธิวให้ระลึกความหลังได้...เกิดแสงวาบขึ้นบริเวณหัวของแมทธิว เขาชะงักงุนงงไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินราวถูกสะกดออกไป กรองทองหาว่าไม่สนใจคำสั่งของตน แต่ธงชัยแปลกใจว่าลูกเป็นอะไร

แมทธิวเดินเข้าห้องปิดประตู ทรุดนั่งนัยน์ตาเหม่อลอย เกิดภาพซ้อนฮันนาถูกเผาทั้งเป็น เขาตกใจเหงื่อแตกกาฬ รู้สึกไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่ก็ออกมาที่สวนหลังบ้านเพื่อดูสถานที่ในภาพนิมิต มาริสาเดินมาเห็นเรียกอยู่พักใหญ่กว่าแมทธิวจะรู้สึกตัว มาริสาเป็นห่วงว่าเขาจะไม่สบาย...พอแมทธิวรู้สึกตัวมากขึ้นก็เปลี่ยนเรื่องคุย บอกเรื่องจะจัดงานวันเกิดให้เธอ สีหน้าเธออึดอัดใจอย่างมาก

ในเวลานั้นโมนาจ้างจู๊ฟไปดูว่านาดาลเป็นอย่างไรบ้าง เขาทำอะไรพลังชีวิตถึงถดถอยแล้วให้กลับมารายงาน...จู๊ฟทำทีถือกระเช้าผลไม้มาเยี่ยม นาดาลรู้สึกอ่อนแรงจึงออกมาเดินหน้าบ้าน เห็นจู๊ฟก็ไม่พอใจ ไล่ให้กลับไปและไม่รับของฝาก พอเล่าให้เดวิดฟังว่าช่วงนี้พวกที่โรงพยาบาลจะวุ่นวายกับตนมากเกินไป เดวิดเองก็สงสัยว่าทำไมพ่อถึงเสียพลังชีวิตไปมาก

“เพราะแกนั่นแหละที่เจ้ากี้เจ้าการพาฉันไปโรงพยาบาล”

“ผมเป็นห่วงพ่อ...”

“ไม่ต้องมาเป็นห่วง แกต้องฝึกคาถาอาคมให้มากกว่านี้ เพราะคาถาอาคมของแกยังอ่อนกว่าหมอโรมอยู่มาก”

“ทำไมพ่อชอบเปรียบเทียบผมกับโรม” เดวิดน้อยใจ

“เพราะแกมันอ่อนด้อยกว่าเขาน่ะสิ ถ้าหมอโรมเป็นลูกฉัน ฉันคงมีความสุขมากกว่านี้ และเวลาของการแก้แค้นของฉันคงได้เริ่มขึ้นแล้ว”

“ถ้าพ่อต้องการ ผมจะไปจัดการกับพวกนักล่าเดี๋ยวนี้เลย!”

นาดาลหัวเราะหยันว่าไปให้พวกนักล่าจับเผาเสียมากกว่า เดวิดบอกไม่กลัวถ้าแก้แค้นให้พ่อแม่ได้ ตนก็เต็มใจ นาดาลเหยียดปากไม่มีทางเชื่อ

ooooooo


ละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ตอนที่ 1 อ่านพ่อมดเจ้าเสน่ห์ติดตามละครพ่อมดเจ้าเสน่ห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์, พิมประภา ตั้งประภาพร 11 ต.ค. 2561 00:04 2018-10-04T02:06:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ